ประชาไท

Syndicate content
Updated: 2 min 25 sec ago

จดหมายถึงท่านผู้นำ 'โปรดทราบว่าบัตรทองสำคัญอย่างไร'

2 hours 2 min ago
!--break--!--break-- pnbsp;/p pตั้งแต่พอจำความได้ เราก็รู้ว่าครอบครัวเรามีแต่คนป่วย สมัยยังเพิ่งหัดวิ่ง หัดอ่าน หัดเขียน ภาพหนึ่งในความทรงจำคือ เสียงนำ้ทะเลพัดเข้าฝั่งของโรงพยาบาลสมเด็จ ณ ศรีราชา ตอนนั้นพ่อป่วย กระเพาะอักเสบ แต่ด้วยความเป็นข้าราชการ ตอนนั้นก็ไม่ได้รู้สึกว่าทุกข์ร้อนอะไรเท่าไหร่ เด็กอย่างเรายังคงตื่นเต้นกับเสียงคลื่นกระทบฝั่ง มองจากระเบียงโรงพยาบาลตอนนั้น/p pตอนนั้นที่บ้านมีพ่อที่ป่วยบ่อย กับพี่ชายที่เป็นธาลัสซีเมีย ผอม ดำ ไม่ได้ไปโรงเรียนเพราะทนเสียงเพื่อนล้อไม่ไหว แต่ก็ไม่ได้หนักหนาจนถึงต้องไปเติมเลือดบ่อยๆทุกเดือน แค่กระดูกเปราะ ครั้งหนึ่งแกเคยเดินลื่นในตลาดแขนหัก ไปโรงพยาบาลก็อายไม่กล้าบอก เลยบอกไปว่าจักรยานล้ม แกเคืองว่าพยาบาลด่าแก "เป็นแบบนี้แล้วยังไม่เจียมอีก" หลังจากนั้นแกก็ยังยังขโยกขเยกทำนั่นนี่โน่น ทำกับข้าวให้เรากิน ไปส่งโรงเรียน ไปทำงานโรงงานแล้วเครื่องจักรก็ตัดมือ นิ้วโป้งหายไปนิ้วหนึ่ง ไม่มีประกันสังคม เจ้านายใจดีให้เงินมา 5 พันก็กลายเป็นตู้เย็นตู้แรกของบ้านไป/p pเวลาป่วยก็ได้แต่ไปขอร้องเพื่อนบ้านคนนั้นคนนี้ให้ช่วยไปส่ง ความเป็นบุญเป็นคุณกันก็ติดตัวไป ไม่มีวันที่จะใช้หมด หลังๆเขาลำบากเดือดร้อน มาขอยืมเงินก็ต้องให้ แล้วก็ไม่เคยได้คืน คิดไปมาก็แพงกว่าค่ารถจริงๆที่ต้องจ่ายไปมากโข/p pพอสักราวๆ ป.4 พ่อเกษียณ ข้าราชการชั้นผู้น้อยที่อยู่บ้านของหลวงมาตลอดชีวิต ก็เลือกที่จะรับบำเหน็จ เพื่อเอาเงินก้อนนั้นมาดาวน์ทาวน์เฮ้าส์ เล็กๆได้หลังหนึ่ง แต่ต้องแลกกับการไม่มีสิทธิรักษาพยาบาลอีกเลยตลอดระยะเวลาที่เหลืออยู่ ตอนนั้นพ่อไม่ได้ป่วย ลูก 3 คนแรกก็เกิน 20 ไปแล้ว ลูกสาวคนเล็กก็ไม่ป่วยมาก คงไม่เป็นไรมั้ง/p pในวันที่ประเทศนี้ไม่มีระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า การไปโรงพยาบาลแต่ละครั้งไม่ใช่เรื่องสนุก เราต้องนับว่าเงินทั้งบ้านมีเท่าไหร่ แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่เคยมี แม่รู้ว่าต้องบากหน้าไปกราบกราน ขอร้อง ขอสงเคราะห์ทุกครั้ง จนเรื่องที่แม่พูดบ่อยมากแล้วเราจำได้ไม่เคยลืม "กูจะไม่บากหน้าไปให้พยาบาลมันด่าอีกแล้ว" แต่แล้วก็ยังต้องไปอยู่ดีbr /ตอน ป.5 พี่ชายคนโตที่เป็นธาลัสซีเมีย ล้ม กระดูหักอีกครั้ง เราจำภาพทุกอย่างได้แม่นยำ ต้องไปเรียกเพื่อนบ้านให้พาไปโรงพยาบาลหน่อย ไม่มีปัญญาไปเอง พอไปถึง สิ่งที่เกิดขึ้นคือ พยาบาลไล่กลับบ้าน "ไม่ต้องตรวจหรอก ไม่เห็นเป็นอะไรเลย หมอไม่อยู่ตรวจไม่ได้หรอก กลับบ้านไปก่อน" เสียงกึ่งบอกกึ่งตะคอกเสียงดัง ทำเอาเราตัวลีบเกาะอยู่ข้างหลังแม่ ในขณะที่คนเจ็บก็ร้องโอดโอย โอดโอย จนแม่ต้องตะคอกพี่ชาย "จะร้องทำไมหนักหนา เขาบอกไม่เป็นไรนี่" สิ่งที่เราทำคือต้องไปหารถที่จะพาไปโรงพยาบาลจังหวัด เพราะพี่ที่มาส่งเขาต้องรีบไปขายของเหมือนกัน/p pจนได้รถจากอีกคนหนึ่งมา จริงๆอาจจะไม่ควรเรียกว่ารถ เพราะมันคือเศษเหล็กที่เป็นสนิมรอบคันที่มีล้อ แต่มันคือรถม้าวิเศษสำหรับเราในตอนนั้น คนจนเหมือนกัน มีแค่ไหนก็ช่วยได้แค่นั้นเต็มที่ที่มี/p pระยะทางจากบ้านบึงไปชลบุรี มันช่างยาวไกล ทางที่เป็นตะปุ่มตะป่ำ หลุมกับรถที่ไม่มีความผ่อนปรนอะไร พี่ชายหนุนตักแม่ เราประคองขาพี่ชายไว้บนตัก เกือบชัวโมงจนถึงโรงพยาบาล ห้องฉุกเฉินที่เปิดประตูไว้ มองเข้าไปเราเห็นคนไข้ คนเกิดอุบัติเหตุอยู่แล้วหลายราย พี่ชายก็ถูกเข็นไปไว้กลางห้อง เราเห็นว่าหมอพยาบาลทำงานกับขวักไขว่ วุ่นวายกับเคสนั้นเคสนี้ แต่ก็ยังไม่ได้แวะไปที่เตียงพี่ชายเราสักที จนแม่เข้าไปถาม "โอ้ย ถามทำไมนัก ลูกป้าไม่เป็นไรหรอก รอก่อน รอก่อน อย่ามาวุ่นวาย" แม่ก็เดินน้ำตาซึมออกมา พยาบาลเดินตามมา "เออ มีตังค์จ่ายไหมเนี่ย ถ้าไม่มีก็ไปขอสงเคราะห์ เดี๋ยวค่อยทำให้" แล้วแม่ก็หายไปหลายชั่วโมง เรานั่งรออยู่ตรงนั้นจนเกือบเช้า พยาบาลก็ใส่เฝือกให้พี่ชายเสร็จ/p pเราไม่รู้ว่าแม่ต้องไปทำอะไรบ้าง แต่การไปขอสงเคราะห์มันก็ยาวนานมากจริงๆในตอนนั้น กลับมาบ้าน จนครบกำหนดถอดเฝือก พี่ชายก็ไปถอดเฝือก สิ่งที่ได้คือขารูปตัว L นึกภาพตามนะ ขาท่อนล่างมันควรจะตรงใช่ไหม แต่มันกลายเป็นตัว L ที่แปลว่า พี่ชายจะไม่มีโอกาสยืนได้อีกแล้ว เพราะขามันสนิทกันแล้ว จากความหวังว่าจะกระถัดไปห้องน้ำแค่สักเดือนสองเดือน กลายเป็น "ตลอดชีวิต"/p pถ้าตอนนั้นมีมาตรา 41 มีเรื่องการเยียวยาความเสียหายเบื้องต้นจากการรับบริการสาธารณสุข มันอาจจะช่วยเยียวยาจิตใจทุกคนในครอบครัวได้บ้าง แกใช้เวลาราว 20 นาทีกว่าจะถัดไปจากเตียงถึงห้องน้ำ แกก็เริ่มมีนวัตรกรรมรถเข็น คือเอาแผ่นกระดานมาวางบนล้อ แล้วเข็นไปห้องนำ้เอง ทำได้อยู่ราว 2 ปี แรงก็ถดถอยจนไม่สามารถไปห้องนำ้เองได้แล้ว หน้าที่หลักของน้องสาวคือ เอาฉี่ไปเท เช้าเย็น เช็ดตัวบ้างบางที เช็ดอึบ้างบางครั้งอยู่หลายปี จนเขาจากไป/p pคนป่วยหนึ่งคนในบ้าน มันก็เหมือนป่วยกันทั้งบ้านนั่นแหละ/p pในช่วงไล่เลี่ยกันนั้น ครอบครัวเราก็ได้สมาชิกใหม่ เป็นลูกของพี่ชายคนที่สาม ซึ่งก็ระวังแล้วว่าครอบครัวเราน่าจะเป็นพาหะธาลัสซีเมีย ตอนเมียท้องก็ตรวจแล้วแต่ไม่เจอ หลานคลอดเดือนแรก ตัวแดงดี แม่เราก็ดีใจมาก "อุ้ย หลานไม่เป็นธาลัสซีเมียวุ้ย" เลี้ยงไปสัก 3 เดือน หลานตัวซีดลง ร้องไห้แล้วหน้าไม่แดงแล้ว ด้วยประสบการณ์ย่ารีบพาไปตรวจ แล้วหลังจากนั้นทารกอายุ 3 เดือนก็เข้าออกโรงพยาบาลทุกเดือนมาจนตอนนี้ 16 ปี/p pนัดทุกเดือนของหลาน ทำให้เราต้องผลัดกันไปโรงพยาบาล อาต้องโดดเรียนบ้าง ย่าบ้าง ปู่ที่อายุเกิน 60 ไปไกลแล้วบ้าง พ่อเขาบ้าง การไปโรงพยาบาลของหลานแต่ละครั้ง คือการออกจากบ้านตอนตี 5 เพื่อไปถึงโรงพยาบาลให้ได้ตอน 7 โมงเช้า แล้วดำเนินการเรื่องเอกสารทุกอย่าง ใช้ใบส่งตัวจากโรงพยาบาลอำเภอที่มีอายุ 3 เดือน ใบเกิด ทะเบียนบ้าน และสิทธิการรักษาที่ยกเว้นสำหรับเด็กต่ำกว่า 12 ขวบ ขนาดมีสิทธิยกเว้นได้ตามกฎหมายแล้ว การไปขอสงเคราะห์ หรือขอตราแสตมป์ว่า "มี ท.ยกเว้นค่ารักษา" ยังใช้เวลาตั้งแต่ 7 โมงเช้า ถึงราว 5 โมงเย็น/p pเราต้องไปโรงพยาบาลสองคน คนหนึ่งอยู่กับหลาน คนหนึ่งไปเดินเรื่องเอกสารทั้งหมด กว่าจะได้เลือดได้ยาก็ปาเข้าไป 3 – 4 ทุ่ม การให้เลือดบางครั้งเราก็ได้เตียง บางครั้งก็ไม่ได้เตียง ต้องเอาเสื่อไปปูที่ระเบียงเอาเอง แม้เราจะไม่รู้ว่าหลานจะได้เลือดกี่โมงจากธนาคารเลือด เราก็เอาของเอาเสื่อไปจองที่ไว้หนึ่งที่ เพื่อเวลาเลือดมาแล้ว หลานจะได้มีที่นอนให้เลือด แล้วญาติไปไหน ก็กระเด็นไปอยู่ระเบียงทางเดินนอกวอร์ด เพราะไม่มีที่พอในนั้น/p pการให้เลือดบ่อยๆ สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือภาวะธาตุเหล็กเกิน ยาที่เราต้องซื้อเองตอนนั้นคือยาขับธาตุเหล็ก ซึ่งตกเดือนละหลายพันในตอนนั้น วิธีการคือต้องให้ผ่านผิวหนังด้วยเครื่อง ทิ้งไว้ทั้งคืนจนเช้า หมอสั่งให้ใช้อาทิตย์ละ 3 ครั้ง ครอบครัวเราทั้งหมดที่ทำได้คือ อาทิตย์ละครั้ง/p pไปบ่อยๆเข้า ก็ไปสนิทกับครอบครัวข้าราชการครอบครัวหนึ่ง เขาได้ยาเกินกว่าที่ร่างกายจำเป็นไป 10 ครั้งทุกเดือน ตอนนั้นเราก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ทำไมมีบางคนไม่มีปัญญาได้ยาตามที่จำเป็น แต่ก็มีบางคนได้ยาเกินจำเป็น เขาก็เอาส่วนที่เกินนั้นมาแบ่งขายให้ครอบครัวเรา ในราคาที่ถูกกว่าจ่ายเองครึ่งหนึ่ง ตอนนั้นคือความจำเป็นซึ่งพี่ชายเราดีใจมาก ที่ลูกจะได้ยา แบบที่เรามีปัญญาจ่าย/p pหลังจากนั้นไม่นาน พี่ชายคนนี้ก็เดินตกหลุมเสาเข็ม ระหว่างทำโอที ตอนดึก กระดูกสันหลังต้องใส่เหล็กมาจนทุกวันนี้ ตอนนั้นโชคดีที่มีประกันสังคม ความกังวลสูงสุดของพี่ชายตอนนั้นคือ ถ้าเป็นอะไรไป "ใครจะดูแลแม่ ดูแลลูกเขา"/p pชีวิตที่ต้องเข้าออกโรงพยาบาลตั้งแต่เด็ก เข้าใจกระบวนการทุกอย่างของการเป็นคนไข้อนาถา จนมาถึงวันที่มีระบบหลักประกันถ้วนหน้าสำหรับทุกคน เห็นภาพและอยู่ในภาพนั้นมาตลอด/p pจนวันที่มีระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ทุกคนมีบัตรทอง เรายังคงต้องไปโรงพยาบาลตามปกติ แต่เราไม่ต้องใช้เวลา 6-7 ชั่วโมงไปนั่งเพื่อรอประทับตราว่ารักษาฟรีอีกแล้ว ไม่ต้องก้มหัวก้มหาง ทำตัวลีบแบนเวลาต้องเจียรไนว่าจนยังไงแล้ว/p pการดูแลรักษาโรคเรื้อรังอย่างธาลัสซีเมีย ก็มีพัฒนาการของยาขับธาตุเหล็กจากการให้ยาผ่านผิวหนังก็กลายเป็นแบบเม็ด มีการตรวจอื่นๆที่จำเป็นเพิ่มเติมมากขึ้น/p pหลานอายุ 16 ปีแล้ววันนี้ นับเวลาเข้าออกโรงพยาบาล ก็ 190 ครั้งเป็นอย่างน้อยจนอยู่ตัวแล้ว/p pเมื่อปีที่แล้ว พ่อต้องเข้าโรงพยาบาลอีกครั้ง ด้วยอาการหายใจไม่เต็มปอด มีรายละเอียการรักษาอยู่ในคอมเมนต์ใต้บทความนี้/p pเราเป็นคนที่ไปรับพ่อออกจากห้องเย็น และต้องเอาประวัติการรักษาทั้งหมดไปประทับค่าใช้จ่ายเอง ตัวเลขของการรักษา 10 วันในโรงพยาบาลศูนย์ อยู่ที่ 100,000 ได้ทอนนิดหน่อย ตราประทับคือ "ไม่มีค่าใช้จ่าย"/p pวันนั้นเรารู้สึกขอบคุณระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ขอบคุณบัตรทอง มันทำให้เราและครอบครัวไม่ต้องกลายเป็นลูกอกตัญญู วันสุดท้ายของพ่อ เราสามารถบอกทีมแพทย์ได้อย่างไม่กังวลใจ ว่า "รักษาให้เต็มที่ เอาเท่าที่พ่อไม่เจ็บ" น้ำตาวันนั้น มันคือน้ำตาที่เห็นพ่อเจ็บปวด โดยลูกไม่ต้องทุกข์กับข้างหลังว่า "แล้วทั้งหมดมันเท่าไหร่ว่ะ" ถ้าเราไม่มีบัตรทอง เราก็ไม่รู้จริงๆว่าเราจะกล้าบอกหมอไหมว่า ให้รักษาให้เต็มที่ ป่านนี้เราอาจจะยังไม่มีปัญญาเอาพ่อออกมาจากโรงพยาบาล เพราะไม่มีเงินจ่าย หรือไม่ก็มีหนี้ติดหลังอีกก้อนใหญ่...เราไม่รู้ เราบอกไม่ได้ เพราะเรื่องแบบนั้น มันไม่มีอีกแล้วตั้งแต่เรามีระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า/p pระหว่างเขียนนี้ คนเขียนเองกำลังงดอาหาร เพราะเตรียมเข้าห้องผ่าตัดพรุ่งนี้ แต่โชคดีที่มีงานทำ ยาที่กินทุกวันมาตลอดสองปี คิดเป็นมูลค่าก็ไม่ต่ำกว่าเดือนละหมื่น เงินเดือนคงไม่พอจ่ายถ้าเกิดระบบหลักประกันสุขภาพล้มครืน/p pหากท่านไม่รู้ การมีระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ช่วยพัฒนาระบบการรักษาของทั้งประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม เมื่อก่อนประกันสังคมไม่ได้ครอบคลุมเท่านี้ ให้สิทธิประโยชน์บางอย่าง แต่ไม่ให้อีกหลายอย่าง ทำให้มีระบบบัญชียาหลักแห่งชาติ ที่ชี้ให้เห็นได้ยาที่ข้าราชการได้มาตลอดบางตัวมันคือเม็ดแป้งดีดีนี่เอง อย่างเช่น กลูโคซามีน หรือวิตามินบางตัว หรือการจ่ายยาที่เกินจำเป็นให้สิทธิข้าราชการ จนเอาออกมาขายได้ มันไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น และมันทำให้ค่าใช้จ่ายจากภาษีของดิฉันกลายเป็นยาขยะก็มากมาย/p pstrong"ที่เขียนมายาว อยากจะบอกท่านผู้นำว่า ท่านเคยได้มีประสบการณ์เจ็บแค้นกับการเป็นคนอนาถา ท่านเข้าใจจริงๆไหมว่าประชาชน ทุกชีวิตในที่แห่งนี้เขามีชีวิตกันมายังไง แล้วระบบหลักประกันสุขภาพเป็นบุญเป็นคุณมากมายแค่ไหน ท่านผู้นำที่เกิดในครอบครัวข้าราชการระดับสูง ที่ลอยอยู่บนฟ้า มองลงมาแล้วเห็นอะไรไหม"/strong/p pnbsp;/p pnbsp;/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/EfkvamZlfEA" height="1" width="1" alt=""/

ถนนเอเชีย AH-1 ช่วงเมียวดี-กอกะเร็กปิดสัญจร หลังทหารพม่าปะทะกะเหรี่ยง DKBA

7 hours 6 min ago
pถนนเมียวดี-กอกะเรกตัดใหม่ หรือ "ถนนเอเชีย" เชื่อมเมืองชายแดนเมียวดี-แม่สอด ย่นเวลาการเดินทางสู่ "กอกะเร็ก" และเมืองตอนในของพม่าต้องปิดสัญจรตั้งแต่วันพฤหัสบดีนี้ เนื่องจากกองทัพพม่าและกะเหรี่ยง DKBA ปะทะกันรอบใหม่ โดยโฆษกกะเหรี่ยง DKBA อ้างว่าทหารพม่าเสริมกำลังเข้ามาในพื้นที่จึงเป็นสาเหตุของการปะทะ/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm1.staticflickr.com/460/19334120006_aed209c554_z.jpg" style="width: 560px; height: 361px;" //p pstrongspan style="color:#ff8c00;"แฟ้มภาพของกลุ่มสิทธิมนุษยชนกะเหรี่ยง (KHRG) เมื่อปี 2552 ทางหลวงสายเอเชีย AH-1 ช่วงเมียวดี-กอกะเรก บริเวณนิคมอุตสาหกรรมติงกันญีเนาง์ ก่อนถึงทางแยกสู่ทางหลวงสายเอเชียตัดใหม่ โดยที่เห็นเป็นด่านเก็บเงินค่าผ่านทางของทหารพม่า ขณะที่ตลอดเส้นทางดังกล่าวเต็มไปด้วยด่านเก็บเงินค่าผ่านทางของกองกำลังต่างๆ (ที่มา: แฟ้มภาพ//spana href="http://www.khrg.org/2009/10/khrg09f17/tollgates-upon-tollgates-en-route-extortion-along-asian-highway"span style="color:#ff8c00;"KHRG/span/aspan style="color:#ff8c00;")/span/strong/p p2 ก.ค. 2558 - เกิดการปะทะกันรอบใหม่ระหว่างกองทัพรัฐบาลพม่า และกองทัพประชาธิปไตยกะเหรี่ยงผู้มีความเมตตา หรือ DKBA ทำให้ทางหลวงสายเอเชียตัดใหม่ AH-1 ช่วง "เมียวดี-กอกะเร็ก" ต้องปิดใช้งานตั้งแต่เช้าวันพฤหัสบดีนี้ (2 ก.ค.)/p pโดยa href="http://www.irrawaddy.org/burma/asia-highway-closed-as-burma-army-dkba-exchange-fire.html"สำนักข่าวอิระวดี/a รายงานว่าการปะทะกันเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เวลา 05.30 น. ระหว่างกองทัพพม่าและกองทัพกะเหรี่ยง DKBA ซึ่งแยกตัวออกมาจากกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNLA) ซึ่งเคยเป็นกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีอิทธิพลอยู่ในรัฐกะเหรี่ยง/p pพ.ต.ซอว์ ลอนลอน โฆษกกะเหรี่ยง DKBA ให้สัมภาษณ์อิระวดีว่า เขาทราบข่าวการปะทะดังกล่าวแต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเกิดความสูญเสียอย่างไรบ้าง ทั้งนี้ในช่วงที่อิระวดีรายงานการสู้รบยังคงเกิดขึ้นใกล้อำเภอกอกะเร็ก รัฐกะเหรี่ยง/p pโฆษกกะเหรี่ยง DKBA กล่าวด้วยว่า การปะทะดังกล่าวน่าจะเกิดจากที่ทหารพม่าเสริมกำลังลาดตระเวนในพื้นที่มากขึ้น ใกล้กับพื้นที่ยึดครองของฝ่ายกะเหรี่ยง DKBA อยู่ใกล้ถนนเอเชีย ช่วงเมียวดี-กอกะเร็ก ซึ่งสามารถเชื่อมต่อการขนส่งระหว่างกรุงเทพฯ และพื้นที่ภาคกลางของพม่าได้ "ผมทราบมาว่ามีการปะทะกันล่าสุดเกิดจากการเคลื่อนกำลังพล แต่ผมยังไม่ทราบรายละเอียด"/p pชาวบ้านที่กอกะเรกให้ข้อมูลอิระวดีว่าเสียงปืนดังขึ้นในตอนเช้า และยังคงได้ยินจนถึงก่อนเที่ยง และต้องมีการปิดการสัญจรของถนนสายเอเชีย/p pทั้งนี้ผู้ประกอบการรถประจำทางที่วิ่งจากเมืองเมียวดี ติดกับชายแดนไทยด้าน อ.แม่สอด จ.ตาก ยืนยันกับอิระวดีเช่นกันว่า ถนนเอเชียปิดตั้งแต่ช่วงเช้า แต่ถนนเชื่อมเมียวดี-กอกะเร็ก สายเก่าที่ต้องข้ามภูเขาดอว์นะยังคงเปิดใช้การได้/p pแต่เดิมกองกำลัง DKBA ใช้ชื่อว่า "Democratic Karen Buddhist Army" แยกตัวออกจากสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง และกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง KNU/KNLA เมื่อปี พ.ศ. 2537 ปัจจุบันกลุ่ม DKBA ในชื่อภาษาอังกฤษได้แก้ไขคำว่า "Buddhist" ออกและใช้ชื่อใหม่ว่า "Democratic Karen Benevolent Army" หรือกองทัพประชาธิปไตยกะเหรี่ยงผู้มีความเมตตา โดยคงชื่อย่อเดิมคือ DKBA/p pสำหรับเส้นทางสายเมียวดี-กอกะเร็กเส้นตัดใหม่ เป็นส่วนหนึ่งของทางหลวงสายเอเชีย หมายเลข 1 หรือ AH-1 โตเกียว-อิสตันบุล ระยะทาง 20,921 กิโลเมตรเชื่อมเอเชียตะวันออกถึงยุโรป โดยถนนที่เริ่มต้นจากเมืองเมียวดี ตรงข้าม อ.แม่สอด จ.ตาก ดังกล่าวเมื่อไปถึงกอกะเร็ก ยังสามารถเดินทางต่อไปยังเมืองผาอัน เมืองหลวงของรัฐกะเหรี่ยง เมืองสะเทิมในรัฐมอญ และไปถึงนครย่างกุ้งได้ ขณะนี้ทางหลวงช่วงดังกล่าวอยู่ระหว่างการก่อสร้างและยังไม่เปิดใช้งานอย่าเป็นทางการ แต่ก็มียานพาหนะต่างๆ ใช้สัญจรเนื่องจากย่นระยะเวลาเดินทางระหว่างเมืองเมียวดี และกอกะเร็ก จากเดิม 2 ชั่วโมง 30 นาทีในฤดูแล้ง เหลือ 90 นาที โดยที่ไม่ต้องขับรถขึ้นภูเขาดอว์นะซึ่งสลับเปิดใช้ทางระหว่างรถขาขี้นกับขาล่องแบบวันคู่-วันคี่/p pโดยเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ที่ผ่านมา a href="http://www.irrawaddy.org/burma/a-taxing-trip-in-karen-state.html"สำนักข่าวอิระวดี/aเคยนำเสนอรายงานข่าว ระบุว่าเฉพาะถนนเอเชีย ช่วงเมียวดี-กอกะเร็กตัดใหม่ ระยะทาง 62 กิโลเมตร ผู้ใช้ถนนต้องจ่ายค่าผ่านทางให้กับด่านซึ่งตั้งโดยกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์หลายกลุ่มทั้งกะเหรี่ยง (DKBA) สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) และกองกำลังปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง-สภาสันติภาพ (KNLA-PC) โดยรถโดยสารแบบมินิบัส 14 ที่นั่ง ต้องจ่ายเงินให้นายหน้าเพื่ออำนวยความสะดวกในการจ่ายค่าผ่านทาง 28,000 จ๊าต หรือ 840 บาท สำหรับรถจักรยานยนต์ต้องเสียค่าผ่านทาง 1,000 จ๊าต หรือ 30 บาท ต่อ 1 ด่าน รวมผ่าน 9 ด่านต้องเสีย 9,000 จ๊าต หรือ 270 บาท ขณะที่รถบรรทุกขนาด 10 ล้ออาจจะต้องจ่ายค่าผ่านทางถึง 100,000 จ๊าต หรือเกือบ 27,000 บาท ทำให้ผู้ประกอบการขนส่งหลายเจ้ายังคงเลือกใช้เส้นทางสายเก่าซึ่งใช้เวลาเดินทางมากกว่าเกือบเท่าตัว/p pข้อมูลของa href="http://www.irrawaddy.org/burma/govt-karen-rebels-collecting-illegal-tolls-asia-highway-reports.html"กลุ่มสิทธิมนุษยชนกะเหรี่ยง (KHRG)/a เมื่อเดือนมกราคมปี พ.ศ. 2558 ระบุว่าหากนับจากเมียวดี ถึงย่างกุ้ง ตลอดถนนมีการตั้งด่านเก็บค่าผ่านทางของทั้งกองทัพพม่า และกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์เกือบ 20 แห่ง ทำให้ประชาชนผู้สัญจรต้องเสีย "ค่าน้ำชา" จำนวนมากเพื่อผ่านด่านต่างๆ ในการเดินทาง/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/5qP9UNGJ8qM" height="1" width="1" alt=""/

