ประชาไท

Syndicate content
Updated: 3 min 55 sec ago

หญิงอินเดียใช้กฎหมายเก่าปี 2404 ฟ้องสามี 'คบชู้เพศเดียวกัน'

1 hour 47 min ago
pคู่สามีภรรยาในเมืองบังกาลอร์ ประเทศอินเดีย ขัดแย้งกันเนื่องจากภรรยาสงสัยสามีคบชู้เพศเดียวกันจึงติดตั้งกล้องไว้ในบ้านแล้วส่งหลักฐานให้ตำรวจฟ้องด้วยกฎหมายมาตรา 377 ซึ่งเป็นกฎหมายตั้งแต่ปี 2404 ว่าด้วยการร่วมประเวณี 'ผิดธรรมชาติ' โดยกฎหมายล้าหลังนี้ก็เคยถูกต่อต้านทั้งจากนักกิจกรรมและศาลสูงในกรุงนิวเดลีมาก่อน/p p!--break--!--break--/ppbr /30 ต.ค. 2557 ในเมืองบังกาลอร์ ประเทศอินเดีย มีชายที่แต่งงานแล้วคนหนึ่งถูกภรรยาของตนเองฟ้องร้องละเมิดกฎหมายอาญามาตรา 377 ซึ่งเป็นกฎหมายเก่าตั้งแต่สมัยเป็นอาณานิคมของอังกฤษ หลังฝ่ายภรรยาจับได้ว่าสามีมีชู้กับผู้ชาย/p pภรรยาซึ่งยังสาวยื่นฟ้องต่อตำรวจโดยอธิบายว่าเธอสงสัยในเรื่องสามีมีความสัมพันธ์กับผู้ชายด้วยกันมานานแล้ว ภรรยาระบุในใบคำร้องว่าเธอสงสัยตั้งแต่ในคืนวันแต่งงานที่พวกเขาไม่มีความสัมพันธ์ทางเพศกันเลยและสามีของเธอก็ไม่ได้แสดงความสนใจเรื่องนี้ เมื่อเธอปรึกษากับพ่อแม่ของเขาในเรื่องนี้ พ่อแม่ของเขายังกล่าวหาว่าเธอไม่ยอมปรับตัว ทำให้เธอตัดสินใจติดตั้งกล้องซ่อนไว้ในที่พักแล้วส่งวิดีโอที่เป็นหลักฐานไปให้ตำรวจ/p pสามีของเธอซึ่งมีอายุ 32 ปี เป็นผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตถูกจับกุมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (26 ต.ค.) จากความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 377 ซึ่งระบุห้ามไม่ให้มีการ "ร่วมประเวณีแบบผิดธรรมชาติต่อเพศชาย เพศหญิง หรือต่อสัตว์" ผู้ละเมิดกฎหมายต้องจ่ายค่าปรับ จำคุก 10 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต อย่างไรก็ตาม มีการดำเนินคดีโดยอ้างกฎหมายนี้น้อยมาก/p pโดยหลังจากที่สามีผู้ถูกผ้องร้องถูกกักขังเป็นเวลา 4 วัน เขาก็ได้รับการประกันตัวออกมา/p pสำนักข่าวเดอะนิวยอร์กไทม์ระบุว่า ก่อนหน้านี้ศาลสูงสุดของอินเดียได้ฟื้นฟูกฎหมายมาตรา 377 ซึ่งเป็นกฎหมายเก่าแก่ตั้งแต่ปี 2404 มาใช้อีกครั้งในช่วงเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว การตัดสินใจฟื้นฟูกฎหมายนี้ดูขัดกับการพยายามปรับสังคมอินเดียให้มีความเสรีมากขึ้น โดยศาลสูงในกรุงนิวเดลียังระบุว่ากฎหมายมาตรา 377 ขัดแย้งกับกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ระบุรับรองความเสมอภาค สิทธิความเป็นส่วนตัว และเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน/p pนักกิจกรรมด้านสิทธิกล่าวว่าการดำเนินคดีด้วยกฎหมายเก่านี้เป็นสิ่งที่อันตราย เพราะความสัมพันธ์ทางเพศระหว่างสามีกับชู้รักเป็นไปอย่างสมยอมทั้งสองฝ่าย อีกทั้งการกระทำของภรรยายังถือเป็นการล่วงละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของสามี/p pเดนิช ชีค ทนายความฝ่ายจำเลยจากเมืองบังกาลอร์กล่าวว่าเรื่องนี้ควรจะเป็นแค่กรณีการที่ฝ่ายชายนอกใจฝ่ายหญิง ซึ่งเป็นเรื่องข้อพิพาทระหว่างบุคคล แต่ในตอนนี้กลับถูกทำให้เป็นคดีอาญาซึ่งทำให้รัฐรุกล้ำสิทธิความเป็นส่วนตัวของบุคคลทั่วไปได้/p pชาลีน ราเกช นักกิจกรรมผู้เคยเรียกร้องให้ยกเลิกกฎหมายมาตรา 377 ในปี 2544 กล่าวว่ามีชายที่รักเพศเดียวกันจำนวนมากถูกบังคับให้ต้องแต่งงานแบบคลุมถุงชนและเขาหวังว่าประชาชนทั่วไปจะมีความเห็นใจต่อจำเลยคดีนี้บ้าง/p p"ถ้าหากเขามีความสบายใจมากพอที่จะพูดถึงเพศสภาพของตนเอง เขาคงไม่ถูกบังคับให้แต่งงานเช่นนี้" ราเกชกล่าว ตัวเขาเองก็เคยมีคู่รักเพศเดียวกันที่ถูกกดดันให้แต่งงานแบบคลุมถุงชนและอยู่กินกันเป็นเวลา 5 ปี/p pbr /strongเรียบเรียงจาก/strong/p pHusband’s Arrest in India Tests Colonial-Era Sex Law, New York Times, 30-10-2014br /a href="http://www.nytimes.com/2014/10/31/world/asia/husbands-arrest-in-india-tests-colonial-era-sex-law.html"http://www.nytimes.com/2014/10/31/world/asia/husbands-arrest-in-india-tests-colonial-era-sex-law.html/a/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/yPUCo9FrolE" height="1" width="1"/

