ประชาไท

Syndicate content
Updated: 5 min 39 sec ago

เสวนา ม.อุบล 'วรเจตน์' ชี้ รธน.ใหม่สร้างกลไกครอบรัฐบาล

Sat, 28/02/2015 - 18:57
!--break--!--break-- pa href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1425031673"มติชนออนไลน์/aรายงานเมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2558 ที่ผ่านมาว่าที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี คณะรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จัดเสวนาทางสังคมศาสตร์เรื่องการปฏิรูปเพื่อความงาม ความเจริญ และความเป็นธรรม โดยมีผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย ศ.ดร.สมบัติ จันทรวงศ์ รศ.ม.ร.ว.พฤทธิสาณ ชุมพล รศ.ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ดร.ฐิติพล ภักดีวานิช และนายอธึกกิต แสวงสุข โดยมีนักศึกษาจากคณะรัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ อาจารย์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมฟังประมาณ 300 คนbr /nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; nbsp;br /ศ.ดร.สมบัติ จันทรวงศ์ อดีตอาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงการปฏิรูปและประชาธิปไตยในเมืองไทย ยังไม่สมบูรณ์ เพราะคนในประเทศไม่เคารพกฎหมาย สำหรับทำไมอเมริกาเมื่อตั้งประเทศ ก็มีประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์ เพราะคนอเมริกันไม่มีจารีตประเพณี ไม่มีคนมียศถาบรรดาศักดิ์ ผิดจากประเทศอังกฤษที่มีจารีตและชนชั้น จึงปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้ยากbr /nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; nbsp;br /พร้อมมีความเห็นว่าการเลือกตั้งไม่ใช่วิธี ทำให้ได้รัฐบาลที่ดีได้ และรัฐบาลที่มีเสียงข้างมาก ก็ต้องฟังเสียงของคนส่วนน้อยด้วย ประชาธิปไตยของประเทศไทยยังไม่หยั่งรากลึก บางครั้ง จึงนำเอาทรราชย์เข้ามาเป็นผู้บริหารประเทศ การปฏิรูปต้องดูว่าทำอย่างไร ให้ประเทศมีรัฐบาลที่มีประสิทธิภาพ มีความชอบธรรม จะได้ไม่ต้องมาล้มกันไปมา โดยต้องสร้างสังคมที่เสรีหรือสังคมที่เป็นประชาธิปไตยbr /nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; nbsp;br /ขณะที่ นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงเรื่องเดียวกันว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คงอยู่ไม่นาน แต่จะมีการสร้างเครื่องมือผ่านรัฐธรรมนูญมาใช้ควบคุมการจัดหานายกรัฐมนตรี นักการเมือง โดยใช้องค์กรอิสระเป็นเครื่องมือที่ครอบรัฐบาลไว้อีกชั้น ซึ่งอาจมีอำนาจเข้าถึงนโยบายการทำงานของรัฐบาลเลยbr /nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; nbsp;br /และการได้มาของรัฐบาลใหม่ หากไม่ได้มาจากอำนาจของประชาชน จะเป็นปัญหา ดังนั้นอำนาจที่แท้จริง จึงยังไม่เป็นของประชาชนและกฎหมายยังไม่เป็นธรรม อยากให้ดูประเทศเกาหลี หลังสงครามกลางเมือง มีการแยกการปกครองเป็นสองระบบ โดยเกาหลีหนึ่งเป็นประชาธิปไตย อีกหนึ่งปกครองแบบเผด็จการ จึงเห็นการเจริญเติบโตของสังคมแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดbr /nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; nbsp;br /ดังนั้นการปฏิรูป ต้องมีผู้ปกครองที่เป็นธรรม ต้องมีการสร้างกลไกการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยให้ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจ ทำการถอดถอนผ่านสภา รัฐธรรมนูญที่ดีต้องเป็นที่ยอมรับของคนทุกชั้น นายวรเจตน์กล่าวbr /nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; nbsp;br /สำหรับการจัดเสวนาดังกล่าว เหตุการณ์ทั่วไปปกติ ไม่มีตำรวจหรือทหารเข้ามาดูการเสวนา ปล่อยให้การเสวนาดำเนินไปอย่างอิสระจนจบการเสวนาในเที่ยงวันเดียวกัน/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="//feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/RU70Ck_I_5A" height="1" width="1" alt=""/

เพิ่มขั้นตอนแก้ รธน.ใช้มติสภา 2 ใน 3 และศาล รธน.วินิจฉัย - แก้หลักสำคัญต้องประชามติ