ประจักษ์ ก้องกีรติ : ศิลปะในการพูดความจริงกับอำนาจ(ที่ไม่ศิวิไลซ์)

8 hours 38 min ago
!--break--!--break-- pวันที่ 27 มิถุนายน 2558 nbsp;ณ สวนเงินมีมา มูลนิธิ เสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป จัดงานเสวนาภายใต้หัวข้อศิลปะในการพูดความจริงกับอำนาจ(ที่ไม่ศิวิไลซ์) โดยประจักษ์ ก้องกีรติ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เนื่องในโอกาส 70 ปี สุชาติ สวัสดิ์ศรี มีผู้เข้าร่วมงานเสวนาครั้งนี้อย่างคับคั่งท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองที่กำลังเข้มข้นอันเนื่องมาจากการจับกุมนักศึกษาและนักกิจกรรม 14 คนเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน สถานที่เดียวกันกับการจัดงานเสวนาครั้งนี้/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm1.staticflickr.com/288/19019943499_358ce19f87.jpg" style="width: 500px; height: 333px;" //p pspan style="color:#ff8c00;"strongประจักษ์ ก้องกีรติ : ศิลปะในการพูดความจริงกับอำนาจ(ที่ไม่ศิวิไลซ์)/strong/span/p pงานชิ้นนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากการอ่านหนังสือ The Art of Truth-Telling about Authoritarian Rule nbsp;nbsp;ซึ่งเป็นหนังสือที่ว่าด้วยการรวมมาจากทั่วโลกว่าสังคมที่ต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจเผด็จการที่ปิดกั้นสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างเข้มข้นnbsp; ประชาชนที่อยู่ภายใต้สังคมแบบนั้นเขามีวิธีการอย่างไรในการท้าทายอำนาจในการที่จะพูดความจริง แม้ในที่มันมืดที่สุด และปิดกั้นสิทธิเสรีภาพมากที่สุดnbsp; จริงๆ ในเล่มนี้มีบทบทหนึ่งที่เขียนโดยอาจารย์ธงชัย วินิจจะกูลเขียนในกรณี 6 ตุลา ตอนแรกผมตั้งใจว่าจะเอาจากประสบการณ์ทั่วโลกที่หนังสือเล่มนี้นำเสนอมาถ่ายทอดให้พวกเราฟัง ไม่ว่าจะเป็นอาร์เจนตินา เซอร์เบีย แอฟริกาใต้ เตรียมไปเตรียมมาผมก็เอาทิ้งหมด เพราะก็รู้สึกว่าเราจะไปพูดถึงกรณีต่างประเทศทำไม เพราะว่ากรณีของสังคมไทยที่มีประสบการณ์ที่เข้มข้นที่สุดสังคมหนึ่งที่ตกอยู่ภายใต้เผด็จการแล้วก็คนพยายามจะท้าทายและพูดความจริงกับอำนาจตลอดมา ตั้งแต่ปี 2475 ฉะนั้นกรณีตัวอย่างก็จะเป็นของไทยเป็นหลักซะมากกว่า เพื่อไม่เป็นการเสียเวลาก็ขอเริ่มเลยละกัน/p pอำนาจกลัวความจริง อำนาจจึงพยายามทำให้เรากลัวที่จะพูดความจริง การพูดความจริงในสังคมที่ค่อนข้างศิวิไลซ์นั้น อาจจะเป็นเรื่องปกติหรือเป็นเรื่องสามัญในทุกโมงยาม มันผ่านไปโดยไม่มีใครสังเกต ไม่มีใครเดือดร้อน แต่การพูดความจริงในสังคมที่เป็นอำนาจเผด็จการและไร้อารยะ การพูดความจริงเป็นเรื่องไม่ธรรมดาสามัญ เป็นเรื่องท้าทาย กระทั่งเป็นเรื่องคอขาดบาดตายของชีวิตnbsp;/p pการพูดความจริงในสังคมอำนาจนิยมเป็นเรื่องอันตรายเสมอ และในสังคมที่ตกอยู่ภายใต้การกดขี่อย่างเข้มข้น การพูดความจริงถูกพูดอย่างตรงไปตรงมาไม่ได้ มันก็ต้องถูกพูดผ่านศิลปะ หรือไม่ก็พูดอย่างมีศิลปะ สังคมเผด็จการพยายามทำให้ผู้คนเชื่อง สยบยอม เซ็นเซอร์ตัวเอง และอยู่อย่างยอมจำนนโดยปราศจากความฝัน/p pสังคมถูกกักขังให้อยู่กับความกลัว ความงมงาย และการข่มขู่ ในสังคมเผด็จการผู้คนอยู่กับความเท็จ ความลวง และการโฆษณาชวนเชื่อจนสูญเสียสามัญสำนึกที่จะตั้งคำถามกับสิ่งต่างๆ ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซ้ำร้ายคนจำนวนมากยังห่อหุ้มและกังขังตัวเองไว้ในความเกลียดชัง สังคมที่เลิกฝัน และจินตนาการถึงสังคมที่ดีกว่าแล้วก็คือสังคมที่ไร้ซึ่งอนาคต มันคือสังคมที่ตายแล้ว สังคมเช่นนี้มิใช่อะไรอื่น หากคือสังคมที่ขุดหลุมฝังตัวเองอย่างสมัครใจ แต่ในความมืดมืดก็มีคนที่พยายามจุดไฟให้สว่าง เพื่อแหวกออกไปจากความมืดมนเสมอไม่เพียงเพื่อเอาตัวรอดเพียงลำพัง แต่เพื่ออนาคต และความอยู่รอดของสังคมที่พวกเขาและเธออาศัยอยู่ และเรากำลังพูดถึงคนธรรมดาสามัญ ที่ไม่ใช่ผู้นำทางการเมืองหรืออัศวินขี่ม้าขาว ซึ่งบ่อยครั้งประวัติศาสตร์ก็พิสูจน์แล้วว่าเป็นเพียงวีรบุรุษจอมปลอม/p pการพูดความจริงโดยคนสามัญ ภายใต้สังคมเผด็จการตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันทั้งในไทยและต่างประเทศท่ามกลางสภาวะที่คนในสังคมส่วนใหญ่ใช้ชีวิตอย่างเซื่องซึม สยบสยอม ว่านอนสอนง่าย รับฟังโฆษณาชวนเชื่อของรัฐ เป็นพลเมืองที่ดีของท่านผู้นำ เรากลับพบตลอดประวัติศาสตร์ว่ายังมีคนกลุ่มเล็กๆ ที่กล้าลุกขึ้นมาอย่างอาจหาญผ่านช่องทางต่างๆ ที่พวกเขาและเธอพึงทำได้ ในการที่จะพูดความจริงต่อสังคมที่ยังสยบต่ออำนาจอันที่ไม่ชอบธรรม ที่ย้ำเตือนถึงความไม่ปกติอันเป็นไปทุกชั่วขณะ พวกเขาช่วยกร่อนเซาะอำนาจอันไม่ชอบธรรม และเปิดโปงให้เห็นความเปลือยเปล่าของการเผด็จอำนาจของกลุ่มชนชั้นนำnbsp; คนธรรมดาสามัญเหล่านี้คือวีรชนนิรนาม ที่เรื่องราวของพวกเขาและเธอมักไม่ได้ถูกบันทึกในประวัติศาสตร์ไว้ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ของรัฐและชนชั้นนำnbsp; รวมไปถึงประวัติศาสตร์กระแสรองด้วย/p pในบางครั้งประวัติศาสตร์กระแสรองก็เต็มไปด้วย master narrative ด้วยเรื่องเล่าที่จะต้องมีฮีโร่และวีรบุรุษซึ่งเป็นคนเด่นดัง มองไม่เห็นการต่อต้านท้าทายอำนาจโดยคนสามัญธรรมดาที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ทั้งนี้เสียงที่ถูกทำให้เงียบที่มีความสำคัญเสมอเพราะมันเป็นดัชนีชี้ให้เห็นถึงความหวาดกลัวของผู้ถืออำนาจ ความที่ถูกเซ็นเซอร์ในบางสังคมซึ่ง ก็กองโตเป็นภูเขา ก็กลายเป็นประจักษ์พยานของอำนาจในการปิดกั้นมนุษย์ไปสู่การเป็นมนุษย์เต็มขั้น ที่มีสิทธิในการตัดสินใจเองได้/p pการพูดความจริงกับอำนาจเผด็จการ เป็นศิลปะอันสร้างสรรค์ของประชาชน ผมชอบประโยคหนึ่งที่นักเขียนคนหนึ่งเขาเขียนไว้ ตัวของนักเขียนเป็นนักกิจกรรมที่ต่อสู้กับรัฐบาลเผด็จการ “เราจะพบการต่อต้านอำนาจอย่างสร้างสรรค์และมีศิลปะ เฉพาะในสังคมเผด็จการเท่านั้น” เพราะในสังคมประชาธิปไตยปกติ การพูดความจริงเป็นเรื่องที่ใครๆ ก็ทำได้nbsp;nbsp;nbsp; สื่อมวลชนก็ทำได้ นักเขียนก็ทำได้ ประชาชนก็ทำได้ เพราะสิทธิเสรีภาพเต็มไปหมด จนกระทั่งการพูดความจริงเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เหตุการณ์อันน่าตื่นเต้นอะไร เพราะฉะนั้นมีแต่สังคมเผด็จการนั่นแหละที่ทำให้ความคิดสร้างสรรค์ในการต่อต้านอำนาจงอกเงยขึ้นมา ในตัวอย่างของประเทศต่างๆ เราจะพบว่าคนสามัญธรรมดาใช้ช่องทางมากมายในการที่จะพูดความจริงกับอำนาจ เช่น ข้อความที่ถูกพ่นในกำแพง เสียงดนตรีที่ดังบนท้องถนน บทกวีที่ถูกเขียนทั้งในหนังสือและในห้องน้ำ การ์ตูนที่ถูกวาด เรื่องตลกที่เล่าขาน บทละครที่ถูกเล่น จดหมายที่ถูกเขียน กระทั่งการเสียดสี ภาพยนต์ หรือกระทั่งอนุสาวรีย์ที่รำลึกถึงอดีตหรือเชื่อมต่อกับความทรงจำในอดีต/p pspan style="color:#ff8c00;"strong8 หลักการพูดความจริงต่ออำนาจ/strong/span/p pส่วนต่อมาคือ หลักการพูดความจริงกับอำนาจ ซึ่งมีตัวอย่างจากทั่วโลก ซึ่งแบ่งหมวดหมู่ไว้ 8 ประเภทหลักๆ ไว้ ศิลปะในการต่อสู้กับโฆษณาชวนเชื่อนั้นมีอยู่มากมาย ผมเลือกมาแค่ส่วนหนึ่งและหวังว่าในอนาคตการต่อสู้ของสามัญชนจะได้รับการบันทึกโดยนักประวัติศาสตร์รุ่นหลัง/p pstrongspan style="color:#000000;"เรื่องเล่าและงานเขียน/span/strong/p pการเขียนหรือการไม่เขียนก็คือพูดความจริงกับอำนาจอย่างหนึ่ง นี่คือบทบรรณาธิการที่ลือลั่น และใช้เวลาเขียนสั้นที่สุดในประวัติศาสตร์ ขึ้นชื่อตอนต้นว่าจดหมายเปิดผลึกถึงหัวหน้าคณะปฏิวัติ ขึ้นต้นว่าเรียนหัวหน้าปฎิวัติและใส่จุดไปตลอดสองหน้า ซึ่งเป็นงานเขียนที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์เป็นอย่างมาก ลงท้ายด้วยว่า ขอแสดงความนับถือเป็นอย่างยิ่ง คนเขียนหรือคนไม่เขียนก็คือ สุชาติ สวัสดิ์ศรีnbsp;nbsp;/p pอย่างไรก็ตามการควบคุมความคิดอย่างเข้มงวด ได้สร้างผลกระทบข้างเคียงให้แก่ผู้นำรัฐคือ เกิดอาการอ่อนไหวต่อข้อมูล และทัศนะที่แตกต่างไปจากแหล่งข้อมูลของรัฐ ยิ่งมีวาทกรรมที่เผยแพร่ตรงข้ามกับรัฐบาลมากเท่าไร ก็จะมีการโต้ตอบและควบคุมกับทัศนะอันแตกต่างนั้นมากขึ้น ทั้งพยายามยืนกรานคำอธิบายของตนว่าถูกต้อง หักล้างให้รู้กันอย่างกว้างขวางว่าเท็จจริงเป็นอย่างไร พฤติกรรมที่แสดงออกทำให้เห็นว่ารัฐบาลเผด็จการทหารปรับตัวช้า หรือไม่ยอมปรับตัวกับทัศนะที่แตกต่าง อันนี้พูดถึงอดีตนะครับ พูดถึงสมัยจอมพลสฤษดิ์/p pแต่แล้วการควบคุมความจริงก็ต้องเผชิญกับปัญหาก็คือ แหล่งข้อมูลข่าวสารทางเลือกที่เกิดขึ้นโดยนักศึกษาและปัญญาชน ทำให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและทัศนะที่แตกต่างไปจากรัฐ กระทั่งได้ก่อตัวเป็นอุดมการณ์ที่ต่อต้านรัฐที่เกิดขึ้นมาได้ ในบรรดาหนังสือที่มักจะพูดถึงมีอยู่หลายเล่ม สำหรับผมหนังสือที่มีความแหลมคมก็คือหนังสือ ภัยเขียว ในสมัยนั้นมีหนังสือ ภัยเหลืองที่ต่อต้านญี่ปุ่น ภัยขาวต่อต้านจักรวรรดิอเมริกา ส่วนภัยเขียวก็คืออำนาจเผด็จการทหาร หลังจากถกกันและสรุปความคิดกันก็ตระหนักกันได้ว่าภัยที่ร้ายแรงที่สุดและเป็นหัวใจของปัญหาทั้งปวงก็คือ ภัยเผด็จการทหารนั่นเอง ในหนังสือเล่มนี้โจมตีรัฐบาลของถนอม ประภาสอย่างตรงไปตรงมา และกราดเกรี้ยว อย่างที่ไม่มีนักเขียนหรือหนังสือพิมพ์ใดๆ กล้าเขียนเลยnbsp; nbsp;nbsp;/p pstrongงานศิลป์/strong/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm1.staticflickr.com/534/18736888663_566705928a.jpg" style="width: 500px; height: 375px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm1.staticflickr.com/348/19351418432_d42f6ff448.jpg" style="width: 375px; height: 500px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm4.staticflickr.com/3809/19331421586_f4d2198d8e.jpg" style="width: 375px; height: 500px;" //p pstrongข่าวลือ/strong/p pข่าวลือ ในสังคมเผด็จการเป็นสังคมที่มีข่าวลือเยอะแยะมากจนผิดปกติ เพราะว่าสังคมปิดกั้นมาก ไม่ให้ข้อมูลข่าวสารไหลเวียนได้ ไม่ให้คนมีสิทธิเสรีภาพ สื่อก็ถูกจำกัดสิทธิในการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร สังคมแบบนี้จึงมีข่าวลือกระจายไปทั่ว แต่ในบางครั้งข่าวลือก็กลายเป็นอาวุธของผู้ไร้อำนาจ ในการที่ประชาชนใช้เพื่อบั่นทอนความชอบธรรมของระบอบเผด็จการทหาร ที่มันน่าสนใจก็คือภายหลังประวัติศาสตร์ได้พิสูจน์ว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ประชาชนพูดไม่ได้ในสภาวะที่ยังไม่มีสิทธิเสรีภาพ เช่นในช่วงที่ซูฮาโต้ปกครองอินโดนีเซียถึง 31 ปีจนไม่สามารถทำอะไรได้เลย จนกระทั่งช่วงท้ายของการปกครองเริ่มมีกลุ่มนักศึกษาที่คล้ายกับขบวนการนักศึกษาของไทยเริ่มตีพิมพ์วารสารใต้ดิน แล้วก็เผยแพร่ข้อมูลจำนวนหนึ่ง ซึ่งบางอย่างก็เป็นเพียงแค่ข่าวลือที่ได้ยินมาอีกทอดหนึ่งnbsp; ซึ่งเรามารู้อีกทีหลังจากที่ซูฮาโตหมดอำนาจแล้ว และมาขุดคุ้ยในภายหลังnbsp; โดยข่าวลือจะค่อยๆบ่อนเซาะทำลายความชอบธรรมของอำนาจเหล่านี้ไปเรื่อยๆ เช่นเดียวกับรัฐบาลของณรงค์-ถนอม-ประภาส ก่อนเหตุการณ์ 14 ตุลาnbsp; แต่มีข้อควรระวังสำหรับข่าวลือคือ มีลักษณะที่เป็นดาบสองคมnbsp; ข่าวลือบางลักษณะกลับมีผลในการทำลายการต่อสู้ของประชาชน เพราะเราไม่มีพลังเราคิดว่าเราทำอะไรไม่ได้ เราต่อสู้ไม่ได้ เราก็ได้แต่ผลิตข่าวลือและเชื่อในข่าวลือนั้น เป็นการผลิตขึ้นมาเพื่อปลอบใจตนเองnbsp;/p pstrongเพลง บทเพลงมีทั้งที่เป็นลักษณะขำขัน และเป็นบทเพลงเพื่อปลุกพลังให้ประชาชนฮึกเหิม/strong/p p style="text-align: center;"iframe allowfullscreen="" src="https://www.youtube.com/embed/voIwig4WDAI" width="560" frameborder="0" height="315"/iframe/p p style="text-align: center;"strongspan style="color:#ff8c00;"จูบเย้ยจันทร์(โอชา) /span/strong/p p style="text-align: center;"iframe allowfullscreen="" src="https://www.youtube.com/embed/alUvTpcAx0w" width="560" frameborder="0" height="315"/iframe/p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"strongได้ยินผู้คนร้องเพลงไหม/strong/span/p pstrongภาพเคลื่อนไหว ทั้งในรูปแบบ ภาพยนตร์ สารคดี คลิปวิดีโอ/strong/p pมีหลายกลุ่มพยายามนำเสนอความจริงให้สังคมได้รับรู้ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคืนความจริง กลุ่มพลเมืองโต้กลับ กลุ่มพลเมืองเสมอกันnbsp;/p p style="text-align: center;"iframe allowfullscreen="" src="https://www.youtube.com/embed/yY04a52mxDI" width="560" frameborder="0" height="315"/iframe/p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"strongnbsp;1 ปีหลังรัฐประหาร โดยกลุ่มพลเมืองโต้กลับ/strong/span/p pภาพเคลื่อนไหวจะถูกบันทึกไว้อย่างรอบด้านถ้าไม่ถูกตัดตอนไป จะทำให้เห็นภาพที่เจ้าหน้าที่เข้ามาทำร้ายนักศึกษาก่อน และนักศึกษาเพียงคนเดียวก็โดนรุมจากเจ้าหน้าที่ 7-8 คนทั้งในและนอกเครื่องแบบ ภาพเหตุการณ์นี้สื่อบางสำนักเลือกตัดเป็นภาพนิ่งไปในตอนที่นักศึกษาที่ชื่อโรม กำลังจิกหัวเจ้าหน้าที่อยู่ ซึ่งความจริงคือการป้องกันตัวจากเจ้าหน้าที่nbsp; บางครั้งสิ่งที่เรียกว่า moving image ก็ช่วยบันทึกความจริงอีกด้านให้เราเห็น/p p style="text-align: center;"iframe allowfullscreen="" src="https://www.youtube.com/embed/Aq0bL_C1Tjw" width="560" frameborder="0" height="315"/iframe/p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"strongnbsp;ปากคำจากนักศึกษาที่ถูกทำร้ายกรณีหน้าหอศิลป์/strong/span/p pstrongอารมณ์ขัน/strong/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm1.staticflickr.com/484/19019928309_2eb3302a36.jpg" style="width: 500px; height: 333px;" //p pอารมรณ์เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ใช้พูดกับผู้มีอำนาจ แต่ไม่ใช่วิธีเดียว อารมณ์ขำเป็นวิธีที่ทรงพลังเพราะเป็นเหมือนการดึงอำนาจที่ลอยอยู่บนฟ้าลงมาอยู่บนดิน อำนาจที่แข็งแกร่ง แตะต้องไม่ได้nbsp; ท้าทายไม่ได้กลายเป็นเรื่องที่ตลกชวนหัวได้ ทำให้อำนาจดูน่ากลัวน้อยลง กระทั่งทำให้อำนาจดูสามัญธรรมดา นั่นคือสิ่งที่อารมณ์ขันทำได้ และเปิดเผยความกลวงเปล่าของอำนาจให้เห็น/p pมีนักเขียนของเซอร์เบียนามปากกาโคแรค เป็นนักเขียนการ์ตูนที่คอยยั่วล้ออำนาจของมิโรเซวิชผู้นำเผด็จการ มีผลทำให้คนจำนวนมากในสังคมเผด็จการของเซอร์เบียที่ทั้งสยบยอมและหวาดกลัวต่อตัวผู้นำเผด็จการและพวกพ้อง ซึ่งดูน่าเกรงขามและยากที่จะโค่นล้ม โดยโคแรคได้ทำให้ภาพของผู้นำเผด็จการเซอร์เบียกลายเป็นภาพที่เป็นผู้กระหายต่ออำนาจและหมกหมุ่นอยู่กับอำนาจความมั่นคงของตนเองและครอบครัว โดยโคแรคพยายามฉายให้เห็นถึงความบ้าบอและไม่ลงร่องลงรอยของมิโรเซวิช กระทั่งชี้ให้เห็นถึงความขี้ขลาดตาขาวไม่ได้เหมือนกับภาพของความองอาจกล้าหาญที่แสดงออกมาให้เห็น และชี้ให้เห็นถึงลักษณะของความหวาดระแวงและพารานอยด์ตลอดเวลา/p pในสังคมไทยหลังรัฐประหาร มีกลุ่มคนต่างๆหลายกลุ่มมากมายที่พยายามต่อสู้กับอำนาจด้วยการใช้อารมณ์ขันเช่นงานฟุตบอลประเพณี ทั้งภาพแปรอักษรและขบวนการล้อการเมือง ที่น่าสนใจคือเพียงแค่ขบวนการล้อการเมืองและการอักษรที่เต็มไปด้วยการเสียดสีถูกเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปคุกคาม ยึดกุมป้ายผ้าทั้งหมด ผมอ่านข่าวนี้แล้วสะเทือนใจมากตรงที่ว่าบ้านเมืองเราถึงจุดนี้ได้อย่างไร/p pstrongละคร หรือการแสดง/strong/p pไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใดก็ตามnbsp; เป็นการแสดงที่ทรงพลังในรูปแบบหนึ่งของสังคมเผด็จการในการที่จะท้าทายอำนาจnbsp; เช่นงานแสดงของกลุ่ม B-Floor เรื่องบางละเมิดซึ่งนำมารีสเตจอีกครั้ง ในงานนี้ปรากฏว่า นอกจากรัฐบาลทหารจะกลัวล้อการเมืองของนักศึกษาแล้ว ถึงกับไปดูละคร และเข้าไปคุกคามคณะละคร ซึ่งเป็นครั้งแรกที่จะต้องส่งบทละครให้แก่ทหาร ซึ่งปกติจะกังวลแค่งานเขียน หนังสือ การชุมนุมประท้วงเท่านั้น แต่อันนี้เป็นครั้งแรกของการละคร ที่เป็นพื้นที่ของศิลปะที่เต็มไปด้วยการตีความที่ยาก แม้แต่คนดูด้วยกันเอง แต่รัฐก็พยายามเข้าไปแทรกแซง ควบคุม ที่น่าสนใจคือศิลปินนำสิ่งที่ถูกคุกคามและเซ็นเซอร์มาเป็นฉากหนึ่งของละคร มาเป็นฉากเปิดของละครล้อเลียนกลับเพื่อให้เห็นว่าถูกคุกคามอย่างไร/p pการแสดงยังปรากฏตัวไม่ใช่แค่ในโรงละครเท่านั้น แต่ยังปรากฏตามท้องถนน และพื้นที่สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ กินแซนด์วิช หรือการรวมกลุ่มในพื้นที่สาธารณะเพื่อแสดงสัญลักษณ์ที่ทั่วโลกส่วนใหญ่รับรู้ คือสัญลักษณ์ของการต่อต้านอำนาจ และนำมาปรับใช้ในบริบทของไทยnbsp; จนกระทั่งความพยายามของคนไทยนี้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ตัวเจ้าของสัญลักษณ์นี้มีการตั้งแคมเปญรณรงค์ให้คนทั่วโลกสนับสนุนการต่อต้านอำนาจของไทยnbsp;/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm1.staticflickr.com/518/18737511503_4f25ebcbf0.jpg" style="width: 500px; height: 335px;" //p pstrongการเชื่อมต่อความทรงจำกับอดีตของสังคม/strong/p pไม่ว่าจะเป็นอดีตของการต่อต้านอำนาจรัฐที่เคยมีมาในสายตาประวัติศาสตร์ หรืออดีตที่ถูกหลงลืมไปแล้ว แต่ประชาชนในปัจจุบันรื้อฟื้นแล้วพยายามให้ความหมายใหม่ เช่นกลุ่มกวีไปยืนอ่านบทกวีรำลึกที่หมุดคณะราษฎร 2475 การรำลึกเหตุการณ์วันที่ 24 มิถุนายน 2475ในบริบทหลังรัฐประหารไม่ใช่การรำลึกอดีตอีกต่อไป แต่เป็นการรำลึกปัจจุบัน คือการมีบทสนทนากับปัจจุบัน ให้คนในสังคมเห็นว่าการการปฏิวัติเมื่อปี 2475 ยังไม่เสร็จสิ้นเป็นหน้าที่ของคนปัจจุบันที่จะต้องเติมจิ๊กซอว์ให้เต็ม ดังรูปของคุณกฤช เหลือลมัย nbsp;nbsp;การเชื่อมต่อกับอดีตมีความสำคัญเสมอ เพราะทำให้คุณมีรากเหง้าที่มา มีพลังมากขึ้น/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm1.staticflickr.com/295/18583542704_963d5263f3.jpg" style="width: 500px; height: 333px;" //p pสุดท้ายการก้าวข้ามผ่านสังคมเผด็จการด้วยความจริง ความกล้าหาญ และความหวัง สังคมเผด็จการทิ้งซากปรักหักพังให้กับสังคมเสมอเมื่อมันลาจากไป ไม่ว่าจะเป็นความรุนแรงที่รัฐกดขี่ประชาชน การละเมิดสิทธิมนุษยชน และการทำลายหลักนิติรัฐ ทำลายความสงบสุขในการอยู่ร่วมกันทางสังคม คนธรรมดาสามัญพูดความจริงไม่ใช่เพียงกับอำนาจ แต่พูดความจริงกับตนเอง กับมิตรสหาย และคนแปลกหน้าที่เราไม่รู้จักที่ยังพอมีใจเปิดกว้างพร้อมจะรับฟัง เราบอกเล่าความจริงเพื่อการเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมที่มีสิทธิเสรี ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และความรักจะได้เติบโตงอกงาม ที่ความเป็นคนจะได้รับการเคารพอย่างเท่าเทียม ที่การใช้อำนาจกดขี่ข่มเหงผู้คนอย่างตามอำเภอใจจะถูกประณาม สังคมที่ประชาชนจะไม่ต้องถูกรับและยัดเยียดให้เป็นอาชญากรในความผิดที่พวกเขาไม่ได้ก่อ และการพูดความจริงจะไม่ถูกเย้ยหยัน และความฝันในการสร้างสรรค์สังคมที่ดีกว่าจะไม่ถูกทำให้แตกสลายย่อยยับด้วยอำนาจอันหยาบกร้าน ที่ ณ แห่งนั้นคนไทยจะลุกขึ้นยืนตัวตรงพร้อมๆกันและเชิดหน้าได้อย่างอาจหาญในฐานะเจ้าของประเทศที่แท้จริง/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/5PRrJ47eMaA" height="1" width="1" alt=""/

อุบัติการณ์ดาวดิน กับประชาธิปไตยอันสมบูรณ์ภายใต้ คสช.

