ประชาไท

Syndicate content
Updated: 6 min 39 sec ago

ขบวนการ 'ลา ปูยา' ชัยชนะของชุมชนต่อต้านเหมืองในกัวเตมาลา

Thu, 30/07/2015 - 22:52
pเมื่อศาลอุทธรณ์ตัดสินให้บริษัทต่างชาติหยุดเข้าไปวางโครงสร้างพื้นฐานเพื่อทำเหมืองแร่เพราะจะส่งผลกระทบต่อชุมชนในประเทศกัวเตมาลา ถือเป็นชัยชนะอย่างท่วมท้นของชุมชนที่รวมกันในนามขบวนการ 'ลา ปูยา' ที่ต่อสู้มาเป็นเวลายาวนาน/p p!--break--!--break--/pp30 ก.ค. 2558 เว็บไซต์ Waging Nonviolence รายงานเรื่องชัยชนะของผู้ประท้วงต่อต้านเหมืองแร่ของชุมชนในประเทศกัวเตมาลา ชุมชนดังกล่าวคือชุมชนซานโฮเซเดลโกลโฟ และซานเปโดรอยัมปุค ซึ่งทั้งสองชุมชนทำการต่อต้านการสร้างเหมืองทองในชุมชนของพวกเขามาเป็นเวลา 3 ปีแล้ว และถึงแม้ว่าเคลื่อนไหวของพวกเขาในนามขบวนการ "ลา ปูยา" จะเคยเผชิญกับความรุนแรงและถูกดำเนินคดี แต่ในที่สุดพวกเขาก็เอาชนะได้/p pพวกเขาได้รับชัยชนะครั้งใหญ่เมื่อผู้พิพากษา แองเจลิกา โนเอมี เทลเลซ เฮอร์นานเดซ จากศาลอุทธรณ์ตัดสินให้ แคปส์ แคสสิเดย์ และบริษัทในเครือ (Kappes, Cassiday amp; Associates - KCA) ระงับการก่อสร้างโครงการทั้งหมดที่เหมืองเอลทัมเบอร์ในแถบชุมชนซานโฮเซเดลโกลโฟ/p pผู้พิพากษาระบุว่าทางบริษัทดำเนินการอย่างผิดกฎหมายเนื่องจากไม่มีการหารือร่วมกับชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการอย่างเหมาะสมอีกทั้งยังไม่ได้รับใบอนุญาตให้ดำเนินการตามโครงการ ผู้พิพากษาเฮอร์นานเดซจึงสั่งให้บริษัทยับยั้งโครงการในเหมืองแร่ทั้งหมดภายในเวลา 15 วัน และสั่งให้เทศบาลเมืองเพิ่มมาตรการเพื่อยับยั้งไม่ให้มีการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในเหมืองแร่ต่อไปอีก/p pแม้ว่าก่อนหน้านี้ทางทนายความของบริษัทเหมืองแร่จะโต้แย้งว่าทางบริษัท KCA ได้รับใบอนุญาตและมีการหารือกับชุมชนแล้วแต่ผู้พิพากษาก็มองออกว่าเป็นเพียงข้ออ้างที่ไม่เป็นความจริง/p pคำตัดสินของศาลในครั้งนี้ถือเป็นการทำให้ชุมชนมีเรี่ยวแรงในการต่อสู้เพื่อปกป้องแหล่งน้ำและสิ่งแวดล้อมของพวกเขาต่อไป ซึ่งอันโตนิโอ เรซ สมาชิกของขบวนการลา ปูยา กล่าวว่าที่ผ่านมาพวกเขาต้องผ่านความเจ็บปวดและมีการต่อสู้ดิ้นรนอย่างหนักแต่พวกเขาก็จะไม่หยุดต่อสู้/p pหลังได้รับชัยชนะจากการตัดสินของศาล ขบวนการลา ปูยา พากันเฉลิมฉลองในนาม 'เทศกาลความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน' (Festivales Solidarios) โดยมีทั้งปิญาตาซึ่งเป็นอุปกรณ์ตกแต่งในงานเทศกาลของชาวลาตินอเมริกาและมีการจัดแสดงดนตรีที่ลานปักหลักประท้วงหน้าทางเข้าเหมือง บรรยากาศของการเฉลิมฉลองเป็นไปอย่างคึกคัก มีการเปิดพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวเข้าร่วมรวมถึงมีนักแสดงดนตรีจากหลายประเทศอย่าง กัวเตมาลา นิคารากัว แคนาดา เวเนซุเอลา และสหรัฐฯ/p pเรซกล่าวอีกว่าพวกเขาต่อสู้ด้วยเหตุผลทั้งในแง่ประเด็นทางสังคมและประเด็นทางสิ่งแวดล้อม และในตอนนี้ศาลก็ตัดสินให้การประท้วงอย่างสันติของพวกเขาเป็นสิ่งที่ชอบธรรม/p pWaging Nonviolence ระบุว่าก่อนหน้านี้ในปี 2557 เคยมีชุมชนอีก 2 แห่งคือ เอลคาร์ริสซัล และเอลหัวปิโนล ฟ้องร้องรัฐบาลกัวเตมาลาว่าไม่สามารถทำหน้าที่รักษาผลประโยชน์ให้กับชุมชนไว้ได้เนื่องจากไม่มีการจัดทำประชามติเรื่องโครงการเหมืองซึ่งเป็นสิ่งที่กำหนดไว้ในกฎหมายกัวเตมาลาและกฎหมายนานาชาติ อย่างไรก็ตามในช่วงที่มีการพิจารณาคดีชุมชนเหล่านี้ก็ได้รัฐมนตรีด้านกิจการสาธารณะของกัวเตมาลามาเป็นพวก ซึ่งรัฐมนตรีดังกล่าวบอกว่าบริษัทเหมืองแร่ทำโครงการที่ละเมิดกฎหมายและชุมชนก็มีสิทธิที่จะต่อต้านโครงการของพวกเขา/p pนอกจากนี้คำตัดสินของศาลในกรณีของลา ปูยา ยังถือเป็นชัยชนะของชุมชนอื่นๆ ทั่วกัวเตมาลาด้วย เพราะถือเป็นการเรียกร้องให้รัฐบาลกัวเตมาลาเคารพและปฏิบัติตามข้อกำหนดในเรื่องการต้องหารือกับชุมชนก่อนสร้างโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีระบุไว้ในอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 169 ที่ระบุถึงสิทธิของชนพื้นเมืองและชนเผ่า/p pนับตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมามีการหารือร่วมกับชุมชน 75 แห่งทั่วกัวเตมาลาในการสร้างโครงการต่างๆ เช่น โครงการเหมืองแร่ โครงการเขื่อนพลังงานน้ำ โดยส่วนใหญ่ชุมชนในพื้นที่มักจะปฏิเสธไม่ยอมให้มีการดำเนินโครงการด้านทรัพยากรภายในผืนดินของพวกเขา/p pกรณีเหมืองของบริษัท KCA ย้อนเรื่องไปได้ถึงเมื่อเดือน มี.ค. 2555 ที่มีผู้ประท้วงมาชุมนุมกันอย่างสงบหน้าเหมืองเอลทัมเบอร์ โดยมีการปักหลักตั้งรกรากอย่างถาวรที่หน้าเหมือง พวกเขาประท้วงเพราะกลัวว่าเหมืองแร่ดังกล่าวจะสร้างมลภาวะให้กับผืนน้ำและผืนดินของพวกเขา/p pขบวนการลา ปูยา ยังเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติในฐานะขบวนการเคลื่อนไหวที่เน้นวิธีการแบบสันติ อีกทั้งยังให้การต้อนรับผู้ที่สนับสนุนพวกเขาเข้าไปที่ค่ายผู้ชุมนุมประท้วงเพื่อบอกเล่าเรื่องราวของพวกเขาเอง แต่พวกเขาก็ต้องเผชิญอุปสรรคเมื่อช่วงเดือน พ.ค. 2557 เมื่อตำรวจปราบจลาจลที่มาจากการสั่งการของรัฐมนตรีกระทรวงกิจการภายในเข้าปราบปรามกลุ่มผู้ปักหลักชุมนุมเพื่อให้มีการขนส่งอุปกรณ์เข้าไปในจุดก่อสร้างได้ แต่ในวันถัดมาผู้ชุมนุมก็ยังคงเข้าไปปักหลักชุมนุมที่เดิมภายใต้การสอดส่องของเจ้าหน้าที่/p pนอกจากนี้ยังมีกลุ่มผู้สนับสนุนขบวนการลา ปูยา ในต่างประเทศอย่างคณะกรรมการเพื่อสิทธิมนุษยชนในกัวเตมาลาซึ่งเป็นองค์กรจากสหรัฐฯ ยังได้ร่วมรณรงค์ล่ารายชื่อเรียกร้องให้บริษัท KCA หยุดการก่อสร้างเหมืองแร่ด้วย/p pถึงแม้ว่าจะได้รับชัยชนะแล้ว แต่เรซและสมาชิกลา ปูยา คนอื่นๆ ก็ยืนยันว่าจะปักหลักอยู่หน้าทางเข้าเหมืองต่อไปเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมต่อไปและยังบอกอีกว่าพวกเขาวางแผนปฏิบัติการเพิ่มเติมแต่ยังไม่บอกรายละเอียด ทางฝ่าย KCA ก็ยังไม่ยอมแพ้เช่นกัน พวกเขาบอกว่าจะมีการร้องเรียนต่อในศาลชั้นถัดไป/p pnbsp;/p pstrongเรียบเรียงจาก/strong/p pCommunities struggling against mining win major victory in Guatemala, Waging Nonvolence, 28-07-2015br /a href="http://wagingnonviolence.org/2015/07/communities-struggling-mining-win-major-victory-guatemala/"http://wagingnonviolence.org/2015/07/communities-struggling-mining-win-major-victory-guatemala//a/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/2-89ywYzno0" height="1" width="1" alt=""/

‘DSI-ตร.’ สรุปสำนวนคดีสลายชุมนุม 53 ส่งอัยการ ส.ค.นี้

Thu, 30/07/2015 - 22:31
!--break--!--break-- pเมื่อวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา สุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า วันนี้คณะพนักงานสอบสวนได้หารือกันในส่วนของสำนวนการสอบสวนคดี 99 ศพ ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมทางการเมืองเมื่อปี 2553 เพื่อดูความสมบูรณ์ของสำนวน และเตรียมเสนอความเห็นให้อัยการสั่งฟ้องภายในเดือน ส.ค. นี้ อย่างไรก็ตาม สำนวนทั้งหมดจะต้องถูกส่งกลับมายังตนอีกครั้งในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน เพื่อลงนามในสำนวนดังกล่าวก่อนส่งให้อัยการฟ้องต่อไป/p pรายงานข่าวจากพนักงานสอบสวนในคดี 99 ศพแจ้งว่า จากกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งที่ 68/2558 ลงวันที่ 2 มี.ค.2558 เรื่องแต่งตั้งคณะสอบสวนตำรวจ โดยให้ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล nbsp;ผบช.น. ร่วมสอบสวนกับ สุวณา เพื่อวางกรอบแนวทางการสอบสวนคดีดังกล่าวให้แล้วเสร็จนั้น วันนี้คณะทำงานทั้ง 3 ชุด ตามที่ได้แบ่งกลุ่มการทำงานตามพื้นที่เกิดเหตุก่อนหน้านี้ ในฐานะรองหัวหน้าพนักงานสอบสวน ซึ่งประกอบด้วย พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ อินทรขาว รองอธิบดีดีเอสไอ และ ผบก.น.2, พ.ต.ท.ไพศิษฐ์ วงศ์เมือง รองอธิบดีดีเอสไอ และผบก.น.1 และพ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ รองอธิบดีดีเอสไอ และ ผบก.น.5 ได้นำสำนวนการสืบสวนสอบสวนทั้งหมดไปประชุมร่วมกับ พล.ต.ท.ศรีวราห์ ที่บช.น. เพื่อตรวจดูความสมบูรณ์ของสำนวนคดีว่ามีความเรียบร้อยแล้วหรือไม่ พร้อมทั้งดูรายงานการสอบสวน และลงความเห็นทางคดี เพื่อเตรียมส่งให้อัยการภายในต้นเดือนส.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม หากสำนวนดังกล่าวยังไม่มีความเรียบร้อยทางพนักงานสอบสวนต้องกลับมาหาพยานหลักฐานและสอบสวนเพิ่มเติมอีกครั้ง/p pรายงานข่าวแจ้งด้วยว่า สำหรับสำนวนคดีนั้นส่วนใหญ่มีความเรียบร้อยและพยานหลักฐานครบถ้วนกว่าร้อยละ 90 จึงมั่นใจว่าจะสามารถสรุปสำนวนส่งให้อัยการได้ภายในต้นเดือน ส.ค. นี้ ทั้งนี้ จากการสอบปากคำเจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ในเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อปี 2553 ทั้งที่บริเวณแยกคอกวัว บริเวณ ถ.ราชปรารภ บริเวณ ถ.พระราม 4 และบริเวณอื่นๆ ที่มีการเสียชีวิตของประชาชนและทหาร โดยเจ้าหน้าที่ทหารส่วนใหญ่ที่พนักงานสอบสวนเรียกเข้ามาให้ปากคำนั้นยืนยันว่า ขณะปฏิบัติหน้าที่ในวันและเวลาดังกล่าวเป็นไปตามคำสั่งของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) และยืนยันด้วยว่าใช้กระสุนยางเพียงอย่างเดียว ไม่มีการใช้กระสุนจริงแต่อย่างใด ทั้งนี้ การสืบสวนสอบสวนดังกล่าวเป็นไปตามขั้นตอนปกติของการสอบสวน ซึ่งทางนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้เร่งสรุปสำนวนคดีนี้ให้เสร็จโดยเร็ว และให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย/p pnbsp;/p pemspan style="color:#808080;"ที่มา : /spana href="http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1438180472"span style="color:#808080;"ข่าวสดออนไลน์/span/aspan style="color:#808080;" และ/spana href="http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9580000085866"span style="color:#808080;"ผู้จัดการออนไลน์/span/a/em/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2015/07/60561" target="_blank"กว่า5ปียังไม่คืบ ญาติเหยื่อสลายชุมนุม 53 ร้อง ป.ป.ช. ขอความเป็นธรรม/a /div div class="field-item even" a href="/journal/2015/04/58800" target="_blank"ความคืบหน้า? ‘คดี10เมษา’ ศาลสั่ง1แดงถูกทหารยิงตั้งแต่บ่าย- 2แดงถูกกระสุนฝั่งทหารหน้าสตรีวิทฯ/a /div div class="field-item odd" a href="/journal/2013/08/48039" target="_blank"ศาลสั่ง 6 ศพวัดปทุมฯ เสียชีวิตจากทหาร-ไม่มีชายชุดดำในที่เกิดเหตุ/a /div div class="field-item even" a href="/journal/2015/05/59374" target="_blank"ภาพวันนั้น-พื้นที่วันนี้ : 5 ปี “กระชับวงล้อม” กับความคืบหน้าคดี/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/ssJZbGS8Fk4" height="1" width="1" alt=""/