Sat, 28/02/2015 - 18:51
pร่าง รธน. บท “แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ” ต้องใช้มติ 2 ใน 3 ของ ส.ส.และ ส.ว. จากเดิม รธน.50 ใช้เสียงกึ่งหนึ่ง - ผ่านสภาแล้วต้องส่ง "ศาล รธน." วินิจฉัยว่ามีผลเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองหรือรูปแบบรัฐหรือไม่ - แก้ไข “หลักการพื้นฐานสำคัญ” เมื่อผ่านสภา-ศาล รธน. แล้ว ต้องประชามติ - ทุกๆ 5 ปี “คณะผู้ทรงคุณวุฒิอิสระ” จะประเมินผล รธน. พร้อมเสนอร่างแก้ไข/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm9.staticflickr.com/8645/16470484689_c3c6e06fb6_z.jpg" style="width: 560px; height: 280px;" //p p28 ก.พ. 2558 - ตามที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ มีการนัดประชุมคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ครั้งที่ 53-58 ระหว่างวันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 - วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2558 ที่โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ พัทยา จ.ชลบุรี โดยมีระเบียบวาระการประชุมเป็นการพิจารณายกร่างบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรานั้น/p pล่าสุด พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ที่ปรึกษาและโฆษกกรรมาธิการ ได้นำเสนอรายงานความคืบหน้าของการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ โดยในวันศุกร์ที่ 27 ก.พ. มีการพิจารณา บทสุดท้าย "การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ" โดยยังรอการระบุมาตรา และร่างมาตรา 196 ที่รอการพิจารณา a href="http://www.parliament.go.th/ewtcommittee/ewt/draftconstitution/ewt_dl_link.php?nid=362"(อ่านเอกสารเผยแพร่)/anbsp;โดยมีส่วนที่สำคัญดังนี้/p pstrongแก้ไขรัฐธรรมนูญ สองสภาต้องใช้เสียง /strongstrong2 /strongstrongใน /strongstrong3 /strongstrongจากเดิมใช้เสียงกึ่งหนึ่ง/strong/p pผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่มีผลเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐ ในร่างรัฐธรรมนูญบับนี้ยังคงระบุไว้ว่า “จะกระทำมิได้” เช่นเดียวกับรัฐธรรมนูญ 2550/p pส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะต้องใช้เสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสองสภา ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดิมในรัฐธรรมนูญ 2550 กำหนดเพียงเสียง “มากกว่ากึ่งหนึ่ง” นอกจากนี้หลังผ่านขั้นตอนของสองสภาแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นผู้วินิจฉัยว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ “มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐ” หรือไม่ ก่อนประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับที่มีการแก้ไข โดยมีรายละเอียดดังนี้/p p style="margin-left: 40px;"emบทสุดท้าย การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ/em/p p style="margin-left: 40px;"em“มาตรา (ส) 1 การขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐ จะกระทำมิได้”/em/p p style="margin-left: 40px;"em“มาตรา (ส) 2 การแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญในบททั่วไป ภาค 1 พระมหากษัตริย์ และประชาชน หมวด 1 พระมหากษัตริย์ และการแก้ไขเพิ่มเติมหลักการพื้นฐานสำคัญที่บัญญัติไว้ใน รัฐธรรมนูญนี้ ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามมาตรา (ส) 4/em/p p style="margin-left: 40px;"emหลักการพื้นฐานสำคัญตามวรรคหนึ่ง หมายถึง/em/p p style="margin-left: 40px;"em(1) หลักประกันเพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและการมีส่วนร่วมของพลเมืองในทางการเมือง/em/p p style="margin-left: 40px;"em(2) โครงสร้างของสถาบันการเมือง ซึ่งได้แก่การมีสองสภา องค์ประกอบของแต่ละสภา การตรวจสอบถ่วงดุลระหว่างฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ/em/p p style="margin-left: 40px;"em(2/1) กลไกเพื่อการรักษาวินัยการเงิน การคลัง และการงบประมาณ/em/p p style="margin-left: 40px;"em(3) สาระสำคัญของบทบัญญัติในภาค 3 หลักนิติธรรม ศาล และองค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ/em/p p style="margin-left: 40px;"em(4) สาระสำคัญของบทบัญญัติในภาค 4 การปฏิรูปและการสร้าง ความปรองดอง/em/p p style="margin-left: 40px;"em(5) หลักเกณฑ์การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญตามบทสุดท้ายนี้/em/p p style="margin-left: 40px;"emการแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อขยายหรือเพิ่มสิทธิเสรีภาพหรือการมีส่วนร่วมของพลเมืองทางการเมือง หรือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินการของศาลหรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ไม่ถือเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมหลักการพื้นฐานสำคัญตามมาตรานี้/em/p p style="margin-left: 40px;"em“มาตรา (ส) 3 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญให้กระทำได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังต่อไปนี้/em/p p style="margin-left: 40px;"em(1) ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมต้องมาจากคณะรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร หรือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและ สมาชิกวุฒิสภามีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาหรือจากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่าห้าหมื่นคนตามกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย/em/p p style="margin-left: 40px;"em(2) ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมต้องเสนอเป็นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมและให้รัฐสภาพิจารณาเป็น สามวาระ/em/p p style="margin-left: 40px;"em(3) การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่หนึ่งขั้นรับหลักการ ให้ใช้วิธีเรียกชื่อและลงคะแนนโดยเปิดเผยและต้องมีคะแนนเสียเห็นชอบด้วยในการแก้ไขเพิ่มเติมนั้น ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่ มีอยู่ของทั้งสองสภา/em/p p style="margin-left: 40px;"em(4) การพิจารณาในวาระที่สองขั้นพิจารณาเรียงลำดับมาตรา ต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เข้าชื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมด้วย/em/p p style="margin-left: 40px;"emการออกเสียงลงคะแนนในวาระที่สองขั้นพิจารณาเรียงลำดับมาตรา ให้ถือเอาเสียงข้างมากเป็นประมาณ/em/p p style="margin-left: 40px;"em(5) เมื่อการพิจารณาวาระที่สองเสร็จสิ้นแล้ว ให้รอไว้สิบห้าวัน เมื่อพ้นกำหนดนี้แล้วให้รัฐสภาพิจารณาในวาระที่สามต่อไป/em/p p style="margin-left: 40px;"em(6) การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่สามขั้นสุดท้าย ให้ใช้วิธีเรียกชื่อและลงคะแนนโดยเปิดเผย และต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยในการที่จะให้ออกใช้เป็นรัฐธรรมนูญไม่น้อยกว่าสองในสาม ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา/em/p p style="margin-left: 40px;"em(7) เมื่อการลงมติได้เป็นไปตามที่กล่าวแล้ว ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย ให้ส่งร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่รัฐสภาเห็นชอบแล้วให้ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณา ว่าร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมนั้นได้ตราขึ้นโดยถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือมีข้อความขัดหรือแย้ง ต่อมาตรา (ส) 1 หรือไม่ ซึ่งต้องกระทำให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับเรื่อง ใน กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าร่างรัฐธรรมนูญนั้นตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ หรือมี ข้อความขัดหรือแย้งต่อมาตรา (ส) 1 ให้ร่างรัฐธรรมนูญนั้นเป็นอันตกไป แต่ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมหลักการพื้นฐานสำคัญ ให้รัฐสภาดำเนินการตามมาตรา (ส) 4 ต่อไป/em/p p style="margin-left: 40px;"em(8) ให้นำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยแล้วว่าไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายภายในยี่สิบวันนับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย เพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย และเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้ และให้นำบทบัญญัติมาตรา 158 และมาตรา 159 มาใช้บังคับโดยอนุโลม แต่มติยืนยันต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา”/em/p pnbsp;/p pstrongแก้ไข "หลักการพื้นฐานสำคัญ" ผ่านสภา-ศาล รธน. แล้ว ต้องลงประชามติ/strong/p pขณะที่การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ภาค 1 หมวด 1 พระมหากษัตริย์ และการแก้ไขเพิ่มเติม “หลักการพื้นฐานสำคัญ” ได้แก่ (1) หลักประกันเพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและการมีส่วนร่วมของพลเมืองในทางการเมือง (2) โครงสร้างของสถาบันการเมือง ซึ่งได้แก่การมีสองสภา องค์ประกอบของแต่ละสภา การตรวจสอบถ่วงดุลระหว่างฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ (2/1) กลไกเพื่อการรักษาวินัยการเงิน การคลัง และการงบประมาณ (3) สาระสำคัญของบทบัญญัติในภาค 3 หลักนิติธรรม ศาล และองค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ (4) สาระสำคัญของบทบัญญัติในภาค 4 การปฏิรูปและการสร้าง ความปรองดอง และ (5) หลักเกณฑ์การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญตามบทสุดท้าย/p pโดยทั้ง 5หัวข้อนี้ นอกจากจะต้องผ่านการลงมติของสองสภา และมีเสียงเห็นชอบไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 และผ่านขั้นตอนวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว จากนั้นจะต้องนำไปลงประชามติก่อน เมื่อผ่านขั้นตอนลงประชามติแล้วจึงจะนำมาประกาศใช้เป็นรัฐธรรมนูญได้/p p style="margin-left: 40px;"em“มาตรา (ส) 4 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญตามมาตรา (ส) 2 ให้กระทำได้ตามหลักเกณฑ์และ วิธีการตามมาตรา (ส) 3 เว้นแต่ 3/em/p p style="margin-left: 40px;"em(1) การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่สามขั้นสุดท้าย ให้ใช้วิธีเรียกชื่อและลงคะแนนโดยเปิดเผย และต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยในการที่จะให้ออกใช้เป็นรัฐธรรมนูญไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา/em/p p style="margin-left: 40px;"em(2) ให้นำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยตามมาตรา (ส) 3 (8) แล้วให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงประชามติก่อนนำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมนั้นขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย ในกรณีที่ประชาชนผู้มำใช้สิทธิออกเสียงประชามติโดยเสียงข้างมากไม่เห็นชอบด้วยในการที่จะให้ออกใช้เป็นรัฐธรรมนูญ ให้ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมนั้นเป็นอันตกไป แต่ถ้าประชาชนผู้มาใช้สิทธิ ออกเสียงประชามติโดยเสียงข้างมากเห็นชอบด้วยในการที่จะให้ออกใช้เป็นรัฐธรรมนูญ ก็ให้ดำเนินการต่อไป ตามมาตรา (ส) 3 (8) ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ”/em/p pnbsp;/p pstrongทุกรอบ /strongstrong5 /strongstrongปี /strongstrong5 /strongstrongหน่วยงานจะตั้งคณะผู้ทรงคุณวุฒิอิสระประเมินผลการใช้รัฐธรรมนูญ /strongstrong- /strongstrongพร้อมเสนอร่างแก้ไข/strong/p pขณะเดียวกันร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ยังกำหนดให้ สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภาคณะรัฐมนตรี ศาลฎีกา ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครองสูงสุด และองค์กรตามรัฐธรรมนูญซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิฝ่ายละ 1 คน เพื่อประเมินผลการบังคับใช้รัฐธรรมนูญทุกรอบ 5 ปีที่ใช้รัฐธรรมนูญ และให้เสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมต่อสภาและคณะรัฐมนตรีด้วย/p p style="margin-left: 40px;"em“มาตรา (ส) 5 ทุกรอบห้าปีนับแต่วันที่รัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ ให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแจ้งไปยังสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภาคณะรัฐมนตรี ศาลฎีกา ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครองสูงสุด และองค์กรตามรัฐธรรมนูญซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ เพื่อให้แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิฝ่ายละหนึ่งคน ประกอบกันเป็นคณะผู้ทรงคุณวุฒิอิสระประเมินผลการใช้บังคับรัฐธรรมนูญ/em/p p style="margin-left: 40px;"emในกรณีที่คณะผู้ทรงคุณวุฒิอิสระตามวรรคหนึ่งเห็นสมควรแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ให้เสนอร่าง รัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมต่อสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภาและคณะรัฐมนตรี พิจารณาดำเนินการตามอำนาจ หน้าที่ต่อไป และประกาศให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไปด้วย”/em/p pnbsp;/p pstrongม.196 เพิ่มขั้นตอนในส่วนการทำสนธิสัญญาที่มีผลต่ออธิปไตย/strong/p pในส่วนของมาตรา 196 หนังสือสัญญาที่มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทยหรือเขตพื้นที่นอกอาณาเขตซึ่งประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตยหรือเขตอำนาจตามหนังสือสัญญาหรือตามกฎหมายระหว่างประเทศ กำหนดขั้นตอนให้ต้องได้รับความเห็นชชอบของรัฐสภา โดยมีรายละเอียดเพิ่มขึ้นจากรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 190 ดังนี้/p p style="margin-left: 40px;"em“มาตรา 196 พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการทำหนังสือสัญญาสันติภาพ สัญญาสงบศึก และสัญญาอื่นกับนานาประเทศหรือกับองค์การระหว่างประเทศ/em/p p style="margin-left: 40px;"emหนังสือสัญญาใดมีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทยหรือเขตพื้นที่นอกอาณาเขตซึ่งประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตยหรือมีเขตอำนาจตามหนังสือสัญญาหรือตามกฎหมายระหว่างประเทศ หรือจะต้องออกพระราชบัญญัติเพื่อให้การเป็นไปตามหนังสือสัญญา หรือที่กระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันด้านการค้า การลงทุน หรืองบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ ต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา/em/p p style="margin-left: 40px;"emหนังสือสัญญาที่กระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันด้านการค้าการลงทุน หรืองบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสำคัญตามวรรคสอง หมายถึงหนังสือ สัญญาเกี่ยวกับการค้าเสรี เขตศุลกากรร่วม การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา หรือการให้ใช้ทรัพยากรธรรมชาติ หรือทำให้ประเทศต้องสูญเสียสิทธิในทรัพยากรธรรมชาติทั้งหมดหรือบางส่วน หรือการอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ/em/p p style="margin-left: 40px;"emก่อนการดำเนินการเพื่อทำหนังสือสัญญากับนานาประเทศหรือ องค์การระหว่างประเทศตามวรรค สอง คณะรัฐมนตรีต้องให้ข้อมูลและจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและต้องชี้แจงต่อรัฐสภาเกี่ยวกับทำหนังสือสัญญานั้น โดยให้คณะรัฐมนตรีเสนอกรอบการเจรจาที่เป็นเนื้อหาสาระสำคัญอันจะนำไปสู่การจัดทำหนังสือสัญญานั้นต่อคณะกรรมาธิการการต่างประเทศของรัฐสภาเพื่อขอความเห็นชอบด้วย ในการนี้คณะกรรมธิการจะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับเรื่องดังกล่าว/em/p p style="margin-left: 40px;"emเมื่อลงนามในหนังสือสัญญาหรือจะเข้าทำหนังสือสัญญาตามวรรคสองแล้ว ก่อนที่จะแสดงเจตนาให้มีผลผูกพันในหนังสือสัญญาตามวรรคสอง คณะรัฐมนตรีต้องให้ประชาชนสามารถเข้าถึงรายละเอียดของหนังสือสัญญานั้น และต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา ในการนี้ รัฐสภาจะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับเรื่องดังกล่าว ในกรณีที่การปฏิบัติตามหนังสือสัญญาดังกล่าวก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน คณะรัฐมนตรีต้องดำเนินการแก้ไขหรือเยียวยำผู้ได้รับผลกระทบนั้นอย่างรวดเร็ว เหมาะสม และเป็นธรรม/em/p p style="margin-left: 40px;"emให้มีกฎหมายว่าด้วยการทำหนังสือสัญญาซึ่งครอบคลุมถึงการกำหนดประเภท กรอบการเจรจา ขั้นตอน และวิธีการจัดทำหนังสือสัญญาตามวรรคสอง รวมทั้งการแก้ไขหรือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติตามหนังสือสัญญาดังกล่าว โดยคำนึงถึงความเป็นธรรมระหว่างผู้ที่ได้ประโยชน์กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติตามหนังสือสัญญานั้นและประชาชนทั่วไป/em/p p style="margin-left: 40px;"emในกรณีที่มีปัญหาตามวรรคสอง ให้เป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญที่จะวินิจฉัยชี้ขาด โดยให้นำบทบัญญัติมาตรา 166 มาใช้บังคับกับการเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยอนุโลม/em/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="http://goo.gl/ay5J9D" target="_blank"การร่างรัฐธรรมนูญ/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="//feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/uMhx7EiwlMI" height="1" width="1" alt=""/

