ประชาไท

Syndicate content
Updated: 9 min 59 sec ago

ตำรวจ 'บอลติมอร์' ถูกคณะลูกขุนสั่งฟ้องกรณีทำผู้ต้องสงสัยเสียชีวิตขณะจับกุม

Sun, 24/05/2015 - 22:16
pในกรณีของ เฟรดดี เกรย์ คนผิวดำที่เสียชีวิตหลังถูกตำรวจในบอลติมอร์จับกุมและได้รับบาดเจ็บสาหัสขณะโดยสารรถ คณะลูกขุนใหญ่เมืองบอลติมอร์สั่งฟ้อง จนท. ที่เกี่ยวข้องแล้วในหลายข้อหา รวมถึงข้อหากระทำการโดยจงใจไม่คำนึงถึงชีวิตผู้คนจนเป็นเหตุให้เกิดการเสียชีวิต/p p!--break--!--break--/p pbr /23 พ.ค. 2558 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (21 พ.ค.) คณะลูกขุนใหญ่เมืองบอลติมอร์สั่งฟ้องเจ้าหน้าที่ตำรวจ 6 ที่เกี่ยวข้องกับกรณีการจับกุมตัวชายผิวดำที่ชื่อเฟรดดี้ เกรย์ ผู้เสียชีวิตจากอาการบาดเจ็บหลังถูกจับขึ้นรถตำรวจ หลังจากที่ก่อนหน้านี้มาริลิน มอสบี อัยการมลรัฐประจำเมืองบอลติมอร์ประกาศตั้งข้อหาตำรวจในกรณีดังกล่าว/p pสำนักข่าวอัลจาซีรารายงานว่าก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ถูกตั้งข้อหากักขังโดยมิชอบด้วยกฎหมายแต่คณะลูกขุนใหญ่เพิกถอนข้อหานี้ อย่างไรก็ตามมีการสั่งฟ้องเพิ่มในข้อหากระทำการโดยประมาทอันส่งผลให้เกิดอันตราย นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่บางคนที่ถูกสั่งฟ้องในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไม่ได้เจตนา ข้อหากระทำการโดยจงใจไม่คำนึงถึงชีวิตผู้คนจนเป็นเหตุให้เกิดการเสียชีวิต (second-degree “depraved heart” murder) ข้อหาประพฤติมิชอบในหน้าที่จากการจับกุมอย่างผิดกฎหมาย ข้อหาประพฤติมิชอบในหน้าที่จากการละเลยความปลอดภัยของผู้ต้องขัง และข้อหาทำร้ายร่างกาย/p pมอสบี เปิดเผยว่าทางอัยการนำเสนอหลักฐานให้กับคณะลูกขุนเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว และการสั่งฟ้องของคณะลูกขุนในบางข้อหามาจากข้อมูลใหม่เกี่ยวกับคดี/p pกรณีของเฟรดดี เกรย์ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 เม.ย. เขาถูกตำรวจจับกุมและถูกพาขึ้นรถตำรวจ แต่ต่อมาก็พบว่าได้รับบาดเจ็บสาหัสที่คอและถูกนำส่งโรงพยาบาลจนกระทั่งเสียชีวิตในวันที่ 19 เม.ย. ซึ่งเกรย์ถูกจับขึ้นรถโดยเอาถูกใส่กุญแจมือไว้และมีการเอาหัวเข้าไปก่อนอีกทั้งยังไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจคนใดคาดเข็มขัดนิรภัยให้เขาซึ่งถือเป็นการละเมิดนโยบายของตำรวจ นอกจากนี้รถคันดังกล่าวยังมีการหยุดหลายครั้งและรับผู้โดยสารเพิ่มเมื่อรถไปถึงที่สถานีตำรวจเขตตะวันตกของบอลติมอร์ก็พบว่าเกรย์หมดสติแล้ว/p pหลังการเสียชีวิตของเกรย์มีประชาชนในบอลติมอร์ออกมาประท้วงแสดงความไม่พอใจจนเกิดเหตุการณ์โกลาหล อีกทั้งยังเป็นการจุดชนวนให้เกิดการเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับคนผิวคำที่ถูกใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุอีกครั้งในสหรัฐฯ/p pbr /strongเรียบเรียงจาก/strong/p pa href="http://america.aljazeera.com/articles/2015/5/21/grand-jury-indicts-baltimore-police-in-death-of-freddie-gray.html"Grand jury indicts Baltimore police in death of Freddie Gray/a, Aljazeera, 21-05-2015br /nbsp;/p pstrongเรื่องที่เกี่ยวข้อง/strong/p pa href="http://www.prachatai.com/journal/2015/05/59080"อัยการบอลติมอร์ตั้งข้อหา 6 ตร. คดี 'เฟรดดี เกรย์' หลังการประท้วงต่อเนื่อง/abr /nbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/JvCOZYXOErI" height="1" width="1" alt=""/

ราตรีอันแสนยาวนาน: เบื้องหลังการเจรจากรณีการจับกุม นศ.กิจกรรม1ปี รัฐประหาร

Sun, 24/05/2015 - 21:30
pวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความจากกลุ่มนักกฎหมายอาสาเพื่อสิทธิมนุษยชน ( กนส.) บันทึกความทรงจำในเหตุการเจรจาต่อรองให้มีการปล่อยตัว 38 นักศึกษาที่ถูกจับกุมโดยเจ้าหน้าที่รัฐในเหตุการณ์ชุมนุมครบรอบ 1 ปี รัฐประหาร คสช./p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"strong๐๐๐๐/strong/p pบันทึกนี้เขียนขึ้นจากเหตุการณ์จริงที่ผู้เขียนประสบด้วยตนเอง หากมีข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากนี้nbsp; ผู้เขียนขอสงวนไว้สำหรับผู้อื่นnbsp; ทั้งนี้ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตั้งแต่เวลาnbsp; 21 นาฬิกา ของวันที่ 22 พฤษภาคม 58nbsp; จนถึงเวลา 6 นาฬิกา 11 นาที ของวันที่ 23พฤษภาคม 58 ”หนึ่งปี ของการรัฐประหาร”/p h4br /strongนักศึกษาnbsp; 38nbsp; คน ถูกจับหน้าหอศิลป์/strong/h4 pภายหลังทำกิจส่วนตัวในเวลาเกือบสามทุ่ม ผู้เขียนทราบข่าวจากทางโซเชียลมีเดียว่า นักศึกษาหลายคนที่ไปแสดงออกเชิงสัญญลักษณ์ทางการเมือง ในวาระครบ 1 ปี การทำรัฐประหาร หรือ การยึดอำนาจของ คสช. ที่หน้าหอศิลป์ฯ แยกปทุมวัน ถูกจับกุมหลายสิบคน และมีบางคนได้รับบาดเจ็บnbsp; จึงโทรศัพท์หาทนายรุ่นน้อง คือทนายอานนท์nbsp; นำภาnbsp; จากศูนย์ทนายความสิทธิมนุษยชน (คนละกลุ่มกับผู้เขียน แต่มีความตั้งใจช่วยเหลือประชาชนตามสิทธิมนุษยชนเหมือนกัน ) nbsp;แล้วตัดสินใจขับรถไปสน.ปทุมวันทันทีnbsp;nbsp; ไปถึงที่นั่น สามทุ่มเศษ ได้พบประชาชนร่วมร้อยคนยืนพูดคุยจับกลุ่มที่ลานหน้า สน.ปทุมวันnbsp; ผมได้พบมิตรสหายในสายสื่อมวลชน ผู้สื่อข่าวnbsp; นักสิทธิมนุษยชน เช่น คุณสุณัย ผาสุขนักเคลื่อนไหวทางการเมืองnbsp; ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน อาจารย์มหาวิทยาลัยหลายท่าน อาทิ อ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล , อ.ธีระnbsp; สุธีวรางกูร ,อ.ปูนเทพnbsp; ศิริพงษ์, อ.วิโรจน์nbsp; อาลีnbsp; , อ.อนุสรณ์nbsp; อุณโณ, อ.สุดสงวน สุธีสร nbsp;อ.สุธาชัยnbsp; ยิ้มประเสริฐ และอีกหลายท่านที่มาให้กำลังใจนักศึกษา/p pผู้เขียนเริ่มจากการสอบถามว่านักศึกษาหาข้อมูลข้อเท็จจริงเบื้องต้นจากหลายคนที่อยู่ที่นั่น nbsp;ทราบว่าถูกจับ และถูกแยกคุมตัวไว้ 3 ห้องnbsp; แยกเป็น ห้องใหญ่nbsp; 20 คน ห้องขนาดกลาง 11 คนnbsp; และห้องขนาดเล็ก 5 คน มีผู้บาดเจ็บถูกส่งตัวไปโรงพยาบาล 2 คนnbsp; รวมทั้งสิ้น 38 คนnbsp; เข้าใจว่าแยกตามพฤติการณ์จาการทำกิจกรรมnbsp; ส่วนห้องที่สี่nbsp; คือห้องของพนักงานสอบสวนที่ถูกปิดล็อคด้วยระบบสแกนลายนิ้วมือnbsp; การเข้าออกของผู้ไม่เกี่ยวข้องเป็นไปได้ยาก นอกจากได้รับอนุญาต เนื่องจากในห้องนั้น มีนายตำรวจระดับสูงของนครบาล ผู้กำกับ สารวัตรฯnbsp; นายทหารระดับผู้การคุมเหตุการณ์ นายทหารพระธรรมนูญ จนท.ทหารนอกเครื่องแบบnbsp; และพนักงานสอบสวนอีกหลายสิบนาย เป็นศูนย์ปฏิบัติการในคืนนั้น/p h4br /strongกระบวนการทางคดีเริ่มต้นแล้ว/strong/h4 pผู้เขียนทราบว่า มี อ.ปริญญาฯ และ คุณสุณัย ผาสุข ซึ่งอยู่ที่นั่นก่อนที่ผู้เขียนจะไปถึงได้เจรจากับเจ้าหน้าที่และกลุ่มนักศึกษาอยู่ก่อนแล้ว แต่ยังหาข้อยุติไม่ได้ สิ่งที่เกิดขึ้นทราบว่า นักศึกษามีการตกลงกันว่าจะไม่ยอมรับเงื่อนไขใดๆจากฝ่ายเจ้าหน้าที่nbsp; แม้กระทั่งการให้ชื่อสกุลของแต่ละคนnbsp; และนั่นคือ ความยากที่จะหาข้อยุติnbsp; แต่สิ่งที่หนึ่งที่ดำเนินการไปแล้วคือการคัดแยกบุคคลที่จะต้องถูกดำเนินคดีและแจ้งข้อหาในคืนนั้น 9 คนnbsp; จากทั้งหมดnbsp; 38nbsp; คนnbsp; อ.ปริญญา ได้แจ้งแก่นักศึกษาทั้งหมดว่า จะมีการขอชื่อที่อยู่ และสอบประวัติไว้ จากนั้นจะดำเนินคดีกับนักศึกษา 9 คน ตามหลักฐานของตำรวจที่ได้รวบรวมไว้ แต่ไม่มีใครรู้ว่า 9nbsp; คนนั้นเป็นใครบ้างnbsp; ส่วนที่เหลืออีก 29 คนnbsp; จะถูกปล่อยตัวไป นี่คือข้อตกลงที่ผู้เขียนรับทราบจากผู้กำกับฯ สน.