8 hours 58 min ago
!--break--!--break-- p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm1.staticflickr.com/407/19332026816_a19b76f4ed_z_d.jpg" style="width: 500px; height: 334px;" //p pก่อนหน้าที่เราจะเป็นสักขีพยาน วันยึดอำนาจรัฐประหาร วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 สังคมไทยรู้จัก “นักศึกษากลุ่มดาวดิน” เพียง กลุ่มนักศึกษาเล็กๆ ที่ออกมาช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เหมืองทองคำ ในจังหวัดเลย ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม/p pล่วงเลยจากวันยึดอำนาจรัฐประหารมานานนับปี ก่อนการอุบัติขึ้นของแรงกระเพื่อมไหวครั้งใหญ่ของการเมืองภายหลังรัฐประหาร การปรากฎตัวของกลุ่มนักศึกษาดาวดิน และนักเคลื่อนไหวบางคน ที่มารวมกลุ่มกันนั่งจ้องนาฬิกาที่ลานหน้าหอศิลป์ฯ ในคืนวันที่ 22 พฤษภาคม 2558 ครบรอบ 1 ปี การรัฐประหารและบริหารประเทศของคสช. จวบจนนำไปสู่การเข้าสลายการชุมนุม และยื่นฟ้องเหล่านักศึกษา 14 คนอย่างลับๆ ผ่านเอกสารที่ส่งไปตามบ้าน และวันที่ 24 มิถุนายน 2558 กลุ่มนักศึกษากลุ่มนี้ออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง เพื่อประกาศเจตนารมณ์ต่อต้าน คสช. ซึ่งแน่นอน พวกเขาถูกจับกุมในเวลาต่อมา ด้วยหมายจับจากศาลทหาร ในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. ที่ห้ามมิให้ชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน และห้ามต่อต้าน คสช. และทางกลุ่มนักศึกษาไม่ขอยื่นประกันตัว/p pอุบัติการณ์ครั้งนี้คงผิดจากความคาดหมายของหน่วยงานความมั่นคงพอสมควร เพราะ “ไฟ” ถูกจุดติดขึ้นมา ภายหลังการจับกุมดำเนินคดีกับเหล่านักศึกษา และ การออกมากล่าวหาว่า การเคลื่อนไหวของ 14 นักศึกษานั้น “มีเบื้องหลังไม่บริสุทธิ์” และ “มีกลุ่มการเมืองอยู่เบื้องหลัง” รวมถึงกระแสต้านจากสังคมออนไลน์ที่กล่าวหาว่าพวกเขา “ถูกจ้างมา” ซึ่งผิดคาด เพราะเกิดกระแสสนับสนุนเหล่านักศึกษาขึ้นมาสวนกระแสดังกล่าวจากทั้งในและนอกประเทศ และมีท่าทีว่าจะไม่หยุดลงโดยง่าย ซึ่งเป็นกระแสเรียกร้องต่อรองกับรัฐบาล คสช.ให้ปล่อยตัว 14 นักศึกษาโดยไม่มีเงื่อนไข การล่ารายชื่อ โดยจากทั้งคณาจารย์ นักวิชาการ นักคิดนักเขียนมากมาย นักศึกษากลุ่มอื่น แม้กระทั่งองค์กรระหว่างประเทศ สหภาพยุโรป และ สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติก็ร่วมออกแถลงการณ์กดดัน คสช. จนเกิด “แรงกระเพื่อมไหว” ครั้งใหญ่/p pใหญ่จน พล.อ.ประยุทธ์ ขอใช้สิทธิ์ “เลี่ยงไม่ตอบคำถามต่อสื่อมวลชน” ในวันที่ 29 มิถุนายนก่อนเดินทางไปประชุม ครม.สัญจรที่จังหวัดเชียงใหม่ และอาจจะนับเป็นครั้งแรกที่ พล.อ.ประยุทธ์ใช้สิทธิ์นี้ นับจากรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นต้นมา/p pใหญ่จนคนมีตำแหน่งสูงๆ ในรัฐบาล พากันออกมาประสานเสียงว่า “รู้ตัวคนอยู่เบื้องหลังกลุ่มนักศึกษา” และ “เตรียมเล่นงานคนอยู่เบื้องหลังนักศึกษา” หลังจากตรรกะวาทกรรม “ไม่เห็นด้วยกับ คสช.คือต้องการความไม่สงบ” ใช้ไม่ได้ผลนัก แต่นั่นก็ไม่อาจกลบแรงกระเพื่อมไหวครั้งนี้ได้/p pจนกระทั่ง อนุสิษฐ คุณากร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ต้องออกมาตั้งคำถามต่อสังคมว่า การเคลื่อนไหวของนักศึกษากลุ่มนี้นั้น “สร้างประโยชน์อะไรให้แก่ประเทศบ้าง” เพราะขณะนี้รัฐบาลกำลังเดินหน้าปฏิรูปเพื่อลูกหลานคนไทยทั้งประเทศ/p pสิ่งนี้ย้อนไปถึง คำกล่าวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกรัฐมนตรี ที่พูดบ่อยครั้งตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ที่พูดว่าnbsp; คสช.จะนำ ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์มาสู่ประชาชน และ ตัวท่านคือทหารประชาธิปไตย/p pในการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบสากลนั้น ประชาชนมีสิทธิ์ที่จะต่อรองกับรัฐ ทั้งเรื่องกฎหมายที่เป็นไม่ธรรม การร้องเรียนสิ่งที่ประชาชนต้องการ การตีฆ้องร้องป่าวต่อความไม่เป็นธรรม รวมถึงสิทธิที่จะเอ่ยปากต่อต้านรัฐบาล ดั่งเช่นที่ม๊อบทั้งหลายทำมานับ 10 ปีที่ผ่านมา ที่ใช้การต่อรองแบบ รวมกลุ่มเป็นมวลชนเพื่อสร้างพื้นที่ต่อรองทางการเมืองกับรัฐบาล ซึ่งนับเป็น “เสียง” ที่ดังที่สุดของประชาชนเท่าที่ระบอบการเมืองการปกครองจะมอบให้ได้/p pแต่นับตั้งแต่ กฎอัยการศึกออกมาบังคับใช้ จนถึง คำสั่ง คสช. ออกมาประกาศใช้ พื้นที่ต่อรองของประชาชนก็หายไป “เสียง” ถูกกลบหายด้วยอำนาจมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญชั่วคราว และคำสั่งคสช. คือตัวแทนอันเป็นรูปธรรมของภาวะ “ห้ามเถียง” “ห้ามคัดค้าน” “ห้ามต่อต้าน” ที่ คสช.ใช้กับประชาชน ซึ่งไม่มีประเทศประชาธิปไตยที่ไหนเขาทำกัน ไม่เคยมีการรัฐประหารครั้งใดเหมือนครั้งนี้ แม้ในมาตรา 4 แห่งรัฐธรรมนูญชั่วคราวที่เขียนรองรับถึงสิทธิพลเมืองที่ต้องได้รับการคุ้มครองก็ไร้ความหมาย อาจเพราะคำสั่งคสช. อยู่เหนือรัฐธรรมนูญชั่วคราว/p pตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ได้ระบุถึงสิทธิเสรีภาพพื้นฐาน คือสิทธิเสรีภาพที่จะพูดหรือแสดงออก หากไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น การมี คำสั่งคสช. คือการลิดรอนสิทธิเสรีภาพอย่างไม่ต้องสงสัย และแน่นอนว่าประเทศประชาธิปไตยโดยทั่วไปแล้ว ประชาชนมีสิทธิที่จะต่อรองกับรัฐเพื่อยกเลิกกฎหมายที่ริดลอนสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของพลเมือง เพราะมิเช่นนั้น “กฎหมาย” จะกลายเป็นเพียง “คำสั่ง” ของรัฐแต่เพียงฝ่ายเดียว ที่เอาไว้กดขี่พลเมืองของรัฐbr /br /วันที่ 22 พฤษภาคม 2558 ดาวดินจึงร้องตะโกนอย่างเงียบสงบ ในพื้นที่การเมืองซึ่งไม่มีที่ให้เสียงใดได้เล็ดลอดออกจากความเงียบภายใต้ “คำสั่ง คสช.” ไปได้ ในพื้นที่ที่พวกเขาให้คำมั่นสัญญาว่าจะเกิดประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ กลุ่มนักศึกษาและนักเคลื่อนไหวไร้อาวุธ แค่เพียงพูดในสิ่งที่ตนเชื่อ นั่งมองนาฬิกาและชูป้ายผ้า นั้นมีความผิดbr /br /ซึ่งในอดีตที่ผ่านมา “นักศึกษา” คือตัวแทนของพลังบริสุทธิ์ พลังแห่งปัญญาชน จวบจนยุคสมัยของคสช. ที่ภาพของนักศึกษา ถูกวาทกรรมป้ายสีให้พวกเขากลายเป็นทาสของทุน ถูกซื้อและชักใยอยู่โดยผู้อื่น ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์การเมืองไทยbr /br /และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดนั้น คือความเงียบ ที่ไม่ใช่ความสงบ แต่เป็นความเงียบสงัดที่รัฐได้ชิง “เสียง” ของประชาชนไป การเคลื่อนไหวของดาวดิน เป็นเพียงกรณีเดียว ที่สังคมได้รับรู้รับทราบผ่านการบอกเล่าของสื่อมวลชนเท่านั้น เพราะในระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา คำสั่ง คสช. ได้ทำให้สังคมไทยเงียบสงัดลง ไม่ว่าจะเป็นการเสวนาวิชาการที่ถูกปิดลงนับครั้งไม่ถ้วน การไล่ชาวบ้านออกจากพื้นที่ต่างๆ นับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเพราะที่ดินสปก.หรือพื้นที่ป่า การสั่งห้ามการกิจกรรมเพื่อปฏิรูปที่ดิน หรือแม้กระทั่งตามต่างจังหวัดที่คสช.เฝ้าระวัง แค่เพียงชาวบ้านนั่งรถเกิน 5 คน ก็จะมีการตั้งด่านจับเพื่อตรวจสอบbr /br /ฉะนั้นภายใต้คำสั่ง คสช. นั้น เราไม่มีประชาธิปไตยใดๆ ทั้งสิ้น/p pและไม่มีอะไรเป็นหลักประกันได้ว่า หลังผ่านพ้นคำสั่ง คสช.ไปแล้ว เราจะได้มันมาหรือเปล่า/p pnbsp;/p pbr /nbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/VwwZn_488Eg" height="1" width="1" alt=""/

นักกิจกรรมนักศึกษานักวิชาการ ลงชื่อวอนปล่อย 14 ประชาธิปไตยใหม่ ทันที ไม่มีเงื่อนไข

9 hours 6 min ago
!--break--!--break-- p2 ก.ค.2558 นักวิชาการ นักศึกษา ภาคประชาชน จำนวน 87 รายชื่อ ร่วมออกแถลงการณ์ การละเมิดสิทธิเสรีภาพและสิทธิพลเมืองการจับกุม คุมขัง ปิดกั้นการแสดงความคิดเห็น ไม่สามารถนำพาประเทศไปสู่ความปรองดอง เรียกร้องให้ปล่อยนักศึกษาและนักกิจกรรมขบวนการประชาธิปไตยใหม่ 14 คน ในทันที โดยไม่มีเงื่อนไข และพลเรือนต้องไม่ขึ้นศาลทหาร nbsp;/p div pโดยมีรายละเอียดดังนี้/p pกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารนอกเครื่องแบบ เข้าจับกุมนักศึกษา นักกิจกรรมทางสังคม ในนามกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ในข้อหากระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 มีโทษจำคุกสูงสุด 7 ปี และข้อหาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. 3/2558 มีโทษจำคุก 6 เดือน มีการส่งดำเนินคดีโดยศาลทหาร และส่งเข้าเรือนจำราวกับเป็นอาชญากรนั้น/p pพวกเราในฐานะนักกิจกรรมทางสังคมมีความเห็นว่า การเรียกร้องของกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ เป็นการแสดงออกตามสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน อันพึงได้รับความคุ้มครองตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง การจับกุมและดำเนินคดีกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ได้ตอกย้ำถึงสถานการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชน การละเมิดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก การชุมนุมโดยสงบ จนน่ากังวลว่าการแสวงหาหนทางไปสู่ความปรองดองและวางรากฐานประชาธิปไตยในประเทศไทย จะไม่อาจเป็นไปได้/p pพวกเราในฐานะอดีตนักกิจกรรมนักศีกษา ต่างมีพื้นที่และบทบาททางสังคมที่หลากหลาย เคารพในความเห็นทางการเมืองที่เป็นอิสระ ทว่า พวกเรามีความเห็นพ้องร่วมกันดังต่อไปนี้/p p1) เราสนับสนุนเจตจำนงเสรีของกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ อันพึงเกิดขึ้นในสังคมไทย ได้แก่ 1) ประชาธิปไตยสิทธิเสรีภาพเสมอภาค 2) ความยุติธรรมทางสังคม 3) การมีส่วนร่วมของประชาชน 4) สิทธิมนุษยชนและสิทธิชุมชน 5) หลักสันติวิธี การแก้ไขปัญหาทางการเมืองต้องปราศจากการใช้ความรุนแรง nbsp;/p p2) พวกเราขอชื่นชมการแสดงออกของนักศึกษาและนักกิจกรรมทั้ง 14 คน ที่มีความรู้สึกทุกข์ร้อนต่อปัญหาทางสังคม หวงแหนในสิทธิเสรีภาพ ถือเป็นแบบอย่างของนักศึกษาและเยาวชน ที่ตระหนักถึงภาษีอากรของประชาชน และได้กระตุ้นเตือนให้เห็นว่า โอกาสการแสดงออกของประชาชนภายใต้ระบอบเผด็จการต่างจากระบอบประชาธิปไตยอย่างไร/p p3) พวกเรามีความกังวลในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ด้วยนับตั้งแต่การรัฐประหารในเดือนพฤษภาคม 2557 และการปฏิรูปประเทศที่ดำเนินไปภายใต้คำสั่งห้ามชุมนุมทางการเมือง การใช้อำนาจโดยปราศจากความรับผิดในมาตรา 44 การอนุมัติโครงการเมกะโปรเจคท์ คำสั่ง คสช. 64/2557 ที่ทำให้เกิดการอพยพและจับกุมประชาชนในที่ดินทำกิน การอนุมัติเหมืองแร่ทองคำ การไม่ปรับค่าแรงขั้นต่ำให้เหมาะสมกับค่าครองชีพ ฯลฯ ทั้งหมดนี้เป็นการใช้อำนาจที่ปราศจากการตรวจสอบ และเกิดขึ้นภายใต้บรรยากาศที่มีการจับกุม คุกคามผู้ที่มีความเห็นแตกต่างจาก คสช. การใช้อำนาจดังกล่าวจะส่งผลให้ไม่เป็นที่ยอมรับของสังคมในที่สุด/p p4) พวกเราต้องการประชาธิปไตยที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนที่มีความคิดเห็นแตกต่าง ได้แสดงออกอย่างสันติ ได้ปกป้องสิทธิของตนเองและเคารพสิทธิของผู้อื่น nbsp;เรายอมรับว่าเราต่างอยู่ในขั้วความขัดแย้งทางการเมืองตลอดทศวรรษที่ผ่านมา แต่การเคลื่อนไหวของขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ได้กระตุ้นความทรงจำและเจตจำนงค์ให้พวกเราก้าวข้ามความขัดแย้งและหันมาสนับสนุนภารกิจทางประวัติศาสตร์ที่พวกเขาน้อมแบกรับ แน่นอนว่า เรายังอาจมีความเชื่อที่ไม่ตรงกันทั้งหมด แต่ภายใต้การปิดกั้นการแสดงออกเช่นนี้ ย่อมไม่สามารถแสวงหาการปฏิรูปเพื่อประชาชนใดๆ ได้/p pพวกเราดังมีชื่อท้ายนี้ ยืนยันเจตจำนงค์ร่วมกันว่า ต้องปล่อยตัวกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ โดยไม่มีเงื่อนไข !!! พลเรือนต้องไม่ขึ้นศาลทหาร !!! ต้องคืนพื้นที่เสรีภาพในการแสดงออกของประชาชนโดยทันที และพวกเราจะร่วมกันติดตามอย่างถึงที่สุด/p pstrongรายชื่อผู้ร่วมลงรายชื่อเบื้องต้น/strong/p p style="margin-left:18pt;"1.nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; นายจรูญ หยูทอง นักวิจัย นักวิชาการ สถาบันทักษิณคดีศึกษา มหาวิทยาลัยทักษิณ นายกองค์กรนิสิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ. 2525/p p style="margin-left:18pt;"2.nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; นางสาวนพพรรณ พรหมศรี องค์กรพัฒนาเอกชนด้านชุมชนแออัด ชมรมชาวเขา มหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. 2528/p p style="margin-left:18pt;"3.nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; นายประสิทธิพร กาญอ่อนศรี องค์กรพัฒนาเอกชนด้านสิ่งแวดล้อม ชมรมมหาวิทยาลัยชาวบ้าน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2527/p p style="margin-left:18pt;"4.nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; นายชัยพร นามประทีป ศิลปิน กลุ่มอิสระ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ พ.ศ. 2529/p p style="margin-left:18pt;"5.nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; นายอุทัย อัตถาพร องค์กรพัฒนาเอกชน ประธานชมรมค่ายอาสาพัฒนาราม-ลานนา มหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. 2531/p p style="margin-left:18pt;"6.nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; นายสุวิทย์ กุหลาบวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคอีสาน (กป.อพช.) กลุ่มอิสระวิทยาลัยช่างกลปทุมวัน พ.ศ. 2533/p p style="margin-left:18pt;"7.nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; นางสาววีณา นำเจริญสมบัติ ชมรมอาสาพัฒนา สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2533/p p style="margin-left:18pt;"8.nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; นายชูวัส ฤกษ์ศิริสุข สื่อมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กรรมการบริหารสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) พ.ศ. 2534/p p style="margin-left:18pt;"9.nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; อาจารย์วนิดา วินิจจะกูล นักวิชาการอิสระ ประธานฝ่ายวิชาการองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2534 ประธานนักศึกษานิติศาสตร์ภาคบัณฑิต ชั้นปีที่ 2 (2538)/p p style="margin-left:18pt;"10.nbsp; นางอรนุช ผลภิญโญ องค์กรพัฒนาเอกชน ฝ่ายประชาสัมพันธ์องค์การนักศึกษาวิทยาลัยครูมหาสารคาม พ.ศ. 2534/p p style="margin-left:18pt;"11.nbsp; นางสาวสุกัญญา ชำนาญ นักกิจกรรมอิสระ อุปนายกฝ่ายประสานงาน สโมสรนักศึกษา วิทยาลัยครูอุบลราชธานี ปี 2534-2535 กรรมการประสานงานสหพันธ์นิสิตนักศึกษาภาคอีสาน (สนนอ.) พ.ศ. 2534-2535 กรรมการสโมสรนักศึกษา วิทยาลัยครูอุบลราชธานี พ.ศ. 2532-2535/p p style="margin-left:18pt;"12.nbsp; นายทินกร อ่อนประทุม สมาชิกสภาจังหวัด กรรมการบริหารสโมสรนักศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น ปี 2533 เลขาธิการสหพันธ์ นิสิตนักศึกษาภาคอีสาน (สนนอ.) พ.ศ. 2534-2535 รองเลขาธิการ(ภาคอีสาน) สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) พ.ศ. 2535/p p style="margin-left:18pt;"13.nbsp; นายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ จังหวัดสงขลา เลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2535/p p style="margin-left:18pt;"14.nbsp; นางสาวรุ่งนภา สุขกมล องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2535/p p style="margin-left:18pt;"15.nbsp; นายนิติรัตน์ ทรัพย์สมบูรณ์ อนุกรรมการสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง กสม. ชมรมอนุรักษ์ฯ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ พ.ศ. 2534 คณะกรรมการอนุรักษ์ฯ 16 สถาบัน (คอทส.) พ.ศ. 2534 รองเลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2536/p p style="margin-left:18pt;"16.nbsp; รองศาสตราจารย์ ดร.ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน์ คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ ชมรมศีกษาปัญหาแหล่งเสื่อมโทรม พ.ศ. 2535 กรรมการบริหารสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2536/p p style="margin-left:18pt;"17.nbsp; นายบุญเลิศ วิเศษปรีชา อาจารย์คณะสังคมวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รองนายกองค์การนิสิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2535 เลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2537/p p style="margin-left:18pt;"18.nbsp; นายคำรณ ชูเดชา องค์กรพัฒนาเอกชนด้านรณรงค์ลดปัจจัยเสี่ยง ประธานชมรมปาฐกถาและโต้วาที 2535 รองนายกองค์การนักศึกษา (พรรคสานแสงทอง) มหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. 2538 กรรมการบริหาร สนนท พ.ศ. 2535/p p style="margin-left:18pt;"19.nbsp; นางสาวอัมพวา เพชรกิ่ง นักกิจกรรมทางสังคม ประธานค่ายอาสา รามอีสาน มหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. 2535 สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2536/p p style="margin-left:18pt;"20.nbsp; นายศักดินนน์ มณีพันธุ์ นักการเมืองท้องถิ่น ประธานสภานักศึกษา วิทยาลัยครูมหาสารคาม พ.ศ. 2535 รองเลขาธิการ สหพันธ์นิสิตนักศึกษา ภาคอีสาน (สนนอ.) 2534-2535 นายกองค์การนักศึกษา วิทยาลัยครูมหาสารคาม พ.ศ.nbsp; 2536/p p style="margin-left:18pt;"21.nbsp; นายสมาน ปัญญาที กรรมการชมรมค่ายอาสาพัฒนาราม-อีสาน มหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. 2535/p p style="margin-left:18pt;"22.nbsp; อาจารย์เทพรัตน์ จันทพันธ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยภูมิปัญญาชุมชน มหาวิทยาลัยทักษิณ นายกองค์การนิสิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ. 2535/p p style="margin-left:18pt;"23.nbsp; นายจักริน ยูงทอง นักธุรกิจ สมาชิกชมรมค่ายอาสาพัฒนาราม-ลานนา มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปี2533-2537 และกรรมการบริหาร สนนท.2535/p p style="margin-left:18pt;"24.nbsp; นายหัตภรณ์ ตะโฉ เจ้าหน้าที่ป้องกันเทศบาลเมืองระนอง พรรคศรัทธาธรรม มหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. 2535/p p style="margin-left:18pt;"25.nbsp; นางสาวศิริพร ฉายเพ็ชร โครงการพัฒนาคนรุ่นใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม รองประธานชมรมอนุรักษ์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลภาคตะวันออกฉียงเหนือ พ.ศ. 2536/p p style="margin-left:18pt;"26.nbsp; นายตรีพิพัฒน์ บัวเนี่ยว นักวิชาการอิสระ นายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ. 2536/p p style="margin-left:18pt;"27.nbsp; นายนิธิป คงทอง องค์กรพัฒนาเอกชนด้านชุมชนแออัด ชมรมศึกษาปัญหาแหล่งเสื่อมโทรม มหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. 2538/p p style="margin-left:18pt;"28.nbsp; นายชัยวัฒน์ ตรีวิทยา องค์กรพัฒนาเอกชน ชมรมมหาวิทยาลัยชาวบ้าน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2538/p p style="margin-left:18pt;"29.nbsp; อาจารย์สนธยา ปานแก้ว อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต นายกองค์กรนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต พ.ศ. 2540/p p style="margin-left:18pt;"30.nbsp; ดร.วาสนา ละอองปลิว อาจารย์วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง กรรมการบริหารสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2540/p p style="margin-left:18pt;"31.nbsp; นางสาวสุคนธ์ทิพย์ .มีบุญ พรรคศรัทธาธรรม มหาวิทยาลัยรามคำแหง กรรมการบริหาร สนนท. พ.ศ. 2540/p p style="margin-left:18pt;"32.nbsp; นายคมสันติ์ จันทร์อ่อน กลุ่มปฏิบัติงานคนจนเมือง ชมรมศึกษาปัญหาแหล่งเสื่อมโทรม มหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. 2540/p p style="margin-left:18pt;"33.nbsp; นายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ กลุ่มนิเวศวัฒนธรรมศึกษา กลุ่มกิจกรรมมหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. 2540/p p style="margin-left:18pt;"34.nbsp; ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พรชัย นาคสีทอง อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ รองนายกองค์การนิสิต มหาวิทยาลัยทักษิณ พ.ศ. 2540 -2542/p p style="margin-left:18pt;"35.nbsp; นายคมสันติ์ วิจิตรจันทร์ องค์กรพัฒนาเอกชนด้านชุมชนแออัด ชมรมศึกษาปัญหาแหล่งเสื่อมโทรม มหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. 2541/p p style="margin-left:18pt;"36.nbsp; นายสมพร หารพรม องค์กรพัฒนาเอกชนด้านชุมชนแออัด ชมรมศึกษาปัญหาแหล่งเสื่อมโทรม มหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. 2541/p p style="margin-left:18pt;"37.nbsp; นางสาววิไลพร จิตประสาน องค์กรพัฒนาเอกชนด้านแรงงาน ประธานชมรมศึกษาปัญหาแหล่งเสื่อมโทรม มหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. 2542 รองเลขาธิการ สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยปี พ.ศ. 2543/p p style="margin-left:18pt;"38.nbsp; นายราชัน กัลยาฤทธิ์ ศิลปินอิสระ ชมรมศึกษาปัญหาแหล่งเสื่อมโทรม มหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. 2543/p p style="margin-left:18pt;"39.nbsp; นายเมธา มาสขาว นักวิชาการอิสระ เลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2544/p p style="margin-left:18pt;"40.nbsp; นางสาวฝ้ายคำ หาญณรงค์ ชมรมอนุรักษ์ฯ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะกรรมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ 16 สถาบัน (คอทส.) พ.ศ. 2544/p p style="margin-left:18pt;"41.nbsp; นายทิวา สัมฤทธิ์ เชฟประกอบอาหาร ชมรมอาสาพัฒนา สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ พ.ศ. 2545/p p style="margin-left:18pt;"42.nbsp; นายจักรพงษ์ ปุริพา องค์กรพัฒนาเอกชน รองเลขาธิการ สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2548/p p style="margin-left:18.0pt;"43.nbsp; นายพิศณุกรณ์ ดีแก้ว นักพัฒนาเอกชนด้านสิ่งแวดล้อม ชมรมศึกษาปัญหาแหล่งเสื่อมโทรม มหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. 2548/p p style="margin-left:18pt;"44.nbsp; ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา/p p style="margin-left:18pt;"45.nbsp; นางสาวจิตติมา ผลเสวก ศิลปินและนักเขียน/p p style="margin-left:18pt;"46.nbsp; นางสาวปราณี ศรีกำเหนิด ประธานสหกรณ์ออมทรัพย์เนชั่น มัลติมีเดียกรุ๊ป จำกัด/p p style="margin-left:18pt;"47.nbsp; นางสาวพรเพ็ญ คงขจรเกียรติ องค์กรพัฒนาเอกชนด้านสิทธิมนุษยชน กลุ่มอิสระ มหาวิทยาลัยศิลปากร/p p style="margin-left:18pt;"48.nbsp; นายจักรชัย โฉมทองดี องค์กรพัฒนาเอกชน/p p style="margin-left:18pt;"49.nbsp; นายกมล อุปแก้ว นักกิจกรรมรณรงค์ด้านเอดส์และสุขภาพ/p p style="margin-left:18pt;"50.nbsp; นายนิมิตร์ เทียนอุดม องค์กรพัฒนาเอกชนด้านเอดส์/p p style="margin-left:18pt;"51.nbsp; นางสาวศรีไพร นนทรีน์ กลุ่มสหภาพแรงงาน/p p style="margin-left:18pt;"52.nbsp; นางสาวสุธิลา ลืนคำ องค์กรพัฒนาเอกชนด้านแรงงาน/p p style="margin-left:18pt;"53.nbsp; นางสาวสุดท้าย ต่อโชติ สหภาพแรงงาน/p p style="margin-left:18pt;"54.nbsp; นายสมศักดิ์ ขุนชำนาญ วิศวกร ศิษย์เก่า สถาบันราชมงคลศรีวิชัยภาคใต้/p p style="margin-left:18pt;"55.nbsp; นางสาวกนกกิตต์ การีวัฒน์ ศิษย์เก่า คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กลุ่มลูกชาวบ้าน/p p style="margin-left:18pt;"56.nbsp; นางสาวดลยา แสงอากาศ ศิษย์เก่า สถาบันเทคโนโลยีเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กลุ่มลูกชาวบ้าน/p p style="margin-left:18pt;"57.nbsp; นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ศิษย์เก่า คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กลุ่มลูกชาวบ้าน/p p style="margin-left:18pt;"58.nbsp; นายธัชพงศ์ แกดำ YPD ซุ้มเหมราช มหาวิทยาลัยรามคำแหง 2555/p p style="margin-left:18pt;"59.nbsp; นายสุร แก้วเกาะสะบ้า YPD กลุ่มสะพานสูง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2556/p p style="margin-left:18pt;"60.nbsp; นายปัญจศักดิ์ บุญงาม YPD มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์/p p style="margin-left:18pt;"61.nbsp; นายพงษธร จิรกิจธนา ศิษย์เก่า คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา/p p style="margin-left:18pt;"62.nbsp; นายนคินทร์ พูนศรี กลุ่มอิสระ ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยรังสิต/p p style="margin-left:18pt;"63.nbsp; นายนิพิฐพนธ์ คำยศ นักศึกษาปริญญาโท มหาวิทยาลัยมหิดล กลุ่มเสรีนนทรี/p p style="margin-left:18pt;"64.nbsp; นายศักดิ์รพี รินสาร ศิษย์เก่าคณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ ภาควิชาสารสนเทศศึกษา กลุ่มลูกชาวบ้าน/p p style="margin-left:18pt;"65.nbsp; นายอนุชา ตาดี กลุ่มเสรีนนทรี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์/p p style="margin-left:18pt;"66.nbsp; นางสาวเกษรินทร์ ทุ่มโมง คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กลุ่มลูกชาวบ้าน/p p style="margin-left:18pt;"67.nbsp; นางสาวจินห์จุฑากานต์ เกตุเรืองรอง กลุ่มเสรีนนทรี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์/p p style="margin-left:18pt;"68.nbsp; นางสาวจุฬาภา สุทธิประภา เสรีนนทรี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์/p p style="margin-left:18pt;"69.nbsp; นางสาวปรารถนา เณรแย้ม กลุ่มเสรีนนทรี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์/p p style="margin-left:18pt;"70.nbsp; นางสาวภาวินี จันทร์เชื้อ กลุ่มฟ้าใหม่ มหาวิทยาลัยรามคำแหง/p p style="margin-left:18pt;"71.nbsp; นางสาวลลิตา เพ็ชรพวง คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กลุ่มลูกชาวบ้าน/p p style="margin-left:18pt;"72.nbsp; นางสาวสุทธิดา วัฒนสิงห์ กลุ่มเสรีนนทรี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์/p p style="margin-left:18pt;"73.nbsp; นายกิตติภูมิ พลภักดี เสรีนนทรี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์/p p style="margin-left:18pt;"74.nbsp; นายกิตติศักดิ์ กล่ำเหว่า คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กลุ่มลูกชาวบ้าน/p p style="margin-left:18pt;"75.nbsp; นายจักรพล ผลละออ คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กลุ่มลูกชาวบ้าน/p p style="margin-left:18pt;"76.nbsp; นายประสิทธิ์ชัย มากพิณ นิสิตคณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ ภาควิชาสารสนเทศศึกษา กลุ่มลูกชาวบ้าน/p p style="margin-left:18pt;"77.nbsp; นายปริวรรต นิลวิเชียร คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ ภาควิชาภูมิศาสตร์ กลุ่มลูกชาวบ้าน/p p style="margin-left:18pt;"78.nbsp; นายพลากร ภูเดช กลุ่มเสรีนนทรี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์/p p style="margin-left:18pt;"79.nbsp; นายธีรชา สุขรุ่ง กลุ่มลูกชาวบ้าน/p p style="margin-left:18pt;"80.nbsp; นายชัยยุทธ เย็นใจ ซุ้มเหมราช มหาวิทยาลัยรามคำแหง/p p style="margin-left:18pt;"81.nbsp; นายพีรพงศ์ ตระกูลเรืองศรี คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กลุ่มลูกชาวบ้าน/p p style="margin-left:18pt;"82.nbsp; นายรวิพล ลี้มสวัสดิ์ คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กลุ่มลูกชาวบ้าน/p p style="margin-left:18pt;"83.nbsp; นายรัชชานนท์ เชียรพิมาย คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กลุ่มลูกชาวบ้าน/p p style="margin-left:18pt;"84.nbsp; นายฤชานนท์ เมืองนก คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กลุ่มลูกชาวบ้าน/p p style="margin-left:18pt;"85.nbsp; นายไววิทย์ เลิศลพ คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ กลุ่มลูกชาวบ้าน/p p style="margin-left:18pt;"86.nbsp; นายอมฤต ห้วงสุวรรณ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ภาควิชาสารสนเทศศึกษา กลุ่มลูกชาวบ้าน/p p style="margin-left:18pt;"87.nbsp; นายสุรินทร์ ปัทมาสศนุพงศ์ ศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยบูรพา/p pnbsp;/p pspan style="color:#ff8c00;"ลงชื่อเพิ่มเติมได้ที่ prachachon2475@hotmail.com/span/p /div pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/wthDlXIMGtY" height="1" width="1" alt=""/