ซิป้าแถลงผลสำรวจตลาด-บริการซอฟต์แวร์ไทยปี 57 โต 9.4% ภาครัฐใช้จ่ายชะลอตัว

Thu, 30/07/2015 - 17:26
pซิป้าแถลงผลการสำรวจตลาดซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ไทยปี 2557 โต 9.4% ภาครัฐใช้จ่ายชะลอตัว แต่ SaaS เติบโตโดดเด่น คาดการณ์สิ้นปี 2558 และ 2559 โตประมาณ 11.1% และ 12.8% ตามการขยายตัวของเศรษฐกิจดิจิทัลnbsp;/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm4.staticflickr.com/3783/19950659980_aa07e0ff05.jpg" style="width: 500px; height: 281px;" //p pเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2558nbsp; สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ SIPA ร่วมกับสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) แถลงผลการสำรวจมูลค่าตลาดซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ของประเทศไทยประจำปี 2557 และคาดการณ์ปี 2558 และ 2559br /br /พลเอกโสภณ เวคะวากยานนท์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ กล่าวว่า การสำรวจตลาดซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์เป็นกิจกรรมที่ SIPA จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อติดตามความก้าวหน้าตลอดจนการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของอุตสาหกรรมnbsp; โดยในปีนี้ SIPA ร่วมกับสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) จัดให้มีการสำรวจติดต่อกันเป็นปีที่สี่nbsp; โดยตลอดเวลาที่ผ่านมาคณะทำงานได้รับคำแนะนำเป็นอย่างดียิ่งจากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม ทำให้ได้ผลการสำรวจที่น่าเชื่อถือซึ่งภาคเอกชนและภาครัฐสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการวางแผนธุรกิจและนโยบายต่อไปได้br /br /สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย และ เสาวรัจ รัตนคำฟู นักวิชาการอาวุโส สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย กล่าวถึงการสำรวจมูลค่าตลาดในปี 2557 ว่ามีการปรับปรุงที่สำคัญ 2 ส่วนคือ/p p(1) ฐานข้อมูลประชากรที่ใหญ่ขึ้น ซึ่งเป็นผลจากการปรับปรุงการจัดหมวดหมู่กิจกรรมของอุตสาหกรรมในประเทศไทย (Thailand Standard Industrial Classification หรือ TSIC) จากเดิม TSIC2001 เป็น TSIC2009 ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งมีการแบ่งหมวดหมู่ของธุรกิจละเอียดมากขึ้นทั้งด้านขายส่ง ขายปลีก และบริการ ทำให้สามารถระบุบริษัทในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ได้ดียิ่งขึ้นnbsp; ซึ่งคณะผู้วิจัยได้ปรับผลการสำรวจปี 2556 ให้สอดคล้องกับจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นด้วยแล้ว เพื่อให้สามารถสะท้อนกับผลการสำรวจในปีนี้ได้ (2) ปรับปรุงการสำรวจการผลิตซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์เพื่อใช้ภายในองค์กร (in-house) ในสาขาธุรกิจที่เน้นการใช้ IT เข้มข้น เช่น การเงิน การประกันภัยnbsp; ขนส่งและโลจิสติกส์ การสื่อสาร และการท่องเที่ยว/p pภาพรวมของตลาดซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ของไทยในปี 2557 มีมูลค่าการผลิตเฉพาะที่เกิดขึ้นในประเทศไทยรวม 54,980 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2556 ที่ปรับฐานประชากรแล้ว ร้อยละ 9.4nbsp; โดยจำแนกเป็นมูลค่าการผลิตซอฟต์แวร์สำเร็จรูป 15,031 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2556 ร้อยละ 4.5 และมูลค่าการผลิตบริการซอฟต์แวร์ 39,940 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2556 ถึงร้อยละ 11.4nbsp;/p pโดยภาคการเงินยังคงเป็นสาขาที่มีการใช้จ่ายด้านซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์สูงที่สุดnbsp; นอกจากนี้ ยังพบการเติบโตอย่างมากของซอฟต์แวร์สำเร็จรูปที่ใช้งานผ่านเว็บ (SaaS) ซึ่งเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 34.4 ในปี 2557 แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มในการใช้งานคลาวด์ (Cloud computing) เพิ่มมากขึ้น/p pในส่วนของตลาดซอฟต์แวร์สมองกลฝังตัวนั้นพบว่า ปีที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตร้อยละ 6.0 โดยมีมูลค่าการผลิตภายในประเทศเท่ากับ 6,165 ล้านบาท ผู้ประกอบการส่วนมากยังสามารถรักษาอัตราการเติบโตไว้ได้ เนื่องจากการขยายตัวของ Internet of Things (IoT) และ Wearable devicesnbsp; แม้ว่าผู้ประกอบการรายใหญ่จะได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์/p pด้านการส่งออกซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ในปี 2557 มีมูลค่าประมาณ 4,572 ล้านบาท (เติบโตร้อยละ 6.1) โดยจำแนกเป็นมูลค่าการส่งออกซอฟต์แวร์สำเร็จรูป 939 ล้านบาท (เติบโตร้อยละ 7.4) และการส่งออกบริการซอฟต์แวร์ 3,633 ล้านบาท (เติบโตร้อยละ 5.8) แม้ว่ามูลค่าการส่งออกของไทยยังไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับมูลค่าตลาดโดยรวมnbsp; แต่มีแนวโน้มที่น่าสนใจคือ ผู้ผลิตซอฟต์แวร์สำเร็จรูปของไทยมีมูลค่าการส่งออกเพิ่มสูงขึ้น ตัวอย่างซอฟต์แวร์สำเร็จรูปของผู้ผลิตไทยที่ส่งออกคือ ซอฟต์แวร์ด้านการบริหารจัดการโรงแรมและรีสอร์ท ซอฟต์แวร์ด้านระบบบริหารจัดการการค้าปลีก และซอฟต์แวร์ด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ เป็นต้น/p pขณะที่ มูลค่าการส่งออกบริการซอฟต์แวร์ปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน เนื่องจากผู้ประกอบการไทยจำนวนมากยังเห็นโอกาสของตลาดในต่างประเทศที่มีอัตราการเติบโตสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาด ASEANnbsp; แม้ว่าผู้ประกอบการรายใหญ่มีการย้ายฐานการผลิตบางส่วนไปยังต่างประเทศ/p pในขณะเดียวกัน มูลค่าตลาดของหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจชะลอตัวลงมาก เนื่องจากความเข้มงวดในการกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและการตรวจรับงาน ตลอดจน การปรับเปลี่ยนคณะกรรมการหรือผู้บริหารระดับสูงของรัฐวิสาหกิจnbsp; ทำให้การตรวจรับงานและการจัดซื้อซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ตามโครงการใหม่ต่างๆ ต้องล่าช้าออกไปจนทำให้ผู้ประกอบการรายใหญ่หลายรายหันออกไปทำตลาดอื่นแทน/p pคาดว่าตลาดซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ของไทยในปี 2558 จะมีมูลค่าการผลิตภายในประเทศประมาณ 61,096 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตร้อยละ 11.1 จำแนกเป็นมูลค่าการผลิตซอฟต์แวร์สำเร็จรูปประมาณ 15,973 ล้านบาท (เติบโตร้อยละ 6.3) และมูลค่าการผลิตบริการซอฟต์แวร์ประมาณ 45,113 ล้านบาท (เติบโตร้อยละ 13.0) และในปี 2559 คาดว่า ตลาดซอฟต์แวร์สำเร็จรูปและบริการซอฟต์แวร์จะเติบโตใกล้เคียงกับปี 2558 คือร้อยละ 12.8 โดยซอฟต์แวร์สำเร็จรูปและบริการซอฟต์แวร์จะเติบโตร้อยละ 7.4 และร้อยละ 14.7 ตามลำดับ ตามการขยายตัวของเศรษฐกิจดิจิทัล/p pส่วนซอฟต์แวร์สมองกลฝังตัวในปี 2558 จะมีอัตราการเติบโตประมาณร้อยละ 11.0 หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 6,841 ล้านบาท และในปี 2559 คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องประมาณร้อยละ 13.9nbsp; หากมีการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ ประกอบกับ มีแรงหนุนสำคัญคือ การขยายตัวของ Internet of Things (IoT) และ Wearable devices/p pโดยสรุป การขยายตัวของเศรษฐกิจดิจิทัลจะทำให้อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เติบโตต่อเนื่องไปได้ แม้เศรษฐกิจโดยรวมเติบโตต่ำ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่จะอยู่รอดและเติบโตได้ในระยะยาว ต้องสร้างทรัพย์สินทางปัญญาจากการผลิตซอฟต์แวร์คุณภาพสูงที่ตอบโจทย์เฉพาะสาขาธุรกิจ และภาครัฐต้องเร่งพัฒนาบุคลากรที่มีคุณภาพเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของอุตสาหกรรมnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/BV5fMvz4OUw" height="1" width="1" alt=""/

กลุ่มนักสิทธิจีนร่อน จม.ขวางปักกิ่ง 'เจ้าภาพโอลิมปิกฤดูหนาว 2022'

Thu, 30/07/2015 - 17:15
pกลุ่มนักสิทธิมนุษยชนในจีนออกจดหมายเปิดผนึกถึงคณะกรรมการโอลิมปิกสากล เรียกร้องให้ไม่เลือกปักกิ่งเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว ปี 2022 เพราะปัญหาสิทธิมนุษยชน ก่อนการโหวตเลือกเมืองเจ้าภาพศุกร์นี้/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm1.staticflickr.com/472/19950362068_d70535c348.jpg" style="width: 500px; height: 398px;" /br /span style="color:#ff8c00;"แคมเปญรณรงค์ใน change.org/spanbr /a href="https://www.change.org/p/international-olympic-committee-to-reject-beijing-s-bid-to-host-the-2022-winter-olympics"span style="color:#ff8c00;"International Olympic Committee members: Reject Beijing’s bid to host the 2022 Winter Olympics/span/abr /nbsp;/p p29 ก.ค. 2558 สำนักข่าวเดอะการ์เดียน รายงานว่า กลุ่มนักสิทธิมนุษยชนในจีนได้ออกจดหมายเปิดผนึกถึงคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (International Olympic Committee: IOC) ให้ปฏิเสธข้อเสนอการเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว ปี 2022 ที่จะมีการโหวตเลือกเมืองเจ้าภาพในวันศุกร์ที่ 31 ก.ค.นี้ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เนื่องจากตอนนี้จีนกำลังประสบวิกฤติทางสิทธิมนุษยชน และกำลังเกิดการละเมิดสิทธิอย่างที่ไม่เคยพบมาก่อนตั้งแต่ปี 2008br /br /จดหมายระบุว่า ในเวลาที่จดหมายฉบับนี้เขียนขึ้น มีนักสิทธิมนุษยชน, นักกฎหมาย, นักกิจกรรมและครอบครัวกว่า 250 รายที่ถูกจับ ถูกไต่สวน และถูกทำให้หายไปตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค. โดยมีตั้งแต่เด็กอายุ 16 ไปจนถึงคนแก่อายุ 81 ปี/p pจดหมายระบุว่า รัฐบาลจีนได้ใช้กีฬาโอลิมปิกเป็นข้ออ้างในการประชาสัมพันธ์พรรคคอมมิวนิสต์จีน และหากปักกิ่งได้เป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2022 จุดประสงค์ของกีฬาโอลิมปิกที่มุ่ง “สนับสนุนการสร้างสังคมที่สงบสุขและปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ “ จะถูกนำไปใช้เพื่อรับใช้รัฐบาลเผด็จการที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนอีกครั้ง/p pจดหมายดังกล่าวระบุด้วยว่าในกีฬาโอลิมปิก 2008 มีผู้ถูกบังคับย้ายถิ่นฐานกว่า 1.5 ล้านคน และถูกไล่ที่หลายพันครัวเรือน มีการคุมขังผู้พิการเพื่อความสะอาดเรียบร้อย ก่อนจะได้เป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกปี 2008 รัฐบาลจีนสัญญาจะพัฒนาเสรีภาพในการแสดงออก แต่กลับมีการจับกุมผู้ประท้วงและนักข่าว/p pจดหมายสรุปว่า การเลือกปักกิ่งเป็นเจ้าภาพนั้นแปลว่า การละเมิดสิทธิโดยรัฐบาลจีนนั้นได้รับการสนับสนุนจาก IOC และกีฬาโอลิมปิกที่จัดขึ้นในประเทศจีนจะถูกบันทึกลงในประวัติศาสตร์ในฐานะกีฬาอัปยศ/p pกู่อี๋ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยจอร์เจีย ผู้ร่วมเขียนจดหมายฉบับนี้กล่าวว่า “โลกควรจะปฏิเสธโอกาสครั้งที่สองของปักกิ่งนี้ ถ้าหากปักกิ่งได้รับเลือกแสดงถึงว่า โลกและ IOC ไม่สนใจการสลายการชุมนุมที่ผ่านมาและการละเมิดสิทธิเหล่านี้เป็นสิ่งที่รับได้”/p pด้านโกล็อก จิ๊กมี พระชาวธิเบตที่อพยพหนีออกจากประเทศจีนในปี 2557 ได้ออกจดหมายถึงโธมัส บาค ประธาน IOC กล่าวถึงนโยบายข่มเหงธิเบตของรัฐบาลจีน และตั้งคำถามว่า IOCจะให้เกียรติเช่นนั้นกับจีนได้อย่างไร/p pด้านสำนักข่าวซินหัว หนังสือพิมพ์ของรัฐบาลจีน กล่าวว่า ปักกิ่งเป็นตัวเลือกในการจัดงานโอลิมปิกฤดูหนาวที่ปลอดภัย เป็นศูนย์รวมของนักท่องเที่ยวและธุรกิจ ด้านนายซู จี้เชิง เจ้าหน้าที่จากปักกิ่งในการเจรจาที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย กล่าวว่า รัฐบาลจีนกำลังจัดการกับปัญหามลพิษทางอากาศในปักกิ่ง พร้อมระบุว่า ในปัจจุบันมีการจำกัดและลดมลพิษได้แล้ว และมีเวลาอีกเจ็ดปีในการสร้างเมฆขาวและฟ้าคราม/p pด้านเมืองอัลมาตี ประเทศคาซัคสถาน ซึ่งเป็นคู่แข่งของปักกิ่งในการเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว 2022 ก็ประสบกับประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนเช่นกัน องค์กรฮิวแมนไรท์วอทช์ กล่าวว่า ไม่ว่าจีนหรือคาซัคสถานจะได้เป็นเจ้าภาพ IOC จะต้องปรับมาตรฐานในการปกป้องสิทธิมนุษยชนnbsp;/p pมิงกี้ วอร์เด็น เจ้าหน้าที่ประสานงานระดับโลกขององค์กรฮิวแมนไรท์วอทช์ เสนอว่า คณะกรรมการโอลิมปิกสากลควรจะควบคุมให้ประเทศเจ้าภาพปฏิบัติตามกฎบัตรโอลิมปิกและหลักสิทธิมนุษยชนพื้นฐาน ไม่เช่นนั้นจะเสี่ยงกับการไม่ได้เป็นเจ้าภาพ พร้อมทั้งกล่าวด้วยว่า มีหลักฐานจำนวนมากที่บ่งชี้ว่า การเลือกประเทศที่มีสถิติทางสิทธิมนุษยชนเลวร้ายเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกจะนำมาสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชนที่รุนแรงขึ้นจากการเตรียมจัดงาน และ IOC มีโอกาสว่าจะนำกีฬาโอลิมปิกไปใช้พัฒนาสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ไหน ซึ่งต้องการความร่วมมือจากประเทศเจ้าภาพเช่นกัน/p pnbsp;/p pstrongเรียบเรียงจาก:/strongbr /Beijing must not win 2022 winter Olympics bid, say human rights activistsbr /a href="http://http://www.theguardian.com/sport/2015/jul/29/beijing-2022-winter-olympics-bid-human-rights-activists"http://www.theguardian.com/sport/2015/jul/29/beijing-2022-winter-olympics-bid-human-rights-activists/abr /China / Kazakhstan : 2022 Games Major Test of of Olympics Reformbr /a href="http://https://www.hrw.org/news/2015/07/21/china/kazakhstan-2022-games-major-test-olympic-reforms"https://www.hrw.org/news/2015/07/21/china/kazakhstan-2022-games-major-test-olympic-reforms/a/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/lgVXcudyFQ8" height="1" width="1" alt=""/