ช่วยลูกเรือประมงไทย 4 คนได้แล้ว หลังถูกโจรสลัดโซมาเลียจับ 5 ปี

Sat, 28/02/2015 - 18:50
p!--break--!--break--/ppbr /28 ก.พ. 2558 a href="http://thainews.prd.go.th/centerweb/news/NewsDetail?NT01_NewsID=TNPOL5802280010029"สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย/aรายงานว่ากระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า รัฐบาลไทยประสบความสำเร็จในการให้ความช่วยเหลือลูกเรือประมงไทย 4 คน คือ นายชาญณรงค์ นะวะระ , นายโกศล ดวงมาเกิด, นายต้น วิยาสิงห์ และนายธนกร แก้วกำกง ซึ่งทั้งหมดถูกโจรสลัดจับกุมตัวเป็นเวลาเกือบ 5 ปี โดยความสำเร็จที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นผลมาจากที่นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างจริงจัง ซึ่งบัดนี้ลูกเรือทั้ง 4 คนได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพแล้ว และจะเดินทางไปขอบคุณ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในช่วงบ่ายวันนี้ (28 ก.พ.)br /br /อนึ่งก่อนหน้านี้สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าเจ้าหน้าที่ของโซมาเลียได้ระบุว่าชาวประมงไทย 4 คนที่ถูกโจรสลัดโซมาเลียจับเป็นตัวประกันมาเกือบ 5 ปีได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันที่ 26 ก.พ. โดยเจ้าหน้าที่โซมาเลียได้ไปรับคนไทย 4 คนจากท้องถิ่นห่างไกลแห่งหนึ่ง เพิ่มเติมว่าทั้ง 4 คนได้โทรศัพท์พูดคุยกับญาติในประเทศไทยและร่ำให้ หลังได้รับการปล่อยตัว สำหรับประมงทั้ง 4 คนเป็นหนึ่งในลูกเรือ 24 คนที่ถูกจับกุมไปเมื่อเดือนเมษายน 2553 เมื่อโจรสลัดปล้นเรือประมงเอฟวี พรานทะเล 12 ซึ่งติดธงชาติไต้หวัน การจับกุมตัวไว้เกือบ 5 ปีถือว่ายาวนานที่สุดเท่าที่โจรสลัดเคยจับมาbr /br /ทั้งนี้ในจำนวนลูกเรือทั้ง 24 คน เสียชีวิต 6 คนจากอาการเจ็บป่วยระหว่างถูกควบคุมตัว ส่วนลูกเรือชาวเมียนมาร์อีก 14 คนได้รับการปล่อยตัวให้แก่รัฐบาลท้องถิ่นในรัฐปุนท์แลนด์ ทางภาคเหนือของโซมาเลียเมื่อเดือนพฤษภาคม 2554 และได้รับการช่วยเหลือส่งกลับประเทศโดยโครงการช่วยเหลือตัวประกันของสำนัก งานป้องกันยาเสพติดและปราบปรามอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ ส่วนตัวประกันอีก 26 คนยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ในขณะนี้ สำหรับการจี้เรือที่นอกชายฝั่งของโซมาเลียเกิดขึ้นบ่อยครั้งเมื่อปี 2554 มี 237 กรณีที่น่าจะเกิดจากการลงมือของโจรสลัดโซมาเลียและจี้เรือได้สำเร็จ 28 ลำ/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="//feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/qDaOkTX29Lk" height="1" width="1" alt=""/

'อภิสิทธิ์' ไม่เห็นด้วยนายกไม่ต้องมาจากเลือกตั้ง ชี้หากข้อมูลพอไม่ต้องให้ 'ประยุทธ' เป็นพยานสลายชุมนุม 53

