ประชาไท

Syndicate content
Updated: 8 min 22 sec ago

สลา คุณวุฒิ: ความ(ไม่)เปลี่ยนแปลงของวงการลูกทุ่งไทย

1 hour 33 min ago
pสัมภาษณ์พิเศษ สลา คุณวุฒิ ครูเพลงลูกทุ่งอีสานถึงเรื่องความความเปลี่ยนแปลง บนความไม่เปลี่ยนแปลงในวงการเพลงลูกทุ่งไทย หลังค่ายเพลงเล็กๆ ผงาดได้รับความนิยมจากคนฟังมากกว่า 100 ล้านวิว ครูเพลงชี้ไม่มีอะไรใหม่ เพียงแค่ Youtube ทำให้ทุกคนมีโอกาสเท่ากัน พร้อมระบุปัญหาโชว์เซ็กซี่เกินไปแค่ออกมาโวยวายแก้ไขไม่ได้/p !--break--!--break-- p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c1.staticflickr.com/5/4288/35336396631_ddb21ac24f.jpg" style="width: 500px; height: 261px;" //p pหากพูดถึงความนิยม หรือความโด่งดังของศิลปินเพลงลูกทุ่งสังกัดค่ายเพลงใหญ่ซัก 10-20 ปีก่อน สิ่งที่จะสามารถการันตีความมีชื่อเสียงที่ว่านั่นได้คือยอดขายเทปคาสเซ็ท หากศิลปินคนไหนได้ยอดทะลุล้านตลับนั่นคือขั้นหนึ่งของการประสบความสำเร็จวงการศิลปินเพลง ตัวอย่างที่เห็นชัดยากและที่จะปฏิเสธได้ก็คือ ดอกหญ้าในป่าปูน ต่าย อรทัย , รักน้องพร สดใส รุ่งโพธิ์ทอง , สั่งนาง ของมนต์สิทธิ์ คำสร้อย , ปริญญาใจ ศิริพร อำไพพงษ์ , ยาใจคน ไมค์ ภิรมย์พร , ติด ร. วิชาลืม แอร์ สุชาวดี , ไม่ใช่แฟนทำแทนไม่ได้ ตั๊กแตน ชลดา , กระเป๋าแบนแฟนทิ้ง เอกราช สุวรรณภูมิ และอีกหลายบทเพลงที่แปรเปลี่ยนจากยอดขายล้านตลับ กลายเป็นตราประทับที่ตอกแน่นลงไปกลางใจของแฟนเพลงหลายล้านคน/p pก่อนที่การพัฒนาการทางเทคโนโลยีจะเปลี่ยนรูปแบบของการเพลงฟัง จากเทปคาสเซ็ทสู่ซีดี ดีวีดี mp.3 จนมาถึงยุคของการฟังออนไลน์ในเว็บไชต์เช่น ยูทูบ อย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน การที่บทเพลง หรือศิลปินจะได้รับความนิยมได้ ปัจจัยหนึ่งที่เป็นแรงผลักคือช่องทางในการสื่อสารเช่น วิทยุชุมชน หนังสือพิมพ์ และรายการทีวี ซึ่งผู้ที่จะเข้าถึงช่องทางเหล่านั้นได้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีทุนทรัพย์พอสมควร จึงเป็นเหตุให้ค่ายใหญ่เป็นแหล่งรวมศิลปินที่มีชื่อเสียงไว้จำนวนมาก/p pแต่เมื่อเทคโนโลยีการสื่อสารเปลี่ยนแปลงไปสิ่งที่เกิดขึ้นคือ ศิลปินที่มีชื่อเสียง และได้รับความนิยมสูง กลับไม่ได้ถูกการันตีด้วยยอดขายอีกต่อไป หากแต่วัดจากยอดคลิ๊กเข้าชมในเว็บไซต์เป็นสำคัญ และเชื่อว่าในเวลานี้ ไสว่าสิบ่ถิ่มกัน-คู่คอง ก้องห้วยไร่ , คำแพง แซ็ค ชุมแพ , ผู้สาวขาเลาะ ลำไย ไหทองคำ, มหาลัยวัวชน วงพัทลุง , สเตตัสถืกถิ่ม บอย พนมไพร จากที่ยกตัวอย่างมาทั้งหมดนี้เป็นเพลงลูกในปัจจุบันที่มียอดคลิ๊กชมในยูทูบไม่น้อยกว่า 100 ล้านครั้ง และที่สำคัญบทเพลงเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากค่ายแพลงยักษ์ใหญ่เหมือนที่เคยเป็นมาในอดีต/p pนี่เป็นอีกหนึ่งปรากฎการณ์ที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย ท่ามกลางแว่วเสียงวิจารณ์ว่า ค่ายใหญ่กำลังถูกล้อมโดยค่ายเล็ก หรือเรียกอีกแบบหนึ่งว่าค่ายอินดี้ สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้เป็นเรื่องใหม่หรือไม่ เป็นความท้าทายใหม่ในวงการเพลงหรือไม่ และแง่มุมใดให้น่าคบคิดพิจารณาบ้าง ประชาไทพูดคุยกับ ครูสลา คุณวุฒิ ครูเพลงผู้คลุกคลีอยู่กับวงการเพลงไม่น้อยว่า 35 ปี ซึ่งมีชื่อเสียงที่ถูกการันตีด้วยผลงานที่ได้รับความนิยมมากมาย และคงไม่ต้องอธิบายเพิ่มเติมให้มากความว่าชื่อ สลา คุณวุฒิ คือใคร ทว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือ เขาคิด เห็น หรือมองอย่างไรกับปรากฎการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c1.staticflickr.com/5/4232/35335991981_2f480d0dc4.jpg" style="width: 500px; height: 333px;" //p h3span style="color:#0000ff;"strongปรากฏการณ์ไม่ใหม่ แต่เทคโนโลยีทำให้มันเหมือนสิ่งที่พึ่งเกิด/strong/span/h3 pปรากฏการณ์การเกิดขึ้นเพลงที่มาจากค่ายเล็กและได้ความนิยมสูงในเวลานี้ ครูสลามองว่าไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะจากอดีตวงการเพลงมีทั้งศิลปินที่สังกัดค่าย และศิลปินใต้ดินมาโดยตลอด หากจะมีสิ่งที่ใหม่และทำให้แตกต่างออกไปก็คือ ช่องทางการนำเสนอผลงานแค่นั้น/p pเขาทำให้ภาพชัดขึ้นด้วยการชี้ให้เห็นว่า ในยุคก่อนการที่ศิลปินจะมีชื่อเสียงขึ้นมาได้ นอกจากมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ มีเอกลักษณ์ของตัวเองแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเชื่อมตัวเองเข้าหาสื่อ เพราะการที่จะทำให้เพลงเพลงหนึ่งกระจายไปถึงชาวบ้าน หรือผู้ฟังต้องอาศัยสื่อหลักสามสื่อ โทรทัศน์ วิทยุกระจายเสียง และสื่อสิ่งพิมพ์ และผู้ที่สามารถเชื่อมตัวเองเข้าหาสื่อได้ก็กลายมาเป็นศิลปินที่มีคนรู้จักจำนวนมาก แต่ในความเป็นจริงแล้วความเป็นศิลปินมีอยู่ทั่วไป และตัวศิลปินเหล่านั้นก็สร้างผลงานของตัวเองตลอดเวลาไม่ว่าจะยุคใดก็ตาม เพียงแต่ก่อนหน้านี้การเชื่อมตัวเองเข้ากับสื่อยังเป็นเรื่องที่จำกัด/p p“บางคนที่เก่งจริง ค่ายเพลงมองเห็นความสามารถ ก็มีค่ายเป็นสะพานเชื่อมโยงไปยังสื่อหลัก เมื่อผลงานตอบโจทย์ผู้บริโภคก็กลายเป็นธุรกิจ มันจึงเกิดขึ้นเป็นศิลปินสังกัดค่าย ค่ายใหญ่ ค่ายเล็กก็ว่ากันไป และศิลปินที่ไม่สังกัดค่าย ซึ่งเขาก็มีช่องทางสื่อสารกับกลุ่มเครือข่ายของเขาอยู่ เล็กๆ ไม่กว้างมาก สมัยนั้นเราเรียกว่าใต้ดิน แต่สมัยนี้เรียกกันใหม่ว่าอินดี้ และเหตุผลที่ความสำเร็จของศิลปิน มักจะมีชื่อค่ายแนบมาด้วยเสมอก็เพราะเหตุผลที่ครูเล่ามานี่แหละ เพราะค่ายเป็นสะพานเชื่อมไปหาสื่อใหญ่”/p p“เมื่อเข้าสู่ยุคสมัยที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีพัฒนามาจนถึงยุค 4G เว็บไซต์ยูทูบ (Youtube) มีระบบที่แข็งแรงมาก และไม่เคยมีมากก่อน การเชื่อมโยงเปรียบเทียบยุคนี้กับยุคก่อนมันเทียบได้ไม่แนบสนิทกันเสียทีเดียว เพราะความเป็นยูทูบหลอมรวมทุกอย่าง ในแง่หนึ่งมันเป็นทีวีที่เป็นลักษณะของทีวีส่วนบุคคลรวมถึงเป็นตัวรองรับทีวีจริงๆ ให้เข้ามาอยู่ในพื้นที่เว็บไซต์เพื่อให้คนเลือกเสพในสิ่งที่ต้องการ และมากไปกว่านั้นคือมันสนองความแตกต่างที่มีอยู่ทั่วโลก มันไม่มีพรมแดน ที่สำคัญมันให้โอกาสคนเท่ากัน ไม่ว่าจะเป็นค่ายเพลงใหญ่ หรือคนทั่วไปซึ่งไม่มีทุนเลยก็ได้สิทธิเข้าไปอยู่ในยูทูบเท่ากัน”/p pสิ่งที่เกิดเขาเห็นว่า แทนที่คนจะมุ่งไปค่ายเพลง แต่คนกลับมุ่งไปที่ยูทูบแทน ซึ่งเป็นช่องทางที่นำเสนอผลงานง่ายกว่า และเผยแพร่ได้บ่อย ผลิตผลงานอะไรได้ก็ลงเลย ใครทำก่อนก็มีโอกาสให้คนเห็นก่อน ยิ่งไปกว่านั้นหากมีความลงตัวในการเป็นศิลปินยิ่งได้เปรียบคนอื่น และได้เปรียบค่ายใหญ่ตรงสามารถแพร่ผลงานได้ทุกวันได้ด้วยตัวเอง แต่เป็นค่ายใหญ่เคลื่อนตัวช้า อาจจะเป็นเดือน หรืออย่างเร็วที่สุดอาจเป็นสัปดาห์กว่าจะได้เพลงหนึ่งเพลง/p p“มันอาจจะใหม่เพราะเทคโนโลยีเพิ่งเกิดขึ้น แต่ถ้าหากเราเอาเครื่องแบบของสังคมในปัจจุบันที่มีเครื่องมือครบครันไปไว้ในยุค 30 ปีก่อน มันก็จะมีปรากฏการณ์แบบนี้เช่นกัน นักร้องดังหลายคนอาจไม่ต้องมาสังกัดค่าย อาจจะไปที่ยูทูบและประสบความสำเร็จเลย... สมัยครูเรียนฝึกหัดครูก็รวมกลุ่มเพื่อน ตอนนั้นก็เป็นยุคอาจารย์จรัล ยุคน้าหงา คาราวาน ยุคครู แล้วก็มาเป็นยุคพี่ปู พงษ์สิทธิ์ คนเหล่านี้เริ่มจากการทำเพลงใต้ดินหมดเลย ลองคิดดูหากวันนั้นมีเทคโนโลยีแบบตอนนี้พี่ปูก็อาจจะมาเป็นแบบก้อง ห้วยไร่ ไม่ต้องมาหาค่ายเพลงอะไรต่างๆ เขาทำเสร็จเขาก็เอาลงยูทูบได้เลย”/p h3span style="color:#0000ff;"strongเมื่อผู้บริโภคอยากลิ้มรสเพลงแนวใหม่ๆ และทุกคนเข้าใกล้สื่อมากขึ้น/strong/span/h3 p“ความเปลี่ยนแปลงตรงนี้มันเหมือนกับการที่คนเริ่มหันมากินของป่า เหมือนอย่างเราคนชนชั้นกลางมาห้างก็มาได้ แต่เวลาไปต่างจังหวัดก็ชอบแวะซื่อเห็ดริมทาง แวะร้านริมทางมากกว่าไปนั่งร้านใหญ่ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าอะไรจะดีกว่ากันนะ เพียงแต่ว่าบรรยากาศห้างใหญ่กลายเป็นสิ่งที่คุ้นเคยของผู้คนไปแล้ว วันนี้เค้าอาจชอบที่นั่งร้านแบบนี้ มันก็เล่นกลายเป็นกระแสอย่างที่เราเห็นนี่แหละ”/p pปรากฎการณ์ดังกล่าวเป็นสิ่งที่ทำให้หลายคนมองว่าค่ายเพลงอินดี้กำลังล้อมกรอบค่ายใหญ่ แต่เขาเห็นว่านี่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ สิ่งที่สำคัญคือช่องทางการสื่อสารนั้นอยู่ใกล้กับคนทำงานมากขึ้น เมื่อ Youtube เอื้อต่อศิลปินที่กระจายกันอยู่ทั่วทุกภูมิภาค หลายคนจึงมองว่าค่ายอินดี้ถล่มค่ายใหญ่ ซึ่งเขาเห็นว่า ไม่เป็นธรรมทางความรู้สึกสักเท่าไหร่ เพราะปัจจุบันไม่ใช่การแบ่งว่าเป็นค่ายใหญ่กับค่ายอินดี้(ใต้ดิน) แต่มันคือค่ายเล็กกับค่ายใหญ่ เพราะกระบวนการผลิตเหมือนกัน ซึ่งแต่ก่อนต้นทุน เครื่องมือในการผลิตต้องใช้ทุนสูง แต่ทุกวันนี้ปรากฏว่าแค่สมาร์ทโฟนหนึ่งเครื่องก็สามารถถ่ายมิวสิควิดีโอได้แล้ว อย่างไรก็ตามเขาเห็นว่า การมีเทคโนโลยีการสื่อสารเกิดขึ้นเป็นเรื่องที่ดี เพราะเป็นการเพิ่มช่องทางที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้คนได้/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c1.staticflickr.com/5/4264/35079792770_a8c25da847.jpg" style="width: 500px; height: 333px;" //p h3span style="color:#0000ff;"strongการโชว์เซ็กซี่ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้หากอยู่ในกรอบของศิลปะ/strong/span/h3 pแม้ครูสลา จะเห็นว่า การเกิดขึ้นของยูทูบเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็ยังมีแง่ลบอยู่คือยูทูบยังไม่มีตะแกรงกรองเนื้อหาที่เผยแพร่ ซึ่งอาจจะส่งปัญหาอยู่บ้าง เช่นเรื่องความเหมาะโดยเฉพาะในแง่ของการแสดงโชว์ และในเรื่องของการละเมิดลิขสิทธิ/p p“เรื่องของสิทธิ์เป็นอันดับแรกของปัญหา ผู้ที่ไม่ใช่เจ้าของผลงานแต่เอางานผู้อื่นไปลงเผยแพร่ มันเป็นการละเมิดอย่างเป็นทางการและเปิดเผยมากในปัจจุบัน เช่นการเอาเพลงดังๆ หลายเพลงมาสร้างเพลลิสต์ใหม่โดยไม่ขออนุญาตเจ้าของเพลง และมียอดเข้าชมหลักหมื่น หลักแสน หรืออาจเป็นล้าน และได้รายได้จากตรงนั้น นี่ขนาดเป็นเรื่องของสิทธิ์เรายังไม่มีตะแกรงเลย”/p p“ส่วนในเรื่องของการแสดงเป็นจุดที่ยากจะชี้ชัด บางคนแต่งเซ็กซี่แล้วก็พอเข้าใจได้ แต่บางคนเหมือนจงใจที่จะแต่งแบบนั้นแสวงหาความดังอย่างเดียว อย่าช่วยกันด่า ยิ่งด่ายิ่งดัง อาจจะขอความร่วมมือ ส่วนการจะลงรายละเอียดของความเหมาะสมมันยาก เพราะเพลงแต่ละสไตล์มันต่างกัน หากไปวิจารณ์เลยอาจจะโดนกระแสตีกลับเพราะเราอาจไม่รู้จริงในด้านนั้น เช่นบางคนที่ครูรู้จัก อย่างที่เป็นประโคมข่าวกันอยู่ตอนนี้ก็คือ ลำไย เขาก็เคยมาหาครู เขาก็เป็นเด็กสู้ชีวิต แต่การแสดงออกของเขาก็ไม่รู้ว่ามันประมาณไหน รู้แค่ว่าทำอย่างไรถึงจะได้งาน หรือยกตัวอย่างลำซิ่งก็ได้ หากครูไปวิจารณ์ว่าเขาโป๊เกินไป เขาก็ตอบกลับมาถ้าไม่ทำอยากนี้ชาวบ้านก็จะไม่ดู ไม่มีใครจ้างงาน แล้วอยากนี้เราจะตอบเขาอย่างไร ปัญหามันก็วนอยู่อย่างนี้ ฉะนั้นความแยบยลของผู้มีอำนาจนั่นแหละ เป็นเรื่องที่สังคมควรหันหน้าไปหา และถามว่าคุณควรจะทำอะไร เพราะมีอำนาจอยู่ในมือ”/p pอย่างไรก็ตามเขาเห็นว่า ความเหมาะสมของการแสดงโชว์ของศิลปินนั้นก็ควรอยู่ในกรอบของศิลปะ ไม่ได้มุ่งหวังเพียงแต่ความดังอย่างเดียว ซึ่งจริงๆ แล้วความเป็นศิลปะไม่ได้บอกให้ห้ามโป๊ บางทีความเซ็กซี่หน่อยๆ หากอยู่ในขนบของศิลปะก็น่ามอง เขายกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดต่อไปถึง ตัวละครจักรๆ วงษ์ๆ หรือนางในวรรณคดีก็ยังมีการเปลือยอก แต่ก็เป็นเสน่ห์ หรือหนังฮอลลีวูด หนังรางวัลที่โด่งดังหลายเรื่องก็ยังต้องมีฉากเลิฟซีน/p h3span style="color:#0000ff;"strongการโวยวายเรื่องโชว์โป๊เกินไปไม่ใช่ทางแก้ สิ่งที่ทำได้คือการทำความเข้าใจ และขอความร่วมมือ/strong/span/h3 pสำหรับเรื่องการแสดงของศิลปินในปัจุบันที่มีหลายคนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นการโชว์เซ็กซี่ หรือโป๊มากเกินไป ครูสลา เห็นว่า การออกมาโวยวายแต่เพียงอย่างเดียวนั้นไม่ใช่ทางแก้ และนอกจากจะไม่ช่วยแก้ไขแล้วยังไปส่งเสริมความดังให้เพิ่มมากขึ้นอีก เขาเห็นว่าทางแก้ที่ง่ายที่สุดคือ การทำความเข้าใจกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเช่นออแกไนเซอร์ ผู้จ้างงาน หรือศิลปิน มาตกลงกันแบบง่าย ศิลปินผู้สร้างงานก็จะตระหนักเองว่าแบบนี้ทำไม่ได้/p p“หากพูดถึงแนวทางแก้ไขมีแนวทางคือรัฐ ยิ่งในยุคแบบนี้ยิ่งแก้ไขง่าย แทนที่การว่ากล่าวจะเป็นทางแก้ไขกลับเป็นการเติมความดัง การที่แก้ไขแบบง่ายคือเรียกผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเช่นออแกไนเซอร์ ผู้จ้างงาน หรือศิลปิน มาตกลงกันแบบง่าย ศิลปินผู้สร้างงานก็จะตระหนักเองว่าแบบนี้ทำไม่ได้ เพราะจะไม่มีงานจ้าง อย่างสื่อเองที่รู้ว่าใครถูกด่า หรือกำลังเป็นกระแสก็เชิญมาออกรายการยิ่งทำให้เค้าดัง ครูมองว่าภาครัฐสามารถที่จะคุย ปรับแก้กับคนแค่สามสี่กลุ่มได้ ดีกว่าออกมาพูดว่าทำอย่างนั้นทำไม? ตรงนี้ครูไม่ได้ต้องการให้รัฐเข้ามาควบคุมนะ แต่อยากให้แก้ไขให้ถูกจุด เพียงแค่คุยกับผู้จ้างงาน รวมถึงถามและฟังเหตุผลของศิลปินก่อน บางคนก็คิดแค่ว่าทำยังไงก็ได้ขอให้ดัง ขอแค่มีงานจ้างต่อสู้ดิ้นรน จนลืมมองไปว่าการแสดงมันเกินคำว่าศิลปะ”/p h3span style="color:#0000ff;"strongภาษาสองแง่สองง่ามไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น ความท้าทายใหม่ของคนแต่เพลง และกระแสเพลงอีสานกลางกรุง/strong/span/h3 pเมื่อถามถึงในแง่ของเนื้อหา และความสละสลวยของภาษา จากเดิมที่เคยมีแต่ค่ายใหญ่เป็นผู้คัดกรอง แต่ในปัจจุบันศิลปินสามารถส่งตรงผลงานสู่ผู้ฟังได้เลยโดยไม่ต้องผ่านค่ายใหญ่ เขาเห็นว่าเรื่องนี้ก็ไม่มีอะไรที่เปลี่ยนไป ทุกอย่างเป็นอยู่อย่างนั้นอยู่แล้ว ยุคก่อนก็จะมีเพลงที่มีความสองแง่สองง่ามมาตลอด เพียงแต่การมีค่ายเพลงก็เหมือนกับการมีตะแกรงกลั่นกรอง แต่ทุกวันนี้ศิลปินทำเสร็จแล้วก็ส่งผลงานให้คนฟังได้เลย คล้ายกับการมีเทคโนโลยีทำให้เห็นสิ่งที่เป็นอยู่ได้มากขึ้นเท่านั้น/p p“ครูมองว่า มันไม่ใหม่ แต่มันมีให้ฟัง ให้เห็นเยอะมากกว่า คือถ้าเราอ่านขุนช้างขุนแผน ก็จะรู้ว่าอารมณ์ของคนมันเป็นแบบนี้มาตั้งแต่ยุคขุนช้างขุนแผนแล้ว เพียงแต่ว่ายุคนี้มันทำให้เราเห็นได้ง่ายขึ้นเท่านั้น มันก็ดูเยอะในความรู้สึกของคน คนก็รู้สึกว่า ทำไมเด็กยุคนี้มันอะไรต่างๆ นาๆ แต่จริงๆ ยุคก่อนก็เป็น เพียงแค่แสดงออกให้คนเห็นมากๆ ไม่ได้ แต่ยุคมันง่าย และทำได้เลย แต่ยุคก่อนเพลงพื้นบ้านกลอนฉ่อย หมอลำกลอน นิทานก้อม ก็ยังมีเรื่องใต้สะดือเป็นว่าเล่น แต่ฟังยังไงก็เป็นศิลปะ ไม่ได้จงใจแบบทุกวันนี้ที่มันก้าวไปสู่ความอนาจารมากขึ้น”/p p“สมัยนี้เพลงที่มีเนื้อหาสะท้อนบริบททางสังคมยังคงมีอยู่ แต่สู้กระแสเพลงยุคนี้ไม่ได้ ก็ยังเชื่อว่าสิ่งที่มาเร็วก็มักจะไปเร็ว โดยการคัดกรองของคนฟังเอง ส่วนเพลงที่มีคุณภาพอาจเติบโตช้าแต่อยู่ได้นาน ในการสร้างสรรค์ผลงานก็ถือว่าท้าทายเสมอ สำหรับครูเราก็ต้องทำผลงานให้คนฟังยอมรับให้ได้ ในยุคนี้ พ.ศ. สิ่งไหนที่มันดี และสิ่งที่ครูต้องครูปรับ ครูก็ต้องปรับเหมือนกัน มันก็สนุกดี ท้าทายดี เพราะว่างานศิลปะปลายทางไม่ใช่ค่าตอบแทน ปลายทางของความสุขจริงๆ คือการสร้างงานที่มีคุณภาพ และประสบความสำเร็จ หากเราศึกษาจริงๆ จะพบว่าทุกอย่างมันเหมือนเดิม เพียงแต่โครงสร้างของเทคโนโลยีเปลี่ยน มันก็เป็นความท้าทายที่เราต้องยืนยันความเป็นตัวเอง”/p pสำหรับเพลงลูกทุ่งอีสานที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน ครูสลามองว่า เป็นพัฒนาการที่ดี โดยเด็กรุ่นใหม่มีความคิดสร้างสรรค์ที่พยายามจะปรับเปลี่ยนการทำเพลงให้เขากับวัฒนธรรมป๊อป และเห็นว่าการปรับเปลี่ยนเหล่านี้ไม่ใช่การละทิ้งหรือลืมรากของตัวเอง แต่กลับยิ่งทำให้คนได้เข้าถึงเพลงอีสาน วัฒนธรรมอีสานมากขึ้นไปด้วย/p p“มันเป็นพัฒนาการที่ดี คือในสมัยก่อนถ้าหากว่าเราเป็นเพลงหมอลำเราก็จะอิงลายหมอลำทั้งดุ้น อย่างลายเต้ย ลายต่างๆ แต่บางคนเขาก็รู้สึกว่าเรากินบ่อยจนอิ่มแล้ว และอยากจะลองรสชาติใหม่ๆ ตอนนี้เด็กรุ่นใหม่ๆ เขาก็มีความคิดสร้างสรรค์ น้องๆ ที่ทำผู้บ่าวไทบ้าน อะไรต่างๆ กู่แคน ก้อง ห้วยไร่ และคนอื่นๆ พวกคลื่นลูกใหม่ เขามีความสร้างสรรค์ เขาเอามาผสมกัน คือตัวตนเขายังรักหมอลำอยู่ ยังรักอะไรที่มันเป็นอีสาน แต่รสชาติต่างหากที่เขาพยายามปรุงใหม่ โดยเปลี่ยนที่จังหวะ แทนที่จะเอาลำเต้ยมาทั้งดุ้นแบบยุคก่อนๆ ซึ่งก็เพราะอยู่แล้ว แต่เขาก็หยิบโครงสร้างของดนตรีเพื่อชีวิต ป๊อป แล้วใส่เมโลดีของอีสานเข้าไป มันก็กลายเป็นรสชาติใหม่ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ดี และทำให้ใครๆ ก็เสพงานบ้านเราได้อย่างลงตัว และกลมกลืน คนฟังก็ไม่เขินเวลาฟังเพลงแบบนี้ บางคนฟังไม่เข้าใจแต่ก็ชอบฟัง เหมือนที่เราบางคนชอบฟังเพลงฝรั่งนั่นแหละ และมันไม่ได้เป็นการทิ้งของเก่า มันเป็นการสร้างสรรค์ มันไม่หยุดอยู่กับที่หรอก งานศิลปะมันเคลื่อนไปกับยุคสมัยเสมอ ยุคทูล ทองใจ สายัณห์ สัญญา ยุคครูไพบูลย์ หรือแม้กระทั้งที่ครูเขียน มันก็ประยุกต์มาเรื่อยไม่เคยอยู่กับที่”/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/V71ViiEdluQ" height="1" width="1" alt=""/

