ประชาไท

Syndicate content
Updated: 8 min 30 sec ago

บทวิเคราะห์ 19 ประเด็น สถานการณ์ชายแดนใต้ในวันที่สภาวะคงที่กำลังเปลี่ยนไป

Thu, 28/04/2016 - 20:44
!--break--!--break-- pสถิติล่าสุดเกี่ยวกับความรุนแรงในชายแดนใต้ในช่วง 12 ปี ตั้งแต่เดือนมกราคม 2547 ถึงเดือนมีนาคม 2559 แสดงให้เห็นว่ามีเหตุการณ์ความรุนแรง 15,530 ครั้งทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บรวมกันประมาณ 18,654 คน ในบรรดาผู้เสียชีวิต 6,613 คน ส่วนใหญ่เป็นมุสลิม 3,891 คน หรือคิดเป็น 58.81% ของผู้เสียชีวิตทั้งหมด โดยเป็นผู้เสียชีวิตที่เป็นชาวพุทธ 2,543 คนหรือประมาณ 38.45% ในทางตรงข้าม ในบรรดาผู้บาดเจ็บประมาณ 12,041 คน ส่วนใหญ่จะเป็นคนพุทธจำนวนประมาณ 7,154 คนหรือ 59.41% และเป็นคนมุสลิม 3,907 คน หรือ ประมาณ 32.45%a href="#1"[1]/a สะท้อนว่าโดยภาพรวมทั้งคนพุทธและมุสลิมต่างก็เป็นเป้าหมายการใช้ความรุนแรง/p pจะเห็นได้ว่าเหตุการณ์ความไม่สงบในปี 2557-2559 มีลักษณะคงที่และบางครั้งดูคล้ายกับว่าจะลดลง แต่สิ่งที่น่าสังเกตก็คือ ‘ความผันผวนแปรปรวน (Variations)’ ความผันผวนไม่แน่นอนนี้ยังคงเป็นลักษณะพิเศษของสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ในปัจจุบัน/p pนอกจากนี้ ข้อมูลยังชี้ให้เห็นแนวโน้มใหม่ของปี 2558-2559 ซึ่งระดับความถี่ของความรุนแรงยังคงที่เหมือนกับปี 2557 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในปี 2558 มีเหตุการณ์สูงในเดือนพฤษภาคมและกรกฎาคม 2558 แต่เดือนอื่นๆ มีแนวโน้มลดลงหรือมีค่าคงที่ ทำให้ปี 2558 เป็นปีที่มีเหตุการณ์ลดลงมากที่สุดในรอบ 12 ปี แต่ดูเหมือนว่าสถานการณ์ได้เปลี่ยนไปในตอนต้นปี 2559 โดยเริ่มตั้งแต่เดือนกุมพาพันธ์และมีนาคม ซึ่งพบว่าเหตุการณ์ความไม่สงบมีแนวโน้มที่สูงขึ้นอีก ชี้ให้เห็นว่าพลังแห่งความรุนแรง และพลังถ่วงดุลความรุนแรงกำลังทำงานอย่างต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง โดยเฉพาะในช่วงที่มีการพูดคุยสันติภาพ ซึ่งริเริ่มขึ้นอีกครั้งในรอบที่สองตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2558 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งล้วนแล้วแต่ผ่านความไม่แน่นอนมาโดยตลอด/p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"strongภาพที่ 1br /img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/2/1523/26088846793_4d6f615319.jpg" style="width: 500px; height: 372px;" //strong/span/p p style="text-align: center;"br /span style="color:#ff8c00;"strongภาพที่ 2br /img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/2/1594/26666160866_5e716e1ae7.jpg" //strong/spanbr /nbsp;/p pแนวโน้มความรุนแรงที่กระตุกสูงขึ้นเป็นบางช่วงในปีที่ผ่านมา (2558) ได้เปลี่ยนเป็นลักษณะที่คล้ายกับจะเพิ่มสูงขึ้นเป็นลำดับขั้น เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2559 ซึ่งมีการระเบิดด้วยรถยนต์ที่เมืองปัตตานีในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ตามมาด้วยเหตุการณ์ในวันที่ 13 มีนาคม ซึ่งมีการโจมตี 3 จุดในอำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส รวมทั้งการยึดโรงพยาบาลอำเภอเจาะไอร้องเพื่อโจมตีค่ายทหารพรานที่อยู่ติดกับโรงพยาบาลดังกล่าว นอกจากนี้ ยังมีการก่อเหตุระเบิดในเขตเทศบาลยะหริ่งเมื่อวันที่ 31 มีนาคม ส่วนในเดือนเมษายนก็เกิดเหตุลอบวางระเบิดที่หน้าสถานีรถไฟอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ในช่วงเย็นวันที่ 11 เมษายน 2559 รวมทั้งเหตุระเบิดและยิงเจ้าหน้าที่หลายจุดในช่วงเวลาดังกล่าว/p pในที่นี้อาจจะสรุปการวิเคราะห์แนวโน้มของเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ในรอบ 12 ปี มาจนถึงปัจจุบันได้ดังต่อไปนี้/p p1. จากภาพรวมทั่วไป เหตุการณ์ความไม่สงบมีความถี่สูงในระยะแรกระหว่างปี 2547-2550 ประมาณ 160-200 ครั้งต่อเดือน นับตั้งแต่ปี 2551-2555 ความรุนแรงลดลงในระดับคงที่ประมาณ 80-100 ครั้งต่อเดือน/p p2. แนวโน้มในช่วงปี 2551-2555 ระดับความรุนแรงต่อเดือนลดลง แต่จำนวนการบาดเจ็บและเสียชีวิตรายเดือนสูงขึ้นกว่าจำนวนเหตุการณ์ความไม่สงบ แสดงว่าเกิดความรุนแรงเชิงคุณภาพขึ้นในช่วงนั้น/p p3. นับตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา เกิดแนวโน้มใหม่ที่ความรุนแรงมีระดับคงที่และลดต่ำลงในบางช่วง ทำให้ทิศทางของความรุนแรงดูเหมือนจะลดลง โดยเฉพาะในปี 2558 ระดับความรุนแรงลดลงต่ำที่สุดในรอบ 12 ปีนับตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา/p p4. อย่างไรก็ตาม น่าสังเกตว่านับตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมาเช่นกันที่เกิดสภาวะความแปรปรวน (Variances) ของความรุนแรงรายเดือนมากขึ้นอย่างชัดเจน ความแปรปรวนของเหตุการณ์ความไม่สงบเป็นปรากฏการณ์ที่ซ้อนอยู่ในระดับของความนิ่งและลดลงของเหตุการณ์รายเดือน เหตุการณ์ความไม่สงบในเดือนหนึ่งที่ลดลงอาจจะตามมาด้วยเหตุการณ์ที่สูงโด่งขึ้นในเดือนถัดไป หรือเหตุการณ์ที่ดูเหมือนจะสูงขึ้นในเดือนหนึ่งๆ อาจจะตามมาด้วยการลดลงอย่างมากในอีกเดือนหรือสองเดือนถัดไป เรายังไม่สามารถหาความแน่นอนของแบบแผนดังกล่าวได้เลย/p p5. แต่ผลของความแปรปรวนก็คือความสามารถในการรักษาระดับความต่อเนื่อง และความยืดเยื้อเรื้อรังของการใช้ความรุนแรง และอาจจะเร่งให้สถานการณ์สูงขึ้นอีกในอนาคต ถ้าสถานการณ์อื่นๆ หรือตัวแปรอื่นที่ทำให้เกิดการนิ่งหรือตัวคงที่ (Constance) เกิดการเปลี่ยนแปลง/p p6. ในทางยุทธวิธี ฝ่ายทหารใช้วิธีการเสริมกำลังให้มากขึ้น เพิ่มกองกำลังมากถึงประมาณ 70,000 กว่านาย มีมาตรการนโยบายและแผนในการเพิ่มเอกภาพ บูรณาการ และประสิทธิภาพในการบังคับบัญชา (Unity of Command and Control) เช่น การจัดระบบการขับเคลื่อนนโยบายโดยใช้แผนปฏิบัติการการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งดำเนินการให้เป็นไปตามประกาศ คสช. ที่ 98/2557 และใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว มาตราที่ 44 โดยออกคำสั่งที่ 14/2559 กำหนดให้ ศอ.บต. ขึ้นกับ กอ.รมน. และเข้มงวดในการติดตามจับกุมผู้ต้องสงสัยหลังปฏิบัติการด้วยการใช้เทคโนโลยี เช่น การจับภาพด้วยกล้องซีซีทีวี การใช้หลักฐานจากนิติวิทยาศาสตร์ และการใช้การข่าวเชิงลึกไล่ติดตามจากบัญชีผู้ต้องสงสัย เป็นต้น/p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"strongภาพที่ 3br /img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/2/1650/26626873821_090e7d7355.jpg" //strong/span/p p7. บีอาร์เอ็นฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับมาราปาตานีใช้ปฏิบัติการสองอย่าง คือ เร่งการโจมตีต่อกองกำลังฝ่ายรัฐสลับกับการก่อเหตุในวงกว้างในลักษณะประสานการโจมตีnbsp; (Coordination of Attacks) เว้นวรรคเป็นช่วงๆ มีระยะห่างเป็นจังหวะหรือเป็นคลื่นการโจมตีที่คาดเดาจุดปฏิบัติการได้ยาก เพื่อต้านและรบกวนตัวชี้วัดของแผนบูรณาการของรัฐที่ต้องการให้ ‘จำนวนเหตุการณ์ลดลง’/p p8. เป็นที่น่าสังเกตด้วยว่าการก่อเหตุโจมตีในลักษณะประสานพร้อมกันในระยะหลังตั้งแต่ปี 2557 การใช้ระเบิดจะมีอัตราที่สูงขึ้นถึงประมาณ 45-60 จุดพร้อมกันในบางเดือนที่มีเหตุการณ์สูงมากเป็นพิเศษ ผลที่ตามมาก็คือการเร่งความแปรปรวนของเหตุการณ์และผลกระทบต่อเป้าหมายที่เป็นพลเรือน/p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"strongภาพที่ 4br /img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/2/1564/26666160226_a841929ec9.jpg" //strong/spanbr /nbsp;/p p9. ผลกระทบจากความแปรปรวนดังกล่าวก็คือความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์ที่สร้างความตื่นกลัวและเหตุการณ์ที่เหนือความคาดหมาย (Shock and Surprise Incident) ในขณะเดียวกันก็เสี่ยงที่จะเกิดการปฏิบัติการซึ่งมีความรุนแรงที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนจากทั้งสองฝ่ายและยังเกิดความเสี่ยงที่จะมีการทำลายพื้นที่กลาง และส่งผลให้กระบวนการสันติภาพหยุดชะงัก ซึ่งผลที่ตามมาก็จะเกิดแรงเหวี่ยง (Momentum) ของความรุนแรงในพื้นที่ขึ้นมาอีก/p p10. อย่างไรก็ตาม แม้การก่อเหตุความไม่สงบจะมีปัจจัยของความแปรปรวน แต่ในระยะเฉพาะหน้านี้ (เหตุการณ์จนถึงก่อนเดือนเมษายน 2559) ระดับของความรุนแรงโดยทั่วไปยังอยู่ในระดับและขอบเขตที่จำกัดอยู่เช่นกัน ทั้งนี้ การเร่งก่อเหตุตามสถานการณ์เฉพาะหน้า แม้ฝ่ายขบวนการฯ จะมีศักยภาพที่สามารถทำได้ แต่ฝ่ายที่ก่อเหตุก็ยังตกอยู่ภายใต้แรงกดดัน ทั้งในทางการเมืองและในทางการทหาร/p p11. ในทางการเมือง กระบวนการพูดคุยสันติภาพยังคงเดินหน้าไป แม้ความก้าวหน้าของการพูดคุยจะช้า แต่ก็ยังคงความต่อเนื่อง มีรูปธรรม และคืบหน้า จะเห็นได้จากการมีการพูดคุยของคณะประสานงานทางเทคนิคที่ผ่านมา 3 ครั้งระหว่างคณะพูดคุยสันติสุขของรัฐบาลและมาร่าปาตานี จนกระทั่งบรรลุร่างกติกาในการพูดคุย หรือ TOR (Term of Reference) แต่ล่าสุด การหาข้อตกลงไม่ได้เรื่อง TOR อาจจะเป็น 'การสับไก' (Trigger Event) ความแปรปรวนที่เป็นพิษได้ หากไม่ยึดแนวทางสันติและการหาทางออกทางการเมืองที่เหมาะสม ในแง่นี้ก็จะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงที่พลังถ่วงดุลภายในบังเกิดการพลิกผันและนำไปสู่การเสียดุลในที่สุด/p pในทำนองเดียวกัน การก่อเหตุความไม่สงบที่กระทบต่อเป้าหมายพลเรือนและผู้บริสุทธิ์ เช่น การก่อเหตุระเบิดที่ทำให้เด็กเสียชีวิต การยิงผู้บริสุทธิ์ และการยึดโรงพยาบาล ก็เป็นการทำลายความชอบธรรมของการปฏิบัติการในสายตาประชาชนในท้องถิ่นเช่นเดียวกัน การรักษาแนวทางเจรจาสันติภาพและ ‘พื้นที่ทางการเมือง/พื้นที่ปลอดภัย’ ของเครือข่ายประชาสังคม จึงเป็นแนวทางที่จะช่วยรักษาความสมดุลของพลังฝ่ายต่างๆ ในสนามความขัดแย้งเอาไว้ และเป็นแรงกดดันทางการเมืองให้การใช้ความรุนแรงลดลงในอนาคตบนฐานคติที่ว่าการพูดคุยสันติสุข/สันติภาพมีรูปธรรมที่เป็นจริงและมีผลลัพธ์ที่ก้าวหน้ามากขึ้นกว่านี้/p p12. ในทางการทหาร ยุทธวิธีการป้องกันตาม ’โครงการรักษาความปลอดภัยในเขตเมือง 7 เมืองหลัก’ ยังคงสามารถป้องกันและสร้างความกดดันทางการทหารให้กับฝ่ายขบวนการฯ ได้พอสมควร นอกจากนี้การระดมสรรพกำลังมากกว่า 70,738 นายมาป้องกันและควบคุมพื้นที่ประกอบกับการสร้างแผนปฏิบัติการเชิงบูรณาการพร้อมทั้งเม็ดเงินงบประมาณอีกประมาณ 30,176 ล้านบาท และสั่งการให้ศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ (ศปก.อ.) ออกสำรวจความต้องการของประชาชนในขนาดใหญ่โตมโหฬารโดยเอานักวิชาการบางคนไปช่วย ก็เป็นความพยายามอุดช่องโหว่และสร้างแรงต้านต่ออีกฝ่ายหนึ่งได้มากขึ้นเช่นกัน/p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"strongภาพที่ 5br /img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/2/1529/26626873041_b7a8e21ff6.jpg" //strong/spanbr /nbsp;/p p13. ถ้าการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ข้างต้นของรัฐเป็นไปตามสมมติฐานที่ว่าฝ่ายตรงข้ามคือกองกำลังของบีอาร์เอ็น (Barisan Revolusi Nasional Melayu Patani) และฝ่ายรัฐต้องเอาชนะทั้งทางการเมืองและในทางการทหาร จึงต้องประคองสถานการณ์ไว้ด้วยยุทธศาสตร์การเจรจา ซึ่งดูเหมือนจะเป็นวิธีการที่ศิวิไลซ์ แต่มีการปรับเปลี่ยนชุดวาทกรรมให้เป็น ‘การพูดคุยสันติสุข’ ซึ่งเน้นว่าเป็น ‘ปัญหาภายในประเทศ’ จึงยอมรับให้มีการพูดคุยกันได้อย่างสันติ พร้อมทั้งการบังคับใช้กฎหมาย ในทางปฏิบัติ กระบวนการเหล่านี้เป็นการสร้างสันติสุขก็จริง แต่ก็เป็นการยืดเวลาสันติภาพออกไปด้วยการสร้างกระบวนการและกำหนดเงื่อนไขใหม่ๆ ทำให้การสร้างข้อตกลงยากขึ้นในทางปฏิบัติ เช่น การกำหนดให้การพูดคุยสันติสุขมี 3 ระยะ 9 ขั้นตอน คือระยะของการสร้างความเชื่อมั่นไว้วางใจ ระยะของการลงสัตยาบันและระยะการสร้าง Roadmap ในขั้นตอนนี้รัฐบาลยังมีเงื่อนไขให้ทุกกลุ่มของขบวนการต่อสู้รวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียว โดยนัยคือการไม่ยอมรับ 5 ข้อเรียกร้องเดิมของฝ่ายบีอาร์เอ็น และไม่ยอมรับเรื่องกระจายอำนาจแบบพิเศษ สาระของยุทธศาสตร์ดังกล่าว โดยความหมายก็คือการดึงเวลาเพื่อให้รัฐบาลจัดการควบคุมทางการทหารให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จนกระทั่งฝ่ายกองกำลังของบีอาร์เอ็นอ่อนแอลง ทำให้พวกเขาไม่สามารถขยายกำลังคนระลอกใหม่หรือสร้างสมาชิกใหม่ด้วยการบ่มเพาะอุดมการณ์ และเป้าหมายทางยุทธศาสตร์คือ ‘เพื่อสลายโครงสร้างการจัดตั้งฐานมวลชนในลักษณะหมู่บ้านจัดตั้ง (AJAK: AhliJawatan Kampong) เพื่อสลายแนวความคิดสนับสนุน 'กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง' (ผกร.) หรือขบวนการบีอาร์เอ็น/p p14. จุดเน้นทางยุทธศาสตร์นี้ได้ถูกนำมาแปลงเป็นโครงการสำคัญในกรอบแผนปฏิบัติการฯ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 ซึ่งเรือธง (Flagship Projects) ของแผนดังกล่าวคือโครงการรักษาความปลอดภัยในเขตเมือง 7 เมือง หลักการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประชาชาชนมีส่วนร่วม การดำเนินงานในหมู่บ้านเสริมสร้างความมั่นคง การพาคนกลับบ้าน การเสริมสร้างความเข้าใจในสถานศึกษาและโครงการบูโดรักษ์สันติสุข โดยใช้งบประมาณรวมกัน ถึงกว่า 7,501 ล้าน จากงบประมาณบูรณาการการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 ซึ่งจำนวนเม็ดเงินสูงถึง 30,176 ล้านบาท/p p15. แต่แนวโน้มความรุนแรงรอบใหม่ที่กำลังทะยานขึ้นในระยะหลัง โดยเฉพาะในช่วงต้นปี 2559 ก็อาจจะชี้ให้เห็นว่าฝ่ายขบวนการต่อสู้ โดยเฉพาะขบวนการบีอาร์เอ็นเองก็มีการปรับยุทธวิธีทางการทหารและพยายามเร่งกระแสความรุนแรงกลับขึ้นมาอีกเช่นกัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ายุทธศาสตร์ใช้การทหารนำและเน้นที่ความมีเอกภาพและประสิทธิภาพนั้นยังมีจุดอ่อน แม้จะมีประสิทธิภาพแต่หลายจุดยังมีความไม่แน่นอนและไม่มีประสิทธิผล นี่อาจจะเป็นตัวอย่างคลาสสิกในวิชาการนโยบายสาธารณะ หลักที่สำคัญก็คือการกำหนดและการวิเคราะห์นโยบายสาธารณะโดยทั่วไปนั้น ผู้วางแผนให้รัฐบาลทหารจะต้องคำนึงถึงผลตอบแทนทั้งตามที่คาดหมายและที่ไม่เป็นไปตามความคาดหมาย (Expected and Unexpected Consequences) นอกจากนี้ ในการวิเคราะห์ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยนำเข้า (Inputs) ของประเด็นทางนโยบายก็ต้องคำนึงถึงทั้งตัวแปรที่อธิบายได้ และตัวแปรที่อธิบายไม่ได้ (Explained and Unexplained Variables) ในตัวแบบการวิเคราะห์ทางนโยบาย (Policy Model) เพราะพลวัตของสิ่งเหล่านี้จะเป็นสิ่งรบกวน (Noise) ซึ่งจะนำมาสู่พลวัตและความแปรปรวน (Variances) ของผลลัพธ์ที่ตามมา (Outcomes) จากระบบทางนโยบายดังกล่าว/p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"strongภาพที่ 6br /img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/2/1473/26666159586_850defc9f2.jpg" //strong/span/p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"strongภาพที่ 7br /img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/2/1689/26626872181_887052ee64.jpg" //strong/span/p p16. นอกจากนี้ ตัวแปรภายนอกที่ควรต้องให้ความสนใจคืออิทธิพลจากประชาคมนานาชาติที่มีต่อการแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งรัฐมองว่าเป็นเรื่องของ ‘การสร้างความเข้าใจทั้งในและต่างประเทศ’ เป็นการป้องกันไม่ให้ประเด็นจังหวัดชายแดนภาคใต้ถูกหยิบยกเป็นวาระระหว่างประเทศ พยายามทำให้ประชาชนในโลกมุสลิมและต่างประเทศรวมทั้งองค์การระหว่างประเทศมีความเข้าใจและให้การสนับสนุนแนวทางการดำเนินงานของภาครัฐ/p pน่าสนใจว่าจุดที่อ่อนไหวที่สุดในเรื่องนี้คือมติของที่ประชุมโอไอซีหรือ Organization of Islamic Cooperation อย่างไรก็ดี โอไอซีได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2559 ในที่ประชุมอิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยมีการขานรับรูปแบบการจัดตั้ง ‘กลุ่มตัวแทนชุมชนมุสลิมในภาคใต้’ ของประเทศไทยและการตัดสินใจเดินหน้ากระบวนการสันติภาพของรัฐบาลไทยภายใต้การอำนวยความสะดวกของมาเลเซีย โอไอซียังได้เรียกร้องทั้งฝ่ายไทยและขบวนการมลายูมุสลิม ซึ่งเป็นตัวแทนของมุสลิมในภาคใต้เปิดให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม และร่วมมือทำงานด้วยเจตนาบริสุทธิ์ ในขณะเดียวกันก็เรียกร้องให้รัฐบาลไทย ‘รับประกันความปลอดภัยในการเดินทางของสมาชิกกลุ่มดังกล่าวและคุ้มครองไม่ให้พวกเขาถูกคุมตัวและดำเนินคดีระหว่างเข้าร่วมกระบวนการสันติภาพ’ ข้อมติของโอไอซีเป็นผลดีต่อกระบวนการสันติภาพที่กำลังเดินไปอยู่โดยมีนัยที่สนับสนุนสถานะของมาราปาตานีและอาจจะมีผลในทางบวกต่อการร่วมมือกันระหว่างมาราปาตานีกับกลุ่มอื่นๆ ในพื้นที่ในอนาคตอันใกล้ แต่ก็อาจจะเพิ่มแรงกดดันในทางการเมืองให้รัฐบาลไทยด้วยเช่นกัน ดูเหมือนว่าภารกิจการป้องกันไม่ให้ประเด็นจังหวัดชายแดนภาคใต้ถูกหยิบยกเป็นวาระระหว่างประเทศนั้นจะไม่เข้าเป้าตามตัวชี้วัด/p p17. กล่าวโดยสรุป สภาวะเสถียรของความรุนแรงระหว่างปี 2555-2558 ทำให้แนวโน้มของเหตุความไม่สงบดูเหมือนจะคงที่และลดต่ำลงเล็กน้อย ตัวคงที่ยังมีอิทธิพลค่อนข้างมากด้วยการคง ‘นโยบายสันติภาพ/สันติสุข’ และการเปิดพื้นที่ทางการเมืองภาคประชาชน ประกอบกับปัจจัยทางการทหาร การสร้างเอกภาพและประสิทธิภาพในการดำเนินรัฐประศาสโนบายนับแต่ช่วงหลังปี 2557 ทำให้ปี 2557-2558 เป็นช่วงที่ระดับความรุนแรงมีขอบเขตและแนวโน้มลดลงในบางช่วง แต่ปัจจัยที่ทำให้เกิดตัวคงที่ก็เป็นประเภทหนึ่ง ปัจจัยที่ทำให้เกิดความแปรปรวนก็เป็นตัวแปรอีกประเภทหนึ่ง ในช่วงเวลาดังกล่าวจึงเป็นที่น่าสังเกตว่าความแปรปรวนของเหตุการณ์ก็เกิดขึ้นเป็นช่วงๆ อยู่ตลอดเวลา ความแปรปรวนอาจจะทำให้เกิดความไร้เสถียรภาพ ถ้าไม่มีการวิเคราะห์และทำความเข้าใจอย่างถูกต้อง ดังนั้น ในตอนต้นปี 2559 อัตราเร่งแห่งความแปรปรวนนี้เริ่มแผลงฤทธิ์ แม้ว่าเหตุการณ์ในรอบเดือนที่ผ่านมาจะค่อนข้างสูงขึ้น แต่ระดับความถี่ของเหตุการณ์ก็ยังไม่ถึงระดับที่เลยเพดานเกินกว่าหนึ่งร้อยเหตุการณ์ต่อเดือนเหมือนเช่นช่วงที่เคยเกิดเหตุรุนแรงสูงในรอบหลายปีที่ผ่านมา แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่ความแปรปรวนอาจจะมีระดับความถี่ขึ้นได้เช่นกัน ต้องสังเกตว่าในช่วงเดือนที่เกิดความรุนแรงสูง ในรอบสามปีที่ผ่านมา มักจะมีการก่อเหตุโดยใช้ระเบิดสูงมากเป็นพิเศษโดยเฉพาะเดือนพฤษภาคม 2557 และเดือนพฤษภาคม 2558br /br /สิ่งที่ควรระวังคือความแปรปรวนจะเป็นพิษร้ายทำให้ภาวะคงที่และความสมดุลของสถานการณ์เสียไปหากมีความถี่และมีระดับสูงมากขึ้นตลอดทั้งปี 2559 นี้ ซึ่งจะทำให้เส้นแนวโน้มระดับความรุนแรงโดยรวมแลดูเสมือนรูปเส้นเชือกตกท้องช้างที่มีระดับสูง-ต่ำลง-สูงขึ้นอีก/p p18. ความท้าทายก็คือความรุนแรงปกติเป็นการสะท้อนสัญลักษณ์ของการต่อสู้ที่มีความหมายทางการเมืองหรือเป็นภาพตัวแทน (Representation) ของการต่อสู้ทางการเมืองในกระบวนการสันติภาพ ถ้ามันหยุดอยู่ในกรอบความหมายเพียงแค่นี้ แต่หากถูกจัดการไม่ถูกต้อง ความรุนแรงจะเป็นตัวแทนของความรุนแรงในตัวของมันเองหรือมีชีวิตของมันเอง ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้จะเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพไปอีกแบบหนึ่ง ซึ่งยากที่จะคาดคะเน จึงต้องระวังพิษของความแปรปรวนเช่นนี้ด้วย/p p19. จุดศูนย์ถ่วงของการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์คือการมีพื้นที่กลางทางการเมือง มีภาคประชาสังคมที่มีอิสระและการใช้เหตุผลอย่างสันติในสนามของความขัดแย้ง ความเปลี่ยนแปลงไปสู่การไม่ใช้ความรุนแรงเป็นสารทางการเมืองที่ต้องผ่านพื้นที่สาธารณะที่เป็นกลางและไม่ใช้ความรุนแรง มีแต่พลังส่วนนี้เท่านั้นที่เป็นสัญลักษณ์ซึ่งแสดงความเป็นตัวแทนอันชอบธรรม ที่สามารถถ่วงดุลกับการใช้ความรุนแรงทุกแบบและสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนnbsp;nbsp;nbsp;/p pnbsp;/p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"strongชุดภาพประกอบ: การกระจายความรุนแรงในพื้นที่ภูมิศาสตร์ในช่วงเดือนที่มีความรุนแรง 2556-2558/strong/span/p p style="text-align: center;"strongspan style="color:#ff8c00;"ภาพที่ 8br /img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/2/1538/26088844663_8ed1295b03.jpg" //span/strong/p p style="text-align: center;"strongspan style="color:#ff8c00;"ภาพที่ 9br /img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/2/1451/26419944760_45fa31d94b.jpg" //span/strong/p p style="text-align: center;"strongspan style="color:#ff8c00;"ภาพที่ 10br /img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/2/1459/26088844193_242558a437.jpg" style="width: 500px; height: 373px;" //span/strong/p p style="text-align: center;"strongspan style="color:#ff8c00;"ภาพที่ 11/span/strongbr /img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/2/1445/26419944400_a3ffd9802a.jpg" //p pnbsp;/p pa name="1"[1]/a ข้อมูลจาก “ฐานข้อมูลเหตุการณ์ความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้” (Deep South Incident Database) ศูนยเฝ้าระวัง สถานการณ์ภาคใต้ สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขต ปัตตานี, เมษายน 2559/p pnbsp;/p pbr /strongหมายเหตุ: เผยแพร่ครั้งแรกที่nbsp;a href="http://www.deepsouthwatch.org/node/8580"http://www.deepsouthwatch.org/node/8580/abr /ชื่อบทความเดิม: 19 ประเด็นกับความแปรปรวนที่เป็นพิษ: บทวิเคราะห์สถานการณ์ชายแดนใต้ในวันที่สภาวะคงที่กำลังเปลี่ยนไป/strong/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/PPfrqihNg2I" height="1" width="1" alt=""/

