ประชาไท

Syndicate content
Updated: 6 min 51 sec ago

สื่อท้องถิ่นภาคใต้ มีเดียสลาตัน-วาร์ตานี แลกเปลี่ยนกับทีมข่าวประชาไท

1 hour 49 min ago
!--break--!--break-- p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm8.staticflickr.com/7545/15860720788_2928815c24.jpg" style="width: 500px; height: 281px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm8.staticflickr.com/7561/15425804634_3399dbf7ca.jpg" style="width: 500px; height: 281px;" //p pnbsp;/p p18 ธ.ค.2557 ที่ออฟฟิศประชาไท ทีมนักข่าวหนุ่มสาวของ 2 สื่อหลักในปัตตานี คือ ทีมข่าว 'มีเดียสลาตัน' สถานีวิทยุท้องถิ่นและ 'Wartani' (วาระตานี) สำนักข่าวคนหนุ่มสาวที่สื่อสารผ่านเว็บไซต์ nbsp;รวม 8 คนเข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานกับทีมข่าวประชาไทnbsp;br /br /ทั้งนี้มีเดียสลาตัน เดิมเป็นสถานีวิทยุที่สื่อสารสองภาษา ไทย-มาลายูnbsp;เป็นที่รู้จักในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ต้องปิดตัวลงหลังการยึดอำนาจของ คสช. และขณะนี้กำลังจะเปิดตัวในรูปแบบเว็บไซต์เพื่อรายงานข่าวในรูปแบบอื่นๆ รวมถึงทำวิทยุบนอินเตอร์เน็ตด้วย nbsp;ส่วนวาร์ตานี เป็นเว็บไซต์ที่ริเริ่มโดยคนหนุ่มสาวในพื้นที่ ก่อตั้งมาราว 2 ปี ส่วนใหญ่สื่อสารภาษาไทยและบทบาทสูงในการรายงานข้อเท็จจริงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ คำว่า Wartani มาจากภาษามลายู 2 คำ คือ คำว่าสื่อและคำว่าปัตตานีnbsp;/p pทีมข่าวทั้ง 2 แห่งมีโปรแกรมเดินทางดูงานยังสำนักข่าวต่างๆ หลายแห่ง เช่น ไทยรัฐทีวี, มติชนทีวี, วอยซ์ทีวี, ทีพีบีเอส และสื่อท้องถิ่นอื่นๆ/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="//feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/Y7WuyOdmwDo" height="1" width="1" alt=""/

คกก.สื่อมาเลเซีย ฟ้องสถานีวิทยุหลังนักวิชาการวิจารณ์กรณีคำว่า 'อัลเลาะห์'

5 hours 14 min ago
pคณะกรรมการด้านการสื่อสารและสื่อผสมของมาเลเซีย ฟ้องเรียกค่าปรับสถานีวิทยุบีเอ็มเอฟ 10,000 ริงกิต หลังจากที่นักวิชาการชาวมุสลิมวิจารณ์กรณีศาลอุทธรณ์มาเลเซียสั่งห้ามไม่ให้คนที่ไม่ใช่ชาวมุสลิมใช้คำว่า "อัลเลาะห์" บอกเผยแพร่เนื้อหาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้มีอำนาจพิจารณา/p p!--break--!--break--/ppbr /17 ธ.ค. 2557 สำนักข่าวมาเลเซียอินไซเดอร์รายงานว่า คณะกรรมการด้านการสื่อสารและสื่อผสมของมาเลเซีย (MCMC) ฟ้องร้องสถานีวิทยุบีเอ็มเอฟ เรียกค่าปรับเป็นเงิน 10,000 ริงกิต (ราว 330,000 บาท) จากกรณีที่เรซา อัสลาน นักวิชาการด้านศาสนาชาวมุสลิมให้สัมภาษณ์วิพากษ์วิจารณ์ที่ศาลมาเลเซียสั่งห้ามไม่ให้คนที่ไม่ใช่ชาวมุสลิมใช้คำว่า "อัลเลาะห์" และเรียกร้องให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาการตัดสินใจเมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2556/p pคณะกรรมการด้านการสื่อสารและสื่อผสมของมาเลเซียอ้างว่าสถานีวิทยุบีเอ็มเอฟละเมิดเงื่อนไขการออกใบอนุญาตพิเศษของผู้ให้บริการข้อมูลคอมพิวเตอร์ผ่านแอปพลิเคชัน (CASP-1) ตามกฎหมายการสื่อสารและสื่อผสมปี 2541 ซึ่งระบุเงื่อนไขให้การออกอากาศเนื้อหาทั้งรายการสดและรายการที่เก็บไว้เผยแพร่ทีหลังต้องได้รับอนุญาตจากผู้ตรวจสอบเนื้อหาก่อน/p pนอกจากนี้ สถานีบีเอ็มเอฟยังถูกกล่าวหาว่าละเมิดกฎหมายการสื่อสารและสื่อผสมปี 2541 หมวด 206(3) ซึ่งระบุถึงการห้ามนำเสนอเนื้อหาที่ไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขของใบอนุญาต เว็บไซต์มาเลเซียอินไซเดอร์ระบุว่าพวกเขาไม่สามารถทราบได้แน่ชัดว่าทางสถานีละเมิดใบอนุญาต CASP-1 ในแง่ใด/p pแต่เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. ที่ผ่านมาคณะกรรมการ MCMC ของมาเลเซียได้โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงกรณีสถานีวิทยุบีเอ็มเอฟว่า มีการฟ้องร้องเนื่องจากสถานีบีเอ็มเอฟ 89.9 นำเสนอเนื้อหาที่อยู่นอกขอบเขตความเป็นสื่อธุรกิจ และการบันทึกเทปรายการไม่ได้รับการอนุมัติจากกระทรวงการพัฒนาศาสนาอิสลามของมาเลเซีย (JAKIM) โดยอ้าง "ประมวลกฎหมายด้านเนื้อหา" ของสภาเนื้อหาของสื่อและสื่อผสม (CMCF) ที่บีเอฟเอ็ม 89.9 เป็นสมาชิก ซึ่งระบุให้ผู้เผยแพร่เนื้อหาเกี่ยวกับศาสนาอิสลามทั้งหมดต้องได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานศาสนาของทางการก่อนการเผยแพร่/p pอย่างไรก็ตาม การเรียกร้องให้ปรับเงินสถานีวิทยุสร้างความไม่พอใจในหมู่ชาวมาเลเซียซึ่งมองว่าเป็นการลิดรอนเสรีภาพสื่อ มีชาวมาเลเซียจำนวนหนึ่งเดินขบวนรอบสถานีวิทยุและบอกว่าจะร่วมกันช่วยเหลือค่าปรับให้แก่สถานีเป็นเงินคนละ 10 ริงกิต (ราว 330 บาท)/p pสิ่งที่เรซา อัสลาน กล่าววิพากษ์วิจารณ์คือกรณีที่ศาลอุทธรณ์สั่งห้ามไม่ให้โบสถ์ศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกใช้คำว่า "อัลเลาะห์" ซึ่งเป็นคำเรียกพระเจ้าในภาษาอาหรับ อัสลานกล่าวอีกว่าชาวคริสต์ในตะวันออกกลางก็ใช้คำว่า "อัลเลาะห์" เวลาเอ่ยถึงพระเจ้าเช่นเดียวกัน ซึ่งไม่ถือเป็นการคุกคามศาสนาอิสลาม อัสลานยังเคยระบุในหนังสือที่เขาเขียนว่าตามประวัติศาสตร์แล้วคำว่า "อัลเลาะห์" เป็นคำที่มีที่มาดั้งเดิมหมายถึงพระเจ้า การบอกว่าอัลเลาะห์เป็นพระนามของพระเจ้าเป็นความคิดที่ขัดกับหลักคัมภีร์อัลกุรอาน/p pnbsp;/p pbr /strongเรียบเรียงจาก/strong/p pBFM Radio fined RM10,000 over Reza Aslan ‘Allah’ interview, The Malaysian Insider, 16-12-2014br /a href="http://www.themalaysianinsider.com/malaysia/article/bfm-radio-fined-rm10000-over-reza-aslan-allah-interview"http://www.themalaysianinsider.com/malaysia/article/bfm-radio-fined-rm10000-over-reza-aslan-allah-interview/a/p pAuthorities deny religious issues as reason for its action against BFM, The Malaysian Insider, 17-12-2014br /a href="http://www.themalaysianinsider.com/malaysia/article/authorities-deny-religious-issues-as-reason-for-its-action-against-bfm#sthash.arokZ7ea.dpuf"http://www.themalaysianinsider.com/malaysia/article/authorities-deny-religious-issues-as-reason-for-its-action-against-bfm#sthash.arokZ7ea.dpuf/a/p pnbsp;/p pstrongข้อมูลเพิ่มเติมจาก/strong/p pเว็บไซต์กฎหมายการสื่อสารและสื่อผสมปี 2541 ของมาเลเซียbr /COMMUNICATIONS AND MULTIMEDIA ACT 1998 [ACT 588], MCMCbr /a href="http://www.skmm.gov.my/Legal/Acts/Communications-and-Multimedia-Act-1998-Reprint-200.aspx"http://www.skmm.gov.my/Legal/Acts/Communications-and-Multimedia-Act-1998-Reprint-200.aspx/a/p pa href="http://en.wikipedia.org/wiki/Reza_Aslan"http://en.wikipedia.org/wiki/Reza_Aslan/a/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="//feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/oOr5Xxfgd3s" height="1" width="1" alt=""/

ทหารแจ้งความนักธุรกิจเชียงรายโพสต์เฟซบุ๊ก ผิด ม.112

5 hours 29 min ago
!--break--!--break-- pnbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;br /17 ธ.ค.2557 a href="http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9570000144856"เว็บไซต์ASTVผู้จัดการออนไลน์/a รายงานว่า พล.ต.พัฒนา มาตร์มงคล ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จังหวัดทหารบกเชียงราย (กกล.รส.จทบ.ชร.) มอบหมายให้นายทหารเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ ร.ต.ท.ศรีเดช สุวรรณ์ ร้อยเวร สภ.เมืองเชียงราย เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. เพื่อให้ดำเนินคดีต่อผู้ใช้ชื่อ "Noom Praphat Darasawang" ในเฟซบุ๊กซึ่งมีเครือข่ายมากใน จ.เชียงราย เนื่องจากมีการแชร์รวมทั้งโพสต์ข้อความ และมีผู้ร่วมโพสต์ข้อความที่เข้าข่ายผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112/p pเว็บASTVผู้จัดการออนไลน์ ระบุว่า มีการนำข้อความของบุคคลอื่นๆ ที่ระบุเรื่องคำสอนของการไม่ให้คนลืมตัวมาโพสต์ต่อ พร้อมกับเบี่ยงเบนประเด็นด้วยการกล่าวหาโพสต์ต้นฉบับด้วยถ้อยคำที่รุนแรง และหยาบคาย ไม่สมเหตุผล ที่สำคัญยังพาดพิงไปถึงสถาบันเบื้องสูง ขณะที่ผู้ที่แชร์และโพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่หลายราย บางส่วนอยู่ในเครือข่ายของกลุ่มพลังมวลชนเดิมที่เคยเคลื่อนไหวในทำนองเดียวกัน แต่หลายครั้งไม่ปรากฏหลักฐานที่ทำให้บ่งชี้ฐานความผิดได้อย่างชัดเจน แต่เป็นไปในทำนองที่เข้าใจกันเอง หรือทำให้ผู้อ่านเกิดความเข้าใจได้หลายทาง/p pสำหรับเฟซบุ๊กของ Noom Praphat Darasawang ทางเจ้าหน้าที่ได้แปลชื่อเป็นภาษาไทย ก็สืบทราบเบื้องต้นว่าคือนายประภาส อายุ 41 ปี ชาว อ.เชียงของ จ.เชียงราย เป็นเจ้าของกิจการนำเที่ยวจากไทยไปประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนผู้ที่ร่วมโพสต์ข้อความบางคนที่หมิ่นเหม่ทำงานอยู่ในสถานศึกษาบางแห่งใน อ.เมืองเชียงราย ด้วย ทาง ร.ต.ท.ศรีเดชได้รับเรื่องร้องทุกข์เอาไว้ตามคดีอาญาที่ 1989/ 2557 ปจว.ข้อ 3 ก. เพื่อทำการตรวจสอบหาตัวผู้ที่ถูกแจ้งมาดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไปnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="//feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/K5s9rqhWW7A" height="1" width="1" alt=""/

ตลาดนัดไอเดียสปช. เสนอเพิ่มอิสระการคลังท้องถิ่น ตั้งกรรมการจริยธรรมธรรมาภิบาลแห่งชาติ

13 hours 52 min ago
pกมธ.ปฏิรูปการเมือง เสนอให้เลือกนายกฯ-ครม. โดยตรง ขณะที่สมาชิกหลายคน ไม่เห็นด้วยหวั่นมีอำนาจมากเกิน nbsp;กมธ.ปฏิรูปการปกครองท้องถิ่นเสนอจัดสรรงบตามพื้นที่และภารกิจเพื่อให้เกิดความยืดหยุ่น กมธ.ปฏิรูปการบริหารแผ่นดินเสนอตั้งคณะกรรมการจริยธรรมและธรรมาภิบาลแห่งชาติ/p p!--break--!--break--/p p17 ธ.ค. 2557 การประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในวันนี้ โดยมี นายเทียนฉาย กีระนันท์ ประธาน สปช. เป็นประธานการประชุม พิจารณาข้อเสนอของคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำสภาปฏิรูปแห่งชาติถึงแนวทางยกร่างรัฐธรรมนูญต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 โดยนายพงศ์โพยม วาศภูติ ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการปกครองท้องถิ่น เสนอให้กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น และให้รัฐ ส่งเสริมความเป็นอิสระทางการคลังของท้องถิ่น โดยจัดให้มีระบบคู่ขนาน คือการจัดสรรงบประมาณตามพื้นที่ ควบคู่การจัดสรรงบประมาณตามภารกิจ ภายใต้หลักการที่มุ่งสร้างความยืดหยุ่นคล่องตัวให้ท้องถิ่น ซึ่งรายได้ของรัฐที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นใดให้ขึ้นบัญชีเป็นรายได้ท้องถิ่นนั้น ทั้งนี้ รายได้ที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นให้จัดสรรแก่ท้องถิ่นไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 นอกจากนี้ ต้องมีระบบการคัดกรองที่ดีเพื่อให้ได้ผู้มีคุณธรรมเข้ามาบริหารงานท้องถิ่น และประชาชนต้องถอดถอนผู้นำท้องถิ่นได้/p pสมาชิกสปช.ส่วนใหญ่อภิปรายเห็นด้วยกับข้อเสนอของกรรมาธิการฯ แต่แสดงความเป็นห่วงเรื่องการเลือกตั้งสมาชิกขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่พบว่ามีปัญหาเรื่องทุจริตคอรัปชั่นจำนวนมาก และต้องหามาตรการป้องกันแก้ไขไม่ให้เกิดปัญหาอีก อีกทั้งต้องจัดดุลอำนาจในท้องถิ่นด้วยการเพิ่มกลไกดูแลตรวจสอบฝ่ายต่างๆ อาทิ ตั้งสภาพลเมือง สภาประชาชน เพื่อดูแลกำกับและตรวจสอบการทำงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น/p pนายเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง สมาชิก สปช. อภิปรายว่า ต้องให้ความสำคัญองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ด้วยการกระจายอำนาจ และอยากเห็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นรัฐธรรมนูญของประชาชนอย่างแท้จริง เนื่องจากการทุจริตที่เกิดขึ้นมากเพราะไม่กระจายอำนาจลงสู่ท้องถิ่น จึงฝากไปถึงผู้มีอำนาจว่าอย่าหวงอำนาจ/p pนายวุฒิสาร ตันไชย กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่ากรรมาธิการรับฟังข้อเสนอแล้วได้แนวทางใหม่ที่สอดคล้องกับแนวคิดกระจายอำนาจ ซึ่งเป็นพื้นฐานของการปฏิรูป หลายเรื่องสามารถบรรจุไว้ได้ในรัฐธรรมนูญ และรัฐธรรมนูญใหม่ควรวางหลักการสำคัญและวางเรื่องใหม่ในการปฏิรูปประเทศ ซึ่งการกระจายอำนาจต้องเชื่อมโยงกับเรื่องอื่นๆ ด้วย ดังนั้น ในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญต้องเปิดกว้างเพื่อความหลากหลาย รวมถึงต้องทบทวนกฎหมายที่มีอยู่ และยกร่างกฎหมายใหม่เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการกระจายอำนาจอย่างแท้จริง/p pstrongกมธ.ปฏิรูปการบริหารแผ่นดินเสนอตั้งกก.ธรรมาภิบาลแห่งชาติ/strong/p pขณะที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน นายธีรยุทธ หล่อเลิศรัตน์ ประธานกรรมาธิการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน เสนอให้จัดตั้งคณะกรรมการจริยธรรมและธรรมาภิบาลแห่งชาติ เพื่อรับผิดชอบพัฒนาระบบและกลไกเกี่ยวกับการใช้หลักธรรมาภิบาล การบริหารราชการแผ่นดิน รวมทั้งลดการแทรกแซงของภาครัฐในกลไกตลาด และการบริหารราชการแผ่นดินต้องจัดแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะยาวที่มุ่งเน้นผลประโยชน์ชาติและประชาชนอย่างแท้จริง โดยไม่ยึดตามนโยบายพรรคการเมืองที่ใช้หาเสียงจนขาดความต่อเนื่อง ไม่รอบคอบ/p pนายดิเรก ถึงฝั่ง สมาชิก สปช. ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอขององค์กรต่างๆ ที่ให้มี พ.ร.บ.ระเบียบบริหารจังหวัดปกครองตนเอง เพราะจะเป็นอันตรายต่อความมั่นคง เนื่องจากจะต้องยกเลิกหน่วยงานของท้องถิ่น แต่เห็นด้วยกับการกระจายอำนาจการปกครองท้องถิ่นและให้คงการปกครองส่วนภูมิภาคไว้ พร้อมขอเสนอให้มอบอำนาจการบริหารจัดการงบประมาณให้จังหวัด โดยจังหวัดสามารถตั้งงบประมาณขึ้นมาตามโครงการต่างๆที่ท้องถิ่นเสนอ ซึ่งจะสามารถลดภาระการบริหารงานของส่วนกลางและทำให้เกิดความเท่าเทียมของประชาชนในแต่และท้องถิ่นได้ พร้อมกันนี้ยังเสนอให้จังหวัดเป็นศูนย์รวมอำนาจในการบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาในจังหวัดของตัวเองได้โดยไม่ขึ้นกับส่วนกลาง/p pstrongสปช.หลายคนค้านเลือกนายกฯโดยตรง หวั่นอำนาจมากไป/strong/p pนอกจากนี้ นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปด้านการเมือง เสนอให้ประชาชนเลือกตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยตรง โดยให้พรรคการเมืองระบุชื่อนายกรัฐมนตรีและ ครม.ทั้งคณะ หากปรากฏว่าการเลือก ครม. รอบแรกไม่มีผู้สมัครคณะใดได้รับคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ให้นำคณะที่ได้คะแนนอันดับหนึ่งและสองมาเลือกตั้งใหม่ภายในเวลาที่กำหนด/p pทั้งนี้ ระหว่างการเลือกตั้งให้มีรัฐบาลรักษาการ โดยให้ปลัดกระทรวงทำหน้าที่รักษาการแทนรัฐมนตรี ส่วนการเลือกตั้ง ส.ส.กำหนดให้มี ส.ส. 350 คน โดยใช้ระบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ซึ่งผู้สมัครจะเป็นสมาชิกพรรคการเมืองหรือไม่ก็ได้ ส่วนที่มาส.ว.ให้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนจังหวัดละ 1 คน รวม 77 คน และเลือกจากกลุ่มองค์กรวิชาชีพและกลุ่มอาชีพอื่นๆ อีก 77 คน รวมทั้งหมด 154 คน/p pคณะกรรมาธิการฯ ยังเสนอให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีอำนาจฟ้องคดีได้เอง ไม่ต้องผ่านอัยการ และให้คดีทุจริตไม่มีอายุความ ควรตั้งศาลว่าด้วยคดีทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการและให้พนักงานอัยการสามารถสอบสวนคดีอาญาได้โดยตรง เพื่อสอดคล้องหลักสากล โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจมีอำนาจเพียงการจับกุม/p pจากนั้นเปิดโอกาสให้สมาชิก สปช. ที่ลงชื่อไว้ 39 คน อภิปราย มีสมาชิกหลายคนอภิปรายไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของกรรมาธิการเสียงข้างมาก เช่น นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ เสนอให้มองภาพรวม ไม่ใช่แก้ปัญหาหนึ่งแต่ทำให้เกิดปัญหาหนึ่ง เช่นเลือกนายกรัฐมนตรีตรง อาจทำให้เกิดปัญหาการแทรกแซงนายกรัฐมนตรีโดยตรง ส่วนแนวทางการแก้ปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียง ควรลดทอนอำนาจ กกต. ให้มีศาลคดีเลือกตั้ง อีกทั้งเห็นว่าไม่ควรควบรวม ป.ป.ช.คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) เข้าเป็นองค์กรเดียวกัน แต่ให้บูรณาการการทำงาน/p pนายชัย ชิดชอบ สมาชิก สปช. ไม่เห็นด้วยการเลือกนายกรัฐมนตรีโดยตรง เพราะเชื่อว่าไม่สามารถขจัดนายทุนพรรค หรือลดการซื้อสิทธิขายเสียงได้ และที่ผ่านมา ไม่มีใครสามารถจับนักการเมืองที่ทุจริตได้ ควรบัญญัติให้นายกรัฐมนตรีมาจากหัวหน้าพรรคการเมืองและต้องเป็น ส.ส. ส่วน ครม. เป็นอำนาจของสภาฯ ที่จะเห็นชอบ และต้องบัญญัติกลไกขจัดการทุจริตด้วย/p p“จากเดิมเลือก ส.ส. คนนึง อาจเสียเงิน 100-500 บาท ต่อไป เลือกทั้ง ส.ส. และ ครม. คงต้องเสียไม่ต่ำกว่า 1,000-10,000 บาท ผมอยากให้รัฐธรรมนูญมีมาตรการสกัดกั้น การซื้อสิทธิขายเสียงให้ชัดเจน” นายชัย กล่าว/p pนายดิเรก ถึงฝั่ง สมาชิก สปช. อภิปรายว่า ส.ว.ต้องมาจากการเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว เพราะปี 2550 เกิดปัญหาระหว่าง ส.ว. สรรหาและ ส.ว. เลือกตั้ง ที่ ส.ว. เลือกตั้งเข้าชื่อยื่นให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาของ ส.ว. อีกทั้ง ส.ว.สรรหาไม่ได้มาจากประชาชนโดยตรง และ ส.ส.ต้องสังกัดพรรคการเมือง เพราะพรรคการเมืองเป็นหัวใจในการปกครองของระบบพรรคการเมือง ดังนั้น พรรคการเมือง ต้องถูกส่งเสริมให้มีความเข้มแข็ง ส่วนจำนวน ส.ส. เห็นว่า จำนวน ส.ส.เท่าเดิม คือ 500 คน โดย 400 คน มาจากการเลือกตั้ง และอีก 100 คนมาจากบัญชีรายชื่อนั้นมีความเหมาะสมแล้ว/p pนายประสาร มฤคพิทักษ์ สมาชิก สปช. อภิปรายว่า ไม่เห็นด้วยกับการเลือกนายกรัฐมนตรีและ ครม. โดยตรง เพราะไม่ได้ลดอำนาจรัฐ แต่กลับเพิ่มอำนาจรัฐมากยิ่งขึ้น และจะทำให้เกิดปัญหาเช่นเดียวกับที่ผ่านมา ที่รัฐบาลมีอำนาจและเสถียรภาพมากจนเกินไป ไม่รับฟังเสียงของประชาชน และทำให้ยากต่อการตรวจสอบ เช่นเดียวกับนายไพบูลย์ นิติตะวัน มองว่าจะยิ่งเป็นการเพิ่มปัญหามากขึ้น เพิ่มอำนาจให้เกิดการผูกขาดของพรรคการเมือง พร้อมกันนี้เปรียบเทียบว่าที่ผ่านมาพรรคการเมืองของไทย เป็นเพียงบริษัทนิติบุคคล ที่ให้โอกาสกลุ่มทุนการเมืองและนักการเมืองที่แสวงหาอำนาจ เข้ามาแสวงหาประโยชน์/p pด้านนายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิก สปช. เห็นว่า ส.ส. ต้องมาจากการเลือกตั้งและจากบัญชีรายชื่อ ขณะที่ ส.ว. มาจากการเลือกตั้งจังหวัดละ 1 คน และจากการเลือกตั้งองค์กรวิชาชีพต่างๆ พร้อมกันนี้เสนอให้มีศาลปราบปรามทุจริตการเลือกตั้ง และศาลเลือกตั้ง เพื่อตัดสินคดีต่างๆที่เกิดจากการทุจริตการเลือกตั้ง/p pขณะที่นายคำนูณ สิทธิสมาน ยืนยันว่าข้อเสนอทั้งหมด กรรมาธิการยกร่างฯ จะนำไปพิจารณา รวมถึงข้อเสนอที่ให้เลือกตั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีโดยตรง ซึ่งประเด็นนี้แม้จะกรรมาธิการยกร่างฯ บางคนสนับสนุน แต่ขอตั้งข้อสังเกต ว่า กรรมาธิการปฏิรูปการเมือง ไม่ได้ให้หลักประกัน ว่าการเลือกตั้งครั้งใหญ่ จะป้องกันการใช้เงินในระบบเลือกตั้งเป็นจำนวนมากได้อย่างไร ขณะที่กระแสสังคมก็ไม่เห็นด้วยในประเด็นเรื่องการเลือกนายกฯและครม. โดยตรง/p p“แม้แต่ตัวนายบวรศักดิ์ ประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเอง ก็เปิดเผยในห้องประชุมหลายครั้งว่า เคยทำผิดพลาด แล้ว 2-3ครั้ง ที่ไม่สามารถขจัดปัญหาที่มาจากระบบการเลือกตั้งได้ และไม่อยากให้มันซ้ำรอยอีก” นายคำนูณ กล่าว/p pnbsp;/p pspan style="color:#696969;"emเรียบเรียงจาก a href="http://www.tnamcot.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87/page/2/"สำนักข่าวไทย/a/em/span/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="//feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/pdXCufeOEIo" height="1" width="1" alt=""/