ปทุมวันnbsp;nbsp;br /br /เหตุการณ์ดูเหมือนจะจบลงได้ตามแนวทางที่เจ้าหน้าที่ตั้งใจไว้nbsp; มีการเริ่มนำนักศึกษาบางส่วนมาสอบปากคำตามกระบวนการทำประวัติnbsp;nbsp; แต่เหตุการณ์กลับไม่ง่ายเหมือนที่หวัง เมื่อนักศึกษามีเงื่อนไขว่า ต้องไม่มีการสอบประวัติหรือมีเงื่อนไขว่าจะปล่อยเพียงบางคน และถ้าดำเนินคดีกับบางคน นักศึกษาทั้งหมดจะไม่ยินยอมและจะไม่ยอมกลับบ้าน ทำให้การสอบปากคำที่กำลังเริ่มขึ้นต้องยุติลง เพราะมีกำแพงใจหนามากั้นไว้ เพราะนักศึกษาเชื่อว่าตนเองไม่ได้กระทำความผิด และไม่ควรถูกกระทำจากเจ้าหน้าที่ด้วยการใช้ความรุนแรงnbsp;br /br /สิ่งที่อาจเกิดตามมาก็คือการต้องดำเนินคดีกับนักศึกษาทั้งหมดnbsp; ตามกฎหมายที่ออกมาควบคุมพิเศษ คือ ตามประกาศ หัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 นั่นเอง นั่นคือ คำยืนยันจากเจ้าหน้าที่ระดับสูง/p h4br /strong3 ห้องกับการพูดคุยยกแรก/strong/h4 pผู้เขียนได้พูดคุยกับผู้กำกับ สน.ปทุมวัน ได้แก่ พ.ต.อ.จารุต ศรุตยาพร และเจ้าหน้าที่ที่ทำงานการข่าวบางคน ได้รับแจ้งให้ทราบแนวทางของเจ้าหน้าที่ตำรวจnbsp; และให้โอกาสผู้เขียนได้เข้าพบน้องนักศึกษาทั้ง 3 ห้องnbsp; ผู้เขียนขอเริ่มที่ห้องขนาดกลางก่อนnbsp; ผู้เขียนบอกตามตรงว่าไม่เคยรู้จักน้องๆเหล่านี้มาก่อนเป็นการส่วนตัว แต่การทำงานที่ผ่านมาได้ทราบข้อมูลนักศึกษากลุ่มนี้พอสมควรnbsp; ความไม่รู้จักกันจึงเป็นเรื่องยากที่จะพูดคุยกับเขาเหล่านั้นnbsp; แต่ด้วยเจตนาดีที่อยากช่วยไม่ให้น้องๆต้องถูกดำเนินคดี และต้องการให้พวกเขามีอนาคตต่อไปในทางที่ดี ออกมาสู้ตามวิถีอย่างปัญญาชนnbsp; จึงไม่คิดอะไร สิ่งที่เดียวที่คิดคือจะทำให้ดีที่สุด ตามแนวทางของการทำงานของทนายความnbsp;br /br /สิ่งแรกที่ผมพูดกับน้องๆ คือnbsp; ให้กำลังใจและชื่นชมที่แสดงออกทางการเมืองตามสิทธิพลเมือง และเข้าใจถึงการออกมาเคลื่อนไหวแสดงออกในครั้งนี้อย่างดีnbsp; สิ่งที่ผู้เขียนมองเห็นขณะนั้น nbsp;คือ ความเหนื่อยล้า ความวิตกกังวล ความรู้สึกอื่นๆที่ยากจะรู้ได้อีกnbsp; ภาพที่ปรากฎในห้องแรกนี้ คือ มีน้องนักเรียนคน 2 คน อายุน้อยสุด 16nbsp; ปี อีกคนสวมชุดนักเรียนnbsp; บางคนสวมชุดนักศึกษาnbsp; ผู้เขียนรู้สึกทันทีว่าnbsp; ต้องช่วยให้ถึงที่สุดเพราะพวกเขายังมีอนาคตnbsp; และคำพูดที่ออกไป คือnbsp;strong "การต่อสู้ของน้องๆยังต้องดำเนินต่อไปnbsp; หาใช่จะมีเฉพาะวันนี้nbsp; ทำอย่างไรให้ตัวเองมีโอกาสได้ยืนหยัดต่อสู้ได้อีกnbsp; และมีอนาคตในทางสังคม เป็นกำลังสำคัญให้กับคนในครอบครัว”nbsp;/strongnbsp; มันเป็นเรื่องยากมากที่จะพูดกับวัยรุ่น กับวัยนักศึกษา เพราะพวกเขามีพลังหนุ่มสาวอยู่เต็มเปี่ยมnbsp; เลือดการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและตามวิธีคิดที่พวกเขาเชื่อมีสูงมากnbsp; และดูเหมือนว่า พร้อมกับการที่ต้องแลกด้วยการการต่อสู้ที่อาจเสื่อมเสียอิสระภาพnbsp; การศึกษา nbsp;ร่างกาย หรืออาจถึงชีวิตnbsp; แต่นั่นมิใช่สิ่งที่ผู้เขียนและหลายคนอยากให้เกิดขึ้นnbsp;nbsp;/p pข้อเสนอของเจ้าหน้าที่ดังกล่าวถูกปฏิเสธในทันที ที่ผู้เขียนได้พูดจบลง น้องๆยืนยันว่า เราต้องไปด้วยกัน เราจะไม่ทิ้งกัน ประโยคนี้สั้นจะได้ใจความnbsp; ผู้เขียนทราบดีถึงความรู้สึกร่วมกันแบบนี้ เพราะเคยผ่านการต่อสู้แบบนี้มาnbsp;nbsp; สถานการณ์ในห้องแรก ทำให้รู้คำตอบอีก 2 แล้ว nbsp;แต่ผู้เขียนก็ได้รับโอกาสจากผู้กำกับฯให้พบอีก 2 ห้องnbsp;/p pต่อมาเดินมาที่ห้องใหญ่nbsp; ผมจึงขออนุญาตผู้กำกับฯ ให้ อ.ธีระฯ ช่วยกันอีกแรงหนึ่ง ห้องนี้ห่างกับห้องกลางประมาณ 50 เมตร เป็นคนละอาคาร ห้องนี้มีนักศึกษาชายอยู่นับสิบคน มีนักศึกษาหญิง 2-3 คนnbsp; ทราบว่าเป็นห้องที่ค่อนข้างมีพลังมากnbsp; จึงถูกคุมจากตำรวจและทหารนอกเครื่องแบบหลายสิบนายnbsp; ผมเดินเข้าห้องไป แนะนำตัวและแจ้งแนวทาง และมอบความปราถนาดีให้พวกเขาได้คิดnbsp; แต่ก็ถูกปฏิเสธและมีเงื่อนไขใหม่เกิดขึ้นในทันที คือ ขอให้พวกเขาทั้งหมดที่แยกคุมทั้ง 3 ห้อง มารวมตัวและปรึกษากันอีกครั้งnbsp; ผมรู้ทันทีว่า เป็นไปไม่ได้nbsp; เพราะนั่นทำให้เจ้าหน้าที่เกิดความลำบากและอาจเกิดสิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นอีก