รอบโลกแรงงานตุลาคม 2014

2 hours 8 min ago
!--break--!--break-- divnbsp;/div divstrongโอบามา ตำหนิบริษัทเอกชนไม่แบ่งปันความสำเร็จให้กับพนักงาน/strong/div divnbsp;/div div4 ต.ค. 2014 ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐกล่าวตำหนินโยบายของบริษัทเอกชนที่ขัดขวางไม่ให้พนักงานมีรายได้อย่างเพียงพอ/div divnbsp;/div divทั้งนี้ นายโอบามาได้ชื่นชมนโยบายเศรษฐกิจของฝ่ายบริหารของเขา หลังจากรายงานเมื่อคืนนี้บ่งชี้ว่า อัตราว่างงานของสหรัฐปรับตัวลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปีในเดือนก.ย./div divnbsp;/div divนายโอบามากล่าวที่โรงงานของบริษัทมิลเลนเนียม สตีล เซอร์วิส ในรัฐอินเดียนาว่า บริษัทต่างๆที่มีมีงบดุลที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ไม่ได้แบ่งปันความมั่งคั่งให้กับพนักงานซึ่งมีส่วนในความสำเร็จดังกล่าว/div divnbsp;/div div“มันเหมือนกับว่าบริษัทต่างๆไม่โอกาสมากพอสำหรับการจ่ายเงินเพิ่มให้กับพนักงาน แต่มันเป็นเพราะว่าพวกเขาไม่ทำ" เขากล่าว พร้อมกับเสริมว่า “งบดุลของบริษัทได้รับส่วนแบ่งที่สูงขึ้นและก็สูงขึ้น ในขณะที่พนักงานได้รับส่วนแบ่งที่ลดลงและลดลง"/div divnbsp;/div divนอกจากนี้ นายโอบามายังหวังว่า เศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้นจะเป็นแรงสนับสนุนพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งสมาชิกสภาคองเกรสกลางเทอมที่จะมีขึ้นในเดือนพ.ย.นี้ และหลีกเลี่ยงการสูญเสียที่นั่งให้กับพรรครีพับลิกันในสภาสูงของสหรัฐ/div divnbsp;/div divนายโอบามาระบุว่า บริษัทเอกชนกำลังฉวยโอกาสความได้เปรียบจากตลาดแรงงานยังคงอ่อนแอ เนื่องจากผู้คนไม่กล้าลาออกจากงานเพราะเกรงว่าจะหางานทำที่อื่นไม่ได้/div divnbsp;/div divstrongพนักงาน จี้ปธ.เวิลด์แบงก์ แจงเหตุจ่ายโบนัสผู้บริหารอาวุโสแพง ในช่วงที่องค์กำลังรัดเข็มขัด/strong/div divnbsp;/div div5 ต.ค. 2014 สมาคมเจ้าหน้าที่ธนาคารโลก ร้องขอประชุมกับนายจิม ยอง คิม ประธานธนาคารโลก โดยอ้างว่าขณะนี้ตกอยู่ในบรรยากาศความหวาดกลัว สับสน และไม่สบายใจ กรณีที่มีการเลือกจ่ายโบนัสเฉพาะเจ้าหน้าที่ระดับสูงบางคน ซึ่งนายคิม ได้เรียกประชุมในเช้าวันจันทร์นี้ เพื่อคลี่คลายความวิตกเรื่องนี้ รวมทั้งหารือประเด็นเกี่ยวข้องกับการปฏิรูป ที่ได้เคยประกาศไว้นับจากเข้ามานั่งเก้าอี้ประธานธนาคารโลกเมื่อสองปีที่แล้ว/div divnbsp;/div divหนังสือเวียน ที่สมาคมนำออกเผยแพร่ ก่อนการประชุมประจำปีสมาชิกและเจ้าหน้าที่ธนาคารโลก ในกรุงวอชิงตัน สัปดาห์หน้า ระบุว่า มีความไม่พอใจอย่างมาก กรณีที่มีการเลือกจ่ายโบนัสแก่ฝ่ายบริหารอาวุโส ทำให้ต้องตัดลดค่าใช้จ่าย และงบประมาณในการดำเนินโครงการต่างๆ อีกทั้ง การที่ฝ่ายบริหารขาดการสื่อสารเกี่ยวกับทิศทางการดำเนินงาน ทำให้บรรยากาศความกลัว และสับสนแผ่ไปทั่วองค์กร ทางสมาคม ซึ่งเป็นตัวแทนของพนักงานราว 1 หมื่นคน จึงต้องการให้ประธานคิม ไขข้อข้องใจโดยตรง/div divnbsp;/div divทั้งนี้ สถาบันการเงินของโลก ที่มีภารกิจหลักคือต่อสู้ความยากจน ถูกรุมเร้าไปด้วยข่าวที่ว่า เจ้าหน้าที่อาวุโสบางคนได้รับโบนัสก้อนโต ทั้งที่พยายามลดรายจ่าย โดยเฉพาะนายแบร์ทรองด์ บาเดร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน ด้านการปรับโครงสร้างของธนาคารโลก ที่ได้รับโบนัสในงบปีการเงิน 2557 จำนวน 94,000 ดอลลาร์ นอกเหนือจากเงินเดือนสุทธิปีละประมาณ 380,000 ดอลลาร์ ทั้งยังได้รับเงินพิเศษจ่ายเป็นงวดอีกเกือบ 95,000 ดอลลาร์ เมื่อครั้งถูกดึงตัวมาทำงานเมื่อมีนาคมปีที่แล้ว/div divnbsp;/div divstrongเวียดนามพิจารณาแผนพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สร้างแรงงานฝีมือในภาคพลังงานนิวเคลียร์อีก 5,000 คน/strong/div divnbsp;/div div7 ต.ค. 2014 กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเวียดนาม จัดประชุม "การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในภาคนิวเคลียร์" เมื่อเร็ว ๆ นี้ เพื่อพิจารณาเรื่องการสร้างแรงงานมีทักษะและบัณฑิตอีกราว 6,000 คน สำหรับอุตสาหกรรมพลังงานนิวเคลียร์ ที่ปัจจุบันเวียดนามมีคนงานในภาคนิวเคลียร์เพียง 1,300 คน จำเป็นต้องสร้างเพิ่มเติมอีก 5,000 คนภายในปี 2563/div divnbsp;/div divนายไบรอัน มอลลอย หัวหน้าแผนกทรัพยากรมนุษย์สำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ หรือไอเออีเอ กล่าวระหว่างการประชุมว่า การฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของเวียดนามในจังหวัดนินห์ถ่วน ทางตอนใต้ของประเทศนั้น ต้องใช้เวลา 7-10 ปี เวียดนามจึงจำเป็นต้องมีแผนที่ละเอียดและปฏิบัติได้ เรื่องแผนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในภาคส่วนนี้/div divnbsp;/div divด้านนายจัน เวียด ถั่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ เปิดเผยว่า เวียดนามกำลังเร่งพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อให้บรรลุความต้องการแรงงานมีทักษะด้านพลังงานนิวเคลียร์ในอนาคต การร่วมมือกันระหว่างเวียดนามและผู้เชี่ยวชาญจากไอเออีเอ จะช่วยพัฒนาทักษะและความรู้ของแรงงานชาวเวียดนามได้ นอกจากนี้เวียดนามยังส่งนักศึกษา 300 คนไปศึกษาเทคโนโลยีนิวเคลียร์ที่ก้าวหน้าจากรัสเซียด้วย/div divnbsp;/div divstrongพนักงานรถไฟใต้ดินลอนดอนประกาศหยุดงาน 48 ชม./strong/div divnbsp;/div div7 ต.ค. 2014 สหภาพขนส่งอังกฤษแถลงว่า พนักงานการรถไฟใต้ดินกรุงลอนดอนของอังกฤษกำหนดผละงานประท้วงเป็นเวลา 48 ชั่วโมงในวันอังคารสัปดาห์หน้าเนื่องจากยังตกลงกรณีปิดจุดจำหน่ายตั๋วโดยสารยังไม่ได้ คาดว่าจะทำให้การเดินทางโกลาหล/div divnbsp;/div divสมาชิกสหภาพขนส่งที่มีจำนวน 80,000 คนประกาศผละงานประท้วงสัปดาห์หน้าตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 14 ตุลาคมไปจนถึงค่ำวันที่ 16 ตุลาคม การนัดหยุดงานดังกล่าวตรงกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และข้าราชการทั่วอังกฤษจากความขัดแย้งเรื่องค่าตอบแทน การจ้างงาน และการตัดลดค่าใช้จ่าย ผู้บริหารการรถไฟใต้ดินกล่าวว่า การปิดจุดจำหน่ายตั๋วบางแห่งเนื่องจากมีผู้ใช้บริการน้อย เพราะมีตู้จำหน่ายและระบบบริการอัตโนมัติเพียงพอแล้ว และว่าพนักงานควรประจำอยู่ที่สถานี/div divnbsp;/div divstrongCNN ประกาศปลดพนักงานหลายร้อยตำแหน่ง บริษัทแม่อ้างเหตุผลยอดฮิต “ต้องปรับโครงสร้างองค์กร/strong/div divnbsp;/div div8 ต.ค. 2014 รายงานข่าวล่าสุดยืนยันว่า สถานีข่าว 24 ชั่วโมงชื่อดังอย่าง “เคเบิล นิวส์ เน็ตเวิร์ก” หรือ “ซีเอ็นเอ็น” ซึ่งมีฐานอยู่ในนครแอตแลนตา ในมลรัฐจอร์เจียของสหรัฐฯประกาศปลดพนักงานทั่วโลกจำนวน 300 ตำแหน่งจากจำนวนพนักงานในองค์กรทั้งหมดที่มีจำนวนราว 3,500 คน ตามแผนปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ที่มีชื่อว่า “เทอร์เนอร์ 2020” ของบริษัท “เทอร์เนอร์ บรอดแคสติง” ที่เป็นบริษัทแม่ของซีเอ็นเอ็น/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divแหล่งข่าวภายในบริษัทซึ่งไม่เปิดเผยชื่อยืนยันว่า การปลดพนักงานจำนวน 300 คนดังกล่าวของซีเอ็นเอ็นจะมีผลสมบูรณ์ภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า หรือภายในสิ้นเดือนนี้ โดยในจำนวนนี้ราว 130 คนเป็นพนักงานที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไป ที่ถูกบีบให้ต้องยินยอม “ลาออกโดยสมัครใจ” ขณะที่เหลืออีกราว 170 ตำแหน่งจะเป็นการเลิกจ้างโดยตรง/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divนอกเหนือจากพนักงานของซีเอ็นเอ็นแล้ว ทางบริษัทแม่อย่างเทอร์เนอร์ บรอดแคสติง ยังประกาศปลดพนักงานของบริษัทอื่นๆที่อยู่ในเครือรวมทั้งสิ้นราว 1,475 ตำแหน่งด้วยเช่นกัน ซึ่งรวมถึงพนักงานของช่องการ์ตูนชื่อดังอย่าง “Cartoon Network”/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divด้านจอห์น มาร์ติน ซีอีโอของบริษัท เทอร์เนอร์ บรอดแคสติง ออกคำแถลงภายในถึงพนักงานในองค์กรโดยระบุว่าการปลดพนักงานออกถือเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นสำหรับ “ช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่าน” ที่บริษัทต้องเร่งปรับโครงสร้างองค์กรให้มีความแข็งแกร่ง พร้อมกล่าวขอบคุณพนักงานที่ต้องถูกปลดออกในครั้งนี้ ถึงความทุ่มเทของพวกเขาให้กับบริษัทตลอดหลายปีที่ผ่านมาnbsp;/div divnbsp;/div divstrongชาวพม่าสามารถทำประกันสุขภาพได้แล้ว/strong/div divnbsp;/div div9 ต.ค. 2014 เว็บไซต์มิซซิมา รายงานเมื่อวันที่ 9 ตุลาคมว่า ชาวพม่าจะสามารถทำประกันสุขภาพได้แล้วในโครงการประกันสุขภาพที่ทางการพม่าจะเริ่มให้มีการบริการแก่ประชาชนในช่วงต้นปีหน้า โดยจะเริ่มนำร่องที่นครย่างกุ้งและเมืองมัณฑะเลย์ของพม่า ก่อนที่จะให้มีการบริการเต็มสูบครอบคลุมทุกพื้นที่/div divnbsp;/div divปัจจุบันการทำประกันในพม่ามีครอบคลุมการทำประกันไฟไหม้ รถยนต์และอสังหาริมทรัพย์ แต่ยังไม่มีการประกันด้านสุขภาพ เมื่อผู้ที่เจ็บป่วยต้องเข้าโรงพยาบาลก็จะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลสูง ซึ่งก็เป็นภาระหนักสำหรับผู้เจ็บป่วยที่มีรายได้น้อย แต่การมีโครงการประกันสุขภาพก็จะช่วยดูแลสิทธิประโยชน์และชดเชยค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของผู้ทำประกัน/div divnbsp;/div divโดยขณะนี้คณะทำงานที่มีตัวแทนจากบริษัทประกันภัยของเอกชนในพม่าจำนวน 12 บริษัท กระทรวงสาธารณสุข สมาคมโรงพยาบาลเอกชนและกรมสวัสดิการสังคมของพม่ากำลังร่วมกันทำงานเพื่อทำให้โครงการประกันสุขภาพนี้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม/div divnbsp;/div divstrong“โนเกีย-ยาฮู” ลดพนักงาน ปิดโรงงานในอินเดียแล้ว/strong/div divnbsp;/div div9 ต.ค. 2014 ไมโครซอฟท์แจ้งว่า ข้อตกลงที่ทำไว้กับทางโนเกียจะมีผลให้ต้องยุติการผลิตในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ และเมื่อไม่มีออเดอร์จากทางไมโครซอฟท์ โนเกียก็จำเป็นต้องยุติการผลิตโทรศัพท์มือถือในโรงงาน Sriperumbudur” พร้อมกันนั้น ทางโนเกียยังได้แถลงด้วยว่า เป็นเพราะปัญหาด้านภาษีทำให้โนเกียไม่สามารถสร้างโอกาสให้แก่โรงงานนี้ได้ดีกว่าที่เป็นอยู่/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divสำหรับการดำเนินการดังกล่าวเป็นการทำตามแผนที่ได้ประกาศไว้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมของไมโครซอฟท์ ว่า ไมโครซอฟท์จะลดพนักงานลง 18,000 ตำแหน่ง รวมถึงพนักงาน 12,500 ตำแหน่งที่โอนมาจากโนเกียด้วย/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divสำหรับโรงงาน Chennai นั้นอาจกล่าวได้ว่าเป็นโรงงานผลิตโทรศัพท์มือถือที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีพนักงานทำงานทั้งสิ้น 6,600 คน แต่ในการขายให้แก่ไมโครซอฟท์ โนเกียพบปัญหาด้านภาษีจึงทำให้ไม่สามารถขายโรงงานในส่วนนี้ให้ได้ ซึ่งในเดือนเมษายนที่ผ่านมา โนเกียได้เคยเสนอแผนทางเลือกให้แก่พนักงาน เช่น ขออาสาสมัครลาออกจากงาน ฯลฯ และมีผู้รับข้อเสนอทั้งสิ้น 5,700 คน ส่วนที่เหลืออีก 900 คน คือผู้ที่ต้องประสบชะตากรรมกลายเป็นคนตกงานหลังไมโครซอฟท์ยุติการจ้างผลิต ซึ่งขณะนี้พนักงาน 900 คน อยู่ระหว่างการเตรียมดำเนินการตามกฎหมายต่อบริษัท/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divทางโนเกียเผยด้วยว่า ได้แจ้งเรื่องการปิดโรงงานให้แก่ผู้ถือหุ้น และคณะกรรมการแรงงานได้รับทราบแล้ว ขณะนี้ทางบริษัทพยายามหาทางออกที่สร้างผลกระทบน้อยที่สุดต่อพนักงานที่ทำงานในโรงงานดังกล่าว และจะเปิดเผยข้อมูลอีกครั้งเมื่อได้ข้อสรุป/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divไม่เพียงโนเกีย แต่ยักษ์ใหญ่อย่างยาฮู (Yahoo) ก็มีแผนจะลดพนักงานในเมืองบังกาลอร์ของอินเดียลงด้วยเช่นกัน ทั้งๆ ที่ฐานในอินเดียอาจถือได้ว่าเป็นฐานที่ใหญ่มากของยาฮู โดยทางผู้บริหารของยาฮูให้ความเห็นว่า ต้องการรวมบริษัทให้อยู่ใกล้กันมากขึ้น และมีสำนักงานที่ตั้งอยู่ข้างนอกเพียงไม่กี่ออฟฟิศ/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divสำหรับพนักงานที่จะถูกปรับลด คาดว่ามีทั้งสิ้น 400 ตำแหน่ง และงานบางชนิดก็จะย้ายไปทำที่สำนักงานใหญ่ของยาฮู ใน Sunnyvale แคลิฟอร์เนีย ยาฮู ทิ้งท้ายด้วยว่า นี่เป็นการตัดสินใจเพื่อให้บริษัทสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน/div divnbsp;/div divstrongแรงงานกัมพูชารวมตัวครั้งใหญ่ชุมนุมประท้วงร้องเพิ่มค่าแรง/strong/div divnbsp;/div div13 ต.ค. 2014 แรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปมากกว่า 1,000 คน รวมตัวกันในกรุงพนมเปญ วานนี้ (12) เดินขบวนผ่านย่านใจกลางเมือง เรียกร้องการปรับเพิ่มค่าแรงจากบรรดาโรงงานต่างๆ ที่นับว่าเป็นการชุมนุมประท้วงของภาคอุตสาหกรรมตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปครั้งใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง ตั้งแต่ครั้งที่เจ้าหน้าที่ได้ปราบปรามการชุมนุมเรียกร้องปรับเพิ่มค่าแรงในเดือนม.ค./div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divสหภาพแรงงาน 6 กลุ่ม รวมตัวกันจัดการชุมนุมด้วยวัตถุประสงค์ที่จะสร้างแรงกดดันต่อรัฐบาลเพื่อขออนุมัติปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำของภาคอุตสาหกรรมส่วนนี้ จากในปัจจุบันค่าแรงอยู่ที่ 100 ดอลลาร์ต่อเดือน คณะกรรมการที่ปรึกษาแรงงาน ประกอบด้วย ตัวแทนจากภาครัฐ โรงงาน และสหภาพแรงงาน กำหนดที่จะออกคำแนะนำต่อรัฐบาลในเดือนหน้า โดยอัตราค่าจ้างขั้นใหม่จะมีผลในเดือน ม.ค./div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divแรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปจากกรุงพนมเปญ และจังหวัดข้างเคียงรวมตัวกันที่สวนสาธารณะเสรีภาพ พร้อมสวมเสื้อสีชมพูมีข้อความระบุว่า “เราต้องการค่าแรงที่เหมาะสม” ในเช้าวันอาทิตย์ (12) ก่อนเริ่มเดินขบวน/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div div“เราเรียกร้องค่าแรงที่เหมาะสมเพราะเราต้องการความเป็นอยู่ที่ดี สุขภาพที่ดี และให้ลูกหลานของเราไปเรียนหนังสือได้” ตัวแทนจากสมาคมสหภาพสิ่งทออิสระแห่งชาติในกัมพูชา กล่าวต่อผู้ชุมนุม/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divเมื่อเดือนก่อน องค์การแรงงานระหว่างประเทศ ระบุว่า จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างเมื่อไม่นานนี้กับแรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปของกัมพูชา 600,000 คน พบว่า 2 ใน 3 ของแรงงาน มีภาวะขาดสารอาหาร และมากกว่า 40% เป็นโรคโลหิตจาง และ15.7% มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div div“เราเข้าร่วมการชุมนุมประท้วงเพราะเราไม่สามารถอยู่ได้ด้วยค่าแรงจำนวนเท่านี้ เราต้องจ่ายค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าเช่าบ้าน และค่าอาหาร และยังต้องส่งเงินกลับบ้านด้วย บางครั้งเราต้องยืมเงินคนอื่นเพื่อมาใช้จ่ายเวลาที่เราเจ็บป่วย” แรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปจากกรุงพนมเปญ กล่าว/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divแรงงานเดินขบวนจากสวนเสรีภาพไปยังสถานทูตสหรัฐฯ และสำนักงานสหภาพยุโรปเพื่อส่งคำร้องเรียกร้องให้รัฐบาลต่างชาติกดดันรัฐบาลกัมพูชาเพื่อพิจารณาอนุมัติปรับเพิ่มค่าแรง และสหภาพแรงงานยังต้องการให้สินค้าแบรนด์สหรัฐฯ และยุโรปที่ซื้อจากกัมพูชาปรับเพิ่มราคาที่จ่ายให้แก่โรงงานของกัมพูชา เพื่อช่วยให้การปรับค่าแรงแก่บรรดาแรงงานนั้นมีความเป็นไปได้มากขึ้น/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divขณะเดียวกัน ที่ด้านนอกอาคารรัฐสภา แรงงานได้ยื่นคำร้องต่อสมาชิกรัฐสภาของพรรค CNRP และพรรค CPP ที่ให้คำมั่นว่าจะช่วยเหลือ โดยสมาชิกรัฐสภาของพรรค CNRP ที่เป็นหัวหน้าคณะกรรมาธิการแรงงานของรัฐสภา กล่าวต่อแรงงานว่า มีคำเชิญไปยังรัฐมนตรีกระทรวงแรงงานเพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับค่าแรงขั้นต่ำ และประเด็นปัญหาแรงงานอื่นๆ ในวันอังคารนี้ (14) แต่ยังไม่ได้รับคำตอบ/div divnbsp;/div divstrongพม่ากดดัน ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ ยกเลิกวีซ่าแรงงาน/strong/div divnbsp;/div div14 ต.ค. 2014 เว็บไซต์ข่าวของเมียนมาร์ "Mizzima" รายงานว่า นาย อู เนียง นึง ฮาน (U Naung Naung Han) เลขานุการองค์การการท่องเที่ยวของเมียนมาร์ เปิดเผยว่า ขณะนี้รัฐบาลเมียนมาร์กำลังพิจารณาการลงนามข้อตกลงร่วมกัน เพื่อมุ่งจุดประสงค์ไปที่การยกเลิกวีซ่าสำหรับแรงงานพม่า เช่นที่ผ่านที่ได้ยกเลิกใน 5 ประเทศเพื่อนบ้านที่ร่วมภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้/div divnbsp;/div divนอกจากนี้ นายอูกล่าวเพิ่มว่า เมียนมาร์ต้องเผชิญกับปัญหาการยื่นขอวีซ่า เพื่อเข้ามาทำงานต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ซึ่งเริ่มเข้มงวดมากขึ้นเกี่ยวกับปัญหาความเคลื่อนไหวของแรงงานพม่า/div divnbsp;/div divทั้งนี้ ในฐานะที่เมียนมาร์เป็นประธานอาเซียนในปีนี้ จึงใคร่ครวญและสร้างความกดดันต่อหลาย ๆ ประเทศที่กล่าวมาข้างต้น ให้มีการพิจารณาการยกเลิกวิซ่าเพื่อแรงงานพม่า และสร้างความผ่อนปรนมากขึ้นนั่นเอง/div divnbsp;/div divและล่าสุด ทางกระทรวงการต่างประเทศของเมียนมาร์ ออกมาแถลงการณ์ว่า ปัจจุบันเมียนมาร์ได้ลงนามข้อตกลงยกเลิกวีซ่าเพื่อแรงงาน ร่วมกับประเทศกัมพูชา ลาว อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนามnbsp;/div divnbsp;/div divstrongรัฐมนตรีคลังสหภาพยุโรปสนับสนุนมาตรการลงทุนเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ/strong/div divnbsp;/div div15 ต.ค. 2014 รัฐมนตรีคลังของสหภาพยุโรปซึ่งเสร็จสิ้นการประชุมที่ประเทศลักเซมเบิร์กสนับสนุนมาตรการลงทุนจากภาครัฐเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ฝรั่งเศสกับเยอรมนียังมีท่าทีที่แตกต่างกัน ในเรื่องนโยบายเพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษกิจ ขณะเดียวกันก็มีความกังวลเพิ่มขึ้นว่าเศรษฐกิจของกลุ่มยุโรปโซน 18 ประเทศอาจกลับสู่ภาวะถดถอยอีกครั้งได้จากปัญหาเศรษฐกิจในสองประเทศสมาชิกที่สำคัญ เพราะเยอรมนีเพิ่งประกาศลดประมาณการณ์ทางเศรษฐกิจสำหรับปีนี้และปีหน้าลงอย่างมาก ในขณะที่ฝรั่งเศสก็มีปัญหาว่างงานในระดับสูงมากเช่นกัน และคาดว่าร่างงบประมาณประจำปี 2558 ของฝรั่งเศสจะถูกปฏิเสธโดยสหภาพยุโรปเพราะเชื่อว่าฝรั่งเศสจะไม่สามารถทำตามเป้าของสหภาพยุโรป เรื่องการรักษาวินัยด้านการคลังที่กำหนดการขาดดุลงบประมาณไม่ให้เกิน 3% เป็นครั้งที่สองด้วย/div divnbsp;/div divนาย Jean Tirole นักเศรษฐศาสตร์ชาวฝรั่งเศสผู้เพิ่งได้รางวัลโนเบลให้ความเห็นว่า ฝรั่งเศสควรต้องดำเนินการปฏิรูปหลายด้าน โดยเรื่องหนึ่งนั้นคือการปฏิรูปตลาดแรงงาน เพราะขณะนี้การปฏิรูปดังกล่าวของฝรั่งเศสยังไม่ประสบความสำเร็จเหมือนในเยอรมนีและกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย/div divnbsp;/div divstrongอินโดนีเซียเตรียมระบบประกันสังคมอให้กับแรงงานท้องถิ่นทั้งหมด 20.7 ล้านคนในปีหน้า/strong/div divnbsp;/div div16 ต.ค. 2014 เจ้าหน้าที่อาวุโส ในสำนักงานประกันสังคมอินโดนีเซีย หรือ บีพีเจเอส "นายเอลวิน จี มาซาสยา" กล่าวว่า ปัจจุบัน บีพีเจเอสมีเงินประกันสังคมภายใต้การบริหารจัดการทั้งหมด 177 ล้านล้านรูเปียะห์ จากการให้บริการแรงงาน 15.4 ล้านคนจาก 218,000 บริษัท ซึ่งราว 70% ในจำนวนนี้เป็นวิสาหกิจขนาดกลาง และเล็ก หรือเอสเอ็มอี/div divnbsp;/div divผลประโยชน์ที่แรงงานได้รับจากบีพีเจเอสในขณะนี้ รวมถึง ประกันชีวิต เงินบำนาญ และประกันอุบัติเหตุขณะทำงาน ซึ่งตั้งแต่ปีหน้า ประกันสังคมจะเริ่มโครงการเงินบำนาญสำหรับแรงงานในภาคเอกชน โดยกรุงจาการ์ตา จะเป็นพื้นที่แรกที่ได้รับการจัดหาสวัสดิการอย่างเต็มรูปแบบ/div divnbsp;/div divทั้งนี้ บีพีจีเอส จัดตั้งกองทุนเพื่อคนงานขึ้นเมื่อปีที่แล้ว พร้อมกับกองทุนบีพีเจเอสเพื่อสาธารณสุข ทั้งสองโครงการถูกออกแบบขึ้นให้เป็นสัญลักษณ์ของการประกันสังคมภายใต้โครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือเจเคเอ็น รองรับข้าราชการพลเรือน ข้าราชการบำนาญ ตำรวจ ทหาร ทหารผ่านศึกและครอบครัว บริษัทเอกชนและบุคคลทั่วไป/div divnbsp;/div divstrongผลสำรวจชี้ ช่องว่างทางเพศช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะในระบบการศึกษาและตลาดแรงงาน/strong/div divnbsp;/div div16 ต.ค. 2014 บริษัทที่ปรึกษาบอสตัน คอนซัลติง กรุ๊ป เผยรายงาน ที่จัดทำขึ้นสำหรับการประชุมสตรีสำหรับเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งแสดงให้เห็นว่า เด็กอายุระหว่าง 6-11 ปี ที่ได้เข้าเรียนชั้นประถมศึกษา คิดเป็นสัดส่วนถึง 91% ของเด็กในวัยนี้ทั่วโลกแล้ว และดัชนีความเสมอภาคระหว่างหญิงชายของสหประชาชาติหรือยูเอ็นชี้ว่า ถึงแม้ในปี 2543 จะมีอัตราเด็กผู้หญิงเข้าเรียน 95 คนต่อเด็กผู้ชาย 100 คน แต่ปัจจุบัน อัตราเข้าเรียนของเด็กผู้หญิงได้เพิ่มขึ้นเป็น 98 คนแล้ว อย่างไรก็ตาม จำนวนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษายังคงล้าหลังสำหรับทั้งสองเพศ โดยเด็กผู้หญิงยังคงมีแนวโน้มเข้าเรียนน้อยกว่า/div divnbsp;/div divขณะที่ในกลุ่มประเทศองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาหรือโออีซีดี ยังคงมีช่องว่างขนาดใหญ่ในวิชาสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ ในระดับอุดมศึกษา และมีผู้หญิงที่เรียนสาขาวิทยาศาสตร์เพียง 43% ที่จะไปทำงานในสายฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ หรือวิศวกรรม เทียบกับผู้ชายที่มี 71% และคาดว่าทั้ง 4 สาขาวิชาจะต้องเผชิญกับการขาดแคลนแรงงานในอนาคต เนื่องจากอัตราวัยเกษียณเพิ่มขึ้นและอัตราการเกิดลดลงในประเทศพัฒนาแล้ว/div divnbsp;/div divอย่างไรก็ดี รายงานระบุว่า หากมีผู้หญิงเข้าศึกษา เท่ากับผู้ชายใน 4 สาขาวิชาเหล่านี้ในระดับอุดมศึกษา จะทำให้มีผู้หญิงได้งานในสาขาวิชาชีพเหล่านี้เพิ่มขึ้นถึง 4 ล้านคน ภายในปี 2568 นอกจากนี้ ในตลาดแรงงานทั่วโลกก็มีช่องว่างระหว่างเพศลดลง โดยเพิ่มจาก 54% ในปี 2543 มาอยู่ที่ 57% ในปี 2555/div divnbsp;/div divรายงานชี้อีกว่า จำนวนผู้หญิงที่ทำธุรกิจก็เพิ่มขึ้นด้วย เห็นได้จากในปี 2554 ที่มีผู้หญิงทำธุรกิจ 41% เทียบกับปี 2547 ที่มีเพียง 35% และถึงแม้อัตราการมีส่วนร่วมของผู้หญิงทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น แต่บางประเทศยังมีอัตราดังกล่าวลดลงในตลาดแรงงาน เช่น อินเดีย ที่ลดลงจาก 36% เหลือ 30% จีน ที่ลดจาก 77% เหลือ 70% และสหรัฐ ที่ลดจาก 70% เหลือ 67%/div divnbsp;/div divstrongคนขับรถไฟเยอรมนีผละงานครั้งใหญ่สุดในรอบหลายปี/strong/div divnbsp;/div div18 ต.ค. 2014 ผู้ใช้บริการรถไฟในเยอรมนีประสบกับความล่าช้าและความวุ่นวายในวันนี้ ซึ่งเป็นช่วงที่มีการเดินทางสุดสัปดาห์จอแจที่สุดช่วงหนึ่งของฤดูใบไม้ร่วง เนื่องจากสหภาพพนักงานขับรถไฟเริ่มการหยุดงานประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี/div divnbsp;/div divการรถไฟเยอรมนี ออกแถลงการณ์ว่า ขณะนี้บริการรถไฟสายหลักให้บริการได้เพียง 1 ใน 3 เท่านั้น และจะพยายามรักษาบริการเส้นทางภูมิภาคและในเมืองไว้ให้ได้ร้อยละ 30 หลังจากสหภาพพนักงานขับรถไฟเริ่มหยุดงานประท้วงครั้งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่ปี 2551 โดยได้ขอให้สมาชิกเริ่มหยุดงานตั้งแต่เวลา 15.00 น. วันศุกร์ ตามเวลาท้องถิ่น (20.00 น. วันศุกร์ ตามเวลาในไทย) สำหรับบริการขนส่งสินค้า และเริ่มหยุดงานตั้งแต่เวลา 02.00 น. วันนี้ ตามเวลาท้องถิ่น (07.00 น. วันนี้ ตามเวลาในไทย) สำหรับบริการรถไฟโดยสารระยะไกลและภูมิภาค กำหนดสิ้นสุดการหยุดงานในเวลา 04.00 น. วันจันทร์ ตามเวลาท้องถิ่น (09.00 น. วันจันทร์ ตามเวลาในไทย)/div divnbsp;/div divการหยุดงานประท้วงนี้มีขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ที่มีการเดินทางจอแจที่สุดช่วงหนึ่งของฤดูใบไม้ร่วงในเยอรมนี เพราะเป็นช่วงปิดภาคเรียน สหภาพพนักงานคนขับรถไฟกล่าวหาการรถไฟว่า ขัดขวางการเจรจาเรียกร้องขึ้นค่าแรงร้อยละ 5 และลดชั่วโมงการทำงานจากสัปดาห์ละ 39 ชั่วโมง เหลือ 37 ชั่วโมง ด้านการรถไฟเยอรมนีตำหนิการหยุดงานครั้งใหม่ ซึ่งเป็นครั้งที่ 5 ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ ว่า การหยุดงานนาน 50 ชั่วโมง ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ถือเป็นการกระทำที่เกินไป สหภาพและประธานสหภาพฯ กระหายอำนาจโดยไม่สนใจผลประโยชน์ของพนักงานขับรถไฟและผู้โดยสาร/div divnbsp;/div divstrongองค์การนิรโทษฯ จวกการล่วงละเมิดสิทธิ “แรงงานต่างด้าว” ในภาคเกษตรกรรมเกาหลีใต้/strong/div divnbsp;/div div20 ต.ค. 2014 แรงงานต่างด้าวที่เข้าไปทำงานตามฟาร์มเกษตรกรรมของเกาหลีใต้ตกเป็นเหยื่อการล่วงละเมิดอย่างรุนแรง ภายใต้ระบบการออกใบอนุญาตทำงานซึ่งเปิดช่องให้นายจ้างสามารถฉวยโอกาสกับแรงงานเหล่านี้ได้ ถือว่าเป็นเรื่อง “น่าละอาย” องค์การนิรโทษกรรมสากล (เอไอ) ระบุในรายงานซึ่งเผยแพร่วันนี้ (20 ต.ค.)/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divผู้ตรวจการพิเศษสหประชาชาติว่าด้วยการเหยียดผิว (UN's special rapporteur on racism) ซึ่งได้เดินทางไปปฏิบัติภารกิจในเกาหลีใต้ ยังเอ่ยถึง “ปัญหาร้ายแรง” ที่คนต่างด้าวซึ่งเป็นแรงงานไร้ฝีมือและได้ค่าจ้างเพียงน้อยนิดต้องเผชิญ/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divรายงานของเอไอ เรื่อง “การเก็บเกี่ยวผลผลิตที่ขมขื่น” (Bitter Harvest) ซึ่งสรุปจากการสัมภาษณ์แรงงานต่างด้าวหลายสิบชีวิตตามฟาร์มเกษตกรรมทั่วเกาหลีใต้ เผยข้อมูลเกี่ยวกับการข่มขู่และใช้ความรุนแรง การใช้ให้ทำงานเกินเวลา และที่อยู่อาศัยซึ่งสกปรกซอมซ่อ/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div div“การแสวงหาผลประโยชน์จากคนงานต่างด้าวในภาคเกษตรกรรมถือเป็นรอยด่างที่บั่นทอนภาพลักษณ์ของเกาหลีใต้” นอร์มา กัง มุยโก นักวิจัยด้านสิทธิแรงงานต่างด้าวในเอเชีย-แปซิฟิกของ เอไอระบุ/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div div“รัฐบาลเกาหลีใต้ได้สร้างระบบอันน่าละอาย ซึ่งเปิดโอกาสให้การค้ามนุษย์เพื่อฉกฉวยผลประโยชน์ และการบังคับใช้แรงงานสามารถเฟื่องฟูขึ้นมาได้... ในทางกลับกัน หากพลเมืองเกาหลีใต้ตกเป็นเหยื่อการล่วงละเมิดอย่างนี้บ้าง พวกเขาต้องไม่ยอมแน่นอน” เธอกล่าว/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divจากข้อมูลในปี 2013 มีแรงงานต่างด้าวเข้าไปทำงานในเกาหลีใต้ประมาณ 250,000 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานภาคเกษตรกรรมราว 20,000 คน/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divแรงงานเหล่านี้ทำสัญญาว่าจ้างภายใต้ระบบการอนุญาตจ้างงาน (Employment Permit System –EPS) ของรัฐบาลเกาหลีใต้ ซึ่งเอไอชี้ว่ามีรายละเอียดที่เอื้อผลประโยชน์ต่อนายจ้างมากเกินไป จนทำให้แรงงานต่างด้าวตกอยู่ในความเสี่ยง และไม่ได้รับการปกป้องทางกฎหมายอย่างเพียงพอ/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divในขณะที่นางจ้างสามารถไล่คนงานออกได้ตามใจชอบ แรงงานซึ่งส่วนใหญ่มาจากกัมพูชา เนปาล และเวียดนาม จะสามารถเปลี่ยนงานได้ก็ต่อเมื่อนายจ้างยอมเซ็นใบอนุญาตปล่อยตัวเท่านั้น เนื่องจากแรงงานส่วนใหญ่ต้องกู้หนี้ยืมสินเพื่อเดินทางจากบ้านเกิดมาหางานทำในเกาหลีใต้ การตกงานจึงถือเป็นเรื่องใหญ่ และทำให้พวกเขาแทบจะไม่มีอำนาจต่อรองใดๆ เลย/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div div“ระบบอีพีเอสของเกาหลีใต้ทำให้ชีวิตของแรงงานต่างด้าวต้องขึ้นอยู่กับความเมตตาของนายจ้าง ซึ่งบางรายก็ไม่ซื่อสัตย์ และถือโอกาสแสวงหาผลประโยชน์จากเงื่อนไขจ้างงานที่จำกัดสิทธิของแรงงานในการเปลี่ยนงาน” มุยโกระบุ/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divรายงานฉบับนี้ยังอ้างถึงการ “สมรู้ร่วมคิด” จากฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐเองด้วย เพราะเมื่อแรงงานที่ถูกล่วงละเมิดเข้าไปร้องเรียนเพื่อขอความช่วยเหลือ ก็มักจะถูกทางการโน้มน้าวให้หยุดดำเนินการเสีย/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divคนงานชาวกัมพูชาวัย 25 ปีรายหนึ่งเผยกับเอไอว่า เขาเคยไปที่ศูนย์จ้างงานของรัฐบาลเกาหลีใต้พร้อมกับคลิปในโทรศัพท์มือถือที่บันทึกภาพนายจ้างกำลังทุบตีเขา/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div div“เจ้าหน้าที่รับเรื่องร้องเรียนบอกผมว่า เป็นความผิดผมเองที่ตัดกะหล่ำปลีผิดวิธี... เธอบอกให้ผมรีบกลับไปหานายจ้างและขอโทษเสีย”/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divด้วยอัตราความชราภาพที่สูงขึ้นและการหลั่งไหลเข้าสู่เมืองของคนรุ่นใหม่ๆ เกาหลีใต้จึงต้องพึ่งพาแรงงานต่างด้าวมาเติมเต็มตำแหน่งงานที่ขาดแคลนในภาคการเกษตร การประมง และการก่อสร้าง/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divเอไอ เรียกร้องให้รัฐบาลโซลหามาตรการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของแรงงานทั้งในด้านชั่วโมงทำงานและวันหยุดพักผ่อน รวมถึงอนุญาตให้พวกเขาสามารถเปลี่ยนงานได้ โดยไม่ต้องรอให้นายจ้างเซ็นใบปล่อยตัว/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divมาทูมา รูทีรี ผู้ตรวจการพิเศษสหประชาชาติ ก็ได้อ้างถึงปัญหาของระบบอีพีเอสระหว่างการเยือนเกาหลีใต้เมื่อต้นเดือนตุลาคมเช่นกัน โดยชี้ว่านอกจากแรงงานต่างด้าวจะได้ค่าจ้างต่ำกว่ามาตรฐานแล้ว “ส่วนใหญ่ยังถูกแบ่งแยกกีดกัน ถูกดุด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย และถูกทำร้ายร่างกายด้วย”nbsp;/div divnbsp;/div divstrongแรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปชาวกัมพูชาได้รับบาดเจ็บ 4 คน หลังพื้นโรงงานพังถล่ม/strong/div divnbsp;/div div21 ต.ค. 2014 แรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปชาวกัมพูชาได้รับบาดเจ็บ 4 คน หลังพื้นโรงงานพังถล่มลงในบ่อที่อยู่ใต้โรงงาน ตามการรายงงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่น/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันนี้ (21) ที่โรงงาน Nishiku Enterprise ใน จ.ตาแก้ว ทางภาคใต้ของประเทศ และแรงงานที่ประสบเหตุถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ระบุว่า มีแรงงานเพียงแค่ 4 คน ที่ได้รับบาดเจ็บ หลังพื้นโรงงานบางส่วนพังถล่มลงไปในบ่อน้ำที่สร้างอยู่ใต้โรงงาน และว่าเหตุที่เกิดขึ้นเป็นเพราะพื้นคอนกรีตของโรงงานสร้างโดยไม่มีเหล็ก/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divข้อมูลที่ระบุอยู่บนเว็บไซต์ของสมาคมผู้ผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปในกัมพูชาแจ้งว่า โรงงานแห่งนี้เป็นโรงงานผลิตกางเกง มีแรงงานทำงานอยู่ 1,200 คน/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divนับเป็นครั้งที่ 3 ที่เกิดอุบัติเหตุขึ้นภายในโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปในรอบ 2 ปี ก่อนหน้านี้เมื่อเดือน พ.ค.2556 เกิดเหตุเพดานคอนกรีตโรงงานรองเท้าวิงสตาร์ถล่ม ทำให้แรงงานเสียชีวิต 2 คน และได้รับบาดเจ็บสาหัส 9 คน และในเดือนเดียวกันนั้น ยังเกิดเหตุศาลาพักร้อนของโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปท็อปเวิลด์ถล่มลงในสระน้ำ ทำให้แรงงานได้รับบาดเจ็บ 23 คน/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divอุตสาหกรรมตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปเป็นแหล่งรายได้จากต่างชาติใหญ่ที่สุดของกัมพูชา มีสัดส่วนมากกว่า 80% ของการส่งออกทั้งหมดของประเทศ และรายงานของกระทรวงแรงงาน ระบุว่า ภาคส่วนนี้มีโรงงานทั้งหมด 960 โรง และมีการจ้างแรงงานราว 620,000 คน/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา อุตสาหกรรมตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปส่งออกสินค้าทำรายได้ 3,990 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน/div divnbsp;/div divstrongบอสอินเดีย ใจป้ำ ! แจกโบนัส เก๋ง-คอนโด-เพชร ให้พนักงานไม่อั้น/strong/div divnbsp;/div div21 ต.ค. 2014 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายซาฟจิบฮาย โดลาเกีย เศรษฐี และนักธุรกิจชาวอินเดีย ซึ่งเป็นประธานบริษัทส่งออกเพชร ‘Hari Krishna Export’ ใจป้ำสุดๆ แจกโบนัสพนักงานกว่าพันคนแบบไม่อั้น แถมของรางวัลยังแพงระยับ เพราะมีทั้งรถเก๋งยี่ห้อเฟียตถึง 491 คัน ที่จะมอบเป็นของขวัญ ให้แก่พนักงาน 491 คน, เครื่องประดับเพชรให้พนักงานกว่า 600 คน และสำหรับพนักงานจำนวน 200 คนที่ดวงเฮงสุดๆ จะได้รับอพาร์ตเมนต์ ขนาด 2 ห้องนอน เป็นของขวัญอีกด้วย หลังจากปีที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้จากการส่งออกเพชรให้แก่ลูกค้าในประเทศต่างๆ คิดเป็นเงินกว่าพันล้านดอลลาร์ หรือ 32,000 ล้านบาทnbsp;/div divnbsp;/div divสำหรับการแจกของรางวัลให้แก่พนักงานบริษัทกว่าพันคน ของ นายโดลาเกีย ประธานบริษัทสุดใจดีในครั้งนี้ ยังเลือกให้ตรงกับช่วงเทศกาล Diwali ของอินเดีย ซึ่งเป็นเทศกาลที่เหมือนกับเทศกาลคริสต์มาสของชาวตะวันตก ซึ่งในเทศกาลนี้ ชาวอินเดียจะให้ของขวัญเล็กๆ น้อยๆ แก่เพื่อนสนิท คนในครอบครัว และญาติพี่น้อง/div divnbsp;/div divstrongสวิสยกเลิกวีซ่า ‘นางระบำเปลื้องผ้า’ นอกอียูเข้าประเทศ/strong/div divnbsp;/div div23 ต.ค. 2014 รัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์ประกาศหยุดให้วีซ่าเข้าประเทศแก่แรงงานต่างชาติภาคพิเศษอาชีพนักเต้นระบำเปลื้องผ้าตามไนท์คลับ ซึ่งแรงงานสาวต่างชาติจำนวนมากไปจากรัสเซีย สาธารณรัฐโดมินิกันและจากเมืองไทย โดยคำสั่งดังกล่าวจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ปี 2559 โดยอนุญาตให้เฉพาะสตรีจากชาติสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) เท่านั้น ที่สามารถขอวีซ่าเข้าไปทำงานนางระบำเปลื้องผ้าในสวิตเซอร์แลนด์ได้/div divnbsp;/div divด้าน นางซิโมเนตตา ซอมมารูกา รมว.ยุติธรรมสวิตเซอร์แลนด์ให้เหตุผลระงับวีซ่าดังกล่าวหลังได้ศึกษาเชิงลึกแล้วพบว่าวีซ่าประเภทนี้แก้ปัญหาการแสวงประโยชน์ทางเพศจากแรงงานเหล่านั้นไม่ได้ ผู้หญิงจำนวนมากถูกบังคับให้ดื่มแอลกอฮอล์และค้าประเวณี ซึ่งวิธีการแยบยลเหล่านั้นยากจะพิสูจน์ความจริงประจักษ์/div divnbsp;/div divทั้งนี้ กฎหมายอนุญาตนางระบำเปลื้องผ้าต่างชาติเข้าประเทศในสวิตเซอร์แลนด์ เริ่มมีมาตั้งแต่ปี 2538 หวังปกป้องแรงงานสตรีต่างชาติจากการถูกบังคับค้าประเวณี แต่บทสรุปกลับแก้ปัญหาเหล่านั้นไม่ได้ ดังนั้น รัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์จึงจำเป็นต้องยกเลิกวีซ่าเข้าประเทศประเภทนี้ที่มีระยะเวลาทำงานนาน 8 เดือน โดยให้เหลือเพียงวีซ่าประเภท C คืออนุญาตแรงงานนางระบำเปลื้องผ้าจากชาติยุโรปเท่านั้นและจะบังคับใช้วีซ่าประเภท B ซึ่งต้องต่อวีซ่าทุกปีลำดับต่อไป อย่างไรก็ตาม เหล่านักสิทธิมนุษยชนเตือนว่ามาตรการใหม่นี้อาจยิ่งผลักดันแรงงานนางระบำเปลื้องผ้าต่างชาติหันไปทำงานอย่างผิดกฎหมายมากขึ้นอีก/div divnbsp;/div divstrongลอยด์แบงก์จ่อปลดพนักงาน 9,000 คน/strong/div divnbsp;/div div23 ต.ค. 2014 สำนักข่าวสกายนิวส์ รายงานอ้างแหล่งข่าวไม่เปิดเผยชื่อว่า ลอยด์ แบงก์กิง กรุ๊ป ธนาคารชั้นนำสัญชาติอังกฤษ เตรียมลดพนักงานประมาณ 9,000 ตำแหน่ง หรือประมาณ 1 ใน 10 ของพนักงานทั้งหมดของธนาคารที่มีอยู่ทั่วโลกในระยะ 3 ปีข้างหน้า ด้านโฆษกหญิงของลอยด์แบงก์ ซึ่งปฏิเสธที่จะให้ความเห็นต่อรายงานข่าวชิ้นนี้ ระบุว่า ธนาคารมีกำหนดจะเปิดเผยผลประกอบการไตรมาสสามและกลยุทธทางธุรกิจในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ นับตั้งแต่เกิดวิกฤติการเงิน ธนาคารชั้นนำของอังกฤษแห่งนี้ ปรับโครงสร้างองค์กรให้มีขนาดเล็กลงและปลดพนักงานมาแล้วหลายพันคน/div divnbsp;/div divstrongผลวิจัยชี้ผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่เตรียมทิ้ง “จีน” กลับไปตั้งฐานผลิตในสหรัฐฯ/strong/div divnbsp;/div div23 ต.ค. 2014 บริษัทผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่ของโลกกำลังหันหลังให้ “จีน” และทยอยย้ายกลับไปตั้งฐานการผลิตในสหรัฐฯ ซึ่งหาแรงงานฝีมือได้ง่ายกว่า รายงานจากบริษัทที่ปรึกษา บอสตัน คอนซัลติง กรุป (บีซีจี) เผยวันนี้ (23 ต.ค.)/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divจากการสอบถามผู้บริหารระดับสูงของบริษัทใหญ่ๆ ในสหรัฐฯ ที่มียอดจำหน่ายสินค้าไม่ต่ำกว่าปีละ 1,000 ล้านดอลลาร์ พบว่า จำนวนผู้ตอบคำถามที่ยอมรับว่าบริษัทของพวกเขากำลังย้ายฐานการผลิตกลับมาสู่อเมริกาเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 20 จากเมื่อปีที่แล้ว/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divคณะนักวิจัยซึ่งเก็บข้อมูลเมื่อเดือนสิงหาคมได้ตั้งคำถามกับผู้บริหารของบริษัทต่างๆที่มีฐานการผลิตในจีนว่า“เนื่องจากค่าจ้างแรงงานในจีนมีแนวโน้มสูงขึ้น ท่านคิดว่าบริษัทของท่านจะย้ายฐานการผลิตกลับไปสหรัฐฯ หรือไม่”/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divผู้ที่ตอบว่า “ใช่ เรากำลังดำเนินการอย่างจริงจังอยู่แล้ว” เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 16 ในแบบสอบถามชุด “เมด อิน อเมริกา, อะเกน” จากสถิติเดิมร้อยละ 13 ในปีที่แล้ว และเพียงร้อยละ 7 ในการสำรวจครั้งแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2012/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divแฮโรลด์ เซอร์กิน หนึ่งในผู้เรียบเรียงงานวิจัยของบีซีจี ให้สัมภาษณ์กับเอเอฟพีว่า “ตอนนี้เรากำลังเห็นปรากฏการณ์ย้อนกลับ” หลังจากสหรัฐฯ เคยสูญเสียตำแหน่งงานมหาศาลเพราะบริษัทใหญ่ๆ ย้ายฐานการผลิตไปที่จีนหมด/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divบีซีจี ซึ่งรับให้คำปรึกษาด้านการจัดการทั่วโลก ระบุว่า การสำรวจออนไลน์ครั้งนี้ครอบคลุมอุตสาหกรรมหลากหลายประเภท ตั้งแต่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ เรื่อยไปจนถึงเครื่องจักรกลเพื่อการขนส่ง โรงกลั่นน้ำมัน เครื่องนุ่งห่ม และผลิตภัณฑ์อาหาร/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divบีซีจีระบุว่า แบบสอบถามชุดนี้มีผู้ตอบ 252 ราย เกือบทั้งหมดเป็นผู้บริหารของบริษัทซึ่งมีฐานการผลิตทั้งในสหรัฐฯและต่างประเทศ และวางจำหน่ายสินค้าเพื่อผู้บริโภคชาวอเมริกันและประเทศอื่นๆ ด้วย/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divผู้บริหารที่ตอบว่าบริษัทของพวกเขาจะ “พิจารณา” ย้านฐานการผลิตกลับมายังสหรัฐฯ ในอนาคตอันใกล้ เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 24 ขณะที่ร้อยละ 54 หรือเกินครึ่งระบุว่าพวกเขา “สนใจ” ย้ายฐานการผลิตกลับมายังอเมริกา ซึ่งเป็นสัดส่วนพอๆ กับเมื่อปีที่แล้ว/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divกว่าร้อยละ 70 ยอมรับว่า พวกเขาต้องการย้ายฐานการผลิตกลับสู่สหรัฐฯ เพราะแรงงานฝีมือหาได้ง่ายกว่า ซึ่งจำนวนผู้ที่ตอบเช่นนี้มากกว่าพวกที่อ้างเหตุผลเดียวกันเพื่อย้ายออกจากสหรัฐฯ ถึง 4 เท่าตัว/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divผู้ผลิตสินค้าเพื่อวางจำหน่ายในสหรัฐฯ เกือบ 80% ชี้ว่า การผลิตสินค้าในอเมริกาจะช่วยตัดทอนห่วงโซ่ซัพพลายเออร์ และลดค่าขนส่งได้อีกด้วย/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divผู้บริหารร้อยละ 71 บอกว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯที่ใหญ่เป็นอันดับ 1 ของโลกทำให้การประกอบธุรกิจสะดวกง่ายดาย ขณะที่ร้อยละ 75 ชี้ว่า การผลิตสินค้าในอเมริกานั้นเอื้อต่อการควบคุมกระบวนการผลิตและปรับปรุงคุณภาพ/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 72 มีแผนที่จะลงทุนด้านเครื่องจักรอัตโนมัติและเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยในระยะ 5 ปีข้างหน้า เพราะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดต้นทุน และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div div“สหรัฐฯ อยู่ในจุดที่จะได้รับประโยชน์จากบริษัทซึ่งต้องการสร้างฐานการผลิตในภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้นทุนในการซื้อเครื่องจักรมาใช้แทนแรงงานคนเริ่มถูกลง” บีซีจีระบุ/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divในส่วนของการจ้างงานก็มีแนวโน้มที่ดีเช่นกัน ผู้บริหารร้อยละ 50 คาดว่าตำแหน่งงานในภาคการผลิตของสหรัฐฯ จะเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 5% ภายใน 5 ปีหน้า และมีเพียงร้อยละ 17 เท่านั้นที่มองไปในทางตรงกันข้ามnbsp;/div divnbsp;/div divstrongฮิวแมนไรท์วอชจี้ 'ยูเออี' เลิกละเมิดสาวใช้/strong/div divnbsp;/div div24 ต.ค. 2014 ฮิวแมนไรท์วอช เรียกร้องให้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ปฏิรูประบบการออกวีซ่าที่มีความเข้มงวด และให้สาวใช้สามารถเปลี่ยนงานได้โดยไม่มีความผิด รวมทั้งแก้ไขกฎหมายแรงงานให้เพิ่มการคุ้มครองแก่ผู้ประกอบอาชีพสาวใช้ รวมทั้งจำกัดชั่วโมงการทำงานไม่ควรเกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน และมีวันหยุดอย่างน้อย 1 วันต่อสัปดาห์/div divnbsp;/div divนางสาวมาเรลี บรัว สาวใช้ชาวฟิลิปปินส์ กล่าวว่า ผู้เป็นเจ้านายซื้อตัวเธอมา เธอไม่มีสิทธิ์ปริปากบ่นใดๆ ทั้งสิ้น แต่ละเดือนเธอจะได้รับค่าจ้างเพียง 800 เดอห์แฮม หรือประมาณราว 7000 บาท น้อยกว่าในสัญญาว่าจ้างที่ระบุไว้ที่เดือนละ 1,000 เดอห์แฮม หรือประมาณ 8,800 บาท/div divnbsp;/div divส่วนสาวใช้ชาวฟิลิปปินส์อีกคน นางสาวจีนี่ อัลฟิเลอร์ บอกว่า เธอถูกแม่ของผู้ว่าจ้างรายเดิม นำเหล็กร้อนมาทาบกับต้นแขนด้านซ้าย เพราะปฏิเสธที่จะนำลูกเกดไปตากแดด ซึ่งขณะนี้กลายเป็นแผลเป็นสีดำติดตัว/div divnbsp;/div divนอกจากนี้ กลุ่มสิทธิมนุษยชนโลก ยังเรียกร้องให้สถานฑูตของแต่ละประเทศเพิ่มการตรวจสอบ และแจ้งประชาชนให้ทราบถึงสิทธิ และช่องทางการแจ้งเหตุกับสถานฑูตหากเกิดการล่วงละเมิดขึ้น/div divnbsp;/div divทั้งนี้ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีสาวใช้จากต่างชาติจำนวน 146,000 คน ส่วนใหญ่มาจากฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย อินเดีย บังคลาเทศ ศรีลังกา เนปาล และ เอธิโอเปีย/div divnbsp;/div divstrongสหภาพแรงงานอิตาลีชุมนุมประท้วงแผนยกเครื่องตลาดแรงงานของนายกฯ/strong/div divnbsp;/div div25 ต.ค. 2014 ชาวอิตาลีหลายหมื่นชุมนุมตามท้องถนนในกรุงโรมวันนี้ตามการระดมของสหภาพแรงงานใหญ่ที่สุดในประเทศ เพื่อประท้วงแผนการยกเครื่องตลาดแรงงานของนายกรัฐมนตรีมัตเตโอ เรนซี/div divnbsp;/div divผู้ประท้วงเคลื่อนขบวนไปตามท้องถนนเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีหาทางส่งเสริมการจ้างงานและคุ้มครองสิทธิของผู้ที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงาน จากนั้นผู้ประท้วงได้รวมตัวกันที่โคลอสเซียม สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของกรุงโรม ปล่อยลูกโป่งสีแดงและจุดพลุไฟสีแดง เพื่อแสดงการคัดค้านกฎหมายแรงงาน เนื่องจากนายกรัฐมนตรีเรนซีต้องการดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติด้วยการเปิดช่องให้บริษัทเลิกจ้างพนักงานได้ง่ายขึ้น จุดกระแสขัดแย้งขึ้นภายในพรรคประชาธิปไตยของเขา ซึ่งปกติแล้วมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับสหภาพแรงงาน สมาชิกพรรคโต้แย้งอย่างรุนแรงเรื่องอนาคตของมาตรา 18 ที่คุ้มครองผู้ถูกเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรม/div divnbsp;/div divอิตาลีมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสามของเขตยูโรโซน ปัจจุบันมีอัตราเยาวชนว่างงานสูงถึงร้อยละ 44.2 ขณะที่ผู้มีงานทำก็มักเป็นสัญญาจ้างชั่วคราวที่ไม่มีหลักประกันหรือสิทธิประโยชน์/div divnbsp;/div divstrongเผยอัตราว่างงานในฝรั่งเศสพุ่งสูงทำลายทำสถิติเดิม ทะยานสูงมากกว่า 3.4 ล้านคนแล้ว/strong/div divnbsp;/div div27 ต.ค. 2014 ทางการฝรั่งเศส เผยผลสำรวจอัตราการว่างงานของผู้คนในฝรั่งเศสเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา พบว่ามีอัตราการว่างงานพุ่งสูงทำสถิติใหม่ โดยมีผู้ว่างงานมากถึง 3.4 ล้านคน ขณะที่ นายฟรองซัวส์ เร็บซามอง รัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน กล่าวขณะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า อัตราว่างงานสูงขึ้นอีกร้อยละ 0.6 เมื่อเดือนกันยายน ส่งผลให้สัดส่วนของผู้ว่างงานในประเทศสูงกว่าร้อยละ 10.3 ซึ่งนับว่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์/div divnbsp;/div divstrongคนงานเหมืองในทวายประเทศพม่าประท้วงบริษัทไทย/strong/div divnbsp;/div div27 ต.ค. 2014 สำนักข่าวทวายวอท์ช (Dawei Watch) รายงานว่า คนงานกว่า 200 คนในเหมืองต่างพากันหยุดงานตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยร่วมกันลงชื่อในข้อเรียกร้อง 7 ข้อกับทางบริษัท และประกาศว่าจะนัดหยุดงานจนกว่าข้อเรียกร้องจะบรรลุผล/div divnbsp;/div divข้อเรียกร้องที่สำคัญคือ ขอให้บริษัทขึ้นค่าแรงจาก 2,000 จ๊าต (60 บาท) เป็น 8,000 จ๊าต (240 บาท) ต่อวัน หรือเท่ากับ 500 จ๊าต (15 บาท) ต่อชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งต่ำมาก ทั้งนี้ คนงานใหม่ และผู้หญิงยังได้ค่าแรงน้อยลงไปอีกคือ 1,500 จ๊าตสำหรับคนงานใหม่ และ 1,800 จ๊าต สำหรับคนงานหญิงทั่วไป/div divnbsp;/div divคนงานกล่าวว่า ในบางวันที่บริษัทจำเป็นต้องเร่งการผลิต พวกเขาต้องทำงานต่อเนื่องกันถึง 24 ชั่วโมงโดยไม่ได้หยุดพัก เนื่องจากบริษัทไม่อนุญาตให้กลับบ้าน ทั้งนี้ คนงานระบุว่าบริษัทไม่ได้ทำตามกฎหมายเหมืองแร่ของพม่าในมาตรา 93 (A) ปี 1996 ที่ต้องจ่ายค่าล่วงเวลาเป็นสองเท่าของค่าแรงอีกด้วย/div divnbsp;/div divทั้งนี้ เหมืองเฮ็นดาดำเนินการโดย บริษัท เมียนมาร์พงษ์พิพัฒน์ จำกัด บริษัทไทยที่เข้าไปทำเหมืองดีบุกในเมืองทวาย โดยดำเนินการร่วมกับวิสาหกิจเหมืองแร่ หมายเลข 2 ภายใต้กระทรวงเหมืองแร่ของพม่า ในแคว้นตะนาวศรี ทางตอนใต้ของประเทศเมียนมาร์/div divnbsp;/div divนอกจากนี้คนงานยังเรียกร้องสวัสดิการภายในสถานที่ทำงาน โดยขอให้บริษัทจัดหาน้ำดื่มสะอาด พร้อมทั้งสร้างระบบสาธารณสุขสำหรับคนงาน nbsp;พวกเขาอ้างว่าในอดีตเมื่อครั้งที่อังกฤษเป็นผู้ดำเนินการเหมืองแห่งนี้ มีโรงพยาบาลสำหรับคนงานในเหมือง แต่เมื่อบริษัทเมียนมาร์พงษ์พิพัฒน์เข้ามาดำเนินการในปี 2542 โรงพยาบาลกลับถูกปิดไปจนกระทั่งทุกวันนี้nbsp;/div divnbsp;/div divด้านนาย คายง์ สวอน ผู้จัดการบริษัทเมียนมาร์พงษ์พิพัฒน์ กล่าวว่า ทางบริษัทได้พยายามเจรจากับคนงาน แต่ค่าแรงรายวัน 8,000 จ๊าต ที่คนงานเรียกร้องนั้นสูงเกินไป/div divnbsp;/div divเหมืองเฮ็นดาเป็นเหมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของแคว้นตะนาวศรี มีคนงานพม่าทั้งหมด300 คน และคนงานไทย 20 คน นอกจากกรณีคนงานเหมืองนัดหยุดงานประท้วงในขณะนี้ บริษัทเมียนมาร์พงษ์พิพัฒน์ยังอยู่ระหว่างการถูกดำเนินคดีในชั้นศาลจากข้อกล่าวหาว่าการดำเนินการของบริษัทได้ทำลายวิถีชีวิตของชาวบ้านในแถบนั้นโดยการปล่อยน้ำเสียและตะกอนดินลงมาตามลำน้ำท่วมเรือกสวนไร่นา และบ้านเรือน ซึ่งเป็นคดีที่อยู่ในขั้นตอนการไต่สวนของศาลในทวายขณะนี้/div divnbsp;/div divstrongมาเลเซียจะอนุญาตให้นำเข้าแม่บ้านชั่วคราวมาจากอินโดนีเซียได้ เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนแม่บ้านต่างชาติในมาเลเซีย/strong/div divnbsp;/div div28 ต.ค. 2014 สมาคมสำนักงานแม่บ้านต่างชาติมาเลเซียหรือปาปา เปิดเผยว่า ปาปาจะอนุญาตให้นำเข้าแม่บ้านชั่วคราวมาจากอินโดนีเซียได้ เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนแม่บ้านต่างชาติในมาเลเซีย/div divnbsp;/div divรองประธานาปาปา "นายฟู ย่ง หุย" กล่าวว่า มาตรการนี้จะกระตุ้นให้นายจ้างหันมาใช้บริการแม่บ้านแบบชั่วคราวแทนการจ้างแบบเต็มเวลามากขึ้น และค่อย ๆ ลดการพึ่งพาแม่บ้านต่างชาติลง/div divnbsp;/div divนายฟู เสนอว่า รัฐบาลควรพิจารณาเรื่องนี้อย่างจริงจัง และเบื้องต้นอาจกำหนดโควต้านำเข้าแม่บ้าน ซึ่งการจ้างแม่บ้านแบบชั่วคราวนี้มีข้อดีคือประหยัด นายจ้างไม่ต้องจัดหาที่พักและอาหารให้ โดยเฉพาะในครอบครัวเล็กที่มักจะทำความสะอาดบ้านแค่สัปดาห์ละสองครั้งเท่านั้น ทั้งยังช่วยหลีกเลี่ยงการล่วงละเมิดภายในบ้านได้ด้วย/div divnbsp;/div divนอกจากอุตสาหกรรมแม่บ้านมาเลเซียจะขาดแคลนแรงงานอินโดนีเซียแล้ว ภาคการผลิตและก่อสร้างยังขาดแคลนแรงงานด้วย เนื่องจากเศรษฐกิจอินโดนีเซียมีแนวโน้มดีขึ้น ซึ่งนายฟูมองว่า ค่าจ้างในมาเลเซียยังไม่ดึงดูดใจมากพอ ขณะเดียวกันนายจ้างมาเลเซียต้องพึ่งพาแม่บ้านจากกัมพูชาและพม่าด้วย ซึ่งปาปายินดีจะประสานงานกับกระทรวงทรัพยากรมนุษย์เพื่อหามาตรการนำเข้าแรงงานชั่วคราวเข้ามาทำงานในประเทศ/div divnbsp;/div divnbsp;/div divnbsp;/div divnbsp;/div divnbsp;/div divstrongที่มาข่าวเรียบเรียงจาก: /strongประชาไท, ครอบครัวข่าว, ASTV ผู้จัดการออนไลน์, สำนักข่าวไทย, กรุงเทพธุรกิจ, ไทยรัฐออนไลน์, เดลินิวส์, สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์, VOA/div divnbsp;/div divnbsp;/div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/GBiPzB7kMe8" height="1" width="1"/

