ประชาไท

Syndicate content
Updated: 14 min 56 sec ago

หวังสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย คสช.จ่อยกเลิกห้ามบุคคลออกนอกปท. 1 มิ.ย.นี้

54 min 58 sec ago
!--break--!--break-- div27 พ.ค.2559 เมื่อเวลา 16.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เรียกประชุมฝ่ายความมั่นคงซึ่ง ประกอบไปด้วย คณะรักษาความสงบแห่งชาติที่มีรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยภายหลังการประชุมแล้วเสร็จ พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติ ที่จะยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คสช. ห้ามบุคคลเดินทางออกนอกประเทศ โดยไม่ได้รับอนุญาตจาก คสช. ซึ่งหากบุคคลใดมีคดีความในชั้นศาล ก็จะให้ไปยื่นคำร้องให้ศาลพิจารณา ซึ่งคำสั่งยกเลิกนี้ จะมีประกาศในวันที่ 1 มิ.ย.นี้ ทั้งนี้ถือเป็นการผ่อนคลายสถานการณ์ทางการเมืองเพิ่มมากขึ้น แต่ทั้งนี้จะยังไม่ผ่อนคลายเรื่องอนุญาตให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ เพราะที่ประชุมหารือแล้ว ยังไม่เหมาะสม และขอเวลาสักระยะหนึ่ง/div divnbsp;/div div div“คำสั่งที่จะออกมาจะมีส่วนให้ทำให้สร้างบรรยากาศที่ดีต่อสถานการณ์ในปัจจุบัน เพราะทำให้สังคมได้เกิดความรู้สึกว่ารัฐบาลเข้าใจต่อปัญหาสังคม รวมถึงในการรับฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์ด้วย เพระจากการรายงานสถานการณ์ต่างๆทั่วประเทศของหน่วยงานความมั่นคงในวันนี้ ได้รายงานตรงกันว่า สถานการณ์โดยรวมขณะนี้ถือว่าเรียบร้อยดี และอยู่ในวิสัยที่จะทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้” พล.ต.สรรเสริญ กล่าว/div divnbsp;/div divอย่างไรก็ตาม หากกรณีนักการเมืองเดินทางไปนอกประเทศแล้วไปวิพากษ์วิจารณ์หรือแสดงความเห็นทางการเมืองนอกประเทศ ทางคสช.หรือรัฐบาลยอมรับว่าคงจะควบคุมไม่ได้ เพราะเวทีการเมืองต่างประเทศถือว่าอยู่นอกเหนือกติกาที่จะควบคุม nbsp;นอกจากนี้ที่ประชุมได้รับทราบสถานการณ์ความเรียบร้อยภาพรวมของประเทศที่ยังเป็นปกติ ยังอยู่ในวิสัยทัศน์ที่ดูแลความเรียบร้อยได้ ดังนั้นจึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำหน้าที่ของตนเองต่อไป/div /div divnbsp;/div divด้าน พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธ์ ทีมโฆษก คสช. ระบุว่า การดูแลความเรียบร้อย จนถึงวันทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ หน่วยงานความมั่นคง แต่ละหน่วยจะทำหน้าที่ของตนเองในการดูแลความเรียบร้อย และเจ้าหน้าที่ทหารก็จะเป็นเพียงผู้ช่วยเจ้าพนักงาน/div divnbsp;/div divnbsp;/div divemที่มา : a href="http://www.tnnthailand.com/news_detail.php?id=101212amp;t=news"TNN24/a และnbsp;a href="http://www.lokwannee.com/web2013/?p=220936"เว็บไซต์โลกวันนี้/a/em/div divnbsp;/div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/xg9XiztkEqQ" height="1" width="1" alt=""/

ดิอิโคโนมิสต์ชี้อินเดียเกิดภัยแล้งหนักเพราะจัดการน้ำไม่เป็น

1 hour 21 min ago
pบทความจากดิอิโคโนมิสต์ระบุถึwbrงภัยแล้งในอินเดียว่าอาจจะไม่wbrได้มาจากปัญหาเรื่องฟ้าฝนอย่wbrางเดียว แต่ปัญหาจากการจัดการน้ำไม่เป็wbrนหรือนำมาใช้สร้างภาพเพื่อต้wbrอนรับรัฐมนตรีก็มีส่วนเกี่ยวข้wbrองกับปัญหานี้เช่นกัน/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/c/c1/Drought_affected_area_in_Karnataka%2C_India%2C_2012.jpg" style="width: 560px; height: 375px;" //p p style="text-align: center;"strongspan style="color:#ff8c00;"ที่มาของภาพประกอบ: Pushkarv//spana href="https://en.wikipedia.org/wiki/Drought_in_India"span style="color:#ff8c00;"Wikipedia/span/a/strong/p p26 พ.ค. 2559 วารสารดิอิโคโนมิสต์นำเสนอถึwbrงกรณีที่ประเทศอินเดียอยู่wbrในภาวะภัยแล้งติดต่อกันเป็นปีทีwbr่ 2 มีประชาชนในอินเดีย 330 ล้านคน หรือราว 1 ใน 4 ของประเทศกำลังเผชิwbrญภาวะขาดแคลนน้ำ ความร้อนระอุในช่วงฤดูร้อนทำให้wbrแหล่งเก็บน้ำเหือดแห้งจนถึงขั้wbrนมีชาวนาฆ่าตัวตายเพราะปัญหานี้ เจ้าหน้าที่ทางการในรัฐมัwbrธยประเทศทางตอนกลางของอินเดียมีwbrการวางกำลังติดอาวุธเพื่อคุ้มกัwbrนอ่างเก็บน้ำที่กำลังแห้งลงอย่wbrางรวดเร็ว มีกรณีการพยายามช่วยชีวิตคนด้wbrวยการส่งน้ำทางรถไฟล้านลิตรไปยัwbrงเมืองลาตูร์เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา และเมื่อกรมอุตุนิยมวิwbrทยาพยากรณ์อากาศว่ามีโอกาสที่wbrฝนตกสูงกว่าค่าเฉลี่ยก็จะถือเป็wbrนสิ่งมหัศจรรย์สำหรับประเทศที่wbrประสบภัยแล้งที่เลวร้ายที่สุwbrดในรอบ 40 ปี อย่างอินเดีย/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pดิอิโคโนมิสต์ระบุว่าประชากร 600 ล้านคนในอินเดียต้องพึ่wbrงพาการเกษตรเพื่อดำรงชีวิตและ 2 ใน 3 ของผืนดินการเกษตรในุปัจจุบัwbrนของอินเดียไม่มีwbrระบบชลประทานและอาศัยน้wbrำจากฝนเท่านั้น ถึงแม้ว่าว่าในช่วงเดือน มิ.ย. ถึง ก.ย. อินเดียมักจะมีฝนตกชุกกว่าเดืwbrอนอื่นๆ แต่ในทุกๆ 4 ใน 10 ปี ฟ้าฝนของอินเดียก็แปรปรวนเอาแน่wbrเอานอนไม่ได้/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pเศรษฐกิจของอินเดียยังขึ้นอยู่wbrกับสภาพภูมิอากาศด้วยเช่นกัน ทำให้การพยากรณ์อากาศในช่วงที่wbrผ่านมาที่ระบุว่าอินเดียมีwbrโอกาสเกิดมรสุมในช่วงต้นเดือน มิ.ย. ที่จะถึงนี้ส่งผลให้ตลาดหุ้นอิwbrนเดียพุ่งขึ้นสุงสุดในช่วง 4 เดือนมีการประเมินจากอรุณ เจตลีย์ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังของอิwbrนเดียว่าเศรษฐกิจอินเดียจะปรัwbrบตัวสูงขึ้นร้อยละ 8.5 ในปีนี้ รวมถึงการจับจ่ายของผู้บริโภคก็wbrจะจะสูงขึ้นด้วย ความเชื่อมั่นเหล่านี้ทำให้wbrธนาคารกลางของอินเดียลดอัwbrตราดอกเบี้ยลงเป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pอย่างไรก็ตามบทความของดิอิwbrโคโนมิสต์ชี้ว่าความเชื่อมั่นทีwbr่ต้องรอฟ้าฝนเช่นนี้สะท้อนให้wbrเห็นปัญหาที่ลึกกว่าในอินเดียนัwbr่นคือปัญหาเรื่องระบบการจัwbrดการน้ำ ในอินเดียชาวนาได้รับความช่wbrวยเหลือด้านพลังงานไฟฟ้าทำให้wbrพวกเขาใช้ปั้มน้ำได้wbrตามใจชอบจนทำให้เกิดการใช้น้ำต่wbrอปีจำนวนมากกว่าจีนและสหรัฐฯ รวมกัน มีรายงานจากสหภาพยุโรปเมื่อไม่wbrนานมานี้ว่าในอินเดียมีหลุมเจาะ (boreholes) ความลึกขนาดมากกว่า 20 เมตรเพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีอยู่wbrแล้วหลายหมื่นหลุม ระดับน้ำใต้ดินลดลงโดยเฉลี่ย 0.3 เมตรและในบางที่ก็ลดลงมากถึง 4 เมตร อีกทั้งในพื้นที่ที่ขาดน้ำก็มีwbrการปลูกพืชที่ต้องการน้ำมากอย่wbrางข้าว, ฝ้าย และอ้อย ปัญหาในอินเดียจึงไม่ใช่การที่wbrน้ำไม่เพียงพอแต่มาจากการใช้wbrมากเกินไป/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pดิอิโคโนมิสต์ระบุอีกว่wbrาทางการอินเดียมีแผนโครงการจัwbrดการน้ำมูลค่า 165,000 ล้านดอลลาร์โดนการทำทางเชื่อมต่wbrอรวม 15,000 กม. จากแม่น้ำไม่ต่ำกว่า 37 สายไปสู่พื้นที่ที่เสี่ยงต่อภัwbrยแล้ง จากการที่นายกรัฐมนตรีอินเดียมีwbrแผนการจะทำให้อินเดียเพิ่wbrมรายได้ทางการเกษตรขึ้นเป็wbrนสองเท่า ในบทความของดิอิโคโนมิสต์จึงเสนอให้มีการจัwbrดการน้ำที่ดีกว่านี้ ไม่ว่าจะเป็นระบบเก็บกักน้ำฝน การสร้างฝายชะลอน้ำ หรือการส่งเสริมให้เกษตรกรหัwbrนมาใช้ระบบชลประทานน้ำหยด/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pทั้งนี้รัฐบาลเองก็ควรจะทำตัwbrวเป็นัวอย่างที่ดีในการระหยัดน้wbrำด้วย ดิอิโคโนมิสต์ระบุว่าในขณะที่wbrประชาชนรอฟ้าฝนอยู่นั้นเจ้าหน้wbrาที่ทางการเมืองลาตูร์ก็ใช้น้wbrำหมดไป 10,000 ลิตรกับการล้wbrางทำความสะอาดลานจอดเฮลิwbrคอปเตอร์ เพื่อต้อนรับการมาเยือนของรัฐมนตรี/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pnbsp;/p pspan style="color:#0000cd;"stronguเรียบเรียงจาก/u/strong/span/p pspan style="color:#0000cd;"The Economist explains : Why India has a water crisis, The Economist, 24-05-2016 nbsp;/spana href="http://www.economist.com/blogs/economist-explains/2016/05/economist-explains-11" target="_blank"span style="color:#0000cd;"http://www.economist.com/wbrblogs/economist-explains/2016/wbr05/economist-explains-11/wbr/wbr/span/a/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/Yqa-gynfyJs" height="1" width="1" alt=""/

59 คณาจารย์ มอ. ร้องอธิการฯ ปกป้องเสรีภาพหลังทหารเตือนปมค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา

2 hours 10 min ago
p59nbsp;คณาจารย์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ nbsp;ร่อนจดหมายเปิดผนึกถึงอธิการฯ ขอให้มหาวิทยาลัยปกป้องเสรีภาพในทางวิชาการ หลังทหารแจ้งเตือนนักวิชาการค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"nbsp;/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/8/7634/26947660640_80cf5b6d0b_b.jpg" style="width: 500px; height: 667px;" //p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"หนังสือที่ ผบ.มทบ.42 ส่งถึงอธิการ มอ./span/p p27 พ.ค. 2559 รายงานข่าวแจ้งว่า จากกรณีที่ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42 nbsp;(มทบ.42) ทำหนังสือถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) เพื่อขอความร่วมมือให้ทำความเข้าใจกับบุคลากรที่คัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ซึ่งคณาจารย์และบุคลากรของมหาวิทยาลัยส่วนหนึ่งไม่เห็นด้วยกับการกระทำดังกล่าวจำนวน 59 รายชื่อ จึงได้ทำจดหมายเปิดผนึกถึงอธิการบดี และได้ทำการยื่นหนังสือต่ออธิการบดี โดย พิชิต เรืองแสงวัฒนา รองอธิการบดีเป็นผู้รับไหนังสือไว้แล้ว/p divโดยจดหมายเปิดผนึกดังกล่าว ชี้ว่าพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ทหารดังกล่าวเป็นการคุกคามเสรีภาพในทางวิชาการซึ่งไม่อาจยอมรับได้ พร้อมเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยยืนยันในหลักการพื้นฐานเรื่องเสรีภาพในทางวิชาการnbsp;รวมทั้งปกป้องรักษาหลักการดังกล่าวเอาไว้ และไม่พึงกระทำการใด ๆ เพื่อตอบสนองต่อการคุกคามเสรีภาพดังกล่าวเป็นการเรียกร้องให้อธิการฯnbsp;/div divnbsp;/div divจดหมายยังระบุด้วยว่าnbsp;การดำเนินโครงการพัฒนาขนาดใหญ่อันอาจก่อให้เกิดผลกระทบทั้งต่อสิ่งแวดล้อม สุขอนามัย และวิถีชีวิตของประชาชนและชุมชนอย่างกว้างขวาง จำเป็นต้องอาศัยการพดูคุยถกเถียงอย่างรอบด้านถึง ข้อดีข้อเสีย เพื่อให้เกิดการตกผลึกทางความคิดของคนในสังคมก่อนการตัดสินใจ กระบวนการดังกล่าวจะ เป็นไปได้ก็แต่โดยการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริงnbsp;/div pโดยมีรายละเอียดดังนี้/p div class="note-box" h3span style="color:#0000cd;"จดหมายเปิดผนึกถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เรื่อง หนังสือขอความร่วมมือการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาของ มทบ. 42nbsp;/span/h3 divnbsp;/div divเรียน อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์nbsp;/div divnbsp;/div divตามที่ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42 ได้มีหนังสือถึงท่านอธิการบดีเพื่อขอความร่วมมือในการทำความเข้าใจกับบคุลากรให้ทราบถึงวิธีการดำเนินงานในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ดังที่ปรากฏ เป็นข่าวในสื่อต่าง ๆ นนั้ คณาจารย์และบุคลากรของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ดังมีรายนามแนบท้ายจดหมายนี้ เห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการคุกคามเสรีภาพในทางวิชาการซึ่งไม่อาจยอมรับได้ จึงขอเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยยืนยันในหลักการพื้นฐานที่สำคัญดังนี้/div divnbsp;/div div1. ความแตกต่างหลากหลายทางความคิดเห็นต่อประเด็นโครงการไฟฟ้าถ่านหินเทพา คงไม่ใช่ ความไม่เข้าใจถึงวิธีการดำเนินงานในโครงการดังกล่าวอย่างที่ผู้บัญชาการมณฑทลทหารบกที่ 42 กล่าว หากแต่เป็นมุมมองต่อประเด็นปัญหาบนพื้นฐานของข้อมูลและความรู้ในทางวิชาการที่แตกต่างกัน nbsp;ทั้งนี้ หากเจ้าของโครงการเห็นว่ามีความคลาดเคลื่อนของข้อมูลหรือยังขาดการพิจารณาข้อมูลใด ๆ ที่ทำให้เกิดความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง ก็ควรที่จะนำเสนอข้อมูลเพื่อแลกเปลี่ยนถกเถียงกัน มากกว่าที่จะใช้อำนาจใน ทางตรงหรือทางอ้อมเพื่อกำหนดให้คดิเห็นไปในทางเดียวกันแต่เพียงอย่างเดียว ความแตกต่างหลากหลาย ของความคิดเห็นจึงไม่ใช่สิ่งที่ผิด หากแต่เป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนถกเถียงอันจะนำไปสู่ การพัฒนาในทางวิชาการและการสร้างความเข้าใจร่วมกัน/div divnbsp;/div divเสรีภาพในทางวิชาการจึงเป็นสารัตถะของการดำรงความเป็นสถาบันการศึกษาหากปราศจากซึ่งเสรีภาพดังกล่าวแล้ว มหาวิทยาลัยก็ไม่อาจที่จะปฏิบัติภารกิจของตนในการพัฒนาและสร้างองค์ความรู้ ใหม่เพื่อให้สังคมก้าวหน้าต่อไปได้ เสรีภาพในทางวิชาการจึงเป็นหลักการสำคัญที่มหาวิทยาลัยจะต้อง ยืนยันและปกป้องรักษาเอาไว้ และไม่พึงกระทำการใด ๆ เพื่อตอบสนองต่อการคุกคามเสรีภาพดังกล่าว/div divnbsp;/div div2. การดำเนินโครงการพัฒนาขนาดใหญ่อันอาจก่อให้เกิดผลกระทบทั้งต่อสิ่งแวดล้อม สุขอนามัย และวิถีชีวิตของประชาชนและชุมชนอย่างกว้างขวาง จำเป็นต้องอาศัยการพดูคุยถกเถียงอย่างรอบด้านถึง ข้อดีข้อเสีย เพื่อให้เกิดการตกผลึกทางความคิดของคนในสังคมก่อนการตัดสินใจ กระบวนการดังกล่าวจะ เป็นไปได้ก็แต่โดยการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง โดยได้รับข้อมูลข่าวสารและองค์ความรู้ทั้งหลายที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน และควรถือเป็นพันธะกิจของมหาวิทยาลัยที่จะนำองค์ความรู้ทางวิชาการมาสนับสนุนกระบวนการดังกล่าว เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และนำไปสู่ข้อสรุปที่สังคมยอมรับร่วมกันได้ nbsp;ในทางตรงกันข้าม การดำเนินโครงการพัฒนาใด ๆ ที่มาจากการสั่งการของรัฐแต่ฝ่ายเดียวโดยปราศจากการมีส่วนร่วมของประชาชน ย่อมรังแต่จะก่อให้เกิดความขัดแย้งในสังคมต่อไปไม่สิ้นสุด มหาวิทยาลัยไม่พึง เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการใช้อำนาจอันไมช่อบธรรมเช่นนั้น/div divnbsp;/div div divอนึ่ง มหาวิทยาลัยในฐานะสถาบันการศึกษาชั้นสูงควรจะมีบทบาทนำในการสร้างเวทีพูดคุย แลกเปลี่ยนในประเด็นการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาซึ่งเป็นปัญหาสำคัญในพื้นที่ โดยการนำเสนอข้อมูลในทางวิชาการที่ถูกต้องและรอบด้าน ทั้งนี้เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นในสังคมและนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างสันติและสร้างการยอมรับร่วมกันnbsp;/div divnbsp;/div div style="text-align: center;"จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา nbsp; nbsp;/div div style="text-align: center;"ขอแสดงความนับถือnbsp;/div /div /div p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/8/7348/27213662841_4c9b5e4d90_b.jpg" style="width: 500px; height: 829px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/8/7626/27250089306_841b7e4747_b.jpg" style="width: 500px; height: 809px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/8/7346/27008278630_856b6b3dd4_o.jpg" style="width: 500px; height: 239px;" //p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2016/05/65956" target="_blank"#039;พลเมืองสงขลา#039; ชี้ทหารล้ำเส้น เหตุเตือนนักวิชาการ ม.อ.ค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา/a /div div class="field-item even" a href="/journal/2016/05/65971" target="_blank"YPD บุกกองทัพบก จี้ชี้แจ้งปมทหารส่งจม.เตือนนักวิชาการค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/82ZVMPXCWfk" height="1" width="1" alt=""/

กทค. มีมติรับรองผล AIS ชนะประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz

3 hours 41 min ago
pกทค. มีมติรับรองผลการประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz ให้ AIS/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/8/7332/27245442546_b68674aa47.jpg" style="width: 500px; height: 333px;" //p pbr /27 พ.ค. 2559 ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) มีมติรับรองผลการประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz คลื่นความถี่ 895 – 905 MHz/940 – 950 MHz โดยผู้ชนะการประมูลได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด เครือเอไอเอส/p pทั้งนี้ การประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 MHz ในครั้งนี้ เริ่มต้นเมื่อเวลา 09.30น. และได้สิ้นสุดลงในเวลา 10.05 น. มีผู้เข้าประมูลรายเดียว คือ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด โดยเคาะยืนยันราคาที่ 75,654 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาที่บริษัท แจส โมบายบรอดแบนด์ เคาะราคาได้ไปก่อนจะทิ้งใบประมูลในเวลาต่อมา/p pทั้งนี้ กสทช. จะออกใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ย่าน 900MHz และใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่สามให้แก่ผู้ชนะการประมูล ภายหลังจากผู้ชนะการประมูลได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขการดำเนินการก่อนรับใบอนุญาตอย่างครบถ้วน ถูกต้อง ภายใน 90 วัน นับจากวันที่รับหนังสือแจ้งผลการประมูล/p pสำหรับเงื่อนไขใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 MHz มีการกำหนดมาตรการเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคไว้ โดยผู้ได้รับใบอนุญาตคลื่นความถี่ย่าน 900 MHz ต้องจัดทำแผน CSR ในการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ สุขภาพผู้ใช้บริการ รวมทั้งบริการสำหรับผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส และผู้มีรายได้น้อย และจัดทำแผนคุ้มครองผู้บริโภค ในการรับเรื่องร้องเรียนจากผู้ใช้บริการ ในส่วนของอัตราค่าบริการจะต้องมีอัตราค่าบริการถูกกว่าอัตราค่าบริการ 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 GHz ที่ให้บริการอยู่ในปัจจุบัน โดยผู้รับใบอนุญาตจะต้องส่งแผนต่อ กทค. ก่อนเริ่มให้บริการ และต้องดำเนินการตามแผนภายใน 1 ปี นับจากวันที่เริ่มให้บริการ/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/PmeMMIwIO4g" height="1" width="1" alt=""/

เด็กอนุบาลคอสเพลย์ชุดทหาร หวังปลูกฝังระเบียบวินัย

4 hours 48 min ago
!--break--!--break-- p27 พ.ค.2559 a href="http://workpointtv.com/%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%97%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A1/"WorkpointNews/a และ a href="http://www.brighttv.co.th/th/news/%E0%B8%8B%E0%B8%B6%E0%B8%A1%E0%B8%8B%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81-%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%97%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4"Bright News /aรายงานตรงกันว่า เมื่อวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่โรงเรียนชุมชนดูนสาด ต.ดูนสาด อ.กระนวน จ.ขอนแก่น เด็กนักเรียนอนุบาลแต่งชุดทหารมาเรียนโดย อรุณ โพธิ์ศรี หัวหน้าสายอนุบาล เปิดเผยว่า สาเหตุที่ให้เด็กนักเรียนแต่งชุดทหารมาโรงเรียนคือ ทางโรงเรียนได้จัดทำโครงการ "ทหารน้อยลูกแม่ฟ้าหลวง" เพื่อเป็นการสำนึกในแม่ฟ้าหลวงของปวงชนชาวไทย โดยการปลูกฝังให้เด็กมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย มีระเบียบวินัย สร้างจิตสำนึกของเด็ก เน้นความเป็นอัตลักษณ์ของโรงเรียน คือ ยิ้ม ไหว้ ทักทาย จิตอาสา โดยให้เด็กแต่งชุดทหารมาทุกวันพฤหัสบดี โดยช่วงเช้าจะทำการรวมเด็กเกี่ยวกับการมีระเบียบวินัย ออกทำการเก็บขยะบริเวณโรงเรียน โดยเป็นการปลูกฝังนิสัยให้เด็ก ๆ ด้วย/p divสำหรับโครงการดังกล่าวโครงการนี้มีเด็กนักเรียนชั้นอนุบาล 1-3 ชายหญิง 3 ห้องเรียน จำนวน 134 คน ได้รับการตอบรับจากเด็กและผู้ปกครองเป็นอย่างดียิ่ง ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ให้เด็ก ๆ สวมเครื่องแบบทหาร มาโรงเรียนสร้างความสดชื่นให้กับตัวเด็ก ๆ แต่ละคนก็จะอวดชุดซึ่งกันและกัน ก่อนที่จะเข้าห้องเรียนได้จัดกิจกรรมร่วมกันอีกด้วย ซึ่งขณะเดียวกันก็ได้ให้เด็กฝึกการออมเงินคนละห้าบาทด้วย สำหรับโรงเรียนชุมชนดูนสาด เปิดสอนระดับอนุบาลถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 นักเรียนชั้น ป.1 ถึง ม.6 ก็จะแต่งชุดลูกเสือเนตรนารีมาโรงเรียนกันเป็นประจำทุกวันพฤหัสบดี/div divnbsp;/div divผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม ว่า กรณีการแต่งชุดทหารของนักเรียนอนุบาล เคปรากฏเป็นข่าวแล้วเมื่อ ธ.ค.2556 โดย a href="http://www.springnews.co.th/local/73662"สปริงนิวส์/a รายงานว่าnbsp;โรงเรียนอนุบาลกองทัพบกอุปถัมภ์บริบูรณ์ธนวัฒน์ ตั้งอยู่ในค่ายเม็งรายมหาราช จ.เชียงราย ได้จัดชุดเครื่องแต่งกายให้เด็กนักเรียนทั้งหญิงและชายแต่งกายในชุดทหารเพื่อไปโรงเรียนทุกวันจันทร์ โรงเรียนดังกล่าว ในปัจจุบันเปิดสอนเด็กนักเรียนตั้งแต่ระดับเตรียมอนุบาล จนถึงอนุบาล 3 มีนักเรียนทั้งหมดกว่า 700 คน ซึ่งมีทั้งบุตรหลานของกำลังพล และบุคคลทั่วไป โดยมี มิ่งขวัญ กระแซง เป็นครูใหญ่ การเรียนการสอนเน้นไปที่การปลูกฝังระเบียบวินัยแบบทหารให้กับเด็ก และการเรียนรู้จากสถานการณ์จริงให้เด็กสามารถตัดสินใจการปฏิบัติตัวในสภาพสังคมปัจจุบัน/div divnbsp;/div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/Jvjpw1ZEdJg" height="1" width="1" alt=""/

สถานเสาวภา ยันน้ำมันเทลงโถส้วมกันงูไม่ได้ แถมเสี่ยงระเบิดหากจุดไฟสูบบุหรี่

5 hours 17 min ago
!--break--!--break-- div27 พ.ค. 2559 หลังจากเกิดเหตุงูเหลือมโผล่จากคอห่านฉกอวัยวะเพศหนุ่มขณะนั่งปลดทุกข์ ซึ่งเป็นข่าวลงหนังสือพิมพ์หน้าหนึงทุกฉบับวานนี้ ก่อให้เกิดกระแสตื่นตัวต่อสัตว์เลื้อยคลานโดยเฉพาะงู จนมีการแชร์ต่อกันในสังคมออนไลน์ ถึงวิธีการป้องกัน โดยเฉพาะการเทน้ำมันลงในโถส้วม/div divnbsp;/div divล่าสุดเมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมาnbsp;a href="http://www.krobkruakao.com/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8/16152/%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%87%E0%B8%B9%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89.html"เว็บไซต์ครอบครัวข่าว3/a รายงานว่า สัตวแพทย์หญิง ดร.ลาวัณย์ จันทร์โฮม หัวหน้าสวนงู สถานเสาวภา nbsp;สภากาชาดไทย ยืนยันว่าการราดน้ำมันก๊าดลงในโถส้วมไม่สามารถป้องกันงูได้ แต่ในทางกลับกันจะส่งผลกระทบต่อการใช้ห้องน้ำ เพราะอาจเกิดระเบิดจากการจุดไฟสูบบุหรี่nbsp;/div div divnbsp;/div divดร.ลาวัณย์ ระบุว่า ความเชื่อที่ว่าน้ำมันสามารถไล่งูได้นั้นไม่เป็นความจริง งูสามารถเลื้อยผ่านน้ำมันได้ และยังไม่มีข้อพิสูจน์ที่แน่ชัดว่า สิ่งไหนที่งูกลัว แต่ในแง่ของธรรมชาติงูจะกลัวนักล่าบางชนิดที่กินงูเป็นอาหาร เช่น นกอินทรีย์ nbsp;โดยวิธีป้องกันงูนั้น อยากให้ใช้วิธีทางธรรมชาติมากกว่า เช่น การปลูกต้นไม้ที่มีหนามแหลมที่งูไม่สามารถเลื้อยผ่านได้ หรือการสร้างกำแพงบ้านที่มีความเรียบ ลื่น สูงประมาณ 1-1.50 เมตร งูจะไม่สามารถเลื้อยผ่านพื้นผิวที่ลื่นของกำแพงได้ ส่วนบ่อเกรอะหรือท่อน้ำที่มีรอยรั่วให้ใช้ตาข่ายมาปิดไว้ เพื่อไม่ให้งูเลื้อยเข้าไปในท่อ หรือห้องน้ำได้nbsp;/div /div h3span style="color:#0000cd;"นายสัตวแพทย์อาวุโสแนะราดน้ำมันก๊าดลงโถส้วมกันงู/span/h3 divขณะที่วันเดียวกัน ช่วงเช้า a href="http://www.matichon.co.th/news/150011"มติชนออนไลน์/a รายงานว่า นายสัตวแพทย์(นสพ.)อลงกรณ์ มหรรณพ นายสัตวแพทย์อาวุโส และสัตวแพทย์ประจำสำนักพระราชวัง กล่าวว่า สาเหตุที่สัตว์มีพิษ สัตว์เลื้อยคลาน เช่น งู เข้าหาคนบ่อยๆ ในช่วงเวลานี้ มีสาเหตุหลักๆอยู่ 2 อย่าง คือ ตามเหยื่อ คือหนูเข้ามา และความแปรปรวนของอากาศ โดยเฉพาะอากาศที่ร้อนจัดอุณหภูมิเกิน 40 องศา งูจะจะแสบผิวหนัง ต้องหาที่เย็นๆอยู่ ห้องน้ำ และซอกหลืบที่มืดๆเงียบๆจะเป็นที่ที่สัตว์พวกนี้ต้องการมากที่สุด กรณีที่เกิดขึ้นที่งูเหลือมในโถส้วมฉกอวัยวะเพศชายคนหนึ่งนั้น เป็นกรณี 1 ใน 100 ที่มีโอกาศเกิดเท่านั้น ไม่ต้องไปวิตกกังวล จนกลายเป็นความกลัวเกินเหตุ ทั้งนี้หากไม่ต้องการให้งู หรือสัตว์เลื้อยคลานชนิดอื่นๆ เข้ามาในบ้าน หรือเข้ามาในคอห่านโถส้วม หรือชักโครก นั้น ให้เอาผ้าขี้ริ้วชุบน้ำมันก๊าด ไปเหน็บเอาไว้ตามช่อง หรือซอกที่คิดว่างูจะเข้ามาในบ้านได้งูทุกชนิด หรือแม้กระทั่งตัวเหี้ย และสัตว์เลื้อยคลานอื่นๆ จะเกลียดกลิ่นน้ำมันก๊าดมาก และไม่ยอมเข้าใกล้เด็ดขาด ส่วนวิธีป้องกันไม่ให้งูเลื้อยเข้ามาในคอห่าน โถส้วมหรือชักโครก ให้ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ ที่ใช้ล้างห้องน้ำตามปกติ หรือน้ำมันก๊าด ราดลงในโถส้วม หรือชักโครกแล้วกด หรือราดน้ำตาม งูจะเกลียดกลิ่นของสารเคมีชนิดนี้อย่างมาก มันจะหนีไปไกลเลย กลิ่นพวกนี้จะติดอยู่นาน ทำแค่สัปดาห์ละ 1 ครั้งก็พอ/div divnbsp;/div divเมื่อถามว่า ห้องน้ำตามปั๊มน้ำมัน จะมีความเสี่ยงต่อการที่งูเข้ามาอยู่ในโถส้วม หรือชักโครกหรือไม่ เพราะห้องน้ำปั๊มส่วนใหญ่อยู่ใกล้ชายป่ารกๆ นสพ.อลงกรณ์ กล่าวว่า โอกาสที่งูจะไปโผล่ในโถส้วม หรือชักโครกของปั๊มน้ำมันนั้นมีน้อยมาก เพราะห้องน้ำปั๊มน้ำมันนั้นจะเต็มไปด้วยกลิ่นของแอมโมเนีย และมีคนค่อนข้างพลุกพล่าน ไม่เป็นที่ปรารถนาของสัตว์พวกนี้เลย เพราะแอมโมเนียทำให้งูแสบตาและผิวหนัง มันจะไม่เข้ามาใกล้เด็ดขาด นอกจากนี้ บรรดาห้องชุด หรือห้องพักชั้นสูงๆตั้งแต่ชั้น 2 เป็นต้นไป ก็ไม่ต้องกังวลว่างูจะเลื้อยขึ้นไปทางท่อน้ำ เพราะโอกาสที่จะเป็นไปได้มีน้อยมาก/div divnbsp;/div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/4504iITQB0o" height="1" width="1" alt=""/