คสช.แจง 'เสธ.พีท' ค้นบ้าน 'ดาวดิน' อ้างคำสั่งปราบผู้มีอิทธิพล

4 hours 2 min ago
pโฆษก คสช. แจ้ง ทหารค้น 'บ้านดาวดิน'nbsp;ไม่ต้องมีหมายศาล หรือหมายค้นใดๆ เหตุทหาร ไปตรวจค้น เพิ่อความสงบเรียบร้อย โดยอาศัยตามคำสั่ง คสช.ที่13/2559 โดยคำสั่งดังกล่าวให้อำนาจทหารปราม กลุ่มมาเฟียหรือผู้มีอิทธิพล/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c1.staticflickr.com/5/4243/34630258123_2b953a3a8b.jpg" style="width: 500px; height: 375px;" //p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"ภาพขณะเจ้าหน้าที่ค้นบ้านดาวดิน วานนี้ (21 มิ.ย.60)/span/p p22 มิ.ย. 2560 จากกรณีช่วงเช้าวานนี้ ก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. จะมาปาฐกถาพิเศษเรื่อง “การขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น และตรวจราชการด้านการพัฒนาการเกษตรnbsp;เจ้าหน้าที่ทหารตำรวจ นำโดยพันโทพิทักษ์พล ชูศรี หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษ มณฑลทหารบกที่ 23 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหารนอกเครื่องแบบ และเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งชายและหญิงรวมแล้วราว 30 นาย ได้ทำการเข้าตรวจค้นบ้านนักกิจกรรมกลุ่มดาวดิน มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยไม่มีหมายตรวจค้นจากศาลนั้น (a href="http://prachatai.org/journal/2017/06/72036"อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม/a)/p pล่าสุดวันนี้ (22 มิ.ย.60)nbsp;a href="https://www.facebook.com/WassanaJournalist?hc_ref=NEWSFEED"วาสนา นาน่วม/anbsp;ผู้สื่อข่าวด้านความมั่นคง โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กnbsp;a href="https://www.facebook.com/WassanaJournalist/posts/1490526031005850"Wassana Nanuam/anbsp;รายงานว่าnbsp;พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. กล่าวถึงการร้องเรียน กรณี "เสธ.พีท" พ.ท.พิทักษ์พล ชูศรี นำกำลัง เข้าตรวจค้นดังกล่าวนั้น เป็นวันที่ นายกฯลงพื้นที่ ขอนแก่น นั้น ว่า ไม่ต้องมีหมายศาล หรือหมายค้นใดๆ เพราะ เจ้าหน้าที่ทหาร ไปตรวจค้น เพิ่อความสงบเรียบร้อย โดยอาศัยตามคำสั่ง คสช.ที่13/2559 ในนามของ กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) เพิ่อความสงบเรียบร้อย ความมั่นคง อีกทั้งให้ฝ่ายทหาร ทำหน้าที่เป็น เจ้าพนักงาน อีกด้วย โดยครั้งนี้ไปในนาม กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) มทบ.23/p p style="text-align: center;"iframe allowtransparency="true" frameborder="0" height="701" scrolling="no" src="https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FWassanaJournalist%2Fposts%2F1490526031005850amp;width=500" style="border:none;overflow:hidden" width="500"/iframe/p pสำหรับnbsp;a href="http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2559/E/074/1.PDF"คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 13/2559/anbsp;นั้น เป็นการให้อำนาจเจ้าหน้าที่ทหารเป็นพนักงานป้องกันและปราบปราม กลุ่มบุคคลที่กระทำความผิดหรือมีเหตุอันสงสัยว่ากระทำความผิด อาทิกลุ่มมาเฟียหรือผู้มีอิทธิพล และมีอำนาจเข้าไปในเคหสถานหรือสถานที่เพื่อตรวจค้น เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยตามพยานหลักฐานnbsp;/p pnbsp;/p pnbsp;/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2017/06/72036" target="_blank"ทหารตำรวจกว่า 30 นายเข้าค้นบ้านดาวดิน ยึดเอกสารแก้กฎหมายบัตรทอง 2 ใบ ไร้หมายค้น/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/WUgqOloz6Ak" height="1" width="1" alt=""/

จี้ 'สรรเสริญ-รมว.สาธารณสุข' ขอโทษ ปชช. เหตุบิดเบือน หวังแก้ ก.ม.บัตรทองง่อยเปลี้ยเสียขา

5 hours 44 min ago
pแจงเอ็นจีโอรับงบสนับสนุนกิจการภาครัฐ อภ.แค่ 6 แสน 0.38% ของงบทั้งหมดปี 57 จี้ผู้บริหาร สปสช. ออกโรงแจงข้อเท็จจริงnbsp;ระบุกรณี ปลัด สธ.เอ่ยน้ำตาตกในกลางเวทีเสวนา ชี้เหตุจาก คตร.ไม่ใช่ สปสช.ใช้วิธีนักบัญชีตีwbrความกฎหมายทั้งที่ไม่พบทุจริwbrตจนสร้างปัญหา ด้านสรรเสริญขอโทษรมว.สธ.กรณีสื่อสารประเด็นบัตรทองคลาดเคลื่อน เตือนตั้งใจล้มประชาพิจารณ์อาจเจอโทษได้/wbr/wbr/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img src="https://c1.staticflickr.com/5/4245/35279857576_8dafe7df8a.jpg" //p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"กรรณิการ์ กิจติเวชกุล กรรมการหลักประกันสุขภาพแห่wbrงชาติสัดส่วนภาคประชาชนnbsp;/wbr/span/p p22 มิ.ย. 2560 รายงานข่าวแจ้งว่า กรรณิการ์ กิจติเวชกุล กรรมการหลักประกันสุขภาพแห่wbrงชาติสัดส่วนภาคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ระบุถึงการแก้ไขกฎหมายบัwbrตรทองว่าเป็นไปเพื่อปิดช่องเงิwbrนเหลือให้เอ็นจีโอว่า การออกมาระบุของ พล.ท.สรรเสริญ เป็นการอ้างอิงรายงานของ ศ.นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข ในที่ประชุม ครม. ซึ่งไม่เชื่อว่าคนระดับโฆษกรัwbrฐบาลจะรายงานผิดพลาด และเรื่องนี้มองว่า รมว.สาธารณสุขต้wbrองออกมาขอโทษประชาชนอย่างเป็wbrนทางการ เพราะทำให้ประชาชนเสีwbrยหายจากการพูดโกหก/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pทั้งนี้เมื่อดูรายงานเบิกจ่wbrายงบสนับสนุนกิจการภาครัwbrฐขององค์การเภสัชกรรม (อภ.) ที่เป็นการกันเงินเพื่อจ่ายให้wbrกับหน่วยงานที่ชำระค่wbrายาและเวชภัณฑ์ตามกำหนด โดยในปี 2557 จากการจัดซื้อยาเพียงร้อยละ 4 ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่wbrงชาติ (สปสช.) อภ.ได้กันงบนี้ไว้จำนวน 157 ล้านบาท เพื่อเบิกจ่ายสนับสนุนโครงการที่wbrเป็นประโยชน์ โดยกระทรวงสาธารณสุขได้รับงบนี้wbrมากที่สุด คือ 50 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 32.17 เครือข่ายหน่วยบริการที่เป็wbrนการจัดซื้อยารวมของ รพ. และ รพ.สต.ระดับเขต 41 ล้านบาท หรือร้อยละ 26 เป็นต้น ขณะที่องค์กรพัฒนาเอกชน (เอ็นจีโอ) ได้รับเพียง 6 แสนบาท หรือร้อยละ 0.38 เท่านั้น แต่กลับนำข้อมูลนี้มาปรัwbrบปรำภาคประชาชน ใส่ร้ายป้ายสี เพื่อพยายามแก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ให้ง่อยเปลี้ยเสียขาnbsp;/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p p“ที่ผ่านมา สธ.เคยเป็นหน่วยงานที่มีความก้wbrาวหน้าที่สุดในหน่wbrวยราชการในการทำงานร่วมกับเอ็wbrนจีโอจนทำให้งานด้านสาธารณสุwbrขเข้มแข็ง ทั้งงานคุ้มครองผู้บริโภค การสาธารณสุขมูลฐาน และการควบคุมโรคต่างๆ ประสบผลสำเร็จ ซึ่งที่เห็นชัดเจนคือการควบคุwbrมการติดเชื้อเอชไอวี ที่ล่าสุด ศ.นพ.ปิยะสกล ได้เป็นตัวแทนประเทศไทยรับรางวัwbrลจากองค์การอนามัwbrยโลกในฐานะประเทศที่wbrสามารถลดการติดเชื้อเอชไอวีwbrจากแม่สู่ลูกสำเร็จเป็นประเทศที่wbr 2 ของโลก ซึ่งเกิดจากการประสานร่วมกัwbrนระหว่างระบบหลักประกันสุwbrขภาพแห่งชาติ ระบบบริการกระทรวงสาธารณสุข และเอ็นจีโอ และทุกปีเฉพาะกรมควบคุมโรคก็สนัwbrบสนุนงบประมาณทำงานร่วมกัwbrบภาคประชาชนสังคมไม่ต่ำกว่าปีละ 50 ล้านบาท เพราะตระหนักดีว่า เป็นการทำงานที่มีประสิทธิwbrภาพและสัมฤทธิ์ผลจริง” กรรณิการ์ กล่าว พร้อมกล่าวว่าสิ่งสำคัญคือทั้งโฆษกรัฐบาล และ รมว.สาธารณสุขต้องออกมาชี้แจง ถึงสิ่งที่พูดว่าเป็นเรื่องไม่wbrจริง เป็นเรื่องโกหก และกล่าวขอโทษเอ็นจีwbrโอและสาธารณชน/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p p"แค่โฆษกรัฐบาลขอโทษรัฐมนตรี ง่ายไปไหมคะ สังคมมีอารยะ ทำหน้าที่ของตัวเองได้แย่ขนาดนี้wbr เขาก้มหัwbrวขอโทษประชาชนลาออกจากตำแหน่wbrงไปแล้ว ต้องออกมาขอโทษเอ็นจีโอที่ถูกคุwbrณกล่าวหาซะ เพราะนอกจากคุณจะรายงานมติครม.wbrผิดพลาด ยังให้ทีมงานเขียนบทให้นักเล่wbrาข่าวเอาไปเล่าข่าวอย่างผิwbrดพลาดกล่าวหาผู้คนในรายการเดิwbrนหน้าประเทศไทยด้วย"/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pกรรณิการ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ สปสช.ในฐานะหน่วยงานที่เกี่ยวข้wbrองโดยตรง ต้องออกมาชี้แจงข้อมูลข้อเท็wbrจจริง การจะระบุเพียงว่า เชื่อว่า รมว.สาธารณสุขไม่ได้พูดไม่ได้ และ พรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เองยังกำหนดให้ สปสช.ต้องทำงานร่วมกับ อปท. และองค์กรภาคเอกชนที่ไม่wbrแสวงหากำไร เพื่อทำให้ระบบบริการมีประสิทธิwbrภาพมากขึ้น ดังนั้นที่ผ่านมา สปสช.จึงไม่ได้ทำผิดกฎหมาย แต่ได้ทำงานตามหลัwbrกการของกฎหมายแล้วnbsp;/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pกรรณิการ์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้กล่าวบนเวทีเสวนาแก้ไข กม.บัตรทอง ที่จัดโดย สธ.วานนี้nbsp; (21 มิ.ย.) โดยระบุถึงปัญหาการบริwbrหารโรงพยาบาลที่มาจากผลกระทบของ พรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติฯ ทั้งค่าใช้จ่ายค่าน้ำและค่าไฟ การเยียวยาบุคลากรทางการแพทย์ที่wbrประสบอุบัติเหตุนั้น เรื่องนี้ต้องโทษ คตร.ที่รัฐบาลแต่งตั้งขึ้น ที่พยายามตรวจสอบทุจริต เมื่อไม่พบก็พยายามหาเรื่wbrองโดยใช้วิธีนักบัญชีตีwbrความกฎหมายด้วยการอ่านตามตัวอัwbrกษร โดยภายหลัง คสช.รู้ว่า คตร.ดำเนินการผิดพลาด จึงได้ออก ม.44 เพื่อแก้ปัญหา ดังนั้นเรื่องนี้ ปลัด สธ.อย่าโบ้ยว่าเกิดจากกองทุนหลัwbrกประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช.nbsp; ขณะเดียวกันควรกลับไปสำรวจตัwbrวเองว่า ได้ทำอะไรให้บุคลากรในสังกัดต้wbrองน้ำตาตกในหรือไม่ เช่นการดึงตำแหน่งบรรจุไว้ที่ส่wbrวนกลางทำให้ลูกจ้าง รพ.ในสังกัดไม่ได้รับการบรรจุ การค้างจ่ายเงินเดือนแพทย์และบุwbrคลากร 4-5 เดือนที่เกิดจากการบริหารจัwbrดการของ สธ.เอง และการไม่ปรับตัวของ รพ.ขนาดกลางบางแห่งที่ยังเป็wbrนภาระงบประมาณ เป็นต้นnbsp;/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p h3span style="color:#0000cd;"สรรเสริญขอโทษรมว.สธ.กรณีสื่อสารประเด็นบัตรทองคลาดเคลื่อนnbsp;/span/h3 pขณะที่ a href="http://www.tnnthailand.com/news_detail.php?id=141529amp;t=news"สำนักข่าว TNN24/a รายงานว่าnbsp;พล.ท.สรรเสริญ กล่าวขอโทษ นพ.ปิยะสกล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) หลังเมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมาnbsp; ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการคัดค้านการแก้ไข พ.ร.บ. หลักประกันสุขภาพแห่งชาติnbsp; หรือ กฏหมายบัตรทอง ว่าเมื่อมีการแก้ไขกฎหมายแล้ว การซื้อยาของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในจำนวนมากๆ จะได้ราคาที่ลดลง ซึ่งราคาที่ลดลงนี้ จะนำมาสนับสนุนภารกิจของเอ็นจีโอที่ร้องขอมา จนเกิดการเข้าใจผิดขึ้น และนพ.ปิยะสกล ก็ได้โทรศัพท์มาชี้แจ้งเมื่อวานนี้ (21 มิ.ย.)/p p style="text-align: center;"img src="https://c2.staticflickr.com/2/1545/25838380053_91305b38eb.jpg" //p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"แฟ้มภาพ/span/p pสำหรับ 14 ประเด็น ที่มีการแก้ไข จะมุ่งไปที่การบริหารจัดการขององค์กรทั้งกระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติnbsp; ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อสิทธิสวัสดิการหรือการดูแลประชาชนnbsp; โดยขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการทำประชาพิจารณ์ ซึ่งนพ.ปิยะสกลก็บอกว่ารัฐบาลเอง ไม่ควรออกความคิดเห็นอะไรมาก เพราะจะกลายเป็นการตั้งธงไว้ตั้งแต่ต้นnbsp; แต่ควรรอให้กระทรวงสาธารณสุขได้แก้ปัญหาก่อนnbsp; ซึ่งสุดท้ายรัฐบาลก็ต้องฟังเสียงของประชาชน แล้วจึงนำมาปรับแก้ให้ตรงกับความต้องการอยู่แล้ว/p h3span style="color:#0000cd;"เตือนตั้งใจล้มประชาพิจารณ์อาจเจอโทษได้/span/h3 pส่วนการล้มเวทีประชาพิจารณ์nbsp; พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า แม้ว่ารัฐบาลนี้จะไม่ใช่รัฐบาลประชาธิปไตยnbsp; แต่ก็พร้อมจะรับฟังความเห็นบนรากฐานของระบอบประชาธิปไตยnbsp; เพราะทุกคนมีสิทธิที่จะเห็นต่าง แต่ก็ไม่ควรจำกัดสิทธิของผู้อื่น โดยเฉพาะการล้มเวทีประชาพิจารณ์นั้นถือว่าผิดกฎหมาย ซึ่งขณะนี้ตำรวจในพื้นที่ได้รวบรวมข้อมูลไว้หมดแล้ว และจะดำเนินการไปตามกระบวนทางกฎหมาย/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/PjTTI40266c" height="1" width="1" alt=""/

วงเสวนาถก 'ใบอนุญาตก่อสร้าง' ความสะดวกที่ต้องจ่ายจริงหรือ ระดมความเห็น ปลดล็อคสินบน