Sat, 28/02/2015 - 17:58
pนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุกรณี กมธ.ยกร่างฯ กำหนดให้ร่าง รธน.ฉบับใหม่ นายกฯ ไม่ต้องมาจากการเลือกตั้งในช่วงที่มีวิกฤต เป็นการถอยหลังเข้าคลองและจะยิ่งเป็นการสร้างวิกฤตให้ประเทศ ขอข้อมูล พล.อ.อนุพงษ์ คดีสลายชุมนุม นปช.ปี 53 หากครบถ้วน ไม่จำเป็นต้องให้นายกรัฐมนตรีเป็นพยาน ยันไม่มีเจตนากดดันการทำงานเจ้าหน้าที่/p !--break--!--break--pbr /br /28 ก.พ. 2558 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญกำหนดให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ นายกรัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องมาจากการเลือกตั้งในช่วงที่มีวิกฤต ว่า ถือเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง และไม่อยากให้เป็นการร่างรัฐธรรมนูญที่ถอยหลังเข้าคลอง เพราะขณะนี้ระบอบการปกครองประเทศเดินมาไกลมากแล้วnbsp; อีกทั้งจะทำให้การร่างรัฐธรรมนูญได้รับแรงกดดันทั้งจากคนในประเทศและนานาประเทศที่จับตามองการสร้างประชาธิปไตยของประเทศไทยอยู่ และอาจจะยิ่งเป็นการสร้างวิกฤติให้กับประเทศได้br /br /“หากจะเปิดช่องไว้ ก็ควรจะบัญญัติให้ชัดเจนเกี่ยวกับรายละเอียดเงื่อนไขของเหตุการณ์พิเศษที่จะทำให้เกิดการตั้งนายกรัฐมนตรีที่ไม่ต้องมาจากการเลือกตั้งได้ ขณะเดียวกันไม่เห็นด้วยที่รัฐธรรมนูญที่จะกำหนดให้รัฐมนตรีจะต้องไม่เป็น ส.ส. เนื่องจากจะเป็นการทำลายระบบการเมืองในระบอบรัฐสภาที่ต้องการให้เกิดการติดโยงระหว่างฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งในหลายประเทศก็กำหนดให้ผู้จะได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีจะต้องเป็น ส.ส.เท่านั้น เพราะจะทำให้ใส่ใจกับงานของสภา เพิ่มการมีส่วนร่วม โดยเฉพาะหากรัฐมนตรีเป็น ส.ส.เขต จะยิ่งเพิ่มกระบวนการตรวจสอบที่ว่าหากทำงานไม่ดีแล้วจะทำให้ประชาชนในพื้นที่เลือกตั้งไม่ยอมรับ ส่งผลต่อการเลือกตั้งครั้งต่อไปด้วย” นายอภิสิทธิ์ กล่าวbr /br /นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้อยากให้กรรมธิการยกร่างรัฐธรรมนูญกลับไปทบทวนรายละเอียดของการร่างรัฐธรรมนูญด้วย นอกจากนี้ยังเห็นว่าเมื่อร่างรัฐธรรมนูญแล้วเกิดข้อโต้แย้งในรายละเอียดเนื้อหา ทางที่ดีที่สุดคือควรมีการทำประชามติในชั้นตอนสุดท้าย จะเป็นสิ่งที่เหมาะสมที่สุดbr /br /strongเผยประสานขอข้อมล อนุพงษ์ คดีสลายการชุมนุมปี 53/strongbr /br /นอกจากนี้นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงความคืบหน้าในการในการชี้แจงข้อกล่าวหากรณีเหตุสลายการชุมนุมของกลุ่ม นปช.ในปี 2553 ว่า ขณะนี้ยังไมได้หนังสือแจ้งข้อกล่าวหาจากคณะกรรมการป้องกันและปรายบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แต่ระหว่างนี้ได้เตรียมข้อมูลไว้บ้างแล้ว โดยได้ประสานขอข้อมูลไปยัง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งในขณะนั้นทำหน้าที่ผู้บัญชาการทหารบกในฐานะของผู้ที่ดูแลคุมกำลังการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เพราะตนเป็นเพียงผู้ดูแลเชิงนโยบายที่ลงนามในคำสั่งตั้งศูนย์อำนวยการสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เท่านั้น และได้มอบหมายให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้อำนวยการ ศอฉ. และเมื่อมีการปฎิบัติงานก็มีการปรับแผนการทำงานมาหลายครั้ง คาดว่า พล.อ.อนุพงษ์ จะเข้าใจและทราบแนวทางการทำงานดีที่สุดbr /br /“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะอดีตรองผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.อนุพงษ์ เป็นผู้ที่ทราบข้อมูลดี เพราะเคยทำงานร่วมกันมาก่อน อย่างไรก็ตาม หากได้ข้อมูลจาก พล.อ.อนุพงษ์ครบถ้วน ก็ไม่จำเป็นต้องให้บุคคลทั้ง 3 ไปเป็นพยานให้ ส่วนที่มีการโจมตีว่าการอ้างถึงพยานที่เป็นถึงนายกรัฐมนตรีเป็นการข่มขู่การทำงานของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.นั้น ยืนยันว่าไม่มีเจตนาที่จะไปข่มขู่การทำงานของใคร เพียงแต่บุคคลที่ 3 ทราบเรื่องและเข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง และอยากให้ย้อนไปในอดีตสมัยที่พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล ใครที่ไปกดดันไม่ให้บุคคลทั้ง 3 พูดความจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น” นายอภิสิทธิ์ กล่าวbr /br /br /span style="color:#ff8c00;"strongที่มาข่าวเรียบเรียงจากสำนักข่าวไทย/strong/spanbr /nbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="//feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/ZZJtfa0pxsQ" height="1" width="1" alt=""/