พุทธอิสระโพสต์อัด 'ธัมมชโย-ธรรมกาย' พวกไม่ยอมรับกติกาสังคม

5 hours 54 min ago
pพุทธอิสระ อดีตแกนนำ กปปส. โพสต์อัด 'ธัมมชโย-ธรรมกาย'nbsp;ไม่ยอมรับกติกาสังคม ชี้หากมีความรับผิดชอบและกล้าหาญทางจริยธรรมต้องเสียสละตนเองเพื่อความสงบสุข ปลอดภัย ผ่อนคลาย ของสังคมและผู้คนที่ศรัทธา/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img src="https://c2.staticflickr.com/8/7743/27183899952_afe273fa74.jpg" //p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"แฟ้มภาพ/span/p p27 พ.ค. 2559nbsp;จากกรณีวานนี้(26 พ.ค.59) เป็นวันครบกำหนดที่ดีเอสไอให้พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายจับ คดีร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจร แต่พระธัมมชโยอ้างอาพาธจากอาการบ้านหมุน วิกฤติลิ่มเลือด จึงไม่ได้มาตามนัดได้นั้น (a href="http://prachatai.org/journal/2016/05/65990"อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม/a)/p pวันนี้ (27 พ.ค.2559) เมื่อเวลา 8.18 น. ที่ผ่านมา พุทธะอิสระ อดีตแกนนำ กปปส. โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ 'a href="https://www.facebook.com/buddha.isara/posts/10154162220128446"หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara)/a' หัวข้อ "ยิ่งดื้อด้าน ยิ่งหลอกลวง ยิ่งแหกตา ยิ่งดราม่า ยิ่งโกหก สังคมก็ยิ่งประณาม"/p pโพสต์ดังกล่าวสรุปได้ว่า เป็นการวิจารณ์กรณีที่ธัมมชโยไม่เข้าพบพนักงานสอบสวน พร้อมระบุว่า หากมีความรับผิดชอบและกล้าหาญทางจริยธรรม เขาจะต้องเสียสละตนเองเพื่อความสงบสุข ปลอดภัย ผ่อนคลาย ของสังคมและผู้คนที่ศรัทธา แต่ดูเหมือนสิ่งที่กล่าวมานี้จะหาไม่เจอในตัวธัมมชโยและพวก ขอเพียงกูรอด ใครจะไม่รอด ใครจะทุกข์ยาก ใครจะลำบากเสียหายกูไม่สน/p pพุทธอิสระ โพสต์ ด้วยว่าnbsp;คนที่ไม่ยอมรับกติกาสังคม ไม่ยอมรับแม้กฎหมายบ้านเมือง ทั้งยังไม่มีความละอายแบบนี้หรือคือ พระโพธิสัตว์ผู้จะตรัสรู้ในอนาคต พร้อมระบุว่าพฤติกรรมของพวกลัทธิธรรมกายในปัจจุบันดูจะยิ่งทำร้ายตนเองมากขึ้น/p pnbsp;/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2016/05/65990" target="_blank"ธัมมชโยเบี้ยวมอบตัว วัดเผยอาพาธหนัก พนง.สอบสวนยันไม่เจรจาจ่อนำหมายจับไปคุมตัว/a /div div class="field-item even" a href="/journal/2014/07/54809" target="_blank"ศาลอุทธรณ์ยกคำร้อง ‘พุทธอิสระ’ขอถอนหมายจับขวางเลือกตั้ง/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/Dn5a4dQV9tk" height="1" width="1" alt=""/

คนพิการปะทะตร.โบลิเวีย หลังประท้วงเรียกร้องรัฐเพิ่มเบี้ยเลี้ยงไร้ผล

6 hours 18 min ago
pตำรวจโบลิเวียใช้น้ำแรงดันสูงผลักดันกลุ่มผู้ชุมนุมขณะเกิดเหตุปะทะจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ หลังมีการชุมนุมยืดเยื้อของกลุ่มคนพิการบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อกดดันรบ.เพิ่มเบี้ยยังชีพ/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"iframe allowfullscreen="" frameborder="0" height="315" src="https://www.youtube-nocookie.com/embed/EXNtL3c0HSc?rel=0" width="560"/iframebr /span style="color:#ff8c00;"strongเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างกลุ่มคนพิการ และตำรวจในโบลิเวีย/strong/span/p p27 พ.ค. 2559 วานนี้ (26 พ.ค.) สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า เกิดการปะทะระหว่างตำรวจ และกลุ่มคนพิการในโบลิเวียบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล กลางกรุงลาปาซ ประเทศโบลิเวีย เหตุเรียกร้องขอให้รัฐบาลเพิ่มเงินสนับสนุนคนพิการ โดยรัฐบาลโบลิเวียกล่าวว่า กลุ่มคนพิการผู้ประท้วงได้จู่โจมเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยมีดและแก๊สพิษก่อน จนทำให้ตำรวจต้องใช้น้ำแรงดันสูงเพื่อผลักดันให้กลุ่มผู้ประท้วงถอยร่นไป/p pการปะทะในครั้งนี้ประกอบไปด้วยผู้ชุมนุมกว่า 150 คน หนึ่งในตัวแทนของพวกเขากล่าวว่า การชุมนุมครั้งนี้กระทำโดยสงบ แต่ทันทีที่ตำรวจใช้น้ำแรงดันสูงเพื่อสลายการชุมนุม เหตุการณ์จึงกลับชุลมุนยุ่งเหยิง คนพิการบางคนถูกฉีดน้ำจนเปียกปอน บ้างก็ปากแตก ผู้พิการที่ใช้วีลแชร์บางคนหล่นตก หรือถูกลากลงจากรถเข็นไปอยู่ที่พื้น และส่วนหนึ่งถูกตำรวจจับกุมไป นอกจากนี้ร้านค้าในบริเวณโดยรอบยังได้รับความเสียหายอีกด้วยbr /br /ก่อนหน้านี้กลุ่มผู้ประท้วงได้ลงหลักปักฐานชุมนุมประท้วงบริเวณใจกลางของลาปาซมาแล้วนานกว่าหนึ่งเดือน และเกิดการปะทะระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ไปแล้วครั้งหนึ่ง เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มเบี้ยยังชีพของคนพิการเป็น 2,500 บาทต่อเดือน (a href="http://prachatai.org/journal/2016/02/64337"อ่านต่อที่นี่/a) หลังมีความพยายามเข้าพูดคุยกับประธานาธิบดี อีโว โมราเลสเพื่อขอเพิ่มเงินดังกล่าว แต่ถูกปฏิเสธ โดยกลุ่มผู้ประท้วงต่างกล่าวว่า ไม่เคยได้รับประโยชน์จากโครงการที่ก่อตั้งโดยเงินส่วนนี้ พร้อมทั้งย้ำว่าไม่เคยเห็นความจริงใจในการแก้ปัญหาของรัฐบาล แม้รัฐบาลโบลิเวียจะออกมาระบุว่า มีการจัดสรรงบประมาณกว่า 32 ล้านบาท ให้กับคนพิการอย่างครอบคลุม ทั้งในส่วนของเป็นเบี้ยเลี้ยงรายเดือน และในส่วนของโครงการระดมทุนต่างๆbr /br /อย่างไรก็ดีกลุ่มผู้ประท้วงยังยืนยันที่จะเดินหน้าประท้วงต่อบริเวณทำเนียบรัฐบาล จนกว่าข้อเรียกร้องจะเป็นผลbr /br /“พวกเราใช้ชีวิตอยู่บนถนนมาสักพักแล้ว และพวกเขาก็นำน้ำมาสาดใส่เรา คุณอยากจะฆ่าพวกเราเหรอประธานาธิบดีอีโว พวกเราเป็นคนโบลิเวีย ไม่ว่าคุณจะสนใจหรือไม่ พวกเราก็เป็นคนโบลิเวียที่พิการ พวกเรามีสิทธิและนั่นก็เป็นสิ่งที่พวกเราต้องเรียกร้อง” โรสแมรี่ หัวหน้ากลุ่มผู้ประท้วงให้สัมภาษณ์รอยเตอร์/p pnbsp;/p pstrongแปลและเรียบเรียงจาก/strongbr /a href="http://www.bbc.com/news/world-latin-america-36385723"http://www.bbc.com/news/world-latin-america-36385723/abr /a href="http://www.reuters.com/video/2016/05/25/protesters-clash-with-police-in-bolivia?videoId=368648369"http://www.reuters.com/video/2016/05/25/protesters-clash-with-police-in-bolivia?videoId=368648369/a/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2016/02/64337" target="_blank"กลุ่มคนพิการโบลิเวียแขวนตัวเองพร้อมวีลแชร์บนสะพาน เหตุรบ.ไม่สนข้อเรียกร้องเพิ่มเบี้ยเลี้ยง/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/oYAbH5KqFaE" height="1" width="1" alt=""/

ชาวบ้านฟ้องแพ่งเหมืองทองพิจิตร เรียก 50 ล้านฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม

6 hours 52 min ago
pชาวบ้านพิจิตรเพชรบูรณ์ ฟ้องแพ่ง บ.อัครา รีซอร์สเซส เรียกค่าเสียหายจากผลกระทบสุขภาพและแหล่งน้ำธรรมชาติ 1.58 ล้านบาท และให้จัดตั้งกองทุนฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม 50 ล้านบาท/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img src="https://c2.staticflickr.com/2/1558/26571837246_a483fd9de9.jpg" //p p27 พ.ค.2559 ที่ศาลแพ่ง รัชดาภิเษก แผนกคดีสิ่งแวดล้อม ชาวบ้านพิจิตรและเพชรบูรณ์ ประมาณ 20 คน ยื่นฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายจากบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) เจ้าของสัมปทานเหมืองทองคำ เหตุจากปัญหาสุขภาพและขาดประโยชน์จากการใช้แหล่งน้ำธรรมชาติ/p pสมชาย อามิน ทนายความ จากสภาทนายความ กล่าวว่า ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบด้านสุขภาพ มีมากกว่า 1,000 ราย แต่วันนี้(27 พ.ค.2559) ชาวบ้านได้รวมกลุ่มยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายเพียง 300 คน เป็นการฟ้องร้องแบบกลุ่ม หรือ Class Action เป็นการฟ้องร้องรูปแบบใหม่และเป็นกรณีแรกในประเทศ โดยมีโจทก์เพียงคนเดียว ส่วนผู้เสียหาย คนอื่นๆจะเป็นเพียงสมาชิกร่วม ซึ่งทุกคนมีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยความเสียหายตามความรุนแรงและพยานหลักฐานบ่งชี้ ซึ่งสมาชิกอาจได้ค่าเสียหายมากกว่าโจทก์ก็เป็นได้ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกรณี/p pสมชาย พร้อมด้วยตัวแทนชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบด้านสุขภาพ ในตำบลเขาเจ็ดลูก อำเภอ อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร และตำบลท้ายดง อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ ประมาณ 20 คน ยื่นฟ้องค่าเสียหายจากเจ้าของสัมปทานเหมืองทองคำ nbsp;คือ บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) โดยคดีนี้โจทก์เรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงิน 1.58 ล้านบาทพร้อมเรียกร้องขอให้บริษัทอัคราฯ จัดตั้งกองทุนฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมเป็นเงินอีก 50 ล้านบาท ส่วนผู้เสียหายคนอื่นๆที่ยังไม่ฟ้อง จะยื่นฟ้องเพิ่มเติมในภายหลัง โดยวันนี้ศาลแพ่งรับเรื่องเอาไว้พิจารณาพร้อมนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 8 ก.ค.2559 นี้ เวลา 9.00 น. ที่ศาลแพ่งรัชดา/p pemเรียบเรียงจาก a href="http://www.tnamcot.com/content/477097"สำนักข่าวไทย/a/em/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2016/05/65730" target="_blank"ปธ.กสม.ชมรัฐบาลเห็นความสำคัญเรื่องสิทธิ หลังปิดเหมืองทอง/a /div div class="field-item even" a href="/journal/2016/05/65702" target="_blank"ครม.สั่งปิดเหมืองทอง พิจิตร ให้ก.แรงงานดูแล คนงานกว่า 1,000 คน/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/iGHLSEgB_PI" height="1" width="1" alt=""/

"เป็นคนไม่ได้มีบารมี" ประวิตรปัดข่าวจับมือเจ้าของเลสเตอร์ตั้งพรรค คสช.