6 hours 34 min ago
pองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันจัดเสวนา 'ใบอนุญาตก่อสร้าง ความสะดวกที่ต้องจ่าย... จริงหรือ’ เพื่อระดมความเห็น ปลดล็อคสินบนnbsp;ภาคเอกชนชี้ nbsp;ผู้ประกอบการไม่มีใครอยากจ่ายใต้โต๊ะ เพราะทุกอย่างเป็นต้นทุนทั้งนั้น ซึ่งในที่สุดก็ตกอยู่กับผู้บริโภค/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img src="https://c1.staticflickr.com/5/4238/34620857594_daba05dab3.jpg" //p p22 มิ.ย. 2560 รายงานข่าวจากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันnbsp;(ประเทศไทย) หรือnbsp;ACTnbsp;แจ้งว่าnbsp;ACTnbsp;จัดงานเสวนา 'ใบอนุญาตก่อสร้าง ความสะดวกที่ต้องจ่าย.. จริงหรือ’ โดยเชิญตัวแทนแต่ละภาคส่วนมาร่วมถก ได้แก่ อัชชพล ดุสิตานนท์ นายกสมาคมสถาปนิกสยาม ฯ​ ชี้ ‘ปัญหาคอร์รัปชันจะแก้ไขได้ ต้องแก้ที่ตัวเราก่อน ตัวเราเองดีแล้วหรือยัง' ส่วน รศ. ดร. ต่อตระกูล ยมนาคnbsp; อดีตนายกสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย เน้นว่า 'ถึงจุดนี้ ประเทศต้องมีการเปลี่ยนแปลง และพยายามแก้ไขปัญหาการให้สินบนการก่อสร้าง’ สำหรับภาคเอกชน สรรค์ สุขุขาวดีnbsp; ที่ปรึกษาอาวุโส บริษัท แอล. พี. เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์nbsp; จำกัด (มหาชน) พูดแทนภาคเอกชน ‘ถึงวันนี้nbsp; ผู้ประกอบการไม่มีใครอยากจ่ายใต้โต๊ะ เพราะทุกอย่างเป็นต้นทุนทั้งนั้น ซึ่งในที่สุดก็ตกอยู่กับผู้บริโภค'/p pมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปัจจุบันประชาชนต้องแบกรับภาระราคาที่อยู่อาศัยที่สูงขึ้น สาเหตุหนึ่งมาจากค่าใช้จ่ายซ่อนเร้นซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่ผู้ประกอบการต้องจ่ายให้กับข้าราชการในการขอใบอนุญาตที่ต้องยื่นขอเป็นจำนวนมาก ซึ่งนับเป็นปัญหาเรื้อรังของประเทศไทยมาเป็นเวลานาน/p pแม้ว่าจะมีการประกาศใช้ พ.ร.บ. อำนวยความสะดวกในการพิจารณาใบอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ที่กำหนดให้ทุกหน่วยงานของรัฐต้องปรับปรุงการให้บริการประชาชนเมื่อไปติดต่อทำเรื่องขออนุญาตต่างๆ ให้เกิดความสะดวกรวดเร็ว แต่ปัจจุบัน ถือว่า พ.ร.บ.​ฉบับนี้ ยังมีผลในทางปฎิบัติน้อยมาก/p pรศ. ดร. ต่อตระกูล ยมนาค อดีตนายกสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า “เรามีความพยายามที่จะแก้ไขปัญหามาเป็นเวลานานมากnbsp; แต่เนื่องจากขาดความต่อเนื่อง และความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงทำให้ ผลที่ออกมาไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคปัจจุบัน"/p pอัชชพล ดุสิตานนท์ นายกสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ให้ความเห็นว่า "ปัญหาการขอใบอนุญาตเกิดขึ้นมาจากหลายปัจจัย อาทิ ค่านิยมของคนในสังคมที่ประชาชนในการอยู่ภายใต้การปกครองของเจ้าขุนมูลนายnbsp; อีกทั้งกฎหมายของประเทศที่ยังไม่ศักดิ์สิทธิ์ทำให้ทุกคนคิดแต่จะเลี่ยงกฎหมาย และพื้นฐานทางด้านการศึกษา เป็นต้น"/p p"นอกจากนี้ เราต้องยอมรับความเป็นจริงในสังคมว่า ปัจจุบันข้าราชการระดับสูงเงินเดือนค่อนข้างน้อย จึงทำให้คนกลุ่มนี้ถูกชักจูงด้วยกลุ่มพ่อค้าที่เข้ามาหยิบยื่นข้อเสนอบางอย่างให้ เพื่อแลกเปลี่ยนกับสิ่งที่ตนต้องการได้ง่าย"/p pสรรค์ สุขุขาวดี ที่ปรึกษาอาวุโส บริษัท แอล. พี. เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ได้แสดงความคิดเห็นในมุมมองภาคเอกชนว่า ผู้ประกอบการไม่มีใครอยากจ่ายใต้โต๊ะเพราะทุกอย่างเป็นต้นทุน การไปยื่นใบอนุญาตก่อสร้างในแต่ละครั้ง จะมีเจ้าหน้าที่เรียกไปคุยก่อน เพื่อต่อรองกันเรื่อง ‘การแบ่งปันรายได้’ ซึ่งเหตุผลที่ทำให้เจ้าหน้าที่รัฐมีอำนาจในการต่อรองมี 2 ประเด็นหลักคือ การที่ผู้ประกอบการทำผิดกฎหมาย และการซื้อเวลา ดังนั้นจึงอยากให้หน่วยงานรัฐ จัดตั้ง One Stop Service เพื่อให้การทำงานต่างๆ รวดเร็วขึ้น/p pอารีพันธ์ เจริญสุข ที่ปรึกษาการพัฒนาระบบราชการ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ในฐานะตัวแทนจากภาครัฐ ได้กล่าวว่า "สิ่งเหล่านี้เป็นข้อเท็จจริงที่เห็นกันมานาน ซึ่งเกิดขึ้นเพราะภาครัฐสร้างกลไกความไม่สะดวกให้เกิดขึ้นจากการเข้าไปกำกับในทุกขึ้นตอน ทำให้ภาคเอกชนต้องใช้เงินเพื่อซื้อความสะดวก ทั้งหมดนี้จึงเป็นต้นตอของการคอร์รัปชัน"/p p“เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่กัดกร่อนสังคมไทยมานานnbsp; วันนี้ รัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหาที่ละฉบับๆnbsp; แต่โลกหมุนไปเร็วมาก ทำให้ความสามารถในการแข่งขันของประเทศถดถอยลงไปมาก ทำให้ คะแนน Ease of Doing Business ของประเทศไทยถดถอยลงเรื่อยๆ ดังนั้น พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 จึงถูกนำมาใช้เพื่อช่วยให้ทุกอย่างง่ายขึ้น รวดเร็วขึ้น และถูกลงnbsp;/p pแต่ในทางปฎิบัติ ถึงแม้ว่าจะช่วยให้การทำงานมีความโปร่งใสมากขึ้น ก็ยังไม่ช่วยให้การทำงานรวดเร็วขึ้นทั้งหมด สำนักงาน ก.พ.ร. จึงมีแนวคิดที่จะปรับลดขั้นตอนลงในอนาคต"/p pดังนั้น ก.พ.ร. จีงมีแนวคิดในการพัฒนาการบริการภาครัฐไปสู่ระบบดิจิทัลให้มากขึ้น หรือ Zero Touch ที่ทำให้ทุกอย่างดำเนินไปได้ด้วยระบบที่เซ็ทไว้ ทำให้ลดเวลาในการดำเนินการ และลดปัญหาการคอร์รัปชัน ซึ่งปัจจุบัน อยู่ในระหว่างการของบประมาณจาก กสทช. เพื่อทำ Single Form และนำเสนอนายกรัฐมนตรีต่อไป ซึ่งหากโครงการนี้สำเร็จ จะสามารถลดขั้นตอนและเวลาดำเนินการต่างๆไปได้ 30-50%/p pจากการเสวนาในครั้งนี้ วิทยากรทุกท่านต่างให้ความเห็นว่า ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องควรมานั่งคุยกัน ถึงความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อแก้ไขให้ปัญหาต่างๆเหล่านี้หมดไปnbsp;/p pnbsp;/p pnbsp;/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/bPYKItjaliQ" height="1" width="1" alt=""/

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างยอมจ่ายเงินช่วยลูกจ้างบริติชไทยซิน หลังนายจ้างปิดกิจการ

7 hours 4 min ago
pคณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง มีมติจ่ายเงินช่วยเหลือลูกจ้างบริษัทบริติชไทยซินฯ 18,000 บาท กรณีนายจ้างปิดกิจการหลังเจ้าหนี้ฟ้องล้มละลายตั้งแต่ต้นปี ส่งผลคนงานไทย-ข้ามชาติ 111 คน ตกงาน ขณะที่ 'ทหาร-ตร.' เฝ้าเกาะติดคนงานตั้งแต่หอพักถึงกระทรวงแรงงานnbsp;/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img src="https://c1.staticflickr.com/5/4229/35422022146_d5f6f10987.jpg" //p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"ภาพnbsp;'ทหาร' เฝ้าเกาะติดคนงานที่กระทรวงแรงงาน (ที่มา :nbsp;/spana href="http://voicelabour.org/%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B9%8C%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87/"span style="color:#ff8c00;"voicelabour.org/span/aspan style="color:#ff8c00;")/span/p pเมื่อวันที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมาnbsp;a href="http://voicelabour.org/%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B9%8C%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87/"voicelabour.org/a รายงานว่าnbsp;สาวิทย์ แก้วหวาน ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย(คสรท.)nbsp;ร่วมกับ สหภาพแรงงานบริษัทบริติชไทยซินเทติคเท็กสไทล์ สมาชิกประมาณ 40 คน ซึ่งเป็นของบริษัทบริติชไทยซินเทติคเท็กสไทล์ nbsp;ที่ได้ปิดกิจการลงหลังจากศาลพิพากษาให้บริษัทล้มละลาย ทำให้คนงานทั้งหมดจำนวน 111 คน ซึ่งมีทั้งที่เป็นแรงงานไทยและแรงงานข้ามชาติต้องถูกลอยแพคนงานโดยไม่มีการจ่ายค่าชดเชยและค่าจ้างค้างจ่าย นับตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.เป็นต้นมา ได้ไปติดตามเรื่องการเยียวยาจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างที่มีการประชุมในวันที่ 21 มิ.ย.นั้น/p pผลการประชุมมีดังนี้nbsp;1. อนุมัติการจ่ายเงินสงเคราะห์ลูกจ้างตามหลักเกณฑ์ให้แก่คนงานไทยซึ่งจะได้รับประมาณคนละไม่เกิน 18,000 บาท 2. สำหรับแรงงานข้ามชาติประมาณ 20 คน ต้องไปตรวจสอบเอกสารการทำงานว่าถูกต้องหรือไม่หากมีเอกสารการทำงานและเดินทางมาทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายก็มีสิทธิในการรับเงินสงเคราะห์ แต่หากไม่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือมีแค่ใบอนุญาตทำงานชั่วคราว(บัตรสีชมพู)ไม่สามารถจ่ายได้ ซึ่งจะนำมาพิจารณาอีกครั้งหลังตรวจสอบเอกสารแล้ว และ 3. ส่วนการจ่ายเงินจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน/p pหลังจากรับฟังคำชี้แจงจากผู้อำนวยการกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างแล้ว ประธาน คสรท. กล่าวขอบคุณประธานและคณะกรรมการลูกจ้าง ผู้อำนวยการ รวมทั้งข้าราชการกระทรวงแรงงานหลายคนที่อำนวยความสะดวกให้การต้อนรับรวมทั้ง ทหาร ตำรวจ ที่เฝ้าเกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิดจากหอพักคนงานย่านอ้อมน้อย อ้อมใหญ่จนถึงกระทรวงแรงงานnbsp;/p p style="text-align: center;"img src="https://c1.staticflickr.com/5/4235/35075524600_e06aa5d793.jpg" //p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"ภาพnbsp;ทหารจำนวนหนึ่งไปหาคนงานสหภาพแรงงานบริติชไทยซิน เทติคเท็กส์ไทล์ ที่ยังคงอาศัยอยู่ที่ในโรงอาหารที่โรงงาน เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา/span/p pผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า เมื่อnbsp;เวลา 19.30 น. ของวันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมาnbsp;มีทหารจำนวนหนึ่งไปหาคนงานสหภาพแรงงานบริติชไทยซิน เทติคเท็กส์ไทล์ ที่ยังคงอาศัยอยู่ที่ในโรงอาหารที่โรงงาน/p pรายงานข่าวระบุด้วยว่า การเข้ามาพบคนงานครั้งนี้ เนื่องจากทหารทราบว่าคนงานกลุ่มนี้และแรงงานกลุ่มสหภาพแรงงานย่านอ้อมน้อยอ้อมใหญ่จะเดินทางไปกระทรวงแรงงานในวันพรุ่งนี้ (21 มิ.ย.60) เพื่อไปติดตามกรณีที่คณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ที่จะประชุมในวันดังกล่าว ว่าจะมีความคืบหน้ากรณีการเลิกจ้างคนงานบริติชไทซิน/p pสำหรับกรณีนี้สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 1 มี.ค. 2560 บริษัทบริติช-ไทยซินเทติคเท็กสไทล์ จำกัด บริษัทขนาดกลางสัญชาติไทย-จีน ตั้งอยู่ที่ ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ประกอบกิจการประเภทตัดเย็บเสื้อผ้าส่งออก ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2515 หรือดำเนินการมากว่า 45 ปี ต้องปิดตัวลง เนื่องจากนายจ้างล้มละลายเพราะติดหนี้ธนาคารกรุงเทพ และเลิกจ้างคนงานจำนวน 111 คน เป็นคนไทย 89 คน แรงงานข้ามชาติจากพม่าอีก 22 คน โดยที่บริษัทหลบหนี และไม่มีการจ่ายค่าจ้างค้างจ่ายและค่าชดเชยใดๆ ทั้งสิ้นแม้แต่บาทเดียว อีกทั้งไม่นับว่า “ทรัพย์สินทั้งหมดเมื่อนำออกขายแล้ว เมื่อเทียบกับหนี้ที่คงอยู่ก็ไม่พอชำระหนี้แม้แต่น้อย” อีกด้วย/p pคนงานแทบทั้งหมดที่นี่ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงวัยกลางคน ยกเว้นหนุ่มสาวแรงงานข้ามชาติบางส่วน ที่ต่างก็เป็นสมาชิกสหภาพแรงงานบริติชไทยซินเทติคเท็กสไทล์ มี “นิภา มองเพชร” เป็นประธานสหภาพแรงงาน สังกัดกลุ่มสหภาพแรงงานย่านอ้อมน้อย-อ้อมใหญ่ ที่มี "สัพพัญญู นามไธสง" เป็นประธานกลุ่ม/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/q4JDh_e-b94" height="1" width="1" alt=""/

ทีมตรวจสอบระบุ ไทยพีบีเอสซื้อหุ้นกู้ซีพีเอฟได้ ไม่ผิดธรรมาภิบาลและจริยธรรม

10 hours 22 min ago
p dir="ltr"รายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีไทยพีบีเอสซื้อตราสารหนี้ซีพีเอฟ (เจริญโภคภัณฑ์อาหาร) ระบุ ซื้อได้ ไม่ส่อผิดธรรมภิบาลแม้คณะผู้บริหารยังมิได้ดำเนินการถูกต้องครบถ้วนทุกขั้นต้อนตามกฎหมาย ระเบียบ ชี้ ยังไม่ปรากฏหลักฐานบ่งชี้ว่ามีผู้ได้ผลประโยชน์เพราะซื้อขายตามราคาใกล้เคียงกับรายอื่นในเวลาเดียวกัน/p p!--break--!--break--/p p dir="ltr"21 มิ.ย. 2560 สืบเนื่องจากกรณีองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) ลงทุนซื้อหุ้นของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (ซีพีเอฟ) เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลให้ภาคประชาชนและสังคมเกิดข้อสงสัยและความคลางแคลงใจในเรื่องความเป็นกลาง แม้ทางผู้อำนวยการองค์การฯ กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ จะออกมาชี้แจงว่าเป็นการดำเนินงานที่ถูกต้อง แต่ก็รับผิดชอบต่อความรู้สึกของประชาชนและเครือข่ายที่ร่วมทำงานมากับไทยพีบีเอสด้วยการลาออกเมื่อ 15 มี.ค. ที่ผ่านมา (a href="https://prachatai.com/journal/2017/03/70583"อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง/a)/p p dir="ltr"ทางคณะกรรมการนโยบายได้มีคำสั่งองค์การฯ แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีการซื้อตราสารหนี้ เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ขึ้นมา ได้ปฏิบัติงานโดยอาศัยเอกสารที่ทีมเลขานุการจัดหาให้ ประกอบด้วย พ.ร.บ. องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551 พ.ร.บ. ระเบียบองค์การฯ ว่าด้วยการเงิน การบัญชี และการงบประมาณ พ.ศ. 2558 รายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายที่เกี่ยวข้อง และเอกสารประกอบเกี่ยวกับการลงทุนซื้อหุ้นกู้ของบริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) และเชิญผู้เกี่ยวข้อง 3 รายมาให้ข้อมูลประกอบการพิจารณา/p p dir="ltr"เมื่อวานนี้ (21 มิ.ย.) เว็บไซต์ไทยพีบีเอส ได้เผยแพร่เอกสาร “รายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีการซื้อตราสารหนี้บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) (ซีพีเอฟ)” โดยคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ (a href="https://docs.google.com/viewerng/viewer?url=http://org.thaipbs.or.th/media/document/content/2017/06/21/1610_1.pdf"อ่านเอกสารตัวเต็ม/a)/p p dir="ltr"ในส่วนสรุปความเห็นของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ ระบุไว้ ดังนี้/p div class="note-box" p dir="ltr"พิจารณาจาก พ.ร.บ. คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ เห็นว่า ส.ส.ท. สามารถซื้อหุ้นกู้ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ได้ แม้ว่าการดำเนินการของคณะผู้บริหารยังมิได้ดำเนินการให้ถูกต้อง ครบถ้วนทุกขั้นตอนตามที่กฎหมายและระเบียบที่เกียวข้องกำหนดไว้/p p dir="ltr"นอกจากนี้ ยังไม่ปรากฎหลักฐานที่จะชี้ให้เห็นได้ว่า การซื้อหุ้นกู้ครั้งนี้มีผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ตอบแทน เนื่องจากราคาซื้อ-ขาย เป็นราคาที่ใกล้เคียงกับรายอื่นในช่วงเวลาเดียวกัน/p p dir="ltr"กรณีที่เกิดขึ้นยังไม่สามารถบ่งชี้ถึงการกระทำที่ผิดหลักธรรมาภิบาล ในบทบาทหน้าที่ของสื่อสาธารณะ ทั้นี้โดยอ้างอิงกับ ข้อบังคับองค์การฯ ว่าด้วยจริยธรรมของ กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน พ.ศ. 2551 และข้อบังคับองค์การฯ ว่าด้วยจริยธรรมของวิชาชีพเกี่ยวกับการผลิตและการเผยแพร่รายการ พ.ศ. 2552 การซื้อหุ้นกู้บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ไม่ได้มีข้อขัดแย้งกับข้อบังคับองค์การฯ ว่าด้วยจริยธรรมดังกล่าว/p /div p dir="ltr"nbsp;/p p dir="ltr"ในส่วนข้อเสนอแก่คณะกรรมการนโยบาย มีใจความว่า/p div class="note-box" ul li dir="ltr" p dir="ltr"ให้ดำเนินการติดตามเรื่อง ข้อหารือเกี่ยวกับการลงทุนในตราสารหนี้ของ ส.ส.ท. จากกระทรวงการคลัง เพื่อนำมากำหนดแนวปฏิบัติที่ชัดเจนต่อไป/p /li li dir="ltr" p dir="ltr"หาก ส.ส.ท. จะพิจารณาจำหน่ายหุ้นกู้ของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) (ซีพีเอฟ) ควรพิจารณาถึงผลกำไรขาดทุนที่จะเกิดขึ้นเพื่อประกอบการตัดสินใจ/p /li li dir="ltr" p dir="ltr"แก้ไขแนวทางการบริหารงานที่เกี่ยวข้องกับการเงินและการลงทุน/p /li /ul /div ol/ol p dir="ltr"ในส่วนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับขั้นตอนการซื้อหุ้นกู้ซีพีเอฟนั้น ระบุว่า มีการเสนอขออนุมัติซื้อหุ้นกู้ของบริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ผ่านธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) เป็นจำนวนเงิน 193,615,453.80 บาท (หุ้นกู้มีราคาตามมูลค่า 180,000,000 บาท + ส่วนต่างการลงทุนเพื่อปรับอัตราดอกเบี้ยให้เป็นอันตราตลาด ณ ขณะนั้น 13,615,453.80 บาท) อัตราดอกเบี้ยที่กำหนดไว้ในหุ้นกู้ร้อยละ 4.90 ต่อปี้ อัตราดอกเบี้ยแท้จริงที่ ส.ส.ท. ได้รับ ร้อยละ 3.06 ต่อปี วันครบกำหนดอายุหุ้นกู้ 2 ส.ค. 2564/p p dir="ltr"ตามรายงาน มีข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเลือกซื้อหุ้นกู้ซีพีเอฟ ใจความว่า เมื่อ 12 ม.ค. 2560 ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) เสนอข้อมูลหุ้นกู้ 2 บริษัท ตามคำขอของภิญญาพัชญ์ หงส์พิมลมาศ เจ้าหน้าที่การเงิน ส.ส.ท. เมื่อเดือน ธ.ค. 2559 โดยเสนอหุ้นกู้ของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) (CPF) รุ่นที่ CPF218B อันดับเครดิต A+ อัตราผลตอบแทนร้อยละ 3.06 ต่อปี อายุหุ้นกู้คงเหลือ 4.53 ปี และ บริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BTS) รุ่นที่ BTSC19NA อันดับเครดิต A อัตราผลตอบแทนร้อยละ 2.46 ต่อปี อายุหุ้นกู้ประมาณ 3 ปี จากนั้น ภิญญาพัชญ์ ได้นำข้อมูลหุ้นกู้ 2 บริษัทไปปรึกษากับอัจฉรา สุทธิศิริกุล ที่ปรึกษาด้านการเงินการคลัง และได้ข้อสรุปที่จะลงทุนในหุ้นกู้ CPF218B/p p dir="ltr"ที่มา: a href="http://org.thaipbs.or.th/content/1610"ไทยพีบีเอส/a,nbsp;รายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีการซื้อตราสารหนี้ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) (ซีพีเอฟ)/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="https://prachatai.com/journal/2017/03/70583" target="_blank"ผอ.ไทยพีบีเอสประกาศลาออก รับผิดชอบปมซื้อหุ้นกู้ซีพีเอฟ/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/DWXOdiDD-OI" height="1" width="1" alt=""/