นิธิ เอียวศรีวงศ์: อารมณ์ความรู้สึกทางศาสนา

Sat, 28/02/2015 - 16:45
!--break--!--break-- pnbsp;/p pวิดีโอที่ผมชอบดูเป็นพิเศษคือ Les Miserables ชุดที่เป็นละครเพลง เพราะนอกจากเพลงไพเราะแล้ว ส่วนใหญ่ของผู้แสดงร้องเพลง (ซึ่งดีทั้งทำนองและเนื้อร้อง) ได้เป็นเลิศ ฟังแล้วจับใจมาก ว่างเมื่อไรผมจึงชอบนำมาเปิดดูเสมอ/p pครั้งสุดท้ายที่ได้ดู จึงได้พบว่า มีศาสนาคริสต์ถึงสามศาสนาในละครเพลงเรื่องนี้ (หรือในนิยายเรื่องนี้) ก็ไม่น่าแปลกอะไรนะครับ จะหานักคิดของชาติอะไรที่หมกมุ่นกับศาสนายิ่งไปกว่านักคิดสมัยใหม่ของฝรั่งเศสได้ยาก ทั้งปฏิเสธ ทั้งสนับสนุน ทั้งตีความใหม่ ทั้งจัดสถานะให้ศาสนาไว้ในที่ต่างๆ ทางการเมืองและสังคมแตกต่างกันเป็นหลายสิบอย่าง ดังนั้น หาก วิกตอร์ อูโก ไม่พูดถึงศาสนาในนิยายชิ้นเอกนี้เลยสิ ถึงจะแปลก/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm9.staticflickr.com/8674/16462742557_af5fde9d22_z_d.jpg" style="width: 500px; height: 372px;" //p pศาสนาคริสต์แรกเป็นของชาแวร์ต สารวัตรตำรวจ ผู้ตามล่าวัลชองตัวพระเอก ซึ่งเคยก่ออาชญากรรมลักขโมยเพื่อเอาเงินไปช่วยน้องสาวที่กำลังป่วยมาก่อน จนถูกจำขังให้ทำงานหนัก และได้รับภาคทัณฑ์ปล่อยตัว ในโลกของชาแวร์ต มนุษย์มีเพียงสองประเภท คือคนดีกับคนชั่ว หน้าที่ของตำรวจคือกีดกันคนชั่วออกไปจากโลกของคนดี ตัวเขามีหน้าที่รักษากฎหมายเพื่อผดุงระเบียบสังคมเช่นนี้/p pดังนั้น จึงต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เพราะระเบียบสังคมเช่นนี้สอดคล้องกับกฎของพระเจ้า ซึ่งจะลงโทษคนชั่วซ้ำอีกเมื่อถึงวันชำระ กฎหมายคือประจักษ์พยานของพระเจ้าในโลกนี้ กฎหมายและพระเจ้าจึงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน/p pศาสนาคริสต์ที่สองคือศาสนาของวัลชองและหลวงพ่อ (หรือคุณพ่อ) ที่ไม่เอาผิดกับเขา เมื่อจับได้ว่าเขาขโมยเครื่องเงินของโบสถ์ไป นี่คือคริสต์ศาสนาแห่งความรัก ความเข้าใจ และการให้อภัย ซึ่งสามารถชุบชูอาชญากรให้ออกมาเป็นคนที่มีคุณค่าต่อสังคมได้ ดังที่วัลชองช่วยเหลือลูกสาวของโสเภณีที่เขาหลงรักให้กลายเป็นหญิงสาวที่มีจิตใจอันงดงาม ช่วยชาแวร์ตให้รอดพ้นจากการถูกนักศึกษาปฏิวัติสังหาร ฯลฯ/p pศาสนาคริสต์ที่สามคือศาสนาของนักศึกษาปฏิวัติ ผู้ฝันถึงสังคมที่มีความเท่าเทียม ปราศจากการกดขี่เอารัดเอาเปรียบ ที่ซึ่งทุกคนสามารถเสวยผลของการทำงานของตนได้โดยไม่ถูกผู้มีอำนาจแย่งชิงแบ่งส่วนไป ทั้งในบทเพลงและในเนื้อเรื่อง เราอาจคิดว่านักศึกษาปฏิวัติไม่มีศาสนาก็ได้ แต่โลกที่อุบัติขึ้นจากการปฏิวัติคือภาพสะท้อนอาณาจักรของพระเจ้าในสวนอีเดนนั่นเอง อันเป็นภาวะที่อาจกลับเกิดขึ้นได้ใหม่ โดยไม่ต้องรอถึงวันชำระ/p pข้อสังเกตประการแรกก็คือ คริสต์ศาสนาทั้งสามไม่เกี่ยวหรือไม่ค่อยเกี่ยวกับโลกหน้า ทั้งหมดเป็นอุดมคติของศาสนาที่อาจและควรเกิดขึ้นได้ในโลกนี้ ตกมาถึงสมัยของ วิกตอร์ อูโก นักคิดฝรั่งเศสไม่ใส่ใจกับมิติของโลกหน้าในศาสนาอีกแล้ว แต่หากศาสนาจะยังมีอยู่ ก็ต้องอธิบายให้ได้ว่าศาสนาสัมพันธ์กับโลกนี้อย่างไร/p pข้อสังเกตประการที่สองสำคัญกว่า เพราะเป็นประเด็นที่ผมอยากนำมาเปรียบกับพัฒนาการของพระพุทธศาสนาในประเทศไทย นั่นก็คือสิ่งที่เรียกทางสังคมวิทยาว่า religiosity ซึ่งผมไม่รู้จะแปลไทยว่าอย่างไรดีไปกว่าคำที่คนไทยใช้มานานแล้วคือ "ถือ" ศาสนา/p pการถือศาสนานั้น แบ่งคุณลักษณะออกได้เป็นสามอย่าง หนึ่งคือความรู้ความเข้าใจ (จะผิดหรือถูกตามคัมภีร์หรือไม่ก็ไม่สำคัญ) สองคือสิ่งที่กระทบต่อจิตใจซึ่งผมขอเรียกให้เข้าใจง่ายๆ ว่า อารมณ์ความรู้สึก (ก็อีกเหมือนกันนะครับ สิ่งที่รู้สึกหรือมีอารมณ์นั้นจริงหรือไม่ก็ไม่สำคัญ แต่รู้สึกจริงและมีอารมณ์จริงสำคัญกว่า เช่น คนเชื่อผีและได้เห็นผี เป็นต้น)/p pและสามคือการปฏิบัติศาสนา จะเป็นพิธีกรรมหรือนำมาใช้ในชีวิตก็ตาม/p pผมอยากพูดถึงคุณลักษณะอย่างที่สองของการถือศาสนา นั่นคือด้านอารมณ์ความรู้สึก ถ้าจะแปลคำนี้ในภาษาอังกฤษว่า sentiment, emotion ก็อาจยังไม่พอในบางกรณี เพราะอารมณ์ความรู้สึกทางศาสนาอาจพัฒนาไปถึงขั้นที่อาจเรียกได้ว่าเป็น ecstasy ก็ได้ ในพิธีกรรมหรือสถานการณ์ที่เหมาะสม คือแรงเสียจนบังคับตัวเองไม่อยู่ ต้องไหลไปตามอารมณ์ความรู้สึกจนหมดตัว/p pเช่น ในพิธีมะหะหร่ำของ (แขก) เจ้าเซน (มุสลิมนิกายชีอะห์) ผู้ร่วมขบวนแห่ในบางสังคม ทำร้ายตนเองจนเลือดตกยางออก หรือการลุยไฟของพิธีไหว้เจ้าของชาวจีนที่ภูเก็ต เป็นต้น/p pขอให้สังเกตด้วยว่า การถือคริสต์ศาสนาทั้งสามใน Les Miserables นั้น ผู้ถือล้วนมีอารมณ์ความรู้สึกในการถือศาสนาอย่างเข้มข้นทั้งสิ้น ชาแวร์ตไม่ได้ตามล่าวัลชองด้วยความรักความเกลียดส่วนตัว แต่พระเจ้าหรือระเบียบทางสังคมที่เขามีหน้าที่รักษาเชิดชูไว้ ทำให้เขาปล่อยวัลชองไปไม่ได้ แทบจะเท่ากับการปฏิเสธพระเจ้าทีเดียว เพราะวัลชองคือตัวแทนของผู้ทำลายระเบียบกฎหมาย ซึ่งเท่ากับต่อต้านพระเจ้า ดังนั้น เมื่อเขาได้รับการช่วยชีวิตจากวัลชอง จึงทำให้เกิดความว้าวุ่นใจอย่างสุดขีด ยิ่งเมื่อเขาปล่อยให้ซาตานวัลชองนำคนเจ็บไปโรงพยาบาล แทนที่จะจับกุมไว้ ก็เท่ากับเขาเริ่มวางใจซาตานด้วยการกระทำ ชีวิตของเขาจึงไร้ความหมายแก่ตนเองไปทันที/p pวัลชองเองได้รับการชุบจิตวิญญาณขึ้นมาใหม่จากหลวงพ่อที่ช่วยปกป้องเขาจากการก่ออาชญากรรมครั้งใหม่ จากนั้นเขาก็ยึดถือศาสนาคริสต์อย่างแน่วแน่ ไม่ใช่เพียงมีความเชื่อตามพระคัมภีร์เท่านั้น เมื่อต้องเลือกระหว่างการพูดเท็จ กับการยอมรับความจริงซึ่งจะทำให้คนงานทั้งหมดต้องตกงาน เพลงร้องในตอนนี้แสดงว่าไม่ใช่การเลือกระหว่างทางเลือกในทางโลกย์ธรรมดา เป็นทางเลือกทางศาสนา เขาหวั่นวิตกว่า หากเขาเลือกการกล่าวเท็จ เขาก็จะถูกพระเจ้าลงโทษ ในขณะที่การปล่อยให้กิจการล้มลงด้วยการยอมรับความจริง คือการปฏิเสธความรักของพระเจ้าซึ่งในทางปฏิบัติคือความรักต่อเพื่อนมนุษย์นั่นเอง ในที่สุดวัลชองจึงเลือกการหนีเป็นการปฏิบัติศาสนาที่พร้อมมูลที่สุด/p pนี่คืออารมณ์ความรู้สึกทางศาสนาที่รุนแรงและลึกซึ้ง เพราะกำกับการตัดสินใจของผู้ศรัทธาแม้ในยามวิกฤต เช่นเดียวกับการช่วยชีวิตชาแวร์ต และคำสัญญากับชาแวร์ตว่าเขาจะกลับมามอบตัว เมื่อได้พาคนเจ็บไปโรงพยาบาลแล้ว/p pในส่วนอารมณ์ความรู้สึกทางศาสนาของนักศึกษาปฏิวัตินั้น เห็นได้ชัดจนไม่จำเป็นต้องอธิบายให้ยาวความ แม้การปฏิวัติอาจไม่ใช่คำสอนของคริสต์ศาสนา แต่อารมณ์ความรู้สึกที่รุนแรงอันมีต่อพันธะของการปฏิวัตินั้น ไม่ต่างอะไรจากอารมณ์ความรู้สึกทางศาสนาของชาแวร์ตและวัลชองแต่อย่างใด/p pผมคิดว่าคุณลักษณะอย่างที่สองของศาสนาคืออารมณ์ความรู้สึกนี้ เป็นตัวชีวิตของศาสนา เพราะมันเชื่อมคุณลักษณะอย่างที่หนึ่งคือความรู้ความเข้าใจให้ต่อกับคุณลักษณะอย่างที่สามคือการปฏิบัติ หากไม่มีอารมณ์ความรู้สึกมาทำหน้าที่นี้ ศาสนาก็สูญเสียชีวิตไป อย่างที่เราพบได้ในพระพุทธศาสนาของไทยปัจจุบัน (หรือจะว่าไปก็ในการ "ถือศาสนา" อื่นของสังคมอื่นในโลกปัจจุบันอีกมาก)/p pstrongการ "ปฏิรูปศาสนา" ซึ่งกระทำในช่วงที่รัฐไทยกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ความเป็นรัฐสมัยใหม่ภายใต้ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ นอกจากทำให้องค์กรคณะสงฆ์ตกอยู่ใต้การกำกับควบคุมของรัฐอย่างเต็มที่แล้ว ยังตัดรอนเนื้อหาด้านอารมณ์ความรู้สึกทางศาสนาของชาวพุทธไทยออกไปจนหมดอีกด้วย เพราะปัญญาชนไทยผู้นำการปฏิรูปอาศัยตรรกะของวิทยาศาสตร์ และเหตุผลนิยมแบบตะวันตกในยุคสมัยนั้น