คสช.ให้จนท.ใช้ดุลพินิจส่อง #ทวีตอย่างไรไม่ให้โดนจับ ต้องไม่ผิดไปจากข้อเท็จจริง

Thu, 28/04/2016 - 19:33
pพ.อ.วินธัย ระบุการโพสต์ประชดประชัน ใช้ประโยคสัญลักษณ์แทนการสื่อสารทางตรง หรือการติดแฮชแท๊ก 'ทวีตอย่างไรไม่ให้โดนจับ' อยู่ที่เจ้าพนักงานจะใช้ดุลพินิจ ยันทุกคนยังสามารถแสดงความคิดเห็นได้โดยสุจริต ไม่ผิดไปจากข้อเท็จจริงnbsp;/p p!--break--!--break--/p p28 เม.ย. 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เมื่อวันที่ 27 เม.ย. ที่ผ่านมาแฮชแท๊กชื่อ "a href="https://twitter.com/search?q=%20%E2%80%AA%23%E0%B8%97%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E2%80%ACamp;src=typd"#ทวีตอย่างไรไม่ให้โดนจับ/a” nbsp;ติดเทรนด์ในทวิตเตอร์ ตั้งแต่วานนี้ ซึ่งมีการทวิตข้อความเชิงเสียดสีพร้อมติดแฮชแท๊กดังกล่าว/p pซึ่งวานนี้ เฟซบุ๊กแฟนเพจ 'a href="https://www.facebook.com/Tingsocial/posts/1757479601151955"ติ่งสังคม/a' ได้นำมารวมรวม เช่น/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/2/1459/26420036720_252218cafb_b.jpg" style="width: 500px; height: 349px;" /nbsp;/p p style="text-align: center;"nbsp;img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/2/1497/26420036190_f91ebc258b_b.jpg" style="width: 500px; height: 256px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/2/1454/26600013282_7bd4291034_b.jpg" style="width: 500px; height: 383px;" //p pโดยล่าสุดa href="http://www.matichon.co.th/news/120602" มติชนออนไลน์/a รายงานว่า พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เผยถึงการโพสต์ข้อความแนวประชดประชัน การใช้ประโยคสัญลักษณ์แทนการสื่อสารทางตรง หรือการติดแฮชแท๊ก 'ทวีตอย่างไรไม่ให้โดนจับ' ดังกล่าวว่า อยู่ที่เจ้าพนักงานจะใช้ดุลพินิจ ยืนยันทุกคนยังสามารถแสดงความคิดเห็นได้โดยสุจริต ไม่ผิดไปจากข้อเท็จจริง ไม่พาดพิงบุคคลหรือองค์กรในลักษณะหมิ่นประมาท ทำให้เสียชื่อ ทำให้บุคคลหรือสังคมเข้าใจผิด ซึ่งเป็นหลักพื้นฐานในสังคมในการดำเนินชีวิตในสังคม ซึ่งการดำเนินชีวิตประจำวันทั่วไปจะเห็นว่าเรื่องแบบนี้ยังมีให้เห็นในสังคม อย่างเช่นเรื่องของความขัดแย้งกันของบุคคลหรือเอกชนกันเป็นธรรมดา ไม่ใช่แต่ภาคราชการเท่านั้น/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/y8lqwfJnxQY" height="1" width="1" alt=""/

12 ปีเหตุมัสยิดกรือเซะ จนท.คุมเข้มชายแดนใต้ ห้ามรถติดแก๊สจอดห้าง

Thu, 28/04/2016 - 19:02
!--break--!--break-- p28 เม.ย.2559 ครบรอบ 12 ปี เหตุการณ์ความรุนแรงที่มัสยิดกรือเซะ อ.เมือง จ.ปัตตานี a href="http://www.tnamcot.com/content/456520"สำนักข่าวไทย /aรายงานว่า หลายภาคส่วนสนธิกำลังเฝ้าระวังสถานการณ์คุมเข้มเหตุป่วนตลอด 24 ชั่วโมง/p pโดย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ได้สั่งการและกำชับให้ผู้กำกับการและตำรวจทั้ง 19 สถานีในพื้นที่ 13 อำเภอ สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร และอาสาสมัครรักษาดินแดน ตั้งจุดตรวจสกัดบนถนนสายหลักและสายรองที่เชื่อมต่อแต่ละอำเภอตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะจุดเสี่ยงที่เกิดเหตุการณ์บ่อยครั้ง เพื่อป้องกันกลุ่มคนร้ายฉวยโอกาสก่อเหตุเชิงสัญลักษณ์/p pเช่นเดียวกับที่จังหวัดสงขลา มีการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยสูงสุดในพื้นที่เสี่ยง 7 อำเภอ โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ ซึ่งพบความเคลื่อนไหวของแนวร่วมกลุ่มของนายเสรี แวมานุ เข้ามาในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและห้างร้านร่วมกันตรวจเข้มรถต้องสงสัยที่เข้ามาจอดในย่านการค้าและในห้างร้านต่างๆ/p pa href="http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1461815725"ข่าวสดออนไลน์/a รายงานเพิ่มเติม สำหรับพื้นที่รอบนอกมีการสกรีนรถต้องสงสัย บริเวณด่านตรวจความมั่นคงขาเข้าตัวเมืองหาดใหญ่ทั้ง 3 ด่าน ที่ถนนกาญจนวนิช ถนนเพชรเกษม และถนนนิพัทธิ์สงเคราะห์ ส่วนพื้นที่ชั้นในย่านเศรษฐกิจ การค้าและการท่องเที่ยวมีทั้งกำลังอส.และตำรวจคอยเฝ้าสังเกตุการณ์และตรวจสอบรถที่จอดผิดในลักษณะผิดสังเกตnbsp; ขณะที่ห้างร้านได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยเช่นเดียว โดยจะตรวจสอบรถที่จะเข้าไปจอดภายในห้างอย่างละเอียดทุกคันและไม่อนุญาตให้รถติดแก๊สเข้าไปจอดอย่างเด็ดขาด/p pรายงานข่าวแจ้งว่า เนื่องจากในพื้นที่อ.หาดใหญ่ มีการแจ้งเตือนว่าเสี่ยงต่อการตกเป็นเป้าหมายการก่อเหตุ หลังพบความเคลื่อนไหวของแนวร่วมเข้ามาในพื้นที่ นอกจากนี้ในพื้นที่อ.เมือง อ.สะเดา 4 อำเภอชายแดนสงขลา อ.จะนะ เทพา นาทวี และสะบ้าย้อย มีมาตรการรักษาความปลอดภัยสูงสุดเช่นกัน/p pสำหรับจ.นราธิวาสขณะนี้เองมีการจัดงานใน 2 อำเภอ ทั้งงานกาชาดและงานประจำปีจังหวัดนราธิวาส ระหว่างวันที่ 23 เม.ย.– 2 พ.ค. ในพื้นที่ของอ.เมือง ส่วนในอ.สุไหงโก-ลก มีการจัดงานสมโภชองค์เจ้าแม่โต๊ะโม๊ะ ระหว่างวันที่ 24 เม.ย.– 1 พ.ค. ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มมาตรการเข้มในการดูแล เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาเที่ยวในพื้นที่ด้วย nbsp;/p h3span style="color:#0000cd;"คนร้ายลอบบึ้มทหารพรานยะลา ดับ 1 เจ็บ 5/span/h3 pa href="http://www.tnamcot.com/content/456398"สำนักข่าวไทย/a ยังรายงานด้วยว่า ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดและกำลังฝ่ายความมั่นคง เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุกลุ่มคนร้ายลอบวางระเบิดทหารพราน บริเวณตำบลบาโร๊ะ nbsp;อ.ยะหา จ.ยะลา แรงระเบิดทำให้ สิบเอกต่วนอากูซิ บนบาน เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และมีผู้บาดเจ็บอีก 5 นาย ถูกนำส่งโรงพยาบาลยะลา โดยทหารพรานทั้งหมดเป็นชุดช่างที่กำลังเดินทางไปสร้างบ้านให้นางบีเดาะ ดอเลาะ ตามโครงการช่วยเหลือผู้ขัดสน คาดคนร้ายเป็นแนวร่วมในพื้นที่ ลอบนำระเบิดแสวงเครื่องอัดกล่องเหล็ก น้ำหนักไม่ต่ำกว่า 10 กิโลกรัม มาซุกซ่อนไว้ จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร/p h3span style="color:#0000cd;"ปัตตานีคนร้ายประกบยิงสามีเข้ากันกระสุนให้ภรรยาจนเสียชีวิต/span/h3 divส่วนที่ปัตตานี เกิดเหตุคนร้ายประกบยิง จิรศักดิ์ อินศรี และ วรรณภา อาศรับผล สามีภรรยาเสียชีวิตขณะขี่รถจักรยานยนต์ออกจาก ศอ.บต.เพื่อกลับบ้านพัก ที่เขื่อนขลประทานปัตตานี เมื่อถึงสี่แยกบ้านต้นมะขาม คนร้ายใช้อาวุธปืน กระหน่ำยิงรถจักรยานยนต์เสียหลักล้ม และตามลงมายิง วรรณภา แต่ จิรศักดิ์ สามีได้ใช้ตัวบังภรรยาไว้ ทำให้ถูกยิงที่ราวนมขวา เบ้าตาซ้าย คางขวา บาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาล ขณะที่ วรรณภาภรรยาบาดเจ็บจากการถูกยิงที่แขนขวา 2 นัด เบื้องต้นสันนิษฐานเป็นการก่อเหตุสร้างสถานการณ์ของกลุ่มแนวร่วมอาร์เคเค โดยเลือกเป้าหมายที่อ่อนแอ/div div divnbsp;/div divขณะที่ เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ทหารและตำรวจได้สนธิกำลังเข้าควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุปล้นรถยนต์ของสามีภรรยา เพื่อนำไปก่อเหตุคาร์บอมบ์กลางเมืองยะลา โดยปิดล้อมตรวจค้นบ้านไม่มีเลขที่ หมู่ 7 ต.ตะลุโบะ อ.เมืองปัตตานี และควบคุมตัว มูฮัมหมัด บีมา และ ฮารอมาน เจ๊ะโซะ พร้อมพวกอีก 3 คนซึ่งอยู่ด้วยกันไปสอบสวนขยายผลเปรียบเทียบกับวัตถุพยาน เบื้องต้นผู้ต้องสงสัยยังให้การปฏิเสธ/div /div pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/r5Y7Ld8j9rc" height="1" width="1" alt=""/

โต๊ะพูดคุยไม่รับรองTOR 'มาราปาตานี' ผิดหวัง ทหารยันกระบวนการยังไปต่อ

Thu, 28/04/2016 - 18:41
pโต๊ะพูดคุยสันติภาพยังไม่รับรองกรอบ TOR ฝ่ายมาราปาตานีรู้สึกผิดหวัง ด้านทหารยันกระบวนการพูดคุยสันติสุขยังเดินหน้าต่อไปตามขั้นตอน และการเปลี่ยนคนในคณะไม่กระทบเรื่องความไว้วางใจ/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/2/1571/26664629266_637ca70f13.jpg" style="width: 500px; height: 323px;" //p p28 เม.ย. 2559 การนัดพบปะพูดคุยอย่างเป็นทางการครั้งที่ 4 ระหว่างคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีพล.อ.อักษรา เกิดผล เป็นหัวหน้าคณะ กับกลุ่มมาราปาตานี ที่มีนายมะสุกรี ฮารี เป็นหัวหน้าคณะ วานนี้ (27 เม.ย.) ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ไม่ได้มีการลงนามข้อตกลงเกี่ยวกับร่างกรอบการพูดคุยร่วม หรือร่างทีโออาร์ (TOR) แต่อย่างใด การพูดคุยครั้งนี้ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง 15 นาที/p pอาบูฮาฟีส อัลฮากีม หนึ่งในสมาชิกมาราปาตานี เปิดเผยว่าปาร์ตี้ A (คณะพูดคุยเพื่อสันติสุข) ได้แถลงในระหว่างการประชุมร่วมกันว่า ยังไม่พร้อมจะรับรองร่าง TOR สำหรับการพูดคุยสันติภาพที่ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันร่างขึ้น และไม่ได้มีการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องพื้นที่ปลอดภัยแต่อย่างใด พวกเขาได้รับแจ้งอีกว่านายกรัฐมนตรีของไทยยังไม่ได้อนุมัติร่าง TOR นี้ และทำให้ฝ่ายมาราปาตานีรู้สึกผิดหวังกับการตัดสินใจของฝ่ายไทย/p pอาบูฮาฟีส อัลฮากีม ระบุอีกว่า ในขณะที่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าการปลด พล.อ.นักรบ บุญบัวทอง ออกจากคณะพูดคุยจะเกี่ยวข้องโดยตรงต่อทิศทางในการพูดคุยสันติภาพของรัฐบาลไทยมากน้อยเพียงไร/p pอาบูฮาฟีส อัลฮากีม ได้กล่าวในบันทึกของเขาว่า เขา (พล.ท.นักรบ) เป็น 'เครื่องจักร' ของฝ่ายไทยซึ่งมีความรู้ที่กว้างขวางเกี่ยวกับเรื่องกระบวนการสันติภาพ เขาเป็นหัวหน้าทีมเทคนิคของฝ่ายปาร์ตี้ A ก่อนหน้าที่เขาจะถูกปลด เขามีความคิดในเชิงบวกว่าปาร์ตี้ A จะรับรอง TOR และว่าการขาดเขาไปจะส่งผลอย่างสำคัญต่อกระบวนการสันติภาพ/p pพล.ต.ชินวัฒน์ แม้นเดช รองแม่ทัพภาคที่ 4 รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนใต้ภาคใต้ ระบุว่า การพูดคุยครั้งนี้มีการพิจารณาร่างกรอบการพูดคุย หรือ TOR ตามที่คณะทำงานเทคนิคจัดทำขึ้นเท่านั้น ยังไม่ได้ลงนามเห็นชอบเนื่องจากทั้งสองฝ่ายต้องนำไปเสนอให้หัวหน้าของฝ่ายตัวเองพิจารณาก่อน ซึ่งฝ่ายรัฐบาลก็คือคณะกรรมการอำนวยการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ (The Steering Committee for Peace Dialogue) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน/p pพล.ต.ชินวัฒน์ กล่าวว่า การลงนามต้องเป็นการเห็นชอบร่วมกันของทั้งสองฝ่าย หากที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยการพูดคุยเพื่อสันติสุขฯ เห็นชอบร่าง TOR นี้ การพูดคุยครั้งต่อไปถ้าทั้งสองฝ่ายเห็นชอบก็ลงนามได้ แต่ถ้าคณะกรรมการอำนวยการไม่เห็นชอบก็จะต้องแก้ไขหรือได้แค่ไหนเอาแค่นั้น กระบวนการมีชัดเจนอยู่แล้ว/p pส่วนกรณีการเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลในคณะพูดคุยฝ่ายไทยส่งผลต่อการพูดคุยหรือไม่นั้น พล.ต.ชินวัฒน์ ระบุว่า อย่าไปยึดติดกับตัวบุคคล เพราะคณะพูดคุยชุดนี้มีการปรับเปลี่ยนหลายคน แต่หัวหน้าคณะยังเป็น พล.อ.อักษรา เกิดผล เหมือนเดิม เพราะฉะนั้นต้องยึดหัวหน้าเป็นหลัก และการปรับเปลี่ยนตัวบุคคลก็ไม่ได้ส่งผลต่อการสร้างความไว้วางใจ/p pพล.ต.ชินวัฒน์ กล่าวด้วยว่า สื่ออย่าด่วนสรุปว่ามีปัญหา เพราะกระบวนการพูดคุยมีขั้นตอนอย่างชัดเจนอยู่แล้วที่จะต้องเดินไปตามนั้นbr /nbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/CTA6Pf-K8UE" height="1" width="1" alt=""/

วิพากษ์การศึกษาฉบับซอสพริก โดย พริษฐ์ ชิวารักษ์

Thu, 28/04/2016 - 17:33
!--break--!--break-- p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/2/1639/26087751833_231e5c51eb.jpg" style="width: 389px; height: 500px;" /br /strongspan style="color:#ff8c00;"อ่านข่าวที่nbsp;/spana href="http://www.matichon.co.th/news/117418"span style="color:#ff8c00;"มติชน/span/a/strong/p pวานนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดินท่านหนึ่งที่มีชื่อพ้องกับยี่ห้อซอสพริกยี่ห้อดังได้เผยว่าจะเสนอให้คุณลุงนายกรัฐมนตรีใช้อำนาจตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญชั่วคราวบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการศึกษา 15 ฉบับเพื่อแก้ไขปัญหาการศึกษา (จะได้เหรอวะ) ทั้งนี้ในเนื้อข่าวจากa href="http://www.matichon.co.th/news/117418"มติชน/aมีประเด็นที่น่าสนใจหลายข้อด้วยกัน ผมจึงจับประเด็นและอยากชวนทุกคน "คิดเล่นเห็นต่าง" กับ ฯพณฯ ศาสตราจารย์ซอสพริกทีละประเด็น ดังนี้/p p1.ข้อเสนอให้เด็กเข้าเรียนตั้งแต่อายุ 3 ขวบ แทนที่จะให้นั่งเล่นอยู่บ้านเฉยๆ เพราะเด็กเล็กเรียนรู้ได้ดีที่สุดbr /เพนกวิน:nbsp; การเรียนรู้ของเด็กเล็กรวดเร็วจริงครับ แต่การเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยไม่ใช่การเรียน "ความรู้" เหมือนนักเรียนชั้นประถมและมัธยม แต่คือการส่งเสริมพัฒนาการในด้านต่างๆ ให้เป็นไปตามวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านอารมณ์ ซึ่งพัฒนาการทางอารมณ์นั้น ครอบครัวควรมีบทบาทในการฟูมฟักทะนุถนอม ให้ความรักและให้ทดลองเรียนรู้ไปตามวัย ดังนั้น เด็ก 3 ขวบควรนั่งเล่นอยู่ที่บ้านถูกแล้วครับ แม้การศึกษาชั้นอนุบาลเองถ้าครอบครัวสามารถดูแลเองได้ ครอบครัวก็ควรมีบทบาทในการจัดการศึกษา โรงเรียนและศูนย์เด็กเล็กควรเป็นเพียงทางเลือกสำหรับพ่อแม่เท่านั้น ถ้ารัฐจะสนับสนุนก็ควรสนับสนุนให้พ่อแม่ได้ดูแลลูกอย่างใกล้ชิดมากกว่า/p p2.ลดการศึกษาภาคบังคับจาก ม.ต้น เหลือเพียงประถมศึกษาbr /เพนกวิน:nbsp; ระดับของการศึกษาภาคบังคับเป็นการบ่งบอกว่ารัฐต้องการประชากรที่มีความรู้ในระดับไหนในสังคม หากร่นลงเพียงระดับประถม เท่ากับรัฐจะป่าวประกาศว่า ต่อแต่นี้คนไทยมีความรู้เพียง ป.6 ก็พอแล้ว ความรู้ระดับนี้เพียงพอจริงหรือ จริงอยู่ที่ท่านบอกว่าจำนวนปีไม่เท่ากับคุณภาพ แต่เท่าที่ทราบมา ยังไม่มีที่ใดที่สามารถบรรจุความรู้และทักษะพื้นฐานให้จบภายในประถมศึกษาได้ และยิ่งคุณภาพของการศึกษาไทยย่ำแย่อยู่แล้ว การลดปริมาณก็จะทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ลงอีก/p p3. ไม่กังวลว่าเด็กจะตกหล่นจากระบบการศึกษากลางคัน เพราะพ่อแม่คงจะส่งลูกเรียนต่ออยู่แล้วbr /เพนกวิน:nbsp; ท่านเป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งเป็นที่รับเรื่องราวความทุกข์ร้อนของประชาชน ท่านไม่เคยทราบเลยหรือครับว่าประเทศของเรามีเด็กชายขอบที่ต้องออกจากการศึกษากลางคันเป็นจำนวนมาก นักเรียนไทยเกือบ 60% ในแต่ละรุ่น (สามล้านกว่าคน) เมื่อจบการศึกษาภาคบังคับ (ม.ต้น) ก็จะตกหล่นออกไปจากระบบการศึกษาทั้งที่ยังมีโครงการเรียนฟรี 12 ปี (และ 15 ปี) ที่ครอบคลุม ม.ปลายอยู่ ก็เพราะผู้ปกครองจำต้องให้นักเรียนลาออกมาช่วยหาเลี้ยงครอบครัว เด็กเหล่านี้ เชื่อว่าหากการศึกษาภาคบังคับร่นลงมาแค่ ป.6 ก็คงจะได้เรียนเพียงเท่านั้น/p pกรณีเช่นนี้ไม่อาจจะโทษความยากจนข้นแค้นของผู้ปกครองได้เพียงฝ่ายเดียว แต่ควรจะตั้งคำถามว่า เพราะเหตุใดรัฐจึงไม่สามารถสร้างกลไกช่วยเหลือเด็กเหล่านี้ให้เรียนต่อไปได้/p p4. ข้อเสนอให้นักเรียนเลือกสายการเรียนตั้งแต่ ม.1br /เพนกวิน:nbsp; การให้นักเรียนได้เลือกเรียนตามความสนใจเป็นสิ่งที่ดี แต่จะต้องตั้งอยู่ในเงื่อนไขว่านักเรียนได้รู้จักศาสตร์แขนงต่างๆ ได้เป็นอย่างดี รวมถึงนักเรียนจะต้องรู้จักตัวเองมากพอจนเข้าใจว่าตนต้องการอะไร ท่านผู้ตรวจการคิดว่าระบบการศึกษาไทยในระดับประถมศึกษามีความพร้อมที่จะทำให้นักเรียนรู้จักสาขาวิชาต่างๆ อย่างครบถ้วนหรือยัง และระบบแนะแนวทำให้เด็กมีความใฝ่ฝันมากพอแล้วหรือยัง หากยัง การผลีผลามตามข้อเสนอของท่านจะไม่ใช่การเปิดโอกาสให้เด็กเลือกอย่างเสรี แต่จะเป็นการเอาผ้าผูกตาแล้วให้เด็กคว้าเอาสายการเรียนสายใดสายหนึ่งมากำหนดชีวิตที่เหลือของตัวเองมากกว่า/p p5. แนวคิดให้เด็กที่มีผลการเรียนระดับชั้นประถมศึกษาต่ำกว่า 2.5 ต้องเสียค่าใช้จ่ายการศึกษาเองทั้งหมดbr /เพนกวิน:nbsp; ขออนุญาตแสดงความประหลาดใจแรงๆ ว่าแนวความคิดนี้ออกมาจากคนเป็นผู้ตรวจการแผ่นดินจริงหรือ แนวคิดของท่านซอสพริกแสดงให้เห็นว่าท่านไม่ได้มองการศึกษาเป็นสิทธิ แต่เป็น “การปรนเปรอ” น่าเกลียดยิ่งกว่าร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับคุณปู่มีชัยที่มองการศึกษาเป็น “การสงเคราะห์” เสียอีก ยิ่งสะท้อนว่าการศึกษาเป็นสิ่งฟุ่มเฟือยสำหรับคนมีเงินเท่านั้น การศึกษาจะต้องเป็นสิทธิของทุกคนถ้วนหน้า (Universal Access) ไม่ใช่การสงเคราะห์หรือทุนการศึกษาแจกเฉพาะเด็กเก่งเท่านั้น ระบบของท่านเป็นระบบกำจัดโอกาส ที่จะตัดผู้แพ้ออกจากทางเดินโดยไม่ให้โอกาสแก้ตัว ปลายทางของการศึกษาจะยิ่งตีบตันขึ้นไปอีก/p pการที่เด็กเกรดตกต่ำนั้น ไม่อาจจะสะท้อนศักยภาพที่แท้จริงของเด็กได้ และแม้เด็กจะเรียนอ่อนจริงๆ หน้าที่ของการศึกษาคือการช่วยเหลือให้ปรับปุรงขึ้น ไม่ใช่ไสหัวออกไปในฐานะกากเดนของการศึกษา ท่านหลงลืมมิติว่าการที่เด็กจะพัฒนาได้มากน้อยนั้น ฐานะทางเศรษฐกิจของครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ (เช่น นักเรียนที่ต้องช่วยพ่อแม่ทำงานหาเงินทุกวันย่อมมีเวลาทวนหนังสือน้อยกว่าคนอื่น) ดังนั้น การตัดสวัสดิการของเด็กเหล่านี้ นอกจากจะไม่ช่วยกระตุ้นเด็กให้พัฒนาได้แล้ว ยังจะทำให้การพัฒนาตัวเองยากลำบากขึ้นด้วยซ้ำ เพราะเด็กจะต้องห่วงหน้าพะวงหลังกับเรื่องเงินๆ ทองๆ มากขึ้น หรืออาจต้องออกจากระบบไปกลางคันเลยก็ได้/p pสุดท้าย ฯพณฯ ผู้ตรวจการยังกล่าวว่า/p p“ข้อเสนอของผู้ตรวจการแผ่นดินทั้งหมด ไม่ถือว่าใจร้ายเกินไป เพราะหลายประเทศทั้งสิงคโปร์ เกาหลีใต้ มาเลเซีย ก็ทำแบบนี้”/p pอยากจะขอชี้แจงว่า ทั้ง 3 ประเทศที่กล่าวมาล้วนแต่จัดสวัสดิการเรียนฟรีครอบคลุมถึง ม.ปลาย ทั้งสิ้น ขอให้ทุกท่านร่วมกันพิจารณา ว่าข้อเสนอของผู้ตรวจการแผ่นดิน โหดร้ายหรือไม่ อย่างไร/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/SZA6dI6DaHs" height="1" width="1" alt=""/