พลเมืองโต้กลับ ยื่นอุทธรณ์ฟ้อง ‘ประยุทธ์-คสช.’ ข้อหาล้มล้างการปกครอง

Thu, 30/07/2015 - 17:01
!--break--!--break-- pเมื่อวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา a href="https://www.facebook.com/BBCThai/photos/a.1527194487501586.1073741828.1526071940947174/1680796542141379"บีบีซีไทย - BBC Thai/a รายงานว่า อานนท์ นำภา ทนายความของกลุ่มพลเมืองโต้กลับเปิดเผยกับบีบีซีว่า วันนี้ตนและสมาชิกกลุ่ม ได้เดินทางไปยื่นอุทธรณ์คดีที่กลุ่มได้ยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับพวก ซึ่งเป็นสมาชิกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.รวม 5 คน ในข้อหากบฏ เป็นการอุทธรณ์คำสั่งของศาลอาญา ที่มีคำสั่งไม่รับฟ้องไปเมื่อวันที่ 29 พ.ค. ที่ผ่านมา/p pทั้งนี้ พันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ สมาชิกกลุ่มพลเมืองโต้กลับ และพวกซึ่งเป็นกลุ่มพลเมืองโต้กลับ รวม 15 คน ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กับคนที่เหลือที่ประกอบด้วย พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ในข้อหาร่วมกันใช้กำลังขู่เข็ญประทุษร้ายและล้มล้างเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ อันเป็นความผิดฐานกบฏ และยังได้ออกคำสั่งในนามคสช.หลายฉบับ อันเป็นการละเมิดสิทธิ์และเสรีภาพของประชาชนและสื่อมวลชน ทำให้โจทก์ทั้ง 15 คนได้รับความเสียหาย จึงขอให้ลงโทษจำเลยทั้งห้า ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 113 และ 114/p pอานนท์ ระบุว่า วันนี้ได้ดำเนินการยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฟ้องดังกล่าว และศาลนัดมาฟังคำสั่งในอีก 5 วันข้างหน้า/p pสำหรับกรณีที่ศาลอาญาไม่รับฟ้องนั้น เนื่องจากศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาไม่มีความผิด โดยยึดหลักได้รับการนิรโทษกรรมไปตามบทบัญญัติมาตรา 48 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ. 2557 ศาลจึงมีคำสั่งยกคำร้อง/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2015/05/59537" target="_blank"ศาลยกคำร้อง #039;พลเมืองโต้กลับ#039; ฟ้อง #039;ประยุทธ์-คสช.#039; ข้อหากบฏ/a /div div class="field-item even" a href="/journal/2015/05/59416" target="_blank"#039;พลเมืองโต้กลับ#039; ฟ้อง #039;คสช.#039; ข้อหา #039;กบฏ#039; ศาลนัดฟังรับฟ้องหรือไม่ 29 พ.ค./a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/G-6w9TjNVmc" height="1" width="1" alt=""/

‘สุเทพ’ แถลงสื่อเตรียมเปิดอาชีวะต้นแบบ สร้างชุมชนพอเพียง ย้ำปฏิรูปพรรคการเมือง ไม่ชุมนุมต้าน แม้ คสช.ทำไม่ถูกต้อง

Thu, 30/07/2015 - 13:08
!--break--!--break-- p30 ก.ค.2558 ตอนสายวันนี้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และคณะกรรมการมูลนิธิมวลมหาประชาชน จัดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ราชประสงค์ โดยกล่าวถึงกิจกรรมที่ผ่านมาและแนวทางการดำเนินในอนาคตของมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm1.staticflickr.com/436/19511383714_a3237c47a2_b.jpg" style="width: 560px; height: 418px;" //p pนายสุเทพ ซึ่งเป็นประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชน ชี้แจงว่า งบประมาณที่ได้มาจากเงินบริจาคของประชาชน ได้ใช้ไปกับการดูแลความเป็นอยู่ของทั้งผู้บาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิต รวมถึงมีเงินทุนสำหรับเด็กกำพร้าซึ่งได้รับทุนการศึกษาทุกราย รายละ 2 ล้านบาท/p pนายสุเทพกล่าวว่า อีกประการหนึ่งที่มูลนิธิมวลมหาประชาชนพยายามส่งเสริม คือ การบวช ซึ่งจะช่วยประคับประคองให้คนในสังคมได้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบตามคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยทางมูลนิธิได้ร่วมกันเรียกร้องให้ชาวพุทธเห็นความสำคัญของการศึกษาธรรมะ และมีการจัดอุปสมบทหมู่ทุกเดือนที่วัดธารน้ำไหล สวนโมกขพลารามแล้ว รวมกว่า 600 รูป ซึ่งถือเป็นความสำเร็จ และจะมีการดำเนินการต่อเนื่อง/p pspan style="color:#0000cd;"strongชักชวนระดมทุน-ร่วมเป็นเจ้าของมูลนิธิ ยันไม่เคลื่อนไหวชุมนุม ยอมรับ คสช.จำเป็นกับประเทศ/strong/span/p pนายสุเทพกล่าวว่า ในฐานะประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชน ขอเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมกับมูลนิธิ/p p"นี่จะเป็นมูลนิธิของคนที่รักชาติรักแผ่นดิน ใครก็ตามที่มีอุดมการณ์เช่นนี้ก็เข้ามาเป็นเจ้าของมูลนิธิได้ และเราดำเนินการตามแนวทางประชาธิปไตย"/p pเขากล่าวว่า สิ่งที่มูลนิธิมวลมหาประชาชนจะดำเนินการต่อไป คือ การดำเนินการตามมติของผู้ที่เข้าร่วมเป็นเจ้าของ ซึ่งจะเข้ามาร่วมกันรับผิดชอบมูลนิธินี้ รวมไปถึงรับผิดชอบดูแลค่าใช้จ่ายของมูลนิธิด้วย/p p"คนที่จะมาเป็นเจ้าของมูลนิธิต้องสามารถเปิดเผยว่าตัวเองว่าประกอบอาชีพอะไร มีรายได้เท่าไหร่ และพร้อมที่จะบริจาคเงินให้มูลนิธิเป็นจำนวน 1 วันจากรายได้ทั้งปี" นายสุเทพกล่าวถึงเงื่อนไขการบริจาคและย้ำว่า จะไม่มีการเลือกปฏิบัติในการแสดงความเห็น และหากพื้นที่ใด หรือจังหวัดใดมีผู้บริจาคเป็นจำนวนมากก็อาจจะมีการตั้งสาขาของมูลนิธิในจังหวัดนั้นๆ/p pนายสุเทพกล่าวต่อไปว่า กิจกรรมของมูลนิธิจะทำเพื่อปกป้องประเทศ และในกรณีที่มีรัฐบาลหรือประเทศใดที่เข้าใจผิดหรือไม่เข้าใจประเทศไทย ก็พร้อมจะส่งตัวแทนไปอธิบายกับรัฐบาล หรือสภา รวมถึงสื่อมวลชนของประเทศนั้นๆ ทั้งนี้ ไม่ได้มีเจตนาจะเป็นปฏิปักษ์กับประเทศใด พร้อมระบุว่า นายกษิต ภิรมย์จะเป็นหัวหน้าทีมในการทำงานสื่อสารและชี้แจงต่อประเทศต่างๆ ให้เข้าใจประเทศไทย/p p"เรารักคนอื่นๆ เรารักทุกคนแต่เรารักประเทศเรามากกว่า"/p pนอกจากนี้ มูลนิธิยังวางแนวทางเป็นศูนย์รวมแนวทางที่สร้างสรรค์สำหรับประเทศ โดยช่วงแรกจะใช้สื่ออิเล็กโทรนิกส์ เช่น เว็บไซต์ และอีเมล์ โดยยังไม่มีแนวทางเปิดเวทีเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งกับ คสช. และยอมรับว่าในเวลานี้ประเทศนี้ต้องมีรัฐบาลอย่าง คสช. ในการดูแลบ้านเมือง และยอมรับว่ากฎหมายของ คสช. มีความชอบธรรม/p pspan style="color:#0000cd;"strongเปิด 'อาชีวศึกษาภาวนาโพธิคุณ'/strong/span/p pนายสุเทพกล่าวว่า หลังจากแถลงข่าวในวันนี้ จะเคลื่อนไหวทำกิจกรรมตามแนวทางการปฏิรูปประเทศ โดยยึดธรรมะของศาสนาไม่ว่าจะเป็นพุทธ คริสต์ หรืออิสลาม เช่น ปฏิรูปการศึกษาโดยผลักดันให้การศึกษาของประเทศไทยเป็นการศึกษาที่ผลิตคนออกมารับใช้ประเทศ ไม่เพียงความเป็นเลิศทางวิชาการและวิชาชีพ แต่ต้องผลิตคนที่มีคุณธรรมด้วย ซึ่งต้องผลิตคนที่คุณภาพและมีคุณธรรมและมูลนิธิจะจัดตั้งวิทยาลัยอาชีวศึกษาภาวนาโพธิคุณ ที่เกาะสมุย สุราษฎร์ธานี หลักสูตร 5 ปี โดยฝึกอาชีพร่วมกับธรรมะด้วย นักศึกษาต้องฝึกฝนตนเองเอาตัวให้รอดจากการครอบงำของวัตถุนิยมและกิเลส รู้จักประมาณตัวเอง นักเรียนทุกคนเป็นนักเรียนทุน โดยเขาคาดหวังว่า อาชีวศึกษาภาวนาโพธิคุณจะเป็นวิทยาลัยอาชีวะต้นแบบ/p pspan style="color:#0000cd;"strongสร้างชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง/strong/span/p pนายสุเทพกล่าวว่า มีแนวคิดที่จะสร้างชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง โดยน้อมนำแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติ และได้เลือกเกาะพะลวย ซึ่งเป็นเกาะขนาดเล็ก ใกล้เกาะสมุย มีประชากรราว 200 ครัวเรือน โดยจะทำให้เป็นชุมชนต้นแบบตามหลักความพอเพียง/p pนายสุเทพย้ำว่า จะไม่พูดเรื่องการเมืองที่นำไปสู่ความขัดแย้งใดๆ และเขายังถือศีลครบถ้วน และพร้อมร่วมมือกับคนทุกกลุ่ม และเรียกร้องขอความสมานฉันท์เพื่อร่วมกันทำงานเพื่อประเทศไทย แต่ย้ำว่าต้องมีการปฏิรูปประเทศไทยก่อนที่จะมีการเลือกตั้งครั้งต่อไป/p p"เราต้องการเห็นรัฐบาลนี้ปฏิรูปให้สำเร็จ ไม่ว่าจะใช้เวลาเท่าไหร่" และกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ถ้าเมื่อไหร่ที่เห็นว่ารัฐบาลไม่ได้ทำไปในแนวทางที่ถูกต้อง ก็จะแสดงความเห็นอย่างเรียบร้อย แต่จะไม่ชุมนุมหรือเข้ายึดสถานที่ต่างๆ/p pนายสุเทพกล่าวว่า เขาจะแสดงให้เห็นว่าแนวทางของมูลนิธิมวลมหาประชาชนจะมีคนเข้าร่วมเป็นจำนวนล้านๆ คน และเป็นแนวทางการปฏิรูปพรรคการเมืองซึ่งเขาเชื่อว่าจะเป็นตัวอย่างของการปฏิรูป/p p"จะปฏิรูปการเมืองต้องปฏิรูปพรรคการเมือง" นายสุเทพกล่าว และยืนยันว่าการเคลื่อนไหวของมูลนิธิฯ ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคประชาธิปัตย์ และเขาจะไม่กลับไปสังกัดพรรคประชาธิปัตย์อีกแล้ว และแนวทางหลังจากนี้อาจจะมีความแตกต่างจากพรรคประชาธิปัตย์/p pbr /nbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/FDNK49OF8ZQ" height="1" width="1" alt=""/