โฆษกบัวแก้วเผย ‘กัมพูชา-ลาว’ ยันไม่ให้ใครใช้เป็นฐานเคลื่อนการเมืองละเมิดสถาบัน

14 hours 14 min ago
pโฆษกกระทรวงต่างประเทศ ชี้ประเทศตะวันตกแม้ยึดมั่นค่านิยมประชาธิปไตย-สิทธิมนุษยชน แต่ต้องมองความสัมพันธ์ระหว่างกันระยะยาว คาดไม่ให้ใครใช้ประเทศเป็นฐานในการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ส่งผลกับมิตรประเทศ/p p!--break--!--break--/p p17 ธ.ค. 2557 นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์กรณีนายกรัฐมนตรีสั่งให้เร่งทำความเข้าใจกับต่างชาติกรณีผู้ละเมิดกฎหมาย มาตรา 112 หรือหมิ่นประมาทกษัตริย์ ที่เคลื่อนไหวอยู่ในต่างประเทศว่า กระทรวงการต่างประเทศได้ประสานกับสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศต่างๆ รวมถึงสถานเอกอัครราชทูตต่างประเทศในไทยเป็นระยะ กรณีที่มีข่าวว่ามีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลเข้าไปเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือดำเนินการที่เป็นการล่วงละเมิดต่อสถาบัน ซึ่งประเทศเพื่อนบ้านไม่ว่ากัมพูชาและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวยืนยันว่าจะไม่ให้ใครใช้ประเทศของเขาเป็นฐาน เพื่อเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างแน่นอน/p p“ส่วนประเทศที่มีข่าวหรือการให้สัมภาษณ์ของบุคคลที่เคลื่อนไหวทางการเมือง กระทรวงการต่างประเทศตรวจสอบแล้วไม่พบว่าบุคคลดังกล่าวอยู่ในประเทศนั้น แต่อาศัยช่องทางการสื่อสารหรือโซเชียลมีเดียในการให้สัมภาษณ์ ทั้งนี้ หลายประเทศโดยเฉพาะชาติตะวันตกมองว่าไทยเป็นพันธมิตรที่เก่าแก่ และมีผลประโยชน์ร่วมกัน เราเข้าใจดีว่าประเทศเหล่านี้ยึดมั่นในค่านิยมประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน แต่เขาต้องมองถึงความสัมพันธ์ระหว่างกันระยะยาว และไม่ให้ใครใช้ประเทศเป็นฐานในการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ส่งผลกับมิตรประเทศ” นายเสข กล่าว/p pโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ปัจจุบันไทยกำลังปฏิรูปประเทศในทุกภาคส่วน ผู้ที่อยู่ในต่างประเทศหรือมีความเห็นใดๆ สามารถส่งผ่านช่องทางของสถานเอกอัครราชทูตไทยในต่างประเทศได้ กระทรวงการต่างประเทศพร้อมจะส่งผ่านความเห็นเหล่านี้ไปยังสภาปฏิรูปแห่งชาติต่อไป/p pnbsp;/p pemspan style="color:#696969;"เรียบเรียงจาก /spana href="http://www.tnamcot.com/2014/12/17/%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9B/"span style="color:#696969;"สำนักข่าวไทย/span/a/em/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="//feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/jQEnGVSI3DQ" height="1" width="1" alt=""/

ประชุมซุปเปอร์บอร์ดรับทราบกรอบงบลงทุนรัฐวิสาหกิจ 3.7 แสนล้านปี 58

14 hours 43 min ago
!--break--!--break-- pnbsp;/p p17 ธ.ค.2557 เว็บไซต์a href="http://www.thaigov.go.th/th/government-th1/item/88448-id88448.html" thaigov.go.th/a รายงานว่า ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ครั้งที่ 2/2558 โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยรองนายกรัฐมนตรี ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน โดยมีผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกำกับนโยบายรัฐวิสาหกิจเป็นกรรมการและเลขานุการก่อนเปิดการประชุม/p pหลังจากเสร็จสิ้นการประชุมฯ นายกุลิศ สมบัติศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกำกับนโยบายรัฐวิสาหกิจ ได้แถลงผลการประชุมฯ โดยสรุปสาระสำคัญดังนี้/p pที่ประชุมรับทราบการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจประจำปี 2557 ซึ่งคาดว่าจะสามารถเบิกจ่ายได้รวม 222,156 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 65 nbsp;จากเป้าหมายที่วงเงิน 342,583 ล้านบาท และรับทราบกรอบงบลงทุนประจำปี 2558 nbsp;ของรัฐวิสาหกิจจำนวนรวม 373,252 ล้านบาท โดย ณ เดือนพฤศจิกายน 2557 รัฐวิสาหกิจสามารถเบิกจ่ายงบลงทุนได้ 10,126 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ nbsp;53 จากเป้าหมายที่วงเงิน 19,162 nbsp;ล้านบาท นอกจากนี้ยังได้นำระบบ PFMS – SOEs ซึ่งเป็นการติดตามในลักษณะรายสัญญาโครงการ มาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใสในการติดตามการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจด้วย/p pนอกจากนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบในหลักการกรอบการดำเนินงานของโครงการโทรคมนาคมของประเทศ โดยให้ภาครัฐคงบทบาทการดำเนินงานด้านโครงสร้างพื้นฐานอินเตอร์เน็ตเกตเวย์ เคเบิ้ลใต้น้ำระหว่างประเทศ และด้านบริการ Fixed Line อินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์nbsp; และลดบทบาทภาครัฐกลุ่มบทบาทด้าน IDC และ Cloud nbsp;สำหรับกลุ่มเสาโทรคมนาคมและโทรศัพท์เคลื่อนที่nbsp; ซึ่งควรมีการศึกษาความเป็นไปได้เพิ่มเติมอีก โดยให้มีการศึกษากรอบดังกล่าวข้างต้นและนำเสนอในที่ประชุมฯ ในครั้งต่อไปnbsp; สำหรับแผนแก้ไขปัญหาของ ทีโอที และ กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ควรเพิ่มเติมการลดค่าใช้จ่ายไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และให้กำหนดตัวชี้วัดที่สะท้อนความสำเร็จในการดำเนินงานตามแผนแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วย/p pพร้อมกันนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบเหตุผลและทางเลือกในการปรับปรุงรูปแบบการกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ ตามที่คณะอนุกรรมการพัฒนาระบบกำกับดูแลและระบบบรรษัทภิบาลของรัฐวิสาหกิจเสนอ ซึ่งที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบในหลักการให้คณะอนุกรรมการดังกล่าว ศึกษารูปแบบหน่วยงานที่จะกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจให้เป็นลักษณะรวมศูนย์ และนำเสนอที่ประชุมคราวต่อไป/p pทั้งนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาและมีมติในหลักการเรื่องแก้ไขแบบรายละเอียดของโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง (ช่วงบางซื่อ – รังสิต) ของการรถไฟแห่งประเทศไทยnbsp;(รฟท.) เพื่อให้สถานีบางซื่อเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งทางรถไฟแห่งใหม่ของกรุงเทพมหานคร และสามารถรองรับรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่จะวิ่งเข้าสถานีบางซื่อไว้ในคราวเดียวกัน โดยที่ประชุมได้มีข้อสังเกตให้พิจารณาเพิ่มเติมในการแก้ไขแบบของรถไฟฟ้าสายสีแดงสอดคล้องกับโครงการลงทุนภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศnbsp; พร้อมทั้งให้กระทรวงคมนาคมกำกับดูแลการปรับเพิ่มกรอบวงเงินค่าก่อสร้างให้มีความเหมาะสมและโปร่งใส โดยเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการกำหนดราคาไว้ด้วย/p pตลอดจนที่ประชุมได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบในหลักการให้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ดำเนินโครงการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) ในพื้นที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นโครงการลงทุนนำร่องของระบบ Smart Grid nbsp;เพื่อปรับใช้กับพื้นที่อื่น ในวงเงินลงทุนรวม 1,069 ล้านบาท โดยใช้แหล่งเงินกู้ในประเทศวงเงิน 800 ล้านบาท และเงินรายได้ของ กฟภ. วงเงิน 269 ล้านบาท และให้ กฟภ. ทยอยกู้เงินตามความจำเป็น/p pในตอนท้ายของการประชุมฯ ที่ประชุมได้รับทราบข้อเสนอการปฏิรูปการบริหารจัดการรัฐวิสาหกิจไทย ตามที่สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจ เสนอ โดยมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการฯ นำข้อมูลดังกล่าวไปประกอบการพิจารณาเพื่อปฏิรูปรัฐวิสาหกิจต่อไป/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="//feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/6M7og2xwzB4" height="1" width="1" alt=""/

