ประชาไท

Syndicate content
Updated: 14 min 5 sec ago

สื่อบราซิลปูด บทสนทนาลับผู้สมคบคิด 'รัฐประหาร' โค่นล้มประธานาธิบดีเลือกตั้ง

Wed, 25/05/2016 - 09:52
!--break--!--break--pหนังสือพิมพ์โฟลยา เดอ เซา เปาโล ซึ่งเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ชื่อดังในบราซิลเผยแพร่เอกสารลับที่รั่วไหลระบุว่าการถอดถอนประธานาธิบดีดิลมา รุสเซฟฟ์ นั้นมีการสมคบคิดกันในหมู่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล กองทัพ และผู้บริหารวิสาหกิจน้ำมัน เพื่อตัดตอนการสืบสวนสอบสวนกรณีอื้อฉาวการทุจริตคอร์รัปชันไม่ให้สาวไปถึงตัวพวกเขา ทางสื่อตะวันตกชวนให้เรียกการถอดถอนในครั้งนี้ว่าเป็น 'การรัฐประหาร'/p p24 พ.ค. 2559 เอกสารลับดังกล่าวคือสำเนาบทสนทนาทางโทรศัพท์ความยาว 75 นาที ระหว่างโรเมโร ชูกา ผู้ที่ในตอนนั้นเป็นวุฒิสมาชิกและหลังการถอดถอนรุสเซฟฟ์ก็ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีด้านการวางแผน กับ เซอร์จิโอ มาชาโด อดีต ส.ว. ผู้ที่ในปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นประธานรัฐวิสาหกิจด้านพลังงาน 'ทรานส์เปโตร'/p pบทสนทนาระหว่างทั้ง 2 คนเกิดขึ้นเมื่อช่วงเดือน มี.ค. ก่อนหน้าการลงมติถอดถอนรุสเซฟฟ์ ในบทสนทนาเผยให้เห็นว่าทั้งสองคนวางแผนให้มีการถอดถอนรุสเซฟฟ์ซึ่งสำหรับพวกเขาแล้วเป็น "หนทางเดียวเท่านั้นที่จะทำให้การสืบสวนสอบสวนกรณีการทุจริตจบลง" นอกจากนี้ยังมีการสมรู้ร่วมคิดกับสถาบันที่มีอำนาจที่สุดในบราซิลอย่างกองทัพและศาลสูงสุดด้วย/p pก่อนหน้านี้เดวิด มิแรนดา นักกิจกรรมชาวบราซิลผู้ก่อตั้งองค์กรคุ้มครองผู้เปิดโปงชื่อองค์กร 'สโนว์เดนเทรียตตี' เคยตั้งข้อสงสัยว่าการถอดถอนรุสเซฟฟ์อาจจะมีแรงจูงใจดำมืดอยู่เบื้องหลัง ซึ่งเอกสารที่ถูกเปิดโปงล่าสุดถือเป็นหลักฐานอย่างดีที่พิสูจน์ว่าการถอดถอนประธานาธิบดีในครั้งนี้เป็นการกระทำที่ "ทำลายประชาธิปไตย"/p pไม่เพียงแค่นั้นเอกสารที่ถูกเปิดโปงยังแสดงให้เห็นว่าแผนการที่ชูกาเรียกว่า "ข้อตกลงแห่งชาติ" (A National Pact) ในการร่วมมือกันถอดถอนรุสเซฟฟ์นั้นเป็นไปเพื่อหยุดยั้งไม่ให้มีการสืบสวนการทุจริตที่ผู้นำเหล่านี้มีส่วนพัวพันด้วย โดยชูกากล่าวชัดเจนว่าการถอดถอนประธานาธิบดีเป็นหนทางเดียวที่จะ "หยุดยั้งการกดดันจากสื่อและภาคส่วนอื่นๆ ให้มีการสืบสวนสอบสวนกรณีทุจริต 'คาร์วอช' (Car Wash) ต่อไป"/p pสำหรับการทุจริตคาร์วอชเป็นกรณีการฟอกเงินที่มีการสืบสวนสาวไปจนถึงการทุจริตคอร์รัปชันในรัฐวิสาหกิจพลังงานเปโตรบราสที่ผู้บริหารถูกกล่าวหาว่ารับสินบนเพื่อให้สัมปทานแก่บริษัทก่อสร้างในราคาที่สูงขึ้น โดยที่มีผู้บริหารหลายคนและนักการเมืองหลายพรรคในบราซิลถูกสืบสวนและส่วนหนึ่งก็ถูกจับกุมจากการมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตคาร์วอช แต่การถอดถอนรุสเซฟฟ์ก็เป็นไปเพื่อยับยั้งการสืบสวนกรณีคาร์วอชซึ่งไม่ได้ถือเป็นการสนับสนุนการเอาผิดต่อผู้ทุจริตและไม่ได้หยุดยั้งการทุจริตคอร์รัปชันเลย/p pสื่อดิอินเตอร์เซฟต์ระบุต่อไปว่ากลุ่มผู้ที่ลงมติถอดถอนประธานาธิบดีบราซิลนั้นไม่ได้ต้องการรัฐบาลที่ใสสะอาดเลย พวกเขาเป็นพวกฝ่ายขวาคณาธิปไตยที่มีวาระเอื้อผลประโยชน์แต่กับตัวเอง ซึ่งเป็นกลุ่มที่ไม่เคยขึ้นสู่อำนาจด้วยวิถีทางประชาธิปไตยและไม่เป็นที่ยอมรับของประชาชนชาวบราซิล/p pการเปิดโปงในครั้งนี้ยังกลายเป็นตัวชี้วัดสำหรับสื่อต่างๆ ว่าควรจะเรียกการถอดถอนรุสเซฟฟ์ว่าเป็น "การรัฐประหาร" เช่นที่ฝ่ายสนับสนุนรุสเซฟฟ์เรียกมาตลอดหรือไม่ โดยในสำเนาบทสนทนามีส่วนหนึ่งที่ชูกากล่าวอ้างว่ากองทัพของบราซิลก็สนับสนุนแผนการในครั้งนี้ เขาอ้างว่าได้พูดคุยกับนายพล ผู้บัญชาการทหาร ซึ่งบอกว่าจะรับรองการถอดถอนในครั้งนี้ นอกจากนี้กองทัพยังคอยจับตามองขบวนการคนงานไร้ที่ดิน (MST) ที่ให้การสนับสนุนนโยบายปฏิรูปที่ดินและการลดความเลื่อมล้ำโดยพรรคแรงงานบราซิลและเป็นกลุ่มที่ออกมาประท้วงการถอดถอนรุสเซฟฟ์ด้วย/p pนอกจากกองทัพแล้วผู้พิพากษาหลายคนจากศาลสูงสุดของบราซิลมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยโดยศาลสุงสุดของบราซิลถูกใช้อ้างความชอบธรรมว่าการถอดถอนรุสเซฟฟ์ไม่เป็น "การรัฐประหาร" ชูกาบอกว่ามีผู้พิพากษาอยู่ไม่กี่คนเท่านั้นที่เขาไม่สามารถเข้าถึงได้/p pชูกากล่าวยืนยันว่าสำเนาบทสนทนาดังกล่าวเป็นของจริงแต่ก็บอกว่าเขาต้องแสดงความคิดเห็นนี้โดยที่ไม่ได้อยู่ในบริบทเรื่องของการถูกเปิดโปง/p pคอมมอนดรีมส์ระบุว่ามีกลุ่มผู้ประท้วงยังคงปักหลักอยู่หน้าบ้านพักของรักษาการประธานาธิบดีเทเมร์หลังจากที่มีการประท้วงเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (22 พ.ค.) จัดโดยกลุ่มขบวนการฝ่ายซ้าย เฟรนเต โปโว เซม เมโด ที่มีผู้ชุมนุมหลายพันคน ทั้งนี้การประกาศปิดกระทรวงวัฒนธรรมจากรัฐบาลรักษาการยังทำให้ศิลปินและผู้ไม่พอใจในเรื่องนี้พากันยึดครองอาคารที่ทำการต่างๆ ทั่วประเทศเพื่อเป็นการประท้วงจนทำให้เทเมร์ต้องยกเลิกการสั่งปิด/p pดิอินเตอร์เซฟต์ยังเรียกร้องให้สื่อต่างๆ เรียกสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในบราซิลว่าเป็น "การรัฐประหาร" จากที่เอกสารรั่วไหลฉบับนี้แสดงให้เห็นว่ามีการพยายามขอให้สถาบันทางการเมืองต่างๆ ร่วมมือในการยึดอำนาจผู้นำที่มาจากการเลือกตั้งโดยทำไปเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง/p pbr /strongเรียบเรียงจาก/strong/p pCall It a 'Coup': Leaked Transcripts Detail How Elite Orchestrated Overthrow in Brazil, Common Dreams, 23-05-2016br /a href="http://www.commondreams.org/news/2016/05/23/call-it-coup-leaked-transcripts-detail-how-elite-orchestrated-overthrow-brazil"http://www.commondreams.org/news/2016/05/23/call-it-coup-leaked-transcripts-detail-how-elite-orchestrated-overthrow-brazil/a/p pNew Political Earthquake in Brazil: Is It Now Time for Media Outlets to Call This a “Coup”?, The Intercept, 23-05-2016br /a href="https://theintercept.com/2016/05/23/new-political-earthquake-in-brazil-is-it-now-time-for-media-outlets-to-call-this-a-coup/"https://theintercept.com/2016/05/23/new-political-earthquake-in-brazil-is-it-now-time-for-media-outlets-to-call-this-a-coup//a/p pbr /ข้อมูลเพิ่มเติมจากbr /a href="https://en.wikipedia.org/wiki/Operation_Car_Wash"https://en.wikipedia.org/wiki/Operation_Car_Wash/a/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/YCZzLkt3LEc" height="1" width="1" alt=""/

อย่าไปกลัวนายทุนยึดครองเศรษฐกิจ อนุพงษ์ยัน 'บริษัทประชารัฐ' ให้ปชช.ถือหุ้น

Wed, 25/05/2016 - 08:42
pรมว.มหาดไทย ขออย่ากังวลว่าจะมีนายทุนไปยึดครองเศรษฐกิจ แต่เราจะมีบริษัทประชารัฐเข้ามาให้ประชาชนถือหุ้นแต่จะไม่มีปันผล และให้คนในพื้นที่มาเป็นเจ้าหน้าที่ในบริษัทnbsp;ย้ำพลังสามัคคีของทุกภาคส่วนเพื่อนำประเทศสู่การพัฒนาอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน/p p style="text-align: center;" !--break--!--break--/p div style="text-align: center;"img src="https://c2.staticflickr.com/8/7538/27133772672_b31e9551d8.jpg" //div div style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"ที่มาภาพ /spana href="http://www.thaigov.go.th/index.php/th/news-ministry/2012-08-15-09-42-33/item/103474-id-103474"span style="color:#ff8c00;"เว็บไซต์ทำเนียบฯ/span/a/div divnbsp;/div divเมื่อวันที่ 23 พ.ค. ที่ผ่านมา ที่ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทาราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้บรรยายพิเศษ เรื่อง การขับเคลื่อนและปฏิรูปประเทศไทยด้วยกลไก “ประชารัฐ” ในการประชุมสัมมนา “การขับเคลื่อนและการปฏิรูปประเทศไทยแบบบูรณาการ” ซึ่งสำนักนายกรัฐมนตรีจัดขึ้น เพื่อสร้างความเข้าใจถึงการดำเนินงานของรัฐบาล ให้แก่ ส่วนราชการ หน่วยงานต่างๆ รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมี ผู้บริหารระดับสูงของทุกกระทรวง อธิบดี หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เข้าร่วมประชุมฯ กว่า 1,000 คน และมีการถ่ายทอดสดการประชุมผ่านระบบ Video Conference ไปยังศาลากลางจังหวัดเพื่อให้หัวหน้าส่วนราชการในจังหวัด นายอำเภอ ประธานสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านประจำจังหวัด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด เข้าร่วมรับฟังการประชุมด้วย/div divnbsp;/div divพล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมากระทรวงมหาดไทย ได้ร่วมกับ ทุกกระทรวงในการดูแลพี่น้องประชาชน ซึ่งวันนี้จะได้นำเสนอ ส่วนหนึ่งของกลไกประชารัฐ ที่จะเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนประเทศ โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือ การพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อให้ประชาชน มีรายได้อย่างเพียงพอ ซึ่งโครงสร้างเศรษฐกิจของไทยต้องแก้ไขทั้งระบบ คือ ทั้งระดับมหภาค และระดับจุลภาค หรือระดับครัวเรือน/div divnbsp;/div divพล.อ.อนุพงษ์ ยังกล่าวด้วยว่า ปัจจุบันทั่วโลกต้องประสบกับปัญหาเศรษฐกิจหลายประเทศ สำหรับประเทศไทย เราก็ต้องประสบกับ ปัญหาหนี้สิน เริ่มตั้งแต่เศรษฐกิจครัวเรือน ซึ่งส่วนใหญ่ประชาชนของเราเป็นภาคการเกษตร กว่า 30 ล้านคน เราต้องประสบกับผลกระทบในหลายๆ ด้าน เช่น nbsp;ความไม่แน่นอนของสภาพอากาศ ทั้งภัยแล้ง น้ำท่วม nbsp;ปัญหาการตลาด การขาดองค์ความรู้ nbsp;และผลกระทบจากปัญหาการเมือง ดังนั้น เราจึงต้องวางทิศทาง การบริหารในสิ่งที่ควรจะเป็น เพื่อสร้างรายได้ ให้ประชาชนมีรายได้เพียงพอ กับค่าใช้จ่าย มีคุณภาพชีวิตที่ดี และไม่เป็นหนี้สิน/div divnbsp;/div divรมว.กระทวงมหาดไทย กล่าวว่า รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย ได้น้อมนำ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลักเกษตรทฤษฎีใหม่ หรือ เกษตรทางเลือก มาเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหา โดยที่ผ่านมารัฐบาลได้ดำเนินการในหลายมาตรการ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและประชาชนผู้มีรายได้น้อย ทั้งด้านการลดต้นทุนการผลิต การให้ความรู้ การสร้างมูลค่าเพิ่ม การตลาด การช่วยเหลือด้านปัจจัยการผลิต และ หลักการ "ประชารัฐ " โดยอาศัย กลไกความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศ “โดยใช้กลไกประชารัฐ” ในการดำเนินการทุกๆด้าน/div divnbsp;/div divทั้งด้านเศรษฐกิจ การแก้ไขปัญหาอื่นๆ ของประเทศ เช่น ปัญหาขยะ ที่เราต้องประสบปัญหากันมานาน ดังนั้น เราจึงต้องวางระบบบริหารจัดการที่ดีตั้งแต่ต้นทาง ถึงแม้ว่าจะมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงานก็ตาม แต่สิ่งสำคัญ คือ การบริหารจัดการที่ดีที่ต้องเริ่มตั้งแต่ในท้องถิ่น ที่กระทรวงมหาดไทยต้องกำกับดูแล หรือ ปัญหาน้ำเสียที่เป็นเรื่องที่ต้องมีความร่วมมือกันหลายหน่วยงานต่อไปในอนาคตด้วย/div divnbsp;/div divสำหรับการขับเคลื่อนประเทศเชิงบูรณาการ ที่จะต้องบูรณาการทั้งงานตามภารกิจ งานในพื้นที่ และงานที่เป็นวาระสำคัญแห่งชาติ ทั้งหมดต้องยึดโยงกันแบบองค์รวมทั้งแผนยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนจังหวัด กลุ่มจังหวัด การใช้งบประมาณทุกอย่างต้องยึดโยงกัน ซึ่งเราจะเดินไปข้างหน้าอย่างนี้เรื่อยๆ และจะนำกลไกประชารัฐ มาเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ/div divnbsp;/div divพล.อ.อนุพงษ์ ยังกล่าวด้วยว่า ประชารัฐ มีทั้งภาครัฐและเอกชน มีคณะทำงาน 12 คณะ โดย สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน จะมีการลงพื้นที่ทั่วประเทศยกระดับคุณภาพชีวิต การปรับแก้กฎหมายในการอำนวยความสะดวก ในส่วนของการทำงานในระดับจังหวัด นายกบอกว่าจะทำอย่างไรให้ครบทุกภาคส่วน บูรณาการร่วมกัน เอกชน ประชาชน ประชาสังคม โดยเน้นย้ำให้ภาครัฐมีคณะทำงานระดับจังหวัด ส่วนภาคเอกชนจะตั้งเป็นบริษัท ทุกจังหวัดตั้งคณะทำงาน ถ้าพื้นที่ใดต้องการความช่วยเหลือคณะทำงานจะลงไปช่วย ทั้งนี้ไม่ต้องกังวลว่าจะมีนายทุนไปยึดครองเศรษฐกิจ แต่เราจะมีบริษัทประชารัฐเข้ามาให้ประชาชนถือหุ้นแต่จะไม่มีปันผล และให้คนในพื้นที่มาเป็นเจ้าหน้าที่ในบริษัท/div divnbsp;/div divพล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้มีการแต่งตั้ง " คณะกรรมการสานพลังประชารัฐ" ขึ้น มา 12 คณะ เพื่อขับเคลื่อนในแต่ละด้าน ในขณะที่ในระดับจังหวัด ก็ได้มีการแต่งตั้ง "คณะกรรมการประสานและขับเคลื่อนนโยบายสานพลังประชารัฐประจำจังหวัด (คสป.)" เพื่อทำหน้าที่ประสานงานและขับเคลื่อนการดำเนินงานสานพลังประชารัฐ บูรณาการแผนงาน/โครงการที่ 12 คณะจะลงไปในพื้นที่ และรายงานผลการดำเนินงาน ต่อคณะทำงานร่วมรัฐ – เอกชน - ประชาชน และกระทรวงมหาดไทยเพื่อทราบอย่างต่อเนื่อง/div divnbsp;/div divสำหรับกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ (E3) ขับเคลื่อนภายใต้แนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และ ยุทธศาสตร์พระราชทาน “ระเบิดจากข้างใน” เราจะ เน้นการสร้าง "ห่วงโซ่การผลิต " หรือ "ห่วงโซ่คุณค่า" โดยจะลงไปดูในพื้นที่ และจะเข้าไปช่วยเหลือตามความต้องการของประชาชน เน้นการสร้างรายได้ให้ชุมชนผ่าน 3 กลุ่มงาน คือ เกษตร แปรรูป (SME/OTOP) และท่องเที่ยวโดยชุมชน มีการทำงานในรูปแบบ Social Enterprise จังหวัด โดยจัดตั้ง บริษัท ประชารัฐรักสามัคคี (จังหวัด) จำกัด แล้วใน 5 จังหวัด และจะดำเนินการให้ครบทุกจังหวัดต่อไป/div divnbsp;/div divพล.อ.อนุพงษ์ กล่าวย้ำในตอนท้าย ถึงพลังในการขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยกลไก “ประชารัฐ” เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชน ประชาชนมีความสุข โดยเชื่อว่าประเทศไทยของเราจะสามารถขับเคลื่อนไปสู่การพัฒนาอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน โดยมีกลไกประชารัฐที่เข้มแข็งเป็นพลังสำคัญ/div divnbsp;/div divemที่มาnbsp;a href="http://www.thaigov.go.th/index.php/th/news-ministry/2012-08-15-09-42-33/item/103474-id-103474" style="text-align: center;"เว็บไซต์ทำเนียบฯ/anbsp;และa href="http://www.matichon.co.th/news/145743"มติชนออนไลน์/a/em/div divnbsp;/div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/8moy78hPaMg" height="1" width="1" alt=""/

'เครือข่ายสิทธิผู้ลี้ภัย-คนข้ามชาติ' ร้องหยุดกักขังผู้ลี้ภัย-สอบปมวิสามัญโรฮิงญา จ.พังงานอย่างอิสระ