นักวิชาการแนะเลิกดึงดันแก้ ก.ม.บัตรทอง ชี้หากเดินหน้าให้ประชาชนยอมรับคงสู้กันไม่จบ

21 hours 19 min ago
pนพ.สุธีร์ อาจารย์คณะแพทย์ มศว แนะนับหนึ่งใหม่แก้กฎหมายบัwbrตรทอง ชี้กระบวนการไม่เป็นธรรมตั้งแต่wbrเริ่มต้น หากเดินต่อโดยขาดการยอมรัwbrบจากประชาชน เรื่องคงไม่จบลงง่ายๆ/wbr/wbr/wbr/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c1.staticflickr.com/5/4208/35325500736_f90767b2d5_o.jpg" style="width: 500px; height: 295px;" //p p21 มิ.ย. 2560 รายงานข่าวแจ้งว่า นพ.สุธีร์ รัตนะมงคลกุล อาจารย์ประจำภาควิชาเวชศาสตร์ป้wbrองกันและสังคม คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ให้ความเห็นถึงการแก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติwbrnbsp;2545nbsp;ว่า การแก้กฎหมายในรอบนี้จะเป็นจุwbrดเริ่มต้นของความไม่เป็wbrนธรรมรอบใหม่โดยที่รัฐเป็นคนก่wbrอให้เกิดขึ้นโดยไม่จำเป็น เนื่องจากกระบวนการแก้กฎหมายไม่wbrแฟร์กับประชาชน หากเดินหน้าต่อหรือข่มเหงความรู้wbrสึกกันให้ยอมรับแบบนี้ เชื่อว่าการต่อสู้จะไม่จบลงง่wbrายๆ/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pนพ.สุธีร์ กล่าวว่า ความไม่เป็นธรรมเริ่มต้นตั้งแต่wbrการกำหนดประเด็นแก้ไขกฎหมายnbsp;14nbsp;wbrประเด็น โดยไม่ผ่านการถกเถียงวิเคราะห์wbrทางวิชาการด้วยมุมมองที่รอบด้านwbrnbsp;แต่เป็นการหยิบยกประเด็นขึ้wbrนมาตามที่กรรมการส่วนใหญ่เห็wbrนสมควร แล้วนำไปสู่กระบวนการรัwbrบความความคิดเห็นเลย ซึ่งโดยขั้นตอนที่ควรจะเป็นแล้ว ก่อนจะผ่านไปถึงขั้นตอนรับฟัwbrงความคิดเห็นได้ ควรจะต้องทำการศึกษาในเชิงวิwbrชาการอย่างรอบด้านจนสะเด็ดน้ำwbrเสียก่อน/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p p“การประชาพิจารณ์จะเริ่มก็ต่wbrอเมื่อสะเด็ดน้ำจากวิชาการแล้ว มองครบทุกมุมแล้ว แต่นี่ชงปุ๊ปตบปั๊ป ยังไม่ได้ส่องดูให้รอบด้านเลย แบบนี้มันไม่ใช่” นพ.สุธีร์ กล่าว พร้อมกล่าวด้วยว่า ขณะเดียวกัน ในขั้นตอนของคณะกรรมการพิwbrจารณาแก้ไขร่างกฎหมายฉบับนี้ ก็มีตัวแทนประชาชนเข้าไปมีสิทธิwbrมีเสียงเพียงnbsp;2nbsp;คน ซึ่งมติใดๆ ก็ตามที่ต้องโหวตสู้กันก็ไม่มีwbrทางชนะอยู่แล้ว/wbr/wbr/wbr/wbr/p p“ให้คนหนึ่งทำ แต่ผลกระทบไปตกอยู่กับอีกคนหนึ่wbrง ถ้าคุณกล้าเอาข้าราชการมาทำให้wbrประชาชน อย่างนั้นกล้wbrาเอาประชาชนไปออกแบบสวัสดิการรัwbrกษาพยาบาลข้าราชการไหม แล้วส่งตัวแทนไป 2 คนท่ามกลางประชาชน 10 คน ผลออกมาอย่างไรก็เอาแบบนั้น อย่างนี้เอาไหม” นพ.สุธีร์ กล่าว/wbr/wbr/wbr/wbr/p pนพ.สุธีร์ กล่าวอีกว่า นอกจากขั้นตอนการกำหนดประเด็wbrนแก้ไขกฎหมาย สัดส่วนคณะกรรมการพิจารณาแก้wbrไขกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมแล้ว กระบวนการรับฟังความคิดเห็นก็wbrไม่เป็นธรรม เพราะมีการเร่งรัดดำเนินการอย่wbrางรวดเร็วทั้งๆ ที่ผู้เกี่ยวข้องกับกฎหมายฉบัwbrบนี้มีกว่าnbsp;40nbsp;ล้านคน ซึ่งการทำให้คนจำนวนมากเกิwbrดความเข้าใจคงไม่เร็วขนาดนี้/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p p“ดูตอนวันที่ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ต้องใช้เวลากี่ปีwbrกว่าจะออกมาเป็นกฎหมายได้ แต่เวลาแก้ใช้เวลาปุ๊ปปั๊ปแค่ 2 เดือน” นพ.สุธีร์ กล่าว และกล่าวว่า นอกจากนี้ บรรยากาศในกระบวนการรับฟัwbrงความคิดเห็นก็ไม่เอื้อต่อการพูwbrดคุย ยกตัวอย่างเช่นตนไปร่วมเวทีรัwbrบฟังความเห็นเมื่อวันที่nbsp;18nbsp;มิ.wbrย.2560nbsp;ที่ผ่านมา บรรยากาศเหมือนอยู่ในสนามรบ มีตำรวจ มีหมวกแดง มีการสแกน มีการตรวจค้นกระเป๋าซัwbrกถามตลอดเวลา เมื่อเดินเข้าไปแล้วเหมือนมีwbrคนจับจ้องอยู่ตลอดเวลา ทำให้ผู้ที่ไปร่วมแสดงความคิwbrดเห็นรู้สึกไม่ปลอดภัยที่จะพูwbrดหรือสื่อสารอย่างเปิดอก/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p p“ผมเดินออกมาเจอรถกรงขังจอดอยู่wbrข้างหน้า สีดำมืดเลย มันรู้สึกว่wbrาประชาชนมาแสดงความคิดเห็นถึwbrงขนาดต้องเอารถกรงขังมาจ่อแบบนี้wbrเลยเหรอ รัฐบาลทหารไม่จำเป็นต้องมาสร้wbrางบรรยากาศตรงนี้ มันสามารถเปิดพื้นที่ให้คนพูดคุwbrยได้ หากทำได้มันก็จะเกิwbrดความชอบธรรมในเชิwbrงกระบวนการไปในตัว” นพ.สุธีร์ กล่าว/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pนพ.สุธีร์ กล่าวว่า ขั้นตอนกระบวนการทั้งหมดนี้wbrทำให้เกิดการไม่ยอมรัwbrบและกลายเป็น 2 ฝ่าย คือฝ่ายประชาชนและผู้ให้บริwbrการที่มาทะเลาะกัน มุมมองในการพูดคุยก็กลายเป็wbrนการต่อสู้เพื่อเอาชนะกัน ไม่มีมุมมองจากคนกลางมาไกล่เกลี่wbrย ดังนั้น เพื่อไม่ให้เรื่องนี้กลายเป็wbrนชนวนลุกลามในอนาคต ตนเสนอว่าควรเริ่มนับหนึ่wbrงกระบวนการแก้ไขกฎหมายใหม่ โดยที่ต้องใช้ประเด็นปัwbrญหาของระบบหลักประกันสุขภาพเป็wbrนตัวตั้ง อย่าพึ่งไปเริ่มที่จำนวนหรือสัwbrดส่วนกรรมการแก้กฎหมาย/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p p“ตอนนี้ยังไม่ต้องพูดถึwbrงรายละเอียดการแก้wbrกฎหมายเพราะเริ่มต้นมันก็ผิดแล้wbrว ผมเลยไม่อยากไปวิเคราะห์องค์wbrประกอบสัดส่วนกรรมการหรือเนื้wbrอหาอื่นๆ ตอนนี้มันอยู่ในขั้นตอนการสร้างwbrnbsp;platformnbsp;ถ้าเวทีมันดี เนื้อหามันก็เดินไปได้ แต่ถ้าพื้นที่มันไม่ดี ไม่ชอบธรรม ต่อให้ประเด็นดียังไง มันก็ไม่ยอมรับกัน แล้วคนเราถ้ามันข่มเหงข่มความรู้wbrสึกกันแล้วมันไม่จบหรอก ต้องเริ่มใหม่เอาnbsp;issuenbsp;มาตั้wbrงก่อน แล้วพูดคุยให้มันสะเด็ดน้ำnbsp;ขืwbrนเดินหน้าไปแบบนี้มันอึดอัดกัwbrนหมด เมื่อไหร่มันร้อนขึ้นมา คนลุกขึ้นมา ประเทศชาติมันไม่สงบสุข” นพ.สุธีร์ กล่าว/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/0W3lRx7miog" height="1" width="1" alt=""/

30 องค์กรสื่อ พบ 'วิษณุ' แจงข้อดีองค์กรสื่อควบคุมกันเอง ไม่เห็นด้วย ร่าง ก.ม.คุมสื่อ

22 hours 23 min ago
div dir="ltr" pตัวแทน 30 องค์กรสื่อเข้าพบวิษณุแจงwbrข้อดีองค์กรสื่อควบคุมกันเอง เตรียมตั้งคณะทำงานวางกรอบทำ ก.ม.wbrคุ้มครองสื่อ พร้อมยัน ไม่เห็นด้วยกับการร่างพ.ร.บ.การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพส่งเสริwbrมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน/wbr/wbr/wbr/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img src="https://c1.staticflickr.com/5/4264/35450101705_f8e7c0199e.jpg" //p p21 มิ.ย. 2560 รายงานข่าวแจ้งว่า ตัวแทน 30 องค์กรสื่อ นำโดย ปราเมศ เหล็กเพ็ชร์ นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิพม์wbrแห่งประเทศ ชวรงค์nbsp; ลิมป์ปัทมปาณีnbsp; ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาwbrติ nbsp;มานิตย์ สุขสมจิตรnbsp; ที่้ปรึกษาสมาคมนักข่าวนักหนังสืwbrอพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้เข้าพบ วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อหารือถึงร่าง พ.ร.บ. การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพส่งเสริwbrมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชนnbsp; ที่คณะกรรมาธิการในสภาขับเคลื่อwbrนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) เสนอร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวมายังรัฐwbrบาลให้พิจารณาออกเป็นกฎหมาย/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pทั้งนี้ ตัวแทนองค์กรสื่อ ยืนยันในหลักการว่า ไม่เห็นด้วยกับการร่างพ.ร.บ.ฉบัwbrบนี้ เพราะเปิดช่องให้รัฐบาลเข้าwbrแทรกแซงสื่อมวลชน เนื่องจากให้มีตัวแทนภาครัฐเข้าwbrมาเป็นคณะกรรมการสภาวิชาชีพสื่อ ซึ่งผิดหลักตรวจสอบถ่วงดุล ในการปกครองระบอบประชาธิปไตย แ แต่องค์กรวิชาชีพสื่อเห็นด้วยกัwbrบการกำกับกันเองโดยสภาการหนังสืwbrอพิมพ์แห่งชาติได้เริ่มผลักดันใwbrห้มีระบบ ผู้ตรวจการของสื่อในแต่ละสังกัด ทำหน้าที่รับเรื่องร้องเรียน และวินิจฉัยปัญหาสื่อที่ละเมิดnbsp; นอกจากนี้ ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ ยังมีปัญหาการนิยามความหมายสื่อwbrมวลชน ที่หมายรวมถึง ประชาชนที่ใช้สื่อออนไลน์ หรือ สื่อบุคคล ที่จะควบคุมโดยภาครัฐ/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pอย่างไรก็ดี ในอดีตเคยมีการยกร่างพ.ร.บ.คุ้มwbrครองสิทธิเสรีภาพสื่อฯ มาแล้วในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และผ่านความเห็นจากคณะกรรมการกฤwbrษฎีกาชุดที่มี มีชัย ฤชุพันธ์ เป็นประธาน แต่ไม่ ได้มีการประกาศใช้ ซึ่งมีหลักการให้มีสภาวิชาชีพสื่อที่สื่อควบคุมดูแลกันเอง โดยที่รัฐบาลไม่เข้ามาเกี่ยวข้อwbrง ซึ่งหากต้องมีกฎหมายมาบังคับใช้ องค์กรสื่อสนับสนุนร่างพ.ร.บ.ฉบัwbrบนี้/wbr/wbr/wbr/wbr/p pnbsp;จากการหารือของทั้งสองฝ่าย ได้ข้อสรุปว่า สนับสนุนให้มีการปฏิรูปสื่อ โดยจะมีการกำกับดูแลกันเองของสื่อมวลชนโดยมีกฎหมายรองรับnbsp; หลักการสำคัญ จะให้มีองค์กรขึ้นมา 1 องค์กร และต้องมีนิยามสื่อ ที่ชัดเจน และหารูปแบบว่า สมาชิกขององค์กรควรจะเป็นใคร กรรมการหรือบอร์ดขององค์กรนั้นจwbrะมาจากไหนให้เกิดการยอมรับและเป็wbrนอิสระ ต้องมีมาตรการที่จะดูแล ควบคุม สมาชิก ตลอดจนส่งเสริมด้านวิชาชีพ ขณะที่รัฐบาลจะเชิญตัวแทน สปท. มาหารือnbsp; รวมถึงฝ่ายที่สามที่อาจจะเป็นนัwbrกวิชาการสื่อ จากนั้นการจัดตั้งคณะทำงานร่วมกัwbrนเพื่อวางกรอบและยกร่างกฎหมายขึ้wbrน/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pอนึ่ง สำหรับตัวแทน 30 องค์กรสื่อที่เข้าพบ วิษณุครั้งนี้ ประกอบด้วย มานิจnbsp; สุขสมจิตร สุวัฒน์nbsp; ทองธนากุล nbsp;ประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์nbsp; ที่ปรึกษา สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่wbrงประเทศไทย ปราเมศ เหล็กเพ็ชร์nbsp; นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์wbrแห่งประเทศไทย ชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาwbrติ พีระวัฒน์ โชติธรรมโม เลขาธิการสมาคมนักข่าววิทยุและโwbrทรทัศน์ไทย วิสุทธิ์ คมวัชรพงศ์ ประธานสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทwbrรทัศน์ไทย กนกพร ประสิทธิ์ผลnbsp; นายกสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพฯ สมาคมนักข่าวฯ nbsp;ชนะ ผาสุกสกุล รองเลขาธิการฝ่ายสิทธิเสรีภาพฯ สมาคมนักข่าวฯ ปรัชญาชัยnbsp; ดัชถุยาวัต โฆษกสมาคมนักข่าวฯ จักร์กฤษ เพิ่มพูล กรรมการควบคุมจริยธรรม สมาคมนักข่าวฯ/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p /div pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/DnSPc7urzfo" height="1" width="1" alt=""/

ปรัศนีชน | กรงในกะลา #10

Wed, 21/06/2017 - 23:29
!--break--!--break-- p style="text-align: center;"iframe allowfullscreen="" frameborder="0" height="315" src="https://www.youtube.com/embed/26jWtasTGjY" width="560"/iframe/p pในสังคมที่ต้องการความสงบเรียบร้อย คนเห็นต่าง คนตั้งคำถามต้องโดนจัดการ การล้างสมองด้วยความรุนแรง การปรับทัศนคติโดยการคุมขัง เพื่อให้ทุกคนคิดเหมือนกันคือความสงบที่แท้จริงแน่หรือ นี่คือเหตุการณ์สมมติที่อิงความเป็นจริง ติดตามได้ใน “ปรัศนีชน” ผลงานของ ณัฐนนท์ ราตรี/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c1.staticflickr.com/5/4201/35318461841_b9353c9d01_z.jpg" style="width: 560px; height: 315px;" //p pประชาไท ภายใต้มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน เผยแพร่คลิปวิดีโอผลงานเยาวชนในประเด็น 'เสรีภาพออนไลน์ Online Freedom' ทั้งหมด 10 คลิป เช่น พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ นักโทษการเมือง การอยู่ในโลกเสมือนจริง และ Single Gateway โดยก่อนหน้านี้มีการฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมา ในงานมอบรางวัลให้ผู้สร้างสรรค์ผลงานวิดีโอ ภายใต้ชื่องาน "กรงในกะลา"/p pรับชมคลิปจากงาน "กรงในกะลา" ที่ a href="https://goo.gl/UkDElt"https://goo.gl/UkDElt/a/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/category/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B0%E0%B8%A5%E0%B8%B2" target="_blank"กรงในกะลา/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/1PT70V2AWjs" height="1" width="1" alt=""/

