ประชาไท

Syndicate content
Updated: 7 min 38 sec ago

ตอบความคิดวสิษฐ เดชกุญชร ความตกต่ำของศีลธรรมไม่ใช่บ่อเกิดปัญหาสังคม

18 min 4 sec ago
!--break--!--break-- pnbsp;/p pผมได้อ่านคอลัมน์ที่สัมภาษณ์คุณวสิษฐ เกี่ยวกับความคิดด้านศีลธรรมที่ส่งผลต่อปัญหาสังคมไทยแล้วรู้สึกว่าเป็นการมองในมุมเดียว และมองจากมุมที่เป็นนามธรรมเสียมากกว่า กล่าวคือมันเป็นเสมือนว่าคุณวสิษฐอ่านข่าว มองสังคมแล้วก็บอกว่าความเสื่อมทั้งหลายเป็นเพราะศีลธรรมในสังคมตกต่ำ ศีลธรรมในสังคมจางหายnbsp; แต่ไม่ได้วิพากษ์หรือวิเคราะห์ไปถึงมิติอื่นหรือปัจจัยอื่นๆที่ส่งผลให้เกิดปัญหานั้นๆbr /br /จากปัญหาต่างๆที่คุณวสิษฐยกมาเป็นตัวอย่างนั้น ในหลายกรณีมีปัจจัยอื่นเป็นองค์ประกอบที่ส่งให้เกิดแรงขับดันในการกระทำนั้นๆมากกว่าเรื่องการขาดศีลธรรม เช่นในเรื่องนักเรียนอาชีวะยกพวกตีกัน เราจะสรุปว่าเป็นเพราะศีลธรรมตกต่ำโดยละเลยในประเด็นทางสังคมเกี่ยวกับลัทธิสถาบันนิยมไปเสียดื้อๆอย่างนั้นหรือ? [การปลูกฝังให้ผู้เรียนมีความรัก และภาคภูมิใจในสถายบันการศึกษาของตนที่ใครจะมาดูหมิ่นสถาบันการศึกษาของตนไม่ได้] เราจะละเลยมุมมองเรื่องพัฒนาการทางร่างกายและจิตใจของวัยรุ่นชาย ว่าไม่มีผลเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจใช้ความรุนแรงได้หรือ? [อารมณ์ร้อน ความมุทะลุของวัยรุ่น ความหุนหันพลันแล่น ที่เกิดจากฮอร์โมน] หรือในกรณีประเด็นเรื่องการลักทรัพย์เราจะละเลยมุมมองในมิติของความยากจนและความเหลื่อม โดยบอกว่าการลักขโมยเกิดเพราะคนไม่มีศีลธรรมเท่านั้นหรือ?br /br /ตามความเห็นของผมแล้วศีลธรรมของคุณวสิษฐนั้นไม่ได้เสื่อมโทรมหรือจางหายไปไหน มันยังคงอยู่อย่างเหนียวแน่นในสังคมไทย หากแต่มันเปลี่ยนบทบาทหน้าที่ไปเป็นกลไกทางอุดมการณ์หนึ่ง เราใช้ศีลธรรมเป็นเครื่องมือหนึ่งสำหรับปฏิบัติการทั้งในทางสังคมและในทางการเมืองnbsp;br /br /หากจะให้ยกตัวอย่างความบิดเบี้ยวของศีลธรรมผมขอยกตัวอย่างง่ายๆว่า ในกรณีที่มีผู้ต้องหาคดีข่มขืน หรือฆ่าข่มขืน ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพเหตุใดจึงมีประชาชนไปรอรุมประชาทัณฑ์ หรือทำร้ายร่างกายผู้ต้องหา ทั้งๆที่เรามีศีลธรรมข้อหนึ่งว่าการทำร้ายผู้อื่นนั้นเป็นบาป? คำอธิบายที่มักพบได้บ่อยคือ “การทำร้ายคนบาปนั้นไม่ผิด หากแต่ได้บุญ” นี่เป็นตัวอย่างขึ้นที่สะท้อนให้เห็นว่าชุดศีลธรรมของคุณวสิษฐมันกลายเป็นกลไกทางอุดมการณ์หนึ่ง ที่อาจจะเรียกว่าเป็นเครื่องมือหนึ่งเสียด้วยซ้ำ เพราะผู้ที่รุมทำร้ายร่างกายผู้ต้องหาจะกลายเป็นผู้เปี่ยมด้วยศีลธรรมความดี หลังจากด้สำเร็จโทษวารร้าย กล่าวได้ว่าหลายครั้งศีลธรรมของไทยกลับกลายเป็นเครื่องมือรองรับความรุนแรงที่ผิดต่อศีลธรรมเสียเองbr /br /ประเด็นสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ผมอยากจะชี้ชวนให้ผู้อ่านได้เห็นคือ ชุดศีลธรรมแบบพุทธของไทยนั้นถูกแช่แข็งให้รับใช้ความจริงสูงสุดอีกอย่างหนึ่ง [เช่น วาทกรรมฆ่าคอมมิวนิสต์ไม่บาป ของพระเทพกิตติปัญญาคุณ หรือ กิติศักดิ์ กิตฺติวุฑฺโฒ] โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง ขณะที่โลกกำลังหมุนไปและระบอบประชาธิปไตยได้นำชุดศีลธรรม* หรืออุดมการณ์อีกชุดหนึ่งเข้ามา ระบบศีลธรรมในไทยกลับถูกแช่แข็งอยู่ภายใต้สำนึกในเรื่อง ขาว-ดำ ความดี-ความชั่ว โดยไม่มีการปรับเปลี่ยนตัวเองให้สอดรับกับยุคสมัยและระบบประชาธิปไตยbr /br /กล่าวทิ้งท้าย สำหรับผมแล้วการมองปัญหาสังคมทั้งหมดปราดเดียวแล้วด่วนสรุปเอาเสียว่าเกิดจากศีลธรรมตกต่ำเพียงถ่ายเดียวโดยละเลยความจริงในมิติอื่นๆนั้นเป็นการสรุปที่ไม่สร้างอะไรมากไปกว่าการฟังเด็กอนุบาลท่อง ก.ไก่ ถึง ฮ.นกฮูก และท้ายที่สุดหากผู้มีอำนาจยังคงยืนยันว่าจะต้องผลิตซ้ำชุดศีลธรรมแบบเดิมๆผ่านระบบการศึกษาแล้วล่ะก็ สิ่งที่เราจะได้กลับมาอาจจะเป็นประเทศคลั่งศีลธรรม หรือรัฐศาสนา ที่ตามทัศนะของผมแล้วการเป็นประเทศคลั่งศีลธรรมนี้น่ากลัวยิ่งกว่าการเป็นประเทศไร้ศีลธรรมเป็นไหนๆ/p pnbsp;/p pnbsp;/p p*ชุดศีลธรรมของระบบประชาธิปไตย – ผู้เขียนคิดเห็นว่า ศีลธรรม คือธรรมเนียมหรือจารีตสำหรับการปฏิบัติต่อเพื่อนมนุษย์เพื่อความสงบสุขของสังคม ดังนั้นสิ่งที่ผู้เขียนเห็นว่าเป็นศีลธรรมในระบบประชาธิปไตยก็คือแนวความคิดเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เสรีภาพและความเสมอภาค ที่ไม่ก้าวก่ายผู้อื่น เหล่านี้นับได้ว่าเป็น ศีลธรรมในอีกรูปแบบหนึ่ง ที่จะทำให้มนุษย์ในสังคมอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขเช่นกัน/p pnbsp;/p pstrongกรุณาอ่านเพิ่มเติม/strongbr /a href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1406628763"วสิษฐ เดชกุญชร : ศีลธรรมกำลังจะจางหายไปจากเมืองไทย /anbsp;br /nbsp;/p pnbsp;/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1406628763" target="_blank"วสิษฐ เดชกุญชร: ศีลธรรมกำลังจะหายไปจากเมืองไทย/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/q3VoFg9YErU" height="1" width="1"/

เอเชียนคอร์เรสปอนเดนต์: มาตรการวีซ่าในไทยอาจกระทบการเรียน-สอนภาษาอังกฤษ

1 hour 3 min ago
pหลังจากที่ทางการไทยประกาศจะเข้มงวดต่อเรื่องวีซ่าของชาวต่างชาติ อาจจะส่งผลกระทบต่อการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเพื่อรับกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เนื่องจากครูสอนภาษาชาวต่างประเทศในโรงเรียนเล็กๆ หลายแห่งถูกจำกัดให้ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตซึ่งมีขั้นตอนยุ่งยากและค่าการจัดการสูง/p p!--break--!--break--/ppbr /30 ก.ค. 2557 เคซี ไฮเนส นักข่าวอิสระที่รายงานข่าวในแถบเอเชียเขียนบทความลงเว็บเอเชียนคอร์เรสปอนเดนต์ ระบุว่าความเข้มงวดและการปราบปรามชาวต่างชาติที่อยู่อาศัยหรือทำงานในประเทศไทยอาจจะส่งผลต่อหลายภาคส่วนโดยเฉพาะเรื่องการศึกษาภาษาอังกฤษ เนื่องจากมีครูสอนภาษาอังกฤษชาวต่างชาติจำนวนหนึ่งไม่สามารถจัดทำใบอนุญาตประกอบวิชาชีพได้ ทำให้พวกเขาตกงาน ส่วนกระบวนการทำใบอนุญาตฯ เองก็มีความยุ่งยากและต้องลงทุนลงแรงมาก/p pไฮเนสระบุว่ามีโรงเรียนบางแห่งจ้างครูสอนภาษาชาวต่างชาติให้พวกเขาสามารถทำงานได้โดยใช้แค่หลักฐานวีซ่านักท่องเที่ยวเพื่อหลีกเลี่ยงความยุ่งยากในการขอใบอนุญาตทำงาน แต่จากการที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองประกาศจะกีดกันผู้ที่ไม่มีวีซ่าระยะยาวทำให้อาจส่งผลกระทบการจ้างงานเช่นนี้/p pในบทความระบุถึงปัญหาเกี่ยวกับการขอใบอนุญาตว่า โรงเรียนเล็กๆ ไม่มีกำลังคนมากพอในการดูแลจัดการกระบวนการที่ใช้เวลานานและมีราคาแพงให้กับครูชาวต่างชาติ ริชาร์ด แบร์โรว บล็อกเกอร์แนวท่องเที่ยวที่อยู่ในไทยซึ่งเป็นผู้จัดหางานและเป็นผู้ประสานงานให้กับครูชาวต่างชาติกล่าวว่า กระบวนการขอใบอนุญาตทำงานใช้เวลาถึง 2 เดือน และอาศัยเอกสารจำนวนมากรวมถึงต้องติดต่อกับหน่วยงานราชการมากมายหลายที่/p pขณะที่โรงเรียนใหญ่ๆ ที่มีทุนหนาจะมีคนดูแลจัดการเรื่องนี้ได้ดี บทความระบุว่าเหตุที่เรื่องนี้ต้องมีคนดูแลจัดการให้เนื่องจากกระบวนการมีหลายขั้นตอนมากจนทำให้ชาวต่างชาติรายใหม่ที่ต้องการทำงานเป็นครูไม่สามารถดำเนินการด้วยตนเองและต้องอาศัยความช่วยเหลือจากผู้มีประสบการณ์/p pบทความระบุอีกว่าก่อนหน้านี้มีชาวต่างชาติบางส่วนใช้วิธีเข้าออกผ่านผ่านพรมแดนไทยและประเทศใกล้เคียงทุกๆ เดือนเพื่อให้ได้ข้องดเว้นชั่วคราวให้พำนักได้ไม่เกิน 30 วัน หรือบางคนก็ขอวีซ่านักท่องเที่ยวซึ่งอนุญาตให้อยู่ได้ไม่เกิน 3 เดือน/p pอย่างไรก็ตาม ทางการไทยประกาศว่าภายในวันที่ 12 ส.ค. จะมีการดำเนินการตามกฎหมายเข้มงวดขึ้น ทำให้ผู้ที่ทำงานในไทยอาจจะไม่สามารถใช้วิธีการเดิมได้ โดยอีกด้านหนึ่งก็มีกรณีที่ชาวต่างชาติบางคนที่มีวีซ่าอย่างถูกกฎหมายถูกปฏิเสธไม่ให้ข้ามผ่านพรมแดนระหว่างไทยกับมาเลเซีย อีกทั้งยังถูกบอกให้ขึ้นรถประจำทางไปที่กรุงกัวลาลัมเปอร์แล้วขึ้นเครื่องบินเข้ามาในไทยแทน โดยเรื่องนี้มีการรายงานในเว็บไซต์ ThaiVisa ชาวต่างชาติที่ถูกห้ามเข้าประกอบด้วยชาวสหรัฐฯ, อังกฤษ, นิวซีแลนด์, อิตาลี, โรมาเนีย และรัสเซีย/p pพอล วิลเลียม ผู้ดูแลเว็บไซต์เกี่ยวกับการเรียนการสอน ajarn.com กล่าวว่าการทำใบอนุญาตประกอบวิชาชีพมีค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางและค่าอำนวยความสะดวกอื่นๆ จำนวนมาก เทียบกับเงินเดือน 30,000 บาทต่อเดือน ครูต่างชาติยังเคยบอกอีกว่าพวกเขาต้องจ่ายค่าทำวีซ่าเองด้วย นอกจากนี้หลังจากมีนโยบายเข้มงวดของทางการก็ทำให้พวกเขามีความเสี่ยงที่จะกลับเข้าประเทศไม่ได้เพิ่มมาอีก/p pในบทความระบุอีกว่าการขอใบอนุญาตยังต้องอาศัยหลักฐานการเรียนจบปริญญาตรี แบร์โรว ผู้จัดหางานไม่เห็นด้วยกับข้อบังคับนี้เขาคิดว่ามันไม่ยุติธรรมเลย การไม่มีปริญญาไม่ได้หมายความว่าจะเป็นครูที่ดีไม่ได้ บางคนมีประสบการณ์สอนมาเป็นเวลา 5-10 ปี เป็นครูที่ดีและมีประสบการณ์ซึ่งเป็นเรื่องน่าเห็นใจสำหรับพวกเขา/p pทางด้านพอล การ์ริแกน นักเขียนอิสระ ซึ่งอดีตเคยทำงานเป็นครูบอกว่าปริญญาไม่ได้เป็นตัววัดว่าโรงเรียนจะได้ครูที่ดีเสมอไป โดยยกตัวอย่างว่าเขารู้จักครูจำนวนมากที่ไม่มีปริญญา แต่มีความสามารถบางด้านอย่างการจัดการห้องเรียน โดยทำได้ดีกว่าเขาเองซึ่งจบด้านศึกษาศาสตร์ในระดับบัณฑิตวิทยาลัย/p pการ์ริแกนเล่าถึงประสบการณ์การพยายามขอใบอนุญาตของเขาเองว่าเจ้านายของเขาสัญญาว่าจะจัดหาใบอนุญาตให้ แต่พอถามถึงก็ถูกตอบบ่ายเบี่ยงทุกครั้งและคิดว่าครูชาวต่างชาติอีกหลายคนก็ประสบปัญหาเจ้านายไม่ทำตามสัญญาทำให้ทำงานอย่างถูกกฎหมายไม่ได้/p pไฮเนสระบุอีกว่าประเทศไทยมีความน่าเป็นห่วงในเรื่องความสามารถด้านภาษาอังกฤษในช่วงก่อนเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนภายในปี 2558 นี้ ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการได้จัดสรรงบประมาณ 500 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีทักษะภาษาอังกฤษเพิ่มมากขึ้น แต่การเพิ่มความเข้มงวดด้านคนการตรวจคนเข้าเมืองจนเป็นอุปสรรคต่อครูสอนภาษาชาวต่างชาติก็น่าสงสัยว่าจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการสอนภาษาได้จริงหรือไม่/p pวิลเลียมเสนอว่ารัฐบาลไทยควรผ่อนผันมาตรการเข้มงวดนี้ลง หรือไม่ก็เปลี่ยนแปลงกระบวนการขอใบอนุญาตให้สะดวกขึ้น มิเช่นนั้นคงต้อง "เสียหน้า" เมื่อมีหลายโรงเรียนออกมาบอกว่า "พวกเราไม่มีครูแล้ว"/p pแม้ว่าโรงเรียนอาจจะมีการแก้ปัญหาโดยใช้ครูสอนภาษาอังกฤษที่เป็นคนไทยแทน แต่วิลเลียมก็บอกว่าปัญหาคือการเรียนการสอนโดยใช้ภาษาไทยอาจจะไม่มีประสิทธิภาพมากเท่าและโดยส่วนตัวเขาเองคิดว่าครูไทยส่วนมากยังพูดภาษาอังกฤษไม่ดีพอ/p pอย่างไรก็ตามวิลเลียมได้แสดงความเห็นใจต่อโรงเรียนเล็กๆ ที่อาจจะประสบปัญหาการขาดแคลนครูในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ด้วย/p pnbsp;/p pbr /strongเรียบเรียงจาก/strong/p pThailand visa crackdown likely to impact English education, Asian Correspondent, 28-07-2014br /a href="http://http://asiancorrespondent.com/125194/thailand-visa-teach-english/"http://asiancorrespondent.com/125194/thailand-visa-teach-english//a/p pVisa enforcement tightens for tourists and expats in Thailand, Asian Correspondent, 16-07-2014br /a href="http://http://asiancorrespondent.com/124798/visa-enforcement-tightens-for-tourists-and-expats-in-thailand/"http://asiancorrespondent.com/124798/visa-enforcement-tightens-for-tourists-and-expats-in-thailand//a/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/6uS3FOgZUOs" height="1" width="1"/

ป.ป.ช. เตรียมส่งสำนวนคดีจำนำข้าวให้อัยการฯ - ถอด ส.ส.-ส.ว. ให้ สนช. ปมแก้ รธน.

2 hours 55 min ago
pป.ป.ช. เตรียมส่งสำนวนคดีรับจำนำข้าว ให้อัยการสูงสุดสั่งฟ้อง ‘ยิ่งลักษณ์’ สัปดาห์หน้า เตรียมส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อถอดถอนจากตำแหน่ง พร้อมกับสำนวนคดีการแก้ไขรัฐธรรมนูญของ ส.ส. และ ส.ว./p p!--break--!--break--/p p30 ก.ค.2557 นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นประธานในพิธีมอบประกาศเกียรติคุณและโล่ห์เกียรติยศ แก่อาสาสมัครพิทักษ์ ป.ป.ช. และมอบประกาศนียบัตรแก่สมาชิกชมรมยิงปืน ที่ผ่านการวัดผลการยิงปืนพกกึ่งอัตโมัติ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ในการป้องกันสำนักงานกรณีเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ในการสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกทางหนึ่ง รวมทั้งเตรียมพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ ในการลงพื้นที่ต่างจังหวัด โดยมีเจ้าหน้าที่เข้าร่วมอบรม 70 คน/p pนายปานเทพ กล่าวถึง สำนวนคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ว่า ขณะนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำสำนวน คาดว่าจะสามารถส่งให้อัยการสูงสุด เพื่อสั่งฟ้องคดีอาญา นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ฐานปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ในสัปดาห์หน้า เพื่อให้ทันตามกรอบเวลา 15 วัน และส่งสำนวนไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อถอดถอนออกจากตำแหน่งด้วย รวมถึงสำนวนการถอดถอน ส.ส. และ ส.ว. กรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่มาของสมาชิกวุฒิสภา ที่ชะลอการส่งสำนวนกลับไปยังวุฒิสภา เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองจึงทำให้ล่าช้า เมื่อมีสภานิติบัญญัติแห่งชาติแล้ว ทุกอย่างจะดำเนินการตามขั้นตอน/p pnbsp;/p pemspan style="color:#696969;"เรียบเรียงจาก /spana href="http://thainews.prd.go.th/centerweb/news/NewsDetail?NT01_NewsID=WNPOL5707300020019"span style="color:#696969;"สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์/span/a/em/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/ixbMybc5yrU" height="1" width="1"/

กกต. รับทราบมติแจ้งข้อกล่าวหา ‘ยิ่งลักษณ์’ ทัวร์นกขมิ้น เอื้อเลือกตั้ง 2 ก.พ.

