ประชาไท

Syndicate content
Updated: 10 min 46 sec ago

กลุ่มคนรักหลักประกัน ยื่นเงื่อนไข 3 ข้อก่อนเข้าร่วมเวทีพรุ่งนี้ เตรียมดันสมัชชาสุขภาพวาระพิเศษ

Tue, 20/06/2017 - 15:07
pกลุ่มคนรักหลักประกันฯ ยื่นเงื่อนไขหมอพลเดช 3 ข้อ ก่อนเข้าร่วมเวทีพรุ่งนี้ ระบุต้องไม่ใช่การคุยในสถานการณ์สู้รบที่มีทหาร-ตำรวจมาคอยควบคุม ต้องเปิดรับฟังอย่างหลากหลาย ไม่รวบรัด เพื่อหาข้อยุติร่วมกัน และเตรียมเปิดสมัชชาสุขภาพวาระพิเศษเพื่อศึกษาข้อมูล ก่อนแก้กฎหมายให้ดีที่สุด/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c1.staticflickr.com/5/4227/35254710822_9b6fa6bb37_z.jpg" style="width: 540px; height: 304px;" //p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"bกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพเข้าหารือกับ นพ.พลเดช ปิ่นประทีป เกี่ยวกับเวทีปรึกษาสาธารณะพรุ่งนี้/b/span/p pวันที่ 20 มิถุนายน 2560 เวลา 11.30 น. กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ นัดพบประธานรับฟังความคิดเห็น นพ.พลเดช ปิ่นประทีป เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการประชาพิจารณ์ร่าง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่...) พ.ศ.... เพื่อตัดสินใจเข้าร่วมเวทีปรึกษาสาธารณ (Public Consultation) ในวันที่ 21 มิถุนายน 2560 ที่โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการ/p pภายหลังการหารือ นิมิตร์ เทียนอุดม ผอ.มูลนิธิเข้าถึงเอดส์ แกนนำกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ในนามของกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพที่มีโอกาสพูดคุยกับ นพ.พลเดช ประเด็นสำคัญที่ทาง นพ.พลเดช กังวลคือ พรุ่งนี้ทางกลุ่มคนรักหลักประกันฯ จะเข้าร่วมหรือไม่ และหากเข้าร่วมจะทำอะไรกับเวทีหรือเปล่า ซึ่งทางกลุ่มคนรักหลักประกันฯ ก็กังวลเกี่ยวกับการจัดเวทีพรุ่งนี้เช่นกัน/p pเหตุนี้ เพื่อให้เวทีพรุ่งนี้เป็นกระบวนการพูดคุยที่ให้เวลา ให้โอกาส ที่จะแสดงความเห็นที่หลากหลายและมากพอที่จะทำให้ทุกฝ่ายได้ข้อสรุปร่วมกัน กลุ่มคนรักหลักประกันฯ จึงมีเงื่อนไข 3 ข้อคือ/p p1.ต้องเป็นเวทีการพูดคุยที่ไม่ใช่อยู่ในภาวะสงคราม ที่มีทหาร ตำรวจนอกเครื่องแบบเต็มไปหมด ขอเรียกร้องให้ฝ่ายจัดการสื่อสารกับฝ่ายความมั่นคงว่า กระบวนการพูดคุยต้องไม่ใช่การพูดคุยในสถานการณ์สู้รบ ภาคประชาชนที่ได้รับเชิญ 18 คนที่จะเข้าร่วมกระบวนการเวทีพรุ่งนี้/p p2.