สถานการณ์แรงงานประจำสัปดาห์ 23-29 ก.ค. 2558

Thu, 30/07/2015 - 08:12
div !--break--!--break--/div divstrongสถานการณ์แรงงานชุมนุม ลดลงจากปีก่อน ส่วนเลิกจ้าง-แรงงานสัมพันธ์ปกติ/strong/div divnbsp;/div divนายปฐม เพชรมณี รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน(กสร.) กระทรวงแรงงาน กล่าวถึง สถานการณ์แรงงานสัมพันธ์ในช่วงระหว่าง 1 ตุลาคม 2557 – 25 มิถุนายน 2558 ที่ผ่านมาว่า nbsp;สถานการณ์ด้านการชุมนุมนั้น พบว่ามีการชุมนุมของกลุ่มผู้ใช้แรงงานจำนวน 59 ครั้ง มีการผละงาน 14 ครั้ง เพื่อเรียกร้องโบนัส 11 ครั้ง ในจังหวัดอยุธยา ปราจีนบุรี สมุทรปราการ ชลบุรี ปทุมธานีและพิษณุโลก เรียกร้องเรื่องค้างจ่ายค่าจ้าง 2 ครั้ง ในจังหวัดนครราชสีมาและสมุทรสาคร และไม่พอใจหัวหน้างาน 1 ครั้ง ในจังหวัดสงขลา เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาพบว่ามีการชุมนุมลดลง 7 ครั้ง ส่วนการผละงานมีเพิ่มขึ้น 8 ครั้ง/div divnbsp;/div divนายปฐม กล่าวอีกว่า มีการยื่นข้อเรียกร้องเพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง จำนวน 404 แห่ง ลูกจ้างเกี่ยวข้องจำนวน 234,161 คน แบ่งเป็น เกิดข้อพิพาทแรงงาน จำนวน 110 แห่ง ลูกจ้างเกี่ยวข้องจำนวน 68,010 คน และเกิดข้อขัดแย้ง จำนวน 94 แห่ง ลูกจ้างเกี่ยวข้องจำนวน 77,004 คน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พบว่ามีสถานประกอบการที่ยื่นข้อเรียกร้องลดลง 6 แห่ง มีข้อพิพาทเพิ่มขึ้น 8 แห่ง และมีข้อขัดแย้งลดลง 49 แห่ง นอกจากนี้มีการผละงานในสถานประกอบการ 14 แห่ง ลูกจ้างเกี่ยวข้อง 5,380 คน ปิดงาน 3 แห่ง ลูกจ้างเกี่ยวข้อง 2,500 คน ไม่มีการนัดหยุดงาน มีการตกลงกันในเรื่องสิทธิประโยชน์การจ้างงานจำนวน 468 แห่ง คิดเป็นจำนวนเงิน 29,034,709,605 บาท (29,000 ล้านบาท)nbsp;/div divnbsp;/div divนอกจากนี้ นายปฐมกล่าวว่า กรณีที่บริษัทซัมซุงอิเล็คโทร-แม็คคานิคส์ จำกัด ประกาศปิดกิจการนั้น เกิดจากการเปลี่ยนแปลงคำสั่งซื้อสินค้าของลูกค้าทำให้จำนวนออเดอร์ลดลง ถือเป็นปัญหาเฉพาะราย ไม่ได้เกี่ยวเนื่องจากปัญหาสภาพเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ส่วนสถานการณ์การเลิกจ้างและสถานการณ์ด้านแรงงานสัมพันธ์ขณะนี้อยู่ในภาวะปกติ แต่ก็ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่กสร.จังหวัดต่างๆ ลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับนายจ้างและลูกจ้างให้พูดคุยกันด้วยเหตุผล หากมีปัญหาข้อพิพาทก็ให้เจ้าหน้าที่กสร.ลงไปช่วยเจรจาให้ได้ข้อยุติโดยเร็ว/div divnbsp;/div div(มติชนออนไลน์, 22/7/2558)/div divnbsp;/div divstrongเซอร์คิท อีเลคโทรนิคส์ อินดัสตรีส์ หยุดดำเนินธุรกิจเดิม และเลิกจ้างพนักงานตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 58 เป็นต้นไป/strong/div divnbsp;/div divนายเอกมินทร์ งานทวี กรรมการ บริษัท เซอร์คิท อีเลคโทรนิคส์ อินดัสตรีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ CIRKIT แจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อ 22 กรกฎาคม 2558 ว่า บอร์ดอนุมัติการหยุดการดำเนินธุรกิจเดิมของบริษัท และการพิจารณาโอกาสในการเข้าทำธุรกิจใหม่ เพราะบริษัทประสบปัญหาทางการเงิน และการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ช่วงปี 2546/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divโดยตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ประกาศห้ามการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ของบริษัทตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา ทั้งนี้ เพื่อฟื้นฟูกิจการของบริษัทจึงได้เริ่มเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการนับแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2548 และบริษัทได้ดำเนินการตามแผนฟื้้นฟูกิจการเป็นผลสำเร็จ และศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งให้ยกเลิกการฟื้นฟูกิจการในวันที่ 22 มิถุนายน 2558nbsp;/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divทั้งนี้ แผนฟื้นฟูกิจการกำหนดให้บริษัทโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน คือ ที่ดินในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งบริษัทใช้เป็นฐานการผลิตในการประกอบธุรกิจผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัท รวมถึงส่วนควบอื่นๆ เพื่อชำะหนี้ให้แก่เจ้าหนี้สถาบันการเงินของบริษัทและจะแล้วเสร็จในเดือนสิงหาคมนี้/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divอย่างไรก็ดี ช่วงเวลาที่ผ่านมา แม้ว่าบริษัทจะอยู่ภายใต้กระบวนการฟื้นฟูกิจการ แต่บริษัทยังมีความสามารถที่จะดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างรายได้ให้แก่บริษัทมาโดยตลอด แต่บริษัทพบว่า เกิดการชะลอตัว และการลดกำลังการผลิตของผู้ประกอบการด้านอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งเป็นลูกค้าหลักที่สำคัญของบริษัท ทำให้บริษัทไม่สามารถพัฒนายอดขาย หรือสร้างรายได้ในระดับที่สามารถสร้างเสถียรภาพในการประกอบธุรกิจแบบยั่งยืนต่อไปได้ อีกทั้งธุรกิจผลิตวงจรอิเล็กทรอนิกส์เป็นธุรกิจที่มีต้นทุนการผลิตสูง หากบริษัทยังคงดำเนินธุรกิจต่อไปก็มีแนวโน้มสูงว่า การดำเนินธุรกิจดังกล่าวจะก่อให้เกิดผลขาดทุนมากกว่ากำไร อันจะส่งผลกระทบในทางลบอย่างมีนัยสำคัญต่อสถานะการเงิน และผลการดำเนินงานของบริษัทต่อไปในอนาคต/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divด้วยสาเหตุหลักข้างต้น ที่ประชุมคณะกรรมการของบริษัท (ในฐานะผู้บริหารแผน) ซึ่งได้ประชุมเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2558 จึงได้มีมติอนุมัติให้บริษัทหยุดการดำเนินธุรกิจผลิตวงจรอิเล็กทรอนิกส์ และเลิกจ้างพนักงานของบริษัททั้งหมดในไตรมาสที่ 2 ของปี 58 เป็นต้นไป เพื่อรักษาสถานะทางการเงินของบริษัท และเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้น และให้พิจารณาโอกาสและศึกษาความเป็นไปได้ในการเข้าลงทุนในธุรกิจใหม่ต่อไป/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divพร้อมกันนี้ บอร์ดยังขายเครื่องจักร และอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งมีมูลค่าทางบัญชี 35,200,529.06 บาท ให้แก่บริษัท อีเอ็นเอฟ เทคโนโลยี จำกัด ผู้ประกอบกิจการค้าและผลิตเครื่องมือ เครื่องจักรอะลูมิเนียมประกอบระบบไฟฟ้า ซึ่งเป็นผู้ให้ราคาสูงสุดในการประมูลทรัพย์สินดังกล่าว ในราคา 475,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 16,040,750 บาท/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divนอกจากนี้ บริษัทยังได้ขายทรัพย์สินหลายรายการภายใต้แผนฟื้นฟูกิจการ ทั้งครื่องจักร วัสดุ อุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้สำนักงาน รถยนต์ ลูกหนี้การค้า และสินค้าคงเหลือรวมทั้งสิ้น 8,567,327 บาท และขายทรัพย์สินบางรายการตามมติที่บอร์ดเห็นชอบราคารวมทั้งสิ้น 3,181,356 บาท/div divnbsp;/div div(ASTV ผู้จัดการออนไลน์, 23/7/2558)/div divnbsp;/div divstrongเผยมีตำแหน่งงานรอแรงงานโคราชที่ถูกเลิกจ้างรอเกือบ 3,000 อัตรา/strong/div divnbsp;/div divนายพงศวัฒน์ เพชรวิเชียร จัดหางาน จ.นครราชสีมา เชิญสถานประกอบการ ผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรม ทั้งใน จ.นครราชสีมา และจังหวัดใกล้เคียง มาเปิดจุดรับสมัครงาน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ว่างงานและผู้ที่สนใจได้เลือกตำแหน่งงานว่าง พร้อมกับยื่นใบสมัครงานและสอบสัมภาษณ์ทันที/div divnbsp;/div divทั้งนี้ มีสถานประกอบการมารับสมัครงานจำนวนหนึ่ง โดยมีผู้ว่างงานซึ่งส่วนใหญ่เป็นอดีตพนักงานของบริษัท ซัมซุงอิเล็คโทร-แม็คคานิคส์ จำกัด ที่สนใจสมัครงาน ซึ่งการเปิดรับสมัครงานนี้ เพื่อลดปัญหามิจฉาชีพหลอกลวงแรงงานในพื้นที่ต่างๆ อีกทางหนึ่ง/div divnbsp;/div divปัจจุบันมีสถานประกอบการที่แจ้งต้องการแรงงานทั้งสิ้น 27 แห่ง มีตำแหน่งงานว่างเกือบ 3,000 อัตรา โดยส่วนใหญ่ต้องการแรงงานในตำแหน่งผู้ปฏิบัติการด้านเครื่องจักรในโรงงาน รองลงมาเป็นช่างเทคนิค, พนักงานบริการ และพนักงานขาย ซึ่งประเภทอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ มีตำแหน่งงานว่างมากที่สุด รองลงมาเป็นอุตสาหกรรมผลิตอาหารและเครื่องดื่ม และอุตสาหกรรมการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร แต่ปัญหาที่พบส่วนใหญ่เกิดจาก ผู้ว่างงานมักเลือกในงานที่ตนเองชื่นชอบ จึงทำให้เกิดปัญหาว่างงาน/div divnbsp;/div div(Spring News, 23/7/2558)/div divnbsp;/div divstrongสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพนวดเกาหลี ร้องเรียนต่อสถานทูตไทยในกรุงโซล ให้ปราบปรามและลงโทษหญิงไทยที่ลอบไปทำงานนวดในเกาหลี เพราะเป็นอาชีพสงวนให้คนตาบอดเกาหลี/strong/div divnbsp;/div div23 ก.ค. 2015 สมาคมผู้ประกอบวิชาชีพนวดเกาหลี ได้นำสมาชิกจำนวน 60 คน น่ังรถบัสไปจอดรถที่หน้าสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล เมื่อวันที่ 22 ก.ค. เวลา 14.00 น. และเตรียมการมาประท้วงใหญ่ หากทางสถานเอกอัครราชทูตไทยไม่รับข้อเสนอของผู้ประกอบอาชีพหมอนวดชาวเกาหลี กรณีหญิงไทยลักลอบเข้าไปประกอบอาชีพนวด อันเป็นการกระทำผิดกฎหมาย และแย่งอาชีพนวดที่สงวนไว้ให้ผู้พิการทางสายตา โดยมีเจ้าหน้าท่ีตำรวจเกาหลี ประมาณ 100 นาย ใช้รถบัส 3 คัน ไปจอดบริเวณหน้าสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล คอยรักษาความปลอดภัยแก่ข้าราชการไทย ลูกจ้างท้องถิ่นและอาคารสถานเอกอัครราชทูตอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความวุ่นวายขึ้น/div divด้านสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล นางวไลพร ศิวรักษ์ อัครราชทูต เปิดโอกาสให้ตัวแทนของสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพนวดเกาหลี จำนวน 4 คน เข้าพบและยื่นหนังสือเรียกร้องให้สถานเอกอัครราชทูตไทยเร่งแก้ปัญหาหญิงไทยลักลอบเข้าไปประกอบอาชีพนวดในเกาหลี สำหรับข้อเรียกร้องของหมอนวดเกาหลี ยื่นข้อเสนอให้สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล พิจารณาออกนโยบายปราบปรามและลงโทษหญิงไทยที่ลักลอบทำงานนวดในเกาหลี เนื่องจากเป็นอาชีพสงวนของคนพิการทางสายตาเกาหลี ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพนวด ทั้งนี้สมาคมฯ ถือว่าหญิงไทยดังกล่าวคุกคามสิทธิในการหาเลี้ยงชีพของคนพิการทางสายตาเกาหลี/div divnbsp;/div divหลังรับหนังสือร้องเรียนแล้ว นางวไลพร ได้แจ้งให้ตัวแทนสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพนวดเกาหลี ทราบว่าจะรีบรายงานให้นายกุลกุมุท สิงหรา ณ อยุธยา เอกอัครราชทูต ทราบ เพื่อหามาตรการแก้ไขปัญหาดังกล่าว พร้อมทั้งชี้แจงให้ทราบว่า ก่อนหน้านี้ทางสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล ได้ออกประกาศเตือนหญิงไทย ท่ี่ลักลอบไปทำงานนวดในเกาหลีมาก่อนแล้วว่า เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ตัวแทนสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพนวดเกาหลีพอใจจึงพากันกลับ และจะติดตามการแก้ไขปัญหาของทางสถานเอกอัครราชทูตไทยต่อไป/div divnbsp;/div divผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ก่อนหน้าที่กลุ่มหมอนวดพิการทางสายตาชาวเกาหลีจะมายื่นหนังสือร้องเรียนนี้ นายกุลกุมุท สิงหรา ณ อยุธยา เอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล ได้ออกประกาศเตือนหญิงไทย ที่ลักลอบไปทำงานอาชีพนวดที่ประเทศเกาหลีว่า เป็นการกระทำผิดกฎหมาย เพราะเป็นอาชีพสงวนไว้ให้คนพิการทางสายตา และอย่าหลงเชื่อนายหน้าที่หลอกพาไป เพราะสุ่มเสี่ยงต่อการถูกบังคับให้ขายบริการทางเพศ เนื่องจากมีการจับกุมหญิงไทยที่ลักลอบไปนวด และขายบริการทางเพศมาก่อนแล้วด้วย/div divnbsp;/div div(ไทยรัฐออนไลน์, 23/7/2558)/div divnbsp;/div divstrongไฟไหม้แคมป์คนงานก่อสร้างคอนโดฯ จ.ปทุมธานี/strong/div divnbsp;/div divวันที่ 25 ก.ค. 58 นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ปทุมธานี เปิดเผยกับเกาะติดข่าวต้นชั่วโมงสปริงนิสวส์ว่า เกิดเหตุไฟไหม้ที่พักคนงานก่อสร้างกว่า 300 ห้อง และมีถังแก๊สครัวเรือนระเบิดระหว่างไฟไหม้/div divnbsp;/div divทั้งนี้ จุดเกิดเหตุเป็นที่พักคนงานก่อสร้างของคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่ เนื้อที่กว่า 20 ไร่ ในพื้นที่ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ล่าสุดสามารถควบคุมเพลิงไว้ในวงจำกัดได้แล้ว แต่ยังต้องระดมฉีดน้ำดับเพลิงอย่างต่อเนื่อง เพราะไฟยังลุกไหม้เป็นวงกว้าง อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บ 2 คน และมีผู้หญิงสำลักควันไฟ 1 คน เจ้าหน้าที่นำตัวส่งโรงพยาบาลปทุมเวชแล้ว/div divnbsp;/div div(Spring News, 25/7/2558)/div divnbsp;/div divstrongสปช. หนุนตั้งสภาประกันสุขภาพฯ ไม่รวมสามกองทุน ย้ำเก็บร่วมจ่าย/strong/div divnbsp;/div div(26 ก.