3 hours 37 min ago
pกกต. แจก 2 แดง-เหลือง เลือกตั้งท้องถิ่น ยกคำร้องคัดค้านเลือกตั้ง ส.ส.-ส.ว. รับทราบมติแจ้งข้อกล่าวหา ‘ยิ่งลักษณ์’ ทัวร์นกขมิ้น เอื้อเลือกตั้ง 2 ก.พ./p p!--break--!--break--/p p30 ก.ค. 2557 นายดุษฎี พรสุขสวัสดิ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินัย แถลงผลการประชุม กกต. วานนี้ (29 ก.ค.) ว่า ที่ประชุมพิจารณาสำนวนคำร้องคัดค้านผลการเลือกตั้ง ส.ส.เขต 4 สุรินทร์ ที่ผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทยชนะการเลือกตั้ง และถูกร้องว่ามีการแจกผ้าห่ม โดยเจ้าหน้าที่รัฐ คือ กำนัน นายก อบต. นายอำเภอ และสมาชิกสภา อบจ. เป็นผู้ดำเนินการ แต่เนื่องจากหลักฐานไม่ถึงตัวผู้สมัคร ส.ส.ที่ชนะการเลือกตั้ง กกต.จึงมีมติยกคำร้อง ส่วนเจ้าหน้าที่รัฐที่วางตัวไม่เป็นกลาง กกต.มีมติให้ดำเนินคดีอาญา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 57 ประกอบมาตรา 137 ของ พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. ประกอบด้วย กำนัน ต.ดอนแรด นายกและรองนายก อบต.ดอนแรด/p pรองเลขาธิการ กกต. กล่าวว่า กกต.ยังพิจารณายกคำร้องสำนวนคัดค้านการเลือกตั้ง ส.ว.ชัยภูมิ กรณีหาเสียงตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันก่อนวันเลือกตั้ง 1 วัน จนถึงสิ้นสุดวันเลือกตั้ง เนื่องจากมีผู้พบเห็นป้ายหาเสียงติดตั้งอยู่ริมรั้วประตูทางเข้าหน่วยเลือกตั้งที่ 31 ศาลาประชาคม จ.ชัยภูมิ แต่เมื่อสอบสวนแล้วพบว่า ป้ายหาเสียงดังกล่าวได้ติดตั้งไว้ก่อนแล้ว/p pที่ประชุม กกต.ยังยกคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง ส.ว.ตราด หลังถูกร้องว่าหลอกลวงใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยม กรณีการสร้างเพจในเฟซบุ๊กที่ชื่อว่า “คนตราด ไม่เอาคนโกง” และทำแผ่นพับหาเสียงไม่เป็นไปตามระเบียบของ กกต. แต่เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่า แฟนเพจดังกล่าวตรวจสอบไม่ได้ว่าใครเป็นเจ้าของ และผู้ถูกร้องแค่เพียงไปกดไลค์ ไม่สามารถระบุได้ว่าเพจดังกล่าวเกี่ยวข้องกับผู้สมัคร ส่วนแผ่นพับหาเสียงก็เป็นเพียงประวัติและผลงานของผู้สมัคร/p pstrongแจก /strongstrong2 แดง-เหลือง เลือกตั้งท้องถิ่น/strong/p pนายดุษฎี กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมพิจารณาสำนวนคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งท้องถิ่น พร้อมสั่งเพิกถอนสิทธิและสั่งเลือกตั้งใหม่ ประกอบด้วย มติสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งและสั่งให้มีการเลือกตั้งนายกและสมาชิกสภาเทศบาลตำบลประทาย เขต 1 อ.ประทาย จ.นครราชสีมา ใหม่ เนื่องจากพบว่า ผู้สมัครนายกและสมาชิกสภาเทศบาลฯ อีก 4 คน ให้ทรัพย์สินเพื่อจูงใจให้เลือกตั้ง โดยมีพยานเป็นตัวบุคคลยืนยัน พร้อมสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหายในการจัดการเลือกตั้งใหม่ และดำเนินคดีอาญาด้วย/p pกกต.ยังสั่งเพิกถอนสิทธินายกองค์การบริหารส่วนตำบลกาหลง อ.เมือง จ.สมุทรสาคร พร้อมสั่งให้เลือกตั้งใหม่ ให้ชดใช้ค่าเสียหายในการจัดการเลือกตั้งใหม่ และดำเนินคดีอาญา หลังพบว่า นายวิชัย ถีระปราโมทย์ ผู้สมัครนายก อบต.กาหลง รู้เห็นเป็นใจให้เงิน และสัญญาว่าจะให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง รวมทั้งสั่งให้มีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านปง อ.สูงเม่น จ.แพร่ หลังพบว่า นายพงศ์พณิช เวียงทอง ผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็นนายก อบต. ให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันคำนวณเป็นเงินได้ เพื่อจูงใจให้ไปเลือกตั้ง ด้วยการจ้างรถแบ็กโฮและรถบรรทุกดินลูกรังไปถมถนนและพื้นที่ต่างๆ ในเขต ต.บ้านปง หมู่ 2 หมู่ 3 และหมู่ 5 พร้อมทั้งให้ดำเนินคดีอาญากับนายสมกาจ กาบจันทร์/p pนอกจากนี้ กกต.สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลระโนด อ.ระโนด จ.สงขลา หรือใบเหลือง เนื่องจากพบว่ามีการปราศรัยใส่ร้ายโดยทีมงานผู้สมัคร ในการปราศรัยเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2557 ที่บริเวณสนามโรงเรียนบ้านมหากาฬ (เฉียงพงศ์) หมู่ 2 ต.ระโนด อ.ระโนด รวมทั้งดำเนินคดีอาญาทีมงานที่เป็นผู้ปราศรัยด้วย/p pstrongรับทราบมติแจ้งข้อกล่าวหา /strongstrong‘ยิ่งลักษณ์’ ทัวร์นกขมิ้น เอื้อเลือกตั้ง/strong/p pโดยเมื่อวานนี้ (29 ก.ค.)นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงภายหลังการประชุม กกต. ว่า ที่ประชุมได้รับทราบกรณีที่คณะกรรมการสืบสวนสอบสวนของ กกต. มีมติเอกฉันท์แจ้งข้อกล่าวหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับพวกรวม 9 คน ว่ากระทำการขัดรัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้ง จากการที่เดินทางไปตรวจราชการในพื้นที่ต่างๆ (ทัวร์นกขมิ้น) ระหว่างมี พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง 2 ก.พ. มีการใช้ทรัพยากรของรัฐ เพื่อให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบในการเลือกตั้งnbsp;/p pนายภุชงค์ กล่าวว่า กกต.เพียงแค่รับทราบความก้าวหน้าของคดี เพราะเรื่องยังอยู่ในขั้นของคณะกรรมการสืบสวนฯ ที่จะต้องรอคำชี้แจงของผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดให้ครบถ้วนเสียก่อน เนื่องจากเป็นเรื่องที่อยู่ในสำนวนเดียวกัน ก่อนที่จะพิจารณาสรุปและมีมติเสนอต่อ กกต./p p“จากที่ได้สอบถามกับเลขานุการคณะกรรมการสืบสวนฯ ทราบว่าได้มีหนังสือส่งไปถึงผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 9 คนแล้ว และมี 2-3 คน ซึ่งไม่แน่ใจว่าในจำนวนนี้มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ด้วยหรือไม่ ที่ขอขยายระยะเวลาการยื่นเอกสารหลักฐาน และการเข้าชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ที่คณะกรรมการสืบสวนฯ ให้เวลาไปเบื้องต้น 15 วัน ขณะที่บางรายยังไม่สามารถติดต่อไป รวมทั้งบางรายก็อ้างว่าหาข้อมูลไม่ทัน” นายภุชงค์ กล่าว/p pnbsp;/p pemspan style="color:#696969;"เรียบเรียงจาก /spana href="http://www.mcot.net/news/politic"span style="color:#696969;"สำนักข่าวไทย/span/a/em/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/FjoeWvrLkak" height="1" width="1"/

ฮารา ชินทาโร่

4 hours 26 min ago
div class="field field-type-filefield field-field-picture-small" div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/quote/2014/07/54819" class="imagecache imagecache-100x100pixel_news_icon imagecache-linked imagecache-100x100pixel_news_icon_linked"img src="http://prachatai.org/sites/default/files/imagecache/100x100pixel_news_icon/files/picturesmall/picture-302.jpg" alt="" title="" width="100" height="100" class="imagecache imagecache-100x100pixel_news_icon"//a /div /div /div div"วิกฤตอันแท้จริงของภาษาคือ สถานการณ์ที่คนในสังคมใช้ภาษาโดยปราศจากความคิด เพื่อการหลอก การล้างสมอง การสร้างภาพและการโฆษณาชวนเชื่อ ซึ่งคนในสังคมไม่สามารถใช้ภาษาอีกต่อไปเพื่อถ่ายทอดความคิดเห็นหรือเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ความคิดของตน"/div div class="field field-type-text field-field-quote-detail" div class="field-items" div class="field-item odd" 30 ก.ค. 57, อาจารย์ชาวญิ่ปุนสอนภาษามลายู ม.อ. ปัตตานี /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/vxdjv0W6oMw" height="1" width="1"/

หลายฝ่ายชี้‘ประมูล’เหมาะสุด หวังหลังเลื่อน4G กสทช.ทำขั้นตอนประมูลให้ดีขึ้น

4 hours 37 min ago
!--break--!--break-- pnbsp;/p p30 ก.ค.2557 โครงการติดตามนโยบายสื่อและ โทรคมนาคม (NBTC Policy Watch) จัดงานเสวนาในหัวข้อ "เลื่อน-เลิกประมูล 4G ใครได้-ใครเสีย: รัฐ ผู้ประกอบการ ประชาชน" ที่ห้องบรรยาย ศ.101 ตึกคณะเศรษฐศาสตร์ มธ.ท่าพระจันทร์nbsp;/p pสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องเลื่อนการประมูลเกิดจากการทำหน้าที่ที่ล่าช้าของ กสทช. ที่ไม่สามารถจัดประมูลคลื่นได้ทันก่อนหมดสัมปทาน ทั้งที่การประมูลควรดำเนินการตั้งแต่ 15 ก.ย. ปีที่แล้ว เมื่อประมูลคลื่นไม่ทันจึงเกิดการขยายเวลาให้บริการต่อเนื่องและคิดว่าจะประมูลได้ทันในหนึ่งปี โดยตามแผนต้องประมูลได้ก่อนเกิดซิมดับรอบสองใน ก.ย.ปีนี้/p pสารี ชี้ว่า หากเป็นไปตามกำหนดเดิมคือประมูลในเดือน ส.ค. แล้วคนที่ได้ใบอนุญาตไม่ใช่ทรู ก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะให้บริการรายใหม่ทันใน 1 เดือน จึงไม่แก้ปัญหาคนที่ใช้บริการเดิม/p pการขยายเวลาไปอีกหนึ่งปีทำให้รายได้ของรัฐหายไป โดยทรูไม่ต้องจ่ายค่าใช้โครงข่าย และเนื่องจากทรูให้ข้อมูลว่าขาดทุนจึงไม่ต้องจ่ายส่วนต่างรายได้ ขณะที่เดิมในระบบสัมปทาน ทรูจ่ายให้รัฐประมาณ 6.8 พันล้านบาท ซึ่งเงินจำนวนนี้สามารถนำไปดำเนินการในกิจการสื่อสารได้ และเมื่อการสื่อสารขาดทุน เราต้องใช้เงินอุดหนุนจากรัฐ เช่น ภาษีnbsp;/p pนอกจากนี้ เมื่อมีการขยายระยะเวลาแบบนี้ ผู้บริโภคอาจประสบปัญหาคุณภาพการให้บริการ ตกอยู่ในสภาวะไม่มีการพัฒนา ลงทุน ปรับปรุงคุณภาพ เพราะเป็นช่วงรอยต่อ/p pสารี เสนอว่า ในวาระที่ประกาศเยียวยาผู้บริโภคฯ ยังไม่ถึงกำหนดในเดือน ก.ย. ควรปรับแก้ประกาศฉบับนี้ให้มีส่วนแบ่งรายได้จากการให้บริการกลับมาสู่รัฐเหมือนที่บริษัทอื่นต้องดำเนินการ/p pสารี กล่าวว่า การเลื่อนการประมูลต้องมีความหมายในเชิงกำหนดทิศทางของกิจการโทรคมนาคมที่รองรับความต้องการของประเทศ การพัฒนา เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา และสาธารณสุขnbsp;/p p"ระยะเวลาที่ทอดออกไปควรจะเป็นประโยชน์ต่อกิจการโทรคมนาคมจริงๆ ไม่ใช่การซื้อเวลา" สารีกล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม ยังอยากเห็นการประมูลเดินหน้า และสนับสนุนให้รัฐวิสาหกิจมาร่วมประมูลด้วย พร้อมย้ำจุดยืนว่าที่ผ่านมา ไม่ได้ขัดขวางการประมูล แต่ขัดขวางการประมูลที่ไม่ออกแบบให้เกิดการแข่งขันและรัฐเสียประโยชน์nbsp;/p pธีระ กนกกาญจนรัตน์ นักวิเคราะห์อาวุโสด้านไอซีที บริษัท ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน กล่าวว่า การเลื่อนประมูล 4G นโยบายครั้งนี้ จะกระทบต่อการจ้างงานที่จะหายไป 15,000 ตำแหน่งที่จะเกิดขึ้นจากการพัฒนา 4G กระทบความเชื่อมั่นว่าไทยจะมีประสิทธิภาพดำเนินการตามแผนพัฒนาแค่ไหน อย่างไรก็ตาม การเลื่อนประมูลก็จะเป็นโอกาสให้ กสทช. ทบทวนขั้นตอนการประมูล เพื่อให้เกิดความชัดแจ้ง โปร่งใส หลังเคยมีเสียงวิจารณ์เรื่องการจัดประมูล 3G ก่อนหน้านี้ ขณะเดียวกัน ในระยะชะลอการประมูล 4G nbsp;ผู้ประกอบการจะมีเวลาพัฒนาการลงทุนใน 3G มากขึ้น เช่น พัฒนาการสตรีมมิ่งคอนเทนต์ หรือการประชุมออนไลน์nbsp;/p pธีระ กล่าวเสริมว่า การยังไม่มี 4G ไม่เสียหาย แต่เสียโอกาส เช่น ภาคสาธารณสุข แม้ไทยจะอยู่อันดับต้นๆ ของโลก แต่การใช้เทคโนโลยีต่ำเมื่อเทียบกับประเทศอื่น สอง คนไทยเข้าถึงบรอดแบนด์ 20% เท่านั้น ส่วนมากเข้าถึงเน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือ ในแง่นี้ หากมี 4G ชีวิตคงไม่ได้เปลี่ยนทันทีขนาดนั้น แต่เพิ่มโอกาสให้คนเข้าถึงเน็ตมากขึ้น และเพิ่มโอกาสให้อุตสาหกรรมเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ต่อยอดในสิ่งที่ 3G ทำไม่ได้/p pเดือนเด่น นิคมบริรักษ์ ผู้อำนวยการวิจัยด้านการบริการจัดการระบบเศรษฐกิจ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย กล่าวในสามประเด็นตามที่ระบุไว้ในประกาศ คสช. คือ การคุ้มครองผู้บริโภค ผลประโยชน์สาธารณะ และการทบทวนระบบการประมูล/p pเดือนเด่น กล่าวว่า ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค หากจะมีการเลื่อนประมูล ควรมีปรับเงื่อนไขประกาศ ให้ผู้ประกอบการที่ประมูลได้ดูแลผู้บริโภคให้ได้บริการเดิม ตามเงื่อนไขเดิม จนกว่าจะสิ้นสุดสัญญา และมีเงื่อนไขการส่งต่อการให้บริการโดยไม่กระทบผู้บริโภค เพราะผู้บริโภคมีสิทธิใช้บริการอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา ยังไม่เห็นความพยายามตรงนี้ มีเพียงความพยายามให้ย้ายค่ายและสุดท้าย ก็ยังมีผู้บริโภคค้างในระบบ ขณะที่ผู้ให้บริการรายเดิม ทั้งที่รู้ว่าจะสิ้นสุดการให้บริการ ก็ยังมีการขายซิมใหม่อยู่nbsp;/p pด้านประโยชน์สาธารณะ เดือนเด่น ชี้ว่า nbsp;การเลื่อนประมูลจะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ถ้าเอื้อต่อการแข่งขันของรายใหม่ โดยการประมูลที่ผ่านมา เรายังมีผู้ประมูลเพียงสามราย ควรต้องปรับเกณฑ์ให้มีรายใหม่เข้า มามากขึ้น เช่น การใช้โครงข่ายร่วมกัน ลดอัตราค่าเชื่อมต่อ เพราะการมีผู้ประมูลมากขึ้น เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย เกิดการแข่งขันราคาประมูลซึ่งเป็นประโยชน์ต่อรัฐ ขณะที่ผู้บริโภคก็มีทางเลือกหลากหลายขึ้น/p pเดือนเด่น กล่าวถึงประเด็นที่สามเรื่องการทบทวนระบบการประมูลโดยย้ำว่าการประมูลนั้น ตั้งคำถามว่า เกี่ยวข้องกับความพยายามให้คลื่นแก่ รัฐวิสาหกิจบางแห่งหรือไม่ เนื่องจาก พ.ร.บ.ประกอบกิจการฯ กำหนดว่า รายได้สัมปทานเข้ารัฐ ไม่เข้ารัฐวิสาหกิจแล้ว ดังนั้น เมื่อหมดรายได้สัมปทาน รัฐวิสาหกิจจะติดลบnbsp;/p pเดือนเด่น กล่าวว่า ที่่ผ่านมา มีการแสดงความเห็นจากรัฐวิสาหกิจว่า รัฐวิสาหกิจเข้าแข่งขันยาก เพราะเงินที่จะนำมาประมูลต้องของบประมาณก่อนล่วงหน้า แต่เมื่อยังไม่รู้ว่าจะประมูลเท่าไหร่ก็กำหนดงบลำบาก หรือหากตั้งงบไปก่อน คู่แข่งก็รู้ว่าจะแข่งเท่าไหร่ อย่างไรก็ตาม ย้ำว่าไม่ใช่เหตุผลที่จะล้มระบบประมูล ต้องหาทางแก้วิธีอื่น หรืออาจให้รัฐวิสาหกิจเป็นแค่ผู้ให้บริการโครงข่าย ไม่ต้องเข้ามาประมูล/p p"ตามหลักแล้ว ต้องมีการประมูลเพราะอยากเอาคลื่นให้คนที่ใช้ประโยชน์จากมันได้มากที่สุด เพราะมูลค่าการประมูลคือกำไรส่วนเกินที่ผู้ประกอบการคาดว่าจะได้จากการใช้คลื่น ถ้าให้คลื่นใครโดยไม่ต่องจ่ายสตางค์ เขาจะพยายามทำให้ได้รายได้มากที่สุดหรือไม่"nbsp;/p pเดือนเด่น กล่าวว่า ยังเชื่อมั่นว่าระบบประมูลเป็นระบบดีที่สุด เพราะเป็นระบบที่ใช้ดุลพินิจน้อยที่สุด ซึ่งจะป้องกันปัญหาคอร์รัปชันได้ พร้อมยกปัญหาความคลุมเครือในการให้สัมปทานในธุรกิจพลังงาน ซึ่งทำให้ธุรกิจนี้มีปัญหามาก ดังนั้น การที่ธุรกิจโทรคมนาคมจะกลับไปเป็นแบบธุรกิจพลังงาน โดยเจรจาหลังประตู นั้นเป็นการถอยหลังเข้าคลองnbsp;/p pพรเทพ เบญญาอภิกุล อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงข้อเสนอการแก้ไข พรบ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ พ.ศ.2553 มาตรา 45 เพื่อเปิดโอกาสให้ กสทช. สามารถใช้วิธีการอื่นที่ไม่ใช่การประมูลในการจัดสรรคลื่นความถี่ว่า ข้อเสนอดังกล่าวเกิดจากปัญหา การประมูล 3G ที่ กสทช. ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสังคม โดยกรรมการ กสทช. บางคนมองว่าการประมูลเป็นปัญหา เพราะว่าสังคมขาดความรู้ ได้รับข้อมูลผิดพลาด ทั้งที่แท้จริงแล้ว วิธีการประมูลไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาที่เป็นเหตุของกระแสวิจารณ์ในกรณี 3G คือ การใช้ดุลยพินิจของ กสทช. ในการเปลี่ยนเกณฑ์การประมูลที่ทำให้ไม่มีการแข่งขันเสนอราคา ในขณะที่ราคาตั้งต้นถูกกำหนดให้ต่ำกว่ามูลค่าประเมินที่เป็นวิชาการถึง 30%/p pพรเทพอธิบายว่า ในทางเศรษฐศาสตร์ การประมูลหากออกแบบอย่างเหมาะสม เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการจัดสรรทรัพยากร เพราะทรัพยากรจะอยู่กับผู้ที่สร้างประโยชน์ได้สูงสุด ทั้งยังเป็น วิธีมีความโปร่งใส ดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว เมื่อวิธีการและกฏเกณฑ์การประมูลถูกกำหนดมาแล้ว ผลการประมูลถูกแทรกแซงได้ยาก และมีความเป็นธรรมในแง่ที่ไม่มีดุลยพินิจมาเกี่ยวข้อง/p p“ปัญหาวุ่นวายของการประมูล 3G ที่เกิดขึ้น ไม่ได้เป็นเพราะการประมูลเข้าใจยากหรือสังคมขาดความรู้ แต่เป็นเพราะวิธีการประมูลนั้นมีขั้นตอนและหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน จนสังคมไล่เรียงตรวจสอบได้ว่าปัญหามาจากจุดไหน ถ้าผลลัพท์แบบเดียวกันนี้เกิดจากวิธีการจัดสรรอื่น สังคมอาจจะตรวจสอบหรือทำความเข้าใจได้ยากขึ้น”/p pในขณะที่วิธีอื่นที่อาจจะใช้แทนการประมูลเช่น วิธีการคัดเลือกผู้เหมาะสม (Beauty contest) โดยเป็นวิธีที่ กสทช. ตั้งราคากลางและให้ผู้ประกอบการนำเสนอเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์ให้กับผู้บริโภคนั้น มีกระบวนการที่โปร่งใสน้อยกว่า เพราะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้คัดเลือกเป็นสำคัญ ผู้คัดเลือกแต่ละรายให้น้ำหนักกับปัจจัยต่าง ๆ เช่น ราคา คุณภาพ เทคโนโลยี ความครอบคลุมของพื้นที่ นวัตกรรม แตกต่างกัน ดังนั้นผู้ที่ได้รับคัดเลือกจะเป็นใครนั้น ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบของกรรมการเป็นหลัก ซึ่งการเปิดโอกาสให้ใช้ดุลยพินิจอาจทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์และเกิดข้อโต้แย้งทางการเมืองและกฏหมายได้ง่ายกว่า รวมถึงความเคลือบแคลงต่อปัญหาทุจริตและความไม่เป็นธรรมในการคัดเลือก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากผู้คัดเลือกขาดความน่าเชื่อถือ/p pพรเทพกล่าวต่อไปว่า นอกเหนือจากประเด็นเรื่องความ โปร่งใส การประเมินหรือคาดเดาปัจจัยต่าง ๆ เช่นราคา คุณภาพการให้บริการ เทคโนโลยี ล่วงหน้าเป็นเวลานาน 15-20 ปี สำหรับอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วอย่างกิจการสื่อสารและโทรคมนาคมเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก เทคโนโลยีหรือบริการบางอย่างอาจจะยังไม่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่จะประเมินข้อเสนอและคัดเลือกผู้ที่เหมาะสม ซึ่งจะยิ่งทำให้การจัดสรรทรัพยากรด้วยวิธี Beauty contest ขาดประสิทธิภาพลงไป/p pอีกประเด็นหนึ่งที่คือ ปัญหาการกำกับหรือบังคับให้ผู้ประกอบการที่ได้รับการคัดเลือกปฏิบัติตามแผนธุรกิจที่ได้นำเสนอไว้ วิธีการ Beauty contestมักจะเป็นวิธีที่รัฐตั้งราคากลางของคลื่นให้มีราคาถูกหรือในบางกรณีจัดสรรโดยไม่คิดมูลค่า โดยกำหนดเงื่อนไขการให้บริการที่เข้มงวด หรือให้ผู้ประกอบการแข่งขันกันเสนอผลประโยชน์ให้กับผู้บริโภค การที่ผู้ชนะการคัดเลือกจะมีต้นทุนที่ต้องจ่ายในปัจจุบันที่ต่ำ ในขณะที่โอกาสการได้รับเลือกขึ้นกับสิ่งที่สัญญาในอนาคต สร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการแข่งกันนำเสนอแผนธุรกิจที่ดีเกินจริง ปัญหาคือการกำกับดูแลให้ปฏิบัติตามคำมั่นที่ให้ไว้ เมื่อได้รับคัดเลือกแล้วผู้ประกอบการจะปฏิบัติตามแผนธุรกิจก็ต่อเมื่อสามารถทำกำไรได้เท่านั้น/p pกสทช. อาจจะเผชิญกับความยากลำบากในการกำกับดูแลให้เป็นไปตามเงื่อนไขสัญญา เพราะผู้ชนะการคัดเลือกจะยินดีจ่ายค่าคลื่นความถี่ราคาต่ำและรับเงื่อนไขเข้มงวด เพราะมองว่าเป็นการทำประกันเพื่อรักษาโอกาสในการลงทุน (investment option) เอาไว้ หากสถานการณ์ไม่เอื้อให้ทำกำไรและไม่สามารถแก้ไขเงื่อนไขสัญญาได้ในภายหลังก็จะออกจากตลาดไปโดยเสียต้นทุนไม่มากนัก ในขณะที่วิธีการประมูลถูกมองว่าเป็นการให้คำมั่นที่จริงจังกว่าเนื่องจากผู้ชนะประมูลจะมีต้นทุนในปัจจุบันเพิ่มขึ้นตามการเสนอราคาของตนเอง/p p“หากพิจารณาจากทั้งประเด็นด้านความโปร่งใสและความชัดเจนของกระบวนการ ที่วิธีการประมูลมีสูงกว่าและสังคมให้น้ำหนักกับปัจจัยนี้ค่อนข้างมาก ในขณะที่วิธี Beauty contest มีความยืดหยุ่นแต่สุ่มเสี่ยงต่อการใช้ดุลยพินิจที่ผิดพลาดเนื่องจากความขาดแคลนของข้อมูลที่จำเป็นต่อการตัดสินใจ และภาระในการกำกับดูแลเงื่อนไขสัญญาที่ค่อนข้างสูง การประมูลเป็นวิธีที่การจัดสรรคลื่นความถี่ที่มีความเหมาะสมกว่าในบริบทของไทย” พรเทพสรุป/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/6_wPJWB0AAY" height="1" width="1"/

คุยกับ ‘จิตรา คชเดช’ ทำไมกลับไทยกับเงื่อนที่คสช.ผูกและกระบวนการทำให้เป็นนักโทษ

5 hours 19 min ago
!--break--!--break-- p style="text-align: center;"img src="https://farm4.staticflickr.com/3923/14598080998_e9daf23440.jpg" //p pหลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) รัฐประหารยึดอำนาจการปกครองเทศ สิ่งหนึ่งที่ตามมาคือการออกคำสั่งเรียกตัวบุคคลจำนวนมากเข้ารายงานตัวและกักตัวคนเหล่านั้น โดยวันที่ 1 มิ.ย. คสช.ได้ออกคำสั่งที่ 44/2557 โดยเรียกบุคคลจำนวน 28 ราย เข้ารายานตัว ที่สโมสรทหารบก เทเวศร์ ในวันที่ 3 มิ.ย. เวลา 10.00-12.00 น. ซึ่งในจำนวนนั้นมีชื่อ ‘จิตรา คชเดช’ นักกิจกรรมทางการเมืองและสังคม เจ้าหน้าที่และที่ปรึกษาสหภาพแรงงานไทรอัมพฯ และผู้ประสานงานกลุ่มสหกรณ์คนงาน TRY ARM และเธอเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นเมื่อต้นปี 54 หลังชูป้ายที่มีข้อความว่า ‘ดีแต่พูด’ ใส่ ‘อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ’ นายกรัฐมนตรีขณะนั้น ในวันสตรีสากล/p pอย่างไรก็ตามขณะที่ คสช. เรียกจิตรา เขารายงานตัวนั้น เธออยู่ระหว่างการเดินทางศึกษาการเคลื่อนไหวทางการเมืองและสวัสดิการของคนงานในประเทศสวีเดน จึงไม่สามารถกลับมารายงานตัวได้ทัน แม้จะเดินทางไปรายงานตัวที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงสต๊อคโฮล์มแล้ว แต่หลังจากนั้นไม่ถึง 1 สัปดาห์เธอกลับถูกออกหมายจับด้วยข้อหาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. อย่างไรก็ตามเช้าวันที่ 13 มิ.ย. เธอก็ได้เดินทางกลับมาตามที่เคยประกาศไว้ พร้อมกับถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวตั้งแต่ลงเครื่องบิน และถูกดำเนินคดีในข้อหาดังกล่าว พ่วงด้วยเงื่อนไขการประกันตัวแถมมาด้วยว่า/p pem“ห้ามชุนุมทางการเมืองอันก่อให้เกิดความไม่สงบในราชอาณาจักร และห้ามแสดงความคิดเห็นด้วยวาจาหรือวิธีอื่นใด หรือทำเป็นหนังสือเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน”/em/p pประชาไทจึงสัมภาษณ์ถึงเหตุผลที่เธอเดินทางกลับมา รวมถึงกระบวนการกักตัว การควบคุมตัวในทัณฑ์สถานหญิงกลางที่มีการทำให้กลายเป็นนักโทษ รวมไปถึงเงื่อนไขความยากลำบากในการเคลื่อนไหวเรียกร้องสวัสดิการของสหภาพแรงงานที่เธอทำงาน ก่อนดีเดย์วันที่ 31 ก.ค. นี้ ที่จะครบกำหนดฝากขังผลัดที่ 4 ซึ่งเป็นผลัดสุดท้ายของพนักงานสอบสวนก่อนส่งฟ้องให้อัยการต่อไป/p p style="text-align: center;"img src="https://farm4.staticflickr.com/3838/14501959912_8cdf240a7e.jpg" //p p align="center"00000/p pspan style="color:#0000cd;"strongประชาไท : ทำไมถึงเดินทางไปสวีเดนในช่วงก่อนรัฐประหาร?/strong/span/p pจิตรา : เนื่องจากมีคนไทยที่ตนรู้จักในสวีเดนเชิญไป จากที่เห็นว่าตนเป็นคนงานที่ทำงานด้านสหภาพแรงงาน ประกอบกับคนไทยเหล่านั้นอยู่ในสวีเดนก็เป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน จึงอยากให้ตนได้เห็นวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ของคนสวีเดน และการทำงานสหภาพแรงงานที่นั่น ซึ่งช่วงไปนั้นเป็นช่วงมีการจัดงานวันกรรมกรสากลที่นั่น โดยปีที่แล้วช่วงเดียวกันนี้ตนก็เดินทางไปมาแล้วครั้งหนึ่งnbsp;nbsp;nbsp;/p pซึ่งมีกำหนดการเดินทางไปกลับก่อนที่จะมีการรัฐประหารหรือการเรียกตัวจาก คสช. แล้ว การเดินทางไปครั้งนี้เพื่อศึกษาการทำงานของคนงาน เช่น ที่เมืองคีรูนา เพื่อดูวิถีการทำงานของคนทำงานเหมืองแร่ และการทำงานของสหภาพแรงงาน การจัดการระบบความปลอดภัยของคนงาน เป็นต้น/p pspan style="color:#0000cd;"strongทราบอย่างไรว่า คสช. มีคำสั่งเรียกให้มารายงานตัว?/strong/span/p pทราบจากข่าวในออนไลน์ เพราะหลังรัฐประหารก็มีการเรียกรายงานตัวเรื่อยๆ จนกระทั่งวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมาพบว่ามีการเรียกให้ตนนั้นไปรายงานตัวในวันที่ 3 มิ.ย. ที่สโมสรกองทัพบก เทเวศร์ ซึ่งขณะนั้นไม่สามารถเดินทางกลับมารายงานตัวได้ทัน เพราะจองตั๋วเครื่องบินกลับในวันที่ 12 มิ.ย. ซึ่งจองไว้ก่อนหน้าแล้ว/p pspan style="color:#0000cd;"strongทำไมถึงได้เลือกที่จะเดินทางกับเมืองไทย ทั้งที่มีหมายเรียกและหมายจับจาก คสช.?/strong/span/p pตนไม่มีเงินมากพอที่จะใช้ชีวิตอยู่ในสวีเดนได้ เหตุที่ไม่ตัดสินใจกลับมาทันทีหลังจากมีคำสั่ง คสช. เรียกตัว เพราะค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนตั๋วแต่ละครั้ง 6,000 – 7,000 บาท และคิดว่าระยะเวลาจากวันที่ 3 มิ.ย. ที่ คสช. เรียกรายงานตัว ถึงวันที่ 12 มิ.ย. ตามกำหนดที่เราจองตั๋วกลับ ไม่ได้เป็นระยะเวลาที่ยาวนานมาก พร้อมกับวันที่ 3 มิ.ย. ที่ คสช. เรียกนั้น ตนเองก็ไปรายงานตัวกับสถานเอกอัครราชทูตไทยในสวีเดนแล้ว และใช้โทรศัพท์โทรมาที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ของ คสช. ตามเบอร์โทรที่มีการเผยแพร่ แต่กลับไม่มีการรับโทรศัพท์/p pรวมทั้งใช้วิธีการส่งจดหมายมาที่ คสช. โดยให้คนที่อยู่ไทยไปยื่นที่สโมสรกองทัพบก และส่งเป็นจดหมายเปิดผนึกถึงสื่อมวลชน/p pเหตุที่เดินทางเข้ารายงานตัวที่สถานเอกอัครราชทูตไทยเนื่องจากคิดว่าเป็นส่วนหนึ่งของรัฐไทย ถึงแม้ทางสถานเอกอัครราชทูตฯ ไม่รับหนังหนังสือ แต่ที่ปรึกษาทูตฯ ก็บอกว่าจะเขียนรายงานเรื่องที่ตนเดินทางมาส่งกระทรวงต่างประเทศ/p pนอกจากเหตุผลดังกล่าวแล้ว อาชีพหลักที่ตนทำอยู่นั้นคือเป็นที่ปรึกษาและเจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานไทรอัมพ์ฯ รวมทั้งเป็นผู้ประสานงานกลุ่มคนงาน TRY ARM ซึ่งเป็นอดีตคนงานไทรอัมพ์ที่ถูกเลิกจ้างตั้งแต่ปี 52 แล้วมารวมกลุ่มกันในรูปแบบสหกรณ์คนงานเพื่อผลิตชุดชั้นในขาย ประกอบกับขณะนี้เป็นช่วงที่สหภาพแรงงานไทรอัมพ์ฯ เตรียมจะยื่นข้อเรียกร้องเพื่อเปลี่ยนแปลสภาพการจ้างงานต่อนายจ้างด้วย/p pรวมทั้งเห็นว่าตนเองไม่ได้กระทำความผิดอะไร เพราะหากไม่ได้อยู่ต่างประเทศตนก็ต้องเดินทางไปรายงานตัวตามวันเวลาและสถานที่ที่ คสช. กำหนดอยู่แล้ว แต่ถึงอย่างไรก็ได้ติดต่อมาทาง คสช. ทุกรูปแบบเพื่อที่จะแสดงให้เห็นว่ามีเจตนาที่จะมารายงานตัว/p pspan style="color:#0000cd;"strongไม่กลัวกับการต้องเข้ามารายงานตัวหรือถูกจับกุมหรือ?/strong/span/p pตอนนั้นเชื่อว่าไม่ได้กระทำความผิดอะไร และเชื่อว่า คสช. เอง มีการประกาศว่าจะมารัฐประหารเพื่อที่จะทำให้ประชาชนมีความสุข ตนก็คิดว่าไม่มีทางเลี่ยงไปได้ที่จะไม่กลับมา จึงเป็นทางเลือกเดียวที่จะต้องกลับมาไม่ว่าจะเจอกลับอะไรก็ต้องพร้อมที่จะเผชิญกับมัน บวกกับเหตุผลที่กล่าวมาก่อนหน้าทำให้ต้องกลับมาแม้จะมีความกลัวอยู่ก็ตาม/p p“ว่ากันจริงๆเรายังมีเพื่อนมีพี่มีน้อง คนที่อยู่เมืองไทยเขายังอยู่กันได้ แล้วทำไมเราถึงอยู่ไม่ได้”/p p“เพราะเราคิดว่าการออกหมายจับ การเข้าสู่กระบวนการทางศาลเราคิดว่าเราสามารถอธิบายได้ ด้วยเหตุด้วยผลว่าเพราะอะไร เราไม่ได้ฝ่ายฝืน เราไม่ได้ขัดคำสั่งรายงานตัว และมั่นใจในสิ่งที่เราทำเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เรากลับมาไม่ได้เราก็เลือกติดต่อ คสช. เท่าที่ทำได้”/p pสำหรับกรณีที่ตนถูกออกหมายจับนั้น แปลกใจที่บางคนถูก คสช. เรียกตัวก่อนหน้าตนตั้งหลายคน แต่ยังไม่มีการออกหมายจับ แต่ตนประกาศเรียกแค่สัปดาห์เดียวก็มีหมายจับแล้ว ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าต้องการให้คนที่ถูกเรียกรายงานตัวก่อนหน้าจะต้องถูกออกหมายจับเหมือนตน แต่คิดว่าหมายจับของตนนั้นน่าจะเกิดจากความผิดพลาด จึงยิ่งมั่นใจว่าสามารถอธิบายสิ่งที่ตนเองทำได้/p p“ถ้าเราเจตนาฝ่าฝืนก็ไม่เดินทางกลับมาให้โดนจับแต่แรก”/p pแต่อย่างไรก็ตามการที่ คสช. ออกหมายจับเพิ่มจากคำสั่งเรียกรายงานตัวก็อาจทำให้บางคนรู้สึกหวาดกลัวเพิ่มขึ้น จึงเป็นการบีบให้เขาเหล่านั้นฝ่าฝืนคำสั่งไปในตัวด้วย ทั้งที่ตอนแรกพวกเขาอาจมีเจตนาที่จะเดินทางเข้ารายงานตัวอยู่แล้วก็ตาม/p pspan style="color:#0000cd;"strongคิดอย่างไรกับคนที่ไม่รายงานตัวกับ คสช. ?/strong/span/p pสำหรับคนที่ไม่มารายงานตัวกับ คสช. นั้น ตนเคารพสิทธิที่พวกเขาตัดสินใจ เพราะแต่ละคนมีสถานการณ์การรับรู้ สถานการณ์ทางการเมือง ญาติพี่น้อง คนรอบข้างของเขาแต่ละคนต่างกัน มีบริบทต่างกัน ดังนั้นจึงเคารพในการตัดสินใจของแต่ละคน เคารพทั้งคนที่ไปรายงานตัว คนที่กลับมามอบตัว คนที่หนี เพราะแต่ละคนย่อมมีเหตุผลที่แตกต่างกันไป/p p style="text-align: center;"img src="https://farm6.staticflickr.com/5579/14761770436_8c188d0ace.jpg" //p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"emระหว่างถูกกักตัวที่ห้องขังกองปราบ/em/span/p pspan style="color:#0000cd;"strongช่วยเล่ากระบวนการถูกควบคุมตัวแต่แต่ถึงสนามบิน ว่าเป็นอย่างไร?/strong/span/p pก่อนหน้าที่จะเดินทางกลับได้ทำจดหมายเปิดผนึกถึง พล.อ.ประยุทธ์ หัวหน้า คสช. เพื่อบอกรายละเอียดการเดินทางแล้วว่า จะเดินทางกลับถึงไทยตั้งแต่เช้า วันเวลากี่โมง และจะเข้ารายงานตัวกับ คสช. แต่เมื่อถึงสนามบินแล้วผ่าน ตม. ตามปกติ แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ ตม. แจ้งว่าน่าจะมีปัญหาจึงขอควบคุมตัว และแจ้งว่าตนมีรายชื่อ จึงทำบันทึกการจับกุม อย่างไรก็ตามระหว่างบันทึกการจับกุมตนก็สามารถขอเข้าห้องน้ำหรือขอล้างหน้าแปรงฟันได้ โดยมีตำรวจหญิงเฝ่าตลอด/p pหลังจากนั้นจึงพาไปที่กองปราบปราม สอบปากคำ และฝากขังในห้องขังกองปราบ 1 คืน วันรุ่งเช้าวันต่อมาทหารและตำรวจได้นำตัวไปศาลทหาร โดยพนักงานสอบสวนไปขออำนาจศาลทหารฝากขังผลัดที่ 1 โดยอ้างถึงเหตุจำเป็นที่ยังไม่สามารถสอบปากคำพยานได้ทั้งหมด รวมถึงต้องการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมเพิ่มด้วย/p pspan style="color:#0000cd;"strongเจ้าหน้าที่ทหารตำรวจปฏิบัติอย่างไรในระหว่างควบคุมตัว?/strong/span/p pโดยทั่วไปถือว่าปฏิบัติดี แต่ที่เราไม่มีคืออิสรภาพ จะกลับบ้านก่อนก็ไม่สามารถทำได้ ต้องหิ้วกระเป๋าเดินทางเข้ากองปราบเลย ไม่สามารถกลับบ้านเพื่อไปพักผ่อนก่อนแล้วมารายงานตัวหรือมอบตัวภายหลังได้ แม้ว่าตนไม่ได้มีเจตนาหนี/p pหลังจากที่ศาลทหารอนุญาตฝากขังได้ ตนจึงขอยื่นประกันตัว และศาลทหารก็ให้ประกันตัวด้วยเงินสด 20,000 บาท ซึ่งเป็นเงินจากกลุ่มคนงาน TRY ARM พร้อมเงื่อนไขการประกันตัว/p pspan style="color:#0000cd;"strongกระบวนการปล่อยตัวชั่วคราวนี้ไปปล่อยที่ไหนอย่างไร?