เอ็นจีโออีสานเรียกร้องพรรคพวกทบทวน ปฏิรูปโดยไร้เสรีภาพ? เหตุจากกรณีบ้านดอนแดง

15 hours 46 min ago
!--break--!--break-- p17 ธ.ค.2557 เอ็นจีโออีสาน 33 รายลงชื่อในจดหมายเปิดผนึกถึงเอ็นจีโอในอีสานด้วยกัน ระบุให้ทบทวนการยอมรับคำสั่งทหารที่ไม่ให้จัดเวทีประชุมเครือข่ายป่าไม้-ที่ดิน ในพื้นที่บ้านดอนแดง จ.มหาสารคามnbsp;br /br /"ห้ามปรามการเคลื่อนไหวของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ ผู้เป็นเจ้าของปัญหาความเดือดร้อนจากโครงการพัฒนา และนโยบายของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องป่าไม้-ที่ดิน น้ำ และเหมืองแร่ รวมถึงคุกคามการทำงานของเอ็นจีโอ และเครือข่ายองค์กรประชาชน ดังนั้นขบวนเอ็นจีโออีสาน จะต้องกลับมาทบทวนบทบาทและทิศทาง การทำงาน ของตัวเอง หรือเราจัดทำข้อเสนอเข้าไปสู่กระบวนการปฏิรูปที่พี่น้องเราไม่มีสิทธิ เสรีภาพในแสดงความคิดเห็นใดๆ หรือเราจะใช้ วิธีล็อบบี้ นำข้อเรียกร้องไปให้ผู้มีอำนาจ ซึ่งจากเหตุการณ์ที่ดอนแดงกระจ่างชัดแล้วว่าnbsp;“ประชาชนต้องกำหนดอนาคตตนเอง ไม่ใช่ใครสั่งให้เงียบ และทางใครทางมันnbsp;!!!"br /br /รายละเอียดมีดังนี้nbsp;/p p style="text-align: center;"จดหมายเปิดผนึกถึง พี่ น้อง อพช. ภาคอีสาน/p p style="text-align: center;"เหตุเกิดที่ดอนแดงnbsp;!!!nbsp;เราต้องทบทวนท่าทีต่อการปฏิรูป/p pจากเหตุการณ์เมื่อตอนเย็นของวันที่nbsp;14nbsp;ธ.ค.ที่ผ่านมา ได้มีกองกำลังทหาร ตำรวจ และกองอาสารักษาดินแดน (อส.) จังหวัดมหาสารคาม มากกว่าnbsp;60nbsp;นาย เข้าไปภายในบริเวณอาศรมไทบ้านดอนแดง อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม พร้อมกับตรึงกำลังหน้าประตูทางเข้าอาศรมฯ เพื่อไม่ให้กลุ่มชาวบ้านในนาม "เครือข่ายป่าไม้-ที่ดิน ภาคอีสาน" เข้าไปจัดการประชุมในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่nbsp;15nbsp;ธ.ค. ภายใต้ชื่องาน "ยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาป่าไม้-ที่ดิน และการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ฉบับประชาชน ภาคอีสาน" เมื่อได้รับสัญญาณแจ้งเตือนจากงานข่าวกองกำลังทั้งnbsp;3nbsp;ฝ่าย ก็ไม่นิ่งนอนใจ เร่งรุดไประงับเหตุโดยทันที/p pเนื่องจากการรวมตัวกันของเครือข่ายกรณีปัญหาป่าไม้-ที่ดิน เป็นชาวบ้านกลุ่มใหญ่และมีเครือข่ายกระจายตัวอยู่ทั่วภาคอีสาน มีประวัติศาสตร์การต่อสู้มาอย่างยาวนานและโชกโชน บนปัญหาปากท้อง ที่ดินทำกิน และที่สำคัญก็คือมีหัวขบวนที่เป็นเอ็นจีโอและแกนนำหลายคนเคยร่วมกระบวนการต่อสู้ตั้งแต่ยุค คจก. (โครงการจัดสรรที่ดินทำกินให้กับราษฎรผู้ยากไร้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เสื่อมโทรม (ช่วงปีพ.ศ.2534 –2535)nbsp;)nbsp;เมื่อกว่าnbsp;20nbsp;ปีก่อน แต่พอมาถึงยุคที่มีการประกาศใช้กฎอัยการศึกnbsp;nbsp;และตามมาด้วยประกาศคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่nbsp;64nbsp;และnbsp;66nbsp;/2557nbsp;ได้ส่งผลกระทบต่อชาวบ้านผู้อาศัยในที่ทำกินอยู่ในพื้นที่ป่าชุมชนมาก่อนทั่วประเทศ ซึ่งจากการรวบรวมประเด็นปัญหาพบว่า ชาวบ้านในอีสานถูกดำเนินคดีจากนโยบายขอคืนพื้นที่ป่าแล้ว103nbsp;ราย มีผู้ถูกออกหมายเรียกnbsp;1,764nbsp;ราย ดังนั้นฝ่ายความมั่นคงฯ ไม่เชื่อว่าการประชุมดังกล่าว จะไม่มีการพูดคุยในเรื่องการเมือง หรือ การวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ คสช.และวิจารณ์นโยบายของรัฐบาล จึงมีคำสั่งห้ามจัดการประชุมทันทีnbsp;!!!/p pจากการพูดคุยเจรจากันระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐ (ประกอบด้วยทหาร ตำรวจ และนายอำเภอบรบือ) และแกนนำผู้จัดงาน จึงได้มีบันทึกข้อตกลงร่วมกันโดยฝ่ายประชาชนยอมรับทุกเงื่อนไข ทำให้ไม่สามารถจัดเวทีได้ตามความมุ่งหมายเพื่อจะจัดทำข้อเสนอต่อกระบวนการทำงานแก้ไขปัญหาป่าไม้-ที่ดิน และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติของภาคอีสาน เสนอต่อรัฐบาล และสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กลับกลายเป็นการทำความสะอาด ซ่อมแซมอาศรม พร้อมกำชับให้อยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง อย่างเคร่งครัด และเที่ยงวันให้แยกย้ายกลับบ้าน/p pเหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าในภาคอีสานและทั่วประเทศ เมื่อเจ้าหน้าที่รัฐ ห้ามปรามการเคลื่อนไหวของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ ผู้เป็นเจ้าของปัญหาความเดือดร้อนจากโครงการพัฒนา และนโยบายของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องป่าไม้-ที่ดิน น้ำ และเหมืองแร่ รวมถึงคุกคามการทำงานของเอ็นจีโอ และเครือข่ายองค์กรประชาชน ดังนั้นขบวนเอ็นจีโออีสาน จะต้องกลับมาทบทวนบทบาทและทิศทาง การทำงาน ของตัวเอง หรือเราจัดทำข้อเสนอเข้าไปสู่กระบวนการปฏิรูปที่พี่น้องเราไม่มีสิทธิ เสรีภาพในแสดงความคิดเห็นใดๆ หรือเราจะใช้ วิธีล็อบบี้ นำข้อเรียกร้องไปให้ผู้มีอำนาจ ซึ่งจากเหตุการณ์ที่ดอนแดงกระจ่างชัดแล้วว่าnbsp;“ประชาชนต้องกำหนดอนาคตตนเอง ไม่ใช่ใครสั่งให้เงียบ และทางใครทางมันnbsp;!!!/p p style="text-align: right;"ขอแสดงความนับถือ/p p style="text-align: right;"17nbsp;ธันวาคมnbsp;nbsp;2557/p pnbsp;/p pลงชื่อ/p p1.nbsp;nbsp;นายสุวิทย์nbsp;nbsp;กุหลาบวงษ์/p p2.nbsp;nbsp;นายเลิศศักดิ์nbsp;nbsp;คำคงศักดิ์/p p3.nbsp;nbsp;นายสิริศักดิ์nbsp;nbsp;สะดวก/p p4.nbsp;nbsp;นายปัญญาnbsp;nbsp;คำลาภ/p p5.nbsp;nbsp;นายเดชาnbsp;nbsp;คำเบ้าเมือง/p p6.nbsp;nbsp;นายศิระศักดิ์nbsp;nbsp;คชสวัสดิ์/p p7.nbsp;nbsp;น.ส.ชลธิชาnbsp;nbsp;ตั้งวรมงคล/p p8.nbsp;nbsp;นายวิทูวัจน์ ทองบุ/p p9.nbsp; น.ส.ณัฐพร อาจหาญ/p p10.nbsp; นายอดิศักดิ์nbsp; ตุ้มอ่อน/p p11.nbsp; นายนิติกรnbsp; ค้ำชู/p p12. nbsp;นายยงยุทธnbsp; ดงประถา/p p13.nbsp; น.ส.ศิรินาฏnbsp; มาตรา/p p14.nbsp; น.ส.พิณทองnbsp; เลห์กันต์/p p15.nbsp; นายอภินันต์nbsp; บุญทอน/p p16.nbsp; น.ส.คำปิ่นnbsp; อักษร/p p17.nbsp; นายจิรศักดิ์nbsp; ตรีเดช/p p18.nbsp; นายวีรพลnbsp; ป้านภูมิ/p p19.nbsp; น.ส.วงเดือนnbsp; มาลีหวล/p p20.nbsp;nbsp;นายณัฐวุฒิ กรมภักดี/p p21.nbsp;nbsp;นายสมพงศ์ อาษากิจ/p p22.nbsp;nbsp;นายยงยุทธ พงสาลี/p p23.nbsp;nbsp;นายกิตติชัย แสงศรี/p p24.nbsp;nbsp;นายสุทธิศักดิ์ ดีรักษา/p p25.nbsp;nbsp;น.ส.พรไพลิน แก้ววังปา/p p26.nbsp;nbsp;นายหัสพงษ์ แจ้งทองไทย/p p27.nbsp;nbsp;น.ส.วลีรัตน์nbsp;nbsp;ชูวา/p p28.nbsp;nbsp;นายธนศักดิ์nbsp;nbsp;โพธิ์ศรีกุล/p p29.nbsp;nbsp;น.ส.สดใสnbsp;nbsp;สร่างโสก/p p30.nbsp;nbsp;นายพงศธรnbsp;nbsp;กาพมณีย์/p p31.nbsp;nbsp;นายณัฐิวุฒิnbsp;nbsp;นาจอมทอง/p p32.nbsp;น.ส.มิ่งขวัญnbsp;nbsp;ถือเหมาะ/p p33.nbsp;nbsp;น.ส.กมลชนกnbsp;nbsp;โจทย์ครบุรี/p pnbsp;/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="//feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/ciXrWreHpUU" height="1" width="1" alt=""/

สหภาพฟูจิคูระยุติชุมนุมแล้ว หลังบรรลุข้อตกลงกับนายจ้าง

Wed, 17/12/2014 - 21:46
!--break--!--break-- div id="fb-root"nbsp;/div script(function(d, s, id) { var js, fjs = d.getElementsByTagName(s)[0]; if (d.getElementById(id)) return; js = d.createElement(s); js.id = id; js.src = "//connect.facebook.net/th_TH/all.js#xfbml=1"; fjs.parentNode.insertBefore(js, fjs); }(document, 'script', 'facebook-jssdk'));/scriptdiv class="fb-post" data-href="https://www.facebook.com/workazineonline/posts/536484146488102" data-width="466" div class="fb-xfbml-parse-ignore"a href="https://www.facebook.com/workazineonline/posts/536484146488102"โพสต์/a by a href="https://www.facebook.com/workazineonline"Workazine/a./div /div pnbsp;/p pเมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 2557 ที่ผ่านมาสหภาพแรงงานฟูจิคูระ เปิดเผยว่าบรรลุข้อตกลงในการเจรจากับบริษัทแล้ว ดังนี้ ข้อ 1. เงินโบนัส 2.75 เงื่อนไขที่ทางนายจ้างยกเว้นให้คือ ลาป่วยไม่เกิน 30 วัน และลากิจเข้าเงื่อนไข 4 วัน ข้อ 2. เบี้ยขยันขั้นบันได 800, 900 และ 1,000 บาท และข้อ 3. พนักงานที่ออกมาเรียกร้องจะได้รับค่าจ้างและเบี้ยขยันตามปกติ ตั้งแต่วันแรกที่นัดหยุดงานและไม่มีความผิดใดๆ ทั้งสิ้น/p pทั้งนี้ทางสหภาพแรงงานได้ยุติการนัดหยุดงานและการชุมนุมเรียกร้องหน้าโรงงานในวันนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="//feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/cJqK6fuwJmk" height="1" width="1" alt=""/

สหภาพจอร์จี้ แจ้งพิพาทแรงงาน-ขอพนักงานประนอมจากส่วนกลาง

Wed, 17/12/2014 - 21:22
divสหภาพแรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอและตัดเย็บเสื้อผ้าสัมพันธ์ ของบริษัท จอร์จี้ แอนด์ ลู แจ้งข้อพิพาทแรงงาน เพื่อให้บริษัทฯ กลับสู่โต๊ะเจรจา ขอพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานจากส่วนกลาง ระบุพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานเชียงใหม่อาจไม่สามารถดำเนินการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทแรงงานได้อย่างเป็นกลาง/div p!--break--!--break--/p divnbsp;/div div style="text-align: center;"img alt="" src="http://www.prachatai.com/sites/default/files/u15/LOGO.jpg" style="width: 555px; height: 557px;" //div divnbsp;/div divnbsp;/div div17 ธ.ค. 2557 สหภาพแรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอและตัดเย็บเสื้อผ้าสัมพันธ์ ซึ่งเป็นสหภาพแรงงานของบริษัทจอร์จี้ แอนด์ ลู จำกัด เปิดเผยว่าจากที่สหภาพแรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอและตัดเย็บเสื้อผ้าสัมพันธ์ได้ยื่นข้อเรียกร้องเพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างต่อบริษัทจอร์จี้ แอนด์ ลู จำกัด เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2557 และได้มีการเจรจาครั้งแรกในวันที่ 3 ธันวาคม 2557 ครั้งที่สองในวันที่ 9 ธันวาคม 2557 และครั้งที่สามในวันที่ 16 ธันวาคม 2557ตั้งแต่เวลา 15.00 - 15.30 น. และบริษัทฯ ยืนยันที่จะไม่มีการเจรจาครั้งต่อไปnbsp;/div divnbsp;/div divสหภาพแรงงานฯ จึงได้แจ้งข้อพิพาทแรงงานต่อพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานในวันที่ 17 ธันวาคม 2557 แต่เนื่องจากสหภาพแรงงานฯ มีความเห็นว่าพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานจังหวัดเชียงใหม่อาจไม่สามารถดำเนินการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทแรงงานได้อย่างเป็นกลางได้ ซึ่งสหภาพแรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอและตัดเย็บเสื้อผ้าสัมพันธ์ได้ทำหนังสือถึงอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ส่งไปเมื่อวันที่ 16 ธ.ค. ที่ผ่านมา และกำลังรอการตอบรับจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในส่วนกลาง/div divnbsp;/div divอนึ่งข้อเรียกร้องเพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างที่สหภาพแรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอและตัดเย็บเสื้อผ้าสัมพันธ์ ได้ยื่นต่อบริษัท จอร์จี้ แอนด์ ลู จำกัด โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้/div divnbsp;/div div1. ปัจจุบันอัตราค่าครองชีพสูงขึ้น ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของพนักงานสูงขึ้นไปด้วย ดังนั้นเพื่อให้พนักงานบริษัทจอร์จี้แอนด์ลู จำกัดได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี จึงขอ ให้บริษัทฯ จ่ายค่าจ้างให้กับพนักงานตามอัตราดังต่อไปนี้nbsp;/div div1.1 พนักงานรายเดือนขั้นต่ำเดือนละ 11,000 บาทnbsp;/div div1.2 พนักงานรายวัน วันละ 320 บาทnbsp;/div div1.3 พนักงานรายชิ้นตามที่ทำได้จริง และต่อวันต้องมีค่าจ้างไม่ต่ำกว่า 320 บาท/div divnbsp;/div div2. การทำงานของพนักงานบริษัทจอร์จี้ แอนด์ ลู จำกัด ในปีที่ผ่านมา ทุกคนได้ทำงานอย่างตั้งใจ เพื่อให้บริษัทฯ มีความก้าวหน้า ดังนั้นเพื่อเป็นกำลังใจกับพนักงานทุกคน จึงขอให้ให้บริษัทจ่ายโบนัสประจำปี 2557 ให้กับพนักงานทุกคนไม่ต่ำกว่า 2 เท่าของรายได้/div divnbsp;/div div3. ที่ผ่านมาบริษัทฯได้กำหนดวันลาหยุดพักผ่อนประจำปี ให้กับพนักงานที่ทำงานครบหนึ่งปีเป็นจำนวน 6 วัน ซึ่งสหภาพแรงงานฯ เห็นว่าหากบริษัทฯ กำหนดวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้กับคนงานมากกว่านี้ก็จะเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับพนักงาน ดังนั้นจึงขอให้บริษัทฯ เพิ่มวันหยุดพักผ่อนประจำปีดังนี้/div div3.1 พนักงานที่ทำงานติดต่อ 1 เดือน ถึง 1 ปี 6 วัน/div div3.2 พนักงานที่ทำงานติดต่อกันตั้งแต่ 1 ปี nbsp;ถึง 2 ปี 7 วัน/div div3.3 พนักงานที่ทำงานติดต่อกันตั้งแต่ 2 ปี nbsp;ถึง 3 ปี 8 วัน/div div3.4 พนักงานที่ทำงานติดต่อกันตั้งแต่ 3 ปี ถึง 4 ปี 9 วัน/div div3.5 พนักงนที่ทำงานติดต่อกันตั้งแต่ 4 ปี ถึง 5 ปี 10 วัน/div div3.6 พนักงานที่ทำงานติดต่อกันตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป 12 วัน/div divnbsp;/div div4. ปัจจุบันบริษัทฯ มีข้อตกลงให้พนักงานลากิจโดยได้รับค่าจ้าง 4 วันต่อปี เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่พนักงานทุกคน จึงขอให้บริษัทฯ ปรับเพิ่มวันลากิจโดยได้รับค่าจ้างเป็น 6 วันต่อปี nbsp;/div divnbsp;/div div5. ปัจจุบันบริษัทฯ ได้สร้างเงื่อนไขในการแจ้งการลาล่วงหน้าสำหรับลากิจและลาหยุดพักผ่อนประจำปี โดยให้พนักงานต้องยื่นใบลาล่วงหน้า 15 วัน ซึ่งไม่สอดคล้องกับประเพณีปฏิบัติเดิม เพื่อสร้างแรงงานสัมพันธ์ที่ดี จึงขอบริษัทฯ ปฏิบัติตามประเพณีปฏิบัติเดิม โดยให้มีการแจ้งการลาล่วงหน้าเพียง 3 วันเท่านั้น/div divnbsp;/div div6. สิทธิประโยชน์และสภาพการจ้างอื่นใดที่ได้รับอยู่ในปัจจุบันนอกเหนือจากข้อเรียกร้องนี้ ให้บริษัทฯ ปฏิบัติไว้คงเดิม/div divnbsp;/div divnbsp;/div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="//feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/7rdAy3ZZ9Oo" height="1" width="1" alt=""/

คำสั่ง คสช.64, 66 กระทบหนัก ฟ้องชาวบ้าน 500 คดี อีสานอ่วม-นัดถก ‘ดาวพงษ์’ พรุ่งนี้

Wed, 17/12/2014 - 20:46
pภาคประชาชนแถลงผลกระทบ คำสั่ง คสช.64-66-แผนแม่บทป่าไม้ ชาวบ้านเจอฟ้อง 500 คดี อีสานหนักสุดเรียกรับข้อกล่าวหา 1,764 ครอบครัว เตรียมถก ‘ดาวพงษ์’nbsp; รมว.กระทรวงทรัพฯ พรุ่งนี้/p !--break--!--break-- p17 ธ.ค.2557 องค์กรภาคประชาชนกรณีปัญหาที่ดิน-ป่าไม้ จัดแถลงข่าวผลกระทบอันเนื่องจากคำสั่ง คสช.ที่ 64, 66 และแผนแม่บทการแก้ไขปัญหาการทำลายทรัพยากรป่าไม้ ที่ห้องประชุมอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ถนนราชดำเนิน โดยมีตัวแทนภาคประชาชนจากภาคเหนือ อีสาน ใต้ ตะวันออก และกรุงเทพฯ ร่วมแถลงข่าว/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm8.staticflickr.com/7481/15855413618_e22400beec_b.jpg" style="width: 560px; height: 374px;" //p pประยงค์ ดอกลำไย ที่ปรึกษาขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) กล่าวว่า แผนแม่บทการแก้ไขปัญหาการทำลายทรัพยากรป่าไม้ และคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 64 และ 66 เรื่องการปราบปรามและหยุดยั้งการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ ส่งผลกระทบต่อชุมชนที่อาศัยอยู่ในที่ดินของรัฐเป็นจำนวนมากในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ มีการดำเนินคดีมากกว่า 500 คดี และมีครอบครัวที่ถูกประกาศเรียกรายงานตัวเพื่อยึดคืนพื้นที่มากกว่า 1,700 ครัวเรือน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในภาคอีสานและภาคเหนือ/p pที่ปรึกษาพีมูฟ อ้างคำแถลงของ กอ.รมน.ที่กล่าวว่า ในการดำเนินคดีกับชาวบ้านข้อหามีไม้ไว้ในครอบครอง 500 คดีเศษนั้น พบว่า 80 เปอร์เซ็นต์ไม่ใช่นายทุนหรือผู้บุกรุกรายใหญ่และไม่เกี่ยวข้องกับขบวนการค้าไม้ ซึ่งการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของแผนแม่บทป่าไม้และคำสั่ง คสช.ที่ 66 ซึ่งระบุว่าการดำเนินการใดๆ ต้องไม่กระทบต่อผู้ยากไร้และผู้ที่อยู่ในพื้นที่นั้นก่อนวันที่ 17 มิ.ย.57/p pประยงค์กล่าวด้วยว่า สิ่งองค์กรภาคประชาชนมีความกังวลอยู่ในขณะนี้คือ การที่อาจไม่มีการบรรจุประเด็นเรื่อง ‘สิทธิชุมชน’ ไว้ในกรอบของร่างรัฐธรรมนูญ เนื่องจากไม่พบอยู่ในข้อเสนอของคณะกรรมาธิการยกร่าง ทั้งที่สิทธิชุมชนเคยได้รับการบัญญัติรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญทั้ง 2 ฉบับคือ ฉบับปี 2540 และ 2550/p pเหลาไท นิลนวล จากเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน (คปอ.) กล่าวว่า เครือข่ายภาคประชาชนในภาคอีสาน 20 จังหวัดได้ติดตามผลกระทบการใช้คำสั่ง คสช.ที่ 64 และ 66 ในช่วง 6 เดือนเศษที่ผ่านมา พบว่ามีเกษตรกรรายย่อยซึ่งมีฐานะยากจนถูกดำเนินคดีโดยคดีที่ขึ้นการพิจารณาของศาลแล้วอย่างน้อย 103 ครอบครัว ขณะนี้ชาวบ้านกำลังมีความกังวลว่าจะตกเป็นผู้ไร้ที่ดินทำกินในทันที/p pตัวแทนจากเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน กล่าวว่า กลุ่มคนที่น่าเป็นห่วงคือคนที่อยู่ระหว่างถูกหมายเรียกตัวให้มารับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งมีจำนวนถึง 1,764 ครอบครัว ที่หนักหนาสาหัสอยู่ในจังหวัดสกลนคร ชัยภูมิ ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ และในพื้นที่เทือกเขาภูพาน ซึ่งขณะนี้ถูกห้ามไม่ให้เข้าไปใช้ประโยชน์ในที่ทำกินแล้ว/p pเหลาไทกล่าวว่า คำสั่งของ คสช.และแผนแม่บทป่าไม้ ไม่มีกระบวนการที่ให้ความเป็นธรรมในการพิสูจน์สิทธิ หรือให้สิทธิประชาชนในการนำเสนอข้อมูล แต่เป็นการดำเนินการโดยใช้กฎอัยการศึกเป็นเครื่องมือ/p p“การใช้กฎอัยการศึก เป็นปัญหามากในการละเมิดสิทธิของชุมชนและของชาวบ้านผู้ยากไร้ และแนวโน้มบอกได้ว่าความรุนแรงจะเพิ่มขึ้น” เหลาไทกล่าว/p pนอกจากนี้ ยังมีการเลือกปฏิบัติในทวงคืนพื้นที่ป่าในลักษณะที่เป็น 2 มาตรฐาน โดยเขากล่าวว่า มีการยึดคืนเฉพาะพื้นที่ของเกษตรกรรายย่อย ในขณะที่ไม่มีการแตะต้องพื้นที่สัมปทานเหมืองแร่ พลังงาน และอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นการสร้างความไม่ยุติธรรมในการเข้าถึงฐานทรัพยากร ในขณะที่การยึดคืนพื้นที่ป่ากลับเป็นการควบรวมและเพิ่มอำนาจให้กับหน่วยงานป่าไม้ของรัฐ รวมทั้งการเพิ่มงบประมาณ โดยปราศจากการสร้างความร่วมมือกับภาคประชาชนในการร่วมกันฟื้นฟูพื้นที่ป่า/p p“ประกาศชัดเจนว่าจะร่วมกับพี่น้องทั้ง 4 ภาค ต้องมีการปฏิรูปนโยบายฐานทรัพยากร เรื่องของคำสั่งทั้ง 2 ฉบับ คือ 64 และ 66 และนโยบายแผนแม่บทของป่าไม้” ตัวแทนจากเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสานกล่าว/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm9.staticflickr.com/8681/16040903271_324bf36cac_b.jpg" style="width: 560px; height: 374px;" //p pกรณีของภาคใต้ กันยา ปันกิตติ จากเครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัด (คปบ.) กล่าวว่า หลังมีคำสั่ง คสช.ที่ 64 และ 66nbsp; สถานการณ์ในพื้นที่เทือกเขาบรรทัดทวีความรุนแรงมากขึ้น แต่ยังอยู่ในระดับที่สามารถเจรจากับเจ้าหน้าที่ได้ ส่วนผลกระทบที่เกิดขึ้น ชาวบ้านไม่สามารถเข้าไปทำกินในพื้นที่สวนยางที่ปลูกไว้ได้และเสียสิทธิได้รับเงินจากกองทุนสงเคราะห์สวนยาง และในบางพื้นที่ของ จ.สุราษฎร์ธานี และกระบี่ มีการตัดฟันและทำลายต้นยางของชาวบ้านด้วย/p pส่วนผลกระทบในพื้นที่ภาคใต้อื่นๆ วิษณุ เหล่าธนะถาวร จากเครือข่ายชุมชนเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมือง (คปสม.) กล่าวว่า มีชุมชนอย่างน้อย 2 แห่งใน จ.ภูเก็ต คือ ที่มะลิแก้วและหลีเป๊ะ ได้รับผลกระทบจากการจัดระเบียบชายหาด โดยนายทุนได้นำเอกสารแสดงความเป็นเจ้าของพื้นที่มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ทำให้ชาวบ้านในชุมชนไม่สามารถเข้ามาใช้ประโยชน์พื้นที่ได้ วิษณุกล่าวว่าต้องยกเลิกคำสั่ง คสช.ที่ 64 และ 66 และต้องปรับปรุงแผนแม่บทป่าไม้เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วม/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm9.staticflickr.com/8614/16017082526_274b0ca80c_b.jpg" style="width: 560px; height: 374px;" //p pในตอนท้ายของการแถลงข่าว มีการอ่านแถลงการณ์ถึงกรณีผลกระทบจากการประกาศใช้ คำสั่ง คสช. ที่ 64 และ 66/2557 และแผนแม่บทป่าไม้ (a href="http://prachatai.org/journal/2014/12/57036"อ่านแถลงการณ์/a) โดยหลังจากนี้ ตัวแทนองค์กรภาคประชาชนจะเดินทางไปประชุมหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการดำเนินการตามแผนแม่บทป่าไม้ การบุกรุกที่ดินของรัฐ และการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ร่วมกับพลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในวันพรุ่งนี้ (18 ธ.ค.) เวลา 9.30 น.ที่ห้องประชุม 2 ชั้น 2 อาคารสำนักงาน ก.พ.เดิมด้วย/p pbr /nbsp;/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="http://prachatai.org/journal/2014/12/57036" target="_blank"3 เครือข่ายคนจนรุมทวงสัญญา คสช./a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="//feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/eYeYaub_hX0" height="1" width="1" alt=""/