เยี่ยม น.ศ.วันที่ 3 ไผ่ ดาวดิน ถาม “ไม่สู้ตอนนี้ จะสู้ตอนไหน”

9 hours 10 min ago
p!--break--!--break--/ppbr /2 มิ.ย. 2558 ประชาชนและอาจารย์จากเครือข่ายคณาจารย์ผู้ห่วงใยศิษย์ที่ถูกคุมขัง ทั้งจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อาทิ สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ปิยบุตร แสงกนกกุล เดินทางเข้าเยี่ยม 13 นักศึกษานักกิจกรรม ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ แต่วิธีการเข้าเยี่ยมในวันนี้แตกต่างจากทุกวันเนื่องจากนักศึกษาชายทั้ง 13 คน ถูกจับแยกแดนตั้งแต่ช่วงบ่ายของวานนี้ โดยคนที่มีรายชื่อในบัญชี 10 คนที่ผู้ต้องหาให้ไว้เท่านั้น จึงจะสามารถเข้าเยี่ยมได้ตามปกติ แต่คนที่อยากเข้าเยี่ยมนอกเหนือจากรายชื่อ 10 คนต้องยื่นเอกสารสำเนาบัตรประชาชนให้กับ กลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ (NDM) ก่อนเวลา 10:30 เพื่อใช้ในการต่อรองเข้าเยี่ยม/p pโดยวันนี้เวลา 11:00 น. โดยประมาณ ประชาชน อาจารย์ และกลุ่มเพื่อน ได้เข้าเยี่ยมพร้อมกันจำนวนหลายสิบคน/p pทั้งนี้ในรอบแรกสามารถเยี่ยมได้แค่ รังสิมันต์ โรม และ ทรงธรรม แก้วพันพฤกษ์ หรือ เดฟ และในเวลาประมาณ 12:30 น. เป็นรอบเยี่ยมของ อภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธ์ หรือ หนุ่ย โดยในรอบของหนุ่ย มีคนเข้าเยี่ยมได้แค่คนที่มีรายชื่อ 10 คนเท่านั้น ทั้งนี้ในเวลา 13:40 น. ผู้ที่มารอเยี่ยมสามารถเยี่ยมนักศึกษาทั้ง 13 คนได้พร้อมกัน โดยผู้มารอเยี่ยมและนักศึกษาต่างแสดงความดีใจ/p pด้านแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเข้าเยี่ยมนักศึกษาด้วย ให้สัมภาษณ์ประชาไทว่า 14 นักศึกษาว่าเป็นนักโทษทางความคิด เนื่องจากการกระทำของทั้งหมดเป็นสันติวิธี และตอนนี้แอมเนสตี้ได้ออกปฏิบัติการด่วนให้รัฐบาลทั่วโลกกดดันให้ปล่อยนักศึกษาทันทีและสรุปว่า ปฏิบัติการด่วนได้ออกเป็นภาษาอังกฤษแล้ว แต่ภาษาไทยจะออกตอนบ่าย/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm1.staticflickr.com/259/19159962598_c401ca83aa.jpg" style="width: 500px; height: 281px;" /br /br /iframe allowfullscreen="" frameborder="0" height="315" src="https://www.youtube.com/embed/UWnigbF5jf8" width="560"/iframe/p pภายหลังการเข้าเยี่ยม วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า เขามองกลุ่มนักศึกษาที่ถูกจับว่า นักศึกษาใช้สันติวิธี ไม่ว่าพวกเขาจะตัดสินใจอย่างไร ก็คงไม่มีใครก้าวล่วงได้ และคงไม่มีใครไปบอกเขาได้ว่าต้องทำอย่างไร แม้แต่คุณพ่อคุณแม่ของบางคนก็เป็นห่วง แต่ก็ไม่ได้ก้าวล้ำการตัดสินใจของลูก ในเรื่องที่คนออกมาเห็นต่าง วรเจตน์มองว่าทุกคนผ่านประวัติศาสตร์อันเจ็บปวดมาแล้ว เคยเห็นปรากฏการณ์แบบนี้มาแล้วในปี 2519 และก็หวังว่าจะไม่มีเหตุการณ์แบบนเกิดขึ้นอีกbr /br /สำหรับความเป็นไปในอนาคตของกลุ่มนี้ วรเจตน์ ชี้ว่าเรื่องนี้สื่อน่าจะช่วยได้ ในการทำให้เข้าใจว่าปรากฏการณ์นี้มันเกิดขึ้นอย่างไร แล้วจะให้มันจบอย่างสันติ ซึ่งนี่ก็เป็นสิ่งที่โดยส่วนตัวก็ปรารถนาด้วย ส่วนตัว ตอนนี้ก็มีคดีอยู่ในศาลทหาร แต่ลูกศิษย์เป็นอย่างนี้ก็คงจะเลี่ยงไม่ได้/p pเมื่อถูกถามว่าได้พูดคุยเรื่องหลักกฎหมายกับนักศึกษาหรือไม่ วรเจตกล่าวว่า แค่มาเยี่ยมลูกศิษย์ ไม่ได้พูดคุยเรื่องหลักกฎหมายแต่อย่างใด เพราะมาในฐานะอาจารย์ และลูกศิษย์ที่อยู่ในเรือนจำมีบางคนที่จะจบปีการศึกษานี้/p pในเรื่องการแยกแดนของนักศึกษา วรเจตน์กล่าวว่าจากการที่ตนเข้าเยี่ยมพูดคุยกับนักศึกษา เข้าใจว่านักศึกษาอยากอยู่ร่วมกันเพื่อจะได้ปรึกษาหารือกัน/p pด้านนิติรัฐ ทรัพย์สมบูรณ์ คณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ว่าที่ตนมาตอนนี้ มาด้วยตัวเอง แต่จะเข้าเยี่ยมพร้อม นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในช่วงบ่ายอีกทีหนึ่ง แต่ตอนนี้ตนมาในฐานะที่ตัวเองเคยเป็นนักกิจกรรม เหมือนกัน และเข้าใจในเรื่องการเรียกร้องหาสิทธิเสรีภาพ ทั้งนี้นิติรัฐเผยว่า ตนรู้จักกันปกรณ์อารีกุล หรือ แมน พรชัย ยวนหยี หรือ แซม และ ทรงธรรม แก้วพันพฤกษ์ หรือ หนุ่ย อยู่แล้วด้วย/p pทั้งนี้ป้า (ขอสงวนชื่อ)ที่มาเยี่ยมลูกชายที่ถูกขุมขังอยู่แดน 1 เผยว่า ตนมาเยี่ยมลูกชาย และก็ได้ตตามข่าวของนักศึกษากลุ่มนี้ และมองว่าการกระทำของนักศึกษา ไม่ผิด และขอส่งกำลังใจให้/p pจุฑามาส ศรีหัตถผดุงกิจ หนึ่งในสมาชิก ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ เปิดเผยว่า ตอนนี้คนที่อยู่ข้างนอก เหมือนได้กำลังใจจากคนที่อยู่ข้างในมากกว่า เพราะคนที่อยู่ข้างในเข้มแข็งมาก และพวกตนก็พร้อมที่จะเคลื่อนต่อไป/p pผู้สื่อข่าวรายงานว่า รังสิมันต์ โรม เผยว่ารับรู้สถานการณ์จากข้างนอกก็ไม่มากนัก เพราะเรามีเวลาเยี่ยมเพียงแค่ 20 นาทีต่อวัน อีกทั้ง ภายในเรือนจำ เหมือนไร้กาลเวลา ไม่มีทีวี ไม่มีหนังสือพิมพ์ เราไม่สามารถรับรู้ข่าวสารจากด้านนอกได้มาก รวมถึงหนังสือที่ฝากให้คนข้างนอกเอามาให้ก็ยังไม่ได้รับสักเล่ม เข้าใจว่าอาจจะมีการการเซ็นเซอร์หนังสือ คือดูว่าเป็นหนังสือประเภทอะไร ทั้งนี้ เขาเล่าว่า เมื่อคืนฝันว่าตัวเองและเพื่อนๆ ไม่ได้อยู่ในเรือนจำแล้ว แต่ออกมาอยู่ข้างนอก และกำลังมุ่งหน้าสู้ถนน ราชดำเนิน อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย/p pด้านปกรณ์ อารีกุล หรือ แมน เปิดเผยผ่านผู้เข้าเยี่ยมว่าจากการที่ได้รับรู้สถานการณ์จากข้างนอกว่ามีกลุ่มคนออกมาเคลื่อนไหวมากขึ้น ตนค่อนข้างพอใจ เพราะทุกรัฐบาลที่จับกุมประชาชนโดยไม่เป็นไปตามหลักประชาธิปไตย การเข้าจับกุมประชาชนโดยศาลทหารเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้/p pส่วนด้านความเป็นอยู่หลังจากแยกแดน แมนเผยว่า ก็ยังสุขสบายดี เพราะได้รับความเมตตาจากเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ที่ช่วยดูแล แต่จะบอกว่าสุขสบายร้อยเปอร์เซ็นก็ไม่ได้ เพราะตนยังรู้สึก เหงา คิดถึงเพื่อน คิดถึง คนข้างนอก แต่ยังไงก็ยืนยันที่จะสู้ต่อไป/p pจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ดาวดิน กล่าวว่า จากการรับรู้สถานการณ์จากข้างนอก ยังอยากเห็นการลุกฮือของประชาชนมากกว่านี้ อยากให้ประชาชนข้างนอกได้ตื่นตัว มากกว่านี้ พร้อมเผยว่าคนที่อยู่ข้างใน หลังจากจับแยกแดนก็เป็นข้อเสียเปรียบที่ไม่ได้ปรึกษากันเท่าที่ควร พร้อมส่งสารถึงคนที่กำลังเลใจว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ ขอให้กล้าออกมา กล้าตัดสินใจ “ถ้าไม่สู้ตอนนี้ จะสู้ตอนไหน” ไผ่กล่าว/p pด้านทรงธรรม แก้วพันพฤกษ์ อยากฝากถึงคนข้างนอกว่าอยากให้คนข้างนอกทำอย่างไรก็ได้ จะมากจะน้อย เพื่อความยุติธรรม ส่วนคนข้างในที่เราทำแบบนี้ เพราะเรายืนยันว่าเราไม่ผิด ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร เราก็จะสู้ ห่วงแค่ว่านานๆไปคนข้างนอกอาจจะลืม/p pnbsp;/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2015/07/60123" target="_blank"จับ 13 ผู้ต้องหาชายแยกแดน คาดไม่ให้รวมกลุ่มคุย #039;หมอนิรันดร์#039; ห่วงความปลอดภัย/a /div div class="field-item even" a href="/journal/2015/07/60126" target="_blank"แอมเนสตี้ฯ สนง.ใหญ่ รณรงค์สมาชิกทั่วโลกส่ง จ.ม.ถึงนายก #039;ตู่#039; จี้ปล่อย น.ศ./a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/Rbpyx4znCZM" height="1" width="1" alt=""/

ชาวฮ่องกงเดินขบวนเรียกร้องประชาธิปไตยในวันครบรอบ 18 ปีคืนเกาะสู่จีน

9 hours 20 min ago
pในวันครบรอบ 18 ปีที่อังกฤษคืนเกาะฮ่องกงให้เป็นส่วนหนึ่งของจีน ประชาชนหลายหมื่นคนเดินขบวนแสดงออกในเชิงเรียกร้องให้จีนยอมรับการเลือกตั้งอย่างเสรี ขณะที่บางส่วนมีการถือร่มสีเหลืองอันเป็นสัญลักษณ์สำคัญจากการประท้วงใหญ่เมื่อปีที่แล้ว/p p!--break--!--break--/p p2 ก.ค. 2558 ประชาชนชาวฮ่องกงหลายหมื่นคนเข้าร่วมการเดินขบวนเรียกร้องประชาธิปไตยเนื่องในวันครบรอบ 18 ปี อังกฤษมอบพื้นที่ของฮ่องกงคืนแก่สาธารณรัฐประชาชนจีน/p pผู้จัดการชุมนุมกล่าวว่ามีผู้ร่วมชุมนุมในครั้งนี้ราว 48,000 คน ในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจประเมินว่ามีผู้ชุมนุมอยู่เพียงราว 20,000 คน ซึ่งจูเลียนนา หลิว ผู้สื่อข่าวบีบีซีในฮ่องกงระบุว่ามีผู้เข้าร่วมการรำลึกครบรอบในปีนี้น้อยกว่าปีที่แล้ว/p pจีนมีแผนการปฏิรูปให้ฮ่องกงมีการเลือกตั้งผู้ว่าการเขตปกครองพิเศษแต่จะมีการคัดเลือกผู้ลงสมัครโดยคณะกรรมการจากจีนแทนการให้ลงสมัครอย่างอิสระ ซึ่งทำให้ชาวฮ่องกงจำนวนหนึ่งไม่พอใจจนออกมาประท้วงในช่วงปี 2557 ที่มีการใช้ร่มเป็นสัญลักษณ์ โดยในเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ส.ส. ฮ่องกงก็มีการลงมติไม่ยอมรับแผนการปฏิรูปจากจีน ซึ่งนักกิจกรรมมองว่าข้อเสนอจากจีนเป็น "ประชาธิปไตยเทียม"/p pภาพข่าวของบีบีซีเผยให้เห็นผู้ชุมนุมเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (1 ก.ค.) พากันผูกผ้าปิดปากเพื่อเรียกร้องเสรีภาพสื่อมากขึ้น มีบางส่วนชูเสื้อเพื่อเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งเสรีที่เป็นไปตามหลักสากล ผู้ชุมนุมบางคนยังแสดงออกด้วยการโบกธงอาณานิคมบริติชฮ่องกงซึ่งเป็นเสมือนสัญลักษณ์ต่อต้านทางการจีน และมีผู้ชุมนุมบางคนที่ถือร่มสีเหลืองซึ่งเป็นสัญลักษณ์จากการประท้วงปีที่แล้วด้วย/p pบีบีซีระบุอีกว่าผู้ชุมนุมบางคนแสดงความไม่พอใจที่การประท้วงยาวนานเกือบ 3 เดือนเมื่อปีที่แล้วไม่ได้ทำให้จีนเสนอการเลือกตั้งที่เป็นเสรีมากขึ้นให้แก่พวกเขา อีกทั้งในการชุมนุมเมื่อวันพุธยังมีการก่อกวนจากฝ่ายผู้สนับสนุนทางการจีนที่พากันพูดจาเหยียดหยามใส่ขบวนของผู้ชุมนุมที่เดินไปบนท้องถนน/p pก่อนหน้าที่จะมีการชุมนุม เหลียงชุนอิง ผู้ว่าการฮ่องกงกล่าวในพิธีเปิดงานรำลึกครบรอบการส่งมอบเกาะฮ่องกงคืนสู่จีนโดยเรียกร้องให้ประชาชนมองดูอนาคตและบอกว่าการปฏิรูปการเมืองจะทำให้มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจและทำให้ความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น/p pnbsp;/p pstrongเรียบเรียงจาก/strong/p pHong Kong: Thousands attend anniversary democracy rally, BBC, 02-07-2015br /a href="http://http://www.bbc.com/news/world-asia-china-33342318"http://www.bbc.com/news/world-asia-china-33342318/a/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/kHKIXD4rSnU" height="1" width="1" alt=""/

วิจัยพบ พนง.ขับรถฉุกเฉิน สุขภาพจิตดีช่วยลดอุบัติเหตุได้

9 hours 31 min ago
pเปิดผลวิจัยสุขภาพจิตของพนักงานขับรถพยาบาลฉุกเฉิน พบหากสุขภาพจิตดีจะลดปัจจัยเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุได้ ขณะที่เลขาธิการ สพฉ. ย้ำให้ความสำคัญกับพนักงานขับรถพยาบาล เตรียมจัดอบรมอย่างต่อเนื่อง/p p!--break--!--break--/p pนพ.อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวว่า การปฏิบัติการทางการแพทย์ฉุกเฉินเพื่อนำส่งผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลได้อย่างรวดเร็ว เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติไม่ให้เสียชีวิต ซึ่งการตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่รวดเร็ว และการทำงานที่บางครั้งต้องแข่งกับเวลาในการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุกับรถพยาบาลและรถฉุกเฉินหลายครั้ง โดยในปี 2557 จากการเฝ้าระวังการเกิดอุบัติเหตุรถพยาบาล พบว่าเกิดอุบัติเหตุมากถึง 61 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 130 คน ผู้เสียชีวิต 19 คน และในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2558 เกิดอุบัติเหตุกับรถพยาบาลฉุกเฉินถึง 28 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 5 คน และบาดเจ็บ 54 คน/p pอย่างไรก็ตามสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุกับรถพยาบาลหรือรถฉุกเฉิน อาจเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งความพร้อมของยานพาหนะ สิ่งแวดล้อมทางกายภาพ สภาพแวดล้อม อาทิ สภาพถนน ทางโค้ง หรือสภาพอากาศ ฝนตกถนนลื่น แต่ปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือพนักงานขับรถพยาบาลที่เป็นบุคคลสำคัญในการควบคุมการขับเคลื่อนให้ถึงจุดหมายปลายทางได้อย่างปลอดภัย ซึ่งที่ผ่านมา สพฉ. ได้ให้ความสำคัญกับพนักงานขับรถพยาบาลอย่างมาก โดยมีการจัดอบรมการขับรถพยาบาลปลอดภัยมาอย่างต่อเนื่อง/p pด้านนางพรทิพย์ วชิรดิลก และนายธีระ ศิริสมุด นักวิจัยจากสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กล่าวว่า ได้สำรวจประเมินสุขภาพจิตของพนักงานขับรถพยาบาลในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน ด้วยแบบคัดกรองปัญหาสุขภาพจิต 12 ข้อ จำนวน 67 คน อายุระหว่าง 21-58 ปี ที่มีอายุงานระหว่าง 1-33 ปี เนื่องจากเห็นว่าพนักงานขับรถพยาบาลเป็นงานที่ต้องใช้สมาธิสูง อยู่ภายใต้ความกดดันทั้งจากเสียงเรียกร้องจากญาติผู้ป่วยให้เร่งความเร็วเพื่อให้ถึงโรงพยาบาลปลายทาง ความเครียดจากสภาพแวดล้อมบนถนน ตลอดจนความพร้อมด้านร่างกายของพนักงานขับรถ/p pโดยผลวิจัยพบว่า พนักงานขับรถพยาบาลเกือบ 2 ใน 10 คน มีโอกาสเสี่ยงที่จะมีปัญหาสุขภาพจิต ร้อยละ 16.2 และเมื่อพิจารณาเฉพาะกลุ่มที่มีปัญหาสุขภาพจิตพบว่ามีประวัติเคยประสบอุบัติเหตุรถพยาบาล 3 คน โดยปัญหาของสุขภาพจิตส่วนใหญ่ เกิดจาก 1. นอนไม่หลับเพราะกังวลใจ 2.รู้สึกไม่มีความสุขและเศร้าหมอง 3. รู้สึกไม่สามารถที่จะเอาชนะความยากลำบากต่างๆ ได้ 4. รู้สึกตึงเครียดอยู่ตลอดเวลา คิดว่าเป็นคนไร้ค่า และ 5.ไม่มีสมาธิจดจ่อกับสิ่งที่กำลังทำอยู่/p pนอกจากนี้ยังพบว่าหากพนักงานขับรถพยาบาลมีสุขภาพกายที่แข็งแรงและสุขภาพจิตดี ย่อมลดปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุรถพยาบาลได้ด้วย แต่จากการสำรวจดังกล่าวยังพบว่ามีผู้มีแนวโน้มเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพจิตอยู่ ดังนั้นนอกจากการส่งเสริมสรรถนะทางกาย เพิ่มทักษะการขับรถพยาบาลปลอดภัยแล้ว ยังจำเป็นต้องเสริมสร้างสรรถนะหรือความพร้อมทางจิตด้วย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ซึ่งต่อจากนี้จะมีการทำวิจัยเพิ่มเติมโดยเพิ่มกลุ่มตัวอย่าง เพื่อให้เป็นตัวแทนของพนักงานขับรถพยาบาลในภาพรวมได้ทั้งประเทศ เพื่อสนับสนุนข้อมูลในการพัฒนาแนวทางลดอุบัติเหตุรถพยาบาล และเพิ่มความปลอดภัยสำหรับผู้ปฏิบัติการฉุกเฉิน/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/aNW7FC76zqA" height="1" width="1" alt=""/