/strong/span/p pหลังจากนั้นเวลา 16.00 น. เจ้าหน้าที่นำตัวตนไปที่ทัณฑสถานหญิงกลาง คลองเปรม เพื่อฝากขัง และรอคำสั่งศาลทหารว่าจะให้ประกันตัวหรือไม่/p pก่อนหน้านี้เคยถูกฝากขังในศาลปกติของพลเรือนที่จะนำตัวไปไว้ห้องขังใต้ถุนศาลเพื่อรอคำสั่งปล่อยตัวชั่วคราว รวมทั้งในกระบวนการปกติหากเป็นชั้นตำรวจหรือพนักงานสอบสวนนั้นหากให้ประกันตัวก็ปล่อยตัวได้ โดยไม่ต้องขังก่อน ซึ่งต่างจากกรณีนี้ที่นำตัวเข้าทัณฑสถานหญิงฯ ก่อน/p p“กลไกที่เข้าเรือนจำหรือทัณฑสถานหญิงฯ นั้น กระทำกับเราเหมือนนักโทษ เรียกได้ว่ามีกระบวนการทำให้กลายเป็นนักโทษ โดยปฏิบัติกับเราเท่ากับนักโทษที่ถูกศาลสั่งจำคุกในคดีอาญาทั่วไปแล้ว”/p pโดยกระบวนการเหล่านั้นเริ่มจากการตรวจร่างกาย ให้ถอดเสื้อผ้าหมดรวมทั้งชุดชั้นในกลางวงผู้คุม เมื่ออยู่ในสภาพเปลือยก็ต้องหมุนตัวให้ผู้คุมดู ตรวจนิ้วมือนิ้วเท้า ตรวจผม โดยผู้คุมจะยืนดูและมีนักโทษในเรือนจำที่เป็นผู้ช่วยผู้คุมคอยจัดการให้/p pหลังจากนั้นก็นุ่งผ้าถุง 1 ตัวที่เขาจัดให้ไปตรวจภายใน ตรวจช่องคลอด และต่อด้วยการทำประวัติสุขภาพ โดยจะเขียนน้ำหนักส่วนสูงที่ฝ่ามือ หลังจากนั้นผู้คุมได้ให้คนนำเสื้อมาให้ 1 ตัว และต่อด้วยการทำประวัตินักโทษ ในระหว่างนี้ตนได้ขอผู้คุมสวมเสื้อชั้นในและกางเกงใน แต่กลับถูกปฏิเสธ โดยผู้คุมชี้แจงว่าเสื้อผ้าและสิ่งของที่เอาเข้าไปนั้นไม่สามารถใช้ได้เลย ต้องให้ญาติซื้อมาให้ภายหลัง ของที่ติดตัวมาทุกอยู่จะถูกเก็บและทำบัญชีไว้ตั้งแต่แรก โดยมีเพียงใบรายการของติดตัวมาเท่านั้น/p pหลังจากทำประวัตินักโทษเสร็จ มีคนรับตัวให้ไปที่แดนแรกรับ เมื่อถึงแดนแรกรับก็ต้องถอดเสื้อผ้าทั้งหมดเพื่อให้ผู้คุมที่นั่นดู หลังจากนั้นเขาให้ผ้าถุงเรา 1 ผืน เพื่อไปอาบน้ำโดยมีนักโทษคนหนึ่งเฝ้า หลังจากอาบน้ำเสร็จให้เสื้อผ้า 1 ชุด โดยเขียนว่าแดนแรกรับ จากนั้นก็ทำประวัติที่แดนแรกรับอีกครั้ง/p pระหว่างการทำประวัติที่แดนแรกรับนั้น เวลาเดินทำประวัติถูกห้ามไม่ให้ยืน จึงต้องนั่งยองหรือถัดก้นไปตามกระบวนการและต่อแถวนักโทษคนอื่นๆประมาณ 10 กว่าคนที่ต้องทำประวัติขณะนั้น สิ่งที่ซักถาม เช่น มาจากศาลไหน คดีอะไร เพราะต้องแยกคดีของนักโทษ โดยตนอยู่ในกลุ่มนักโทษทั่วไป จากนั้นเขียนเลขที่หลังมือซึ่งเป็นเบอร์ล็อคเกอร์ของตนด้วย/p pจากนั้นผู้ช่วยผู้คุมจึงพาเข้าเรือนนอนในห้องคดีทั่วไป ซึ่งมีคนอยู่ 69 คน มีหัวหน้าห้องที่เป็นนักโทษ เรียกตนไปสอบประวัติอีกครั้งในห้อง คดีในนั้นส่วนมากเป็นคดีต่างด้าว แรงงานข้ามชาติ คดีฉ่อโกง โดยเฉพาะคดีต่างด้าวที่พูดไทยไม่ได้ก็มักถูกหัวหน้าห้องหงุดหงิดใส่และถูกด่าทอ/p pมีกิจกรรมให้ผู้ที่อยู่ในห้องทั้งหมดสวดมนต์ประมาณ 2 ชั่วโมง และเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมีเสร็จให้ทุกคนผ่อนคลาย มีการเปิดทีวีละครและมิวสิควีดีโอเก่าๆให้ดู เริ่มแจกที่นอนซึ่งมีเพียงผ้าห่มคนละ 1 ผืน โดยจะนำมาห่มหรือปูนอนหรือพับเป็นหมอนก็ได้ nbsp;ซึ่งคนที่อยู่มาก่อนหน้าแนะนำให้พับหนุนหัวเพราะกลางคืนอากาศจะร้อน นอนกับพื้นที่ปูกระเบื้องธรรมดา และจัดระเบียบการนอนโดยแบ่งเป็น 3 แถว โดยด้านหนึ่งให้เอาหัวชนกัน อีกด้านเอาเท้าชนกัน ตอนนั้นเวลาประมาณ 21.00 น. และสักพักผู้คุมก็มาเรียกชื่อตนเพื่อปล่อยตัว/p pspan style="color:#0000cd;"strongก่อนหน้าที่ผู้คุมจะมาเรียกชื้อเพื่อปล่อยตัวนั้นคิดอะไรอยู่?/strong/span/p pในระหว่างที่อยู่ในห้องนั้น ซึ่งนอนไม่หลับ เพราะคิดหลายเรื่อง เช่น เตรียมการปรับตัวสำหรับพรุ่งนี้ เพราะหัวหน้าห้องแจ้งว่าจะปลุกเวลา 5.30 น. และมีการอบรมนักโทษใหม่ เพราะตอนนั้นคิดว่าตนเองไม่ได้รับการประกันตัว เนื่องจากค่อนข้างดึกแล้ว จึงคิดเตรียมตัวสำหรับการอยู่ในเรือนจำว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง เตรียมตัว วางแผน รวมไปถึงคิดเตรียมเสนอการจัดการแจกผ้าห่มในห้องนอนให้เป็นระบบที่ดีขึ้น รวมถึงการจัดคนในแถวที่จะนอนนั้นก็ควรมีการจัดการที่ดีกว่านี้ เพราะในวันนั้นใช้เวลานานมากในการจัดการ จนหัวหน้าห้องบ่นว่าจะไม่ให้ทุกคนนอน/p pspan style="color:#0000cd;"strongการปล่อยตัวทำอย่างไรบ้าง?/strong/span/p pหลังจากถูกเรียกปล่อยตัว ก็ต้องถอดเสื้อผ้าให้ผู้คุมดูอีก 1 รอบ แล้วหลังจากนั้นได้รับผ้าถุง 1 ผืน เพื่อใส่และเดินถือใบเอกสารออกไปที่ห้องปล่อยตัว โดยนั่งที่ห้องนั้นนานมาก จนกระทั่งมีคนเอาเสื้อผ้าและของต่างๆที่ติดตัวมาแต่ต้นมาให้ จึงได้ใส่เสื้อผ้าตรงนั้นท่ามกลางผู้คุม ทรัพย์สินที่ถูกคืนมานั้นมาตรวจภายหลัพบว่าจี้ของตนนั้นหายไป/p pขั้นตอนการผ่านด่านแต่ละครั้งในการปล่อยตัวจะต้องมีรหัสปลดล็อค เช่น การถามชื่อ-นามสกุล ชื้อเพื่อนสนิท หมายเลขโทรศัพท์เพื่อสนิท ชื่อพ่อแม่ เป็นต้น ตามประวัติที่กรอกในรอบแรก เท่ากับว่าหากตอบผิดก็อาจจะไม่ได้ออก เพราะเขาต้องการเช็คว่าเป็นตัวจริงหรือไม่/p pก่อนปล่อยตัวผู้คุมมาขอถ่ายเอกสารและบอกด้วยว่าพึ่งเป็นกรณีแรกที่มาจากศาลทหาร จึงเก็บข้อมูลไว้เป็นกรณีศึกษา/p pหลังจากถูกปล่อยตัวแล้วก็มารายงานตัวตามเงื่อนไขการประกันตัว ซึ่งฝากขังผลัดละ 12 วัน และถึงผลัดที่ 4 แล้ว ซึ่งจะครบในวันที่ 31 ก.ค. นี้ nbsp;และทราบว่าพนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้องและส่งให้อัยการแล้ว/p p style="text-align: center;"img src="https://farm6.staticflickr.com/5581/14598248937_ea3a92cac5.jpg" //p p style="text-align: center;"img src="https://farm4.staticflickr.com/3865/14784764645_90aed01061.jpg" //p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"emภาพขณะถูกปล่อยตัวที่ทัณฑ์สถานหญิงกลาง/em/span/p pspan style="color:#0000cd;"strongมีความกังวลหรือไม่ ว่าการถูกฝากขังในชั้นอัยการนั้นจะต้องผ่านกระบวนการทำให้เป็นนักโทษ ต้องเข้าเรือนจำอีกหรือไม่?/strong/span/p pจากการสอบถามผู้ที่ถูกฝากขังในชั้นอัยการ การขอประกันตัวก็ต้องกลับไปที่เรือนจำอีก ซึ่งตนมีความกังวลและคิดว่าการปฏิบัติกับผู้ต้องหาเท่ากับเป็นนักโทษแล้ว ทั้งที่ยังไม่ถูกศาลตัดสิน รวมทั้งคดีของตนก็เป็นคดีการเมือง จึงมองว่าผู้ต้องหาไม่ว่าคดีอะไรควรได้รับการปฏิบัติที่ต่างจากนักโทษที่ศาลมีคำตัดสินแล้ว หรือแม้เป็นนักโทษแล้วก็ควรดูเป็นกรณีๆไปว่าเกี่ยวข้องกับอะไร หากสงสัยว่าจะซุกซ้อนสิ่งผิดกฏหมายเข้ามาอาจขอตรวจเป็นรายๆไป หรืออาจใช้เครื่องมือในการตรวจ เช่น เครืองสแกนก็ได้ สิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งคือการบังคับให้ทุกคนคลานหรือถัดก้นหรือนั่งยองไปในขั้นตอนการซักประวัติ/p pการควบคุมตัวในเรือนจำนั้นแออัดจนเกินไป ห้องที่ตอนนอนนั้นมี 69 คน เป็นห้องขนาดที่นอนเบียดๆกันได้พอดีตัว ขาบางจุดอาจเกยกัน มีผ้าห่มแจกให้คนละผืน ไม่มีหมอนและนอนพับพื้นเปล่า มีห้องน้ำเพียงห้องเดียวที่ก่อกำแพงขึ้นมาประมาณเอว เวลานั่งหัวก็โผล่และไม่มีประตูที่ปิด โดยที่ทุกคนจะไปปัสสาวะก็ต้องเดินข้ามทุกคนที่นอนอยู่ไป ซึ่งระหว่างถ่ายก็มีทั้งเสียงและกลิ่น ถ้าวันนั้นในห้องมีคนท้องเสีย 5 คน คงยุ่ง/p pการปล่อยตัวชั่วคราวควรใช้แบบศาลพลเรือนที่ปล่อยที่ศาลเลย ไม่ควรนำตัวมาเข้าเรือนจำก่อน และที่สำคัญการควบคุมตัวผู้ต้องหาต้องแยกจากนักโทษ รวมทั้งผู้ต้องหาในคดีการเมืองก็ควรแยกออกจากคดีอื่นๆด้วย ต้องไม่มองว่าเขาเป็นอาชญากรเป็นเพียงคนที่ไม่คิดเหมือนกับที่รัฐคิด หรือหากรัฐคิดว่าจะมีปัญหาเรื่องความมั่นคงของรัฐก็อาจควบคุมตัวโดยที่ไม่รวมไปกับผู้กระทำความผิดกฏหมายเรื่องอื่น/p pspan style="color:#0000cd;"strongมองว่าตัวเองเป็นผู้ต้องหาทางการเมือง?/strong/span/p p“เพราะว่ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดรัฐประหารจึงมาเรียกตัวเรา ถ้าอยู่ในรัฐบาลปกติก็คงไม่มาเรียกเรา เราก็ใช้ชีวิตของเราตามปกติ เหตุที่เราถูกเรียกเพราะมันมีการรัฐประหาร”/p pspan style="color:#0000cd;"strongทั้งสถานการณ์ตอนนี้ที่มีการรัฐประหาร โดน คสช. เรียกรายงานตัวและเป็นผู้ต้องหามีเงื่อนไขการประกันตัวที่ถูกห้ามมากมาย ในขณะที่อาชีพของคุณเป็นเจ้าหน้าที่และที่ปรึกษาสหภาพแรงงานฯ มีความลำบากไหมกับการทำงาน ในสถานการณ์แบบนี้ ?/strong/span/p pลำบากมากขึ้น เพราะขณะนี้สหภาพแรงงานที่ตนเป็นที่ปรึกษาอยู่นั้นมีการยื่นข้อเรียกร้องและอยู่ในระหว่างพิพาทแรงงานทั้ง 2 ที่ ซึ่งการพิพาทแรงงานในระหว่างที่มีกฏอัยการศึกนั้น รัฐมนตรีฯ อาจมีความเห็นอะไรขึ้นมาก็ได้ เช่น ห้ามนัดหยุดงานหรือปิดงานในระหว่างนี้/p pความยากลำบากในการทำงานตอนนี้กังกลว่าหากคนงานมีการนัดหยุดงานหรือปิดงานอาจถูกมองว่าเข้าเงื่อนไขการประกันตัว อาจถูกมองว่าเป็นเรื่องการเมือง แต่อย่างไรก็ตามหากมองในแง่ดีนั้นตนก็ยังยืนยันว่าสามารถอธิบายได้ ด้วยเหตุและผล หากมองโลกในแง่ดีก็ยังเชื่อว่าเขาจะฟังเหตุและผล เพราะมนุษย์หากไม่ฟังเหตุและผลกันก็คงฆ่ากันตายหมด เชื่อว่ายังพูดคุยและสามารถอธิบายได้/p pspan style="color:#0000cd;"strongทำไมยังคงทำงานเคลื่อนไหวด้านสหภาพแรงงาน?/strong/span/p pตนเข้ามาทำงานในโรงงานเห็นว่าการมีสหภาพแรงงานที่เข้มแข็งมันจะนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนงาน ซึ่งก็เห็นเป็นที่ประจักษ์ชัด อีกทั้งประเทศไทยเข้าสู่การเป็นประเทศอุตสาหกรรมแล้ว ดังนั้นหากอยากเห็นคนงานมีคุณภาพชีวิตที่ดีมีการทำงานปลอดภัยก็ต้องมีสหภาพแรงงาน รวมทั้งตนเคยเห็นสภาพการทำงานของคนงานในยุโรปและอเมริกา จึงมีแรงบรรดาลใจที่อยากให้คนงานในประเทศนี้มีชีวิตที่ดีขึ้น และนำความรู้จากที่ได้ไปดูการทำงานสหภาพแรงงานของประเทศเหล่านั้นมาปรับปรุงการทำงานในประเทศไทย นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการจัดการประเทศให้เป็นรัฐสวัสดิการ การจัดสวัสดิการสังคม ซึ่งประเทศสวีเดนที่ตนเองได้ไปดูมานั้นถือเป็นประเทศหนึ่งที่เป็นแม่แบบของการสร้างรัฐสวัสดิการที่ทำให้คนในสังคมมีสวัสดิการสภาพความเป็นอยู่ คุณภาพชีวิตที่ดีด้วย/p pspan style="color:#0000cd;"strongการทำงานพรรคพลังประชาธิปไตยยังดำเนินต่อไปหรือไม่?/strong/span/p pสำหรับพรรคตอนนี้ กกต. ยังส่งข่าวให้กับพรรคการเมืองต่างๆ เช่น กำหนดแนวทาง นโยบายพรรคการเมือง รวมถึงตอนนี้มีการห้ามรับสมัครสมาชิกพรรคการเมือง เป็นต้น พรรคตอนนี้ยังอยู่ แต่ยังไม่สามารถดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับพรรคได้/p pspan style="color:#0000cd;"strongพรรคนี้ถือเป็นพรรคเกิดใหม่และเป็นพรรคเล็กมาก ถูกมองว่าเป็นพรรคคนยากคนจน แล้วการรณรงค์ในการเลือกตั้งวันที่ /strongstrong2 ก.พ. ที่ผ่านมาใช้เงิน ใช้แรง ใช้ทรัพยากรไปมากไหม แล้วคิดว่าสิ่งที่เสียไปเหล่านั้นจะเสียเปล่าหรือไม่?/strong/span/p pคิดว่าไม่เสียเปล่า เพราะว่าตนเองก็รณรงค์ทางการเมืองหรือพูดเรื่องรัฐสวัสดิการมานานอยู่แล้ว แต่พอมีพรรคการเมืองที่มีนโยบายเรื่องนี้ก็เป็นอีกช่องทางที่จะได้พูดเรื่องนี้ได้มากขึ้น ดังนั้นการรณรงค์เลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.อย่างน้อยก็ให้คนได้เห็นประโยชน์ของการมีรัฐสวัสดิการ และให้คนเห็นถึงความสำคัญของความเสมอภาคในการใช้สิทธิใช้เสียงของคนในการเลือกตั้ง/p pspan style="color:#0000cd;"strongณ ตอนนี้ คิดอย่างไรกับการรัฐประหารครั้งนี้?/strong/span/p pไม่สามารถพูดอะไรได้เกี่ยวกับการรัฐประหาร เนื่องจากมีเงื่อนไขการประกันตัวnbsp;/p pnbsp;/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2014/06/53711" target="_blank"คสช. เรียกรายงานตัวอีก นักกิจกรรม ทนาย ผู้สื่อข่าว และนักวิชาการ/a /div div class="field-item even" a href="/journal/2014/06/53866" target="_blank"ออกหมายจับผู้ไม่มารายงานตัวตามคำสั่ง คสช. 10 ราย จิตรา โดนด้วย/a /div div class="field-item odd" a href="/journal/2014/06/53873" target="_blank"‘จิตรา’ ร่อน จม.อุทธรณ์หมายจับจากสวีเดนถึง ‘ประยุทธ์’ ยันไม่หนี แค่ติดภารกิจ/a /div div class="field-item even" a href="/journal/2014/06/53974" target="_blank"กักตัว #039;จิตรา#039; ขณะเดินทางเข้าประเทศ ส่งขังกองปราบฯ เตรียมขึ้นศาลทหารพรุ่งนี้เช้า /a /div div class="field-item odd" a href="/journal/2014/06/54003" target="_blank"ศาลทหารให้ประกัน #039;จิตรา#039; และอีก 2 ราย- #039;ทอม ดันดี#039; ฝากขัง 12 วัน/a /div div class="field-item even" a href="/journal/2014/07/54707" target="_blank"อัพเดทคดีฝืนคำสั่ง คสช. กรณี ‘ทอม-จิตรา-ฟอร์ด-สุรสิทธิ์และสาวพ่นสีรถทหาร’/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/JoHIxKHnRW8" height="1" width="1"/

สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ: การใช้อำนาจของ ป.ป.ช.