ดีเดย์! วันนี้ (1 พ.ย.) กรมชลฯ งดส่งน้ำทำนาลุ่มน้ำเจ้าพระยา-แม่กลอง

2 hours 18 min ago
divกรมชลประทานเริ่มงดส่งน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำแม่กลอง 26 จังหวัด ตั้งแต่วันนี้ (1 พ.ย.) ถึง 30 เม.ษ. 58 เพื่อสำรองน้ำในเขื่อนไว้อุปโภค-บริโภคในฤดูแล้งที่คาดการณ์ว่าจะเกิดวิกฤตสุดในรอบ 15 ปี วอนชาวนาเจ้าพระยา-แม่กลองงดทำนาปรังหลังพบหลายพื้นที่เริ่มปลูกรอบใหม่/div p!--break--!--break--/p divnbsp;/div div1 พ.ย. 2557 กรมชลประทานจะงดส่งน้ำตั้งแต่วันนี้ (1 พ.ย.) เป็นไปตามมติ ครม. เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง พร้อมให้หามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ และแนะนำปลูกพืชตระกูลถั่วทดแทน แต่กลับพบปัญหาไม่มีเมล็ดพันธุ์เพียงพอnbsp;/div divnbsp;/div divโดยเมื่อวันที่ 31 ต.ค. ที่จังหวัดกำแพงเพชร โครงการส่งน้ำและบำรุงน้ำรักษาท่อทองแดง ได้เข้าชี้แจงกับชาวบ้าน ถึงการปิดประตูระบายน้ำ 3 แห่ง ทั้งโครงการชลประทานท่อทองแดง, วังบัว และวังยาง เพื่อถือโอกาสซ่อมแซมระบบ โดยจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตรในจังหวัดและใกล้เคียง ต้องหยุดจ่ายน้ำนานถึง 6 เดือน พร้อมให้คำแนะนำเกษตรกรปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย แทนการปลูกข้าวนาปรัง อีกทั้งยังเปิดให้ชาวบ้านแสดงความจำนงเข้าร่วมเป็นลูกจ้างชั่วคราวกรมชลประทานเพื่อซ่อมแซมระบบที่เป็นปัญหา/div divnbsp;/div divขณะที่พื้นที่ จ.ชัยนาท แหล่งปลูกข้าวในลุ่มเจ้าพระยา พบว่า ชาวนาส่วนใหญ่ทราบแนวทางปลูกพืชใช้น้ำน้อยแทนข้าวนาปรัง แต่พบปัญหาขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ถั่วที่ภาครัฐแนะนำให้ปลูก ซึ่งไม่มีจำหน่ายในร้านสินค้าการเกษตร สอดคล้องกับนักวิชาการที่ระบุว่า ช่วงหลายปีที่ผ่านเป็นยุควิกฤตเมล็ดพันธุ์พืชของไทยหลังยุบสำนักเมล็ดพันธุ์ ซึ่งมีหน้าที่ผลิตเมล็ดพันธุ์แจกจ่ายให้เกษตรกร แต่ปัญหาขณะนี้ คือ มีหน่วยงานวิจัยด้านเมล็ดพันธุ์มาก แต่ขาดหน่วยงานที่ผลิตเมล็ดแจกจ่ายไปยังเกษตรกร โดยเฉพาะพืชตระกูลถั่ว ทั้งที่เป็นพืชไร่ที่มีประโยชน์บริโภคและอุปโภคอย่างมหาศาล nbsp;/div divnbsp;/div divstrongกรมชลฯวอนเกษตรกร 2 ลุ่มน้ำงดทำนาปรัง หลังพบส่วนหนึ่งเริ่มปลูกข้าวรอบใหม่/strong/div divnbsp;/div divด้านศูนย์ประมวลวิเคราะห์ถานการณ์น้ำ กรมชลประทานรายงานสถานการ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่เป็นแหล่งน้ำต้นทุนของลุ่มน้ำเจ้าพระยา เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 57 ที่เขื่อนภูมิพล จ.ตาก มีปริมาณน้ำ 6,015 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 45 ของความจุอ่างฯ มีปริมาณน้ำใช้การได้ 2,215 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีปริมาณน้ำ 5,835 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 61 ของความจุอ่างฯ มีปริมาณน้ำใช้การได้ 2,985 ล้านลูกบาศก์เมตร/div divnbsp;/div divเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก มีปริมาณน้ำ 784 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 83 ของความจุอ่างฯ มีปริมาณน้ำใช้การได้ 741 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี nbsp;มีปริมาณน้ำ nbsp;817 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 85 ของความจุอ่างฯ มีปริมาณน้ำใช้การได้ 814 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมทั้ง 4 เขื่อนหลักของลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีปริมาณน้ำใช้การได้รวมกันประมาณ 6,755 ล้านลูกบาศก์เมตร/div divnbsp;/div divนอกจากนี้ เนื่องจากทางกรมชลประทานได้ประกาศงดส่งน้ำเพื่อการทำนานาปรังทั้งลุ่มน้ำเจ้าพระยาแล้ว แต่พบว่ายังคงมีเกษตรกรบางส่วนที่ยังคงทำนาปรังต่อไป ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อปริมาณน้ำที่จะใช้ในการอุปโภค-บริโภค การผลิตน้ำประปา การผลักดันน้ำเค็ม และรักษาระบบนิเวศน์ของลุ่มน้ำเจ้าพระยาทั้งหมด จึงขอความร่วมมือเกษตรกรให้งดการทำนาปรัง เพื่อให้ประชาชนทั้งลุ่มน้ำมีน้ำเพียงพอต่อการดำรงชีพตลอดช่วงฤดูแล้งได้/div divnbsp;/div divnbsp;/div divstrongที่มาข่าวเรียบเรียงจาก/strong/div divnbsp;/div divครอบครัวข่าว, ประชาชาติธุรกิจ/div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/Ff-aMu37Av4" height="1" width="1"/