สธ.-ยูนิเซฟ พัฒนาสุขภาพวัยรุ่น ตั้งเป้าลดพฤติกรรม ลดการติดเชื้อเอชไอวี-ตั้งครรภ์

Thu, 28/04/2016 - 15:28
pกระทรวงสาธารณสุข ร่วมมือกับยูนิเซฟ ขับเคลื่อนงานพัฒนาสุขภาพวัยรุ่wbrนไทย ตั้งเป้าหยุดยั้งการแพร่เชื้wbrอเอชไอวีจากแม่สู่ลูกต่ำกว่าร้wbrอยละ 2 อัตราการติดเชื้อเอชไอวีwbrและการตั้งครรภ์ของวัยรุ่นลดลง วัยรุ่นมีส่วนร่วมในการป้องกัwbrนพฤติกรรมเสี่ยงและเปลี่wbrยนแปลงพฤติกรรมของตนเพิ่มมากขึ้wbrนภายในสิ้น 59/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img src="https://c2.staticflickr.com/2/1564/26086417953_fda909ab53.jpg" //p p28 เม.ย. 2559 ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี สุวรรณชัยnbsp; วัฒนายิ่งเจริญชัย รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธีลงนามความร่wbrวมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุขกัwbrบ โธมัส ดาวิน ผู้แทนองค์การทุนเพื่อเด็กแห่wbrงสหประชาชาติหรือยูนิเซฟ (UNICEF) ประจำประเทศไทย เพื่อขับเคลื่อนการบูwbrรณาการงานวัยรุ่นของประเทศไทย โดยยูนิเซฟยินดีสนับสนุนทั้งด้wbrานวิชาการและงบประมาณแก่wbrกระทรวงสาธารณสุขเพื่อพัฒนาสุwbrขภาพกลุ่มวัยรุ่นของไทย ตั้งเป้าให้ไทยหยุดยั้งการแพร่wbrเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูwbrกตามเกณฑ์องค์การอนามัยโลกและยูwbrนิเซฟคือต่ำกว่าร้อยละ 2 อย่างยั่งยืน และอัตราการการติดเชื้อเอชไอวีwbrและการตั้งครรภ์ของวัยรุ่นลดลง รวมทั้งวัยรุ่นมีส่วนร่wbrวมในการป้องกันพฤติกรรมเสี่wbrยงและเปลี่ยนแปลงพฤติwbrกรรมของตนเพิ่มมากขึ้นภายในสิ้wbrนปี 2559 และในอีก 5 ปีข้างหน้า/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pโดยสาระสำคัญของความร่วมมือครั้wbrงนี้ จะเน้นการเข้าถึงการป้องกัwbrนและบริการสนับสนุนสำหรับวัยรุ่wbrนและเยาวชน โดยเฉพาะกลุ่มชายขอบและกลุ่wbrมเปราะบาง ซึ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้wbrอเอชไอวี โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น และปัญหาด้านสุขภาพจิต เช่น ความเครียดและโรคซึมเศร้า โดยสนับสนุนข้อมูล ผลักดันเชิงนโยบาย เพื่อให้เกิดความครอบคลุwbrมของการบริการสำหรับวัยรุ่น พัฒนานโยบาย กฎหมายและยุทธศาสตร์ แบบบูรณาการในการจัดบริการสำหรัwbrบวัยรุ่นเพื่อส่งเสริมพฤติwbrกรรมสุขภาพที่ดี และป้องกันความเสี่ยงต่อสุขภาพ การจัดการความรู้ ถอดบทเรียน ค้นหารูปแบบการดำเนินงานที่ดีwbrในประเทศ และการสร้างศักยภาพและสนับสนุwbrนด้านการเผยแพร่ข้อมูล ติดตามและประเมินผลถึงสิ้นปี 2559 และมีแผนความร่วมมือที่จะดำเนิwbrนต่อไปในอนาคต/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pสุวรรณชัย กล่าวต่อว่า ตามแผนงานในปี 2559 นี้ กรมควบคุมโรค กรมอนามัย และกรมสุขภาพจิต ได้จัดทำโครงการรองรับ อาทิ โครงการเฝ้าระวังพฤติกรรมสุwbrขภาพในกลุ่มนักเรียน โครงการพัฒนาศักยภาพการสื่wbrอสารเรื่องเพศระหว่างวัยรุ่wbrนและครอบครัว โครงการพัฒนาระบบฐานข้อมูลวัยรุwbr่นและอนามัยการเจริญพันธุ์wbrประเทศไทย โครงการส่งเสริมการจัดบริการสุwbrขภาพที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่wbrนและเยาวชน โครงการพัฒนาความเข้มแข็wbrงระบบบริการความคุ้มครองเด็wbrกและเยาวชน โครงการพัฒนาศักยภาพทีมนักจัwbrดการสุขภาพวัยรุ่น ซึ่งการดำเนินการทั้งหมดนี้ เพื่อให้วัยรุ่นไทย “สดใส ห่างไกลสิ่งเสพติด ไม่ท้องก่อนวัย ทักษะชีวิตดี มีจิตสาธารณะ” ด้วยกิจกรรมและระบบบริการที่เชืwbr่อมโยงระหว่างสถานบริwbrการสาธารณสุข โรงเรียน และชุมชน/ท้องถิ่นnbsp; ตามเป้าหมายของกระทรวงสาธารณสุข/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/wH9cdmZxG4I" height="1" width="1" alt=""/

กลุ่มลูกชาวบ้าน ม.บูรพา-กลุ่มนิสิตเกษตรฯ-เครือข่ายสลัม 4 ภาค จี้หยุดละเมิดสิทธิ-ปล่อยปชช.ทันที

Thu, 28/04/2016 - 15:09
!--break--!--break-- div div style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/2/1680/26084350244_f816100f81_b.jpg" style="width: 500px; height: 318px;" //div div28 เม.ย.2559 เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ผ่านมา เฟซบุ๊กแฟนเพจ 'a href="https://www.facebook.com/1772486996225365/photos/a.1772490572891674.1073741828.1772486996225365/2211258109014916/?type=3"กลุ่มลูกชาวบ้าน ม.บูรพา บางแสน/a' ได้เผยแพร่ แถลงการณ์กลุ่มลูกชาวบ้าน กรณีการควบคุมตัวนักกิจกรรมwbrและประชาชน/wbr/div /div divbr /โดยแถลงการณ์ระบุว่า อันเนื่องจากเหตุการณ์การควwbrบคุมตัวนักกิจกรรมและประชาชwbrนจำนวน 26 คน ในวันที่ 27 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยเข้าควบคุมในช่วงเช้าจำนwbrวน 10 คนและช่วงค่ำอีกรวม 16 คน โดยไม่แจ้งข้อหาและสิทธิอันwbrพึงมีให้ผู้ถูกควบคุมตัวทราwbrบ รวมทั้งไม่มีหมายจับหรือหมาwbrยค้นในการบุกเข้าควบคุมตัวปwbrระชาชนทั้ง 10 คนในช่วงเช้าbr /br /กลุ่มลูกชาวบ้าน ขอแถลงการณ์wbrประณามการกระทำดังกล่าวซึ่งwbrขัดและละเมิดหลักสิทธิมนุษยwbrชนอย่างร้ายแรง แม้ว่าในขณะนี้จะมีการปล่อยwbrตัวผู้ถูกควบคุมตัวบางแล้วบwbrางส่วนก็ตาม เนื่องด้วยการกระทำในลักษณะwbrเช่นนี้นับเป็นสิ่งที่ละเมิwbrดต่อสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรwbrง อีกทั้งขัดต่อหลักการพื้นฐาwbrนของกฎหมายอาญาในการคุ้มครอwbrงบุคคลผู้บริสุทธิ์อย่างสำคwbrัญbr /br /กลุ่มลูกชาวบ้านขอเรียกร้องwbrให้ปล่อยตัวผู้ถูกควบคุมตัวwbrทั้งหมดทันที และขอเรียกร้องให้หัวหน้าคณwbrะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.wbr) หยุดพฤติกรรมการคุกคามประชาwbrชน ยกเลิกการใช้อำนาจละเมิดสิทwbrธิเช่นนี้โดยทันที และโดยถาวร เนื่องจากการละเมิดสิทธิมนุwbrษยชนเป็นวงกว้างในปัจจุบันไwbrม่มีเหตุผลชอบธรรมใดๆ รองรับ เผด็จการทหารควรหยุดการกระทwbrำโดยทันทีมิเช่นนั้นจะต้องถwbrูกประณามและมีปฏิกิริยาโต้ตwbrอบจากประชาชนผู้สนับสนุนแนวwbrคิดแบบประชาธิปไตย/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/div divnbsp;/div div style="text-align: center;"img src="https://c2.staticflickr.com/2/1475/26663698376_86f23ed7d1_o.jpg" //div divbr /ขณะที่เพจ 'a href="https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=600990860064290amp;id=486452398184804"เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง/a' รายงานด้วยว่า เมื่อเวลา13.00 น. นิสิตและอาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จัดกิจกรรมยืนเรียกร้อง คสช. ให้ปล่อยตัวประชาชนที่ถูก คสช. ละเมิดสิทธิและถูกจับกุมตัวไปในทันทีnbsp;br /nbsp;/div divnbsp;/div div divด้าน กลุ่มเสรีนนทรี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ออกa href="https://www.facebook.com/SeriNnthri/photos/a.400783836634560.86761.400746456638298/1083884984991105/?type=3amp;fref=nf"แถลงการณ์กรณีการควบคุมตัวประชาชนnbsp;/aโดยระบุว่าnbsp;จากการที่กลุ่มเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจบุกเข้าควบคุมตัวประชาชน 8 คน ในเขตกรุงเทพมหานคร และอีก 2 คน ในเขตจังหวัดขอนแก่น ในช่วงเช้าของวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา โดยไม่มีหมายจับ หมายค้น ไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาหรือแจ้งสิทธิใด ๆ อันเป็นหลักปฏิบัติขั้นพื้นฐานในการเข้าควบคุมตัวบุคคลตามกฎหมาย ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดหลักมนุษยธรรมและเป็นการละเมิดสิทธิของประชาชนขั้นร้ายแรง ลุแก่อำนาจและลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์/div div p"กลุ่มเสรีนนทรีเราขอประณามการกระทำของเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการจับกุม เนื่องจากbr /1. เป็นการกระทำที่อุกอาจและขัดต่อหลักมนุษยธรรม และnbsp;2. เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่พึงมี"br /br /ในนามกลุ่มเสรีนนทรีขอแสดงเจตจำนงดังนี้br /1. ขอเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวผู้ที่ถูกจับกุมทันทีโดยไม่มีเงื่อนไขbr /2. ยกเลิกมาตรา 44 และคำสั่งที่มีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพในการรวมตัวและเรียกร้องการมีส่วนร่วมของประชาชนbr /3. ให้ประชาชนแสดงออกถึงสิทธิและเสรีภาพในการวิพากษ์วิจารณ์และแสดงความคิดเห็นต่อรัฐบาล คสช.และร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยเป็นไปอย่างเสรี/p /div /div divnbsp;/div div style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/2/1466/26418418110_ecd4bfe0c1.jpg" style="width: 500px; height: 281px;" //div divbr /ด้านเครือข่ายสลัม 4 ภาค ออกa href="https://www.facebook.com/thaifrsn/photos/a.217774794910025.57399.217743291579842/1096497440371085/?type=3amp;theater"แถลงการณ์ "หยุดจับกุมประชาชนที่เห็นต่าง: ปล่อยตัวคนเห็นต่างทันที" /aโดยระบุว่า กรณีการควบคุมตัวนักกิจกรรมและประชาชน อันเนื่องจากเหตุการณ์การควบคุมตัวนักกิจกรรมและประชาชนจำนวน 10 คน ในวันที่ 27 เมษายน พ.ศ.2559 ที่ผ่านมา โดยเข้าควบคุมในช่วงเช้าโดยไม่แจ้งข้อหา และสิทธิอันพึงมีให้ผู้ถูกควบคุมตัวทราบ รวมทั้งไม่มีหมายจับหรือหมายค้นในการบุกเข้าควบคุมตัวประชาชนทั้ง 10 คน p"เครือข่ายสลัม 4 ภาค ไม่เห็นด้วยกับการกระทำดังกล่าวซึ่งขัดและละเมิดหลักสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง อีกทั้งยังขัดต่อหลักการพื้นฐานของกฎหมายอาญาในการคุ้มครองบุคคลผู้บริสุทธิ์อย่างสำคัญ/p p"เครือข่ายสลัม 4 ภาค ขอเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ถูกควบคุมตัวทั้งหมดทันที และขอเรียกร้องให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หยุดพฤติกรรมคุกคาม การใช้อำนาจที่ละเมิดสิทธิ และเสรีภาพของประชาชน โดยทันที เนื่องจากเป็นการกระทำที่ปราศจากเหตุผลและข้ออ้างใดๆ สิ่งที่ คสช. ควรทำ คือเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้แสดงออกอย่างสร้างสรรค์ มิใช่การปิดกั้นและคุกคามประชาชนnbsp;เครือข่ายสลัม 4 ภาค จะร่วมปกป้องเสรีภาพของประชาชน พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด"/p pnbsp;/p pnbsp;/p /div pnbsp;/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2016/04/65492" target="_blank"แอมเนสตี้ร้องปล่อยตัวผู้แสดงความเห็นทางเฟซบุ๊กถูกรัฐาลทหารไทยคุมตัว/a /div div class="field-item even" a href="/journal/2016/04/65484" target="_blank" ตร.จับทันที #039;ปธ.กองทุนฯสิทธิออทิสติกฯ#039; หลัง กกต.เพิงแจ้งความ เอาผิดกม.ประชามติ/a /div div class="field-item odd" a href="/journal/2016/04/65480" target="_blank"คสช.เผยคุม10 ผู้ผิดพ.ร.บ.คอมฯ ระบุมีแอดมินเพจ #039;เรารัก พล.อ.ประยุทธ์#039;/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/1jCe2N-T98c" height="1" width="1" alt=""/