16 hours 13 min ago
!--break--!--break-- pnbsp;/p pเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ที่ผ่านมา นายวิชา มหาคุณ ในฐานะโฆษกของ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้ลงมติ 7-0 วินิจฉัยว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าว จึงดำเนินเรื่องส่งสำนวนฟ้องไปยังอัยการสูงสุดดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไปbr /br /ในคำอธิบายของ ป.ป.ช.ได้ระบุความผิดของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ว่า ดำเนินโครงการรับจำนำข้าว ทำให้ราคาข้าวเปลือกสูงกว่าราคาตลาดเกินกว่าที่ควรคาดหมายได้ตามปกติ ลักษณะเป็นการบิดเบือนกลไกราคาตลาด และการดำเนินโครงการมีการทุจริตทุกขั้นตอน ทั้งการขึ้นทะเบียนเกษตรกร การสวมสิทธิ์เกษตรกร โกงความชื้น โกงตาชั่ง นำข้าวมาเวียนเข้าโครงการ ส่วนการระบายข้าว มีการใช้อิทธิพลช่วยเหลือพวกพ้องให้ได้ข้าวจากโครงการไปจำหน่าย การเก็บรักษา ยังมีปัญหาทำให้ข้าวเสื่อมคุณภาพและเกิดการสูญหาย ทำให้การขายข้าวขาดทุน ซึ่ง รัฐบาลเป็นผู้ค้าข้าวรายใหญ่ สร้างความสูญเสียเป็นมูลค่ากว่า 5 แสนล้านบาท ผู้เข้าร่วมโครงการดังกล่าว จำนวนหลายล้านราย ที่ยังไม่ได้รับเงินในโครงการฯ ทำให้ได้รับความเดือดร้อนบางคนถึงกับฆ่าตัวตาย และว่า ทั้งที่โครงการมีปัญหาเช่นนี้ แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็ยังดำเนินการโครงการรับจำนำข้าวต่อไป ทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรงที่สุดของประเทศbr /br /ย้อนกลับไปพิจารณาเรื่องโครงการรับจำนำข้าว ตั้งแต่แรกเริ่มก็เป็นหนึ่งในนโยบายหาเสียงของพรรคเพื่อไทย ตั้งแต่การเลือกตั้งเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2554 โดยเป้าหมายของโครงการก็คือการเพิ่มรายได้ให้กับชาวนาไทย ผ่านการแทรกแซงกลไกตลาดด้วยการพยุงราคาขั้นต่ำ ด้วยวิธีการ “รับจำนำ” คือให้ชาวนาสามารถกลับมาไถ่ถอนคืนได้ในเงื่อนไขที่กำหนด แต่รัฐบาลตั้งราคารับจำนำไว้สูง ผลก็คือ ชาวนาไม่มาไถ่ถอนคืน ข้าวในโครงการจึงตกอยู่ในมือรัฐบาล เท่ากับว่า รัฐบาลเป็นผู้รับซื้อข้าวโดยตรงจากชาวนาโดยไม่จำกัดจำนวนในราคาที่ประกาศไว้นั่นเอง ลักษณะนโยบายแบบนี้ คือ มาตรการอุดหนุนราคาสินค้าเกษตร(subsidy) ซึ่งประเทศทั้งหลายรวมทั้งประเทศไทยทำกันมาก่อนหน้านี้แล้วbr /br /เป็นที่ยอมรับกันต่อมาว่า โครงการนี้มีผลให้ข้าวราคาตลาดปรับตัวสูงขึ้นเพราะรัฐบาลกลายเป็นผู้รับซื้อรายใหญ่ ข้าวจำนวนมากไปอยู่ในมือรัฐบาล ทำให้พ่อค้าต้องเสนอราคารับซื้อสูงตามไปด้วย ผลก็คือ ชาวนาทั่วไปแม้จะไม่ได้เข้าร่วมโครงการก็จะขายข้าวในราคาที่สูงขึ้น ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบในด้านรายได้ของชาวนาที่เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ซึ่งส่วนหนึ่งอาจจะกล่าวได้ว่า นี่เป็นนโยบายประชานิยมสำคัญของยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์br /br /เป็นที่แน่นอนว่า ในระบอบประชาธิปไตย เมื่อมีการเสนอนโยบาย ก็ต้องมีผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบาย หรืออย่างน้อยผู้ได้ผลกระทบจากนโยบายย่อมไม่พอใจ ดังนั้น โครงการนี้จึงถูกคัดค้านโจมตีตั้งแต่ต้น จากพรรคประชาธิปัตย์ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รวมถึงกลุ่มพ่อค้าข้าวที่เสียประโยชน์ และกลุ่มนักวิชาการกระแสหลัก โดยเฉพาะสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ฝ่ายผู้คัดค้านพากันเห็นว่า นโยบายจำนำข้าวนี้เป็นจุดตายของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย เพราะเป็นนโยบายที่มีข้ออ่อนอย่างมาก แต่ก็เป็นที่น่าสังเกตว่า ได้มีการโจมตีข้อบกพร่องและข้อมูลทุจริตที่ขยายเกินจริง ไปจนถึงข้อมูลเท็จและข่าวลือต่าง ๆ ด้วย (เช่น ข่าวลือการเอาข้าวพม่าข้าวเขมรมาสวมสิทธิ์ เป็นต้น) กรณีนี้จึงนำมาสู่การที่ฝ่ายพันธมิตรและพรรคประชาธิปัตย์ นำเรื่องยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. และนำมาซึ่งการตัดสินเช่นนี้br /br /ปัญหาประการแรกที่ต้องพิจารณาในกรณีนี้ก็คือ การตัดสินของ ป.ป.ช.ครั้งนี้เป็นการตัดสินที่ก้าวข้ามจากการพิจารณาเรื่องการทุจริต มาสู่เรื่องนโยบาย ก่อให้เกิดปัญหาในเชิงหลักการว่า การใช้นโยบายเป็นเรื่องของอำนาจบริหาร ที่นำเสนอผ่านสภาผู้แทนราษฎรมาแล้วถูกต้องตามระบอบประชาธิปไตย นโยบายจำนำข้าวถูกหรือผิดก็เป็นที่วิจารณ์หรือถกเถียงกันได้ในสังคม และท้ายที่สุด ประชาชนน่าจะเป็นผู้ตัดสิน แต่กลับกลายเป็นว่า ป.ป.ช.ได้ทำตัวเป็นผู้วิจารณ์นโยบาย และมาเป็นผู้ตัดสินความผิดถูกของนโยบาย นี่เป็นการกระทำนอกเหนือหน้าที่ในการตรวจสอบการทุจริต ถ้าหากบรรทัดฐานนี้เป็นที่ยอมรับ หมายถึงว่าตั้งแต่นี้ไป รัฐบาลชุดใดจะมีนโยบายอย่างไร จะต้องมาให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบลงมติเสียก่อน นี่จะเป็นการถูกต้องหรือไม่br /br /ปัญหาต่อมา ป.ป.ช.ได้ตั้งข้อกล่าวหาและตัดสินล่วงหน้าว่า นโยบายนี้นำมาซึ่งการทุจริตทุกขั้นตอน และตัดสินว่า นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เข้าไปส่งเสริมการทุจริตเช่นนั้น แต่ในเอกสารทั้งหมดของ ป.ป.ช. ไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจนเลยว่า การทุจริตที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร มีคดีอะไร เจ้าหน้าที่หรือเอกชนรายใดที่กระทำทุจริต โดยการสวมสิทธิเกษตรกร โกงความชื้น โกงตราชั่ง นำข้าวมาเวียนเข้าโครงการ หรือ การลักลอบนำข้าวออกจากคลัง เป็นต้น การตัดสินลักษณะนี้เป็นการนำข้อกล่าวหาของพรรคประชาธิปัตย์มาเป็นคำตัดสิน โดยไม่ต้องอาศัยพยานหลักฐาน ซึ่งเป็นการผิดวิธีการพิจารณาความ ซึ่งจะต้องเริ่มจากหลักฐานเป็นสำคัญbr /br /แม้กระนั้น ข้อกล่าวหาว่าโครงการใดมีการทุจริตนั้น ไม่ใช่ข้ออ้างที่ว่าโครงการนั้นไม่ควรที่จะดำเนินการ เพราะถ้ายึดหลักการว่า โครงการใดมีทุจริต ก็ต้องยกเลิกให้หมด ก็เท่ากับว่า รัฐบาลต้องยกเลิกหมดเกือบทุกโครงการในประเทศไทย เพราะโครงการอีกมากมายก็อาจมีทุจริตได้ ไม่เว้นแม้แต่การจัดซื้อจัดจ้างและโครงการของกองทัพ ดังนั้น ถ้าพิสูจน์ได้ว่าโครงการมีการทุจรติ ทางออกจึงไม่ใช่การตัดสินเลิกโครงการ แต่เป็นการปรับปรุงการดำเนินการให้รัดกุมbr /br /ส่วนในเรื่องที่ว่า โครงการนี้ก่อให้การขาดทุนของรัฐ ต้องเข้าใจว่า นโยบายอุดหนุนเกษตรทั่วไป เป็นโครงการที่รัฐยอมขาดทุนเพื่อยกระดับเกษตรกรทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง การแทรกแซงกลไกตลาดโดยใช้รายจ่ายภาครัฐเป็นเรื่องปกติธรรมดาในวิชาหลักเศรษฐศาสตร์มหภาค และที่สำคัญตัวเลขที่กล่าวอ้างการขาดทุน 5 แสนล้านบาทก็เป็นตัวเลข”ยกเมฆ”เกินจริง ซึ่งนำตัวเลขมาจากกลุ่มที่ต่อต้านนโยบายราคาข้าวbr /br /ในกรณีนี้ ในวันที่ 18 มิถุนายน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ออกมาแถลงข่าวตอบโต้ ป.ป.ช.ถึง 7 ประเด็น โดยประเด็นหนึ่งที่เน้นย้ำก็คือ strongความแตกต่างในบรรทัดฐานการทำงานของ ป.ป.ช. ระหว่างคดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กับคดีในยุครัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งที่คดีทุจริตข้าวของรัฐบาลประชาธิปัตย์ถูกร้องเรียนตั้งแต่ พ.ศ.2552 แต่คดีไม่มีความคืบหน้า โดย ป.ป.ช.ใช้ข้ออ้างว่าติดน้ำท่วม และยังมีอีกหลายคดีที่คนของพรรคประชาธิปัตย์เข้าไปเกี่ยวข้อง เช่น การทุจริตจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิดจีที 200 การทุจริตการก่อสร้างโรงพยาบาลราชบุรี การทุจริตโครงการจัดซื้อครุภัณฑ์กระทรวงศึกษาธิการ การทุจริตโครงการชุมชนเข้มแข็ง การทุจริตการก่อสร้างโรงพัก 396 แห่งและแฟลตตำรวจ ฯลฯ ทุกเรื่องเงียบหายหมด/strongbr /br /แต่ในที่นี้ อยากจะขอสรุปว่า strongนโยบายจำนำข้าวจะถูกหรือผิดไม่ใช่เรื่องของ ป.ป.ช. การดำเนินการของคณะกรรมการ ป.ป.ช.เช่นนี้ จึงเป็นอีกครั้งนี้ที่ชี้ให้เห็นการบิดเบือนการใช้อำนาจ เพื่อทำลายศัตรูทางการเมือง และเป็นกระบวนการต่อเนื่องที่มุ่งทำลายการปกครองในแบบประชาธิปไตยของประเทศไทยนั่นเอง/strong/p pnbsp;/p pbr /เผยแพร่ครั้งแรกใน: โลกวันนี้ วันสุข ฉบับที่ 474 วันที่ 26 กรกฎาคม 2557/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/Jp37UxcNPhc" height="1" width="1"/

คำสั่ง คสช. 110/2557 ตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม

17 hours 39 min ago
p!--break--!--break--/p p30 ก.ค. 2557 - เมื่อวันที่ 29 ก.ค. ที่ผ่านมา มีการประกาศคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 110/2557 เรื่อง การแต่งตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาของคณะรักษาความสงบแห่งชาติด้านโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคม มีรายละเอียดดังนี้/p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"strong000/strong/span/p p style="text-align: center;"strongคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติbr /ฉบับที่ 110/2557/strongbr /strongเรื่อง การแต่งตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาของคณะรักษาความสงบแห่งชาติด้านโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคม/strong/p pเพื่อให้การดำเนินการเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมของประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบ และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดของรัฐและประชาชน สมควรมีคณะกรรมการคณะหนึ่งทำหน้าที่ในการให้คำปรึกษาและเสนอความเห็นในเรื่องดังกล่าว รวมทั้งเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องแก่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้/p pข้อ 1 ให้มีคณะกรรมการที่ปรึกษาของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ด้านโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมประกอบด้วย/p p(1) หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ประธานกรรมการbr /(2) รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ รองประธานกรรมการbr /(3) รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ กรรมการbr /(4) ปลัดกระทรวงกลาโหม กรรมการbr /(5) ปลัดกระทรวงการคลัง กรรมการbr /(6) ปลัดกระทรวงคมนาคม กรรมการbr /(7) ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กรรมการbr /(8) ปลัดกระทรวงมหาดไทย กรรมการbr /(9) เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กรรมการbr /(10) ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กรรมการbr /(11) ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ กรรมการbr /(12) ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กรรมการbr /(13) นายกสมาคมขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย กรรมการbr /(14) นายกสมาคมตัวแทนขนส่งสินค้าทางอากาศไทย กรรมการbr /(15) นายกสมาคมผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ กรรมการbr /(16) นายนพพร เทพสิทธา กรรมการbr /(17) นายไพบูลย์ นลินทรากูร กรรมการbr /(18) นายมาโนช โลหเตปานนท์ กรรมการbr /(19) นายวิโรจน์ รุโจปการ กรรมการbr /(20) นายเวทิต โชควัฒนา กรรมการbr /(21) นายสมพงษ์ ศิริโสภณศิลป์ กรรมการbr /(22) นายอนนต์ ศิริแสงทักษิณ กรรมการbr /(23) ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กรรมการและเลขานุการ/p divข้อ 2 ให้คณะกรรมการตามข้อ 1 มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้/div div(1) เสนอความเห็นต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติเกี่ยวกับการกำหนดยุทธศาสตร์ด้านโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมของประเทศ/div div(2) ศึกษาและเสนอแนะแนวทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมของประเทศสำหรับการขนส่งทุกรูปแบบอย่างเป็นระบบต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เพื่อให้ระบบการขนส่งทั้งในระบบถนน ระบบราง ระบบคมนาคมทางน้ำ และระบบคมนาคมทางอากาศมีความเชื่อมโยงและไม่ซ้ำซ้อนกัน โดยคำนึงถึงความสอดคล้องกับแผนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศและแผนการจัดการพื้นที่ต่างๆ ตลอดจนแนวทางการพัฒนาระบบการขนส่งของประเทศในระดับภูมิภาค/div div(3) เสนอแนะแนวทางการลงทุนและการจัดหาแหล่งเงินลงทุนที่เหมาะสมสำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยคำนึงถึงวินัยการเงินการคลังของรัฐ/div div(4) เสนอแนะแนวทางการส่งเสริมและสนับสนุนการคมนาคมที่มีการใช้พลังงานอย่างประหยัดและคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ/div div(5) เชิญเจ้าหน้าที่หรือบุคคลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงข้อมูลหรือขอเอกสารจากหน่วยงานดังกล่าว มาประกอบการพิจารณาได้ตามความจำเป็น/div div(6) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการและคณะทำงาน เพื่อช่วยเหลือการปฏิบัติงานได้ตามความจำเป็น/div div(7) ปฏิบัติการอื่นใดเพื่อให้เป็นไปตามคำสั่งนี้ หรือตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติมอบหมาย/div divnbsp;/div divทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปbr /สั่ง ณ วันที่ 29 กรกฎาคม พุทธศักราช 2557/div divพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา/div divหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ/div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/WGpTINiGoIc" height="1" width="1"/

เกร็ดข่าว: ตร.รัฐเซาท์แคโรไลนารวบหญิงแทงรูมเมท เหตุไม่หยุดเปิดเพลงดิอีเกิลส์

21 hours 22 min ago
pการเปิดเพลงเดิมซ้ำๆ อาจจะไม่ได้ทำให้คนรู้สึกชื่นชอบหรือเชื่อตามเนื้อเพลงได้เสมอไป ในทางตรงกันข้ามอาจทำให้รู้สึกรำคาญหรือต่อต้าน เช่นเหตุที่เกิดในรัฐเซาท์แคโรไลนา สหรัฐฯ ซึ่งหญิงคนหนึ่งได้แทงเพื่อนร่วมห้องเนื่องจากเอาแต่เปิดเพลงเดิมซ้ำๆ ขอร้องก็ไม่ยอมหยุด/p p!--break--!--break--/ppbr /29 ก.ค. 2557 เว็บไซต์ Gawker รายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจในรัฐเซาท์แคโรไลนาได้จับกุมผู้หญิงคนหนึ่งที่ตกเป็นผู้ต้องหาในกรณีใช้มีดแทงเพื่อนร่วมห้องหลายครั้งเนื่องจากเพื่อนของเธอเปิดเพลงซ้ำเดิมมากเกินไป/p pเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว ทางการรัฐเซาท์แคโรไลนาระบุว่าหญิงผู้ต้องหาชื่อเวอร์เน็ตต์ บาเดอร์ อายุ 54 ปี รู้สึกไม่พอใจเมื่อเพื่อนร่วมห้อง อดีตแฟนหนุ่มของเธอที่มีอายุ 64 ปี บอกให้เธอ "หุบปาก" เมื่อเธอขอให้เขาเลิกเปิดเพลงของวงดิ อีเกิลส์ซ้ำๆ ทำให้บาเดอร์เข้าไปเอามีดในครัวแทงเพื่อนร่วมห้องของเธอหลายครั้งที่แขน มือ และข้อศอก/p pรายงานทางการระบุอีกว่าหลังจากนั้นเพื่อนร่วมห้องและพี่ชายของเขาก็ต่อสู้จนสามารถทำให้มีดหลุดออกจากมือเธอได้ แต่เธอก็เข้าไปเอามีดใหม่จากในครัวมาอีก ในขณะเกิดเหตุนั้นทั้งสามคนอยู่ในสภาพมึนเมา/p pบาเดอร์ยอมรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุรุนแรงจริง แต่ก็อ้างว่าทำไปเพราะต้องการป้องกันตนเองจากการถูกเพื่อนร่วมห้องบีบคอ แต่พนักงานสืบสวนก็ไม่พบว่ามีร่องรอยใดๆ ที่คอเธอ/p pnbsp;/p pbr /strongเรียบเรียงจาก/strong/p pWoman Stabs Roommate for Refusing to Stop Listening to The Eagles, Gawker, 17-09-2013br /a href="http://http://gawker.com/woman-stabs-roommate-for-refusing-to-stop-listening-to-1335462841/+neetzanz"http://gawker.com/woman-stabs-roommate-for-refusing-to-stop-listening-to-1335462841/+neetzanz/a/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/kVhVlRcqYIg" height="1" width="1"/