ที่ประชุม กปร. เห็นชอม งบฯ ปี58 หนุน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 44 โครงการ

Wed, 17/12/2014 - 20:35
pที่ประชุมประธานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) โดยมี ‘พล.อ.ประยุทธ์’ เป็นประธาน เห็นชอบงบฯ สนับสนุนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริปีงบประมาณ 2558 จำนวน 44 โครงการ/p p!--break--!--break--/p p17 ธ.ค.2557 ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) เป็นประธานการประชุม กปร. ครั้งที่ 1/2557 โดยมี นายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี ที่ปรึกษา กปร.nbsp; หม่อมหลวงจิรพันธุ์ ทวีวงศ์ เลขาธิการ กปร. และคณะกรรมการ เข้าร่วมประชุมฯnbsp; เพื่อรับทราบผลการดำเนินงาน และขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการจัดทำโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริnbsp; โดย a href="http://www.thaigov.go.th/th/government-th1/item/88429-88429.html"กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก/a ได้เผยแพร่ผลสรุปการประชุมดังนี้/p pที่ประชุมรับทราบผลการดำเนินงานและการสนับสนุนงบประมาณโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ประจำปีงบประมาณ 2557 จำนวน 211 โครงการ วงเงิน 2,781.32 ล้านบาทประกอบด้วย ภาคกลาง จำนวน 44 โครงการ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 50 โครงการ ภาคเหนือ จำนวน 68 โครงการ ภาคใต้ จำนวน 41 โครงการ และไม่ระบุภาค จำนวน 8 โครงการ/p pส่วนการดำเนินงานของสำนักงาน กปร. ในช่วงปีงบประมาณ 2557 นั้น มีภารกิจที่สำคัญ ๆคือ การตามเสด็จฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อรับสนองพระราชดำริ และการติดตามองคมนตรีในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั่วทุกภาค/p pนอกจากนี้ ยังมีการจัดประชุมคณะกรรมการต่าง ๆ และการประชุมสัมมนาที่สำคัญ ได้แก่ คณะกรรมการบริหารศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริnbsp; คณะกรรมการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกอันเนื่องมาจากพระราชดำริnbsp; การประชุมศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริสัญจร ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเพชรบุรี และศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสกลนครnbsp; ตลอดจนการสัมมนาเครือข่ายคนรักแฝกและการประชุมวิชาการ “23 ปี: มหัศจรรย์หญ้าแฝก โอบน้ำ อุ้มดิน อิ่มท้อง”nbsp; เป็นต้น/p pสำหรับการขับเคลื่อนแนวพระราชดำริปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ได้จัดตั้งศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงทั่วประเทศ รวม 47 แห่ง ใน 10 ด้าน แบ่งเป็น ภาคกลาง จำนวน 19 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 11 แห่ง ภาคเหนือ จำนวน 10 แห่ง และภาคใต้ จำนวน 7 แห่ง อีกทั้งมีการจัดเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ของศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง เพื่อหาแนวทางในการขยายผลแนวพระราชดำริ การขยายผลด้านการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริเชิงบูรณาการจำนวน 10 จังหวัดทั่วประเทศ และนำกลุ่มผู้ใช้น้ำในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมาอบรมด้านอาชีพในศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ควบคู่กับการส่งเสริมให้ชุมชนได้มีการรวมกลุ่มและมีส่วนร่วมในการวางแผนพัฒนา และการบำรุงรักษาแหล่งน้ำอย่างยั่งยืน ตลอดจนการลงนามความร่วมมือ (MOU) สร้างเครือข่ายขับเคลื่อนขยายผลแนวพระราชดำริในปี 2557 รวม 11 หน่วยงาน และได้ขยายผลการพัฒนาไปยังกลุ่มเยาวชน โดยการจัดโครงการค่ายเยาวชนรู้งานสืบสานพระราชดำริ จำนวน 8 ครั้ง ในพื้นที่ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริและศูนย์สาขา/p pพร้อมกันนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบงบประมาณสนับสนุนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริปีงบประมาณ 2558 จำนวน 44 โครงการ ประกอบด้วย โครงการพัฒนาด้านแหล่งน้ำ จำนวน 21 โครงการ โครงการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม จำนวน 9 โครงการ โครงการพัฒนาด้านส่งเสริมอาชีพ จำนวน 3 โครงการ โครงการพัฒนาด้านบูรณาการและอื่น ๆ จำนวน 11 โครงการnbsp; และจะได้พิจารณาการขับเคลื่อนขยายผลการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั้ง 6 แห่ง ที่ได้ดำเนินการศึกษา ทดลอง วิจัย และขยายผลตามแนวพระราชดำริมาเป็นเวลาถึง 33 ปี พร้อมทำหน้าที่เครือข่ายเผยแพร่องค์ความรู้ ความเข้าใจ และสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างแท้จริง ตรงตามวัตถุประสงค์ของแต่ละเป้าหมายได้เป็นอย่างดี/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="//feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/q8FkiyQPQdw" height="1" width="1" alt=""/

‘ณัฐ’ รับสารภาพคดีขัดคำสั่งรายงานตัวของ คสช. นัดพิพากษา 22 ม.ค.

Wed, 17/12/2014 - 19:12
!--break--!--break-- p17 ธ.ค.2557 ที่ศาลแขวงดุสิต มีการนัดสอบคำให้การคดีที่นายณัฐ สัตยาภรณ์พิสุทธิ์ ในคดีฝ่าฝืนคำสั่งเรียกรายงานตัวของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) โดยณัฐได้ถอนคำให้การและยอมรับสารภาพ ศาลสั่งให้มีการสืบเสาะพฤติการณ์จำเลย โดยให้พนักงานคุมประพฤติรายงานต่อศาลภายใน 30 วัน นัดฟังคำพิพากษาวันที่ 22 ม.ค. 2558 เวลา 9.00 น./p pทนายของณัฐกล่าวว่า เหตุที่คดีนี้อยู่ในการพิจารณาของศาลอาญา ไม่ใช่ศาลทหารเนื่องจากคำสั่งเรียกรายงานตัวของ คสช.ฉบับที่มีชื่อณัฐนั้นออกมาก่อนที่จะมีคำสั่งให้การกระทำผิดลักษณะนี้ต้องขึ้นศาลทหาร nbsp;นอกจากนี้ทนายความยังแสดงความกังวลกรณีที่อัยการได้ขอให้ศาลพิจารณาเพิ่มโทษจำเลยด้วย โดยอ้างว่าณัฐมีคดีเก่าคือ คดี 112 และเพิ่งพ้นโทษมายังไม่เกิน 5 ปีแล้วไปกระทำผิดซ้ำอีก/p pรายงานข่าวแจ้งว่า ณัฐทำงานเป็นพนักงานขายในร้านขายเครื่องสุขภัณฑ์ รายได้วันละ 350 บาท ชื่อของเขาอยู่ในคำสั่งเรียกรายงานตัวของคสช. ฉบับที่ 5/2557 วันที่ 24 พ.ค.2557 ต่อมาเขาถูกจับกุมที่บ้านพักในเวลาราว 1.00 น.ของวันที่ 7 มิ.ย.57 จากนั้นถูกคุมตัวอยู่ในค่ายทหาร 7 วันก่อนจะปล่อยตัวและแจ้งข้อกล่าวหาดังกล่าว/p pณัฐ คืออดีตผู้ต้องโทษในคดี 112 ในปี 2552 เขาถูกตัดสินจำคุก 9 ปีจากกรณีส่งอีเมล์เข้าข่ายหมิ่นให้นายอีมิลิโอ เอสเทแบน (Emilio Esteban)nbsp; ชาวอังกฤษที่อาศัยอยู่ที่สเปน แต่เนื่องจากรับสารภาพ โทษจำคุกจึงเหลือ 3 ปี 18 เดือน จากนั้นระหว่างถูกคุมขังเขาได้รับการลดโทษจากการพระราชทานอภัยโทษทั่วไปในวาระพิเศษต่างๆ รวมถึงเป็นนักโทษชั้นดีที่ได้รับลดวันต้องโทษ ทำให้เขาได้รับการปล่อยตัวเร็วกว่ากำหนด วันที่ 19 เม.ย.2555 รวมระยะถูกคุมขัง 2 ปี 4 เดือน จากนั้นก็ออกมารับจ้างเป็นล่าม และทำธุรกิจทางอินเตอร์เน็ต รวมทั้งเป็นลูกจ้างตามร้านขายของ/p pณัฐเคยให้ข้อมูลกับหน่วยงานด้านสิทธิมนุษชนว่า ในระหว่างถูกเจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัวนั้น เขาถูกใช้ผ้าปิดตาและควบคุมตัวในบ้านหลังหนึ่งคาดว่าในค่ายทหาร มีการสอบสวนหลายครั้งนอกรอบ แต่ในการสอบสวนอย่างเป็นทางการซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน คำถามหลักที่เจ้าหน้าที่ต้องการทราบคือเรื่องการสนับสนุนเงินแก่นักโทษการเมือง และการรวมตัวกันของอดีตผู้ต้องขังคดี 112 ที่มักไปพบปะกันตามงานต่างๆ แล้วถ่ายรูปร่วมกันสร้างความไม่พอใจกับหน่วยงานความมั่นคง แต่เขาระบุว่าเป็นความสัมพันธ์ส่วนตัวหลังจากรู้จักกันในเรือนจำและไม่ได้เคลื่อนไหวทางการเมืองแต่อย่างใด/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="//feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/ysuQzLwP6X0" height="1" width="1" alt=""/

‘พล.อ.ประวิตร’ สั่งประสานขอตัว ‘สมศักดิ์ เจียมฯ’ ชี้ต่างประเทศไม่มี ม.112 อุปสรรคตามตัว

Wed, 17/12/2014 - 18:59
p‘พล.อ.ประวิตร’ สั่งประสานขอตัว ‘สมศักดิ์ เจียมฯ’ ชี้ต่างประเทศไม่มี กม. 112 เป็นอุปสรรคในการตามตัว โฆษกสตช. ยันดำเนินการกับผู้กระทำผิดฐานหมิ่นเบื้องสูงเด็ดขาด-ต่อเนื่อง พบบางส่วน เกี่ยวข้องกับการปล่อยข่าวลือในตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นเหตุให้หุ้นตก/p p!--break--!--break--/p p17 ธ.ค.2557 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณnbsp; รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกะทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุลnbsp; อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้ถูกกล่าวหาตามมาตรา 112 ที่หลบหนีและโพสข้อความทางเฟซบุ๊คไปในทางเสียหายต่อประเทศไทย ว่า กำลังสั่งการแจ้งไปยังประเทศเหล่านั้นให้ช่วยติดตามแล้ว และดูว่ากฎหมายแต่ละประเทศเป็นอย่างไร โดยจะติดตามและดำเนินการตามกฎหมาย และดำเนินการกับทุกคนที่กระทำผิดมาตราดังกล่าว แม้ว่าจะอยู่ต่างประเทศ โดยการทำหนังสือประสานและขอตัว/p p“เราต้องชี้แจงไปให้ประเทศนั้น ได้เข้าใจว่าเขาเหล่านั้นผิดกฎหมายอย่างไรตามกฎหมายของไทย” พล.อ.ประวิตร กล่าว/p pทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ปฏิเสธที่จะระบุถึงจำนวนผู้ที่ต้องติดตามและประเทศที่มีการประสานงานไป แต่ยืนยันว่าจะเน้นติดตามบุคคลที่กระทำผิดมาตรา 112 แต่ก็ยอมรับว่า ในบางประเทศที่ไม่มีกฎหมายครอบคลุมการกระทำผิดมาตรา 112 ก็อาจเป็นอุปสรรคในการดำเนินการติดตามตัว/p pส่วนการตรวจสอบบุคคลที่ปล่อยข่าวลือที่ทำให้ตลาดหุ้นตก พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ขอร้องทุกฝ่ายว่าอย่าได้กระทำการเช่นนี้ และไม่ควรเชื่อข่าวลือเหล่านั้น ทั้งนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่ากลุ่มที่ปล่อยข่าวมุ่งหวังต้องการให้รัฐบาลเกิดความเสียหาย โดยเฉพาะการปล่อยข่าวลือในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งที่ผ่านมาสร้างความเสียหายให้ประเทศ และสร้างความเข้าใจผิดให้กับประชาชน/p pstrongโฆษกสตช. ยันดำเนินการกับผู้กระทำผิดฐานหมิ่นเบื้องสูงเด็ดขาด/strongstrong-ต่อเนื่อง /strong/p pพล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวกรณี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำชับให้ดำเนินคดีผู้กระทำความผิด ตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 112 อย่างเด็ดขาด ว่า ที่ผ่านมา ตำรวจได้มีการดำเนินการคดีลักษณะนี้มาโดยตลอด และมีการประสานให้ปิดเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมไปจำนวนหนึ่ง แต่ยอมรับว่า ในบางเว็บไซต์ มีการจดทะเบียนในต่างประเทศ จึงทำให้การดำเนินการทำได้ยาก/p pสำหรับการติดตามตัวผู้ถูกออกหมายจับในคดีนี้ และหลบหนีอยู่ภายนอกประเทศ ยอมรับว่า มีปัญหาในเรื่องของข้อกฎหมาย ที่ในแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน จึงทำให้การประสานนำตัวกลับมาดำเนินคดีทำได้ยาก และต้องอาศัยความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนั้นๆ/p pส่วนกรณีที่มีการปล่อยข่าวลือในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จนทำให้หุ้นตก นั้น หากพบว่า มีการกระทำผิดปล่อยข่าวลือจริง ตำรวจสามารถดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ได้ จากการตรวจสอบ เบื้องต้น พบการปล่อยข่าวไม่ได้ทำเป็นขบวนการ แต่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ที่กระทำผิดตาม มาตรา 112 ส่วนจะเป็นกลุ่มเดียวกับที่เคยปล่อยข่าวลือในลักษณะนี้ เมื่อปี 2552 หรือไม่ ยังไม่สามารถยืนยันได้/p pnbsp;/p pemspan style="color:#696969;"เรียบเรียงจาก /spana href="http://www.tnamcot.com/2014/12/17/%E0%B8%9E%E0%B8%A5-%E0%B8%AD-%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A3-%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B8%95/"span style="color:#696969;"สำนักข่าวไทย/span/aspan style="color:#696969;", /spana href="http://thainews.prd.go.th/CenterWeb/News/NewsDetail?NT01_NewsID=TNPOL5712170010031"span style="color:#696969;"สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย/span/a/em/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2014/12/57034" target="_blank"ผบ.ทบ.ยัน ไม่เคยใช้ ม.112 แกล้งใคร สั่งติดตาม ‘สมศักดิ์ เจียมฯ’ แนะใครทำผิดก็อย่าไปเข้าข้าง/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="//feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/fkCr5EB9sIQ" height="1" width="1" alt=""/

จอม เพชรประดับ

Wed, 17/12/2014 - 17:51
div class="field field-type-filefield field-field-picture-small" div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/quote/2014/12/57037" class="imagecache imagecache-100x100pixel_news_icon imagecache-linked imagecache-100x100pixel_news_icon_linked"img src="http://prachatai.org/sites/default/files/imagecache/100x100pixel_news_icon/files/picturesmall/images_76.jpg" alt="" title="" width="100" height="100" class="imagecache imagecache-100x100pixel_news_icon"//a /div /div /div p"อย่าทำให้การปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชนของผมไปให้เครดิตกับ ระบอบทักษิณ หรือกลุ่มการเมืองใดอีกเลย"/p div class="field field-type-text field-field-quote-detail" div class="field-items" div class="field-item odd" ใน คำชี้แจง กรณีถูกกล่าวหา เป็นเหตุทำให้หุ้นไทยร่วงรุนแรง /div /div /divimg src="//feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/iJbvwad8tyw" height="1" width="1" alt=""/

3 เครือข่ายคนจนรุมทวงสัญญา คสช.