7 hours 55 min ago
pพล.อ.ประวิตร ยันไม่เป็นความจริง กรณีกระแสข่าวจับมือคิงเพาเวอร์ ตั้งพรรค คสช. ยันไม่ได้หนุนพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้ง ย้ำไม่อยากเล่นการเมือง บอก "ผมก็เป็นคนไม่ได้มีบารมี อย่างที่พวกคุณมาถามกัน”/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img src="https://c2.staticflickr.com/2/1556/25709763522_7a0b733e02_o.jpg" //p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"แฟ้มภาพ (ที่มา : ศูนย์สื่อทำเนียบ)/span/p p27 พ.ค.2559 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกระแสข่าวตั้งพรรคการเมืองร่วมกับ วิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานกลุ่มบริษัทคิงเพาเวอร์และเจ้าของทีมเลสเตอร์ซิตี้ ว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง/p pต่อกรณีคำถามว่ามีสายสัมพันธ์และมีแนวคิดที่จะทำพรรคการเมืองหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มีและไม่เคยคิด ตนบอกหลายครั้งแล้วว่าไม่อยากเล่นการเมือง ซึ่งที่ผ่านมาตนทำงานให้ประชาชนมาหลายปี ยังมาด่าใส่อีก ส่วนที่มีข่าวว่า จะหนุนพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งนั้น ตนขอยืนยันว่าไม่มีและไม่เคย ทั้งนี้ยังได้หยอกสื่อมวลชนว่าหากถามเรื่องนี้อีกจะชก/p p“ต่อไปอย่าถามอีกนะ ห้ามถามเรื่องนี้อีก ถ้าถามชกเลยนะ เบื่อ เบื่อ เบื่อ เรื่องนี้ไม่ให้ถามแล้ว และทีหลังก็จะไม่ตอบอีก ผมไม่เล่นการเมือง เอาชื่อผมไปโยงคงสนุกมั้ง และผมก็เป็นคนไม่ได้มีบารมี อย่างที่พวกคุณมาถามกัน” พล.อ.ประวิตร กล่าว/p pemที่มา : a href="http://www.tnamcot.com/content/477056"สำนักข่าวไทย/aและnbsp;a href="http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/699905"กรุงเทพธุรกิจออนไลน์/a/em/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/lk85icfxfSY" height="1" width="1" alt=""/

โฆษกคสช.แถลงทำงานครบ 2 ปี อัดพวกใช้ความรู้สึกนึกว่าจะล้มประชามติเพื่ออยู่ต่อ

19 hours 18 min ago
!--break--!--break-- div style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/8/7385/26994116120_9cf6819786_o.jpg" style="width: 500px; height: 329px;" //div div style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"ที่มาภาพnbsp;เพจ/spana href="https://www.facebook.com/PeaceandOrderMaintainingCommand/posts/1750040341906436:0"span style="color:#ff8c00;"กองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย/span/a/div div style="text-align: center;"nbsp;/div div26 พ.ค.2559 พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วยทีมงานโฆษก คสช. แถลงผลการทำงานของ คสช.ครบรอบ 2 ปี nbsp;โดย พ.อ.ปิยพงษ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษก คสช. กล่าวยืนยันว่า การทำงานตลอด 730 วัน หรือกว่า 2 ปี ของ คสช. หลังเข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน ภายใต้นโยบายรัฐบาลที่เน้นย้ำการทำงานเพื่อประชาชน คสช.ได้ยึดหลักการในการรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง และสนับสนุนงานของรัฐบาลให้ดำเนินไปได้โดยไม่ติดขัด แต่ยอมรับว่ายังมีปัญหาบางประเด็นที่ยังไม่สามารถแก้ไขได้ลุล่วง แต่ คสช.ได้เร่งดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง/div divnbsp;/div div“ขอยืนยันว่า คสช.ยังรักษาคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนภายใต้โรดแมป โดยเฉพาะการลงประชามติในวันที่ 7 ส.ค. 2559 รวมถึงจัดให้มีการเลือกตั้งในปี 2560 ตามสูตร 6:4 ,6:4 nbsp;ซึ่งยืนยันว่าจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงคำสัญญาของ คสช.ได้ อีกทั้ง คสช.จะยืนหยัดเคียงข้างประชาชนด้วยเกียรติ ศักดิ์ศรี และเป็นมิตรกับประเทศเดียวกัน ทั้งในภูมิภาคเดียวกันและต่างภูมิภาค พร้อมทั้งสร้างความมั่นใจให้คนไทยและคนต่างประเทศ ขอยืนยันว่า คสช.ไม่หวังคิดสืบทอดอำนาจ หรืออยู่ในตำแหน่งต่ออีก 5-10 ปีตามที่หลายฝ่ายกังวล ขอย้ำว่าจะไม่มีอะไรผิดไปจากสูตรของ คสช.ที่กำหนดไว้” พ.อ.ปิยพงษ์ กล่าว/div divnbsp;/div divกรณีถามว่า หากสมมติว่าไม่มีเลือกตั้งในปี 60 จะดำเนินการอย่างไรต่อไป และใครจะรับผิดชอบ นั้น พ.อ.ปิยพงษ์ ระบุว่าnbsp;ทุกอย่างยังเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ ส่วนที่ห่วงว่า คสช. จะสืบอำนาจต่ออีก 5 ปี หรือ 10 ปีนั้น คงเป็นไปไม่ได้ เพราะทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎกติกาที่ คสช. สัญญาไว้กับประชาชน ขอให้เชื่อมั่นและวางใจติดตามการทำงานของ คสช. ยืนยันว่า คสช. ไม่บิดพลิ้ว เพราะที่ผ่านมา คสช. ได้ผ่านกระบวนการตัดสินใจสำคัญที่เข้ามาบริหารราชการแผ่นดินแล้ว ยืนยันว่า ความตั้งใจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. รวมถึงคณะรัฐมนตรี แม่น้ำ 5 สาย ยังไม่มีอะไรบิดพลิ้ว เป็นไปตามสัญญาที่ได้วางไว้/div divnbsp;/div divพ.อ.วินธัย กล่าวถึงกระแสที่มีบางฝ่ายออกมากล่าวหาว่า คสช.จะล้มประชามติเพื่ออยู่ในอำนาจต่อไป ว่า เชื่อเป็นการพูดด้วยอารมณ์และความรู้สึก หรือจินตนาการส่วนบุคคล แต่สิ่งสำคัญขอให้ดูที่กรอบเวลาที่กำหนด/div divnbsp;/div div divกรณีมีการหยิบยกประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนมาวิพากษ์วิจารณ์ คสช. นั้น พ.อ.วินธัย กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นความกังวลของบางองค์กร แต่ไม่มีน้ำหนักเพียงพอ เพราะไม่มีข้อพิสูจน์ที่ชัดเจน เนื่องจากที่ผ่านมารัฐบาลและ คสช. ให้ความสำคัญเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยมุมมองของเจ้าหน้าที่ได้ระมัดระวังอย่างดี เพราะเข้าใจว่า การกระทำใดๆ อาจมีผู้ไม่หวังดีนำไปขยายผล เพื่อลดความน่าเชื่อถือของ คสช. ได้ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่พยายามบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อเป็นหลักประกันไม่ให้คนในสังคมละเมิดสิทธิซึ่งกันและกัน สำหรับเรื่องการวิพากษ์วิจารณ์และการแสดงความคิดเห็นต่างๆ ยังสามารถดำเนินการได้ แต่ต้องเหมาะสม ภายใต้กฎหมายnbsp;/div /div divnbsp;/div div“ขอยืนยันว่ารัฐบาลและ คสช.มีความระมัดระวังการดำเนินการใด ๆ ที่จะไม่ละเมิดสิทธิประชาชน ส่วนกรณีที่ วัฒนา เมืองสุข ยังโพสต์เฟซบุ๊กโจมตีรัฐบาลต่อเนื่องนั้น การออกมาวิพากษ์วิจารณ์สามารถทำได้ แต่ควรเลี่ยงสิ่งที่ก่อให้เกิดความแตกแยกหรือพาดพิงบุคคลและองค์กร รวมถึงควรหลีกเลี่ยงการคาดเดาในทางลบ ซึ่งการแสดงออกใด ๆ ขอให้ดูความเหมาะสม อย่าให้เข้าข่ายการกระทำที่ผิดกฎหมาย และต้องอยู่บนพื้นฐานข้อมูลที่พิสูจน์ได้ พร้อมวอนขอให้มองรัฐบาลและ คสช.ที่ทำงานด้วยความจริงจัง อย่างไรก็ตาม ขอชื่นชมการนำเสนอของสื่อมวลชนในขณะนี้ว่าที่เข้าใจการทำงานของ คสช. และการนำเสนอข้อมูลอย่างดี ซึ่งที่ผ่านมาสื่อได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี” พ.อ.วินธัย กล่าว/div divnbsp;/div div divnbsp;/div divemที่มา a href="http://www.tnamcot.com/content/476361"สำนักข่าวไทย/aและเพจa href="https://www.facebook.com/PeaceandOrderMaintainingCommand/posts/1750040341906436:0"กองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย/a/em/div /div pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/GxXdgyPlMfA" height="1" width="1" alt=""/

ศาลยกฟ้องคดีชาวบ้านม้ง อ.ปาย หลังถูกจนท.ป่าไม้กล่าวหาทำกินรุกป่าสงวน

20 hours 3 min ago
!--break--!--break-- divเมื่อวันที่ 25 พ.ค.59 ศาลจังหวัดแม่ฮ่องสอน สาขาปาย นัดฟังคำพิพากษาในคดีระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กับ สุ หว่างป่อ เกษตรกรและชาวบ้านชาติพันธุ์ม้ง ข้อหาความผิดตามพ.ร.บ.ป่าไม้ และพ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ โดยจำเลยถูกกล่าวหาว่าได้เข้ายึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต และก่อสร้าง แผ้วถ้าง หรือทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพและก่อให้เกิดความเสียหายแก่ป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต/div divnbsp;/div divสำหรับเหตุในคดีนี้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.58 สุ ถูกกล่าวหาจากเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าเมืองแปง-ทุ่งยาว ว่าได้บุกรุกเข้าไปยึดถือครอบครองที่ดิน แผ้วถางป่าเพื่อทำการเกษตร คิดเป็นเนื้อที่ 16 ไร่ ในบริเวณป่าต้นน้ำห้วยผักห้า บ้านผาสำราญ ตำบลเมืองแปง อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยพื้นที่ดังกล่าวถูกประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติแม่ปายฝั่งซ้าย/div divnbsp;/div divจากนั้นพนักงานสอบสวนได้เรียก สุ ไปแจ้งข้อกล่าวหาเมื่อวันที่ 18 ส.ค.58 โดยเขาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยขณะมีการส่งฟ้องคดีต่อศาล ได้รับการประกันตัวด้วยหลักทรัพย์จำนวน 2 แสนบาท โดยได้รับความช่วยเหลือส่วนหนึ่งจากกองทุนยุติธรรม ของกระทรวงยุติธรรม ก่อนจะมีการสืบพยานในคดีเสร็จสิ้นในช่วงเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา และศาลนัดฟังคำพิพากษา/div divnbsp;/div divศาลได้วินิจฉัยว่าพยานโจทก์สามปาก ที่เป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้และทหารเบิกความตรงกันว่าขณะเข้าตรวจยึดพื้นที่เกิดเหตุที่มีการบุกรุกป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต มีชาวบ้านราว 10 คน ร่วมพูดคุย และจำเลยได้แสดงตัวว่าเป็นเจ้าของพื้นที่ดังกล่าว และขณะจะพาตัวไปสอบปากคำ จำเลยได้หลบหนีออกจากพื้นที่ แต่จากการนำสืบพบว่าในเอกสารการตรวจยึดพื้นที่กลับระบุว่าไม่พบตัวผู้กระทำความผิด ซึ่งขัดแย้งกับคำเบิกความของพยานโจทก์ทั้งสาม/div divnbsp;/div divขณะที่พยานโจทก์ยังเบิกความว่าเหตุที่ไม่เข้าจับกุมตัวผู้กระทำความผิด เพราะเกรงจะมีการปะทะกันกับชาวบ้านที่บางคนมีอาวุธ แต่ศาลพิเคราะห์จากภาพถ่ายขณะเกิดเหตุพบว่ามีเพียงชาวบ้านหนึ่งคนที่พกพาอาวุธมีด และยังมีการห่อหุ้มไว้อย่างดี ไม่ได้นำมีการนำออกมา ขณะเจ้าหน้าที่มีอาวุธปืนครบมือ ไม่น่าเชื่อได้ว่าจะไม่สามารถติดตามผู้กระทำความผิดได้ คำให้การของพยานโจทก์จึงมีพิรุธ ไม่สมเหตุสมผล nbsp;และไม่มีพยานหลักฐานอื่นใดมีน้ำหนักพอให้รับฟังว่าจำเลยกระทำความผิด จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้กับจำเลย พิพากษายกฟ้อง/div div pสำหรับ สุ อายุ 58 ปี เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง ประกอบอาชีพทำนาทำสวน โดยปลูกข้าวและพืชผักต่างๆ และยังเคยเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านของหมู่บ้าน สุ ระบุว่าพื้นที่พิพาทนั้น ตนไม่ได้เข้าไปทำกินมาหลายปีแล้ว ขณะเกิดเหตุก็ไม่ได้มีการครอบครองทำประโยชน์ แต่พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ไร่หมุนเวียนของชุมชน ที่มีชาวบ้านหลายครอบครัวผลัดเปลี่ยนกันทำประโยชน์มานานแล้ว ไม่ได้มีใครครอบครองเป็นเจ้าของ/p pสำหรับขณะเกิดเหตุ สุ ระบุว่ามีเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่ทหาร และฝ่ายปกครอง หลายสิบนาย เข้ามาตรวจยึดพื้นที่ โดยอ้างว่าได้มีผู้แจ้งว่ามีการบุกรุกพื้นที่ป่าในพื้นที่นี้ และมีชาวบ้านประมาณ 10 คน ออกไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ ขณะนั้น สุ กำลังเดินทางไปดูท่อประปาของหมู่บ้าน เพราะน้ำไม่ไหล และพบเพื่อนบ้านที่กำลังไปเก็บเห็ด จึงเดินทางไปด้วยกัน ก่อนจะพบการพูดคุยของชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่/p pสุ ได้พยายามช่วยชี้แจงว่าพื้นที่พิพาทเป็นพื้นที่ทำกินของชาวบ้านร่วมกัน และก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้มีการแบ่งเขตทำกินให้แก่ชาวบ้านแล้ว ตามโครงการของสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) ไม่ได้มีการบุกรุกพื้นที่ป่าแต่อย่างใด จากนั้นจึงได้มีการพูดคุยโต้เถียงกัน โดยเจ้าหน้าที่ยังพยายามหาคนกระทำความผิดที่เข้ามาถือครองพื้นที่ เพื่อนำตัวมาดำเนินคดี สุ ได้รับว่าเคยเข้ามาทำกินส่วนหนึ่ง แต่ไม่ได้ทำกินมาหลายปีแล้ว แต่จากนั้นกลับพบว่าเจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้แจ้งความดำเนินคดีที่สถานีตำรวจภูธรเมืองปาย กับสุเพียงคนเดียว/p pทั้งนี้ ภายหลังการใช้คำสั่งคสช.ฉบับที่ 64/2557 และนโยบายทวงคืนผืนป่า ทำให้เกิดผลกระทบกับประชาชนที่อยู่อาศัยในเขตป่าเป็นจำนวนมาก ทั้งมีการข่มขู่คุกคาม หรือไล่รื้อที่อยู่อาศัย, การตัดฟันทำลายพืชผลในเขตป่า และการจับกุมดำเนินคดี แม้ในคำสั่ง คสช.ที่ 66/2557 จะเน้นย้ำว่าการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่จะต้องไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้ยากไร้ แต่เนื่องจากมาตรการหลักของคำสั่ง คสช. คือการใช้กำลังเข้าจับกุม และทวงคืนพื้นที่เป็นหลัก ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตป่าและกำลังอยู่ในระหว่างกระบวนการแก้ไขปัญหากับภาครัฐ จึงได้รับผลกระทบไปด้วย nbsp;ในพื้นที่ภาคเหนือ กลุ่มชาติพันธุ์ในหลายพื้นที่ ซึ่งมีวิถีชีวิตและการทำมาหากินสัมพันธ์กับทรัพยากรป่าไม้ ได้รับผลกระทบจากการถูกประกาศยึดคืนพื้นที่ หรือถูกจับกุมดำเนินคดีnbsp;/p /div pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/5OrAIQsCF7I" height="1" width="1" alt=""/