เป็นบรรทัดฐานในการตีความพระพุทธศาสนาที่พึงได้รับคำรับรองจากรัฐ/strong/p pอารมณ์ความรู้สึกทางศาสนาของชาวพุทธไทยอยู่ที่ผี, เทวดา, เจ้าป่าเจ้าเขา, นรก, สวรรค์, อิทธิปาฏิหาริย์ ทั้งที่สอดคล้องและไม่สอดคล้องกับศีลธรรมแบบพุทธ ที่ไม่ละเมิดทรัพย์สินของผู้อื่นก็เพราะกลัวตกนรก ไม่ละเมิดทรัพย์สินสาธารณะก็เพราะกลัวผีหรือเทพซึ่งคุ้มครองสิ่งเหล่านั้นจะทำร้ายเอา แต่ความรู้ความเข้าใจพระพุทธศาสนาแบบนี้ขัดกับหลักวิทยาศาสตร์ จึงต้องถูกขจัดออกไปจากพระพุทธศาสนาที่ถูกปฏิรูปแล้ว (บางคนเรียกว่าพุทธศาสนาที่เป็นทางการ)/p pอำนาจของรัฐซึ่งขยายมากขึ้นทั้งทางกว้างและทางลึก ทำให้พระพุทธศาสนาแบบไทยซึ่งมีมาแต่เดิมถูกกีดกันกดทับมากขึ้น จนกระทั่งในสำนักคนทรงทุกวันนี้ พระพุทธรูปเป็นเพียงหนึ่งในบรรดาผีและเทพอีกหลายตนและองค์ที่ยกขึ้นบูชาบนหิ้งของอาจารย์ ความเกี่ยวพันกับพระพุทธศาสนาเหลือแต่สัญลักษณ์ แม้การทรงเจ้าเข้าผีเป็นอารมณ์ความรู้สึกทางศาสนาอย่างปฏิเสธไม่ได้ แต่ไม่ใช่อารมณ์ความรู้สึกทางศาสนาของพระพุทธศาสนาแน่/p pพระพุทธศาสนาที่เป็นทางการของไทยทุกวันนี้ เป็นศาสนาที่โหว่ตรงกลาง คือมีความรู้ความเข้าใจหลักธรรมคำสอน อาจดีกว่าสมัยโบราณด้วย เพราะอาจรู้กว้างขวางไปถึงคัมภีร์มหายานและวัชรยาน ซึ่งโบราณไม่รู้ แต่ความรู้ความเข้าใจเหล่านี้ไม่สู้จะมีผลไปสู่การปฏิบัติมากนัก เช่น เหลือคนถือศีลกินเพลในวันพระน้อยลงเต็มที อดเหล้าเข้าพรรษาทีก็ต้องรณรงค์กันขนานใหญ่ และไม่ได้ผลนักเพราะยอดจำหน่ายสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ/p pstrongนี่เป็นธรรมดาของศาสนาที่โหว่กลาง คือไม่มีส่วนที่เป็นอารมณ์ความรู้สึก ซึ่งเป็นสะพานเชื่อมโยงความรู้ความเข้าใจไปสู่การปฏิบัติ และนี่เป็นผลอย่างหนึ่งที่เกิดกับศาสนาในยามที่ศาสนาเหลือแต่คำสอน, องค์กรนักบวช, สื่อ และผู้อ้างตนเป็นคนดีอีกฝูงใหญ่ ฯลฯ เมื่อศาสนาขาดอารมณ์ความรู้สึก/strong/p pผมยังอยากหยั่งลงไปถึงผลพวงของความโหว่กลางของพระพุทธศาสนาแบบทางการของไทย ในด้านอื่นๆ ที่อาจไม่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาโดยตรง/p pความเฟื่องฟูของเครื่องรางของขลังและอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ต่างๆ ดังที่กล่าวข้างต้น ก็อาจมองได้ว่าเป็นผลพวงอีกอย่างหนึ่งของการที่พระศาสนาไม่มีอารมณ์ความรู้สึกทางศาสนา ผมไม่ได้หมายความว่าแต่ก่อนเขาไม่เล่นพระเครื่องนะครับ พระเครื่องเมื่อเริ่มเล่นกันแพร่หลายมากขึ้นนั้น เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกทางศาสนาทีเดียว เช่น การปลุกพระนั้นคืออารมณ์ความรู้สึกทางศาสนาอย่างแรง ชนิดที่จะเรียกว่า ecstasy ยังได้ แต่คุณของพระเครื่องอย่างพระสมเด็จนั้น แม้ปลุกขึ้น แต่จะเป็นผลได้จริง ผู้บูชาก็ต้องถือศีลห้าด้วย พระเครื่องในทุกวันนี้แทบไม่สัมพันธ์อะไรกับคำสอนในพระพุทธศาสนาอีกแล้ว เหลือแต่เพียงสัญลักษณ์เหมือนพระพุทธรูปเหนือหิ้งผีของ "อาจารย์" ใบ้หวยนั่นแหละ/p pสำนักสมาธิวิปัสสนาจำนวนมากริเริ่มและดำเนินการโดยฆราวาส รับ "สาวก" ได้จำนวนมากจนหลายแห่งทำในเชิงธุรกิจก็มี ความเฟื่องฟูของสมาธิวิปัสสนาคือการตอบสนองต่อสิ่งที่ขาดหายไปในพระพุทธศาสนาที่เป็นทางการ เพราะการทำสมาธิ (หากไม่ใช่พิธีกรรมแล้ว) คือเรื่องของอารมณ์ความรู้สึกทางศาสนาโดยตรง แม้แต่ได้ขณิกสมาธิในช่วงสั้นๆ ก็เปี่ยมล้นด้วยอารมณ์ความรู้สึกอย่างรุนแรง ส่วนจะนำไปสู่การทำวิปัสสนาหรือไม่เป็นคนละเรื่อง ก็ดังที่ทุกท่านทราบแล้วว่า การทำสมาธิไม่ได้เป็นสมบัติของพระพุทธศาสนาเพียงอย่างเดียว มีในทุกศาสนา หรืออาจทำโดยไม่ต้องเกี่ยวกับศาสนาอะไรเลยก็ได้/p pที่น่าสังเกตอีกอย่างหนึ่งในเรื่องนี้ก็คือ อาจารย์สำนักสมาธิจำนวนไม่น้อยที่มีศิษย์หาจำนวนมากนั้น เป็นผู้หญิง สตรีเพศเป็นพลังของอารมณ์ความรู้สึกทางศาสนาอย่างไร เป็นเรื่องยาวอีกเรื่องหนึ่งซึ่งยังไม่ขอคุยในที่นี้ เอาแต่ว่ามันเกี่ยวกันอย่างลึกซึ้งทีเดียว/p pผลอีกด้านหนึ่งของศาสนาที่ไร้อารมณ์ความรู้สึก ต้องดูจากลุงบุญมีผู้ระลึกชาติได้ ลุงบุญมีผู้ "ถือศาสนา" ที่ยังครบถ้วนด้วยอารมณ์ความรู้สึก มีความสัมพันธ์กับผู้คนอย่างผู้ร่วมทุกข์ด้วยกันกว้างขวางมาก ทั้งคนงานอพยพในไร่ เพื่อนบ้าน ผู้ดูแลพยาบาล ฯลฯ ไปจนถึงผีของเมียและญาติที่ตายไปแล้ว แม้จนผีในตำนานกำเนิดชาวอีสานก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตลุงบุญมี แต่เด็กหนุ่มที่บวชหน้าไฟให้ลุงบุญมี (เป็นลูกหรือหลาน ผมก็ไม่แน่ใจ) นั้นแทบจะหาความสัมพันธ์กับคนอื่นไม่ได้เลย เพราะเขาถือศาสนาที่ไร้มิติของอารมณ์ความรู้สึก เมื่อนั่งดูรายการข่าวในโทรทัศน์ ทุกคนนั่งเงียบกริบ เพราะข่าวโทรทัศน์กำลังพูดถึงคนอื่นในสังคมวงกว้าง ซึ่งตนไม่รู้ว่าจะเชื่อมต่อตนเองเข้าไปกับคนที่เป็นนามธรรมเช่นนั้นได้อย่างไร/p pและว่าที่จริงเขาเชื่อมต่อกับตัวเองยังไม่ได้ด้วยซ้ำ เมื่อเขาชวนน้าออกไปกินข้าวฟังเพลงในตอนท้ายเรื่องนั้น วิญญาณของเขาออกไปฟังเพลง หรือตัวเขาออกไปฟังเพลงกันแน่ เขาเองก็ไม่รู้และไม่สนใจ เพราะวิญญาณของเขาไม่ได้อยู่ในผ้าเหลืองมาแต่ต้นแล้ว ผ้าเหลืองเป็นการปฏิบัติศาสนาที่ไร้อารมณ์ความรู้สึกเท่านั้น/p pstrongหนังเรื่อง "ลุงบุญมีฯ" บอกเราว่า อารมณ์ความรู้สึกทางศาสนานั้น มีผลต่อความสัมพันธ์ทางสังคมของบุคคลด้วย เราเป็นหนึ่งในโครงข่ายความสัมพันธ์อันกว้างใหญ่ทั้งในชาตินี้และชาติก่อน หรือเป็นปัจเจกชนโดดๆ ที่ไม่เชื่อมโยงกับอะไรอีกเลย/strong/p pเมื่อหาอารมณ์ความรู้สึกทางศาสนากับพระพุทธศาสนาที่เป็นทางการไม่ได้ คนอีกจำนวนมากทีเดียวนำเอาอารมณ์ความรู้สึกทางศาสนานี้ไปให้แก่บุคคล และบุคคลที่ได้รับโอนอารมณ์ความรู้สึกทางศาสนาไว้ได้มากที่สุดคือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลปัจจุบัน มีผู้ถามว่าเมื่อราษฎรสามัญได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวโรกาสต่างๆ เหตุใดจึงต้องหลั่งน้ำตา ผมคิดว่าคำตอบก็คือเป็นอารมณ์ความรู้สึกทางศาสนา เหมือนคนโบราณได้เห็นพระบรมธาตุลอยไปในอากาศเป็นแสงรุ่งเรืองก่อนจะลับหายเข้าไปในพระบรมธาตุเจดีย์สักองค์หนึ่ง ชาวพุทธเรียกอาการอย่างนี้ว่า "ปีติ"/p pอารมณ์ความรู้สึกทางศาสนาไม่ได้อุบัติขึ้นโดยไร้ที่มาที่ไป หากคิดถึงข้อมูลข่าวสารที่ประชาชนได้รับผ่านสื่อมาแต่เล็กแต่น้อยเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ รวมไปถึงผลในทางปฏิบัติทั้งในโครงการหลวงและการเดินตามพระราชดำริในเรื่องต่างๆ หากมองจากคุณลักษณะสามด้านของศาสนา ประชาชนรับรู้เกี่ยวกับความรู้ความเข้าใจ และหนทางปฏิบัติซึ่งตนเองก็อาจมีส่วนร่วมโดยตรง เช่นโดยเสด็จพระราชกุศล จึงไม่แปลกอะไรที่คุณสมบัติด้านที่สองอันเกี่ยวกับอารมณ์ความรู้สึกทางศาสนาจะยึดกุมจิตใจของผู้ศรัทธาไปด้วย/p pstrongผมเชื่อว่า หากมองจากแง่มุมของความโหว่กลวงของศาสนา เราอาจอธิบายปรากฏการณ์ทางสังคมอีกหลายอย่างที่เกิดในสังคมไทยเวลานี้-ทั้งที่เกี่ยวกับศาสนาโดยตรง และเกี่ยวโดยเปรียบเทียบ-ว่าสัมพันธ์อย่างไรกับอารมณ์ความรู้สึกทางศาสนาซึ่งขาดหายไปในพระพุทธศาสนาแบบทางการของไทย/strong/p pnbsp;/p pstrongเผยแพร่ครั้งแรกใน:nbsp;/strongมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับ 20-26 ก.พ.2558br /strongที่มา:/stronga href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1425037443" มติชนออนไลน์/a/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="//feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/VVm6tgPp4So" height="1" width="1" alt=""/