Wed, 17/12/2014 - 16:55
pพีมูฟ สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ และสมัชชาคนจน กรณีเขื่อนปากมูล รุมถามเมื่อไรถึง "จะทำตามสัญญา" พร้อมออกแถลงการณ์ ชี้รัฐต้องเคารพสิทธิชุมชน/p !--break--!--break-- p17 ธ.ค. 2557 – วันนี้กลุ่มขบวนการประชาชนเพื่อสัwbrงคมที่เป็นธรรม เครือข่ายผู้ได้รัwbrบผลกระทบจากแผนแม่บทป่าไม้ สมัชชาคนจน กรณีเขื่อนปากมูล และกลุ่มสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ กระจายตัวเข้าทวงสัญญาจาก คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี และรัฐสภา พร้อมเสนอให้มีการพลักดันการออกกฏหมายปฏิรูปที่ดิน 4 ฉบับ และเร่งการดำเนินการเแก้ไขปัญหากรณีเขื่อนปากมูล/wbr/wbr/p pที่รัฐสภา เวลาประมาณ 12.00 น. กลุ่มขบวนการประชาชนเพื่อสัwbrงคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) และเครือข่ายผู้ได้รัwbrบผลกระทบจากแผนแม่บทป่าไม้ ได้เข้ายื่นหนังสือ ต่อนายเทียนฉาย กีระนันท์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ เพื่อขอให้มีการแก้ไขของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่ง คสช. ที่ 64 และ66/2557 และแผ่นแม่บทป่าไม้nbsp; และได้เข้ายื่นหนังสือต่อ สมชาย แสวงการ คณะกรรมการประสานงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อให้มีการระงับและทบทวนการบังคับใช้แผนแม่บท บัญญัติสิทธิชุมชนไว้ในกฏหมายรัฐธรรมนูญ พร้อมทั้งให้มีการผลักดันการออกกฏหมายปฏิรูปที่ดิน 4 ฉบับ (พรบ.สิทธิชุมชนฯ พรบ.ธนาคารที่ดิน พรบ.ภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้า พรบ.กองทุนยุติธรรม)/wbr/wbr/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm8.staticflickr.com/7510/15421768473_8b876607d0.jpg" style="width: 500px; height: 375px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm8.staticflickr.com/7559/15855678107_d4f02bb8f8.jpg" style="width: 500px; height: 375px;" //p pที่จังหวัดเชียงใหม่ กลุ่มสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (ส.ก.น) ได้ทำกิจกรรมเดินก้าวที่ 4 มายังศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ และยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีผ่านศูนย์ดำรงธรรม เพื่อติดตามผลการเจรจา ซึ่งตัวแทนรัฐบาลรับปากว่าจะมีการทบทวนแผนแม่บทป่าไม้ พ.ศ.2557 ตามข้อเสนอของ สกน. และขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) แต่วันนี้ผ่านมา 1 เดือนแล้วยังไม่เกิดผลในทางปฏิบัติ อีกทั้ง เดินก้าวที่ 4 ไปยังมลฑลทหารบก 33 เพื่อยื่นหนังสือถึงหัวหน้า คสช./p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm9.staticflickr.com/8677/15855377139_7575f44150.jpg" style="width: 500px; height: 281px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm9.staticflickr.com/8629/15854144880_269049a5bf.jpg" style="width: 500px; height: 281px;" //p pที่จังหวัดอุบลราชธานี กลุ่มสมัชชาคนจน กรณีเขื่อนปากมูล ราว 20 คน ได้เดินทางเข้ามาที่ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี และขอเข้าพบกับ เสริม ไชยณรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อขอให้ทางจังหวัดประสานกับ ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หลังจากที่ทางกลุ่มได้ยื่นหนังสือถึง ปนัดดา เมื่อหนึ่งเดือนก่อน เพื่อขอให้มีการเจรจาแก้ไขปัญหาผลกระทบจากกรณีเขื่อนปากมูล แต่ปัจจุบันยังไม่ได้มีการดำเนินการแก้ไขปัญหา หรือพูดคุยเจรจากันแต่อย่างใด พร้อมฝากคำถามไปยัง ปนัดดา ว่าจะสามารถเปิดการเจรจาเพื่อแก้ไขปัญหาได้เมื่อใด/p pขณะเดียวกันก็ได้มีการยื่นหนังสืออีกฉบับ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลไทยแสดงท่าทีในการคัดค้านให้ รัฐบาลลาว ชะลอการสร้างเขื่อนดอนสะฮอง เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อความหลากหลายของพันธ์ปลาในแม่น้ำโขงและแม่น้ำสาขา เพราะจะทำให้เส้นทางการเดินทางเพื่อวางไข่ และสืบพันธุ์ของปลาจะถูกปิดกั้นลง และถึงที่สุดจะส่งผลให้วิถีชีวิตของชาวบ้านริมฝั่งแม่น้ำเปลี่ยนแปลงไป/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm9.staticflickr.com/8655/16040719982_678b8580c6.jpg" style="width: 500px; height: 373px;" //p pผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะที่ชาวปากมูนเข้าไปยังศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อรอพบผู้ว่าราชการจังหวัด ได้มีการเปิดห้องรับรองให้ชาวบ้านเข้าไปนั่งรอ แต่มีชาวบ้านพบว่าผู้ว่าฯ กำลังจะลงลิฟต์เพื่อออกจากตึก จึงได้เข้าไปสอบถาม และได้มีการตกลงกับชาวบ้านว่า จะให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้รับเรื่องไว้แทน เนื่องจากตนติดภาระกิจ/p pภายหลังจากการพูดคุยกับ คันฉัตร ต้นเสถียร รองผู้ว่าราชการจังหวัด ได้มีข้อตกลงว่าจะมีการประสานงานให้รัฐบาลรับทราบ และจะแจ้งความคืบหน้าภายใน 15 วัน nbsp;/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm8.staticflickr.com/7570/16015668826_8909b28d19.jpg" style="width: 500px; height: 373px;" //p pขณะเดียวกัน เมื่อเวลาประมาณ 13.30 น. ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา กลุ่มขบวนการประชาชนเพื่อสัwbrงคมที่เป็นธรรม พร้อมด้วยองค์กรเครือข่าย ได้ร่วมกันประกาศแถลงการณ์ ต่อกรณีผลกระทบจากการประกาศใช้ คำสั่ง คสช. ที่ 64 และ 66/2557 และแผนแม่บทป่าไม้ โดยมีเนื้อหาดังนี้/wbr/p pnbsp;/p p style="text-align: center;"แถลงการณ์ฉบับที่ 6/p p style="text-align: center;"รัฐต้องหยุด !!! เข่นฆ่า คุกคาม ชุมชนด้วยแผนแม่บทป่าไม้/p p style="text-align: center;"ยืนหยัดเพื่อ “สิทธิชุมชน” หยุด “ปล้นที่ดินคนจน”/p pพวกเราขบวนการประชานเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-move) เป็นส่วนหนึ่งของผู้ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติการของหน่วยงานรัฐภายใต้คำสั่ง คสช.ที่ 64 และ 66 / 2557 รวมทั้งแผนแม่บทการแก้ไขปัญหาการทำลายทรัพยากรป่าไม้ การบุกรุกที่ดินรัฐและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน พ.ศ. 2557 จากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ซึ่งได้เผชิญกับประสบการณ์อันโหดร้าย เจ็บปวดnbsp; รวมถึงความสูญเสียที่ได้รับจากการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่รัฐที่กำลังพยายามทุกวิถีทางที่จะแย่งยึดแผ่นดินที่เราอยู่อาศัยทำกินมาแต่บรรพบุรุษ ด้วยการจับกุม ข่มขู่ คุกคาม ทำลายบ้านเรือนทรัพย์สิน และพืชผลอาสิน ของเราอยู่ตลอดเวลา/p pภายใต้การต่อสู้เรียกร้องอันยาวนานของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม และองค์กรเครือข่าย พวกเราได้ข้อสรุปร่วมกันว่า ในท่ามกลางภาวะวิกฤติ ทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับโลก อันเกี่ยวข้องกับการลดลงของทรัพยากรป่าไม้nbsp; การแย่งยึดที่ดินในนามของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และข้อกล่าวอ้างในการพัฒนา การก่อสร้าง และการผลักดันโครงการขนาดใหญ่เพื่อความเจริญของประเทศชาติ การแสวงหาผลกำไรสูงสุดของภาคธุรกิจ และอุตสาหกรรมเกษตรขนาดใหญ่ การทำเหมืองแร่ การก่อสร้างเขื่อน การพัฒนาเมือง รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ฯลฯ ล้วนแล้วแต่ผลักไสให้คนจนและเกษตรกรรายย่อยต้องตกเป็นจำเลยของสังคมและเผชิญกับชะตากรรมอันเลวร้ายเพียงลำพัง/p pการปราศจากซึ่งรัฐธรรมนูญที่ให้ความเคารพและคุ้มครอง “สิทธิชุมชน” ส่งผลให้การปฏิบัติการตามคำสั่ง คสช. และแผนแม่บทดังกล่าว เป็นไปด้วยความรุนแรงและไร้ความปราณี ชุมชนเกษตรกรรายย่อย ชาวไร่ ชาวนา บนที่สูง ที่ราบ และชายฝั่งnbsp; หรือแม้กระทั่งคนจนเมืองต่างถูกกีดกันnbsp; ผลักดัน ให้อพยพโยกย้าย และละเมิดสิทธิในที่ดิน ทรัพยากร ชีวิต ทรัพย์สิน และอิสรภาพในชีวิต โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคอีสาน เราพบว่ามีชาวบ้านซึ่งเป็นผู้ยากไร้ถูกดำเนินคดีแล้วมากกว่า 300 คน ในข้อหาบุกรุก และอีกกว่า 1,700 ครอบครัว ที่ถูกประกาศยึดคืนพื้นที่ทำกิน และออกหมายเรียกไปรับทราบข้อกล่าวหา และคาดว่าในเดือนมกราคม ถึงเดือน มีนาคม 2558 จะเพิ่มขึ้นมากกว่า 35,000 ครอบครัว/p pการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่รัฐดำเนินไปอย่างเลือดเย็นและไร้ความเป็นธรรม การเลือกปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียมระหว่างชุมชนผู้ยากไร้กับนักลงทุน และผู้มีอิทธิพล/p pผลกระทบจากแผนแม่บทฯและการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่รัฐ ในนามการหยุดยั้งการบุกรุกและการทวงคืน “ผืนป่า” อันเป็นแผ่นดินและถิ่นอาศัยของพวกเรา ได้ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในชีวิต ทรัพย์สิน และการดำรงวิถีชีวิตอย่างปกติสุขของพวกเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็ก ผู้หญิง และคนชรา ชนเผ่า คนพื้นเมือง และชาติพันธ์ ที่อ่อนไหวเปราะบางต่อการอพยพโยกย้าย อันเนืองมาจากการไล่รื้อบ้านเรือน และยึดคืนผืนดินทำกิน/p pการดำเนินการดังกล่าวนอกจากส่งผลโดยตรงต่อวิถีการดำรงชีพ การประกอบอาชีพ แล้วยังส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจของคนจน รวมทั้งการดำรงอยู่nbsp; และการถ่ายทอดประเพณีวัฒนธรรมอีกด้วย/p pการข่มขู่ จับกุมคมขัง การใช้กฎหมายและวิธีการนอกกฎหมาย จากการปฏิบัติการนอกเหนือจากส่งผลสะเทือนต่อการปกป้องสิทธิมนุษยชนซึ่งเป็นคุณค่าสากล ขัดต่อหลักรัฐธรรมนูญในการปกป้องสิทธิของพลเมืองในประเทศแล้ว ยังส่งผลต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลและความเชื่อมั่นต่อแนวทางการปฏิรูปและการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ที่รัฐบาลและสภาปฏิรูปแห่งชาติกำลังดำเนินการอยู่อีกด้วย/p pขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ซึ่งอยู่ในขบวนการต่อสู้ผลักดันให้เกิดการปฏิรูป การจัดการทรัพยากร ด้วยการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม การสร้างแนวคิด สิทธิ รูปแบบใหม่ในรูปแบบกรรมสิทธิ์ร่วม หรือโฉนดชุมชน เพื่อแก้ปัญหาที่ดินอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน/p pเราขอเรียกร้องรัฐบาล สภานิติบัญญัติแห่งชาติ สภาปฏิรูปแห่งชาติ และกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ดังนี้/p p1.ยุติปฏิบัติการทั้งหมดที่ส่งผลทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อชีวิต ที่อยู่อาศัย ทรัพย์สิน ของประชาชน และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างยุติธรรม ชะลอการดำเนินกระบวนการทางกฎหมายในคดีความอันเนื่องมาจากปฏิบัติการฯ/p p2.ระงับและทบทวนการบังคับใช้แผนแม่บท และจัดกระบวนการให้ผู้ได้รับผลกระทบมีส่วนร่วมในกระบวนการทบทวนและแก้ไขแผนแม่บทอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม/p p3.ในระดับนโยบาย ผลักดันให้บัญญัติสิทธิชุมชน รวมทั้งคุ้มครองสิทธิชุมชนในการจัดการที่ดิน ป่าไม้ และทรัพยากรธรรมชาติไว้ในรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน/p p4.ในเชิงกลไก ให้มีการทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับที่ดิน ป่าไม้ และทรัพยากรธรรมชาติ ปรับปรุงให้มีความทันสมัย และผลักดันกฎหมายที่ส่งเสริม คุ้มครอง การจัดการที่ดินโดยภาคประชาชน ได้แก่ พรบ.จัดเก็บภาษีที่ดินในอัตราก้าวหน้า , พรบ.จัดตั้งธนาคารที่ดิน และพรบ.สิทธิชุมชนในการจัดการที่ดินและทรัพยากร/p pnbsp;/p pด้วยความเชื่อมั่นในพลังประชาชน/p p17 ธันวาคม 2557/p pขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมnbsp; (ขปส.)/p pเครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัด (คปบ.)nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;/p pเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน (คปอ.)/p pสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ(สกน.) nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;/p pสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้(สกต.)nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;/p pเครือข่ายชุมชนเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมือง (คปสม.)/p pเครือข่ายสลัม 4 ภาค/p pเครือข่ายป่าชุมขนรอยต่อ5จังหวัดภาคตะวันออก/p pเครือข่ายปัญหาที่ดินเทือกเขาบูโด-สุไหงปาดี/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="//feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/ieI9Svv2mAc" height="1" width="1" alt=""/