ศาลสืบพยานนัดแรกคดีน้ำมันรั่วทะเลระยอง ชาวประมงร้องให้ฟื้นฟูผลกระทบ

20 hours 20 min ago
!--break--!--break-- p26 พ.ค.2559 เวลา 16.00 น. ที่ ศาลจังหวัดระยอง ศาลนัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรกคดีน้ำมันรั่วไหลลงทะเลระยอง โดยสืบนายกสมาคมประมงพื้นบ้านเรือระยองปากแรกแต่ยังซักถามไม่สิ้นสุด จึงนัดสืบพยานต่อ 7-8 มิ.ย.นี้/p pส.รัตนมณี พลกล้า ทนายความ กล่าวว่า วันนี้ศาลได้นัดสืบพยานโจทย์ปากแรก ได้แก่ สำออย รัตนวิจิตร นายกสมาคมประมงพื้นบ้านเรือและระยอง โดยซักถามเรื่องความเป็นตัวแทน ‘สมาคมประมงพื้นบ้านเรือระยอง’ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับชาวประมงที่ได้รับผลกระทบหลายร้อยคน ซึ่งเป็นสมาชิกสมาคมประมงพื้นบ้านเรือระยอง และอธิบายประเด็นสภาพแวดล้อมการทำมาหากินและพื้นที่ทะเลก่อนมีเหตุการณ์น้ำมันรั้ว แต่ศาลยังซักถามไปไม่ถึงประเด็นเหตุการณ์น้ำมันรั้วเนื่องจากเวลาไม่พอ ศาลจึงนัดสืบพยานต่อวันที่ 7-8 มิ.ย.2559/p pสืบเนื่องจากสมาคมประมงพื้นบ้านเรือเล็กระยอง ชาวประมงพื้นบ้าน และกลุ่มแม่ค้าผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำมันดิบของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (พีทีทีจีซี – บริษัทในเครือ ปตท.) รั่วไหลออกทะเลพื้นที่จังหวัดระยอง เมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2556 รวม 429 ราย ได้ยื่นฟ้อง บริษัท พีทีทีจีซี ในฐานะผู้ก่อมลพิษ ต่อศาลจังหวัดระยอง โดยขอให้มีการชดใช้ค่าเสียหายจากการสูญเสียรายได้ในการประกอบอาชีพและขอให้มีการจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติจากปัญหาน้ำมันรั่ว/p h3span style="color:#0000cd;"แถลงการณ์สมาคมประมงพื้นบ้านเรือเล็กระยอง ร้องให้บริษัทรับแผนฟื้นฟู/span/h3 pในวันเดียวกัน (26 พ.ค.2559) สมาคมประมงพื้นบ้านเรือเล็กระยอง ออกแถลงการณ์ ขอให้บริษัท พีทีทีจีซี เคมีคอล จำกัด (มหาชน) รับแผนฟื้นฟูทะเลระยองจากผู้ได้รับผลกระทบ และให้ดำเนินการส่งแผนฟื้นฟู/p p style="text-align: center;"img src="https://c2.staticflickr.com/8/7352/26662843943_f95db2b2cd.jpg" //p pเนื้อหาในแถลงการณ์nbsp; สืบเนื่องจากเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบความเดือดร้อนจากเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วไหลในอ่าวทะเลระยอง เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง บริษัท พีทีทีจีซี เคมีคอล จำกัด (มหาชน) เป็นจำเลย ต่อศาลจังหวัดระยอง โดย 20 เม.ย 2559 ศาลได้ทำการไกล่เกลี่ย ซึ่งบริษัทมีข้อเสนอว่า จะรับแผนฟื้นฟูทะเลระยองจากผู้ได้รับผลกระทบ และให้ดำเนินการส่งแผนฟื้นฟูให้บริษัทเพื่อพิจารณาก่อนวันที่ 17 พ.ค.2559/p pดังนั้นnbsp; สมาคมประมงพื้นบ้านเรือเล็กระยองnbsp;nbsp; และเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจึงได้ดำเนินการจัดทำแผนฟื้นฟู ได้ไปติดตามความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีน้ำมันดิบรั่วไหลในอ่าวทะเลระยองของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)ตามที่ได้ร้องเรียน และได้ยื่นแผนฟื้นฟูต่อ กสม.เพื่อเป็นข้อมูลเพิ่มเติม และในวันเดียวกันก็ส่งมอบให้บริษัท พีทีทีจีซี เคมีคอล จำกัด (มหาชน) โดยมีผู้ช่วยกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ของบริษัทเป็นผู้รับไว้/p pต่อมา 13 พ.ค. 2559 ยื่นต่อรองผู้ว่าราชการจังหวัดระยองเพื่อรับทราบและหาแนวทางแก้ไขร่วมกันตามแนวทางของแผนฟื้นฟูทรัพยากรที่ได้นำเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดระยองไว้ก่อนแล้ว 17 พ.ค.2559 สมาคมประมงพื้นบ้านเรือเล็กจังหวัดระยองและผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมทนายความจากมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชนและครือข่าย ได้แถลงต่อศาลจังหวัดระยองว่าได้ส่งแผนฟื้นฟูเสนอแนวทางฟื้นฟูอ่าวระยองต่อบริษัท พีทีทีจีซี เคมีคอล จำกัด (มหาชน) เมื่อ 12 พ.ค. 2559 แต่ยังไม่บริษัทยังไม่สามารถรับเงื่อนไขได้ ศาลจังหวัดระยองจึงให้สืบพยานต่อไปเนื่องจากการเจรจาไม่เป็นผล โดยนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 26 พ.ค.2559/p pโดยเนื้อหาตอนท้าย กลุ่มชาวประมงพื้นบ้านและผู้ได้รับผลกระทบ แถลงว่า ยังไม่ทราบเจตนาของบริษัทว่าจะมีแนวทางหรือวิธีการอย่างไรกับการแก้ไขปัญหาผลกระทบต่อทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมที่ทางบริษัทเป็นผู้ก่อให้เกิดขึ้น แม้ว่าบริษัทได้มีการแก้ไขในบางส่วนแล้ว แต่การแก้ไขดังกล่าวยังไม่ตรงจุด และไม่ครอบคลุมปัญหาทั้งหมดnbsp; จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ก่อให้เกิดมลพิษดำเนินการฟื้นฟูตามแผนฟื้นฟูที่ได้เสนอไว้/p pnbsp;/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2016/05/65781" target="_blank"‘ประมงพื้นบ้านระยอง’ ยื่นแผนฟื้นฟูทะเลต่อ ‘กสม. -ปตท.’/a /div div class="field-item even" a href="/journal/2015/01/57443" target="_blank"‘ประมงเรือเล็กระยอง’ ยันไม่เจรจารับเงินชดเชยน้ำมันรั่ว หาก ‘บ.พีทีทีจีซี’ ไม่ทำแผนฟื้นฟูทะเล/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/Cn6u8Y-md0A" height="1" width="1" alt=""/

เสนอครม.ขับเคลื่อน 2 มติสมัชชาสุขภาพฯ ‘แก้เชื้อดื้อยา-ลดบริโภคเกลือ’ สู่วาระแห่งชาติ

20 hours 31 min ago
!--break--!--break-- p style="text-align: center;"img src="https://c2.staticflickr.com/8/7322/27234595896_ba18148ab8.jpg" //p p26 พ.ค.2559 รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติแจ้งว่าnbsp;การประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและติดตามการดำเนินงานตามมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ (คมส.) ครั้งที่ 3/2559 เมื่อวันที่ 17 พ.ค. ที่ผ่านมา ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน พร้อมด้วยกรรมการจากหน่วยงานที่รับผิดชอบและภาคีเครือข่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมจำนวนมาก/p pโดย ปิยะสกลnbsp;เปิดเผยว่า ที่ประชุม คมส. มีมติเห็นชอบให้กระทรวงสาธารณสุขเสนอต่อคณะรัฐมนตรีในการยกระดับความสำคัญของมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 8 พ.ศ.2558 จำนวน 2 ประเด็น ได้แก่ มติ “นโยบายการลดบริโภคเกลือและโซเดียมเพื่อลดโรคไม่ติดต่อ (NCDs)” และ มติ “วิกฤติการณ์เชื้อแบคทีเรียดื้อยาและการจัดการปัญหาแบบบูรณาการ” ให้เป็นวาระแห่งชาติ เพราะเป็นประเด็นที่มีความสำคัญต่อสุขภาพของคนไทยอย่างมาก ต้องมีกลไกระดับชาติขึ้นมารับผิดชอบบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคีทุกภาคส่วนเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน/p pสำหรับประเด็น วิกฤตการณ์เชื้อแบคทีเรียดื้อยาและการจัดการปัญหาแบบบูรณาการ คมส.เห็นชอบให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็นหน่วยงานหลักร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการจัดทำแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการการจัดการแบคทีเรียดื้อยาของประเทศไทยอย่างต่อเนื่องให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี นอกจากนั้นยังได้มีการประสานไปยังกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อนำประเด็นเข้าสู่ความร่วมมือในเวทีระดับภูมิภาคและระดับโลก ทั้งในกลุ่มประเทศจี ๗๗ องค์การสหประชาชาติ (UN) องค์การอนามัยโลก (WHO) เป็นต้น ซึ่งกลุ่มต่างๆ เหล่านี้มีนโยบายให้ความสำคัญกับประเด็นดังกล่าวอยู่แล้ว/p p“ขณะนี้นายกรัฐมนตรีรับทราบถึงปัญหานี้แล้ว โดยเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญ จึงได้มอบให้กระทรวงสาธารณสุขทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดูแลสุขภาพของประชาชนและผู้ป่วย ซึ่งปัญหานี้สะสมเรื้อรังมานานนับ 10 ปี จึงอาจจะแก้ไม่สำเร็จได้ภายใน 1 ปีnbsp; แต่อย่างน้อยได้มีการเริ่มต้นแล้ว และเห็นภาพของปัญหาที่ชัดขึ้น การวางแผนจัดการปัญหาก็จะไปในทิศทางที่ถูกต้องมากขึ้น”nbsp;ปิยะสกล กล่าว/p pในประเด็น นโยบายการลดบริโภคเกลือและโซเดียมเพื่อลดโรคไม่ติดต่อ (NCDs) คมส. เห็นชอบให้กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เป็นหน่วยงานหลักร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้มีการจัดตั้งกลไกการดำเนินงานระดับชาติ พร้อมจัดทำยุทธศาสตร์การลดการบริโภคเกลือและโซเดียมในประเทศไทยให้แล้วเสร็จภายในปีงบประมาณ ๒๕๕๙ และจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อลดการบริโภคเกลือและโซเดียมในทุกระดับ/p pนอกจากนี้ คมส. ยังรับทราบถึงความก้าวหน้าการดำเนินงานของ คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนและติดตามมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์และสาธารณสุข ที่มี ศุภกิจ ศิริลักษณ์ เป็นประธาน ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยเสี่ยงที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ การใช้ยาไม่ถูกต้อง อาทิ ยุทธศาสตร์ในการจัดการปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, มาตรการในการควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพด้านยาสูบ, การกำกับดูแลสื่อและการสื่อสารการตลาดของผลิตภัณฑ์ยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, การจัดการสเตอรอยด์ที่คุกคามสุขภาพคนไทย, นโยบายการตรวจสุขภาพที่จำเป็นและเหมาะสมสำหรับคนไทย และการจัดการปัญหาการฆ่าตัวตาย (สุขใจ...ไม่คิดสั้น) nbsp;เป็นต้น/p pรวมทั้งความก้าวหน้าการดำเนินงานของ คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนและติดตามมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติที่เกี่ยวกับสุขภาพสังคมและสุขภาวะ ที่มี รศ.วิทยา กุลสมบูรณ์ เป็นประธาน ประกอบด้วย กลุ่มมติเกษตรและอาหารปลอดภัย, เด็กกับสื่อ, การแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนน และพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ เป็นต้น/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/im-kefVEHxM" height="1" width="1" alt=""/

สำนักพระราชวังแถลงสมเด็จพระนางเจ้าฯ เสด็จฯประทับ รพ.จุฬา เพื่อตรวจพระวรกาย

20 hours 49 min ago
!--break--!--break-- p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/8/7346/27171039252_9aaca81f66_b.jpg" style="width: 600px; height: 842px;" //p divnbsp;/div divnbsp;/div div26 พ.ค. 2559 เมื่อเวลา 22.52 น. เฟซบุ๊กแฟนเพจ 'a href="https://www.facebook.com/infodivohm/photos/a.355331921204487.78149.355182217886124/1069437756460563/"Information Division of OHM/a' ได้เผยแพร่แถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่อง สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จ ฯ ไปประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ฉบับที่ 1/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divโดยระบุว่า ด้วยคณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ได้รายงานว่า บัดนี้ ถึงกำหนดเวลาที่จะขอพระราชทานถวายตรวจพระวรกายอย่างละเอียด โดยจำเป็นต้องใช้เครื่องมือตรวจพิเศษหลายรายการดังเช่นที่เคยถวายตรวจมาแล้ว คณะแพทย์ ฯ จึงได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานเชิญเสด็จ ฯ ไปตรวจพระวรกาย ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พุทธศักราช 2559/div divnbsp;/div divผลการตรวจพระสมองด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ พบว่ายังมีรอยโรคเก่าจากการขาดพระโลหิตของพระสมองเมื่อครั้งทรงพระประชวรเมื่อปีพุทธศักราช 2555 ไม่พบสิ่งผิดปรกติที่เกิดขึ้นใหม่ และผลการตรวจพระวรกายส่วนอื่น ๆ ด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ไม่พบการเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับผลการตรวจเมื่อปีพุทธศักราช 2558/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divnbsp;/div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/YBpwajqF8vc" height="1" width="1" alt=""/

'หัวเว่ย' เลือกไทยเป็นศูนย์เทคโนโลยีและการปฏิบัติการในภูมิภาค

Thu, 26/05/2016 - 23:56
!--break--!--break-- p26 พ.ค. 2559 เมื่อเวลา 08.30 น. ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้ เฉิน ลี่ฟาง nbsp;(Ms. Chen Lifang) รองประธานอาวุโส บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี จำกัด (Huawei Techonologies Co., Ltd.) nbsp;เข้าเยี่ยมคารวะ ก่อนเป็นประธานในพิธีเปิดงานสัมมนาและนิทรรศการนานาชาติ เพื่อเปิดตัวส่งเสริมและสร้างความตระหนักเรื่อง ดิจิทัล ไทยแลนด์ โดยมี สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร nbsp;และ สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมหารือ/p pทั้งนี้ พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญซึ่งเผยแพร่ในa href="http://www.thaigov.go.th/index.php/th/government-th1/item/103586-103586"เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล/a ดังนี้/p div pพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวชื่นชม หัวเว่ย ที่เลือกให้ไทยเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่และศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของภูมิภาค nbsp;และสนใจขยายความร่วมมือการพัฒนาระบบสื่อสารดิจิทัลในไทย nbsp;ซึ่งสอดรับกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการผลักดันการขับเคลื่อนประเทศด้วยเศรษฐกิจดิจิทัล ภายใต้นโยบาย Thailand 4.0 เพราะจะต้องมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อประโยชน์ในมิติต่างๆ ทั้งการส่งเสริมการศึกษา nbsp;การพัฒนาการเกษตร และการค้าและการบริการ nbsp;อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่า การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศจะต้องมีความรอบคอบทั้งแง่กฎหมายและความปลอดภัย เพื่อมิให้การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสร้างปัญหาอื่นๆ ตามมา nbsp;โอกาสนี้ รองประธานอาวุโส บริษัท หัวเว่ย nbsp;เทคโนโลยี จำกัด กล่าวถึงการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยว่า บริษัทฯ มีความตั้งใจที่จะใช้ไทยเป็นศูนย์กลางการดำเนินงาน ในภูมิภาคอาเซียนทั้งการวางแผน การวิจัยและพัฒนา nbsp;และ ร่วมส่งเสริมและพัฒนาระบบ Broadband nbsp;และ Data Center ในไทย โดยร่วมมือกับหน่วยงานของไทยในการพัฒนาบุคลากรและสนับสนุนผู้ประกอบการไทยอย่างเต็มที่ ซึ่งสำนักงานในไทย จะเป็นทั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาและศูนย์แสดงนวตกรรมและสัมมนา nbsp;ซึ่งจะมีผู้ให้ความสนใจทั่วโลกเดินทางมาประชุมและศึกษาดูงานของบริษัทฯ ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 5 ปี ของการดำเนินงานบริษัท ได้มีขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง จากบุคลากร 1,200 คนปัจจุบันมีพนักงาน 1,900 คน และใช้งบประมาณในการจัดซื้อจัดจ้างภายในประเทศไปแล้วกว่า 650 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ nbsp;และในปีหน้า บริษัทฯ ได้จัดสรรงบประมาณจัดซื้อจัดจ้างปีหน้าสูงถึง 180 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ รองประธานอาวุโส บริษัท หัวเว่ย nbsp;เทคโนโลยี จำกัด กล่าวในตอนท้ายว่า จากการเข้าพบหารือกับนายกรัฐมนตรีในวันนี้ ยิ่งเชื่อมั่นในนโยบายและมาตรการของรัฐบาลในการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลและพร้อมที่สนับสนุนผู้ประกอบการรุ่นใหม่ Start-up ของไทยอย่างเต็มที่ด้วย/p /div pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/k42VTyIsATI" height="1" width="1" alt=""/