สถานการณ์แรงงานประจำสัปดาห์ 21-27 เม.ย. 2559

Thu, 28/04/2016 - 14:52
divเครือข่าย รปภ. ร้อง สนช.แก้ กม.ธุรกิจรักษาความปลอดภัย หลังได้รับผลกระทบ เหตุพนง.ส่วนใหญ่ไร้วุฒิ ม.3/กยศ.ลดเบี้ยปรับ 100% แก่ผู้กู้ที่จะปิดบัญชี/ทอ. เร่งสอบวิชาการ - สมรรถภาพนักบินหญิง คาดประกาศผลภายใน 18 พ.ค. นี้ ก่อนฝึกเข้ม 6 เดือน ก่อนประจำการภายในสิ้นปี/รัฐบาลขยายเวลาสมัคร กอช.ได้ในวันเสาร์-อาทิตย์/สปส.เผยผู้ประกันตนมาตรา 39 พ้นจากระบบประกันสังคมกว่า 3 แสนคน คาดมีหลายหมื่นคนพ้นระบบประกันสังคมไปเลย เสนอชงรัฐบาลออกกฎหมายดึงกลับเข้ามาตรา 39/ฯลฯ/div p!--break--!--break--/p divnbsp;/div divstrongเครือข่าย รปภ. ร้อง สนช.แก้ กม.ธุรกิจรักษาความปลอดภัย หลังได้รับผลกระทบ เหตุพนง.ส่วนใหญ่ไร้วุฒิ ม.3nbsp;/strong/div divnbsp;/div divเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 21 เมษายน ที่รัฐสภา เครือข่ายผู้ประกอบการและสมาคมผู้บริหารงานรวมทั้งผู้ประกอบวิชาชีพรักษาความปลอดภัยแห่งประเทศไทย นำโดยนายวัชรพล บุษมงคล ได้เข้ายื่นหนังสือต่อนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ผ่านทางนพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สนช. และคณะ เพื่อขอให้พิจารณาแก้ไขปรับปรุงพ.ร.บ.ธุรกิจรักษาความปลอดภัยพ.ศ.2558 ที่มีปัญหาในทางปฏิบัติ และส่งผลกระทบต่อผู้ทำงานและผู้ประกอบการ โดยนายวัชรพล กล่าวว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้กำหนดให้ผู้ที่จะเข้ามาเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยจะต้องจบการศึกษาภาคบังคับ หรือ ม.3 ซึ่งปัจจุบันผู้ที่จบม.3 มีจำนวนน้อยมาก อีกทั้งการศึกษาภาคบังคับได้เริ่มต้นบังคับใช้เมื่อปี 2545-ปัจจุบัน มีผู้จบการศึกษาภาคบังคับมีอายุปัจจุบันประมาณ 28 ปี แต่พนักงานรักษาความปลอดภัยส่วนใหญ่ อายุประมาณ 30-50 ปี จึงไม่เพียงพอกับการเข้ามาเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย และการขอใบอนุญาตเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยที่กำหนดระยะเวลา 60 วัน มีขั้นตอนที่ยุ่งยากและมีค่าใช้จ่าย ซึ่งจะไม่เสร็จตามกำหนดเวลา ส่งผลกระทบต่อการผลิตพนักงานรักษาความปลอดภัย รวมทั้งผู้ที่จะมาเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยจะต้องได้รับการอบรม ซึ่งมีค่าใช้จ่ายแต่คนที่มาเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยนั้นส่วนใหญ่มีฐานะยากจน จึงไม่มีแรงจูงใจที่จะเข้ามาเพราะมีต้นทุนสูง ปัญหาเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจรักษาความปลอดภัย และกระทบต่อบุคคลที่จะเข้ามาทำงาน รวมถึงสถานประกอบการต่างๆ ทางเครือข่ายจึงเห็นว่าต้องมีการปรับปรุงแก้ไขในหลายมาตรา จึงขอให้สนช.ช่วยเหลือ/div divnbsp;/div divด้าน นพ.เจตน์ กล่าวว่า พ.ร.บ.ดังกล่าวมีผลบังคับใช้ไปตั้งแต่เดือนมีนาคมแล้ว ประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้น สนช.จึงไม่สามารถเข้าไปแก้ไขได้ แต่จะเสนอเรื่องให้กับประธานสนช.ให้นำเสนอต่อรัฐบาล เพื่อแก้ปัญหาขอประชาชนผู้ประกอบอาชีพและปรับปรุงพ.ร.บ.ดังกล่าว โดยขึ้นอยู่กับรัฐบาลที่อาจจะต้องมีมาตรการเยียวยาความเดือดร้อน/div divnbsp;/div diva href="http://www.matichon.co.th/news/112645"ที่มา: มติชน, 21/4/2559nbsp;/a/div divnbsp;/div divstrongกยศ.ลดเบี้ยปรับ 100% แก่ผู้กู้ที่จะปิดบัญชี/strong/div divnbsp;/div divน.ส.ฑิตติมา วิชัยรัตน์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.) เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบมาตรการกระตุ้นการชำระหนี้ตามที่ กยศ. เสนอ โดยจะลดเบี้ยปรับ 100% ให้แก่ลูกหนี้ที่มีความประสงค์จะปิดบัญชี โดยผู้มีความประสงค์จะเข้าร่วมโครงการดังกล่าว สามารถยื่นความจำนงได้ตั้งแต่บัดนี้ถึงเดือนกันยายน 2559/div divnbsp;/div divอย่างไรก็ตามมาตรการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ กยศ. จัดโครงการรณรงค์ชำระหนี้ และมีผู้สอบถามเข้ามามากว่า หากไม่ได้ทำงานอยู่กับองค์กรนายจ้าง หรือ องค์กรนายจ้างไม่ได้เข้าร่วมโครงการหักบัญชีเงินเดือนกับ กยศ. จะทำอย่างไรถึงได้รับการลดเบี้ยปรับเช่นเดียวกัน จึงเสนอมาตรการนี้ให้คณะกรรมการ กยศ. พิจารณา เพื่อจูงใจคนกลุ่มดังกล่าวให้มาชำระหนี้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งมีส่วนลดเบี้ยปรับให้เฉพาะผู้ที่ประสงค์จะปิดบัญชีเท่านั้น ไม่มีส่วนลดเบี้ยปรับให้แก่ผู้ที่ชำระหนี้ตามปกติ/div divnbsp;/div divส่วนกรณีที่ กยศ. จะออกมาตรการไม่ต่ออายุบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ที่กู้ยืม กยศ. ที่ไม่ชำระเงินคืนเงินให้แก่กองทุนฯ นั้น ยืนยันว่า กยศ. ไม่มีนโยบายเรื่องดังกล่าว เพียงแต่อยากให้มีการบันทึกข้อมูลของผู้กู้ กยศ. ลงในบัตรประชาชน เพื่อให้ง่ายต่อการติดตาม และไม่มีปัญหาเหมือนเช่นที่ผ่านมา/div divnbsp;/div divสำหรับข้อมูลล่าสุดนั้น กยศ. มีผู้กู้ยืมเงิน ทั้งสิ้น 4,612,978 ราย จำแนกเป็น ผู้ที่กำลังศึกษา หรือ อยู่ระหว่างปลอดหนี้ 2 ปี จำนวน 1,079,170 ราย ผู้กู้ที่ชำระหนี้เสร็จสิ้น จำนวน 420,240 ราย ผู้กู้ที่อยู่ระหว่างการชำระหนี้ จำนวน 3,073,535 ราย ผู้กู้เสียชีวิต หรือทุพพลภาพ 40,033 ราย โดยในกลุ่มผู้กู้ที่อยู่ระหว่างการชำระหนี้ มีคนค้างชำระอยู่ จำนวน 1,931,565 ราย/div divnbsp;/div diva href="http://www.lokwannee.com/web2013/?p=215222"ที่มา: โลกวันนี้, 21/4/2559nbsp;/a/div divnbsp;/div divstrongเผยคนไทยลอบทำงานเกาหลีใต้ถูกส่งกลับ 30,000 ราย ล่าสุดแฝงตัวเป็นแฟนบอลถูกจับได้ ยันทำงานเกาหลีต้องแบบจีทูจีเท่านั้น/strong/div divnbsp;/div divเมื่อวันที่ 23 เม.ย. นายอารักษ์ พรหมณี อธิบดีกรมการจัดหางาน(กกจ.) กระทรวงแรงงาน กล่าวถึงกรณีมีคนไทยแฝงตัวเป็นแฟนบอลทีมบุรีรัมย์ยูไนเต็ดลักลอบเข้าไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้ประมาณ 50 คน ว่า จากการสอบถามข้อมูลจากอัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายแรงงาน(ทูตแรงงาน)ในเกาหลีใต้ได้รับแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองของเกาหลีใต้ ได้สัมภาษณ์คนไทยก่อนเข้าเมือง 10 คน และสงสัยว่าไม่ได้มาเพื่อการท่องเที่ยว แต่อาจจะลักลอบเข้ามาทำงาน จึงส่งตัวกลับไทย อีก 40 คนสามารถหลุดรอดไปได้ เพราะเป็นการสุ่มตรวจสอบ ขณะนี้สถานเอกอัครราชทูตไทยในเกาหลีใต้อยู่ระหว่างติดตามตัว/div divnbsp;/div divอธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวอีกว่า ในปี 2558 ด่านตรวจคนเข้าเมืองของเกาหลีใต้ได้คัดกรองคนไทยที่เดินทางเข้าเกาหลีใต้เนื่องจากปัจจุบันไม่ต้องใช้วีซ่า โดยมีคนไทยถูกส่งกลับจากการคัดกรองของด่านตรวจ 29,740 คน และมีผู้อยู่เกินเวลาที่กำหนดกว่า 50,000 คน ส่วนผู้ที่ต้องการไปทำงานเกาหลีใต้นั้นจะต้องไปด้วยวิธีการจัดส่งแบบรัฐต่อรัฐตามบันทึกข้อตกลงเท่านั้น โดยผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติและคัดกรองจากนายจ้างเกาหลีใต้ ผ่านทดสอบภาษาเกาหลีและจัดอบรมก่อนเดินทาง ซึ่งตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบันมีแรงงานไทยทำงานอยู่เกาหลีใต้โดยวิธีจัดส่งแบบรัฐต่อรัฐกว่า 26,000 คน ส่วนใหญ่ทำงานในฝ่ายผลิต ก่อสร้างและเกษตร ล่าสุดช่วงต้นปี 2559 จนถึงขณะนี้ กกจ.จัดส่งแรงงานไทยไปกว่า 600 คน ปีนี้ กกจ.ตั้งเป้าหมายจะจัดส่งให้ได้ 7,300 คนตามโควตาที่เกาหลีใต้จัดสรรให้มา/div divnbsp;/div div“การที่คนไทยอยากไปทำงานเกาหลีใต้เพราะได้รับเงินเดือนสูง แต่ละปีมีผู้สนใจเข้าทดสอบภาษาปีละ 20,000 คน แต่สอบผ่านเพียงแค่ 2,000 –3,000 คน ปัจจุบันมีคนไทยส่วนหนึ่งลักลอบเข้าไปทำงาน จึงขอฝากเตือนอย่าลักลอบเดินทางไปทำงานเพราะผิดกฎหมายเกาหลีใต้จะถูกจับและลงโทษ รวมทั้งติดแบล็กลิสต์ ไม่สามารถไปท่องเที่ยวได้ หากอยากไปจริงๆ ขอให้ไปโดยวิธีจัดส่งแบบรัฐต่อรัฐผ่านกระบวนอย่างถูกต้อง” นายอารักษ์ กล่าว/div divnbsp;/div diva href="http://www.dailynews.co.th/politics/393436"ที่มา: เดลินิวส์, 23/4/2559nbsp;/a/div divnbsp;/div divstrongทันตแพทยสภาจี้ สปส.เบิกทำฟันเท่าบัตรทอง/strong/div divnbsp;/div divเมื่อวันที่ 21 เมษายน ทพ.ไพศาล กังวลกิจ นายกทันตแพทยสภา เปิดเผย ภายหลังการประชุมคณะกรรม การทันตแพทยสภา วาระที่ 8 ครั้งที่ 2 ว่า ที่ประชุมได้มีวาระการพิจารณาเรื่องสิทธิทันตกรรม ในระบบสุขภาพของทั้ง 3 กองทุน โดยเมื่อเปรียบเทียบกันพบว่า ยังมีความเหลื่อมล้ำของการครอบคลุมบริการทันตกรรมที่แตก ต่างกันมาก ส่งผลกระทบต่อการ เข้าถึงบริการทันตกรรมของประ ชาชน โดยเฉพาะผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมที่ยังคงเข้าไม่ถึงบริการทันตกรรมที่ครอบคลุม ทั้งนี้เนื่องมาจากการกำหนดสิทธิประโยชน์ทันตกรรมที่ค่อนข้างจำกัด มีเพียงการอุดฟัน, ถอนฟัน, ขูดหินน้ำลาย ซึ่งปัจจุบันกำหนดเพดานเบิกจ่ายค่าทันตกรรมเหล่านี้ไว้เพียง 600 บาทต่อปีซึ่งถือว่าน้อยมาก ขณะที่ในส่วนของการเบิกจ่ายค่าใส่ฟันเทียมยังจำกัดไม่เกิน 4,000 บาทเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีรูปแบบการเบิกจ่ายที่ค่อนข้างยุ่งยาก ซึ่งผู้ประกันตนจะต้องสำรองจ่ายค่าหัตถกรรมไปก่อน กลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเข้ารับบริการของผู้ประกันตนขณะนี้/div divnbsp;/div divทพ.ไพศาลกล่าวว่า ขณะนี้มีความพยายามในการผลักดันโดยเครือข่าย ฟ.ฟันสร้างสุข, กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ, มูลนิธิเข้าถึงเอดส์ และเครือข่ายต่างๆ อาทิ สภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศ เป็นต้น เพื่อให้สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ปรับปรุงสิทธิประโยชน์ด้านทันตกรรมให้ผู้ประกันตนได้รับบริการทันตกรรมเท่าเทียมกับผู้มีสิทธิ์ในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าและระบบสวัสดิการข้าราชการ โดยทันตแพทยสภามองว่า เรื่องการเข้าถึงบริการทันตกรรมเป็นเรื่องสำคัญมากต่อสุขภาพของประชาชน ทั้งยังมีส่วนสำคัญต่อการป้องกันโรคต่างๆ ที่มาจากปัญหาสุขภาพในช่องปาก ดังนั้นประชาชนจึงควรได้รับบริการอย่างครอบคลุมและทั่วถึง และเพื่อเป็นการลดความเหลื่อมล้ำในบริการทันตกรรม ทันตแพทยสภาจึงสนับสนุนให้มีการปรับสิทธิประโยชน์ทันตกรรมในระบบประกันสังคม รวมถึงการปรับปรุงระบบการเบิกจ่ายค่ารักษาเพื่อให้ผู้ประกันตนเข้าถึงบริการที่ครอบคลุมและทั่วถึง/div divnbsp;/div div"เมื่อเปรียบเทียบสิทธิประ โยชน์ด้านทันตกรรมของทั้ง 3 ระบบ พบว่าผู้ประกันตนยังมีปัญ หาการเข้าถึงบริการทันตกรรมมากที่สุด เป็นระบบเดียวที่ผู้ประกันตนต้องร่วมจ่าย แต่มีการพัฒนาสิทธิประโยชน์ทันตกรรมน้อยที่สุดในช่วง 19 ปี หลังการดำเนินสิทธิประโยชน์ทันตกรรมในระบบ ขณะที่กองทุนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าซึ่งมีการจัดตั้งในปี 2545 กลับมีการพัฒนาสิทธิประโยชน์ทันตกรรมได้อย่างครอบคลุมเช่นเดียวกับระบบสวัสดิการข้า ราชการ จึงเป็นความไม่เท่าเทียม ที่ต้องปรับแก้ไข" นายกทันตแพทย สภากล่าว/div divnbsp;/div diva href="http://www.ryt9.com/s/tpd/2408351"ที่มา: ไทยโพสต์, 23/4/2559nbsp;/a/div divnbsp;/div divstrongยืดเวลาต่างด้าว กลับเข้าทำงานในไทย ถึง 25 เม.ย. แก้ปัญหาตกค้างชายแดน/strong/div divnbsp;/div divเมื่อวันที่ 22 เม.ย.59 นายอารักษ์ พรหมณี อธิบดีกรมการจัดหางาน (กกจ.) กล่าวถึงการแก้ปัญหาแรงงานชาวกัมพูชาเกือบหมื่นคนที่ตกค้างบริเวณชายแดน ไม่สามารถเดินทางกลับเข้ามาทำงานในไทยได้หลังเดินทางกลับประเทศต้นทางช่วงสงกรานต์ ตามที่มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผ่อนผันให้แรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ คือ เมียนมา ลาว และกัมพูชา เดินทางกลับบ้านได้แต่ต้องกลับเข้ามาก่อนวันที่ 20 เม.ย. ว่า ตอนนี้ทาง จ.จันทบุรี แม่ทัพภาคที่ 1 และฝ่ายที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ได้ดำเนินการแก้ปัญหานี้แล้ว โดยทางแม่ทัพภาคที่ 1 ได้ทำเรื่องขออนุญาต พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ให้ผ่อนปรนขยายเวลาเปิดให้แรงงานต่างด้าวกัมพูชาในพื้นที่นี้ซึ่งตกค้างเหลืออยู่ที่เดียว ให้เดินทางกลับเข้ามาทำงานในไทยได้แล้ว จากเดิมที่กำหนดสิ้นสุดเมื่อวันที่ 20 เม.ย. ให้ขยายไปจนถึงวันที่ 25 เม.ย.นี้ แต่จากที่ได้รับรายงานเมื่อช่วงเช้า การดำเนินการในพื้นที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี และคาดว่าเมื่อถึงระยะเวลาที่กำหนด 25 เม.ย. จะไม่มีแรงงานต่างด้าวที่เดินทางกลับภูมิลำเนาตกค้าง ขณะที่ด่านชายแดนฝั่งเมียนมา ลาว แรงงานต่างด้าวที่เดินทางกลับประเทศต้นทางขณะนี้เดินทางกลับเข้ามาทำงานในไทยแล้วโดยไม่มีปัญหาใดๆ/div divnbsp;/div divนายอารักษ์ กล่าวอีกว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมายอดแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาตินี้เดินทางกลับบ้านมีทั้งหมดกว่า 2 หมื่นคน โดยแรงงานกลุ่มนี้กลับไปร่วมประเพณีที่มีความสำคัญของประเทศตนเอง และถือว่าก็มีวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงกับประเทศไทยด้วย ส่วนการแก้ปัญหาลักษณะนี้ช่วงเทศกาลต่อไปก็จะต้องมีการวางมาตรการล่วงหน้าให้มากกว่านี้/div divnbsp;/div divขณะที่การดำเนินการช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาทุกพื้นที่ไม่มีปัญหา เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เนื่องจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องลงไปอำนวยความสะดวกเป็นอย่างดีและเมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมคณะอนุกรรมการประสานงานการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน หรือ (อกนร.) ได้เห็นชอบจัดตั้งศูนย์แรกรับเข้าทำงานและส่งกลับแรงงานต่างด้าวตามแนวชายแดน รวมทั้งตั้งศูนย์ร่วมบริการช่วยเหลือแรงงานต่างด้าวตามที่กรมการจัดหางานเสนอ ก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป/div divnbsp;/div divผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับศูนย์แรกรับเข้าทำงานและส่งกลับแรงงานต่างด้าวตามแนวชายแดน จะทำหน้าที่อบรม ให้ความรู้ข้อมูลการทำงานและการใช้ชีวิตในประเทศไทยให้แก่แรงงานต่างด้าว อีกทั้งคอยตรวจคัดกรองแรงงานต่างด้าวว่าถูกชักจูงหรือหลอกลวง หรือมีความพร้อมที่จะทำงาน ส่วนศูนย์ร่วมบริการช่วยเหลือแรงงานต่างด้าวจะทำหน้าที่ให้คำแนะนำ ปรึกษา รับทราบปัญหา และประสานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือ ซึ่งคาดว่าจะจัดตั้งศูนย์ดังกล่าว ที่ จ.สมุทรสาคร สมุทรปราการ ชลบุรี ระนอง สุราษฎร์ธานี สงขลา ตาก เชียงใหม่ และจังหวัดอื่นๆ/div divnbsp;/div diva href="http://www.thairath.co.th/content/609596"ที่มา: ไทยรัฐ, 22/4/2559nbsp;/a/div divnbsp;/div divstrongรัฐบาลขยายเวลาสมัคร กอช.ได้ในวันเสาร์-อาทิตย์/strong/div divnbsp;/div divพล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) จะขยายเวลาการให้บริการพี่น้องประชาชนที่ต้องการสมัครเป็นสมาชิกกองทุน จากเดิมที่ให้บริการในวันจันทร์ ถึงศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.30-19.00 เป็นการให้บริการตามเวลาเปิด-ปิดของธนาคารแต่ละสาขาทั่วประเทศ ซึ่งจะทำให้สามารถสมัครในวันเสาร์-อาทิตย์ได้ด้วยสำหรับสาขาธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ที่เปิดตามห้างสรรพสินค้า หรืออาคารสำนักงานต่างๆที่ให้บริการในวันเสาร์-อาทิตย์/div divnbsp;/div div“นโยบายนี้มีขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่พี่น้องประชาชนสามารถสมัครเป็นสมาชิกกอช. ได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยจะเริ่มให้บริการระบบใหม่นี้ ได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไป ทั้งนี้ นับแต่เปิดรับสมัครสมาชิกกองทุน ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2558 จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2559 พบมียอดสมาชิกรวม 417,460 คน โดยมียอดเงินสะสม 641,289,996 บาท ยอดสมทบโดยรัฐบาล 316,812,524 บาท คิดเป็นจำนวนเงินกองทุนรวม 958,102,520 บาท” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว/div divnbsp;/div divพล.สรรเสริญ กล่าวว่า สมาชิกกองทุนส่วนใหญ่มีภูมิลำเนาอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คิดเป็นร้อยละ 51.2 ของจำนวนสมาชิกกองทุนทั้งหมด รองลงมาคือภาคกลาง ร้อยละ 19.7 และภาคเหนือ ร้อยละ 10.2 โดยหากจำแนกตามอาชีพของสมาชิกแล้ว พบว่า กลุ่มพี่น้องเกษตรกรเป็นกลุ่มที่สมัครเข้าเป็นสมาชิกมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 68.8 ของสมาชิกทั้งหมด หรือคิดเป็นจำนวนพี่น้องเกษตรกรกว่า 287,000 คน รองลงมาคือ อาชีพค้าขาย ร้อยละ 12.1/div divnbsp;/div div“นายกรัฐมนตรี รู้สึกยินดีอย่างมากที่เห็นพี่น้องเกษตรกรใช้ประโยชน์จากกองทุนจำนวนมาก เพราะเป้าหมายสำคัญของรัฐบาล และกองทุนฯ คือการส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนได้ร่วมสร้างหลักประกันในชีวิตให้ตนเอง เพื่อให้มีเงินเลี้ยงดูตัวเองเป็นประจำทุกเดือนเมื่อเกษียณอายุโดยรัฐบาลร่วมสมทบตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด นอกจากนี้ยังพบว่า มีกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ร่วมเป็นสมาชิกประมาณ 9,000 คน ซึ่งถือเป็นแนวโน้มที่ดีที่เห็นคนรุ่นใหม่ใส่ใจการออม ตั้งใจสร้างความหลักประกันในอนาคตให้ตัวเอง และที่สำคัญยิ่งออมเร็ว ยิ่งได้รับเงินเกษียณมากขึ้นตามระยะเวลาและจำนวนการออม” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว/div divnbsp;/div divสำหรับยอดสมาชิกจำแนกเป็นการสมัครผ่านธ.ก.ส. จำนวน 224,828 ราย ธนาคารออมสิน 156,112 ราย ธนาคารกรุงไทย 27,616 ราย และโอนจากสำนักงานประกันสังคมอีก 10,224 ราย/div divnbsp;/div diva href="http://www.tnamcot.com/content/453185"ที่มา: สำนักข่าวไทย, 23/4/2559nbsp;/a/div divnbsp;/div divstrongทอ. เร่งสอบวิชาการ - สมรรถภาพนักบินหญิง คาดประกาศผลภายใน 18 พ.ค. นี้ ก่อนฝึกเข้ม 6 เดือน ก่อนประจำการภายในสิ้นปี/strong/div divnbsp;/div divพลอากาศเอก ตรีทศ สนแจ้ง ผู้บัญชาการทหารอากาศ กล่าวถึงการเปิดรับสมัครนักบินหญิงในสังกัดกองทัพอากาศ ซึ่งสิ้นสุดการรับสมัครเมื่อวันที่ 24 เมษายนที่ผ่านมา ว่า หลังจากนี้จะเข้าสู่กระบวนการคัดเลือก ทั้งการสอบทางวิชาการและการทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย คาดว่าจะทราบผลในวันที่ 18 พฤษภาคม และผู้ที่มีคุณสมบัติตรงตามหลักเกณฑ์ที่วางไว้ 5 คน จะเข้ารับการฝึกทักษะเป็นทหารอากาศ 3 เดือน เพื่อติดยศเป็น ว่าที่เรืออากาศตรี จากนั้นจะเข้าสู่การฝึกทักษะการบิน ทั้งยุทธวิธีการบิน และการยังชีพ เหมือนกับนักบินชาย โดยใช้เครื่องบินลำเรียง C130 อีก 3 เดือน จึงจะได้ยศ เรืออากาศตรี ดังนั้นคาดว่า ภายในสิ้นปีนี้กองทัพอากาศจะมีนักบินหญิงเข้าปฏิบัติหน้าที่ในสังกัดกองบิน 6, 7, 46/div divnbsp;/div diva href="http://www.innnews.co.th/shownews/show?newscode=694396"ที่มา: ไอเอ็นเอ็น, 25/4/2559nbsp;/a/div divnbsp;/div divstrongไทยพาณิชย์ห่วงชั่วโมงทำงานลดคนผิดนัดชำระหนี้เพิ่ม/strong/div divnbsp;/div divน.ส.สุทธาภา อมรวิวัฒน์ รองผู้จัดการใหญ่ผู้บริหารสูงสุด ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยรายงานของศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจธนาคารไทยพาณิชย์ (อีไอซี) ที่มีการประเมินเศรษฐกิจไทยล่าสุด ว่า น่าจะคงอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ(จีดีพี)ปีนี้อยู่ที่ 2.5% แต่ก็ยอมรับว่ามีความเสี่ยงที่โตลดลง จากแนวโน้มการส่งออกที่อาจจะต่ำลงและการลงทุนภาคเอกชนที่อาจจะขยายตัวตามการลงทุนรัฐได้น้อยกว่าคาด เพราะที่ผ่านมารัฐมีการเร่งลงทุนก็จริง แต่ยังกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯและอยู่ในรายการลงทุนขนาดเล็ก ทำให้ส่งผ่านสู่เศรษฐกิจได้น้อย ซึ่งยังต้องติดตามต่อไป โดยการประเมินรอบนี้เราคาดการส่งออกจะลดลงจาก 0% เป็นติดลบ 2.1% และคาดการลงทุนภาคเอกชน จาก 1.4% ลดลงเหลือ 1.2%/div divnbsp;/div divอย่างไรก็ดี สิ่งที่น่าห่วงคือ แม้แรงงานไทยจะมีอัตราการว่างงานต่ำกว่า 1% มานาน ล่าสุดเดือนก.พ.ปีนี้อยู่ที่ 0.9% แต่โดยภาพรวมแรงงานมีชั่วโมงการทำงานที่ลดลง ทั้งในภาคการเกษตรและนอกภาคการเกษตร โดยเฉพาะในภาคบริการชั่วโมงทำงานล่วงเวลา (โอที) ลดลงถึง 3% เช่น โรงแรมและภัตราคาร เป็นต้น กลายเป็นภาวะความเสี่ยงรายได้ครัวเรือนชะงัก (Income Shock) ซึ่ง.ภาวะเช่นนี้เมื่อบวกกับปัญหาภัยแล้งและหนี้ครัวเรือน อาจทำให้เกิดปัญหาการผิดนัดชำระหนี้ และทำให้การบริโภคโดยรวมลดลงได้ โดยรอบนี้คาดว่าการบริโภคภาคเอกชนจะลดลง จากเดิมที่คาดจะโต 1.4% เหลือ 1.9%/div div"กลุ่มแรงงานที่รายได้ลดลงมากที่สุดเป็นคนในภาคเหนือ ตะวันออก และตะวันตก ซึ่งอยู่ในภาคอุตสาหกรรม และกลุ่มเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้เป็นกลุ่มครัวเรือนรายได้น้อยกว่า 10,000 บาท/เดือน เพราะมีหนี้ครัวเรือนในสัดส่วนที่สูงกว่า 60% ของรายได้ แต่กลุ่มนี้ไม่ใช่ลูกค้าของแบงก์พาณิชย์มากนัก และกลุ่มรายได้น้อยระดับถัดมาที่รายได้ต่อกว่า 15,000 / เดือน ซึ่งเป็นลูกค้าของธนาคารัฐและสหกรณ์ก็เริ่มน่าห่วง" น.ส.สุทธาภากล่าว/div divnbsp;/div diva href="http://www.posttoday.com/economy/finance/428374"ที่มา: โพสต์ทูเดย์, 25/4/2559nbsp;/a/div divnbsp;/div divstrongเห็นชอบตั้งศูนย์แรกรับเข้าทำงานและส่งกลับแรงงานต่างด้าวตามแนวชายแดน ตั้งศูนย์ร่วมบริการช่วยเหลือแรงงานต่างด้าวแก้ปัญหาถูกหลอกลวง-ค้ามนุษย์/strong/div divnbsp;/div divอธิบดีกรมการจัดหางาน นายอารักษ์ พรหมณี ระบุว่าที่ประชุมคณะอนุกรรมการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ด้านแรงงานได้เห็นชอบจัดตั้งศูนย์แรกรับเข้าทำงานและส่งกลับแรงงานต่างด้าวตามแนวชายแดน รวมทั้งตั้งศูนย์ร่วมบริการช่วยเหลือแรงงานต่างด้าวตามที่กกจ.เสนอก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีโดยศูนย์แรกรับเข้าทำงานและส่งกลับแรงงานต่างด้าวตามแนวชายแดน จะทำหน้าที่อบรมให้ความรู้ข้อมูลการทำงาน การใช้ชีวิตในไทย รวมทั้งคอยตรวจคัดกรองแรงงานต่างด้าวว่าถูกหลอกลวงหรือพร้อมทำงาน จะจัดตั้งศูนย์แรกรับนี้ เช่น จ.สระแก้ว ส่วนศูนย์ร่วมบริการฯจะทำหน้าที่ให้คำแนะนำ ปรึกษา รับทราบปัญหา และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือซึ่งคาดว่าจะจัดตั้งศูนย์นี้ที่จ.สมุทรสาคร สมุทรปราการ ชลบุรี ระนอง สุราษฎร์ธานี สงขลา ตาก เชียงใหม่/div divnbsp;/div diva href="http://www.nationtv.tv/main/content/social/378499213/"ที่มา: เนชั่นทีวี, 25/4/2559nbsp;/a/div divnbsp;/div divstrongก.อุตฯ คาดแก้ พ.ร.บ.โรงงานเสร็จกลาง พ.ค./strong/div divnbsp;/div divนางอรรชกา สีบุญเรือง รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างแก้ไขร่างพ.ร.บ. โรงงาน พ.ศ.... ฉบับใหม่ เรื่องการกำหนดจำนวนแรงม้าของโรงงานอุตสาหกรรม ที่เข้าข่ายต้องขออนุญาตประกอบกิจการ จากกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) คาดว่า จะสรุปได้ภายใน 2 สัปดาห์นี้ คือกลางเดือน พฤษภาคม 2559 และเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป โดยกิจการที่มีจำนวนแรงม้าไม่สูงมาก ก็ไม่จำเป็นต้อง ขออนุญาตจาก กรอ. แต่ให้เป็นการควบคุม ของกระทรวงสาธารณสุข หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)/div divnbsp;/div div"ปัจจุบันโรงอบขนมปัง โรงเย็บผ้า ที่มีการใช้เครื่องจักรขนาด 5 แรงม้า ก็จัดเป็น โรงงานที่ต้องขอนุญาตจาก กรอ. การแก้ พ.ร.บ. ก็เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการที่ไม่ได้ใช้เครื่องจักรใหญ่ ก็ให้แจ้งท้องถิ่นเท่านั้น ซึ่งขณะนี้กำลังหาข้อสรุปที่เหมาะสม ว่าควรจะเริ่มที่ 25 แรงม้าขึ้นไป ให้มา ขออนุญาต หรือ 50 แรงม้าขึ้นไป จึงจะเหมาะสม" นางอรรชกา กล่าว/div divnbsp;/div divนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธาน กิตติมศักดิ์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) กล่าวว่า คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน ประกอบการด้วย สอท. สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย ได้ยื่นข้อเสนอแนะการแก้ พ.ร.บ.ไปยัง กรอ. ในส่วนของนิยามคำว่า "โรงงาน" ให้มีกำลังเครื่องจักร 50 แรงงานขึ้นไป หรือมีคนงาน 50 คนขึ้นไป จากเดิมที่ กรอ.จะแก้ไขกำลังเครื่องจักร 25 แรงงานขึ้นไป หรือมีคนงาน 25 คนขึ้นไป โดยเปิดโอกาสให้กระทรวงมีอำนาจดูแลอุตสาหกรรมที่มีแรงงานต่ำกว่า 50 คนขึ้นไป ที่มีความสุ่มเสี่ยงประกอบกิจการ ที่ก่อให้เกิดผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยให้ กรอ.เข้าไปตรวจสอบได้ เช่น โรงงาน เครื่องพ่นสี/div divnbsp;/div diva href="http://www.ryt9.com/s/nnd/2409807"ที่มา: แนวหน้า, 26/4/2559nbsp;/a/div divnbsp;/div divstrongสปส.เผยผู้ประกันตนมาตรา 39 พ้นจากระบบประกันสังคมกว่า 3 แสนคน คาดมีหลายหมื่นคนพ้นระบบประกันสังคมไปเลย เสนอบอร์ด สปส.-รมว.แรงงาน ชงรัฐบาลออกกฎหมายดึงกลับเข้ามาตรา 39/strong/div divnbsp;/div divเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กระทรวงแรงงาน นายโกวิท สัจจวิเศษ บอกว่า กรณีข้อเรียกร้องวันแรงงานแห่งชาติ ปี 2559 ของสภาองค์การลูกจ้าง 17 องค์กรจะยื่นนายกรัฐมนตรีวันที่ 1 พ.ค.นี้ ที่ขอให้ปฏิรูป สปส.โดยบัตรรับรองสิทธิสถานพยาบาลให้ใช้ได้ทุกโรงพยาบาล รวมทั้งให้ผู้ประกันตนมาตรา 39 ที่พ้นการเป็นผู้ประ กันตนสามารถเข้ามาขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ได้ใหม่ ซึ่งตอนนี้มีผู้ประกันตนมาตรา 39 กว่า 1 ล้านคน ที่ผ่านมามีผู้ที่พ้นจากมาตรา 39 กว่า 3 แสนคน และคนกลุ่มนี้ส่วนหนึ่งกลับเข้าทำงานใหม่และอยู่มาตรา 33 บางส่วนเข้ามาตรา 40นายโกวิท บอกว่าส่วนผู้ประกันตนมาตรา 39 ที่พ้นไปเลยคาดว่ามีหลายหมื่นคน แต่ สปส.จะต้องตรวจสอบว่ามีจำนวนเท่าไหร่ และสาเหตุที่พ้นจากการเป็นผู้ประกันตนเพราะขาดส่งเงินสมทบเนื่องจากเหตุจำเป็นหรือมีความประสงค์ที่จะไม่อยู่ในมาตรา 39 อีกต่อไป หากมีข้อมูลที่ชัดเจนแล้ว จะเสนอและหารือต่อคณะกรรมการประกันสังคม(บอร์ด สปส.) ถ้าจะดึงกลับเข้าสู่มาตรา 39 ก็ต้องจัดทำร่าง พ.ร.บ.ให้ผู้ประกันตนที่พ้นไปสามารถกลับเข้าสู่มาตรา 39 โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 2 เดือน เมื่อได้ข้อสรุปแล้ว สปส.จะเสนอ รมว.แรงงาน เพื่อพิจารณานำร่าง พ.ร.บ.เสนอคณะรัฐมนตรีนายโกวิท บอกว่าส่วนข้อเรียกร้องให้บัตรรับรองสิทธิสถานพยาบาลใบเดียวสามารถใช้ได้ทุก รพ.นั้นเห็นว่าอาจจะมีความเป็นไปได้ในส่วนของโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข กทม.และกระทรวงกลาโหม ซึ่ง สปส.จะศึกษาความเป็นไปได้คาดว่าภายใน 3 เดือนได้ข้อสรุป/div divnbsp;/div diva href="http://www.nationtv.tv/main/content/social/378499301/"ที่มา: เนชั่นทีวี, 26/4/2559nbsp;/a/div divnbsp;/div divstrongรวบผู้ต้องหาตุ๋นแรงงานทำงานแคนาดา พบก่อเหตุมานับสิบปี/strong/div divnbsp;/div divที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 27 เมษายน พ.ต.อ.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.พลฑิต ไชยรส ผกก.3บก.ป. พ.ต.ท.อภิชาติ อภิชานนท์ พ.ต.ท.เมธา วงศ์อนันต์นนท์ พ.ต.ท.อรรถพล พานประทีป สว.กก.3บก.ป. แถลงผลการจับกุม นางรังศิมา ไชยนิคม หรือเจ๊ต้อย อายุ 47 ปี อยู่บ้านหมู่ 2 ต.ห้วยเตย อ.กุดรัง จ.มหาสารคาม ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี เลขที่ 949/2552 ลงวันที่ 30 กรกฎาคม 2552 ข้อหาร่วมกันจัดหางานเพื่อไปทำงานต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนกลาง,หลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถจัดหางานหรือส่งไปฝึกงานในต่างประเทศโดยการหลอกลวงนั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ถูกหลอกลวง ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหารายนี้ได้ที่หน้าบ้านเลขที่ 135/5 หมู่ 2 ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา/div divnbsp;/div divพ.ต.อ.พันธนะ กล่าวว่า การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากผู้ต้องหามีพฤติการณ์ร่วมกับนายเด่นภูมิ ทาแก้ว อายุ 42 ปี ชาวจ.หนองบัวลำภู และนางอุมารินทร์ จอมทรักษ์ อายุ 43 ปี ชาว จ.กาฬสินธุ์ สองสามีภรรยา ที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ เปิดบริษัท รวมไทยสากล จำกัด ตั้งอยู่ที่อ.บรบือ จ.มหาสารคาม หลอกลวงแรงงานที่ต้องการเดินทางไปทำงานต่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ภาคอีสาน ว่าสามารถจัดหางานเก็บผลไม้ที่ประเทศแคนาดา มีค่าตอบแทนและรายได้ดี แต่มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการรายละ 200,000 บาท เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อนำเงินมาจ่ายให้แล้วกลับไม่ได้เดินทางไปทำงานตามที่มีการกล่าวอ้างแต่อย่างใด โดยบางรายถึงกับต้องนำที่ดินไปจำนอง เพื่อหาเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปทำงานดังกล่าวจนเกิดความเสียหายเป็นมูลค่ารวมกว่า 10 ล้านบาท จากการสืบสวนพบว่าผู้ต้องหาร่วมกับพวก ก่อเหตุมานับตั้งแต่ปี 2547-ปัจจุบัน ในพื้นที่กว่า 5 จังหวัดของภาคอีสาน โดยมีคดีเกิดขึ้นนับ 10 คดี แต่บางคดีก็ขาดอายุความไปแล้ว/div divnbsp;/div divพ.ต.อ.พันธนะ กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพว่า เป็นพนักงานของบริษัทจัดหางานดังกล่าว ที่ผ่านมาจะออกชักชวนแรงงานที่มีความสนใจเดินทางไปทำงานยังประเทศแคนาดา โดยมีแรงงานเดินทางไปทำงานจริง 10 ราย ส่วนที่เหลือไม่สามารถเดินทางไปทำงานได้ อย่างไรก็ดี ตนจะได้ส่วนแบ่งจากจัดหางานดังกล่าวเป็นเงิน 20,000-50,000 บาท ส่วนเงินที่เหลือจะนำส่งให้กับสองสามีภรรยารายดังกล่าว แต่หลังจากเริ่มมีการแจ้งความดำเนินคดีนับตั้งแต่ปี 2550 ตนได้ย้ายสถานที่ทำงานโดยไปทำงานเป็นพนักงานนวดแผนโบราณ พนักงานทำความสะอาด แต่ยังคงหลอกชาวบ้านที่ต้องการเดินทางไปทำงานเช่นนี้อยู่ กระทั่งมาถูกจับกุมตัวในที่สุด/div divnbsp;/div divทั้งนี้ทางชุดสืบสวน กก.3บก.ป.จะเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อสืบสวนขยายผลการจับกุมว่ามีความเชื่อมโยงกับขบวนการหลอกลวงแรงงานเดินทางไปทำงานต่างประเทศรายอื่นๆ หรือไม่ ส่วนผู้ต้องหารายนี้จากการตรวจสอบประวัติพบว่ามีหมายจับติดตัวอยู่อีกถึง 6 หมาย ประกอบด้วย หมายจับศาลจังหวัดมหาสารคาม 2 หมาย,หมายจับศาลจังหวัดนครราชสีมา 2 หมาย,หมายจับศาลจังหวัดหนองบัวลำภู และหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี ในความผิดตาม พ.ร.บ.แรงงานฯ เบื้องต้นนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ จ.ปทุมธานี รับไว้ดำเนินคดีต่อไป/div divnbsp;/div diva href="http://http://breakingnews.nationtv.tv/home/read.php?newsid=784128"ที่มา: เนชั่นทันข่าว, 27/4/2559/a/div divnbsp;/div divnbsp;/div divnbsp;/div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/xyDUyXoQRmk" height="1" width="1" alt=""/