มาสเตอร์โพลล์ระบุแกนนำชุมชนอยากให้ 'ประยุทธ์' ทำงานอีก 4 ปี

2 hours 29 min ago
divแกนนำชุมชน พอใจการทำงาน รบ. - คสช. ให้คะแนนสูงสุด ส่งเสริม ปชช.ดำเนินรอยตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ชดเชยรายได้ชาวสวนยาง ต้อนรับการเยือนนายกฯบาห์เรน พักชำระหนี้เกษตรกร พร้อมให้โอกาส "ประยุทธ์" นั่งนายกฯ ต่ออีก 4 ปี/div p!--break--!--break--/p divnbsp;/div div1 พ.ย. 2557 a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/politics/20141101/614765/%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B9%8C%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%AF%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%814%E0%B8%9B%E0%B8%B5.html"เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ/aรายงานว่า รศ.ดร.เชษฐ รัชดาพรรณาธิกุล ประธานชมรมนักวิจัยไทยเพื่อความสุขชุมชน (Thai Researchers in Community Happiness Association, TRICHA) เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจมาสเตอร์โพลล์ (Master Poll) เรื่อง สำรวจความพึงพอใจของแกนนำชุมชนต่อการทำงานของรัฐบาล กรณีศึกษาตัวอย่างแกนนำชุมชน จำนวนทั้งสิ้น 626 ชุมชน ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 25 - 31 ตุลาคม 2557 ที่ผ่านมา พบว่า/div divnbsp;/div divเมื่อถามถึงความพึงพอใจของแกนนำชุมชนต่อการทำงานของรัฐบาลและ คสช. โดยภาพรวม ได้ 8.50 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน ทั้งนี้หากพิจารณาจำแนกตามรายด้าน พบว่า อันดับที่ 1 ได้แก่ การส่งเสริมให้ประชาชนดำเนินรอยตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง ได้คะแนนความพึงพอใจสูงที่สุดอยู่ที่ 8.68 คะแนน อันดับที่ 2 ได้แก่ โครงการชดเชยรายได้พี่น้องชาวสวนยางไร่ละ 1,000 บาทต่อไร่ ไม่เกินครอบครัวละ 15 ไร่ ได้ 8.39 คะแนน อันดับที่ 3 ได้แก่ การต้อนรับการมาเยือนอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีบาห์เรน และโครงการสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่ชาวสวนยางพารารายย่อย เพื่อประกอบอาชีพเสริม รายละไม่เกิน 1 แสนบาท ได้ 8.22 คะแนนเท่ากัน อันดับที่ 4 ได้แก่ โครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชน เพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง โดยจะช่วยรับซื้อยางในราคาเป้าหมายที่ 60 บาทต่อกิโลกรัม ในชั้นต้น ได้ 8.21 คะแนน อันดับที่ 5 ได้แก่ การพักชำระหนี้ในปี 2557 เพื่อให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและประชาชนผู้มีรายได้น้อย ได้ 8.20 คะแนน/div divnbsp;/div divและรองๆ ลงมา คือการส่งเสริมและพัฒนาการสร้างความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อม และการเคลื่อนไหวของผู้พิการทางการมองเห็น ได้ 8.15 คะแนน การจัดระเบียบพื้นที่ทางการเกษตรและอุตสาหกรรม (Zoning) ได้ 8.14 คะแนน การเตรียมพร้อมเพื่อรองรับปัญหาการขาดแคลนน้ำ ได้ 8.13 คะแนน ผลการเข้าร่วมประชุมผู้นำเอเชีย - ยุโรป ครั้งที่ 10 ที่ประเทศอิตาลี ได้ 8.04 คะแนน การพบปะผู้นำจากประเทศต่างๆ เพื่อแนะนำตัวอย่างสร้างความเข้าใจในสถานการณ์ของประเทศไทย และการขอความร่วมมือในการนำเสนอข่าวของสื่อไทย เพื่อสร้างความเข้าใจกับต่างประเทศ ได้ 8.01 คะแนน เท่ากัน การพัฒนาโครงข่ายรถไฟฟ้าระหว่างเมือง ได้ 7.98 คะแนน การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศบาเรนห์กับประเทศไทยในทุกมิติ และการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงเพื่อเชื่อมโยงฐานการผลิตที่สำคัญและเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน ได้ 7.97 คะแนนเท่ากัน การพัฒนาโครงข่ายขนส่งสาธารณะเพื่อแก้ไขปัญหาจราจร ได้ 7.96 คะแนน การพัฒนาการเพิ่มขีดความสามารถการขนส่งทางอากาศ ได้ 7.89 คะแนน และการพัฒนาโครงข่ายการขนส่งทางน้ำ ได้ 7.88 คะแนน ตามลำดับ/div divnbsp;/div divนอกจากนี้เมื่อสอบถามแกนนำชุมชนต่อการให้โอกาส พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำงานในฐานะนายกรัฐมนตรี พบว่า ตัวอย่างส่วนใหญ่หรือร้อยละ 63.6 ให้โอกาสในการทำงานจนกว่าจะแก้ไขปัญหาได้เรียบร้อย ร้อยละ 7.7 ให้ทำงานต่ออีก 1 ปี ร้อยละ 14.9 ให้ทำงานต่ออีก 2 ปี ร้อยละ 5.8 ให้ทำงานต่ออีก 3 ปี และร้อยละ 8.0 ให้ทำงานต่ออีก 4 ปี/div divnbsp;/div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/szF1s0BSeGo" height="1" width="1"/

สปช.นัดประชุมร่างข้อบังคับ 3-4 พ.ย. นี้ กปปส.พร้อมหนุน กมธ.ยกร่าง รธน.

3 hours 59 min ago
divประธาน สปช.นัดประชุมเพื่อพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ ระหว่างวันที่ 3-4 พฤศจิกายนนี้ ด้าน กปปส.พร้อมหนุนกมธ.ยกร่างรธน. เชื่อทุกคนมีความรู้ความสามารถ เผย "พระสุเทพ" ยังไม่มีกำหนดลาสิกขาบท “วันชัย” เชื่อไม่เกิน 2 เดือน เห็นรูปร่างปฏิรูปประเทศ/div p!--break--!--break--/p divnbsp;/div div1 พ.ย. 2557 นายเทียนฉาย กีระนันท์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีคำสั่งนัดประชุมสภาปฎิรูปแห่งชาติ หรือ สปช. ในวันที่ 3 และ 4 พฤศจิกายนนี้ เวลา 09.30 น. โดยมีวาระการประชุมรับทราบพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งประธานและรองประธาน สปช. และวาระพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ ซึ่งคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุม สปช. พิจารณาเสร็จแล้ว ทั้งนี้ ร่างข้อบังคับดังกล่าวคณะกรรมาธิการฯ ที่มีพลเอกเลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิก สปช. เป็นประธาน กำหนดให้มีทั้งหมด 143 ข้อ 8 หมวด ได้แก่ หมวด 1.การเลือกประธานสภาและรองประธานสภา หมวด 2.อำนาจและหน้าที่ของประธานสภา รองประธานสภาและเลขาธิการ หมวด 3.การประชุม แบ่งเป็น 4 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 วิธีการประชุม ส่วนที่ 2 การเสนอญัตติ ส่วนที่ 2 การอภิปราย ส่วนที่ 4 การลงมติ หมวด 4.กรรมาธิการ หมวด 5.การจัดทำร่างพระราชบัญญัติ หมวด 6.การจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ แบ่งเป็นส่วนที่ 1 คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนที่ 2 การพิจารณาและให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ หมวด 7.การรักษาระเบียบและความเรียบร้อย หมวด 8.บทสุดท้าย และหมวดเฉพาะกาล/div divnbsp;/div divstrongกปปส.พร้อมหนุนกมธ.ยกร่างรธน. เชื่อทุกคนมีความรู้ความสามารถ เผย "พระสุเทพ" ยังไม่มีกำหนดลาสิกขาบท/strong/div divnbsp;/div divนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษกคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์(กปปส.) กล่าวถึงกรณีที่หลายฝ่ายมองกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญในสัดส่วนของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)และสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)ยังไม่มีความหลากหลายว่า ทุกคนที่ได้รับการเลือกมาล้วนมีความรู้ความสามารถที่จะทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้และยังมีโควต้าจากคสช.และรัฐบาลอีกก็เชื่อว่า จะมีการสรรหาคนที่มีประสบการณ์ความรู้ด้านกฏหมาย การร่างรัฐธรรนูญ มาเพิ่มในส่วนที่เห็นว่า ขาดได้ ส่วนที่รัฐบาลอยากให้คู่ขัดแย้งมาร่วมพูดคุยถึงแนวทางการปฏิรูปประเทศนั้น กปปส.ไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งกับใครโดยเฉพาะกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ( นปช.)แต่ฝ่ายตรงข้ามพยายามวาดภาพให้เห็นว่า กลุ่มนปช.เป็นคู่ขัดแย้ง ที่ผ่านมายืนยันมาโดยตลอดว่า กปปส.ไม่สนใจตัวบุคคลใครจะเข้ามาร่วมทำให้เกิดการปฏิรูปเราก็ยินดี/div divnbsp;/div divและพร้อมให้การสนับสนุน แม้ว่าจะไม่มีตัวแทนของกปปส.เข้าร่วมก็ตาม เพราะเราเน้นที่ผลงานมากกว่า อย่างไรก็ตามจากนี้ไป กปปส.จะเริ่มมีการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะแนวทางการปฏิรูปประเทศ ซึ่งขณะนี้รัฐบาลก็กำลังเดินหน้าจัดตั้งกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าก็จะเสร็จสิ้น/div divnbsp;/div divนายเอกนัฏ กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมาถือเป็นวันครบรอบ 1 ปีการชุมนุมของกปปส. ซึ่งกปปส.ได้มีการจัดพิธีอุปสมบทหมู่จำนวน ภายใต้ชื่อโครงการ”บวชพระเพื่อปฏิบัติธรรมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระเจ้าอยู่หัว “. และเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ที่เสียชีวิตจากการชุมนุมของกปปส.ที่เกิดขึ้นในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมีแกนนำมาร่วมงานอย่างพร้อมเพียง อาทิ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นายจุมพล จุลใส น.ส.จิตตภัสร์ กฤษดากร นายแซมดิน เลิศบุศก์ เป็นต้น/div divnbsp;/div divส่วนกิจกรรมการเคลื่อนไหวทางการเมืองนั้นเราเห็นว่า การชุมนุมที่ผ่านมาเราได้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ที่สามารถปลุกจิตสำนึกให้คนไทยให้ต่อต้านเผด็จการทางรัฐสภา รณณรงค์การปฏิรูปประเทศ จนเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ได้เข้ามาบริหารประเทศ ทางกปปส.จึงขอหยุดความเคลื่อนไหวทางการเมืองไว้ก่อน ซึ่งพระสุเทพ ปภากโร (สุเทพ เทือกสุบรรณ)ได้บอกให้แกนนำทุกคนปล่อยวางสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ และขอให้แกนนำให้ความร่วมมือกับรัฐบาลและคสช.ในการเดินหน้าปฏิรูปประเทศ ส่วนพระสุเทพยังจะคงบวชต่อไปให้ครบ 204 วันตามจำนวนที่กปปส.ชุมนุม ซึ่งประมาณต้นเดือนก.พ.ปีหน้าก็จะครบกำหนด แต่จะลาสิกขาหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพระสุเทพ/div divnbsp;/div divstrong“วันชัย” เชื่อไม่เกิน 2 เดือน เห็นรูปร่างปฏิรูปประเทศ/strong/div divnbsp;/div divด้านนายวันชัย สอนศิริ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ในฐานะโฆษกวิป สปช.ชั่วคราว กล่าวว่าหลังจากมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งประธาน และรองประธาน สปช.แล้ว จากนั้น สปช.จะต้องรีบร่างข้อบังคับการประชุมให้เสร็จ ซึ่งวันที่ 3 พ.ย.จะนำเข้าที่ประชุมใหญ่เพื่อพิจารณาและตั้งคณะกรรมาธิการสามัญทั้ง 17 คณะให้เรียบร้อย น่าจะใช้เวลาไม่เกิน 1 สัปดาห์ หลังจากนั้นจะเป็นการเริ่มนับ 1 ในการปฏิรูปประเทศอย่างจริงจัง และเป็นทางการ แต่เรื่องใดที่แต่ละด้านสามารถที่จะทำได้ก่อน ก็ต้องทำเลย ไม่ต้องรอกระบวนการข้างต้น/div divnbsp;/div div“เชื่อว่าไม่เกิน 2 เดือนหลังจากที่ตั้ง กมธ.แล้ว จะเห็นรูปร่างในการปฏิรูปประเทศอย่างแน่นอน แต่ถ้าไม่เห็นผลงาน ทำไม่สำเร็จ ถือว่าเสียของเป็นอย่างมาก”นายวันชัย กล่าว และว่าการเลือกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ในสัดส่วนของ สปช. 20 คน/div divnbsp;/div divจากที่มีการพูดคุยกันในวิป สปช. เห็นว่าครบถ้วนในทุกด้าน มีการครอบคลุมในทุกมิติ ได้คนที่มีความรู้ ความสามารถในด้านต่าง ๆ รวมทั้งการเลือกของสมาชิกเกิดขึ้นอย่างมีอิสระ ทุกคนเลือกกันเอง ภาพรวมทั้งหมดวิป สปช.มีความพอใจ การทำงานของ กมธ.ยกร่างฯ น่าจะมีประสิทธิภาพครบถ้วนในทุกๆ ด้าน ต่อจากนี้ทาง สปช.เองก็จะตั้งกรรมาธิการเพื่อเสนอแนะต่อ กมธ.ยกร่างฯ/div divnbsp;/div divรวมทั้งการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนเพื่อส่งข้อมูลให้ กมธ.ยกร่างฯ นำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ต่อไป/div divnbsp;/div divnbsp;/div divstrongที่มาข่าวเรียบเรียงจาก/strong/div divnbsp;/div divสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย, กรุงเทพธุรกิจ, โลกวันนี้/div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/vXlLM39nm5Q" height="1" width="1"/