บันทึกคนทำข่าว: ปิดฉากหลักสี่ที่แสนเศร้า

Tue, 29/07/2014 - 23:26
!--break--!--break--p“ทางนี้ โว้ โว้” เสียงตะโกนลงมาจากชั้นสี่ของตัวตึก ยังไม่ทันที่เราจะก้าวขาออกจากรถbr /“อ้าว” ใครล่ะนี่ “พี่สนอง หรือพี่สมศักดิ์ แล้วอีกคนล่ะ” เราตะโกนตอบbr /“ภาณุพงศ์ สารคาม ครับ”br /“กินข้าวละยัง แม่ไอ้เป๊กและพวกเรามาถึงกรุงเทพแล้ว แต่ยังไม่ทันถึงนี้ คนขับง่วงนอน เดี๋ยวมา”br /“ยังไม่ได้กินไรเลย”/p pแปดโมงกว่าแล้ว ทำไมยังไม่ได้กินข้าวเช้า เราเดินตรงไปสั่งข้าวกล่อง กระเพรา ไข่ดาว หกกล่อง ก่อนจะเดินไปหน้าตึก ได้ยินใครตะโกนลงมาอีก “พี่...” อ้าว ไอ้เป๊ก ที่เราเรียกมันว่าไอ้อ้วน หญิงหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่เช้าอังคาร ที่ 29 กรกฎาคมbr /“แม่กำลังมานะ มากินไร รองท้องก่อน”/p pเราเดินมาที่ประตู วางสำเนาบัตรประชาชน โปรยยิ้มแล้วพูดนิ่มนวลชวนเจ้าหน้าที่คุย เห็นผู้คุมเดินอาดๆไปมา บางคนโหวกเหวก โวยวาย นักโทษที่อยู่แค่ประตูกรงกระจกกั้น เดินขึ้นเดินลง เคลียร์สัมภาระ และขยะ จากชั้นสองและชั้นสามbr /ตอนนี้เหลือพวกเขา 5 ชาย 1 หญิง ในจำนวนนี้มีจากมหาสารคามสองคนที่เพิ่งเข้ามาอยู่ได้สองวันก่อนหน้าปฏิวัติของประยุทธ์/p pปกติเราจะมากับมิตรสหาย หรือทนายเสื้อแดง คราวนี้ไม่มีใครอยู่เลย ดูๆไปก็วังเวง สักพักมีผู้หญิงทำสีผมทองใส่เสื้อส้มมาขอเยี่ยมเหมือนกัน และตลอดครึ่งวัน มีอดีตผู้คุมเรือนจำใต้ถุนศาลรัชดามาแป๊ปนึง และชายชราหน้าตาจีนๆขับรถมา คงฝากสตางค์ให้เมียพี่สนองแล้วรีบจากไป แค่นี้จริงๆ สำหรับสิ่งที่เรียกว่านักโทษการเมืองที่หลักสี่ ก่อนวันที่เขาจะปิดฉากประวัติศาสตร์สองปีเจ็ดเดือนของคุกนี้/p pเก้าโมงกว่า แรงงานที่เป็นนักโทษชั้นดีจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ มาขนตู้เหล็ก โทรทัศน์ พัดลม ที่นอนและอุปกรณ์ต่างๆของเจ้าหน้าที่ราชฃทัณฑ์กลับไปที่เรือนจำพิเศษ/p pผู้คุมที่ประจำหลักสี่ประมาณ หนึ่งโหล ส่วนใหญ่เป็นคนใหม่ที่ถูกย้ายมาดูแล หลังขั้วอำนาจกรุงเทพเปลี่ยนมือจาก กปปส. เอ่อ หมายถึงรัฐบาลเป็ดง่อยของคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตรไปเป็นคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือคุณสมชาย ของข้าราชการที่กำลังเกษียณชื่อประยุทธ์ จันทร์โอชา/p p“เดี๋ยวๆ สองคนนั้น รอไปก่อนนะ ออกไปจากตรงนี้ก่อน เขาจะย้ายของกัน ยังเยี่ยมไม่ได้” มันเกี่ยวกันตรงไหนว่ะ ที่คุยทางโทรศัพท์ก็อยู่ข้างๆ ไม่ได้เกะกะซะหน่อย/p pระหว่างนั้น หนุ่มสารคามที่เกาะประตูอยู่นานแล้ว ตะโกนบอกหนึ่งในผู้คุมว่าขอข้าวกล่องตรงนั้นกินหน่อยbr /รอไปสักชั่วโมง รถขนของไปแล้ว เจ้าหน้าที่ที่กร่างไปมาก็กลับเข้าไปหัวเราะต่อกระซิกในห้องทำงานแล้ว เราถึงได้เข้าไปเยี่ยม เมื่อญาติๆของพวกอุบลทยอยเดินเข้ามา/p pช่างภาพหนังสือพิมพ์ภาอังกฤษ กับภาษาไทยอีกฉบับย่านวิภาวดีมาถ่ายรูปตอนขนของทัน สักพักโทรทัศน์ของช่องภาษาอังกฤษอีกค่ายก็มาถ่ายตอนญาติๆขนกะละมัง ถุงดำ เสื่อ ไม้ตียุง และสารพัดของของพวกที่เหลืออกมากองกันข้างทางเดินbr /พี่โอด สีทน ที่หลุดคดีเผาศาลากลางก็ช่วยแม่ธีรวัฒน์ ขนของ ถือรูปวาดดรออิ้ง ไม้หนึ่ง ก. กุนที ไว้ในมือ พี่โอด บอกว่า ผมมากับพวกอุบลอีกสองสามคน งานศพ ไม้หนึ่งด้วย กวีเสื้อแดงคนนี้เคยเป็นคนที่มาเยี่ยมเยียนนักโทษสม่ำเสมอ ร่วมกับเครือข่ายอดีตนักโทษการเมือง เช่นหนุ่ม ธัณธวุฒิ และอ.หวาน และมิตรสหายอีกจำนวนมาก ที่เคยมาร่วมจัดงานปีใหม่บ้าง วันเกิดบ้าง รับขวัญคนที่พ้นคดีแล้วบ้าง/p pวันนี้ ไอ้อ้วนที่อายุ 27-28 ยังเร่าร้อนไม่แปรเปลี่ยน “ใครจะไปปรองดอง ไม่มีหรอกพี่ เป็นปรองดองที่เอากระบอกปืนจ่อปากเรา และเหยียบหัวเราไว้อย่างนี้ ไม่กลัวหรอก พูดให้พวกที่มันดักฟังโทรศัพท์ผู้ต้องขังได้ยินเลย”/p pระหว่างรอเมียๆแม่ๆที่มาเยี่ยมพวกอุบลอยู่นาน เราสอบถามภาณุพงษ์ พลเสน และนายคมกฤษ คำวิแสงจากมหาสารคาม ทั้งคู่ห่วงเรื่องความแออัดของคุกแห่งนั้น/p p“นักโทษเป็นพันครับ ต้องนอนตะแคงสลับฟันปลา” ถามเรื่องการยื่นขอพระราชทานอภัยโทษ เขาไม่รู้ว่าใครต้องเป็นคนทำให้ แต่ทึกทักว่าทนายที่มาเดินเรื่องประกันตัว น่าจะช่วย/p p“แต่ก็ไม่มีใครติดต่ออะไรให้พวกผมเลย” ภาณุพงศ์ วัย 31 กล่าว/p pเขาช่วยพ่อแม่ทำนาระหว่างที่ได้ประกันออกไปประมาณปีครึ่ง แต่ช่วงที่ติดคุกอยู่สารคามช่วงแรกก็พยายามจะเรียนหลักสูตรการเกษตร/p pส่วนคมกฤช อยู่กับตายายที่สารคาม เพราะ พ่อ ซึ่งแยกทางกับแม่ ก็อยู่กรุงเทพ น้องชายอ่อนกว่าสามปีก็ทำงานอยู่กับแม่ พวกเขาเรียนหนังสือแค่ป. 6/p pพี่สนอง เกตุสุวรรณ์ ดูจะเป็นคนที่คร่ำครวญพอๆกับธีรวัจจ์ สัจจสุวรรณ พวกเขาไม่รู้จะหวังอะไรแล้ว อยากจะเห็นคสช.มาช่วยพาเขาออกไปจากเรือนจำ พรบ.นิรโทษกรรมอะไรก็ได้ ที่จะพาเขาไปสู่อนาคตที่ดีกว่าโทษ 33 ปี 4 เดือนที่ทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ตัดสินตามภาพถ่ายและการลงลายมือชื่อในเอกสารรับสารภาพชั้นสอบสวน/p p“จะให้พวกผมยอมเงื่อนไขอะไรก็ได้ พวกผมไม่มาทำอะไรเกี่ยวการเมืองแล้ว แต่ช่วยนิรโทษพวกผมไปก่อน ผมห่วงแม่” ธีรวัจจ์ หนุ่มน้อยสุดวัย 25-26 กล่าว/p pสนอง บอกว่า ตนเองเสียใจ ซึม จนพูดไม่ออก เหมือนแย่ยิ่งกว่าเป็นผู้ลี้ภัย “นี่เหรอ นักโทษการเมือง” เขารำพันbr /สนองอยากเห็นแกนนำนปช.และสส.เพื่อไทย ออกมาแสดงความหาญกล้า ที่จะผลักดันการช่วยเหลือที่เป็นจริงกับพวกเขา ปล่อยพันธนาการพวกเขาออกไป/p p“เขาไม่ได้อยู่ในคุก จะยังกลัวอะไรอีกนักหนา จะว่าไป ที่ผมได้เกี่ยวข้องมาในเหตุการณ์ทางการเมือง ก็ล้วนเป็นผลพวงจากการขับเคลื่อนทางการเมืองของพวกเสื้อแดง เขาน่าจะออกมารับผิดชอบบ้าง”/p pสนองบอกว่าเขากังวลเรื่องการย้ายกลับไปเรือนจำภูมิลำเนาเดิม เพราะคุกปิด ระบบต่างๆ สุขอนามัย การกินอยู่พื้นฐาน อาจจะสาหัสกว่าที่หลักสี่ เขาอยากเห็นกรมคุ้มครองสิทธิของกระทรวงยุติธรรม ออกมาเยี่ยมเยียนพวกเขาบ้างbr /“กสม.เหรอ ก็ได้ครับให้เขาออกมาช่วยเถอะครับ ใครก็ได้”/p p“เอาองค์กรกาชาดสากล (ICRC) ด้วยไหม”/p p“ใครที่เอ่ยอ้างว่าทำงานเรื่องสิทธิมนุษยชน ก็ควรจะมาช่วยเมื่อพวกผมถูกโยกย้ายไปอยู่ในระบบคุกปกติล่ะครับ”br /“ประกันล่ะ”/p p“ก็อย่างที่เห็นล่ะครับ ขอกี่ครั้งก็ยังไม่ได้ เขาเลยไม่ขอกันแล้วมั้ง”/p pหกชีวิตนอนหลักสี่เป็นคืนสุดท้าย กินอาหารที่ญาตินำมาเยี่ยม เป็นมื้อสุดท้ายที่กรุงเทพ เช้าวันพุธ พวกเขาจะเดินทางกลับไปยังเรือนจำที่พวกเขาเคยถูกขังมาก่อน/p pปิดฉากที่เคยโลดโผน ไปอย่างเงียบเชียบ จนกว่าสี่คนนี้จะได้ฟังคำพิพากษา ศาลฎีกา และคอยรอกระบวนการพระราชทานอภัยโทษ ไม่รู้นิรโทษกับอภัยโทษ อะไรจะได้มาก่อนกัน/p pส่วนพวกมหาสารคามก็ได้แต่รอกระบวนการทางราชการที่จะพาเอกสารไปถึงช่องทางสุดท้าย เขาไม่รู้หรอกว่า ทนายที่ทำเรื่องประกันเขาไม่ได้อาสา หรือได้รับจ้างมาทำเรื่องติดต่อผลักดันให้ได้รับพระราชทานอภัยโทษด้วย/p p style="text-align: center;"nbsp;/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm6.staticflickr.com/5591/14753425756_4201a9c08b_z.jpg" style="width: 384px; height: 640px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm6.staticflickr.com/5575/14589939227_7304f80bee_z.jpg" //p p style="text-align: center;"br /img alt="" src="https://farm4.staticflickr.com/3910/14589938517_72f414b813_z.jpg" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm6.staticflickr.com/5560/14589797008_e745b0fb9b_z.jpg" style="width: 640px; height: 384px;" //p p style="text-align: center;"br /nbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/c9OL8oD8nAs" height="1" width="1"/

คสช.นัดถกบริหารงบปี 58 ‘สธ.-สปสช.-สสส.’ 31 ก.ค.นี้

Tue, 29/07/2014 - 22:20
pคสช.ฝ่ายสังคมจิตวิทยา นัด สธ. สปสช. สสส. หารือการบริหารงบประมาณแบบบูรณาการประจำปี 2558nbsp; ในวันที่ 31 ก.ค.นี้ เผย สธ. เตรียมแผนปฏิรูปกระทรวง 3 ประเด็น ‘โครงสร้าง-การคลัง-ข้อมูล’/p p!--break--!--break--/p p29 ก.ค. 57 a href="http://www.hfocus.org/content/2014/07/7761"สำนักข่าว Hfocus/a สัมภาษณ์ นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ระบุว่า ปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้รับการประสานจากคณะทำงานของหัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยา คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ให้นัดประชุม 3 หน่วยงาน ประกอบด้วย สำนักงานปลัดกระทรวงสธ. สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) เพื่อหารือการบริหารงบประมาณแบบบูรณาการโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าในปี 2558nbsp; ในวันที่ 31 กรกฎาคม 2557 ที่กองบัญชาการ กองทัพเรือ ในการนี้ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สป.สธ.) ได้เชิญคณะทำงานของ สปสช. ร่วมประชุมปรึกษาหารือกับคณะทำงานของ สป.สธ. เพื่อจัดทำข้อตกลงเตรียมข้อมูลและแผนดำเนินงานร่วมกัน ในฐานะผู้ซื้อบริการและผู้จัดบริการ ในวันที่ 30 กรกฎาคม 2557 ที่กระทรวงสาธารณสุข/p pสำหรับกรอบทิศทางการดำเนินงานของกระทรวงสาธารณสุขในปีงบประมาณ 2558 นพ.วชิระ เปิดเผยว่า ปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้วางไว้ใน 3 ประเด็นหลักที่จะเดินหน้าพัฒนาระบบบริการสาธารณสุข จะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2557 ที่จะถึงนี้nbsp; คือ 1.การปฏิรูปโครงสร้างการทำงานแบบเขตบริการ nbsp;2.การปฏิรูประบบการเงินการคลัง และ 3.การปฏิรูประบบข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพ เพื่อจัดบริการประชาชนทั่วประเทศให้ดียิ่งขึ้น มีคุณภาพเท่าเทียมกัน/p pโดยในการปฏิรูปโครงสร้างการทำงานแบบเขตบริการสุขภาพ ได้เดินหน้ามากว่า 1 ปีแล้ว ได้รูปแบบที่เกือบสมบูรณ์แบบ ทั้งนี้ การทำงานในรูปแบบเขตบริการ เริ่มต้นด้วยการมอบอำนาจจากปลัดกระทรวงสธ. พัฒนาไปเป็นการกระจายอำนาจให้เขตฯ บริหารจัดการ ทั้งงบประมาณ การบริหารบุคลากร และทรัพยากรทางการแพทย์ เพื่อจัดบริการต่างๆ แก่ประชาชน โดยมีองค์ประกอบของคณะกรรมการ 5 ส่วน คือ 1.ผู้รับบริการ มีผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตั้งแต่ระดับอบจ. เทศบาล และอบต. และภาคประชาชน 2. ผู้จัดบริการ 3.ผู้ซื้อบริการ 4.ผู้ทรงคุณวุฒิสาขาต่างๆ และ 5.ผู้กำกับและประเมินผล เนื่องจากเป็นผู้ที่รู้ปัญหาและอยู่ใกล้ชิดประชาชนมากกว่าส่วนกลาง/p pในส่วนของกระทรวงจะปรับบทบาทเป็นผู้กำกับ กำหนดนโยบาย ออกกฎกติกากลาง เพื่อให้เขตไปปรับใช้ตามความเหมาะสม ต่อจากนี้ไปอำนาจการบริหารจะอยู่ที่เขตสุขภาพnbsp;/p pนพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในการปฏิรูประบบการเงินการคลัง ในปีงบประมาณ 2558 นี้ จะมีงบประมาณจัดสรรลงในพื้นที่ 2 ส่วนใหญ่คือ งบบูรณาการของกระทรวงซึ่งมาจากกรมต่างๆ เพื่อสร้างเสริมสุขภาพประชาชนตามกลุ่มวัย 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเด็กปฐมวัยและหญิงตั้งครรภ์nbsp; กลุ่ม เด็กวัยเรียน กลุ่มเด็กวัยรุ่น กลุ่มวัยแรงงานและกลุ่มผู้สูงอายุและผู้พิการ ประมาณ 3,300 ล้านบาทnbsp; และงบส่วนที่ 2 เป็นงบรายหัวโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของสปสช. ประมาณ 1 แสนกว่าล้านบาท จะปรับหลักการจัดสรรให้สอดคล้องกับพื้นที่มากขึ้นnbsp; ส่งไปให้ผู้จัดบริการโดยตรง ประกอบด้วย 4 ส่วน คือ1.งบส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค ส่งไปที่เครือข่ายบริการสุขภาพระดับอำเภอ เพื่อใช้ดูแลประชาชนรายกลุ่ม 2.งบบริการผู้ป่วยนอกทั่วไป ส่งไปที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เพื่อปรับเกลี่ยให้สถานบริการ 3.งบบริการผู้ป่วยในทั่วไป จัดไว้ที่เขตบริการสุขภาพnbsp; และ4.งบกองทุนต่างๆ รวมทั้งมาตรา 41nbsp; โดยจะมีการบริหารงบร่วมกันกับสปสช. และมีระบบรายงานตามตัวชี้วัดชัดเจน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถจัดบริการที่ดีที่สุดแก่ประชาชน และงบประมาณอยู่ที่ผู้ทำงานโดยแท้จริงnbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/q6C5BRY7S68" height="1" width="1"/

ทหารจับอดีตการ์ดเสื้อแดง ครอบครัวยังติดต่อไม่ได้

Tue, 29/07/2014 - 22:02
!--break--!--break-- div29 กรกฎาคม 2557 เวลาประมาณ 15.00น. ทหารได้จับกุม ปัญญา อุนานันทร์ หรือ ยา อดีตการ์ดอาสาในการชุมนุมเสื้อแดง ในปี 2554-2555 จากที่ทำงาน โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ โดยเมื่อเวลา 22.00น. เขายังไม่ได้รับการปล่อยตัว และภรรยาของปัญญายังไม่สามารถติดต่อกับเขาได้nbsp;/div divnbsp;/div divภรรยาของปัญญา (ไม่ขอเปิดเผยชื่อ) กล่าวกับประชาไทว่า เธอคาดว่า ทหารพุ่งเป้าไปที่พี่ชายฝาแฝดของปัญญา ซึ่งชื่อว่า สันติ เพราะเมื่อเวลา 20.00น. วันเดียวกัน มีทหารมาที่บ้านเพื่อถามเธอถึงนายสันติว่า อยู่ที่ใด ซึ่งก็เธอก็ไม่ได้ติดต่อสินติมาเป็นเวลานานแล้ว และไม่ทราบว่าเขาอยู่ที่ไหน/div divnbsp;/div divทหารยังกล่าวกับเธอด้วยว่า จะปล่อยนายปัญญา "ภายในหนึ่งวัน" และกักตัวเขาไว้ที่nbsp;พล.ม.2 รอ สนามเป้า/div divnbsp;/div divภรรยาของนายปัญญายังเล่าอีกว่า ปัญญาเคยเป็นการ์ดอาสาเสื้อแดงในการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ปี 2554-2555 ซึ่งเป็นการตามพี่ชายซึ่งเป็นการ์ดอยู่ก่อนแล้ว ให้กับกลุ่มการ์ดที่ดูแลโดย พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ โดยภรรยาของปัญญากล่าวด้วยว่า ปัญญาทำหน้าที่เป็นแค่การ์ดตรวจกระเป๋าที่ทางเข้าที่ชุมนุม และไม่เคยมีส่วนร่วมกับกลุ่มรุนแรงใดๆ ทั้งสิ้นnbsp;/div divnbsp;/div divปัญญารับราชการเป็นหน่วยกู้ชีพที่โรงพยาบาล และมีความสนใจการเมืองและติดตามการชุมนุมของเสื้อแดง ประมาณปี 2550 หรือหลังการรัฐประาร 2549nbsp;/div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/rLejxstKr0A" height="1" width="1"/

ศาลอุทธรณ์ยกคำร้อง ‘พุทธอิสระ’ขอถอนหมายจับขวางเลือกตั้ง

Tue, 29/07/2014 - 21:24
!--break--!--break-- p29 ก.ค.2557 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอุทธรณ์นัดฟังคำสั่งกรณีที่พระพุทธอิสระ ยื่นคำร้องคัดค้าน ขอเพิกถอนหมายจับ ในข้อหาผิดพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2550 กรณีนำกลุ่มผู้ชุมนุมปิดล้อมสำนักงานหลักสี่ ขัดขวางการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมา/p pโดยศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้วเห็นว่า การออกหมายจับเป็นอำนาจของศาลชั้นต้น ที่หากมีเหตุฉุกเฉินซึ่งหน้า สามารถพิจารณาออกหมายจับได้ทันที ดังนั้นตามที่ศาลชั้นต้น ออกหมายจับพระพุทธอิสระ หากมีเหตุให้เสียหายในภายหลัง ให้ผู้ร้องขอออกหมายจับ คือ พนักงานสอบสวนดำเนินการเยียวยาในภายหลังได้ ศาลอุทธรณ์ จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้องของพระพุทธอิสระ หมายจับจึงยังคงอยู่/p pโดยในวันนี้มีเพียงทนายความ เดินทางมาศาลพร้อมเปิดเผยว่า ขณะนี้พระพุทธอิสระ ยังมีหมายจับข้อหากบฏและขัดขวางการเลือกตั้ง และพระพุทธอิสระ ยังคงจำพรรษาอยู่ที่วัดอ้อน้อย จังหวัดนครปฐม ส่วนจะเข้ามอบตัวหรือไม่เป็นการพิจารณาของพระพุทธอิสระ/p pbr /ที่มา a href="http://thainews.prd.go.th/centerweb/news/NewsDetail?NT01_NewsID=WNPOL5707290020002#sthash.gHRm38Mu.dpuf"สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์/abr /nbsp;/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/m-BKsaiBkn8" height="1" width="1"/