แต่ผู้เขียนก็รับปากว่าจะไปคุยให้ตามที่ร้องขอnbsp; มาถึงตอนนี้เวลาเดินไปที่เกือบห้าทุ่มแล้วnbsp; การพูดคุยห้องเล็ก ก็ได้รับคำตอบอย่างเดียวกัน แต่ห้องนี้พูดคุยง่ายที่สุด/p pbr /strongการเจรจารอบใหม่มีขึ้นอีกครั้ง/strong/p pจากการพูดคุยทั้งสามห้องพบว่านักศึกษามีจิตใจของนักสู้สูงมาก และเป็นไปในแนวทางเดียวกันnbsp; ผู้เขียนจึงได้ปรึกษากับผู้กำกับฯ และคุณnbsp;span style="color: rgb(55, 62, 77); font-family: helvetica, arial, 'lucida grande', sans-serif; line-height: 15.3599996566772px; white-space: pre-wrap; background-color: rgb(219, 237, 254);"บุรินทร์ ทองประไพ /spanนายทหารพระธรรมนูญ ว่าขอนำเสนอแนวทางเพื่อไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายและยุติได้ในทางสันติ พูดถึงสถานการณ์ที่อาจบานปลาย และอาจเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ต่อผู้ใช้อำนาจอย่างรุนแรงขึ้นอีก nbsp;โดยขอให้ปล่อยตัวนักศึกษาทั้งหมดในคืนนี้ไป โดยจะขอชื่อที่อยู่ไว้ แต่ไม่ควรตั้งข้อหาหรือดำเนินคดี เหตุผลคือ เพราะเห็นว่า การเคลื่อนไหวแสดงออกของนักศึกษามิได้ก่อให้เกิดความวุ่นวาย หากแต่เป็นการแสดงออกเชิงสัญญลักษณ์ทางการเมือง หรือเป็นแสดงออกที่ไม่ถึงขนาดเป็นความผิดนั่นเอง nbsp;/p pข้อเสนอของผู้เขียนถูกนำไปแจ้งผู้บังคับบัญชาระดับสูงของตำรวจในห้องศูนย์ปฏิบัติการ และก็ได้รับโอกาสให้มีการพูดคุยเจรจากันอีกครั้งnbsp; คราวนี้ นอกจากผู้เขียนแล้ว ยังมีอ.ปริญญาnbsp; อ.ธีระnbsp; อ.วิโรจน์nbsp; และ อ.อนุสรณ์nbsp; อุณโณnbsp;nbsp; เข้าร่วมการเจรจาnbsp; การพูดคุยเริ่มยกข้อเท็จจริงที่พูดคุยกับนักศึกษา ไม่ว่าจะเป็นการเข้าจับกุม การบาดเจ็บ การดำเนินคดี การปล่อยตัว และการตั้งเงื่อนไข การเจรจาดำเนินไปกว่า 30 นาที ได้ข้อยุติเบื้องต้น คือ เจ้าหน้าที่ยืนยันต้องมีการดำเนินคดีกับนักศึกษาบางคนที่มีประวัติและเคยเคลื่อนไหวมาแล้ว มีพฤติการณ์กระทำความผิดกฎหมายและอาจพิจารณาให้ประกันตัวออกไปในชั้นฝากขังที่ศาลทหารในวันรุ่งขึ้นnbsp;nbsp; ส่วนที่เหลือจะปล่อยตัวไปแบบมีเงื่อนไขว่าห้ามชุมนุมเคลื่อนไหวอีก โดยไม่ตั้งข้อหาnbsp; และข้อเรียกร้องของนักศึกษา ที่จะขอรวมตัวกันเพื่อปรึกษาก็ถูกปฏิเสธจากเจ้าหน้าที่อย่างที่คิดไว้nbsp; nbsp;จากนั้นผู้เขียนและคณาจารย์ได้ปรึกษาหารือกัน และมีความเป็นไปได้ที่จะถูกนำตัวไปยังค่ายทหารซึ่งจะทำให้การเข้าไปดูแลเป็นไปด้วยความยากลำบากnbsp;nbsp;nbsp; จึงไม่รอช้าที่ว่าจะเริ่มพุดคุยในห้องเล็กก่อน ห้องนี้เริ่มมีคำถามว่า ใครจะเป็นผู้ถูกดำเนินคดี และจะมีหลักประกันใดๆที่ปล่อยตัวไปแล้วจะไม่มีการมาถูกจับดำเนินคดีในภายหลัง การพูดคุยกับนักศึกษาเกิดขึ้นทีละห้องจนครบทั้งสามห้อง ผู้เขียนและคณาจารย์ถูกเร่งเร้าให้ได้รับคำตอบอย่างต่อเนื่อง เพราะผ่านไปหลายชั่วโมงจนดึกไม่มีข้อยุติbr /nbsp;/p h4strongสถานการณ์เปลี่ยน/strong/h4 pระหว่างที่นำแนวทางที่เจรจากับเจ้าหน้าที่และให้เวลานักศึกษาปรึกษากันเพื่อให้คำตอบอยู่นั้น เวลาผ่านเข้าสู่วันใหม่อย่างรวดเร็วnbsp; ประมาณ 2 นาฬิกา ห้องใหญ่เกิดปัญหาขึ้น ระหว่างที่ผู้เขียนได้ขออนุญาตเจ้าหน้าที่ให้พานักศึกษา 1-2 คนเพื่อพบและพูดคุยให้ยอมรับเงื่อนไขการปล่อยตัวnbsp; ผู้เขียนเดินกลับไปที่ห้องใหญ่อีกครั้งหนึ่งnbsp;nbsp; สิ่งที่พบคือ นายทหารระดับสูงที่บัญชาการเหตุการณ์พร้อมคณะได้เข้าไปพูดคุยกับนักศึกษาห้องใหญ่ เกิดการโต้เถียงเสียงดัง เล็ดลอดออกมาภายนอกห้อง strongแต่เราไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปภายในห้องดังกล่าว ได้แต่คอยสังเกตการณ์ว่าจะมีการทำร้ายร่างกายกันหรือไม่nbsp;nbsp; แต่ก็เป็นไปด้วยดีว่ามีไม่การลงมือลงไม้กันเกิดขึ้นnbsp; /strongbr /br /สิ่งที่ได้รับแจ้งจากจากเจ้าหน้าที่ในเวลาต่อมาnbsp;nbsp; คือnbsp; ถ้านักศึกษาทั้งหมดไม่ยินยอมที่จะให้มีการทำประวัติแจ้งชื่อที่อยู่ไว้ และจะถูกตั้งข้อหาดำเนินคดีฝ่าฝืนประกาศคสช. 