'ประยุทธ์' แนะออกแบบ รธน. ใหม่ให้เป็นประชาธิปไตยที่เหมาะกับคนไทย

16 hours 45 min ago
divรายการคืนความสุขให้คนในชาติ พล.อ.ประยุทธ์ ขอบคุณและให้กำลังใจสภาปฏิรูปแห่งชาติ ชี้การปฏิรูปประเทศในห้วงเวลานี้เป็นเรื่องยาก พร้อมแนะว่ารัฐธรรมนูญใหม่ควรออกแบบให้เป็นประชาธิปไตยที่เหมาะสมกับคนไทยnbsp;/div p!--break--!--break--/p div style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm4.staticflickr.com/3944/15489475738_0e12df08c0_o_d.png" style="width: 550px; height: 312px;" //div divnbsp;/div div style="text-align: center;"iframe allowfullscreen="" frameborder="0" height="315" src="//www.youtube.com/embed/yQ8GMAWfTW8?list=UUCKjgCudsO_Q52HJrmeb1wQ" width="560"/iframe/div div style="text-align: center;"nbsp;/div div31 ต.ค. 2557 ในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ระบุไว้ตอนหนึ่งว่ารัฐบาลได้เดินหน้ามาตรการเพิ่มรายได้ช่วยเหลือชาวนาไปแล้วกว่า 67,700 ราย จำนวนเงินกว่า 837 ล้านบาท ส่วนมาตรการจัดระเบียบสังคมที่ดำเนินการมาตั้งแต่ช่วง คสช.นั้น ได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อเนื่อง ขณะที่ปัญหาที่ดินทำกิน รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติขึ้นมาแก้ปัญหาในด้านการเมือง นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้ขอบคุณและให้กำลังใจสภาปฏิรูปแห่งชาติ ชี้การปฏิรูปประเทศในห้วงเวลานี้เป็นเรื่องยาก พร้อมแนะว่ารัฐธรรมนูญใหม่ควรออกแบบให้เป็นประชาธิปไตยที่เหมาะสมกับคนไทย/div divnbsp;/div divโดยรายละเอียดทั้งหมดของรายการมีดังต่อไปนี้/div divnbsp;/div divstrongพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย วันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม 2557 เวลา 20.15 น./strong/div divnbsp;/div divสวัสดีพ่อแม่พี่น้องชาวไทยที่รักทุกท่าน/div divnbsp;/div divพบกันเช่นเคยนะครับ ทุก ๆ คืนวันศุกร์ สำหรับในสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมและรัฐบาลได้มีโอกาสเตรียมงานสำคัญที่เป็นความสุขของปวงชนชาวไทยทุกคน เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 87 พรรษา ที่จะมาบรรจบครบรอบในวันที่ 5 ธันวาคม 2557 ที่จะถึงนี้ ได้มีการประชุมร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระองค์ท่านอย่างสมพระเกียรติ ผมขอเชิญชวนพี่น้องชาวไทยทุกท่าน ร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ “รักพ่อ” ทุกหนแห่งที่ทางราชการจัดขึ้น ทั่วทั้งประเทศ สำหรับในกรุงเทพมหานครจะจัดงานเฉลิมฉลอง ณ บริเวณท้องสนามหลวงและถนนราชดำเนินกลาง ในวันที่ 30 พฤศจิกายน – 6 ธันวาคม 2557 ซึ่งจะมีการจัดแสดงกิจกรรมมากมาย หลายรูปแบบ ทั้งการเผยแพร่พระราชกรณียกิจ พระอัจฉริยภาพ พระเกียรติคุณ และโครงการตามพระราชดำริ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และกิจกรรมวัฒนธรรมท้องถิ่น การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของดี 77 จังหวัด/div divnbsp;/div divการแสดงออกถึงความจงรักภักดีนั้น เราสามารถทำความดีในรูปแบบต่าง ๆ ผมขอชื่นชม คุณสอิ้ง หาญประโคน อายุ 63 ปี ชาวจังหวัดแพร่ ที่ได้ดำเนินกิจกรรมวิ่งและเดินเท้า เพื่อถวายความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และถวายพระพร ขอให้ทรงหายจากพระอาการพระประชวร โดยเริ่มเดินจากบ้านเกิดในจังหวัดแพร่ ตั้งแต่วันที่ 12 ตุลาคม 2557 และมาถึงโรงพยาบาลศิริราช เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2557 รวมระยะทางกว่า 500 กิโลเมตร ใช้เวลา 11 วัน/div divnbsp;/div divเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ผมได้โอกาสพบกับผู้อำนวยการใหญ่โครงการโรคเอดส์แห่งสหประชาชาติ (UNAIDS) และรองเลขาธิการสหประชาชาติ ซึ่งท่านได้กล่าวชื่นชมการดำเนินการ และบทบาทที่สำคัญของไทยในการแก้ปัญหาโรคเอดส์อย่างยั่งยืน และได้ยกย่องว่าประเทศไทยเป็นตัวอย่างที่ดีของภูมิภาค และของโลกที่ได้ดำเนินการในด้านนี้อย่างจริงจังและสร้างสรรค์ ซึ่งประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคควรเรียนรู้จากไทย จากสถิติที่ผ่านมาเราสามารถลดการติดเชื้อ HIV จากมารดาสู่ทารกได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทางโครงการเชื่อว่าไทยนั้นจะสามารถยุติการติดเชื้อรายใหม่ได้ภายในปี พ.ศ. 2563 นี่เป็นข้อมูลที่ควรภาคภูมิใจและน่ายินดี ผมก็อยากแสดงความขอบคุณต่อทุกองค์กร และบุคลากรที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ที่นอกจากจะช่วยดูแลรักษาผู้ป่วยแล้ว ยังคงมีส่วนในการพัฒนาสังคมและเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยให้กับชาวต่างชาติอีกด้วย/div divnbsp;/div divโอกาสเดียวกันนี้ ผมได้ชี้แจงถึงความมุ่งมั่นของไทย ในการแก้ไขปัญหาโรคเอดส์ ที่เน้นการเข้าถึงการรักษา การเข้าถึงยาโดยไม่คำนึงถึงระดับเม็ดเลือดขาว การเปิดพื้นที่ 19 จังหวัด เพื่อให้มีการใช้เข็มที่สะอาด การเร่งพัฒนาระบบประกันสุขภาพให้แรงงานข้ามชาติ ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยง การดำเนินโครงการ เพื่อลดการติดเชื้อของผู้ใช้ยาเสพติด และการจัดสรรงบประมาณในการจัดการกับปัญหาโรคเอดส์ อย่างไรก็ดีผมได้แจ้งไปแล้วว่าเรายังคงต้องการการสนับสนุนของกองทุนโลกเพื่อต่อสู้กับโรคติดต่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเอดส์ วัณโรค หรือโรคมาลาเรียต่อไป และที่สำคัญ ผมได้ชี้แจงความพร้อมของไทยที่จะเป็นศูนย์กลางในภูมิภาคเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ทักษะ ความรู้ และประสบการณ์ในการลดอัตราการติดเชื้อ HIV กับประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของภูมิภาคในการจัดการกับโรคดังกล่าวอีกด้วย อีกโรคหนึ่งคือโลกอีโบล่า เราก็ต้องให้ความร่วมมือและสร้างความรู้ให้กับประชาชนทั่วไปด้วย ต้องช่วยกันระมัดระวัง/div divnbsp;/div divการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเร่งด่วนที่สำคัญในห้วงที่ผ่านมา/div divnbsp;/div divความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกร ก่อนหน้าที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะเข้ามานั้น ในภาคการเกษตรหลาย ๆ ภาค ค่อนข้างมีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องชาวนาที่ไม่ได้รับเงินจากโครงการจำนำข้าว ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ทั้งข้าวและยาง จากปัญหาผลผลิตที่มีจำนวนมาก และประเทศคู่ค้าต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นยุโรป อเมริกา ต่างก็อยู่ในช่วงเศรษฐกิจซบเซา มีการชะลอตัว ทำให้มีการนำเข้าสินค้าผลผลิตทางการเกษตรลดลง/div divnbsp;/div divหลังจากที่ คสช. และรัฐบาลในปัจจุบันได้เข้ามาก็มีความพยายามที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง6การช่วยเหลือพี่น้องชาวนา เริ่มตั้งแต่การอนุมัติให้เงินแก่ชาวนาที่ไม่ได้รับเงินจากโครงการจำนำข้าว ปีการผลิต 2556/57 ซึ่งได้ดำเนินการจ่ายเงินให้แก่พี่น้องชาวนาเสร็จสิ้นแล้ว เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา เป็นจำนวนประมาณ 8 แสนราย คิดเป็นเงินกว่า 86,000 ล้านบาท/div divnbsp;/div divในเรื่องของการอนุมัติโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2557 ซึ่งจะช่วยให้พี่น้องชาวนาได้รับเงินคุ้มครองถึง 1,111 บาทต่อไร่ หากเกิดภัยพิบัติ โดยพี่น้องชาวนาจ่ายค่าเบี้ยประกันเพียง 60 - 100 บาทต่อไร่ ขณะนี้มีผู้เข้าร่วมโครงการจากทุกภาคทั่วประเทศกว่า 55,000 ราย คิดเป็นเนื้อที่กว่า 8 แสนไร่ มาตรการเพิ่มรายได้ให้แก่ชาวนาผู้มีรายได้น้อย ไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกินครอบครัวละ 15 ไร่ ซึ่งเริ่มดำเนินการในวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา ขณะนี้ชาวนาได้รับการช่วยเหลือไปแล้วกว่า 67,700 ราย คิดเป็นจำนวนเงินกว่า 837 ล้านบาท มาตรการ การช่วยเหลือเกษตรกรในเรื่องแหล่งเงินทุนต่าง ๆ เช่น โครงการลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร มาตรการลดค่าปัจจัยการผลิตและค่าบริการต่าง ๆ ทั้งปุ๋ยเคมี ยากำจัดศัตรูพืช เมล็ดพันธุ์ข้าว ค่าบริการเกี่ยวนวดข้าว ค่าเช่าที่นา และได้มีการออกตรวจสอบร้านค้า เพื่อควบคุมคุณภาพ/div divnbsp;/div divอย่างไรก็ตาม มาตรการเหล่านี้ เป็นเพียงการช่วยเหลือระยะสั้นเท่านั้น ผมได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เตรียมดำเนินมาตรการในระยะยาวที่จะช่วยให้การปลูกข้าวเป็นไปอย่างยั่งยืน เช่น การจัดตั้งธนาคารเมล็ดพันธุ์ข้าว ธนาคารปุ๋ย การให้ความรู้ในการลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มผลผลิตข้าว การทำเกษตรผสมผสาน การปลูกข้าวออแกนิค การจัดสรรแหล่งน้ำ และการจัดทำโซนนิ่ง ซึ่งหลาย ๆ เรื่องเป็นการวางรากฐานระยะยาวและต้องใช้เวลา ก็ขอให้พี่น้องเกษตรกรเข้าใจด้วย เราจะใช้การทำด้วยความสมัครใจ/div divnbsp;/div divยางพาราก็เช่นเดียวกัน รัฐบาล และ คสช. พยายามที่จะพัฒนายางพาราทั้งระบบ ในหลาย ๆ เรื่องได้มีการประชุมและดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องหลายครั้ง ได้เห็นชอบไปแล้ว เช่น การช่วยเหลือสนับสนุนค่าปัจจัยการผลิตเกษตรกรชาวสวนยางรายละ 1,000 บาท ไม่เกินครอบครัวละ 15 ไร่ คาดว่าจะช่วยเกษตรกรชาวสวนยางได้ถึง 850,000 ครัวเรือน คิดเป็นพื้นที่ 8.2 ล้านไร่ โครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชนรักษาเสถียรภาพราคายาง 6,000 ล้านบาท โครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อเกษตรกรรายย่อยประกอบอาชีพเสริม รายละไม่เกิน 1 แสนบาท สินเชื่อเพื่อเป็นทุนหมุนเวียนในการรวบรวมสต๊อกยาง สินเชื่อเพื่อแปรรูปยางพารา/div divnbsp;/div divทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาจะต้องเป็นไปทั้งระบบและยั่งยืน นอกจากนั้นเราจะช่วยเรื่องแหล่งเงินทุนต่าง ๆ และการบริหารจัดการเพิ่มรายได้เบื้องต้น ในการจัดหาตลาดใหม่ ปรับเปลี่ยนการปลูกยางให้เหมาะสมกับพื้นที่ ลดพื้นที่ปลูกยางต้นเก่า สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องทำควบคู่กันไปด้วย พร้อมกันกับการส่งเสริมการลงทุนในเรื่องของการใช้ผลิตภัณฑ์ยางในประเทศ และการพัฒนานวัตกรรมจากวัตถุดิบยางในบ้านเราเอง ขณะนี้ได้มีการพิจารณาจัดตั้งสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมยาง และเพิ่มความร่วมมือกับประเทศผลิตยางในอาเซียนด้วยกัน ขอความร่วมมือจากบริษัทต่าง ๆ ในประเทศนี้ด้วย การดำเนินการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรนี้ ผมได้กำชับให้ดูแลให้รวดเร็ว ทั่วถึง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องมีการตรวจสอบการดำเนินการให้เป็นไปอย่างโปร่งใส อย่าให้เดือดร้อนถึงพี่น้องเกษตรกร อย่าทุจริต เอาเปรียบผู้มีรายได้น้อยอีกเลยครับ/div divnbsp;/div divสำหรับเรื่องการจัดระเบียบสังคม นั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรถตู้ วินมอเตอร์ไซด์ ทางเท้าและที่สาธารณะอื่น ๆ รวมทั้งการเร่งจัดการขยะมูลฝอยสะสมและของเสียอันตราย ผมอยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบได้ดำเนินการจัดระเบียบที่ผ่านก็ดำเนินการไปในระยะแรกแล้ว ได้ช่วยกันกำกับดูแล ติดตามผลงานที่ได้ทำไว้อย่างต่อเนื่อง อย่าให้เสียของเสียเวลา ทุกอย่างที่เราได้ทำมานั้น เป็นประโยชน์กับส่วนรวมทั้งสิ้น สังคมและประชาชนมีความคาดหวัง ขอให้ทุกคนได้พยายามทำต่อไปเรื่องนี้ผมต้องขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายทุกคน การที่เราจะอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้นั้น ผมเชื่อว่าเราต้องเคารพในหลักกฎหมายกฎระเบียบต่าง ๆ ที่มีอยู่เราต้องสร้างวินัยของคนในชาติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างเช่น การรักษาความสะอาด การทิ้งขยะให้ถูกที่ การคัดแยกขยะ ผมอยากให้ช่วยกันมองว่าเป็นหน้าที่ของประชาชนคนไทยทุกคน ต้องช่วยกันสร้างจิตสำนึก ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ จนหรือรวย มีอาชีพอะไรก็ตาม ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ พัฒนาสังคม และพัฒนาชุมชนของเรา ใครเห็นอะไรที่ไม่ถูกต้อง ไม่เป็นธรรม หรือมีข้อเสนอแนะรัฐบาลก็ขอให้แจ้งข้อมูลกับศูนย์ดำรงธรรมได้เลย วันนี้รัฐบาลก็ให้มีการผ่อนผัน ผ่อนคลายอยู่บ้าง แต่จะให้ทำเป็นอิสระเหมือนเดิมเป็นการถาวรคงเป็นไปไม่ได้/div divnbsp;/div div“ศูนย์ดำรงธรรม” และการรักษาความสงบเรียบร้อยปลอดภัย เราได้ติดตาม รับทราบ ความลำบาก ความยากจน การถูกเอารัดเอาเปรียบ ความเหลื่อมล้ำต่าง ๆ ของประชาชนในทุก ๆ ด้าน ปัญหาเชิงโครงสร้างเหล่านั้นสะสมมาเป็นเวลานาน ต้องใช้กลไกการแก้ปัญหาที่ต้องบูรณาการหลายหน่วยงาน แต่ที่ผ่านมานั้นยังไม่มีประสิทธิภาพเนื่องจากรัฐบาลก็ยังไม่สามารถจะดำเนินการได้ในช่วงไร้เสถียรภาพด้านการเมือง ปัจจุบันนับเป็นโอกาสที่พี่น้องประชาชนจะได้เข้าถึงระบบการบริหารงานของรัฐ ที่สะดวกและกระจายอยู่ทั่วทุกพื้นที่ของประเทศ โดยเฉพาะ “ศูนย์ดำรงธรรม” ซึ่งทาง คสช. ก็พร้อมที่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องได้อย่างเบ็ดเสร็จ และตรงไปตรงมา เนื่องจากเอาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง/div divnbsp;/div divในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา นั้น สถิติการดำเนินการแก้ปัญหาให้กับพี่น้อง จนเป็นที่น่าพอใจ ได้รับเรื่องราวร้องเรียนในรูปแบบต่าง ๆ จำนวน 211,797 รายการ และสามารถให้บริการแก้ปัญหาแล้วเสร็จ 191,797 ราย คิดเป็น 90.56% ส่วนใหญ่ก็เป็นรายการที่สามารถดำเนินการได้เลย เช่น การให้คำปรึกษา การบริการข้อมูล การบริการส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ การบริการแบบ One Stop Service แต่ก็มีส่วนน้อยที่เป็นรายการที่ต้องใช้ระยะเวลา ใช้งบประมาณ ในการสอบสวนหาข้อเท็จจริง จะต้องมีการประสานงานหลายหน่วยงาน กลไกที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ก็คือ การจัดหน่วยเคลื่อนที่เร็วของพลเรือน ตำรวจ ทหาร เข้าไปแก้ปัญหาในเชิงรุก ปฏิบัติทันทีที่ได้รับการแจ้งเบาะแสและการขอความช่วยเหลือจากประชาชน ผมขอรับรองว่าทุกเสียงแห่งความเดือดร้อนของพี่น้องจะต้องได้รับการเอาใจใส่ เรื่องร้องเรียนต้องไม่เงียบหาย หรือเพิกเฉย ปัจจุบันเราก็ได้เพิ่มเติมเจ้าหน้าที่จากทุกกระทรวงมาประจำ ณ ศูนย์ดำรงธรรมของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล เพื่อให้เกิดความสะดวกและรวดเร็วขึ้น ทั้งจากบนลงล่าง หรือจากล่างขึ้นบนตามที่เรียนมาให้ทราบแล้ว/div divnbsp;/div divเรื่องของการบริหารจัดการที่ดินทำกิน นั้น ผู้ไม่มีที่ดินทำกินและผู้มีรายได้น้อย จะประสบปัญหาจากการเข้าไปบุกรุกเขตอุทยาน ป่าสงวน บางกรณีก็เป็นข้อพิพาทว่ารัฐไปประกาศเขตป่า เขตอุทยาน ทับที่ดินทำกินชาวบ้าน หรือการจัดสรรที่ดินสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ที่ไม่เป็นธรรมบ้าง ซึ่งก็ต้องมีกระบวนการพิสูจน์สิทธิ์เป็นกรณี ๆ ไป แต่เมื่อ คสช. เข้ามาบริหารประเทศนั้นก็เร่งดำเนินการเป็นวาระแห่งชาติ ขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มี 6 กระทรวงที่เกี่ยวข้อง เข้ามาร่วมพิจารณาดำเนินการ คือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการ โดยจะเน้นการบริหารจัดการแบบบูรณาการ จะไปดูรูปแบบการจัดสรรที่ดินที่แต่ละหน่วยงานรับผิดชอบอยู่แล้วไม่เกิดประโยชน์ จะจัดสรรให้แก่เกษตรกรที่ไม่มีที่ทำกินได้อย่างไรโดยไม่ผิดกฎหมาย/div divnbsp;/div divการให้สิทธิ์ในการทำกินตรงนี้ อาจจะให้ในลักษณะสิทธิทำกินชุมชน จะไม่ให้เป็นรายบุคคลหรือให้กรรมสิทธิ์ซื้อขาย ซึ่งจะต้องมีการจัดแยกกลุ่มราษฎรที่ทำกินว่ากลุ่มใดสามารถอยู่ทำกินได้ กลุ่มใดไม่สามารถอยู่ได้ ที่สำคัญก็คือการหาพื้นที่รองรับราษฎรที่จำเป็นต้องเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ทำมาหากิน ในส่วนที่ผิดกฎหมายอยู่ ในส่วนของประชาชนเอง ก็จะต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้องไม่บิดเบือนอย่าไปเชื่อในคำอ้าง คำกล่าวว่าจะช่วยเหลือท่านได้ ท่านต้องมาร่วมมือกับรัฐช่วยกัน ผมรู้ว่าพี่น้องเดือดร้อน แต่เราต้องการความร่วมมืออย่างจริงใจ และโปร่งใสของทุกฝ่าย ถึงจะทำให้การแก้ไขปัญหานั้นได้เป็นไปอย่างรวดเร็วและยั่งยืน ทั้งนี้ ได้ขอให้กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงเกษตรฯ ทำการขึ้นทะเบียนผู้ที่ไม่มีที่ทำกินให้ทันสมัย รวมทั้งผู้ที่บุกรุกเข้าไป คสช. ได้ให้เคลื่อนย้ายออกมาจากพื้นที่บุกรุกป่าว่าได้อย่างไรกับคนทั้งสองประเภทเหล่านี้/div divnbsp;/div divเรื่องของกฎหมาย ได้มีการให้รวบรวมจัดระเบียบกฎหมายที่ล้าสมัย ปรับปรุงร่างกฎหมายใหม่ ๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน รวมทั้งการแก้ไขกฎหมายให้สอดคล้องกับหลักสากล ได้รวบรวมตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยกลุ่มงานด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของ คสช. และได้ส่งมอบข้อมูลรายละเอียดต่าง ๆ ให้กับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ดำเนินการเร่งปรับปรุงกฎหมายต่าง ๆ ที่คงค้างอยู่เป็นจำนวนมาก และรัฐบาลจะเร่งดำเนินการเสนอร่างกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ รวมทั้งจะเปิดช่องทางให้ภาคประชาชน ธุรกิจ และเอกชน ได้มีส่วนร่วมในการดำเนินการแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรคในการทำธุรกิจการค้าต่าง ๆ ขณะนี้ได้เสนอร่างกฎหมายหลายประเภทด้วยกัน ซึ่งยังอยู่ในขั้นตอนการเสนอร่าง 37 เรื่อง ขั้นตอนการพิจารณาร่างกฎหมาย 49 เรื่อง ขั้นตอนการพิจารณาของ สนช. 61 เรื่อง และการประกาศใช้เป็นกฎหมายแล้ว 4 เรื่อง สำหรับกฎหมายเมื่อมีผลบังคับใช้แล้ว ไม่ใช่ว่าประกาศแล้วจะใช้เลยทำให้ประชาชนเดือดร้อนก็จะต้องมีระยะเวลากำหนดให้เพียงพอในการทำความเข้าใจทั้งกับประชาชนและเจ้าหน้าที่ด้วย เช่น อาจจะ 60 วัน 90 วัน 120 วัน 180 วัน/div divnbsp;/div divสำหรับผลการปฏิบัติงานของส่วนราชการต่าง ๆ ผู้บัญชาการทหารบก และรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมจุดตรวจชลประทาน อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เพื่อติดตามความคืบหน้าในการดำเนินการทุ่งยางแดงโมเดล และให้ประเมินผลภายใน 3 เดือน หากได้ผลเป็นที่พอใจให้ขยายผลไปสู่อำเภออื่น ๆ ก็เป็นเรื่องของการบูรณาการประสานงานกันให้ใกล้ชิดและมีความรับผิดชอบที่ชัดเจน/div divnbsp;/div divกระทรวงศึกษา โดย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้จัดสรรงบประมาณจำนวนกว่า 4 ล้านบาท เพื่อจัดสร้างอาคารเรียนชั่วคราวรวม 9 หลัง ให้กับโรงเรียนบ้านน้ำดำ โรงเรียนบ้านมะนังยง และโรงเรียนบ้านเขาดิน อำเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี ในส่วนสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา ได้จัดโครงการ “เตรียมความพร้อมอาชีวศึกษา” นำร่องในสถานศึกษาอาชีวศึกษา จังหวัดสมุทรปราการ 3 สถาบัน และ จังหวัดปทุมธานีหรือ จังหวัดนนทบุรี 1 สถาบัน โดยคาดว่าจะมีนักศึกษาเข้าร่วมกว่า 300 คน เพื่อแก้ปัญหาพฤติกรรมนักศึกษา นักเรียนก่อเหตุทะเลาะวิวาทใช้ความรุนแรง/div divnbsp;/div divในส่วนของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ได้มีการประชุมเมื่อวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา เพื่อพิจารณาโครงการลงทุนจำนวน 115 โครงการ รวมมูลค่าเงินลงทุนกว่า 102,000 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการที่เป็นกิจการขนาดใหญ่ จำนวน 24 โครงการ เงินลงทุนรวมกว่า 90,000 ล้านบาท เช่น การผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล หรืออีโคคาร์ระยะที่ 2 และโครงการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ เป็นต้น ในการพิจารณาอนุมัติส่งเสริมการลงทุนในกิจการขนาดเล็ก และขนาดกลาง มีจำนวนทั้งสิ้น 91 โครงการ เงินลงทุนรวม 12,425 ล้านบาท/div divnbsp;/div divเรื่องขอความร่วมมือจากเราเพื่อจะสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน ในเรื่องของการปฏิรูปทั้ง 11 ด้าน ขอขอบคุณท่านประธานสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และ สมาชิก สปช. ทุกท่าน ได้เห็นความตั้งใจในการทำงาน เพื่อประเทศไทย คนไทย คสช. และรัฐบาลขอให้กำลังใจ และก็นำเรื่องที่ติชมนั้น มาเป็นแรงใจในการทำงานต้องอดทนเสียสละ ผมรู้ว่าเป็นเรื่องที่ยากในการที่จะปฏิรูปประเทศในท่ามกลางความขัดแย้ง ยังคงมีบางคน บางพวก ยังมุ่งแต่จะรักษาผลประโยชน์ตนเอง ทั้งในวันนี้และในอนาคต ทุกท่านต้องช่วยกันอดทน/div divnbsp;/div divเรื่องที่ดี ๆ มีอยู่หลายอย่าง เรียนอีกครั้งว่า การทำงานของรัฐบาลขณะนี้ ก็คือการปฏิรูป อย่างหนึ่งก็คือ ในระยะสั้น เฉพาะหน้า ต้องสอดคล้องกับหลัง 1 ปีไปแล้ว และทำต่อในรัฐบาลต่อ ๆ ไป นั้นคือความต่อเนื่อง รัฐบาลทุกรัฐบาลจะต้องมียุทธศาสตร์และนโยบายของประเทศระยะยาว มิฉะนั้นก็จะเกิดการขัดแย้งกันไปมา ต้องเริ่มต้นกันใหม่มาตลอด ประกอบกับการทุจริตผิดกฎหมาย ไม่โปร่งใสทุกขั้นตอน ซึ่งเรื่องเหล่านี้เรากำลังนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม/div divnbsp;/div divวันนี้ คสช. รัฐบาลจะกำหนดมาตรการอะไรลงไป มีปัญหาหมด ปัญหาซ้ำซ้อน แล้วก็เดือดร้อน ยิ่งคิดใหม่ ยิ่งทำใหม่ ก็ต้องมาระแวงการทุจริตกันอีก ก็คาดโทษเอาไว้แล้วกัน ข้าราชการดี ๆ เขาก็หวาดผวา ไม่กล้าทำอะไร กลัวจะถูกกล่าวหาว่าทุจริต ท่านต้องมั่นใจ อะไรที่ท่านคิดว่าท่านทำได้ ถูกต้องท่านทำไป เป็นไปตามนโยบาย ท่านก็ต้องทำ ไม่ต้องกลัว แต่พร้อมจะรับการตรวจสอบได้ก็แล้วกัน/div divnbsp;/div divส่วนผู้ที่คอยทุจริตเหล่านั้น ผมก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมยังมีข่าวจ้องจะทำความผิดตลอดเวลา นัดกันจะเป็นกลุ่มประโยชน์แอบอ้าง คสช. อ้างรัฐบาล อ้างความใกล้ชิดคนโน้นคนนี้มาตลอด สังคมต้องช่วยกันเฝ้าระวัง ทำให้เห็นว่าการทุจริตเหล่านั้นเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ ไม่อย่างนั้นรัฐบาลก็จะทำอะไรไม่ได้อีก จะเริ่มโครงการอะไรใหม่ ๆ ก็เริ่มโจมตีกันไปอีกแล้ว ทำให้การพัฒนาประเทศการขับเคลื่อนประเทศช้าไปหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม ที่เป็นปัญหาในขณะนี้ ต้องรับฟังปัญหาทั้ง 2 ฝ่าย ผมรับฟังทั้ง 2 ฝ่าย อะไรที่ดีก็ต้องทำ อะไรที่ไม่ดียังไม่ตรงกันก็มาหาข้อมูลให้ตรงกัน แล้วจะทำอย่างไรก็หาทางออกให้ได้ ไม่อย่างนั้นเราเสียเวลาไปเรื่อย ๆ ทุกอย่างก็กลับมาที่เดิม เสียเวลาต้องทำงานหนักเป็น 2 - 3 เท่า ประชาชนก็ต้องคอยคาดหวังอีกไปเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นต้องช่วยกัน ช่วยกันเฝ้าระวัง ไม่ว่าจะเป็นข้อติชม ข้อเสนอแนะ หรือคนทุจริตที่ไหน อะไรอย่างไร ผมรับได้หมด/div divnbsp;/div divอีกประเด็นที่สำคัญ ก็คือ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของเรานั้นค่อนข้างมีปัญหา เราจะต้องสร้างให้คนของเราอยู่ร่วมกันให้ได้อย่างสันติ ถ้าเรามัวแต่พูดถึงว่าคำว่าสิทธิเสรีภาพหรือประชาธิปไตยจนไร้ขีดจำกัด จะรวมกันไม่ได้ คิดจะพูดอะไรก็ไม่ได้ ขัดแย้งกันทุกเรื่อง ทำอะไรไม่ได้เลย ต้องหาทางรวมพลังเหล่านี้ให้ได้ ก็ด้วยการสร้างความเข้าใจ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าเราทำไม่ได้ เราจะปฏิรูปกี่ครั้ง ตั้งสภาปฏิรูปกี่ครั้ง ก็ทำไม่ได้แก้อะไรไม่ได้ ประชาธิปไตยไทยนั้น ถ้าสอนให้คนรู้จักแต่เพียงสิทธิ เสรีภาพ ไม่คำนึงถึงหน้าที่ ไม่รู้จักผลประโยชน์แห่งชาติว่าอยู่ที่ไหน ก็ยังคงเป็นแบบนี้อยู่ต่อไป ผมต้องการใช้คำว่าพวกเราทุกคนยก็ไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์สำหรับประเทศไทย ถ้ายังเป็นอย่างนั้นอยู่อีก/div divnbsp;/div divระบบการสอน การเรียนรู้ การให้แนวคิด ในสังคมปัจจุบัน อยากให้ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องลองปรับเล็กน้อย อย่าสอนให้เสรีมากนัก คำว่าเสรีต้องมีขีดจำกัด อยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน ต้องรู้จักหน้าที่ ต้องรู้จักการให้เกียรติบุคคลอื่นบ้าง ไม่สอนให้คนไม่เคารพกฎหมาย หรือต่อให้เรามีกี่คณะ ทำงานออกมา กฎกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ทำออกมา สปช. ออกแบบออกมาว่า จะร่างรัฐธรรมนูญกันอย่างไร ก็ไม่สำเร็จ เพราะทุกคนจะรู้สึกว่า ถูกบังคับ ไม่ยอม ก็เป็นอันตราย ประชาธิปไตยของโลกสากล เขายังต้องเคารพกฎหมาย มีกฎหมาย ข้อบังคับมากมาย เขาก็ไม่ได้ต่อต้านอะไรกันรุนแรงแบบบ้านเรา ถ้าเราจะไม่มีกฎหมาย ไม่ต้องปฏิบัติตามระเบียบอะไรเลย เพราะถือว่าเป็นเรื่องของเสรีประชาธิปไตย ผมว่าอันตราย เพราะฉะนั้นเราน่าจะออกแบบให้เป็นประชาธิปไตยที่เหมาะสมกับคนไทย สอนให้มีสติ จะคิด จะเชื่อ เพราะเราอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริงและความมีเหตุผล อย่าให้เขาใช้ความยากจน ความเหลื่อมล้ำมาเป็นเครื่องมือในทางด้านการเมืองอีกต่อไปเลย/div divnbsp;/div divมีอีกหลายเรื่องที่รอให้รัฐบาลดำเนินการ ล้วนเป็นเรื่องใหญ่ ๆ มีความสำคัญต่อการปฏิรูปประเทศ ทั้งนี้ ก็เพื่อเราจะสร้างอนาคตที่ดีให้ลูกหลาน เตรียมความพร้อมให้กับประเทศ ให้กับรัฐบาลต่อไป ได้เข้ามาสานต่อ ก็ล้วนแต่เป็นสิ่งที่รัฐบาลปกติที่ผ่านมานั้นทำได้ยากหรือทำไม่ได้ เพราะอาจจะเป็นเรื่องของการเมืองเป็นเรื่องของผลประโยชน์ รัฐบาลนี้จะพยายามวางรากฐานที่มั่นคงไว้ให้/div divnbsp;/div divเรื่องที่คิดและจะดำเนินการต่อไป ได้แก่ การวางยุทธศาสตร์ประเทศ ในการสร้างความสัมพันธ์ประเทศเพื่อนบ้านให้ชัดเจน สร้างความเข้มแข็งทางด้านการค้า เศรษฐกิจ ทั้งนำเข้า – ส่งออก วางยุทธศาสตร์ชาติ จัดทำงบประมาณในลักษณะการบูรณาการกลุ่มงาน จัดตั้งคณะกรรมการมากกว่า 11 คณะในขณะนี้ เพื่อปรับปรุงการทำงาน การใช้จ่ายงบประมาณ ในเรื่องของการสร้างความเข้าใจ การพัฒนาระบบราชการยังคงดำเนินการต่อไป การร่างแผนภาษี ร่างกฎหมาย การบริหารจัดการพลังงาน การบุกรุกป่า การไม่มีที่ดินทำกิน สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำ คนรวยก็รวยมาก คนจนก็จนมาก ทำอย่างไรให้ทั้ง 2 ส่วนนี้ ไม่มีความเหลื่อมล้ำหรือมีความแตกต่างให้น้อยที่สุด ดูแลซึ่งกันและกัน เราจะได้ดำรงชีวิตได้อย่างพอเพียง ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว/div divnbsp;/div divในสัปดาห์นี้ผมดีใจ และเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสเลี้ยงขอบคุณนักกีฬาไทยทุกคนที่รอมานานแล้ว เราต้องรอให้ครบทั้ง 4 คณะ ซึ่งได้นำพาความสุข ความภาคภูมิใจ ชื่อเสียงมาให้กับพี่น้องชาวไทยทุกคน ในช่วงการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ เอเชียนพาราเกมส์ ยูธเกมส์ แล้วก็ฟุตบอลหญิงที่เพิ่งจะผ่านพ้นไปนั้น นักกีฬาทุกคนได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะฟันฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ ในการแข่งขันกีฬา เป็นธรรมดา กีฬาก็ต้องมีทั้งแพ้และชนะ แต่ที่สำคัญทุกท่านได้แสดงให้เห็นถึง Spirit ของความมีน้ำใจเป็นนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย เคารพกฎกติกา เป็นตัวอย่างและแรงบันดาลใจที่ดีให้กับเยาชนไทยอีกหลาย ๆ คน ทางรัฐบาลยินดี มีความตั้งใจที่จะสนับสนุนการพัฒนาด้านกีฬาของประเทศไทยต่อไป ก็ต้องการให้เพิ่มเติมในเรื่องของโรงเรียนกีฬาหรือส่วนที่จะนำคนที่ชอบกีฬามาเข้าเรียนในโรงเรียนของรัฐด้วย เพื่อจะพัฒนานักกีฬาต่อไปในอนาคต ไม่อย่างนั้นเราสู้เขาไม่ได้ เรื่องวิทยาศาสตร์การกีฬา อะไรเหล่านี้ต้องใช้งบประมาณสูง/div divnbsp;/div divส่วนความภาคภูมิใจล่าสุดของคนไทยก็คือ ผลการแข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียนครั้งที่ 10 ที่จัดขึ้นที่ประเทศเวียดนาม เยาวชนไทยได้รับเหรียญรางวัลถึง 6 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน และ 4 เหรียญทองแดง และมีใบประกาศนียบัตรรับรองความสามารถอีก 12 คน ถือว่าเป็นการแสดงศักยภาพของเยาวชนไทยในระดับนานาชาติ เราควรต้องสนับสนุนเป็นอย่างยิ่ง ผมขอแสดงความยินดีกับเยาวชนไทยทุกคนที่ได้เป็นตัวแทนเข้าร่วมแข่งขันในครั้งนี้ด้วย สำหรับแรงงาน ผมว่าคงจะต้องพัฒนาในเรื่องภาษาด้วย ทุกประเทศที่มาลงทุนประเทศไทยชื่นชมแรงงานของไทยว่าเข้มแข็ง มีฝีมือ แต่มีอย่างเดียวที่เขาต้องการให้แก้ไขมากที่สุดคือเรื่องภาษา เพราะว่าพูดภาษากันไม่รู้เรื่อง ภาษาอังกฤษสำคัญ แล้วก็จะได้พัฒนาตัวเองไปสู่ในระดับบริหารได้ด้วย ขอให้เร่งพัฒนา เพื่อรองรับ AEC ในปีหน้านี้ด้วย/div divnbsp;/div divอีกไม่กี่วันนี้ก็จะเข้าสู่เทศกาล “ลอยกระทง” ในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2557 ผมก็ได้กำชับล่วงหน้าไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงคมนาคม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ช่วยกันออกตรวจตรา เตรียมการ ดูแลความปลอดภัยล่วงหน้า ในสถานที่จัดงานประเพณีลอยกระทงหรือจัดกิจกรรมรื่นเริงที่มีคนจำนวนมาก ความมั่นคงแข็งแรง ท่าเทียบเรือ การสัญจรทางน้ำ อุปกรณ์กู้ชีพ รวมทั้งตรวจตราร้านผลิต ร้านจำหน่ายดอกไม้เพลิง พลุ ประทัด ว่าได้รับอนุญาตปฏิบัติตามเงื่อนไขในใบอนุญาตหรือไม่ รวมทั้งการขนย้ายด้วย หากพบว่าไม่ได้ปฏิบัติตามให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด รวมทั้งตรวจตราสถานบริการ สถานบันเทิง สวนสาธารณะ โรงแรม หอพัก ไม่ให้เป็นแหล่งมั่วสุมของเยาวชน หากพบว่าเจ้าของสถานประกอบการหรือผู้จัดงานปล่อยปละละเลยให้มีเด็กเข้ามาใช้บริการ แล้วเกิดอันตราย หรือเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง อะไรก็แล้วแต่ ถือว่าต้องรับผิดชอบด้วย มีความผิดด้วย/div divnbsp;/div divเพราะฉะนั้น ขอให้ทุกคนได้กวดขันร่วมกับรัฐ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ด้วย การกวดขันไม่ให้มีการจำหน่ายสุรานอกสถานที่และเกินเวลาที่กำหนด การเมาแล้วขับ ทั้งหลายทั้งปวง ให้กวดขันกันตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะไม่กี่เดือนจะถึง “เทศกาลปีใหม่” อีกแล้ว ปีนี้เราก็หยุดถึง 5 วัน เพราะฉะนั้นจะเห็นว่ามีการหยุดระยะยาวต่อเนื่องมาโดยตลอด ฉะนั้นต้องระมัดระวังการสูญเสียจากอุบัติภัย ทั้งหลายทั้งปวง สถิติผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทุกปีมากมายมหาศาล เพราะฉะนั้นเราต้องทำให้เป็นกิจวัตร ต้องทำให้เป็นนิสัย ไม่ใช่พอถึงเทศกาลใดก็มารณรงค์กันเป็นครั้ง ๆ เสียงบประมาณ เสียเวลา เราต้องแก้ไขเป็นมาตรการป้องกันให้ได้ ไม่ใช่เกิดเรื่องแล้วค่อยมาล้อมคอก เป็น “วัวหายล้อมคอก” ทีหลัง อย่างนี้ไม่ได้ ผู้ประกอบการ ผู้จัดงาน เตือนอีกครั้งต้องร่วมรับผิดชอบในอันตรายเหล่านี้ด้วย ผู้ปกครองต้องให้ความร่วมมือในการกวดขันดูแลบุตรหลานให้ใช้ความระมัดระวังในช่วงเทศกาลลอยกระทงเป็นพิเศษด้วย ขอให้ทุกคนมีความสุข ขอขอบคุณ สวัสดีครับ/div divnbsp;/div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/sOoAQWoy-XI" height="1" width="1"/