ค.58) พญ.พรพรรณ บุญรัตพันธ์ุ ประธานคณะกรรมาธิการด้านสาธารณสุข สภาปฏิรูปแห่งชาติ(กมธ.สธ.สปช.) กล่าวถึงกรณีสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) nbsp;เตรียมเสนอการตั้งสภาประกันสุขภาพแห่งชาติ ว่า nbsp;ประเทศไทยต้องมีหน่วยงานกลางที่ทำหน้าที่ในการรวบรวมและบริหารจัดการเกี่ยวกับคุณภาพมาตรฐานและข้อมูลด้านการรักษาพยาบาลของประเทศโดยมีคณะกรรมการนโยบายประกันสุขภาพแห่งชาติหรือสภาประกันสุขภาพแห่งชาติ ทำหน้าที่การบริหาร nbsp;แต่ยังไม่ใช่การรวมการบริหารจัดการ 3 กองทุนทั้งสิทธิสวัสดิการข้าราชการ หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าและประกันสังคม/div divnbsp;/div divในส่วนของผู้ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือบัตรทองที่ปัจจุบันมีราว49 ล้านคน มีคนจนจริง ผู้สูงอายุ เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีและผู้ที่เข้าข่ายเงื่อนไขที่จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องจ่ายค่าประกันสุขภาพเพิ่มราว 20 ล้านคน อีก 30 ล้านคนมีความสามารถที่จะจ่ายเงินทำประกันสุขภาพเองเพื่อรับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมนอกเหนือจากสิทธิจำเป็นพื้นฐานใครมีมากก็จ่ายมาก มีน้อยจ่ายน้อย ไม่ควรมีการใช้เงินภาษีแบบ 100 % เพราะประเทศไทยยังเป็นประเทศที่มีภาษีปานกลาง เราต้องยอมรับความจริงnbsp;/div divnbsp;/div divนอกจากนี้ พญ.พรพรรณกล่าวว่า ในส่วนผู้ใช้สิทธิข้าราชการก็อาจจะต้องส่วนร่วมประกันสุขภาพด้วย โดยอาจจะหักเบี้ยประกันจากเงินเดือนหรือให้หน่วยงานต้นสังกัดรับผิดชอบ ซึ่งรูปแบบก็ต้องมาพิจารณากันต่อไป ข้าราชการจะได้รับสวัสดิการบริการที่ดีขึ้น เพราะบางส่วนข้าราชการก็ได้รับน้อยกว่าบัตรทอง หากมีระบบประกันสุขภาพแห่งชาติแบบนี้แล้วรพ.เอกชนก็ดึงเข้ามาร่วมมากขึ้น บริการการรักษาพยาบาลก็ดีขึ้น ความแออัดในรพ.รัฐก็ลดลง ประชาชนก็ได้รับประโยชน์สูงสุด/div divnbsp;/div div(มติชนออนไลน์, 26/7/2558)/div divnbsp;/div divstrongเปิด ก.ม.ฝีมือแรงงานใหม่ จ้างมี nbsp;“ใบรับรอง”/strong/div divnbsp;/div divม.ล.ปุณฑริก สมิติ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงานเปิดเผยว่าพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานฉบับใหม่ เป็นฉบับที่ปรับปรุงจากกฎหมายเดิมเมื่อปี 2545 ซึ่งยังไม่มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการกำกับดูแลสาขาอาชีพตำแหน่งงานหรือลักษณะงานที่อาจเป็นอันตรายต่อสาธารณะ ทำให้ผู้ใช้บริการไม่มั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัย ที่อาจจะก่อให้เกิดอันตรายต่างๆ เนื่องจากผู้ประกอบอาชีพไม่มีความชำนาญในการทำงาน ขณะเดียวกันก็จะส่งผลกระทบต่อตัวผู้ประกอบอาชีพ เจ้าของสถานประกอบกิจการ ชุมชน สังคม และศักยภาพในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ/div divnbsp;/div divสาระสำคัญของ พ.ร.บ.ฉบับนี้ได้แก่การรับรองความรู้ความสามารถ ให้แก่ผู้ประกอบอาชีพในสาขาอาชีพ ตำแหน่งงาน หรือลักษณะงานที่อาจเป็นอันตรายต่อสาธารณะ ซึ่งจะต้องผ่านการประเมินเพื่อรับรองความรู้ความสามารถโดยวัดจากค่าทักษะความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ หรือความสำเร็จในการประกอบอาชีพ และคุณลักษณะส่วนบุคคล/div divnbsp;/div divนั่นคือต้องไปยื่นคำขอต่อกรมพัฒนาฝีมือแรงงานหรือศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถ เพื่อทำการทดสอบ และเมื่อผ่านการประเมินก็จะได้หนังสือรับรองความรู้ความสามารถ เป็นการการันตี สามารถประกอบอาชีพที่เป็นอันตรายต่อสาธารณะได้อย่างปลอดภัย และถูกต้องตามขั้นตอน สร้างความมั่นใจต้อผู้ประกอบกิจการหรือนายจ้าง ที่ว่าหากต้องการจ้างแรงงานในสาขาอาชีพที่อาจต้องเป็นอันตรายต่อสาธารณะก็ต้องจ้างแรงงานที่ได้รับหนังสือรับรองความรู้ความสามารถตาม พ.ร.บ.ใหม่นี้/div divnbsp;/div divสาขาที่มีการกำหนดไว้ตามกฎหมายนี้ประกอบด้วย 3 ช่างอาชีพ คือ ช่างไฟฟ้าภายในอาคาร ช่างไฟฟ้าภายนอกอาคาร และช่างไฟฟ้าอุตสาหกรรม โดยกำหนดกรอบเฉพาะการปฏิบัติงานกับอาคารสาธารณะ 5 ประเภทเท่านั้น ได้แก่ สถานที่ราชการ โรงพยาบาล สถานศึกษา สถานบริการและห้างสรรพสินค้าnbsp;/div divnbsp;/div divที่สำคัญ หากนายจ้างและลูกจ้างเพิกเฉยในการจ้างแรงงานที่มีไม่มีคุณสมบัติตามกฎหมายนี้จะมีโทษอีกด้วย โดยลูกจ้างที่ไม่มีหนังสือรับรองความรู้ความสามารถ ระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท ขณะเดียวกันนายจ้างหรือสถานประกอบการที่จ้างแรงงานโดยมีไม่หนังสือรับรองของลูกจ้างจะมีโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาทอีกด้วย ช่างไฟฟ้าทั้ง 3 สาขาที่ต้องการเข้ารับการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติระดับ 1 เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการประเมิน สามารถขอรับการทดสอบมาตรฐานฝีมือฯ ได้ที่ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัด และสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาคทั่วประเทศ หรือศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานที่ได้รับการอนุมัติจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงานแล้วnbsp;/div divnbsp;/div div(บ้านเมือง, 27/7/2558)/div divnbsp;/div divstrongการบินไทย"อาการหนัก" จ้างออกพนง.กว่า 1,400 ตำแหน่ง หลังยกเลิกเที่ยวบินไปแอลเอ-โรม/strong/div divnbsp;/div div"รอยเตอร์ส"รายงานว่า สายการบิน"ไทย แอร์เวย์ อินเตอร์เนชั่นแนล"หรือการบินไทย มีแผนที่จะปรับลดพนักงานผ่านโครงการเกษียณอายุโดยสมัครใจเป็นจำนวน 1,401 อัตรา ภายในปีนี้ และระงับการให้บริการบินไปยังเมืองลอสแองเจลิส ของสหรัฐ และกรุงโรม ของอิตาลี ในแผนปรับโครงสร้างใหม่ของการบินไทยnbsp;/div divnbsp;/div divรายงานระบุว่า การบินไทยมีแผนที่จะลดค่าใช้จ่าย และลดจำนวนการจุผู้โดยสารลง nbsp;20 เปอร์เซ็นต์ภายใต้แผนปรับโครงสร้างองค์กรที่จะใช้เวลา 2 ปี รวมทั้งการขายเครื่องบินของสายการบิน และการลดพนักงานสายการบินด้วย โดยสายการบินเป็นหนึ่งในหลายบริษัทภายใต้รัฐวิสาหกิจที่รัฐบาลทหาร ที่มุ่งเป้าที่จะปฎิรูปภายหลังขึ้นสู่อำนาจเมื่อปี 2014nbsp;/div divnbsp;/div divโดยนายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับรอยเตอร์สว่า การบินไทยได้ตั้งเป้าจะลดค่าใช้จ่ายจากโครงการเกษียณอายุโดยสมัครใจนี้ เป็นจำนวนเงิน 151.86 ล้านบาท โดยถือเป็นสิ่งธรรมดาที่การบินไทยต้องตัดลดค่าใช้จ่ายและปรับลดเที่ยวบินลง เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน nbsp;และว่า การบินไทยมุ่งเป้าหมายที่จะลดค่าใช้จ่ายให้ได้มากกว่า nbsp;9 พันล้านบาทในปีนี้nbsp;/div divnbsp;/div divรายงานระบุว่า การบินไทยมีกำหนดจะยุติเที่ยวบินกรุงเทพ-ลอสแองเจลิส และกรุงเทพ-โรม ตั้งแต่วันที่ 25 ต.ค.นี้ ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายของการบินไทยได้กว่า 100 ล้านบาทต่อปี และถือเป็นปิดฉากการให้บริการทุกเที่ยวบินไปยังสหรัฐ หลังจากก่อนหน้านี้การบินไทยได้ระงับเที่ยวบินไปนิวยอร์ก ตั้งแต่ปี 2008 เนื่องจากเป็นเส้นทางบินที่ไม่ทำกำไร รวมทั้งลดจำนวนเที่ยวบินไปเมืองกัลกัตต้า ของอินเดีย และเพิ่มเที่ยวบินไปยังไฮเดอราบัด ของอินเดีย,ฉางชา ของจีน และหลวงพระบาง ของลาว nbsp;ให้กับสายการบิน"ไทย สมายล์"ของการบินไทยnbsp;/div divnbsp;/div divทั้งนี้ ในการออกแถลงการณ์ก่อนหน้านี้ การบินไทยระบุว่า มีเที่ยวบินเป็นจำนวน 50 เที่ยวบินที่ทำให้การบินไทยขาดทุนหรือมีรายได้ต่ำ/div divnbsp;/div div(มติชนออนไลน์, 27/7/2558)/div divnbsp;/div divstrongไทยถูกจัดค้ามนุษย์ ‘เทียร์3’ ตามเดิม/strong/div divnbsp;/div divสถานการณ์การค้ามนุษย์ของประเทศไทยในสายตามหาอำนาจสหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป (อียู) ตามรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ หรือ TIP Report ประจำปี 2014 ตกต่ำถึงขีดสุด เมื่อประเทศไทยถูกปรับลดอันดับลงมาอยู่ในบัญชีกลุ่ม “เทียร์" (Tier 3) ซึ่งถือเป็นกลุ่มประเทศที่มีสถานการณ์การค้ามนุษย์ในระดับเลวร้ายที่สุด/div divnbsp;/div divล่าสุดทางการสหรัฐฯจัดอับดับสถานการณ์การค้ามนุษย์ในไทยให้คง Tier3 ไว้ โดยให้เหตุผลว่าไทยไม่มีความพยายามในการจัดการปัญหาการค้ามนุษย์อย่างที่หวังไว้ nbsp;ทั้งนี้เป็นผลจากเนื้อหาในรายงานการค้ามนุษย์ปี 2015 ของไทยแทบไม่ต่างจากปีที่แล้ว ไทยยังคงเป็นแหล่งส่งออก นำเข้า และจุดเปลี่ยนถ่ายแรงงานทาสของภูมิภาคนี้ ขณะเดียวกันการคอร์รัปชั่นในหมู่เจ้าหน้าที่รัฐทำให้การค้ามนุษย์ยังไม่ดีขึ้นอย่างที่ควรจะเป็น และยังมีการดำเนินคดีกับสื่อที่เผยแพร่เรื่องโรฮิงญาอีกด้วย/div divnbsp;/div divการจัดอันดับครั้งนี้ประเทศไทยอยู่ในระดับเดียวกับประเทศซูดานใต้, เกาหลีเหนือ, แกมเบีย, และแอฟริกา เป็นต้น ส่วนประเทศคิวบาและมาเลเซีย ที่เคยถูกจัดอันดับให้อยู่ใน Tier 3 เหมือนไทยในปีที่ผ่านมา สหรัฐฯ ปรับให้อยู่ในระดับ Tier 2/div divnbsp;/div div(กรุงเทพธุรกิจ, 27/7/2558)/div divnbsp;/div divstrongชาวนาในพื้นที่ชัยนาท กับนครสวรรค์ เกือบ 500 คน แห่สมัครรับจ้างแรงงานเกษตรกันอย่างคึกคัก แต่งบประมาณมีจำกัด รับได้แค่ 190 คน ต้องให้ชาวนาจับสลากเสี่ยงดวงกันเอง/strong/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divวันนี้ (27 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวนาในพื้นที่ อ.มโนรมย์ อ.เมือง จ.ชัยนาท และชาวนาในพื้นที่ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ ที่ใช้น้ำจากคลองสายใหญ่ชัยนาท-ป่าสัก ได้พากันเดินทางไปสมัครงานเป็นลูกจ้างชั่วคราวรายวันที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามโนรมย์ อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท ตามความช่วยเหลือรับสมัครจ้างงานเกษตรกรของกรมชลประทาน ตามมาตรการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากภัยแล้ง และฝนทิ้งช่วงในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยากันคึกคัก/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divโดยมีเกษตรกรมาสมัครงานทั้งสิ้น จำนวน 492 คน แต่ทางโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามโนรมย์ สามารถรับเข้าทำงานได้เพียง 190 คน เนื่องจากเป็นช่วงปลายปีงบประมาณ เงินงบประมาณเหลือน้อยทำให้ไม่สามารถจ้างงานได้หมดทุกคน ทางโครงการฯ จึงต้องใช้วิธีการจับสลากคัดเลือกผู้เข้ามาปฏิบัติงาน/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divทั้งนี้ ชาวนาที่จับสลากได้จะได้รับการจ้างงานเป็นเวลา 2 เดือน ตั้งแต่ 3 สิงหาคม ถึงวันที่ 30 กันยายน 2558 ในวันทำงานราชการ ได้อัตราค่าจ้างวันละ 300 บาท 45 สตางค์ ปฏิบัติงานกำจัดวัชพืชในคลองส่งน้ำ 6 สาย งานบำรุงคลองส่งน้ำสายใหญ่สายซอยในเขตจังหวัดชัยนาท และจังหวัดนครสวรรค์ ในพื้นที่รับผิดชอบของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามโนรมย์/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divอย่างไรก็ตาม ได้มีเสียงสะท้อนจาก นายคำร้อง บุญเพชร อายุ 45 ปี ชาวนา ต.ท่าฉนวน อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท ว่า แม้ตนจะรู้สึกดีใจที่จับสลากได้จะมีรายได้ไปช่วยเหลือครอบครัวในช่วงที่ยังไม่ได้ทำนา แต่ก็อยากให้มีการจ้างงานมากกว่านี้จะได้ช่วยเหลือชาวนาได้มากกว่านี้ เพราะยังมีคนที่ไม่ได้ทำนา และไม่มีรายได้อีกจำนวนมาก/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divนายสงัด ปล่องทอง อายุ 51 ปี ชาวนา ต.ท่าฉนวน อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท บอกว่า แม้ตนจะจับสลากไม่ได้ก็ไม่เสียใจมากนัก แต่อยากขอให้ ธ.ก.ส. และสหกรณ์ช่วยพักชำระหนี้ และหยุดเก็บดอกเบี้ยเงินกู้ รอให้ทำนาได้ก่อนเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระให้แก่ชาวนา/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divด้านนายสุชาติ เจริญศรี ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามโนรมย์ จ.ชัยนาท กล่าวว่า จะเร่งนำรายชื่อผู้ที่ไม่ได้รับเข้าทำงานเสนอต่อผู้บังคับบัญชาเพื่อหาแนวทางในการให้ความช่วยเหลือต่อไปnbsp;/div divnbsp;/div div(ASTV ผู้จัดการออนไลน์, 27/7/2558)/div divnbsp;/div divstrongสรส. แถลงเจตนารมณ์-จุดยืนคัดค้านแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ห่วงตั้งนักธุรกิจเข้ามาเป็นซูเปอร์บอร์ดชุดใหม่/strong/div divnbsp;/div divนายสาวิทย์ แก้วหวาน เลขาธิการสมาพันธ์สหภาพแรงงาน พร้อมตัวแทนสมาพันธ์แรงงานฯ ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ และจุดยืนต่อการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ ว่า สรส. และองค์กรสมาชิก พร้อมให้ความร่วมมือและสนับสนุนรัฐบาลในการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจเพื่อประโยชน์ของประเทศ และประชาชนอย่างแท้จริง แต่ขณะนี้ สรส. ยังมีความกังวลในหลายประเด็นของร่างพระราชบัญญัติกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจและหลักทรัพย์ของรัฐ พ.