9 คนnbsp; จะต้องถูกดำเนินคดีทั้ง 38 คนnbsp; อย่างไม่มีเงื่อนไขใดๆอีกnbsp; nbsp;และปฏิบัติการนั้นก็ได้เริ่มขึ้นทันทีnbsp; จากการสังเกตมีการเตรียมคณะทำงานสอบสวนนับสิบนายเพื่อสอบสวนเป็นชุดๆnbsp; และแยกนักศึกษาออกทีละกลุ่ม ผู้เขียนถูกเชิญให้เป็นสักขีพยานว่าเจ้าหน้าที่จะไม่ใช้ความรุนแรงใดๆในการดำเนินการ/p pระหว่างนั้นเองผู้เขียนได้พูดคุยกับนายทหารท่านนั้น และนายทหารพระธรรมนูญเป็นการเฉพาะnbsp;nbsp; มีการนำเสนอเงื่อนไขและขอเวลาเจรจาพูดคุยอีกครั้ง เป็นแนวทางใหม่ว่าnbsp;nbsp;strong “ทางเจ้าหน้าที่จะขอชื่อที่อยู่ไว้ พร้อมกับรับปากว่าจะไม่เคลื่อนไหวชุมนุมเช่นนี้อีก โดยจะไม่ดำเนินคดีและแจ้งข้อหากับนักศึกษาคนใด”nbsp;nbsp; /strongnbsp;เพียงเท่านี้ สำหรับผู้เขียนห็นว่าเป็นโอกาสดีที่มีเวลาอีกไม่นานก่อนที่จะเช้าnbsp; จึงรีบปรึกษากับคณาจารย์ว่า จะต้องทำให้นักศึกษาเข้าใจบทบาทของการต่อสู้ที่ต้องไม่ตกเป็นผู้ต้องหาโดยไม่จำเป็น และต้องรักษาตัวเองเพื่อให้ไม่มีคดีติดตัวnbsp; ประกอบว่ามีนักศึกษาบาคนเหนื่อยล้า อิดโรย และมีความเห็นว่า การที่เจ้าหน้าที่ลดเงื่อนไข และมีมาตรการจากเดิมมากnbsp; จะต้องพิจารณาให้ดีกับอนาคตการศึกษาและแนวทางการต่อสู้ที่ยังต้องดำเนินต่อไปnbsp;/p pประมาณ 5 นาฬิกา พวกเราผู้ร่วมเจรจาnbsp; ต่างก็ตระหนักถึงอนาคตนักศึกษาทั้งหมดnbsp; จึงเริ่มจากพูดคุยกับนักศึกษาห้องเล็กอีกครั้งnbsp; เมื่อน้องๆนักศึกษาเห็นด้วยและยอมรับที่จะให้ชื่อที่อยู่ และรับว่าจะไม่เคลื่อนไหวอีกnbsp; จึงเริ่มกระบวนการนำกลุ่มแรก 5nbsp; คน เข้าพบพนักงานสอบสวน และถ่ายภาพประกอบสำเนาบัตรประชาชนไว้ แต่สถานการณ์มาถึงจุดที่เกิดปัญหาขึ้นอีกครั้งในห้องศูนย์ปฏิบัติการ เมื่อเจ้าหน้าที่เพิ่มวิธิการให้นักศึกษาทุกคน ต้องเขียนสามคำ ด้วยลายมือตนเองว่า nbsp;strong“ไม่เคลื่อนไหว”/strongnbsp; ลงในสำเนาบัตรประชาชน แต่นักศึกษาบางคนไม่ยินยอม และเกิดความไม่พอใจที่เหมือนถูกหักหลัง และไม่ยอมรับวิธีการดังกล่าวnbsp; เจ้าหน้าที่จึงแยกนักศึกษาคนดังกล่าวออกไปสอบสวนแจ้งหาทันที nbsp; nbsp; nbsp; nbsp; nbsp; nbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/p pstrongมาถึงตรงนี้nbsp; ผู้เขียนจึงปรึกษากับ อ.ปริญญา เข้าใจความรู้สึกของนักศึกษาดี เพราะอยู่ในเหตุการณ์ตลอด และเจรจากันด้วยตนเองnbsp; แต่เมื่อพิจารณาแล้วกับการที่นักศึกษาทั้ง 38nbsp; คน ไม่ต้องถูกดำเนินคดี ไม่ต้องส่งศาลฝากขังและต้องหาหลักทรัพย์ประกันตัวnbsp; ต้องมีประวัติถูกดำเนินคดีอาญาติดตัวตลอดไปnbsp; กับการเขียนด้วยลายมือตนเองnbsp; มันน่าจะยอมรับได้nbsp; จึงได้ต่อรองกับเจ้าหน้าที่กันอีกครั้งว่า ไม่ต้องลงลายมือชื่อไว้ เพื่อให้เกิดเป็นมาตรการที่ทางเจ้าหน้าที่ได้เลือกใช้กับนักศึกษากลุ่มนี้อย่างเหมาะสม น่าจะเป็นการดีต่อทั้งสองฝ่ายnbsp;nbsp; nbsp;nbsp;/strongbr /br /br /strongสุดท้าย/strong/p pอาจด้วยสถานะของอาจารย์ลูกศิษย์ และสถานการณ์ที่ทอดยาวมาทั้งคืน ทำให้นักศึกษาคิดว่า นั่นเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ ซึ่งผู้เขียนก็เชื่อว่าบางคนหรือทั้งหมดไม่เต็มใจนักกับวิธีการแบบนี้nbsp;nbsp; นักศึกษาถูกทยอยนำตัวมา ห้องปฏิบัติการฯnbsp;nbsp; และทั้งหมดก็ได้รับการปล่อยตัวอย่างไม่มีคดีหรือต้องตกเป็นผู้ต้องหาทางคดีอาญาจากเหตุการณ์หน้าหอศิลป์ครั้งนี้ nbsp; nbsp; nbsp; nbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/p pstrongผู้เขียนได้แต่หวังว่า นักศึกษา ประชาชน ที่ต้องการแสดงออกทางการเมือง ย่อมเป็นสิทธิทางการเมืองของพลเมืองในประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยnbsp; เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ต้องถูกอำนาจรัฐเข้ามาจัดการต่างๆ พวกเขาเหล่านั้น ควรจะมีแนวทางที่ดีต่ออิสรภาพnbsp; สถานะทางสังคม และความปลอดภัยต่อชีวิตร่างกายอย่างดีที่สุดnbsp; และรัฐนั้นจะไม่ใชอำนาจของตนไปอย่างตามอำเภอใจแล้วnbsp;nbsp; ความสามัคดีของคนในชาติย่อมจะมีอนาคตที่ดีต่อไปได้ และผู้เขียนเองไม่ได้อยากให้การตัดสินใจใดๆของพวกเขาจะส่งผลให้การต่อสู้nbsp; หรือแสดงออกตามอุดมการณ์ต้องถูกจำกัดหรือสะดุดหยุดอยู่ด้วยการต้องเป็นเหยื่อทางการเมืองอย่างไม่จำเป็นจากสถานการณ์เช่นนี้nbsp; จึงขอให้นักศึกษและประชาชนยืนหยัดเพื่อประชาธิปไตยและความเป็นธรรมต่อไป.nbsp; /strong/p pnbsp;/p pnbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/3VxshNcpYbk" height="1" width="1" alt=""/

เพจ ‘khaosod’ เตรียมดำเนินการทางกม. กับเพจปลอม ตรวจพบเพจลงท้ายด้วย ‘.’ อีกหลายเพจ

Sun, 24/05/2015 - 20:25
pเฟซบุ๊กแฟนเพจ ‘khaosod’ ของข่าวสดออนไลน์ เผยเตรียมดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายกับเพจปลอม nbsp;เตือนระวัง ‘ไวรัสสแปม’ ตรวจสอบพบเพจลงท้ายด้วยจุด ‘.’ ในลักษณะเดียวกันหลายเพจ มีพฤติกรรมโพสต์ข่าวลิงค์ปลอม/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img src="https://farm6.staticflickr.com/5328/17852434950_26c3cd5760_o.jpg" //p p24 พ.ค.2558 เมื่อเวลา 16.50 น. เฟซบุ๊กแฟนเพจ ‘a href="https://www.facebook.com/khaosod/photos/a.697577963592499.1073741826.129558990394402/1270573119626311"khaosod/a’ ของข่าวสดออนไลน์ ซึ่งมีผู้กดถูกใจ 5.1 ล้าน โพสต์ข้อความพร้อมภาพ ระบุว่า **ประกาศ** เพจปลอมยังไม่เลิกพฤติกรรม ล่าสุดเพจปลอมแก้ไขลิงก์ข่าวให้คล้ายกับข่าวสด ซึ่งของจริงต้องเป็น "KHAOSOD.CO.TH|โดย บริษัท ข่าวสด จำกัด, ในเครือบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน)" แต่ "ของปลอม" เป็น "KHAOSOD.COD.TH | 999.869 VIEWS VIDEO"/p pพร้อมประกาศด้วยว่า “ระวังห้ามคลิกลิงก์ของเพจปลอมดังกล่าว เพราะอาจติดไวรัสสแปม”/p pรวมทั้ง ระบุด้วยว่า ขณะนี้มีผู้ไม่หวังดี ปลอมแปลงเพจ khaosod เพื่อปล่อยสแปมไวรัส แอดมินจึงขอแจ้งเตือนผู้ติดตามข่าวสารทุกท่านให้สังเกตโพสต์ข่าวต่างๆ ให้ดี โดยของปลอมจะแปะลิงก์ข่าวที่ไม่ได้นำมาจากเว็บไซต์ www.khaosod.co.th ขณะที่ชื่อเพจปลอมจะใช้ K ตัวใหญ่ และมีจุด . ต่อท้าย (Khaosod .)/p pทั้งนี้ เพจ khaosod อย่างเป็นทางการของนสพ.ข่าวสด นั้น ต้องมีวงกลมสีฟ้า แสดงข้อความ "หน้าที่ได้รับการตรวจสอบแล้วเท่านั้น" หรือสังเกตยอดแฟนเพจจำนวน 5 ล้านกว่าไลค์ สำหรับเพจปลอม ทางเครือมติชนจะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป/p pspan style="color:#0000cd;"strongพบเพจดังถูกก๊อปภาพและชื่อลงท้ายด้วย /strongstrong‘.’หลายเพจ/strong/span/p pผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า จากการตรวจสอบพบมีเพจดาราหรือบุคคลสาธารณะอีกหลายเพจที่ถูกนำชื่อไปตั้งเป็นเพจและลงท้ายด้วยจุด “.” พร้อมด้วยมีการนำภาพโปรไฟล์ที่เหมือนกันมาตั้งเป็นรูปโปรไฟล์ในเพจด้วย และจะมีการโพสต์ลิงค์ข่าว ซึ่งเมื่อกดเข้าไปแล้วไม่ตรงกับลิงค์ข่าวที่ปรากฏอยู่ในตัวอย่างของแต่ละโพสต์ และพฤติกรรมการโพสต์ของเพจเหล่านี้จะเหมือนกัน/p pspan style="color:#0000cd;"strongตัวอย่างเพจและโพสต์ของเพจที่ลงท้ายด้วย “/strongstrong.” /strong/span/p pเพจ ‘a href="https://www.facebook.com/khaosod/photos/a.697577963592499.1073741826.129558990394402/1270573119626311"khaosod/a’ ซึ่งมีผู้กดไลค์ 5.1 ล้าน ขณะที่เพจตั้งขึ้นมาเลียนแบบ ‘a href="https://www.facebook.com/pages/Khaosod-/462494727240447"Khaosod ./a’ มีผู้ไลค์ 1.1 หมื่น ซึ่งระบุด้วยว่าเพจตัวเองเป็น “Official Khaosod newspaper Fanpage Site. แฟนเพจอย่างเป็นทางการของ นสพ.