เครือข่ายรถเมล์เพื่อประชาชนหนุนรถเมล์ชานต่ำ-ตอบโจทย์สังคมสูงอายุ

Tue, 29/07/2014 - 21:03
p"เครือข่ายรถเมล์เพื่อประชาชนทุกคนขึ้นได้ทุกคัน" จัดเสวนาพุธนี้ หวังผลักดัน ขสมก. จัดซื้อ "รถเมล์ชานต่ำ" ตามแผนจัดซื้อ 3,500 คัน เพื่อให้ทุกคนโดยสารรถเมล์ได้ ตอบโจทย์สังคมผู้สูงอายุ ลุ้น ขสมก. เคาะทีโออาร์จัดซื้อใหม่/p p!--break--!--break--/p p29 ก.ค. 2557 - เว็บไซต์ change.org รายงานว่า นายชูเวช เดชดิษฐรักษ์ ตัวแทนเครือข่ายรถเมล์เพื่อประชาชนทุกคนขึ้นได้ทุกคัน กล่าวว่า จากการที่ทางเครือข่ายได้ขับเคลื่อนผลักดันการจัดซื้อรถโดยสารสาธารณะ ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ผ่าน www.change.org/bus4all เพื่อให้การจัดซื้อครั้งนี้เป็นไปตามแนวคิดUniversal Design เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอีก 8 ปีข้างหน้า ที่ทางเครือข่ายฯ เล็งเห็นว่าแนวโน้มประชากรในประเทศไทยกำลังจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่รถโดยสารประจำทางซึ่งเป็นการขนส่งมวลชนที่ราคาถูกและครอบคลุมที่สุดในจะต้องมีการปรับปรุงและพัฒนาให้เกิดความทันสมัยเหมาะสมกับสถานการณ์การก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุซึ่งก็คือการพัฒนารถโดยสารสาธารณะให้เป็น “รถชานต่ำ” ที่ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ดังนั้นทางเครือข่ายจึงเตรียมจัดงานเสวนาเรื่อง “วิกฤตรถโดยสารสาธารณะกรุงเทพ ในสังคมผู้สูงอายุ” ในวันที่ 30 ก.ค. นี้ตั้งแต่เวลา 12.30 น. ถึง 16.30 น. ณ ณ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ (สวนโมกข์ กทม.ฯ) เพื่อจุดประกายสังคมโดยการแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์โดยผู้ทรงคุณวุฒิnbsp;/p pนายธีรยุทธ สุคนธวิท เลขานุการเครือข่ายรถเมล์เพื่อประชาชน กล่าวว่า หลังจากที่เครือข่ายรถเมล์เพื่อประชาชน ทุกคนขึ้นได้ทุกคัน ได้เข้าพบ นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคมเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว โดยปลัดกระทรวงคมนาคมได้ให้การบ้าน ขสมก.ไปพิจารณาการจัดซื้อรถเมล์ว่าจะมีแนวทางในการจัดซื้อรถเมล์ 3,500 คัน ตามคำสั่งใหม่ของ คสช.อย่างไร จะใช้ร่างจัดซื้อจัดจ้างเดิม (ทีโออาร์) เดิม ที่มีการจัดซื้อรถชานสูง หรือจะพิจารณาตามข้อเสนอของคนพิการที่เสนอว่าการซื้อรถเมล์ครั้งนี้ควรเป็น “รถเมล์ชานต่ำ”ทั้งหมด ซึ่งทางเครือข่ายฯกำลังรอคำตอบจาก ขสมก.อยู่ ว่าจะทำทีโออาร์ออกมาในรูปแบบใด/p pทั้งนี้กำหนดการในเสวนาnbsp; จะมีการ ปาฐกถาพิเศษ โดย นพ.วิชัย โชควิวัฒน์ นายกสมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย และ ดร.อันธิกา สวัสดิ์ศรี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯ ลาดกระบัง (KMITL) จากนั้นจะมีการ เสวนา โดยมีผู้ร่วมเสวนา คือ นางหนูเกน อินทจันทร์ ตัวแทนเครือข่ายสลัมสี่ภาคnbsp; นายอุดมโชค ชูรัตน์ ประธานเครือข่ายรถเมล์เพื่อประชาชนทุกคนขึ้นได้ทุกคัน นางกษมา แย้มตรี สถาปนิกชุมชน ผู้ก่อตั้งบริษัทตาแสงจำกัด และ นายสุร แก้วเกาะสะบ้า เครือข่ายคนรุ่นใหม่ใจอาสา Gen-V ดำเนินรายการโดย ปกรณ์ อารีกุล กลุ่มเพื่อนประชาชน/p pnbsp;/p pbr /nbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/AE0p1bQmR1g" height="1" width="1"/

สาระ+ภาพ: การอนุมัติงบประมาณในโครงการต่างของ คสช.

Tue, 29/07/2014 - 20:40
p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm3.staticflickr.com/2918/14589322978_bced4b2905_z.jpg" style="width: 560px; height: 392px;" //p p style="text-align: center;"a href="https://farm3.staticflickr.com/2918/14589322978_16d5d06ff9_o.png"คลิกเพื่อดูรูปขนาดใหญ่/a/p pการอนุมัติงบประมาณในโครงการต่างๆ โดยที่ประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในห้วง 2 เดือนที่ผ่านมา นับตั้งแต่ 22 พฤษภาคม 2557 ถึง 28 กรกฎาคม 2557 มีรายละเอียดดังนี้/p p17 มิ.ย. 2557 - ภายหลังจากที่ คสช. อนุมัติช่วยเหลือชาวนาที่ยังไม่ได้รับเงินค่าจำนำข้าว ต่อมาวันที่ 17 มิ.ย. ที่ผ่านมา ธ.ก.ส. แถลงปิดบัญชีหนี้้ค้างชำระโครงการจำนำข้าวฤดูกาล 2556/2557 ให้ชาวนา 838,538 nbsp;ราย รวม 89,931 ล้านบาท โดยมาจากเงินสภาพคล่องของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) และ การกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินภายในประเทศ (ที่มา: เว็บไซต์รัฐบาลไทย a href="http://www.thaigov.go.th/th/news-ministry/2012-08-15-09-16-10/item/83977"[1]/a, a href="http://www.thaigov.go.th/th/news1/item/84106-id84106.html"[2]/a, a href="http://thaipublica.org/2014/05/financing-the-rice-pledging-scheme-12/"ไทยพับลิกา/a)/p p17 มิ.ย. 2557 - อนุมัติงบประมาณ 5,400 ล้านบาท ช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติ 5.8 แสนราย ซึ่งเป็นโครงการตกค้างในการให้ความช่วยเหลือตั้งแต่ปี 2555 และปี 2556 จนถึงปัจจุบัน (a href="http://www.thaigov.go.th/th/news1/item/83980-id83980.html"เว็บไซต์รัฐบาลไทย/a, a href="http://www.thaigov.go.th/th/news1/item/84092"ผลการประชุม คสช. 24 มิ.ย. 2557/a)/p p24 มิ.ย. 2557 - อนุมัติงบประมาณ 8,357 ล้านบาท ให้โครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ (ทดแทน) ที่ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ จำนวน 396 โครงการ a href="http://thainews.prd.go.th/centerweb/News/NewsDetail?NT01_NewsID=TNSOC5706300010052"(สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์)/a/p p24 มิ.ย. 2557 - อนุมัติงบกลาง 96 ล้านบาท ให้กรมประมง กระทรวงเกษตรจัดหาพันธุ์กุ้ง แก้ปัญหาโรคกุ้งตายด่วนให้เกษตรกรเลี้ยงกุ้ง/p p28 มิ.ย. 2557 - คสช. ให้ 7 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้งบประมาณด้านบริหารจัดการน้ำในปีงบประมาณ 2557 ที่ค้างอยู่ 17,000 ล้านบาท ไปดำเนินการแก้ไขน้ำท่วมให้ทันปีงบประมาณ 2557 โดยงบประมาณก้อนนี้ให้กันไว้ 3,000 ล้านบาทเพื่อใช้จ่ายในปี 2558/p pพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) nbsp;กล่าวว่า โครงการส่วนใหญ่เป็นโครงการเกี่ยวกับการขุดลอกคูคลอง เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้ง (ที่มา: a href="http://www.mcot.net/site/content?id=53ae617cbe04704d5e8b4591"สำนักข่าวไทย/a)/p p4 ก.ค. 2557 - อนุมัติให้หน่วยขึ้นตรงกองทัพบก (นขต.ทบ.) ดำเนินโครงการก่อสร้างอาคาร พิพิธภัณฑ์ไม้มีค่า ใช้งบประมาณ 2,455 ล้านบาทเศษ ซึ่งในปีงบประมาณ 2557 นี้ใช้งบกลางของรัฐบาล สำหรับงบประมาณปี 2558 - 2560 ให้บรรจุไว้ในงบประมาณปกติของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีต่อไป a href="http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9570000075639"(เอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์)/a/p p9 ก.ค. 2557 - คณะกรรมการ ธ.ก.ส. มีมติเห็นชอบช่วยเหลือชาวนาฤดูกาลผลิต 2557/58 โดยลดดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อการผลิตให้เกษตรปลูกข้าวนาปีลงร้อยละ 3 ต่อปี รายละไม่เกิน 50,000 บาท โดยรัฐบาลเป็นผู้จ่ายชดเชยค่าดอกเบี้ยให้ ธ.ก.ส. แทนเกษตรกร คิดเป็นวงเงิน 2,292 ล้านบาท (คาดมีเกษตรเข้าร่วม 3.57 ล้านราย) a href="http://www.baac.or.th/content-news.php?content_id=012735"(ธกส./a, a href="http://www.thaigov.go.th/th/news1/item/84036-id84036.html"รายการคืนความสุขให้คนในชาติ/a, 20 มิถุนายน 2557)/p p22 ก.ค. 2557 - nbsp;ที่ประชุม คสช.ได้อนุมัติให้ ขสมก. กู้เงิน เพื่อนำไปชำระค่าน้ำมันเชื้อเพลิง และค่าเหมาซ่อมสำหรับปีงบประมาณ 2558 จำนวน 4,401 ล้านบาทเศษ แบ่งเป็น ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง 2,870 ล้านบาทเศษ และค่าเหมาซ่อม 1,531 ล้านบาทเศษ เพื่อแก้ปัญหาการขาดสภาพคล่องทางการเงิน และให้เกิดการประหยัดดอกเบี้ยจ่ายกรณีผิดนัดชำระหนี้ โดยให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ รวมทั้งพิจารณาวิธีการกู้เงิน เงื่อนไข รายละเอียดต่างๆ ในการกู้เงินตามที่ ขสมก.เสนอ a href="http://www.mcot.net/site/content?id=53ce35babe0470c7088b4585"(สำนักข่าวไทย)/a/p p22 ก.ค. 2557 - อนุมัติงบประมาณ 252 ล้านบาท โครงการพัฒนาปรับปรุงทำเนียบรัฐบาลและบ้านพิษณุโลก ตามที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองหัวหน้า คสช.ฝ่ายกิจการพิเศษ เสนอขออนุมัติงบประมาณ โดยอยู่ในส่วนค่าใช้จ่ายขับเคลื่อนยุทธศาสตร์รัฐบาล คสช. a href="http://www.thairath.co.th/content/438156"(ไทยรัฐ)/a/p p22 ก.ค. 2557 - คสช.เห็นชอบโครงการขยายผลการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมตามที่ กระทรวงศึกษาธิการ โดยสนับสนุนงบกลาง 1,300,624,760 บาท เพื่อการจัดหาและติดตั้งอุปกรณ์เกี่ยวกับการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมให้กับโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและโรงเรียนในสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน จำนวน 15,441 โรงเรียน ทั่วประเทศ (a href="http://www.thaigov.go.th/th/news1/item/84908"เว็บไซต์รัฐบาลไทย/a)/p p22 ก.ค. 2557 - ที่ประชุม คสช. อนุมัติงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 119,153,000 บาท ให้แก่สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (เอไอที) เพื่อเป็นทุนการศึกษาให้กับนักศึกษาทุน 300 คน ของปีการศึกษา 2556 และ 2557/p pทั้งนี้สำนักงบประมาณได้ให้การสนับสนุนงบประมาณกับทางเอไอทีไปแล้ว 3 ปี คือปี 2553-2555 ต่อมาเอไอทีได้ปรับเปลี่ยนสถานะไปเป็นองค์การระหว่างประเทศ มีการจัดทำกฎบัตรฉบับใหม่ ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่ 30 มกราคม 2555 แต่ประเทศไทยยังไม่ได้ให้สัตยาบันกฎบัตรดังกล่าว และยังไม่มีการออก พ.ร.บ.ฉบับใหม่ ที่จะให้การรองรับการให้ความคุ้มครองเอไอที ในฐานะองค์การระหว่างประเทศ ทำให้สถานภาพความเป็นนิติบุคคลของเอไอทีดังกล่าวยังไม่ชัดเจน สำนักงบประมาณจึงเห็นว่าไม่สามารถสนับสนุนงบประมาณให้แก่เอไอทีในฐานะรัฐภาคีสมาชิกได้ ส่งผลให้ในปีงบประมาณ 56-57 ไม่มีการจัดสรรงบประมาณให้แก่เอไอที ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศ ได้แจ้งยืนยันสถานภาพของเอไอที และองค์กรต่างๆ ภายใต้เอไอที รวมทั้งคณะกรรมการอำนวยการ มีสถานะตามเดิม และปฏิบัติหน้าที่ตามเดิม ซึ่งเป็นไปตาม พ.ร.บ.คุ้มครองการดำเนินงานของสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย พ.ศ.2510 ในเรื่องดังกล่าว คสช.ได้อนุมัติตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ และให้ไปตกลงรายละเอียดกับสำนักงบประมาณต่อไป a href="http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9570000082908"(เอเอสทีวี)/a/p p25 ก.ค. 2557 - อนุมัติงบผูกพันวงเงิน 200 ล้านบาท ให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พัฒนาปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานขององค์กรและคอมพิวเตอร์ a href="http://www.smartsme.tv/breaking_detail.php?id=6130"(SMART SME)/anbsp;/p p28 ก.ค. 2557 - ในรายงานสรุปผลการปฏิบัติงานของ คสช. เดือนที่ 2 (ห้วงวันที่ 21 มิถุนายน - 22 กรกฎาคม 2557) มีการรายงานการใช้งบประมาณของ คสช. ในด้านที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจเช่น กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องจัดโครงการธงฟ้าราคาประหยัด 21 ครั้ง สามารถลดค่าครองชีพให้แก่ประชาชน คิดเป็นมูลค่า 27 ล้านบาท ทั้งนี้มีการขอความร่วมมือผู้ประกอบการ และห้างค้าปลีกค้าส่งกว่า 1,000 ราย ตรึงราคาจำหน่ายสินค้าที่จำเป็นจำนวน 205 รายการเป็นเวลา 6 เดือน รวมทั้งขอความร่วมมือให้ลดราคาจำหน่ายอาหารปรุงสำเร็จที่ประชาชนนิยมบริโภค 10 รายการอยู่ที่จานหรือ ชามละ 35 – 40 บาท/p pอนุมัติงบประมาณ 163 ล้านบาท เพื่อกระจายผลไม้ออกสู่ตลาดนอกแหล่งผลิต ได้แก่ ลำไยจาก 8 จังหวัดภาคเหนือ 74.5 ล้านบาท เงาะและลองกองจากภาคตะวันออก 51 ล้านบาท มังคุดและลองกองจากภาคใต้จำนวน 37.5 ล้านบาท/p pอนุมัติงบประมาณกว่า 6,160 ล้านบาทให้กับเกษตรกรปลูกยางพารา 112,253 ราย เพื่อช่วยเหลือปัจจัยการผลิตครัวเรือนละไม่เกิน 25 ไร่ในอัตราไร่ละ 2,520 บาท เฉพาะที่เปิดกรีดแล้ว/p pทั้งนี้ยังไม่รวมงบประมาณ ที่ใช้จัดกิจกรรมเสริมสร้างบรรยากาศปรองดองสมานฉันท์ โดย "ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป" ของ กอ.รมน. ภาค 1 – 4 รวม 84,252 ครั้ง จัดทำ MOU ระหว่างผู้นำทางความคิดที่เคยเห็นต่างกันในแต่ละพื้นที่ 177 ฉบับ ครอบคลุมกว่า 403 แกนนำ จัดเวทีเสวนา 176 เวที ครอบคลุม 30,842 หมู่บ้าน/p pnbsp;/p pspan style="color:#0000cd;"ขอขอบคุณไอเดียคุณ GunGun Buriyer ที่มาของข้อมูล: เว็บไซต์รัฐบาลไทย, ผลการประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ, nbsp;สรุปผลการปฏิบัติงานของ คสช. เดือนที่ 2, สำนักข่าวไทย และไทยรัฐออนไลน์/span/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/dZFhpDmDO3M" height="1" width="1"/

ชาวบ้านเหมืองทอง จ.เลย ถูกเรียกรายงานตัว นศ.ลงพื้นที่โดนด้วย

Tue, 29/07/2014 - 20:25
!--break--!--break-- p29 ก.ค.2557 สมาชิกกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด อ.วังสะพุง จ.เลย เข้ารายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ทหารหลังถูกคำสั่งเรียก จากกรณีส่งหนังสือไปยังหน่วยงานต่างๆ ไม่ยอมรับคณะกรรมการและผลการดำเนินงานของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาเหมืองทองคำจังหวัด ขณะที่นักศึกษากลุ่มดาวดิน มหาวิทยาลัยขอนแก่น ถูกเรียกรายงานตัวหลังลงพื้นที่เก็บข้อมูล/p pเฟซบุคเพจ ‘เหมืองแร่ เมืองเลย’ รายงานว่า พรทิพย์ หงชัย และภัทราภรณ์ แก่งจำปา สมาชิกกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด เข้ารายงานตัวกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ณ ที่ว่าการอำเภอวังสะพุง จ.เลย เมื่อวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา ตามคำสั่งเรียกของ คสช. ลงชื่อโดยพันเอกสวราชย์ แสงผล ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจเขาหลวง ซึ่งได้รับมอบภารกิจในการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ตำบลเขาหลวงฯ เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้งระหว่างชุมชน 6 หมู่บ้าน กับเหมืองแร่ทองคำ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย.2557/p pพรทิพย์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เจ้าหน้าที่ทหารได้ซักถามถึงรายละเอียดของเนื้อหาในหนังสือที่ออกโดยกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด (อร.0182/2557 ลงวันที่ 10 กรกฎาคม 2557) เรื่อง “ไม่ยอมรับคณะกรรมการและผลการดำเนินงานของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาเหมืองทองคำจังหวัดเลยทั้ง 4 ชุดที่แต่งตั้งโดยทหาร” เช่น ข้อความที่ระบุว่า “ถูกบีบบังคับให้ประชาชนต้องยอมรับแนวทางของทหารที่ร่วมมือกับราชการโดยฝ่ายเดียว” และ “ทหารที่เข้าควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่กลับทำเกินหน้าที่” โดยเจ้าหน้าที่แจ้งผู้เข้ารายงานตัวทั้งสองว่า การทำหนังสือไม่เห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมการดังกล่าว ถือเป็นการไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ เป็นการขัดคำสั่ง ซึ่งสามารถดำเนินคดีตามกฎอัยการศึกได้/p pพรทิพย์ กล่าวถึงเหตุที่กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ไม่ยอมรับคณะกรรมการที่ทหารแต่งตั้งขึ้นว่า ไม่ได้มีเจตนาที่จะไม่ให้ความร่วมมือหรือขัดคำสั่งของทหารnbsp; แต่เนื่องจากคณะกรรมการทั้ง 4 ชุด ตั้งขึ้นมาโดยที่ชาวบ้านไม่มีส่วนร่วม และไม่มี่ส่วนในการกำหนดกระบวนการ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทหารได้พยายามปรับทัศนคติของผู้เข้ารายงานตัว ว่าทหารกับชาวบ้านสามารถทำงานร่วมกันหรือคู่ขนานกันไปได้ และการที่ทหารเข้ามาแล้วก็น่าจะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด/p pสำหรับคณะกรรมการทั้ง 4 ชุด ได้แก่ 1) คณะกรรมการแก้ไขปัญหาเหมืองแร่ทองคำเลย มี พล.ต.วรทัต สุพัฒนานนท์ ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกเลย เป็นประธาน 2) คณะกรรมการน้ำ โดย ผู้ว่าราชการจังหวัด, อุตสากรรมจังหวัดเลย, สิ่งแวดล้อมภาค, กรมควบคุมมลพิษ 3) คณะกรรมการฟื้นฟูสุขภาพ และสิ่งแวดล้อม โดย รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เป็นประธาน และ 4)คณะกรรมการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดยจะมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและทหารเพื่อให้เกิดการเจรจาระหว่าง ประชาชน กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด 6 หมู่บ้าน กับ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด/p pนอกจากนี้ เฟซบุคเพจ ‘เหมืองแร่ เมืองเลย’ รายงานด้วยว่า เมื่อวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา นักศึกษากลุ่มดาวดิน จำนวน 5 คน ซึ่งเป็นนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และเป็นกลุ่มที่ทำกิจกรรมร่วมกับชาวบ้านต่อเนื่องมาหลายปี เดินทางลงพื้นที่บ้านนาหนองบง ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย เพื่อเก็บข้อมูลเหตุการณ์ความรุนแรงที่กลุ่มชายฉกรรจ์พร้อมอาวุธบุกเข้ามาทำร้ายชาวบ้านเมื่อวันที่ 15 พ.ค.2557 และเก็บข้อมูลประกอบคดีที่ชาวบ้านโดนบริษัททุ่งคำ ฟ้องร้อง/p pทั้งนี้ การลงพื้นที่ของนักศึกษาทั้ง 5 คน ถูกเจ้าหน้าที่ให้ไปรายงานตัวและถ่ายสำเนาบัตรประชาชน รวมถึงสอบถามวัตถุประสงค์ในการลงพื้นที่พร้อมกับบันทึกวีดีโอ และมีการเก็บบัตรประชาชนของนักศึกษาไว้ในขณะอยู่ในพื้นที่ โดยทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ระบุว่าเป็นระเบียบใหม่ที่ได้รับคำสั่งมา โดยที่ชาวบ้านและนักศึกษาไม่ทราบมาก่อน และการลงพื้นที่ของกลุ่มนักศึกษาถูกเรียกรายงานตัวด้วยท่าทีที่เข้มงวดมากขึ้น/p pbr /strongที่มา/strong เฟซบุค a href="https://www.facebook.com/loeiminingtown/photos/a.508157712606549.1073741828.505143859574601/657563520999300/?type=1amp;relevant_count=1"เหมืองแร่ เมืองเลย/abr /nbsp;/p pbr /br /br /nbsp;/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="http://loeiminingtown.org/2014/07/18/761" target="_blank"มติชาวบ้านเหมืองทองเลย “ไม่เอาคณะกรรมการที่ตั้งโดยทหาร/คสช. หวั่นเข้าข้างเหมืองไม่ฟังประชาชน”/a /div div class="field-item even" a href="http://loeiminingtown.org/2014/06/27/731" target="_blank"ทหารตั้งกรรมการ 4 ชุด เผยแผนฟื้นฟูผลกระทบเหมืองทอง กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดแย้งไม่มีส่วนร่วม/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/LHWFER_e9A0" height="1" width="1"/