เอ็นจีโอสิทธิฯ ร้องสอบวิสามัญโรฮิงญาพังงาอย่างอิสระ หยุดขังผู้ลี้ภัยโดยไม่มีกำหนด

Thu, 26/05/2016 - 23:37
!--break--!--break-- p26 พ.ค. 2559 จากกรณีชาวโรฮิงญา 21 คน หลบหนีจากห้องความคุมผู้ต้องขัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จ.พังงา เมื่อวันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา ในระหว่างการจับกุมผู้หลบหนี เจ้าหน้าที่ระบุว่ายิงเพื่อป้องกันตัวทำให้กระสุนถูกผู้หลบหนีเสียชีวิต 1 คนนั้น องค์กรฟอร์ติไฟย์ไรท์ (Fortify Rights) ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชน ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องสอบสวนการยิงผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาเสียชีวิต พร้อมทั้งยุติการกักขังโดยไม่มีกำหนด ประกันการคุ้มครองความปลอดภัยของผู้ลี้ภัยและผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์/p pโดยมีรายละเอียดดังนี้nbsp;/p div class="note-box" h3span style="color:#0000cd;"ประเทศไทย: สอบสวนการยิงผู้ลี้ภัยชาวโรฮิwbrงญาเสียชีวิต ยุติการกักขังโดยไม่มีกำหนด ประกันการคุ้มครองความปลอดภัwbrยของผู้ลี้ภัยและผู้เสีwbrยหายจากการค้ามนุษย์/wbr/wbr/wbr/span/h3 p(กรุงเทพฯ 24 พฤษภาคม 2559) ทางการไทยควรดำเนินการสอบสวนอย่wbrางรอบด้านและอย่างเป็นอิสระ ต่อกรณีที่เจ้าพนักงานตำรวจใช้wbrอาวุธปืนยิงผู้ลี้ภัยชาวโรฮิwbrงญาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ฟอร์ติไฟย์ ไรท์ (Fortify Rights) กล่าวในวันนี้ ทางการไทยควรยุติการกักขังผู้ลีwbr้ภัยและผู้เสียหายจากการค้ามนุwbrษย์โดยไม่มีกำหนด/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2559 มีรายงานว่าผู้ลี้ภัยชาวโรฮิwbrงญาจำนวน 21 คนหลบหนีออกจากห้องกักของ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัwbrดพังงา (ตม.จว.พังงา) เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. ตำรวจไทยให้ข้อมูลกับสื่wbrอมวลชนว่าได้ออกปฏิบัติwbrการตามหาตัว และระหว่างการจับกุมผู้ต้องกัwbrกหกคนที่หลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยิงปืwbrนและเป็นเหตุให้ชายชาวโรฮิwbrงญาเสียชีวิตหนึ่งคน/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pมีรายงานว่าชาวโรฮิงญาสามคนซึ่wbrงอยู่ในเหตุการณ์ขณะมีการยิงปืwbrนสังหาร ขณะนี้อยู่ภายใต้การควบคุมตัwbrวของตำรวจแล้ว/wbr/wbr/wbr/p p“ทางการควรเริ่มการสอบสวนอย่wbrางเป็นอิสระต่อโศกนาฏกรรมที่เกิwbrดขึ้นโดยไม่ชักช้า” เอมี สมิธ (Amy Smith) ผู้อำนวยการบริหาร ฟอร์ติไฟย์ ไรท์กล่าว “ตำรวจต้องพิสูจน์ให้เห็นถึwbrงเหตุผลที่ชอบธรรมในการใช้กำลัwbrงที่เป็นอันตรายถึงชีวิตกับกลุ่wbrมผู้ลี้ภัยกลุ่มนี้”/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pพล.ต.ต.วรวิทย์ ปานปรุง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพัwbrงงากล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่wbrา ตำรวจต้องยิงปืนสังหารชาวโรฮิwbrงญาคนดังกล่าว เพื่อเป็นการป้องกันตนเอง เนื่องจาก “เขาขัดขืนการจับกุมและทำร้wbrายเจ้าหน้าที่” ตำรวจไม่ได้ระบุชื่อเหยื่wbrอชาวโรฮิงญารายนี้/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pตามข้อมูลของตำรวจ ผู้ลี้ภัยที่หลบหนีได้ขว้างก้wbrอนหินใส่ตำรวจขณะที่เกิดเหตุwbrการณ์/wbr/wbr/p pการใช้กำลังที่เป็นอันตรายถึงชีwbrวิตของตำรวจสามารถกระทำได้wbrโดยชอบด้วยกฎหมายหากเกิดกรณีที่wbrจำเป็นเพื่อป้องกันการสูญเสียชีwbrวิตและอาการบาดเจ็บร้ายแรง และเมื่อมีสัดส่วนเหมาะสมกับภัwbrยคุกคามที่เกิดขึ้นเท่านั้น หลักการพื้นฐานแห่งสหประชาชาติwbrเกี่ยวกับการใช้อาวุธปืนของเจ้wbrาพนักงานผู้บังคับใช้กฎหมาย (UN Basic Principles on the Use of Force and Firearms by Law Enforcement Officials) มีข้อแนะนำให้เจ้าหน้าที่ “ใช้ความระมัดระวังในการใช้ (อาวุธปืน) และการปฏิบัติที่มีสัดส่wbrวนเหมาะสมกับความร้wbrายแรงของความผิดและตอบสนองต่อจุwbrดประสงค์ที่ชอบด้วยกฎหมาย” และจรรยาบรรณของเจ้าพนักงานผู้wbrบังคับใช้กฎหมาย (UN Code of Conduct for Law Enforcement Officials) กำหนดให้เจ้าหน้าที่ “ใช้กำลังเฉพาะที่จำเป็นอย่างยิwbr่งและในสัดส่วนที่เหมาะสมต่wbrอการปฏิบัติหน้าที่ของตนเอง”/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pเพื่อให้เกิดการสอบสวนอย่างไม่wbrลำเอียงในกรณีนี้ ฟอร์ติไฟย์ไรท์เรียกร้องให้wbrทางการไทยดำเนินการชันสูตรพลิwbrกศพ ทั้งนี้มาตรา 148 ของประมวลวิธีพิwbrจารณาความอาญากำหนดให้ดำเนิwbrนการชันสูตรพลิกศพเมื่อเป็น “ความตายโดยผิดจากธรรมชาติ” รวมทั้ง “ความตายที่เกิwbrดจากการกระทำของบุคคลอื่น” กรณีที่เป็นการเสียชีวิwbrตจากการกระทำของเจ้าพนักงานที่wbrอ้างว่าได้ปฏิบัติหน้าที่wbrทางราชการ การชันสูตรพลิกศพต้องให้พนัwbrกงานอัยการ แพทย์และบุคคลอื่น ๆ เข้าร่วมด้วย/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p p“เราอาจหลีกเลี่ยงโศกนาฏกรรมครัwbr้งนี้ได้ หากทางการไทยเคารพสิทธิของผู้ลีwbr้ภัยและผู้เสียหายจากการค้ามนุwbrษย์ ให้สอดคล้องกับกฎหมายระหว่wbrางประเทศ” เอมี สมิธ ผู้อำนวยการบริหาร ฟอร์ติไฟย์ ไรท์กล่าว “นโยบายและการปฏิบัติwbrของทางการไทยต่อผู้ลี้ภัwbrยชาวโรฮิงญากำลังทำให้เกิwbrดความเสี่ยงต่อชีวิตของพวกเขา ฉะนั้นต้องได้รับการแก้ไขโดยทัwbrนที”/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pพ.ต.ท. นพดล รักชาติ สวญ.ตม.จว.พังงา กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ชาวโรฮิงญาที่หลบหนีออกจากตม.wbrจว.พังงา “ได้ถูกกักตัวไว้เกือบหนึ่งปีwbrแล้ว” และมีความทุกข์ทรมานจาก “ความเครียดและความคิดถึงบ้าน”/wbr/wbr/p pในเดือนมีนาคม 2559 ฟอร์ติไฟย์ ไรท์และองค์กรเพื่อชาวโรฮิwbrงญาแห่งพม่าประจำสหราชอาณาจักร (Burmese Rohingya Organization UK) จัดทำข้อมูลซึ่งระบุว่ามีผู้ลี้wbrภัยชาวโรฮิงญาจำนวนมากที่ถูกa href="http://www.fortifyrights.org/downloads/EverywhereisTrouble.pdf" target="_blank"กัwbrกขังไว้โดยไม่มีกำหนด/wbr/aในประเทศไทwbrย รวมทั้งผู้ติดตามที่เป็นเด็wbrกชายอายุต่ำกว่า 18 ปี ซึ่งถูกกักตัวไว้เป็นเวลากว่า 12 เดือนในสถานที่ซึ่งมีสภาพเลวร้wbrายที่ห้องกักของตม.จว.สงขลา ชาวโรฮิงญาในไทยถูกกักตัวไว้เป็wbrนเวลานานต่อเนื่องกันในสถานที่wbrที่แออัด ต้องนอนเบียดกันบนพื้น ไม่สามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาล การดูแลด้านสุขภาพจิต และไม่สามารถออกกำลังกายหรือได้wbrรับอากาศภายนอกไม่ว่าในช่wbrวงเวลาใดเลย ซึ่งถือว่าขัดกับกฎบัwbrตรและมาตรฐานระหว่างประเทศ/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pกฎหมายระหว่างประเทศห้wbrามการควบคุมตัวโดยพลการ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่มีwbrเวลากำหนด รวมทั้งการควบคุมตัวผู้ซึ่งไม่wbrใช่คนชาติ รัฐอาจจำกัดสิทธิที่จะมีเสรีwbrภาพของผู้เข้าเมืองได้ เฉพาะในกรณีที่เป็นข้อยกเว้น ภายหลังมีการประเมินอย่างละเอีwbrยดเป็นรายบุคคลแล้ว การควบคุมตัวต้องเป็นไปเท่าที่wbrจำเป็นและมีสัดส่วนเหมาะสมต่wbrอเป้าหมายที่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่ใช้วิธีwbrการที่มีลักษณะบังคับจิตใจน้wbrอยกว่าเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ดัwbrงกล่าว อาจถือเป็นการควบคุมตัwbrวโดยพลการได้/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pชาวโรฮิงญาจำนวนมากที่ถูกกักตัwbrวในไทยเป็นผู้เสียหายจากการค้wbrามนุษย์ของขบวนการอาชญากรรมข้wbrามชาติ ซึ่งในบางกรณีa href="http://www.fortifyrights.org/publication-20151224.html" target="_blank"เจ้าหน้าที่ไทยมีwbrส่วนร่วมมือ/wbr/aกับขบวนการเหล่านี้ เพื่อนำตัวบุคคลดังกล่าวจากพม่wbrามาไทย ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2558 ผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาและผู้เสีwbrยหายจากการค้ามนุษย์กว่า 40 คนได้หายตัวไปจากบ้านพักเด็wbrกและครอบครัวของรัฐและห้องกัwbrกสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในจัwbrงหวัดทางใต้ของไทย/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pในวันที่ 15 มีนาคม ทางการไทยมีa href="http://www.fortifyrights.org/publication-20160419.html" target="_blank"มติคณะรัฐมนตรี/a ซึ่งหากมีการปฏิบัติตามจะเป็wbrนการให้ความคุ้มครองพยานอย่wbrางเป็นทางการต่อพยานในการไต่wbrสวนคดีค้ามนุษย์ในไทย และยังให้สถานภาพตามกฎหมายต่อผูwbr้เสียหายจากการค้ามนุษย์ด้วย แม้ในเวลาต่อมาจะมีคำสั่wbrงจากกระทรวงมหาดไทยให้บังคับใช้wbrตามมติดังกล่าว แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการบัwbrงคับใช้ตามมติคณะรัฐมนตรีนี้/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p p“ไม่มีเหตุผลที่ชอบธรรมที่จะกัwbrกตัวผู้ลี้ภัยและผู้เสีwbrยหายจากการค้ามนุษย์โดยไม่มีwbrกำหนด แต่นั่นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกัwbrบชาวโรฮิงญาในไทย” เอมี สมิธกล่าว “ถึงเวลาที่ทางการไทยต้องยุติwbrการปฏิบัติมิชอบและปฏิบัติตามพัwbrนธกิจของตนที่จะคุ้มครองผู้เสีwbrยหายจากการค้ามนุษย์”nbsp;/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p /div pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/hkPxmFnLCpg" height="1" width="1" alt=""/