ข่าวสด” ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา/p p style="text-align: center;"img src="https://farm6.staticflickr.com/5325/18013649416_87bc25ab8b_o.jpg" //p p style="text-align: center;"emspan style="color:#ff8c00;"ตัวอย่างโพสต์ของเพจ ‘/spana href="https://www.facebook.com/pages/Khaosod-/462494727240447"span style="color:#ff8c00;"Khaosod ./span/aspan style="color:#ff8c00;"’nbsp;/span/em/p p style="text-align: center;"img src="https://farm8.staticflickr.com/7664/18040962221_35b701110e_o.jpg" //p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"emตัวอย่าง url จริงเมื่อคล๊กเข้าไปตามโพสต์ของเพจเหล่านี้ nbsp;/em/span/p pเพจ ‘a href="https://www.facebook.com/gypsykeerati"ยิปซี คีรติ/a’ ซึ่งมีผู้กดไลค์ 3 ล้าน ขณะที่เพจตั้งขึ้นมาเลียนแบบ “a href="https://www.facebook.com/pages/%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%8B%E0%B8%B5-%E0%B8%84%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%B4-/686067781515537?fref=photo"ยิปซี คีรติ ./a” มีผู้ไลค์ 4.6 หมื่น ตั้งเมื่อวันที 16 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยใช้ภาพโปรไฟล์ของเพจเหมือนกัน พร้อมระบุข้อความที่เหมือนกับเพจจริงด้วยว่า “Official Fanpage "ยิปซี คีรติ มหาพฤกษ์พงศ์” For work: 085-199-4804 คุณพ่อ Instagram : gypsykeerati” ส่วนอีกเพจคือ ‘a href="https://www.facebook.com/pages/%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%8B%E0%B8%B5-%E0%B8%84%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%B4-/1619694321609557?ref=tsamp;fref=ts"ยิปซี คีรติ ./a’ มีผู้กดถูกใจ 2.8 หมื่น ตั้งเมื่อวันที่ 17 พ.ค. ที่ผ่านมา และใช้ภาพโปรไฟล์เดียวกับเพจจริงช่นกัน/p p style="text-align: center;"img src="https://farm6.staticflickr.com/5341/18040961911_11fc1961a0.jpg" //p p style="text-align: center;"emspan style="color:#ff8c00;"เพจ ‘/spana href="https://www.facebook.com/gypsykeerati"span style="color:#ff8c00;"ยิปซี คีรติ/span/aspan style="color:#ff8c00;"’ และเพจเลียนแบบnbsp;/span/em/p pเพจ ‘a href="https://www.facebook.com/chotikafanclub?fref=ts"เนย โชติกา/a’ ซึ่งมีผู้ไลค์ 3.9 ล้าน ขณะที่เพจตั้งขึ้นมาเลียนแบบ ‘a href="https://www.facebook.com/pages/%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%A2-%E0%B9%82%E0%B8%8A%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2-/384292458438932"เนย โชติกา ./a’ มีผู้ไลค์ 4.6 หมื่น และ a href="https://www.facebook.com/pages/%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%A2-%E0%B9%82%E0%B8%8A%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2-/289746211149277"เนย โชติกา ./a มีผู้ไลค์ 3.9 หมื่น ตั้งเมื่อ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา/p p style="text-align: center;"nbsp;img src="https://farm9.staticflickr.com/8790/17853877519_35fe36f6cc_o.jpg" //p p style="text-align: center;"emspan style="color:#ff8c00;"ตัวอย่างโพสต์ของเพจ ‘/spana href="https://www.facebook.com/chotikafanclub?fref=ts"span style="color:#ff8c00;"เนย โชติกา/span/aspan style="color:#ff8c00;"’nbsp;/span/em/p p style="text-align: center;"img src="https://farm8.staticflickr.com/7680/18040962331_c5a39b61fb.jpg" //p p style="text-align: center;"emspan style="color:#ff8c00;"ตัวอย่างโพสต์ของเพจ nbsp;‘/spana href="https://www.facebook.com/pages/%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%A2-%E0%B9%82%E0%B8%8A%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2-/384292458438932"span