การพูดคุยพรุ่งนี้ต้องไม่ใช่การปิดห้องคุยและรวบรัดประเด็น สิ่งที่กลุ่มคนรักหลักประกันฯ ต้องการเห็นคือการพยายามหาข้อยุติร่วมกันให้ได้ กล่าวคือต้องหาประเด็นที่เห็นร่วมกันให้ได้ ต้องหาประเด็นที่เห็นต่างกันให้ได้ และได้ประเด็นที่จะเสนอแนะเพื่อนำไปสู่การปฏิรูประบบสุขภาพที่เป็นธรรมกับทุกคนให้ได้/p p“สิ่งเหล่านี้จะเกิดได้ สช. ต้องดำเนินกระบวนการอย่างเป็นธรรม ไม่รวบรัด ไม่ตัดประเด็น ไม่ปิดโอกาสการแสดงความเห็นของทุกฝ่าย และต้องพยายามขมวดให้เกิดสามเรื่องนี้ให้ได้” นิมิตร์ กล่าว/p p3.กระบวนการต่อจากเวทีวันพรุ่งนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก รัฐบาลจะต้องไม่เร่งรัดนำเรื่องทั้งหมดเข้าสู่กรรมการแก้กฎหมาย เพราะถ้ายังมีเรื่องที่เห็นต่างกันอยู่ สิ่งที่ประชาชนเห็นด้วยกันกับทางทีมของ สช. คือ หลังจากนี้เราจะใช้กระบวนการและกลไกของสมัชชาสุขภาพแห่งชาติวาระพิเศษหรือประเด็นเฉพาะ เพื่อนำไปสู่การแก้กฎหมายที่ดีที่สุด มีการตั้งกลุ่มหาข้อมูล เพราะฉะนั้นภาคประชาชนที่อยู่ในสมัชชาสุขภาพจะยื่นเสนอให้เปิดประชุมสมัชชาสุขภาพในวาระพิเศษเพื่อดำเนินการเรื่องนี้ต่อ/p pนิมิตร์ กล่าวอีกว่า พรุ่งนี้ ทางภาคประชาชน 18 คนที่ได้รับเชิญจะไปเข้าร่วม แต่ถ้าเห็นว่ามีกองกำลังอยู่หน้าห้องประชุม ภาคประชาชนทั้ง 18 คนจะเดินทางกลับทันที/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/jI24kFCjXpg" height="1" width="1" alt=""/

ประธานเครือข่ายผู้ติดเชื้อฯ อัดแก้ ก.ม.บัตรทอง ทำลายหลักการมีส่วนร่วมภาคประชาชน

Tue, 20/06/2017 - 14:07
pประธานเครือข่ายผู้ติดเชื้wbrอเอชไอวี/เอดส์ ชูรางวัล “Red Ribbon - WHO” ตัวอย่างความสำเร็จการมีส่wbrวนร่วมโดยภาคประชาชนในระบบสุwbrขภาพ อัดแก้ไข ก.ม.บัตรทองnbsp;ฉบับใหม่ ถูกตัดหลักการนี้ออกตั้งแต่wbrกรรมการยกร่างฯ ไปถึงเนื้อหาก.ม. ชี้มีแต่ตัวแทนผู้ให้บริการเป็นเสีwbrยงหลัก แสดงเจตนาแทรกแซงระบบหลักประกัwbrนสุขภาพชัดเจน/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img src="https://c1.staticflickr.com/5/4280/35229655421_7d877094db.jpg" //p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"แฟ้มภาพ เพจบัตรทองของเรา/span/p p20 มิ.ย. 2560 รายงานข่าวแจ้งว่า อภิวัฒน์ กวางแก้ว ประธานเครือข่ายผู้ติดเชื้wbrอเอชไอวี/เอดส์ประเทศไทย กล่าวถึงการแก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้wbrนตอนการทำประชาพิจารณ์ว่า เป็นการดำเนินการที่ขัดกับหลัwbrกการมีส่วนร่วมของประชาชนทั้wbrงในแง่ของกระบวนการแก้wbrกฎหมายและเนื้อหาของกฎหมาย ทั้งๆที่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา หลักการมีส่วนร่wbrวมของภาคประชาชนได้พิสูจน์แล้wbrวว่าเป็นเรื่องที่wbrประสบความสำเร็จและช่วยให้การจัwbrดบริการมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pอภิวัฒน์ ยกตัวอย่างการทำงานของเครือข่wbrายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์wbrประเทศไทยซึ่งทำงานร่วมกับภาคส่wbrวนต่างๆ ทั้งภาครัฐ โรงพยาบาล องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่wbrงชาติ (สปสช.) ฯลฯ ในการร่วมผลักดันนโยบายและช่wbrวยเหลือให้ผู้ติดเชื้อได้รัwbrบการรักษา จนได้รับรางวัลnbsp;Red Ribbonnbsp;จากที่ประชุมเอดส์wbrนานาชาติครั้งที่nbsp;16nbsp;ณ เมืองโตรอนโต ประเทศแคนาดา ในปีnbsp;2549nbsp;และกลายเป็นแบบอย่wbrางที่หลายประเทศทั่วโลกนำไปใช้wbrโดยเฉพาะในแถบเอเชียและแอฟริกา/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pนอกจากนี้ การดำเนินการอย่างมีส่วนร่wbrวมจากภาคประชาสังคมอย่างต่อเนื่wbrอง ยังทำให้ไทยได้รับเกียรติบัwbrตรจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ในปีnbsp;2559nbsp;ด้วยผลงานที่สามารถยุwbrติการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีและซิwbrฟิลิสจากแม่สู่ลูกต่ำกว่า 2%nbsp;ซึ่งเป็นประเทศแรกของเอเชีwbrยและเป็นประเทศที่ 2 ของโลก/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p p“รางวัลที่ประเทศไทยได้รับ มันสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัwbrญของการทำงานอย่างมีส่วนร่wbrวมระหว่างภาคประชาสังคมและภาครัwbrฐ”nbsp;อภิวัฒน์ กล่าว พร้อมกล่าวด้วยว่า น่าเสียดายการแก้ไขกฎหมายหลัwbrกประกันสุขภาพในครั้งนี้ ได้ตัดหลักการเรื่องการมีส่วนร่wbrวมไป ตั้งแต่ขั้นตอนการตั้wbrงคณะกรรมการพิจารณาแก้ไขร่wbrางกฎหมายซึ่งทำผิดรัฐธรรมนูwbrญมาตราnbsp;77nbsp;โดยรัฐธรรมนูญระบุให้wbrประเมินผลกระทบและมีส่วนร่wbrวมจากทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง แต่คณะกรรมการชุดนี้มีตัwbrวแทนภาคประชาชนเพียงnbsp;2nbsp;คนจากกรรwbrมการทั้งหมดnbsp;26nbsp;คน ส่วนกรรมการที่เหลือส่วนใหญ่เป็wbrนตัวแทนกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p p“พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพเป็นเรื่wbrองของตัวแทนผู้ซื้อบริการสุwbrขภาพแทนประชาชน (purchaser) ขณะที่บทบาทของกระทรวงสาธารณสุwbrขคือเป็นผู้ให้บริการ (provider) ดังนั้นสัดส่วนคณะกรรมการยกร่wbrางก็ควรต้องเท่ากัน แต่ตัวแทนที่มาแก้กฎหมายกลับเป็wbrนตัวแทน สธ.มานั่งกันสลอนเลย อันนี้มันทำให้หลักการเสีย แค่กลัดกระดุมเม็ดแรกก็ผิดแล้ว” อภิวัฒน์ กล่าว/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pอภิวัฒน์ กล่าวอีกว่า เมื่อพิจารณาในรายละเอียดการแก้wbrไขกฎหมาย ก็มีการแก้ไขให้เพิ่wbrมจำนวนกรรมการหลักประกันสุwbrขภาพจากnbsp;30nbsp;เป็นnbsp;32nbsp;คน โดยส่วนที่เพิ่มขึ้นมาก็คือสัwbrดส่วนตัวแทนผู้ให้บริการ หรือเรื่องการจัดซื้อยาของ สปสช.ก็อ้างว่า สปสช.ไม่มีอำนาจในการต่wbrอรองราคาและจัดซื้อยารวม ทั้งๆ ที่nbsp;10nbsp;กว่าปีที่ผ่านมา สปสช.ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่wbrาสามารถช่วยประหยัwbrดงบประมาณการซื้อยาของประเทศได้wbrจำนวนมาก และคณะกรรมการติwbrดตามและตรวจสอบการใช้จ่wbrายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ก็เคยตรวจสอบการจัดซื้อก็ไม่wbrพบว่ามีการทุจริตแต่อย่างใดnbsp;ส่wbrวนผู้ป่วยก็ไม่เคยขาดยา/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p p“แล้วไปให้ สธ.เป็นคนจัดซื้อ ซึ่งหากถอดบทเรียนในอดีตที่ผ่wbrานมา มีทั้งรัฐมนตรีและข้าราชการที่wbrต้องติดคุกจากคดีทุจริwbrตยาไปหลายคน แค่นี้ก็wbrแสดงเจตนาในการแทรกแซงระบบหลัwbrกประกันสุขภาพแล้ว”nbsp;อภิวัฒน์ กล่าว/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pทั้งนี้ข้อเรียกร้องจากเครือข่wbrายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์wbrประเทศไทยคือให้รัฐบาลล้wbrมกระบวนการแก้ไขกฎหมายหลักประกัwbrนสุขภาพ แล้วเริ่มนับnbsp;1nbsp;ใหม่โดยมีสัดส่wbrวนตัวแทนภาคประชาชนเข้าร่วมอย่wbrางแท้จริง/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pวันนี้ (20 มิ.ย.60) เวลา 11.30 กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ นัดพบหารือกับ นพ.พลเดช ปิ่นประทีบ เลขาธิการ สช. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการจัดรัwbrบฟังความคิดเห็น ณ ห้องสุชน 1 ชั้น 2 อาคารสำนักงานคณะกรรมการสุwbrขภาพแห่งชาติ สธ./wbr/wbr/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/gXlWnBfFGtY" height="1" width="1" alt=""/

วันผู้ลี้ภัยโลก 'แอมเนสตี้' ชมไทยรองรับผู้ลี้ภัยมาหลายสิบปี วอนคุ้มครองทางกฎหมายเพิ่ม

Tue, 20/06/2017 - 13:28
pแอมเนสตี้ แถลง 'วันผู้ลี้ภัยโลก' ยินดีไทยรองรับผู้ลี้ภัยมานานหลายทศวรรษ ชี้ยังมีการละเมิดสิทธิผู้แสวงหาที่ลี้ภัยอย่างร้ายแรง โดยเฉพาะการส่งฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองของรัฐบาลตุรกีกลับประเทศเมื่อเดือนก่อน เรียกร้องคุ้มครองทางกฎหมายมากขึ้น พร้อมเปิดข้อเท็จจริง 10 ข้อ/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c1.staticflickr.com/5/4245/35253379472_0aa95251ee_b.jpg" style="width: 600px; height: 889px;" //p p20 มิ.ย. 2560nbsp;แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล แถลงเนื่องใน "วันผู้ลี้ภัยโลก" ปี 2560 โดยระบุว่า ยินดีที่ประเทศไทยรองรับและให้การช่วยเหลือผู้ลี้ภัยตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา โดยแม้ว่าไทยจะไม่ได้เป็นรัฐภาคีของอนุสัญญาว่าด้วยผู้ลี้ภัย พ.