ทิชา ณ นคร ลาออก สปช. และ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ

Sat, 28/02/2015 - 12:58
p"ทิชา ณ นคร" แจ้งลาออก 2 ตำแหน่งได้แก่ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ และกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญให้มีผล 1 มีนาคมนี้ ระบุไม่เคยคิดสมัคร สปช. แต่ผู้ใหญ่ขอ - 4 เดือนเต็มเพียงพอแล้วสำหรับภาวะปลาผิดน้ำ/p p!--break--!--break--/p p28 ก.พ. 2558 - ทิชา ณ นคร สมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้แจ้งขอลาออกจากการดำรงดำรงตำแหน่งทั้งสอง โดยมีรายละเอียดในจดหมายชี้แจงอยู่ในa href="https://www.facebook.com/photo.php?fbid=831402826933441amp;set=a.209924755747921.51381.100001911932080amp;type=1"เพจบ้านกาญจนาภิเษก กรมพินิจ/a ดังนี้/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm9.staticflickr.com/8610/16642845116_d394d38c51_z.jpg" style="width: 560px; height: 560px;" //p p style="margin-left: 40px;"emขอแจ้งการลาออกbr /จากสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)br /จากกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนูญ/em/p p style="margin-left: 40px;"emข้าพเจ้านางทิชา ณ นคร สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ลำดับที่ 091 และหนึ่งในสามสิบหกคนในคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ "ขอลาออกจากตำแหน่งทั้งสองคือสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ และกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2558"/em/p p style="margin-left: 40px;"emทิชา ณ นคร/em/p p style="margin-left: 40px;"emสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติbr /กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ/em/p pทั้งนี้ในสเตตัสของ a href="https://www.facebook.com/photo.php?fbid=831402826933441amp;set=a.209924755747921.51381.100001911932080amp;type=1"บ้านกาญจนาภิเษก กรมพินิจ/a ได้นำข้อความของทิชา ณ นคร มาเผยแพร่ด้วยว่า/p p style="margin-left: 40px;"em28-2-58 : ถึงเวลาที่ต้องหมดเวลากับบางภารกิจ !!!/em/p p style="margin-left: 40px;"em•) เบื้องต้นไม่ได้คิดจะสมัคร สปช. แต่ผู้ใหญ่ที่เคารพที่สุดขอมาและหาเจ้าหน้าที่มาช่วยดำเนินการด้านเอกสารจนเกือบสมบูรณ์/em/p p style="margin-left: 40px;"em•) ยกเว้น "วิสัยทัศน์" ที่เจ้าหน้าที่ไม่สะดวกใจจะเขียนให้ ...ป้าจึงเขียนความในใจเร็วๆ สั้นๆ/em/p p style="margin-left: 40px;"em•) ทราบว่าผ่าน 7000 กว่าคนเข้าไป...และต้องไปรายงานตัว/em/p p style="margin-left: 40px;"em•) นาทีนั้น...หาปริญญาบัตรไม่เจอ จนวันสุดท้าย ตั้งใจเบื้องต้นว่าจะไม่ไปรายงานตัว/em/p p style="margin-left: 40px;"em•) สายๆ นักข่าวสภาฯ โทรศัพท์มาถามว่า...เหลือป้าคนเดียวแล้วนะ (จาก 250 คน อีก 1 คน แจ้งแล้วว่าอยู่ต่างประเทศ) ที่ยังไม่มารายงานตัว/em/p p style="margin-left: 40px;"em•) เมื่อทราบเหตุผล นักข่าวก็ไปปรึกษาเจ้าหน้าที่สภาฯ ให้ สรุปว่า ส่งเอกสารภายหลังได้/em/p p style="margin-left: 40px;"em•) ในวันแสดงวิสัยทัศน์ในสภาฯ เพื่อไปเป็นคณะฯ ยกร่างรัฐธรรมนูญโดยการโหวตลับ.../em/p p style="margin-left: 40px;"em•) วันนั้นป้าต้องไปขึ้นศาลตามหมายเพื่อแถลงในฐานะผอ.ที่ปฎิเสธการให้ยาบางตัวแก่เยาวชนตามคำสั่งแพทย์และศาล/em/p p style="margin-left: 40px;"em•) ทุกทุเลมากกว่าจะฝ่าด่านจราจรจราจลให้ทันเวลาแสดงวิสัยทัศน์/em/p p style="margin-left: 40px;"em•) ในที่สุด...ผ่านโหวตในลำดับที่ 12 จาก ได้เป็น "กมธ."/em/p p style="margin-left: 40px;"em•) ต่อมาทราบว่าเงินเดือนจากภารกิจนี้เยอะมาก ... สำหรับป้า !!!/em/p p style="margin-left: 40px;"em•) จึงตัดสินใจ...หาที่บริจาคเงินบางส่วน ( 40 % ทุกเดือน ) ออกไปnbsp;/em/p p style="margin-left: 40px;"em•) 4 เดือนเต็มเพียงพอแล้วสำหรับ ... ภาวะปลาผิดน้ำ/em/p p style="margin-left: 40px;"emขอบคุณและขอโทษทุกคนนะคะ/em/p p style="margin-left: 40px;"emป้ามล : คนไท/em/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="//feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/r-NyOzPmCHA" height="1" width="1" alt=""/