style="color:#ff8c00;"เนย โชติกา ./span/aspan style="color:#ff8c00;"’nbsp;/span/em/p pเพจ ‘a href="https://www.facebook.com/SriritaJensenOfficial"Sririta Jensen/a’ มีผู้กดไลค์ 3 ล้าน พร้อมมีคำบรรยายเพจว่า “คนรักริต้า :: The Official Page of Sririta Jensen for Fanclub :: Thai Actress / Model :: Contract : a href="mailto:SriritaJensenOfficial@gmail.com"SriritaJensenOfficial@gmail.com/a” ขณะที่เพจตั้งขึ้นมาเลียนแบบชื่อ ‘a href="https://www.facebook.com/pages/Sririta-Jensen-Official/680345088768603?fref=ts"Sririta Jensen Official/a’ มีผู้กดถูกใจ 1.4 หมื่น/p pเป็นต้น/p p style="text-align: center;"img src="https://farm6.staticflickr.com/5465/17852435440_6fa04a039d.jpg" //p p style="text-align: center;"emspan style="color:#ff8c00;"ตัวอย่างหน้าเพจ ‘/spana href="https://www.facebook.com/SriritaJensenOfficial"span style="color:#ff8c00;"Sririta Jensen/span/aspan style="color:#ff8c00;"’nbsp;/span/em/p p style="text-align: center;"img src="https://farm6.staticflickr.com/5330/17852221528_0aa68d8efd.jpg" //p p style="text-align: center;"emspan style="color:#ff8c00;"ตัวอย่างหน้าเพจ ‘/spana href="https://www.facebook.com/pages/Sririta-Jensen-Official/680345088768603?fref=ts"span style="color:#ff8c00;"Sririta Jensen Official/span/aspan style="color:#ff8c00;"’ ซึงมีการโพสต์ข่าวที่มีลิงค์ปลอม/span/em/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/HGhJMX7_UKs" height="1" width="1" alt=""/

หมายเหตุประเพทไทย : ท่องเที่ยววิถีไทย ท่องเที่ยววิถีใด ?

Sun, 24/05/2015 - 20:12
p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"iframe allowfullscreen="" src="https://www.youtube.com/embed/BhqNfz1pVjU" frameborder="0" height="315" width="560"/iframe/p pscript src="https://apis.google.com/js/platform.js"/script/p div class="g-ytsubscribe" data-channel="prachatai" data-count="default" data-layout="full"nbsp;/div pnbsp;/p pสัปดาห์นี้คุยกันต่อจากตอนที่แล้วในประเด็นการท่องเที่ยวไทยในภาวะซบเซา ว่าจะมีแนวทางหรือวิถีทางใดเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวไทยให้ฟื้นตัวและพัฒนาให้มีคุณภาพสูงขึ้น โดยอาศัยความหลากหลายทางสังคมวัฒนธรรม รวมถึงความเชี่ยวชาญในทักษะงานภาคบริการ ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ดีของไทย ให้สามารถสร้างสรรค์และนำไปสู่การเป็นผู้นำของการท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียน/p pพบกับ ‘คำ ผกา’ และแขกรับเชิญพิเศษ อดีตหัวหน้าสาขาวิชาการท่องเที่ยว คณะมนุษยศาสตร์และประยุกต์ศิลป์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ‘ดร.ฐิตารีย์ ไชยเศรษฐ’ ปัจจุบันเป็นอาจารย์พิเศษสอนวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการท่องเที่ยว ของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ผู้ซึ่งมีประสบการณ์อยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยมาไม่ต่ำกว่า 16 ปี/p pคลิกไลค์เพื่อติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของรายการได้ที่ a href="http://facebook.com/maihetpraphetthai"facebook.com/maihetpraphetthai/a/p pbr /nbsp;/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="http://www.prachatai.org/category/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2" target="_blank"ชมรายการหมายเหตุประเพทไทยย้อนหลัง/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/CyZncx7xZG0" height="1" width="1" alt=""/