งานวิจัยค้นพบว่าแมวเป็นฝ่ายเข้าหามนุษย์ก่อน-มาตั้งแต่ 9 พันปีที่แล้ว

Wed, 21/06/2017 - 22:59
pผลการวิจัยที่เปิดเผยในสัปดาห์นี้ ระบุว่าเหมียวจอมกวนที่ปีนป่ายอยู่รอบตัวเรา วางแผนครองโลกกันมานานแล้ว โดยย้อนไปเมื่อ 9,000 ปีก่อนในบริเวณที่เป็นตุรกีในปัจจุบัน พวกแมวเป็นฝ่ายเข้าหามนุษย์ก่อน แล้วกลายเป็นเพื่อน (หรือเป็นเจ้านาย?) ของมนุษย์ ก่อนที่จะถูกมนุษย์จับลงเรือแล้วแพร่พันธุ์ไปทั่วจนกระทั่งกลายเป็นแมวบ้านในปัจจุบัน/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c1.staticflickr.com/5/4257/34638270483_5b91214398_z.jpg" style="width: 560px; height: 375px;" //p p style="text-align: center;"strongspan style="color:#ff8c00;"ที่มาของภาพประกอบ: allen watkin//spana href="https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Fat_Cat_(portrait)_(2521662340).jpg"span style="color:#ff8c00;"Wikipedia/span/a/strong/p p style="text-align: center;"strongspan style="color:#ff8c00;"iframe allowfullscreen="" frameborder="0" height="315" src="https://www.youtube.com/embed/SgZKFVaSDRw" width="560"/iframe/span/strong/p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"strongCat domestication: From farms to sofas (ที่มา: YouTube/Nature Video)/strong/span/p h421 มิ.ย. 2560 แมวเป็นหนึ่งในสัตว์เลี้ยงยอดนิยมของมนุษย์ หรืออาศัยอยู่ร่วมพื้นที่กับมนุษย์ในหลายๆ เมืองของโลก อย่างไรก็ตามยังคงมีความพยายามค้นคว้าว่าแมวบ้านทั้งหลายเริ่มกลายมาเป็นสัตว์ที่สนิทสนมกับมนุษย์ (โดยที่ไม่รู้ว่าใครเป็นนายใครเป็นลูกน้อง) ตั้งแต่เมื่อใดกันแน่ และด้วยวิธีการใด/h4 h4ถึงแม้ว่าจะมีการตั้งสมมุติฐานและงานวิจัยก่อนหน้านี้ที่พูดถึงเรื่องแมวมาบ้าง แต่ในงานวิจัยล่าสุดจากนักวิจัยหลายสถาบันก็เปิดเผยว่าเป็นพวกแมวเองที่เริ่มเข้ามาในชีวิตของมนุษย์ทั้งหลายเมื่อราว 9,000 ปีที่แล้วในดินแดนอานาโตเลียยุคโบราณ จากการที่พวกมันมาล่าหนูที่เข้ามากินเมล็ดธัญพืชในยุ้งฉางของชาวนายุคหินใหม่ แมวจึงเป็นสัตว์ที่เข้ามาหามนุษย์เพราะมีสังคมเกษตรกรรม ทำให้คนใช้เจ้าสี่ขานักล่าผู้นี้ช่วยกำจัดสัตว์รบกวนให้ตัวเอง/h4 h4พื้นที่ที่แมวเริ่มเข้าหามนุษย์ที่ว่าปัจจุบันคือประเทศที่เรียกว่าตุรกีนั่นเอง นักวิจัยระบุว่าหลังจากนั้นเหล่าแมวที่เป็นมิตรกับมนุษย์ก็เริ่มแพร่กระจายไปทั่วโลก ข้ามช่องแคบบอสพอรัสไปสู่ยุโรป/h4 h4แต่ทว่าเจ้าแมวยุคโบราณเหล่านี้ก็ยังไม่ได้มีลักษณะร่างกายแบบเดียวกับแมวบ้านในปัจจุบันเสียทีเดียว มันยังคงเป็นสปีชีส์ใหญ่ๆ ที่เรียกว่า Felis silvestris ซึ่งรวมเอาแมวบ้านในสปีชีส์ย่อยที่เรียกว่า Felis silvestris catus เอาไว้ด้วย จนกระทั่งถึงยุคกลางเจ้าแมวพวกนี้บางตัวก็เริ่มมีขนที่มีลักษณะเป็นแต้มสีต่างๆ และเมื่อไม่นานนี้ในยุคศตวรรษที่ 19 นี้เองที่พวกมันเริ่มมีพันธุ์ที่มีขนงามสง่าแบบแมวในปัจจุบัน/h4 h4สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ อีวามาเรีย เกย์กี ผู้อำนวยการการวิจัยจากศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์แห่งชาติฝรั่งเศสกล่าวว่าเรื่องนี้แสดงให้เห็นว่ามนุษย์ปล่อยให้เวลาผ่านไปนานทีเดียวถึงจะเพิ่งมาเริ่มเพาะพันธุ์แมวจนเกิดเป็นพันธุ์ต่างๆ ในยุคปัจจุบัน/h4 p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c1.staticflickr.com/5/4290/34638270163_0cac01c079_b.jpg" style="width: 500px; height: 724px;" //p pstrongspan style="color:#ff8c00;"รูปปั้นแมวทำจากสำริดพบในอียิปต์ กำหนดอายุไว้ราว 664 ถึง 350 ปีก่อนคริสตกาล (ที่มาของภาพประกอบ: /spana href="https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Egyptian_-_Statue_of_a_Seated_Cat_-_Walters_54403_-_Three_Quarter.jpg"span style="color:#ff8c00;"Wikipedia/span/aspan style="color:#ff8c00;")/span/strong/p h4จากที่ก่อนหน้านี้เคยมีสมมุติฐานจากนักโบราณคดีว่าชาวอียิปต์เป็นพวกแรกที่เริ่มนำแมวเข้ามาเลี้ยงในบ้านเมื่อราว 4,000 ปีที่แล้ว แต่มีข้อโต้แย้งสมมุติฐานนี้มาตั้งแต่ปี 2547 เมื่อมีนักวิจัยค้นพบว่าเมื่อ 9,500 ปีที่แล้ว มีการฝังแมวร่วมกับมนุษย์ที่ไซปรัส และในปี 2556 ก็มีงานวิจัยอีกหนึ่งงานวิจัยที่พบว่าในประเทศจีนเริ่มมีการนำแมวเข้ามาเลี้ยงเมื่อราว 5,300 ปีที่แล้ว/h4 h4โดยที่งานวิจัยล่าสุดที่ระบุว่าแมวเริ่มเข้าหาผู้คนในพื้นที่ที่ปัจจุบันตุรกีนั้นใช้วิธีศึกษาจากดีเอนเอของซากแมวบ้านที่เหลือตั้งแต่อายุ 100 ปี ถึง 9,000 ปี ผู้นำการวิจัยครั้งนี้คือเคลาดิโอ อ็อตโตนี นักพันธุศาสตร์บรรพกาล จากมหาวิทยาลัยลิวเวน ประเทศเบลเยียม พวกเขาทำการศึกษาซากแมวที่ถูกเก็บรักษาไว้แบบมัมมีที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ กรุงลอนดอน/h4 h4สาเหตุที่พวกเขาต้องจริงจังถึงขั้นสำรวจดีเอนเอนี้เพราะแค่ดูจากโครงกระดูกจะไม่สามารถแยกแยะระหว่างแมวบ้านกับสปีชีส์ย่อยอื่นๆ อีก 5 สปีชีส์ได้ จึงต้องมีการวิเคราะห์ดีเอนเอจากแมวหลายๆ พื้นที่รวมถึงยุโรปและแอฟริการ่วมด้วย/h4 h4นักวิทยาศาสตร์ตั้งสมมุติฐานว่าแมวบ้านในปัจจุบันมีความเป็นไปได้ที่จะมาจากพันธุ์แมวป่า 2 สปีชีส์ย่อย สมมุติฐานแรกมองว่าน่าจะมาจากสปีชีส์ย่อย Felis silvestris lybica ที่แถบตะวันออกใกล้รวมถึงอานาโตเลีย จนต่อมามนุษย์เป็นผู้ทำให้พวกมันแพร่กระจายไปสู่ยุโรปในพื้นที่ๆ ปัจจุบันคือประเทศบัลแกเรียเร็วสุดน่าจะช่วงราวปี 4,400 ก่อนคริสตกาล และพื้นที่โรมาเนียในช่วง 3,200 ปีก่อนคริสตกาล/h4 p style="text-align: center;"img alt="" src="https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/5/52/Cats_in_aoshima_island_1.JPG/640px-Cats_in_aoshima_island_1.JPG" style="width: 560px; height: 420px;" //p p style="text-align: center;"strongspan style="color:#ff8c00;"แมวบนเกาะอาโอชิมะ หรือ "เกาะแมว" ประเทศญี่ปุ่น (ที่มา: 暇・カキコ//spana href="https://en.wikipedia.org/wiki/File:Cats_in_aoshima_island_1.JPG"span style="color:#ff8c00;"Wikipedia/span/aspan style="color:#ff8c00;")nbsp;/span/strong/p h4เกย์กีพูดถึงสาเหตุที่นักวิทยาศาสตร์คาดเดาว่าแมวไม่ได้เดินทางข้ามทวีปด้วยตัวมันเอง เพราะแมวเป็นสัตว์ที่มักจะยึดติดกับพื้นที่อาณาเขตเดิมของตัวเองจึงน่าจะเป็นพวกมนุษย์นี่แหละที่เป็นคนนำแมวไปยังพื้นที่อื่นๆ/h4 h4โดยถ้าพิจารณาจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีเป็นไปได้ว่าแมวจะถูกย้ายถิ่นผ่านทางเรือเป็นส่วนใหญ่น่าจะเป็นเพราะคนเรือเอาแมวขึ้นเรือไปด้วยเพื่อช่วยล่าพวกสัตว์รบกวน พอเรือจอดเทียบท่าแล้วแมวบนเรือก็ออกจากเรือไปผสมพันธุ์กับแมวในท้องถิ่นจนเกิดเป็นแมวลูกผสมเพิ่มขึ้น หนึ่งในหลักฐานของเรื่องนี้คือมีการพบซากแมวอียิปต์บนท่าเรือแลกเปลี่ยนสินค้าของชาวไวกิงในช่วงศตวรรษที่ 7 อย่างไรก็ตาม เคลาดิโอ อ็อตโตนี หัวหน้านักวิจัยอีกคนหนึ่งบอกว่ายังไม่มีหลักฐานชี้ชัดว่าแมวอียิปต์มีเชื้อสายมาจากแมวแถบตุรกีหรือไม่/h4 h4อีกเรื่องหนึ่งที่นักวิจัยสนใจคือลายบนตัวของแมว ในปัจจุบันเราจะได้เห็นแมวที่มีทั้งลายแต้มและลายแถบแบบเสือ โดยที่แมวยุคโบราณจะมีลายแถบ แบบแมวป่าที่เป็นบรรพบุรุษของพวกมันมากกว่า จนกระทั่งมีการผ่าเหล่าในยีนส์ทำให้ลักษณะดีเอนเอตัวหนึ่งของแมวเปลี่ยนไปจนทำให้เกิดแมวลายแต้ม ลายจุด ขึ้นทีหลัง โดยที่ในยุคอียิปต์โบราณยังพบภาพของแมวแบบลายแถบอยู่จนกระทั่งถึงช่วงยุคกลางราวศตวรรษที่ 13 นี้เองที่เพิ่งจะมีแมวลายแต้มมากขึ้น/h4 h4เกย์กิบอกว่าเรื่องเหล่านี้แสดงให้เห้นว่าแมวไม่ได้เปลี่ยนไปมากนักหลักจากเข้ามาอยู่ร่วมกับมนุษย์แล้ว ภาพของแมวในสายตาของชาวอียิปต์โบราณก็วาดภาพพวกมันเป็นสัตว์จากป่าที่ล่าเหยื่ออย่างดุดัน ช่วยสังหารงูที่เป็นศัตรูของเทพ "รา" เทพแห่งแสงอาทิตย์ ยุคต่อมาจึงมีภาพแมวเดินเคียงคู่มนุษย์ร่วมกันล่านกตามหนองบึง แล้วยุคหลังจากนั้นก็เป็นภาพแมวนั่งอยู่ใต้เก้าอี้ของชนชั้นสูง/h4 h4งานวิจัยเรื่องนี้ใช้เวลานานมากถึง 10 ปี ตั้งแต่การวางแนวคิดไปจนถึงกระบวนการจัดพิมพ์ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะหลักฐานชิ้นส่วนที่เหลือของแมวนั้นหายาก รวมถึงสภาพชิ้นส่วนที่เหลือของแมวโบราณทั้งหลายก็ผ่านสภาพภูมิอากาศที่ไม่เป็นผลดีต่อหลักฐานดีเอนเอ เช่นในตะวันออกกลางก็เจออากาศร้อน มัมมีแมวในอียิปต์ก็เจอความชื้นสูงทำให้นักวิทยาศาสตร์ต้องทำการสกัดดีเอนเออย่างระมัดระวัง/h4 h4อย่างไรก็ตามผลการค้นคว้าก็ทำให้เราพบว่าเจ้าเหมียวรอบตัวเรามันอยู่กับเรามานานเกือบหมื่นปีแล้ว และยังคงทำตัวเป็นนักล่า (ผู้น่ารัก?) มาจนถึงปัจจุบัน โดยที่มันอาจจะเพิ่มบทบาทอื่นเข้ามาด้วยอย่างการความเป็นตัวกวน เป็นดาราโซเขียล รวมถึงเป็นเพื่อนคลายเหงาให้กับมนุษย์ได้/h4 pnbsp;/p pspan style="color:#0000cd;"strongเรียบเรียงจาก/strong/span/p pspan style="color:#0000cd;"Cat Tale: Ancient DNA Reveals How Your Kitty Came to Be, /spana href="https://www.livescience.com/59538-cat-domestication-dispersal-in-ancient-world.html"span style="color:#0000cd;"Livescience/span/aspan style="color:#0000cd;", 19-06-2017/span/p pspan style="color:#0000cd;"How Cats Used Humans to Conquer the World, /spana href="https://www.theatlantic.com/science/archive/2017/06/cat-domination/530685/"span style="color:#0000cd;"The Atlants/span/aspan style="color:#0000cd;", 19-06-2017/span/p pstrongspan style="color:#0000cd;"ข้อมูลเพิ่มเติมจาก/span/strong/p pa href="https://en.wikipedia.org/wiki/Wildcat"span style="color:#0000cd;"https://en.wikipedia.org/wiki/Wildcat/span/a/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/J_sJxB9pitU" height="1" width="1" alt=""/

สมัชชาคนจน ลั่นค้านแก้ไข ก.ม.บัตรทองจนถึงที่สุด

Wed, 21/06/2017 - 22:58
pสมัชชาคนจน ออกแถลงการณ์คัดค้านการแก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขwbrภาพแห่งชาติ ระบุ15 ปีที่ผ่านมาก็มีการพัฒนาระบwbrบบริการได้ดีขึ้นเป็นระยะ จำนวนผู้ล้มละลายจากการรักษwbrาพยาบาลลดลงอย่างมีนัยยะสำคwbrัญ แต่รัฐบาลเผด็จการทหารกลับใwbrช้อำนาจดำเนินการแก้ไขโดยไมwbr่เป็นหัวคนจน/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c1.staticflickr.com/5/4202/35448010335_b128b4815b_b.jpg" style="width: 600px; height: 849px;" //p p21 มิ.ย. 2560 สมัชชาคนจน ออกแถลงการณ์สมัชชาคนจน เรื่อง ขอคัดค้านการแก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขwbrภาพแห่งชาติ โดยระบุว่า จากการที่มีข่าวเผยแพร่ทางสwbrื่อสารมวลชนในช่วงสัปดาห์ทีwbr่ผ่านมาว่ารัฐบาลเผด็จการทหwbrาร ได้ใช้อำนาจตาม มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว แต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไข พ.ร.บ. หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และต่อมาได้มีการแต่งตั้งคณwbrะอนุกรรมการฯ เพื่อรับฟังความคิดเห็น แต่ก็มีการจำกัดจำนวนคนที่ใwbrห้เข้าแสดงความเห็น และยังมีการกำหนดเวลาให้พูดเพียงคนละ 3 นาที ระยะเวลาเพียงวันเดียว ทั้งที่มีประเด็นที่จะแก้ไขwbrอยู่นับสิบประเด็น จนทำให้มีกลุ่มประชาชนได้ออwbrกมาคัดค้านการรับฟังความเห็wbrนดังกล่าวnbsp;/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pสมัชชาคนจนเห็นว่า พ.ร.บ.หลักประกันสุขwbrภาพหรือที่พวกเราคนจนรู้จักwbrกันในชื่อ บัตรทอง หรือ 30 บาทรักษาทุกโรค เป็นสวัสดิการที่สำคัญต่อชีwbrวิตของคนจน โดยนับตั้งแต่มีการตั้งกระทwbrรวงสาธารณสุขและยึดอำนาจในกwbrารดูแลรักษาสุขภาพไปจากชุมชwbrน ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาสุwbrขภาพก็สูงขึ้นมาโดยตลอด การเข้าถึงการรักษาพยาบาลเปwbr็นไปด้วยความยากลำบาก โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคที่มีค่าwbrใช้จ่ายสูง เช่น โรคหัวใจ โรคไต โรคมะเร็ง อาจถึงขั้นต้องขายที่นา บ้านช่อง หรือถึงขั้นล้มละลายกันเลยทwbrีเดียว แม้กระทรวงสาธารณสุขจะพยายาwbrมหาโครงการเข้ามาช่วยเหลือ แต่ก็ทำได้เพียงการช่วยเหลืwbrอรักษาในขั้นต้นเท่านั้น ถ้าขั้นที่สูงขึ้นไปคนจนต้อwbrงรับผิดชอบเอง แต่เมื่อมีการบังคับใช้ พ.ร.บ.หลักประกันสุขwbrภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 ซึ่งออกตามรัฐธรรมนูญแห่งราwbrชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540 ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างทwbrี่ไม่เคยเป็นมาก่อน การทำงานของสำนักงานหลักประwbrกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ที่มีคณะกรรมการจากหลายฝ่ายwbrเข้ามารับผิดชอบผลักดันนโยบwbrายตาม พ.ร.บ.ดังกล่าว นอกจากจะทำให้คนจนเกิดความมwbrั่นใจในการเข้าไปรับการรักษwbrาพยาบาลตั้งแต่การเจ็บป่วยใwbrนระยะแรกแล้ว ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง โรคที่มีค่าใช้จ่ายสูงก็ยังwbrสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาwbrลได้ แม้ในระยะเริ่มแรกจะไม่ได้รwbrับการรักษาทุกโรค แต่ในช่วงระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมาก็มีการพัฒนาระบwbrบบริการได้ดีขึ้นเป็นระยะ จำนวนผู้ล้มละลายจากการรักษwbrาพยาบาลลดลงอย่างมีนัยยะสำคwbrัญ ความพึงพอใจของผู้รับบริการwbrอยู่ในขั้นสูงมาตลอด นี่คือบริการสาธารณะที่รัฐมwbrีหน้าที่จัดให้กับประชาชน แต่รัฐบาลเผด็จการทหารกลับใwbrช้อำนาจดำเนินการแก้ไขโดยไมwbr่เป็นหัวคนจนเลยแม้แต่น้อยnbsp;br /br /"ขอประณามการกระทำwbrของรัฐบาลเผด็จการทหาร และขอคัดค้านการแก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาwbrติจนถึงที่สุดnbsp;เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ" สมัชชาคนจน ระบุท้ายแถลงการณ์/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/Vq4-rChv8-g" height="1" width="1" alt=""/

'ศรีสุวรรณ' เตรียมยื่นศาลรธน. ปม คสช.ใช้ ม.44 ปลดล็อกที่ดิน สปก. ขัด ม.53

Wed, 21/06/2017 - 21:23
pศรีสุวรรณ จรรยา แถลงค้านใช้ ม.44 ปลดล็อคใช้ที่ดิน ส.ป.ก. ชี้เอื้อปิโตรเลียม-อุ้มเหมืองแร่-wbrอวยไฟฟ้าพลังงานลม-แสงอาทิตย์ ขัดวัwbrตถุประสงค์ที่ต้องการให้ใช้เฉพาะด้wbrานการเกษตรและลดความเหลื่อมล้ำwbrให้แก่เกษตรกร/wbr/wbr/wbr/wbr/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img src="https://c2.staticflickr.com/6/5673/30936808982_8f2c2540d8.jpg" //p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"แฟ้มภาพ/span/p p21 มิ.ย.2560 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า ศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัwbrฐธรรมนูญไทย ได้ออกแถลงการณ์สมาคมฯ เรื่องค้านใช้ ม.44 ปลดล็อคใช้ที่ดิน ส.ป.ก. เอื้อปิโตรเลียม-อุ้มเหมืองแร่-wbrอวยไฟฟ้าพลังงานลม-แสงอาทิตย์ แถลงการณ์ระบุว่า ตามที่ที่ประชุมร่วมคณะรัwbrกษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้ใช้คำสั่wbrงตามมาตรา 44 ในการปลดล็อกให้ 3 กิจการที่ได้ดำเนินการไปแล้wbrวบนที่ดินของ ส.ป.ก. ให้สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ ประกอบด้วย 1.การสำรวจและผลิตปิโตรเลียม 2.การวางกังหันลมเพื่อผลิตไฟฟ้า และ 3.การทำเหมืองแร่ โดยให้ถือว่าไม่เป็นการขัดกับวัwbrตถุประสงค์ของ พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่wbrอเกษตรกรรม ที่ต้องการจะให้ใช้ที่ดิน ส.ป.ก. เฉพาะด้wbrานการเกษตรและลดความเหลื่อมล้ำwbrให้แก่เกษตรกรนั้น/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูwbrญไทยเห็นว่าแนวคิดที่จะใช้อำนาจ ม.44 ดังกล่าว เป็นการขัดต่อสัญญาประชาคมที่หัwbrวหน้าbr /คสช.และฯพณฯนายกรัฐมนตรีwbrเคยประกาศต่wbrอประชาชนและสาธารณชนมาโดยตลอดว่wbrา “ให้ทุกคนเคารพกฎหมาย” ซึ่งกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นล้วนมีwbrสาเหตุมาจากการใช้อำนาจของข้wbrาราชการที่เกี่ยวข้องที่ไม่เป็wbrนไปตามกฎหมายมาโดยตลอด และเมื่อมีกรณีพิพาทจนมีการฟ้wbrองร้องกันถึงศาลปกครองสูงสุwbrดโดยมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว สมควรที่ข้าราชการที่เกี่ยวข้wbrองกับการอนุมัติ/อนุญาตให้มีwbrการเข้าไปใช้ที่ดิน ส.ป.ก. เพื่อการสำรวจและผลิตปิโตรเลีwbrยม, การวางกังหันลมเพื่อผลิตไฟฟ้า และการทำเหมืองแร่ จะต้องถูกลงโทษทั้งทางวินัwbrยและทางอาญา เพื่อไม่ให้เป็นเยี่wbrยงเพราะการปฏิบัติหน้าที่โดยมิwbrชอบต่อไป แต่ทว่า คสช. และ ครม. นอกจากจะไม่ลงโทษข้าราชการ กลับพยายามออกมาเอื้อประโยชน์wbrปกป้องนายทุน และกลุ่มผลประโยชน์อย่างออกหน้wbrาออกตา ด้วยการใช้อำนาจอย่างไม่เป็wbrนธรรมในการใช้ ม.44 ดังกล่าว/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pนอกจากนั้น การใช้ ม.44 อย่างพร่ำเพรื่อดังกล่าวเป็wbrนการใช้อำนาจที่ขัดหรือแย้งต่wbrอมาตรา 53 ที่บัญญัติไว้ชัดเจนว่า “รัฐต้องดูแลให้มีการปฏิบัติwbrตามและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่wbrงครัด” ดังนั้นหาก คสช.ใช้อำนาจและเอื้อประโยชน์ต่wbrอกลุ่มทุนจริงสมาคมฯจำต้องใช้สิwbrทธิตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 213 ในการนำข้อพิพาทนี้ยื่นฟ้wbrองโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้ศาลวินิจฉัยว่าการใช้wbrอำนาจของ คสช.ดังกล่าว “เป็นโมฆะ” ขัดต่อมาตรา 53 ดังกล่าวหรือไม่ต่อไปด้วย/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/YgVIR7pHnf4" height="1" width="1" alt=""/