ศ. ... อาจนำไปสู่การแปรรูปรัฐวิสาหกิจไปอยู่ในมือเอกชนในภายหลัง ซึ่งเป็นเรื่องที่ สรส. คัดค้านมาโดยตลอด นอกจากนี้ สรส. ยังเป็นห่วงการแต่งตั้งนักธุรกิจเข้ามาเป็นคณะกรรมการร่วม ตั้งคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือ ซูเปอร์บอร์ด ชุดใหม่/div divnbsp;/div div(ไอเอ็นเอ็น, 28/7/2558)/div divnbsp;/div divstrongผู้ว่าฯ ลำพูนสั่งจับตา รง.โละคนงาน/strong/div divnbsp;/div divนายณรงค์อ่อน สะอาด ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าวว่า ตนกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลเยียวยาแรงงานในนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ จ.ลำพูน ที่ได้รับผลกระทบจากการเลิกจ้าง หรือลดเวลาการทำงาน ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายตามมาตรา 75 ต้องให้ทั่วถึง หลังมีโรงงานในนิคมฯ ลำพูนบางแห่งเลิกจ้างคนงาน/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divซึ่งภาพรวมโรงงานทั้งหมดกว่า 1,400 แห่งมีการจ้างคนงานกว่า 6 หมื่นคน เลิกจ้างเพียง 4 แห่ง ถือว่ายังน้อย อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการเลิกจ้างยังไม่ถึงขั้นวิกฤต แต่ก็ได้เฝ้าติดตามตลอด/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divทั้งนี้ จากสถานการณ์เศรษฐกิจชะลอตัวในระยะที่ผ่านมาส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการในนิคมฯ ลำพูน 4 แห่งทยอยเลิกจ้างพนักงาน บางส่วนขอใช้กฎหมายตามมาตรา 75 คุ้มครอง ให้พนักงานหยุดงานอยู่บ้าน โดยจ่ายค่าจ้าง 75% บางแห่งลดวันทำงานจากเดิม 6 วันเหลือ 3 วัน บางแห่งให้พนักงานสมัครใจลาออกเอง บางแห่งเตรียมย้ายฐานการผลิตไปประเทศเพื่อนบ้าน/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divซึ่งบริษัท โฮย่า กลาสดิสต์ (ประเทศไทย) ซึ่งผลิตกล้อง และฮาร์ดดิสก์ ของกลุ่มทุนจากประเทศญี่ปุ่น มีพนักงานรวม 4,400 คน เริ่มใช้มาตรา 75 ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค.-31 ก.ค. 58 ให้พนักงานฝ่ายผลิตหยุดงาน 400 คน โดยจ่ายค่าจ้าง 75%, บริษัท ทีเอสพีที, บริษัท เคอีซี และบริษัทลำพูนซิงเดนเก้นท์ เป็นต้น ส่วนโรงงานอื่นๆ ยังคงปกติ/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divด้านนางสาวชุลีพร แก้วมา อายุ 21 ปี บ้านเดิมอยู่จังหวัดเชียงราย หนึ่งในพนักงานที่ถูกเลิกจ้าง กล่าวว่า ตนเรียนจบในระดับ ปวช.จากบ้านเกิด มาทำงานเป็นสาวโรงงานได้ยังไม่ถึงปีก็มาถูกเลิกจ้างอีก ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ไหนจะค่าผ่อนรถ ค่ากิน ค่าเช่าหอพัก ไหนจะต้องส่งให้ครอบครัวที่บ้านอีก ก็ได้แต่ภาวนาให้เศรษฐกิจกลับมาดีเร็วๆ ฝากถึงผู้บริหารบ้านเมืองด้วยพวกตนกำลังจะแย่nbsp;/div divnbsp;/div div(ASTV ผู้จัดการออนไลน์, 28/7/2558)/div divnbsp;/div divstrongรายงานภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือนมิถุนายน และไตรมาสที่ 2 ปี 2558/strong/div divnbsp;/div divนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยรายงานภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือนมิถุนายน และไตรมาสที่ 2 ของปี 2558 ว่า “เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 2 ของปี 2558 มีสัญญาณทรงตัวจากไตรมาสก่อนหน้า โดยภาคบริการจากการท่องเที่ยวเป็นปัจจัยหลักในการสนับสนุนเศรษฐกิจไทย โดยขยายตัวในไตรมาสที่ 2 ที่ร้อยละ 37.6 ต่อปี ขณะที่ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมในช่วง 2 เดือนแรกของไตรมาสที่ 2 หดตัวร้อยละ -7.4 ต่อปี และผลผลิตภาคเกษตรยังคงหดตัวต่อเนื่องร้อยละ -8.9 ต่อปี สำหรับในด้านอุปสงค์ พบว่า การใช้จ่ายภาคเอกชนและการส่งออกยังคงมีสัญญาณชะลอตัว ขณะที่การใช้จ่ายงบประมาณของรัฐบาลที่ขยายตัวร้อยละ 10.7 ต่อปี เป็นปัจจัยสนับสนุนเศรษฐกิจไทย” ทั้งนี้ สถานการณ์เศรษฐกิจไทยล่าสุดในรายละเอียดพบว่า/div divnbsp;/div divการบริโภคภาคเอกชนในเดือนมิถุนายน 2558 มีสัญญาณปรับตัวดีขึ้น ขณะที่ไตรมาสที่ 2 ปี 2558 มีสัญญาณทรงตัว สะท้อนจากยอดการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ในภาพรวมในเดือนมิถุนายน 2558 ที่ขยายตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนและเดือนก่อนหน้าหลังหักผลทางฤดูกาล อยู่ที่ร้อยละ 5.4 ต่อปี และ 4.7 ต่อเดือน ตามลำดับ จากภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บบนฐานการบริโภคภายในประเทศ ณ ราคาคงที่และจัดเก็บบนฐานการนำเข้า ณ ราคาคงที่ขยายตัวร้อยละ 8.9 และ 0.4 ต่อปี ตามลำดับ ส่งผลให้ไตรมาสที่ 2 ปี 2558 ภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ขยายตัวร้อยละ 1.8 ต่อปี แต่แผ่วลงเล็กน้อยที่ร้อยละ -0.3 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าหลังหักผลทางฤดูกาล สำหรับการบริโภคสินค้าคงทนในเดือนมิถุนายน 2558 ปรับตัวดีขึ้นแต่ไตรมาสที่ 2 ปี 2558 ยังคงหดตัว สะท้อนจากปริมาณจำหน่ายรถจักรยานยนต์กลับมาขยายตัวทั้งเมื่อเทียบกับปีก่อนและเดือนก่อนหน้าหลังหักผลทางฤดูกาลที่ร้อยละ 12.5 ต่อปี และ 15.7 ต่อเดือน ตามลำดับ โดยเป็นการขยายตัวทั้งยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ทั้งในเขตกรุงเทพฯ และเขตภูมิภาคอย่างไรตาม ในไตรมาสที่ 2 ปี 2558 ปริมาณจำหน่ายรถจักรยานยนต์ยังคงหดตัวที่ร้อยละ -2.9 ต่อปี และ -11.6 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าหลังหักผลทางฤดูกาล ตามรายได้เกษตรกรที่แท้จริงที่ยังคงหดตัว สำหรับปริมาณจำหน่ายรถยนต์นั่งยังคงหดตัวต่อเนื่องทั้งในเดือนมิถุนายนและไตรมาสที่ 2 ปี 2558 ที่ร้อยละ -35.4 และ -27.3 ต่อปี ตามลำดับส่วนหนึ่งเนื่องจากมีการเร่งบริโภคไปแล้วในช่วงก่อนหน้า นอกจากนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจโดยรวมยังคงลดลงต่อเนื่องติดต่อกัน 6 เดือนมาอยู่ที่ระดับ 63.8 เนื่องจากผู้บริโภคมีความกังวลกับสถานการณ์การส่งออกและปัญหาภัยแล้งที่จะส่งผลกระทบซ้ำเติมราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำจากอุปสงค์ในตลาดโลก ซึ่งทำให้กำลังซื้อของประชาชนยังอยู่ในระดับต่ำ นอกจากนี้ ปริมาณการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคในเดือนมิถุนายน 2558 พบว่า กลับมาขยายตัวที่ร้อยละ 6.5 ต่อปี และเมื่อขจัดผลทางฤดูการออกขยายตัวร้อยละ 8.2 ต่อเดือน ทำให้ไตรมาสที่ 2 ของปี 2558 ขยายตัวร้อยละ 2.0 ต่อปี/div divnbsp;/div divการลงทุนภาคเอกชนในเดือนมิถุนายน 2558 แม้มีสัญญาณปรับตัวดีขึ้น แต่ยังคงมีสัญญาณชะลอตัวในไตรมาสที่ 2 ของปี 2558 โดยการลงทุนภาคเอกชนในหมวดก่อสร้าง สะท้อนจากปริมาณจำหน่ายปูนซีเมนต์ในเดือนมิถุนายน 2558 ขยายตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนและเดือนก่อนหน้าหลังหักผลทางฤดูกาล อยู่ที่ร้อยละ 3.1 ต่อปี และ 0.9 ต่อเดือน ตามลำดับ ทำให้ไตรมาสที่ 2 ของปี 2558 ปริมาณจำหน่ายปูนซีเมนต์หดตัวเล็กน้อยที่ร้อยละ -0.2 ต่อปี แต่ขยายตัวที่ร้อยละ 2.1 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าหลังหักผลทางฤดูกาล สอดคล้องกับภาษีจากการทำธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ในเดือนมิถุนายน 2558 ที่ขยายตัวเช่นกันเมื่อเทียบกับปีก่อนและเดือนก่อนหน้าหลังหักผลทางฤดูกาลอยู่ที่ร้อยละ 4.9 ต่อปี และ 10.2 ต่อเดือน ตามลำดับ ส่งผลให้ไตรมาสที่ 2 ของปี 2558 ขยายตัวร้อยละ 1.7 ต่อปี แต่หดตัวที่ร้อยละ -6.2 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าหลังหักผลทางฤดูกาล สำหรับการลงทุนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักร สะท้อนจากปริมาณจำหน่ายรถยนต์เชิงพาณิชย์ในเดือนมิถุนายน 2558 หดตัวที่ร้อยละ -4.5 ต่อปี แต่ขยายตัวเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังหักผลทางฤดูกาล อยู่ที่ร้อยละ 13.8 ต่อเดือน อย่างไรก็ตาม ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2558 ปริมาณจำหน่ายรถยนต์เชิงพาณิชย์ยังคงหดตัวทั้งเมื่อเทียบกับปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้าหลังหักผลทางฤดูกาล อยู่ที่ร้อยละ -17.3 ต่อปี -9.2 ต่อไตรมาส ตามลำดับ สำหรับปริมาณนำเข้าสินค้าทุนในเดือนมิถุนายน 2558 กลับมาขยายตัวร้อยละ 6.0 ต่อปี และเมื่อขจัดผลทางฤดูกาลออกขยายตัวร้อยละ 13.8 ต่อเดือน ทำให้ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2558 ปริมาณนำเข้าสินค้าทุนขยายตัวร้อยละ 2.1 ต่อปี และเมื่อขจัดผลทางฤดูกาลออกขยายตัวร้อยละ 0.6 ต่อไตรมาส และเมื่อหักสินค้าพิเศษเครื่องบินเรือและรถไฟขยายตัวร้อยละ 1.1 ต่อปี/div divnbsp;/div divสถานการณ์ด้านการคลังในเดือนมิถุนายน และไตรมาสที่ 2 ปี 2558 (ไตรมาสที่ 3 ปีงบประมาณ 2558) พบว่า การใช้จ่ายรัฐบาลเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจสะท้อนจากการเบิกจ่ายงบประมาณรวมในเดือนมิถุนายน 2558 ที่เบิกจ่ายได้จำนวน 201.3 พันล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 22.3 ต่อปี ทำให้ในไตรมาสที่ 2 ปี 2558 เบิกจ่ายรวมทั้งสิ้น 569.6 พันล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 10.7 ต่อปี สำหรับการจัดเก็บรายได้สุทธิ (หลังหักการจัดสรรให้ อปท.) ในเดือนมิถุนายนมีจำนวนทั้งสิ้น 257.7 พันล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 33.3 ต่อปี ทำให้ในไตรมาสที่ 2 ปี 2558 รายได้สุทธิ (หลังหักการจัดสรรให้ อปท.) มีจำนวน 653.9 พันล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 7.5 ต่อปี ทั้งนี้ รัฐบาลเกินดุลงบประมาณในเดือนมิถุนายน 2558 จำนวน 146.5 พันล้านบาท และทำให้ในไตรมาสที่ 2 ปี 2558 เกินดุล 91.0 พันล้านบาท/div divnbsp;/div divด้านอุปสงค์จากต่างประเทศผ่านการส่งออกในเดือนมิถุนายน และไตรมาสที่ 2 ปี 2558 ยังคงหดตัวต่อเนื่อง มูลค่าการส่งออกสินค้าในรูปดอลลาร์สหรัฐในเดือนมิถุนายน 2558 หดตัวร้อยละ -7.9 ต่อปี และถือเป็นการหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกัน โดยปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้ามาจากภาพรวมเศรษฐกิจโลกและตลาดคู่ค้าหลักในปัจจุบันที่ชะลอตัวลงส่งผลให้กำลังซื้อในตลาดโลกชะลอลง ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยังคงชะลอตัวลง และราคาสินค้าเกษตรในตลาดโลกปรับตัวลดลง ทั้งนี้ การส่งออกสินค้าที่หดตัวลงในเดือนมิถุนายน 2558 มาจากการส่งออกสินค้าในหมวดยานพาหนะ หมวดเครื่องใช้ไฟฟ้า หมวดเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ หมวดอุตสาหกรรมเกษตร สำหรับตลาดส่งออกหลักที่หดตัวในเดือนมิถุนายน 2558 ได้แก่ ตะวันออกกลาง สหภาพยุโรป อินโดนีเซีย และอาเซียน-5 ตามลำดับ ทำให้ไตรมาสที่ 2 ปี 2558 การส่งออกของไทยในรูปดอลลาร์สหรัฐหดตัวร้อยละ -5.0 ต่อปี/div divnbsp;/div divสำหรับเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านอุปทานได้รับแรงสนับสนุนสำคัญจากการขยายตัวในภาคการท่องเที่ยวโดยในเดือนมิถุนายน2558 มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางเข้ามาในประเทศไทย 2.28 ล้านคน ขยายตัวได้สูงถึงร้อยละ 53.1 ต่อปี แต่หดตัวเล็กน้อยที่ร้อยละ -3.0 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังหักผลทางฤดูกาลส่วนหนึ่งเนื่องจากเดือนรอมฎอลที่เหลื่อมเดือนเร็วขึ้นจากปีก่อน ส่งผลทำให้กลุ่มตะวันออกกลางมีการเดินทางลดลง อย่างไรก็ดี ในไตรมาสที่ 2 ปี 2558 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติยังสามารถขยายตัวได้ดีทั้งเมื่อเทียบกับปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้าหลังหักผลทางฤดูกาล อยู่ที่ร้อยละ 37.6 ต่อปี และ 8.8 ต่อไตรมาส ตามลำดับ สะท้อนการเติบโตที่แข็งแกร่งของภาคการท่องเที่ยวต่างประเทศ ในขณะที่ดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรกรรมในเดือนมิถุนายน 2558 หดตัวร้อยละ -6.3 ต่อปี แต่ทรงตัวที่ร้อยละ 0.0 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังหักผลทางฤดูกาลตามการหดตัวของผลผลิต ข้าวเปลือก ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เป็นสำคัญ ทำให้ในไตรมาสที่ 2 ปี 2558 ดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรกรรมยังคงหดตัวทั้งเมื่อเทียบกับปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้าหลังหักผลทางฤดูกาล อยู่ที่ร้อยละ -8.9 ต่อปี และ -7.8 ต่อไตรมาส ตามลำดับสำหรับดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนมิถุนายน 2558 ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 มาอยู่ที่ระดับ84.0 เนื่องจากความกังวลต่อเศรษฐกิจภายในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการชะลอการใช้จ่ายของผู้บริโภค ปัญหาภัยแล้ง และความกังวลต่อปัญหาเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าสำคัญของไทย ทำให้ผู้ประกอบการมีความระมัดระวังในการประกอบการและการขยายการลงทุน/div divnbsp;/div divด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจในประเทศยังคงอยู่ในเกณฑ์ดี โดยอัตราการว่างงานในเดือนมิถุนายน 2558 อยู่ในระดับต่ำที่ร้อยละ 0.8 ของกำลังแรงงานรวม หรือคิดเป็นจำนวนผู้ว่างงาน 3.22 แสนคน ทำให้ไตรมาสที่ 2 ปี 2558 อัตราการว่างงานอยู่ที่ร้อยละ 0.9 ของกำลังแรงงานรวม ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปหดตัวร้อยละ -1.1 ต่อปี โดยเป็นผลมาจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ ทำให้ไตรมาสที่ 2 ปี 2558 อัตราเงินเฟ้อทั่วไป อยู่ที่ร้อยละ -1.1 ต่อปีสำหรับเสถียรภาพภายนอกประเทศอยู่ในระดับที่มั่นคงโดยทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับสูงที่ 160.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่าหนี้ต่างประเทศระยะสั้นประมาณ 3.0 เท่าสามารถรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้/div divnbsp;/div div(สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง, 28/7/2558)/div divnbsp;/div divstrongชงขึ้นเงินเดือนพนักงาน สกสค./strong/div divnbsp;/div div(28 ก.ค.) รศ.นพ.กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.) เมื่อเร็ว ๆ นี้ นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ ผู้ตรวจราชการ ศธ. ฐานะผู้ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ(สกสค.)ได้เสนอขอปรับขึ้นบัญชีเงินเดือนพนักงาน สกสค. ตามที่รัฐบาลได้มีมติปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาโดยที่ประชุมได้ขอให้ สกสค.กลับไปทบทวนรายละเอียดรวมถึงให้ไปศึกษาข้อมูลเงินเดือนขององค์กรที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันเช่น nbsp;สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(สสวท.) nbsp;สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.)เป็นต้น เพราะหากขึ้นให้กับพนักงาน สกสค.ก็อาจจะต้องไปดูในส่วนของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และ องค์การค้าของ สกสค.ด้วยnbsp;/div divnbsp;/div div“ขณะนี้ สกสค.มีพนักงานทั่วประเทศ รวม 670 คน เงินเดือนพนักงานแรกเข้าอยู่ที่ nbsp;17,920บาท อายุงาน 5 ปีขึ้นไปได้รับเงินเดือนเฉลี่ยอยู่ที่ 25,000 บาท อายุงาน 10 ปีขึ้นไป เงินเดือนเฉลี่ยอยู่ที่ 30,000-40,000 บาท ส่วนระดับผู้อำนวยการสำนักอยู่ที่ประมาณ 80,000 บาท ทั้งนี้บัญชีเงินเดือนดังกล่าวมีการจัดทำมาตั้งแต่บอร์ดชุดเก่า ดังนั้นในหลักการนี้จึงต้องเสนอให้บอร์ดใหม่พิจารณาตามขั้นตอน ซึ่งหากมีข้อมูลเปรียบเทียบแล้วก็อาจจะต้องดูว่า ระดับไหนควรได้รับการปรับเพิ่มเท่าไหร่ เพราะเงินเดือนพนักงาน สกสค.ค่อนข้างสูงอยู่แล้ว” นพ.กำจรกล่าวและว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ตนได้หารือกับ ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ฐานะกรรมการกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคงตามโครงการเงินกู้ฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา(ช.พ.ค.) ซึ่งจะเข้ามาดูข้อกฎหมายของกองทุนที่อาจจะต้องมีปรับแก้ โดยเฉพาะข้อที่กำหนดให้ เลขาธิการ สกสค.มีอำนาจตั้งคณะกรรมการกองทุนต่าง ๆ ได้เอง โดยไม่ต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการ สกสค. ขณะเดียวกันตนได้ขอให้ศ.ดร.สุรพลช่วยดูข้อกฎหมายในการติดตามกลุ่มครูที่ไม่ชำระหนี้ตามกำหนด และต้องใช้เงินจากกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษฯชำระแทนไปถึงกว่า 4,000 ล้านบาทแล้ว/div divnbsp;/div div(เดลินิวส์, 28/7/2558)/div divnbsp;/div divstrongแรงงานต่างด้าวทำงาน “ช่างเครื่องยนต์เรือประมง” ได้/strong/div divnbsp;/div divนายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมการจัดหางาน (กกจ.) กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า กรมฯได้อนุญาตให้แรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ คือ พม่า ลาว และกัมพูชา ที่ถูกกฎหมาย ซึ่งมีใบประกาศนียบัตรช่างเครื่องเรือ หรือหนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพช่างเครื่องเรือจากส่วนราชการไทย สามารถทำงานในตำแหน่ง “ช่างเครื่องยนต์ในเรือประมงทะเล” ได้ โดยนำเอกสารดังกล่าวมาใช้เป็นหลักฐานประกอบคำขออนุญาตเปลี่ยนงานจากตำแหน่งกรรมกร เป็นช่างเครื่องยนต์ในเรือประมงทะเล มีค่าธรรมเนียมการยื่นคำขอเปลี่ยนงานฉบับละ 100 บาท ค่าธรรมเนียมการอนุญาต ครั้งละ 1,000 บาท ทั้งนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับผู้ประกอบการประมงทะเลที่จ้างแรงงาน 3 สัญชาติ ซึ่งทำงานได้เฉพาะงานกรรมกร และงานรับใช้ในบ้านเท่านั้น แต่บางส่วนมีความจำเป็นต้องให้แรงงานกลุ่มนี้ทำงานเป็นช่างเครื่องยนต์/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divนายสุเมธ กล่าวว่า สำหรับแรงงานต่างด้าวกลุ่มพิสูจน์สัญชาติเดิมและนำเข้าในรูปแบบ MOU ซึ่งได้รับอนุญาตทำงานอยู่แล้ว สามารถยื่นคำขออนุญาตทำงาน หรือคำขออนุญาตเปลี่ยนการทำงานจากตำแหน่งงานกรรมกรเป็นงานในตำแหน่งช่างเครื่องยนต์ในเรือประมงทะเลได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ส่วนแรงงานต่างด้าวถูกกฎหมายภายใต้การนำเข้า MOU ซึ่งเข้ามาใหม่ สามารถขออนุญาตฯและดำเนินการได้เช่นเดียวกัน โดยมีค่าธรรมเนียมการยื่นคำขออนุญาตทำงาน 100 บาท ค่าธรรมเนียมการอนุญาตทำงาน 3,000 บาท ส่วนแรงงานต่างด้าวที่ถือบัตรสีชมพู ยังอยู่ในระหว่างขั้นตอนการดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีกำหนดให้สามารถทำงานในตำแหน่ง ช่างเครื่องยนต์ในเรือประมงทะเลได้/div divnbsp;/div div(ASTV ผู้จัดการออนไลน์, 29/7/2558)/div divnbsp;/div divstrongอนุฯค่าจ้างขั้นต่ำ 6 จว. เสนอปรับขึ้น 2-60 บาท บอร์ดค่าจ้างเตรียมเคาะ ตุลาคมนี้/strong/div divnbsp;/div div(29 ก.ค.58) ที่โรงแรมบางกอกพาเลซ กรุงเทพฯ คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย(คสรท.) จัดการเสวนาในหัวข้อ "ทำไมต้อง 360 บาทเท่ากันทั่วประเทศ" โดยมีนักวิชาการและเครือข่ายแรงงานเข้าร่วม โดย น.ส.ธนพร วิจันทร์ เลขาธิการ คสรท.กล่าวในการเสวนาว่า ตามที่ คสรท.และเครือข่ายได้ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรียกร้องขอให้ปรับค่าจ้างขั้นต่ำขึ้นเป็นวันละ 360 บาท ในอัตราที่เท่ากันทั่วประเทศ เครือข่ายแรงงานจึงนัดหารือกันเพื่อกำหนดแนวทางการเคลื่อนไหวต่อไปnbsp;/div divnbsp;/div divนอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้รัฐเปิดเวทีกลางเพื่อเป็นพื้นที่ให้นายจ้าง ลูกจ้างและรัฐ โดยเฉพาะคณะกรรมการค่าจ้าง(บอร์ดค่าจ้าง) ได้มาพูดคุยถึงเหตุผลในการพิจารณาปรับค่าจ้างว่าจะเป็นไปในทิศทางใด เพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องยอมรับข้อสรุปในการปรับค่าจ้าง ซึ่งคสรท.ขอยืนยันว่าควรจะมีการปรับขึ้นค่าจ้างในอัตราที่เท่ากันทั่วประเทศ เพราะค่าครองชีพของแรงงานในทุกพื้นที่ใกล้เคียงกัน/div divnbsp;/div divน.ส.ธนพร กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่มีนักวิชาการบางส่วน มองว่าการปรับค่าจ้างขั้นต่ำที่ผ่านมาถูกนำไปยึดโยงกับนโยบายทางการเมืองของแต่ละพรรคการเมืองนั้น ตนไม่อยากให้มองด้านเดียว แต่อยากให้มองว่าการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำของฝ่ายการเมือง ทำให้แรงงานได้ประโยชน์ อีกทั้งยังถือเป็นการกระตุ้นให้เงินหมุนเวียนในระบบด้วย นอกจากนี้อยากให้นักวิชาการที่เห็นต่าง หันมาทำงานวิจัยถึงค่าครองชีพแรงงานเชิงลึกเพื่อให้มีข้อมูลที่ชัดเจนมากขึ้น/div divnbsp;/div divด้าน นายอนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า มองว่าควรจะมีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในปี 2559 เนื่องจาก 3 ปีที่ผ่านมาไม่ได้มีการปรับขึ้น อีกทั้งปัจจุบันค่าครองชีพสูงขึ้นมาก การปรับค่าจ้างขั้นต่ำต้องมองภาพรวมทั้งเศรษฐกิจและชีวิตคนงานอย่างน้อยอัตราค่าจ้างขั้นต่ำน่าจะมากกว่าอัตราเงินเฟ้อเพื่อให้แรงงานมีกำลังซื้อ/div divnbsp;/div divนายอนุสรณ์ ยังกล่าวอีกว่า การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำควรทำในลักษณะของค่าจ้างแรกเข้าและมีการปรับค่าจ้างประจำปี โดยพิจารณาจากอายุงานและความสามารถ ซึ่งฐานค่าจ้างแรกเข้าในแต่ละจังหวัดอาจกำหนดตามสภาพเศรษฐกิจในพื้นที่นั้นๆ เนื่องจากความสามารถในการจ่ายค่าจ้างของนายจ้างในแต่ละพื้นที่ไม่เท่ากัน ส่วนตัวเลขที่เครือข่ายแรงงานเสนอให้ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 360 บาทนั้นด้วยสภาพเศรษฐกิจในกรุงเทพฯและปริมณฑล นายจ้างน่าจะมีความสามารถที่จะจ่ายได้ แต่สำหรับต่างจังหวัดอาจจะมีกำลังจ่ายน้อยประมาณวันละ 320 บาท ทั้งนี้/div divnbsp;/div divผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้อนุกรรมการพิจารณาค่าจ้างจังหวัด ได้เสนอความเห็นการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำมายังบอร์ดค่าจ้างแล้ว 76 จังหวัด โดยจำนวน 70 จังหวัดไม่มีการเสนอปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ส่วนอีก 6 จังหวัดมีการเสนอปรับขึ้นค่าจ้าง ประกอบด้วย ปราจีนบุรีเสนอปรับขึ้นเป็น 302 บาท สมุทรปราการเสนอปรับขึ้นเป็น 310 บาท ภูเก็ตเสนอปรับขึ้นเป็น 320 บาท ฉะเชิงเทรา เสนอปรับขึ้นเป็น 321 บาท ชลบุรี เสนอปรับขึ้นเป็น 335 บาท และสระบุรี อนุกรรมการฝ่ายนายจ้างเสนอปรับขึ้นเป็น 315 บาท ส่วนอนุกรรมการฝ่ายลูกจ้างเสนอปรับขึ้นเป็น 360 บาท โดยให้บอร์ดค่าจ้างพิจารณาตัดสินnbsp;/div divnbsp;/div divส่วนกรุงเทพมหานคร อนุกรรมการฯ ขอชะลอการพิจารณาเสนอความเห็นไว้ก่อนเนื่องจากต้องการรอพิจารณาสภาพเศรษฐกิจโดยภาพรวมอีกครั้ง โดยคาดว่าจะมีการเสนอความเห็นก่อนที่บอร์ดค่าจ้างจะมีการประชุมภายในเดือนตุลาคมนี้/div divnbsp;/div div(มติชนออนไลน์, 29/7/2558)/div divnbsp;/div divstrongโรงงานผลิตเสื้อกีฬาส่งออกไปยุโรปอุดรธานีปิดกิจการหลังยอดสั่งซื้อหด พร้อมจ่ายเงินชดเชยพนักงาน 322 คน/strong/div divnbsp;/div divเมื่อวันที่ 29 ก.ค.นายภาณุ เหี้ยมหาญ แรงงานและสวัสดิการสังคม จ.อุดรธานี พร้อมเจ้าหน้าที่จากสำนักงานประกันสังคม จ.อุดรธานี สำนักงานจัดหางาน จ.อุดรธานี เดินทางไปที่โรงงานของ บริษัทไทย ท็อป อีเกิ้ล การ์เมนท์ จำกัด เลขที่ 261 ถนนมิตรภาพ หมู่ 1 ต.นาข่า อ.เมือง จ.อุดรธานี ผู้ผลิตชุดกีฬาส่งออกไปยุโรป เพื่อติดตามการนัดหมายจ่ายเงินเดือน ค่าจ้าง ค่าชดเชย หลังบริษัทประกาศเลิกกิจการในวันที 31 ก.ค.นี้เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว ส่งผลให้มียอดสั่งซื้อสินค้าน้อยลง และประสบปัญหาขาดทุนต่อเนื่องเป็นอย่างมาก ทำให้ไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ แต่จะปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานในเรื่องค่าจ้างและค่าชดเชยให้กับพนักงาน 322 คน/div divnbsp;/div divนายชายชาญ เอี่ยมเจริญ รอง ผวจ.อุดรธานี กล่าวภายหลังพบกับนายเชลโซ่ แองเจอเลส กรรมการผู้จัดการและผู้บริหารโรงงาน พร้อมกับนายภาณุ แรงงานและสวัสดิการสังคม จ.อุดรธานี ว่า ได้ทราบล่วงหน้าว่าโรงงานนี้จะปิดกิจการ จึงสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ พบว่าโรงงานค่อนข้างจะไปไม่ไหวต้องปิดกิจการ จึงแจ้งให้ทุกหน่วยมาดูแล หากจะปิดกิจการจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานของไทยอย่างเคร่งครัด ซึ่งเจ้าของกิจการพร้อมจ่ายทั้งหมดผ่านโอนเข้าบัญชีของคนงาน/div divnbsp;/div divนายชายชาญ กล่าวอีกว่า ได้คุยกับผู้บริหารของโรงงานที่รับมอบอำนาจจากนายทุนที่ประเทศจีนว่าที่ปิดโรงงานเนื่องจากถึงจุดอิ่มตัว ต้องการไปทำกิจการอย่างอื่น เนื่องจากงานสิ่งทอคู่แข่งเยอะจึงหันไปมองธุรกิจตัวใหม่/div divnbsp;/div divด้านนายสวาท ธีระรัตนนุกูลชัย ประธานหอการค้า จ.อุดรธานี กล่าวว่า โรงงานแห่งนี้ปิดกิจการเป็นไปตามภาวะตลาดโลกที่หดตัว แต่คงไม่กระทบต่อภาพทางเศรษฐกิจของ จ.อุดรธานี เพราะที่ผ่านมาเน้นในภาคบริการ ภาคการท่องเที่ยว มากกว่าภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นรายได้หลัก/div divnbsp;/div div(โพสต์ทูเดย์, 29/7/2558)/div divnbsp;/div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/vs20uCFyu4I" height="1" width="1" alt=""/