คนไร้สัญชาติร้องขอสิทธิการทำงาน เหตุถูกจำกัดเพียง 27 อาชีพ

Thu, 26/05/2016 - 22:38
!--break--!--break-- divnbsp;/div div style="text-align: center;"img src="https://c2.staticflickr.com/8/7397/27169285802_d56659d1e0.jpg" //div div style="text-align: center;"img src="https://c2.staticflickr.com/8/7442/27266349495_a4d0786fec.jpg" //div div26 พ.ค. 2559 รายงานข่าวจาก ศูนย์ศึกษากะเหรี่ยงและพัฒนา ระบุว่าในการสัมมนาเรื่อง nbsp;“สิทธิการทำงานของคนไร้สัญชาติในประเทศไทย” ที่โรงแรมเซนทาราดวงตะวัน เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 24 nbsp;พ.ค. ที่ผ่านมา สันติพงษ์ nbsp;มูลฟอง ประธานคณะกรรมการมูลนิธิเครือข่ายสถานะบุคคล nbsp;กล่าวว่า ปัจจุบันมีคนไร้สัญชาติจำนวนมากที่ไม่สามารถทำงานได้ เช่น ยอด ปอง ซึ่งปัจจุบันจบปริญญาตรี ครุศาสตร์ อยากเป็นครู แต่ไม่สามารถเป็นครูได้ หรือ จ่ามอ่อง nbsp;ลุงมู มีความสามารถด้านกีฬาฟุตบอล แต่ไม่สามารถเป็นนักฟุตบอลอาชีพได้ nbsp;ซึ่งสิทธิอื่นๆ รัฐบาลก็ให้กับคนกลุ่มนี้แล้ว ทั้งสิทธิทางการศึกษาและสิทธิทางด้านสาธารณสุข แต่สิทธิ ในการทำงานกลับให้เพียง 27 อาชีพเท่านั้นnbsp;/div divnbsp;/div divด้าน ธวัชชัย nbsp;เลขสัมฤทธิ์ nbsp;ผู้เชี่ยวชาญเฉพาด้านการจัดระบบแรงงานต่างด้าว กรมการจัดหางาน กล่าวว่า อาชีพเดิม 27 อาชีพ เป็นอาชีพเก่า กฎหมายยังเป็นปัญหา เนื่องจากยังไม่คลอบคลุม และสังคมก็ เปลี่ยนไปมาก ปัจจุบันมี มาตรา 13 ตาม พ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2551 ที่กำหนดให้คนต่าง ด้าวทำงานตามประเภทที่รัฐมนตรีกำหนด nbsp;โดยคำนึงถึงความมั่นคงของชาติและผลกระทบต่อสังคม nbsp;ซึ่งเป็น การเปิดกว้างเรื่องอาชีพ และตอนนี้ทางกระทรวงได้มีการยกร่างประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องกำหนดงาน ที่จะให้คนต่างด้าวทำใหม่ แต่ยังอยู่ช่วงการนำเสนอ/div divnbsp;/div divส่วนความเห็นนักกฎหมายอย่าง สุรพงษ์ nbsp;กองจันทึก อดีตประธานคณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติ ผู้ไร้สัญชาติ แรงงานข้ามชาติ และผู้พลัดถิ่น สภาทนายความ เห็นว่า คนไร้สัญชาติไม่ใช่คนต่างด้าว ปัจจุบันมีคนไร้สัญชาติที่สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง จัดทำรายการในระบบการทะเบียนราษฎรแล้วถึง 487,483 คน ซึ่งรัฐมีนโยบายชัดเจนในการดูแลและไม่ส่งคนเหล่านี้ไปไหนเมื่อคนเหล่านี้อยู่ในประเทศไทยต้องมีสิทธิในการทำงาน ซึ่งเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานเช่นกับคนไทย กระทรวงแรงงาน ต้องเร่งออกกฎกระทรวงเพื่อรองรับสิทธิในการทำงานของคนเหล่านี้ เพราะหากไม่ให้ทำงานที่ถูกต้องตามกฎหมายก็จะเอื้อเข้าสู่การทำงานที่ผิดกฎหมาย ทั้งแรงงานเด็ก การค้ามนุษย์ อาชญากรรม และยาเสพติด/div divnbsp;/div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/QCPQk1BGYXw" height="1" width="1" alt=""/

สรุปการบรรยายของสลาวอย ชิเชค: เก็บตกงานเสวนารวมพลคนเลี้ยวซ้ายในสหรัฐอเมริกา

Thu, 26/05/2016 - 22:21
!--break--!--break-- p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm8.staticflickr.com/7664/26659512013_76d7d44172_z_d.jpg" style="width: 500px; height: 278px;" /br /span style="color:#000080;"สลายวอย ชิเชคกล่าวบรรยายปิดงาน Left Forum ณ วิทยาลัย John Jay เมื่อค่ำวันที่ 22 พฤษภาคม 2559br /ที่มาภาพ: เว็บไซต์ Russian Today: https://www.rt.com/usa/344148-zizek-left-forum-refugees//span/p p“แกมันไร้สาระสิ้นดี! (You are full of shit!)” เสียงตะโกนดังขึ้นจากฟากฝั่งของคนดู ทันทีที่สลาวอย ชิเชค นักปรัชญามาร์กซิสต์ชาวสโลวีเนียนเดินขึ้นเวทีและกำลังจะกล่าวคำทักทายมิตรสหายฝ่ายซ้ายนับร้อยตรงหน้าเขา ชิเชคอ้ำอึ้งสักพัก มองไปยังทิศต้นกำเนิดเสียง พร้อมเตือนด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริงว่า ถ้าคนดูอยากจะมาแนวนี้ สำเหนียกไว้หน่อยว่าเขามาจากประเทศที่เป็นเลิศในการพ่นคำสบถใส่กัน เสียงหัวเราะดังขึ้น ชิเชคเริ่มอ่านสิ่งที่เขาเตรียมมาพูดในวันนี้/p pสลาวอย ชิเชคได้รับเชิญให้เป็นผู้กล่าวปิดงานเสวนาใหญ่ที่มีชื่อว่า Left Forum ซึ่งได้จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 20 – 22 พฤษภาคม 2559 ณ วิทยาลัย John Jay มลรัฐนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกาnbsp; Left Forum คืองานประจำปีที่เปิดโอกาสให้นักวิชาการและนักเคลื่อนไหวที่สนใจในความคิดทางการเมืองปีกซ้ายจัดกลุ่มเสวนาย่อย เพื่อให้ความรู้ แลกเปลี่ยนความเห็น และกำหนดทิศทางการต่อสู้กับทุนนิยม รัฐ และอำนาจเผด็จการนานารูปแบบ ในปีนี้ชิเชคได้รับเกียรติเป็นผู้กล่าวปิดงานภายใต้หัวข้อ Rage, Rebellion, Organizing New Power: A Hegelian Triad อย่างไรก็ดี ชิเชคดูจะไม่ได้เป็นที่ต้อนรับจากผู้ชมกลุ่มหนึ่ง โดยก่อนงานเริ่ม มีการแจกใบปลิวต่อต้านเขา (รูปที่หนึ่ง) ชิเชคถูกโจมตีว่าเป็นฟาสซิสต์เหยียดชาติพันธุ์ผู้รังเกียจผู้หญิงและผู้ลี้ภัย ดูเหมือนว่า ฝ่ายซ้ายอเมริกันส่วนหนึ่งจะไม่ขอทนกับคำพูดที่ไม่ political correct ของชิเชคอีกต่อไป “ทำไมเขาถึงยังได้รับเชิญมางานของฝ่ายซ้าย?”/p pบทความชิ้นนี้สรุปประเด็นที่ชิเชคนำเสนอท่ามกลางเสียงโห่ร้องเป็นระยะๆในวันที่ 22 พฤษภาคม 2559 สำหรับคนที่ติดตามผลงานของชิเชคมาโดยตลอดอาจมองว่าชิเชคไม่ได้พูดอะไรใหม่ในงานนี้ อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนเห็นว่า การพูดครั้งนี้ถือเป็นการสรุปรวบยอดความคิดที่ชิเชคเขียนหรือพูดมาเป็นเวลาหลายปี และน่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่เพิ่งมีความสนใจต่อมุมมองทางการเมืองของเขา ในขณะเดียวกัน ผู้เขียนก็หวังให้ผู้อ่านร่วมกันค้นหาคำตอบว่าอะไรคือต้นเหตุของความตึงเครียดและความเป็นปฏิปักษ์กันในหมู่คนที่เรียกตัวเองว่าเป็นฝ่ายซ้ายหรือมาร์กซิสต์ ทั้งๆที่ต่างก็มีเป้าหมายในการเปลี่ยนแปลงสังคมและปลดแอกมนุษย์สู่เสรีภาพ/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm8.staticflickr.com/7001/27195621141_f647b55a92_z_d.jpg" style="width: 375px; height: 500px;" /br /span style="color:#000080;"ใบปลิวต่อต้านชิเชคถูกแจกก่อนชิเชคขึ้นบรรยาย/spanbr /nbsp;/p h4strong1. โทสะ การลุกฮือ และการจัดตั้ง: ขบวนการเคลื่อนไหวต้องมีแผนการสร้างสังคมใหม่หลังการโค่นล้มระบอบเก่า/stronga href="#_ftn1" name="_ftnref1" title=""strong[/strong1]/a/h4 pชิเชคเริ่มการบรรยายด้วยการพาดพิงถึงคำสำคัญหลักๆตามหัวข้อของงาน สำหรับเขาแล้ว บ่อยครั้งที่การต่อสู้ทางการเมืองมักมีจุดเริ่มต้นมาจากการระเบิดขึ้นของแรงโทสะ (Rage) ในหมู่คนที่โดนกดขี่ ถึงกระนั้น ความคับแค้นกลับถูกแสดงออกมาในรูปของการจลาจลที่มุ่งทำลายล้างทรัพย์สินสาธารณะโดยปราศจากเป้าหมายทางการเมืองใดใด ชิเชคมองว่าการระบายความโกรธแค้นที่ไร้ระเบียบเช่นนี้ด้านหนึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของบางสิ่งบางอย่างที่ยิ่งใหญ่ แต่อีกด้านหนึ่งมันก็สะท้อนความล้มเหลวของพลังต่อต้านและความสำเร็จของระบอบที่สามารถกดทับและจำกัดอำนาจท้าทายให้เป็นแค่เพียงอารมณ์คับแค้นที่ปะทุออกมาอย่างไร้วิสัยทัศน์ การลุกฮือ (Rebellion) คือรูปแบบการต่อต้านในลำดับต่อมา การลุกฮือเกิดขึ้นจากการเคลื่อนไหวกระทำการทางเมืองร่วมกัน โดยผู้เข้าร่วมต่างรับรู้โดยทั่วกันแล้วว่า ศัตรูของพวกเขาคืออะไร และมีเป้าหมายในการทำลายศัตรูทางการเมืองนั้นๆ การลุกฮืออาจเป็นจุดมุ่งหมายสูงสุดที่นักเคลื่อนไหวทั่วไปต้องการบรรลุ แต่ชิเชคมองว่ายังไม่เพียงพอ/p pทุกวันนี้ เรามีพลังการลุกฮืออยู่เต็มไปหมด แต่สิ่งที่ขาดก็คือ ระเบียบและแผนการสร้างสังคมใหม่หลังการโค่นล้มระบอบเก่า ชิเชคยกตัวอย่างภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดว่าด้วยการปฏิวัติเรื่อง V for Vendettaa href="#_ftn2" name="_ftnref2" title=""[2]/a เพื่อให้ผู้ฟังเห็นภาพมากขึ้น เขาเล่าว่า แน่นอน เราต่างรู้สึกฮึกเหิมและประทับใจเมื่อได้เห็นฝูงชนชาวอังกฤษก้าวพ้นความกลัว สวมใส่หน้ากากกาย ฟอว์ก และเดินออกมาตามท้องถนน เพื่อมุ่งไปยังรัฐสภา พวกเขากำลังจะยึดอำนาจรัฐ แต่แล้วหนังปฏิวัติเรื่องนี้ก็จบลง เราต่างถูกทิ้งไว้กับคำถามที่ว่า “เกิดอะไรขึ้นในเช้าวันถัดมา?” เมื่อเราควบคุมกลไกของรัฐได้แล้ว เราจะเปลี่ยนแปลงมันหรือไม่ กลุ่มผู้ปกครองใหม่จะรับมือกับแรงกดดันของมวลชนที่สนับสนุนตนอย่างไร การที่ขบวนเคลื่อนไหวแปรเปลี่ยนเป็นพรรคการเมืองจะนำไปสู่การประนีประนอมและการต่อรองมากน้อยเพียงใด นักปฏิวัติจำเป็นต้องขบคิดคำถามเหล่านี้ พูดง่ายๆก็คือ V for Vendetta จำเป็นต้องมีภาคสอง จึงจะได้ชื่อว่าเป็นหนังว่าด้วยการปฏิวัติที่แท้จริงbr /nbsp;/p h4strong2.nbsp;วิกฤตทุนนิยมกับทางแก้แบบผิดๆ/strong/h4 pชิเชควิพากษ์ระบอบทุนนิยมในปัจจุบันว่าก่อให้เกิดวิกฤตหลายๆด้าน อันได้แก่ วิกฤตการสั่งสมความรู้และวัฒนธรรม ยกตัวอย่างเช่น การที่เราต้องจ่าย “ค่าเช่า (Rent)” ต่อบรรษัทข้ามชาติอย่างไมโครซอฟเพื่อสร้างต้นทุนให้แก่ตนเอง วิกฤตด้านสิ่งแวดล้อม วิกฤตด้านพันธุกรรมชีวภาพ และวิกฤตเกี่ยวกับมนุษยชาติอันเป็นผลมาจากการขูดรีดและกีดกันรูปแบบใหม่ๆ อย่างไรก็ตาม ปัญหาไม่ได้อยู่ตรงที่ตัววิกฤตเหล่านี้เพียงเท่านั้น หากแต่เป็นทางแก้ต่างๆที่เรามีอยู่ก็เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาด้วย กล่าวคือ วิกฤตเหล่านี้ถูกมองว่าจะได้รับการแก้ไขผ่านกระบวนการทางกฎหมายลิขสิทธิ์ แนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน การถกเถียงปัญหาผ่านกรอบจริยธรรม และการช่วยเหลือทางมนุษยธรรม เป็นต้น ทางแก้เหล่านี้ลดทอนปัญหาจนทำให้เรามองไม่เห็นความเป็นปฏิปักษ์ทางชนชั้นที่แฝงฝังในวิกฤตดังกล่าว สำหรับชิเชคแล้ว เขาไม่อยากจะอยู่ในโลกที่ มหาเศรษฐีอย่างบิล เกตคือนักมนุษยธรรมที่ใจบุญที่สุด หรือ เจ้าพ่อวงการสื่ออย่างรูเพิร์ท เมอด็อคคือ นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่น่านับถือ/p pnbsp;/p h4strong3.nbsp;ปัญหาผู้ลี้ภัยไม่สามารถแก้ได้ด้วยกรอบการมองแบบพหุนิยมทางวัฒนธรรม/strong/h4 p“พวกผู้ลี้ภัยเป็นผู้ก่อการร้าย อาชญากร และนักข่มขืน” เสียงโห่ดังขึ้นเมื่อชิเชคกล่าวประโยคดังกล่าว ชิเชคตั้งใจยั่วยุผู้ชมของเขาด้วยคำพูดของฝ่ายขวาในยุโรปที่คัดค้านนโยบายเปิดรับผู้ลี้ภัย ชิเชคออกตัวว่าเขาไม่ได้เห็นด้วยกับข้อความเหมารวมเหยียดชาติพันธุ์ข้างต้น แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ไม่เห็นด้วยที่ฝ่ายซ้ายบางส่วนเลือกที่จะไม่ยอมรับความจริงที่ว่ามีผู้ลี้ภัยบางส่วนประสบความยากจนและกลายเป็นอาชญากรจริงๆ “ทำไมเราต้องทำกับพวกเขาเหมือนเด็กด้วย?” เขาตั้งคำถาม ชิเชคอธิบายว่ามุมมองที่เน้นปกป้องผู้ลี้ภัยและไม่ยอมรับปัญหาทางสังคมที่พวกเขาก่อขึ้นต่างหากที่อันตรายและเหยียดชาติพันธุ์ เขายืนกรานว่า ที่ผ่านมา ฝ่ายซ้ายทราบถึงปัญหาดังกล่าวเพียงแต่กลัวว่าถ้าพูดออกมาแล้วจะไปเข้าทางพวกฝ่ายขวา ถึงเวลาแล้วที่พวกฝ่ายซ้ายจะต้องเลิกซ่อนปัญหาสังคมในหมู่ผู้ลี้ภัยไว้ใต้พรม และเริ่มถกเถียงกันในที่สาธารณะ/p pในส่วนของวาทกรรมและอุดมการณ์เหยียดชาติพันธุ์ซึ่งฝ่ายขวาในยุโรปปลุกระดมเพื่อต่อต้านผู้ลี้ภัยนั้น ชิเชคชวนให้เราคิดว่า แทนที่เราจะคอยแก้ต่างอยู่เสมอว่า ผู้ลี้ภัยไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย ประเด็นที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ ทัศนคติเช่นนี้สะท้อนตัวตนและการดำรงอยู่ของเรา (ชาวยุโรป/ตะวันตก) อย่างไร เขาได้ยกกรณีระบอบนาซีเยอรมันเป็นตัวอย่าง ดังที่ทราบกันว่า ระบอบนาซีได้ผลิตซ้ำวาทกรรมเกลียดชังคนยิว โดยมีคำอธิบายต่างๆที่ฉายภาพให้คนยิวเป็นภัยต่อสังคมเยอรมนี หน้าที่ของเราไม่ใช่การมาจัดดีเบตถกกันเรื่องคนยิวเป็นภัยสังคมจริงหรือไม่ แต่เป็นการย้อนกลับมาตั้งคำถามกับสังคมของเราเองว่าทำไมเราจึงหมกมุ่นกับการสร้างอัตลักษณ์ความเป็นอื่นเช่นนี้/p pสุดท้ายแล้ว ชิเชคไม่เชื่อว่า ปัญหาผู้ลี้ภัยจะสามารถแก้ได้ผ่านกรอบเรื่องพหุนิยมทางวัฒนธรรม เขาไม่เห็นด้วยที่ฝ่ายซ้ายส่วนใหญ่พยายามทำความเข้าอกเข้าใจและกระชับความสัมพันธ์กับกลุ่มผู้ลี้ภัยผ่านมุมมองแบบวัฒนธรรม เขาบอกอย่างตรงไปตรงมาว่า สิ่งเดียวที่เราและพวกเขามีร่วมกันคือ การต่อสู้ทางชนชั้น ประเด็นอื่นๆที่เหลือ ไม่ว่าจะเป็นอัตลักษณ์ วัฒนธรรม ประเพณีที่หลากหลายมิได้เป็นสิ่งที่สวยงามน่าเรียนรู้และเกี่ยวข้องกับภารกิจการต่อสู้ทางการเมืองของเราแม้แต่น้อยbr /nbsp;/p h44.nbsp;กับดักหลุมพรางจุดยืนต้านค่านิยมตะวันตก/h4 pสืบเนื่องจากหัวข้อข้างต้น ชิเชคมองว่าขณะนี้ฝ่ายซ้ายในโลกตะวันตกกำลังเผชิญกับสภาวะรังเกียจตัวเอง กล่าวคือ พวกเขามองว่าปัญหาใดใดในโลกล้วนเกิดขึ้นจากการล่าอาณานิคมและการกดขี่ของคนขาว พวกเขารู้สึกละอายใจและลังเลที่จะยกเอาค่านิยมหรือหลักการที่มีรากเหง้าตะวันตกมาวิพากษ์วิจารณ์ประเทศอื่นๆที่เหลือ ผลที่ตามมาก็คือ “กระแสต้านจุดยืนแบบยุโรปเป็นศูนย์กลาง (anti-Eurocentric)” กลายเป็นที่นิยมไม่ใช่แค่ในหมู่ฝ่ายซ้ายสำนึกผิดเท่านั้น แต่ยังถูกหยิบฉวยไปใช้ให้ความชอบธรรมต่อระบอบที่ไม่เป็นประชาธิปไตยหรือขบวนการคลั่งศาสนาสุดโต่ง ยกตัวอย่างเช่น ประเทศที่เอาแต่อ้าง “ค่านิยมเอเชีย” แทนหลักการประชาธิปไตย น่าสนใจว่าการปกครองเช่นนี้เอื้อต่อการเจริญเติบโตของทุนนิยมได้ดีกว่าประชาธิปไตยตะวันตกเสียอีก อีกด้านหนึ่ง ชิเชคชวนให้เราคิดถึงกลุ่มก่อการร้ายโบโกฮารามในไนจีเรีย กลุ่มคลั่งศาสนาอิสลามกลุ่มนี้จับอาวุธต่อสู้เพื่อสถาปนาสังคมใหม่ที่ปิดกั้นสิทธิเสรีภาพของผู้หญิง ที่น่าสนใจก็คือ พวกเขามองการต่อสู้ของตัวเองว่าเป็นการต่อต้านการล่าอาณานิคมตะวันตก ชิเชคถามว่าอะไรคือจุดยืนของฝ่ายซ้ายสำนึกผิดที่เอาแต่ต่อต้านค่านิยมตะวันตกกับกรณีเช่นนี้/p pชิเชคประกาศอย่างชัดเจนว่าเขาไม่ “อิน” กับความเซ้นซิทีฟทางวัฒนธรรมในหมู่ฝ่ายซ้ายแม้แต่น้อย เขาไม่คิดว่าPolitical Correctness (PC) ที่มุ่งระแวดระวังต่อการใช้ศัพท์แสงอันปลอดอคติทางชาติพันธุ์ เหยียดเพศและผิวจะเป็นทางออกของปัญหา nbsp;nbsp;ยกตัวอย่างเช่น การใช้คำว่า “Native American” แทนการเรียกคนอเมริกันพื้นเมืองว่า “อินเดียน”nbsp; ทันทีที่เขาเอ่ยคำว่า “อินเดียน” ก็มีเสียงโห่ดังขึ้นในห้องประชุม ชิเชคโต้แย้งกลับว่า “ทัศนคติแบบนี้แหละที่ผมรู้สึกว่ามีปัญหา” พร้อมให้คำอธิบายที่เขาเคยพูดมาหลายครั้งแล้วว่า เพื่อนอเมริกันอินเดียนหลายๆคนของเขาเกลียดชื่อเรียก Native American พวกเขาไม่ได้คำนึงถึงความ pc หรือไม่ pc ตามกรอบของคนขาวผู้ปรารถนาดี พวกเขาอยากจะใช้ชื่อ “อินเดียน” ต่อไป เพราะอย่างน้อยมันก็เป็นการตอกย้ำความโง่ของคนขาวอยู่เสมอ (ที่ดันเข้าใจผิดว่ากลุ่มคนที่อาศัยในทวีปอเมริกาคือคนอินเดีย)nbsp;/p pกล่าวโดยสรุป ดูเหมือนว่ามีหลายๆสิ่งที่ชิเชคพูดไม่เข้าหูนักเคลื่อนไหวฝ่ายซ้ายอเมริกัน ในขณะที่ฝ่ายหลังยังมองขบวนการOccupy Wall street ในปี 2554 ด้วยสายตาที่ชื่นชม ชิเชคกลับถามหาการจัดตั้งขบวนที่เป็นระบบระเบียบและวิสัยทัศน์ใหม่ๆ ในขณะที่ฝ่ายซ้ายอเมริกันกำลังเคลื่อนไหวต่อต้านกระแสนิยมนายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้ที่จะเป็นตัวแทนลงเลือกตั้งประธานาธิบดีของพรรครีพับลิกัน ชิเชคกลับมองว่าทรัมป์เป็นแค่นักฉวยโอกาส และคนที่น่ากลัวกว่าทรัมป์คือ เท็ด ครูซ (ผู้ชิงตำแหน่งตัวแทนพรรคอีกคน) ในขณะที่ประเด็นเรื่องการเคารพความแตกต่างทางวัฒนธรรมเป็นหัวใจสำคัญของนักกิจกรรมหลายๆคน ชิเชคกลับมองว่าสิ่งที่เรียกว่า “วัฒนธรรม” คืออุดมการณ์ที่แฝงฝังในชีวิตประจำวัน และเป็นสิ่งที่เราอยากจะนำเสนอเกี่ยวกับตัวเราเท่านั้น บ่อยครั้งมันเป็นข้ออ้างในการช่วยให้เราหลบหลีกหรือบิดเบือนความเป็นจริงnbsp; ด้านหนึ่ง เราอาจมองได้ว่า ชิเชคคือภาพสะท้อนของนักปรัชญาบนหอคอยงาช้างที่เอาแต่ปรามาสนักเคลื่อนไหวว่ายังไม่มีความถอนรากถอนโคนมากพอ อีกด้านหนึ่ง บทวิพากษ์ของเขาก็อาจจะเป็นเหมือนยาขมที่ช่วยทำให้ฝ่ายซ้ายเสรีนิยมก้าวข้ามข้อจำกัดของตัวเอง สุดท้ายแล้วพลวัติความคิดทางการเมืองของฝ่ายซ้ายในปัจจุบันก็หนีไม่พ้นประเด็นเรื่องแนวทางการต่อสู้เคลื่อนไหว การมองศัตรู การตั้งคำถามต่อทางแก้ไขปัญหาต่างๆที่มีอยู่ในปัจจุบัน และความสำคัญของอัตลักษณ์วัฒนธรรมในความขัดแย้งทางชนชั้น nbsp;/p pnbsp;/p h4strongเชิงอรรถ/strong/h4 pnbsp;/p pnbsp;/p div div id="ftn1" pa href="#_ftnref1" name="_ftn1" title=""[1]/a สำหรับผู้ที่สนใจและต้องการศึกษาในรายละเอียดเกี่ยวกับหัวข้อดังกล่าว โปรดดู Slavoj Zizek, emViolence/emem: Six Sideways Reflections /em(New York: Picador, 2008) และ สรวิศ ชัยนาม, emSlavoj Zizek /em: emความรุนแรงและการเมืองเพื่อการปลดปล่อย/em (กรุงเทพ : สยามปริทัศน์, 2558)./p /div div id="ftn2" pa href="#_ftnref2" name="_ftn2" title=""[2]/a V for Vendetta (2005) กำกับโดย James Mc Teigue และนำแสดงโดย Natalie Portman และ Hugo Weaving เป็นภาพยนตร์ที่ฉายภาพประเทศอังกฤษภายใต้ระบอบเผด็จการ และเล่าเรื่องราวกำเนิดและพัฒนาการการต่อสู้ของมวลชนเพื่อโค่นล้มผู้ปกครอง ดู สรวิศ ชัยนาม, “V for Vendetta การปฏิวัติและความรุนแรง,” ใน emจากการปฏิวัติถึงโลกาภิวัตน์/emem:/emem ความรู้เบื้องต้นการเมืองโลกเชิงวิพากษ์ผ่านสื่อภาพยนตร์ /em(กรุงเทพ: ศยาม, 2555)./p /div /div pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/WicK4eczc9o" height="1" width="1" alt=""/