ASEAN Weekly: พินิจความมั่นคงชายแดนพม่า-ประชาธิปไตยเปลี่ยนไม่ผ่าน

Wed, 21/06/2017 - 19:39
!--break--!--break-- p style="text-align: center;"iframe allowfullscreen="" frameborder="0" height="315" src="https://www.youtube.com/embed/Bv09zrk7eFU" width="560"/iframe/p pASEAN Weekly สัปดาห์นี้ พงษ์พันธุ์ ชุ่มใจ พูดคุยกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดุลยภาค ปรีชารัชช ชวนพินิจประเด็นความมั่นคงชายแดนพม่า หลังจากรัฐบาลพม่าได้รัฐบาลพลเรือนชุดใหม่นำโดยประธานาธิบดีถิ่น จ่อ และที่ปรึกษาแห่งรัฐ ออง ซาน ซูจี ที่แม้จะมีการริเริ่มการเจรจาสันติภาพกับกลุ่มชาติพันธุ์ แต่เมื่อผ่านมา 1 ปีเศษก็ยังไม่มีความคืบหน้า มิหนำซ้ำหลายพื้นที่สถานการณ์กลับย่ำแย่ เช่น การปะทะกันระหว่างพันธมิตรกลุ่มชาติพันธุ์ภาคเหนือกับกองทัพพม่า หรือเหตุความไม่สงบจนบานปลายไปสู่วิกฤตมนุษยธรรมระลอกใหม่ในรัฐยะไข่/p pทั้งนี้ดุลยภาคชี้ว่าความขัดแย้งด้านชาติพันธุ์ในพม่านั้นซ่อนปมชนวนมาเนิ่นนานและมีบริบททางประวัติศาสตร์ ร้าวลึก ยากที่จะประสาน แม้พม่าดูเข้าใกล้ประชาธิปไตยมากขึ้น มีรัฐบาลพลเรือนชุดใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง แต่เหตุที่ยังมีความรุนแรง มีการปะทะทางทหารประปรายนั้น เป็นเพราะหนึ่ง ประเด็นคลาสสิกของพม่าที่มีสภาพเป็นรัฐซ้อนรัฐ และรัฐขุนศึก มีการเมืองของขุนศึกที่ไม่ได้ต่อสู้เพื่อความอยู่รอดอย่างเดียว แต่มีทั้งความคับข้องใจของชุมชนชาติพันธุ์ตนเองต่อการครอบงำของชนชาติพม่าแท้ และประเด็นในมิติเชิงทรัพยากรท้องถิ่นด้วย/p pสอง คำถามต่อมาคือ ตกลงพม่าเป็นประชาธิปไตยแบบไหนกันแน่ เพราะยังมีความขัดแย้งซ้อนอยู่ คำตอบอาจไม่ได้กินความเฉพาะประเด็นการทหารอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงมิติในเชิงศาสนาและชาติพันธุ์เพราะความรุนแรงไม่ใช่แค่เฉพาะในรัฐยะไข่ แต่ยังอยู่ในโครงสร้างรัฐและสังคม/p pโดยดุลยภาคเสนอด้วยว่าปัจจุบันพม่าเป็นรัฐเปลี่ยนผ่าน เปลี่ยนผ่านจากรัฐเผด็จการอำนาจนิยมเต็มพิกัดใต้เงากองทัพ ไปสู่รัฐเผด็จการจำแลงในคราบประชาธิปไตย คือเนื้อในยังมีความเป็นเผด็จการอำนาจนิยม ซึ่งสะท้อนลักษณะของระบอบพันธุ์ทาง หรือระบอบลูกผสม (Hybrid) มีทั้งของเก่าและของใหม่มาปะทะกัน ซึ่งบางทีก็รอมชอม บางทีก็ยันกัน พม่าในปัจจุบันจึงเป็นรัฐเปลี่ยนผ่านจากรัฐอำนาจนิยมแบบเข้ม ไปสู่รัฐอำนาจนิยมแบบอ่อน และหากเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่เชิงบวกก็อาจนำไปสู่การโจนทะยานมีประชาธิปไตยที่เป็นปึกแผ่น/p pอย่างไรก็ตาม ปัจจุบันพม่าอยู่ในช่วงตั้งไข่ กำลังแปลงสัณฐาน เปลี่ยนรูปโฉมไปสู่องค์ประกอบแบบประชาธิปไตยมากขึ้น แต่ถึงแม้จะมีการเลือกตั้ง ได้รัฐบาลพลเรือน แต่ความรุนแรงยังคงมีอยู่ ซึ่งเหตุไม่ใช่แค่กองทัพพม่าห้ำหันกับกลุ่มชาติพันธุ์ แต่ในความรู้สึกของผู้คนในพม่าเองที่อาจจะไม่พอใจชนกลุ่มน้อยอื่นๆ ในประเทศ โดยพม่าอยู่ในทางแพร่งที่มี 2-3 ทางเลือกnbsp;/p pได้แก่ หนึ่งไปทางประชาธิปไตยเสียงข้างมาก แต่ก็ต้องระวังระบบเลือกตั้งแบบกินรวบ เอื้อให้ชนชาติพม่าแท้ แต่ไม่เอื้อให้ชนกลุ่มน้อยมีสิทธิมีเสียง ซึ่งผิดฝากับประชาธิปไตยประเภทที่สอง คือประชาธิปไตยแบบแสวงหาฉันทามติ ที่จะเปิดโอกาสให้ชนกลุ่มน้อยต่างๆ ในพม่ามีส่วนรวมในการกำหนดนโยบายสาธารณะ/p pนอกจากนี้ ทางแพร่งที่สามคือประชาธิปไตยแบบสมานฉันท์ หรือ Consociational Democracy ที่ให้ชนกลุ่มน้อยเข้ามาแบ่งอำนาจปกครอง ซึ่งเหมาะกับโครงสร้างรัฐที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ซึ่งถ้าพม่าสามารถพัฒนาประชาธิปไตย 2 ข้อหลังนี้ได้ก็จะแก้ไขจุดอ่อนของระบบการเมืองพม่าได้ อย่างไรก็ตาม พม่ายังคงอยู่ในจุดของประชาธิปไตยแบบเสียงข้างมาก ใช้ระบบ Winner takes all ใช้ความมั่นคงเป็นตัวตั้ง ซึ่งพม่ายังไม่ได้พิสูจน์ให้เห็นความเป็นประชาธิปไตยบนพื้นฐานของสังคมที่แตกแยก ร้าวลึก เปราะบาง ซึ่งรัฐอื่นๆ ที่มีโครงสร้างเหมือนรัฐพม่าเน้นย้ำเรื่องนี้ แต่กรณีของพม่าประเด็นเหล่านี้ยังคงถูกตีตกไป/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c1.staticflickr.com/5/4235/35404925236_8b2b7ea8ba_z.jpg" style="width: 560px; height: 315px;" //p pspan style="color:#0000cd;"strongติดตาม ASEAN Weekly ย้อนหลังที่nbsp;/strong/span/p pa href="https://www.facebook.com/AseanWeekly/"span style="color:#0000cd;"https://www.facebook.com/AseanWeekly//span/aspan style="color:#0000cd;" หรือ /spana href="https://www.youtube.com/prachatai"span style="color:#0000cd;"https://www.youtube.com/prachatai/span/a/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/jn6IlWxRNeQ" height="1" width="1" alt=""/

วรากรณ์ยันสิทธิไม่ลด ร่วมจ่ายมีไว้เพื่อความคล่องตัวในอนาคต ภาคปชช.เสนอตัดร่วมจ่ายออก

Wed, 21/06/2017 - 17:54
pสธ.จัดสัมมนาชนเวทีปรึกษาสาธารณะแก้ กม.หลักประกันสุขภาพ วรากรณ์ย้ำสิทธิประชาชนไม่ลดลง ร่วมจ่ายเป็นเนื้อหาเดิม มีไว้เผื่ออนาคต ด้านภาคประชาชนจัดแถลงหน้าห้องสัมมนา เหตุผู้จัดไม่ให้ถามและแสดงความเห็น เสนอแนวทางแก้กฎหมาย ด้านเลขาฯ สปสช. ยันไม่มีการนำเงินประหยัดจากการซื้อยาให้เอ็นจีโอ เชื่อปิยะสกลไม่ได้พูด ฟาก สช. เตรียมเคลื่อนสมัชชาฯ วาระพิเศษ/p !--break--!--break-- p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c1.staticflickr.com/5/4287/35442779895_1c6900582b.jpg" style="width: 500px; height: 281px;" //p p style="text-align: center;"strongspan style="color:#ffa500;"ตัวแทนกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพยื่นหนังสือแก่ นพ.พลเดช ปิ่นประทีป/span/strong/p p21 มิ.ย. 2560 ที่โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ แจ้งวัฒนะ ได้มีการจัดเวทีปรึกษาสาธารณะ (Public Consultation) ในเรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติม (ร่าง) พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพห่งชาติ (ฉบับที่...) พ.ศ.... จัดโดยคณะอนุกรรมการดำเนินการประชาพิจารณ์พิจารณา (ร่าง) พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่...) พ.ศ..../p pขณะที่ชั้นล่างของเวทีนี้ ทางกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ก็ได้จัดการสัมมนาวิชาการ ทำไมต้องปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่...) พ.ศ.... ปีงบประมาณ 2560 แก้กฎหมายบัตรทองประชาชนได้อะไร บัตรทองอาจหายไปหากไม่มีการแก้ไขหลักประกันสุขภาพขึ้นพร้อมกันในช่วงที่เวทีปรึกษาหารือกำลังเปิดรับฟังความคิดเห็นในกลุ่มย่อย โดยหนึ่งในผู้ร่วมสัมมนาในเวทีของ สธ. นี้คือ วรากรณ์ สามโกเศศ ประธานคณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ กล่าวว่า กฎหมายดังกล่าวใช้มา 15 ปี ควรมีการปรับปรุง และระบุเนื้อหาเกี่ยวกับการให้บริการให้มีความชัดเจนขึ้น/p h3span style="color:#0000ff;"วรากรณ์ยันแก้ กม.หลักประกัน สิทธิไม่ลดลง/span/h3 p“ผมขอยืนยันกับพี่น้องประชาชนว่า การแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ ไม่มีใครที่เสียสิทธิ เลวร้ายลงกว่าเดิม ใครที่ได้รับการรักษาพยาบาล ได้รับยา เหมือนเดิมทุกอย่าง มีแต่จะมากขึ้นจากเงินช่วยเหลือเบื้องต้นที่รัฐจะให้เพิ่มเติมขึ้น เพราะฉะนั้นอย่าได้ตื่นตระหนก ทุกคนได้สิทธิเหมือนเดิม มีแต่ดีขึ้นกว่าเดิม ยืนยันครับ”/p pกรณีร่วมจ่ายซึ่งเป็นประเด็นที่ถูกคัดค้านจากภาคประชาชนและกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ วรากรณ์ กล่าวว่า มาตราที่เกี่ยวกับการร่วมจ่ายในร่างกฎหมายไม่ได้มีการแก้ไขใดๆ โดยนำมาจากกฎหมายเดิมทั้งหมด เพราะข้อความนี้เหมาะสมแล้ว/p p“สำหรับการจ่ายค่าบริการ บางครั้งกรรมการกำหนดให้คนที่รับบริการจ่ายเงินร่วมด้วย ยกเว้นคนยากไร้จะไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น แล้วก็ใช้มาตราเดียวอย่างนี้เลย เพราะเราคิดว่ากฎหมายจะต้องคล่องตัว ไม่มีการแก้อะไร ไม่มีการเก็บในประเทศไทยตอนนี้ ทุกคนฟรีหมด ทีนี้ ถ้าเราแก้ว่าต้องฟรีสำหรับทุกคน อันนี้จะทำร้ายคนยากจน เพราะว่าคนที่มีเงินก็ไม่ต้องจ่าย ก็ไปบีบคนยากไร้ให้ได้รับประโยชน์น้อยลง การเขียนอย่างนี้ไว้ ในอนาคตถ้ามีการรักษาพยาบาลที่มีราคาแพง เราก็สามารถให้คนที่มีเงินร่วมจ่ายได้ แล้วก็มีความคล่องตัว แต่ ณ ขณะนี้ไม่มีการร่วมจ่ายใดๆ ทั้งสิ้น และผมคิดว่าก็คงมีเหตุผลในอนาคตจำเป็นที่ต้องร่วมจ่าย เพราะฉะนั้น พ.ร.บ.ฉบับใหม่ก็เหมือนเก่า ซึ่งเป็นประเทศเดียวในโลกที่มีสวัสดิการถ้วนหน้าโดยไม่ต้องร่วมจ่ายแม้แต่บาทเดียว”/p pส่วนเรื่องการไม่มีส่วนร่วมของประชาชน วรากรณ์ กล่าวว่า คงไม่สามารถให้ประชาชนเป็นพันคนมาร่วมร่างกฎหมายได้ แต่ทางคณะกรรมการฯ ก็ไม่ได้มีแต่นักวิชาการ กระทรวงสาธารณสุข หรือ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) อย่างเดียว แต่ยังมีตัวแทนภาคประชาชนด้วย เพียงแต่การที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมก็คือการมีเวทีรับฟังความคิดเห็นในสี่ภาค โดยทางคณะกรรมการฯ มีความจริงใจอย่างยิ่งในการรับฟังความคิดเห็นและจะนำไปพิจารณาในคณะกรรมการฯ/p h3span style="color:#0000ff;"strongภาคประชาชนแถลงนอกห้องสัมมนา หลังถูกห้ามไม่ให้ถาม/strong/span/h3 pในช่วงท้ายของการสัมมนา ผู้ดำเนินรายการไม่ให้ผู้ร่วมฟังแสดงความคิดเห็นและซักถาม แต่ให้ใช้วิธีการเขียนคำถามลงในกระดาษแล้วส่งให้ผู้ดำเนินรายการแทน ทำให้สุนทรี หัตถี เซ่งกิ่ง กรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สัดส่วนภาคประชาชน และตัวแทนจากกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ เดินออกไปที่โพเดียมเพื่อขอแสดงความคิดเห็น แต่ผู้ดำเนินรายการไม่อนุญาต/p pสุนทรีจึงเดินออกมาแถลงบริเวณหน้าห้องสัมมนา โดยอธิบายถึงสิ่งที่กลุ่มคนรักหลักประกันฯ เห็นด้วย 4 ประเด็น เห็นต่าง 5 ประเด็น และ 7 ประเด็นที่เห็นว่าหากแก้ไขแล้วจะทำให้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติดีขึ้น/p p4 ประเด็นที่เห็นด้วยคือ หนึ่ง-มาตรา 14 ห้ามดำรงตำแหน่งสองคณะในขณะเดียวกัน สอง-มาตรา 15 วาระกรรมการไม่เกินสองสมัย สาม-มาตรา 29 รายได้ของสำนักงานไม่ต้องนำส่งกระทรวงการคลังเป็นรายได้แผ่นดิน และสี่-ยกเลิกมาตรา 42 เรื่องการไล่เบี้ย/p p5 ประเด็นที่เห็นต่างกับคณะกรรมการฯ คือ หนึ่ง-ไม่เห็นด้วยเรื่องการเพิ่มนิยาม ‘เงินกองทุนหลักประกันสุขภาพ’ และการแก้ไขนิยาม ‘สถานบริการ’ ตามมาตรา 3 สอง-ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขมาตรา 13 ในการแก้ไของค์ประกอบของคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สาม-แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 41 ที่ระบุเพียงให้ได้รับเงินช่วยเหลือเบื้องต้น แต่ควรต้องเพิ่มเรื่องการเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นให้ทั้งผู้รับบริการและผู้ให้บริการ สี่-ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขมาตรา 46 ที่เสนอให้มีการแยกเงินเดือนและค่าตอบแทนบุคลากรออกจากงบเหมาจ่ายรายหัว และห้า-ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขมาตรา 48(8) ที่มีการเสนอเพิ่มเฉพาะวิชาชีพและผู้ให้บริการ/p pส่วน 7 ประเด็นที่เป็นข้อเสนอใหม่เพื่อการปฏิรูปการแก้ไขกฎหมายคือ หนึ่ง-แก้ไขมาตรา 5 ให้บริการสาธารณสุขคนไทยทุกคน รวมถึงบุคคลที่มีปัญหาสถานะและสิทธิ คนไทยพลัดถิ่น คนไทยตกสำรวจ รวมถึงยกเลิกการเก็บการร่วมจ่าย ณ หน่วยบริการหรือในแต่ละครั้งที่เข้ารับบริการ สอง-แก้ไขมาตรา 9 เสนอให้มีสิทธิประโยชน์ด้านบริการสาธารณสุขเดียวสำหรับทุกคน สาม-แก้ไขมาตรา 10 เสนอให้มีสิทธิประโยชน์เดียวสำหรับประชาชนทุกคนและรัฐต้องจ่ายสมทบเรื่องสุขภาพให้ผู้ประกันตน สี่-เสนอให้มีการแก้ไขมาตรา 18 แก้ไขอำนาจของคณะกรรมการในการจัดหาเวชภัณฑ์และอุปกรณ์การแพทย์ที่จำเป็นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้เงินกองทุน ห้า-แก้ไขมาตรา 26 ให้สามารถตรวจสอบหน่วยบริการที่ไม่โปร่งใส หก-แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 47/1 ให้สามารถสนับสนุนองค์กรชุมชน องค์กรเอกชน และภาคเอกชนที่ไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการแสวงหาผลกำไร และเจ็ด-เสนอให้ตัดบทเฉพาะพาลมาตรา 66 ออกทั้งหมด เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรา 9 และมาตรา 10 เรื่องการบริหารจัดการกองทุนด้านสุขภาพ/p p(อ่านรายละเอียดได้ในไฟล์แนบหนังสือ ขอให้ชี้แจงแนวทางการจัดการความคิดเห็นที่แตกต่างในการแก้ไขกฎหมาย ด้านล่าง)/p pทางกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพยังเตรียมหนังสือชี้แจงในประเด็นข้างต้นเพื่อยื่นให้แก่วรากรณ์ อย่างไรก็ตาม ทางวรากรณ์ไม่ได้มารับหนังสือฉบับดังกล่าว นพ.พลเดช ปิ่นประทีป เลขาธิการสำนักงานสุขภาพแห่งชาติ (สช.) และประธานคณะอนุกรรมการประชาพิจารณ์ร่าง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่...) พ.ศ.... จึงเป็นผู้รับแทน/p h3span style="color:#0000ff;"strongเลขาฯ สปสช. ยันไม่มีการนำเงินที่ประหยัดจากค่ายาไปให้เอ็นจีโอ เชื่อ รมว.สธ. ไม่ได้พูด/strong/span/h3 pทางด้าน นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการ สปสช. ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวประชาไท กรณีที่พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวอ้างคำพูดของ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร ที่พูดในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีว่า สปสช. นำเงินที่ประหยัดได้จากการจัดซื้อยามาแบ่งให้กับเอ็นจีโอนั้น เป็นความจริงหรือไม่ นพ.ศักดิ์ชัย กล่าวว่า/p p“อันที่หนึ่งผมต้องเรียนก่อนว่า ผมไม่เชื่อว่าท่านรัฐมนตรีพูด ผมเชื่อว่าท่านรัฐมนตรีไม่ได้พูดอย่างนั้น อาจจะมีคนตีความผิด เพราะท่านรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ท่านทราบและรู้ดีว่า สปสช. บริหารเรื่องนี้อย่างไร ท่านชื่นชมเรื่องการบริหารด้านเวชภัณฑ์ของเราว่าประหยัดได้เยอะ สามารถนำส่วนที่ประหยัดไปใช้ในการบริการ มันเป็นเงินของประชาชนและมีกระบวนการตรวจสอบอยู่ เพราะฉะนั้น ผมไม่เชื่อว่าท่านพูดอย่างนั้น”/p pประเด็นที่ว่ามีการนำเงินที่ประหยัดจากการซื้อยาไปให้เอ็นจีโอ นพ.ศักดิ์ชัย ยืนยันว่า/p p“ไม่มีครับ ไม่จริงครับ เพราะผิดกฎหมาย ปกติเหมาจ่ายรายหัวจะมีหมวดงบส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรค ซึ่งเงินส่วนนี้จะให้กับกลุ่มมูลนิธิ หน่วยราชการอื่นๆ ที่ไม่ใช่หน่วยบริการไปทำเรื่องการดูแลสุขภาพของประชาชน สาธารณสุขจังหวัดก็ได้ สาธารณสุขอำเภอ ให้กับเอ็นจีโอ ให้กับมูลนิธิที่เกี่ยวข้องกับการทำงานได้สุขภาพ เรามีให้”/p h3span style="color:#0000ff;"strongหมอพลเดชเตรียมเคลื่อนสมัชชาวาระพิเศษ แต่บอกคงทำไม่ทัน คกก.ชุดวรากรณ์/strong/span/h3 pในส่วนของเวทีปรึกษาสาธารณะ ภายหลังจากเสร็จสิ้นลงในเวลาประมาณ 16.00 น. นพ.พลเดช ได้กล่าวกับสื่อมวลชนว่า ข้อคิดเห็นที่ได้จากเวทีใน 14 ประเด็นบวก 3 จากผู้มีส่วนร่วมต่างๆ จะถูกบันทึกไปตามจริง ไม่มีการสรุป แต่จะทำการประมวลทุกข้อคิดเห็น ทั้งที่เห็นร่วม เห็นต่าง และประเด็นที่เสนอใหม่ พร้อมกับให้เหตุผลประกอบส่งไปยังคณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมายฯ ชุดของวรากรณ์/p pขณะที่ประเด็นการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติวาระพิเศษเพื่อพิจารณาเรื่องนี้โดยเฉพาะ นพ.พลเดช กล่าวว่า ประเด็นใดที่เป็นงานระยะยาว ต้องการการศึกษาวิจัย ต้องการการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม คงไม่สามารถทำเสร็จทันการทำงานของคณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ทาง สช. มีแผนในใจแล้วว่าจะต้องทำ/p p“เราคงไม่ทันงานของคณะกรรมการนี้ เขาก็เดินของเขาไป อันนี้คืองานระยะยาว และไม่ว่าเขาจะมีการแก้ไขกฎหมายอย่างไร กฎหมายก็มีการทบทวนเป็นระยะๆ อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นอย่าไปกังวล อันไหนที่ไม่ควรรอก็อย่าไปรอ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนที่สุด อะไรที่รอได้ ก็รอ เราก็พร้อมที่จะทำการบ้านช่วย แต่ถ้าเขาไม่รอ แต่ประชาชนยังติดค้างอยู่ อันนี้ก็เป็นหน้าที่ของเราที่จะทำการศึกษา เพราะในกระบวนการสมัชชาสุขภาพจะมีกระบวนการ เมื่อได้ผลแล้วจะถูกนำเข้าสู่คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพราะฉะนั้นเรามีช่องทางปกติอยู่แล้ว ไม่ต้องกลัว” นพ.พลเดช กล่าว/p table id="attachments" class="sticky-enabled" theadtrthAttachment/ththSize/th /tr/thead tbody tr class="odd"tda href="http://prachatai.org/sites/default/files/ ขอให้ชี้แจงแนวทางการจัดการความคิดเห็นที่แตกต่างในการแก้ไขกฎหมาย.docx" ขอให้ชี้แจงแนวทางการจัดการความคิดเห็นที่แตกต่างในการแก้ไขกฎหมาย.docx/a/tdtd1.59 MB/td /tr /tbody /table div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/kx5OhAJ_K84" height="1" width="1" alt=""/