ชานันท์ ยอดหงษ์: อดทนหน่อยนะ... แม่จ๋า

Thu, 02/07/2015 - 23:46
!--break--!--break-- p align="right"nbsp;/p pจำได้ว่าวันที่ 29 มิถุนา เป็นวันแรกที่สามารถเข้าเยี่ยม 14 สมาชิกกลุ่ม “ประชาธิปไตยใหม่” หลังจากถูกจับกุมตั้งแต่เย็นวันศุกร์ที่ 26 มิถุนาและถูกศาลทหารฝากขังกลางดึกยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ สำหรับผู้ชาย และทัณฑสถานหญิงกลางสำหรับผู้หญิง/p pเช้าวันนั้นฉันตั้งใจไปเยี่ยม “ลูกเกด” หญิงสาวร่างเล็กผอมแกร็น วงหน้าแป้นแล้นรับกับน้ำเสียงแหลมสดใสของเธอnbsp; ทว่าด้วยกฎเกณฑ์กระบวนการต่างๆอันเข้มงวดซับซ้อน จึงไม่ได้พบลูกเกด แต่นั่นก็เป็นครั้งแรกที่ได้เจอแม่ของเธอ ระหว่างฆ่าเวลาอันยาวนานตั้งแต่เช้ายันบ่ายแก่ เฝ้ารอโอกาสเพียง 20 นาที ที่แม่จะได้พบลูกสาวผ่านกรงขังและเสียงโทรศัพท์ คุณแม่ลูกเกดชวนฉันคุยเรื่องราวต่างๆนานา ตั้งแต่เมื่อแรกรู้ว่าลูกสาวของเธอถูกจับกุมด้วยความรุนแรงหน้าหอศิลป์กรุงเทพ, การปรับตัวเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง, ไปจนถึงแรงกดดันและกำลังใจที่แวดล้อมตัวเธอ ถ้าอยู่ในสภาวะปรกติคุณแม่ต้องเป็นคนคุยสนุกแน่ๆ/p pขณะที่ฟังคุณแม่เล่าด้วยน้ำเสียงกังวลใจระคนเจ็บปวดแต่แววตาโชนด้วยความหวัง ฉันประหวัดคิดถึงแม่ตัวเองว่า ถ้าเกิดเหตุการณ์เช่นนี้บ้าง แม่ฉันจะรับมือได้อย่างกล้าหาญ จะมีสติอดทนอดกลั้นเช่นแม่ผู้ที่อยู่เบื้องหน้าไหม ? แม่กับพ่อฉันจะเข้าใจไหมว่าลูกกำลังทำอะไรอยู่ ? แล้วสถานการณ์อันเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับครอบครัว หาใช่เกิดจากฉันก้าวออกมาเรียกหาเสรีภาพตามระบอบประชาธิปไตย แต่เกิดจากการใช้อำนาจอันป่าเถื่อนของเผด็จการต่างหาก/p pเพราะ “ความเป็นแม่” เป็นทั้งมายาคติและสายสัมพันธ์ที่กล่อมเกลาผูกพันชีวิตเรามายาวนาน ทั้งคนที่มีประสบการณ์เป็นแม่คนและไม่เคยมี ผูกโยงไปกับการอุทิศตนเพื่อครอบครัว ความรักความห่วงหาที่ตัดไม่ขาดnbsp; การอบรมเลี้ยงดูและการเชื่อฟัง ด้วยเหตุนี้ในสายตาพ่อแม่มักมองลูกเป็นเด็กเสมอ แม้จะถึงวัยใช้สิทธิเลือกตั้งในฐานะพลเมืองได้แล้ว หรือจนอายุเท่าตนเองเมื่อครั้งแต่งงานมีลูกมีเต้า ลูกในสายตาแม่ก็ยังเสมือนเมื่อแรกที่เกิดมา/p p“นี่เป็นมื้อแรกในสี่วันที่แม่กินอิ่ม” คุณแม่ของ “บาส” รำพึงหลังรวบช้อน ของมื้อเที่ยงวันอังคารที่ 30 มิถุนา คำพูดนี้เตือนใจให้ตระหนักว่า ฉันยังห่างไกลจากความรู้สึกหัวอกคนเป็นแม่มากนัก ต่อให้มีโอกาสพูดคุยพบเจอมากแค่ไหนก็ตาม ยิ่งเมื่อรู้ว่าลูกตัวเองถูกคุมขังในที่ๆ ไม่มีทางรู้เลยว่าชีวิตลูกของตนอีกฟากหนึ่งของลูกกรงจะต้องเผชิญกับอะไรบ้าง ต่อให้ได้เยี่ยมลูกทุกวันมันก็ไม่ชิน/p pด้วยเหตุนี้พ่อแม่หลายคนถึงทั้งหวงทั้งห่วงไม่ให้ลูกที่ตนเองเฝ้าฟูมฟักหลายขวบปี ต้องโดนคุกคามถูกใส่ร้ายด่าทอ ฉุดกระชากจับเข้าคุกตาราง ห้ามปรามไม่ให้ลูกออกไปร่วมชุมนุม ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านอำนาจเผด็จการ ออกไปเสี่ยงอันตรายที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ว่าวันร้ายคืนร้าย เบื้องบนจะลงมาเล่นงานตามอำเภอใจเมื่อไร จนเคยเผลอคิดว่าทำไมไม่เป็นหน้าที่ของลูกคนอื่น ?/p pและด้วยความรักความห่วงใยนี่เอง กลุ่มเผด็จการและผู้ที่ฝักใฝ่ระบอบนี้ จึงคว้ามาเล่นกับความรู้สึก “หัวอกคนเป็นพ่อแม่” ในฐานะยุทธศาสตร์หนึ่งที่จะบ่อนเซาะขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยในระดับปัจเจกnbsp; สำหรับระบอบเผด็จการ ความรักความห่วงหาอาทรจึงไม่ใช่ส่วนหนึ่งของมนุษย์ หากแต่เป็นจุดอ่อนและช่องทางจะใช้ลอบทำลายมนุษย์ด้วยกันเมื่อสบโอกาส ไม่เพียงคุกคามให้สมาชิกในครอบครัวตกอยู่ในสภาวะหวาดกลัว จับความรัก ความรู้สึก ความปลอดภัยของพ่อแม่ หรืออนาคตของลูกหลานของพวกเขาและเธอเป็นตัวประกัน ให้ยอมจำนนอยู่ใต้อุ้งระบอบเผด็จการต่อไป/p pนอกเหนือจากมองว่าประชาชนพลเมืองที่ยังเรียนหนังสืออยู่เป็นเพียงเด็กเชื่องๆที่ยังไม่โต เป็นบุคคลต้องมีผู้อนุบาล เป็นสิ่งมีชีวิตที่คิดเองไม่เป็น ต้องรอคำป้อนจากผู้มีอำนาจอิทธิพล/p pแม้เป็นที่เข้าใจกันแล้วว่า “ความเป็นแม่” ไม่ใช่สิ่ง “สากล”, “ธรรมชาติ” หรือติดตัวผู้หญิงมาแต่กำเนิด เพราะแม้เพศหญิงจะสามารถให้กำเนิดได้ แต่ไม่ใช่ “เพศแม่” มิเช่นนั้นจะเท่ากับว่าเพศหญิงจะไร้ความหมายใดๆทั้งสิ้นถ้าไม่คลอดลูก เหมือนครั้งหนึ่งที่เคยมัด “ความเป็นหญิง” ไว้กับ “ความเป็นแม่” จนนำไปสู่ทั้งข้อจำกัดในการแบ่งงานกันทำ และข้ออ้างให้ผู้หญิงถูกผูกติดอยู่กับบ้าน พวกเธอจึงต้องพึ่งพารายได้จากสามี ซึ่งเป็นค่าจ้างที่ไม่แน่นอนของการทำหน้าที่ผลิตรับเลี้ยงดูสมาชิกในครอบครัวและกิจวัตรภายในบ้าน อนาคตและความก้าวหน้าของพวกเธอไม่ได้มีเป็นของตัวเอง แต่ต้องอ้างอิงกับตำแหน่งแห่งที่ของสามีและอนาคตของลูก จนเป็นที่เข้าใจกันว่าการที่ผู้หญิงตกอยู่ในสถานะด้อยกว่าผู้ชาย ก็เพราะ “ความเป็นแม่” เป็นปัจจัยหนึ่ง แต่แม่หลายยคนก็พร้อมจะทุ่มเทให้กับหน้าที่นั้นเพื่อลูก/p pและแม้จะเลี้ยงลูกได้แต่ตัว มองโลกต่างมุมหรือเชื่อต่างกัน แต่แม่หลายคนก็พร้อมสละตนเองเพื่อลูกได้เช่นเดียวกับที่ลูกสละอิสรภาพ สุ่มเสี่ยงชีวิตตนเองเพื่อความเสมอภาพและศักดิ์ศรีความเป็นคน เหมือนความรักความเป็นห่วงของแม่ใน “Mother” ของ Maxim Gorky (ประพันธ์ในครึ่งหลัง ค.ศ. 1906 - ต้น ค.ศ.1907nbsp; ที่ต่อมาแปลเป็นภาษาไทย ชื่อว่า “แม่” โดยนามปากกา “ศรีบูรพา” ในภาคแรก พ.ศ. 2501 และภาคสุดท้าย พ.ศ. 2518 โดยนามปากกา “วิริยาภา” ก่อนที่จะถูกแปลจบสมบูรณ์ทั้ง 2 ภาคโดย จิตร ภูมิศักดิ์ ในพ.ศ. 2521) ที่ปลดแอกจากการกดขี่ทางเพศ ความรุนแรงในครอบครัว และเดินเคียงข้างลูกของเธอ ต่อสู้ต่ออำนาจปกครองอัตตาธิปไตยอันไร้ทั้งความชอบธรรมและยุติธรรม/p pเพราะความรักและสายใยของ “ความเป็นแม่” ยิ่งใหญ่และมีค่ามาก มากเกินจะปล่อยให้ใครที่ไหนที่กำลังขโมยสิทธิความเป็นคนอยู่ จะฉวยเอามาเป็นเครื่องมือหลอกให้เราหลงขายเสรีภาพ เพื่อแลกกับความปลอดภัยของลูก/p pไม่ว่าคนเป็นพ่อเเม่จะยังมองลูกตัวเองเป็นเด็กน้อยเหมือนเมื่อเเรกเกิด แต่ในอีกโลกนึงเขาและเธอคือวีรชน ผู้เสียสละ ผู้กล้า ผู้ไม่ปล่อยให้ความอยุติธรรมผ่านเลยไป แม้ต้องแลกกับเสรีภาพบางประการก็สละได้ แม่อาจจะเจ็บปวด โศกเศร้า ตัดพ้อโลกว่าทำไมต้องเกิดกับลูกตนเอง แต่เชื่อเถอะสักว่าแม่จะภูมิใจ/p pemเดี๋ยวเราก็ชนะแล้ว อดทนหน่อยนะ... แม่จ๋า/em/p pnbsp;/p divbr clear="all" /br / hr align="left" size="1" width="33%" / div id="ftn1" pa href="#_ftnref1" name="_ftn1" title=""[1]/a นักศึกษาปริญญาเอก สาขาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์/p /div /div pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/oUTx6k6ZuSs" height="1" width="1" alt=""/

‘ชูวิทย์’ แซะ ‘พระสุเทพ’ แทนที่จะขอบิณฑบาตร ดันไปกระทืบเด็กซ้ำ

Thu, 02/07/2015 - 22:51
!--break--!--break-- pเมื่อวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา a href="http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9580000074402"ASTVผู้จัดการออนไลน์/a รายงานว่า nbsp;ที่วัดธารน้ำไหล สวนโมกขพลาราม พระสุเทพ ปภากโร (สุเทพ เทือกสุบรรณ) อดีตแกนนำ กปปส. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าการเคลื่อนไหวของนักศึกษากลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ว่าอาจจะมีผู้ให้การสนับสนุนว่า เราเชื่อว่ามีขบวนการที่ปั่นกระแสสร้างสถานการณ์เพื่อที่จะทำลายความชอบธรรม ความน่าเชื่อถือของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และรัฐบาล เราประกาศเลยว่าพวก กปปส.ที่เงียบอยู่ ถ้าตราบใดที่ พล.อ.ประยุทธ์ยังมุ่งมั่นทำงานเพื่อชาติและประชาชน เราเชียร์และพร้อมสนับสนุน เพราะฉะนั้น ให้ พล.อ.ประยุทธ์เข้าใจว่ายังมีคนอีกหลายล้านคนสนับสนุนต้องการให้ทำงานให้สำเร็จ/p pส่วนที่มีขบวนการต่อต้านการทำงานรัฐบาล พระสุเทพกล่าวว่า หากมองในฐานะพระก็เป็นเรื่องธรรมดา มีคนที่ตั้งใจทำงานให้ชาติบ้านเมือง แก้ปัญหาทั้งหลายของประเทศ และคำนึงถึงและเคารพเจตนารมณ์ของประชาชนซึ่งเรามองเห็นชัดเจน ไม่ว่าจะหัวเราะบ้างดุบ้าง แต่ว่าเนื้อใสใจจริงแสดงให้เห็นเลยว่าแคร์และเคารพเจตนารมณ์ของประชาชน ตั้งใจทำงานดี แต่งานที่ทำไม่ใช่เรื่องง่าย แค่จะเรียงลำดับอะไรก่อนหลัง คนไทย 65 ล้านคน ก็ 65 ล้านความคิด และความคิดที่กว่าจะตกผลึกได้เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา/p pstrong‘ชูวิทย์’ สวน ‘พระสุเทพ’ แทนที่จะขอบิณฑบาตร ดันไปกระทืบเด็กซ้ำ /strong/p pวันนี้(2 ก.ค.58) ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์เฟซบุ๊กแฟนเพจ ‘a href="https://www.facebook.com/ChuvitOnline/photos/a.193325407380863.52551.193319037381500/931605010219562/?type=1amp;theater"ชูวิทย์ I'm No.5/a’ กล่าวถึงกรณีที่พระสุทเพออกมาพูดดังกล่าวว่า อยากเอาอกเอาใจทหารยังพอเข้wbrาใจ แต่นี่ถึงขนาดบวชเป็นพระ แล้วยังไปเหยียบย่ำซ้ำเติมเwbrด็ก เบื้องหน้าเบื้องหลังยังไม่wbrรู้ แต่ตอนนี้อยู่ในคุกอยู่ในตะwbrรางกันหมดnbsp;br /br /เป็นถึงผู้ใหญ่ อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัwbrตย์ รองนายกรัฐมนตรี ไม่น่าเชื่อว่าเดี๋ยวนี้ตกตwbr่ำถึงขนาดหาเรื่องเด็ก อุตส่าห์โกนหัว บวชพระ เข้าโบสถ์ทุกเช้า แทนที่จะขอบิณฑบาตร ดันไปกระทืบเด็กซ้ำ นี่ถ้าไม่ห่มผ้าเหลือง ป่านนี้มิชวนกันก่อม็อบ ปิดถนน ประท้วงนักศึกษาไปเสียแล้วหwbrรือ?br /br /ช่างน่าซาบซึ้งในรสพระธรรมคwbrำสอน ที่พระสุเทพอุตส่าห์ดื่มด่ำwbrบวชเรียน แล้วยังสัญญิงสัญญาต่อหน้ามwbrวลมหาประชาชน ว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมwbrืองอีกต่อไป ผมสงสัยจริงๆว่า บัดนี้ พระสุเทพรู้จักบทสวดแผ่เมตตwbrาแล้วหรือยัง/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/awh1BTQYHZc" height="1" width="1" alt=""/

ทหาร บุกบ้านถามแม่ลูกเกด ทำไมปล่อยลูกต้านรัฐบาล ด้านประวิตร ยัน ไม่ได้คุกคาม

Thu, 02/07/2015 - 20:57
pทนาย 14 ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ เผยทหารบุกถามแม่ลูกเกด ทำไม่ปล่อยลูกต้านรัฐประหาร พร้อมยันเหตุที่ 14 คนไม่ประกันตัว เพราะเด็กๆ บอกว่าพวกเขาไม่ได้ทำผิดกฎหมาย ด้านประวิตร ยันไม่ได้คุกคาม แค่ขอความร่วมมือ/p !--break--!--break-- p2 ก.ค. 2558 กฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความของนักศึกษาที่ถูกคุมขังเรือนจำ กล่าวว่า เมื่อวานนี้(1 ก.ค.) เวลาประมาณ 11.00 น. ได้รับแจ้งจาก ลมุน แจ้งเร็ว มารดาของ ชลธิชา แจ้งเร็ว(ลูกเกด) ซึ่งเป็น 1 ใน 14 นักศึกษา ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ที่ถูกควบคุมตัวตามคำสั่งของศาลทหารว่า มีทหารในเครื่องแบบ 3 นายไปพบที่บ้านพักที่ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี โดยนายทหารที่เป็นหัวหน้าชุดอ้างว่า ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา ให้มาพบเพื่อสอบถามผู้ปกครองของ ชลธิชา ว่า ทำไม ชลธิชา จึงมีพฤติการณ์ต่อต้าน คสช. และสอบถามเกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูว่า เหตุใดจึงไม่ควบคุมดูแลลูกสาวไม่ให้มีพฤติการณ์ต่อต้านรัฐบาล/p pขณะเดียวกันยังมีการสอบสวนด้วยว่า มีผู้ใดอยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวของนักศึกษาซึ่ง ลมุน เล่าให้ฟังด้วยว่า ได้ตอบโต้ไปว่า การเคลื่อนไหวทั้งหมดเป็นความคิดของเด็กเอง พ่อแม่ไม่อาจบังคับได้ และ ลมุน ยืนยันว่า ไม่มีใครอยู่เบื้องหลังเด็กอย่างแน่นอน/p pทั้งนี้มารดาของชลธิชา ใช้เวลาพูดคุยกับทหารเป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมง ก่อนที่ทหารจะเดินทางกลับไป อย่างไรก็ตาม ตนยังได้รับแจ้งจากญาติของนายพรชัย ยวนยี 1 ใน 14 นักศึกษาที่ถูกคุมขังในเรือนจำด้วยว่า ที่บ้านก็มีทหารเข้ามาพบในลักษณะดังกล่าวด้วยเช่นเดียวกัน/p pฤษฎางค์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ อนุสิษฐ คุณากร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้สัมภาษณ์ว่า อยากถามนักศึกษาที่ถูกจับกุมว่าทำไมถึงไม่ประกันตัว ปกติคนที่ถูกจับกุมตัวต้องขอประกันตัว และตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการปลุกกระแสหรือไม่ด้วยว่า เลขาธิการ สมช. วิตก เรื่องการขอประกันตัวของนักศึกษามากเกินไป เลขาธิการ สมช .ควรทำหน้าที่ให้คำแนะนำแก่รัฐบาลทหารว่า ควรจะปฏิบัติต่อ 14 นักศึกษาอย่างไรมากกว่าที่จะมาสนใจเรื่องการขอประกันตัว เพราะเหตุทั้งหมดเกิดขึ้นจากรัฐบาลจับนักศึกษาที่แสดงความคิดเห็นตามกฎหมาย ดังนั้นการขอประกันตัวน่าจะเป็นเรื่องที่นักศึกษาต้องพิจารณาเอง ไม่ใช่เรื่องที่รัฐบาลทหารจะมาขอให้นักศึกษาขอประกันตัว ทั้งนี้ นักศึกษาได้ยืนยันกับทนายความมาตลอดว่า เขาเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมาย คนที่จับเขาทำผิดกฎหมายมากกว่า/p pด้านพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงหลายฝ่ายแสดงความกังวลกรณีรัฐบาลควบคุมตัวนักศึกษาว่า เป็นเรื่องกระบวนการกฎหมาย หากมีความผิดจริง ต้องเป็นไปตามกฏหมาย แต่ยังต้องหาช่องทางพูดคุยทำความเข้าใจต่อไป ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศชัดเจนว่า จะเดินหน้าตามโรดแมป และให้รัฐบาลต่อไปเข้ามาดำเนินการต่อ ยืนยันว่ารัฐบาลนี้จะไม่ทำอะไรให้เกิดความเสียหาย ขณะเดียวกัน ขอให้ทุกฝ่ายยุติการออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง ส่วนการที่ทหารไปพูดคุยกับผู้ปกครองนักศึกษาที่บ้าน ไม่ได้เป็นการคุกคาม แต่เป็นการทำความเข้าใจและขอความร่วมมือ ทั้งนี้ ขอให้นักศึกษาทำตามแนวทางของรัฐบาล และต้องไม่สร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้น เพราะรัฐบาลมีความจริงใจและทำงานเต็มที่ ในการรักษาความมั่นคงและเดินหน้าประเทศเพื่อคนไทยทุกคน/p pspan style="color:#696969;"emเรียบเรียงจาก : a href="http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/654502"กรุงเทพธุรกิจ/a, a href="http://thainews.prd.go.th/centerweb/news/NewsDetail?NT01_NewsID=TNPOL5807020010042"สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์/a/em/span/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/A3EYEyQEcuc" height="1" width="1" alt=""/