‘จอม’ แจงเป็น "แพะรับบาปทางการเมือง" หลังถูกกล่าวหาเป็นเหตุ ‘ข่าวลือ’ จนหุ้นตก

Wed, 17/12/2014 - 16:05
pจอม เพชรประดับ เผยคำชี้แจงกรณีถูกกล่าวหา เป็นเหตุก่อข่าวลือจนทำให้หุ้นไทยร่วงรุนแรง หลังเปิดเผยบทสัมภาษณ์อ้างแหล่งข่าวระดับสูงในราชสำนัก และ สัมภาษณ์จักรภพ ระบุทำหน้าที่สื่อมวลชน และตั้งคำถาม วิพากษ์วิจารณ์ “สถาบันพระมหากษัตริย์” ด้วยความรัก ความศรัทธา/p p!--break--!--break--/p pหลังจากเมื่อวันที่ 15 ธ.ค. ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นปิดตลาดลบ 36.46 จุด ดัชนี 1,478 จุด มูลค่าซื้อขาย 1 แสนล้าน โดยลงอย่างหนักในช่วงบ่ายกว่า 130 จุด จนกระทั่งวันต่อมา พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกรัฐบาล ได้เปิดเผยถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดการเทขายหุ้นดังกล่าว โดยอ้างว่ามีสาเหตุมาจาก รายการ Thaivoicemedia โดย จอม เพชรประดับ ที่เปิดเผยบทสัมภาษณ์อ้างแหล่งข่าวระดับสูงในราชสำนัก และ สัมภาษณ์จักรภพ เพ็ญแข ทำให้เกิดข่าวลือไม่เหมาะสม ส่งผลให้ตลาดหุ้นเกิดปัญหา/p pล่าสุด จอม เพชรประดับ ได้เผยแพร่คำชี้แจงของตนเองถึงกรณีที่ถูก พล.ต.สรรเสริญ กล่าวหาดังกล่าว ในเว็บไซต์ a href="http://thaivoicemedia.com/" target="_blank"Thaivoicemedia.com/anbsp;ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่ถูก ICT ระงับการเข้าถึงในไทยมาก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุดังกล่าวนานแล้ว และ เฟซบุ๊กส่วนตัว ‘a href="https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1392951230999192"Jom Petchpradab/a’ โดยระบุว่า “เป็นอีกครั้งครับ ที่ผมต้องกลายเป็น "แพะรับบาปทางการเมือง" ในสงครามการแย่งอำนาจของการเมืองไทย ขอโปรดให้ความเป็นธรรม และกรุณารับฟังคำชี้แจงนี้ของผมบ้างครับ”/p table border="1" cellpadding="1" cellspacing="1" style="width: 600px;" tbody tr td p align="center"strongคำชี้แจง/strong/p p align="center"strongจอม เพชรประดับ/strong/p p align="center"strongกรณีถูกกล่าวหา เป็นเหตุทำให้หุ้นไทยร่วงรุนแรง เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2557/strong/p pnbsp;/p pกรณี พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกรัฐบาล ให้สัมภาษณ์สื่อในประเทศไทยว่า ผม (นายจอม เพชรประดับ) เป็นสาเหตุของการปล่อยข่าวลือเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ จนสร้างความตื่นตระหนก ทำให้หุ้นไทยร่วงลงอย่างรุนแรงที่สุดในรอบ 6 ปี เรื่องนี้ สร้างความไม่สบายใจและเป็นกังวลให้กับผมอย่างยิ่ง เพื่อความเป็นธรรมในการประกอบวิชาชีพของผมเอง และบุคคลที่ถูกพาดพิงถึงในการสัมภาษณ์ของผม จึงขอใช้โอกาสนี้ ชี้แจงทำความเข้าใจดังนี้/p pnbsp;/p pstrongประเด็นแรก/strong – เรื่องข่าว “เบื้องหลัง สมเด็จพระบรม ทรงหย่า กับหม่อมศรีรัศมิ์” ที่อยู่ในเวปไซด์ “Thaivoicemedia.com” นั้น เป็นการอ้างแหล่งข่าวระดับสูงในราชวงศ์ ซึ่งข่าวนี้ ผมได้พูดคุยกับบุคคลที่เป็นแหล่งข่าวระดับสูงในราชวงศ์จริง และเหตุที่ได้นำเสนอข่าวนี้ออกไป เพราะเห็นว่า เป็นข้อมูลที่จะทำให้ประชาชนได้เข้าใจกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในราชวงศ์ ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่กำลังให้ความสนใจและต้องการที่จะรับรู้อย่างยิ่ง อีกทั้งเห็นว่า เป็นข้อมูลที่จะทำให้ประชาชนเข้าใจ สมเด็จพระบรมฯ มากยิ่งขึ้น เพราะข่าวที่ออกมาโดยส่วนใหญ่อาจจะทำให้คนส่วนใหญ่เข้าใจได้ว่า “หม่อมศรีรัศม์” เป็นฝ่ายถูกกระทำ/p pnbsp;/p pรวมทั้งการพูดถึงพระอาการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถที่ทรงมีพระอาการดีขึ้นเป็นลำดับแล้วนั้น ก็ถือเป็นข่าวดีสำหรับคนไทย/p pnbsp;/p pผมตระหนักดีว่า จำเป็นที่จะต้องระบุชื่อแหล่งข่าวอย่างชัดเจน ในทุกข่าวที่นำเสนอ แต่กรณีนี้ผมพิจารณาแล้วเห็นว่า หากระบุชื่อจริงลงไป ก็จะสร้างความเสียหาย และส่งผลกระทบต่อบุคคลที่เป็นแหล่งข่าวอย่างมาก แม้จะเป็นการพูดด้วยความปรารถนาดีและด้วยความรัก ห่วงใยต่อองค์รัชทายาทก็ตาม ซึ่งนี่ก็คือความรับผิดชอบที่สำคัญของสื่อมวลชนด้วยเช่นเดียวกัน/p pnbsp;/p pstrongประการที่สอง /strong– เกี่ยวกับ “สถาบันพระมหากษัตริย์” ผมได้แสดงทรรศนะ ความคิด ความเชื่อของผมเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปแล้วหลายครั้ง ผมยืนยันอีกครั้งว่า ผมเป็นคนไทย คนหนึ่ง ที่มีสำนึกรักและศรัทธา สถาบันพระมหากษัตริย์ มาโดยตลอด แต่ในความเป็นสื่อมวลชน ก็ต้องอยู่กับข้อเท็จจริง ความเปลี่ยนแปลงผลิกผันของสังคมโลกยุคใหม่ และความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสังคมไทยยุคปัจจุบัน ที่ต้องการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร การตั้งคำถาม วิพากษ์วิจารณ์ ตรวจสอบ ในทุกเรื่อง ทุกประเด็นที่ส่งผลและเป็นปัจจัยในการดำเนินชีวิตของพวกเขา/p pnbsp;/p p“สถาบันพระมหากษัตริย์ไทย” ซึ่งถูกสร้างให้กลายเป็นศูนย์รวมแห่งความศรัทธาสูงสุดของคนไทยทั้งชาติ เป็นใจกลางของความเป็นประเทศไทย จึงถูกท้าทายด้วยปรากฎการณ์ใหม่นี้ วัฒนธรรมของสังคมใหม่ ที่เน้นการตั้งคำถาม การตรวจสอบ การวิพากษ์วิจารณ์ เป็นปรากฎการณ์ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ และได้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางทั้งภายในประเทศและในต่างประเทศ ในฐานะของสื่อมวลชน ซึ่งต้องทำงานบนพื้นฐานความสนใจและความเปลี่ยนแปลงใน สังคมโลกยุคปัจจุบัน จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องนำเสนอ หรือพูดถึงปรากฎการณ์ดังกล่าว/p pnbsp;/p pแม้เป็น “สื่อมวลชน” แต่ด้วยความเป็น “คนไทย” การตั้งคำถาม วิพากษ์วิจารณ์ “สถาบันพระมหากษัตริย์” ก็เป็นไปด้วยความรัก ความศรัทธา และด้วยความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะให้ “สถาบันพระมหากษัตริย์ไทย” ดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงในผืนแผ่นดินไทย การที่คนไทยจำนวนมากให้ความสนใจใคร่รู้ในสถาบันอันเป็นสิ่งศรัทธาสูงสุดเวลานี้ จนนำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์ การตรวจสอบ การตั้งคำถาม ล้วนแล้วอยู่บนความปรารถนาดีที่ต้องการช่วย พยุงให้สถาบันพระมหากษัตริย์ไทย ผ่านพ้นช่วงเวลาอันยากลำบากนี้ไปให้ได้อย่างปลอดภัยนั่นเอง นี่คือความเชื่อมั่นและความรู้สึกนึกคิดของผมต่อ “สถาบันพระมหากษัตริย์ไทย”/p pnbsp;/p pstrongประการที่สาม/strong – การสัมภาษณ์ คุณจักรภพ เพ็ญแข อดีตนักการเมือง ที่ลี้ภัยอยู่ในต่างประเทศ ในประเด็น “ความเปราะบางของสถาบันกษัตริย์ไทย” เป็นเหตุผลที่ต่อเนื่องจากคำอธิบายดังกล่าวข้างต้น และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ คุณจักรภพ ให้สัมภาษณ์ในเชิงการตั้งคำถาม การวิพากษ์วิจารณ์ต่อสถาบันกษัตริย์ไทย แต่ได้ทำมาแล้วหลายครั้ง ในการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนต่างประเทศ ซึ่งที่ผ่านมา ก็ไม่ได้ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยดิ่งร่วงลงอย่างที่สุดแต่อย่างใด/p pnbsp;/p pstrongประการที่สี่/strong – คุณสรรเสริญ แก้วกำเนิด หรือแม้แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้นำรัฐบาลเผด็จการทหารไทย พยายามยัดเยียดให้ผมเป็น “ทาสรับใช้ระบอบทักษิณ” ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าชิงชังอย่างยิ่ง ทั้ง ๆ ที่ผมพยายามอธิบาย ชี้แจง และได้พิสูจน์ตัวเองในเรื่องนี้มาแล้วหลายต่อหลายครั้ง/p pnbsp;/p pการทำหน้าที่สื่อมวลชนของผม ต้องใช้ความอดทน และพยายามอย่างยิ่ง ที่ต้องมั่นคงอยู่กับข้อเท็จจริง สร้างความเป็นธรรม และพยายามรักษาปกป้อง สิทธิเสรีภาพ ความเท่าเทียม ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ตามวิถีทางประชาธิปไตย แต่ก็ไม่วายต้องถูกต้องผลักไสให้ไปอยู่กับฝ่ายฝั่งตรงกันข้ามเสียทุกครั้ง/p pnbsp;/p pคงจำกันได้ ในยามที่บ้านเมืองอยู่ภายใต้อำนาจของ “ระบอบทักษิณ” ผมเองก็ถูกกระทำและถูกขัดขวางการทำหน้าที่สื่อมวลชน จนไม่อาจปฎิบัติหน้าที่ต่อไปได้จากอำนาจของฝ่าย “ระบอบทักษิณ” ด้วยเหมือนกัน/p pเป็นความไม่เป็นธรรมสำหรับผม อย่างยิ่ง ที่กลุ่มอำนาจทั้งหลายที่ขัดแย้ง และพยายามแย่งอำนาจกันเอง แต่กลับทำให้ผมกลายเป็น “แพะทางการเมือง” เสียทุกครั้ง แม้ในยามนี้ที่ชีวิตของผมต้องประสบกับความยากลำบากอย่างที่สุด ในเวลานี้ ผมไม่เคยได้รับความช่วยเหลือ จาก คุณทักษิณ ชินวัตร หรือแม้แต่กลุ่มการเมืองใด ๆ เลย มีเพียงเพื่อนพี่น้องคนไทยที่ห่วงใย และรักในบ้านเมืองไทยเท่านั้นเองที่คอยให้ความเมตตาช่วยเหลือผมอยู่ในขณะนี้/p pnbsp;/p pผมขอวิงวอนว่า อย่าทำให้การปฎิบัติหน้าที่สื่อมวลชนของผมไปให้เครดิตกับ ระบอบทักษิณ หรือกลุ่มการเมืองใดอีกเลย/p pnbsp;/p pstrongประการสุดท้าย/strong – ความผิดพลาด และล้มเหลวในการบริหารประเทศ ของ รัฐบาลเผด็จการทหาร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีหลายเรื่อง หลายประเด็น ล้วนแล้วสร้างความเสียหายต่อคนไทยอย่างรุนแรงอยู่ในเวลานี้ พล.อ.ประยุทธ์ และบุคคลที่อยู่ในคณะรัฐบาลควรจะหันกลับมาพิจารณาตัวเองมากว่า แทนที่จะโยนความผิดพลาดนี้ให้กับ ผม หรือ บุคคลอื่น/p pnbsp;/p pพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้อำนาจสูงสุดมาด้วยการทำรัฐประหาร ซึ่งไม่ชอบธรรมอยู่แล้ว แต่หากต้องพิสูจน์ความเสียสละและความจริงใจที่ต้องการทำเพื่อประเทศชาติอย่างแท้จริง ก็ต้องพิสูจน์ด้วยการกระทำ และด้วยจิตใจที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย ที่สำคัญต้องมีความรับผิดชอบในความผิดที่เกิดขึ้น กรณีหุ้นดิ่งลงเหวอย่างรุนแรงที่สุดในรอบ 6 ปี เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม ที่ผ่านมา ในเบื้องต้น พล.อ.ประยุทธ์ จะต้องโยนความรับผิดชอบนี้ไปที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ในฐานะผู้รับผิดชอบเบื้องต้นมากกว่า แทนที่จะเอา ผม ไปเป็นแพะ เหมือนกับความล้มเหลวอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ท่านมีอำนาจสูงสุดในประเทศ/p pnbsp;/p pขอย้ำและขอยืนยันอีกครั้งว่า แม้ผมไม่สามารถอยู่ในประเทศอันเป็นที่รักของผมได้ แต่ก็ยังคงยืนยันที่จะทำหน้าที่สื่อมวลชนไทย เพื่อเรียกร้อง ปกป้อง สิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาค ความเท่าเทียมในความเป็นมนุษย์ให้กับคนไทยทั้งแผ่นดินต่อไป เพื่อวันหนึ่งคนไทยทั้งประเทศจะได้ภาคภูมิใจในการเป็นเจ้าของประเทศไทยที่แท้จริง แม้สุดท้ายผมเองอาจจะไม่มีวันกลับมาตายในแผ่นดินอันเป็นที่รักของตัวเองก็ตาม/p pด้วยความรักและความปรารถนาดีต่อทุกคน/p pnbsp;/p p style="text-align: center;"จอม เพชรประดับ/p /td /tr /tbody /table pnbsp;/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2014/12/57010" target="_blank"‘ประยุทธ์’ ชี้หุ้นตกเป็นไปตามกลไกตลาด-ปัจจัยภายนอก ผสม ‘ข่าวลือส่งเดช’/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="//feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/mSPFDTu-i98" height="1" width="1" alt=""/

ผบ.ทบ.ยัน ไม่เคยใช้ ม.112 แกล้งใคร สั่งติดตาม ‘สมศักดิ์ เจียมฯ’ แนะใครทำผิดก็อย่าไปเข้าข้าง

Wed, 17/12/2014 - 13:20
pผบ.ทบ. เผยกองทัพติดตามผู้ต้องหาคดีหมิ่นสถาบันฯ ที่หลบหนีอยู่ ยันคนส่วนใหญ่ยังรักสถาบัน มีเพียงบางคนที่คิดไม่เหมือน ระบุไม่ดำเนินการนอกกฎหมายหรือใช้ ม.112 กลั่นแกล้งใคร ติดตามสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล แนะใครทำผิดก็อย่าไปเข้าข้าง/p p!--break--!--break--/p p17 ธ.ค. 2557 พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) กล่าวถึงการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาคดีหมิ่นสถาบันที่หลบหนีอยู่ในและนอกประเทศ ว่า กองทัพติดตามเรื่องนี้อยู่ ยอมรับว่าการละเมิดสถาบันมีมานานแล้ว ซึ่งสร้างความกังวลใจต่อนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล แต่ยืนยันว่าคนส่วนใหญ่ของประเทศยังรักและเคารพสถาบัน มีเพียงบางคนที่คิดไม่เหมือนคนส่วนใหญ่ ไม่คิดว่าสถาบันมีความเสียสละและทำเพื่อประชาชนมายาวนาน ขอความร่วมมือคนส่วนใหญ่ช่วยกันดูแลปกป้องสถาบัน อย่าปล่อยให้เป็นภาระของทางราชการอย่างเดียว/p pส่วนที่เกรงว่าจะใช้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 กลั่นแกล้งทางการเมือง ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวว่า การบังคับใช้กฎหมายจะเป็นไปตามที่จำเป็น แต่ถ้าไม่ใช้เลยจะทำให้สิ่งไม่ดีลุกลามมากยิ่งขึ้น แต่ไม่ดำเนินการนอกกฎหมายหรือกลั่นแกล้งใครแน่นอน/p p“สังคมต้องย้อนกลับไปดูว่าก่อนวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นบ้าง ผู้หญิง คนชรา เสียชีวิตจากความขัดแย้งในสังคม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) และรัฐบาลทำให้ทุกอย่างกลับมาสงบสุข หรือต้องการให้เกิดการยิงระเบิดเอ็ม 79 ไปตามจุดต่าง ๆ อีก ขอให้มั่นใจว่ารัฐบาลนี้มีคุณธรรม ไม่เคยใช้กฎหมายกลั่นแกล้งใครและใช้เท่าที่จำเป็น” พล.อ.อุดมเดช กล่าว/p pพล.อ.อุดมเดช ยืนยัน ว่า “ตั้งแต่ รัฐบาล และ คสช.เข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน ไม่เคยใช้กฎหมายมากลั่นแกล้งใครเลย และยังขอให้มั่นใจด้วยว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันมีคุณธรรม และความยุติธรรมในการดูแลบ้านเมือง"/p pพล.อ.อุดมเดช กล่าวถึง กรณีนายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อาจารย์ประจำคณะศิลปศาตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้น ว่า ทางฝ่ายความมั่นคงก็ได้ติดตามnbsp; ถ้าพบว่าทำผิดหรือละเมิด สังคมก็ต้องช่วยกันดู รวมทั้งการโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กก็ต้องพิจารณาว่าเหมาะสมหรือไม่ ทั้งนี้ขอย้ำว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย ใครทำผิดก็อย่าไปเข้าข้าง ฉะนั้นถ้าเราช่วยกัน สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นเหล่านี้ก็ลดน้อยไปเอง/p pด้านสมศักดิ์ a href="https://www.facebook.com/photo.php?fbid=763688333684448amp;set=a.137616112958343.44289.100001298657012amp;type=1"โพสต์ เฟซบุ๊ก/a กรณีข่าวที่ ผบ.ทบ. กล่าวถึงตนเอง ด้วย ดังนี้/p p style="text-align: center;"nbsp;/p div id="fb-root"nbsp;/div script(function(d, s, id) { var js, fjs = d.getElementsByTagName(s)[0]; if (d.getElementById(id)) return; js = d.createElement(s); js.id = id; js.src = "//connect.facebook.net/th_TH/all.js#xfbml=1"; fjs.parentNode.insertBefore(js, fjs); }(document, 'script', 'facebook-jssdk'));/scriptdiv class="fb-post" data-href="https://www.facebook.com/photo.php?fbid=763688333684448amp;set=a.137616112958343.44289.100001298657012amp;type=1" data-width="500" div class="fb-xfbml-parse-ignore"a href="https://www.facebook.com/photo.php?fbid=763688333684448amp;set=a.137616112958343.44289.100001298657012amp;type=1"โพสต์/a by a href="https://www.facebook.com/somsakjeam"Somsak Jeamteerasakul/a./div /div pnbsp;/p pemspan style="color:#696969;"เรียบเรียงจาก /spana href="http://www.tnamcot.com/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87/"span style="color:#696969;"สำนักข่าวไทย/span/aspan style="color:#696969;", /spana href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1418785921"span style="color:#696969;"มติชนออนไลน์/span/a/em/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="//feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/105CI9aW8ZA" height="1" width="1" alt=""/

ครม.เห็นชอบแก้ กม.-เพิ่มอำนาจสันติบาลขอหมายค้นต่อศาล

Wed, 17/12/2014 - 09:12
pมติ ครม. เห็นชอบตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสนอแก้ไข กม.แบ่งส่วนราชการตำรวจ 2 ฉบับ โดยเพิ่มอำนาจตำรวจสันติบาลให้ปฏิบัติงานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เพื่อให้สามารถขอหมายค้นต่อศาลได้เมื่อมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm9.staticflickr.com/8576/16013942606_cae2ff74b3_z.jpg" style="width: 600px; height: 287px;" //p p style="text-align: center;"nbsp;/p p style="text-align: center;"strongspan style="color:#ff8c00;"หน้าเว็บไซต์กองบัญชาการตำรวจสันติบาล (ที่มาภาพประกอบ: /spana href="http://www.sbpolice.go.th/"span style="color:#ff8c00;"http://www.sbpolice.go.th//span/aspan style="color:#ff8c00;")/span/strong/p p17 ธ.ค. 2557 - ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 16 ธ.ค. a href="http://www.thaigov.go.th/th/2012-07-18-11-42-15/item/88400"เว็บไซต์รัฐบาลไทย/a รายงานว่า ที่ประชุม ครม. เห็นชอบตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เสนอแก้ไขกฎหมาย ได้แก่ strongร่างพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... /strongและ strongร่างกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการเป็นกองบังคับการหรือส่วนราชการอย่างอื่นในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... /strongรวม 2 ฉบับ ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) ตรวจพิจารณาแล้ว ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตช.) เสนอ แล้วให้ดำเนินการต่อไปได้ nbsp;/p pโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เสนอว่า ในปัจจุบันกองบัญชาการตำรวจสันติบาลซึ่งมีภารกิจในการสืบสวนหาข่าวด้านความมั่นคงของประเทศ ไม่มีอำนาจหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เป็นเหตุให้เมื่อมีเหตุจำเป็นที่จะต้องทำการค้นโดยเร่งด่วน เจ้าหน้าที่ของกองบัญชาการตำรวจสันติบาลไม่สามารถขอออกหมายค้นได้ ทำให้การปฏิบัติงานสืบสวนหาข่าวเป็นไปอย่างล่าช้าและขาดความคล่องตัว/p pดังนั้น เพื่อให้การปฏิบัติภารกิจตามอำนาจหน้าที่ของกองบัญชาการตำรวจสันติบาลมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลยิ่งขึ้น สมควรเพิ่มอำนาจหน้าที่ให้กองบัญชาการตำรวจสันติบาล รวมทั้งหน่วยงานระดับกองบังคับการในสังกัดกองบัญชาการตำรวจสันติบาลที่มีอำนาจหน้าที่ในการสืบสวน ให้สามารถปฏิบัติงานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาดังกล่าว จึงได้เสนอร่างพระราชกฤษฎีกาและร่างกฎกระทรวง รวม 2 ฉบับ ที่ สกค. ตรวจพิจารณาแล้วมาดำเนินการ/p pทั้งนี้มีการเพิ่ม ข้อความ "ปฏิบัติงานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา" เข้าไปในอำนาจหน้าที่ของตำรวจสันติบาล โดยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 60 a href="http://web.krisdika.go.th/data/law/law4/%BB05/%BB05-20-9999-update.pdf"(อ่านกฎหมายที่เกี่ยวข้อง)/a กำหนดให้การออกหมายค้นต้องมีการประทับตราของศาล/p pโดยรายละเอียดการเพิ่มเติมในร่างกฎหมายใหม่มีดังนี้/p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"strong000/strong/span/p pสาระสำคัญของร่างพระราชกฤษฎีกาและร่างกฎกระทรวง/p pstrong1. แก้ไขปรับปรุงพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2552 มาตรา 5 ดังนี้/strong/p pstrongเดิม/strong/p p style="margin-left: 40px;"มาตรา 5 ส่วนราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้/p p style="margin-left: 40px;"ข. กองบัญชาการหรือส่วนราชการที่มีฐานะเทียบเท่ากองบัญชาการ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้/p p style="margin-left: 40px;"(22) กองบัญชาการตำรวจสันติบาล มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้/p p style="margin-left: 40px;"(ฉ) ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศตามอำนาจหน้าที่/p pnbsp;/p pspan style="color:#000080;"strongร่างพระราชกฤษฎีกาฯ ที่ขอแก้ไข/strong/span/p p style="margin-left: 40px;"span style="color:#000080;"มาตรา 5 ส่วนราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้/span/p p style="margin-left: 40px;"span style="color:#000080;"ข. กองบัญชาการหรือส่วนราชการที่มีฐานะเทียบเท่ากองบัญชาการ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้/span/p p style="margin-left: 40px;"span style="color:#000080;"(22) กองบัญชาการตำรวจสันติบาล มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้/span/p p style="margin-left: 40px;"span style="color:#000080;"(ฉ) strongปฏิบัติงานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา/strong กฎหมายว่าด้วยสัญชาติและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศตามอำนาจหน้าที่/span/p p style="margin-left: 40px;"span style="color:#000080;"ฯลฯ/span/p pstrong2. แก้ไขปรับปรุงกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการเป็นกองบังคับการหรือส่วนราชการอย่างอื่นในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2552 ข้อ 3 ดังนี้/strong/p pstrongเดิม/strong/p p style="margin-left: 40px;"ข้อ 3 ส่วนราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้/p p style="margin-left: 40px;"2. กองบัญชาการ/p p style="margin-left: 40px;"(14) กองบัญชาการตำรวจสันติบาล/p p style="margin-left: 40px;"(ก) กองบังคับการอำนวยการ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้/p p style="margin-left: 40px;"8) ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ และกฎหมายอื่นที่ให้มีอำนาจหน้าที่หรือดำเนินการอื่นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ/p p style="margin-left: 40px;"(ข) กองบังคับการตำรวจสันติบาล 1 มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้ต่อไปนี้/p p style="margin-left: 40px;"1) ดำเนินงานเกี่ยวกับงานด้านการข่าวของบุคคล หรือกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศในเขตอำนาจการรับผิดชอบ/p p style="margin-left: 40px;"(ค) กองบังคับการตำรวจสันติบาล 2 มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไป/p p style="margin-left: 40px;"1) ดำเนินการเกี่ยวกับงานด้านการข่าวเฉพาะด้านตลอดจนงานการข่าวอาชญากรรม nbsp; ข้ามชาติ การก่อการร้ายสากล งานการข่าวระหว่างประเทศ nbsp;ตลอดจนการประสานงานการข่าวระหว่างประเทศ/p p style="margin-left: 40px;"(จ) กองบังคับการตำรวจสันติบาล 4 มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้/p p style="margin-left: 40px;"1) ดำเนินการเกี่ยวกับงานวางแผน กำหนดหัวข้อข่าว nbsp;รวบรวม จัดเก็บ วิเคราะห์ประมวลผลและประเมินสถานการณ์ข่าวกรอง nbsp;รวมถึงงานการผลิตและกระจายข่าวกรองของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ/p pnbsp;/p pspan style="color:#000080;"strongร่างพระราชกฤษฎีกาฯ ที่ขอแก้ไข/strong/span/p p style="margin-left: 40px;"span style="color:#000080;"ข้อ 3 ส่วนราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้/span/p p style="margin-left: 40px;"span style="color:#000080;"2. กองบัญชาการ/span/p p style="margin-left: 40px;"span style="color:#000080;"(14) กองบัญชาการตำรวจสันติบาล/span/p p style="margin-left: 40px;"span style="color:#000080;"(ก) กองบังคับการอำนวยการ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้/span/p p style="margin-left: 40px;"span style="color:#000080;"8) strongปฏิบัติงานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา/strong nbsp;กฎหมายว่าด้วยสัญชาติและกฎหมายอื่นที่ให้มีอำนาจหน้าที่หรือดำเนินการอื่นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงประเทศ/span/p p style="margin-left: 40px;"span style="color:#000080;"(ข) กองบังคับการตำรวจสันติบาล 1 มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้ต่อไปนี้/span/p p style="margin-left: 40px;"span style="color:#000080;"1) ดำเนินงานเกี่ยวกับงานด้านการข่าวของบุคคล หรือกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศในเขตอำนาจการรับผิดชอบ/span/p p style="margin-left: 40px;"span style="color:#000080;"3) strongปฏิบัติงานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา/strong/span/p p style="margin-left: 40px;"span style="color:#000080;"(ค) กองบังคับการตำรวจสันติบาล 2 มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไป/span/p p style="margin-left: 40px;"span style="color:#000080;"1) ดำเนินการเกี่ยวกับงานด้านการข่าวเฉพาะด้านตลอดจนงานการข่าวอาชญากรรมข้ามชาติ การก่อการร้ายสากล งานการข่าวระหว่างประเทศ nbsp;ตลอดจนการประสานงานการข่าวระหว่างประเทศ/span/p p style="margin-left: 40px;"span style="color:#000080;"2) strongปฏิบัติงานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา/strong/span/p p style="margin-left: 40px;"span style="color:#000080;"(จ) กองบังคับการตำรวจสันติบาล 4 มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้/span/p p style="margin-left: 40px;"span style="color:#000080;"1) ดำเนินการเกี่ยวกับงานวางแผน กำหนดหัวข้อข่าว nbsp;รวบรวม จัดเก็บ วิเคราะห์ประมวลผล และประเมินสถานการณ์ข่าวกรอง nbsp;รวมถึงงานการผลิตและกระจายข่าวกรองของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ/span/p p style="margin-left: 40px;"span style="color:#000080;"2) strongปฏิบัติงานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา/strong/span/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="//feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/jF4UDIOtP5Q" height="1" width="1" alt=""/