แอมเนสตี้ร้องปล่อยตัวผู้แสดงความเห็นทางเฟซบุ๊กถูกรัฐบาลทหารไทยคุมตัว

Thu, 28/04/2016 - 14:29
!--break--!--break-- p28 เม.ย. 2559 แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผยว่า การที่ผู้แสดงความเห็นทางเฟซบุ๊กอย่างน้อย 10 คนถูกควบคุมตัวและตั้งข้อหาเมื่อวันที่ 27 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยใช้อำนาจอย่างกว้างขวางตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) การกระทำดังกล่าวแสดงเจตจำนงอย่างชัดเจนที่จะปิดกั้นการอภิปรายถกเถียงก่อนจะถึงการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ/p pโดยทั้ง 10 คนถูกจับกุมหลังแสดงความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมาย ซึ่งรัฐบาลทหารของไทยพยายามประกาศใช้รัฐธรรมนูญดังกล่าวให้ได้ nbsp;สำหรับผู้ใช้งานเฟซบุ๊กซึ่งถูกตั้งข้อหาตามกฎหมายดังกล่าวอาจได้รับโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท/p pโจเซฟ เบเนดิกต์nbsp;(Josef Benedict) ผู้อำนวยการฝ่ายรณรงค์ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เผยว่า ถ้าประชาชนทั่วไปไม่สามารถแสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กได้ เนื่องจากอาจถูกลงโทษจำคุกถึง 10 ปี และเสียค่าปรับที่สูงลิบลิ่วแล้ว. จะมีความหวังได้อย่างไรว่าจะมีการอภิปรายถกเถียงอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมาเกี่ยวกับร่างรัฐูธรรมนูญที่จัดทำโดยรัฐบาลทหาร/p p“รัฐบาลทหารของไทยต้องยกเลิกข้อกล่าวหาทั้งหมดที่มีต่อผู้แสดงความเห็นเหล่านั้นโดยทันที และปล่อยตัวพวกเขาอย่างไม่มีเงื่อนไข รัฐบาลไม่มีหน้าที่ตัดสินว่าสิ่งใดที่สามารถพูดได้หรือไม่สามารถพูดได้เกี่ยวกับการทำประชามติ ควรปล่อยให้ประชาชนเป็นผู้ใช้วิจารณญาณทางการเมืองตัดสินใจด้วยตนเอง”nbsp;โจเซฟ เบเนดิกต์ กล่าว/p pรัฐบาลทหารของไทยเสนอให้มีการลงมติร่างรัฐธรรมนูญในการทำประชามติที่จะมีขึ้นในวันที่ 7 ส.ค.นี้ แต่ในช่วงก่อนหน้านั้น ทางการได้เพิ่มการปราบปรามสิทธิมนุษยชนที่จะมีเสรีภาพในการแสดงออก เกือบทุกวันมีผู้ถูกจับกุมและถูกลงโทษแม้เพียงแค่การตั้งข้อสังเกตแบบพื้นฐานเกี่ยวกับเหตุการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้น/p pสมชัย ศรีสุทธิยากรnbsp;กรรมการการเลือกตั้งขู่ว่าเขาต้องการจะ “เชือดไก่ให้ลิงดู” สำหรับคนที่แสดงความเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญซึ่งไม่เป็นที่เห็นชอบของทางการ โดยบอกว่ามีผู้แสดงความเห็นซึ่งใช้ “ภาษาที่หยาบคายและก้าวร้าว” แต่ให้เหตุผลว่าทางการจะยอมรับการอภิปรายถกเถียงในลักษณะ “ที่เป็นวิชาการประกอบด้วยตรรกะและเหตุผล” ได้/p p“คณะกรรมการการเลือกตั้งอ้างว่าต้องการการถกเถียงด้วยข้อมูล แต่แนวทางที่รัฐบาลดำเนินการอยู่เพื่อปราบปรามเสียงที่เห็นต่างสะท้อนให้เห็นว่าทางการไม่มีความอดทนพอที่จะรับฟังความเห็นที่แตกต่างไปจากตนได้”nbsp;โจเซฟ เบเนดิกต์ กล่าว/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2016/04/65484" target="_blank"ตร.จับทันที #039;ปธ.กองทุนฯสิทธิออทิสติกฯ#039; หลัง กกต.เพิงแจ้งความ เอาผิดกม.ประชามติ/a /div div class="field-item even" a href="/journal/2016/04/65480" target="_blank"คสช.เผยคุม10 ผู้ผิดพ.ร.บ.คอมฯ ระบุมีแอดมินเพจ #039;เรารัก พล.อ.ประยุทธ์#039;/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/oCmJkDinSis" height="1" width="1" alt=""/