Wed, 25/05/2016 - 07:26
!--break--!--break-- divเมื่อวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา เครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ (Migrant Working Group) และเครือข่ายสิทธิผู้ลี้ภัยและคนไร้รัฐ (Coalition for the Rights of Refugees and Stateless Persons) ร่วมออกแถลงการณ์เรียกร้องขอให้ยุติการกักขังบุคคลหรือผู้แสวงหาที่ลี้ภัยโดยไม่มีกำหนดและให้มีการสอบสวนกรณีวิสามัญฆาตกรรมชาวโรฮิงญาที่ จ.พังงาอย่างอิสระ/div divnbsp;/div pโดยมีรายละเอียดดังนี้/p div class="note-box" divstrongแถลงการณ์nbsp;/strongstrongเรียกร้องขอให้ยุติการกักขังบุคคลหรือผู้แสวงหาที่ลี้ภัยโดยไม่มีกำหนดnbsp;/strongstrongและให้มีการสอบสวนกรณีวิสามัญฆาตกรรมชาวโรฮิงญาที่จังหวัดพังงาอย่างอิสระ/strong/div divnbsp;/div divตามที่ปรากฎเป็นข่าวว่าเมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2559 เวลาประมาณ 01.00 น. ได้เกิดเหตุการณ์ที่ชาวโรฮิงญา ซึ่งอยู่ในห้องกัก ภายใต้การควบคุมของสำนักตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดพังงา ได้พยายามหลบหนีออกจากห้องกัก ซึ่งต่อมาทางพนักงานเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวกลับมาได้จำนวน 5 คนในวันต่อมาแต่พบว่าในขณะที่มีการพยายามควบคุมตัวผู้ที่หลบหนีนั้น พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทำการวิสามัญฆาตรกรรมชาวโรฮิงญาไปหนึ่งราย โดยอ้างว่าเพื่อป้องกันตน/div divnbsp;/div divเครือข่ายประชากรข้ามชาติซึ่งเป็นเครือข่ายฯในการติดตามการดำเนินนโยบายของรัฐในการบริหารจัดการด้านแรงงานข้ามชาติ รวมทั้งสถานการณ์ของการเข้าเมืองของชาวโรฮิงญาในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ พบว่า ในรอบหนึ่งปีที่ผ่านมา รัฐบาลไทยได้มีความพยายามในการดำเนินการกวาดล้างกลุ่มขบวนการที่เกี่ยวข้องกับการขนย้ายคนอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้ประเทศไทยเป็นที่จับตามองเรื่องการแก้ไขจัดการปัญหาด้านการค้ามนุษย์ คือกรณีการพบศพนิรนามมากกว่า 30 ศพ ที่ตำบลปาดังเบซาร์ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา และมีการขยายผลการสอบสวนทำให้พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมและดำเนินคดีแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์มากกว่า 80 ราย ซึ่งคดียังอยู่ในการพิจารณาคดีของศาลอาญา กรุงเทพมหานคร/div divnbsp;/div divอย่างไรก็ตามยังมีชาวโรฮิงญาบางส่วนที่ไม่ได้รับการปฏิบัติในฐานะการเป็นผู้เสียหายจากกาค้ามนุษย์ ที่จะต้องถูกดำเนินคดีภายใต้พระราชบัญญัติคนเข้าเมืองและถูกควบคุมอยู่ในห้องกักของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งจากการรวบรวมข้อมูลของเครือข่ายฯพบว่า ห้องกักของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหลายแห่งไม่ได้เหมาะสมต่อการควบคุมบุคคลผู้ต้องกักเป็นระยะเวลานาน ผู้ต้องกักหลายรายมีสภาพกล้ามเนื้ออ่อนแรง มีปัญหาทางระบบหายใจ ระบบทางเดินอาหาร มีการกักขังเด็กและเยาวชนที่มีอายุตั้งแต่ 4-18 ปี มีอย่างน้อยหนึ่งกรณีที่ เป็นเด็กชายอายุ 4 ขวบเสียจากความเจ็บป่วยในระหว่างที่อยู่ในห้องกัก การกักตัวมากกว่า 12 เดือนจนถึง 2 ปี ซึ่งทำให้เกิดความเครียดย่อมเปิดช่องทางให้ขบวนการค้ามนุษย์ กลุ่มนายหน้าเข้าไปแสวงหาโอกาสในการดำเนินการได้มากขึ้น/div divnbsp;/div divทางเครือข่ายฯเห็นว่า“การกักตัวเพื่อรอการผลักดันกลับ”ที่ไม่ได้มีการกำหนดระยะเวลาที่แน่นอน ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมืองเช่นนี้ เป็นการเหตุผสำคัญที่ทำให้เกิดความความพยายามหลบหนีออกจากสถานที่ควบคุมตัวของผู้ต้องกัก กระทั่งมีการวิสามัญฆาตกรรมต่อบุคคลที่พยายามหลบหนี กรณีที่เกิดขึ้นนี้จึงเป็นการสะท้อนถึงความล้มเหลวในการบังคับใช้พระราชบัญญัติคนเข้าเมืองของรัฐที่ไร้มนุษยธรรม ย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างที่สุดเครือข่ายฯรวมทั้งองค์กรและรายชื่อบุคคลแนบท้าย จึงขอเรียกร้องต่อรัฐไทยในการดำเนินมาตรการ ดังต่อไปนี้โดยเร่งด่วนnbsp;/div divnbsp;/div div1. ยุติการกักขังชาวโรฮิงยาจำนวนมากกว่า 400 คนที่ดำเนินการมามากกว่า 12 เดือน และให้ใช้การควบคุมตัวภายนอกห้องกักภายใต้อำนาจตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง มาตรา 54 ในการให้ประกันภายใต้เงื่อนไข หรือมาตรา 17 ในการผ่อนผันอยู่ในประเทศ โดยคำนึงถึงการเป็นบุคคลที่แสวงหาที่ลี้ภัย / ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ที่ไม่สามารถกลับประเทศต้นทางได้/div divnbsp;/div div2. ยุติการกักขังเด็กและเยาวชนที่เดินทางเข้ามาในประเทศพร้อมกับผู้ปกครอง หรือเดินทางเข้ามาคนเดียว และให้ดำเนินการปกป้องและคุ้มครองที่เหมาะสมภายใต้พระราชบัญญัติเด็กแห่งชาติ พ.ศ.2546/div divnbsp;/div div3. ให้ดำเนินการตรวจสอบเหตุวิสามัญชาวโรฮิงยา โดยหน่วยงานภายนอกหรือคณะทำงานที่เป็นอิสระจากหน่วยงานที่รับผิดชอบปฏิบัติการดังกล่าว และให้ดำเนินการไต่สวนการเสียชีวิตตามมาตรา 150 ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา/div divnbsp;/div divทั้งนี้รัฐบาลควรประสานงานร่วมกับองค์กรระหว่างประเทศและภาคประชาสังคมเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชนต่อไป/div divnbsp;/div divการกักขังอย่างไม่มีกำหนดคือการประหารชีวิตที่เกิดขึ้นต่อเนื่องยาวนาน/div divnbsp;/div div style="text-align: center;"เครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ (Migrant Working Group)/div div style="text-align: center;"nbsp;/div div style="text-align: center;"เครือข่ายสิทธิผู้ลี้ภัยและคนไร้รัฐ (Coalition for the Rights of Refugees and Stateless Persons)/div /div pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/NIjkvxWvJAU" height="1" width="1" alt=""/

ก.แรงงาน เตรียมช่วยกระเป๋ารถ ขสมก. หลังมีแผนปลด 3 พันคน

Wed, 25/05/2016 - 07:11
!--break--!--break-- div24 พ.ค.2559 รายงานข่าวจากกระทรวงแรงงานแจ้งว่า nbsp;ม.ล.ปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวถึง กรณี ขสมก.มีแผนปรับลดพนักงานเก็บค่าโดยสารจำนวน 3,000 คน รองรับการนำระบบตั๋วอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ว่า กระทรวงแรงงาน มีการประชุมเตรียมความพร้อมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในเรื่องของการปรับเปลี่ยนงาน เตรียมตำแหน่งงานรองรับ พร้อมฝึกอบรมเพิ่มเติมเสริมทักษะ และหางานที่มีความสอดคล้องใกล้เคียงกับงานเดิม รวมถึงดูแลเรื่องของค่าจ้างต่างๆ ให้เป็นไปตามสิทธิ เบื้องต้นได้มีการพูดคุยในบางส่วน แต่ยังไม่มีการเข้าไปประชุมเป็นชุดใหญ่ คาดว่าจะส่งทีมเข้าไปพูดคุยอย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้ ซึ่งในเรื่องนี้กระทรวงแรงงานมีนโยบายว่าทุกกรมจะต้องเข้าไปขับเคลื่อนไปพร้อมๆ กัน โดยเข้าไปดำเนินการก่อนที่จะมีการเลิกจ้าง เพื่อให้แรงงานมีทางเลือกในการหางานใหม่ ทางเลือกการประกอบอาชีพ โดยไม่รอให้มีการเลิกจ้างก่อนเหมือนที่ผ่านมา และดูแลครบทุกภารกิจของหน่วยงานทั้งเรื่องของการหางานใหม่ การฝึกทักษะ ค่าจ้าง และสิทธิประโยชน์ประกันสังคม/div h3span style="color:#0000cd;"สั่งตรวจเข้มแรงงานข้ามชาติขายสินค้าบริเวณทางเท้า/span/h3 div divขณะที่ ธีรพล nbsp;ขุนเมือง ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงานในฐานะโฆษกกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า พล.อ.ศิริชัย nbsp;ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงกรณีมีแรงงานต่างด้าว ขายสินค้าบริเวณทางเท้าทั้งยังจำหน่ายสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานด้วยนั้น ได้สั่งการให้กรมการจัดหางาน ดำเนินการตรวจสอบการทำงานของคนต่างด้าว 3 สัญชาติ (เมียนมา ลาว กัมพูชา) รวมทั้งเวียดนาม ทั่วประเทศ ให้ทำงานตามที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น โดยกิจการที่ได้รับอนุญาตมีเฉพาะงานกรรมกรและผู้รับใช้ในบ้าน และประการสำคัญต้องมีนายจ้างด้วย ซึ่งแรงงานต่างด้าวไม่สามารถที่จะไปประกอบอาชีพอิสระในลักษณะขายสินค้าหาบเร่ แผงลอย บริเวณทางเท้าได้ ดังนั้นหากใครพบเห็นแรงงานต่างด้าวที่ประกอบอาชีพในลักษณะดังกล่าวขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่กรมการจัดหางาน หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง หรือโทรแจ้งสายด่วน 1694 เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้เพื่อให้การจัดระบบแรงงานต่างด้าวเป็นระเบียบและไม่มีผลกระทบต่อประชาชน ทั้งในแง่ของการทำงานและความปลอดภัยในการบริโภคสินค้า/div divnbsp;/div divธีรพล กล่าวต่อไปว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้กำชับเพิ่มเติมให้กรมการจัดหางานกำหนดเขตพื้นที่ปลอดการใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย และหากพบว่าพื้นที่ใดมีการใช้แรงงานผิดกฎหมายอยู่ จะถือเป็นตัวชี้วัดและประเมินผลการทำงานของข้าราชการและเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานในแต่ละจังหวัดด้วย nbsp;สำหรับแรงงานต่างด้าวที่ทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับตั้งแต่2,000 - 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือหากแรงงานต่างด้าวยินยอมเดินทางกลับประเทศภายใน30วันพนักงานสอบสวนก็จะเปรียบเทียบปรับและดำเนินการให้แรงงานต่างด้าวนั้นเดินทางกลับออกนอกราชอาณาจักรต่อไป/div /div pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/LS0h_9j8jhM" height="1" width="1" alt=""/

'ผสานวัฒนธรรม' ชมกรมคุ้มครองสิทธิฯ หลัง ครม.ไฟเขียว กม.ป้องกันทรมาน-อุ้ม

Wed, 25/05/2016 - 06:48
pมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ชมคณะทำงานกรมคุ้มครองสิทธิฯ หลังครม. มีมติรับร่างพ.ร.บ.ป้องกัwbrนและปราบปรามทรมานและอุ้มหาย และ ประเทศไทยจะให้สัตยาบันอนุสัwbrญญาสากลห้ามอุ้มหาย พร้อมส่wbrงต่อสนช. ชี้ร่าง กม.ห้ามการทรมาน อุ้มหายโดยจนท.รัฐ มีความผิดอาญาแม้ในสถานการณ์wbrความไม่มั่นคง/wbr/wbr/wbr/wbr/p p!--break--!--break--/p p24 พ.ค. 2559 nbsp;มูลนิธิผสานวัฒนธรรม แจ้งว่าnbsp;คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบ พ.ร.บ. ร่างพระราชบัญญัติป้องกัwbrนและปราบปรามการทรมานและการบัwbrงคับบุคคลให้สูญหาย พ.ศ. ….nbsp; และมีมติให้ประเทศไทยให้สัตยาบัwbrนอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้wbrวยการคุ้มครองบุคคลทุwbrกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคัwbrบขององค์การสหประชาชาติnbsp; โดยร่างฉบับนี้ยังต้องมีwbrกระบวนการผ่านการพิwbrจารณาจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติwbrต่อไปก่อนประกาศใช้เป็นกฎหมาย/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ขอชื่wbrนชมการทำงานของเจ้าหน้าที่รวมทัwbr้งผู้บริหารประจำกระทรวงยุติwbrธรรม โดยเฉพาะกรมคุ้มครองสิทธิเสรีwbrภาพที่จัดให้มีการทำงานร่วมกัwbrนระหว่างนักวิwbrชาการและภาคประชาชนตั้งแต่ปีพ.wbrศ. 2557 โดยได้ริเริ่มให้มีการร่wbrางกฎหมายเฉพาะที่กำหนดให้ทั้wbrงการทรมานและการอุ้มหายเป็wbrนความผิดทางอาญาที่มีบทลงโทษที่wbrเหมาะสมต่อความร้wbrายแรงของการกระทำความผิด โดยการทรมานและการบังคับให้สูwbrญหายเป็นการกระทำโดยเจ้าหน้าที่wbrรัฐหรือบุคคลอื่นที่ยุยง ยินยอม หรือรู้เห็นเป็นใจโดยเจ้าหน้าทีwbr่รัฐ nbsp;ร่าง พ.ร.บ.ป้องกัwbrนและปราบปรามการทรมานและการบัwbrงคับบุคคลให้สูญหาย พ.ศ. …. ได้นำหลักการด้านสิทธิมนุwbrษยชนสากลตามพันธกรณีที่wbrประเทศไทยพึงนำมาแก้wbrไขกฎหมายในประเทศให้สอดคล้wbrองตามอนุสัญญาสำคัญสองฉบับคือ อนุสัญญาต่อต้wbrานการทรมานและการประติบัติหรืwbrอการลงโทษที่โหดร้ายไร้มนุwbrษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรีnbsp;nbsp; และอนุสัญญาคุ้มครองบุคคลไม่ให้wbrถูกบังคับให้สูญหาย ขององค์การสหประชาชาติ/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ระบุว่าnbsp;ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้มีwbrมาตรการสอดคล้องกับหลักสากลที่wbrทันสมัย เช่น ห้ามการทรมานและการบังคับบุwbrคคลให้สูญหายโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์สงคราม สถานการณ์ฉุกเฉินและสถานการณ์wbrความไม่มั่นคง มีการกำหนดให้เป็นความผิwbrดทางอาญาและมีบทลงโทษที่wbrเหมาะสมกับความร้wbrายแรงของการกระทำความผิดโทษตั้wbrงแต่ 5ปี15 ปี ส่วนในกรณีผู้ถูกทรมานเสียชีวิต ต้องระวางโทษจำคุก 15-30 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต โดยมีการกำหนดนิยามของความผิดทัwbr้งสองสอดคล้องกับหลักการสากลnbsp; อีกทั้งมีบทบัญญัติเรื่wbrองการลงโทษเจ้าหน้าที่ที่ยุยง ยินยอมหรือรู้เห็นในฐานะผู้บัwbrงคับบัญชาในข้อหาดังกล่าวต้องรัwbrบผิดร่วมด้วยnbsp;/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้มีมาตรการป้องกัwbrนการทรมานและอุ้wbrมหายโดยเฉพาะกำหนดข้อปฏิบัติwbrในการควบคุมตัวบุคคลในสถานที่wbrควบคุมตัว ห้ามการควบคุมตัวลับ การจัดตั้งคณะกรรมการสืwbrบสวนสวบสวนและรับเรื่องร้องเรีwbrยน ฯลฯ โดยมีความหวังว่าร่างพรบ.ฉบับนีwbr้แม้จะยังไม่สมบูรณ์และอาจมีปัwbrญหาในทางปฏิบัติเช่นขาดความเป็wbrนอิสระที่แท้จริงnbsp; ความเชี่ยวชาญของคณะกรรมการฯnbsp; การมีส่วนร่วมของญาติและผู้เสีwbrยหายnbsp; ช่องทางการช่วยเหลือญาติและเหยืwbr่อรวมทั้งการเยียวยาด้านจิตใจ การคุ้มครองพยานเป็นต้น/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ข้wbrอเสนอแนะว่า ให้ประเทศไทยเร่งพิwbrจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้และดำเนิwbrนการให้การบังคับใช้wbrกฎหมายสอดคล้องกับอนุสัญญาระหว่wbrางประเทศที่ไทยลงนามหรือเป็นรัwbrฐภาคีnbsp; และการแก้ไขปรับเปลี่ยนโดยหน่wbrวยงานที่เกี่ยวข้องหากมีข้อให้wbrคงไว้ซึ่งมาตรฐานสากลและไม่เปลีwbr่ยนแปลงเนื้อหาต่างไปจากร่างเดิwbrมในเนื้อหาสาระสำคัญnbsp; รวมทั้งการให้ความรู้เรื่wbrองกฎหมายฉบับนี้ต่อเจ้าหน้าที่wbrของรัฐอย่างต่อเนื่องและให้ได้wbrประสิทธิผลในการป้องกัwbrนทรมานและอุ้มหายได้จริง/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pการกำหนดการทรมานและการอุ้wbrมหายเป็นความผิดอาญาเป็wbrนกรอบทางกฎหมายเป็นความก้าวหน้wbrาที่สำคัญที่แสดงให้เห็นว่wbrาประเทศไทยยืนยันกัwbrบประชาคมระหว่างประเทศว่า “การทรมานและการบังคับให้สูwbrญหายเป็นการกระทำที่ห้ามโดยเด็wbrดขาดและผิดกฎหมายอาญา” ไม่ว่าสถานการณ์ใดใด และประเทศไทยก็จะต้องจัดให้มีwbrแนวทางนำกฎหมายฉบับนี้มาบังคัwbrบใช้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงจะสะท้อนให้เห็นว่าบัดนี้wbrประเทศไทยจะเอาจริงเอาจังต่wbrอการต่อต้านการทรมานและการบังคัwbrบบุคคลให้สูญหายและดำเนินการให้wbrมีการสอบสวนและคลี่คลายคดีที่ยัwbrงหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ nbsp;โดยร่างฉบับนี้ยังต้องมีwbrกระบวนการผ่านการพิwbrจารณาจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติwbrต่อไป/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p div class="note-box" h3span style="color:#0000cd;"นิยามตามร่าง พ.ร.บ./span/h3 div(1) “การทรมาน” หมายความว่า การกระทาที่ทาให้เกิดความเจ็บปวดหรือความทุกข์ทรมาน อย่างร้ายแรงแก่ร่างกายหรือจิตใจต่อบุคคลหนึ่งบุคคลใดเพื่อที่จะให้ได้มาซึ่งข้อมูลหรือคาสารภาพจากบุคคลนั้นหรือจากบุคคลที่สาม เพื่อการลงโทษบุคคลนั้นสาหรับการกระทาซึ่งบุคคลนั้นหรือบุคคลที่สามได้กระทาหรือ ถูกสงสัยว่าได้กระทาการอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อข่มขู่หรือขู่เข็ญบุคคลนั้นหรือบุคคลที่สาม หรือเพราะเหตุผล อื่นใดบนพื้นฐานของการเลือกปฏิบัติโดยการกระทาดังกล่าวเป็นการกระทาโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือโดย การยุยงโดยความยินยอม หรือโดยการรู้เห็นเป็นใจของเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือของบุคคลอื่นซึ่งปฏิบัติหน้าที่ราชการ โดยไม่รวมถึงความเจ็บปวดหรือความทุกข์ทรมานที่เกิดจาก หรือสืบเนื่องมาจากการลงโทษที่ชอบ ด้วยกฎหมาย/div divnbsp;/div div(2) “การกระทาหรือการลงโทษที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรมหรือที่ย่ายีศักดิ์ศรี” หมายความว่า การกระทา ที่ทาให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจต่อบุคคลหนึ่งบุคคลใดที่มิใช่การกระทาทรมาน โดยการกระทาดังกล่าวเป็นการกระทาโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือโดยการยุยง โดยความยินยอม หรือโดยการรู้เห็นเป็นใจของเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือของบุคคลอื่นซึ่งปฏิบัติหน้าที่ราชการ ทั้งนี้ไม่รวมอันตรายจากการลงโทษที่ชอบด้วยกฎหมาย/div divnbsp;/div div(3) “การบังคับบุคคลให้สูญหาย” หมายความว่า การจับกุมคุมขังลักพาหรือกระทาการด้วยประการใดที่เป็นการลิดรอนเสรีภาพในร่างกายต่อบุคคลซึ่งกระทาโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือโดยบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ได้รับคาสั่งการสนับสนุนหรือการรู้เห็นเป็นใจจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ และมีการปฏิเสธว่ามิได้มีการจับกุม คุมขังลักพาหรือกระทาการด้วยประการใดที่เป็นการลิดรอนเสรีภาพในร่างกายของบุคคลนั้น หรือปกปิดชะตากรรมหรือที่อยู่ของบุคคลนั้น/div /div divnbsp;/div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/VikAdZ6IDbA" height="1" width="1" alt=""/

(คลิป) ประยุทธ์ บอกบ้าหรือเปล่า พวกคิดว่า รบ.จะล้มประชามติ เพื่ออยู่ต่อ "คิดบ้าๆ บอๆ"

Wed, 25/05/2016 - 06:31
!--break--!--break-- p style="text-align: center;"img src="https://c2.staticflickr.com/8/7453/27194906026_f034aea0c9.jpg" //p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"ที่มาภาพ /spana href="http://www.thaigov.go.th/index.php/th/media-centre/240516_tro/240516tro-74400"span style="color:#ff8c00;"เว็บทำเนียบฯ/span/a/p p24 พ.ค.2559 ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 15.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าหากประชามติร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านอาจทำให้โรดแมปต้องเลื่อนออกไปว่า แล้วอยากเลือกตั้งหรือไม่ สำหรับตนต้องมีการเลือกตั้งอยู่แล้ว ถ้ายังไปไม่ถึงจุดนั้นไม่ขอตอบ ผู้สื่อข่าวถามว่ายังยืนยันว่าจะมีการเลือกตั้งในปี 2560 หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตอบมาหลายครั้งแล้ว ขี้เกียจตอบ ถามคำถามเดิมbr /nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;br /เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ที่ในช่วงนี้มีการฟ้องบุคคล โดยเฉพาะที่มีการฟ้องร้องโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และประธาน กรธ. โดยอ้างว่าผิดมาตรา 61 ของ พ.ร.บ.ประชามติ นายกฯ กล่าวว่า ไม่กังวล เป็นเรื่องของตน เมื่อไม่กังวลก็เป็นเรื่องของตน จะไม่กังวลเรื่องอะไร คุณก็คิดแทนหมดสิ สาเหตุที่ไม่กังวลเพราะตนเป็นผู้รับผิดชอบ วันนี้สื่ออยากรู้อะไรก็ถามมา ไม่ได้ปิดกั้นอะไร ถ้าตอบได้ก็ตอบ แต่บางเรื่อง เป็นเรื่องนโยบายและเป็นเรื่องที่คาดการณ์เตรียมแผน ซึ่งเรื่องของแผนเขาไม่เปิดเผยกัน/p p“แต่ผมรับรองว่าประเทศไทยต้องเป็นประชาธิปไตย ถ้าพวกเราขึ้นมาอยู่ในแบบที่ผมอยู่ ต้องระงับความขัดแย้งและปฏิรูป พร้อมทำงานฟังก์ชันไปด้วยจะรู้ว่ามันยากแค่ไหน แต่ผมไม่บ่น ถ้าคิดเป็นชิ้นๆ มันก็ง่าย แต่ไม่ได้มองว่าจะมีปัญหาอะไรตามมาบ้าง ผมคิดแบบนั้น คิดยาวไป" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว/p p style="text-align: center;"iframe allowfullscreen="" frameborder="0" height="315" src="https://www.youtube.com/embed/4wMDbZfB5jU" width="560"/iframe/p p"ย้ำอีกทีว่าผ่านไม่ผ่านก็เรื่องของท่าน นะ จะมาบอกว่าไม่ผ่านแสดงว่าประชาชนไม่รับ คสช. มันเกี่ยวกันไหมเล่า มันเกี่ยวกันไหม ยังไงผมก็ต้องอยู่ยันมีรัฐบาลใหม่นั่นล่ะ แล้วผมมาได้ก็มาเลือกตั้งได้ก็เลือก ผมไม่ได้ห้ามเขานี่ ผ่านไม่ผ่านก็เรื่องของท่าน อย่ามาพูดว่ารัฐบาลต้องการล้มประชามติ เพื่ออยู่ต่อ มันบ้าหรือเปล่าคิดแบบนี้ บ้า คิดบ้าๆ บอๆ มันไม่ใช่เรื่อง คิดแบบนี้แล้วคนมันประชาชนจะเข้าใจได้อย่างไรว่าประชาธิปไตยคืออะไร ประชาธิปไตยคือการรับฟังเสียงส่วนใหญ่ใช่ไหม แล้วก็ต้องดูแลคนส่วนน้อย ไม่ใช่ว่าเออส่วนน้อยคือไม่ใช่พวกเรา ประชามติไม่ได้คะแนนเสียงก็ไม่ต้องดู ดูทีหลังดูน้อยกว่า ไม่ใช่ รัฐบาลผมดูทั้งประเทศทั้งจังหวัดทุกกลุ่มจังหวัด ไม่ได้ลงตามผู้แทนนี่ ผมไม่มีผู้แทนไง" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว/p pพล. อ.ประยุทธ์ ได้แนะนำให้ผู้สื่อข่าวด้วยว่า ติตามต่างประเทศเขาด้วยแล้วกันว่า วันนี้เขาเปลี่ยนแปลงกันหลายประเทศ เปลี่ยนประธานธิบดี เปลี่ยนนายก เปลี่ยนอะไรกันไปดู ไปถามเขาดูบ้างในวันหลัง ถามแบบถามตนนี่ ดูสิเขาตอบยังไงnbsp;/p pemที่มา : ยูทูบ 'a href="https://www.youtube.com/watch?v=rjnyCk6MFZk"ทำเนียบ รัฐบาล/a' และa href="http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9590000052092"ผู้จัดการออนไลน์/a/em/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/JXCkocdZ_sw" height="1" width="1" alt=""/

กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเริ่มต้นฤดูฝน-จะสิ้นฤดูฝนกลางตุลาคม

Wed, 25/05/2016 - 01:53
pประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาเข้าสู่ฤดูฝนเมื่อ 18 พ.ค. 59 หลังจากลมตะวันตกเฉียงใต้พัดความชื้นจากทะเลอันดามันเข้าปกคลุมประเทศไทยและอ่าวไทย ส่วนลมระดับบนเปลี่ยนเป็นลมตะวันออกเฉียงเหนือและตะวันออก ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่องเกือบทั่วไป โดยจะมีฝนเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของฤดูและสิ้นสุดฤดูฝนกลางตุลาคม/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/8/7256/27224137415_5794c66d7a_z.jpg" style="width: 560px; height: 357px;" //p pstrongspan style="color:#ff8c00;"ภาพจากดาวเทียม Himawari IR เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2559 เวลา 17.45 น. UTC หรือเวลา 00.45 น. วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 ตามเวลาประเทศไทย จะเห็นว่ากลุ่มเมฆได้ปกคลุมบริเวณเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งภาคพื้นทวีปและพื้นที่ทางทะเล (ที่มา: /spana href="http://www.sattmet.tmd.go.th/satmet/mergesat.html"span style="color:#ff8c00;"กรมอุตุนิยมวิทยา/span/aspan style="color:#ff8c00;")/span/strong/p p25 พ.ค. 2559 เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม ที่ผ่านมา กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกa href="http://www.tmd.go.th/programs//uploads/weatherclimate/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%A4%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B8%9D%E0%B8%992559.pdf"ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา/a เรื่อง การเริ่มต้นฤดูฝนของประเทศไทย พ.ศ. 2559 มีรายละเอียดดังนี้/p pประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาbr /เรื่อง การเริ่มต้นฤดูฝนของประเทศไทย พ.ศ. 2559/p pฤดูฝนของประเทศไทยในปีนี้ได้เริ่มขึ้นแล้ว เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2559 เนื่องจากลมที่พัดปกคลุมประเทศไทยได้เปลี่ยนเป็นลมตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งพัดพาความชื้นจากทะเลอันดามันเข้ามาปกคลุมประเทศไทย และอ่าวไทยต่อเนื่อง ส่วนลมระดับบนได้เปลี่ยนเป็นลมตะวันออกเฉียงเหนือและตะวันออกพัดปกคลุม ประกอบกับประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่องเกือบทั่วไป อย่างไรก็ตาม ในช่วงต้นฤดูการกระจายของฝนจะไม่สม่ำเสมอ โดยจะมีฝนเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของฤดู และจะสิ้นสุดฤดูฝนประมาณกลางเดือนตุลาคม แต่ในภาคใต้โดยเฉพาะฝั่งตะวันออกจะยังคงมีฝนตกต่อไปอีกถึงเดือนพฤษภาคม จึงขอประกาศให้ประชาชนได้ทราบทั่วกัน/p pประกาศ ณ วันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2559br /นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย/p pอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา/p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"strong000/strong/span/p pสำหรับพยากรณ์อากาศตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคม 2559 เวลา 23.00 น. เป็นต้นไป จนถึง 23.00 น. วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 ลักษณะอากาศทั่วไปspan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanบริเวณภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดจันทบุรี ตราด ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลได้ ในระยะนี้ไว้ด้วย/p pส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทย มีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 24-27 พฤษภาคม 2559 นี้/p pสำหรับลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง/p pภาคเหนือspan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanมีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส nbsp;อุณหภูมิสูงสุด 33-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม./p pภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม./p pภาคกลางspan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanมีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี และอุทัยธานี อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม./p pภาคตะวันออกspan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanมีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดจันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2เมตร/p pภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanมีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และพัทลุง อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-36 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1- 2 เมตร/p pภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanมีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส nbsp;อุณหภูมิสูงสุด 26-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร/p pกรุงเทพมหานครและปริมณฑลspan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanมีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากในช่วงระหว่างบ่ายถึงค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 28-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.nbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/k-jqAqdaIB4" height="1" width="1" alt=""/

'พลเมืองสงขลา' ชี้ทหารล้ำเส้น เหตุเตือนนักวิชาการ ม.อ.ค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา

Wed, 25/05/2016 - 01:07
pเครือข่ายพลเมืองสงขลาชี้กรณีทหารส่งหนังสือความร่วมมือปมสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาถึงนักวิชาการ ถือเป็นการทำเกินหน้าที่ ละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชน สิทธิในการแสดงความเห็น และเสรีภาพเชิงวิชาการnbsp;‘สมพร’ ย้ำทำหน้าที่ในฐานะนักวิชาการไม่ใช้ชี้ทางให้โรงไฟฟ้า/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/8/7634/26947660640_80cf5b6d0b_b.jpg" style="width: 600px; height: 800px;" //p p24 พ.ค.2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (23 พ.ค.59) เวลา 22.20 น. สมพร ช่วยอารีย์ อาจารย์ประจำภาควิชาคณิตศาสตร์และวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (ม.อ.ปัตตานี) ได้โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว 'a href="https://www.facebook.com/csomporn"Somporn Chuai-Aree/a'nbsp;ว่า/p p“ผมเพิ่งได้รับหนังสือสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา จากเพื่อนร่วมงานดังภาพแนบครับ... ในฐานะที่ถ้าท่านเป็นนักวิชาการเช่นผม ท่านควรจะทำเช่นไรครับ? เหตุผลที่ว่าทำไมผมออกมาตั้งคำถามกับโรงไฟฟ้าถ่านหิน ผมตั้งคำถามเพื่ออะไร? ผมได้ตอบตอนไปดูงานที่ญี่ปุ่นไปแล้วส่วนหนึ่ง ม.อ.น่าจะเปิดเวทีดีเบตเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินกันสักยกก็คงจะดีนะครับ อาจจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวมครับ”/p p style="text-align: center;"iframe allowtransparency="true" frameborder="0" height="687" scrolling="no" src="https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fphoto.php%3Ffbid%3D1027391723996448%26set%3Da.465841793484780.1073741825.100001768910141%26type%3D3amp;width=500" style="border:none;overflow:hidden" width="500"/iframe/p h3span style="color:#0000cd;"ทหารส่งหนังสือขอความร่วมมือนักวิชาการ ม.อ. ‘อย่าค้านโรงไฟฟ้าเทพา’/span/h3 pสำหรับหนังสือที่สมพรได้โพสต์ภาพในเฟซบุ๊ก นั้นเป็น สำเนาหนังสือของทางราชที่ กห. 0484.63/113 จากมณฑลทหารบกที่ 42 (มทบ.42) ค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ลงวันที่ 21 เม.ย. 2559 เรื่อง ขอความร่วมมือการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา เรียน อธิการบดี ม.อ.หาดใหญ่ ลงนามโดย พล.ต.วิรัชช์ กมลศิลป์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42/p pมีเนื้อหาว่า ตามที่มีกลุ่มมวลชนมีการเคลื่อนไหวและต่อต้าน กรณีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาในพื้นที่ จ.สงขลา โดยมีกลุ่มแกนนำในพื้นที่ และพื้นที่ใกล้เคียง กลุ่มข้าราชการ กลุ่มนักวิชาการ และกลุ่มประชาสังคม หรืออาจมีบุคลากรในหน่วยงานของท่านบางคนไม่เข้าใจการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา อาจหันไปให้การสนับสนุนให้ความร่วมมือnbsp;/p div“มณฑลทหารบกที่ 42 จึงขอความร่วมมือจากท่านทำความเข้าใจกับบุคลากร เพื่อให้ทราบถึงวิธีการดำเนินงานในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา” ข้อความในหนังสือระบุnbsp;/div pในตอนท้ายของสำเนาหนังสือnbsp; เขียนลายมือระบุสำเนาแจ้งไปยังคณะบดีคณะวิศวะฯ และคณะบดีคณะวิทยาศาสตร์ รวมทั้งมีการระบุชื่อ ‘ดร.สมพร’ นอกจากนี้ยังมีการนัดประชุมหารือกับอาจารย์และบุคลากรที่เดินทางไปดูงานที่ญี่ปุ่นกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ในวันที่ 25 พ.ค. 2559 นี้ด้วย/p h3span style="color:#0000cd;"‘สมพร’ ย้ำทำหน้าที่ในฐานะนักวิชาการไม่ใช้ชี้ทางให้โรงไฟฟ้า/span/h3 pวันนี้(24 พ.ค.2559) nbsp;เวลา 14.00 น. ผู้สื่อข่าวประชาไท ได้สัมภาษณ์ความเห็น สมพร กล่าวว่า พอทราบมาก่อนหน้านี้ว่ามีการรวบรายชื่อกลุ่มคนที่คัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพามีทั้งภาคประชาชน ข้าราชการ นักวิชาการ ซึ่งก็คาดว่าอาจจะต้องมีรายชื่อตนเป็นหนึ่งในนั้นด้วยและอาจมีการติดต่อจากทางทหาร ในการส่งหนังสือในครั้งนี้ยังไม่แน่ใจเจตนาที่ชัดเจน อาจจะถือโอกาสนี้เป็นเรื่องดีที่เป็นทหารจะเป็นตัวกลางร่วมกันกับทางมหาลัยวิทยาลัย ม.อ. เพื่อจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นและถกเถียงร่วมกันระหว่างฝ่ายเห็นด้วยและเห็นต่าง/p pส่วนเรื่องการนัดประชุมหารือกับอาจารย์และบุคลากรที่เดินทางไปดูงานที่ญี่ปุ่นกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ในวันที่ 25 พ.ค. 2559 สมพร กล่าวว่า ไม่สามารถไปได้เนื่องจากติดงานประชุมวิชาการที่กรุงเทพมหานคร nbsp;แต่ได้แจ้งทางเจ้าหน้าที่ให้ชี้แจงให้แก่ อธิการบดี ม.อ.หาดใหญ่ เรียบร้อยแล้ว/p pสมพร กล่าวต่อว่า ในฐานะนักวิชาการ อยากสร้างความรู้ความเข้าจากการค้นคว้าวิจัยมาหาคำตอบร่วมกัน เป้าหมายของเราคือต้องสร้างกรอบเชิงวิชาการ แต่เราไม่ได้สร้างคำตอบให้แก่การสนับสนุนการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน เราไม่ได้คัดค้านอย่างไร้สาระแต่เป็นการตั้งคำถามและสร้างข้อกังวลต่อผลกระทบนั้น การแลกเปลี่ยนพูดคุยถามมาตอบไปเป็นเสน่ห์ บางประเทศที่เขาจะทำโครงการที่จะสร้างผลกระทบในพื้นที่ต้องใช้เวลาถกเถียงกัน 3-5 ปี เพราะผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่สามารถแก้ไขได้ง่าย ยกตัวอย่างกรณีโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ที่ปัจจุบันยังไม่สามารถฟื้นฟูปัญหาสิ่งแวดล้อมได้สำเร็จ และสถานการณ์การผลิตไฟฟ้าในภาคใต้ตอนนี้ก็รองรับในพื้นที่เพียงพอ จึงไม่จำเป็นเร่งด่วนในการรีบดำเนินการ/p h3span style="color:#0000cd;"เครือข่ายฯสงขลาวอนทหารยุติการสนับสนุนโรงไฟฟ้าเทพา/span/h3 pวันเดียวกันนี้(24 พ.ค.59) เครือข่ายพลเมืองสงขลา ได้เผยแพร่จดหมายเปิดผนึก ลงวันที่ 24 พ.ค. 2559 แสดงความคิดเห็นต่อหนังสือราชการถึงอธิการบดี ม.อ.หาดใหญ่ “ขอความร่วมมือการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา” ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42 เป็นการกระทำเกินหน้าที่ ละเมิดสิทธิ และเป็นการคุกคามสิทธิเสรีภาพในการแสดงความเห็น และเสรีภาพเชิงวิชาการ โดยเสนอแนะให้ทหารยุติบทบาทการสนับสนุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าเทพาและเป็นคนกลางสร้างความเข้าใจ/p pเนื้อหาจดหมายยกประเด็นเรื่องปัญหามลพิษที่มากับโรงไฟฟ้าถ่านหิน กรณีโรงไฟฟ้าแม่เมาะ และมีข้อเสนอในการจัดการพลังงานใหม่ทั้งระบบ ที่ต้องการหารือร่วมกันทั้งประชาชนและนักวิชาการในการตั้งข้อสังเกต ในการศึกษาวิจัยเพื่อหาทางออกร่วมกัน/p pจดหมายระบุข้อคิดเห็นต่อหนังสือว่า “หนังสือฉบับดังกล่าวแสดงนัยยะแฝงถึงการสกัดกั้นการแสดงออกทางความคิดของกลุ่มคนที่เห็นต่าง ซึ่งบทบาทเหล่านี้ ไม่ควรเป็นบทบาทของทหารในยุคปฏิรูป ซึ่งแนวทางการปฏิรูปพลังงานไทยไม่ใช่แนวทางการใช้พลังงานถ่านหินอย่างแน่นอน”/p pโดยตอนท้ายของจดหมายระบุว่า ขอให้ทหารยุติบทบาทการสนับสนุนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา และขอคืนหนังสือฉบับดังกล่าว เปลี่ยนบทบาทมาเป็นคนกลางจัดเวทีนำข้อมูลของทั้งสองสามฝ่ายที่มีความคิด และข้อมูลต่างกันมาเปิดให้ประชาชน สาธารณะชนเพื่อเป็นการปฏิรูปอย่างแท้จริง/p p style="text-align: center;"nbsp;/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/8/7025/27222928035_59b3e16e61_o.jpg" style="width: 600px; height: 841px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/8/7477/26617458233_d91025bf19_o.jpg" style="width: 600px; height: 841px;" //p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/bTq6Tcn9oPU" height="1" width="1" alt=""/

พระบรมราชานุญาตถอดยศ 'พ.ต.ปฏิภาณ' ข้าราชการในพระองค์ เหตุกระทําผิดวินัย

Wed, 25/05/2016 - 00:31
!--break--!--break-- p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/8/7479/27188421066_76178fc577_b.jpg" style="width: 550px; height: 471px;" //p p24 พ.ค. 2559 a href="http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2559/B/013/1.PDF"เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา/a ได้เผยแพร่ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถอดยศทหาร nbsp;พ.ต. ปฏิภาณ เกษมสุวรรณnbsp;โดย มี พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ/p pพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถอด พ.ต. ปฏิภาณ เกษมสุวรรณ ข้าราชการพลเรือนในพระองค์ สังกัดกองกิจการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งได้ถูกปลดออกจากราชการ ออกจากยศทหาร ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 เนื่องจากกระทําผิดวินัยทหารประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงขัดคําสั่งผู้บังคับบัญชา ประพฤติตนไม่เหมาะสม ผิดราชสวัสดิ์และขนบธรรมเนียมประเพณีในราชสํานัก ตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช 2479 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติยศทหาร (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2501 ประกอบ ระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยผู้ซึ่งไม่สมควรจะดํารงอยู่ในยศทหารและบรรดาศักดิ์ พ.ศ. 2507 ขhอ 2/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/lqOMiHUoMEc" height="1" width="1" alt=""/

นิธิ เอียวศรีวงศ์: เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร (3)