ศาลยกฟ้องกลุ่มทหารเมืองกาญจน์ คดีซุ่มยิง 'ขวัญชัย ไพรพนา' ชี้หลักฐานไม่มีน้ำหนักพอ

Thu, 26/05/2016 - 21:55
!--break--!--break-- div26 พ.ค. 2559 ที่ศาลจังหวัดอุดรธานี ศาลได้นัดอ่านคำพิพากษา คดีคนร้ายใช้อาวุธปืนอาก้ายิง ขวัญชัย สาราคำ หรือ ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร/ประธานชมรมคนรักภาคอิสาน ได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2557 ที่บริเวณบ้านพัก อ.เมือง จ.อุดรธานี หลังเกิดเหตุตำรวจชุดสืบสวนภาค 4 และชุดสืบสวน ภ.จว.อุดรธานี สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 6 คน ประกอบด้วย 1.ร.ต.ปรัชญา จันทร์รอดภัย สังกัด ม.พัน.19 ค่ายสุรสีห์ พล.ร.9 จ.กาญจนบุรี 2.จ.ส.อ.มาวิน ยางบัว สังกัด ม.พัน.19 ค่ายสุรสีห์ พล.ร.9 จ.กาญจนบุรี 3.จ.ส.ท.วิโรจน์ พิมพ์สิงห์ สังกัด ม.พัน.19 พล.ร.9 4.ส.อ.ชานนท์ ทับทิมทอง สังกัดกองร้อยลาดตระเวนระยะไกลที่ 9 พล.ร.9 5.จ.ส.อ.จุฑาทร เนียมทอง สังกัด พล.ร.9 และ 6. มะดือนัง มะแซ หรือ มะ อายุ 39 ปี อาสารักษาดินแดน (อส.) จ.นราธิวาส/div divnbsp;/div diva href="http://www.dailynews.co.th/regional/400247"เดลินิวส์/aและ a href="http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9590000052941"MGR Online/anbsp;รายงาน โดยช่วงเช้าวันนี้ ผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ได้เดินทางมาพร้อมทนายความ และนายทหารรัฐธรรมนูญ และมีตัวแทนของสมาชิกชมรมคนรักอุดร เดินทางมาพร้อมทนายความของชมรมคนรักอุดร เพื่อฟังคำพิพากษาแทนขวัญชัย ต่อมาศาลได้พิพากษายกฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 6 คน เนื่องจากหลักฐานรถยนต์ของกลางไม่สามารถยืนยันได้ ว่าเป็นรถคันเดียวกับคันที่ใช้ก่อเหตุ ทำให้ไม่มีน้ำหนักเพียงพอ/div divnbsp;/div h3span style="color:#0000cd;"ศาลฎีกาสั่งออกหมายจับ 'ขวัญชัย' เบี้ยวฟังคำพิพากษารื้อเวที พธม.อุดรฯ/span/h3 divขณะที่วานนี้ (25 พ.ค.59) a href="http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9590000052415"MGR Online/a และa href="http://www.matichon.co.th/news/147736"มติชนอนไลน์/a รายงานด้วยว่าnbsp;เมื่อเวลา 09.00 น. ศาลจังหวัดอุดรธานีได้นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดี เจริญ หมู่ขจรพันธุ์ ฟ้องขวัญชัย กับพวกคดีรื้อเวทีและทำร้ายร่างกายผู้ร่วมชุมนุมเวทีที่หนองประจักษ์ จ.อุดรธานี อย่างไรก็ตาม ไม่พบว่าขวัญชัยเดินทางมาศาล มีเพียงภรรยาและบุตรชายเดินทางมาพร้อมกับทนาย/div divnbsp;/div diva href="http://www.thairath.co.th/content/625519"ไทยรัฐออนไลน์ /aรายงานด้วยว่า เวลา 11.00 น. ได้มีคำสั่งศาล ให้ออกหมายจับขวัญชัย เนื่องจากผิดนัดโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง หรือขอเลื่อนคดี พฤติกรรมมีเหตุน่าจะหลบหนี จึงให้ออกหมายจับนายขวัญชัย ให้นำตัวมาฟังคำพิพากษาในเวลา 09.00 น. วันที่ 28 มิ.ย. 2559 และให้ปรับนายประกันเต็มอัตรา ศาลจะนัดหมายแจ้งให้มาเสียค่าปรับภายใน 15 วัน/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divโดยอาภรณ์ สาระคำ ภรรยาขวัญชัยเปิดเผยว่า ติดต่อกับขวัญชัยไม่ได้ตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยขวัญชัยบอกแต่เพียงว่าจะขอไปปฏิบัติธรรมเพื่อทำใจก่อนไปฟังคำพิพากษา แต่ไม่ได้ระบุว่าไปปฏิบัติธรรมที่ไหน และไม่ได้นำโทรศัพท์มือถือติดตัวไปด้วย/div divnbsp;/div divทั้งนี้ คดีดังกล่าวศาลชั้นต้นได้พิพากษาให้จำคุกขวัญชัยเป็นเวลา 4 ปี ไม่รอลงอาญา ขณะที่จำเลยให้การรับสารภาพศาลจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือ 2 ปี 8 เดือน ปรับ 350,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย ร้อยละ 7.5 ตั้งแต่วันเกิดเหตุ ซึ่งภายหลังอ่านคำพิพากษาแล้วเสร็จขวัญชัยได้ใช้หลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดินราคาประเมิน 300,000 บาทประกันตัว และต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divคดีดังกล่าวเป็นคดีที่อัยการและกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ร่วมกันเป็นโจทก์ฟ้อง ขวัญชัย กับพวก ในข้อหาร่วมกันทำร้ายผู้อื่น กรณีที่ขวัญชัยได้นำมวลชนไปรื้อเวทีและทำร้ายกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่เปิดปราศรัยที่สวนสาธารณะหนองประจักษ์ จ.อุดรธานี เมื่อปี 2551/div divnbsp;/div pnbsp;/p pnbsp;/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2014/01/51327" target="_blank"#039;ขวัญชัย ไพรพนา#039; ถูกคนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงเจ็บ พ้นขีดอันตรายแล้ว/a /div div class="field-item even" a href="/journal/2014/01/51367" target="_blank"เสื้อแดงอีสาน 20 จังหวัดประณามคนบงการ-มือยิง #039;ขวัญชัย#039;/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/SvmYZ-lXuSw" height="1" width="1" alt=""/