กมธ.ยกร่างชี้ทำประชามติ รธน. ยาก ใช้เวลานานงบประมาณมาก

Fri, 31/10/2014 - 20:32
div"พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช" กรรมาธิการยกร่าง รธน. ระบุทำประชามติ รธน. ยากเพราะต้องใช้เวลานานและงบประมาณจำนวนมาก ได้ กมธ.ครบ 36 คน จ่อประชุมกำหนดหน้าที่ 4 พ.ย. ด้านการประชุม สนช. เริ่มพิจารณาร่างกฎหมาย 9 ฉบับที่ ครม.เสนอ รับหลักการร่าง พ.ร.บ. ประกันสังคมแล้ว/div p!--break--!--break--/p divnbsp;/div div31 ต.ค. 2557 a href="http://www.thairath.co.th/content/460428"ไทยรัฐออนไลน์/aรายงานว่า พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในฐานะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ระบุถึงการทำงานของกรรมาธิการภายหลังได้กรรมาธิการครบทั้ง 36 คน ภายในวันที่ 4 พ.ย. จะประชุมเพื่อกำหนดหน้าที่รับผิดชอบและระดมความเห็นความทุกภาคส่วน โดยใช้กลไกของกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นและคณะกรรมาธิการวิสามัญ รับฟังความเห็นของประชาชน ก่อนรวบรวมสรุปเพื่อส่งให้กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญต่อไป/div divnbsp;/div divทั้งนี้ พล.อ.เลิศรัตน์ ยังเชื่อว่า ไม่มีล็อกสเปกกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 25 คน ในสัดส่วนของ สปช. และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพราะทั้งหมดมีความหลากหลาย มีความสามารถและจะเป็นที่ยอมรับ ส่วนภายหลังร่างรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้น จะทำประชามติหรือไม่ มองว่าเป็นเรื่องยาก เพราะต้องใช้เวลานานและงบประมาณจำนวนมาก ซึ่งเห็นว่าเพียงใช้กลไกของกรรมาธิการน่าจะเพียงพอ/div divnbsp;/div divขณะที่ร่างข้อบังคับการประชุม สปช. คาดว่าจะเสร็จสิ้นวันที่ 3 หรือ 4 พ.ย. จากนั้นจะให้สมาชิกคัดเลือกกรรมาธิการสามัญประจำ สปช.17 คณะ และนำเรื่องให้ที่ประชุมเห็นชอบใน วันที่ 10 พ.ย./div divnbsp;/div divstrongพิจารณาร่างกฎหมาย 9 ฉบับ ที่ ครม.เสนอ/strong/div divnbsp;/div divส่วนการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ วันนี้ (31 ตุลาคม 2557) เริ่มเวลา 10.00 น. โดยมีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ทำหน้าที่ ประธานในที่ประชุม มีวาระเพื่อพิจารณาร่างกฎหมายที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอเข้าสู่การพิจารณาวาระแรก จำนวน 9 ฉบับ/div divnbsp;/div divทั้งนี้ ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ..... นาง กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ชี้แจงถึงเหตุผลการเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ว่า เพื่อเป็นการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ.2528 เนื่องจากมีข้อกฎหมายบางอย่างไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน รวมทั้ง กำหนดให้มีการจัดตั้งกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ขึ้นในการกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อส่งเสริมสนับสนุนพัฒนา และจัดสวัสดิการที่เกี่ยวกับกีฬา ขณะเดียวกัน ยังมีการกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจดทะเบียนจัดตั้งสมาคมกีฬา และกำหนดมาตรการในการกำกับดูแลการดำเนินการของสมาคมกีฬาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น/div divnbsp;/div divโดยการอภิปรายของสมาชิก สนช. ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว แต่แสดงความเป็นห่วงในการบริหารจัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ จำนวน 3,000 ล้านบาท ที่อยู่ในอำนาจการบริหารของคณะกรรมการฯ จึงต้องการให้การดำเนินงานของกองทุนเป็นไปเพื่อประโยชน์ของกีฬาอย่างแท้จริง พร้อมฝากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมกันแก้ไขปัญหาการพนัน และการทะเลาะวิวาทของนักกีฬาระหว่างการแข่งขัน/div divnbsp;/div divstrongรับหลักการร่าง พ.ร.บ. ประกันสังคมnbsp;/strong/div divnbsp;/div divในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยที่ประชุมได้มีมติในวาระที่ 1 รับหลักการ ด้วยคะแนนเสียง เห็นด้วย 150 ต่อ 4 งดออกเสียง 19 เสียง พร้อมตั้งกรรมาธิการวิสามัญฯ เพื่อศึกษาร่างพระราชบัญญัติ จำนวน 18 คน ในจำนวนนี้ มีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 6 คน กำหนดแปรญัตติภายใน 15 วัน กรอบเวลาในการดำเนินงาน 45 วัน/div divnbsp;/div divโดย พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวชี้แจงว่า สาระสำคัญในการแก้ไข คือ เรื่องความคุ้มครองให้แก่ลูกจ้างชั่วคราวทุกประเภทของส่วนราชการ การแก้ไขเพิ่มเติมนิยามคำว่า ลูกจ้าง ทุพพลภาพ ให้มีความชัดเจน รวมถึง การแก้ไขเพิ่มเติมเรื่องการจ่ายเงินสมทบของรัฐบาลเข้ากองทุนประกันสังคม เป็นต้น พร้อมกันนี้ ยังเพิ่มบทบัญญัติให้ลดหย่อนการออกเงินสมทบกรณีเกิดภัยพิบัติร้ายแรงที่ส่งผลกระทบต่อสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของนายจ้าง ตลอดจนกำหนดโทษทางอาญากรณีนายจ้างไม่ยื่นแบบรายการแสดงการส่งเงินสมทบ/div divnbsp;/div divทั้งนี้ ในการอภิปรายของสมาชิกฯ ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับกรณีให้ยกเลิกความในบทนิยามคำว่าลูกจ้าง ในมาตรา 5 แห่งร่าง พ.ร.บ. ประกันสังคม พ.ศ.2533 ให้กำหนดว่า ลูกจ้าง หมายถึง ผู้ซึ่งทำงานให้นายจ้างโดยรับค่าจ้าง ตามความในมาตรา 4 ของร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ แทน หมายรวมถึงลูกจ้างที่ทำงานในบ้านซึ่งไม่ได้ประกอบธุรกิจด้วยนั้น จะทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการจ่ายเงินสมทบในอนาคต ขณะที่ ในมาตรา 36 ที่ให้ผู้ประกันตน ซึ่งไม่มีสัญชาติไทย เมื่อความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลงไม่ว่าจะส่งเงินสมทบครบ 180 เดือน หรือไม่ก็ตามและประสงค์จะไม่พำนักอยู่ในประเทศไทยให้มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จชราภาพนั้น มีลักษณะที่ขัดกับพระราชบัญญัติผู้สูงอายุที่ให้ความคุ้มครองกับผู้มีสัญชาติไทย/div divnbsp;/div divนอกจากนี้ ยังได้มีการตั้งข้อสังเกตอีกหลายประการ ทั้งในกรณีผู้ประกันตน ซึ่งเป็นผู้พิการที่ถูกตัดสิทธิประโยชน์บางประการตามพระราชบัญญัติอื่นหลังเข้าเป็นผู้ประกันตน การขยายความคุ้มครองแรงงาน รวมไปถึงการขาดแรงจูงใจที่จะทำให้แรงงานนอกระบบเข้าสู่ระบบประกันสังคม/div divnbsp;/div divอย่างไรก็ตาม สมาชิก สนช. ได้อภิปรายอย่างกว้างขวาง เกี่ยวกับคณะกรรมการประกันสังคม และกองทุนประกันสังคม ว่ามีเงื่อนไขติดขัดเกี่ยวกับโครงสร้างและข้อกฎหมาย ทำให้เกิดปัญหาหลายประการทั้งในเรื่องการบริหารจัดการ การลงทุน และสวัสดิการประชาชน จึงเสนอให้แยกคณะกรรมการประกันสังคม และกองทุนประกันสังคม ออกจากส่วนราชการ เพื่อการดำเนินงานที่มีความเป็นอิสระ เป็นไปตามกลไกที่เป็นมาตรฐานสากล และตรวจสอบได้/div divnbsp;/div divรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวชี้แจงว่า กฎหมายนี้เกิดประโยชน์สุงสุดต่อผู้ประกันตนและประเทศชาติ ที่ผ่านมา มีความพยายามจะผลักดัน แต่ไม่สำเร็จจนมาถึงสมัยนี้ ทราบดีว่าทุกคนมีความรู้ ประสบการณ์ ทัศนคติมุมมองที่แตกต่างกัน แต่ยืนยันว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ดีกว่าฉบับเดิม เพราะครอบคลุมไปถึงลูกจ้างของรัฐ และราชการที่ไม่ได้เป็นลูกจ้างประจำให้ได้รับสิทธิประโยชน์ด้วย ส่วนเรื่องความโปร่งใสของคณะกรรมการบริหาร ได้พยายามใช้ความสามารถ รื้อบอร์ดทั้งหมดด้วยดุลยพินิจ แต่ยอมรับว่า หนักใจที่เงินกองทุนนี้อยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงแรงงาน ส่วนตัวเห็นด้วยกับข้อเสนอที่จะให้องค์กรอิสระเข้ามาบริหารจัดการ แต่ไม่มีใครยืนยันได้ว่า จะบริหารเงินจำนวนมหาศาลได้สำเร็จ เพราะเป็นเงินจำนวนมาถึง 1.19 ล้านล้านบาท/div divnbsp;/div divnbsp;/div divnbsp;/div divstrongที่มาข่าวเรียบเรียงจาก/strong/div divnbsp;/div divไทยรัฐออนไลน์, สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย/div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/M3TNOP6VxPo" height="1" width="1"/

ยิ่งลักษณ์-ทักษิณไหว้บรรพบุรุษที่เหมยเซียน มณฑลกวางตุ้ง

Fri, 31/10/2014 - 19:50
pยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และทักษิณ ชินวัตร ซึ่งอยู่ระหว่างเยือนจีนเดินทางไปเคารพบรรพบุรุษที่เหมยเซียน เมืองเหมยโจว ในมณฑลกวางตุ้ง/p p!--break--!--break--/p p31 ต.ค. 2557 - เฟซบุ๊คเพจa href="https://www.facebook.com/media/set/?set=a.880216555356134.1073743021.105044319540032amp;type=1"ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร/a โพสต์ภาพยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และบุตรชาย และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางไปเคารพหลุมฝังศพบรรพบุรุษที่อำเภอเหมยเซียน เมืองเหมยโจว ซึ่งเป็นถิ่นฐานของชาวจีนฮากกา หรือจีนแคะ อยู่ติดต่อกับเมืองซัวเถา ถิ่นฐานของชาวจีนแต้จิ๋ว ในมณฑลกวางตุ้ง/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm4.staticflickr.com/3954/15673140605_4822c688a1_z.jpg" style="width: 560px; height: 420px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm4.staticflickr.com/3954/15487248359_472437c1f4_z.jpg" style="width: 560px; height: 420px;" //p p style="text-align: center;"strongspan style="color:#ff8c00;"ที่มาของภาพ: เฟซบุ๊คเพจ/spana href="https://www.facebook.com/media/set/?set=a.880216555356134.1073743021.105044319540032"span style="color:#ff8c00;"ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร/span/a/strong/p pในเฟซบุ๊คเพจของยิ่งลักษณ์ยังมีการโพสต์a href="https://www.facebook.com/Y.Shinawatra/photos/a.201001219944341.55522.105044319540032/880208135356976/?type=1"สเตตัส/aว่า/p p style="margin-left: 40px;""วันนี้เดินทางมาที่เมืองเหมยเซี่ยน มณฑลกวางโจว เพื่อมาเคารพหลุมฝังศพบรรพบุรุษที่เรียกว่ายายทวด และไปดูบ้านที่แม่เคยอยู่ตอนช่วงอายุ 9 ถึง 13 ขวบตอนตามคุณตามาอยู่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองก่อนที่จะอพยพไปอยู่ที่ฮ่องกงและนั่งเรือจากฮ่องกงเพื่อมายังประเทศไทย นอกจากนี้ยังได้มีโอกาสพบญาติที่ยังเหลืออยู่ในรุ่นหลานซึ่งเป็นรุ่นเดียวกับดิฉันและพี่ชาย ท่านทักษิณได้ใช้เวลาในการสืบหาสถานที่นี้ตั้งแต่ก่อนที่ท่านเป็นนายกฯจากคำบอกเล่าของคุณแม่และท่านก็เคยเดินทางมาแล้วครั้งหนึ่งสมัยที่มาเยือนเมืองจีนตอนเป็นนายกรัฐมนตรี ที่สำคัญมาครั้งนี้มีข่าวดีเพิ่มคือมีโอกาสได้ไปเคารพหลุมฝังศพและบ้านที่เคยอยู่ของสายคุณพ่อซึ่งมีอายุเกือบ 300 ปี ต้องขอขอบคุณฝ่ายทางการจีนที่ช่วยสืบหาให้จนพบต้นกำเนิดบรรพบุรุษสายทางคุณพ่อด้วยค่ะ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่แปลกที่บรรพบุรุษสายคุณพ่อและคุณแม่ มาจากมณฑลเดียวกัน อยู่ห่างกันเพียง 3 ชม หากเดินทางโดยรถยนต์"/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/KRqC1agbvkc" height="1" width="1"/

วาด รวี: เพลงลาจากของนวมทอง ไพรวัลย์

Fri, 31/10/2014 - 19:07
!--break--!--break-- pnbsp;/p pนวมทอง ไพรวัลย์ฆ่าตัวตายเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2549 เขาจงใจสังหารตนเองในเดือนตุลาคม ด้วยเหตุผลว่าเพราะเป็นเดือนสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยbr /br /ผมสงสัยมาตลอดว่านวมทองเลือกเดือนผิดหรือไม่ ยิ่งเมื่อคิดถึงพฤติกรรมของบรรดา “วีรชนเดือนตุลา” จำนวนมากที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน และยิ่งเมื่อย้อนทบทวนข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับเหตุการณ์ตุลาคมปี 2516 เดือนตุลาคมสมควรเป็นเดือนสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยจริงหรือไม่? “คนเดือนตุลา” มีจิตใจและการกระทำสมควรแก่การยกย่องและโอ่อวดมาตลอด 41 ปีที่ผ่านมาหรือไม่?br /br /แต่ไม่ว่าจะอย่างไรนวมทองก็เลือกไปแล้ว และการเลือกของเขาก็ช่วยต่อชีวิตและจิตวิญญาณให้กับสัญลักษณ์เดือนตุลาคมที่ผูกพันกับประชาธิปไตยbr /br /นวมทอง ไพรวัลย์ไม่ได้ฆ่าตัวตายครั้งเดียว แต่ทำทั้งหมด 2 ครั้ง ครั้งแรกเขาขับรถแท๊กซี่พุ่งชนรถถัง การแลกชีวิตครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ เขารอดตาย แต่ก็กลายเป็นข่าวหน้าหนึ่ง “แท็กซี่ขับชนรถถัง” เพื่อประท้วงการรัฐประหารbr /br /ตามที่ระบุไว้ในจดหมายฉบับสุดท้ายของเขา หลังจากฆ่าตัวตายครั้งแรกไม่สำเร็จ เขาไม่ได้คิดที่จะทำอีก แต่ตั้งใจจะกลับไปทำมาหากินตามปรกติ แต่เมื่อมีนายทหาร คมช. ออกมาสบประมาทว่า “ไม่มีใครมีอุดมการณ์พอที่จะตายได้หรอก” นวมทอง ไพรวัลย์จึงตัดสินใจอีกครั้ง...br /br /เป็นการตัดสินใจท่ามกลางการมอบดอกไม้และถ่ายรูปกับรถถังของชนชั้นกลาง ท่ามกลางความเงียบใบ้ หรือไม่ก็แอบเชียร์รัฐประหารของปัญญาชน นักเขียน บรรณาธิการ... ผมจำได้ว่าตอนนั้น การตายของนวมทอง ไพรวัลย์ สั่นสะเทือนผมอย่างรุนแรง เป็นเหมือนมือที่ตบผลัวะเข้าที่ใบหน้าในขณะที่ผมกำลังเกือบจะเคลิ้มไปกับคำออกตัวต่าง ๆ นานาเพื่อจะไม่คัดค้านต่อต้านการรัฐประหารของบรรดาปัญญาชน นักเขียน บรรณาธิการ... ล้วนเป็นคนที่ผมเคยนับถือทั้งสิ้นbr /br /strongความตายของนวมทองเปรียบได้กับมือที่ตบหน้าผมให้ตื่นขึ้นจากความหลอกหลวง หลับใหล หรือแม้แต่กะล่อนของคนเหล่านั้น และทำให้ผมมองพวกเขาใหม่อีกครั้งด้วยดวงตาที่กระจ่างแจ้งกว่าเดิม/strong/p pการฆ่าตัวตายของนวมทองเป็นการกระทำของ “ผู้ตื่นรู้” ที่ถือครองอำนาจของการปลดปล่อยอย่างแท้จริง เป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา และเป็นอดีตทหารชั้นผู้น้อย ไม่ใช่ปัญญาชน นักวิชาการโก้หร่าน นักเขียน กวี ใหญ่คับกะลา พ่นน้ำลายปนน้ำหมึกตอแหลหลอกลวงเทศนาโอ้อวดตัวว่าตื่นว่ารู้และคอยเก็บเกี่ยวอ้าปากรับเศษผลประโยชน์ที่กระเด็นมาเข้าปากตัวเองbr /br /ท่วงทีแห่งการตายของเขาคือหลักฐานว่านวมทอง ไพรวัลย์ไม่ใช่คนสิ้นคิด และไม่ใช่คนไม่รักชีวิต การฆ่าตัวตายของเขาไม่ใช่การปราศจากศรัทธาที่จะมีชีวิตต่อ ไม่ใช่การพยายามวิ่งหนีจากอะไร แต่เป็นการออกไปเผชิญหน้า ออกไปรบ...ก้าวสู่สมรภูมิที่ต้องเอาชีวิตเข้าแลกกับการปลุกผู้คนและทำลายความปลิ้นปล้อนหลอกลวง ก่อนตายเขาอัดเทปและฝากเพลง “ลูกแก้วเมียขวัญ” ถึงครอบครัว แสดงให้เห็นถึงความอาลัยอาวรณ์อย่างซื่อสัตย์จริงใจ ไม่ต้องการจากผู้เป็นที่รัก ทว่า สมรภูมิรออยู่เบื้องหน้า และเขาต้องออกไปแลกชีวิตกับมัน และนี่คือความหมายมนุษย์ที่ยืนหยัดอยู่บนส้นตีนและศักดิ์ศรีของตน ไม่ใช่ฝุ่นละอองใต้ฝ่าเท้าหรือไม้เถาที่ต้องเลื้อยพันสิ่งอื่นbr /br /ลาก่อนเถิดหนาจอมขวัญbr /เพลาสายัญพี่จะต้องจากไปทัพbr /อยู่บ้านจงหมั่นดูแล ดูลูกดูแม่กว่าผัวจะกลับbr /แม้นเสร็จศึกทัพ แล้วพี่จะกลับมาเชยbr /อยู่บ้านเถิดหนานวลเนื้อbr /ผู้ชายพายเรือน้องอย่าได้เชื่อคำเลยbr /สงวนทรามเชยไว้อย่าให้เปื้อนราคีbr /อยู่บ้านหมั่นสวดมนต์สวดพรbr /ก่อนหลับก่อนนอนวอนคุณพระให้ช่วยทีbr /ถ้าแม้นบุญมีแล้วพี่คงได้กลับมาbr /ไก่แก้วตะโกนแว่วร้อง แสงเงินแสงทองเริ่มจับขอบฟ้าbr /ถึงเวลาแล้วพี่ต้องจากบังอรbr /จูบลูกเป็นครั้งสุดท้าย โอ้ยอดดวงใจพ่อต้องลาไปก่อนbr /ขวัญเอยขวัญอ่อนจงสุขสบายbr /อยู่บ้านอย่ากวนแม่นักbr /ลูกเอ๋ยลูกรักจงอย่าเที่ยวให้ไกลbr /โรงร่ำโรงเรียนเจ้าจงได้หมั่นเพียรไปbr /สางแล้วไก่แก้วแว่วมาbr /ถึงเวลาแล้วที่พ่อต้องจากไกลbr /ต้องขอลาไปแล้วลูกแก้วเมียขวัญ/p pnbsp;/p p style="text-align: center;"iframe allowfullscreen="" frameborder="0" height="315" src="//www.youtube.com/embed/r4MdbMTGYYI" width="420"/iframe/p p style="text-align: center;"nbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/jVuesk_ba94" height="1" width="1"/