ชุดนี้สีอะไร? ‘น้ำเงิน-ดำ’ หรือ ‘ขาว-ทอง’ คำตอบที่สายตา-การปรับภาพ

Sat, 28/02/2015 - 12:54
!--break--!--break-- pเกิดข้อถกเถียงกันทางสังคมออนไลน์กับสีขอwbrงกระโปรงชุดนี้nbsp;a data-ft="{quot;tnquot;:quot;*Nquot;,quot;typequot;:104}" href="https://www.facebook.com/hashtag/thedress"#TheDress/anbsp;ว่ามีสีน้ำเงิน-ดำ หรือ สีขาว-ทอง กันแน่nbsp;โดย ‘a href="https://www.facebook.com/BBCThai/photos/a.1527194487501586.1073741828.1526071940947174/1617916488429385/?type=1"บีบีซีไทย - BBC Thai/a’ รายงานด้วยว่ามีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตหลายสิบลwbr้านคนทั่วโลกมาออกความเห็นแwbrละถกเถียงกันถึงเรื่องสีที่wbrแท้จริงของชุดนี้ ทำให้เกิดเป็นกระแสโซเชียลมwbrีเดียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้wbrงหนึ่งเลยก็ว่าได้nbsp;/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm9.staticflickr.com/8561/16461439477_35ea725cb5_z.jpg" style="width: 600px; height: 600px;" //p pคำถามหลักในทางวิทยาศาสตร์มwbrีอยู่ว่าทำไมคนถึงมองเห็นสีwbrของชุดนี้ต่างกัน ศ.โบ ล็อตโต ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยwbrาแห่ง ยูนิเวอร์ซิตีคอลเลจ ลอนดอน เปิดเผยว่าพัฒนาการของสมองไwbrม่ได้เอื้อให้เราเห็นอะไรแบwbrบฟันธงแน่นอนแบบเป๊ะ ๆ แต่กลับช่วยให้เราแยกแยะควาwbrมแตกต่างระหว่างสิ่งต่าง ๆ คนเราเห็นสีภายใต้แสงแดดกับwbrสีภายใต้แสงไฟต่างกัน เขายกตัวอย่างว่า สมองจะสั่งให้เราสนใจที่ “ความแตกต่าง” ระหว่างสี มากกว่าที่จะให้เราสนใจไปทีwbr่ตัวสีเองnbsp;br /br /อย่างไรก็ดี ศ. ล็อตโตบอกว่าเราคงทำได้เพียwbrงแค่คาดการณ์ว่าทำไมคนจึงมอwbrงเห็นสีของชุดที่อยู่ในภาพตwbr่างกัน บางคนเห็นเป็นสีน้ำเงิน บางคนเห็นเป็นขาว เขาชี้ว่าอาจเป็นเพราะว่าบาwbrงคนสนใจความแตกต่างระหว่างสwbrีของชุด บางคนสนใจความแตกต่างระหว่าwbrงชุดกับพื้นหลังของภาพ ทำให้เห็นสีในอีกลักษณะหนึ่wbrง หรือคนอื่น ๆ อาจมองภาพนี้โดยเปรียบเทียบwbrสีในจอคอมพิวเตอร์และสภาพแวwbrดล้อมรอบตัว จึงทำให้เห็นต่างกันออกไปnbsp;br /br /บีบีซีไทย รายงานถึงประเด็นที่น่าสนใจอีกประเด็น คือ เหตุใดภาพนี้จึงได้รับความนwbrิยมในโลกออนไลน์อย่างรวดเร็wbrวนัก เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อwbrสุดสัปดาห์ที่แล้ว เมื่อคู่รักกำลังจะจัดงานแตwbr่งงานที่เกาะแห่งถึงแถบสกอตwbrแลนด์ แม่ของเจ้าสาวส่งภาพนี้ไปใหwbr้ตัวเจ้าสาวเพื่อถามความเห็wbrน เมื่อเจ้าบ่าวและเจ้าสาวมองwbrเห็นภาพแล้วต่างมีความเห็นไwbrม่ตรงกันจึงโพสต์ภาพนี้ลงบนwbrเฟซบุ๊กเพื่อถามความเห็นจากwbrเพื่อน ๆ ของพวกเขา หนึ่งในเพื่อนของพวกเขาชื่อwbrว่า เคทลิน แม็คนีล ซึ่งเป็นนักดนตรีที่บรรเลงเwbrพลงในงานแต่งนั้นได้รีโพสต์wbrภาพดังกล่าวบนทัมเบลอร์เมื่wbrอประมาณ 2 ทุ่มของคืนวานตามเวลาท้องถิwbr่นเพื่อขอความเห็นจากเพื่อนwbrnbsp;ๆ ของเธอเช่นกัน หลังจากนั้นอีก 3 ชั่วโมง เว็บไซต์บัซฟีดได้นำเรื่องนwbrี้ไปเผยแพร่ และทำรายงานสำรวจความคิดเห็wbrนถึงสีของชุดเดรสดังกล่าวnbsp;br /br /เมื่อดูจากสถิติการแชร์ การโพสต์ และการใช้แฮชแท็กnbsp;a data-ft="{quot;tnquot;:quot;*Nquot;,quot;typequot;:104}" href="https://www.facebook.com/hashtag/whiteandgold"#whiteandgold/anbsp;บนทวิตเตอร์แล้วจะเห็นได้ว่wbrาเมื่อเวลาประมาณ 2 ทุ่มคืนวานตอนที่เคทลิน แม็คนีลโพสต์ภาพบนทัมเบลอร์wbrสถิติความเคลื่อนไหวต่าง ๆ บนโลกออนไลน์ยังไม่เพิ่มอย่wbrางรวดเร็วนัก แต่เมื่อบัซฟีดเผยแพร่เรื่อwbrงเกี่ยวกับภาพนี้เมื่อเวลา 5 ทุ่มตามเวลาท้องถิ่นสถิติควwbrามเคลื่อนไหวบนโลกออนไลน์เกwbrี่ยวกับภาพนี้พุ่งสูงขึ้นมาwbrก และเมื่อประมาณตี 1 ของวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น ทำให้เกิดกระแส #TheDress ขึ้นมาnbsp;br /nbsp;/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pspan style="color:#0000cd;"strongทิศทางการปรับสีของแสงโดยตาของแต่ละคน/strong/span/p pเจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ นักวิชาการด้ายชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ‘a href="https://www.facebook.com/photo.php?fbid=599380633525908amp;set=a.341092282688079.1073741827.100003619303769amp;type=1"Jessada Denduangboripant/a’ ถึงกรณีนี้ด้วยว่า ของจริงๆ นั้นเป็นสีน้ำเงินดำ แต่โดนถ่ายรูปย้อนแสงสีมันเลยเพี้ยนมากลายเป็นสีเหลือบๆ ตรงสีน้ำเงินก็ดูอมฟ้าๆ ขาวๆ ตรงสีดำก็ดูอมทองๆ น้ำตาลๆ และสายตาคนเราแต่ละคนนั้นจะมองเห็นสีต่างๆ ไม่ได้เหมือนกัน 100% อยู่แล้ว ไม่แปลกอะไร/p pที่นี้มาขยายต่อถึงความน่าสนใจจำเพาะของรุปนี้ คือ ที่เถียงๆ กันอยู่ว่าชุดสีอะไรนั้น มันเกี่ยวข้องกับตาของเราแต่ละคนเองด้วยว่า มีการปรับค่าสีของแสงไปในทิศทางใด เมื่อเห็นภาพที่มีฉากหลังเป็นแสงขาวสว่างๆ ในธรรมชาติ แสงแดดนั้นมีการเปลี่ยนแปลงค่าสีอยู่ตลอดเวลา เช่น ออกสีแดงชมพูๆ ตอนเช้ามืด ออกสีฟ้าๆ ตอนเที่ยง และสีแดงจัดตอนอาทิตย์ตก สายตาของคนเรานั้นจะพยายามปรับค่าสีของแสง ชดเชยให้ถูกต้องมากขึ้นจะได้เห็นภาพต่างๆ ที่สีสันไม่ผิดเพี้ยน/p pเจษฎา ระบุด้วยว่า คนเราแต่และคนก็จะมีความแตกต่างกันในการปรับค่าสี ตาบางคนก็ชดเชยค่าสีฟ้า ซึ่งจะทำให้เค้ามองเห็นชุดเดรสนี้เป็นสีขาวสลับทอง ขณะที่ตาบางคนก็ชดเชยค่าสีทอง ซึ่งจะทำให้เค้ามองเห็นเป็นสีน้ำเงินสลับดำ/p pที่ยิ่งกว่านั้นคือ ภาพชุดเดรสนี้อยู่บนพื้นหลังที่ออกไปทางสีขาวสว่าง ซึ่งทำให้ตาของเราต้องชดเชยค่าสีของแสงมากขึ้นไปอีก ถ้าภาพชุดเดรสไปอยู่บนพื้นหลังที่สีดำ ภาพที่ตาของเรามองเห็นก็จะเข้าสู่ค่าความเป็นจริงมากขึ้น/p p“ลองจ้องดูรูปที่ผมทำข้างล่างนี้ ทีละข้าง ข้างละนานๆ หน่อย หลายคนน่าจะรู้สึกได้ว่าชุดเดรสที่เห็นในด้านซ้ายและด้านขวานั้นสีไม่เหมือนกัน ทั้งๆ ที่มีภาพเดียวกันแท้ๆ” เจษฎา ระบุ พร้อมโพสต์ภาพชุดเดรสที่มีพื้นหลังขาวกับดำ/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://scontent-sin.xx.fbcdn.net/hphotos-xfp1/t31.0-8/10857173_599380633525908_3539488310739989434_o.jpg" style="width: 600px; height: 325px;" //p p style="text-align: center;"emspan style="color:#ff8c00;"ภาพจาก ‘/spana href="https://www.facebook.com/photo.php?fbid=599380633525908amp;set=a.341092282688079.1073741827.100003619303769amp;type=1"span style="color:#ff8c00;"Jessada Denduangboripant/span/aspan style="color:#ff8c00;"’nbsp;/span/em/p pspan style="color:#0000cd;"strongทำลองปรับ /strongstrongWB/strong/span/p p style="text-align: center;"strongimg alt="" src="https://farm9.staticflickr.com/8683/16668724585_a449985cf6.jpg" style="width: 500px; height: 500px;" //strong/p pจามร ศรเพชรนรินทร์ นักทำสารคดี ได้โพสต์วิดีโอคลิปผ่านยูทูป ‘a href="https://www.youtube.com/watch?v=iULTm070yQQamp;feature=youtu.be"strongjamon sonpednarin/strong/a’ ทดลองนำภาพดังกล่าวไปปรับไวท์บาลานซ์ผ่านโปรตัดต่อจากสี ‘น้ำเงิน-ดำ’ กลายเป็นสี ‘ทอง-ขาว’/p p style="text-align: center;"iframe allowfullscreen="" frameborder="0" height="315" src="https://www.youtube.com/embed/iULTm070yQQ" width="560"/iframe/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm9.staticflickr.com/8675/16481318240_4484d4e7d4_z.jpg" style="width: 600px; height: 364px;" //p p style="text-align: center;"emspan style="color:#ff8c00;"ภาพจากร้านnbsp;/spana href="http://www.romanoriginals.co.uk/invt/70931?colour=Ivory"span style="color:#ff8c00;"romanoriginals.co.uk/span/a/em/p pและจากการตรวจสอบภาพชุดดังกล่าวมีลักษณะคล้ายชุดที่ประกาศขายทางเว็บไซต์ a href="http://www.romanoriginals.co.uk/invt/70931?colour=Ivory"romanoriginals.co.uk/a ของร้าน Roman Originals โดยระบุว่าชุดดังกล่าวเป็นสี ‘น้ำเงิน-ดำ’ ในราคา 50 ปอนด์/p pnbsp;/p pnbsp;/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="//feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/lXe9v-yFUvY" height="1" width="1" alt=""/