‘ประยุทธ์’ ย้ำต้องยอมรับผลจัดอันดับที่อยู่เทียร์ 3

Thu, 30/07/2015 - 03:16
!--break--!--break-- p29 ก.ค.2558 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์ ถึงข้อสังเกตว่า การที่สหรัฐฯ ยังจัดอันดับไทยไว้กลุ่มที่ 3 หรือ เทียร์ 3 ในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ประจำปี 2015 อาจเป็นผลจากการที่ไทยไม่เข้าร่วมเป็นสมาชิกความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิค (TPP) ว่า การที่ไทยไม่เข้าร่วม TPP เพราะเกรงว่าจะถูกกดดันหลายอย่าง/p p“รัฐบาลที่ผ่านมา อาจจะแสดงท่าทีต้องการจะเข้าร่วม แต่เมื่อทบทวนแล้ว พบว่ามีปัญหา โดยเฉพาะเรื่องสิทธิบัตรยา ที่จะทำให้คนไทยเสียโอกาส ดังนั้น จึงต้องชะลอออกไปก่อนnbsp; ไม่ได้เป็นเพราะไม่เห็นด้วยnbsp; แต่รัฐบาลต้องคำนึงถึงคนไทยก่อน ว่าจะเกิดความเสียหายอย่างไร” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว/p pพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รัฐบาลต้องยอมรับผลการจัดลำดับ ซึ่งเป็นผลจากที่ผ่านมาไทยไม่ได้แก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง รัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหาให้ดีที่สุด แต่ต้องคำนึงถึงศักดิ์ศรีของประเทศ/p p“ผมว่าอย่าไปโทษเขาเลยดีกว่า อย่าไปโทษว่า เพราะการเมืองหรืออะไร ไม่เกิดประโยชน์อะไร ท่านไม่สังเกตหรือว่า ผมพูดแต่เพียงว่า เราต้องยอมรับต่อสิ่งต่างๆ เหล่านี้ ว่าเราผิดกติกา ที่ผ่านมาไม่มีการแก้ไข เมื่อจะลงโทษแบบนี้ ก็ลงโทษไป เราต้องทำของเราให้ดีที่สุด วันหน้ายังไงก็ยังต้องเป็นเพื่อนกันอยู่แล้ว ถ้าทะเลาะกันไปมา แทนที่เขาจะให้ก็ไม่ให้เลย เราไปบังคับเขาได้หรือไม่ เราเป็นมหาอำนาจหรือเปล่า” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว/p pพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า แม้ไทยยังถูกจัดอันดับในกลุ่มเทียร์ 3 ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบกับฝ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องnbsp; และที่ผ่านมาหลายประเทศก็เคยอยู่ที่เทียร์ 3 มาแล้ว และแก้ปัญหาจนผ่านมาได้nbsp; และอย่าโทษรัฐบาลว่าไม่ดำเนินการแก้ไขปัญหาใดๆ/p p“ผมเชื่อว่า หากผมไม่เข้ามาแก้ไข ปัญหาอาจจะหนักกว่านี้ และที่ผ่านมา รัฐบาลจากการเลือกตั้งได้แก้ไขปัญหาอย่างจริงจังหรือไม่” นายกรัฐมนตรี กล่าว/p pstrongขอประชาชนเข้าใจสิทธิ์ของผู้ประเมิน/strong/p pพล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณี กระแสเครือข่ายประชาชนรณรงค์ผ่านโซเชียลมีเดียไม่ซื้อไม่บริโภคสินค้าของสหรัฐอเมริกา เพื่อตอบโต้กรณีที่สหรัฐคงสถานะการค้ามนุษย์ในประเทศไว้ที่ระดับ 3 หรือ tier 3 ซึ่งค้านความรู้สึกของประชาคมโลกและคนไทย ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แสดงความเป็นห่วงต่อกรณีดังกล่าว โดยเข้าใจความรู้สึกของประชาชนที่อาจจะรู้สึกว่าประเทศไทยไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่ต้องการให้ตระหนักว่า เป็นสิทธิ์ของผู้ประเมินที่จะสรุปผลอย่างไรตามที่เห็นสมควรnbsp; ขณะที่เราย่อมทราบตัวเองดีที่สุดว่าเราทำงานก้าวหน้าไปเพียงใด และตั้งใจจริงเพียงใดรวมทั้งมีหลักฐานยืนยันการทำงาน ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ที่ทุกคนควรภาคภูมิใจ/p pstrong‘วิษณุ’ เผย รัฐบาลแก้กฎหมายเกี่ยวกับการค้ามนุษย์เสร็จแล้ว/strong/p pวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึง การดำเนินการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ ว่า ได้แก้ไข พ.ร.บ.การประมง และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 4-5 ฉบับเสร็จแล้ว แต่ต้องรอนโยบายให้แน่ชัดnbsp; ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาว่า จะส่งกฎหมายทั้งหมดเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) หรือ หากพิจารณาแล้วเห็นว่า มีความจำเป็นเร่งด่วน ก็จะออกเป็นพระราชกำหนด เพื่อความรวดเร็วในการบังคับใช้/p pวิษณุ กล่าวว่า จากที่สหรัฐอเมริกามีข้อวิจารณ์ว่า ไทยแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ล่าช้า จึงได้ประสานงานกับสำนักงานศาลยุติธรรม ซึ่งในวันที่ 10 สิงหาคม นี้ ศาลอาญาจะเปิดแผนกคดีชำนัญพิเศษ 3 แผนกnbsp; ได้แก่ แผนกคดีค้ามนุษย์ คดียาเสพติด และคดีการทุจริตคอร์รัปชั่น เพื่อให้การพิจารณาในชั้นศาล เป็นไปด้วยความรวดเร็ว เพราะหากไม่มีแผนกพิเศษขึ้นมา การพิจารณาแต่ละคดี ต้องเป็นไปลำดับก่อนหลัง จะทำให้เกิดความล่าช้า ขณะเดียวกันnbsp; คดีกดขี่ข่มเหงด้วยประการอื่น ที่เป็นหนึ่งในการค้ามนุษย์ ก็ต้องแก้ไขให้ชัดเจน ว่าการกระทำอย่างไรจะเข้าข่ายเช่นเดียวกัน/p pวิษณุ กล่าวว่า กฎหมายทั้งหมดไม่ได้แก้ไข หลังจากที่สหรัฐอเมริกาเตรียมออกมาตรการกับไทย ภายใน 90 วัน กรณีถูกจัดลำดับอยู่ในเทียร์ 3nbsp; เมื่อถามว่ากรณีที่ไทยถูกนำไปเปรียบเทียบกับมาเลเซียnbsp; หรือ คิวบา ที่ปีนี้ถูกจัดลำดับอยู่ในเทียร์ 2 นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่มีความเห็น แต่เรื่องนี้นายวันชัย รุจนวงศ์ อธิบดีอัยการฝ่ายต่างประเทศ ออกมาแสดงความเห็นได้ดี พูดได้ถูกต้อง/p pเมื่อถามว่า จะดำเนินการอย่างไร กรณีองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ขึ้นสัญลักษณ์ธงแดงประเทศไทย วิษณุ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานnbsp; และไทยก็ละเลยnbsp; สาเหตุหนึ่งคือการเมืองไทย ไม่มั่นคง ไม่มีเสถียรภาพ เปลี่ยนบ่อย/p p“เข้าใจว่ารัฐบาลบางชุดตั้งใจจะทำ แต่ก็ต้องออกไป และมีรัฐบาลใหม่มา เมื่อการเมืองเปลี่ยนบ่อย ข้าราชการก็ต้องมีหน้าที่ต้องทำ ขอตำหนิ ที่ละเลยหน้าที่ ที่ต้องทำ ถ้าเป็นข้าราชการพันธุ์แท้ รับทราบก็ต้องแก้ไข ผมไม่คิดว่าคนที่กำหนดนโยบายจะลงไปขัดขวาง ถ้าคุณจะทำซะอย่าง” วิษณุ กล่าว/p pnbsp;/p pemspan style="color:#808080;"ที่มา : /spana href="http://www.tnamcot.com/content/category/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87"span style="color:#808080;"สำนักข่าวไทย/span/a/em/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/q2JzrHhrf1k" height="1" width="1" alt=""/

‘พุทธะอิสระ’ แจ้งกองปราบฯเพิ่ม ‘ธัมมชโย’ หมิ่นเบื้องสูง ขอพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์

Thu, 30/07/2015 - 02:55
!--break--!--break-- pเมื่อวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา a href="http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9580000084872"ทีมข่าวอาชญากรรม ผู้จัดการออนไลน์/a รายงานว่า ที่กองปราบปราม เวลา 14.00 น. พระสุวิทย์ ธีรธัมฺโม หรือพุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม พร้อมทนายความ และศิษยานุศิษย์กว่า 20 คน เข้าพบ พ.ต.ท.สมนึก สันติภาตะนันท์ พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. เพื่อทวงถามความคืบหน้ากรณีที่ได้แจ้งความดำเนินคดีต่อพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ในความผิดฐานแต่งกายเลียนแบบสงฆ์ และฉ้อโกงประชาชน ตามที่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ได้มีพระลิขิตให้พระธัมมชโยต้องปาราชิกขาดจากความเป็นพระสงฆ์ จึงถือว่าขาดจากความเป็นพระสงฆ์แล้ว รวมทั้งกรณีที่มีการยักยอกเงินของวัดพระธรรมกายไปโดยทุจริต/p pพุทธะอิสระกล่าวว่า นอกจากจะมาติดตามความคืบหน้าคดีดังกล่าวแล้วก็จะพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมต่อธัมมชโยในความผิดฐานหมิ่นเบื้องสูงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เนื่องจากพบว่า ธัมมชโยบังอาจขอพระราชทานสถาปนาเลื่อนสมณศักดิ์ ระดับพระราชาคณะชั้นเทพ เป็นการกระทำที่ละเมิดและบิดเบือนพระธรรมวินัย/p pพุทธะอิสระกล่าวต่อว่า ได้เดินทางมาติดตามความคืบหน้าคดีที่ได้แจ้งความไว้ เพราะได้ให้เวลากับพนักงานสอบสวนดำเนินการมาระยะหนึ่งแล้ว อยากให้มีการแจ้งข้อกล่าวหาภายในเดือนกันยายนนี้ เนื่องจากหากล่วงเลยไปถึงช่วงปลายปี หรือในเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ เกรงว่าจะกระทบต่องานพระราชทานเพลิงศพสมเด็จพระสังฆราช ทำให้พระองค์ต้องทรงมีมลทิน ทั้งนี้ สำหรับเอกสารที่เป็นหลักฐานในกรณีแต่งกายเลียนแบบสงฆ์นั้นมีความชัดเจนอยู่แล้ว จึงอยากให้พนักงานสอบสวนเร่งรัดคดีนี้ ส่วนการแจ้งความดำเนินคดีในความผิดฐานหมิ่นเบื้องสูงคงต้องขอให้แยกคดีไม่รวมเป็นคดีเดียวกัน เพราะเกรงว่าหากรวมเป็นคดีเดียวกันอาจจะต้องมีขั้นตอนการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานกันใหม่ ส่งผลให้คดีเดิมที่แจ้งความไว้แล้วอาจมีความล่าช้าไปอีก/p pด้าน พ.ต.ท.สมนึกกล่าวว่า ทางพนักงานสอบสวนได้เร่งรัดดำเนินการโดยยังอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมเอกสารหลักฐานต่างๆ เนื่องจากเอกสารทั้งหมดยังต้องตรวจสอบกับทางสำนักงานเลขาธิการมหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จากนั้นจึงนำเรื่องเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการ โดยอาจจะต้องมีการเชิญตัวพระธัมมชโยเข้าให้ปากคำก่อนจะมีความเห็นในส่วนของพนักงานสอบสวนในคดีนี้ต่อไป/p pที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) หลวงปู่พุทธะอิสระ เดินทางเข้ายื่นหนังสือเกี่ยวกับการฟ้องร้องกล่าวโทษพระธัมมชโย ต่อ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม โดยมีตัวแทนจากสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้แทนรับหนังสือ/p pพุทธะอิสระกล่าวว่า วันนี้ได้นำเอกสารที่รวบรวมได้ตั้งแต่ปี 2542 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นเอกสารลับที่ได้จากศาล อัยการ และสำนักตรวจเงินแผ่นดิน รวมถึงหนังสือพระวินิจฉัยของสมเด็จพระสังฆราช จำนวน 5 ฉบับ ที่ระบุว่า พระธัมมชโยปาราชิก และหนังสือร้องทุกข์ของชาวมุสลิมที่วัดพระธรรมกายได้พยายามดึงเข้ามาเกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดความขัดแย้งทางศาสนา ซึ่งมีโฆษกของมหาเถรสมาคมก็ให้ความร่วมมือด้วย มามอบให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อเร่งรัดกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัด ให้ติดตามคดีให้แล้วเสร็จก่อนวันพระราชทานเพลิงศพของสมเด็จพระสังฆราชในวันที่ 15 ธ.ค.นี้nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;/p pพุทธะอิสระกล่าวอีกว่า หลังจากวันนี้จะเดินทางไปที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อย้ำเกี่ยวกับคดีอีกครั้งว่าหากไม่ปฏิบัติตามหน้าที่จะโดนข้อหาละเว้นหน้าที่ตามกฎหมาย/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/cWlIvB_o1SA" height="1" width="1" alt=""/