ประยุทธ์ บอกเป็นรัฐบาลที่ใจดีที่สุดในโลก ท้าพวกหนีคดี กลับมาเข้ากระบวนการยุติธรรม

Wed, 21/06/2017 - 17:17
pประยุทธ์nbsp;ปาฐกถาพิเศษขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ย้ำรัฐบาลมีความจำเป็นที่ต้องกำหนดนโยบาย เพื่อขับเคลื่อนในหลาย ๆ ด้านให้เกิดเป็นรูปธรรมnbsp;บอกเป็นรัฐบาลที่ใจดีที่สุดในโลก ท้าพวกหนีคดีnbsp;กลับมาเข้ากระบวนการยุติธรรม/p div !--break--!--break--/div p style="text-align: center;"img alt="" src="https://media.thaigov.go.th/uploads/thumbnail/news/2017/06/4688_MEO_4272_resize.JPG" style="width: 500px; height: 333px;" //p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"ที่มาภาพ เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล/span/p p21 มิ.ย. 2560 รายงานข่าวระบุว่า วันนี้ (21 มิ.ย.60) เมื่อเวลา 09.00 น. ณ อาคารศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. พร้อมคณะ ปฏิบัติราชการ ณ จังหวัดขอนแก่น nbsp;เพื่อติดตามความก้าวหน้าผลการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล พร้อมเยี่ยมชมผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยขอนแก่น/p pโอกาสนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “การขับเคลื่อน ไทยแลนด์ 4.0 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” ตอนหนึ่งถึงคดีความต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นว่า รัฐบาลทำทุกคดีที่มีปัญหา และไม่ได้ละเลยที่จะจับคนผิดมาลงโทษตามกฎหมาย รัฐบาลนี้จะทำสิ่งใดก็ตาม ต้องนึกถึงความรู้สึกของทุกคน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ขอให้ทุกคนเข้าใจในการปฏิบัติหน้าที่ของทหาร อย่าพยายามสร้างความขัดแย้งกัน ต้องรักประเทศชาติให้มาก เพื่อความสงบสุขของคนไทยทุกคนnbsp;/p div"ที่ผ่านมา พวกไม่เข้ากระบวนการยุติธรรม คิดว่าคนดีหรืออย่างไร แล้ววันนี้มาบอกว่าผมไปไล่ล่า ยอมรับกติกาสิครับ ผมถือว่าเป็นรัฐบาลที่ใจดีที่สุดในโลกนะจะบอกให้ ไม่มีรัฐบาลไหนทำแบบนี้หรอก นึกถึงคนทุกคน นึกถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพราะทุกคนคือคนไทย แต่เขามองผมว่าคนไทยหรือเปล่า เขามองพวกเราว่าคนไทยหรือเปล่า พอไม่ได้อะไรขึ้นมาก็ทำลายประชาธิปไตยอย่างนั้นหรือเปล่า มันใช่หรือเปล่า อยากเข้าสู่ระบบก็กลับสู่บ้านมา เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ไม่กลับมาเองไม่ใช่เหรอ ให้กลับมาทั้งหมดนั่นแหละ ผมไม่ได้พูดถึงใครคนใดคนหนึ่ง หนีแล้วไปนั่งด่าโก้ๆ ไม่รักประเทศไทยเหรอ ขอถามหน่อย แล้วจะให้ผมอยู่เฉยๆ จะด่าอะไรก็ด่า ผมก็มีชีวิตจิตใจ และผมก็สุภาพที่สุดแล้ว ปกติผมเป็นทหารไม่สุภาพแบบนี้ ไม่อย่างนั้นปกครองทหารไม่ได้"nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว/div divnbsp;/div divนอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวว่า มหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นมหาวิทยาลัยในส่วนภูมิภาคอับดับ ต้น ๆ ของประเทศ ถือเป็นความภูมิใจของคนภาคอีสาน ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยแนวหน้าด้านการเรียนการสอน และดีเลิศทางด้านการวิจัย รวมถึงการพัฒนา ซึ่งเปิดการเรียนการสอนมากกว่า 300 หลักสูตร/div divnbsp;/div divสำหรับนโยบาย Thailand 4.0 nbsp;พล.อ.ประยุทธ์nbsp;กล่าวว่า รัฐบาลมีความจำเป็นที่ต้องกำหนดนโยบาย เพื่อขับเคลื่อนในหลาย ๆ ด้านของประเทศไทยให้เกิดเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ จากกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกในหลาย ๆ ด้านอย่างเฉียบพลัน nbsp;ทำให้คนไทยต้องเรียนรู้ที่จะปรับเปลี่ยนตัวเองให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น รวมถึงการการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 nbsp;ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง มีโอกาส ภัยคุกคาม และข้อจำกัดมากมายเกิดขึ้น ทุกประเทศต้องปรับเปลี่ยนและพัฒนาเพื่อให้สามารถรับมือกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น/div divnbsp;/div divสำหรับโมเดล Thailand 4.0 พล.อ.ประยุทธ์nbsp;กล่าวว่า รัฐบาลต้องการนำประเทศไปสู่ ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน โดยนำหลักคิดจากบทเรียนและกับดักในอดีตมาเป็นบทเรียน บนหลักคิดของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แต่ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงความสมดุลในเรื่องของมิติด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และคุณค่าความเป็นมนุษย์ ไม่ใช่เน้นการพัฒนาประเทศทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว ควบคู่กับศึกษา และนำสิ่งที่ดี ๆ จากอดีตมาพิจารณาและวิเคราะห์เพื่อสร้างเป็นรูปแบบใหม่ที่เหมาะสมกับปัจจุบัน โดยผ่านกระบวนการพัฒนาที่ถูกต้อง คือ การใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่สมดุลระหว่างมิติในทุก ๆ ด้าน หากไม่เพียงพอก็ต้องมีการปรับเติมเสริมเข้าไป แต่เมื่อเพียงพอแล้วก็ต้องรู้จักหยุด และรู้จักแบ่งปัน รวมถึงต้องสร้างความเข้มแข็งจากภายในแทนการพึ่งพาเศรษฐกิจโลกเพียงอย่างเดียว/div divnbsp;/div divพล.อ.ประยุทธ์nbsp;กล่าวว่า nbsp;Thailand 4.0 nbsp;ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสร้างความสมดุลตอบโจทย์ความยั่งยืนอย่างทั่วถึงไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ซึ่งเป็นการตอบโจทย์ความมั่นคงอย่างแท้จริง และสิ่งที่จะตอบโจทย์ทั้งหมดภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงคือ “คน” ประเทศไทยต้องเตรียมความพร้อมให้คนไทยมีความสมบูรณ์ที่มีความรู้คู่คุณธรรม มีศักดิ์ศรีความเป็นไทยอยู่ในโลกร่วมกับประชาคมโลกได้ ต้องปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ นำเทคโนโลยี นวัตกรรมมาใช้ให้เกิดประโยชน์ สร้างมูลค่าเพิ่มทำให้อุตสาหกรรมหรือเศรษฐกิจนำไปสู่ความยั่งยืน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เชื่อมโยงเศรษฐกิจไทยสู่สังคมโลก โดยรัฐบาลชุดนี้จะเน้นเรื่องการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำให้ลดน้อยลง เพิ่มความเข้มแข็งให้กระจายลงสู่พื้นที่ ไม่ให้กระจุกอยู่แต่ในเมืองใหญ่ ๆ/div divnbsp;/div divพล.อ.ประยุทธ์nbsp;ได้กล่าวขอบคุณประชาชนจังหวัดขอนแก่น ที่ร่วมกันตอบ 4 คำถามของนายกรัฐมตรีมากที่สุดกว่าหมื่นคน nbsp; พร้อมกล่าวชี้แจงว่า การตั้งคำถามดังกล่าวนี้ เพื่อต้องการรับทราบถึงปัญหาของประชาชนว่ามีความคิดเห็นอย่างไรต่อการเปลี่ยนแปลงประชาธิปไตย และต้องการให้ทุกคนช่วยกันตอบ เพื่อไม่ให้ถูกนำไปบิดเบือนว่านายกรัฐมนตรีตั้งคำถามแล้วไม่มีคนตอบ nbsp;เช่นเดียวกับเรื่อง ร่าง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่ถูกบิดเบือนว่า จะเป็นการยกเลิกโครงการ 30 บาท รักษาทุกโรค ซึ่งไม่เป็นความจริงnbsp;/div pที่มา : a href="http://www.thaigov.go.th/news/contents/details/4688"เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล/a และa href="https://www.thairath.co.th/content/979308"ไทยรัฐออนไลน์/a/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2017/06/72036" target="_blank"ทหารตำรวจกว่า 30 นายเข้าค้นบ้านดาวดิน ยึดเอกสารแก้กฎหมายบัตรทอง 2 ใบ ไร้หมายค้น/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/54CzWYaCpnI" height="1" width="1" alt=""/

[คลิป] ล้านนาคดีในทศวรรษหน้า | ธเนศวร์ เจริญเมือง-แสวง มาละแซม

Wed, 21/06/2017 - 16:39
p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"iframe allowfullscreen="" frameborder="0" height="315" src="https://www.youtube.com/embed/3JSF4kaKssw" width="560"/iframe/p pเสวนาหัวข้อ "ล้านนาคดีในทศวรรษหน้า" ปิดท้ายโดยธเนศวร์ เจริญเมือง และแสวง มาละแซม โดยตอนหนึ่งธเนศวร์ เสนอให้ขยายขอบเขตศึกษาให้พ้นไปจากกรอบของ "พงศาวดารโยนก" หรือ "พงศาวดารลาวเฉียง" ของพระยาประชากิจกรจักร (แช่ม บุนนาค) แต่ต้องค้นคว้าเอกสารเก่าที่มีอยู่ในท้องถิ่นให้มากกว่านี้ การที่ล้านนาตกอยู่ภายใต้ภาวะรัฐรวมศูนย์อำนาจนานเกินไป รวมทั้งระบบการศึกษาด้วย อาจทำให้ไม่มีการศึกษาอย่างเป็นจริงเป็นจัง หรือศึกษาแต่ใช้เอกสารอย่างจำกัด และรีบด่วนสรุปการศึกษาเกินไป/p pส่วนแสวงเสนอด้วยว่า มีเอกสารชั้นต้นจำนวนมากที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติที่ยังไม่มีการเปิดเผยโดยอ้างเรื่องความมั่นคง โดยเขาเสนอว่าควรเปิดโอกาสให้ผู้ศึกษาเข้าถึงเอกสารเหล่านั้น ล้านนาคดีศึกษายังมีความท้าทายอีกมาก ขอให้คนรุ่นหลังทำการศึกษาต่อเนื่อง ไม่ควรจะยุติ ใครที่ว่าค้นคว้ามาแล้วเรียบร้อย เขาเชื่อว่ายังไม่มีข้อยุติเพียงแค่นี้ จะต้องค้นคว้ากันต่อไป/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c1.staticflickr.com/5/4247/35402748946_e2a12a002c_z.jpg" style="width: 560px; height: 315px;" //p pเสวนาดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของเวทีวิชาการ “ทบทวน ท้าทาย ล้านนาคดีศึกษาสู่ทศวรรษใหม่” เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2560 ที่ห้องประชุมอาคารปฏิบัติการ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่nbsp;รับชมคลิปจากเวทีวิชาการ “ทบทวน ท้าทาย ล้านนาคดีศึกษาสู่ทศวรรษใหม่” ทั้งหมดที่nbsp;a href="https://goo.gl/Ltzjrz"https://goo.gl/Ltzjrz/a/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2017/06/72042" target="_blank"[คลิป] ล้านนาคดีในทศวรรษหน้า | ธเนศวร์ เจริญเมือง-แสวง มาละแซม/a /div div class="field-item even" a href="/journal/2017/06/72032" target="_blank"[คลิป] De-centering Lanna History ท้าทายข้อจำกัด-ขยายพรมแดนล้านนาคดีศึกษา/a /div div class="field-item odd" a href="/journal/2017/06/71987" target="_blank"[คลิป] เปิดพรมแดนความรู้ล้านนาคดีใหม่ (2) : ศิลปะ วัฒนธรรมในสังคมล้านนา/a /div div class="field-item even" a href="/journal/2017/06/71962" target="_blank"[คลิป] เปิดพรมแดนความรู้ล้านนาคดีใหม่ (1) : ศาสนาและความเชื่อ/a /div div class="field-item odd" a href="/journal/2017/06/71935" target="_blank"[คลิป] ตำนานพระเจ้าเลียบโลก ฉบับเชียงรุ่ง: การปริวรรต ตีความ และเปรียบเทียบฯ/a /div div class="field-item even" a href="/journal/2017/06/71934" target="_blank"[คลิป] อานันท์ กาญจนพันธุ์: ล้านนาในศตวรรษที่ 21/a /div div class="field-item odd" a href="/journal/2017/06/71933" target="_blank"[คลิป] ทบทวน ท้าทาย ล้านนาคดีศึกษาสู่ทศวรรษใหม่: 3 นักวิชาการเปิดประเด็น/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/ZtEErjfgXTI" height="1" width="1" alt=""/

คนหน้าคล้าย 'ประยุทธ์' โผล่ MV เพลงใหม่ ลำไย ไหทองคำ

Wed, 21/06/2017 - 16:22
!--break--!--break-- p style="text-align: center;"img src="https://c1.staticflickr.com/5/4238/35275724922_f7daa6b499.jpg" //p p21 มิ.ย. 2560 จากกรณีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.กล่าวถึงการแต่งกายและท่าเต้นของnbsp;'ลำไย ไหทองคำ' หรือ สุพรรณษา เวชกามา นักร้องเพลงผู้สาวขาเลาะ ว่า “ก็ไปเตือนกันเอง สื่อก็ไปช่วยกันเตือนหน่อย อย่างไรก็ตาม ส่วนหนึ่งก็เพราะเป็นนิสัยคนดูก็ชอบดู” nbsp;โดยแนะนำให้สื่อช่วยแนะนำ/p pจนกระทั้งวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมาnbsp;a href="http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/759382"กรุงเทพธุรกิจออนไลน์/a รายงานว่า ลำไย พร้อมคณะเดินทางเปิดการแสดงคอนเสิร์ตที่บริเวณสนามตลาดนัดจ่าหมาย อ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี nbsp;ท่ามกลางการกดดันจากเจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือไม่ไห้ลำไยแต่งตัวโป๊และขอไม่ให้เต้นในท่าที่หวาดเสียวซึ่งก็ได้รับการตอบรับจากทีมงานของนักร้องสาวเป็นอย่างดี/p p style="text-align: center;"iframe allowfullscreen="" frameborder="0" height="315" src="https://www.youtube.com/embed/iziuDVIquMM" width="560"/iframe/p pล่าสุดวานนี้ (20 มิ.ย.60) ยูทูบ ช่อง 'ple nakorn CHANNEL' ของnbsp;เปิ้ล นาคร ศิลาชัย ได้เผยแพร่เพลงและมิวสิควิดีโอใหม่ที่ร้องโดยnbsp;ลำไย ชื่อ ผู้สาวขาเฟี้ยว ในมิวสิควิดีโอมีฉากที่คนหน้าคล้าย พล.อ.ประยุทธ์ ปรากฎตัวขึ้นมาในชุดทหารด้วยnbsp;/p divสำหรับเพลงดังกล่าว แต่งคำร้อง-ทำนอง โดย นราธิป ปานแร่ ขณะที่คำร้องภาษาอีสาน โดย ธนัสสรณ์ ภูตินันท์ เรียบเรียง โดย ละมุนละไมไทยแลนด์ โปรดิวเซอร์ โดย นาฬิกา สุทธิลักษณ์ ออกแบบท่าเต้น โดย แคนดี้ รากแก่น และอำนวยการผลิต มิวสิควีดิโอ โดย ประจักษ์ชัย ไหทองคำ และ นาคร ศิลาชัย/div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/IzmBHxoAZeI" height="1" width="1" alt=""/

ข้อมูลส่วนตัวประชาชนสหรัฐฯ เกือบ 200 ล้านคน รั่วไหลสู่สาธารณะ

Wed, 21/06/2017 - 15:43
pบริษัทที่ทำสัญญากับพรรครีพับลิwbrกันของสหรัฐฯ ตั้งระบบผิดพลาดทำให้ข้อมูลส่wbrวนตัว รวมถึงความเชื่อทางศาสนาหรืwbrอการเมือง แพร่สะพัดออกไปสู่สาธารณะจำนวน 1.1 เทราไบต์ สร้างความกังวลด้านสิทธิความเป็wbrนส่วนตัว ความปลอดภัยไซเบอร์ และความกังวลว่าจะมีการนำข้อมูwbrลเหล่านี้ไปใช้ในทางที่ผิดหรืwbrอไม่/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p !--break--!--break-- pเมื่อวันที่ 20 มิ.ย. 2560 เกิดเหตุข้อมูลส่วนบุคคลที่มีwbrความอ่อนไหวของประชาชนสหรัฐฯ เกือบ 200 ล้านคน รั่วไหลออกไปสู่สาธารณะ ผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบที่ทำให้wbrเกิดเหตุการณ์เลวร้ายต่อสิทธิwbrความเป็นส่วนตัวเช่นนี้คือบริษัwbrทมาร์เก็ตติงที่ทำสัญญากัwbrบคณะกรรมการแห่งชาติของรีพับลิwbrกัน (Republican National Committee)/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pข้อมูลที่รั่วไหลออกไปมีwbrขนาดใหญ่มากราว 1.1 เทราไบต์ (1.1 ล้านล้านไบต์) ที่ประกอบด้วยวันเกิด ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และแนวคิดทางการเมืองของคนเกือบ 200 ล้านคน คิดเป็นราวร้อยละ 62 ของประชากรสหรัฐฯ ทั้งหมด ข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ถูกทำให้คนทั่wbrวไปสามารถเข้าถึงได้จากเซิร์ฟwbrเวอร์ข้อมูลบนอินเทอร์เน็wbrตของบริษัทบริการไอที "แอมะซอน" (Amazon) โดยที่เพียงแค่มีลิงก์ก็wbrสามารถเข้าถึงข้อมูลนี้ได้/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pผู้ที่ค้นพบในเรื่องนี้คือ คริส วิคเกอร์รี นักวิเคราะห์ความเสี่ยงด้wbrานไซเบอร์จากบริษัทความปลอดภัwbrยทางอินเทอร์เน็ต "อัปการ์ด" (UpGuard) ข้อมูลเหล่านี้ดูเหมือนจะมีwbrการเก็บรวบรวมมาจากหลายแหล่ง แม้กระทั่งจากการโพสต์บนกระทู้wbrที่ถูกแบนในเว็บบอร์ด Reddit ไปจนถึงข้อมูลที่wbrมาจากคณะกรรมการจัดระดมทุwbrนของพรรครีพับลิกัน/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pข้อมูลเหล่านี้ถูกเก็บในรูwbrปแบบตารางจัดการ (spreadsheets) ที่อัปโหลดขึ้นเซอร์เวอร์ของดีwbrพรูทอนาไลติคส์ มีการอัปเดทครั้งสุดท้ายเมื่wbrอเดือน ม.ค. เมื่อมีการสาบานตนเข้ารับตำแหน่wbrงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์/wbr/wbr/wbr/wbr/p pอเล็กซ์ ลุนดรี ผู้ก่อตั้งอีพรูทอนาไลติคส์กล่wbrาวว่าพวกเขายอมรับผิดชอบอย่wbrางเต็มที่กับความผิดพลาดที่เกิwbrดขึ้นเนื่องจากเท่าที่ข้อมูwbrลของพวกเขามี เขาไม่พบว่ามีการแฮ็wbrกระบบของพวกเขา และเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่มีผู้wbrรับรู้ในวงกว้างแล้วพวกเขาก็wbrจะอัพเดทการเข้าถึงและวางเกณฑ์wbrวิธีเพื่อป้องกันไม่ให้มีการเข้wbrาถึงโดยคนทั่วไปได้ในอนาคต/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pนอกจากข้อมูลส่วนตัวแล้ว ข้อมูลของประชาชนที่รั่wbrวไหลออกไปยังระบุถึงความเอนเอีwbrยงทางการเมือง การเข้าร่วมศาสนา เชื้อชาติ และประเด็นความคิดอื่นๆ เช่นมีความคิดเห็นเรื่wbrองการควบคุมอาวุธปืนอย่างไร คิดเรื่องสิทธิในการทำแท้งอย่wbrางไร และคิดเรื่องการวิจัยสเต็มเซลล์wbrอย่างไร/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pชื่อไฟล์และแฟ้มเก็บไฟล์แสดงให้wbrเห็นว่าองค์กรการเมืองของรีพัwbrบลิกันมีเป้าหมายจะนำข้อมูลเหล่wbrานี้ไปใช้ โดยการพยายามสำรวจข้อมูwbrลของประชาชนผู้ลงคะแนนเสีwbrยงมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ นั่นหมายความว่ามีบางส่วนที่เว้wbrนว่างไว้ถ้าหากไม่ทราบข้อมูล/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pถึงแม้ว่าพรรคการเมืองมักจะเก็wbrบข้อมูลของผู้ที่โหวตให้wbrพวกเขาอยู่แล้ว แต่การรั่วไหลของข้อมูลครั้wbrงใหญ่เช่นนี้ก็ทำให้เกิดความน่wbrากังวลเรื่องสิทธิความเป็นส่wbrวนตัว เฟรเดอริเก คัลทอยนาร์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายนโยบายขององค์wbrกรด้านความเป็นส่วนตัวไพรเวซีอิwbrนเตอร์เนชันแนลบอกว่าเหตุการณ์wbrนี้เป็นปัญหาหนักมากไม่เพียงแค่wbrเป็นเรื่องอ่อนไหวแต่ยังเป็นข้wbrอมูลส่วนตัวของคนที่มีผลต่wbrอการคาดการณ์พฤติกรรม เป็นความคิดเห็นและความเชื่อที่wbrบุคคลนั้นๆ ไม่เคยตัดสินใจเปิดเผยให้กับผู้wbrอื่นมาก่อน/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pการเก็บข้อมูลเพื่อคาดเดาพฤติwbrกรรมนั้นไม่ได้มีแค่บริษัwbrทการตลาดที่นำมาใช้ แต่การโฆษณาทางอินเทอร์เน็ตก็wbrอาศัยข้อมูลเหล่านี้wbrในการกำหนดระบบนิเวศของข้อมูwbrลอินเทอร์เน็ตสำหรับผู้ใช้ต่างๆ ซึ่งคัลทอยนาร์มองว่าเรื่องนี้ "เป็นภัยต่อประชาธิปไตย" เพราะเป็นไปได้ว่าข้อมูลเหล่านี้wbrอาจจะถูกนำมาตั้งเป้wbrาหมายทางการเมืองกับผู้ใช้wbrงานได้ โดยที่ไม่รู้ว่าผู้ใช้จะนำข้อมูwbrลเหล่านี้มาใช้เพื่อเป้wbrาหมายใด/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pอีกทั้งการที่ข้อมูลเหล่านี้รั่wbrวไหลออกสู่สาธารณะจึงกลายเป็นสิ่wbrงที่อาจจะถูกนำไปใช้แบบอัwbrนตรายได้ เช่น การใช้ข่มขู่คุกคามผู้คนที่เห็wbrนต่างทางการเมืองหรืwbrอการหลอกลวงทางตัวตนเพื่อกลั่wbrนแกล้ง พอล เฟล็ชเชอร์ จากบริษัทด้านความปลอดภัยทางอิwbrนเทอร์เน็ตอเลิร์ทโลจิคกล่าวว่wbrามีความเป็นได้สูงมากที่ข้อมูwbrลเหล่านี้อาจจะถูกนำไปเผยแพร่wbrให้เห็นในพวกเว็บลับใต้ดิน/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pstronguเรียบเรียงจาก/u/strong/p pPersonal details of nearly 200 million US citizens exposed, BBC, 19-06-2017/p pa data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?hl=enamp;q=http://www.bbc.com/news/technology-40331215amp;source=gmailamp;ust=1498115368750000amp;usg=AFQjCNFfKcQqCShXPFA0GMrUMLxpFtCAMA" href="http://www.bbc.com/news/technology-40331215" target="_blank"http://www.bbc.com/news/wbrtechnology-40331215/wbr/a/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/TAZy1RO707c" height="1" width="1" alt=""/