วันภาษาไทยแห่งชาติ: หัวหน้า คสช. ย้ำเตือนชาวไทย-ประเทศไทยมีภาษาของตนเอง

Tue, 29/07/2014 - 19:54
pพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวเนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติให้ประชาชนและเยาวชนพึงระลึกว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่มีภาษาเป็นของตนเอง และมีมานาน 700 ปี ขอเชิญชวนทุกคนรักษาภาษาไทยให้ธำรงอยู่คู่ชาติตลอดไป/p p!--break--!--break--/p p29 ก.ค. 2557 - เวลา 12.00 น. วันนี้ (29 ก.ค.)nbsp;a href="http://thainews.prd.go.th/centerweb/news/NewsDetail?NT01_NewsID=TNSOC5707290010074"สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย /aและสถานีโทรทัศน์ NBTnbsp;เผยแพร่คำกล่าวปราศรัยของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ 29 ก.ค. มีรายละเอียดดังนี้/p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"strong000/strong/span/p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"strongimg alt="" src="https://farm3.staticflickr.com/2908/14796155323_8ef57cc64b_z.jpg" style="width: 560px; height: 315px;" //strong/span/p p style="margin-left: 40px;"คำกล่าวปราศรัยbr /พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติbr /เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ/p p style="margin-left: 40px;"วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม 2557 เวลา 12.00 น./p p style="margin-left: 40px;"สวัสดีพี่น้องชาวไทยที่รักทุกคน/p p style="margin-left: 40px;"วันที่ 29 กรกฎาคม ของทุกปี เป็น “วันภาษาไทยแห่งชาติ” ซึ่งเป็นวันสำคัญที่คนไทยทุกคน จะได้ตระหนักถึงคุณค่า ทำนุบำรุง ส่งเสริมภาษาไทย อันเป็นเครื่องหมายแสดงความเป็นไทย เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน และแสดงถึงความเจริญวัฒนาของประเทศชาติ/p p style="margin-left: 40px;"วันภาษาไทยแห่งชาติ ตรงกับวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงร่วมประชุมและทรงร่วมอภิปรายทางวิชาการ เรื่องปัญหาการใช้คำไทย โดยชุมนุมภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พุทธศักราช 2505 ซึ่งได้ทรงแสดงพระอัจฉริยภาพ พระปรีชาสามารถอย่างลึกซึ้งแตกฉาน โดยได้พระราชทานพระราชดำริหลายประการ เพื่อให้ปวงชนชาวไทย ได้รักษา และใช้ภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง ชัดเจน เหมาะสม นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ ล้นเกล้าล้นกระหม่อมหาที่สุดมิได้ ต่อวงวิชาการภาษาไทยและประเทศชาติ/p p style="margin-left: 40px;"ในโอกาสที่วันภาษาไทยแห่งชาติ เวียนมาบรรจบอีกวาระหนึ่ง ผมขอย้ำเตือนให้ประชาชนและเยาวชนของชาติ พึงระลึกอยู่เสมอว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศในโลก ที่มีภาษาเป็นของตนเอง ทั้งภาษาเขียนและภาษาพูดอย่างสมบูรณ์ สืบทอดเป็นมรดกอันล้ำค่า นานกว่า 700 ปี ทุกคนจึงควรภาคภูมิใจ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และบุญคุณของบรรพบุรุษ ที่อุตสาหะสร้างสรรค์อักษรและภาษาไทย ให้ตกทอดสืบมาจนถึงปัจจุบัน และขอเชิญชวนให้ทุกคนร่วมมือร่วมใจกัน รักษาภาษาไทย ให้เป็นสมบัติทางวัฒนธรรม และธำรงอยู่คู่ชาติไทยตลอดไป/p p style="margin-left: 40px;"สวัสดีครับ/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/I_cKiycOwec" height="1" width="1"/

สนง.วุฒิสภาเตรียมสถานที่รองรับการทำงาน สนช.เรียบร้อยแล้ว

Tue, 29/07/2014 - 19:35
pสำนักงานวุฒิสภา เตรียมสถานที่รองรับการทำงานของ สนช.เรียบร้อยแล้ว มีการเปลี่ยนป้ายห้องประธานและรองวุฒิสภา เป็นห้องประธานและรองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คาดว่าภายในสัปดาห์นี้ได้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติครบถ้วน/p p!--break--!--break--/pp29 ก.ค. 2557 - a href="http://thainews.prd.go.th/centerweb/news/NewsDetail?NT01_NewsID=WNPOL5707290020008"สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ /aรายงานว่า สำนักงานวุฒิสภาได้เตรียมสถานที่รองรับการทำงานของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. โดยล่าสุดได้เปลี่ยนป้ายบริเวณหน้าห้องประธานและรองประธานวุฒิสภา เป็นประธานและรองประธานนิติบัญญัติแห่งชาติ พร้อมเตรียมห้องโถงสำหรับการรายงานตัวของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติทันทีที่มีพระบรมโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง/p pส่วนอาคารรัฐสภา 1 ซึ่งเป็นห้องทำงานของประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร เจ้าหน้าที่ได้นำป้ายบริเวณหน้าห้องออกไปหมดแล้ว และเตรียมห้องไว้รองรับสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ สปช. สำหรับสภาปฏิรูปแห่งชาติจะแต่งตั้งล่าช้ากว่าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังนั้นขณะนี้จึงยังไม่มีการติดป้ายใหม่ แต่ได้เตรียมความพร้อมในส่วนของห้องรับรองและห้องทำงานไว้เรียบร้อยแล้ว/p pอย่างไรก็ตาม วันนี้ทั้ง 2 สภา ได้ประชุมนัดสุดท้ายเพื่อสรุปการเตรียมความพร้อม เพื่อรองรับการทำงานของ สนช. และ สปช.ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยเฉพาะในส่วนของการเตรียมข้อมูล กฎระเบียบข้อบังคับการประชุมต่างๆ สถานที่ทำงาน และห้องประชุม/p pทั้งนี้ วันพรุ่งนี้ (30ก.ค.) พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าฝ่ายกิจการพิเศษ จะเดินทางมาตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมของทั้ง 2 สภา ในเวลาประมาณ 09.00 น. ขณะที่คาดว่าภายในสัปดาห์นี้จะมีสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/Q5gYbBdkFUI" height="1" width="1"/

บทความแปล: เหตุใดมหาเศรษฐีถึงต้องการรัฐบาล

Tue, 29/07/2014 - 19:18
p align="right" !--break--!--break--/p p align="right"nbsp;/p pสก็อต เอฟ. ฟิตเจอรัลด์ (Scott F. Fitzgerald) เขียนข้อความa href="http://fullreads.com/literature/the-rich-boy/"ที่เป็นที่รู้จักกันดี/aไว้ว่า พวกมหาเศรษฐีนั้น “แตกต่างจากคุณและผม” ความมั่งคั่งทำให้พวกเขา “ถากถางในสิ่งที่เราเชื่อมั่น” และทำให้พวกเขาคิดว่า “ตนเองนั้นดีเลิศกว่าใคร ๆ” หากถ้อยความเหล่านี้ดูคล้ายจะเป็นจริงอยู่ในขณะนี้ บางทีอาจเป็นเพราะเมื่อตอนที่ฟิตเจอรัลด์เขียนไว้ในปี 1926 a href="http://www.pewresearch.org/fact-tank/2013/12/05/u-s-income-inequality-on-rise-for-decades-is-now-highest-since-1928/"ความเหลื่อมล้ำในสหรัฐอเมริกา/aได้ทะยานสูงเทียบเท่ากับปัจจุบัน/p pเกือบตลอดช่วงเวลาหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ถึงทศวรรษ 1980s ความเหลื่อมล้ำในประเทศชั้นแนวหน้าอยู่ในระดับปานกลาง ช่องว่างระหว่างมหาเศรษฐีกับคนส่วนอื่นของสังคม ไม่เฉพาะด้านของรายได้และความมั่งคั่ง แต่รวมถึงความผูกพันทางอารมณ์และเป้าหมายทางสังคม ดูไม่ค่อยใหญ่โตอะไรมากนัก แน่นอน คนรวยมีเงินทองมากกว่า แต่พวกเขายังคงเป็นส่วนหนึ่งของสังคมเดียวกันกับคนยากคนจน โดยตระหนักว่า สภาพภูมิศาสตร์และความเป็นพลเมืองทำให้พวกเขาต้องร่วมแบ่งปันชะตากรรมร่วมกัน/p pตามที่มาร์ก มิซรูชิ (Mark Mizruchi) อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยมิชิแกนa href="http://www.hup.harvard.edu/catalog.php?isbn=9780674072992"ชี้ไว้ในหนังสือเล่มล่าสุดของเขา/a ชนชั้นนำในบรรษัทต่าง ๆ (corporate elite) ในยุคหลังสงคราม มี “จริยธรรมสำนึกในความรับผิดชอบต่อสังคมและตระหนักถึงปัญหาของของการเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน” พวกเขาร่วมมือกับสหภาพแรงงานและสนับสนุนบทบาทที่เข้มแข็งของรัฐบาลในการกำกับดูแลและรักษาเสถียรภาพให้กับตลาด พวกเขาเข้าใจดีถึงความจำเป็นในการจ่ายภาษีเพื่อนำไปสร้างสินค้าสาธารณะที่สำคัญ ๆ อาทิ ทางหลวงเชื่อมระหว่างรัฐ และโครงข่ายความปลอดภัยทางสังคมให้กับคนยากคนจนและคนชรา/p pในช่วงเวลานั้น ชนชั้นนำในภาคธุรกิจไม่ได้มีอำนาจทางการเมืองมากมายนัก แต่พวกเขาใช้อิทธิพลของตนในการผลักดันระเบียบวาระต่าง ๆ เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์แห่งชาติ/p pตรงกันข้าม มหาเศรษฐีในทุกวันนี้เป็นพวกที่ซูโรวีคกี (Surowiecki) เรียกว่า a href="http://www.newyorker.com/magazine/2014/07/07/moaning-moguls"“เศรษฐีขี้โวยวาย”/a (Moaning moguls) ตัวอย่างที่ดีที่เขายกมาคือ สตีเฟน ชวาร์ซแมน (Stephen Schwarzman) ประธานและผู้บริหารสูงสุดของ Blackstone Group บริษัทลงทุนหุ้นนอกตลาด (Private equity firm) ผู้มีมูลค่าสินทรัพย์ส่วนตัวสูงกว่า 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 3.2 แสนล้านบาท)/p pชวาร์ซแมนทำราวกับ “ตัวเองถูกรุมเร้าโดยรัฐบาลที่จุ้นจ้านและจ้องแต่จะเก็บภาษี กับพวกคนขี้อิจฉาที่เอาแต่ร้องครวญคราง” เขาเสนอว่า “คงเป็นเรื่องดีที่จะเก็บภาษีรายได้จากคนจนให้มากขึ้น เพื่อพวกเขาจะได้เป็นผู้ “มีส่วนได้ส่วนเสีย” (had skin in thenbsp; game) ทั้งยังโจมตีแผนการอุดช่องโหว่ของการเก็บภาษีกำไรจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (carried-interest tax) ซึ่งตัวเขาเองเคยได้ประโยชน์ ว่าไม่ต่างอะไรกับการที่เยอรมันยกทัพบุกโปแลนด์” ตัวอย่างอื่น ๆ สำหรับซูโรวีคกีคือ “ทอม เพอร์กินส์ (Tom Perkins) และเคนเนธ แลงกอน (Kenneth Langone) สองนายทุนร่วมลงทุนผู้ร่วมก่อตั้ง Home Depot ซึ่งต่างก็เปรียบเทียบการที่ประชาชนโจมตีคนรวยว่าเหมือนกับนาซีโจมตีชาวยิว”/p pซูโรวีคกีคิดว่า ทัศนคติของชนชั้นนำที่เปลี่ยนแปลงไปนั้นเกี่ยวข้องอย่างมากกับโลกาภิวัตน์ ทุกวันนี้ บรรษัทและธนาคารขนาดใหญ่สัญชาติอเมริกันได้ตะลอนไปทั่วโลกอย่างอิสระ และไม่จำเป็นต้องพึ่งพิงการบริโภคภายในประเทศอีกต่อไป สุขภาพของชนชั้นกลางชาวอเมริกันเป็นเรื่องที่พวกเขาแทบจะไม่แยแสอีกแล้ว ซูโรวีคกีโต้แย้งว่า ยิ่งไปกว่านั้น สังคมนิยมเองกลับกลายเป็นเรื่องล้าสมัย จนทำให้พวกเขาไม่มีความจำเป็นต้องไปร่วมมือกับชนชั้นแรงงาน/p pกระนั้น หากพวกเศรษฐีในบรรษัทต่าง ๆ คิดว่าตนเองไม่จำเป็นต้องพึ่งพิงรัฐบาลของตนอีกต่อไป พวกเขาก็กำลังเข้าใจผิดอย่างรุนแรง สภาพความเป็นจริงคือ เสถียรภาพและความเปิดกว้างของตลาดอันเป็นที่มาของความมั่งคั่งของพวกเขา ไม่เคยพึ่งพิงการดำเนินการของรัฐบาลมากเท่าที่เป็นอยู่เลย/p pในช่วงเวลาของความสงบ บทบาทของรัฐในการร่างและสนับสนุนกฎระเบียบต่าง ๆ ที่ทำให้ตลาดทำงานได้อาจจะคลุมเครือ จนดูเหมือนตลาดเป็นเครื่องบินไร้คนขับที่ควรหลีกเลี่ยงการรบกวนจากรัฐบาลให้มากที่สุด/p pแต่เมื่อเมฆดำของวิกฤตเศรษฐกิจปกคลุมเส้นขอบฟ้า ทุกคนกลับพยายามมองหาที่กำบังภายใต้ชายคาของรัฐบาล ช่วงเวลานี้เองที่ความสัมพันธ์ที่โยงใยบรรษัทขนาดใหญ่กับแหล่งกำเนิดของมันปรากฏให้เห็นเด่นชัด อย่างที่อดีตผู้ว่าการธนาคารอังกฤษ เมอร์วิน คิง (Mervyn King) พูดถึงบริบททางการเงินเอาไว้ว่า nbsp;“ธนาคารระหว่างประเทศนั้นมีชีวิตอยู่ทั่วโลก แต่มีความตายอยู่ในประเทศ”/p pลองพิจารณาดูว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ยื่นมือเข้าไปช่วยรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงินระหว่างวิกฤตการเงินโลกปี 2008-2009 ด้วยวิธีการอย่างไร หากรัฐบาลไม่ช่วยอุ้มทั้งธนาคารขนาดใหญ่ บรรษัทประกันยักษ์ใหญ่อย่าง AIG และอุตสาหกรรมผลิตยานยนต์ และหากธนาคารกลางสหรัฐฯ ไม่อัดฉีดเงินเข้าไปในกระตุ้นสภาพคล่องทางเศรษฐกิจ ความมั่งคั่งของพวกมหาเศรษฐีคงพังทลายไปหมดแล้ว หลายคนโต้แย้งว่ารัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือผู้เป็นเจ้าของบ้านมากกว่า ทว่าแทนที่จะเป็นเช่นนั้น รัฐบาลกลับเลือกสนับสนุนธนาคารต่าง ๆ อันเป็นแนวนโยบายที่ชนชั้นนำทางการเงินได้ประโยชน์มากที่สุด/p pพวกมหาเศรษฐีพึ่งพิงการสนับสนุนและการดำเนินการของรัฐบาลไม่เว้นกระทั่งช่วงเวลาปกติ รัฐบาลนี่เองที่ให้การสนับสนุนทางการเงินจำนวนมากแก่การทำวิจัยที่นำมาสู่การปฏิวัติเทคโนโลยีข้อมูลข่าวสารและบริษัทน้อยใหญ่ที่เกิดตามมา (อย่างเช่น Apple และ Microsoft)/p pรัฐบาลยังออกและบังคับใช้กฎหมายลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร และเครื่องหมายการค้าที่คอยคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา และรับรองการผูกขาดผลกำไรในระยะยาวให้กับผู้สรรค์สร้างนวัตกรรมที่ประสบความสำเร็จ รัฐบาลยังอุดหนุนสถาบันการศึกษาระดับสูงเพื่อฝึกอบรมกำลังแรงงานที่มีฝีมือ นอกจากนี้ รัฐบาลยังเจรจาต่อรองข้อตกลงทางการค้ากับประเทศต่าง ๆ เพื่อรับรองว่า บริษัทในประเทศของตนจะสามารถเข้าถึงตลาดต่างประเทศได้/p pหากมหาเศรษฐีทั้งหลายเชื่อว่าพวกเขาไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสังคมและแทบจะไม่ต้องการรัฐบาลอีกต่อไปแล้ว ก็ไม่ใช่เพราะความเชื่อนี้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงภายนอก แต่เพราะเรื่องเล่าที่ได้ยินกันทั่วไปในยุคสมัยของเรา ได้ฉายภาพของตลาดในฐานะสิ่งที่ดำรงอยู่ได้ด้วยตัวเองและขับเคลื่อนไปด้วยตัวมันเอง นี่เป็นเรื่องเล่าที่สร้างความเดือดร้อนให้กับทุกภาคส่วนของสังคม และกระทบกับชั้นกลางไม่น้อยไปกว่าคนรวย/p pไม่มีเหตุผลให้คาดหวังว่า มหาเศรษฐีจะเห็นแก่ตัวน้อยลงกว่าคนกลุ่มอื่น ๆ กระนั้น การเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวของพวกเขาไม่ได้ขัดขวางการส่งเสริมความเท่าเทียมกันและการสร้างโอกาสให้กับทุกคนอย่างเป็นธรรมมากมายนัก สิ่งกีดขวางที่สำคัญที่สุดอยู่ที่ การไม่ตระหนักว่า ตลาดไม่อาจสร้างความมั่งคั่งรุ่งเรืองให้กับใครหน้าไหนได้ยาวนานนัก เว้นแต่มันจะได้รับการสนับสนุนจากสังคมที่เข้มแข็งและจากการกำกับดูแลกิจการและทรัพยากรสาธารณะที่ดี/p pnbsp;/p pstrongหมายเหตุ:nbsp;/strongbr /br /แปลจาก Dani Rodrik “Why the Super-Rich Need Governments” Social Europe Journal. http://www.social-europe.eu/2014/07/super-rich/br /br /ดานี โรดริก (Dani Rodrik) เป็นนักเศรษฐศาสตร์ชาวตุรกี และดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านสังคมศาสตร์ ประจำสถาบันการศึกษาระดับสูง (Institute for Advanced Study) ปรินซ์ตัน สหรัฐอเมริกา/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/hG-UCAe03JY" height="1" width="1"/