5 วิธีใช้ 'โดรน' ให้เป็นประโยชน์ต่อโลก

Fri, 31/10/2014 - 17:38
pแม้ว่า 'โดรน' หรือเครื่องบินไร้คนขับมักจะถูกใช้เป็นอาวุธโจมตีจนกลายเป็นกรณีอื้อฉาวสำหรับกองทัพสหรัฐฯ แต่สื่อต่างประเทศก็นำเสนอการใช้เทคโนโลยีนี้ในมุมอื่นๆ ที่บางมุมก็เป็นประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์เช่นการใช้ช่วยเหลือบรรเทาภัยพิบัติ หรือช่วยพัฒนาด้านการขนส่งลำเลียง/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src=" https://farm8.staticflickr.com/7322/8725078749_b8baf91344.jpg" /br /span style="color:#ff8c00;"ภาพโดย /spana href="https://secure.flickr.com/photos/69214385@N04/8725078749"span style="color:#ff8c00;"Don McCullough/span/aspan style="color:#ff8c00;" (CC BY 2.0)/spanbr /nbsp;/p p30 ต.ค. 2557 สำนักข่าวโกลบอลโพสต์นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับเครื่องบินไร้คนขับควบคุมจากระยะไกลหรือ 'โดรน' โดยระบุว่าแม้โดรนจะถูกนำมาใช้เป็นอาวุธอันตรายที่สังหารคนจำนวนมาก แต่ก็มี 5 วิธีการที่จะทำให้เทคโนโลยีโดรนกลายเป็นประโยชน์ต่อผู้คนได้/p pสำนักงานข่าวสืบสวนสอบสวนของอังกฤษซึ่งเป็นผู้คอยติดตามเฝ้าระวังการใช้งานโดรนระบุว่ามีคนจำนวนมากถูกโดรนสังหารเช่นในประเทศปากีสถาน โซมาเลีย และเยเมน อย่างไรก็ตามในตอนนี้กำลังมีการจับตาโดรนในบทบาทใหม่ซึ่งไม่ใช่การสังหารผู้คนแต่เป็นการช่วยเหลือทำให้โลกดีขึ้น รวมถึงการนำมาใช้ในเชิงพาณิชย์ เช่น โครงการ 'ไพร์มแอร์' ของอมาซอน และโครงการ 'โปรเจกต์วิง' ของกูเกิลซึ่งกำลังทดลองใช้โดรนในการช่วยส่งสินค้าตามบ้าน/p pทางด้านนักช่วยเหลือทางมนุษยธรรมก็กำลังศึกษาการใช้โดรนเพื่อช่วยงานในด้านนี้โดยมีการศึกษาประสิทธิภาพและผลกระทบเช่นงานศึกษาจากศูนย์วิจัยด้านการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมของนอร์เวย์/p pแพทริก ไมเออร์ ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรมสังคมจากสถาบันวิจัยวิชาการคอมพิวเตอร์ของกาตาร์ประเมินว่าการใช้โดรนจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ จนพบเห็นได้ทั่วไป จากช่วงเริ่มต้นที่อาจจะมีราคาสูงมากหลายแสนดอลลาร์ แต่จะเริ่มถูกขึ้นจนเท่ากับราคาโทรศัพท์มือถือ อีกทั้งยังจะมีความซับซ้อนมากขึ้น มีการใช้งานอัตโนมัติมากขึ้น มีความฉลาดมากขึ้น ขณะที่ขนาดจะเล็กลง เบาลง และปลอดภัยมากขึ้น/p pแต่ก็มีกรณีที่ผู้มีอำนาจควบคุมพยายามควบคุมการใช้โดรนและนักวิจัยก็ยังมีความกังวลว่าผู้ผลิตให้กองทัพอาจจะฉวยโอกาสหาผลประโยชน์จากกลุ่มผู้ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเพื่อขยายตลาดใหม่ในขณะที่ทำให้ตัวเองมีภาพลักษณ์ดูดีขึ้น ยกตัวอย่างเช่นการเอาป้ายแปะโดรนที่ตนเองต้องการจะโปรโมทว่า "เป็นการใช้ช่วยเหลือในเชิงมนุษยธรรม"/p pอย่างไรก็ตาม สำนักข่าวโกลบอลโพสต์นำเสนอวิธีการใช้งานโดรนในทางที่ไม่ใช่การสังหารผู้คนเอาไว้ 5 วิธีดังนี้/p pbr /strong1. ใช้โดรนเพื่อคุ้มกันสัตว์ป่า/strong/p pนักกิจกรรมด้านสัตว์ที่เป็นขาโหดอาจจะอยากได้โดรนล่าสังหารไว้จัดการกับพวกล่าช้างล่าแรด แต่ที่จะกล่าวถึงในตอนนี้ไม่ใช่โดรนจำพวกนั้น แต่เป็นโดรนที่ใช้ในการติดตามการเคลื่อนที่ของสัตว์ เช่นในองค์กรอนุรักษ์โอลเพฮาตาที่ประเทศเคนยามีการทดลองใช้โดรนขนาดกว้าง 6 ฟุตครึ่งเพื่อติดตามการเคลื่อนที่ของสัตว์/p pนอกจากนี้ยังมีการวางแผนใช้โดรนในการติดตามการบุกรุกล่าสัตว์ในพื้นที่ 90,000 เอเคอร์ ซึ่งถือว่ากว้างมาก หรือใช้โดรนเพื่อปฏิบัติงานประจำวันของอุทยาน ช่วยเหลือนำทางนักท่องเที่ยว รวมถึงช่วยงานเจ้าหน้าที่อุทยานซึ่งเป็นงานอันตรายเช่นการขับไล่ผู้บุกรุกล่าสัตว์/p pนอกจากในเคนยาแล้วประเทศนามิเบียและอินเดียยังวางแผนจะนำโดรนมาใช้ในการคุ้มครองสัตว์ป่าด้วย/p pbr /strong2. ใช้ในการรับมือเชิงมนุษยธรรม/strong/p pถึงแม้ว่าคริสติน แซนด์วิค ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยด้านการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมของนอร์เวย์จะกล่าวว่า "การระบุถึงปัญหาวิกฤติด้านมนุษยธรรมเป็นคำถามเชิงการเมืองและการใช้โดรนจะไม่สามารถช่วยเหลือพวกเราด้านข้อจำกัดทางการเมืองหรือทรัพยากรได้" แต่ก็เริ่มมีการนิยมใช้โดรนเพิ่มมากขึ้นในการรับมือเชิงมนุษยธรรมแล้ว/p pทางด้านแพทริก ไมเออร์ ผู้ก่อตั้งเครือข่ายให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมโดยเครื่องบินไร้คนขับหรือ UAViators กล่าวว่า ในตอนนี้ยังเป็นช่วงเริ่มต้นสำหรับการใช้โดรนให้ความช่วยเหลือตั้งแต่ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แต่การใช้โดรนในการนี้ก็สามารถช่วยชีวิตคนได้จริง และเมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมาสำนักงานสหประชาชาติในนิวยอร์กก็เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมของเหล่าผู้กำหนดนโยบาย ผู้ผลิต และคนทำงานให้ความช่วยเหลือ เพื่อหารือเรื่องการใช้โดรนในทางมนุษยธรรม ซึ่งไมเออร์บอกว่ามีหน่วยงานราว 20 หน่วยงานที่สนใจการใช้โดรนในแง่นี้/p pวิธีการใช้โดรนในการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ได้แก่ การช่วยฟื้นฟูและดูแลด้านสุขภาวะหลังเกิดภัยพิบัติ การทำแผนที่วิกฤตการณ์เพื่อส่งความช่วยเหลือ ปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัย รวมถึงการสอดส่องดูแลด้านสิทธิมนุษยชน ในบางกรณีโดรนยังอาจช่วยเหลือร่วมกับการใช้ภาพถ่ายดาวเทียมซึ่งนิยมใช้กันแพร่หลาย อีกทั้งยังสามารถเข้าถึงวัตถุในสถานที่ๆ เข้าถึงยากหรือมีอันตรายด้วย/p pbr /strong3. ใช้กับงานด้าน "รักษาสันติภาพ"/strong/p pเมื่อเดือน ธ.ค. 2556 สหประชาชาติหรือยูเอ็นได้ใช้โดรนของพวกเขาเป็นครั้งแรกที่ทางภาคตะวันออกของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกซึ่งเป็นเขตที่เต็มไปด้วยป่าเขามีกองกำลังติดอาวุธหลากหลายทั้งกลุ่มเล็กและใหญ่ ซึ่งถือเป็นการขยายผลภารกิจรักษาสันติภาพของยูเอ็น/p pโดรนที่ใช้นี้ไม่ใช่โดรนล่าสังหารแต่เป็นโดรนรุ่น 'เซเล็กซ์อีเอส ฟัลโค' (Selex-ES Falco) ซึ่งนำมาใช้ลาดตระเวนสอดส่องการค้าอาวุธผิดกฎหมายหรือการเคลื่อนพลของกลุ่มติดอาวุธ นอกจากนี้ยังช่วยค้นหาการค่ายของกลุ่มติดอาวุธเพื่อชี้นำปฏิบัติการของกองกำลังรักษาสันติภาพของยูเอ็นและกองทัพคองโก ช่วงที่โดรนของยูเอ็นบินกลับในเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา มีการพบเหตุเรือล่มระหว่างทางที่ทะเลสาบคีวูจนพวกเขาสามารถส่งเรือกู้ภัยช่วยเหลือคนได้ 17 คน/p pกลุ่มให้ความช่วยเหลือบางส่วนยังคงไม่ไว้ใจการใช้โดรนโดยปฏิเสธที่จะแบ่งปันข้อมูลเพราะกลัวว่าจะทำให้เกิดความไม่เป็นกลาง แต่ฝ่ายปฏิบัติการรักษาสันติภาพของยูเอ็นเชื่อว่าพวกเขาประสบความสำเร็จโดยมีคองโกตะวันออกเป็น "หนูทดลอง" ซึ่งตอนนี้พวกเขายังได้นำโดรนไปใช้กับประเทศมาลี และกำลังวางแผนใช้กับสาธารณรัฐแอฟริกากลางรวมถึงปฏิบัติการในที่อื่นๆ ทั่วโลก/p pbr /strong4. ใช้เพื่อขนส่งพัสดุ/strong/p pขณะที่กลุ่มให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมกำลังพิจารณาใช้โดรนในการช่วยเหลือลำเลียงสิ่งให้ความช่วยเหลือไปในเขตที่เกิดภัยพิบัติ องค์กรบางแห่งก็กำลังคิดนำโดรนมาใช้กับการขนส่งเครื่องใช้ประจำวัน บ้างก็คิดว่าจะใช้โดรนในการพัฒนาประเทศด้านโครงสร้างพื้นฐานในระดับก้าวกระโดด เช่น โครงการ "ลาบินได้" ที่พยายามดัดแปลงการขนส่งสินค้าในเคนยาด้วยการใช้โดรนแทนลา ผู้นำเสนอพยายามอธิบายกับคนแก่ในเคนยาว่าโดรนก็เปรียบเสมือนลาที่บินบนท้องฟ้าได้/p pบริษัทอโฟรเทควางแผนออกแบบโดรนไว้ใช้ในเคนยาเพื่อ "ขนส่งพัสดุในระดับกลางเดินทางในระยะทางระดับกลางเพื่อส่งไปในเมืองระดับกลาง" แต่เมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมาความพยายามทดสอบโดรนนี้ก็ถูกทางการเคนยาควบคุมการดำเนินการ แต่ผู้วางแผนใช้โดรนยังคงเดินหน้าผลักดันให้มีการใช้ในประเทศใกล้เคียง/p pเจ.เอ็ม เลดการ์ด ผู้วางแผนริเริ่มใช้โดรนในประเทศแถบแอฟริกาบอกว่าเขามีเป้าหมายต้องการวางเส้นทางบินของโดรนเพื่อการค้าเป็นแห่งแรกในแอฟริกาภายในปี 2559 โดยพัสดุที่โดรนจะนำส่งอย่างแรกคือคลังโลหิตที่ใช้ถ่ายให้ผู้ป่วยหรือบาดเจ็บเพื่อช่วยชีวิตโดยวางเส้นทางนำส่งเป็นระยะทาง 50 ไมล์ หลังจากนั้นจะพัฒนาให้สามารถขนน้ำหนักได้มากขึ้นเป็น 44 ปอนด์ และมีระยะการเดินทางหลายร้อยไมล์เพื่อขนส่งพัสดุในเส้นทางกันดาร/p pbr /strong5. ใช้เพื่อทำแผนที่วิกฤตการณ์/strong/p pหลังเหตุการณ์พายุไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนพัดถล่มฟิลิปปินส์ในเดือน ก.ย. ปี 2556 มีการใช้โดรนแบบ 4 ใบพัดเพื่อช่วยระบุตำแหน่งแก่นักให้ความช่วยเหลือว่าควรจะตั้งแคมป์ตรงไหนและมีจุดไหนที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด ขณะที่โดรนแบบปีกเครื่องบินจะทำหน้าที่เก็บภาพถ่ายทางอากาศเพื่อทำแผนที่รายละเอียดในแบบ 2D และ 3D ในเรื่องผลกระทบจากไต้ฝุ่นที่มีต่อเมืองทาโคลบาน/p pการทำแผนที่วิกฤตการณ์ด้วยโดรนจะช่วยให้การรับมือต่อเหตุฉุกเฉินของคนทำงานให้ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ทำให้พวกเขาไปยังสถานที่ซึ่งต้องการความช่วยเหลือได้เร็วขึ้น แซนด์วิคกล่าวว่ากรณีในเมืองทาโคลบานเป็นข้อพิสูจน์ว่าเครื่องบินโดรนสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในเรื่องนี้ได้จริงbr /nbsp;/p pbr / /ppstrongเรียบเรียงจาก/strong/p p5 ways drones are making the world a better place (without killing anyone), Globalpost, 25-10-2014br /a href="http://www.globalpost.com/dispatch/news/business/innovation/141024/drones-wildlife-humanitarian-peacekeepers"http://www.globalpost.com/dispatch/news/business/innovation/141024/drones-wildlife-humanitarian-peacekeepers/a/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/KkgMYDBG6ho" height="1" width="1"/

ศาลไม่ให้ประกัน รอบสอง คดี 112 ลุงวัย 67 ปีเขียนผนังห้องน้ำห้าง

Fri, 31/10/2014 - 16:28
!--break--!--break-- p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm4.staticflickr.com/3948/15670262881_6429df35fb.jpg" style="width: 367px; height: 500px;" //p pที่ศาลทหาร เจ้าหน้าที่นำตัวนายโอภาส (สงวนนามสกุล) อายุ 67 ปี nbsp;ผู้ต้องหาคดี 112 จากกรณีเขียนข้อความในผนังห้องน้ำห้างสีคอนสแควร์ โดยผู้ต้องหาถูกจับกุมตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค.และถูกคุมขังมาจนปัจจุบัน ก่อนหน้านี้เคยยื่นประกันตัวไปแล้วครั้งหนึ่งโดยใช้โฉนดที่ดินมูลค่า 2.5nbsp;nbsp; ล้านบาทแต่ศาลไม่อนุญาต/p pในวันนี้พนักงานสอบสวนนำตัวผู้ต้องหามายื่นคำร้องขอฝากขังครั้งที่ 2 ที่ศาลทหารในช่วงเช้า ทนายความผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องคัดค้านการขอฝากขังครั้งที่ 2 และขอให้ศาลไต่สวนพนักงานสอบสวน โดยคัดค้านว่าพนักงานสอบสวนไม่มีเหตุจำเป็นจะต้องควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ เนื่องจากคดีมีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ไม่ซับซ้อน คำให้การของผู้ต้องหาในชั้นสอบสวนก็เป็นประโยชน์ในการรวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวกับคดีนี้แล้ว ไม่มีเหตุที่ผูต้องหาจะไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานได้อีก สอบผู้ร้องแล้วยืนยันตามคำร้องฉบับวันที่ 31 ตุลาคม 2557 ที่ยื่นต่อศาล/p pจากนั้นมีการสอบพนักงานสอบสวน พนักงานสอบสวนแถลงต่อศาลว่า พนักงานสอบสวนได้เร่งรัดทำการสอบสวนมาโดยตลอด แต่การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น เนื่องจากต้องสอบสวนปากคำพยานบุคคลเพิ่มเติมอีก 5 ปาก รอผลการพิสูจน์ลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร/p pศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ต้องหาหรือผู้ต้องถูกหล่าวหาว่ากระทำผิดข้อหาร้ายแรงตามคำแถลงของพนักงานสอบสวน ปรากฏว่ายังมีเหตุจำเป็นที่จะต้องควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ในระหว่างสอบสวนต่อไป/p pศศินันท์ ธรรมนิฐินันwbrท์ ทนายความผู้ต้องหาแจ้งว่าในช่วงบ่ายได้ยื่นประกันตัวโดยใช้หลักทรัพย์เดิม พร้อมแหตุผลประกอบด้านปัญหาสุขภาพ เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นโรคเส้นเลือดในจอรับภาพบวมซึ่งอาจแตกและทำให้ตาบอด ซึ่งโดยปกติผู้ต้องหาต้องพบแพทย์ทุก 2-3 เดือนหากพบว่ามีอาการจะยิงเลเซอร์เพื่อทำการรักษา/wbr/p pต่อมาเวลาประมาณ 16.00nbsp; น.ศาลทหารมีคำสั่งไม่ให้ประกันตัวผู้ต้องหาโดยระบุว่า/p p“พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าศาลนี้เคยสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว โดยระบุเหตุผลไว้ชัดแจ้งแล้ว กรณีนี้ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง แจ้งผู้ต้องหาและผู้ยื่นคำร้องทราบ”/p pทั้งนี้ โอภาสถูกจับวันที่ 15 ต.ค.โดยเจ้าหน้าที่ของห้างซีคอนสแควร์เป็นผู้นำตัวส่งหทาร หลังเขายอมรับและเสียค่าปรับทำห้องน้ำห้างสกปรก 2,000 บาท ต่อมาพ.ท.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารพระธรรมนูญได้นำตัวโอภาสมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่กองบังคับการปราบปรามก่อนนำตัวไปขอฝากขังที่ศาลทหาร/p pโอภาส เป็นชายวัย 67nbsp; ปีชาวกรุงเทพฯ มีอาชีพขายของเบ็ดเตล็ด เขากล่าวว่า ไม่เคยร่วมชุมนุมแต่อย่างใด และเป็นผู้ติดตามการเมืองเพียงห่างๆ จนกระทั่งในราวปี 2552 ได้เจอคลื่นวิทยุชุมชนทั้งฝ่ายเหลืองและฝ่ายแดงโดยบังเอิญจึงรับฟังมานับแต่นั้นมา และพบว่าชอบฟังสถานีของฝ่ายเสื้อแดงมากกว่า แต่ก็จะเลือกฟังเฉพาะดีเจบางคน เขายืนยันว่าไม่ได้ถูกล้างสมองจากวิทยุชุมชนตามที่เจ้าหน้าที่ทหารพยายามแถลงข่าวไปในแนวทางดังกล่าวnbsp;/p pศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนให้ข้อมูลว่า ในปัจจุบันคดี 112 มีอยู่เกือบ 20 คดี ผู้ต้องหาเกือบทั้งหมดไม่ได้รับการประกันตัว ในจำนวนนี้มีอยู่ 6 คดีที่ถูกส่งไปดำเนินคดียังศาลทหาร คดีล่าสุดคือคดีของโอภาสนับเป็นคดีที่ 2 ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นการกระทำความผิดหลังรัฐประหาร (a href="http://www.prachatai.com/journal/2014/08/55245"คดีทำลายพระบรมฉายาลักษณ์/aที่จังหวัดเชียงรายนับเป็นกรณีแรก) นอกเหนือจากนั้นเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นก่อนการรัฐประหาร/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/XuKP6gNwk1I" height="1" width="1"/

ป.ป.ช. แถลงเปิดคดีถอดถอน 'ยิ่งลักษณ์' ต่อ สนช. 12 พ.ย. นี้

Fri, 31/10/2014 - 16:26
div"ปานเทพ" ประธาน ป.ป.ช. ระบุรัฐบาลสามารถขอข้าวที่ไม่เกี่ยวกับกระบวนการตรวจสอบไปขายก่อนได้ พร้อมทำหนังสือถึงรัฐบาลขอตรวจสอบสต็อกข้าว พร้อมส่งตัวแทนแถลงเปิดคดีถอดถอน “ยิ่งลักษณ์” ต่อที่ประชุม สนช. 12 พ.ย.นี้/div p!--break--!--break--/p divnbsp;/div div31 ต.ค. 2557 a href="http://www.tnamcot.com/2014/10/31/%E0%B8%9B-%E0%B8%9B-%E0%B8%8A-%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7/"สำนักข่าวไทย/aรายงานว่านายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบสต็อกข้าวจากโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า เบื้องต้น ป.ป.ช.ได้ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อขอเอกสารเกี่ยวกับการตรวจสอบสต็อกข้าว ซึ่งจะนำมาประกอบในการพิจารณาคดี ทั้งการซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ โดยเน้นที่การทุจริตเป็นหลัก เนื่องจากมีความเกี่ยวเนื่องกับต่างประเทศ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับเอกสารกลับจากรัฐบาล ส่วนกรณีที่รัฐบาลจะขอข้าวไปจำหน่ายก่อนนั้น ขึ้นอยู่กับว่าเป็นข้าวที่อยู่ในกระบวนการตรวจสอบหรือไม่ หากไม่เกี่ยวข้องน่าจะสามารถอนุมัติให้ขายได้ แต่ต้องรอให้รัฐบาลประสานมาก่อน/div divnbsp;/div div“ผมเข้าใจว่ารัฐบาลต้องการเร่งระบายข้าวก่อนที่จะเกิดการเสื่อมสภาพ และเกิดความเสียหาย ซึ่งทาง ป.ป.ช.พร้อมนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมทันทีหากรัฐบาลประสานมา ส่วนเรื่องข้าวหายจะใช้คณะกรรมการชุดเดิมในการตรวจสอบ” นายปานเทพ กล่าว/div divnbsp;/div divนายปานเทพ ยังกล่าวถึงสำนวนการถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่กำลังเข้าสู่วาระการประชุมพิเศษของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในวันที่ 12 พฤศจิกายนนี้ว่า ป.ป.ช.จะส่งตัวแทนไปแถลงเปิดคดีที่รัฐสภา ส่วน น.ส.ยิ่งลักษณ์ สามารถส่งตัวแทนไปรับฟังคำแถลงเปิดคดีแทนได้โดยไม่ต้องเดินทางไปด้วยตัวเอง/div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/iLUezPmboFI" height="1" width="1"/

ป.ป.ช. เปิดทรัพย์สิน ครม. พบ 'ประยุทธ์-คู่สมรส' มี 128 ล้านบาท

Fri, 31/10/2014 - 14:39
divป.ป.ช.เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ครม. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและคู่สมรสมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 128 ล้านบาท ขณะที่หม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจมีทรัพย์สินมากที่สุด 1.3 พันล้านบาท/div p!--break--!--break--/p divnbsp;/div div31 ต.ค. 2557 a href="http://thainews.prd.go.th/centerweb/news/NewsDetail?NT01_NewsID=TNPOL5710310010016"สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย/aรายงานว่าสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สิน และหนี้สิน พร้อมเอกสารประกอบของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในรัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กรณีเข้ารับตำแหน่ง เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2557 จำนวน 33 ราย 35 ตำแหน่ง/div divnbsp;/div divโดยนายกรัฐมนตรี และคู่สมรส มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 128 ล้านบาท พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีทรัพย์สิน 87,373,757 บาท ไม่มีหนี้สิน หม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี และคู่สมรส มีทรัพย์สิน 1,378,394,902.62 บาท ไม่มีหนี้สิน ซึ่งถือว่า มากที่สุดในคณะรัฐมนตรีชุดนี้ รองลงมาคือ หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคู่สมรสมีทรัพย์สิน 1,315,332,228 บาท ไม่มีหนี้สิน/div divnbsp;/div divขณะที่รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี ส่วนใหญ่ไม่มีหนี้สิน อาทิ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และคู่สมรส มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 116,847,346.51 บาท พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และคู่สมรส มีทรัพย์สิน 186,033,607.07 บาท พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และคู่สมรส มีทรัพย์สิน 37,709,130.47 บาท พลเอกอุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และคู่สมรส มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 54,634,679.28 บาท/div divnbsp;/div divพลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และคู่สมรส มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 51,789,420.88 บาท พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคู่สมรส มีทรัพย์สิน 93,959,333.05 บาท นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และคู่สมรส มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 830,523,789.33 บาท พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และคู่สมรส มีทรัพย์สิน 33,280,755.90 บาท ไม่มีหนี้สิน พลเรือเอกณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 6,948,378.27 บาท ซึ่งถือว่ามีทรัพย์สินน้อยที่สุดในรัฐบาลชุดนี้/div divnbsp;/div divทั้งนี้ ป.ป.ช. กำหนดเปิดแสดงบัญชีทรัพย์สิน-หนี้สินดังกล่าว ไปจนถึงวันที่ 14 พฤศจิกายนนี้ ระหว่างเวลา 08.30 น.–16.30 น. ที่ห้องแสดงบัญชีทรัพย์สิน สำนักงาน ป.ป.ช. ถนนนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี หรือ เว็บไซต์ของสำนักงา ป.ป.ช. WWW.NACC.GO.TH/div divnbsp;/div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/iUgbOQNbK18" height="1" width="1"/

กวีประชาไท: นวมทอง ไพรวัลย์

Fri, 31/10/2014 - 14:02
!--break--!--break-- pnbsp;/p p style="text-align: center;"นวม สวมใส่ใจสู้รู้เกณฑ์กฎ/p p style="text-align: center;"ทอง นั้นคืออนาคตผู้ทุกข์เข็ญ/p p style="text-align: center;"ไพร ไกลห่างชนชั้นล่างผู้ลำเค็ญ/p p style="text-align: center;"วัลย์ เลื้อยเด่นเป็นผู้นำปูทาง/p p style="text-align: center;"nbsp;/p p style="text-align: center;"นวม สวมชกตามกติกาประชาธิปไตย/p p style="text-align: center;"ทอง เหรียญชัยมอบให้หัวใจกว้าง/p p style="text-align: center;"ไพร ทั้งผืนตื่นตามลำดับพลาง/p p style="text-align: center;"วัลย์ ที่นำทางผลิชูช่องาม/p p style="text-align: center;"nbsp;/p p style="text-align: center;"นวม ที่สวมแขวนแล้วอาลัยนัก/p p style="text-align: center;"ทอง อนาคตที่ฟูมฟักถูกยักษ์ย่ำ/p p style="text-align: center;"ไพร ไม่มีให้หลบหลีกเลียปีกช้ำ/p p style="text-align: center;"วัลย์ ผลผลิตนำเป็นพลวัต/p p style="text-align: center;"nbsp;/p p style="text-align: center;"นวม จึงถูกหยิบสวมต่อแล้วขึ้นชก/p p style="text-align: center;"ทอง นั้นคืออนาคตแม้รกชัฏ/p p style="text-align: center;"ไพร หรือไพร่ตื่นสู้รู้ปฏิบัติ/p p style="text-align: center;"วัลย์ คืบคลานปฏิวัติ "ประชาชน"/p p style="text-align: center;"nbsp;/p p style="text-align: center;"nbsp;/p p style="text-align: center;"31 ตุลาคม 2557/p p style="text-align: center;"ครบรอบ 8 ปีการจากไปของ "นวมทอง ไพรวัลย์"/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/swT6AszENpU" height="1" width="1"/

ยกฟ้องคดีโครงการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทรัฐบาลยิ่งลักษณ์

Fri, 31/10/2014 - 13:49
divศาลปกครองสูงสุดกลับคำพิพากษาศาลปกครองชั้นต้น ยกฟ้องในคดีบริหารงานโครงการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ของรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร/div p!--break--!--break--/p divnbsp;/div div31 ต.ค. 2557 a href="http://www.tnamcot.com/2014/10/31/%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84/"สำนักข่าวไทย/aรายงานว่าศาลปกครองสูงสุด กลับคำพิพากษาศาลปกครองชั้นต้น ยกฟ้องในคดีบริหารงานโครงการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ของรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร/div divnbsp;/div divโดยคดีนี้สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนกับพวก 45 คน ยื่นฟ้องนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับพวก รวม 4 คน โดยศาลพิเคราะห์เห็นว่า โครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ยังไม่กระทบต่อประชาชน เป็นเพียงแผนแม่บทเท่านั้น และแผนไม่ได้กระทบต่อผังเมืองและภาคประชาชน ยังไม่มีการเวนคืนที่ดิน ส่วนประเด็นที่ผู้ว่าจ้าง ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนเป็นผู้จัดโครงการประชาพิจารณ์ ที่ผู้ฟ้องอ้างว่าอาจมิชอบนั้น ศาลเห็นว่าบริษัทเอกชนที่ว่าจ้าง อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาล หากมีความไม่โปร่งใส ก็เป็นอำนาจของรัฐที่จะกำกับดูแลอยู่แล้ว ส่วนการเอาผิดทางอาญา ศาลเห็นว่าเป็นอำนาจของ ป.ป.ช. ตามมาตรา 157/div divnbsp;/div divด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน กล่าวหลังศาลมีคำพิพากษาว่า รู้สึกเสียใจ ภาคประชาชนต้องทำงานหนักมากขึ้น แต่จากคำพิพาษาวันนี้ จะเป็นบรรทัดฐานที่ประชาชนจะต้องเข้าไปมีส่วนร่วม ตรวจสอบการดำเนินงานที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชน พร้อมเดินหน้าตรวจสอบโครงการที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนทุกโครงการ/div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/68NiJP9PzZ4" height="1" width="1"/

เภสัชใต้จี้ร่าง พ.ร.บ.ยา ฉบับปรับปรุงใหม่ก่อนส่ง ครม.