เธอคือดอกไม้ที่ฉายภาพสันติ: Bunga Raya Imagine Photographer

Thu, 02/07/2015 - 20:04
pกลุ่มช่างภาพสตรีเพื่อสันติภาพ Bunga Raya Imagine Photographer เธอคือดอกไม้ที่ฉายภาพสันติ จากจุดเริ่มต้นความสนใจส่วนตัวไปสู่การเป็นผู้สร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการเยียวยา/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm1.staticflickr.com/381/19345642892_36a2f642f7.jpg" style="width: 500px; height: 375px;" //p pbr /ในห้วงระหว่างวันที่ 15 – 19 มิถุนายน 2558 ที่ผ่านมา อันเป็นช่วงคาบเกี่ยวระหว่างก่อนและต้นเดือนรอมฎอน ที่โรงพยาบาลรามัน จ.ยะลา มีกิจกรรมหนึ่งที่น่าสนใจที่น่าจะให้ความรู้สึกผ่อนคลายสบายใจให้กับคนไข้ รวมทั้งญาติและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลอยู่ไม่น้อยnbsp;นั่นคือกิจกรรมมหกรรมคุณภาพของโรงพยาบาลรามัน ชื่องานอาจจะฟังดูธรรมดาๆ แต่นี่คือส่วนหนึ่งของการสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการเยียวยา หลังจากพวกเขาส่วนหนึ่งได้เผชิญกับผลกระทบจากความรุนแรงทางร่างกายและจิตใจโดยตรงมาแล้ว หรือที่เรียกว่า Healing Environment/p pในงานมีกิจกรรมการประกวดผลงานต่างๆ ของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล เช่นเดียวกับงานประกวดทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระบบงานทั่วไป หรือ CQI การประกวดเรียงความเล่าเรื่องที่ตัวเองประทับใจ การประกวดนวัตกรรมใหม่ๆ เช่น การผลิตที่ชาร์ตแบตเตอรี่เครื่องวัดออกซิเจนในร่างกาย การผลิตปุ๋ยหมักชีวภาพ การผลิตน้ำยาล้างจาน เป็นต้น/p pแต่ที่ดูไม่ธรรมดาคือมีการประกวด Photo voice หรือภาพเล่าเรื่อง โดยให้เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสวมบทช่างภาพ ถ่ายภาพต่างๆ ส่งเข้าประกวดเป็นครั้งแรก หลังจากที่ทางโรงพยาบาลรามันได้รื้อฟื้นกิจกรรมนี้ขึ้นมาใหม่หลังจากหยุดไปหลายปี เนื่องจากต้องการกระตุ้นให้เจ้าหน้าที่ทำงานคุณภาพ และได้มีผลงานไปจัดแสดงหรือส่งเข้าประกวดในที่อื่นได้ด้วย/p pกิจกรรมนี้ถูกออแกไนซ์โดยกลุ่มช่างภาพสตรีเพื่อสันติภาพ หรือ Bunga Raya Imagine Photographer ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลรามันนั่นเอง/p pถามว่าการเป็นบุคลาการสาธารณสุขกับการเป็นช่างภาพมันจะเข้ากันได้มั้ย หรือภาพถ่ายต่างๆ นั้น มันจะช่วยสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการเยียวยาได้อย่างไร/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm1.staticflickr.com/299/18729206894_f1346e8f1c.jpg" style="width: 500px; height: 375px;" /br /span style="color:#ff8c00;"(จากซ้ายไปขวา) ไซนี อามาสาเระ เจ้าหน้าที่โสตทัศนศึกษา ประจำโรงพยาบาลรามัน - ฟูรียา เบ็ญฮาวัน พยาบาลวิชาชีพ ประจำโรงพยาบาลรามัน ประธานกลุ่มกลุ่มช่างภาพสตรีเพื่อสันติภาพ - นิซาฟิยะห์ มะมิง เจ้าหน้าที่โสดทัศนศึกษา ประจำโรงพยาบาลรามัน/span/p pนางสาวฟูรียา เบ็ญฮาวัน พยาบาลวิชาชีพ ประจำโรงพยาบาลรามัน จ.ยะลา ในฐานะประธานกลุ่มกลุ่มช่างภาพสตรีเพื่อสันติภาพ บอกว่า การเป็นช่างภาพเป็นงานอดิเรก เป็นความชอบส่วนตัว และภาพถ่ายบางภาพยังช่วยในการเยียวยาจิตใจได้ด้วย เยียวยาทั้งคนไข้ รวมทั้งญาติคนไข้และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลด้วย/p pเธอเล่าว่า ที่ผ่านมา ภาพถ่ายหลายชิ้นในกลุ่มของเธอ รวมทั้งภาพที่เข้าประกวดถูกนำไปติดโชว์ที่ห้องทำงานของเจ้าหน้าที่ และจะตั้งแสดงให้ผู้ที่มาโรงพยาบาลได้ชมด้วย นอกจากเพื่อความสวยงามแล้วยังเป็นการผ่อนคลายได้ด้วย เป็นการช่วยเยียวยาคนทำงานไปด้วย เพราะเวลาเครียดๆ ก็หันไปมองดูภาพก็จะรู้สึกสบายขึ้น/p p“ที่สำคัญคือ บางภาพก็เป็นการเตือนสติให้เราต้องทำงานคุณภาพมากขึ้นด้วย เพราะสิ่งที่ได้จากการถ่ายภาพหรือคนที่คลุกคลีอยู่กับภาพถ่าย จะเป็นคนอ่อนโยน มีจิตบริการมากขึ้น ลดความใจร้อนได้ ทำให้มีความละเอียดในการทำงาน เพราะดูภาพไปคิดไปด้วย แล้วแต่ว่าภาพแต่ละภาพจะสื่ออะไร”/p pยิ่งถ้าได้ฟังเจ้าของภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวดได้อธิบายว่าต้องการสื่ออะไรด้วยแล้ว ก็จะยิ่งทำให้เห็นคุณค่าของภาพถ่ายนั้นด้วยแทนที่จะดูแค่ผ่านๆ ทั้งที่บางภาพนั้นก็ดูธรรมดาๆ เช่น มีอยู่ภาพหนึ่งที่เห็นขาคนไข้ที่นอนอยู่บนเตียง และเห็นพยาบาล 2 คนทำอะไรสักอย่างอยู่ที่ขาคู่นั้น มันก็เหมือนการทำหน้าที่ปกติของพยาบาล/p pแต่เมื่อให้เจ้าของภาพมาอธิบายว่า พยาบาลสองคนนี้ต้องการที่จะดูแลเจ้าของขาคู่นั้นให้ดูดีที่สุดก่อนที่จะส่งตัวเขากลับบ้านไปเป็นครั้งสุดท้าย/p p“พยาบาลสองคนนั้นกำลังแต่งศพอยู่ค่ะ เขาโดนระเบิด” เธอให้คำตอบก่อนที่จะย้ำว่า แน่นอนว่าการประกวดภาพถ่ายจะยิ่งทำให้เพิ่มจิตสาธารณะมากขึ้น ทั้งคนถ่ายภาพ คนบรรยายภาพและคนฟัง/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm1.staticflickr.com/509/19165568929_c664a1a0bf.jpg" style="width: 500px; height: 375px;" //p pฟูรียา ยกตัวอย่างอีกภาพหนึ่งซึ่งเป็นภาพที่ชนะเลิศในการประกวดครั้งนี้ คือภาพที่ชื่อ “ความสุขของคนไข้จิตเวช” ที่มีภาพคนไข้จิตเวช หมอ รวมทั้งพยาบาล ทุกคนต่างยิ้มแย้มแจ่มใสมาก ซึ่งทุกคนดูแล้วมีความสุขมาก ซึ่งแน่นอนว่า ถ้านำไปตั้งแสดงแล้ว คนที่มาชมโดยเฉพาะคนไข้จะรู้สึกคลายเครียดไปด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่ทางโรงพยาบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก จึงพยายามจัดสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเยียวยานั่นเอง/p pด้านนางสาวนิซาฟิยะห์ มะมิง เจ้าหน้าที่โสตทัศนศึกษา ประจำโรงพยาบาลรามัน ซึ่งเป็นเจ้าของภาพถ่าย “ความสุขของคนไข้จิตเวช” จากจำนวน 57 ภาพ บอกว่า ภาพนี้ได้รางวัลเพราะเป็นภาพที่ทุกคนดูแล้วมีความสุขมาก คนไข้รายนี้เองก็รู้สึกมีความสุขมากที่เขาสามารถเลี้ยงแพะเองจนคลอดลูกออกมาได้ ไม่ตายไปเสียก่อน ทั้งๆ ที่เขาเองก็มีปัญหาทางจิตเวช ถ้าแพะที่เขาเลี้ยงเกิดตายก่อน ความรู้สึกของเขาก็จะเป็นไปอีกแบบหนึ่งbr /br /แต่ฟูรียาบอกว่า บางภาพอาจจำเป็นต้องเซ็นเซอร์บ้าง โดยเฉพาะภาพที่ปรากฏใบหน้าของคนไข้ชัดเจน ซึ่งตามกฎของโรงพยาบาลคือจะเผยแพร่ต่อสาธารณะไม่ได้ เพราะเป็นการละเมิดสิทธิคนไข้ ยิ่งเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเองเป็นคนเผยแพร่ยิ่งต้องระวัง เพราะไม่รู้ว่าคนดูภาพแล้วจะคิดอย่างไร เป็นต้น/p pอย่างไรก็ตาม ฟูรียาบอกว่า ที่แน่ๆ ปีหน้ามีเจ้าหน้าที่อยากส่งภาพถ่ายเข้าประกวดมากขึ้น เพราะหลายคนรู้สึกเสียดาย บางคนอายเพราะมีแต่กล้องโทรศัพท์มือถือ ไม่มีกล้องใหญ่ จึงไม่กล้าส่งเข้าประกวด ทั้งที่ไม่ได้จำกัดว่าต้องถ่ายจากกล้องอะไร แต่หลายคนก็ส่งภาพจากกล้องโทรศัพท์มือถือเข้าประกวด/p pจุดเริ่มต้นกลุ่มช่างภาพสตรีเพื่อสันติภาพbr /ฟูรียาเล่าว่า จุดเริ่มต้นมาจากตนเองชอบถ่ายภาพ เวลาเครียดจากงานก็มักจะออกไปถ่ายภาพ และติดตามเฟซบุ๊กช่างภาพในพื้นที่หลายคนในช่วงราวปี 2556 ทำให้ทราบว่าตอนนั้นกลุ่มช่างภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จะตั้งกลุ่ม PPS ขึ้นมา หรือกลุ่มช่างภาพเพื่อสันติชายแดนใต้ (Photo Peace of South : PPS) จึงอยากจะเข้าร่วมด้วย/p p“เราทำงานด้านจิตเวชและทำงานเยียวยาไปด้วย จึงคิดว่าภาพถ่ายจะช่วยในการเยียวยาได้ จึงขอเข้าร่วมกลุ่มนี้ด้วย แต่เพราะเราเป็นผู้หญิงคนเดียว จึงชวนเพื่อนผู้หญิงเข้ามาร่วมด้วย จากนั้นได้เข้าร่วมกิจกรรมกับกลุ่ม PPS มาตลอด และได้เจอช่างภาพหญิงอื่นๆ อีกหลายคน”/p pเธอเล่าต่อไปว่า มีผู้หญิงหลายคนชอบถ่ายภาพแต่ไม่มีกล้องใหญ่จึงไม่กล้าเข้าร่วม ด้วยความที่เป็นหญิงด้วยกันจึงเข้าใจความต้องการของผู้หญิงกลุ่มนี้ดี จึงคิดที่จะตั้งกลุ่มช่างภาพผู้หญิงต่างหาก เพื่อจะได้ทำกิจกรรมกับผู้หญิงด้วยกันมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องมีกล้องตัวใหญ่ จึงปรึกษาพี่ๆ ในเครือข่ายช่างภาพชายแดนใต้ เช่น แบฟูอัดแตออ หรือบอย ปิยะศักดิ์ อู่ทรัพย์ กระทั่งสามารถตั้งกลุ่มช่างภาพสตรีขึ้นมาได้/p p“ตอนนั้น ยังไม่รู้ว่าจะตั้งชื่อกลุ่มอะไรดี แต่พยายามดูว่าช่วงนั้นมีกระแสอะไรบ้าง ก็พบว่ามีเรื่องสันติภาพ จึงตั้งชื่อว่า กลุ่มช่างภาพสตรีเพื่อสันติภาพ และต้องมีสัญลักษณ์ด้วย ตอนนั้นเห็นมีการโพสต์รูปดอกชบาในเฟซบุ๊กบ่อยมาก จึงตั้งชื่อภาษาอังกฤษว่า Bunga Raya Imagine Photographer และใช้ดอกชบามาเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่ม เพราะสื่อถึงสันติภาพได้ดีที่สุด”/p pสมาชิกหลักๆ กลุ่มช่างภาพสตรีเพื่อสันติภาพตอนนี้มี 8 คน ส่วนคนอื่นๆ ที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลก็สามารถเข้าเป็นสมาชิกกลุ่มช่างสตรีเพื่อสันติภาพนี้ได้เลยไม่จำกัดbr /br /ส่วนการจัดกิจกรรมส่วนใหญ่จะร่วมกับเครือข่ายช่างภาพชายแดนใต้และกลุ่ม PPS เช่น การจัดบูธในงานวันสื่อทางเลือกชายแดนใต้ หรือการร่วมแสดงภาพวิถีชีวิตรอมฎอนที่มัสยิดกลางปัตตานีเมื่อเดือนรอมฎอนปีที่แล้ว/p pกิจกรรมล่าสุดคือการจัดนิทรรศการแสดงภาพในงาน Thank you Patani Yateem ที่หาดตะโละสะมิแล อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้วเช่นกัน/p pนอกจากนี้ยังมีการออกทริปถ่ายภาพตามสถานที่ต่างๆ ล่าสุดคือออกทริปถ่ายภาพในงานคืนความสุขที่สายบุรี โดยได้ไปถ่ายภาพโรงพยาบาลคริสเตียนที่ถูกทิ้งร้าง การจัดอบรมถ่ายภาพเบื้องต้นให้เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลด้วย เป็นต้น/p pเธอคือดอกไม้ที่ฉายภาพสันติสู่การเป็นผู้สร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการเยียวยาจริงๆ/p pติดตามผลงานของกลุ่มช่างภาพสตรีเพื่อสันติภาพได้ที่ a href="https://www.facebook.com/pages/Bunga-Raya-Imagine-Photographer/302239086570033?fref=ts"Bunga Raya Imagine Photographer/a/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/0U8rs19w07U" height="1" width="1" alt=""/

เปิดแผนปฏิรูปรัฐวิสาหกิจไทย เล็งตั้ง 'บรรษัทรัฐวิสาหกิจแห่งชาติ' บริหารแทนกระทรวงต้นสังกัด

Thu, 02/07/2015 - 19:33
pเสวนาปฏิรูปรัฐวิสาหกิจไทย บรรยง – วิรไท ชี้ปัญหาไม่มีประสิทธิภาพเกิดจากความทับซ้อน ต้องแยกส่วนรัฐวิสาหกิจ เตรียมจัดตั้งองค์กรเจ้าของ พร้อมนำร่องปฏิรูป 12 บริษัท/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm1.staticflickr.com/459/19163880330_d5d45eb3e2.jpg" style="width: 500px; height: 373px;" //p p1 ก.ค.2558 คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ จัดงานเสวนา ปฏิรูปรัฐวิสาหกิจไทย: ข้อเสนอและความท้าทาย เพื่อนำเสนอแผนการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ ที่ดำเนินการโดย คณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ซึ่งเป็นคณะกรรมการที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่งตั้งด้วยคำสั่ง คสช.ที่ 75/2557nbsp;nbsp; โดยในงานเสวนานี้มี บรรยง พงษ์พานิช และ วิรไท สันติประภพ กรรมการจาก คนร.เป็นผู้นำเสนอ และร่วมเสวนาโดย ศ.ดร. สกนธ์ วรัญญูวัฒนา คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และวิโรจน์ อาลี อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์/p pstrongบรรยง นำเสนอปัญหารัฐวิสาหกิจ/strongbr /บรรยง พงษ์พานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคิน-ภัทร นำเสนอถึงปัญหาและสาเหตุที่ต้องมีการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจในประเด็นต่างๆ ดังนี้br /-รัฐวิสาหกิจมีขนาดใหญ่และสำคัญมาก : เนื่องจากรัฐวิสาหกิจขยายขนาดขึ้นมากตลอดสิบปีที่ผ่านมา โดยมีขนาดเพิ่มขึ้นกว่าสามเท่าnbsp; และใช้ทรัพยากรของประเทศเป็นจำนวนมหาศาล เงินลงทุนของรัฐวิสาหกิจในแต่ละปีมีขนาดใหญ่เทียบเท่า หรือใหญ่กว่า งบลงทุนของรัฐบาลทั้งหมดnbsp; แต่ในด้านของผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA) กลับให้ผลตอบแทนไม่ถึง 3%nbsp; โดยบรรยงเปรียบเทียบกับประเทศจีน ที่ทำแผนปฏิรูปรัฐวิสาหกิจตั้งแต่ ROA ลดจาก 8% เหลือไม่ถึง 7%br /- รัฐวิสาหกิจไม่มีประสิทธิภาพและไม่สามารถแข่งขันได้ :nbsp; กิจการรัฐวิสาหกิจที่สามารถทำกำไรได้ ส่วนใหญ่เป็นกิจการผูกขาด อาทิ บริษัทท่าอากาศยานไทย (ทอท.), การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.), หรือ บริษัท ปตท. แต่ก็มีปัญหาในด้านประสิทธิภาพเช่นกรณีท่อส่งแก๊สของ ปตท. เป็นต้นnbsp;nbsp; ส่วนทางด้านกิจการรัฐวิสาหกิจที่ต้องแข่งกับเอกชนหลายแห่งขาดทุนnbsp; นายบรรยงยกตัวอย่าง กสท.โทรคมนาคม กับ TOTnbsp; ที่ต้องแข่งขันกับบริษัทเอกชนอย่าง AIS, DTAC หรือ True ซึ่งบริษัทรัฐวิสาหกิจทั้ง กสท.โทรคมนาคมและ TOT มีรายได้ต่ำกว่าบริษัทเอกชนอย่างเห็นได้ชัดbr /-สาเหตุหลักที่ทำให้รัฐวิสาหกิจไม่มีประสิทธิภาพ ก็คือโครงสร้างการกำกับดูแลในปัจจุบันbr /- อยู่ภายใต้กระทรวงเจ้าสังกัดและระเบียบของข้าราชการซึ่งไม่มีความคล่องตัว แข่งขันกับเอกชนไม่ได้br /- กระทรวงใช้รัฐวิสาหกิจดำเนินนโยบายโดยไม่คำนึงถึงต้นทุนต่อรัฐวิสาหกิจ ทำให้รัฐวิสาหกิจขาดทุนbr /- กระทรวงไม่กำกับดูแลให้รัฐวิสาหกิจมีการแข่งขันกับเอกชนอย่างเป็นธรรมnbsp; ทำให้รัฐวิสาหกิจบางกิจการมีกำไรเกินควร โดยไม่จำเป็นต้องพัฒนาประสิทธิภาพbr /- กระทรวงไม่ทำหน้าที่ของเจ้าของที่ดี แต่งตั้งกรรมการที่ไม่เหมาะสม ไม่กวดขันเรื่องธรรมาภิบาล และความโปร่งใส เพราะต้องการใช้รัฐวิสาหกิจเป็นช่องทางในการคอร์รัปชั่นbr /- ขาดผู้ทำหน้าที่เป็นเจ้าของ ซึ่งมีความชำนาญเทียบเท่าเอกชน ทำให้ไม่มีผู้ทำหน้าที่แต่งตั้งกรรมการและควบคุมกลไกบรรษัทภิบาลของรัฐวิสาหกิจให้ได้มาตรฐาน มีความโปร่งใส มีการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ/p pstrongที่ปรึกษา TDRI นำเสนอทางออก/strongbr /วิรไท สันติประภพ ที่ปรึกษา สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) นำเสนอเหตุผลเพิ่มเติมที่ควรปฏิรูปรัฐวิสาหกิจnbsp;nbsp; เพราะกิจการของรัฐวิสาหกิจให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน (infrastructure) อาทิ การไฟฟ้า การคมนาคม ซึ่งเป็นต้นทุนสำหรับการทำธุรกิจnbsp; ถ้ารัฐวิสาหกิจให้บริการไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้ต้นทุนมีราคาแพง การแข่งขันทางธุรกิจก็จะทำได้ยากขึ้น/p pนอกจากนี้ รัฐวิสาหกิจเป็นช่องทางทำนโยบายประชานิยมที่ไม่รับผิดชอบ ด้วยนโยบายเช่นรถเมล์ฟรี รถไฟฟรี ซึ่งทำให้รัฐวิสาหกิจต้องรับภาระเพิ่มขึ้น จึงขอลงทุนจากรัฐมากขึ้นเพื่อ “กวาดปัญหาไว้ใต้พรม”/p pวิรไทนำเสนอรูปแบบพัฒนาการขององค์กรเจ้าของรัฐวิสาหกิจ 3 รูปแบบbr /1.แบบกระจายอำนาจ (Decentralized) :nbsp; หน้าที่การเป็นเจ้าของอยู่ที่กระทรวงต้นสังกัด มีอำนาจเด็ดขาดในการบริหารจัดการรัฐวิสาหกิจnbsp;br /2.แบบหน่วยงานที่ปรึกษา (Advisory) : มีหน่วยงานเป็นคนกลาง คอยวางมาตรฐานและกำกับดูแล แต่หน้าที่การเป็นเจ้าของอยู่ที่กระทรวงต้นสังกัดnbsp;nbsp; ซึ่งเป็นแบบที่ไทยใช้อยู่ตอนนี้br /3.แบบรวมศูนย์ (Centralized) : หน้าที่การเป็นเจ้าของรวมศูนย์อยู่ที่หน่วยงานหรือกลุ่มหน่วยงาน 2-3หน่วยงาน เป็นองค์กรเจ้าของ (ownership agency) มีอิสระจากการเมือง แต่ยังอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาล ซึ่งเป็นรูปแบบที่วิรไทเสนอว่ามีประสิทธิภาพที่สุด/p pวิรไทอธิบายต่อไป โดยเปรียบเทียบแบบหน่วยงานที่ปรึกษากับแบบรวมศูนย์nbsp; ว่าแบบหน่วยงานที่ปรึกษานั้นมีความสับสนทับซ้อนnbsp; แต่ถ้าแบบรวมศูนย์นั้น จะแบ่งแยกชัดเจนnbsp; โดยอำนาจสูงสุดอยู่ที่ฝ่ายบริหาร (รัฐ)nbsp; กระทรวงเจ้าสังกัดเป็นผู้กำหนดนโยบาย (Policy Maker) องค์กรเจ้าของเป็นผู้ดูแล (Owner) มีอำนาจตัดสินใจและบริหารจัดการ และมีหน่วยงานกำกับดูแล (Regulator) คอยดูแลควบคุมให้มีมาตรฐานnbsp; และรัฐวิสาหกิจจะเป็นผู้เล่น (Operator) คอยให้บริการเท่านั้น/p pโดยองค์กรเจ้าของ ที่ คนร.เสนอชื่อว่า บรรษัทรัฐวิสาหกิจแห่งชาติ (อาจมีการปรับเปลี่ยนชื่อได้) จะมีอำนาจหน้าที่ในการรับโอนหุ้นและอำนาจการบริหารจัดการของรัฐวิสาหกิจมาไว้ที่บรรษัท สามารถใช้อำนาจแทนกระทรวงเจ้าสังกัด มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการ เพื่อให้สามารถนำคนที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามาทำงานได้โดยตรง มีอำนาจต่อรองงบประมาณ พิจารณางบลงทุนnbsp; เพื่อให้รัฐวิสาหกิจสามารถประกอบการได้ตามที่กระทรวงเจ้าสังกัดกำหนดนโยบายเพื่อประโยชน์สาธารณะได้สูงสุดnbsp;/p pองค์กรเจ้าของในลักษณะนี้ เช่นบริษัท เทมาเส็กของสิงคโปร์ ที่มีหน้าที่เป็นเจ้าของและสามารถบริหารทรัพย์สินอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ดี วิรไทกล่าวว่าบรรษัทรัฐวิสาหกิจแห่งชาติจะไม่บริหารจัดการด้วยดุลพินิจในเชิงพาณิชย์อย่างเต็มที่อย่างเทมาเส็ก/p pวิรไทกล่าวต่อไปว่า มิติอื่นที่สำคัญนอกจากการจัดตั้งองค์กรเจ้าของแบบรวมศูนย์แล้วnbsp; การปฏิรูปรัฐวิสาหกิจให้ความสำคัญต่อ:br /- การจัดทำแผนยุทธศาสตร์ และทบทวนรูปแบบองค์กรที่เหมาะสมของรัฐวิสาหกิจแต่ละแห่งbr /- วางระบบการเปิดเผยข้อมูลผลการดำเนินการของรัฐวิสาหกิจที่โปร่งใสbr /- กระบวนการสรรหาและแต่งตั้งกรรมการรัฐวิสาหกิจ รวมทั้งการกำหนดคุณสมบัติกรรมการรัฐวิสาหกิจ เพื่อให้ได้คนที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะทางเข้ามาบริหารกิจการรัฐวิสาหกิจนั้นๆbr /- การส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรมเท่าเทียมระหว่างรัฐวิสาหกิจกับผู้ประกอบการเอกชน รวมทั้งทบทวนระบบการให้เงินอุดหนุนของรัฐบาล เนื่องจากในบางกิจการ รัฐวิสาหกิจเป็นผู้เล่นรายใหญ่ ซึ่งมีอำนาจเหนือตลาด ทำให้ไม่เกิดการแข่งขันกันอย่างเสรีbr /- การแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของรัฐวิสาหกิจเฉพาะแห่ง/p pstrongคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มธ. เปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย/strongbr /ศ.ดร. สกนธ์ วรัญญูวัฒนา คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มธ. กล่าวเสริมปัญหาของรัฐวิสาหกิจอีกประเด็นnbsp; ก็คือประเด็นการเงินการคลังสาธารณะ หรือ Public finance โดยจะเห็นได้ว่า ในปัจจุบัน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พยายามปฏิรูปวิธีการระบุงบประมาณระหว่างประเทศ เนื่องจากภายใต้ระบบงบประมาณปัจจุบัน เราเห็นแต่งบประมาณรายจ่ายของประเทศnbsp; โดยสิ่งที่หายไปคือฐานะสินทรัพย์ของรัฐวิสาหกิจ การลงทุนของรัฐวิสาหกิจ ซึ่งไม่เคยปรากฏอยู่ในการวิเคราะห์พิจารณางบประมาณของประเทศไทยnbsp; ทำให้เห็นช่องโหว่ของทิศทางนโยบายเศรษฐกิจของประเทศที่เราไม่สามารถเห็นภาพใหญ่ทั้งหมดได้/p pสกนธ์ยังกล่าวถึงความกังวลเกี่ยวกับผู้กำกับดูแล (Regulator) ว่าการบริหารแบบรวมศูนย์นั้นมีข้อดีคือได้เห็นภาพรวมขององค์กรทั้งหลาย แต่อำนาจบทบาทหน้าที่ของหน่วยงานกำกับอย่างสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) มีมากน้อยเพียงใด เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมา อำนาจหน้าที่การตัดสินใจ สคร.ไม่ได้ถูกจัดให้มีความคงที่br /อย่างไรก็ดี เขาเห็นด้วยและสนับสนุนการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจnbsp; โดยยกข้อดีว่า :br /br /- จะมีความโปร่งใสnbsp; สามารถเปิดโอกาสให้เกิดการเผยแพร่ข้อมูล แต่ก็ต้องมีการจำแนกประเภทและบทบาทของ ผู้กำหนดนโยบาย (Policy maker) องค์กรเจ้าของ (Owner) และผู้กำกับดูแล (Regulator) ให้ชัดเจน และสามารถเปิดเผยตรวจสอบทั้งสามส่วนได้ทุกขั้นตอนbr /- จะเปิดโอกาสให้มีมืออาชีพหรือผู้ชำนาญการในกิจการนั้นๆ ได้เข้ามาทำงาน และตัดโอกาสการแทรกแซงทางการเมืองbr /- จะเป็นโอกาสเพิ่มสินทรัพย์ของรัฐnbsp; ปลดเปลื้องภาระของรัฐในการเข้าไปอุ้มชูรัฐวิสาหกิจที่มักใช้วิธีการกู้ยืมมาลงทุนเพิ่มเติมbr /แต่การจัดตั้งองค์กรเจ้าของ ก็อาจมีข้อเสียคือมีความสุ่มเสี่ยงจะขาดทุนได้nbsp; และหากองค์กรเจ้าของขาดทุน ใครจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ/p pสกนธ์ตั้งข้อสังเกตว่าnbsp; ยังไม่เห็นเป้าหมายการดำเนินการของบรรษัทรัฐวิสาหกิจแห่งชาติที่เห็นภาพชัดเจน รวมไปถึงว่าหากมีการจัดตั้งขึ้น จะจำแนกแยกแยะคนที่มาเข้าร่วมได้อย่างไรnbsp;/p pstrongวิโรจน์เสริมด้วยมุมมองจากนักรัฐศาสตร์/strongbr /วิโรจน์ อาลี อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มธ. เห็นด้วยว่าต้องปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ แต่ก็แสดงความกังวลว่า เมื่อถึงเวลาที่ต้องผ่านเรื่องการปฏิรูปนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะยอมให้มีการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจหรือไม่ เพราะข้าราชการซึ่งเป็นฐานหนึ่งที่ค้ำยันอำนาจของ คสช.อยู่นั้น ก็เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในรัฐวิสาหกิจด้วยnbsp; แต่ในขณะเดียวกัน นับวัน นายกรัฐมนตรีก็ยิ่งถูกกดดันจากปัญหาการบริหารจัดการที่ไม่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในเรื่องเศรษฐกิจเช่นกัน/p pวิโรจน์ยกประเด็นเรื่องnbsp; อุดมการณ์ หรือว่า Ideology ของรัฐ ซึ่งจะเป็นหัวใจที่กำหนดว่ารัฐควรทำอะไรnbsp; ซึ่งประเทศไทยมีความสับสนไม่ชัดเจนในเรื่องนี้มานับสิบปีnbsp;nbsp; ดังนั้นการกำหนดยุทธศาสตร์ หรือบทบาทของรัฐไทยให้ชัดเจน จึงจำเป็นในการพัฒนาประเทศให้ได้ประโยชน์สูงสุด/p pสำหรับประเด็นการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ วิโรจน์ ตั้งคำถามเกี่ยวกับการสรรหาและแต่งตั้งกรรมการรัฐวิสาหกิจ ว่าเป็นใคร มีที่มาอย่างไร อาจจะมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่nbsp;nbsp; วิโรจน์ยกตัวอย่างบริษัทเทมาเส็ก ที่ก็มีปัญหา นักการเมืองเข้าไปมีตำแหน่งnbsp; อย่างไรก็ดีเขากล่าวว่า การมีผลประโยชน์ทับซ้อนมีได้ แต่ทำอย่างไรให้กระบวนการบริหารจัดการมีประสิทธิภาพ โปร่งใสเปิดเผยได้ และทำให้รัฐวิสาหกิจเกิดประสิทธิภาพผลสูงสุด พร้อมตั้งคำถามต่อไปด้วยว่า หากมีการปฏิรูป พนักงานในรัฐวิสาหกิจหรือว่าสหภาพต่างๆ จะต้องตกงานหรือไม่/p pด้านบรรยง กล่าวว่ารัฐวิสาหกิจเป็นเครื่องมือของรัฐ จะไม่มีนักการเมืองยุ่งเกี่ยวไม่ได้ ดังนั้นหลักการสำคัญคือแยกบทบาทของฝ่ายการเมือง ให้เป็นผู้กำหนดนโยบาย (Policy maker) เท่านั้นnbsp; ไม่ข้องเกี่ยวกับผู้กำกับดูแล (Regulator) โดยวิรไทเสริมในประเด็นนี้ว่า ต้องมีการร่าง Statement of Direction ที่ต้องระบุชัดเจนว่า รัฐวิสาหกิจจะทำกิจการเพื่อบริการสังคมแค่ไหน และทำเชิงพาณิชย์เพื่อความอยู่รอดแค่ไหน/p pศ.ดร. สกนธ์ ตั้งคำถามเกี่ยวกับหน่วยงานกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจที่มีอยู่ในปัจจุบัน ว่าจะต้องมีการปรับเปลี่ยนบทบาทจัดตั้งหน่วยงานกำกับใหม่หรือไม่nbsp; ด้านวิรไทกล่าวว่า หน่วยงานกำกับดูแลจะไม่ต้องเปลี่ยนบทบาท แต่จะมีความชัดเจนขึ้นว่าจะกำกับดูแลใครnbsp; ปัจจุบันยังมีบางองค์กรที่หน้าที่ทับซ้อนกันเช่น กระทรวงต้นสังกัดเป็นทั้งเจ้าของและผู้กำกับดูแล/p pทั้งนี้ บรรยงเปิดเผยว่า การปฏิรูปรัฐวิสาหกิจจะเริ่มทำที่ 12 แห่ง ที่มีลักษณะเป็นบริษัท อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แล้วnbsp; ได้แก่ บมจ. ท่าอากาศยานไทย (AOT) บมจ. บางจากปิโตรเลียม (BCP) บมจ. ผลิตไฟฟ้า (EGCO) บมจ. ธนาคารกรุงไทย (KTB) บมจ. ไออาร์พีซี (IRPC) บมจ. อสมท (MCOT) บมจ. ปตท.nbsp; (PTT) บมจ. ปตท. อะโรเมติกส์และการกลั่น (PTTAR) บมจ. ปตท. เคมิคอล (PTTCH) บมจ. ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) บมจ. ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง (RATCH) และ บมจ. ไทยออยล์ (TOP) และคาดการณ์ว่ากฎหมายจัดตั้งองค์กรเจ้าของ ที่กำลังอยู่ในกระบวนการร่างnbsp; และตัวกฎหมายจะผ่านสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/tTyixtFBR8w" height="1" width="1" alt=""/