อ้าวเฮ้ย! พบ กอ.รมน.ยังไม่ถอนแจ้งความ 3 นักสิทธิฯ ปมแฉซ้อมทรมานชายแดนใต้

Wed, 21/06/2017 - 14:12
pมูลนิธิผสานวัฒนธรรมเผย กอ.รมน.ยังไม่ถอนแจ้งความ 3 นัwbrกสิทธิฯ ปมแฉซ้อมทรมานชายแดนใต้ ตามที่ตกลงกันเมื่อ 7 มี.ค.60 ล่าสุดอัยการจังหวัดปัตตานีต้องนัwbrดพบสามผู้ต้องหาอีกครั้ง 27 ก.ค.นี้/wbr/wbr/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img src="https://c1.staticflickr.com/3/2879/33317509395_dded7aceda.jpg" //p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"แฟ้มภาพ/span/p p21 มิ.ย. 2560 รายงานข่าวจากมูลนิธิผสานวัฒนธรรมแจ้งว่า เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา สมชาย หอมลออ พรเพ็ญ คงขจรเกียรติnbsp; และอัญชนา หีมมิหน๊ะ ได้มอบหมายให้ทนายความของมูลนิwbrธิศูนย์ทนายความมุสลิมไปพบพนัwbrกงานอัยการจังหวัดปัตตานีตามที่wbrได้นัดหมายไว้nbsp; พบว่าคดีสามนักสิทธิฯ กอ.รมน.ภาค 4 ยังไม่ได้ถอนแจ้งความหรือคำร้wbrองทุกข์ตามที่ได้เคยประกาศไว้ต่wbrอสาธารณะชน ทำให้พนักงานอัยการต้องกำหนดวัwbrนนัดให้ไปรายงานตัวอีกในวันที่ 27 ก.ค. 2560 nbsp;/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pสืบเนื่องมาจากกรณีที่wbrกองอำนวยการรักษาความมั่wbrนคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า โดย พ.ท.เศรษฐสิทธิ์ แก้วคูณเมือง ร้องทุกข์ ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนัwbrกงานสอบสวน สภ.ปัตตานีเมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2559 ให้ดำเนินคดีกับสามนักสิทธิมนุwbrษยชน คือ สมชาย หอมลออ ประธานมูลนิธิผสานวัฒนธรรม (ในขณะนั้น) พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม และอัญชนา หีมินะ หัวหน้าของกลุ่มด้วยใจ ในข้อหาความผิดร่วมกันหมิ่wbrนประมาทโดยการโฆษณา และความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกัwbrบคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 เนื่องจากมูลนิธิผสานวัwbrฒนธรรมได้จัดพิมพ์และเผยแพร่wbrรายงานสถานการณ์wbrการทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้wbrายไร้มนุษยธรรมหรือย่ำยีศักดิ์wbrศรี ในจังหวัดชายแดนใต้ ปี 2557 – 2558 โดย ต่อมา กอ.รมน. ภาค 4 nbsp;ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 7 มี.ค. 2560 ที่โรงแรมสุโกศล กรุงเทพ ว่าไม่ติดใจดำเนินคดีกับสามนัwbrกสิทธิฯไปในทุกข้อหา และจะดำเนินการถอนคำแจ้งความร้wbrองทุกข์ดังกล่าวต่อไป แต่เมื่อทนายความได้พบกับพนัwbrกงานอัยการ กลับพบว่า ขณะนี้ กอ.รมน. ยังไม่ได้ถอนคำแจ้งความร้องทุwbrกข์แต่อย่างใด ซึ่งการถอนคำแจ้งความร้องทุกข์wbrในคดีนี้ จะต้องมีหนังสือมอบอำนาจที่wbrนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่wbrนคงภายในราชอาณาจักร (ผอ.รมน.) nbsp;หรือผู้บัญชาการทหารบกในฐานะ รอง ผอ.รมน. เป็นผู้ลงนาม และ กอ.รมน.ภาค 4 จะต้องส่งหนังสือมอบอำนาจดังกล่wbrาวแก่พนักงานสอบสวนและพนักงานอัwbrยการประกอบการถอนแจ้งความร้องทุwbrกข์คดีดังกล่าว/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p p“คดีนี้เป็นคดีตัวอย่างที่สำคัwbrญที่แสดงถึงบทบาททางวิwbrชาการและการใช้สิทธิในการมีส่wbrวนร่วมตามรัฐธรรมนูwbrญของประชาชนในการให้ข้อมูwbrลและตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้wbrาที่รัฐให้ปฏิบัติwbrตามกรอบของกฎหมายและต้องไม่wbrละเมิดสิทธิมนุwbrษยชนโดยเฉพาะในสถานการณ์ในจัwbrงหวัดชายแดนใต้ที่มีความอ่wbrอนไหวnbsp; การดำเนินการถอนแจ้งความนักสิwbrทธิมนุษยชนทั้งสามเป็นแนวทางที่wbrเชื่อว่าจะช่วยเปิดพื้นที่ให้wbrประชาชนในพื้นที่เข้ามาร่วมแก้wbrไขปัญหาในพื้นที่ได้กว้างขึ้น เจ้าหน้าที่จะได้นำข้อมูลและข้wbrอเสนอแนะด้านสิทธิมนุษยนชนต่างๆ ไปปฎิบัติได้จริงอย่างทันท่วงทีwbrต่อสถานการณ์ความรุนแรง” สุรพงษ์ กองจันทึกnbsp; ประธานมูลนิธิผสานวัฒนธรรมกล่าว/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pรายงานสถานการณ์wbrการทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้wbrายไร้มนุษยธรรมหรือย่ำยีศักดิ์wbrศรี ในจังหวัดชายแดนใต้ ปี 2557 – 2558 ได้จัดทำขึ้นตามโครงการที่ได้รัwbrบการสนับสนุนจากหน่wbrวยงานของสหประชาชาติ โดยวัตถุประสงค์เพื่อเก็wbrบรวบรวมข้อมูลและให้ความช่wbrวยเหลือเหยื่อจากการทรมาน หรือการปฏิบัติที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรมหรือที่ย่ำยีศักดิ์wbrศรี เพื่อบรรเทาความเจ็บปวดเสีwbrยหายทั้งทางกายและจิตใจnbsp; ฟื้นฟูและสนับสนุนให้ผู้ได้รัwbrบผลกระทบจากการกระทำดังกล่wbrาวสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่wbrางปกติ ให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายเพื่wbrอให้บุคคลเหล่านั้นสามารถเข้าถึwbrงความยุติธรรมและการเยีwbrยวยาจากรัฐ และเพื่อเสนอแนะต่อเจ้าหน้าที่wbrและหน่วยงานของรัฐให้ดำเนิwbrนการทั้งทางนโยบาย กฎหมาย และการปฏิบัติเพื่อป้องกัwbrนและขจัดการทรมานและการปฏิบัติwbrที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรมหรือที่ย่ำยีศักดิ์wbrศรี ในพื้นที่สามจังหวัwbrดชายแดนภาคใต้ที่มีการใช้บังคัwbrบกฎหมายพิเศษ ได้แก่ พ.ร.บ.กฎอัยการศึก และ พ.ร.ก.การบริwbrหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินnbsp;/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p p“สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้wbrบางรายกล้าที่จะเรียกร้wbrองความเป็นธรรมและดำเนินคดีเพื่wbrอให้เจ้าหน้าที่และหน่wbrวยงานของรัฐรับผิดชอบ แต่ยังมีประชาชนอีกจำนวนไม่น้wbrอยที่ถูกทรมานฯแต่ไม่กล้าร้wbrองเรียนหรือดำเนินคดีnbsp; ปัญหาการทรมานฯเป็นเรื่องสำคัwbrญที่ผู้ต้องหาทั้งสามซึ่งเป็นนัwbrกสิทธิมนุษยชนทำงานขับเคลื่wbrอนให้เกิดการตรวจสอบ เพื่อให้หน่วยงานรัฐปกป้อง คุ้มครองประชาชน รวมทั้งผลักดันเชิงนโยบายต่wbrอภาครัฐ ในการแก้ไขปัญหาเพราะหากไม่แก้wbrไขเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบและยุwbrติการทรมานฯ แล้ว จะส่งผลให้ประชาชนจำนวนหนึ่งหัwbrนหลังให้กับเจ้าหน้าที่รัฐ ทำให้ยากที่จะสร้างสันติสุขในจัwbrงหวัดชายแดนใต้ได้” สุรพงษ์ กล่าว/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2017/03/70449" target="_blank"กอ.รมน.ถอนฟ้อง 3 นักสิทธิ-ทำ MOU รายงานซ้อมทรมานต้องผ่านความเห็นชอบก่อน/a /div div class="field-item even" a href="/journal/2017/03/70464" target="_blank"#039;แอมเนสตี้-กก.นิติศาสตร์สากล#039; ยินดีไทยถอนฟ้อง 3 นักสิทธิฯ ปมแฉซ้อมทรมานชายแดนใต้/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/oGQXkD8ehCs" height="1" width="1" alt=""/

จับตามอง 'เอ็มมานูเอล มาครง' จัดตั้งรัฐบาลใหม่ หลังชนะเสียงข้างมากในสภาฯ

Wed, 21/06/2017 - 14:04
pฝรั่งเศสมีการเลือกตั้wbrงประธานาธิบดีกับการเลือกตั้ง ส.ส. แยกกัน แม้มาครงจะชนะการเลือกตั้งเป็wbrนผู้นำแล้ว แต่ก็ต้องลุ้นว่า ส.ส. พรรคแนวร่วมฝ่ายเขาจะได้เสีwbrยงในสภาแค่ไหน ซึ่งในตอนนี้ก็ทำให้นักการเมืwbrองคนหนุ่มอย่างมาครงคลายกัwbrงวลได้แล้วเพราะพรรคแนวร่wbrวมของเขากวาดที่นั่งไปถึง 350 ที่นั่งจาก 577 แต่จำนวนผู้มาใช้สิทธิน้อยก็บ่wbrงบอกว่wbrาการออกนโยบายของพรรคสายกลางของwbrเขาก็ต้องระมัดระวัง/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p !--break--!--break-- p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c1.staticflickr.com/5/4199/35440707785_85e9eecbc9_o.jpg" style="width: 250px; height: 375px;" //p p style="text-align: center;"span style="color:#ffa500;"strongเอ็มมานูเอล มาครง/strong/span/p pเมื่อวันที่ 20 มิ.ย. 2560 หลังจากที่ เอ็มมานูเอล มาครง เอาชนะการเลือกตั้งได้อีกครั้wbrงศึกการเลือกตั้งสมาชิกสภาฯ ฝรั่งเศสเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่wbrานมา (18 มิ.ย. 2560) จากการที่พรรคร่วมรัwbrฐบาลของเขากวาดที่นั่งในสภาถึง 350 ที่นั่งจาก 577 ที่นั่ง ทำให้ขบวนการสายกลางอย่wbrางอองมาร์ช (La Republique En Marche! หรือ La REM) ที่ร่วมกับพรรคขวากลางอย่wbrางพรรคขบวนการประชาธิปไตยหรืwbrอโมเดม (MoDem) ได้เสียงข้างมากในสภา/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pในฝรั่งเศสมีระบบที่การเลือกตั้wbrงประธานาธิบดีแยกออกมาต่wbrางหากจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาฯ โดยที่ก่อนหน้านี้wbrมาครงเคยเอาชนะในการเลือกตั้wbrงประธานาธิบดีได้แล้วจากการขัwbrบเคี่ยวกับผู้นำฝ่ายขวาจัดอย่wbrางมารีน เลอ แปน แต่ก็มีความกังวลว่าเขาจะไม่ได้wbrรับเสียงข้างมากในสภาเมื่อมีwbrการเลือกตั้งสมาชิกสภาฯ ในเดือน มิ.ย. อย่างไรก็ตามผลการเลือกตั้งที่wbrผ่านมาทำให้ความกังวลสำหรัwbrบมาครงหมดไป/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pคริสตอฟ คาสตาเนอร์ โฆษกรัฐบาลฝรั่งเศสกล่าวว่า เอ็ดดูอารด์ ฟิลิปป์ นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสจะลาออกหลัwbrงจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาในครั้wbrงนี้เสร็จสิ้นและจะมีการตั้งผู้wbrนำรัฐบาลใหม่ภายในไม่กี่วันหลัwbrงจากนี้ นอกจากนี้คาสตาเนอร์ยังบอกอีกว่wbrาการที่มาครงได้เสียงข้wbrางมากในสภาทำให้มีโอกาสปรัwbrบคณะรัฐมนตรีสูง/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pอย่างไรก็ตามคาสตาเนอร์ก็ชี้ว่wbrาการเลือกตั้งในครั้งนี้ของฝรั่wbrงเศสมีจำนวนผู้มาใช้สิทธิน้wbrอยมากเป็นประวัติการณ์อยู่ที่ร้wbrอยละ 43 ซึ่งเน้นย้ำว่าควรจะมีการเปลี่wbrยนแปลงทางการเมือง นอกจากนี้ยังเป็น "ความล้มเหลวร่วมกัน" ของชนชั้นนำทางการเมืองของฝรั่wbrงเศส โดยที่คาสตาเนอร์ให้คำมั่นแทนรัwbrฐบาลใหม่ว่าภายใน 5 ปีนี้พวกเขาจะเปลี่wbrยนแปลงจนทำให้เกิดชัยชนะที่แท้wbrจริง/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pนอกจากนี้สื่อเดอะการ์เดียนยัwbrงตั้งข้อสังเกตอีกว่าเหล่า ส.ส. ในรัฐสภาใหม่ของฝรั่งเศสแตกต่wbrางออกไปจากเดิมเนื่องจากมีถึงร้wbrอยละ 75 เป็น ส.ส. ใหม่ที่ไม่เคยอยู่ในรัฐสภามาก่wbrอน มีอายุโดยเฉลี่ยน้อยลงอยู่ที่wbrประมาณ 48 ปี และมีถึงร้อยละ 38.7 ที่เป็นผู้หญิง โดยมาครงเองก็กลายเป็นผู้นำที่wbrอายุน้อยที่สุดของฝรั่งเศสนับตั้wbrงแต่นโปเลียน โบนาปาร์ต ด้วย/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pในขณะที่สื่อฝรั่งเศสนำเสนอว่wbrาการเลือกตั้งในครั้งนี้เป็นชัwbrยชนะของพวกสายกลาง ขณะที่พรรคดั้งเดิมของฝรั่wbrงเศสทั้งฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวาต่wbrางก็ถูกอองมาร์ชแย่งชิงพื้นที่wbrไป พรรคฝ่ายขวากลางอย่างเลส รีพับลิแกน (Les Republicains) และแนวร่วมของพวกเขาก็ชนะมาได้ 137 ที่นั่ง กลายเป็นพรรคผู้นำหลักของฝ่ายค้wbrาน อย่างไรก็ตาม ส.ส. ภาคส่วนของพวกเขาก็ให้คำมั่นว่wbrาจะเป็นพันธมิตรกับอองมาร์ช/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pพรรคที่สูญเสียหนักที่สุดคืwbrอพรรคสังคมนิยมฝรั่งเศสที่wbrชนะเพียง 29 ที่นั่ง น้อยกว่าครั้งก่อนหน้านี้ 250 ที่นั่ง เดอะการ์เดียนระบุว่าน่าจะเป็wbrนเพราะประชาชนเริ่มขาดความเชื่wbrอมั่นจากสมัยของประธานาธิบดีwbrฟรองชัวส์ ออลลองด์ และปัญหาการว่างงานสูง/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pอย่างไรก็ตามฝ่ายซ้ายจัดที่wbrนำโดย ฌอง-ลุค เมลองชง ก็ถูกจับตามองว่าจะเป็นกลุ่มหลัwbrกๆ ที่คอยคัดค้านมาตรการต่างๆ ของมาครง โดยที่พรรคของเมลองชงได้ไป 17 ที่นั่ง ขณะที่พรรคคอมมิวนิสต์ได้ไป 10 ที่นั่ง ส่วนพรรคขวาจัดของเลอ แปน ก็ได้ไป 8 ที่นั่งซึ่งยังไม่บรรลุเป้wbrหมายในการเป็นผู้นำฝ่ายค้าน แต่ก็วางตัวเองเป็นส่วนหนึ่wbrงของฝ่ายค้าน/wbr/wbr/wbr/wbr/p pมีการประเมินว่ารัwbrฐบาลมารงจะออกมาตรการต่างๆ ทั้งเรื่องการเพิ่มความเข้มแข็wbrงด้านความมั่นคง การออกกฎหมายเกี่ยวกับจริwbrยธรรมที่มีผลต่อชีวิตประจำวัwbrนของผู้คนมากขึ้นและการปฏิรูwbrปกฎหมายการจ้างงาน โดยจะเริ่มการประชุมสภานัดพิwbrเศษในวันที่ 27 มิ.ย. ที่จะถึงนี้/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pเดอะการ์เดียนระบุว่ามาครงมีwbrภาพลักษณ์เชิงบวกในสายตาสื่อโลก แต่เรื่องที่คนออกไปเลือกตั้งน้wbrอยมากก็ทำให้มาครงต้องระมัดระวัwbrงในการปฏิรูปเรื่องต่างๆ ทั้งนี้ในฝรั่งเศสยังมีการประท้wbrวงตามท้องถนนหลายครั้wbrงมากจนทำให้รัฐบาลต้องผ่อนปรนด้wbrานมาตรการต่างๆ ฝ่ายสหภาพแรงงานเองก็เตือนว่wbrาพวกเขาจะต่อต้wbrานกฎหมายแรงงานของมาครงที่wbrจะทำให้สิทธิแรงงานอ่อนแอลง นอกจากนี้มาครงยังต้wbrองพยายามหาเสียงสนับสนุwbrนจากประชาชนมากขึ้นในการดำเนิwbrนนโยบายต่างๆ โดยเฉพาะจากภาคส่วนคนรายได้น้wbrอยและคนงานที่ใช้แรงงานซึ่งจนถึwbrงตอนนี้ไม่สนับสนุนโยบายของเขา/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pnbsp;/p pเรียบเรียงจาก/p pEmmanuel Macron plans cabinet reshuffle after parliamentary win, The Guardian, 19-06-2017/p pa data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?hl=enamp;q=https://www.theguardian.com/world/2017/jun/19/emmanuel-macron-promises-new-brand-of-french-politicsamp;source=gmailamp;ust=1498109227096000amp;usg=AFQjCNH3R-6gk3n9Wyzu7cIvIjXicfVCcA" href="https://www.theguardian.com/world/2017/jun/19/emmanuel-macron-promises-new-brand-of-french-politics" target="_blank"https://www.theguardian.com/wbrworld/2017/jun/19/emmanuel-wbrmacron-promises-new-brand-of-wbrfrench-politics/wbr/wbr/wbr/a/p pnbsp;/p pTags : ข่าว, ต่างประเทศ, การเมือง,/p pnbsp;/p div style="position: absolute; top: 115px; width: 1px; height: 1px; overflow: hidden; left: -1000px;"nbsp;/div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/DtQ6LMWlH-c" height="1" width="1" alt=""/