Tue, 24/05/2016 - 22:46
!--break--!--break-- pbr /br /ไม่ว่าเราจะก้าวเดินต่อไปอย่างรัฐประชาธิปไตยหรือไม่ การสร้างรัฐไทยให้เป็นรัฐสมัยใหม่ที่เข้มแข็งมีความสำคัญที่สุด ถึงอย่างไรรัฐ patrimonial ที่เรารู้จักคุ้นเคย ก็ไม่อาจดำรงอยู่ได้ต่อไปแล้ว ไม่ว่าจะมองจากแง่ของความขัดแย้งรุนแรงที่จะเกิดขึ้นข้างหน้า หรือมองจากก้าวต่อไปของการพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อให้คนไทยส่วนใหญ่สามารถดำรงชีวิตได้ไม่ขัดสน มีกำลังที่จะเก็บเกี่ยวผลดีของอารยธรรมยุคใหม่ได้ทั่วหน้ากัน/p pคุณลักษณะของรัฐสมัยใหม่ที่เข้มแข็งก็คือเป้าหมายของความพยายามนี้ ได้แก่รัฐต้องมีประสิทธิภาพ รัฐดำรงอยู่ในหลักนิติธรรม ถือกฎหมายเป็นใหญ่เหนือบุคคล และผู้ถืออำนาจรัฐหรือใช้อำนาจรัฐต้องรับผิดเชิงประชาธิปไตย จะเห็นได้ว่าคุณลักษณะของรัฐสมัยใหม่นั้น แตกต่างเป็นตรงกันข้ามกับรัฐ patrimonial โดยตรง ความมีประสิทธิภาพของรัฐเกิดขึ้นได้จากการมีเครื่องมือที่ดี และเครื่องมือที่ดีนั้นปฏิบัติงานและบริหาร โดยยึดความรู้ความสามารถที่เหมาะสมกับตำแหน่งเป็นเกณฑ์ ไม่ใช่ความเป็นพรรคพวกหรือความจงรักภักดีต่อหัวหน้า ปฏิบัติงานไปโดยไม่ต้องลูบหน้าปะจมูก/p pในรัฐ patrimonial กฏหมายใช้บังคับคนส่วนใหญ่ที่ไร้อำนาจ แต่ยกเว้นหรือถูกตีความให้เอื้อประโยชน์ของคนกลุ่มน้อยที่เป็นสมัครพรรคพวกของผู้ถือครองรัฐ แต่ในรัฐสมัยใหม่ กฏหมายใช้บังคับทุกคนอย่างเสมอหน้ากัน ไม่มีการใช้กฎหมาย หรือคำตัดสินขององค์กรอิสระอย่างสองมาตรฐาน ประสิทธิภาพของรัฐยิ่งทำให้การหลบเลี่ยงกฏหมายเป็นไปได้ยาก ส่วนการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมนั้น เป็นไปแทบไม่ได้ เพราะบุคลากรในกระบวนการยุติธรรมต้องรับผิดในเชิงประชาธิปไตย เช่นถูกตรวจสอบหรือประณามจนไม่อาจอยู่ในตำแหน่งนั้นต่อไปได้/p pความรับผิด (accountability) เป็นเงื่อนไขสำคัญของผู้ดำรงตำแหน่งสาธารณะทั้งหลาย แต่ไม่ใช่รับผิดต่อเจ้านายเท่านั้น เพราะในระบอบ patrimonialism คนทำงานสาธารณะก็ต้องรับผิดต่อเจ้านายเหมือนกัน เนื่องจากทำงานนั้นตามคำสั่งหรือตามความเห็นชอบของเจ้านาย เมื่อทำผิด ก็แล้วแต่เจ้านายจะกรุณา ซึ่งอาจมีได้ตั้งแต่ปลดออกไปจนถึงตำหนิแต่ให้ทำงานต่อ หรือแม้แต่ตกรางวัล เพราะรัฐเป็นสมบัติส่วนตัวของท่าน ความรับผิดจึงต้องเป็นความรับผิดในเชิงประชาธิปไตย ซึ่งไม่ได้หมายความว่ารัฐนั้นต้องอยู่ในระบอบประชาธิปไตย อาจเป็นรัฐเผด็จการก็ได้ แต่ความรับผิดของตำแหน่งสาธารณะต้องมีต่อประชาชน/p pความขัดแย้งระหว่างรัฐสมัยใหม่และรัฐ patrimonial ทำให้รัฐ patrimonial ไม่มีทางก้าวหน้าในโลกปัจจุบันได้ ในประเทศไทย เราชอบพูดกันว่า ประชาธิปไตยเป็นไปได้สำหรับรัฐหรือสังคมที่มั่งคั่งเท่านั้น แต่ที่จริงแล้ว ประชาธิปไตยเป็นไปได้เฉพาะในรัฐสมัยใหม่เท่านั้นต่างหาก ไม่ว่าจะมีฐานะเศรษฐกิจมั่งคั่งหรือไม่ก็ตาม เช่นคอสตาริก้า ซึ่งไม่ได้มั่งคั่งแต่อย่างไร แต่มีประชาธิป¬ไตยที่ค่อนข้างมั่นคง ส่วนใหญ่ของรัฐที่ประสบความล้มเหลวในการพัฒนาการเมืองของตนไปสุ่ประชาธิปไตย คือรัฐ patrimonial/p pปัญหาที่แท้จริงของไทยก็คือ เราติดตังอยู่ในรัฐ patrimonial อย่างดิ้นไม่หลุด นานวันเข้า ลักษณะ patrimonialism ของรัฐนำเรามาสู่ความขัดแย้งอย่างไม่มีทางออก และนำเรามาสู่กับดักทางเศรษฐกิจที่ทำให้พัฒนาต่อไปไม่ได้ ขอยกตัวอย่างให้เห็นได้ง่ายๆดังนี้ เช่นรัฐ patrimonial ไม่มีวันจะเปิดให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพเท่าเทียมกัน เพราะเท่ากับทำลายช่องทางที่จะสืบทอดอภิสิทธิ์จากรุ่นสู่รุ่นของอภิชน ด้วยเหตุดังนั้น เราจึงมีฝีมือแรงงานไม่พอที่จะก้าวในบันไดการผลิตระดับสูงขึ้นไปได้/p pstrongด้วยเหตุดังนั้น รัฐบาลที่อ้างว่าต้องการเข้ามาแก้ปัญหาของประเทศชาติในช่วงนี้ ไม่ว่าจะมาจากการเลือกตั้งหรือรัฐประหารต้องทำ ก็คือนำประเทศไทยเข้าสู่ความเป็นรัฐสมัยใหม่โดยเร็ว ที่อ้างกันว่า รัฐบาลเผด็จการอาจแก้ปัญหาได้รวดเร็วและบรรลุผลได้มากกว่า อาจจะจริงก็ได้ แต่นับจากหลัง 2490 เป็นต้นมา ไทยยังไม่เคยมีรัฐบาลเผด็จการที่ต้องการสถาปนารัฐสมัยใหม่ขึ้นเลย ทั้งหมดร่วมมือกับผู้นำรัฐ patrimonialเพื่อช่วยรักษาลักษณะ patrimonialism ของรัฐเอาไว้ หรือในกรณีหลังๆ กลับเป็นเครื่องมือของผู้นำรัฐ patrimonial ในการเหนี่ยวรั้งมิให้รัฐไทยก้าวเข้าสู่ความเป็นรัฐสมัยใหม่เอาเลย/strong/p pและเพื่อนำประเทศไทยเข้าสู่รัฐสมัยใหม่ สิ่งที่ต้องทำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้สามอย่างเป็นอย่างน้อยก็คือ/p p1. ต้องยอมรับ และผลักดันให้คนไทยยอมรับว่า รัฐไทยเป็นสมบัติร่วมกันของประชาชนไทยทุกคน เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับประชาธิปไตย แม้ว่าหลักการ”พลเมือง”หรือผู้ถือครองรัฐร่วมกันนั้นเกิดขึ้นในการปฏิวัติฝรั่งเศส แต่หลักการนี้เป็นที่ยอมรับทั่วไป ไม่ว่าในรัฐสมบูรณาญาสิทธิราชย์ หรือรัฐสมบูรณาญาสิทธิ์รูปแบบอื่นๆ/p pอันที่จริงอำนาจเผด็จการมีมากขึ้นและมั่นคงขึ้นเมื่อยอมรับว่า รัฐเป็นสมบัติร่วมกันของประชาชนทุกคน ฮิตเลอร์ไม่เคยปฏิเสธมรดกชิ้นนี้ที่ตกทอดมาตั้งแต่สมัยไกเซอร์เฟรดเดอริควิลเลียมที่ 1 และ 2 คนเยอรมันจำนวนมากซึ่งไม่ได้เป็นนาซี เข้าร่วมสงครามที่เขาอาจไม่เห็นด้วยเลย ก็เพราะเขาคิดว่าเขาต้องปกป้องชาติซึ่งเป็นสมบัติร่วมกันของเขา เช่นเดียวกับชาวรัสเซียภายใต้พระเจ้าซาร์และสตาลิน/p pเผด็จการที่ยึดอำนาจเพื่อรักษาชาติไว้เป็นสมบัติส่วนตัวของบุคคลเป็นเรื่องตลกในพ.ศ.นี้ และไม่มีทางทำอะไรได้สำเร็จ ดังนั้นต้องยอมรับหลักการพื้นฐานของรัฐสมัยใหม่ข้อนี้ และทำให้กลายเป็นหลักการสากลของคนในชาติ/p pเพราะชาติเป็นสมบัติร่วมกัน หน่วยงานของรัฐจึงถูกประชาชนตรวจสอบได้ โวยวายได้ ทำให้บุคคลสาธารณะต้องรับผิดเชิงประชาธิปไตย ซึ่งไม่ได้หมายถึงประชาธิปไตย แต่หมายถึงรับผิดต่อประชาชนเจ้าของรัฐ แม้แต่ผู้ที่ร่วมอยู่ในคณะยึดอำนาจ ก็อาจจำเป็นต้องตัดทิ้ง เพื่อรักษาคณะไว้ให้อยู่ต่อไป เผด็จการที่รับผิดเชิงประชาธิปไตยจึงมีได้ และที่จริงมีหลายคณะมาแล้วในโลก ในทางตรงกันข้าม ผู้นำในระบอบประชาธิปไตยที่ไม่ยอมรับผิดเชิงประชาธิปไตยก็มีเหมือนกัน ไม่ว่าผู้นำในระบอบใดที่ไม่ยอมรับผิดเชิงประชาธิปไตย ก็คือผู้นำที่ประสบความล้มเหลวในการนำประเทศไปสู่รัฐสมัยใหม่/p p2. สิ่งที่ต้องทำอย่างเร่งด่วนคือปฏิรูประบบราชการไทย (พลเรือน, กองทัพ, ตุลาการ) โดยยึดแนวของรัฐสมัยใหม่ นั่นคือทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถปกครองกันในระบบนิติรัฐได้จริง และทุกฝ่ายต้องรับผิดในเชิงประชาธิปไตย หากรัฐไทยมีเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะอยู่ในระบอบเผด็จการหรือประชาธิปไตย รัฐก็จะสามารถนำการพัฒนาเศรษฐกิจไปสู่ขั้นตอนที่สูงขึ้นได้ แม้ยังมีความไม่เป็นธรรมในการกระจายรายได้ในประเทศอยู่มาก แต่ก็ไม่ถึงขั้นที่จะแก้ไขโดยสงบไม่ได้สักวันหนึ่งข้างหน้า/p p3. ต้องสร้างดุลยภาพที่เหมาะระหว่างอำนาจส่วนกลางและท้องถิ่น รัฐสมัยใหม่ไม่ต้องรวมศูนย์ แตกต่างจากรัฐ patrimonialที่กลัวการแยกประเทศ จึงต้องพยายามรวมศูนย์ การกระจายอำนาจอาจกระทำตามหลักเผด็จการหรือประชาธิปไตยก็ได้ หากทำภายใต้หลักเผด็จการ การกระจายอำนาจคือการเพิ่มประสิทธิภาพของการบริหาร เพราะส่วนกลางอยู่ไกลเกินกว่าจะกำกับรายละเอียดได้ เช่นจัดให้การศึกษาในระดับพื้นฐานอยู่ในความควบคุมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมีกรอบที่ส่วนกลางวางไว้ให้ทั้งโดยกฏหมายและโดยการเกลี้ยกล่อม (เป็นอำนาจที่มีประสิทธิภาพสูงมาก แต่มักถูกรัฐบาลไทยลืมเสมอ)/p pหากทำภายใต้หลักประชาธิปไตย ก็มองการกระจายอำนาจเป็นสิทธิของพลเมือง ที่จะจัดการชีวิตของเขาเองเป็นส่วนใหญ่ เหลือที่ต้องจัดการร่วมกับคนอื่นในชาติน้อยลง/p pไม่ว่าจะมองจากหลักประสิทธิภาพหรือหลักสิทธิ ล้วนทำให้การบริหารงานสาธารณะมีประสิทธิภาพมากขึ้น และตอบสนองต่อประชาชนเจ้าของชาติดีขึ้นทั้งนั้น ซึ่งนั่นก็คือส่วนหนึ่งที่สำคัญของการก้าวเข้าสู่รัฐสมัยใหม่/p pหากทำได้ตามนี้ รัฐไทยก็จะหยุดความเป็นบุคโขโลคณะหรือเล่นพรรคเล่นพวกน้อยลง รัฐสามารถกระจายทรัพยากรกลับสู่ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่นเดียวกับการให้ความคุ้มครองแก่ประชาชนในด้านต่างๆอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นภัยคุกคามจากภายในหรือภายนอก หรือภัยคุกคามทางเศรษฐกิจและสังคม อย่างที่รัฐสมัยใหม่อื่นๆ อาจทำได้/p pstrongหากรัฐไทยกลายเป็นรัฐสมัยใหม่ที่แท้จริง การพัฒนาประชาธิปไตยก็เป็นเรื่องง่าย เพราะสิทธิประชาธิปไตยที่ได้มาจะไม่นำไปสู่ความวุ่นวายทางการเมือง จนรัฐต้องถอยกลับไปเป็นรัฐ patrimonial อีก/strong/p pในขณะเดียวกัน อาศัยความมีประสิทธิภาพของรัฐ การพัฒนาเศรษฐกิจก็อาจทำอย่างได้ผลมากขึ้น ยิ่งภายในรัฐสมัยใหม่ การพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อประโยชน์ของนายทุนเพียงบางกลุ่มทำได้ยากขึ้น เพราะรัฐต้องมีเหตุผลที่จะอธิบายให้ประชาชนเชื่อว่า เหตุใดคนส่วนใหญ่จึงไม่ได้ผลประโยชน์จากการพัฒนาบ้าง นายทุนเองก็ต้องอยู่ภายใต้หลักนิติธรรม และต้องรับผิดในเชิงประชาธิปไตย/p pตลอดบทความนี้ ผมพยายามจะพูดถึงรัฐสมัยใหม่(ที่เข้มแข็ง) โดยไม่เกี่ยวกับประชาธิปไตยหรือเผด็จการ เพราะรัฐสมัยใหม่อาจเป็นประชาธิปไตยก็ได้ เป็นเผด็จการก็ได้ แต่รัฐ patrimonial ไม่มีทางเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงได้ และไม่มีอนาคตในโลกปัจจุบันเสียแล้ว/p pดังนั้นจึงจำเป็นต้องผลักดันให้รัฐไทยก้าวไปเป็นรัฐสมัยใหม่เสียที แม้แต่ภายใต้เผด็จการทหาร (ซึ่งต้องให้ความหวังว่าจะทำและมีสมรรถนะจะทำได้ แต่หากไม่นับจอมพลป.พิบูลสงครามแล้ว เราไม่เคยมีเผด็จการทหารที่มีความคิดจะสร้างรัฐสมัยใหม่ขึ้นเลย) แต่ในโลกปัจจุบัน ประชาธิปไตยกำลังขยายตัว เราจึงน่าจะทำไปพร้อมกัน คือเปลี่ยนประเทศไทยเป็นรัฐสมัยใหม่ที่เป็นประชาธิปไตย/p pstrongความเป็นรัฐสมัยใหม่กับความเป็นประชาธิปไตยไม่ใช่เงื่อนไขของกันและกัน ไม่จำเป็นว่ารัฐสมัยใหม่ต้องเป็นประชาธิปไตยเสมอไป และไม่จำเป็นว่ารัฐประชาธิปไตยต้องเป็นรัฐสมัยใหม่เสมอไป ฉะนั้นการทำสองอย่างไปพร้อมกันจึงไม่ผิดปรกติ และยังเหมาะกับสภาวการณ์ของโลกปัจจุบันด้วย อาจขจัดอุปสรรคในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้หลายเรื่อง/strong/p pเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว นอกจากต้องทำสามอย่างข้างต้นเพื่อนำรัฐไทยเข้าสู่ความเป็นรัฐสมัยใหม่ (ยอมรับความเท่าเทียมของพลเมือง, ปฏิรูประบบราชการ, กระจายอำนาจ) แล้ว ยังควรใช้กระบวนการประชาธิปไตยเพื่อสร้างความชอบธรรมในการเปลี่ยนผ่าน เพราะประชาธิปไตยจะเป็นจุดยืนในการเผชิญหน้ากับกลุ่มคณาธิปไตยในระบบ patrimonialism ได้แข็งแรงกว่า ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในตอนนี้ก็คือ/p p1. กลับสู่การเลือกตั้งที่ให้อำนาจประชาชนในการตั้งและตรวจสอบฝ่ายบริหารโดยเร็ว/p p2. ลดบทบาทของกองทัพลงให้เหลือเพียงการป้องกันภัยคุกคามจากภายนอกเท่านั้น สิ่งที่กองทัพได้ทำในการรัฐประหารครั้งนี้จะเป็นเหตุผลซึ่งเป็นที่ยอมรับมากขึ้นว่า เราจำเป็นต้องมีกองทัพที่อยู่ภายใต้การควบคุมของพลเรือนเสียที/p p3. เพิ่มศักยภาพของรัฐสภาในการตรวจสอบ ไม่เฉพาะแต่ด้านงบประมาณเท่านั้น แต่ต้องรวมถึงประสิทธิภาพและความโปร่งใสของระบบราชการ (พลเรือน, กองทัพ, ตุลาการ) ด้วย อาจมีคณะกรรมการของผู้ทรงคุณวุฒิที่สภาตั้งขึ้น และต้องรับผิดชอบต่อสภาทำหน้าที่นี้แทน โดยเป็นอิสระจากฝ่ายบริหาร/p p4. ไม่มีองค์กรสาธารณะใดๆ ที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน นับตั้งแต่วุฒิสภาและองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญทั้งหลาย แต่ในขณะเดียวกัน องค์กรอิสระก็ไม่ใช่พรรคพวกของฝ่ายบริหารหรือตัวแทนประชาชน จะต้องคิดจัดการอย่างไรให้องค์กรอิสระประกอบด้วยผู้มีคุณวุฒิอันเหมาะสม แต่ก็ไม่ลอยขาดออกไปจากการตรวจสอบถ่วงดุลขององค์กรประชาชน/p pstrongผมทราบดีว่า ข้อเสนอทั้งหมดเหล่านี้ เมื่อมองจากสถานการณ์ปัจจุบัน เหมือนเป็นการฝันเฟื่องที่ไม่อิงกับความเป็นจริงเลย ผมไม่ทราบหรอกว่า คนไทยจะผ่านช่วงนี้ไปได้อย่างไร แต่ผมคิดว่าเมื่อผ่านไปแล้ว เราควรมีเป้าหมายว่าจะเดินต่อไปอย่างไร อย่างน้อยเราไม่ควรผลักดันประชาธิปไตยภายใต้รัฐ patrimonial อีก เพราะมันไม่มีวันทำได้สำเร็จ การเปลี่ยนผ่านที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของไทยเวลานี้คือ เราต้องเข้าสู่ความเป็นรัฐสมัยใหม่เสียที/strong/p pnbsp;/p pbr /strongเผยแพร่ครั้งแรกใน/strongnbsp;มติชนรายวัน 23 พฤษภาคม 2559br /strongหมายเหตุ:nbsp;/strongเพิ่มเติมเนื้อหาที่ประชาไทโดยผู้เขียนเมื่อ 24nbsp;พฤษภาคม 2559/p divnbsp;/div div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="http://prachatai.org/journal/2016/05/65696" target="_blank"นิธิ เอียวศรีวงศ์: เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร (1)/a /div div class="field-item even" a href="http://prachatai.com/journal/2016/05/65899" target="_blank"นิธิ เอียวศรีวงศ์: เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร (2)/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/WX3eQaP5YtE" height="1" width="1" alt=""/

ครม.ไฟเขียวร่างกม.ป้องกันทรมาน-อุ้มหาย สรรเสริญโวหลายคนคงไม่คิดว่ารบ.ทหารกล้าผ่าน

Tue, 24/05/2016 - 22:03
!--break--!--break-- div style="text-align: center;"img src="https://c2.staticflickr.com/8/7566/27150422071_04f686c98e.jpg" //div div style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"ที่มาภาพ /spana href="http://www.thaigov.go.th/index.php/th/media-centre/240559_aead3/240559aead3-74407#joomimg"span style="color:#ff8c00;"เว็บไซต์ทำเนียบฯ/span/a/div divnbsp;/div div24 พ.ค. 2559 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี nbsp;แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย พ.ศ. … ตามที่กระทรวงยุติธรรม เสนอ เพื่อความสอดคล้องกับอนุสัญญา 2 ฉบับ โดย พ.ร.บ.ดังกล่าว มีใจความสำคัญคือ กำหนดบทลงโทษเกี่ยวกับการกระทำความผิดในการทรมานผู้ถูกจับกุม หรือการอุ้มให้สูญหาย ไม่ว่าจะโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือไม่ แต่หากได้รับความยินยอมจากเจ้าหน้าที่รัฐ จึงถือว่าการกระทำนั้นผิดกฎหมายnbsp;/div divnbsp;/div div divพล.ต.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า กฎหมายนี้ครอบคลุมไปถึงสถานการณ์ฉุกเฉิน สงคราม สถานการณ์ความไม่มั่นคง ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่สามารถนำมากล่าวอ้างเพื่อกระทำความผิดได้ และหากพบว่ามีการกระทำความผิดอายุความจะอยู่ที่ 20 ปี นอกจากนี้ยังมีการตั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม เพื่อกำหนดมาตรการคุ้มครองผู้เสียหายจากการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย โดยมีรมว.ยุติธรรมเป็นประธาน ทั้งยังกำหนดมิให้หน่วยงานของรัฐ ส่งตัวบุคคลหนึ่งบุคคลใดออกไปนอกราชอาณาจักร หากเชื่อว่าจะก่อให้เกิดการทรมาน หรือถูกบังคับให้สูญหาย/div divnbsp;/div div div“หลายคนคิดว่ารัฐบาลที่มาจากทหาร จะกล้าออกกฎหมายแบบนี้หรือ ดังนั้นวันนี้จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่า แม้เราเป็นรัฐบาลที่มาในช่วงจำเป็น เฉพาะกิจ แต่เราก็ออกกฎหมายเพื่อให้สังคมเกิดความเข้าใจว่าสิ่งที่รัฐบาลทำ เป็นเรื่องที่ถูกต้องตามหลักสากล ไม่ได้มีการริดรอนสิทธิประการใด ยืนยันคสช.ไม่เคยทรมานใคร ไม่เคยอุ้มใครให้หายไป การไปเชิญพูดคุยทำความเข้าใจ ก็มีการแจ้งก่อน” พล.ต.สรรเสริญ กล่าว/div divnbsp;/div divemที่มา a href="http://www.dailynews.co.th/politics/399786"เดลินิวส์/aและ a href="http://www.now26.tv/view/77990/%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%A1-%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A2.html"Now26/a/em/div divnbsp;/div /div divnbsp;/div /div pnbsp;/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="https://voicefromthais.wordpress.com/2016/01/15/%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%9A-%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%9A-%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%81/" target="_blank"เปิดร่างพรบ.พรบ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับให้สูญหาย พ.ศ…./a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/Uv0jmg6aLX0" height="1" width="1" alt=""/