Fri, 31/10/2014 - 12:48
p!--break--!--break--/p divเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2557 มีการประชุมหารือของกลุ่มเภสัชกรภาคใต้ ที่คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามความคืบหน้าของร่าง พ.ร.บ.ยา ซึ่งในขณะนี้ทางองค์การอาหารและยา (อย.) ได้หารือร่วมกับสภาเภสัชกรรมแห่งประเทศไทย ภาคประชาชน สภาวิชาชีพต่างๆ ผู้ประกอบการ กลุ่มผู้ดูแลคุ้มครองสุขภาพระดับภูมิภาคและได้ร่างที่ผ่านความเห็นชอบจากทุกกลุ่มทุกวิชาชีพมาอย่างครบถ้วนแล้ว ซึ่งเป็นร่างที่มีจุดยืนในการปกป้องและคุ้มครองผู้บริโภค/div divnbsp;/div divอย่างไรก็ตามในการประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์ในวันนี้ กลุ่มเภสัชกรภาคใต้เห็นว่า “ร่าง พ.ร.บ.ยาฉบับใหม่ที่มีการแก้ไขจากสหวิชาชีพและผู้เกี่ยวข้องทุกกลุ่มแล้ว แต่ในขั้นตอนจากนี้ไปทาง อย.ควรนำข้อสรุปจากการหารือดังกล่าวมาจัดทำเป็นร่าง พ.ร.บ.ยาฉบับแก้ไขปรับปรุง แล้วนำส่งร่าง พ.ร.บ.ยา ฉบับแก้ไขปรับปรุงนี้เข้าสู่สำนักเลขาธิการรัฐมนตรี เพื่อนำเสนอพิจารณาในที่ประชุม ครม. แต่กลับปรากฏว่า ทาง อย.จะนำเสนอร่าง พ.ร.บ.ยาฉบับเดิมแนบข้อสรุปการแก้ไขที่ได้พิจารณาร่วมกันระหว่าง อย.และสหวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจทำให้มีความยากในการทำความเข้าใจและขาดน้ำหนักเมื่อเข้าสู่การประชุม ครม.nbsp;/div divnbsp;/div divทางกลุ่มเภสัชกรภาคใต้จึงได้ออก “แถลงการณ์กลุ่มเภสัชกรภาคใต้ ฉบับที่ 3” เรื่องยืนยันการคัดค้านร่างพระราชบัญญัติยาฉบับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและขอให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาและกระทรวงสาธารณสุขส่งร่างพระราชบัญญัติยาที่มีการปรับแก้และเห็นชอบแล้วของสหวิชาชีพ ไปยังสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในร่างพระราชบัญญัติยาฉบับที่มีการแก้ไขโดยสหวิชาชีพแล้วและนำเข้าสู่กระบวนการในการออกกฏหมายต่อไป ไม่ใช่นำร่างฉบับกฤษฎีกาแล้วแนบด้วยข้อสรุปจากวิชาชีพและองค์กรต่างๆ นำส่ง ครม.”/div divnbsp;/div divทั้งนี้ทางกลุ่มเภสัชกรภาคมใต้จะหาโอกาสสร้างความเข้าใจในประเด็นดังกล่าวกับรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขและตัวแทนของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติในสายสิ่งแวดล้อมและสาธารณสุขต่อไปในสัปดาห์หน้า/div divnbsp;/div div style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm8.staticflickr.com/7562/15671331885_bda4f05b2b_o_d.jpg" style="width: 580px; height: 821px;" //div div style="text-align: center;"nbsp;/div div style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm4.staticflickr.com/3944/15051361824_17e46f0f6f_o_d.jpg" style="width: 416px; height: 960px;" //div divnbsp;/div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/IxX6l0nBnb4" height="1" width="1"/

ปธน.บูร์กินาฟาโซประกาศภาวะฉุกเฉิน-ยุบสภา

Fri, 31/10/2014 - 11:04
pเหตุประท้วงในกรุงวากาดูกูไม่พอใจประธานาธิบดีซึ่งครองอำนาจหลังรัฐประหาร 27 ปี เตรียมแก้ไขกฎหมายเลิกข้อจำกัดวาระดำรงตำแหน่ง - การชุมนุมบานปลายเป็นจลาจลบุกรัฐสภา สุดท้ายประธานาธิบดีประกาศภาวะฉุกเฉินให้ผู้นำกองทัพควบคุมสถานการณ์และยุบสภา ยอมเจรจากับฝ่ายค้าน ขณะที่สถานการณ์ยังไม่แน่ชัดว่าจะคลี่คลายไปทิศทางใด/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm4.staticflickr.com/3935/15485059669_b14908e3ab_z.jpg" style="width: 560px; height: 263px;" //p pstrongspan style="color:#ff8c00;"(ซ้าย) แบลส คอมปาโอเร ประธานาธิบดีบูร์กินาฟาโซ ซึ่งครองอำนาจมานานถึง 27 ปี และ (ขวา) ธงชาติของบูร์กินาฟาโซ (ที่มา: /spana href="https://en.wikipedia.org/wiki/Burkina_Faso"span style="color:#ff8c00;"วิกิพีเดีย/span/aspan style="color:#ff8c00;"/cc)/span/strong/p p30 ต.ค. 2557 - ในบล็อกa href="http://www.bbc.com/news/live/world-africa-29831591"รายงานสด/aของบีบีซี ที่กรุงวากาดูกู เมืองหลวงของประเทศบูร์กินาฟาโซ ในภูมิภาคแอฟริกาตะวันตก ผู้ชุมนุมได้ยึดถนนในกรุงอูกาดูกู จุดไฟเผาอาคารรัฐสภา และบุกสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาล เนื่องจากพวกเขาโกรธที่จะมีการลงมติในสภาเพื่อขยายวาระการดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดี แบลส คอมปาโอเร ซึ่งครองอำนาจมา 27 ปี นับตั้งแต่ทำรัฐประหารในปี 2530/p pโดยในขณะที่สถานการณ์ยังคงสับสน ผู้นำฝ่ายค้านของบูร์กินาฟาโซ เซฟิริน ดิอาเบร ได้a href="https://twitter.com/Zephirindiabre/status/527802811858567168"ทวีต/aด้วยว่า "พวกเราไม่ยอมรับการขึ้นสู่อำนาจด้วยการใช้กำลังอาวุธ พวกเราขอให้ท่านเคารพหลักประชาธิปไตย"/p pnbsp;/p blockquote class="twitter-tweet" lang="th"pNous ne cautionnons pas la prise du pouvoir par la force. Nous voulons juste le respect de la démocratie. a href="https://twitter.com/hashtag/Burkina?src=hash"#Burkina/a a href="https://twitter.com/hashtag/Faso?src=hash"#Faso/a a href="https://twitter.com/hashtag/bf226?src=hash"#bf226/a a href="https://twitter.com/hashtag/lwili?src=hash"#lwili/a/p p— Zéphirin Diabré (@Zephirindiabre) a href="https://twitter.com/Zephirindiabre/status/527802811858567168"30 ตุลาคม 2014/a/p/blockquote script async="" src="//platform.twitter.com/widgets.js" charset="utf-8"/scriptpnbsp;/p pด้านสหภาพแอฟริกา ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศของชาติในทวีปแอฟริกา ได้a href="https://twitter.com/_AfricanUnion/status/527825220846243840"ทวีต/aเช่นกันว่า "พวกเรากำลังติดตามสถานการณ์และขอให้ชาวบูกินาฟาร์โซอยู่ในความสงบ"/p pมีรายงานด้วยว่าบัน คี มุน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ จะส่งผู้แทนพิเศษเข้ามาสังเกตการณ์บูร์กินาฟาโซด้วย/p pขณะที่จำนวนผู้ร่วมชุมนุมในวากาดูกู สามารถชมได้วิดีโอที่โจ เพนนี ช่างภาพรอยเตอร์ a href="https://twitter.com/joepenney/status/527876754929897472"ทวีต/a/p pทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวบีบีซี ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ทหารในบูกินาฟาร์โซใช้กระสุนจริงยิงผู้ชุมนุมที่บุกเข้าไปในรัฐสภาด้วย และมีผู้เสียชีวิต 5 ราย โดยมีรายงานด้วยว่า สนามบินของวากาดูกูถูกปิด เที่ยวบินทั้งหมดถูกยกเลิก/p pในเวลา 17.07 น. ตามเวลาท้องถิ่น ประธานาธิบดีบูร์กินาฟาโซ ได้กล่าวผ่านทางสถานีวิทยุ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยให้ผู้บัญชาการกองทัพเป็นผู้รับผิดชอบ นอกจากนี้ประธานาธิบดียังประกาศยุบสภาเพื่อที่จะเจรจากับผู้ประท้วงด้วย และขอให้ผู้นำฝ่ายค้านยุติการประท้วง strong"ผมขอรับประกันว่า นับจากวันนี้เป็นต้นไปจะเปิดการเจรจากับทุกฝ่ายเพื่อยุติความขัดแย้ง"/strong/p pสำหรับประธานาธิบดี แบลส คอมปาโอเร ครองอำนาจมา 27 ปี นับตั้งแต่ทำรัฐประหารในปี 2530 หลังจากประธานาธิบดีโธมัส ซานคาราถูกสังหารโดยฝีมือของทหารกลุ่มหนึ่ง จากนั้นประธานาธิบดีคอมปาโอเร ได้รับเลือกตั้งในปี 2534 และ 2541nbsp;/p pชนวนที่ทำให้เกิดความตึงเครียดทางการเมืองรอบใหม่ขึ้นนั้น เกิดขึ้นหลังจากมีการนัดอภิปรายในสภาในวันที่ 30 ต.ค. ในวาระแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อยกเลิกการจำกัดวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ขณะที่กำลังจะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบใหม่ในปีหน้า ทำให้ผู้ประท้วงฝ่ายตรงข้ามกับประธานาธิบดีคอมปาโอเรไม่พอใจ โดยพยายามบุกรัฐสภา และเผาอาคารในรัฐสภา/p pนอกจากนี้ในรอบปีมานี้เกิดภาวะค่าครองชีพถีบตัวสูงขึ้นในประเทศแห่งนี้ด้วย/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/f9_0ObSIzSs" height="1" width="1"/

ตำรวจห้ามจัดกิจกรรมระลึกลุงนวมทองแท็กซี่ประชาธิปไตย

Fri, 31/10/2014 - 10:15
pตำรวจกว่าร้อยคนตรึงกำลังสะพานลอยนวมทอง หน้า นสพ.ไทยรัฐ ห้ามจัดกิจกรรมรำลึกครบรอบ 8 ปี 'นวมทอง ไพรวัลย์' กระทำอัตวินิบาตกรรม/p p!--break--!--break--/p p31 ต.ค. 57 เมื่อเวลาประมาณ 8.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจประมาณ 100 คน เข้าควบคุมพื้นที่บริเวณสะพานลอยนวมทอง หน้า สำนักพิมพ์ไทยรัฐ และอ้างกฏอัยการศึก สั่งห้ามจัดกิจกรรมใดๆ ที่เป็นการต้านรัฐประหาร ซึ่งรวมถึงการจัดกิจกรรมระลึกถึง นายนวมทอง ไพรวัลย์ คนขับรถแท็กซี่ซึ่งผูกคอตายที่สะพานลอยแห่งนี้ เมื่อ 8 ปีที่แล้ว/p pแกนนำนักศึกษาจาก ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาเพื่อประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย (ศนปท.) จำนวนเจ็ดคนได้เดินทางมาที่สะพานลอยดังกล่าว เพื่อวางหรีด แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับไม่ยอมให้พวกเขาเข้าไปบริเวณสะพานลอย นึกษาจึงยืนสงบนิ่งไว้อาลัยหนึ่งชม. เพื่อทดสอบความอดทนของรัฐ ก่อนจะถูกนำตัวไปเจรจาบริเวณศาลาใกล้เคียงเป็นเวลาประมาณสองชม. สุดท้ายเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้ทำกิจกรรมวางหรีด โดยก่อนที่จะเดินทางกลับได้ยืนไว้อาลัยประมาณ 1 นาที/p pอย่างไรก็ตาม อานนท์ นำภา ทนายความนักโทษการเมือง ได้รับอนุญาตให้ไปวางหรีด หลังจากทำการเจรจากับตำรวจนานถึงครึ่งชั่วโมง และยังมีหญิงไม่ทราบชื่ออีกคนหนึ่งที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปวางดอกไม้ด้วยเช่นกันnbsp;/p divnbsp;/div divimg alt="" src="https://farm6.staticflickr.com/5615/15050660914_c75b9c0819_z.jpg" style="width: 640px; height: 360px;" //div divnbsp;/div divimg alt="" src="https://farm8.staticflickr.com/7555/15646892836_4ae1838f45_z.jpg" style="width: 640px; height: 360px;" //div divnbsp;/div divimg alt="" src="https://farm8.staticflickr.com/7470/15485814810_542e23e08f_z.jpg" style="width: 640px; height: 360px;" //div divnbsp;/div divimg alt="" src="https://farm8.staticflickr.com/7525/15485230298_de32c3b484_z.jpg" style="width: 640px; height: 360px;" //div divnbsp;/div divimg alt="" src="https://farm4.staticflickr.com/3935/15670623495_fcd2f13129_z.jpg" style="width: 640px; height: 360px;" /br /br /img alt="" src="https://farm4.staticflickr.com/3937/15670627195_089621a387_z.jpg" style="width: 640px; height: 360px;" //div divnbsp;/div divimg alt="" src="https://farm8.staticflickr.com/7565/15485803950_d4c0f3036d_z.jpg" style="width: 640px; height: 360px;" //div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/OAU0tSNdP7E" height="1" width="1"/

พื้นที่พูดคุยเพื่อการหนุนเสริมสันติภาพ

Fri, 31/10/2014 - 07:51
!--break--!--break-- pnbsp;/p pปฏิบัติ การที่ภาครัฐกำลังดำเนินการในการแก้ปัญหาความขัดแย้งในกรณีปัญหาความไม่สงบ ในสามจังหวัดชายแดนใต้ ด้วยการลงนามบันทึกข้อตกลงการพูดคุยกับกลุ่มขบวนการ BRN ซึ่งเป็นกลุ่มหนึ่งในอีกหลายกลุ่มที่เรียกร้องความเป็นอัตลักษณ์ของรัฐปัตตานีด้วยการให้ได้มาซึ่งเอกราชของความเป็นมลายูปัตตานี จากการพบปะชาวบ้าน นักวิชาการ นักพัฒนาจากองค์กรเอกชนหลายภาคส่วน บางส่วนเห็นด้วยกับมิติที่รวดเร็ว ทันด่วน ของรัฐบาลเพื่อไทยที่เกิดกระบวนการลงนามเพื่อให้เกิดกระบวนการเจรจา เพื่อนำไปสู่กระบวนการการสร้างสันติภาพในสามจังหวัดชายแดนใต้ ถึงแม้ว่ายังคงมีความเคลือบแคลงสงสัยว่ามีเนื้อหาอะไรแอบอยู่ข้างใน และยังคงมีนักวิชาการอีกกลุ่มหนึ่งตั้งคำถามว่าเกาถูกที่คันไหม หมายถึงว่าได้แก้ปัญหาตรงจุด ตรงประเด็นหรือไม่ หรือเป็นการแก้ไขปัญหาเพื่อเป็นการขายภาพประชานิยม สร้างความเชื่อมั่นทางฐานเสียงทางการเมืองซึ่งได้กระทำการแต่งตั้งกลุ่มการ เมืองต่างๆ เป็นที่ปรึกษาเพื่อให้เกิดประโยชน์ขึ้นทั้งฝ่ายทางการไทยและมาเลเซีย/p pกระบวนการพูดคุยเริ่มมีมานานแล้ว อย่างน้อยที่เป็นจริงและไม่น้อยกว่าสิบปี ซึ่งเป็นมีการพูดคุยเป็นรูปแบบไม่เป็นทาง (Informal Dialogue) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความจริงใจของฝ่ายรัฐและฝ่ายกลุ่มขบวนการฯ แต่ไม่สามารถหาความจริงใจได้จากทั้งสองฝ่าย เพราะต่างยืนกระต่ายขาเดียวแสดงจุดยืน (Position) ของตนเองอย่างชัดเจน, มีการปะทะด้านแนวคิดตลอดเวลา รวมถึงการต่อสู้ที่ใช้ความรุนแรงเข้ามาห้ำหั่น แย่งชิงมวลชนและผลประโยชน์กัน nbsp;ผลการกระทำเหล่านี้แทบทั้งสิ้นผู้รับชะตากรรมคือชาวบ้านในพื้นที่ไม่ว่าจะ เป็นไทยพุทธหรือมุสลิม ทั้งการปฏิเสธการประนีประนอม (compromise) เพื่อหาทางออกที่ดีร่วมกันในแนวทางที่ต่างได้รับตอบแทน(win-win) ที่จะไปนำสู่การแก้ปัญหา (Problems solving) จึงไม่สามารถเปิดพื้นที่พูดคุยได้ เพราะไม่มีระบบหรือแนวทางที่จะสามารถรับรองว่าเมื่อมีการเปิดการพูดคุย ทั้งสองฝ่ายจะปลอดภัยจากการถูกลอบทำร้าย/p pการ เปิดพื้นที่พูดคุยเป็นสิ่งจำเป็นที่ควรทำมานานแล้วสำหรับระดับนโยบายคือ รัฐบาล ประเด็นหนึ่งที่ควรตระหนักคือไม่ควรลงนามกับทีมใดทีมหนึ่งทีมเดียว ซึ่งอาจจะนำไปสู่ความขัดแย้งและก่อให้เกิดความรุนแรง ประเด็นที่รัฐควรทำความเข้าใจในขณะนี้คือการพื้นที่พูดคุยกับกลุ่มคนในสังคม ไทยที่ยังขาดความเข้าใจ ขาดความเห็นอกเห็นใจคนอื่นๆ ขาดการเอาใจเขามาใส่ใจเรา ขาดความเอื้อเฟื้อแบ่งปัน ความเป็นรอยยิ้มสยาม ที่ลบเลือนหายไป และประกอบกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นประชากรเกือบค่อนประเทศอยู่บนพื้นฐานของ ความสะใจ มีประชากรน้อยมากที่จะอยู่บนพื้นฐานของความเห็นใจ เพราะรับฟังข่าวด้านเดียว เช่นคนไทยทั้งประเทศรับข้อมูลตามหน้าหนังสือพิมพ์หรือสื่อสารมวลชน คงมีเฉพาะกลุ่มคนที่อาศัยในพื้นที่ที่เกิดปัญหา เท่านั้นที่รับรู้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงอยู่ในขณะนี้/p pสิ่งที่อยากเสนอให้รัฐบาลควรทำในขณะนี้/p ul liสร้างพื้นที่ความปลอดภัยเพื่อให้เกิดความวางใจแก่ประชาชนในพื้นที่เพื่อให้เกิดการเปิดพื้นที่การพูดคุยรับฟังกับประชาชนทุกภาคส่วน/li liในการเปิดพื้นที่พูดคุยควรมีเครือข่ายที่สามารถเข้าถึงได้และสามารถประสานงานกันได้/li liต้องยอมรับว่ากระบวนการสร้างสันติภาพเป็นแนวทางความดีร่วมกันทุกฝ่าย/li /ul pผู้ เขียนได้มีโอกาสเข้าร่วมการจัดเวทีพูดคุยของภาคประชาสังคมในปัตตานีหลายต่อ หลายครั้ง ในประเด็นการพิจารณาหาทางออกร่วมกันว่าเราควรเดินทางไหน สรุปสาระสำคัญคือการสร้างพื้นที่ความปลอดภัยในการพูดคุยเพื่อหาทางออกอย่าง แท้จริง มีความจริงใจในการแก้ไขปัญหา โดยประเด็นปัญหาทั้งหมดที่กล่าวยกมาต้องอยู่บนพื้นฐานของการไม่ใช้ความ รุนแรงและใช้แนวทางสันติวิธีเพื่อให้เกิดความสงบสุขอย่างแท้จริง nbsp;nbsp;/p divnbsp;/div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/9Z3_E7s3Xyk" height="1" width="1"/

ใบตองแห้งออนไลน์: วิบากกรรม NGO

Fri, 31/10/2014 - 07:42
!--break--!--break-- pbr /nbsp;/p pสภานิติบัญญัติแห่งชาติจะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคมฉบับใหม่วันพฤหัสบดีนี้ หลังคณะรัฐมนตรีเห็นชอบเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม คาดว่า สนช.จะผ่านฉลุย มิไยที่เครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน 14 องค์กรคัดค้าน ต้องการ "มีส่วนร่วม" แก้ไขประเด็นสำคัญๆ เช่นให้ผู้ประกันตนมีสิทธิเลือกผู้บริหารกองทุน ไม่ให้อยู่ใต้ระบบราชการกระทรวงแรงงาน/p pที่ประชุมคณะรัฐมนตรี วันเดียวกัน ยังเห็นชอบร่างพ.ร.บ.แร่ ซึ่งองค์กรชาวบ้านในพื้นที่ได้รับผลกระทบออกมาค้านเซ็งแซ่ว่า "เอื้อประโยชน์นายทุน" กฎหมายนี้มุ่งตัดอำนาจ "นักการเมืองชั่ว" โดย "กระจายอำนาจ" ออกประทานบัตร ให้ผู้ว่าฯ อธิบดี ปลัดกระทรวง อนุมัติเป็นกรณี จากเดิมที่เรื่องต้องถึงรัฐมนตรี ตอนนี้จะทำ One Stop Service แต่ชาวบ้านบอกว่า Fast Food เสียมากกว่า เพราะบางกรณียังยกเว้นไม่ต้องทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ หรือต่อให้ทับพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1 ก็ให้อำนาจอธิบดีอนุมัติโดยไม่ต้องผ่านคณะรัฐมนตรี (นักการเมืองชั่ว)/p pstrongนับแต่ คสช.ยึดอำนาจ จนตั้งสนช. ตั้งคณะรัฐมนตรี มีประกาศ คำสั่ง และกฎหมายหลายฉบับ ที่ถูกคัดค้านจาก NGO "ภาคประชาชน" ซึ่งก็ค้านได้เพียงบางเรื่อง แต่หลายเรื่องค้านไม่ได้ ค้านไม่ทัน หรือเกือบไม่รู้ด้วยซ้ำ ภายใต้อัตราฉับไว 5 เดือนมีกฎหมายเข้า สนช. 57 ฉบับ/strong/p pกระบวนการอนุมัติใน ครม.ยุคกองทัพ ทั้งเฉียบขาด รวดเร็ว และปิดลับ รัฐมนตรีต่างกระทรวงได้อ่านเอกสารก่อนประชุมวันเดียว ไม่มีข่าวรั่วไหลให้สื่อรู้ตาม "ประเพณีประชาธิปไตย" ว่าวันอังคารนี้ ครม.จะพิจารณาเรื่องอะไรบ้าง NGO จะได้ยกพลมาค้าน ขณะที่สภาซึ่งมีทหารร่วมครึ่ง ก็เชื่อว่ากฎหมายที่ผ่านการพิจารณาของ ครม.ที่เป็น "ผู้บังคับบัญชา" อยู่ด้วย น่าจะถูกต้องชอบธรรมแล้ว/p pนี่ยังไม่ต้องพูดถึงกฎอัยการศึก เอาแค่ความรวบรัด อย่างร่าง พ.ร.บ.ศุลกากร ซึ่งมาตรา 7 ให้อำนาจศุลกากรตรวจค้นสินค้าผ่านแดนหรือถ่ายลำโดยไม่ต้องมีหมายค้น หากเชื่อได้ว่าเป็นภัยก่อการร้ายหรือผิดกฎหมาย ให้ยึดได้โดยไม่ต้องมีคำสั่งศาล กฎหมายนี้ผ่านสภาโดยแปรญัตติเพียง 7 วัน FTA Watch ต้องไปตามขอคำมั่นว่าจะไม่บังคับใช้กับยา เพราะบริษัทยาข้ามชาติอาจฉวยโอกาสใช้ยึดยาสามัญที่ไม่มีสิทธิบัตร/p pกฎหมาย ที่ค้านได้ก็อย่าง พ.ร.บ.ยา ซึ่งวิชาชีพเภสัชกรออกมาต้านอื้ออึง เนื่องจากอนุญาตให้วิชาชีพอื่นที่ไม่ใช่แพทย์และเภสัชกรจ่ายยาได้ รวมทั้งเปิดช่องให้พวกคลินิกความงาม คลินิกผิวหนัง กวนยาขายเอง/p pถามว่าผู้นำ คสช.ผู้นำรัฐบาลรู้เรื่องไหม ไม่รู้หรอกครับ หลายเรื่องไม่รู้หรือรู้บ้างแต่ไม่รู้รายละเอียด แล้วกฎหมายออกมาได้ไง ก็ส่วนราชการชงขึ้นมาให้ บางเรื่องก็เสนอมาจากภาคธุรกิจ เพราะเมื่อ คสช.ยึดอำนาจก็ใช้ระบบราชการทำงาน และด้วยความที่กลัวปัญหาเศรษฐกิจ ไม่ต้องการเป็นรัฐประหาร "ปิดประเทศ" ก็เปิดรับฟังภาคธุรกิจขนานใหญ่ แล้วใช้อำนาจเบ็ดเสร็จจัดการปัญหา ในแนวทางที่ท่านคิดว่าถูกต้อง/p pยกตัวอย่าง พ.ร.บ.ยา ซึ่งเสนอโดย อย. เป็นกฎหมายที่คั่งค้างมานาน NGO พยายามเสนอกฎหมายประกบแต่ตกไปในยุครัฐบาลเลือกตั้ง พอ คสช.เข้ามาก็ตั้งใจจะเคลียร์ให้เสร็จสรรพ แต่พอผ่านกฤษฎีกาไม่ทราบว่าเนื้อหางอกมาจากไหน กลายเป็นเอื้อประโยชน์ให้หมอคลินิกไปเสียได้/p pความรวบรัดเช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นในกระบวนการประชาธิปไตย ซึ่งอย่างน้อยก็ยังค้านได้ ยังมีเวลา มีโอกาส/p pstrongอันที่จริงอยากจะบอกว่า "สมน้ำหน้า NGO" เพราะ NGO จำนวนมากมีบทบาทโค่นรัฐบาลเลือกตั้ง ผู้นำแรงงานที่ค้านร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคมบางคนก็เป่านกหวีดสนั่น ด้วยความเกลียดนักการเมือง เกลียด "ทุนสามานย์" เพ้อฝันว่าจะมี "ปฏิวัติประชาชน" หรือ "สภาประชาชน" กระทั่งเกิดรัฐประหารก็ยังหวังจะ "มีส่วนร่วม" ปฏิรูป/strong/p pแล้วเป็นไง ปฏิรูปพลังงาน ก็ได้ รสนา โตสิตระกูล เข้าไปคนเดียวโด่เด่ กระทรวงสาธารณสุข ก็ยังดีที่ปลัดณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ไม่ได้เป็นรัฐมนตรี ไม่งั้นแพทย์ชนบทขี้แตกกระเจิง/p pstrongภายใต้รัฐราชการ เผลอๆ "ภาคประชาชน" เดือดร้อนกว่าเสื้อแดงด้วยซ้ำ ตั้งแต่คำสั่ง คสช.ที่ 64 และ 66 แผนแม่บทพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งกระทรวงทรัพย์ฯ ฉวยมาใช้ไล่รื้อชุมชน ผลักดันชาวบ้านออกจากป่า และป่านฉะนี้ยัง "ตามหาบิลลี่" ไม่เจอ กรณีพิพาทตั้งแต่เหนือจดใต้ โฉนดชุมชน เหมืองแร่ ปากบารา ฯลฯ เมื่อข้าราชการเป็นใหญ่ NGO ก็ร้องไม่ออก/strong/p pนี่ได้ยินว่ายังจะต่อต้านนโยบายพืช GMO ที่รัฐบาลจะรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่ ยังจะค้านไหวหรือ/p pใจหนึ่งอยากบอกว่าสมน้ำหน้า ไหนว่าอยากปฏิรูปกับกองทัพ ก็เจรจากับทหารเองสิครับ แต่ก็พูดเต็มปากไม่ได้อีก เพราะ NGO อีกมากไม่ได้เป่านกหวีด และท้ายที่สุดคนเดือดร้อนคือประชาชน/p pstrongกระนั้นมาถึงขั้นนี้แล้วทำไง ไม่มีใครช่วยได้ ก็เก็บรับบทเรียนกันไปเถอะว่า "กระบวนการประชาธิปไตย" เท่านั้นที่เป็นหลักประกันให้ภาคประชาชน/strong/p pnbsp;/p pstrongที่มา/strong:nbsp;a href="http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRReE5EWTROREV3TWc9PQ%3D%3Damp;sectionid"ข่าวสดออนไลน์/a/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/McqCIsuDc9Y" height="1" width="1"/