คมนาคมยกเว้นค่ามอเตอร์เวย์ช่วงปีใหม่-รถไฟฟ้าใต้ดินเปิดถึงตีสอง

Wed, 17/12/2014 - 08:02
pมติ ครม. อนุมัติ "ของขวัญปีใหม่" จากกระทรวงคมนาคม ยกเว้นค่าผ่านทางกรุงเทพ-ชลบุรี, บางปะอิน-บางพลี, บางพลี-สุขสวัสดิ์, บางนา-ชลบุรี - รถไฟฟ้าใต้ดินวิ่งถึงตีสอง - การบินไทยให้โหลดสัมภาระเพิ่ม 10 กก. - ส่วนกรมเจ้าท่าจะลอกผักตบชวาในแม่น้ำเจ้าพระยา-ป่าสัก-ลพบุรี-ท่าจีน ฯลฯ รวม 1.75 แสนตัน/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm8.staticflickr.com/7562/16013566666_ed2afbe195_z.jpg" style="width: 560px; height: 374px;" //p pstrongspan style="color:#ff8c00;"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ประชุมที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวานนี้ (16 ธ.ค. 2557) (ที่มา: /spana href="http://www.thaigov.go.th/th/media-centre/151214_krit_1/151214krit1-52329.html"span style="color:#ff8c00;"เว็บไซต์รัฐบาลไทย/span/aspan style="color:#ff8c00;")/span/strong/p p17 ธ.ค. 2557 - ตามที่มีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2557 ตอนหนึ่ง ครม. มีการอนุมัติเรื่อง ของขวัญปีใหม่ พ.ศ. 2558 ให้แก่ประชาชน ของกระทรวงคมนาคม มีรายละเอียดตามที่รายงานใน a href="http://www.thaigov.go.th/th/media-centre-government-house/news-summary-cabinet-meeting/item/88403"เว็บไซต์รัฐบาลไทย/a ดังนี้/p pคณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบของขวัญปีใหม่ พ.ศ. 2558 ให้แก่ประชาชน ของกระทรวงคมนาคม ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ ดังนี้/p p1. กระทรวงคมนาคมได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัด จัดเตรียมโครงการเพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่ประชาชน ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี โดยมีของขวัญปีใหม่ พ.ศ. 2558 จำนวน 69 โครงการ ประกอบด้วย/p p- ด้านนโยบายและแผน จำนวน 2 โครงการ ของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจรspan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spannbsp; nbsp; nbsp;br /- ด้านการขนส่งทางบก จำนวน nbsp;33 โครงการ ประกอบด้วย กรมการขนส่งทางบก จำนวน 11 โครงการ nbsp;กรมทางหลวง จำนวน 11 โครงการ กรมทางหลวงชนบท จำนวน 3 โครงการ nbsp;การทางพิเศษแห่งประเทศไทย จำนวน 2 โครงการ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำนวน 3 โครงการ และบริษัท ขนส่ง จำกัด จำนวน nbsp;3 โครงการbr /- ด้านการขนส่งทางราง จำนวน 6 โครงการ ประกอบด้วย การรถไฟแห่งประเทศไทย จำนวน 4 โครงการ nbsp;และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย จำนวน 2 โครงการbr /- ด้านการขนส่งทางน้ำ จำนวน nbsp;18 โครงการ ประกอบด้วย กรมเจ้าท่า จำนวน 3 โครงการ และการท่าเรือแห่งประเทศไทย จำนวน 15 โครงการbr /- ด้านการขนส่งทางอากาศ จำนวน 10 โครงการ ประกอบด้วย บริษัท การบินไทยจำกัด (มหาชน) จำนวน 6 โครงการ nbsp;บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) จำนวน 2 โครงการ และบริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด จำนวน 2 โครงการ/p p2. ของขวัญปีใหม่ พ.ศ. 2558 ให้แก่ประชาชน ของกระทรวงคมนาคม ที่สำคัญ ได้แก่/p p2.1 กรมการขนส่งทางบก/p p(1) เปิดให้จองทะเบียนรถออนไลน์ เพื่ออำนวยสะดวกประชาชนในการจองทะเบียนรถbr /(2) ขนส่งห่วงใย ใส่ใจผู้พิการ มอบอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการที่ประสบภัยจากการใช้รถใช้ถนนทั่วประเทศ จำนวน 2,500 คนbr /(3) Smart Driver Model นำเทคโนโลยีเข้ามาควบคุมพฤติกรรมพนักงานขับรถในรถโดยสารประจำทางของบริษัท ขนส่ง จำกัด จำนวน 60 คันbr /(4) จักรยานยนต์สาธารณะปลอดภัยเป็นมิตร เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการรถจักรยานยนต์สาธารณะที่มีมาตรฐานความปลอดภัยในราคาที่เป็นธรรมbr /(5) รถตู้โดยสาร ใส่ใจบริการ เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการรถโดยสารสาธารณะที่มีมาตรฐานความปลอดภัยและเก็บค่าโดยสารในอัตราที่ทางราชการกำหนด/p p2.2 กรมทางหลวง/p p(1) ยกเว้นค่าธรรมเนียมผ่านทางบนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (สายกรุงเทพฯ -ชลบุรี) และทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 (สายบางปะอิน-บางพลี) ในช่วงเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์ โดยในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2558 ระหว่างวันที่ 26 ธันวาคม 2557 เวลา 16.00 น. ถึงวันที่ 4 มกราคม 2558 เวลา 24.00 น.br /(2) โครงการจัดทำช่องจักรยานเพื่ออำนวยความสะดวกปลอดภัยแก่ประชาชนและสนับสนุนการท่องเที่ยว/ การออกกำลังกาย ใน 4 จังหวัด (เชียงใหม่ nbsp;นครนายก พังงา และมุกดาหาร/p p2.3 กรมทางหลวงชนบท/p p(1) เร่งรัดโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณถนนนนทบุรี 1 จังหวัดนนทบุรี (จาก ถนนนนทบุรี ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปออกถนนราชพฤกษ์) โดยเร่งรัดให้เปิดเส้นทางให้ประชาชนสัญจร ในวันที่ 28 ธันวาคม 2557 ซึ่งตามสัญญาจะก่อสร้างแล้วเสร็จเดือนมีนาคม 2558br /(2) ปรับปรุงถนนทางหลวงชนบทที่ผ่านหน้าโรงเรียนในต่างจังหวัดทั่วประเทศ โดยติดตั้งป้ายสัญญาณไฟกระพริบและตีเส้นจราจรเพิ่มขึ้น ซึ่งในปี 2558 จะดำเนินการ จำนวน 100 แห่ง/p p2.4 การทางพิเศษแห่งประเทศไทย/p p(1) ยกเว้นค่าธรรมเนียมผ่านทางพิเศษบูรพาวิถี (ทางพิเศษสายบางนา-ชลบุรี) ทางยกระดับด้านทิศใต้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเชื่อมทางพิเศษบูรพาวิถี และทางเชื่อมต่อทางพิเศษกาญจนาภิเษก nbsp;(บางพลี-สุขสวัสดิ์) กับทางพิเศษบูรพาวิถีในช่วงเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 26 ธันวาคม 2557 เวลา 00.01 น. nbsp;ถึงวันที่ 4 มกราคม 2558 เวลา 24.00 น.br /(2) อำนวยความสะดวกในการเดินทางช่วงปีใหม่ 2558 โดยตั้งจุดบริการประชาชน ณ ด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษที่กำหนด/p p2.5 บริษัท ขนส่ง จำกัด/p p(1) จัดพื้นที่บริการสำหรับสุภาพสตรีโดยเฉพาะ (Lady Zone) โดยจัดผังที่นั่งสำหรับสุภาพสตรีโดยเฉพาะ (Lady Zone) จำนวน 10 ที่นั่ง ด้านหน้ารถโดยสาร [รถโดยสารหมวด 4 ข (ปรับอากาศ 2 ชั้น)] สายกรุงเทพฯ-นครพนม และสายกรุงเทพฯ-สกลนคร เพื่อให้สุภาพสตรีมีความมั่นใจด้านความปลอดภัยในการให้บริการ/p p2.6 องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ/p pติดตั้งระบบสัญญาณ WIFI บนรถโดยสารปรับอากาศ จำนวน 3 เส้นทาง/p p2.7 การรถไฟแห่งประเทศไทย/p pติดตั้ง CCTV บน Lady Car ขบวนรถสายกรุงเทพฯ - เชียงใหม่ และสายกรุงเทพฯ - อุบลราชธานี เพื่อเพิ่มมาตรฐานความปลอดภัยในการเดินทาง/p p2.8 การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย/p pขยายเวลาเปิดให้บริการเพิ่มขึ้นจากเวลาปกติ 2 ชั่วโมง ในคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2557 ต่อเนื่องวันที่ 1 มกราคม 2558 คือ จากเดิมเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 06.00 น. – 24.00 น. ขยายเป็น 06.00 – 02.00 น./p p2.9 nbsp;กรมเจ้าท่า/p p(1) โครงการชูชีพเก่าแลกใหม่ปลอดภัยได้มาตรฐาน โดยดำเนินการที่จังหวัดภูเก็ต และเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานีbr /(2) โครงการร่วมรักษ์แม่น้ำ กำจัดผักตบชวาเพื่อประชาสุขใจ ดำเนินการในพื้นที่แม่น้ำเจ้าพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดปทุมธานี แม่น้ำลพบุรี จังหวัดลพบุรี แม่น้ำน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แม่น้ำป่าสัก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แม่น้ำสะแกกรัง จังหวัดอุทัยธานี และแม่น้ำท่าจีน จังหวัดสุพรรณบุรี nbsp;จังหวัดนครปฐม และจังหวัดสุมทรสาคร คาดว่าจะกำจัดผักตบชวาได้ 175,000 ตัน/p p2.10 การท่าเรือแห่งประเทศไทย/p pโครงการห้องสมุดปันความรัก เพิ่มความรู้สู่ชุมชน เพื่อมอบเงินทุนสร้างห้องสมุดให้แก่โรงเรียนที่ขาดแคลน/p p2.11 บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)/p pปรับเพิ่มน้ำหนักกระเป๋าสัมภาระของผู้โดยสารอีก 10 กิโลกรัม ในทุกเส้นทางการบิน (ยกเว้นเส้นทางไปสหรัฐอเมริกา) และทุกชั้นผู้โดยสาร/p p2.12 บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)/p p(1) โครงการให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงแบบไร้สาย (Airport Free WIFI) nbsp;ในท่าอากาศยาน 6 แห่ง (สุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต และหาดใหญ่)br /(2) พัฒนาและปรับปรุงลู่ปั่นจักรยานบริเวณโดยรอบท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="//feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/gBS5xyNQdZo" height="1" width="1" alt=""/