ประยุทธ์ ถามให้เรียนฟรีถึงมหา'ลัย จะเอางบจากที่ไหน

Tue, 24/05/2016 - 21:17
!--break--!--break-- p style="text-align: center;"img src="https://c2.staticflickr.com/8/7014/27218541445_a487dc3ccc.jpg" //p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"รมว.ไอซีทีนำคณะเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อประชาสัมพันธ์การจัดงานสัมมนาและแสดงนิทรรศการนานาชาติ "ดิจิทัลไทยแลนด์ 2016" 24 พ.ค. 59 (ที่มาภาพ /spana href="http://www.thaigov.go.th/index.php/th/media-centre/240559_aead2/240559aead2-74393#joomimg"span style="color:#ff8c00;"เว็บทำเนียบฯ/span/aspan style="color:#ff8c00;")/span/p p24 พ.ค. 2559 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยก่อนการประชุม ครม. อรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นำนักศึกษาที่ได้รับรางวัลจากผลการประกวดเอเชียสตาร์ ประจำปี 2558 เข้าพบ/p pพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวแสดงความยินดีและเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงาน และต้องการให้เกิดความคิดที่ครบวงจรตั้งแต่กระบวนการผลิต การขาย และเจาะกลุ่มเป้าหมายต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดการแยกตลาดซึ่งกันและกัน พร้อมทั้งต้องสร้างความเชื่อมโยงกับภาคเอกชนในการส่งออกและค้าขาย โดยต้องมองโลกให้กว้างขึ้นจะรู้ว่าเรามีโอกาสอีกมาก ดังนั้น ควรทำอย่างไรในเกิดการออกแบบให้เป็นสินค้าแบรนด์เนม สร้างมูลค้าเพิ่มให้กับสินค้า และฝากกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงพาณิชย์บูรณาการร่วมกัน ต้องมีความคิดในการปฏิรูป ซึ่งบางคนอาจจะไม่เข้าใจว่าการปฏิรูปคืออะไร นั่นคือการต่อยอดความคิดอย่างต่อเนื่อง หากรู้จักการปฏิรูปตนเอง ประเทศ และชีวิตจะดี ขึ้นประเทศจะมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน โดยคิดการจากทำวิจัยนำไปสู่การปฏิบัติ และเราต้องปฏิรูปคนและแนวคิดเพื่อให้เกิดความก้าวหน้า ทั้งนี้ ตัวแทนนักศึกษาได้มอบกระเป๋าตุ๊กตาหน้าเหมือน พล.อ.ประยุทธ์ โดยนายกฯ กล่าวติดตลกว่า ขอให้ทำแค่ตัวนี้ตัวเดียว เพราะหากทำหลายตัวเดี๋ยวจะขายไม่ออกbr /nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;br /จากนั้น อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ได้นำนายกฯเยี่ยมชมนิทรรศการเพื่อประชาสัมพันธ์การจัดงานสัมมนาและแสดงนิทรรศการนานาชาติ “ดิจิทัลไทยแลนด์ 2016” ที่จะมีขึ้นในวันที่ 26-28 พฤษภาคมนี้ โดยได้มีการนำเสนอหุ่นยนต์รดน้ำเพื่อใช้ในการเกษตร ซึ่งอยู่ระหว่างการทดสอบในแปลงพืชของเกษตรกรที่ร่วมโครงการ ซึ่งนายกฯได้ทดสอบบังคับหุ่นยนต์ให้เคลื่อนไหวฉีดน้ำในทิศทางต่างๆ พร้อมทั้งแนะนำให้มีการปรับปรุงให้เหมาะสมตามการใช้งานของแต่ละพื้นที่ จากนั้นนายกฯ ได้ทดลองสวมแว่นตา Visionear ซึ่งเป็นแว่นสำหรับผู้บกพร่องทางการมองเห็น โดยเมื่อสวมใส่แล้วจะสามารถอ่านสินค้าได้จากบาร์โค้ด พร้อมกล่าวอธิบายด้วยว่าเป็นแว่นตาบาร์โค้ดเครื่องแรกของโลกที่เป็นการวิจัยพัฒนาขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้บกพร่องทางสายตาbr /nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;br /ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ ได้ทดสอบมือหุ่นยนต์ซึ่งเป็นอุปกรณ์ช่วยผู้ป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรง นายกฯ กล่าวว่า เครื่องมือนี้จะช่วยคนพิการที่เป็นกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือไม่มีนิ้วมือ เหมือนกับไอรอนแมน ทั้งนี้นายกฯ ทดลองให้มือหุ่นยนต์ทำท่าชูนิ้ว โดยนายกฯกล่าวกับตัวแทนนักศึกษาแบบติดตลกว่า ลองให้ชูสองนิ้ว แต่ห้ามชูสามนิ้ว ถ้าจะชูให้ชูแบบนี้ พร้อมทำสัญลักษณ์ไอเลิฟยู พร้อมกันนี้นายกฯ ได้ชมศูนย์บูทนิทรรศการทีวีดีดี เพื่อเศรษฐกิจชุมชน ซึ่งแผ่นป้ายที่นำมาโปรโมตสะกดคำว่า “เศษฐกิจ” แต่ตก “ร” ไป 1 ตัวbr /nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;br /โดย พล.อ.ประยุทธ์ ได้นำปากกามาเขียนเติม “ร” ให้ถูกต้อง พร้อมกล่าวถึงเรื่องการศึกษาว่าจะต้องมีการเรียนรู้และพัฒนาอยู่ตลอดเวลา ทั้งระบบการศึกษาในและนอกระบบ รวมถึงการศึกษานอกโรงเรียนต้องมีการพัฒนาโดยรัฐบาลจะดูแลในทุกส่วน สำหรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้กำหนดกรอบกว้างๆเรื่องการศึกษา ส่วนจะจัดให้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับงบประมาณ กรณีที่มีการเรียกร้องให้จัดการศึกษาฟรี จนถึงชั้นอุดมศึกษานั้น ถามว่าจะเอางบประมาณมากจากที่ใด ขณะเดียวกัน ในส่วนของเกษตรกรหากฝนยังไม่ตก การปลูกข้าวนาปีนาปรัง ขออย่าเพิ่งเริ่มตอนนี้ จะให้รัฐบาลจ่ายเงินชดเชยไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องสร้างความเข้มแข็งnbsp;/p h3span style="color:#0000cd;"พล.อ.ดาว์พงษ์ ชี้มหาวิทยาลัยมีอิสระมากเกินไปแล้ว/span/h3 pขณะที่วานี้nbsp;พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ nbsp;รมว.ศึกษาธิการ(ศธ.) กล่าวถึงกรณีที่ประชุมสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย(ทปสท.) เรียกร้องให้หน่วยงานที่ดูแลสถาบันอุดมศึกษา และ ศธ.ดูแลเรื่องระบบธรรมาภิบาลในมหาวิทยาลัยพร้อมทั้ง สอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อ กรณีที่อาจารย์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏ(มรภ.)พระนคร ก่อเหตุยิงประธานสาขาวิชาบริหารการศึกษาบัณฑิตวิทยาลัย และ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียนเสียชีวิต nbsp;ก่อนผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นอาจารย์ประจำหลักสูตรดังกล่าวจะยิงตัวตาย ว่า ตนพูดมาหลายครั้ง แล้วว่าปัญหาของอุดมศึกษานั้น เป็นความหนักใจของตน เพราะมหาวิทยาลัยมีอิสระ มีกฎหมายเป็นของตนเอง nbsp;ศธ.ไม่สามารถเข้าไปควบคุมอะไรได้มากนัก แต่เมื่อเกิดเหตุขึ้น แน่นอน ว่า ศธ.หนีไม่พ้นความรับผิดชอบ ซึ่งตนเคยบอกสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.)ว่า ก่อนที่มหาวิทยาลัยจะเสนอร่างพ.ร.บ.ของตนเอง สกอ.ควรกลั่นกรองกฎหมายและเพิ่มบทบาทที่จะเข้าไปกำกับดูแล ไม่ใช่ปล่อยโดยไม่ทำอะไรเลย จนมาถึงทุกวันนี้ก็ทำอะไรไม่ได้ ให้อิสระจนหลายครั้งก็เกิดปัญหาลุกลาม/p divต่อข้อถามถึง กรณี มรภ.พระนคร เกิดจากความขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์ในการบริหารจัดการหลักสูตร และ สกอ.ไม่สามารถเข้าไปดูแลค่าเล่าเรียนในระดับบัณฑิตศึกษาได้ จะมีการทบทวนหรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขัดแย้งเกี่ยวผลประโยชน์ในการจัดการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา nbsp;รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า nbsp;ยอมรับว่า ที่ผ่านมา เราให้อิสระกันมาก และขณะนี้ตนก็ยังไม่กล้าลงลึกในรายละเอียด เพราะแต่ละมหาวิทยาลัยก็มีกฎหมายเป็นของตนเอง ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดเป็นเรื่องที่น่าตกใจ จากนี้ไปผู้บริหารของ มรภ.พระนคร คงจะต้องลงไปดูแลบุคลากรภายในมหาวิทยาลัยทั้งคณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา ให้ใกล้ชิดมากขึ้น nbsp;ตนขอฝากถึงครูอาจารย์ด้วยว่า ทุกคนโตแล้ว มีวุฒิภาวะ ดังนั้นต้องรู้ว่า ตัวเองอยู่ในสถานะใด ควรต้องทำตัวอย่างไร เพื่อเป็นตัวอย่างแก่เด็ก และเยาวชน/div divnbsp;/div pที่มา :nbsp;a href="http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/699393"กรุงเทพธุรกิจออนไลน์/a,nbsp;a href="http://www.dailynews.co.th/education/399549"เดลินิวส์/aและa href="http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9590000051891"ผู้จัดการออนไลน์/a/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/ShIBHLIcGug" height="1" width="1" alt=""/

“เรียกรายงานตัวอีกครั้งก็ยังจะอารยะขัดขืน” คำเบิกความ 'รุ่งศิลา' กวีหลังกรงขัง

Tue, 24/05/2016 - 20:46
!--break--!--break-- p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/8/7540/27148956101_a18f6a443e.jpg" style="width: 500px; height: 499px;" /br /span style="color:#ff8c00;"ปรับปรุงจากภาพต้นฉบับของ iLaw/span/p h3span style="color:#0000ff;"ที่มาคดีของกวีต้านรัฐประหารผู้เชี่ยวชาญการทหาร/span/h3 pสิรภพ หรือนามปากกา ‘รุ่งศิลา’ เป็นนักเขียน กวี หนุ่มใหญ่วัย 53 ปี ไว้ผมยาว รูปร่างสูงใหญ่ ดวงตาแข็งกร้าวแต่พูดจาสุภาพ มีเหตุมีผล/p pรุ่งศิลาเป็นเจ้าของบล็อกnbsp; Rungsira ลักษณะเด่นของบล็อกเขาคือ บทวิเคราะห์การเมืองปัจจุบัน โยงไปถึงประวัติศาสตร์การเมือง ที่โดดเด่นอีกอย่างคือบทวิเคราะห์ด้านการทหาร กองกำลังต่างๆ อาวุธยุทโธปกรณ์นานา การอ้างอิงบางส่วนมาจากวิกิพีเดีย ขณะที่อีกหลายส่วนก็ต้องอาศัยวิจารณญาณผู้อ่าน และแน่นอนบทความจำนวนมากนั้นมุ่งเน้นการต่อต้านการรัฐประหาร/p pหลังการรัฐประหาร 22 พ.ค.2557 รายชื่อของเขาปรากฏออกทีวีในประกาศเรียกรายงานตัวกับคสช. ในวันที่ 1 มิ.ย. และสั่งให้รายงานตัววันที่ 3 มิ.ย. แต่เขาไม่ไปรายงานตัว/p pในคืนวันที่ 25 มิถุนายน 2557 เวลา 22.30 น. เขาถูกจู่โจมควบคุมตัวโดยทหารหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ชุดเคลื่อนที่เร็ว ใส่เครื่องแบบครึ่งท่อน ในมือถืออาวุธสงคราม ขับรถปาดหน้ารถยนต์ปิกอัพที่เขาใช้เดินทางในคืนวันฝนตก เขาว่า “ราวกับฉากในหนัง” เหตุเกิดก่อนถึงแยกเข้าตัวเมืองกาฬสินธุ์ผ่านทางมุ่งหน้าไปยังจังหวัดอุบลราชธานี เขาบอกว่าเขาไปที่นั่นเพื่อรอเวลาติดต่อขอสถานะผู้ลี้ภัยทางการเมืองจาก UNHCR องค์กรข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ/p pคำถามสำคัญของเขา คือ คสช.ทำไมจึงมีชื่อนามสกุลจริงของเขา เพราะโดยปกติเขาใช้นามปากกาในการเขียนงานลงบล็อก ไม่เคยร่วมชุมนุมหรือสมาคมกับใคร และมีเพื่อนสนิทเพียง 2 คนเท่านั้นที่ทราบว่านามแฝง “รุ่งศิลา” ตัวจริงคือใคร/p pหลังการควบคุมตัวในค่ายทหาร 7 วันเขาถูกส่งตัวต่อให้ตำรวจกองปราบและแจ้งข้อหาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ไม่มารายงานตัวและต่อมามีข้อหาตามมาตรา 112 และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ด้วยอีกคดีจากผลงาน 3 ชิ้นในบล็อกของเขา เขาถูกคุมขังในเรือนจำจนปัจจุบันเกือบ 2 ปีเต็ม ขาดอีก 1 เดือน/p pผลงาน 3 ชิ้นที่ถูกฟ้อง คือ/p p1.บทกลอนเสียดสีการเมือง โพสต์ในเว็บบอร์ดประชาไท เมื่อ 4 พ.ย.2552/p p2.ภาพการ์ตูนแนวเสียดสี พร้อมข้อความประกอบเป็นเนื้อเพลง “เป็นเทวดาแล้วใยต้องมาเดินดิน.....” โพสต์ในเฟซบุ๊กชื่อ Rungsira เมื่อ 15 ธ.ค.2556/p p3.ข้อความและภาพการ์ตูนล้อเลียนในบล็อกรุ่งศิลา หัวข้อ “เชื้อไขรากเหง้า ‘กบฏบวรเดช’ ที่ยังไม่ตายของเหล่าทาสที่ปล่อยไม่ไป’ เมื่อ 22 ม.ค.2557/p pบ่ายแก่วันก่อนเขาถูกจับกุม 1 วัน ทหารและตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบราว 30 นายบุกค้นสำนักงานรับเหมาก่อสร้างของเขาที่จังหวัดสงขลา นำโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ของทั้งบ้านไปพร้อมทั้งนำตัวลูกสาว 2 คน ลูกชาย 1 คน และหลานอายุ 10 เดือนไปทำการสอบสวนในค่ายทหารในเมืองสงขลา จนกระทั่งเที่ยงคืนกว่าทั้งหมดจึงได้รับการปล่อยตัว/p p“ตอนนั้นตกใจมากเหมือนกันแต่ทำไรไม่ได้ ก็เลยพยายามควบคุมสติไว้ ในใจก็คิดว่าเรื่องมันร้ายแรงขนาดนั้นเลยหรอ เหมือนกับเราไปฆ่าคนตาย เหมือนคดีร้ายแรงมากแบบยาเสพติดหรืออาชญากรรม มันเรื่องใหญ่จริงๆ” พลอยลูกสาวคนกลางกล่าว/p p“ตอนช่วงแรกก็ทำใจลำบากเหมือนกันเพราะครอบครัวเราไม่เคยเจอเรื่องอะไรร้ายแรงขนาดนี้ ถึงพ่อกับลูกจะนานๆ ทีเจอกัน แต่ว่าเราก็ผูกพันกันมากอยู่แล้ว เจอเรื่องอะไรแบบนี้ก็ยากจะรับได้ แล้วยิ่งรู้ว่าพ่อเราไม่ได้เป็นคนไม่ดีถึงขนาดที่ต้องถูกคุมขังในคุก ยิ่งแย่มากค่ะ แต่พอเริ่มผ่านมานานที่พ่ออยู่ในนั้น เราก็ไม่ได้ถึงกับปลง แต่เราก็ต้องทำใจไว้แล้วประมาณนึง ไม่ว่ายังไงก็จะไม่ทิ้งเค้าแน่นอนไม่ว่าเค้าต้องอยู่ในนั้นนานแค่ไหน พลอยจะคอยดูแลพ่อไปจนกว่าเค้าจะได้ออกมามีอิสระอีกครั้งนึง” พลอยกล่าว/p pปัจจุบันเขามีเพียงลูกสาวที่ผลัดกันไปเยี่ยมที่เรือนจำราวเดือนละ 1 ครั้ง/p h3span style="color:#0000ff;"เส้นทางยาวนานของการต่อสู้คดี และ ห้องที่ปิดลับ/span/h3 pเรื่องราวของเขาซ่อนตัวอยู่เงียบๆ หลังลูกกรงเรือนจำมา 2 ปีแล้ว ก่อนหน้านี้เราเคยมีโอกาสพูดคุยกับเขาระหว่างถูกควบคุมตัวถึงเหตุผลที่ไม่ยอมรายงานตัว เขาบอกว่า/p p“มันรู้สึกยอมรับไม่ได้กับการออกมายึดอำนาจทำรัฐประหารตั้งแต่ปี 2549 รับไม่ได้จริงๆ กับความอยุติธรรมที่คนกลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่งกระทำต่อคนส่วนใหญ่ของประเทศนี้ รวมถึงการเข่นฆ่าประชาชนมือเปล่าคนชาติเดียวกันตายนับร้อยศพ บาดเจ็บเป็นพันคน กลางเมืองหลวงของประเทศ โดยกองทหารเดิมๆ อย่างซ้ำซากมากกว่าครึ่งศตวรรษ”/p p“เป็นความซ้ำซาก ย้อนแย้งและล้าหลัง ผมคิดว่าประเทศนี้มีอาการเจ็บป่วยอย่างหนักหนาเหลือเกิน”/p pเขาปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดและยืนยันจะต่อสู้คดี ครอบครัวของเขายื่นประกันอย่างน้อย 3 ครั้งและศาลไม่อนุญาตทุกครั้ง/p pยิ่งไปกว่านั้นเขายังเป็นผู้ต้องขังหนึ่งเดียวที่ร่วมเป็นโจทก์ร่วมกับกลุ่มพลเมืองโต้กลับ ฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพวกในความผิดม. 113 เป็นกบฏล้มล้างการปกครองด้วย คดีนี้ศาลชั้นต้นและอุทธรณ์ต่างก็มีคำสั่ง "ไม่รับฟ้อง"nbsp;/p pคดี 112 นั้นเริ่มสืบพยานปากแรกไปเมื่อวันที่ 10 พ.ค.2559 ที่ผ่านมานี้เอง โดยศาลทหารสั่งพิจารณาคดีลับทำให้ไม่มีใครสามารถเข้ารับฟังและสังเกตการณ์คดีนี้ได้/p pคดีฝ่าฝืนคำสั่งคสช. เริ่มการสืบพยานครั้งแรกไปเมื่อวันที่ 22 ม.ค.2558 อานนท์ ทนายจำเลยระบุว่า พยานโจทก์มี 4-5 ปากโดยส่วนใหญ่เพื่อมายืนยันว่าสิรภพไม่ได้มารายงานตัวจริง ขณะที่ประเด็นคำถามที่จำเลยสงสัย ไม่ว่า คสช.ทราบชื่อนามสกุลจริงเขาได้อย่างไร ชุดปฏิบัติการที่บุกจับกุมเขาบนถนนขณะกำลังเดินทางได้อย่างไร ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะมีการสืบข้อเท็จจริงกันในคดี 112 ซึ่งพิจารณาคดีแบบปิดลับ/p h3span style="color:#0000ff;"“เรียกรายงานตัวอีกครั้งก็จะอารยะขัดขืน”/span/h3 p23 พ.ค.2559 ถึงคราวที่จำเลยในคดีนี้จะขึ้นให้การในคดีฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. หลังถูกขังในเรือนจำเป็นเวลา 1 ปี 11 เดือน สิรภพหรือรุ่งศิลา ถูกเบิกตัวมาจาก แดน 6 เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มายังศาลทหาร เขาถูกใส่ตรวน (กุญแจมือ) ที่ข้อเท้า ขึ้นให้การในชุดนักโทษ เสียงดังฟังชัด ตลอด 2 ชั่วโมง โดยผู้พิพากษาไม่อนุญาตให้ใครจดบันทึก/p pเขาให้การว่ามีภูมิลำเนาอยู่นนทบุรี จบเอกวารสารศาสตร์ แต่ทำอาชีพออกแบบสถาปัตย์และรับเหมาก่อสร้าง ขณะถูกจับกุมมีโปรเจ็คท์ใหญ่อยู่ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มีลูกน้องราว 50 ชีวิต ทหารตำรวจบุกค้นบ้านและคุมตัวลูกๆ ไปสอบในค่ายทหารก่อนปล่อย เขาเองถูกควบคุมตัวที่เขตจังหวัดกาฬสินธ์ ขณะนั่งแท็กซี่จะเดินทางไปยังจังหวัดอุบลราชธานี เขาถูกทหารคุมตัวรวม 7 วัน พร้อมคนขับรถและคนนำทางอีก 1 คน ซึ่งเขาไม่รู้จักมาก่อน ถูกนำตัวไปไว้ที่ค่ายทหารในขอนแก่น มีการสอบสวนเบื้องต้น จากนั้นมีหน่วยการข่าวของส่วนกลางบินไปสอบสวนเขาด้วยตัวเอง ก่อนนำตัวขึ้นรถตู้มาส่งตัวให้กับทหารที่สโมสรกองทัพบกในกรุงเทพฯ nbsp;การสอบสวนในกรุงเทพฯ รอบแรก มีประธานเป็นตำรวจยศ พล.ต.ต. ในปอท. นอกจากนั้นมีเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ทั้งในและนอกเครื่องแบบ ไม่ว่า ดีเอสไอ อัยการสูงสุด เจ้าหน้าที่การข่าวกองทัพภาคที่1 ฝ่ายกฎหมายของ คสช. ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ ฝ่ายข่าวของกอ.รมน. รวมแล้วประมาณ 30 คน ทำการสอบสวน 3 ชั่วโมงกว่า/p pสิรภพให้การกับพวกเขาว่า เป็นนักเขียน เขียนบทกวีการเมือง บทวิเคราะห์การเมืองและการทหารมาตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา เผยแพร่ในอินเทอร์เน็ต คำถามของผู้สอบเน้นข้อข้องใจในบทความเกี่ยวกับการต่อต้านการัฐประหาร กลยุทธ์ทางทหาร และแนวคิดทางการเมือง/p p“จากการพูดคุยแลกเปลี่ยน มีเจ้าหน้าที่บางหน่วยแจ้งว่าได้ติดตามบทความข้าพเจ้ามาตั้งแต่ 2552” สิรภพเบิกความต่อศาล/p pเขาบอกว่าหลังจากนั้นยังมีดีเอสไอ มาทำการสอบสวนเพิ่มเติม จากนั้นก็มีฝ่ายข่าวของกองทัพและคสช.มาพูดคุย ก่อนที่คืนสุดท้ายจะเป็นการสอบสวนใหญ่ ราว 50 คน โดยประธานเป็น พล.อ.คนหนึ่งที่อยู่ในคสช.ที่มาสอบด้วยตัวเอง ประธานได้กล่าวกับเขาว่า ติดตามบทความของเขามาตลอดและมีหลายชิ้นที่ได้นำเข้าไปหารือในวอลล์รูมกองทัพเวลาเกิดเหตุการณ์ไม่สงบหลายครั้งไม่ว่าจะเกิดจากฝ่ายใดสีใด/p pจากนั้นเขาก็ถูกส่งตัวให้ตำรวจกองบังคับการปราบปราม/p pนอกจากนั้นในการให้การต่อศาลนี้เขายังมีโอกาสได้อธิบายถึงเหตุผลที่เขาไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารว่า เขาต่อต้านการรัฐประหารมานานแล้ว เป็นรูปธรรมตั้งแต่ปี 2549 ผ่านการเขียนบล็อก เพราะเห็นว่าข้ออ้างต่างๆ เรื่องคอร์รัปชันหรือการหมิ่นเบื้องสูง ล้วนเป็นข้ออ้างยอดฮิตทุกครั้งในการรัฐประหารเพื่อทำลายการปกครองของรัฐบาลที่มาจากประชาชน เขาเห็นว่า หากมีปัญหาไม่ว่าปัญหาใดๆ ก็ควรแก้ไขปัญหาภายใต้กติกาประชาธิปไตย และให้ประชาชนเป็นคนตัดสินผ่านการเลือกตั้ง/p pและดังนั้น เมื่อเขาแสดงจุดยืนมาเนิ่นนาน เมื่อเกิดรัฐประหารขึ้นอีกครั้งเขาจึงไม่ให้ความร่วมมือใดๆ กับคณะรัฐประหาร เขากล่าวเบิกความด้วยเสียงดังฟังชัด ศาลนัดสืบพยานนัดต่อไปในวันที่ 7 ก.ค.2559/p p“ข้าพเจ้าต่อต้านการรัฐประหารในทางความคิดด้วยความสันติมาตลอด ในเมื่อเกิดการรัฐประหาร ณ เวลานั้น ข้าพเจ้าจึงแสดงกระทำอารยะขัดขืน ไม่ยอมรับอำนาจของกลุ่มบุคคลที่ใช้กำลังอาวุธเข้ามายึดล้มล้างการปกครองของรัฐบาลที่มาจากประชาชน เป็นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข”/p p“ข้าพเจ้าไม่เชื่อว่า คณะรัฐประหาร หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า คณะกบฏ จะรักษาอำนาจอยู่ได้นาน จึงเลือกที่จะปกป้องสิทธิและเสรีภาพ และรัฐธรรมนูญ โดยสันติอหิงสา โดยไม่ใช้ความรุนแรงด้วยการไม่ให้ความร่วมมือใดๆ กับคณะกบฏดังกล่าว”/p pเขายังตอบทนายถามด้วยว่าหากมีการรัฐประหารเกิดขึ้นอีกและมีคำสั่งเรียกเขาไปรายงานตัวอีก เขาจะไปหรือไม่/p p“หากมีรัฐประหารอีกและมีคำสั่งเรียกรายงานตัวอีกครั้ง ข้าพเจ้าก็ยังยืนยันว่าจะไม่ไป”/p pที่น่าสนใจคือ วันเดียวกันกับที่เขาขึ้นเบิกความในคดีฝ่าฝืนคำสั่งคสช.ฯ ศาลฏีกาก็มีคำสั่งรับคดีที่เขาและคนอื่นๆ ในกลุ่มพลเมืองโต้กลับฟ้องคสช.ในมาตรา 113 ไว้พิจารณา พอดิบพอดี/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/iWfyvdXij-k" height="1" width="1" alt=""/