ขบวนการประชาชนค้านถ่านหิน - นัยสำคัญต่อการกู้วิกฤตโลกร้อน

Thu, 28/04/2016 - 14:21
p!--break--!--break--/p h2ข้อตกลงปารีส - ความหวังในการกู้วิกฤตโลกร้อน?/h2 pการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (climate change) หรือ ภาวะโลกร้อน (global warming) เป็นปัญหาซึ่งทั่วโลกตระหนักถึงความสำคัญมาเกือบ 40 ปีแล้ว และเริ่มสร้างกลไกเพื่อหาทางออกร่วมกันภายใต้สหประชาชาติ นั่นคือ “กรอบอนุสัญญาว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” (UNFCCC) ใน พ.ศ. 2535 อย่างไรก็ตามภาวะโลกร้อนดำเนินมาถึงจุดวิกฤตในช่วงศตวรรษที่ 21 เนื่องจากความพยายามแก้ปัญหาภายใต้กลไกดังกล่าวล้มเหลวมาเป็นเวลากว่า 20 ปี ส่งผลให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากกิจกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการใช้พลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิล คือถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ มนุษย์อันเป็นต้นตอหลักของภาวะโลกร้อน มีแต่พุ่งสูงขึ้นด้วยอัตราเร่ง ตามการพัฒนาเศรษฐกิจและวิถีบริโภคที่ไม่ยั่งยืน พร้อมวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นการประชุมภาคีอนุสัญญาฯ ครั้งที่ 21 หรือ COP21 ที่กรุงปารีสเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ.2558 ที่ผ่านมา จึงถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่รัฐบาลต่างๆ ร่วมมือกันเจรจาจนได้ “ข้อตกลงปารีส” หรือ Paris Agreement ภายใต้กรอบ UNFCCC ซึ่งถือเป็นกลไกระหว่างประเทศอันใหม่ที่ทุกคนฝากความหวังว่าจะช่วยกู้วิกฤตโลกร้อนได้br /br /ทั้งนี้ ข้อตกลงปารีสได้กำหนดเป้าหมายสำคัญอย่างเป็นทางการในด้านอุณหภูมิโลกว่า ภายในสิ้นศตวรรษนี้ (อีก 84 ปีหรือประมาณหนึ่งชั่วอายุคน) มนุษย์จะไม่ปล่อยให้โลกร้อนขึ้นเกิน 2 องศาเซลเซียสนับจากช่วงปฏิวัติอุตสาหกรรม และจะพยายามไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส - ตัวเลขอุณหภูมิเหล่านี้ มีความหมายอย่างไร?br /br /กล่าวโดยย่อ ข้อมูลวิทยาศาสตร์จำนวนมากซึ่งได้รับการยืนยันโดยคณะกรรมการระหว่างรัฐว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) อันเป็นองค์กรทางวิทยาศาสตร์ภายใต้สหประชาชาติ ชี้ชัดว่า หากโลกร้อนขึ้นเกิน 2 องศา จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ อันหมายถึงผลกระทบต่อระบบนิเวศ ถิ่นที่อยู่ของสิ่งมีชีวิตต่างๆ และสังคมมนุษย์ ในระดับหายนะที่ไม่สามารถย้อนกลับได้ โดยประเมินแล้วว่าเป็นความเสี่ยงในระดับที่เกินกว่าสังคมมนุษย์ซึ่งเรารู้จักกันทุกวันนี้จะปรับตัวรับไหว (แม้จะใช้เงินมากเท่าใดก็ตาม) - ดังนั้น 2 องศาจึงเป็นเสมือนระดับปลอดภัยของสังคมมนุษย์ - อย่างไรก็ตาม ณ จุดที่เราอยู่ทุกวันนี้ โลกได้ร้อนขึ้นกว่าช่วงปฏิวัติอุตสาหกรรมมาประมาณ 1 องศาแล้ว และเรากำลังเป็นประจักษ์พยานต่อการแปรปรวนของสภาพอากาศอย่างสุดขั้ว เช่นภาวะ ร้อน แล้ง พายุ ที่เกิดถี่และรุนแรงมากขึ้นทุกปี - ทุกเศษเสี้ยวองศาของอุณหภูมิเฉลี่ยพื้นผิวโลกที่เพิ่มขึ้น หมายถึงผลกระทบที่รุนแรงและขยายวงกว้างขึ้น หากโลกร้อนขึ้น 1.5 องศา ประเทศที่เป็นหมู่เกาะหลายแห่งจะจมอยู่ใต้น้ำทะเลไปแล้ว - นี่คือที่มาทางวิทยาศาสตร์ของการตั้งเป้าหมายในหยุดโลกร้อนในข้อตกลงปารีส/p h2br /ณ จุดที่เรายืนอยู่ - ช่องว่างระหว่างเป้าหมายและความเป็นจริง/h2 pข้อตกลงปารีสเชิญชวนให้แต่ละประเทศกำหนดเป้าหมายโดยสมัครใจในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระหว่าง ค.ศ.2020 - 2030 ที่เหมาะสมกับประเทศของตนเอง โดยขอให้คำนึงถึงความเป็นธรรมและเท่าเทียมภายใต้บริบทการพัฒนาที่ยังยืน อย่างไรก็ตาม หากถามว่าข้อตกลงปารีสจะสามารถกู้วิกฤตโลกร้อนได้หรือไม่ คำตอบคือ ยังไม่ได้ เพราะเมื่อรวมเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ทุกประเทศได้ให้คำมั่นสัญญาไปแล้ว (ล่าสุด ตุลาคม 2558) โลกยังคงจะร้อนขึ้น 2.7-3.5 องศา a href="#1"[1]/anbsp;ภายในสิ้นศตวรรษ - ยิ่งไปกว่านั้น การเป็นเป้าหมายโดยสมัครใจ จึงไม่มีกลไกในการลงโทษ หากประเทศใดไม่สามารถบรรลุเป้าหมายที่ตัวเองตั้งไว้ได้br /br /ในเมื่อเป้าหมายยังไม่ดีพอ ข้อตกลงปารีสจะประสบความสำเร็จในการกู้วิกฤตโลกร้อนก็ต่อเมื่อรัฐบาลทุกประเทศเพิ่มเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ตัวเองตั้งไว้โดยเร็วที่สุด (ซึ่งข้อตกลงฯ เปิดช่องให้มีการส่งเป้าหมายใหม่ที่ดีขึ้นกว่าเดิมได้ และมีกระบวนการทบทวนโดยรวมร่วมกันทุก 5 ปี) แต่จะต้องทำดีขึ้นอีกมากไหม?br /br /ปัจจัยที่มีผลต่อภาวะโลกร้อนมากที่สุดคือการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการเผาเชื้อเพลิงฟอสซิล ในรายงาน IPCC ฉบับล่าสุด (พ.ศ. 2556) ได้ทำการคำนวนสิ่งที่เรียกว่า งบดุลคาร์บอน (Carbon Budget) หรือปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ทั้งโลกสามารถปล่อยได้แล้วยังทำให้โลกไม่ร้อนเกิน 2 องศา (ภายใต้ความเป็นไปได้ 66%) และพบว่า ณ พ.ศ. 2554 โลกมีโควต้างบดุลคาร์บอนไดออกไซด์เหลือเพียง 1,000 ล้านตันที่สามารถทะยอยปล่อยภายใน พ.ศ. 2643 หรืออีก 84 ปีข้างหน้าa href="#2" [2]/abr /br /แต่ที่น่าเป็นกังวลที่สุดก็คือรายงานเดียวกันนี้ของ IPCC ยังกล่าวถึงปริมาณคาร์บอนที่ซ่อนอยู่ในเชื้อเพลิงฟอสซิลทั่วโลกว่า หากมนุษย์นำเชื้อเพลิงฟอสซิลที่ค้นพบแล้ว (reserves) ทั้งหมดทั่วโลกขึ้นมาเผาเพื่อผลิตพลังงาน จะเกิดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สู่บรรยากาศประมาณ 3,670 - 7,100 ล้านตัน a href="#3"[3] /aนั่นหมายถึง เรามีเชื้อเพลิงฟอสซิลอยู่ทั้งโลกมากกว่าที่เราควรจะนำขึ้นมาใช้กว่า 3 ถึง 7 เท่า ซึ่งสอดคล้องกับที่หน่วยงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เคยเตือนเมื่อสี่ปีที่แล้วว่าเราควรใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลไม่เกิน 1 ใน 3 ของที่ค้นพบแล้วภายใน พ.ศ. 2593 a href="#4"[4] /aนี่คือตัวเลขที่อธิบายว่า การเปลี่ยนผ่านจากสังคมที่พึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลไปสู่พลังงานสะอาดอย่างรวดเร็วพอ คือหัวใจของการกู้วิกฤตโลกร้อน เพราะการเผาถ่านหินทุกกิโลกรัมหรือเติมน้ำมันทุกลิตร คือการใช้งบดุลคาร์บอนหมดไปเรื่อยๆ และหมายถึงหายนะโลกร้อนกว่า 2 องศาซึ่งจะมาถึงเร็วขึ้นทีละก้าวbr /nbsp;/p h2พลังประชาชน - ความหวังสำคัญของการกู้โลกร้อน/h2 pดังที่อธิบายนั้น กล่าวได้ว่าข้อตกลงปารีสฝากความหวังไว้กับ “การสำนึกดี-ทำดี-ไม่เห็นแก่ตัว” ของรัฐบาลทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ประวัติศาสตร์การเมืองโลกชี้ชัดว่า รัฐจะคิดดีทำดีและกล้าเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะสำคัญ ก็ต่อเมื่อมีพลังของประชาชนในการผลักดัน ตัวอย่างสำคัญคือประเทศจีนและสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นสองประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดในโลก (ในปริมาณใกล้เคียงกัน) และต่างไม่ยอมถูกบังคับให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายใต้กระบวนการเจรจาโลกร้อน ทั้งสองประเทศยักษ์ใหญ่นี้ขัดแย้งกันมาตลอดและมีส่วนสำคัญที่ทำให้ก่อนหน้านี้ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงโลกร้อนได้br /br /ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มลพิษอากาศที่ร้ายแรงมากตามเมืองใหญ่ของประเทศจีน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเผาถ่านหินเพื่อผลิตไฟฟ้าและใช้ในอุตสาหกรรม กลายเป็นประเด็นที่ทำให้คนจีนออกมารวมตัวประท้วงและวิพากษ์วิจารณ์ ทั้งยังเป็นข่าวไปทั่วโลก จนสุดท้ายรัฐบาลจีนต้องประกาศโยบายลดและทะยอยเลิกใช้พลังงานถ่านหิน และเป็นครั้งแรกที่จีนเริ่มวางแผนหยุดอัตราเพิ่มของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอนาคต (ยังปล่อยอยู่ แต่ไม่ปล่อยเพิ่ม) ซึ่งการเลิกใช้ถ่านหินและเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมผลิตแผงโซลาร์เซล ส่งผลดีอย่างมากต่อลดต้นทุนพลังงานแสงอาทิตย์ทั่วโลก ในส่วนของสหรัฐอเมริกา มีการรวมตัวของกลุ่มท้องถิ่น ชนพื้นเมือง และคนเมืองทั่วประเทศ เพื่อต่อต้านโครงการฟอสซิลจำนวนมาก ทั้งโรงไฟฟ้าถ่านหิน ท่อส่งทรายน้ำมัน (Keystone XL) และการขุดเจาะก๊าซด้วยวิธี fracking (hydraulic fracturing) จนเมื่อปลายปี 2558 เกิดการเดินขบวนเรื่องโลกร้อนที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ที่เมืองนิวยอร์ก มีคนเข้าร่วมกว่า 3 แสนคน นั่นคือการส่งสัญญาญจากประชาชนไปยังนักการเมืองที่มีพลังมาก ทำให้ในช่วงปีสุดท้ายของการเป็นประธานาธิบดี บารัค โอบามา กล้าออกมาแสดงจุดยืนเรื่องโลกร้อนที่ขัดต่อผลประโยชน์ของอุตสาหกรรมพลังงานชัดเจนขึ้น ตัวอย่างเช่นการประกาศหยุดโครงการ Keystone XL, ประกาศกฎหมายควบคุมการปล่อยคาร์บอนจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน, และประกาศนโยบายการสร้างงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมbr /br /พัฒนาการท่าทีทางการเมืองและนโยบายเรื่องโลกร้อนของประเทศจีนและสหรัฐอเมริกา ที่กล้าเอาจริงกับการควบคุมพลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิลมากขึ้นดังที่กล่าวมานี้ เป็นผลมาจากการรวมตัวกันแสดงพลังและส่งเสียงของประชาชน ตั้งแต่ระดับท้องถิ่นต่างๆ ที่ต่อสู้กับโครงการขนาดใหญ่ที่ปล่อยคาร์บอนและมลพิษเข้มข้น และเชื่อมโยงกับการรณรงค์เรื่องโลกร้อนของคนเมือง/คนทั่วไป/นักวิทยาศาสตร์ และกลุ่มต่างๆที่หลากหลายในสังคม ทั้งระดับประเทศและระดับโลก การเคลื่อนไหวของขบวนการประชาชนเพื่อเปลี่ยนแปลงของนโยบายรัฐในประเทศตัวเองเช่นนี้ กำลังเกิดขึ้นอย่างเข้มข้นทั่วโลก และกลายเป็นความหวังสำคัญในการกู้วิกฤตโลกร้อนของศตวรรษนี้br /nbsp;/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/2/1708/26690699385_4fcb1a06ec.jpg" style="width: 500px; height: 375px;" /br /strong style="color: rgb(255, 140, 0);"กิจกรรม #RedLine ช่วงบ่ายวันสุดท้ายของการประชุม #COP21nbsp; ที่ปารีส ฝรั่งเศสnbsp;/strongbr /strong style="color: rgb(255, 140, 0);"(12 ธ.ค.58) (ภาพจากnbsp;ThaiClimateJustice)/strong/p h2ในส่วนของประเทศไทยนั้น.../h2 pพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกรัฐมนตรี ได้ร่วมกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิดการประชุม COP21 เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 ที่กรุงปารีส a href="#5"[5] /aซึ่งตัดตอนมาบางส่วน ดังนี้br /br /“วันนี้ผมมาเพื่อแสดงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของประเทศไทย ในการร่วมผลักดันให้การเจรจาความตกลงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฉบับใหม่ บรรลุผลสัมฤทธิ์ อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน/p p"การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะก่อให้เกิดภัยพิบัติ ภาวะโลกร้อน ทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น กระทบต่อประเทศหมู่เกาะ และประเทศที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่มากนัก อีกทั้งจะเกิดภัยแล้ง จะทำให้เกิดการขาดน้ำเพื่อการเกษตร น้ำเพื่ออุปโภคและบริโภคอีกด้วย ซึ่งจะส่งผลต่อความมั่นคงทางอาหาร และรายได้ของเกษตรกร กระทบต่อแหล่งผลิตอาหารของโลก ตลอดจนทำให้เกิดการขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ เกิดความยากจน ความขัดแย้ง จนอาจเป็นสาเหตุการทำสงครามแย่งน้ำต่อไป ซึ่งก็จะเป็นการเพิ่มภาระให้กับประเทศกำลังพัฒนา ที่รายได้ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับผลิตผลทางการเกษตรที่ราคาตกต่ำอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน/p p"ดังนั้นจึงต้องพัฒนาให้เกิดอุตสาหกรรมสีเขียวในประเทศที่กำลังพัฒนา เพื่อส่งเสริมรายได้ และลดผลกระทบจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไปพร้อมๆ กันด้วย ผมอยากให้ทุกกลุ่มประเทศ คำนึงถึงเรื่องนี้เป็นกรณีพิเศษ เพื่อให้เกิดการลดก๊าซเรือนกระจก และมีการพัฒนาประเทศอย่างสมดุล/p p"ทรัพยากรธรรมชาติ เป็นสมบัติของโลกและมวลมนุษยชาติ ไม่ใช่ของประเทศใดประเทศหนึ่งเท่านั้น ประชาคมโลกมีหน้าที่รับผิดชอบร่วมกัน ดูแลรักษาไม่ให้หมดสิ้นไป โดยเฉพาะ ในความพยายามจำกัดอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 1.5 หรือ 2 องศา โดยยึดหลักของความเป็นธรรม ความรับผิดชอบร่วมกันในระดับการพัฒนาที่แตกต่าง โดยจะต้องคำนึงถึงศักยภาพของแต่ละประเทศด้วย”/p pทั้งนี้ ประเทศไทยได้แสดงเจตจำนงในการร่วมลงนามและให้สัตยาบันต่อข้อตกลงปารีส โดยวันที่ 22 เมษายน 2559 ที่ผ่านมาในพิธีเปิดให้ลงนามอย่างเป็นทางการที่กรุงนิวยอร์ค พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กล่าวสุนทรพจน์ในฐานะตัวแทนกลุ่ม 77 และจีน (G77 + China) มีใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า a href="#6"[6]/a/p p“เราต้องไม่ลืมความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องเพิ่มความพยายามในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกก่อนปี ค.ศ.2020 (พ.ศ. 2563) ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อจะเป็นพื้นฐานสำคัญในความสำเร็จของการลดการปล่อยก๊าซฯ ภายใต้ข้อตกลงปารีส (พ.ศ. 2563-2573)nbsp;เราต้องตระหนักถึงช่องว่างระหว่างผลของคำมั่นสัญญาในการลดการปล่อนก๊าซเรือนกระจกที่แต่ละไปเทศได้ให้ไว้แล้ว ซึ่งยังห่างไกลอย่างมีนัยสำคัญกับเป้าหมายที่ควรจะเป็นหากต้องการให้โลกไม่ร้อนเกิน 2 องศาเซลเซียส และพยายามให้ไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียส”/p pในส่วนของเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกนั้น ประเทศไทยได้ประกาศเป้าหมายต่อสหประชาชาติโดยแบ่งเป็นสองช่วง คือ ช่วงที่หนึ่ง ก่อนปี พ.ศ. 2563 (NAMAs) จะลดการปล่อยก๊าซฯ 7-20% นับจากระดับที่ปล่อยปกติ (Business as Usual/BAU) และช่วงที่สอง ระหว่างปี พ.ศ. 2563-2573 (INDCs) จะลดการปล่อยก๊าซฯ 20-25% นับจากระดับที่ปล่อยปกติa href="#7" [7]/a ซึ่งมีแนวโน้มว่าไทยจะดำเนินการได้ตามเป้าหมายในระยะแรก โดยที่ขณะนี้ไทยสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้แล้ว 4% และคาดว่าจะลดได้มากกว่าเป้าหมายระยะแรก (7%) ก่อนพ.ศ. 2563 a href="#8"[8]/abr /br /อย่างไรก็ตามวิสัยทัศน์ที่ผู้นำรัฐไทยประกาศต่อประชาคมโลก ดูจะยังขัดแย้งกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในประเทศ แม้การยึดอำนาจโดยรัฐประหารของรัฐบาล คสช. จะอ้างความชอบธรรมว่าจะเข้ามาปฏิรูปประเทศ ซึ่งประเด็นหนึ่งของการปฏิรูปนั้นรวมถึงเรื่องพลังงานด้วย แต่หลังจากการยึดอำนาจมา 2 ปีรัฐบาล คสช. ยังคงมีแนวนโยบายด้านพลังงานที่ไม่ต่างจากรัฐบาลที่ผ่านมา ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ การผลักดันอย่างแข็งกร้าวที่จะสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินใหม่ภายใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า หรือ PDP2015 อย่างน้อย 5,850 เมกะวัตต์ หรือเกือบ 2 เท่าของกำลังการผลิตติดตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน a href="#9"[9] /aหมายถึงการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้นถึงปีละประมาณ 34 ล้านตัน a href="#10"[10] /aโดยไม่ฟังเสียงทัดทาน และพยายามปิดปากผู้ไม่เห็นด้วยทั้งด้วยคำสั่ง คสช. และการกระหน่ำโฆษณาชวนเชื่อของหน่วยงานราชการรัฐวิสาหกิจว่าถ่านหินเป็นพลังงานราคาถูกโดยที่ไม่คิดค่าใช้จ่ายต่อความเสียหายด้านสิ่งแวดลล้อมและสุขภาพของประชาชน และหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งสวนทางกับความพยายามของโลกที่จะลดการใช้พลังงานจากถ่านหิน ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงที่ก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้มข้นที่สุดในบรรดาเชื้อเพลิงฟอสซิลต่างๆ และสวนทางอย่างสิ้นเชิงกับการประกาศต่อหน้าประชาคมโลกของผู้นำไทย ถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องพยายามลดการปล่อยก๊าซฯให้มากที่สุดbr /nbsp;/p h2สิ่งที่รัฐไทยควรทำ/h2 pด้วยเหตุผลเรื่องงบดุลคาร์บอนดังที่กล่าวไปแล้ว ขณะนี้ประเทศไทยจำเป็นต้องร่วมมือกับประชาคมโลกอย่างเร่งด่วน ในการเปลี่ยนผ่านจากการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตที่พึ่งพาพลังงานเชื้อเพลิงฟอสซอลสกปรก ไปสู่ระบบพลังงานที่มีประสิทธิภาพและพัฒนาพลังงานสะอาดที่ไม่ทำร้ายโลกและชีวิตคนให้มากที่สุด ถึงเวลาที่รัฐไทยต้องทำความเข้าใจข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ ว่าธรรมชาติกำลังถึงขีดจำกัดซึ่งส่งผลออกมาเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่างๆ และขีดจำกัดนี้กำลังส่งผลต่อการมีชีวิตอยู่อย่างปกติของมนุษย์ และหากเราไม่ช่วยกันหยุดวิกฤตนี้ ผลกระทบต่อคนที่มากขึ้นก็จะทำให้สังคมโกลาหล ไม่เฉพาะสังคมไทยแต่เป็นทั้งโลก ซึ่งอันที่จริงก็สอดคล้องกับที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้แถลงต่อประชาคมโลกว่า “ทรัพยากรธรรมชาติ เป็นสมบัติของโลกและมวลมนุษยชาติ ไม่ใช่ของประเทศใดประเทศหนึ่งเท่านั้น ประชาคมโลกมีหน้าที่รับผิดชอบร่วมกัน ดูแลรักษาไม่ให้หมดสิ้นไป โดยเฉพาะ ในความพยายามจำกัดอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 1.5 หรือ 2 องศา”br /br /รัฐไทยต้องเลิกยึดติดวิธีคิดแบบเดิมๆ ที่กระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการเผาเชื้อเพลิงฟอสซิลเพิ่ม ส่งเสริมการทำเหมืองแร่ การทำเขตเศรษฐกิจพิเศษ จนลืมว่าเราฝันจะเป็นผู้นำในภูมิภาคและพยายามเดินทางนี้มาหลายสิบปีแล้วแต่ก็ยังทำไม่สำเร็จ ด้วยการผลิตเพื่อส่งออกซึ่งหวังพึ่งแรงงานราคาถูก คือกดค่าแรงของคนไทยเองเพื่อเอาเม็ดเงินเข้าประเทศ ทั้งที่เม็ดเงินเหล่านั้นส่วนใหญ่เข้ากระเป๋าเจ้าของกิจการที่รวยแล้ว ไม่ได้ตกอยู่กับผู้มีรายได้น้อยซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศด้วยซ้ำ และสิ่งที่เกิดขึ้นคือสิ่งแวดล้อมถูกทำลายและทรัพยากรธรรมชาติกำลังร่อยหรอ ประชาชนจำนวนมากต้องเสียสละคุณภาพชีวิตที่ดี เพื่อแลกกับตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจ นี่ไม่ใช่สังคมไทยที่เราอยากทิ้งไว้ให้กับลูกหลานbr /br /ในห้วงวิกฤตเศรษฐกิจที่การลงทุนของรัฐด้วยเงินภาษีของประชาชนทุกบาททุกสตางค์ มีคุณค่าอย่างยิ่งต่อการกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศในระยะยาว การลงทุนที่ผิดพลาดไปกับอุตสาหกรรมพลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิลเช่นโรงไฟฟ้าถ่านหิน หมายถึงการเสียโอกาสในการลงทุนเพื่อพัฒนาการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด หรือที่เรียกว่า infrastructure lock-in หมายถึงการลงทุนที่ผิดพลาดจะทำให้ประเทศติดกับอยู่กับโครงการพลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิลส่วนใหญ่ซึ่งมีอายุไปอีก 20-30 ปี (ซึ่งจะต้องใช้เงินภาษีในการดำเนินการและการดูแลรักษาระหว่างนั้นด้วย)br /nbsp;/p h2ขอบคุณทุกชุมชนที่ยืนหยัดคัดค้านพลังงานถ่านหิน/h2 pในบรรดาโรงไฟฟ้าถ่านหินที่อยู่ในแผน PDP2015 นั้น รวมถึงโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ขนาด 800 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา จังหวัดสงขลา 2,000 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าถ่านหินอีกสองโรง โรงละ 1,000 เมกะวัตต์ซึ่งยังไม่ระบุที่ตั้ง แต่โรงหนึ่งในนั้นที่ระบุว่าเป็นภาคใต้มีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดขึ้นที่อำเภอปานาเระ จังหวัดปัตตานี ตามที่เป็นข่าวในช่วงนี้ ทั้งนี้การสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินใหม่ตามแผน PDP2015 รวมทั้งสิ้น 5,850 เมกะวัตต์ โดยที่ยังไม่รวมแผนการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินอุตสาหกรรมอีกเป็นจำนวนมาก อาธิเช่น โรงไฟฟ้าถ่านหินของอุตสาหกรรมกระดาษ ที่ตำบลเขาหินซ้อน จังหวัดฉะเชิงเทรา และโรงไฟฟ้าถ่านหินของเหมืองแร่โปแตช ที่อำเภอบำเหน็จณรงค์ จังหวัดชัยภูมิ เป็นต้นbr /br /ด้วยพื้นที่การมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการนโยบายสาธารณะเช่นนโยบายพลังงาน ที่หดแคบและบีบคั้นอย่างยิ่งภายใต้การปกครองของ คสช. ซึ่งไม่ต้องการฟังความเห็นของคนคิดต่าง ในห้วงเวลานี้ สังคมไทยจึงต้องขอบคุณทุกชุมชนที่กล้ายืนหยัดคัดค้านนโยบายพลังงานถ่านหินสกปรก ช่วยเปิดช่องทางการพูดคุยในพื้นที่สาธารณะ ชะลอการลงทุนเงินภาษีในทางที่ผิด เพิ่มระยะเวลาในการผลักดันนโยบายพลังงานสะอาดและการเปลี่ยนผ่านระบบพลังงานไทย และแสดงให้เห็นว่ายังมีคนจำนวนหนึ่งในสังคมไทยที่เป็นส่วนหนึ่งของขบวนการกู้โลกร้อนโดยพลังประชาชนทั่วโลก ซึ่งกำลังต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมทางสิ่งแวดล้อมและอนาคตที่ดีกว่าของลูกหลานพวกเรา/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/2/1458/26689919405_7d6cacb3d7.jpg" /br /span style="color:#ff8c00;"strongเครือข่ายประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า ยื่นจดหมายถึงนายกฯ และ รมว.พลังงานbr /เรียกร้องยกเลิกแผน PDP2015 เพื่อให้จัดทำแผนใหม่ (7 ก.ย.58) (ภาพจากnbsp;ThaiClimateJustice)/strong/span/p pnbsp;/p pa name="1"[1]/a Climate Interactive 2016. Scoreboard Science and Data. a href="https://www.climateinteractive.org/programs/scoreboard/scoreboard-science-and-data/"https://www.climateinteractive.org/programs/scoreboard/scoreboard-science-and-data//abr /a name="2"[2]/a IPCC 2014, Climate Change 2014: Synthesis Report. Table 2.2, Page 64 a href="http://www.ipcc.ch/pdf.assessmentreport/ar5/syr/AR5_SYR_FINAL_ALL_Topics.pdf"http://www.ipcc.ch/pdf.assessmentreport/ar5/syr/AR5_SYR_FINAL_ALL_Topics.pdf/abr /a name="3"[3] /aIPCC 2014, Climate Change 2014: Synthesis Report. Table 2.2, Page 64br /a name="4"[4] /aIEA 2012, World Energy Outlook 2012. a href="https://www.iea.org/publications/freepublications/publication/WEO2012_free.pdf"https://www.iea.org/publications/freepublications/publication/WEO2012_free.pdf/abr /a name="5"[5] /aนักข่าวพลเมือง 2015, อ่านถ้อยแถลงแสดงวิสัยทัศน์ ‘พล.อ.ประยุทธ์’ นายกไทย ในเวที COP21 a href="http://www.citizenthaipbs.net/node/7287"http://www.citizenthaipbs.net/node/7287/abr /a name="6"[6] /aG77, สุนทรพจน์ พิธีลงนามข้อตกลงปารีส 22 เมษายน 2559. a href="http://www.g77.org/statement/getstatement.php?id=160422"http://www.g77.org/statement/getstatement.php?id=160422/a คำแปลสรุปโดยผู้เขียนบทความนี้br /a name="7"[7] /aเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระหว่างปี พ.ศ. 2563-2573 (INDCs) ของประเทศไทย. a href="http://www4.unfccc.int/submissions/INDC/Published%20Documents/Thailand/1/Thailand_INDC.pdf"http://www4.unfccc.int/submissions/INDC/Published%20Documents/Thailand/1/Thailand_INDC.pdf/abr /a name="8"[8]/a Plan to cut carbon emissions meets with rising scepticism. ปรัชญ์ รุจิวนารมย์. The Nation. 6 มกราคม 2559. a href="http://www.nationmultimedia.com/national/Plan-to-cut-carbon-emissions-meets-with-rising-sce-30276223.html"http://www.nationmultimedia.com/national/Plan-to-cut-carbon-emissions-meets-with-rising-sce-30276223.html/abr /a name="9"[9]/a โรงไฟฟ้าแม่เมาะ กำลังการผลิตติดตั้งปัจจุบัน 2,400 เมกะวัตต์, โรงไฟฟ้า BLCP กำลังการผลิตปัจจุบัน 1,400 เมกะวัตต์br /a name="10"[10]/a ค่าประมาณจากค่าเฉลี่ยของอเมริกา โรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด 600 MW ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ 3.5 ล้านตันต่อปี จาก Union of Concerned Scientists. a href="http://www.ucsusa.org/clean_energy/coalvswind/c02c.html#.VyGcn2NEeVc"http://www.ucsusa.org/clean_energy/coalvswind/c02c.html#.VyGcn2NEeVc/a/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/gBq5wtxyv1E" height="1" width="1" alt=""/

คสช.ฟังทางนี้ 'สถาบันสิทธิฯ มหิดล' ชี้คุณกำลังขัดกับรธน.ของตัวเอง เหตุคุกคามคนบอกรับ/ไม่รับร่างรธน.

Thu, 28/04/2016 - 12:50
pสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ม.มหิดล แถลงสนับสนุนการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายต่อร่างรธน.เพื่อการออกเสียงประชามติที่เสรี-เป็นธรรม เตือนคสช. รัฐบาลและกกต. กำลังขัดรธน. ม.4 ของคสช. รวมทั้ง พ.ร.บ.ประชามติเสียเอง ที่เขียนให้ความคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออก/p p!--break--!--break--/p p style="margin: 0px 0px 1.5em; padding: 0px; border: 0px; outline: 0px; font-size: 14.4px; vertical-align: baseline; color: rgb(0, 0, 0); font-family: Tahoma; line-height: 21.6px; text-align: center; background: transparent;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/2/1472/26634898065_a35847d9ea.jpg" style="border: 0px; margin: 0px; padding: 0px; outline: 0px; font-size: 14.4px; vertical-align: baseline; width: 500px; height: 293px; background: transparent;" //p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"ภาพ เมื่อวันที่ 25 เม.ย. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ายึดเอกสาร 7 เหตุผลไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ของกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ NDM และเตรียมเชิญตัว เบญจรัตน์ แซ่ฉั่ว อาจารย์ประจำสถาบันสิทธิฯ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งกำลังถือเอกสารดังกล่าวอยู่ ไปยัง สน.ปทุมวัน โดยแจ้งว่า ต้องการพูดคุยด้วย แต่เมื่อผู้สื่อข่าว และผู้ร่วมงาน เข้าไปดูเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่ได้เปลี่ยนใจจากการขอเชิญตัว เป็นขอนามบัตรแทน เพื่อที่จะติดต่อเพื่อเรียกไปคุยวันอื่น/span/p p28 เม.ย.2559 จากเหตุการณ์ที่เจwbr้าหน้าที่ตำรวจและทหารพยายาwbrมขอให้ เบญจรัตน์ แซ่ฉั่ว อาจารย์ประจำสถาบันสิทธิมนุwbrษยชนและสันติศึกษาซึ่งทำหน้wbrาที่วิทยากรในเวทีถกแถลงร่าwbrงรัฐธรรมนูญครั้งที่ 2 หัวข้อ “คำถามพ่วงมีนัยอย่างไร” ณ ห้องประชุมมาลัย หุวะนันท์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 25 เม.ย. ทีผ่านมา ไปยังสถานีตำรวจนครบาลปทุมวwbrัน เพื่อชี้แจงกรณีการเผยแพร่เwbrอกสาร “7 เหตุผล ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ 7 สิงหา 59 ประชามติเพื่ออนาคต” โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้แwbrจ้งความผิดใด ๆ แต่เมื่อผู้สื่อข่าว และผู้ร่วมงาน เข้าไปดูเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่ได้เปลี่ยนใจจากการขอเชิญตัว เป็นขอนามบัตรแทน เพื่อที่จะติดต่อเพื่อเรียกไปคุยวันอื่นnbsp;นั้น (a href="http://prachatai.org/journal/2016/04/65444"อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม/a)/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pล่าสุดเมื่อวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติwbrศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดลnbsp;ในฐานะองค์กรร่วมจัดงานและหwbrน่วยงานต้นสังกัดของ เบญจรัตน์ ขอชี้แจงและเรียกร้องต่อรัฐwbrบาล คณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคณะกรรมการการเลือกตั้ง ดังต่อไปนี้/wbr/wbr/wbr/p p1. สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติwbrศึกษายืนยันการสนับสนุนระบอwbrบประชาธิปไตย โดยเฉพาะการมีพื้นที่แลกเปลwbrี่ยนและถกแถลงความเห็นที่แตwbrกต่างหลากหลาย อันจะนำมาซึ่งการเรียนรู้ร่wbrวมกันของคนในสังคม การสร้างคุณค่าร่วมกัน และการแสวงหาแนวทางการอยู่รwbr่วมกันได้ในความแตกต่างเหล่wbrานั้นbr /br /2. การแสดงออกถึงการเห็นด้วยแลwbrะไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมwbrนูญเป็นสิทธิและเสรีภาพของปwbrวงชนชาวไทย ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจัwbrกรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 มาตรา 4 ซึ่งให้ความคุ้มครองสิทธิแลwbrะเสรีภาพในการแสดงออก ตามกติการะหว่างประเทศว่าด้wbrวยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางกwbrารเมืองที่ประเทศไทยเป็นภาคwbrีซึ่งรับรองสิทธิขั้นพื้นฐาwbrนในการแสดงออกของปวงชน และตามมาตรา 7 ของพระราชบัญญัติว่าด้วยการwbrออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรwbrมนูญ พ.ศ. 2559 ซึ่งบัญญัติว่า “บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสwbrดงความคิดเห็นและเผยแพร่ควาwbrมคิดเห็นเกี่ยวกับการออกเสีwbrยงโดยสุจริตและไม่ขัดต่อกฎหwbrมาย”br /br /3. พฤติกรรมของผู้แทนรัฐบาลและwbrเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการwbrในการออกคำสั่ง จับกุม และข่มขู่ผู้ซึ่งแสดงความคิwbrดเห็นโดยสุจริตและเปิดเผย เป็นพฤติกรรมที่ขัดกับเจตนาwbrรมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาwbrณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 ที่มุ่งสร้างความสามัคคี สกัดการใช้กำลัง และยังขัดกับกติการะหว่างปรwbrะเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและwbrสิทธิทางการเมืองที่ประเทศไwbrทยเป็นภาคี อีกทั้ง การไม่รับฟังความคิดเห็นที่wbrแตกต่างอาจนำมาซึ่งความขัดแwbrย้ง ซึ่งขัดกับเจตนารมณ์และนโยบwbrายของหัวหน้าคณะรักษาความสงwbrบแห่งชาติที่มุ่งยุติความขัwbrดแย้งของคนในชาติbr /br /4. ถ้ารัฐบาล คณะรักษาความสงบแห่งชาติ คณะกรรมการการเลือกตั้ง และองค์กรที่มีอำนาจหน้าที่wbrเกี่ยวข้องกับการออกเสียงปรwbrะชามติร่างรัฐธรรมนูญเห็นว่wbrา บุคคลและ/wbrหรือองค์กรใดมีพฤติกรรมที่แสwbrดงให้เห็นว่ากระทำความผิดตาwbrมพระราชบัญญัติว่าด้วยการออwbrกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนwbrูญ พ.ศ. 2559 จำเป็นต้องชี้แจงให้ชัดเจนวwbr่า บุคคลและ/wbrหรือองค์กรนั้นกระทำผิดกฎหมาwbrยฉบับใด ในมาตราใด ด้วยเหตุผลใด และต้องเป็นการชี้แจงโดยเปิwbrดเผยต่อสาธารณะbr /br /5. การแจกเอกสารหรือการแถลงข่าwbrวว่ารับหรือไม่รับ และการเชิญชวนให้รับหรือไม่wbrรับร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งกระทำโดยสุภาพและสุจริตwbrใจตามมาตรา 7 ที่อ้างถึงข้างต้น น่าจะกระทำได้เพราะไม่ถูกห้wbrามโดยมาตรา 61 วรรคสองของพระราชบัญญัติว่าwbrด้วยการออกเสียงประชามติร่าwbrงรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2559 ที่บัญญัติว่า “ผู้ใดดําเนินการเผยแพร่ข้อwbrความ ภาพ เสียง ในสื่อหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือในช่องทางอื่นใด ที่ผิดไปจากข้อเท็จจริงหรือwbrมีลักษณะรุนแรง ก้าวร้าว หยาบคาย ปลุกระดม หรือข่มขู่ โดยมุ่งหวังเพื่อให้ผู้มีสิwbrทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิออwbrกเสียง หรือออกเสียงอย่างใดอย่างหนwbrึ่ง หรือไม่ออกเสียง ให้ถือว่าผู้นั้นกระทําการกwbr่อความวุ่นวายเพื่อให้การออwbrกเสียงไม่เป็นไปด้วยความเรีwbrยบร้อย”br /br /6. ผู้ที่บังคับใช้กฎหมายและผูwbr้ที่อยู่ในกระบวนการทางกฎหมwbrายพึงตีความพระราชบัญญัติว่wbrาด้วยการออกเสียงประชามติร่wbrางรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2559 โดยเฉพาะมาตรา 61 ในทางที่เอื้อไม่ใช่ในทางทีwbr่ลิดรอนสิทธิการแสดงความคิดwbrเห็นของประชาชน ทั้งนี้ โดยสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของwbrประกาศคณะกรรมการการเลือกตัwbr้ง เพื่อให้การออกเสียงประชามตwbrิเป็นไปอย่างเสรีและเป็นธรรwbrม สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติwbrศึกษา ขอยืนยันสิทธิขั้นพื้นฐานในwbrการแสดงออก และขอเรียกร้องต่อรัฐบาล คณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคณะกรรมการการเลือกตั้ง และองค์กรที่มีอำนาจหน้าที่wbrให้เคารพสิทธิขั้นพื้นฐานขอwbrงปวงชนชาวไทยในการแสดงออกซึwbr่งความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรwbrมนูญและการออกเสียงประชามติwbrโดยสุจริตใจ/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p p style="text-align: center;"img src="https://c2.staticflickr.com/2/1552/26084781053_cb29e9f8fb_b.jpg" /br /br /nbsp;/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2016/04/65444" target="_blank" นักวิชาการ ชี้สังคมไทยไม่ใช่ห้องทดลอง หาก รธน.+คำถามพ่วง ผ่านก็ยากต่อการควบคุม/a /div div class="field-item even" a href="/journal/2016/04/65465" target="_blank"เครือข่ายนักวิชาการฯเตือนคสช.ทำประชา/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/YvQ7La0Oeco" height="1" width="1" alt=""/