"สามนิ้ว" กลยุทธ์การช่วงชิงความหมายของมวลชนที่รัฐบาลทหารตามไม่ทัน

Wed, 17/12/2014 - 06:51
!--break--!--break-- pจริง ๆ แล้วบทความดังกล่าวนี้ต้องการที่จะเกาะกระแสช่วงที่สัญลักษณ์สามนิ้วและภาพยนตร์ The Hunger Games ภาคใหม่กำลังเข้าฉายและกำลังคึกคักอยู่ในแวดวงข่าวและสังคม แต่เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ฝ่ายรัฐบาล ผู้เขียนจึงรอดูท่าทีของรัฐบาลว่าจะทำอย่างไรกับสัญลักษณ์ทางการเมืองอันใหม่นี้ แต่เวลาก็ได้ผ่านมาพอสมควรแล้ว และผู้เขียนคิดว่าคงไม่มีท่าทีที่จะดูสร้างสรรค์อะไรจากทางฝั่งรัฐบาล จึงไม่มีประโยชน์ที่จะต้องรออีกต่อไป/p pกล่าวได้ว่าจากข่าวคราวความวุ่นวายที่ได้เกิดขึ้นในสังคมไทย ณ ตอนนี้ นอกจากปัญหาเศรษฐกิจที่กำลังซบเซา ความเหลื่อมล้ำในสังคม หรือเรื่องเปลี่ยนสามีภรรยาของใครก็ตามแต่ ก็ยังมีสิ่งหนึ่งที่สังคมไทยนั้นต่างทราบกันดีก็คือกระแสการลุกขึ้นมาต่อต้านการรัฐประหารของเหล่านิสิตนักศึกษาและประชาชน ที่ได้แพร่กระจายออกเป็นวงกว้างในสังคมไทยและต่างประเทศ เหล่าบรรดาผู้ต่อต้านการรัฐประหารได้นำสัญลักษณ์การโชว์สามนิ้วมาเป็นสัญญะในการต่อต้านอำนาจของรัฐบาลเผด็จการ/p pสัญลักษณ์ดังกล่าวได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์เรื่อง The Hunger Games ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่กำลังได้รับความนิยม โดยภาพยนตร์ดังกล่าวได้นำเสนอภาพของการต่อต้านอำนาจรัฐของทั้ง 13 เขต และตัวละครหลักของเรื่องได้มีการชูสามนิ้วซึ่งเป็นสัญลักษณ์เด่น ๆ ของเรื่อง โดยstrongความหมายของสัญลักษณ์ดังกล่าวนี้สามารถที่จะแปลความหมายได้ทั้งการขอบคุณ ชื่นชม และอำลา ซึ่งความหมายดังกล่าวได้นำมาสู่สัญลักษณ์แห่งการต่อต้านอำนาจรัฐบาลของนิสิตนักศึกษาในประเทศไทยและฮ่องกง/strong/p pอย่างไรก็ดีการใช้สัญลักษณ์ทางการเมืองก็ใช่ว่าเพิ่งเคยเกิดขึ้นในสังคมการเมืองไทย เพราะก่อนหน้านั้นได้เกิดสัญลักษณ์ทางการเมืองอย่างมากมาย อาทิเช่น การใช้สีเหลือง สีแดง สีชมพู หลากสี เป็นต้น หรือการใช้อุปกรณ์เช่นมือตบ ตีนตบ หรือนกหวีด เป็นต้น แต่ความแตกต่างกันก็คือกลุ่มการเมืองดังกล่าวนี้ไม่ได้เป็นกลุ่มการเมืองมวลชนอย่างแท้จริง เพราะเนื่องจากถูกนำโดยเหล่าแกนนำที่เป็นกลุ่มกระฎุมพี หรือไม่ก็เป็นพรรคการเมืองที่มวลชนเข้าไปมีส่วนร่วมด้วยเพียงน้อยนิด แต่กับกลุ่มนิสิตนักศึกษาซึ่งถือได้ว่าเป็นกลุ่มการเมืองมวลชน ที่ไม่ได้ถูกครอบงำจากเหล่ากระฎุมพีหรือพรรคการเมืองใด ๆ สัญลักษณ์ที่ได้ถูกหยิบยกขึ้นมานี้จึงมีความน่าสนใจแตกต่างกับสัญลักษณ์ที่แล้วมา/p pความน่าสนใจของสัญลักษณ์สามนิ้วก็คือการถูกนำมาใช้และแพร่หลายไปอย่างรวดเร็วผ่านสื่อออนไลน์ โดยปราศจากองค์กรใด ๆ ที่ทำหน้าที่เป็นตัวช่วยเผยแพร่ หรือแม้แต่แกนนำของการต่อต้านในครั้งนี้ก็ไม่สามารถที่จะระบุตัวตนได้ สัญลักษณ์ดังกล่าวนี้จึงถือได้ว่าเกิดขึ้นมาได้จากความกล้าหาญของเหล่านิสิตนักศึกษาและประชาชน เพราะเมื่อมีการจับกุมนิสิตนักศึกษาหรือประชาชนที่ได้แสดงสัญลักษณ์สามนิ้วครั้งใด การแพร่ขยายและความนิยมในสัญลักษณ์ดังกล่าวนี้ก็แพร่ขยายตามไปด้วย ดังนั้นจึงถือได้ว่าสัญลักษณ์สามนิ้วเกิดขึ้นและแพร่ขยายไปได้เพราะความกล้าหาญของนิสิตนักศึกษาและประชาชนอย่างแท้จริง/p pแต่ก็ยังมีความสงสัยในการใช้สัญลักษณ์ดังกล่าวนี้อยู่พอสมควร เพราะเนื่องจากสัญลักษณ์ดังกล่าวนี้มาจากภาพยนตร์ และในเนื้อเรื่อง สัญลักษณ์ดังกล่าวนี้ก็ไม่ได้เป็นสัญลักษณ์ของการต่อต้านแต่อย่างใด แต่เป็นการขอบคุณ ชื่นชม อำลาคนที่รักหรือคนที่เสียสละ ซึ่งสัญลักษณ์สามนิ้วจริงๆ แล้วก็เหมือนและคล้ายๆกับการส่งจูบแล้วโบกมือให้ ซึ่งหากจะพูดว่ากลุ่มมวลชนเข้าใจความหมายของภาพยนตร์ผิดก็ไม่น่าจะใช่ ผู้เขียนจึงมองว่านี่คือ"การช่วงชิงความหมาย" (Contested Meaning) ในสัญลักษณ์ดังกล่าวนี้/p pหากยังจำได้เราจะเห็นได้ว่าหลังการรัฐประหารใหม่ ๆ ได้มีประชาชน นิสิตนักศึกษากลุ่มหนึ่งได้ชูสามนิ้วซึ่งมีนัยที่เป็นการต่อต้านอำนาจของทหาร โดยมวลชนกลุ่มนั้นได้ให้ความหมายของสัญลักษณ์สามนิ้วดังกล่าวเอาไว้ซึ่งคล้องจองกับคำขวัญของประเทศฝรั่งเศสว่า "เสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ" ซึ่งคำดังกล่าวนี้มีกลิ่นอายแห่งการปฏิวัติของประเทศฝรั่งเศส สัญลักษณ์สามนิ้วจึงเป็นสิ่งแทนคำขวัญดังกล่าว เพื่อประท้วงเรียกร้องสามสิ่งที่ขาดหายไปในสังคม/p pซึ่งหลังจากนั้นสัญลักษณ์สามนิ้วก็ได้แพร่หลายไปในสังคม และกลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารก็ได้นำสัญลักษณ์ดังกล่าวนี้ไปใช้โดยให้ความหมายแตกต่างกันไปในแต่ละกลุ่มหรือบุคคล แต่ความหมายโดยรวมนั้นก็มุ่งเน้นไปที่การต่อต้านการรัฐประหาร เราจะพบเห็นได้ว่าการชูสามนิ้วดังกล่าวนี้ไม่ได้มีแกนนำ หรือผู้ให้ความหมายที่ชัดเจนว่ามันคืออะไรหรือแปลว่าอะไร แต่ที่ได้กล่าวไปแล้วว่าการให้ความหมายนั้นเป็นเรื่องของปัจเจกแต่ความหมายโดยรวมนั้นก็ยังเป็นการต่อต้านรัฐประหาร นี่จึงเป็นสิ่งที่แสดงถึงการเป็นสัญลักษณ์ของมวลชน ที่ปราศจากการครอบงำใด ๆ ทั้งสิ้น/p pถึงแม้ว่าสัญลักษณ์สามนิ้วจะมีความหมายที่แตกต่างกันออกไป แต่กล่าวได้ว่าคณะรัฐบาลรัฐประหารก็ถือว่ามีส่วนสำคัญในการที่จะสร้างความชอบธรรมให้กับสัญลักษณ์ดังกล่าวนี้อย่างเป็นทางการ เพราะเนื่องมาจาก "กลยุทธ์" ของกลุ่มทหารที่ไม่สามารถปรับตัวได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ในสังคม และยังคงใช้แนวความคิดวิธีแบบทหารในการเข้าปกครองประเทศ ด้วยการเข้าจับกุมบุคคลที่ได้แสดงสัญลักษณ์สามนิ้วและคุกคามด้วยอำนาจต่าง ๆ ต่อผู้ที่แสดงสัญลักษณ์ดังกล่าว/p pซึ่งทำให้เห็นได้ว่าคณะรัฐประหารเองที่เป็นเสมือนบุคคลที่สร้างความชอบธรรมให้กับสัญลักษณ์สามนิ้ว ให้กลายเป็นฝ่ายตรงข้ามกับตนเอง และใช้กลยุทธ์แบบทหารเข้าจัดการกับสัญลักษณ์ดังกล่าวด้วยการจับกุมหรือใช้วิธีกดดันใด ๆ ก็ตาม ซึ่งผลดังกล่าวก็ได้สะท้อนผลเสียให้กลับมาตกอยู่ที่รัฐบาล เพราะการจับกุมแต่ละครั้งย่อมเป็นที่สนใจของสื่อมวลชนทั้งภายในและนอกประเทศยิ่งทำให้สัญลักษณ์ดังกล่าวแพร่ขยายตัวไปเร็วขึ้น และยิ่งการกระทำดังกล่าวได้เป็นการแสดงถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชน ก็ยิ่งทำให้รัฐบาลเสียความชอบธรรมมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเห็นได้ว่ารัฐบาลใช้กลยุทธ์ที่ล้าสมัยในการจัดการกับการท้าทาย ผลสุดท้ายฝ่ายที่เสียหายก็คือรัฐบาลเอง/p pจากที่ได้กล่าวไปแล้วว่าสัญลักษณ์สามนิ้วถึงแม้ว่าจะไม่ได้แปลถึงการต่อต้านอำนาจรัฐมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ถึงกับหลัง ๆ มีผู้สนับสนุนคณะรัฐประหารและฝ่ายรัฐบาลทหารพยายามจะทำสัญลักษณ์ดังกล่าวนี้ให้เกิดการเสื่อมพลังในตัวเอง และไม่ให้เกิดการชอบธรรมในการใช้สัญลักษณ์ โดยการออกมาชี้แจงผ่านสื่อต่าง ๆ ว่านิสิตนักศึกษาตีความสัญลักษณ์สามนิ้วจากภาพยนตร์ผิด หรือการจะบอกว่าสามนิ้วไม่ใช่ของไทยเป็นของฝรั่ง ดังนั้นสามนิ้วจึงไม่ได้มีความหมายใด ๆ นอกเหนือไปจากสิ่งที่ภาพยนตร์ได้นำเสนอ/p pอย่างไรก็ตามผู้เขียนได้อธิบายไว้แล้วว่ากลุ่มมวลชนดังกล่าวได้ช่วงชิงความหมายของสัญลักษณ์สามนิ้วมาเป็นสัญญะในการต่อต้านการรัฐประหารไว้ได้ตั้งแต่แรกแล้ว อีกทั้งความหมายของสามนิ้วก็เป็นไปตามความคิดของแต่ละบุคคลที่จะให้ความหมาย ดังนั้นสัญลักษณ์ที่กลุ่มมวลชนได้ช่วงชิงมาจึงมีความหมายในตัวของมันเองเกินขอบเขตที่ภาพยนตร์ได้ให้ความหมายเอาไว้ ถึงแม้ว่าฝ่ายรัฐบาลพยายามจะช่วงชิงความหมายดังกล่าวให้กลับมาอยู่ในกรอบของภาพยนตร์แต่ก็สายเกินไปเสียแล้วที่จะทำเช่นนั้นได้ อีกทั้งถึงแม้ทางฝ่ายรัฐบาลทหารเองจะพยายามช่วงชิงความหมาย(ที่พึ่งรู้สึกตัวว่าสายเกินไป) แต่ในขณะเดียวกันรัฐบาลทหารก็กลับไปตอกย้ำความชอบธรรมในสัญลักษณ์ดังกล่าวด้วยการเที่ยวกวาดล้างจับกุมบุคคลที่แสดงสัญลักษณ์ นี่จึงเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลทหารพ่ายแพ้ให้กับกลยุทธ์ดังกล่าวของมวลชนและย้ำให้เห็นว่ารัฐบาลทหารปรับตัวไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในสังคม ยิ่งชี้ให้เห็นว่าทหารนั้นยึดได้ แต่ปกครองไม่ได้/p pการปรับตัวไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของรัฐบาลทหารไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในยุคปัจจุบันนี้เท่านั้น แต่ได้เคยเกิดขึ้นแล้วในช่วงทศวรรษ 2510 และการปรับตัวไม่ทันของรัฐบาลในสมัยนั้นก็มีส่วนในการนำมาซึ่งความล่มสลายของรัฐบาลเผด็จการทหารในปี พ.ศ. 2516 ซึ่งสวนหนึ่งนั้นก็เป็นผลมาจากการปรับตัวไม่ทันของรัฐบาลหารนั่นเองa href="#_edn1" name="_ednref1" title=""[1]/a/p pเราทราบกันดีว่าในช่วงยุคสมัยดังกล่าวนั้นเป็นยุคของสงครามเย็น ซึ่งประเทศไทยได้เข้าร่วมกับฝ่ายสหรัฐอเมริกา โดยในสมัยนั้นมีการปราบปรามการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์อย่างแพร่หลาย ข่าวสารต่าง ๆ ได้ถูกควบคุมโดยรัฐบาลทหาร และการควบคุมข่าวสารดังกล่าวนี้ก็ถือว่าเป็นงานสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งข่าวสารที่รัฐบาลได้ทำการปกปิดนั้นได้แก่การที่รัฐบาลนำพาสังคมไทยไปพัวพันในสงครามอินโดจีน แต่การปฏิบัติการทุกอย่างนั้นได้ดำเนินไปอย่างลับ ๆ ซึ่งเริ่มตั้งแต่การเข้าไปแทรกแซงกิจการในลาวร่วมกับสหรัฐอเมริกา ต่อมารัฐบาลไทยก็ได้เข้าไปพัวพันและแทรกแซงกิจการในประเทศเวียดนาม เกิดการสร้างฐานทัพอากาศของสหรัฐอเมริกาขึ้นในเขตภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างนี้กลับถูกปิดไว้เป็นความลับa href="#_edn2" name="_ednref2" title=""[2]/a/p pอีกทั้งการกระทำทุกสิ่งทุกอย่างของรัฐบาลไทยตลอดในช่วงที่พัวพันในสงครามอินโดจีนนั้น ไม่ได้ถูกทำการตกลงไว้เป็นลายลักษณ์อักษร เพราะการกระทำเช่นนี้จะทำให้ปลอดภัยแก่รัฐบาลจากข้อกล่าวหาในการเข้าไปมีส่วนร่วมในอินโดจีน ดังเช่นการมีอยู่ของฐานทัพอเมริกา ซึ่งสถานะภาพการเป็นเจ้าของฐานทัพไม่ได้ถูกระบุว่าเป็นของใคร และไม่ได้ระบุว่าแต่ละฝ่ายจะมีสิทธิอย่างไรในขอบเขตในการใช้ฐานทัพ จึงนำไปสู่ความจำเป็นที่ต้องมีมาตรการต่าง ๆ เพื่อรักษาภาพพจน์ว่ารัฐบาลไทยนั้นมีอำนาจในการคุมฐานทัพดังกล่าวอย่างเป็นทางการ จึงแสดงสัญลักษณ์เช่นธงชาติไทยในฐานทัพ เพื่อแสดงให้เห็นว่าฐานทัพดังกล่าวเป็นของไทยเพียงแต่อเมริกันได้รับการอำนวยความสะดวกจากการใช้ฐานทัพแต่เพียงเท่านั้น ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่าไม่เคยมีการแถลงอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลไทยเกี่ยวกับฐานทัพที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ในสงครามอินโดจีนa href="#_edn3" name="_ednref3" title=""[3]/a/p pอย่างไรก็ตามถึงแม้ว่ารัฐบาลทหารในยุคนั้นจะสามารถปิดกั้นข่าวสารได้ แต่ก็เป็นแค่เพียงข่าวสารภายในประเทศแต่เพียงเท่านั้น เพราะเนื่องจากในขณะเดียวกันรัฐบาลก็ต้องเผชิญกับข้อมูลข่าวสารที่มาจากต่างประเทศ ทั้งจากฝั่งโลกเสรีและฝั่งคอมมิวนิสต์ ซึ่งมักจะนำเสนอทัศนะที่แตกต่างจากทางรัฐบาลและมีแนวโน้มที่น่าเชื่อถือกว่ารัฐบาล อีกทั้งรัฐบาลไทยเองก็หวั่นไหวต่อข่าวสารดังกล่าวเป็นอย่างมาก มีการใช้มาตรการทำลายความน่าเชื่อถือของของแหล่งข้อมูล มาตรการในการปฏิเสธซึ่งเป็นการโต้ตอบของรัฐบาล ชี้ให้เห็นถึงการไม่ยอมปรับตัวของรัฐบาลเผด็จการทหารในการควบคุมความคิดของสังคม ซึ่งการโต้ตอบโดยใช้กลยุทธ์เดิม ๆ ดังที่ได้กล่าวมาของรัฐบาลทหารทำให้ข่าวสารดังกล่าวได้กระจายไปสู่สังคม และข่าวสารจากต่างประเทศที่อยู่เหนือการควบคุมของรัฐบาล ก็ทำให้สังคมไทยได้รับรู้ข้อเท็จจริงมากยิ่งขึ้นa href="#_edn4" name="_ednref4" title=""[4]/a/p pขณะเดียวกันผู้ที่บริโภคข้อมูลข่าวสารดังกล่าวนี้ก็ได้แก่กลุ่มนิสิตนักศึกษาและปัญญาชน ซึ่งได้อาศัยข้อมูลดังกล่าวและนำไปสู่การทำความเข้าใจสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ซึ่งทำให้เห็นได้ว่ารัฐบาลทหารได้ปกปิดความลับในการเข้าไปแทรกแซงประเทศเพื่อนบ้าน อีกทั้งยังยอมให้ชาวต่างชาติเข้ามาใช้พื้นที่ของประเทศในการตั้งฐานทัพอีกด้วย จึงนำไปสู่การต่อต้านอำนาจและการกระทำของรัฐบาลทหารในช่วงเวลาดังกล่าวนั้นด้วย/p pจะเห็นได้ว่าการทำลายความน่าเชื่อถือ การปิดกั้นข่าวสาร การปฏิเสธ ของรัฐบาลทหารในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น เป็นกลยุทธ์ที่ไม่ทันต่อความเปลี่ยนแปลงในสังคม เพราะเนื่องจากรัฐบาลทหารในช่วงนั้นไม่ได้ตระหนักถึงสังคมที่มีความเปลี่ยนแปลงในตัวเองอยู่ตลอดเวลาถึงแม้ว่าจะถูกควบคุมโดยทหาร อีกทั้งรัฐบาลทหารยังมีความคิดที่ใช้เพียงแค่กำลังและอำนาจปิดกั้นข่าวสารเอาไว้ไม่ให้รั่วไหล แต่เมื่อต้องเผชิญกับข่าวสารจากภายนอกที่กำลังและอำนาจของรัฐบาลทหารไม่สามารถแผ่ไปได้ถึง รัฐบาลก็ไม่สามารถที่จะจัดการกับข่าวสารที่รั่วไหลสู่สังคมได้/p pด้วยเหตุนี้ก็ทำให้ความชอบธรรมของรัฐบาลก็ยิ่งเสื่อมลงไป ซึ่งไม่ใช่เป็นเพราะฝ่ายตรงข้ามแต่เนื่องมาจากกลยุทธของรัฐบาลเองที่ไม่ยอมปรับตัวและปรับตัวไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในสังคม ซึ่งสะท้อนให้เห็นความคล้ายคลึงกับรัฐบาลทหารในยุคปัจจุบัน ถึงแม้ว่ารูปแบบสังคมจะเปลี่ยนไป หรือวิทยาการต่าง ๆ ของสังคมนั้นจะเปลี่ยนแปลงไปมาก แต่โมเดลของรัฐบาลทหารในยุคนั้นกับยุคนี้แทบที่จะไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลย อีกทั้งยังไม่มีการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงในสังคม มุ่งแต่จะพาสังคมให้กลับไปสู่อดีตอยู่ตลอดเวลา/p pstrongดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลทหารทำพลาดกับสัญลักษณ์สามนิ้ว ก็คือการไม่ยอมที่จะเข้าไปช่วงชิงความหมายจากนิสิตนักศึกษา ทั้ง ๆ ที่รัฐบาลอยู่ในฐานะที่ได้เปรียบทุกอย่าง ทั้งในเรื่องของการควบคุมหรือการใช้สื่อ แต่กลับเพียงแค่ไปทำให้สัญลักษณ์ดังกล่าวนี้เกิดการเสื่อมพลังโดยแค่ไปจำกัดให้อยู่ในกรอบของภาพยนตร์ ซึ่งการกระทำดังกล่าวนี้ก็ยังถือว่าสายเกินไปและเสียของ เพราะเนื่องจากมวลชนได้ช่วงชิงความหมายนั้นพ้นมาจากกรอบภาพยนตร์เสียแล้ว รัฐบาลจึงทำได้แค่ต้องยอมรับในสัญลักษณ์สามนิ้วที่ถือว่าตนเองนั้นก็ได้มีส่วนสร้างขึ้น และหากรัฐบาลยังคงใช้กลยุทธ์เดิม ๆ เช่นการจับกุม คุกคามต่อสัญลักษณ์นี้ต่อไป ต่อให้ต้องจับไปปรับทัศนคติอีกกี่คนก็จะไม่มีวันหมดสิ้น/strong/p pซึ่งผู้เขียนเองก็ได้ทราบทัศนคติจากกลุ่มคนที่เป็นกลุ่มอนุรักษ์นิยมที่หัวก้าวหน้าบางกลุ่ม โดยพวกเขาเองก็มีความพยายามที่จะช่วงชิงความหมายของสามนิ้วให้มีความหมายว่า "ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์" แต่เมื่อจั่วหัวซึ่งก็คือนายกรัฐมนตรีหรือรัฐบาล ไม่ได้มีทีท่าต่อการสนับสนุนการช่วงชิงความหมายดังกล่าว แนวความคิดนี้ก็เป็นอันต้องพับลงไป และก็คงไม่มีประโยชน์อะไรที่จะต้องไปยืนชูสามนิ้วอันเป็นอีกความหมายล่อทหารที่มุ่งมั่นแต่จะจับประชาชนเพียงอย่างเดียวโดยไม่ลืมหูลืมตา/p pstrongจากที่ได้กล่าวมานี้จะเห็นได้ว่าการต่อสู้ในเรื่องของอุดมการณ์ทางการเมืองนั้น การมีพลังและอำนาจแต่เพียงอย่างเดียวก็ไม่สามารถที่จะปกครองและนำพาประเทศได้ จำเป็นที่จะต้องมีสมองและมีความคิดในการรับฟังความคิดเห็นของเพื่อนร่วมชาติด้วย เพราะเนื่องจากประเทศไม่ใช่ของคนเพียงคนเดียวและของใครแค่คนหนึ่ง ถึงแม้ว่าฐานะทางเศรษฐกิจหรือระดับการศึกษาของคนในสังคมไทยวันนี้จะมีความแตกต่างกัน แต่มันก็ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะทำให้สิทธิของคนในสังคมไทยไม่เท่าเทียมกัน ดังนั้นประชาธิปไตยจึงเป็นกลไกเดียวเท่านั้นที่จะทำให้สังคมไทยสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างปกติสุข/strong/p pnbsp;/p pnbsp;/p pnbsp;/p divbr clear="all" /br / hr align="left" size="1" width="33%" / div id="edn1" pstrongเชิงอรรถ/strong/p pnbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; [1] หากท่านผู้อ่านสนใจนโยบายของรัฐบาลทหารในช่วงยุคสมัยทศวรรษ 2510 และวัฒนธรรมหรือการก่อตัวทางความคิดในยุคสมัยดังกล่าว โปรดดู ประจักษ์ ก้องกีรติ.(2556).nbsp; strongและแล้วความเคลื่อนไหวก็ปรากฏ:การเมืองวัฒนธรรมของนักศึกษาและปัญญาชนก่อน 14 ตุลาฯ/strong. นนทบุรี :ฟ้าเดียวกัน.nbsp;/p /div div id="edn2" pnbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; [2] ประจักษ์ ก้องกีรติ, strongและแล้วความเคลื่อนไหวก็ปรากฏ:การเมืองและวัฒนธรรมของนักศึกษาและปัญญาชนก่อน 14 ตุลาฯ/strong, (นนทบุรี :ฟ้าเดียวกัน, 2556) ,หน้า 138-142/p /div div id="edn3" pnbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; [3] เรื่องเดียวกัน หน้า 151-153/p /div div id="edn4" pnbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; [4] เรื่องเดียวกัน หน้า 204-205nbsp;/p pnbsp;/p pstrongเกี่ยวกับผู้เขียน:/strongnbsp;ปัจจุบัน ชนาวุธ บริรักษ์ เป็นนิสิตปริญญาตรี ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร/p pnbsp;/p /div /div pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="//feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/sf34miyCSQY" height="1" width="1" alt=""/