เกษียร เตชะพีระ

Tue, 24/05/2016 - 20:37
div class="field field-type-filefield field-field-picture-small" div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/quote/2016/05/65950" class="imagecache imagecache-100x100pixel_news_icon imagecache-linked imagecache-100x100pixel_news_icon_linked"img src="http://prachatai.org/sites/default/files/imagecache/100x100pixel_news_icon/files/picturesmall/cats-crop_454.jpg" alt="" title="" width="100" height="100" class="imagecache imagecache-100x100pixel_news_icon"//a /div /div /div p"ในที่สุดมันคงต้องถอยกลับไปสู่จุดที่ว่า อะไรคือข้อตกลงขั้นต่ำสุดที่ทุกฝ่ายพอจะยอมรับได้ แล้วเริ่มสร้างจากอันนั้น อำนาจนำสร้างได้ ใช้เวลานานหน่อย แต่ต้องเริ่มจากข้อตกลงขั้นต่ำสุดที่ทุกฝ่ายพอจะยอมรับได้ ในความรู้สึกของผม ซึ่งพูดไปบางกลุ่มเขาก็ไม่พอใจเท่าไร นั่นคือ ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข...อันนี้มันต่ำสุดที่ทุกฝ่ายพอจะเห็นพ้องต้องกันได้ และการตีความมันมีชีวิตของมันเอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ในพ.ศ.นี้และในอีก 10 ปีข้างหน้า ความหมายก็อาจไม่เหมือนกัน"/p div class="field field-type-text field-field-quote-detail" div class="field-items" div class="field-item odd" ใน เราจะไปทางไหน#6: เกษียร เตชะพีระ ‘Deep state ปะทะ Deep society’ สู้อย่างไรในศึกยาว /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/dVl8ri97yQs" height="1" width="1" alt=""/

ทนายคดีเกาะเต่ายื่นอุทธรณ์คำพิพากษาประหารชีวิต

Tue, 24/05/2016 - 20:25
pอุทธรณ์คำพิพากษาประหารชีวิตคดีฆ่า-ข่มขืนนักท่องเที่ยวอังกฤษที่เกาะเต่า ค้านประเด็นความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐานดีเอ็นเอ ชี้การดำเนินคดีกับจำเลยก่อนฟ้องคดีไม่ชอบด้วยกฎหมายnbsp;คำรับสารภาพที่โจทก์อ้างต่อศาลในชั้นสอบสวนถูกทำขึ้นโดยไม่สมัครใจ ฯลฯ/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/8/7756/26611868213_39e9511d96_z.jpg" style="width: 640px; height: 360px;" //p p23 พ.ค. 2559 สืบเนื่องจากคดีที่ศาลจังหวัดเกาะสมุยพิพากษาลงโทษประหารชีวิตแรงงานข้ามชาติพม่าสองคน เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2558 ในข้อหาข่มขืนและฆ่านักท่องเที่ยวหญิง และฆ่านักท่องเที่ยวชายชาวอังกฤษทั้งสองคนที่เกาะเต่า เมื่อกันยายน 2557/p pวันนี้ คณะทนายความอาสาจากสภาทนายความ ซึ่งรับทำหน้าที่ทนายความจำเลย ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นต่อศาลจังหวัดเกาะสมุย เมื่อเวลา 09.00 น./p pโดยมีมารดาของจำเลยทั้งสอง นางเมย เตียน และนางพิว ฉ่วย นุ มารดาของนายซอลิน และนายไว เพียว ที่เดินทางมาจากรัฐยะไข่ อยู่ร่วมขณะทำการยื่นอุทธรณ์ด้วย และหลังจากนั้นจะไปเยี่ยมบุตรชายที่เรือนจำบางขวาง ที่จังหวัดนนทบุรี/p pในแถลงการณ์ต่อสื่อมวลชน ระบุว่า การจัดเตรียมอุทธรณ์จำนวน 198 หน้า ใช้เวลาดำเนินการกว่า 5 เดือน อย่างต่อเนื่องโดยคณะทนายความ สภาทนายความ นักแปลชาวพม่า ออสเตรเลีย และอังกฤษ พร้อมทั้งผู้ช่วยเหลือและที่ปรึกษา เพื่อให้ได้เนื้อหาในการอุทธรณ์สมบูรณ์ที่สุดในการแสวงหาการพิจารณาคดีที่เป็นธรรมและมีความมั่นใจว่า จำเลยทั้งสองจะได้รับการปกป้องสิทธิอย่างเพียงพอ/p pสำหรับคำฟ้องอุทธรณ์กล่าวถึงหลักการพื้นฐานของทนายความฝ่ายจำเลย ที่ได้เสนอไประหว่างการสืบพยาน 13 ปากในศาล เพื่อเป็นกรอบว่า พยานหลักฐานฝ่ายจำเลยนั้น มีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด และขอให้ศาลอาญาภาค 8 มีคำพิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลจะพิจารณาคำอุทธรณ์ของจำเลยและเปรียบเทียบความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐานของโจทก์และจำเลยทั้งสองฝ่ายควบคู่กันไปbr /br /การอุทธรณ์กว่าครึ่งเป็นการคัดค้านประเด็นหลักการเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐานดีเอ็นเอ ที่ศาลจังหวัดเกาะสมุยตัดสินว่า ดีเอ็นเอจากสถานที่เกิดเหตุ/ฆาตกรรมตรงกับจำเลยทั้งสองโดยสิ้นสงสัย ‘ตามหลักสากล’ ฝ่ายจำเลยยืนยันว่าหลักฐาน รวมทั้งที่อ้างว่ามาจากก้นบุหรี่ น้ำอสุจิ และน้ำลาย ไม่สามารถเชื่อถือรับฟังและไม่ควรนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของคำพิพากษา เนื่องจากการเก็บทดสอบ วิเคราะห์ และ/หรือรายงาน ไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล ด้านนิติวิทยาศาสตร์ ได้แก่ ISO17025 และ ILAC G19 ตัวอย่างดีเอ็นเอที่ศาลรับฟังและใช้ในการพิพากษามีข้อบกพร่อง ทั้งที่ศาลยอมรับว่า อาจจะเกิดการปนเปื้อนของดีเอ็นเอ การทดสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ ไม่มีการส่งการทดสอบให้ศาล คงมีแต่เพียงการสืบพยานด้วยวาจา ซึ่งเป็นพยานบอกเล่า รวมทั้ง พยานหลักฐานก้นบุหรี่ และศาลได้ใช้พยานหลักฐานเหล่านี้ยืนยันและรับฟังว่า การสอบสวน และข้อมูลดีเอ็นเอของจำเลยทั้งสองกับที่พบในหญิงผู้ตาย ตรงกัน การอุทธรณ์จะมีการนำเสนอว่า ไม่ควรพิจารณาพยานหลักฐานว่าจำเลยได้ข่มขืนผู้ตายอย่างรุนแรงและฆ่าผู้ตายฝ่ายหญิง หรือฆ่าผู้ตายฝ่ายชาย และมิใช่ความน่าเชื่อถือโดยสิ้นสงสัยbr /br /นอกจากนั้น ยังได้อุทธรณ์อีกว่า ศาลจังหวัดเกาะสมุยอาจพิพากษาไปโดยไม่ได้รับฟังข้อโต้แย้งของฝ่ายจำเลย ดังนี้:/p p1. การดำเนินคดีกับจำเลยก่อนฟ้องคดี ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะกระบวนการสอบสวนหลังการจับกุมและแจ้งข้อหาไม่ถูกต้อง มีการสอบสวนในฐานะพยาน แต่กลับมีคำรับสารภาพคดีฆ่าและข่มขืนกระทำชำเราในคำให้การนั้น โดยไม่มีทนายความหรือบุคคลที่จำเลยไว้ใจร่วมอยู่ในการสอบสวนด้วย และไม่มีการแจ้งสิทธิของผู้ต้องหาในคดีอาญาหรือการอธิบายลักษณะของข้อหาอันเป็นเหตุในการจับกุมให้ผู้ต้องหาฟัง อีกทั้ง ไม่มีการจัดล่ามแปลภาษาและทนายความของผู้ต้องหาเพื่อปกป้องสิทธิทางกฎหมายให้อย่างถูกต้องและเหมาะสม โดยระบุถึงการนำตัวอย่างดีเอ็นเอไปโดยไม่สมัครใจ จึงเสนอว่า พยานหลักฐานในชั้นนี้ ศาลไม่ควรรับฟัง/p p2. คำรับสารภาพที่โจทก์อ้างต่อศาลในชั้นสอบสวน ถูกทำขึ้นโดยไม่สมัครใจ เพราะเหตุที่จำเลยถูกทรมานและข่มขู่จนทำให้เกิดความเกรงกลัวว่าจะมีอันตรายต่อชีวิตและความปลอดภัย โดยมักมีแรงงานข้ามชาติบนเกาะเต่ารายงานว่า ถูกกระทำทารุณอยู่เสมอ คำสารภาพที่เป็นลายลักษณ์อักษร แม้มีการลงชื่อไว้ ก็ไม่อาจรับฟังได้ รวมทั้ง เอกสารอื่นๆ ที่ถูกบังคับให้ลงชื่อ โดยไม่ทราบถึงผลที่เกิดขึ้น คำสารภาพหรือการจำลองเหตุการณ์ที่ได้มีการบันทึกวิดีโอส่งศาลในคดีนี้ จึงมีขึ้นโดยจำเลยไม่สมัครใจ กระทำไปเพราะถูกข่มขู่ว่า จะมีการใช้ความรุนแรง แล้วจึงเสนอว่า พยานหลักฐานเหล่านี้ ศาลไม่ควรรับฟังและเป็นพยานหลักฐานที่ไม่อาจรับฟังได้/p p3. จำเลยไม่เกี่ยวข้องกับอาวุธที่ใช้ก่อเหตุฆาตกรรม (จอบ) เพราะไม่ปรากฏดีเอ็นเอของจำเลยที่จอบ แต่ปรากฏข้อมูลดีเอ็นเอของบุคคลอื่นแทน/p p4. หลักฐานดีเอ็นเอที่อ้างว่า เชื่อมโยงจำเลย พยานวัตถุหรือหลักฐานแวดล้อมทั้งหมดที่สามารถจะยืนยันความผิดจำเลย ขาดความน่าเชื่อถือและไม่อาจรับฟังได้ เพราะกระบวนการจัดเก็บ การทดสอบ หรือการวิเคราะห์ตามหลักสากลที่ได้รับการยอมรับ เช่น มาตรฐาน ISO17025 ทำให้หลักฐานนี้ไม่อาจนำมายืนยันความผิดจำเลยโดยปราศจากข้อสงสัยใดๆ ว่า กระทำการข่มขืนชำเราผู้ตายเพศหญิง หรือฆ่าผู้ตายเพศหญิงและเพศชายได้ ซึ่งรวมทั้ง หลักฐานทางวัตถุที่จะเชื่อมโยงจำเลยเข้ากับสถานที่เกิดเหตุ เช่น ก้นบุหรี่ การลักโทรศัพท์มือถือและแว่นกันแดดของผู้ตายเพศชาย รวมถึง “ชายที่กำลังวิ่ง” ที่ถูกจับภาพได้ในกล้องวงจรปิด/p p5. สำนวนของโจทก์ขาดหลักฐานชิ้นสำคัญที่จำเป็นในการพิสูจน์ความผิดของจำเลย ซึ่งรวมถึงภาพถ่ายสถานที่เกิดเหตุ รายงานการชันสูตรพลิกศพ และขั้นตอนกระบวนการวิเคราะห์ดีเอ็นเอ เอกสารเกี่ยวกับหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่อยู่ในความควบคุม และบันทึกห้องปฏิบัติการเกี่ยวกับการวิเคราะห์ดีเอ็นเออย่างละเอียด นอกจากนี้ เสื้อผ้าและผิวตามร่างกายของผู้ตายเพศหญิงซึ่งคาดว่า จะมีร่องรอยดีเอ็นเอที่สำคัญของผู้กระทำผิด ยังคงไม่ถูกตรวจสอบหรืออาจมีการตรวจสอบ แต่กลับไม่นำมารวมอยู่ในสำนวนคดีของโจทก์หรืออ้างในบัญชีระบุพยาน ซึ่งดูน่าสงสัย ภาพที่ตัดจากกล้องวงจรปิดที่โจทก์นำเสนอ ไม่สมบูรณ์และไม่มีการเสนอหลักฐานรอยพิมพ์ลายนิ้วมือหรือรอยเท้า แต่อย่างใดbr /br /บทสรุปในตอนท้ายของคำอุทธรณ์ จำเลยยืนยันโดยขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้งสองเสีย ด้วยเหตุผลดังที่กล่าวไว้ในอุทธรณ์ทั้งหมด/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/SYf2N7xxrnU" height="1" width="1" alt=""/

องค์กรวิชาชีพสื่อหารือกรณีถ่ายทอดสด 'ยิงตัวตาย' ยันทำตามหลักรายงานข่าว

Tue, 24/05/2016 - 19:24
divองค์กรวิชาชีพสื่อ ประชุมร่วมตัวแทนกอง บ.ก.-สื่อทีวี หารือกรณีถ่ายทอดสดอาจารย์มหาวิทยาลัยยิงตัวตาย ชี้รายงานด้วยความระมัดระวังแล้ว แต่ก็มีข้อผิดพลาดจากสถานการณ์ที่แปรผัน-เหนือการควบคุม ทำให้เผยแพร่ภาพไม่เหมาะสมบางช่วง ยันทำหน้าที่ตามหลักการรายงานข่าวที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ-มีคุณค่าข่าว ด้านnbsp;ไทยพีบีเอส แจงการรายงานสด ยันรายงานในกรอบจริยธรรม-กฎหมายnbsp;เนชั่นทีวีแจง ทีวี 4 ช่องคุยคณะอนุ กสทช. รับหลุดภาพสุ่มเสี่ยง พร้อมหาทางป้องกันในอนาคต/div p!--break--!--break--/p p24 พ.ค. 2559 สืบเนื่องจากการถ่ายทอดสดและเสนอข่าวเหตุการณ์ล้อมจับผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรมเมื่อ 19 พ.ค. ที่ผ่านมา a href="https://www.facebook.com/thaibja/posts/786966014774330"เพจเฟซบุ๊กของสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย/a รายงานว่า วันนี้ (24 พ.ค.2559) สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ได้เชิญตัวแทนบรรณาธิการและตัวแทนจากสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ ร่วมประชุมหารือถึงเสียงสะท้อนและการวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมต่อการทำหน้าที่และบทบาทของสื่อในกรณีดังกล่าว/p pโดยที่ประชุมยอมรับว่าถึงแม้สถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ ที่รายงานข่าวและถ่ายทอดสดเหตุการณ์อย่างต่อเนื่องได้พยายามทำหน้าที่ตามมาตรฐานวิชาชีพในการรายงานเหตุการณ์ด้วยความระมัดระวังแล้วก็ตาม แต่ก็มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นเนื่องจากสถานการณ์ที่แปรผันและอยู่เหนือการควบคุมตลอดเวลาและทำให้เผยแพร่ภาพบางช่วงที่ไม่เหมาะสมและสร้างความตื่นตระหนก จนทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่ของสื่อมวลชนจากสังคม/p pที่ประชุมยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นบทเรียนครั้งสำคัญของสื่อมวลชน แต่ทั้งนี้ก็ยืนยันว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการทำหน้าที่ตามหลักการการรายงานข่าวที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะและมีความสำคัญในเชิงคุณค่าข่าว เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องจากกรณีฆาตกรรมที่สะเทือนความรู้สึกของคนในสังคมก่อนหน้านี้/p pที่ประชุมเห็นร่วมกันที่จะยกกรณีดังกล่าวขึ้นมาถอดบทเรียนและหารือร่วมกัน เพื่อสร้างมาตรฐานในการปฏิบัติหน้าที่ โดยคำนึงถึงสิทธิส่วนบุคคล ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ไม่สร้างความตื่นตระหนกและความหวาดกลัวเกิดขึ้นในสังคม/p pในเบื้องต้นที่ประชุมเห็นชอบที่นำแนวปฏิบัติจริยธรรมการรายงานข่าวที่ 5 องค์กรสื่อได้ร่างขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการรายงานที่ไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ตกเป็นข่าว เป็นแนวทางในการปฏิบัติ นอกจากนั้นในแต่ละกองบรรณาธิการของสถานีโทรทัศน์จะกลับไปทบทวนกระบวนการทำงานในกรณีที่เกิดขึ้น เพื่อนำไปสู่การยกระดับการทำหน้าที่ตามมาตรฐานจริยธรรมสื่อมวลชนต่อไป พร้อมๆ กับที่จะหารือกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อหาแนวทางในการสร้างการมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการทำหน้าที่สื่อมวลชน/p pที่ประชุม ระบุว่า ขอแสดงความขอบคุณต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่มีต่อบทบาทการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน ซึ่งถือว่าเป็นกระจกสะท้อนการทำงานของสื่อมวลชนให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น และสร้างความตระหนักให้กับสื่อมวลชนในการรายงานเหตุการณ์ โดยเฉพาะการเสนอภาพข่าวที่สุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลและกระตุ้นให้เกิดความรุนแรงและการเลียนแบบ/p pที่ประชุมตัวแทนกองบรรณาธิการและตัวแทนของสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ มีความเชื่อมั่นว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีส่วนสำคัญที่ทำให้สื่อมวลชนได้ทบทวนบทบาทตนเองเพื่อนำไปสู่การทำหน้าที่เพื่อประโยชน์สูงสุดของสังคมต่อไป/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/8/7576/26608660324_1912f4a3b8_c.jpg" style="width: 566px; height: 800px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/8/7329/26608658114_8c682aa969_c.jpg" style="width: 566px; height: 800px;" //p p style="text-align: center;"nbsp;/p pbr /strongไทยพีบีเอส แจงการรายงานสด ยันรายงานในกรอบจริยธรรม-กฎหมาย/strong/p pวันเดียวกัน องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) เผยแพร่a href="http://news.thaipbs.or.th/content/252563"คำชี้แจงการรายงานสด/aเหตุการณ์ดังกล่าว ระบุว่า สืบเนื่องจากการรายงานข่าวเหตุการณ์ดังกล่าวทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 19 พฤษภาคม ซึ่งมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่ของไทยพีบีเอสว่าไม่เหมาะสมและอาจขัดต่อพ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะ (ส.ส.ท.)nbsp;/p pส.ส.ท.ขอชี้แจงการทำหน้าที่ในวันดังกล่าวดังนี้br /1. สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เริ่มรายงานเหตุการณ์ดังกล่าวในช่วงทันข่าว เวลา 15.00 น. ใช้เวลา 4.10 นาที หลังจากนั้นได้ตัดเข้ารายงานข่าวด่วนอีก 2 ครั้ง ช่วงเวลา 15.36 น. ใช้เวลา 6 นาที และช่วงเวลา 15.45 น.ใช้เวลา 8 นาทีbr /br /2. ต่อมาสำนักข่าวได้ประเมินสถานการณ์ว่า มีความพยายามจะจับกุมตัวผู้ต้องหาเพื่อยุติเหตุการณ์โดยเร็ว สำนักข่าวจึงได้ขออนุมัติรองผู้อำนวยการส.ส.ท. เพื่อถ่ายทอดสด โดยที่รองผู้อำนวยการส.ส.ท. ได้กำชับให้ระมัดระวังการนำเสนอไม่ให้มีภาพความรุนแรง เช่น ภาพผู้ต้องหาถือปืน รวมทั้งให้หลีกเลี่ยงการรายงานภาพผู้ต้องหาbr /br /การรายงานสดช่วงนี้ เริ่มเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น.ใช้เวลาประมาณ 1.02 ชั่วโมง และมีการรายงานทาง Facebook Live ในช่วงเวลาเดียวกันใช้เวลาประมาณ 51 นาที/p pการรายงานสดเหตุการณ์นี้ตัดสินใจบนเหตุผลว่า เป็นการติดตามจับกุมผู้ต้องหาคดีอุกฉกรรจ์ที่อยู่ในความสนใจของสาธารณะ โดยที่ผู้ปฏิบัติงานได้ถูกกำชับให้ระมัดระวังมิให้เผยแพร่ภาพความรุนแรงและละเมิดสิทธิผู้ต้องหา และไม่ได้มีเจตนาต้องการถ่ายทอดเหตุการณ์ผู้ต้องหาพยายามฆ่าตัวตายแต่อย่างใด ตรงกันข้ามในระหว่างการรายงานสดได้มีการสัมภาษณ์นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน จิตแพทย์เพื่อหาทางออกเหตุการณ์นี้อย่างสันติวิธี/p pอย่างไรก็ตามเมื่อเหตุการณ์มีแนวโน้มยืดเยื้อ อาจเกิดเหตุรุนแรงที่ไม่คาดคิด รองผู้อำนวยการส.ส.ท.ก็ได้สั่งการให้ยุติการถ่ายทอดสดเมื่อเวลาประมาณ 17.02 น.br /br /คณะผู้บริหารส.ส.ท.มีความตระหนักและน้อมรับคำวิพากษ์วิจารณ์ และขออภัยต่อการปฏิบัติหน้าที่ที่ก่อให้เกิดความไม่สบายใจต่อสาธารณะ/p pบทเรียนอันมีค่าจากกรณีนี้ นอกจากจากการขออภัยต่อสาธารณะแล้ว ฝ่ายบริหารได้เน้นย้ำในแนวทางการรายงานข่าวเหตุการณ์รุนแรงหรือมีแนวโน้มที่จะเกิดความรุนแรง ให้มีความระมัดระวังอยู่ในกรอบจริยธรรมและกฏหมาย รวมทั้งจะเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษหากจำเป็นต้องมีการรายงานข่าวเหตุการณ์สำคัญในช่วงเวลาที่มีการออกอากาศรายการที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กและเยาวชน ส.ส.ท. ขอยืนยันว่า จะยึดมั่นในหลักจริยธรรมของสื่อสาธารณะ และพร้อมจะเป็นกลไกหนึ่งของความร่วมมือพัฒนามาตรฐานวิชาชีพสื่อในสังคมต่อไป อีกทั้งจะมีการประชุมถอดบทเรียนการรายงานข่าวเหตุการณ์นี้ เพื่อให้การทำงานมีมาตรฐานที่ดียิ่งขึ้น/p pnbsp;/p pstrongเนชั่นทีวีแจง ทีวี 4 ช่องคุยคณะอนุ กสทช. รับหลุดภาพสุ่มเสี่ยง พร้อมหาทางป้องกันในอนาคต/strongbr /ด้านa href="http://www.nationtv.tv/main/content/social/378502698/"เนชั่นทีวี /aโดย วีระศักดิ์ พงศ์อักษรnbsp;บรรณาธิการบริหาร เนชั่นทีวี เขียนถึงผู้ชมเนชั่นทีวี โดยระบุว่า วานนี้ เวลา 14.30 น. เนชั่นทีวี และสื่อทีวีอีก 3 ช่อง ได้แก่ ไทยรัฐ-สปริงนิวส์ -ทีเอ็นเอ็น24 เข้าชี้แจงกับ คณะอนุกรรมการด้านผังรายการและเนื้อหารายการ กสทช. กรณี Breaking News เกาะติดสถานการณ์และถ่ายทอดสด อาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ผู้ต้องหาฆ่า 2 อาจารย์เอาปืนจ่อหัวตัวเองและฆ่าตัวตายในที่สุด/p pวีระศักดิ์ ระบุว่า คณะอนุกรรมการฯ เปิดโอกาส ให้แต่ละช่องชี้แจง โดยประเด็นหลักที่กรรมการหลายท่านติดใจ คือ 1.ข่าวนี้มีประโยชน์ต่อสาธารณชนมากน้อยแค่ไหน เพราะกรรมการหลายท่านมองเป็นเรื่องส่วนตัวของอาจารย์ มากกว่าที่จะเป็นประโยชน์โดยรวม 2.ทำไมต้องถ่ายทอดสด กินระยะเวลายาวนาน 4-5 ชั่วโมง แค่ Breaking News สั้นๆ ก็พอ 3.กดดันอาจารย์ จนต้องฆ่าตัวตายหรือไม่/p pวีระศักดิ์ ระบุว่า บรรยากาศการพูดคุยหารือ ทั้ง 4 ช่อง "ยอมรับความผิด" ว่าระหว่างที่ถ่ายทอดยาวนาน มีหลายครั้งที่ภาพสุ่มเสี่ยง ที่จะละเมิดและไม่เหมาะสม น้อมรับที่จะหาช่องทางป้องกันในอนาคต แม้ว่าจะใช้วิธีเบลอภาพ/บิดบังภาพที่ไม่เหมาะสม/ภาพระยะไกล เป็นต้น/p pวีระศักดิ์ ระบุด้วยว่า ทั้งนี้ ประธานในที่ประชุม พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ จะรวบรวมคำถามของกรรมการแต่ละท่าน ซึ่งประมาณ 10-15 คำถาม จัดส่งมายังทั้ง 4 ช่อง เพื่อให้ตอบกลับมาอย่างเป็นทางการ เพื่อประกอบพิจารณาว่า มีความเหมาะสมในการถ่ายทอดมากน้อยแค่ไหน รวมถึงขอข้อเสนอแนะจากทั้ง 4 ช่องและอีกหลายช่องที่จะเชิญมาชี้หลังจากนี้ ว่ามีข้อเสนอแนวทาง หรือวางกติการ่วมกันอย่างไร/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/GhVlI2Z4mdU" height="1" width="1" alt=""/

จม.ถึงหอศิลป์กวางจูฉบับที่ 2 ขอให้ติดตั้งจดหมายประท้วงคู่ผลงานศิลปะยุค กปปส.