เครือข่ายหมออนามัยหนุน สปสช.ตั้งกองทุนส่งเสริมสุขภาพระดับอำเภอ

Thu, 28/04/2016 - 02:22
pระดมวิชาชีพสาธารณสุwbrขและหมออนามัยประชุมวิชาการใหญ่ 26-28 เม.ย.นี้ เตรียมการสร้างความแข็งแกร่wbrงสภาวิชาวิชาชีพใหม่ หนุน สปสช.ตั้งกองทุนส่งเสริมสุwbrขภาพและป้องกันโรคระดับอำเภอ/wbr/wbr/wbr/p p!--break--!--break--/p p28 เม.ย. 2559 รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมาnbsp;ปิ่น นันทะเสน นายกสมาคมวิชาชีพสาธารณสุข และเลขาธิการสภาการสาธารณสุขชุwbrมชน กล่าวว่า ในวันที่ 26-29 เม.ย. นี้ เครือข่ายหมออนามัย ได้แก่ ชมรมสาธารณสุขแห่งประเทศไทย สมาคมหมออนามัย มูลนิธิเครือข่ายหมออนามัย และสมาคมวิชาชีพสาธารณสุข นำโดย นายปรเมฐ์ จินา ประธานชมรมสาธารณสุขอำเภอ นายสาคร นาต๊ะ นายกสมาคมหมออนามัย และนายธาดา วรรธนปิยกุล ประธานมูลนิธิเครือข่ายหมออนามัwbrย จัดประชุมวิชาการ “รวมพลังหมออนามัย สร้างสภาเพื่อความก้าวหน้าวิwbrชาชีพการสาธารณสุขชุมชน” ณnbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฎวไลยอลงกรณ์ จ.ปทุมธานี เพื่อสร้างการรับรู้และมีส่วนร่wbrวมในการพัฒนาวิชาชีพการสาธารณสุwbrขชุมชน ในการหนุนเสริมระบบสุขภาพที่เข้wbrมแข็งของประเทศไทย/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pปิ่น กล่าวว่า ขณะนี้แม้สถานการณ์ของบ้านเมืwbrองจะยังไม่ปกติ แต่ในส่วนของสาธารณสุข ภายใต้การนำของ รมว.สาธารณสุข กลับเห็นการทำงานร่วมกันระหว่wbrางกระทรวงสาธารณสุข กับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่wbrงชาติ (สปสช.) ที่สามารถทำงานร่วมกันและช่wbrวยเหลือกันดีขึ้นอย่างชัดเจน ทำให้ทีมงานในพื้นที่แก้ไขปัwbrญหาและทำงานเชิงรุกได้ง่ายขึ้น เป็นโอกาสที่จะมีการปฏิรูปพัwbrฒนาระบบสาธารณสุขครั้งใหญ่เพื่wbrอให้ประชาชนได้รับประโยชน์มากขึwbr้น/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pประกอบกับขณะนี้ พ.ร.บ.วิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน พ.ศ.2556 ได้ประกาศใช้แล้ว และอยู่ในระหว่างเตรียมการเลืwbrอกตั้งคณะกรรมการวิชาชีพอย่wbrางเป็นทางการ ทางเครือข่ายจึงได้จัดประชุมวิwbrชาการเพื่อพัฒนาการสาธารณสุขชุwbrมชนขึ้นมีสมาชิกเครือข่ายเข้าร่wbrวมพันกว่าคน และได้เชิญนายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูwbrปประเทศ (สปท.) มาบรรยายพิเศษเรื่อง “วิชาชีพการสาธารณสุขชุมชนกัwbrบบทบาทและความร่วมมือขับเคลื่wbrอนปฏิรูปประเทศ” เพื่อเตรียมความพร้อมให้สมาชิwbrกเครือข่ายมีส่วนร่วมกับการปฏิwbrรูปประเทศ และเป็นเจ้าของสภาวิชาชีพใหม่/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pปิ่น กล่าวต่อว่า ขณะนี้เท่าที่ดูจากงานภายนอก บุคลากรสาธารณสุขในพื้นที่wbrพอใจที่เห็นการทำงานระหว่างปลัwbrดกระทรวงสาธารณสุขท่านใหม่และ รักษาการเลขาธิการ สปสช.ปัจจุบัน มีการร่วมมือเปลี่ยนไปจากเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมามาก งานต่างๆ เช่น งานส่งเสริมสุขภาพตามกลุ่มวัย หรืองานดูแลผู้สูงอายุแบบบูwbrรณาการในชุมชน การทำงานร่วมกันทั้งส่wbrวนกลางและพื้นที่เห็นผลชัwbrดเจนมากขึ้นnbsp;/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p p“อยากให้ผู้นำของทั้ง 2 หน่วยงานจับมือกันทำงานแบบนี้ และให้ความสำคัญกับงานพัwbrฒนาระบบบริการสาธารณสุขปฐมภูมิwbrและสุขภาพชุมชนมากขึ้น โดยมีทีมงานหมอครอบครัวเป็นกำลัwbrงหลัก ไม่อยากให้มีการเปลี่ยนแปลงหรืwbrอเกิดความขัดแย้งเหมือนที่ผ่wbrานมาในอดีต” ปิ่น กล่าว/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pปิ่น กล่าวว่า ในส่วนของการสรรหาเลขาธิการ สปสช.คนใหม่นั้น เป็นตำแหน่งที่มีความสำคัwbrญเพราะเป็นผู้ดูแลการบริwbrหารระบบหลักประกันสุขภาพทั้wbrงประเทศ เครือข่ายวิชาชีพสาธารณสุขเห็wbrนว่าเลขาธิการ สปสช.คนใหม่ จำเป็นต้องเป็นผู้ที่มีwbrประสบการณ์สูง รู้งานนโยบายและงานปฏิบัติในพื้wbrนที่ มีความเข้าใจและสามารถทำงานร่wbrวมกับภาคีเครือข่ายต่างๆ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ได้ และที่สำคัญต้องเป็นผู้บริหารจัwbrดการระบบเก่ง เห็นความสำคัญของงานสาธารณสุwbrขเชิงรุก สามารถทำให้งานของ สปสช.ต่อเนื่องได้/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pด้าน ธาดา วรรธนปิยกุล ประธานมูลนิธิเครือข่ายหมออนามัwbrย กล่าวว่า เครือข่ายหมออนามัยได้มีข้wbrอเสนองานส่งเสริมสุขภาพและป้wbrองกันโรคไปยังกระทรวงสาธารณสุข nbsp;และ สปสช.ว่าเพื่อสนับสนุนระบบบริwbrการปฐมภูมิและสุขภาพชุมชนให้เข้wbrมแข็งมากขึ้นสอดคล้องกับการปฏิwbrรูปประเทศ ควรปรับวิธีสนับสนุนงบประมาณส่wbrงเสริมสุขภาพและป้องกันโรค โดยจัดตั้งเป็นกองทุนส่งเสริมสุwbrขภาพและป้องกันโรคระดัwbrบอำเภอและมีการตั้wbrงคณะกรรมการระดับอำเภอที่wbrประกอบด้วยหลายภาคส่วน เพื่อบริหารดูแลปัญหาสาธารณสุwbrขในพื้นที่ร่วมกับกองทุนหลัwbrกประกันสุขภาพขององค์กรปกครองส่wbrวนท้องถิ่น ทั้งนี้เพื่อให้งานสาธารณสุwbrขในพื้นที่เกิดความคล่องตัwbrวและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/w2S6vWxoE84" height="1" width="1" alt=""/

ทันตแพทยสภาหนุนมติ สปท.ขึ้นภาษีเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเกิน ชี้ช่วยลดฟันผุ

Thu, 28/04/2016 - 02:13
pทันตแพทยสภาหนุนมติ สปท.ขึ้นภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่มที่มีน้wbrำตาลnbsp;เกินค่wbrามาตรฐาน ชี้ช่วยลดปัญหาโรคฟันผุ ลดเจ็บป่วยด้วยโรค NCDs ระยะยาวจะทำให้คนไทยมีสุขภาพดีwbrขึ้น/wbr/wbr/wbr/p p!--break--!--break--/p p27 เม.ย. 2559 รายงานข่าวแจ้งว่า ไพศาล กังวลกิจ นายกทันตแพทยสภา กล่าวว่า คณะกรรมการทันตแพทยสภาเห็นด้wbrวยกับมติสภาขับเคลื่อนการปฏิรูwbrปประเทศ (สปท.) ที่มีข้อเสนอการขึ้นภาษีwbrสรรพสามิตเครื่องดื่มที่มีน้wbrำตาลเกินมาตรฐาน เพื่อช่วยลดปัญหาฟันผุ และลดการเจ็บป่วยด้วยโรคติดต่wbrอไม่เรื้อรังหรือโรค NCDs ซึ่งในระยะยาวจะทำให้คนไทยมีสุwbrขภาพดีขึ้น/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pทั้งนี้ จากสถานการณ์การบริโภคน้ำตาลที่wbrคนไทยได้รับนั้น มีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันพบว่า คนไทยบริโภคน้ำตาลเฉลี่ย 26 ช้อนชาต่อวัน ซึ่งสูงกว่าที่องค์การอนามัwbrยโลก​แนะนำถึง 4 เท่า และคนไทยบริโภคน้ำตาลมากเป็นอัwbrนดับที่ 9 จากการสำรวจ 52 ประเทศ ซึ่งสัดส่วนการได้รับน้wbrำตาลของคนไทยนั้นมาจากการบริwbrโภคทางอ้อม เช่น อาหารและเครื่องดื่มซึ่งเพิ่wbrมมากถึงครึ่งหนึ่งของน้ำตาลที่wbrบริโภคทั้งหมด/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pนายกทันตแพทยสภา กล่าวต่อว่า การจัดการด้านราคาถือเป็wbrนมาตรการที่ส่งผลต่อการบริwbrโภคเครื่องดื่มที่มีความเสี่wbrยงต่อสุขภาพ ซึ่งเป็นไปตามคำแนะนำขององค์wbrการอนามัยโลก ดังนั้นนอกจากการรณรงค์ให้wbrคนไทยลดการกินหวานแล้ว การปรับปรุงการจัดเก็บภาษีเพิ่wbrมในเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้wbrำตาลเกิน 6% และเสนอให้จัดเก็บเป็นขั้นบัwbrนไดตามปริมาณน้ำตาลนั้น จะช่วยให้ลดผลกระทบจากกลุ่มโรค NCDs เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ รวมทั้งโรคฟันผุอีกด้วย ซึ่งปัจจุบันเฉพาะกลุ่มโรค NCDs เป็นภาระค่าใช้จ่ายในการรัwbrกษามากถึง 2.14% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ GDPnbsp;/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/yQRJ_lC6Bso" height="1" width="1" alt=""/

ประยุทธ์ สั่ง ตร.-ไอซีทีจัดการกรณีโพสต์โจมตีรัฐบาล

Thu, 28/04/2016 - 01:46
pพล.อ.ประยุทธ์ สั่ง ตร.-ไอซีที ดำเนินการตามกฎหมาย ย้ำ กกต.ดูแลผิด-ถูกประชามติ บอก "คนต้องทำตามกฎหมาย ถ้ามีกฎหมายแล้วไม่ทำตาม จะเขียนไว้ทำไม"/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img src="https://c2.staticflickr.com/2/1557/26680858095_bce1b65b57.jpg" //p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"ภาพ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานสักขีพยานในพิธีมอบหนังสืออนุญาตให้อยู่อาศัยหรือทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ มาตรา 16 จัดที่ดินให้ชุมชน คทช. พร้อมกล่าวทักทายและพบปะประชาชน ณ ห้องทองกวาว อาคารนิทรรศการ 2 อุทยานหลวงราชพฤกษ์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 27 เม.ย. 59 (ที่มาภาพ /spana href="http://www.thaigov.go.th/index.php/th/media-centre/270416_cm3/270416cm3-73576"span style="color:#ff8c00;"เว็บไซต์ทำเนียบฯ/span/aspan style="color:#ff8c00;")/span/p p27 เม.ย. 2559 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงนักเขียน จ.ขอนแก่น ถูกจับกุมตัวเนื่องจากวิพากษ์วิจารณ์สถานการณ์ทางการเมืองผ่านโซเชียลมีเดีย ว่า “ทำไม เขาผิดหรือเปล่าล่ะ ถ้าผิดก็จับทั้งหมด ทยอยจับไปเรื่อย ๆ ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กระทรวงไอซีทีเข้าไปดู แล้วก็ให้ศาลตัดสินว่าผิดหรือถูก ถ้าผิดก็รับโทษ ไม่ใช่ศาลลงโทษว่าผิดแล้วไม่รับแล้วมาหนีคดี ให้ไปสอนคนแบบนี้ อย่ามาถามผม เข้าใจหรือไม่ หรือต้องถามว่าคนเหล่านี้จะหนีออกนอกประเทศหรือไม่”/p pเมื่อถามว่า ต่างประเทศจะกดดันเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์nbsp;กล่าวว่า “จับคนผิดกฎหมายบอกว่าละเมิดสิทธิ มีสิทธิอะไรไปด่าคน กฎหมายเขาเขียนหรือไม่ คุณเอากฎหมายกับสิทธิมนุษยชนมาปนกันหมด อย่าเอามาพาดพิงกัน ต่อไปนี้อย่ามาถามตอนเรื่องสิทธิกับกฎหมาย ถ้าไม่ทำผิดกฎหมาย ใครจะไปทำอะไรท่าน เหมือนกับท่านไม่ไปชกหน้าคนเขาก็ไม่มาชกหน้าตอบ ก็ต้องถูกตำรวจจับ ก็อยู่เฉย ๆ ทำหน้าที่ตัวเองไป ไม่ใช่ไปด่าว่าคนโน้นคนนี้ นี่เป็นสิทธิของเขา ด่าคนได้ตามช่องทีวีทุกวัน เห็นแต่สื่อด่าตน ไม่คิดถึงสิทธิตนบ้างหรืออย่างไร ไปละเมิดสิทธิมนุษยชนทำไม ตนก็ต้องดำเนินการ แล้วยังไม่พอจะเอาต่างชาติเข้ามาอีก ก็ไปเชิญเขาเข้ามาให้หมด ก็อยู่กันไปแบบนี้”/p pพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีการออกมาเคลื่อนไหวรณรงค์รับหรือไม่รับประชามติของหลายภาคส่วน ว่า ต้องไปดูที่กฎหมาย อะไรที่ทำได้ ทำไม่ได้ และเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีนโยบายในการรักษากติกา ไม่ใช่ตนไปสั่ง/p p“ผมเพียงแต่เตือนว่ากฎหมายมีแล้ว คนต้องทำตามกฎหมาย ถ้ามีกฎหมายแล้วไม่ทำตาม จะเขียนไว้ทำไม ผมไม่จำเป็นต้องสั่ง เพราะเป็นหน้าที่ คสช.และรัฐบาลที่ต้องทำให้ทุกหน่วยงานเคารพกฎหมายของตัวเอง แล้วก็รับผิดชอบกันไป” nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว/p pเมื่อถามว่า คิดว่ากฎหมายของ กกต.ที่มีอยู่ จะผลักดันให้ประชามติผ่านไปได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ไม่ว่ากฎหมายอะไร ก็ผลักดันไม่ได้ ถ้าคุณไม่ช่วยกัน ถ้าใจคุณไม่ต้องการให้ประเทศสงบและไม่ต้องการให้มีการเลือกตั้ง คุณก็ทำของคุณกันไป ตนจะไม่ยุ่ง แต่กฎหมายจะเล่นงานคุณเอง ทุกวันนี้กฎหมายมีกี่ฉบับแล้ว ใครฝ่าฝืนหรือใครเป็นคนทำให้ฝ่าฝืน หรือทำให้บังคับใช้ไม่ได้ ตนไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำขึ้นอีก ถ้าใจใครไม่อยากก็ว่ากันไป ทำไมต้องบังคับกัน อีกหน่อยก็ต้องบังคับให้กินข้าวอาบน้ำ”/p pที่มา : a href="http://www.tnamcot.com/content/456001"สำนักข่าวไทยnbsp;/a/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2016/04/65485" target="_blank"ศูนย์ทนายสิทธิฯ เผย #039;นิธิ#039; หนึ่งในผู้ถูกทหารคุมตัวจากขอนแก่น ถูกปล่อยตัวแล้ว/a /div div class="field-item even" a href="/journal/2016/04/65468" target="_blank" ทหารคุมตัว 8 ปชช. ยังไม่ทราบชะตากรรม ด้านกกต.ประเดิมแจ้งความโพสต์เฟซบุ๊กผิด กม.ประชามติ/a /div div class="field-item odd" a href="/journal/2016/04/65480" target="_blank"คสช.เผยคุม10 ผู้ผิดพ.ร.บ.คอมฯ ระบุมีแอดมินเพจ #039;เรารัก พล.อ.ประยุทธ์#039;/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/qTxuOk4uptg" height="1" width="1" alt=""/

‘ยืนเฉยๆ’ รอบ3 ‘อานนท์’ ผิดพ.ร.บ.ชุมนุม ปล่อยแล้ว 13-ทหารคุมตัว 1-โดนหมายจับเก่า 5

Thu, 28/04/2016 - 01:38
!--break--!--break-- p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/2/1611/26407025200_ac349b40ee.jpg" style="width: 500px; height: 373px;" /br /span style="color:#ff8c00;"ตำรวจมาก่อนเวลา เตรียมรับมือกิจกรรม 'ยืนเฉยๆ'br /br /img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/2/1590/26407024260_ae48b58cdb.jpg" style="width: 500px; height: 328px;" /br /ประชาชนบางส่วนมา 'ยืนเฉยๆ' และถูกตำรวจคุมตัวไปก่อนแกนนำกลุ่มจะมาถึง/spanbr /nbsp;/p p27 เม.ย.2559 จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ทหารเข้าควบคุมตัวแอดมินเพจและประชาชนในกรุงเทพฯ และขอนแก่นรวม 10 รายตั้งแต่ช่วงเช้า และพ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกมายอมรับว่ามีการควบคุมตัวไปจริงโดยอยู่ในอำนาจควบคุมตัวของทหารเป็นเวลา 7 วันตามคำสั่งม.44 สาเหตุเนื่องมากจากทั้งหมดมีพฤติกรรมเกี่ยวกับการใช้โซเชียลมีเดียที่เข้าข่ายผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ nbsp;/p pจากนั้นกลุ่มพลเมืองโต้กลับได้นัดหมายจัดกิจกรรม ‘ยืนเฉยๆ’ เพื่อเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวประชาชนที่ถูกจับกุมและควบคุมตัวโดยทหารทั้งที่ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาและไม่เปิดเผยสถานที่ควบคุมตัว กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 โดยเริ่มต้นจากกรณีของนายวัฒนา เมืองสุข ทางกลุ่มยืนยันว่าจะจัดกิจกรรมทุกครั้งที่มีการจับกุมตัวประชาชนในลักษณะดังกล่าว/p pเวลาประมาณ 18.27 น. แกนนำกลุ่ม เช่น อานนท์ นำภา พันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ ปกรณ์ อารีกุล ณัฐภัทร อัคฮาด ฯลฯnbsp;ได้ปรากฏตัวที่อนุสาวรีย์ชัยฯ และเพียงไม่กี่นาทีก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวไปยัง สน.พญาไท ก่อนหน้านี้มีประชาชนที่มายืนเฉยๆ โดนจับไปก่อนแล้วประมาณ 8 ราย เจ้าหน้าที่ทยอยจับผู้ทำกิจกรรมรวมทั้งหมด 16 คน อย่างไรก็ตาม ระหว่างนั้นมีกลุ่มแม่ค้าย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ขอร้องผู้ชุมนุมอย่าสร้างความเดือดร้อน ช่วยไปประท้วงที่อื่นเพราะทำมาหากินไม่ได้/p pที่สน.พญาไท ท่ามกลางประชาชนติดตามไปสังเกตการณ์หลายสิบคน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ผู้ถูกควบคุมตัวทั้งหมดถูกสอบปากคำอยู่ในห้องสอบสวน nbsp;เวลาประมาณ 20.40 น. เจ้าหน้าที่ทหาร นำตัว บุรินทร์ อินติน 1 ใน 16 คนขึ้นรถตู้มีป้าย 'ส.พัน.12 รอ.' ออกจาก สน.พญาไท ไปเพียงรายเดียว โดยทหารไม่ได้แจ้งข้อมูลใดๆ เบื้องต้นยังไม่ทราบนำตัวไปไหน และด้วยสาเหตุอะไร สร้างความไม่พอใจให้กับบรรดาประชาชนที่ติดตามสังเกตการณ์อย่างมาก/p pต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา อานนท์ นำภา ทนายความและนักกิจกรรมในข้อหา “จัดการชุมนุมในที่สาธารณะโดยไม่แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้งก่อนเริ่มการชุมนุมไม่น้อยกว่ายี่สิบสีชั่วโมง” ความผิดตามพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/2/1496/26076427443_7afb1cb317_z.jpg" style="color: rgb(255, 140, 0); width: 500px; height: 400px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/2/1484/26407025490_9403a6db6f.jpg" style="width: 500px; height: 356px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/2/1692/26407024960_7e70f2b604.jpg" style="width: 500px; height: 333px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/2/1511/26076427223_05802bfa7e.jpg" style="width: 500px; height: 343px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/2/1509/26680432315_34f6233c24.jpg" style="width: 500px; height: 330px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/2/1541/26680434515_73f0e4b8b8.jpg" style="width: 500px; height: 333px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/2/1627/26680435415_bb140fe34e.jpg" style="width: 500px; height: 281px;" /br /span style="color:#ff8c00;"ทหารเข้าควบคุมตัว บุรินทร์ อินติน 1 ใน 16 ผู้ที่ถูกจับกุมขณะสอบปากคำอยู่ในห้องสอบสวนของตำรวจbr /และนำขึ้นรถตู้ออกไปโดยไม่ทราบสาเหตุและจุดหมายปลายทาง/span/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/2/1624/26680434005_c6fd888fed.jpg" style="width: 500px; height: 375px;" //p h3ปล่อยเกือบหมด ‘ทนายอานนท์’ โดนข้อหาผิดพ.ร.บ.ชุมนุม-นักกิจกรรม 2 คนมีหมายจับเก่า/h3 pเวลาประมาณ 22.20 น. ตำรวจปล่อยตัวผู้ที่ถูกจับกุม หลังควบคุมตัวอยู่ราว 4 ชม.โดยผู้ที่ถูกตำรวจควบคุมตัวไปมีทั้งสิ้น 16 ราย ได้รับการปล่อยตัวทั้งสิ้น 13 ราย ขณะที่อีก 1 รายคือ นายบุรินทร์ อินดิน ถูกทหารควบคุมตัวขึ้นรถตู้ไปโดยไม่ทราบสาเหตุและไม่ทราบจุดหมายปลายทาง ส่วนนักกิจกรรมอีก 2 รายคือ ปกรณ์ อารีกุล หรือ แมน และอภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธ์ หรือ หนุ่ย ถูกควบคุมตัวต่อไปยัง สน.ปทุมวัน เนื่องจากทั้งคู่มีหมายจับที่สน.ดังกล่าวในข้อหาขัดคำสั่ง คสช. จากกรณีชุมนุมรำลึก 1 ปี รัฐประหารที่หน้าหอศิลป์เมื่อ 22 พ.ค.2558/p pจากนั้นตำรวจนำตัว แมน ปกรณ์ nbsp;และ หนุ่ย อภิสิทธิ์ มายังสน.ปทุมวัน ในคดีดังกล่าวมีผู้ถูกออกหมายจับอีก 3 คน (รวมเป็น 5 คน)/p pเวลาประมาณ 23.00 น. ทั้ง 3 คนที่เหลือได้เดินทางมามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ปทุมวันแล้ว ได้แก่ บาส รัฐพล ศุภโสภณ , รังสิมันต์ โรม และ ลูกเกด ชลธิชา แจ้งเร็ว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งหมดแจ้งว่าจะไม่ยื่นประกันตัวเนื่องจากเห็นว่าสิ่งที่พวกเขาทำไม่เป็นความผิด ต่อมาอานนท์ นำภา ทนายความแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่าจะปล่อยตัวทั้งหมดโดยไม่ต้องประกันตัว/p pเวลาประมาณ 01.45 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า nbsp;หลังถูกควบคุมตัวหลายชั่วโมง ตำรวจได้ปล่อยตัวทั้ง 5 คนโดยไม่ต้องยื่นประกัน รวมทั้งไม่ต้องเซ็นบันทึกข้อตกลงใด/p pภายหลังการปล่อยตัว รังสิมันต์ ให้สัมภาษณ์ว่า พวกเขายืนยันว่าทำในสิ่งที่ถูกต้อง คดีที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหานั้นไม่เป็นธรรมเนื่องจากเจ้าหน้าที่เป็นฝ่ายใช้ความรุนแรง ส่วนการทำกิจกรรมยืนเฉยๆ ก็เป็นไปเพื่อเรียกร้องสิทธิให้ผู้ที่ถูกทหารคุมตัวโดยมิชอบ/p p"ข้อเรียกร้องตอนนี้อยากให้สังคมเป็นห่วงคนที่ถูกพาตัวไปเมื่อเช้า รวมถึงบุรินทร์ อินติน ที่เพิ่งถูกเอาตัวไปด้วย เราไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาบ้าง มันกลายเป็นแดนสนธยา สังคมต้องต้องตั้งคำถามเรื่องนี้" รังสิมันต์กล่าว/p pรังสิมันต์ กล่าวด้วยว่า วันที่ 11 พ.ค.นี้มีการนัดมาพบที่สน.อีกครั้ง/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/2/1601/26407024720_7585a3c8a3_z.jpg" style="width: 500px; height: 281px;" /br /span style="color:#ff8c00;"รูปผู้ต้องหา 4 รายตามหมายจับ (คดีฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.กรณีชุมนุมรำลึก 1 ปีรัฐประหาร) ก่อนเข้าห้องสอบสวนสน.ปทุมวัน/span/p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/2/1503/26680434895_b3d20303f2.jpg" style="width: 500px; height: 281px;" /br /ลูกเกด ตามมามอบตัวตามหมายจับ คดีเดียวกับผู้ต้องหา 4 รายตามภาพด้านบน ทั้งหมดยืนยันไ่ม่ประกันตัวnbsp;/spanbr /nbsp;/p h3นัชชชาเสียใจ ตำรวจพูด “จับเลย อย่าคิดว่าเป็นผู้หญิง มันเป็นผู้ชาย”/h3 pด้านนัชชชา กองอุดม นักศึกษาม.กรุงเทพ หนึ่งในผู้ถูกจับกุมตัวให้สัมภาษณ์ภายหลังถูกปล่อยตัวว่า ขณะถูกจับกุม ตำรวจหญิงเป็นผู้เข้ามาทำการจับกุมเธอ แต่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจชายตะโกนบอกว่า 'จับมาเลย อย่าไปคิดว่าเป็นผู้หญิง มันเป็นผู้ชาย'/p pต่อมาเวลาประมาณ 23.26 น. นัชชชา โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมระบุว่า วันนี้นอกจากนี้ ตนเองจะถูกละเมิดสิทธิทางร่างกายแล้ว ที่สำคัญ ยังถูกละเมิดสิทธิทางเพศและความเป็นคนอีกด้วย/p pข้อความมีดังนี้/p p"คำว่ามันไม่ใช่ผู้หญิง มันเป็นผู้ชาย คำครหาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชายท่านนั้น ยังดังอยู่ในหัวเหมือนถูกด่าซ้ำๆ/p pเหตุการณ์หลังจากการถูกจับกุมตัวที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ถูกนำตัวขึ้นรถโดยมีจนท.หญิงสองคนตามประกบ น้ำตาไหลออกมาจากความอัดอั้นหลังถูกจนท.ชายท่านนั้นต่อว่า เสียใจมากๆ กับคำพูดนั้นจนต้องระบายกับตำรวจหญิงสองท่านที่จับกุมตัว ถึงเหตุที่เขาต้องต่อว่าเกี่ยวกับเพศเราขนาดนั้นทั้งๆ ที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ใดๆ เลย/p pหลังจากมาถึงห้องสอบสวนสน.พญาไท มีป้าๆ พี่ๆ หลายๆ คนถูกจับไปก่อนหน้า กำลังนั่งคุยกันอย่างสนุกสนาน เราเข้าไปถึงเขาก็ถามทักทาย "นัชชชาเป็นไงบ้างลูก" เราได้ยินคำนั้นพูดไรไม่ออก ในใจรู้สึกอัดอั้นอยากเล่ามากๆ ร้องไห้ไม่หยุดเลย/p pมันอาจระบายออกมาเป็นคำพูดไม่หมด เพียงคำว่า "มันเป็นผู้ชาย" เท่านั้นเหรอที่เราร้องไห้ บางคนอาจจะบอกว่า มันก็ถูกแล้วหนิ เธอเป็นผู้ชาย แต่ดิฉันยืนยันว่าฉันไม่ใช่ผู้ชาย และคุณก็ไม่มีสิทธิมานิยามเพศของดิฉัน เรื่องนี้ไม่ใช่การเรียกโดยบริสุทธิ์ใจ วันนี้คุณได้ละเมิดสิทธิทางร่างกายของดิฉันแล้ว สิ่งที่สำคัญคุณยังละเมิดสิทธิทางเพศและความเป็นคนของฉันอีก" นัชชชา ระบุ/p pล่าสุด เพจnbsp;a href="https://www.facebook.com/Fahroong-Srikhao-%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%87-%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A7-300084093490011/"Fahroong Srikhao ฟ้ารุ่ง ศรีขาว/anbsp;รายงานว่า พ.ต.อ.อรรถวิทย์ สายสืบ รองผู้บังคับการ กองบังคับการตำรวจนครบาล1 ในฐานะผู้ควบคุมกำลังและผู้บังคับบัญชาที่รับผิดชอบการปฏิบัติในวันนี้ กล่าวว่า ต้องขอโทษที่มีการกระทบกระทั่งระหว่างปฏิบัติงานและมีการใช้คำพูดไม่เหมาะสม ยอมรับว่าทุกคนเครียดและอยู่ในภาวะกดดันที่จะให้กิจกรรมยุติโดยเร็วด้วยความเรียบร้อย/p p"ต้องขอโทษจริงๆ ที่มีการใช้วาจาไม่เหมาะสม ในเรื่องนี้จะดำเนินการทางการปกครอง ตามระเบียบภายในของกองร้อยควบคุมฝูงชนต่อไป"พ.ต.อ.อรรถวิทย์ กล่าว/p pnbsp;/p h3เข้าสถานการณ์ ลุงเนลสันโพสต์แซว ต้องฝึกท่านอน เพราะห้ามยืน/h3 pเนลสัน ฮาวอ์ ศิลปินชาวอเมริกัน หรือที่คนไทยเรียกกันติดปากว่า "ลุงเนลสัน" a href="https://www.facebook.com/seniornelsondancing/photos/a.675882452435245.1073741828.630850690271755/1130414570315362/?type=3"โพสต์เฟซบุ๊ก/aล้อเลียนสถานการณ์ในเมืองไทย โดยระบุว่าnbsp;บอกต้องฝึกท่านอน ก่อนมาเมืองไทย เพราะเขาไม่อนุญาตให้ยืนในที่สาธารณะ/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/2/1448/26625847001_4ffb3829bb_z.jpg" style="width: 550px; height: 262px;" //p pnbsp;/p pspan style="color:#ff8c00;"หมายเหตุ ขอขอบคุณช่างภาพนิรนามมา ณ โอกาสนี้/span/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/26jgaWgGIyM" height="1" width="1" alt=""/