สันติบาล เข้าพบอาจารย์ มน. ทหาร เข้าปรามชาวบ้าน จ.ขอนแก่น ห้ามเคลื่อนไหว

Thu, 02/07/2015 - 19:15
pทหาร เข้าพูคคุยชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนามูล-ดูลสาด ปรามอย่าเคลื่อนไหว แม้กระทั่งโพสต์เฟซบุ๊ก ด้านตำรวจสันติบาล เข้าพบอาจารย์มหาวิทยาลัยนเรศวร ถามจะมีการเคลื่อนไหวอีกอีกหรือไม่/p !--break--!--break-- p2 ก.ค. 2558 a href="https://www.facebook.com/lawyercenter2014?fref=ts"เฟซบุ๊กแฟนเพจศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน/a รายงานว่า 1 ในอาจารย์มหาวิทยาลัยนเรศวร(ขอสงวนนาม) ให้ข่าวกับศูนย์ทนายฯว่าวันนี้มีเจ้าหน้าที่สันติบาลจังหวัดพิษณุโลกมาที่มา หาที่มหาวิทยาลัยเรียกพบอาจารย์ในม.นเรศวรที่ร่วมลงชื่อในแถลงการณ์จากเครือ ข่ายคณาจารย์ผู้ห่วงใยศิษย์ที่ถูกคุมขัง ฉบับที่ 1 ที่เรียกร้องให้ปล่อยตัว 14 น.ศ. ทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไข และไม่ให้มีการตั้งข้อหาหรือดำเนินคดี/p pอาจารย์คนดังกล่าวเล่าว่ามีสันติบาลนอกเครื่องแบบราว 4-5 นาย มาเรียกพบแต่ก็ได้แสดงบัตรประจำตัวให้ดู โดยการ เรียกพบอาจารย์เจ้าหน้าที่ได้มีรายชื่อของอาจารย์ที่ร่วมลงชื่อทั้งหมด17 ราย ของม.นเรศวร แต่อาจารย์ตามรายชื่อไม่ได้มาครบทุกคน การเรียบพบครั้งนี้สันติบาลได้ถามว่าพวกอาจารย์ได้ลงชื่อในแถลงการณ์เองหรือ ไม่หรือว่ามีใครแอบอ้างนำชื่อไปลงในแถลงการณ์ และถามว่าจะมีการเคลื่อนไหวอะไรอีกหรือไม่ ซึ่งเขาก็ตอบสันติบาลไปว่าขึ้นอยู่กับสถานการณ์/p pขณะเดียวกัน ศูนย์ทนายฯ ได้รับแจ้งว่า มีปลัดอำเภอกระนวนและทหารในเครื่องแบบจากกองพลทหารม้าที่ 3 ค่ายเปรมติณสูลานนท์ ไปหาที่บ้านของสมาชิกกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนามูล-ดูนสาด(ขอนแก่น) ในเวลา ประมาณ 19.00 น.เมื่อวานนี้(1 ก.ค.2558) โดยเจ้าหน้าที่ได้ขอร้องและทำความเข้าใจว่าไม่อยากให้มีการเคลื่อนไหว โพสต์สเตตัสในแฟนเพจเฟซบุ๊กหรือทำสิ่งใดๆ ที่เป็นการสนับสนุนหรือให้กำลังใจกลุ่มดาวดิน แต่ไม่ได้มีการเตือนว่าจะดำเนินการอะไรถ้าไม่ทำตาม/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm1.staticflickr.com/394/19324976276_cbfab6d8c5.jpg" style="width: 500px; height: 375px;" //p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"strongภาพการเข้าพบของเจ้าหน้าที่ ที่ อ.น้ำพอง /strong/span/p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"strongจากแฟนเพจของ a href="https://www.facebook.com/KlumanuraksSingWaedromKhokHinKhaw"กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมห้วยเสือเต้นและโคกหินขาว อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น/a/strong/span/p pและวันนี้(2 ก.ค.) ปลัดอำเภอน้ำพองพร้อมทหารชุดเดียวกันกับที่ไปหาสมาชิกของกลุ่มอนุรักษ์สิ่ง แวดล้อมนามูล-ดูนสาด ได้ไปหา ระเบียง แข็งขัน สมาชิกกลุ่มอนุรักษ์ห้วยเสือเต้นและโคกหินขาว(ขอนแก่น) ที่อ.น้ำพองด้วยเหตุผลเดียวกัน/p pnbsp;/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/NIDGNZg5ArE" height="1" width="1" alt=""/

แอมเนสตี้ฯ สนง.ใหญ่ รณรงค์สมาชิกทั่วโลกส่ง จ.ม.ถึงนายก 'ตู่' จี้ปล่อย น.ศ.

Thu, 02/07/2015 - 18:28
pแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล สำนักงานใหญ่ลอนดอน รณรงค์ให้สมาชิกทั่วโลกเขียนจดหมายถึงนายกรัฐมนตรีและ ผบ.ตร.ไทย เรียกร้องปล่อยนักศึกษาขบวนการประชาธิปไตยใหม่ทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข และให้ยกเลิกข้อหาทั้งหมด/p !--break--!--break-- p2 ก.ค.2558 สำนักงานเลขาธิการใหญ่ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ลอนดอน ออกปฏิบัติการด่วนเรียกร้องสมาชิกทั่วโลกส่งจดหมายถึงนายกรัฐมนตรีและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติของไทย เรียกร้องให้ปล่อยตัวเยาวชนและนักศึกษาขบวนการประชาธิปไตยใหม่โดยทันทีและไม่มีเงื่อนไข และให้ยกเลิกข้อหากับนักศึกษาทั้งหมด/p pแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เผยแพร่ปฏิบัติการด่วนบนเว็บไซต์ a href="https://www.amnesty.or.th/news/press/627#.VZT6qHVtbUQ.gmail"แอมเนสตี้ ประเทศไทย/a รณรงค์ให้สมาชิกแอมเนสตี้ทั่วโลกเขียนจดหมายเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาของสมาชิกในแต่ละประเทศ ส่งถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เรียกร้องให้ปล่อยตัวเยาวชนและนักศึกษาขบวนการประชาธิปไตยใหม่ทั้ง 14 คน ซึ่งถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพโดยทันทีและไม่มีเงื่อนไข รวมถึงให้ยกเลิกข้อหาต่อนักศึกษาทั้งหมด โดยรวมไปถึงธัชพงศ์ แกดำ และนัชชชา กองอุดมnbsp; สองนักศึกษาที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ และได้รับการประกันตัวในเวลาต่อมา/p pในปฏิบัติการระบุว่า เยาวชนและนักศึกษาทั้ง 14 คน ถูกลิดรอนสิทธิเนื่องจากการใช้สิทธิมนุษยชนในการชุมนุมอย่างสงบ จึงถือเป็นนักโทษทางความคิด ทั้งนี้ ในปฏิบัติการระบุถึงข้อเรียกร้อง ดังนี้/p p- นักศึกษาทั้ง 14 คน ต้องไม่ถูกทรมานหรือถูกปฏิบัติอย่างโหดร้ายในระหว่างที่รอการปล่อยตัว สามารถเข้าถึงทนายความที่พวกเขาเลือก และได้รับการรักษาพยาบาลอย่างเพียงพอ รวมถึงสมาชิกครอบครัวต้องสามารถเข้าเยี่ยมได้/p p- ให้ทางการไทยยกเลิกหรือแก้ไขกฎหมายและคำสั่งทุกฉบับ ที่จำกัดการใช้สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมอย่างสงบโดยพลการnbsp; ทั้งนี้เพื่อให้ประเทศไทยสามารถปฏิบัติตามพันธกรณีของกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ/p pอนึ่ง การรณรงค์ดังกล่าวจะมีไปถึงวันที่ 11 สิงหาคมนี้/p pnbsp;/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/ghdL0wmo2uM" height="1" width="1" alt=""/

พลเมืองโต้กลับ ชวน โพสต์อิสรภาพ

Thu, 02/07/2015 - 17:56
pกลุ่มพลเมืองโต้กลับ เผยแพร่ คลิปวิดีโอ “เพราะเราคือเพื่อนกัน” ชวน เพื่อน โพสต์อิสรภาพ 3 ก.ค./p !--break--!--break-- p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm4.staticflickr.com/3848/19343667672_edff9d769e.jpg" style="width: 500px; height: 430px;" //p p2 ก.ค. 2558 กลุ่มพลเมืองโต้กลับ ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอชื่อว่า "เพราะเราคือเพื่อนกัน" หลังจากที่นักศึกษา นักกิจกรรม กลุ่มดาวดิน และกลุ่มหน้าหอศิลป์ ที่รวมตัวในนาม "ขบวนการประชาธิปไตยใหม่" จำนวน 14 ราย ถูกควบคุมตัวที่สวนเงินมีมา มูลนิธิเสฐียรโกเศศ นาคะประทีป และนำตัวไปที่สน.พระราชวัง ก่อนที่ถูกส่งตัวไปฝากยังศาลทหาร ถนนหลักเมือง เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2558/p pพร้อมกันนี้ยังได้เชิญชวนร่วมกิจกรรมเขียนความในใจ ถึงเพื่อนเราทั้ง 14 คนที่ถูกคุมขังจากกฎอยุติธรรม ในวันที่ 3 ก.ค. เวลา 18.00 น. บริเวณสกายวอล์คสถานีรถไฟฟ้าสนามกีฬาแห่งชาติ โดยมีรายละเอียดดังนี้/p p style="text-align: center;"iframe allowfullscreen="" src="https://www.youtube.com/embed/FYwc1rHGTSk" width="560" frameborder="0" height="315"/iframe/p p“เพื่อนๆทุกคนรู้ดีอยู่แล้วว่า อำนาจยิ่งล้นฟ้า ยิ่งต้องได้รับการตรวจสอบ”/p p“เพื่อนๆจะทำอย่างไร ถ้าบ้านของเรา ชุมชนของเรา ซึ่งตั้งรกรากมานานแสนนาน กลายเป็นเหมืองทองคำ ซึ่งกระบวนการการผลิตนั้น ได้ทำให้สารเคมีรั่วซึมสู่แหล่งน้ำสาธารณะ”/p p“เพื่อนๆจะทำอย่างไร ถ้าสังคมที่เราอยู่กันมา วันหนึ่ง ไม่สามารถกินแซนด์วิช ไม่สามารถชูสามนิ้ว หรือแม้กระทั่งไม่สามารถอ่านหนังสือ 1984”/p p“ถ้าการต่อสู้อย่างสันติวิธีกลายเป็นอาชญากรรม ถ้าการเรียกร้องประชาธิปไตยกลายเป็นความผิด ถ้าการสนับสนุนสิทธิมนุษยชน สิทธิชุมชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน กลายเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ”/p p“ถ้าการเพรียกหาความยุติธรรม กลายเป็นการถูกลงโทษทัณฑ์ ประเทศแบบไหนกันที่เราต้องการ ประเทศแบบไหนกันที่เราใฝ่ฝันถึง”/p p“โจทย์ของพวกเขา มุ่งหวังที่จะเปลี่ยนแปลงสังคม ให้มีความเท่าเทียมกันมากขึ้น และเป็นปากเป็นเสียง ให้กับคนเล็กคนน้อย เพื่อการจัดสรรทรัพยากรอย่างเป็นธรรม”/p p“โจทย์ของพวกเขา มุ่งหวังจะเปลี่ยนแปลงสังคม ให้มิสิทธิเสรีภาพ ทุกคนสามารถเป็นปากเป็นเสียงให้กับตัวเองและผู้อื่น เราควรมีสิทธิ์เลือกทางเดินชีวิตของตัวเอง แต่สิ่งที่ได้รับ คือการสูญสิ้นอิสรภาพ แล้วพวกเราทำอะไรกันอยู่”/p p“วันนี้ พวกเราลุกขึ้นมาพูด ลุกขึ้นมาเพื่อแสดงตัวตน”/p p“ลุกขึ้นมา เพื่อให้พวกเขารับรู้ว่า พวกเขา จะไม่เดินไปบนถนนสายนี้เพียงลำพัง วันนี้ เพื่อนของเรา คนตัวเล็กๆที่ต่อสู้ในสิ่งที่เขาเชื่อ”/p p“คนตัวเล็กๆที่ต่อสู้เพื่อสังคมที่ดีกว่า”/p p“คนตัวเล็กๆที่ต่อสู้แทนพวกเรา”/p p“พวกเขาต้องสูญเสียอิสรภาพ ถูกคุมขังอยู่ข้างใน ทิ้งให้คนที่รักและห่วงใยเขา อยู่ข้างนอก”/p p“ไม่ว่าจะอย่างไร แม่จะยืนเคียงข้างลูกเสมอ ทั้งเบื้องหน้า เบื้องหลัง เบื้องข้าง หันไปทางไหน จะเห็นแม่อยู่ที่นั้น”/p p“แม่ก็เหมือนแม่คนธรรมดาทั่วไป ที่ต้องการให้ลูกจบ มีงานทำ แต่สิ่งที่ลูกทำเพื่อชุมชน และเพื่อนมนุษย์ แม่ไม่เคยเสียใจ และแม่จะเป็นพลังต่อสู้กับลูกต่อไป ถึงแม้สังคมจะมองไม่เห็น หรือใครจะกล่าวหายังไงก็ช่าง ความจริงก็คือความจริง เราจะร่วมต่อสู้เพื่อสังคมต่อไป ถ้าเราไม่ทำ แล้วใครจะทำ”/p p“แม้พวกเราจะเป็นสามัญชนคนธรรมดา แต่พวกเราก็เชื่อว่า พลังของคนธรรมดานี่แหล่ะ ที่จะเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ได้”/p p“อย่ารอให้ใครมาเรียกร้องแทนเรา จงเรียกร้องด้วยสิทธิ์ และเสียงของเราเอง เราขอเพียงสิทธิ์ที่จะได้แสดงออกเยี่ยงอิสระชนnbsp; ขอเพียงความเป็นคนที่เท่าเทียม ขอเพียงประชาธิปไตยที่แท้จริง”/p p“เพื่อนเอ๋ย แม้ว่าการต่อสู้ดิ้นรน จะนำมาซึ่งความเจ็บปวด แต่การนิ่งเฉยก็เจ็บปวดไม่แพ้กันไม่ใช่หรือ เราจะเปล่งคำว่าเราคือเพื่อนกันได้อย่างไร หากเราไม่ได้ลุกขึ้นมาทำอะไรร่วมกัน นาทีเนี้ย ถ้าไม่เป็นเพื่อนกับประชาชน แล้วเราจะเป็นเพื่อนกับใคร เราคือเพื่อนกัน”/p pnbsp;“อิสรภาพที่ยังขาดหาย เติมเต็มได้ด้วยมือคุณ”/p p“โพสต์อิสรภาพ 6 โมงเย็น ศุกร์ที่ 3 ก.ค. 58 สกายวอล์ครถไฟฟ้าสนามกีฬาแห่งชาติ”/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/ObO-yhH4oV8" height="1" width="1" alt=""/

ผู้บริหารไทยพีบีเอสยันเสนอข่าว น.ศ. ทำตามหน้าที่ทีวีสาธารณะ

Thu, 02/07/2015 - 17:17
divวันชัยเผย กสทช.เรียกชี้แจงกรณีเสนอข่าวนักศึกษา หลังมีผู้ร้องเสนอข่าวสร้างความแตกแยกnbsp;ยันทำตามหน้าที่ทีวีสาธารณะnbsp;/div p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm1.staticflickr.com/460/18709165334_3ed8d7fac5.jpg" style="width: 500px; height: 254px;" //p p2 ก.ค. 2558 a href="http://news.thaipbs.or.th/content/%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3-%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%9E%E0%B8%B5%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%AA-%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7-%E0%B8%99%E0%B8%A8%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99-%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2-%E0%B8%AA%E0%B8%AA%E0%B8%97"ไทยพีบีเอสออนไลน์/a รายงานว่า วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ รองผู้อำนวยการ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.2558 กสทช.ได้เรียกผู้บริหาร ส.ส.ท.ไปชี้แจงเรื่องการรายงานข่าวเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มนักศึกษา ซึ่งมีผู้ร้องเรียนมาว่ารายงานเรื่อง "วิเคราะห์ความเคลื่อนไหวกลุ่มนักศึกษาภายใต้การบริหารประเทศ คสช." ออกอากาศทางรายการที่นี่ไทยพีบีเอสเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.2558 นั้นมีเนื้อหาที่อาจก่อให้เกิดความแตกแยกในสังคม/p pวันชัยกล่าวว่า กสทช.ได้เชิญทางผู้บริหารของไทยพีบีเอสไปชี้แจงเนื่องจากมีผู้ร้องว่ารายงานที่ออกอากาศทางรายการที่นี่ไทยพีบีเอส วันที่ 25 มิ.ย.2558 มีเนื้อหาที่อาจทำให้ประชาชนเกิดความสับสน เข้าใจผิด ก่อให้เกิดความแตกแยกในสังคม ซึ่งในการออกอากาศเนื้อหารายการอาจจะขัดกับประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติฉบับที่ 97/2557 เรื่องการให้ความร่วมมือกับการปฏิบัติงานของ คสช.และการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและประกาศ คสช.ฉบับที่ 103 และอาจขัดต่อมาตรา 37 แห่ง พ.ร.บ.การประกอบกิจการการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551/p p"คณะผู้บริหารก็ได้ไปชี้แจงให้ทางอนุกรรมการด้านผังรายการและเนื้อหารายการเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. เวลา 13.30 น. ซึ่งผมเองในฐานะที่เป็น 1 ในตัวแทนผู้บริหารได้ชี้แจงให้ทางคณะอนุกรรมการได้ฟังว่า ที่ผ่านมา บทบาทของไทยพีบีเอสในฐานะที่เป็นทีวีสาธารณะได้ทำหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ของไทยพีบีเอสตามข้อที่ 4 คือ "ส่งเสริมเสรีภาพในการรับรู้ข่าวสารเพื่อสร้างสังคมประชาธิปไตยที่ประชาชนได้รับข่าวสารอย่างเท่าเทียมกัน" และข้อ 5 "สนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อมในการกำหนดทิศทางการให้บริการขององค์การเพื่อประโยชน์สาธารณะ" ซึ่งเราก็ได้เรียนชี้แจงให้อนุกรรมการฟังว่าเราก็ทำตามหน้าที่ตาม พ.ร.บ. นอกจากนั้นก็ได้มีการเปิดคลิปรายงานดังกล่าวให้คณะอนุกรรมการฯ ได้ชม ซึ่งก็ได้มีการซักถามเรื่องการถ่ายทำทั่วไป ซึ่งคุณก่อเขต จันทรเลิศลักษณ์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวก็ได้อธิบายให้ฟัง/p p"หลังจากนี้ทางคณะอนุกรรมการฯ จะพิจารณาอย่างไรก็ถือว่าเป็นดุลยพินิจของอนุกรรมการฯ ซึ่งหลังจากชี้แจงแล้ว ทาง กสทช.ก็ยังไม่ได้แจ้งกลับทางไทยพีบีเอสกลับมา ซึ่งเมื่ออนุกรรมการฯ มีมติและได้แจ้งมตินั้นให้เราทราบแล้ว ทางผู้บริหารไทยพีบีเอสก็จะหารือกันว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป" นายวันชัยกล่าว/p pรองผู้อำนวยการ ส.ส.ท.กล่าวว่า ครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกในรอบ 2-3 ปีที่ทาง กสทช.ได้เรียกผู้บริหารของไทยพีบีเอสเข้าไปพบอย่างเป็นทางการ พร้อมกับชี้แจงกรณีที่มีข่าวว่าผู้บริหารได้ตัดเงินเดือนของพนักงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้่ว่าข่าวนี้ไม่เป็นความจริง/p pสำหรับรายการ “ที่นี่ Thai PBS” ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 21.15 - 22.00 น. ที่ช่อง Thai PBS โดยเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ได้นำเสนอข่าวการเคลื่อนไหวของกลุ่มนักศึกษา ทั้งการชุมนุมที่บริเวณ สน. ปทุมวัน เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. โดยไม่ถูกจับกุมและดำเนินข้อหาเพิ่มเติม และการเดินทางไปตามสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์การเมือง พร้อมทั้งปักหลักชุมนุม ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ที่ผ่านมา พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การจัดกิจกรรมดังกล่าวไม่มีเจ้าหน้าที่ความมั่นคงของรัฐเข้ามาขัดขวาง ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่แตกต่างไปจากการรับมือกับการชุมนุมอื่นๆ ของรัฐบาลภายหลังรัฐประหาร/p pนอกจากนี้ เทปดังกล่าวยังได้สัมภาษณ์แหล่งข่าว 3 รายประกอบด้วย พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งให้สัมภาษณ์ว่า นักศึกษาต้องการชี้แจงให้สังคมรับทราบว่า การยึดกุมอำนาจของทหารนั้นส่งผลกระทบไปในวงกว้างมากกว่าระดับขั้วอำนาจ อดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานญาติวีรชนเดือนพฤษภาคม 2535 ให้สัมภาษณ์ว่า เป็นสิ่งที่สามารถกระทำได้ เป็นสีสันของประชาธิปไตย และการยุติการชุมนุมทั้งสองครั้งโดยไม่มีการขัดขวางจากเจ้าหน้าที่รัฐ และธีระ สุธีวรางกูล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้ความเห็นว่า เกิดจากการที่เจ้าหน้าที่และกลุ่มนักศึกษา ต่างก็รู้เข้าใจความจำเป็นของการปฏิบัติหน้าที่ และความต้องการในการใช้สิทธิของแต่ละฝ่าย/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2015/07/60118" target="_blank"สุภิญญาแนะคนใช้อำนาจดึงสติ หลัง กสทช.เรียกไทยพีบีเอสแจงกรณีเสนอข่าว #039;14 น.ศ.#039;/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/2uv2tL8BRHk" height="1" width="1" alt=""/