ศ. 2494 แต่ก็ยังให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรม ยกตัวอย่างเช่น ผู้ลี้ภัยในค่ายผู้ลี้ภัยบริเวณชายแดนไทย-เมียนมาที่ทางการไทยไม่ได้บังคับส่งกลับ แต่ยืนยันให้มีการส่งกลับโดยสมัครใจแทนnbsp;/p pนอกจากนี้ ในที่ประชุมสุดยอดผู้นำแห่งสหประชาชาติว่าด้วยผู้ลี้ภัยเมื่อเดือนกันยายน 2559 และเวทีนานาชาติอีกหลายโอกาส ทางการไทยเน้นย้ำโดยตลอดว่าจะคุ้มครองสิทธิของผู้ลี้ภัย พัฒนาระบบคัดกรองผู้ลี้ภัย และปฏิบัติตามหลักการไม่ส่งกลับ (non-refoulement) อย่างเคร่งครัด/p pอย่างไรก็ตาม ผู้ลี้ภัย (refugees) และผู้แสวงหาที่ลี้ภัย (asylum seekers) ที่ลี้ภัยยังไม่มีสถานะทางกฎหมายในประเทศไทย ทำให้พวกเขาถูกปฏิบัติในฐานะ "คนเข้าเมืองผิดกฎหมาย" ซึ่งเสี่ยงที่จะถูกจับติดคุกอย่างไม่มีกำหนดและบังคับส่งตัวกลับไปยังพื้นที่อันตรายnbsp;/p pปัจจุบัน คาดว่ามีผู้ลี้ภัยและผู้แสวงหาที่ลี้ภัยที่ขึ้นทะเบียนกับ UNHCR ราว 330 คนที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในศูนย์กักตัวคนต่างด้าวซึ่งมีสภาพแออัดและเลวร้าย โดยบางคนถูกควบคุมตัวมานานหลายปีแล้ว นอกจากนี้ มีรายงานว่าคนจากชาติพันธุ์บางกลุ่ม เช่น ชาวม้งลาว ไม่สามารถขึ้นทะเบียนกับ UNHCR ได้ เป็นเหตุให้พวกเขาไม่มีโอกาสถูกส่งไปตั้งถิ่นฐานในประเทศที่สาม/p pยิ่งไปกว่านั้น ประเทศไทยยังเคยละเมิดหลักการไม่ส่งกลับซึ่งเป็นกฎหมายจารีตระหว่างประเทศ กรณีล่าสุดคือเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2560 ทางการไทยส่งตัวนายเอ็ม ฟูรกาน เซิกเม็น (M. Furkan Sökmen) กลับตุรกีผ่านกระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดน แม้ว่าสหประชาชาติจะเตือนแล้วว่าเขาเสี่ยงจะถูกคุกคามหากถูกส่งตัวกลับไปยังตุรกี กรณีดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ร้ายแรงและทำให้ผู้ลี้ภัยและผู้แสวงหาที่ลี้ภัยคนอื่นๆ ในประเทศไทยเกิดความหวาดกลัว/p pแอมเนสตี้ จึงเรียกร้องทางการไทยให้รับประกันว่าจะไม่มีการควบคุมตัวผู้ลี้ภัยหรือผู้แสวงหาที่ลี้ภัย มีนโยบายและกรอบกฎหมายที่เข้มแข็งเพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้ลี้ภัยและผู้แสวงหาที่ลี้ภัยมากขึ้น ซึ่งรวมถึงสิทธิที่จะพำนักชั่วคราวในประเทศไทยระหว่างที่รอการพิจารณาส่งตัวไปยังประเทศที่สาม/p pแถลงการณ์ของแอมเนสตี้ฯ ระบุด้วยว่า การให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยอยู่คู่กับประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2513 โดยปัจจุบัน มีผู้ลี้ภัยอาศัยอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยต่างๆ ตามแนวชายแดนไทย-เมียนมาประมาณ 100,000 คน และยังมีผู้ลี้ภัยและผู้แสวงหาที่ลี้ภัยอีกราว 8,000 คนที่อาศัยอยู่ในเขตเมือง ผู้ลี้ภัยในไทยมาจากหลายที่ เช่น เมียนมา ลาว กัมพูชา เวียดนาม ปากีสถาน โซมาเลีย อิรัก ปาเลสไตน์ ซีเรีย ฯลฯ/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/nk8JSa3Dbyo" height="1" width="1" alt=""/