ศูนย์ทนายสิทธิฯ เผย 'นิธิ' หนึ่งในผู้ถูกทหารคุมตัวจากขอนแก่น ถูกปล่อยตัวแล้ว

Thu, 28/04/2016 - 01:25
pศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนnbsp;เผย 'นิธิ' หนึ่งในผู้ถูกทหารคุมตัวจากขอนแก่น ถูกปล่อยตัวแล้ว โดยทหารมาส่งที่บ้านย่านลาดพร้าวอย่างปลอดภัย เจ้าตัวโพสต์เฟซบุ๊กnbsp;"ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น เรื่องนั้นดีเสมอ"nbsp;/p p!--break--!--break--/p p27 เม.ย. 2559 เมื่อเวลา 22.16 น. นิธิ กุลธนศิลป์ หนึ่งในผู้ถูกเจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัวในวันนี้จาก จ.ขอนแก่น ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว 'a href="http://ว https://www.facebook.com/Kanyne/posts/10207983787486640"Nithi Kooltasnasilp/a' ในลักษณะสาธารณะว่า ตอนนี้ถึงบ้านแล้ว ปลอดภัยดี พี่ๆ เค้ามาเชิญไปสอบปากคำเฉยๆ เพราะเห็นว่าช่วงนี้มีเดินทางไปมาไทยลาว และเพื่อนตนเคยเป็นนักข่าวสายการเมืองเก่ามาก่อน พี่ๆ ทหารและตำรวจหลายๆ คนที่เจอด้วยวันนี้นิสัยดี อันนี้จริงจังไม่ได้ประชด หลายๆ คน คุยกันได้เข้าใจดี เค้าก็เข้าใจเรา ส่วนเราก็ต้องเข้าใจเค้าที่ทำตามหน้าที่/p divnbsp;นิธิ ระบุต่อว่า สำหรับหรับเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ ตนอยากบอกทุกคนว่า "ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น เรื่องนั้นดีเสมอ" nbsp;เหตุการณ์ในวันนี้ทำให้ตนได้เห็นเลยครับว่ารอบๆ ตัว มีครอบครัว มีญาติๆ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่ดีที่สุดในโลก ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วง และขอบคุณที่ทักถามรวมทั้งพยายามโทรกันเข้ามา ขอบคุณจริงๆ nbsp;/div p style="text-align: center;"img src="https://c2.staticflickr.com/2/1571/26587710982_d2b0218772_o.jpg" //p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"ที่มา เฟซบุ๊กส่วนตัว '/spana href="http://ว https://www.facebook.com/Kanyne/posts/10207983787486640"span style="color:#ff8c00;"Nithi Kooltasnasilp/span/aspan style="color:#ff8c00;"'/span/p pโดย a href="https://www.facebook.com/lawyercenter2014/posts/994196543963533"ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน/a รายงานว่า เวลาประมาณ 22.00 น. ศูนย์ทนายความได้รับทราบจากพ่อของนิธิ ว่าเจ้าหน้าที่ทหารได้นำตัวลูกชายมาส่งที่บ้านย่านลาดพร้าวแล้วโดยปลอดภัย แต่ขณะนี้เจ้าตัวยังไม่พร้อมให้สัมภาษณ์ใดๆ/p pนิธิเป็นหนึ่งในสองบุคคลที่ถูกควบคุมตัวไปจากบ้านพักแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่นเมื่อช่วงเช้าวันนี้ พร้อมกับหฤษฏร์ มหาทนและถูกนำตัวไปที่ ค่ายทหาร มทบ.23 ก่อนถูกนำตัวมาส่งที่ มทบ.11 กรุงเทพ/p div pnbsp;/p /div pnbsp;/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2016/04/65468" target="_blank"ทหารคุมตัว 8 ปชช. ยังไม่ทราบชะตากรรม ด้านกกต.ประเดิมแจ้งความโพสต์เฟซบุ๊กผิด กม.ประชามติ/a /div div class="field-item even" a href="/journal/2016/04/65480" target="_blank"คสช.เผยคุม10 ผู้ผิดพ.ร.บ.คอมฯ ระบุมีแอดมินเพจ #039;เรารัก พล.อ.ประยุทธ์#039;/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/A1evOEREE84" height="1" width="1" alt=""/

ตร.จับทันที 'ปธ.กองทุนฯสิทธิออทิสติกฯ' หลัง กกต.เพิงแจ้งความ เอาผิดกม.ประชามติ

Thu, 28/04/2016 - 00:17
pตำรวจเข้าจับประธานกองทุนรัฐวัฒน์ตันมณีเพื่อสิทธิคนออทิสติก หลัง กกต.nbsp;สมชัย เพิ่งเข้าแจ้งความผิดnbsp;พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เหตุโพสต์เฟซบุ๊ก รุนแรง ก้าวร้าว หยาบคาย เจตนาจะชักจูง ปชช. เจ้าตัวเผยนึกว่าเหมือนกับการเลือกตั้ง/p p!--break--!--break--/p p27 เม.ย. 2559 หลังจากเมื่อช่วงสายของวันนี้ ที่ สน.ทุ่งสองห้อง สมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้งเดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.กฤติเดช ชอบค้าขาย รองสารวัตร (สอบสวน) เพื่อแจ้งความดำเนินคดีต่อกลุ่มกองทุนหนึ่งไม่ระบุชื่อ อยู่ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น หลังจากเมื่อวานที่ผ่านมากลุ่มดังกล่าวได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กโดยมีลักษณะเนื้อหาที่เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญnbsp;โดย สมชัย ระบุว่า เนื่องจาก กกต.พบกลุ่มองค์กรดังกล่าวโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กที่มีลักษะของความรุนแรง ก้าวร้าว หยาบคาย และนำไปสู่เจตนาที่จะชักจูงประชาชนไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งเกี่ยวกับการรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ถือเป็นการเข้าข่ายความผิดที่สมบูรณ์ตามมาตรา 61 วรรค 2 ตามความฐานก่อให้เกิดความวุ่นวายในการออกเสียงประชามติ โทษจำคุก 10 ปี ปรับไม่เกิน 2 แสนบาท รวมถึงศาลอาจมีการสั่งให้เพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปี ซึ่งในฐานคณะ กกต.จึงนำหลักฐานการกระทำความผิดของกลุ่มดังกล่าวมาส่งมอบให้พนักงานสอบสวนพร้อมแจ้งความดำเนินคดี/p pล่าสุด a href="http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1461773792"ข่าวสดออนไลน์/a รายงานความคืบหน้ากรณีดังกล่าวด้วยว่า เมื่อเวลา 22.30 น. ที่ผ่านมา ที่กองบังคับการตำรวจนครบาล2(บก.น.2) พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พร้อมด้วยพล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.เติมเผ่า สิริภูบาล ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง ร่วมกันแถลงการจับกุม จีรพันธุ์ ตันมณี อายุ 59 ปี ประธานกองทุนรัฐวัฒน์ตันมณี เพื่อสิทธิคนออทิสติก ชาว อ.เมือง จ.ขอนแก่น ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา เลขที่ 856/2559 ลงวันที่ 27 เม.ย. 2559 ในข้อหา เผยแพร่ข้อความ ภาพ เสียงในสื่อหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือในช่องทางอื่นใดที่ผิดไปจากข้อเท็จจริง หรือมีลักษณะรุนแรง ก้าวร้าว หยาบคาย ปลุกระดม หรือข่มขู่ โดยมุ่งหวังเพื่อให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิออกเสียง หรือออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือไม่ออกเสียงให้ถือว่าผู้นั้นกระทำการก่อความวุ่นวาย เพื่อให้การออกเสียงไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อยnbsp;โดยเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวขณะประชุมอยู่ภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่น ก่อนจับกุมเมื่อเวลา 17.00 น. ที่หน้าห้องสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น/p pด้าน จีรพันธุ์ กล่าวว่า ตนคิดว่ากฎหมายดังกล่าวจะมีผลเหมือนกับการเลือกตั้ง จึงคิดว่าการโพสต์ข้อความดังกล่าวก่อนที่จะถึงวันลงประชามติจะไม่มีความผิด แต่มาทราบภายหลังว่ากฎหมายมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 22 เม.ย. แล้ว โดยปกติตนเป็นคนสนใจเรื่องผลประโยชน์ของบ้านเมืองบ้างนิดหน่อย ตนไม่มีคดีติดตัว ไม่รู้กฎหมาย ที่โพสต์ข้อความดังกล่าวอยากให้ประชาชนสนใจ ซึ่งกลุ่มของตนก็เป็นเพียงกลุ่มเล็กๆ ไม่รู้ว่าจะมีคนให้ความสนใจ อยากฝากเตือนเป็นอุทาหรณ์ว่าควรจะใช้ถ้อยคำที่สุภาพมากกว่านี้/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/RZH6okJdcLw" height="1" width="1" alt=""/

6 องค์กรสิทธิเรียกร้อง ยุติการจับกุม-คุมตัวบุคคลโดยอำเภอใจ

Wed, 27/04/2016 - 23:24
!--break--!--break-- div27 เม.ย. 2559nbsp;องค์กรสิทธิหกแห่ง ประกอบด้วย สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน, ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน, มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม, มูลนิธิผสานวัฒนธรรม, มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน และสมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน ร่วมออกแถลงการณ์เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐยุติการจับกุมและควบคุมตัวบุคคลโดยอำเภอใจ โดยระบุว่าnbsp;สืบเนื่องจากกรณีเจ้าหน้าที่ทหารเข้าทำการจับกุมควบคุมตัวบุคคลทั้งในกรุงเทพมหานครและจังหวัดขอนแก่นอย่างน้อย 10 ราย โดยมีการบุกค้นตรวจยึดทรัพย์สินไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาและสาเหตุของการควบคุมตัว และไม่แจ้งว่าจะนำตัวไปควบคุมไว้ ณ สถานที่ใด จนปรากฏข้อมูลในเวลาต่อมาว่ามีการควบคุมตัวบุคคลดังกล่าวไว้ยังมณฑลทหารบกที่ 11 และสืบเนื่องจากเหตุการณ์การจับกุมและควบคุมตัวบุคคลดังกล่าว ในช่วงเย็นของวันเดียวกันนั้นได้มีนักกิจกรรมและประชาชนจำนวนหนึ่งทำการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์บริเวณพื้นที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวบุคคลที่ถูกควบคุมตัวไว้เมื่อช่วงเช้า แต่ต่อมากลุ่มบุคคลที่แสดงออกดังกล่าวก็ได้ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมและควบคุมตัวไปอีกกว่า 16 คน nbsp;br /br /องค์กรสิทธิทั้งหกเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐยุติการจับกุมและควบคุมตัวบุคคลโดยอำเภอใจ และยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยเฉพาะคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 3/2558 อันเป็นที่มาของการใช้อำนาจที่ขาดการตรวจสอบ และยกเว้นความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ ซึ่งก่อให้เกิดความการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่องตลอดมา/div pnbsp;/p div class="note-box" pbr /เผยแพร่วันที่ 27 เมษายน 2559/p pสืบเนื่องจากช่วงเช้าวันนี้ (27 เมษายน 2559) มีเจ้าหน้าที่ทหารเข้าทำการจับกุมควบคุมตัวบุคคลทั้งในกรุงเทพมหานครและจังหวัดขอนแก่นอย่างน้อย 10 ราย โดยมีการบุกค้นตรวจยึดทรัพย์สินไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาและสาเหตุของการควบคุมตัว และไม่แจ้งว่าจะนำตัวไปควบคุมไว้ ณ สถานที่ใด จนปรากฏข้อมูลในเวลาต่อมาว่ามีการควบคุมตัวบุคคลดังกล่าวไว้ยังมณฑลทหารบกที่ 11 และสืบเนื่องจากเหตุการณ์การจับกุมและควบคุมตัวบุคคลดังกล่าว ในช่วงเย็นของวันเดียวกันนั้นได้มีนักกิจกรรมและประชาชนจำนวนหนึ่งทำการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์บริเวณพื้นที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวบุคคลที่ถูกควบคุมตัวไว้เมื่อช่วงเช้า แต่ต่อมากลุ่มบุคคลที่แสดงออกดังกล่าวก็ได้ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมและควบคุมตัวไปอีกกว่า 16 คน/p pองค์กรสิทธิมนุษยชนตามที่ปรากฏรายชื่อแนบท้ายแถลงการณ์นี้ มีความกังวลอย่างยิ่งต่อการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐในการจับกุมและควบคุมตัวบุคคลโดยอำเภอใจไม่มีเหตุผลอันสมควรและไม่เป็นไปตามหลักการพิจารณาที่เป็นธรรม (Fair trial) โดยเฉพาะการจับกุมโดยไม่มีหมายที่ออกโดยศาล ไม่แจ้งข้อกล่าวหาและเหตุผลในการจับกุม และไม่มีการแจ้งสถานที่ที่ใช้ในการควบคุมตัว ซึ่งการใช้อำนาจโดยพลการในลักษณะเช่นนี้ได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องภายหลังการรัฐประหารแม้บางกรณีเจ้าหน้าที่ทหารจะอ้างอำนาจตามกฎหมาย แต่กฎหมายดังกล่าวเป็นคำสั่งที่ออกโดยอำนาจของหัวหน้า คสช. ซึ่งเป็นกฎหมายที่ไม่สอดคล้องกับหลักนิติรัฐ (Rule of Law) เนื่องจากเป็นกฎหมายที่ออกมาอย่างไร้เหตุผลหรือตามอำเภอใจ ไม่สอดคล้องกับหลักแห่งความจำเป็นและหลักสัดส่วน (necessity and proportionality) การควบคุมตัวบุคคลโดยอาศัยอำนาจในลักษณะดังกล่าวจึงขัดต่อหลักการสิทธิมนุษยชนที่ถูกรับรองไว้ในมาตรา 4 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและการเมือง/p pสิทธิในชีวิตและร่างกายของบุคคล และสิทธิในกระบวนการยุติธรรมเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ ซึ่งได้รับการรับรองและคุ้มครองไว้ทั้งในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย(ฉบับชั่วคราว)พ.ศ.2557 และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและการเมือง พ.ศ. 2509 ตลอดจนอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการประติบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรมหรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี พ.ศ. 2527 (Convention against Torture and Other Cruel, Inhuman or Degrading Treatment or Punishment: CAT) ที่ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีซึ่งรัฐมีหน้าที่เคารพ คุ้มครองและส่งเสริมให้สิทธิตามพันธกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นจริงและไม่อาจจำกัดหรือละเมิดได้ไม่ว่าในสภาวะไม่ปกติหรือสภาวะฉุกเฉินใด/p pองค์กรสิทธิมนุษยชนตามที่ปรากฏรายชื่อแนบท้ายแถลงการณ์นี้ จึงเรียกร้องให้รัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติเคารพต่อรัฐธรรมนูญและพันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคี โดยปล่อยบุคคลที่ถูกควบคุมตัวทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข และต้องยุติการจับกุมหรือควบคุมตัวบุคคลโดยอำเภอใจและยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยเฉพาะคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 3/2558 อันเป็นที่มาของการใช้อำนาจที่ขาดการตรวจสอบ และยกเว้นความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ ซึ่งก่อให้เกิดความการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่องตลอดมา/p pด้วยความเชื่อมั่นศรัทธาในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิเสรีภาพและประชาธิปไตย/p pสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (HRLA)br /ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน (TLHR)br /มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLaw)br /มูลนิธิผสานวัฒนธรรม (CrCF)br /มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน (CRC)br /สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (UCL)/p /div pnbsp;/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2016/04/65480" target="_blank"คสช.เผยคุม10 ผู้ผิดพ.ร.บ.คอมฯ ระบุมีแอดมินเพจ #039;เรารัก พล.อ.ประยุทธ์#039;/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/6zhF2C-2BqU" height="1" width="1" alt=""/

ขอนแก่น-เชียงใหม่-ศิลปากร แอคชั่นเงียบ ค้านจับกุม ปชช.โดยมิชอบ

Wed, 27/04/2016 - 23:10
p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/2/1509/26651691676_e44f562ae3.jpg" style="width: 500px; height: 374px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/2/1660/26404795460_4a0e486885.jpg" style="width: 500px; height: 373px;" /br /br /img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/2/1551/26404804180_093dd2202b.jpg" style="width: 500px; height: 373px;" //p p27 เม.ย. 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.50 น ที่บริเวณหน้าประตูสีฐาน มหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝั่งถนนมะลิวัลย์ นักศึกษากลุ่มประชาธิปไตยใหม่อีสานจำนวน 10 คน ยืนสงบนิ่งไว้อาลัยให้กับเหตุการณ์อุ้มประชาชนโดยไม่แจ้งข้อหาของเจ้าหน้าที่ทหารจาก คสช. จำนวน 10 คน รวมถึงการเข้าจับกุมตัว นักศึกษา และประชาชน ที่แสดงความเห็นคัดค้านด้วยการยืนสงบนิ่งที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมาnbsp;และต่อมาได้แสดงสัญลักษณ์ชูนิ้งโป้งชี้ลงดินเป็นการแสดงความหมายไม่เห็นด้วยกับปฏิบัติการของ คสช. และไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญ คสช. ที่จะมีการลงประชามติ ในวันที่ 7 ส.ค.ที่จะถึงนี้/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/2/1477/26404794300_06962ee1e8.jpg" style="width: 500px; height: 375px;" /br /br /img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/2/1665/26404798890_8d9ca36a9d.jpg" style="width: 500px; height: 375px;" //p pด้านnbsp;a href="https://www.facebook.com/prachatham/posts/1020462638035200"สำนักข่าวประชาธรรม /aรายงานว่า ที่ข่วงท่าแพ จ.เชียงใหม่ เวลา 18.20 น. คณาจารย์ นักกิจกรรม ประชาชนเชียงใหม่กว่า 15 คน ร่วมสวมเสื้อขาว ยืนเฉยๆ แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ "ปล่อยประชาชนโดยไม่มีเงื่อนไข" โดยมีทหาร ตำรวจในเครื่องแบบยืนสังเกตการณ์และบันทึกภาพในบริเวณใกล้เคียง/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/2/1540/26074272203_2d72a3b574.jpg" style="width: 500px; height: 400px;" //p pขณะที่เพจเฟซบุ๊กa href="https://www.facebook.com/silpakornistsfordemocracy/photos/a.1414302932144048.1073741828.1413937585513916/1738723743035297/?type=3amp;theater"ศิลปากรเสรีเพื่อประชาธิปไตย /aโพสต์ภาพกลุ่มนักศึกษา 11 คน ทำท่าปิดตาปิดปาก พร้อมข้อความ "#ปล่อยเพื่อนเรา ส่งแรงใจจากสะพานสระแก้ว 19.30 น. 27 เมษายน 59"/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2016/04/65480" target="_blank"คสช.เผยคุม10 ผู้ผิดพ.ร.บ.คอมฯ ระบุมีแอดมินเพจ #039;เรารัก พล.อ.ประยุทธ์#039;/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/8V35peJNSt4" height="1" width="1" alt=""/