จับ 13 ผู้ต้องหาชายแยกแดน คาดไม่ให้รวมกลุ่มคุย 'หมอนิรันดร์' ห่วงความปลอดภัย

Thu, 02/07/2015 - 17:10
pหมอนิรันดร์ เยี่ยมเรือนจำชายและหญิง ห่วงการแยกแดนทำให้ความปลอดภัยน้อยลง ไม่ได้ปรึกษาหารือคดี ส่วน 'ลูกเกด' ยังยืนยันการต่อสู้ เตรียมส่งตรวจอาการบาดเจ็บตั้งแต่หน้าหอศิลป์ ขณะที่ผู้ต้องหาชายโกนหัวประท้วง การย้ายแดน ระบุ รัฐต้องการบีบให้ยอมแพ้nbsp;/p !--break--!--break-- p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm1.staticflickr.com/523/18722492984_c78c0173e7.jpg" style="width: 500px; height: 281px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm1.staticflickr.com/384/19159964808_94f817e30a.jpg" style="width: 500px; height: 281px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm1.staticflickr.com/434/18725044204_58d6b01c71.jpg" style="width: 500px; height: 375px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm1.staticflickr.com/490/19353439661_eb931fc870.jpg" style="width: 500px; height: 336px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm1.staticflickr.com/296/19161850708_dc125b7da5.jpg" style="width: 500px; height: 359px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm1.staticflickr.com/371/18728813313_60ab694a56.jpg" style="width: 500px; height: 358px;" //p p style="text-align: center;"nbsp;/p p2 ก.ค.2558 เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ยังคงมีผู้มาเยี่ยมผู้ต้องหา 'ขบวนประชาธิปไตยใหม่' นับร้อยคน โดยขบวนประชาธิปไตยใหม่ ได้ออกแถลงการณ์อีกฉบับประณามเจ้าหน้าที่ที่เริ่มคุกคามครอบครัวนักศึกษาที่ตกเป็นผู้ต้องหา และคณาจารย์ที่สนับสนุน/p pผู้สื่อข่าวรายงานว่า เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ได้แยกแดนผู้ต้องหาทั้ง 13 คน ออกไปยังแดนต่างๆ จากเดิมที่ทั้งหมดอยู่รวมกันในแดน 1 (รายชื่อด้านล่าง)/p pรังสิมันต์ โรม กล่าวว่า การแยกแดนมีนัยยะทางการเมือง เนื่องจากนักโทษใหม่ที่เข้ามาในเรือนจำพร้อมกัน แต่กลับไม่ได้แยกแดน แต่ผู้ต้องหา 14 คนกลับต้องถูกกระจายไปอยู่แดนต่างๆ จึงมองว่าเป็นการแทรกแซงทางการเมืองของรัฐบาลที่จะกดดันให้นักศึกษายอมแพ้br /br /ขณะที่จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน มองว่า การแยกแดนน่าจะเป็นเหตุผลมาจากเจ้าหน้าที่ไม่ต้องการให้ผู้ต้องหาทั้งหมดได้ปรึกษาหารือกัน/p pทั้งนี้ นักศึกษานักกิจกรรมชายทั้งหมด ได้โกนผมประท้วงการแยกแดนดังกล่าวทั้งด้วย/p pรังสิมันต์ยังกล่าวอีกว่า เมื่อคืนเขาฝันว่าเขาและเพื่อนได้รับอิสระ ออกมาเดินข้างนอกและกำลังจะไปจัดกิจกรรมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยnbsp;/p pขณะที่ตัวแทนขบวนการประชาธิปไตยใหม่ได้ออกแถลงการณ์อีกฉบับ ประณามการกระทำของเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบซึ่งคุกคาม ติดตาม เรียกพบครอบครัวนักศึกษาและอาจารย์ที่แสดงความเห็นด้วยกับการเคลื่อนไหว/p pด้านนพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ ประธานอนุกรรมการสิทธิทางการเมืองและสิทธิพลเมืองได้เดินทางเข้าเยี่ยมผู้ต้องหากลุ่มนี้ทั้งที่เรือนจำชายและเรือนจำหญิง โดยระบุว่ามาตรวจสอบตามการร้องเรียนของบิดานายจตุภัทร์หรือ ไผ่ และได้แสดงความเป็นห่วงเกี่ยวกับการย้ายแดนของผู้ต้องขังชายว่า การกระจายไปอยู่แดนต่างๆ ทำลายสิทธิในการปรึกษาหารือของกลุ่มนักศึกษานักกิจกรรม และทำให้มีความกังวลถึงความปลอดภัยมายิ่งขึ้นเนื่องจากกระจายตัวอยู่แดนละ 2-3 คนเท่านั้น/p pส่วนกรณีของชลธิชา แจ้งเร็ว หรือลูกเกด นพ.นิรันดร์แจ้งว่า ลูกเกดมีอาการป่วยซึ่งเกิดตั้งแต่ตอนทำกิจกรรมที่หน้าหอศิลป์และมีการใช้กำลังเจ้าหน้าที่เข้าจับกุม ลูกเกดได้รับบาดเจ็บจากกระดูกสันหลังไปกดทับเส้นประสาท จากการสอบถามเจ้าหน้าที่เรือนจำทราบว่าพรุ่งนี้ (3 ก.ค.) จะส่งตัวไปที่โรงพยาบาลของเรือนจำ อย่างไรก็ตาม ลูกเกดยังคงยืนยันเรื่องหลักการว่าสิ่งที่เธอทำนั้นมีความถูกต้องและกระทำตามแนวทางสันติวิธี เนื่องจากมองว่าการรัฐประหารเป็นการใช้อำนาจไม่เป็นธรรมและละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชน/p pnbsp;/p pรายชื่อผู้ต้องหาและแดน มีดังนี้/p p1.nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; พายุnbsp; บุญโสภณnbsp;nbsp; แดน 2/p p2.nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; ภานุพงศ์nbsp; ศรีธนานุวัฒน์nbsp;nbsp;nbsp; แดน 2/p p3.nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; สุวิชชาnbsp; พิทังกรณ์nbsp; แดน 3/p p4.nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; อภิวัฒน์nbsp; สุทรารักษ์nbsp;nbsp;nbsp; แดน 3/p p5.nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; จตุภัทร์ บุญภัทรรักษาnbsp;nbsp;nbsp; แดน 3/p p6.nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; รัฐพลnbsp; ศุภโสภณnbsp;nbsp;nbsp; แดน 4/p p7.nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; ปกรณ์nbsp; อารีกุลnbsp;nbsp; แดน 4/p p8.nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; พรชัยnbsp; ยวนยีnbsp;nbsp;nbsp; แดน 4/p p9.nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; รังสิมันต์nbsp; โรมnbsp;nbsp;nbsp; แดน 5/p p10.nbsp;nbsp; อภิสิทธิ์nbsp; ทรัพย์นภาพันธ์nbsp;nbsp;nbsp; แดน 5/p p11.nbsp;nbsp; ศุภชัยnbsp; ภูครองพลอยnbsp;nbsp; แดน 5/p p12.nbsp;nbsp; ทรงธรรมnbsp; แก้วพันพฤกษ์nbsp;nbsp;nbsp; แดน 6/p p13.nbsp;nbsp; วสันต์nbsp; เสดสิทธิ์nbsp;nbsp;nbsp; แดน 6/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/eZ2bqplwN-0" height="1" width="1" alt=""/

จับ 13 ผู้ต้องหาชายแยกแดน คาดไม่ให้รวมกลุ่มคุย 'หมอนิรันดร์' ห่วงความปลอดภัย

Thu, 02/07/2015 - 17:10
pหมอนิรันดร์ เยี่ยมเรือนจำชายและหญิง ห่วงการแยกแดนทำให้ความปลอดภัยน้อยลง ไม่ได้ปรึกษาหารือคดี ส่วน 'ลูกเกด' ยังยืนยันการต่อสู้ เตรียมส่งตรวจอาการบาดเจ็บตั้งแต่หน้าหอศิลป์ ขณะที่ผู้ต้องหาชายโกนหัวประท้วง การย้ายแดน ระบุ รัฐต้องการบีบให้ยอมแพ้nbsp;/p !--break--!--break-- p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm1.staticflickr.com/523/18722492984_c78c0173e7.jpg" style="width: 500px; height: 281px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm1.staticflickr.com/384/19159964808_94f817e30a.jpg" style="width: 500px; height: 281px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm1.staticflickr.com/434/18725044204_58d6b01c71.jpg" style="width: 500px; height: 375px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm1.staticflickr.com/259/19159962598_c401ca83aa.jpg" style="width: 500px; height: 281px;" //p p2 ก.ค.2558 เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ยังคงมีผู้มาเยี่ยมผู้ต้องหา 'ขบวนประชาธิปไตยใหม่' นับร้อยคน โดยขบวนประชาธิปไตยใหม่ ได้ออกแถลงการณ์อีกฉบับประณามเจ้าหน้าที่ที่เริ่มคุกคามครอบครัวนักศึกษาที่ตกเป็นผู้ต้องหา และคณาจารย์ที่สนับสนุน/p pผู้สื่อข่าวรายงานว่า เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ได้แยกแดนผู้ต้องหาทั้ง 13 คน ออกไปยังแดนต่างๆ จากเดิมที่ทั้งหมดอยู่รวมกันในแดน 1 (รายชื่อด้านล่าง)/p pรังสิมันต์ โรม กล่าวว่า การแยกแดนมีนัยยะทางการเมือง เนื่องจากนักโทษใหม่ที่เข้ามาในเรือนจำพร้อมกัน แต่กลับไม่ได้แยกแดน แต่ผู้ต้องหา 14 คนกลับต้องถูกกระจายไปอยู่แดนต่างๆ จึงมองว่าเป็นการแทรกแซงทางการเมืองของรัฐบาลที่จะกดดันให้นักศึกษายอมแพ้br /br /ขณะที่จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน มองว่า การแยกแดนน่าจะเป็นเหตุผลมาจากเจ้าหน้าที่ไม่ต้องการให้ผู้ต้องหาทั้งหมดได้ปรึกษาหารือกัน/p pทั้งนี้ นักศึกษานักกิจกรรมชายทั้งหมด ได้โกนผมประท้วงการแยกแดนดังกล่าวทั้งด้วย/p pรังสิมันต์ยังกล่าวอีกว่า เมื่อคืนเขาฝันว่าเขาและเพื่อนได้รับอิสระ ออกมาเดินข้างนอกและกำลังจะไปจัดกิจกรรมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยnbsp;/p pขณะที่ตัวแทนขบวนการประชาธิปไตยใหม่ได้ออกแถลงการณ์อีกฉบับ ประณามการกระทำของเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบซึ่งคุกคาม ติดตาม เรียกพบครอบครัวนักศึกษาและอาจารย์ที่แสดงความเห็นด้วยกับการเคลื่อนไหว/p pด้านนพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ ประธานอนุกรรมการสิทธิทางการเมืองและสิทธิพลเมืองได้เดินทางเข้าเยี่ยมผู้ต้องหากลุ่มนี้ทั้งที่เรือนจำชายและเรือนจำหญิง โดยระบุว่ามาตรวจสอบตามการร้องเรียนของบิดานายจตุภัทร์หรือ ไผ่ และได้แสดงความเป็นห่วงเกี่ยวกับการย้ายแดนของผู้ต้องขังชายว่า การกระจายไปอยู่แดนต่างๆ ทำลายสิทธิในการปรึกษาหารือของกลุ่มนักศึกษานักกิจกรรม และทำให้มีความกังวลถึงความปลอดภัยมายิ่งขึ้นเนื่องจากกระจายตัวอยู่แดนละ 2-3 คนเท่านั้น/p pnbsp;/p pรายชื่อผู้ต้องหาและแดน มีดังนี้/p p1.nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; พายุnbsp; บุญโสภณnbsp;nbsp; แดน 2/p p2.nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; ภานุพงศ์nbsp; ศรีธนานุวัฒน์nbsp;nbsp;nbsp; แดน 2/p p3.nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; สุวิชชาnbsp; พิทังกรณ์nbsp; แดน 3/p p4.nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; อภิวัฒน์nbsp; สุทรารักษ์nbsp;nbsp;nbsp; แดน 3/p p5.nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; จตุภัทร์ บุญภัทรรักษาnbsp;nbsp;nbsp; แดน 3/p p6.nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; รัฐพลnbsp; ศุภโสภณnbsp;nbsp;nbsp; แดน 4/p p7.nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; ปกรณ์nbsp; อารีกุลnbsp;nbsp; แดน 4/p p8.nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; พรชัยnbsp; ยวนยีnbsp;nbsp;nbsp; แดน 4/p p9.nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; รังสิมันต์nbsp; โรมnbsp;nbsp;nbsp; แดน 5/p p10.nbsp;nbsp; อภิสิทธิ์nbsp; ทรัพย์นภาพันธ์nbsp;nbsp;nbsp; แดน 5/p p11.nbsp;nbsp; ศุภชัยnbsp; ภูครองพลอยnbsp;nbsp; แดน 5/p p12.nbsp;nbsp; ทรงธรรมnbsp; แก้วพันพฤกษ์nbsp;nbsp;nbsp; แดน 6/p p13.nbsp;nbsp; วสันต์nbsp; เสดสิทธิ์nbsp;nbsp;nbsp; แดน 6/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/mtWekqWXuUg" height="1" width="1" alt=""/

TDRI แจงปมวิจัยบัตรทอง : ความโปร่งใส ผลประโยชน์ทับซ้อน และจริยธรรมทางวิชาการ

Thu, 02/07/2015 - 17:07
!--break--!--break-- pในช่วงที่ผ่านมา ผลการศึกษาเรื่อง “ผลลัพธ์ทางสุขภาพและความเป็นธรรมทางสุขภาพ” โดยดร. วรวรรณ ชาญด้วยวิทย์ ดร. ตรีนุช ไพชยนต์วิจิตรและคณะจากทีดีอาร์ไอ ได้ถูกเผยแพร่ผ่านสื่อมวลชน โดยมีบางส่วนที่นำไปเผยแพร่อย่างคลาดเคลื่อน ซึ่งทำให้เกิดคำถามและการวิพากษ์วิจารณ์ต่อผลการศึกษา นอกจากนี้ นักวิชาการบางคนคือ ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ และนพ.อภิวัฒน์ มุทิรางกูร ยังเขียนa href="http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9580000072482"บทความโดยตั้งคำถามในเชิงกล่าวหาต่อทีดีอาร์ไอในด้านความโปร่งใส จริยธรรมทางวิชาการ และผลประโยชน์ทับซ้อน/a ในประเด็นของผลการศึกษา a href="http://tdri.or.th/tdri-insight/just_health_tirnud/"คณะนักวิจัยของทีดีอาร์ไอได้ชี้แจงไปบางส่วนแล้ว/a ในบทความนี้ ผู้เขียนในฐานะผู้บริหารของทีดีอาร์ไอขอชี้แจงข้อเท็จจริงในประเด็นต่างๆ ที่มีการตั้งข้อกล่าวหา/p pดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ และนพ.อภิวัฒน์ มุทิรางกูร ได้หยิบยกประเด็นต่างๆ ซึ่งพอสรุปได้ 3 ประเด็นคือ หนึ่ง ทีดีอาร์ไอไม่เปิดเผยผลการศึกษาหรือเปิดเผยผลการศึกษาล่าช้า สอง นักวิจัยของทีดีอาร์ไอห้ามผู้อื่นอ้างอิงหรือวิจารณ์งานของตน ในขณะที่วิจารณ์งานของผู้อื่น และสาม ทีดีอาร์ไอมีผลประโยชน์ทับซ้อนในการศึกษา ทำให้ผลการศึกษาออกมาเป็นคุณกับหน่วยงานว่าจ้าง/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm8.staticflickr.com/7565/15875734965_dffb0507d7_z.jpg" style="width: 500px; height: 281px;" //p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"emสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์/em/span/p pspan style="color:#0000cd;"strong1. ทีดีอาร์ไอไม่เปิดเผยข้อมูล?/strong/span/p pในช่วงเดือนมิถุนายน 2558 a href="http://www.manager.co.th/Qol/ViewNews.aspx?NewsID=9580000070344"ดร. อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ เรียกร้องให้ ทีดีอาร์ไอ เปิดเผยรายงานผลการศึกษาฉบับสมบูรณ์/anbsp; และภายหลัง ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นเมื่อพบว่ารายงานดังกล่าวได้เปิดเผยแล้ว ก็เปลี่ยนไปใช้ถ้อยคำว่า “ขณะนี้ งานของทีดีอาร์ไอ ได้เปิดให้ดาวน์โหลดทั้งฉบับแล้ว...จากเดิมที่ดาวน์โหลดได้เพียงบทสรุปผู้บริหารและสารบัญเท่านั้น” และยังเรียกร้องให้ทีดีอาร์ไอ เปิดเผยข้อมูลดิบ (raw data) ที่ใช้ในการวิจัยอีกด้วย/p pข้อเท็จจริงคือ รายงานผลการศึกษาฉบับสมบูรณ์ได้เปิดเผยต่อสาธารณะผ่านเว็บไซต์ของทีดีอาร์ไอมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2558 แล้ว และส่งให้ห้องสมุดต่างๆ จำนวน 15 แห่ง รวมทั้งสำนักบรรณสารการพัฒนาของ NIDA ซึ่งเป็นสถาบันต้นสังกัดของ ดร.อานนท์ ซึ่งได้ทำหนังสือตอบรับมาว่าได้รับรายงานดังกล่าวแล้ว nbsp;nbsp;nbsp;/p pการที่ทีดีอาร์ไอเปิดเผยรายงานผลการศึกษาต่างๆ ต่อสาธารณะนั้น เป็นธรรมเนียมปฏิบัติขององค์กรที่มีมานาน โดยอยู่บนพื้นฐานของหลักคิดที่ว่า การวิจัยเชิงนโยบายซึ่งเกี่ยวข้องกับประชาชน ควรถูกเปิดเผย เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้ว่า คณะผู้วิจัยได้สรุปผลการศึกษาตามข้อเท็จจริงหรือไม่ และได้เสนอแนะแก่ผู้กำหนดนโยบายอย่างสอดคล้องกับผลการศึกษาหรือไม่nbsp; ทั้งนี้ ความสามารถในการตรวจสอบได้ดังกล่าว จะนำมาซึ่งความน่าเชื่อถือขององค์กรที่ศึกษา และช่วยป้องกันไม่ให้องค์กรถูกอ้างอิงในทางที่ผิดๆ ทั้งจากผู้กำหนดนโยบาย หรือกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ nbsp;nbsp;/p pอย่างไรก็ตาม ในการศึกษานี้ ทีดีอาร์ไอ ไม่ใช่เจ้าของข้อมูลดิบ จึงไม่มีสิทธิในการเปิดเผยข้อมูลนั้นnbsp; ผู้สนใจจึงควรขอจากหน่วยงานเจ้าของข้อมูลคือ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กรมบัญชีกลางและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องnbsp; nbsp;/p pspan style="color:#0000cd;"strong2. ห้ามอ้างอิง-วิจารณ์ทีดีอาร์ไอ?/strong/span/p pนักวิชาการทั้งสองกล่าวอ้างว่า “ทีดีอาร์ไอห้ามอ้างอิงงานวิจัยของตน... ซึ่งเป็นเรื่องแปลก เพราะนักวิจัยตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานก็เพราะต้องการให้คนอ้างอิงถึง” และกล่าวหาว่า การที่ ทีดีอาร์ไอให้ตีความว่า ผู้ป่วยของ สปสช. ไม่ได้ตายมากผิดปกตินั้น “ออกจะไม่เป็นธรรม ขาดความใจกว้างทางวิชาการ” และยังกล่าวด้วยว่า “นักวิจัยมืออาชีพทั้งหลายล้วนตระหนักว่า วิชาการจะมีความงอกงามได้นั้นเกิดจากวัฒนธรรมแห่งการวิจารณ์…แม้กระทั่งทีดีอาร์ไอ เองก็วิจารณ์วิเคราะห์งานวิจัยของผู้เขียนทั้งสอง”/p pข้อเท็จจริงคือ ไม่มีนักวิชาการใดในทีดีอาร์ไอที่ห้ามผู้อื่นวิจารณ์ หรืออ้างอิงงานของตน มีแต่บทความของ ดร. ตรีนุชที่บอกว่า “การสรุปผลการศึกษาวิจัยใดๆ ควรพิจารณาตามหลักฐานเชิงประจักษ์ที่เป็นอยู่อย่างตรงไปตรงมา โดยนักวิจัยไม่พึงคาดเดาเกินกว่าที่ข้อมูลสามารถอธิบายได้” ซึ่งน่าจะเป็นจริยธรรมพื้นฐานของนักวิจัยทุกคนnbsp;nbsp; ส่วนที่นักวิชาการทั้งสองอ้างว่า ดร. วรวรรณกล่าวว่า “ทีดีอาร์ไอ แจงอย่าอ้างวิจัยโจมตีคุณภาพรักษาบัตรทอง” นั้น เป็นถ้อยคำของเว็บไซต์ a href="http://www.hfocus.org/content/2015/06/10195"HFocus ที่พาดหัวข่าวไม่ตรงกับสิ่งที่นักวิจัยกล่าวในเนื้อข่าว /a/p pโดยสรุป ทีดีอาร์ไอไม่เคยห้ามผู้ใดอ้างอิงหรือวิจารณ์งานวิจัย แต่สิ่งที่ผู้วิจัยขอร้องคือ ไม่ควรนำเอาสิ่งที่ไม่ใช่ผลการวิจัย ไปอ้างว่าเป็นผลการวิจัย แน่นอนว่า ผู้ที่ต้องการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างย่อมมีสิทธิอย่างเต็มที่ แต่ควรระบุให้ชัดว่า ส่วนใดเป็นผลการวิจัย และส่วนใดเป็นความคิดเห็นของตน nbsp;โดยไม่พึงเอาความคิดเห็นของตนไปอ้างเสมือนว่าเป็นผลการศึกษาวิจัย ดังตัวอย่างที่ปรากฏในบทความของนักวิชาการทั้งสองว่า a href="http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9580000069318"“ทีดีอาร์ไอได้รายงานอัตราการตายของผู้ป่วยที่ใช้สิทธิบัตรทองสูงผิดปกติ”/a ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะไม่มีที่ใดในรายงานการศึกษาดังกล่าวที่ชี้ว่า อัตราการตายของผู้ป่วยที่ใช้สิทธิบัตรทอง “สูงผิดปกติ” และไม่อาจจะชี้เช่นนั้นได้จากข้อมูลที่ใช้ ดังที่ ดร. ตรีนุชได้เขียนบทความอธิบายไว้แล้ว นอกจากนี้ การที่นักวิจัยของทีดีอาร์ไอกล่าวว่า “ฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมของผู้ป่วยแต่ละกลุ่มมีความแตกต่างกัน” ก็แตกต่างเป็นอย่างมากกับการกล่าวว่า “ประชาชนที่ใช้สิทธิบัตรทองนั้นตายเพราะ มีการศึกษาต่ำกว่า ความรู้น้อยกว่า ไม่รู้จักดูแลตัวเอง” ในบทความของนักวิชาการทั้งสอง ซึ่งชวนให้เข้าใจว่าเป็นคำกล่าวของนักวิจัยทีดีอาร์ไอ เพราะประโยคแรกเป็นเรื่องข้อเท็จจริง แต่ประโยคหลังแฝงไปด้วยทัศนคติที่ดูถูกประชาชน/p pการนำเอาความคิดเห็นของตนไปแสดงเสมือนเป็นความเห็นของผู้อื่นในลักษณะข้างต้น หากเป็นการกระทำโดยไม่เจตนา ก็ควรเพิ่มความระมัดระวังต่อไปในอนาคต แต่หากเป็นการกระทำโดยเจตนา ก็น่าจะถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่ซื่อสัตย์ทางวิชาการ และไม่มีจริยธรรม nbsp;/p pspan style="color:#0000cd;"strong3. ทีดีอาร์ไอมีผลประโยชน์ทับซ้อน?/strong/span/p pนักวิชาการทั้งสองตั้งข้อสังเกตว่า การกระทำของทีดีอาร์ไอในเรื่องนี้ “สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดการขัดกันแห่งผลประโยชน์อย่างรุนแรง” และกล่าวว่า “ในทางวิชาการ ผู้ใดก็ตามจะตีพิมพ์ต้องชี้แจงว่าตัวเองมีการขัดกันแห่งผลประโยชน์หรือไม่ เช่น การที่ทีดีอาร์ไอ มีนักวิชาการจำนวนมากได้หรือได้ทุนวิจัยจำนวนมากจาก สปสช. เคยเป็นกรรมการสปสช. น่าจะเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์”/p pข้อสังเกตนี้เป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงแต่เลื่อนลอย ข้อเท็จจริงก็คือ ทีดีอาร์ไอได้เปิดเผยชัดเจนว่า การวิจัยชิ้นนี้ได้รับการสนับสนุนเงินทุนจาก สปสช. และมูลนิธิร็อคกีเฟลเลอร์ ดังปรากฏในหน้าปกรายงานผลการศึกษาซึ่งเผยแพร่ทั่วไปดังที่กล่าวมาแล้วnbsp; ดร.อัมมาร สยามวาลา ซึ่งเป็นอดีตกรรมการ สปสช. ก็ไม่ได้อยู่ในคณะผู้วิจัย และไม่มีหน้าที่และไม่อยู่ในฐานะใดๆ ที่จะสั่งให้ สปสช. ให้เงินสนับสนุนแก่ทีดีอาร์ไอnbsp; nbsp;ข้อเท็จจริงทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลสาธารณะอยู่แล้วnbsp; หากนักวิชาการทั้งสองจะคิดว่า เนื่องจาก ดร.อัมมาร เคยเป็นกรรมการ สปสช.เมื่อ 4 ปีก่อนทีดีอาร์ไอจึงไม่ควรทำการศึกษาให้ สปสช. หรือหากจะศึกษาให้ สปสช. ก็ต้องตีความในทางเดียวกันกับท่านทั้งสอง มิฉะนั้นก็จะถือว่ามีการขัดกันแห่งผลประโยชน์ nbsp;ก็คงเป็นความคิดที่ขาดความใจกว้างและผิดพลาดอย่างยิ่ง เพราะในทางวิชาการนั้น การตีความข้อมูลต้องทำอย่างตรงไปตรงมา โดยปราศจากอคติ ไม่เกี่ยวกับว่าใครเป็นผู้ว่าจ้าง/p pผู้เขียนเชื่อว่า การที่ทีดีอาร์ไอ ได้รับความเชื่อถือจากสังคม เพราะนักวิจัยมีความตรงไปตรงมา ไม่ต้องเอาใจหน่วยงานผู้ว่าจ้าง ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดขึ้นได้เพราะไม่มีหน่วยงานใดที่ครอบงำการให้ทุนทีดีอาร์ไอ เนื่องจากทีดีอาร์ไอมีนโยบายกระจายการรับทุนวิจัยจากหน่วยงานจำนวนมาก และไม่มีนโยบายการตั้งเป้าเพิ่มรายได้ เนื่องจากเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร nbsp;จากนโยบายเช่นนี้ ทีดีอาร์ไอจึงเป็นฝ่ายเลือกหน่วยงานผู้ว่าจ้าง ไม่น้อยกว่าที่ผู้ว่าจ้างเป็นฝ่ายเลือกทีดีอาร์ไอ โดยมีหน่วยงานต่างๆ ติดต่อให้ทีดีอาร์ไอเข้าร่วมศึกษาวิจัยหลายเรื่องในแต่ละสัปดาห์ nbsp;แต่ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากมีนักวิจัยไม่พอnbsp;/p pเมื่อผู้เขียนเข้าร่วมงานในทีดีอาร์ไอใหม่ๆ ได้พบกรณีที่ ทีดีอาร์ไอเคยเสนอให้ยุบหน่วยงานที่ว่าจ้างให้มีการศึกษานั้น nbsp;nbsp;ในปัจจุบัน ผู้เขียนเอง ก็วิจารณ์การกำกับดูแล กสทช. มาโดยตลอดดังเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไป แม้ได้รับการว่าจ้างให้ศึกษาวิจัยในเรื่องต่างๆ จาก สำนักงาน กสทช. ก็ตามnbsp;/p pผู้เขียนเชื่อว่า หลักประกันที่จะป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนในการวิจัยด้านนโยบายที่มีประสิทธิผลที่สุดคือ nbsp;การเปิดเผยผลการศึกษาต่อสาธารณะ ซึ่งจะช่วยให้สาธารณชนตรวจสอบว่า ผลการศึกษาอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลและสมเหตุสมผลหรือไม่ หรือเกิดขึ้นโดยผลประโยชน์ทับซ้อนใด/p pnbsp;/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2015/06/59984" target="_blank"โต้วิจัยทีดีอาร์ไอ หวั่นแปรงานวิจัยผิดทิศ กระทบการขับเคลื่อนระบบสุขภาพ/a /div div class="field-item even" a href="/journal/2015/06/59951" target="_blank" ทีดีอาร์ไอแจงผลการศึกษาเรื่องความเหลื่อมล้ำในระบบการรักษาพยาบาล/a /div div class="field-item odd" a href="/journal/2015/06/59943" target="_blank" ชี้วิจัยบัตรทองทีดีอาร์ไอ ตอบโจทย์ความต่างค่ารักษา แต่วัดคุณภาพไม่ได้ เหตุไม่คุมตัวแปร/a /div div class="field-item even" a href="/journal/2015/06/59812" target="_blank" ทีดีอาร์ไอแจงสิทธิสุขภาพเหลื่อมล้ำสูง ข้าราชการอายุยืนเพราะมีหลายปัจจัยเหนือบัตรทอง/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/YwZ8a-YTTfg" height="1" width="1" alt=""/