Tue, 24/05/2016 - 18:59
pกรณีหอศิลป์กวางจู แสดงผลงานศิลปะยุค กปปส. ในงานรำลึก 36 ปีสลายการชุมนุมกวางจูปี 1980 ล่าสุดบุคคลหลายวงการยื่นจดหมายเปิดผนึก กวป. ฉบับที่ 2 ถึงภัณฑารักษ์ ชี้แจงบริบทการเมืองไทย ความร่วมมือระหว่างศิลปิน Art Lane และ กปปส. และเรียกร้องให้พิมพ์จดหมายเปิดผนึกของ กวป. ติดตั้งคู่กับผลงานแสดงของสุธี คุณาวิชยานนท์ ที่หอศิลป์กวางจู/p p!--break--!--break--/p pด้านอำมฤทธิ์ ชูสุวรรณnbsp;หัวหน้าศิลปินกลุ่ม Art Lane นึกว่าเป็นการกดดันให้ถอดงานแสดง จึงทำจดหมายเข้าชื่อกันเพื่อสนับสนุนสุธี ยืนยันว่าสุธีไม่สนับสนุนเผด็จการทหาร ผลงานของสุธีไม่เคยมีความบกพร่อง เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/8/7008/26959026352_e3a7f72035_z.jpg" style="width: 560px; height: 374px;" //p pstrongspan style="color:#ff8c00;"สุธี คุณาวิชยานนท์ ถ่ายภาพคู่กับศิลปินชาวเวียดนาม เลอดุกไฮ (ซ้าย) และ เลองอกทัน (ขวา) ข้างหลังคือผลงานแสดงของสุธี ชุด nbsp;'Thai Uprising' ผลงานศิลปะของเขาในการชุมนุม กปปส. ระหว่างปี 2556 - 2557 (ที่มา: facebookpage//spana href="https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10206903869770364amp;set=pcb.10206903914531483amp;type=3amp;theater"span style="color:#ff8c00;"Hai Duc Le/span/aspan style="color:#ff8c00;")/span/strong/p pnbsp;/p p24 พ.ค. 2559 กรณีที่สุธี คุณาวิชยานนท์ อาจารย์ประจำคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร นำผลงานศิลปะไปแสดงที่หอศิลปะเมืองกวางจู ประเทศเกาหลีใต้ ในเทศกาลประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชนและสันติภาพ จัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ 18 พฤษภาคม ค.ศ. 1980 (พ.ศ. 2523) โดยนิทรรศการซึ่งมีผลงานของศิลปิน 5 ประเทศ มีพิธีเปิดเมื่อ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา และจัดแสดงจนถึงวันที่ 15 สิงหาคม โดยผลงานส่วนหนึ่งของสุธีเป็นศิลปะในช่วงการชุมนุม กปปส. ระหว่างปี 2556-2557 ซึ่งต่อต้านการเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ และปูทางไปสู่การรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 และต่อมามีบุคคลหลายวงการในประเทศไทยลงลายชื่อท้ายจดหมายเปิดผนึกในนาม "กลุ่มนักกิจกรรมวัฒนธรรมเพื่อประชาธิปไตย" หรือ กวป. ทักท้วงลิม จองยัง ภัณฑารักษ์ของนิทรรศการ เพื่อสอบถามเหตุผลในการคัดเลือกผลงานแสดงศิลปะของเขานั้น a href="http://prachatai.org/journal/2016/05/65820"(อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง)/a/p pต่อมาในวันที่ 18 พ.ค. สุธี ได้เขียนจดหมายชี้แจงไปถึงภัณฑารักษ์ของนิทรรศการดังกล่าวชี้แจงว่าเขาและคนไทยหลายล้านคนใช้สิทธิทางประชาธิปไตยด้วยการประท้วงบนท้องถนน ต่อต้านการใช้อำนาจบิดเบือนของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งทำให้เกิดรัฐประหารขึ้น กิจกรรมและความเชื่อของเขามีความเที่ยงตรง เทียบเท่ากับความทะเยอทะยานของผู้คนที่เข้าร่วมในการลุกฮือจลาจลกวางจู เมื่อปี 1980 ย้ำคนใส่ร้ายเป็นพวกยิ่งลักษณ์ เป็นกลุ่มคนที่ต้องรับผิดชอบต่อการเกิดรัฐทหารปัจจุบัน a href="http://prachatai.org/journal/2016/05/65859"(อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง)/a/p pnbsp;/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c1.staticflickr.com/1/727/20761110081_1e40e6e496_o.jpg" style="width: 560px; height: 373px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/6/5798/20567445389_6374bc47fd_o.jpg" style="width: 560px; height: 373px;" //p pspan style="color:#ff8c00;"strongหอจดหมายเหตุ 518 ที่เมืองกวางจู ประเทศเกาหลีใต้ เป็นสถานที่จัดแสดงข้อมูล ภาพ และวัตถุที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยในเกาหลีใต้ นอกจากนี้ยังมีส่วนจัดแสดงข้อมูลการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในประเทศต่างๆ ของเอเชียด้วย a href="https://www.flickr.com/photos/prachatai/sets/72157657530045452/"(คลิกเพื่อชมภาพหอจดหมายเหตุ 518)/a/strong/span/p pnbsp;/p pstrongกวป. ออกจดหมายเปิดผนึกฉบับที่ 2 เรียกร้องพิมพ์จดหมายประท้วงติดคู่ผลงานของสุธี/strong/p pล่าสุด "กลุ่มนักกิจกรรมวัฒนธรรมเพื่อประชาธิปไตย" ได้ออกจดหมายเปิดผนึกฉบับที่ 2 ถึงภัณฑารักษ์ชาวเกาหลีใต้ โดยชี้แจงบริบททางการเมืองในประเทศไทย ความร่วมมือระหว่างศิลปินที่จัดกิจกรรมอาร์ตเลนและ กปปส. นอกจากนี้เรียกร้องให้ภัณฑารักษ์และกรรมการบริหารของหอศิลปะเมืองกวางจู กล่าวขอโทษต่อความไม่เข้าใจในเรื่องวิกฤตการณ์ทางการเมืองไทยจนนำไปสู่การเชื้อเชิญสุธี คุณาวิชานนท์เข้าร่วมการรำลึกการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยเมืองกวางจู โดยทำเป็นภาษาเกาหลี ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ/p pนอกจากนี้ยังเรียกร้องพิมพ์จดหมายเปิดผนึกของ กวป. ติดตั้งคู่กับผลงานแสดงของสุธีที่หอศิลปะเมืองกวางจู และให้จัดพิมพ์จดหมายเปิดผนึก จดหมายโต้ตอบ ทั้งฝ่าย กวป. สุธีและผู้สนับสนุน ตลอดจนจดหมายของภัณฑารักษ์โดยหอศิลปะวัฒนธรรมเมืองกวางจู รวบรวมไว้ในหอจดหมายเหตุ 518 em"เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย และคนรุ่นหลังจะเป็นผู้ตัดสินการกระทำของเราในวันนี้" /emโดยจดหมายเปิดผนึกของ กวป. ฉบับที่ 2 รายละเอียดอยู่ที่ท้ายข่าว/p pnbsp;/p pstrongหัวหน้ากลุ่ม Art Lane ล่าชื่อหนุนสุธี ยันไม่สนับสนุนเผด็จการทหาร ผลงานไม่เคยบกพร่อง/strong/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/8/7506/26940847020_e3e2896628_z.jpg" style="width: 560px; height: 315px;" //p pspan style="color:#ff8c00;"strongspan id="yui_3_16_0_ym19_1_1461907031500_4494"อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ หัวหน้ากลุ่ม Art Lane (คนที่ 3 จากซ้าย) ร่วมแถลงข่าวจัดงานnbsp;/spanArt lane #9span id="yui_3_16_0_ym19_1_1461907031500_4495"nbsp;อิน แปซิฟิก ซิตี้ คลับ เมื่อ 29 เมษายน 2559 โดยเป็นความร่วมมือกับมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อประมูลผลงานของศิลปิน Art Lane ระหว่างวันที่ 12-17 พฤษภาคม เพื่อหารายได้ก่อสร้างอาคารเรียน วิทยาลัยอาชีวศึกษาภาวนาโพธิคุณ (ที่มา: แฟ้มภาพ/a href="http://www.matichon.co.th/news/120980"มติชนออนไลน์/a)/span/strong/span/p pnbsp;/p pอนึ่ง a href="https://www.facebook.com/nitikorn.kraivixien/posts/10209936761042295?pnref=story"มติชนออนไลน์/a รายงานเมื่อวันที่ 23 พ.ค. ว่า เฟซบุ๊กของ ชลิต นาคพะวัน อาชีพศิลปิน และนิติกร กรัยวิเชียร อาชีพช่างภาพ ได้เผยแพร่จดหมายฉบับหนึ่งซึ่งลงชื่อว่าเป็นของ อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ หัวหน้าศิลปินกลุ่ม Art Lane และยังมีตำแหน่งเป็นคณบดีคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยมีผู้ร่วมกันลงชื่อท้ายจดหมายดังกล่าวเพื่อยืนยันว่าประวัติการทำงานของสุธีนั้น "ไม่มีแนวทางและแนวความคิดในการสนับสนุนเผด็จการทหารแต่อย่างใด รวมทั้งในประวัติการแสดงงานศิลปะของ รศ.สุธี ไม่เคยมีความบกพร่อง รวมทั้งมีผลงานเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้" โดยจดหมายเปิดผนึกที่ลงชื่อโดยอำมฤทธิ์ อยู่ที่ท้ายข่าว/p pมติชนออนไลน์ ระบุว่า มีผู้ร่วมลงชื่อเป็นจำนวนมากในหลากหลายสาขาอาชีพ อาทิ อาจารย์มหาวิทยาลัย ศิลปิน นางแบบ ผู้กำกับการแสดง ช่างภาพ บรรณาธิการนิตยสาร และผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัว เช่น รศ.ดร.สุภาวี ศิรินคราภรณ์ อาจารย์คณะมัณฑนศิลป์ ม.ศิลปากร, รศ.สิทธิพร ภิรมย์รื่น อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.ศิลปากร, ลูกปลิว จันทร์พุดซา อาจารย์คณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ ม.ศิลปากร, อัญชลี ไพรีรักษ์ สื่อมวลชน, เบญญา นันทขว้าง เจ้าของธุรกิจส่วนตัว ,ทราย-วรรณพร ฉิมบรรจง ศิลปินและอดีตนักแสดง จี๊ด-สิกขา ฐิตาระดิษฐ์ (แสงทอง เกตุอู่ทอง) นางแบบชื่อดัง รวมถึงนนทรีย์ นิมิบุตร อาชีพผู้กำกับภาพยนตร์/p pnbsp;/p pstrongอ้างมีการกดดันให้ถอดงานสุธี - ขณะที่ข้อเรียกร้อง กวป. แค่ขอให้หอศิลป์กวางจูนำเสนอเสียงที่แตกต่าง/strong/p pทั้งนี้ในจดหมายของกลุ่ม Art Lane ยังระบุว่ากลุ่ม กวป. "พยายามกดดันให้ภัณฑารักษ์ ชาวเกาหลี ถอดงานออกจากการแสดง" อย่างไรก็ตามเมื่อตรวจสอบจดหมายเปิดผนึกของ กวป. ทั้ง ฉบับที่ 1 และฉบับที่ 2 ไม่มีข้อเรียกร้องให้ถอดงานของสุธีออกจากการแสดงแต่อย่างใด โดยในจดหมาย กวป. ฉบับที่ 1 เป็นการระบุข้อเรียกร้องว่าเป็นการถามภัณฑารักษ์ของนิทรรศการและคณะกรรมการ "ถึงกระบวนการคัดเลือกและเหตุผลที่เชิญสุธีเข้าร่วมในนิทรรศการ" และย้ำว่า "เชื่อในเสรีภาพในการแสดงออกว่ามีความสำคัญต่อศิลปิน แต่พวกเราต้องการแสดงความกังวลที่นิทรรศการของสุธีมีข้อเท็จจริงที่ตรงกันข้ามกับจิตวิญญาณการต่อสู้ของกวางจู"/p pส่วนจดหมายเปิดผนึกของ กวป. ฉบับที่ 2 เรียกร้องให้พิมพ์จดหมายเปิดผนึกของ กวป. ติดตั้งคู่กับผลงานแสดงของสุธีที่หอศิลปะเมืองกวางจู เรียกร้องต่อภัณฑารักษ์และกรรมการบริหารของหอศิลปะเมืองกวางจูกล่าวขอโทษต่อความไม่เข้าใจในเรื่องวิกฤตการณ์ทางการเมืองไทยจนนำผลงานของสุธีมาจัดแสดง และเรียกร้องให้จัดพิมพ์จดหมายเปิดผนึก จดหมายโต้ตอบ ทั้งฝ่าย กวป. สุธี และผู้สนับสนุน ตลอดจนจดหมายของภัณฑารักษ์ โดยให้หอศิลปะเมืองกวางจูรวบรวมไว้ในหอจดหมายเหตุ 518 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เพื่อให้คนรุ่นหลังเป็นผู้ตัดสินการกระทำของทุกฝ่าย/p pอนึ่งก่อนหน้านี้ มานิต ศรีวานิชภูมิ และวสันต์ สิทธิเขตต์ ทำหนังสือถึงภัณฑารักษ์ที่กวางจู เพื่อสนับสนุนการแสดงงาน 'สุธี คุณาวิชยานนท์' ว่าเหมาะสม-สะท้อนภาพการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของประชาชนไทยโดยศิลปินไทย พร้อมเรียกร้องภัณฑารักษ์ให้มีสติและอดทนต่อการ "ใส่ร้ายป้ายสี" "ทำลายเกียรติยศและชื่อเสียง" ของสุธี "ผู้ต่อต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมาโดยตลอด" a href="http://prachatai.org/journal/2016/05/65860"(อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง)/a/p p style="text-align: center;"span style="color:#0000cd;"strong000/strong/span/p h3 style="margin-left: 40px;"strongจดหมายเปิดผนึกกลุ่มนักกิจกรรมวัฒนธรรมเพื่อประชาธิปไตย (กวป.) ฉบับที่ 2/strong/h3 p style="margin-left: 40px;"เรียนคุณลิม จองยัง ภัณฑารักษ์ และผู้อำนวยการหอศิลปะเมืองกวางจูbr /สำเนาเรียน มูลนิธิ May 18 Memorial Foundation/p p style="margin-left: 40px;"พวกเราขอขอบคุณที่ท่านสนองตอบต่อจดหมายเปิดผนึกอย่างรวดเร็ว จดหมายตอบของคุณแสดงให้เห็นความตั้งใจจริงที่จะสร้างความเข้าใจที่ดีร่วมกันระหว่างประชาชนไทยและพลเมืองชาวกวางจูตลอดจนประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย พวกเราหวังว่าจดหมายตอบโต้ของพวกเราจะทำให้เกิดความสนใจจากสาธารณชนอันเกิดจากกรณีการเข้าร่วมแสดงงานของศิลปินสุธี คุณาวิชยานนท์ ณ หอศิลปะเมืองกวางจู (Gwangju Museum of Art: GMA) เพื่อจะเรียนรู้ถึงความทุกข์ยากของประชาชนระหว่างการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เราต้องตระหนักอยู่เสมอว่าพวกเรายืนอยู่ได้ด้วยมรดกความเสียสละของพวกเขาเหล่านั้น/p p style="margin-left: 40px;"พวกเราได้สื่อสารไปยังเพื่อนสมาชิกกลุ่มนักกิจกรรมวัฒนธรรมเพื่อประชาธิปไตย (กวป.) เกี่ยวกับจดหมายตอบของคุณ และในนามของ กวป. พวกเรามีข้อเรียกร้องดังนี้/p p style="margin-left: 40px;"1. เพื่อทำความเข้าใจในบริบทงานของสุธี พวกเราเรียกร้องให้หอศิลปเมืองกวางจูติดตั้งจดหมายเปิดผนึกของเราคู่ไปกับผลงานของสุธี พวกเรายืนยันหลักการที่ว่าเราเคารพต่อเสรีภาพในการแสดงออกของศิลปิน แต่จากพฤติการณ์การเข้าร่วมกับกลุ่ม Art Lane (อาร์ตเลน) ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของขบวนการ “คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” nbsp;( กปปส.) ซึ่งมีส่วนสำคัญในการล้มล้างประชาธิปไตยไทย nbsp;หอศิลปเมืองกวางจูควรจะเผยแพร่ข้อมูลและเสียงที่แตกต่างออกจากผลงานของสุธี/p p style="margin-left: 40px;"2. nbsp;พวกเราใคร่ขออธิบายภูมิหลังการร่วมมือระหว่าง อาร์ตเลนและกปปส. และการใช้ความรุนแรงและทำลายล้างประชาธิปไตยในประเทศไทย/p p style="margin-left: 40px;"ตามข้อเท็จจริงที่ว่ารัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้ร่างกฎหมายนิรโทษกรรมแบบเหมาเข่งในเดือนพฤศจิกายน 2556 ทำให้ประชาชนไม่พอใจอย่างยิ่งและออกมาต่อต้านทั้งฝ่าย กปสส. และ นปช. บางส่วน และประชาชนทั่วไปที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดต่างพากันออกมาเรียกร้อง ประท้วงรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ได้ยุบสภาในวันที่ 10 ธันวาคม 2556 เป็นการคืนอำนาจให้ประชาชนเพื่อจัดการเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 นั่นถือเป็นแนวทางอารยะและสันติสุขในการแก้ปัญหาประเทศ หากแต่เป็นประเด็นสำคัญที่สุธีและผู้สนับสนุนของเขาไม่เคยกล่าวถึงเลย/p p style="margin-left: 40px;"แทนที่จะยอมรับการยุบสภาและเดินหน้าสู่การเลือกตั้งอันเป็นวิถีประชาธิปไตย บรรดา กปปส. และผู้สนับสนุนต่างปฏิเสธที่จะเข้าร่วมการเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีรัฐบาลพระราชทานซึ่งเป็นการการะทำที่ผิดรัฐธรรมนูญ ไม่เพียงแต่เท่านั้น ฝ่าย กปปส. ยังเร่งเร้าให้ผู้สนับสนุนออกมาปิดถนน ปิดสถานที่ราชการ และปิดหน่วยเลือกตั้งในทุกวิธีการที่ทำได้ ในนามการรณรงค์ “ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง” ซึ่งปรากฏชัดในผลงานของสุธีและผู้สนับสนุนของเขา/p p style="margin-left: 40px;"ผลของการกระทำดังกล่าวจึงเกิดความรุนแรงบนท้องถนนในหลายจุดทั่วกรุงเทพมหานคร ภายใต้คำขวัญ ‘Shut Down Bangkok’ ทำให้ฝ่าย กปปส. เป็นผู้ได้เปรียบ และเป็นการรุกฝ่ายรัฐบาลรักษาการยิ่งลักษณ์ ตลอดจนผู้สนับสนุนให้เหลือพื้นที่ไม่มากนัก/p p style="margin-left: 40px;"นอกจากนั้นยังมีนักวิชาการจำนวนไม่น้อยที่ชี้ว่า ขบวนการ กปปส. เป็นเครือข่ายที่กระทำการร่วมกันและผลักดันให้เกิดวิกฤตจนเปิดทางให้ทหารและกองทัพเข้าแทรกแซง ซึ่งพวกเราสามารถเสนอผลงานวิชาการจำนวนมากในภาษาอังกฤษที่สนับสนุนข้อสรุปนี้ nbsp;เพื่อให้สาธารณชนได้เข้าใจบริบทและสถานการณ์ทางการเมืองไทยที่ซับซ้อนดียิ่งขึ้น/p p style="margin-left: 40px;"ความรุนแรงบนท้องถนนที่สำคัญที่สุดกรณีหนึ่งก็คือกรณีการปะทะกันหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหงในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2556 ซึ่งเกิดกรณีฝ่าย กปปส. กล่าวหาว่า ผู้ชุมนุม นปช. กรีดทำลายสัญลักษณ์พ่อขุนรามคำแหงและเป็นการกระทำที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ฝ่าย กปปส. เรียกร้องระดมคนให้มาปะทะกับฝ่าย นปช. ที่มาชุมนุม ณ รัชมังคลากีฬาสถานใกล้กับมหาวิทยาลัยรามคำแหง แม้จะอยู่ห่างไกลจากเวทีของฝ่าย กปปส. แต่พวกเขาก็ระดมคนมาปะทะจนเกิดผู้เสียชีวิต 5 ราย nbsp;ในจำนวนนี้เป็น นปช. 3 ราย เป็นฝ่าย กปปส. หนึ่งราย และมีผู้ติดในซากรถที่ถูกเผาหนึ่งราย มีผู้บาดเจ็บกว่า 68 ราย/p p style="margin-left: 40px;"กรณีการปะทะหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหงเป็นจุดเริ่มต้นของความรุนแรงอย่างต่อเนื่องบนท้องถนนของกรุงเทพมหานครนับแต่กรณีสลายการชุมนุมเมษายน-พฤษภาคม พ.ศ. 2553 ในยุคนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ/p p style="margin-left: 40px;"นับจากกรณีปะทะที่ถนนรามคำแหงมีผู้เสียชีวิตกว่า 25 ราย ในจำนวนนี้เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เสียชีวิต 3 นายจากความพยายามล้มการเลือกตั้งของฝ่าย กปปส. มีผู้บาดเจ็บรวมกันกว่า 782 ราย ส่วนใหญ่เป็นความรุนแรงที่ตั้งต้นจากฝ่ายนิยมความรุนแรงของ กปปส./p p style="margin-left: 40px;"3. พวกเราเรียกร้องให้ภัณฑารักษ์และกรรมการบริหารของ GMA ได้กล่าวขอโทษต่อความไม่เข้าใจในเรื่องวิกฤตการณ์ทางการเมืองไทยจนนำไปสู่การเชื้อเชิญสุธี คุณาวิชานนท์เข้าร่วมการรำลึกการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยเมืองกวางจู โดยกระทำเป็นภาษาเกาหลี ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ/p p style="margin-left: 40px;"4. พวกเราเรียกร้องให้จัดพิมพ์จดหมายเปิดผนึก จดหมายโต้ตอบ ทั้งฝ่าย กวป. สุธีและผู้สนับสนุน ตลอดจนจดหมายของภัณฑารักษ์โดย GMA รวบรวมไว้ในหอจดหมายเหตุ 518 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย และคนรุ่นหลังจะเป็นผู้ตัดสินการกระทำของเราในวันนี้/p p style="margin-left: 40px;"ด้วยความสมานฉันท์br /กลุ่มนักกิจกรรมวัฒนธรรมเพื่อประชาธิปไตย (กวป.)/p p style="margin-left: 40px;"ผู้ลงชื่อท้ายจดหมาย กวป. ฉบับที่ 2/p p style="margin-left: 40px;"1. Abhichon Rattanabhayon nbsp;span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanMedia studionbsp;2. Akara Pacchakkhaphati nbsp;span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanFilm makernbsp;3. Angkrit Ajchariyasophon nbsp;span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanArtist/ galleristnbsp;4. Anocha Suwichakornpong nbsp;span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanFilm makernbsp;5. Anurak Tanyapalit span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanFreelancenbsp;6. Anusorn Tipayanon nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanWriternbsp;7. Apichatpong Weerasethakulspan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /span nbsp; nbsp; nbsp;Film makernbsp;8. Aranya Siriphonspan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanFaculty of Social Sciences, Chiang span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanMai Universitynbsp;9. Ariya Pacharawan span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanGraphic designernbsp;10. Ariya Theprangsimankul span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanTheatre facilitator/p p style="margin-left: 40px;"11. Arjin Thongyuukongspan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanThammasat University 12. ArjinJonathan Arjinkitspan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /span nbsp; nbsp; nbsp;span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanArtist/ lecturer, Rajanagarindra span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanRajabhat University 13. Arnont Nongyao nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanArtist 14. Arthit Mulsarnspan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanFreelance 15. Arthit Suriyawongkulnbsp;Activist 16. Artit Srijannbsp;Lecturer, Phranakorn Rajabhat span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanUniversity 17. Asira Panaram span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanContent Editor 18. Athapol Anunthavorasakul nbsp;span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanLecturer, Chulalongkorn University 19. Atikom Mukdaprakorn nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanArtist/ cultural activist 20. Attaphol Sudawannasuk span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanArtist/p p style="margin-left: 40px;"21. Ben Busarakamwong nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanCultural activist 22. Benjamas Boonyarit span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanStudent, activist 23. Benjamas Winitchakul span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanArchitect 24. Bordin Theparatspan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanFilm critic 25. Cattleya Paosrijaroen nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanFilm maker 26. Chai Siris nbsp; nbsp;span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanFilm maker 27. Chaiwat Wiansantiaspan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanArtist 28. Chaiyan Rajchagool span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanScholar in residence, Faculty of span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanPolitical and Social Sciences, span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanUniversity of Phayao 29. Chakkrit Chimnok nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanArtist 30. Chaloemkiat Saeyongspan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanFilm maker/p p style="margin-left: 40px;"31. Chanan Yodhongspan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanPhD Candidate, Thammasat span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /span nbsp; nbsp; nbsp;University 32. Chanin sriyoyod span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanLecturer, Arts and design, span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanChaiyaphum Rajabhat University 33. Chayanin Tiangpitayagornspan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanFilm critic 34. Chettapat Kueankaeo nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanTheater director 35. Chiranuch Premchaiporn nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanJournalist, director of Prachatai 36. Chontida Auikool nbsp; nbsp;span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanThammasat University 37. Chotchuang Meepomspan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanLecture nbsp;38. Chulayarnnon Siriphol span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanArtist/ film maker 39. span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanChuwat Rerksirisuk span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanEditor in Chief of Prachatai nbsp;40. Chuveath Dethdittharakspan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanInstitute of Human Rights and span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanPeace Studies, Mahidol University/p p style="margin-left: 40px;"41. Danaya Chulphuthiphong nbsp;span class="Apple-tab-span" style="white-space:pre" /spanPhotographer/ film maker 42. Ded Chongmankong nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanPhotographer 43. Dollapak Suwanpanyaspan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanActivist 44. Dontree Siribunjongsak nbsp;span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanMusician 45. Duangrit Bunnag span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanArchitect 46. Duangrurthai Asanachatang nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanEditor 47. Ekanop Suwannakosumspan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanGraphic designer/ lecturer, Chiang span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanMai University 48. Ekkalak Nabthuesukspan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanLecturer 49. Farida Jiraphan nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanPerformance artist 50. Foyfon Chaimongkol span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanPhD Candidate, Burapha University/p p style="margin-left: 40px;"51. Gandhi Wasuvitchayagit nbsp;span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanWriter 52. Ina Phuyuthanonspan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanLecturer, Faculty of Fine arts, span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanSrinakharinwiriot university 53. Inthira Vittayasomboon nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanCultural activist 54. Janit Feangfu nbsp; nbsp;span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanLecturer, Chiang Mai University 55. Jarunun Phantachat span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanTheatre director 56. Jirasak Monkiatkul nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanInterior designer 57. Jirat Prasertsup nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanCultural activist nbsp;58. Jirat Ratthawongjirakul span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanGallerist 59. Judha Suwanmongkol span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanIndependent art writer/ researcher 60. Kahat Sujipisut nbsp; nbsp;span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanArtist/p p style="margin-left: 40px;"61. span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanKasem Phenpinant span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanDepartment of Philosophy, Chulalongkorn University nbsp;62. Kampanart Sangsorn span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanIllustrator 63. Kampol Champapanspan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanHistorian 64. Kanteera Sanguantung 65. Karnt Thassanaphak span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanPoet / documentary photographer 66. Kasem Phenpinantspan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanLecturer, Department of span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanPhilosophy, Chulalongkorn University 67. Kasiti Sangkul span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanFilm director 68. Kavintron Sangsakron nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanPerformance artist 69. Keawalee Warutkomain nbsp;span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanArt director 70. Kengkij Kitirianglarpspan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanLecturer, Chiang Mai University/p p style="margin-left: 40px;"71. Kessarin Tiawsakul 72. Kittima Chareeprasit nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanCurator 73. Komluck Chaiya span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanLecturer,Phranakhorn Si Ayutthaya, span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanRajabhat University 74. Komtham Domrongchareon span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /span Lecturer, Silpakorn University 75. Kongkrit Traiyawong nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanLecturer, Walailak University 76. Korada Srithongkird span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spannbsp;77. Kornkrit Jianpinidnan nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanArtist 78. Kornrapin Mesiyahdol span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanLecturer, Chiang Mai University 79. Kriangkrai Patomnetikul span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanGraphic designer 80. Krit Lualamai nbsp; nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanWriter/p p style="margin-left: 40px;"81. Krittawit Rimthepartipspan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanWriter 82. Ladapha Sophonkunkit nbsp;span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanPerformance artist 83. Ladda Kongdach nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanPerformance artist 84. Lakkana Punwichai nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanWriter nbsp;85. Latthapon Korkiatarkul nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanArtist 86. Lyla Phimanrat nbsp; nbsp;span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanGallerist 87. Makha Sanewong Na Ayutthaya span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanArtist 88. Mit Jai Inn nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /span span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanArtist 89. Miti Ruangkritya nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanArtist 90. Mo Jirachaisakul nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanArtist/p p style="margin-left: 40px;"91. Montri Toemsombat nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space:pre" /spanArtist 92. Nakin Poonsri span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanGardener 93. Namfon Udomlertlak nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanFilm maker 94. Narawan Pathomvat nbsp; nbsp;span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanResearcher 95. Nataya U-Kong nbsp; nbsp; nbsp; nbsp; nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanLecturer, Silpakorn University nbsp;96. Nawapooh Sae-tang nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanCritic 97. Nithinand Yorsaengrat nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanJournalist 98. Nok Paksanavin nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanWriter 99. Nontawat Numbenchapolspan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanFilm maker 100. Nopawat Likitwong nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanSound artist/ sound engineer/p p style="margin-left: 40px;"101. Noraset Vaisayakul nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space:pre" /spanArtist 102. Nut Sawasdeespan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanArtist 103. O Techadilok nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /span span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanGraphic designer 104. Orapakk Ruttphatai nbsp;span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanPhD Candidate, Social Science, span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanChiang Mai University 105. Orawan Arunrak nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanArtist 106. Ornanong Thaisriwong span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanPerformance artist 107. Pakavadi Veerapasapongspan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanTranslator, writer 108. Pandit Chanrochanakitspan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanLecturer, Faculty of Political span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanScience, Ramkhamhaeng span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanUniversity 109. Panithita Kiatsupimon span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanGraphic designer 110. Panu Boonpipattanapong nbsp;span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanWriter/p p style="margin-left: 40px;"111. Panu Trivej span class="Apple-tab-span" style="white-space:pre" /spanLecturer, Kasetsart University 112. Paphonsak La-or nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanArtist 113. Parinot Kunakornwong nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanArtist 114. Pasakorn Intoo-Marn nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanPerformance artist/ lecturer, span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanMahidol University 115. Patara Padungsuntararukspan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanThaksin University, Songkhla 116. Pathompon Tesprateep nbsp;span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanArtist 117. Pattaranan Takkanonspan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanLecturer, Faculty of Architecture, span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanKasetsart University 118. Pavinee Samakkabutr nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanPerformance artist 119. Pawaluk Suraswadi nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanPerformance artist 120. Pawin Ramingwong nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanArtist/ lecturer, Phayao University/p p style="margin-left: 40px;"121. Penwadee Nophaket Manont span class="Apple-tab-span" style="white-space:pre" /spanIndendent curator/ cultural worker nbsp;122. Phonchai Iamnuy span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanGraphic designer 123. Phu Kra-dart span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanWriter 124. Pichaiwat Saengprapan nbsp;span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanArtist/ lecturer, Srinakarinwirot span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanUniversity 125. Pimsiri Petchnamrob nbsp; nbsp;span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanActivist 126. Pinkaew Laungaramsri,span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanLecturer, Faculty of Social Sciences, span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanChiang Mai University 127. Pisit Darnwirunhawanit span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanFreelance 128. Pisitakun Kuantalaeng nbsp;span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanArtist 129. Pitch Pongsawatspan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanLecturer, Faculty of Political Science, span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanChulalongkorn University 130. Piyarat Piyapongwiwat nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanArtist/p p style="margin-left: 40px;"131. Pongjit nbsp;Saphakhun nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space:pre" /spanPerformance artist 132. Potjawan Panjinda nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanGallerist 133. Prach Panchakunathornspan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanPhD candidate, Department of span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanPhilosophy, University of Toronto 134. Prakiat Khunpol span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanPoet/ writer 135. Prapat Jiwanrangsan nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanArtist 136. Pratompong Namjaidee nbsp;span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanArtist 137. Puangthong Pawakapanspan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanFaculty of Political Science Faculty, span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanChulalongkorn University 138. Ratapong Pinyosophon span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanPlaywright 139. Ratchapoom Boonbunchachokespan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanFilm maker 140. Rattanai Bampenyou span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanMusic teacher/ historian/p p style="margin-left: 40px;"141. Rittipong Mahapetch span class="Apple-tab-span" style="white-space:pre" /spanActivist 142. Rodjaraeg Wattanapanit nbsp;span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanCultural activist 143. Ruangsak Anuwatwimon nbsp;span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanArtist 144. Sakkarin suttisarn/Assistantspan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanLecturer, Faculty of Finearts, nbsp; Chiangmai University nbsp;145. Santiphap inkong-ngamspan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanFilm maker/ lecturer, Chiang Mai span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanUniversity 146. Saran Samantaratspan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanLecturer, Department of Landscape, span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanFaculty of Architecture Kasetsart span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanUniversity 147. Sathit Sattarasart span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanArtist 148. Sawit Prasertphan nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanArtist/ lecturer, Chiang Mai University 149. Sina Wittayawiroj nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanArtist 150. Sirawish Boonsrispan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanArt Teacher/p p style="margin-left: 40px;"151. Sirichoke Lertyaso nbsp;span class="Apple-tab-span" style="white-space:pre" /spanPhotographer/ writer 152. Siripoj Laomanacharoen nbsp;span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanWriter nbsp;153. Somchai Saejiu span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanCreative director 154. Sompoch Aungspan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanArtist 155.Sompong Leerasirispan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanArtist 156. Songkran Somchandraspan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanLecturer, Chiangmai Rajabhat span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanUniversity 157. Sorayut nbsp;Aiemueayut nbsp;span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /span span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanLecturer, Chiang Mai University 158. Suchada Suwannasorn span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanFilm producer 159. Suchart Swasdsri nbsp; nbsp;span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanWriter nbsp;160. Sukanya Seskhuntod nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanCultural activist/p p style="margin-left: 40px;"161. Supachai Areerungruangspan class="Apple-tab-span" style="white-space:pre" /spanLecturer, Faculty of Fine Arts, span class="Apple-tab-span" style="white-space:pre" /spanSrinakharinwirot University 162. Sutthirat Supaparinya nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanArtist 163. Tada Hengsapkul nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanArtist 164. Takerng Pattanopasspan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanArtist 165. Tanaphon Inthong span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanArtist 166. Tanate Makkasakul nbsp;span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanDesigner 167. Tanyanun Aoiaree span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanGraphic designer 168.Techit Jiropaskosol span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanDesigner/ lecturer 169. Teeramon Buangamspan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spannbsp;170. Teerapon Anmai span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanLecturer/ writer/p p style="margin-left: 40px;"171. Teerapong Suthiwarapirak nbsp;span class="Apple-tab-span" style="white-space:pre" /spanWriter 172. Teerawat Mulvilai nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanPerformance artist 173. Tepwuit Buatoomspan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanArtist 174. Thanapas Dejpawuttikulspan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanDoctoral Researcher, Graduate School span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanof Asia-Pacific Studies, Waseda span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanUniversity 175. Thanapol Virulhakul span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /span span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanChoreographer 176. Thanavi Chotpradit span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanLecturer, Silpakorn University 177. Thanet Awsinsirispan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanArtist/ lecturer 178. Thanom Chapakdee nbsp;span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanLecturer, Faculty of Fine Arts, span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanSrinakharinwirot University 179. Tharit Tothong nbsp; nbsp;span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanCritic 180. Thasnai Sethaseree nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanArtist/ lecturer, Chiang Mai University/p p style="margin-left: 40px;"181. Thatchatham Silsupanspan class="Apple-tab-span" style="white-space:pre" /spanComposer/ lecturer, Chiang Mai span class="Apple-tab-span" style="white-space:pre" /spanUniversity 182. Thawiphat Praengoen nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanArtist/ cultural activist 183. Thida Plitpholkarnpim span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanFilm distributor/ Writer 184. Thitibodee Rungteerawattananon nbsp; Artist 185. Torwong Salwala span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanMedia Content Creator 186. Tossapon Tassanakunlapanspan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanLecturer, Faculty of Law, Chiang span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanMai span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanUniversity 187. Uthis Haemamool nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanWriter 188. Uthit Attimana nbsp; nbsp;span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanArtist/ lecturer, Chiang Mai University 189. Verita Sriratanaspan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanLecturer, Faculty of Arts, span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanChulalongkorn University 190. Vichapon Diloksambandh nbsp;span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanPerformance artist/p p style="margin-left: 40px;"191. Viengrat Nethipospan class="Apple-tab-span" style="white-space:pre" /spanFaculty of Political Science Faculty, span class="Apple-tab-span" style="white-space:pre" /spanChulalongkorn University nbsp;192. Vipash Purichanont span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanPhD candidate, Department of span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanVisual Cultures, Goldsmiths, span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanUniversity of London 193. Vorakorn Ruetaivanichkul nbsp;span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanFilm maker 194. Wachara Kanha span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanFilm maker 195. Warasinee Chansawangspan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanGallerist 196. Wasu wanrayangkoon nbsp;span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanPerformance artist 197. Wattakorn Kawinkham span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanArtist 198. Weroon Wuthirithakul nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanCultural activist 199. Wichanon Somumjarn nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanFilm maker 200. Wichaya Artamat span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanTheatre director/p p style="margin-left: 40px;"201. Wirapa Angkoontassaniyarat Editor 202. Wiwat Lertwiwatwongsa nbsp;span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanFilm critic 203. Worathep Akkabootaraspan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanIndependent curator/ writer 204. Yingsiwat Yamolyong nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanFilm maker 205. Yingyod Yenarkarnspan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanArtist 206. Yukti Mukdawijitraspan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanLecturer, Faculty of Sociology and span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanAnthropology, Thammasat University 207. Yuthchack Damsuwanspan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanCreative director 208, Yutthana Darakron nbsp; span class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanCultural activist 209. Yutthana Meesongspan class="Apple-tab-span" style="white-space: pre;" /spanCreative director/p p style="text-align: center;"span style="color:#0000cd;"strong000/strong/span/p h3 style="margin-left: 40px;"strongจดหมายเปิดผนึกของหัวหน้ากลุ่ม Art Lane/strong/h3 p style="margin-left: 40px;""ตามที่ได้มีกลุ่มนักกิจกรรมวัฒนธรรมเพื่อประชาธิปไตย (กวป.) ทำจดหมายเปิดผนึก ลงนามโดยบุคคลในสาขาอาชีพต่างๆ รวม 118 ชื่อ ส่งถึงภัณฑารักษ์ชาวเกาหลีของพิพิธภัณฑ์ศิลปะกวางจู ประเทศเกาหลีใต้ ให้ทบทวนการนำผลงานของ รศ. สุธี คุณาวิชยานนท์ออกแสดงในนิทรรศการ The Truth_to Turn It Over/p p style="margin-left: 40px;"โดยมีเนื้อหาชี้นำและปลุกปั่นว่าเป็นศิลปินที่สนับสนุนเผด็จการทหารให้ออกมายึดอำนาจ ประชาธิปไตยไปจากประชาชน คนไทย และพยายามกดดันให้ภัณฑารักษ์ ชาวเกาหลี ถอดงานออกจากการแสดง ที่ เมืองกวางจู ประเทศเกาหลีใต้/p p style="margin-left: 40px;"เราขอยืนยันว่าจากประวัติการทำงานของ รศ. สุธี นั้นไม่มีแนวทางและแนวความคิดในการสนับสนุนเผด็จการทหารแต่อย่างใด รวมทั้งในประวัติการแสดงงานศิลปะของ รศ.สุธี ไม่เคยมีความบกพร่อง รวมทั้งมีผลงานเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้/p p style="margin-left: 40px;"จึงใคร่ขอความยุติธรรมให้กับศิลปินชาวไทย โดยร่วมกันลงชื่อสนับสนุน รศ.สุธี ในการแสดงผลงานที่กวางจู และคัดค้านการกระทำที่ขัดต่อความเป็นจริงในครั้งนี้/p p style="margin-left: 40px;"จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา/p p style="margin-left: 40px;"อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณbr /หัวหน้ากลุ่ม Art Lane"/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2016/05/65820" target="_blank"ประท้วงหอศิลป์เกาหลีใต้จัดแสดงศิลปะ กปปส. เพื่อรำลึก 36 ปีสลายชุมนุมกวางจู/a /div div class="field-item even" a href="/journal/2016/05/65836" target="_blank"ค้านเกาหลีปลดงานศิลป์-สุธียันไม่หนุนรัฐประหาร-ที่เงียบไปเพราะบ้านเมืองขัดแย้ง/a /div div class="field-item odd" a href="/journal/2016/05/65859" target="_blank"สุธีชี้แจงภัณฑารักษ์ว่าไม่สนับสนุนรัฐบาลทหาร แต่ต่อสู้กับความฉ้อฉลในสภา/a /div div class="field-item even" a href="/journal/2016/05/65860" target="_blank"วสันต์-มานิตย์หนุนงานศิลปะสุธี-เหมาะสมสะท้อนภาพต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยเป็นอย่างดี/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/7fepxSokHmE" height="1" width="1" alt=""/

สาระ+ภาพ: งบพุทธ 5.4 พันล้าน ‘พระไทย’ รวยไม่แพ้ชาติใดในโลก

Tue, 24/05/2016 - 17:35
!--break--!--break-- p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/8/7316/27145488431_90f7196ab5_z.jpg" style="width: 560px; height: 439px;" //p p style="text-align: center;"a href="https://c2.staticflickr.com/8/7316/27145488431_cd97a99dd2_o.png"คลิกที่นี่เพื่อชมภาพขนาดเต็ม/a/p pการเรียกร้องให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติมักเกิดขึ้นเป็นระยะๆ ตามสถานการณ์การเมือง ขณะเดียวกันก็มีกระแสว่า รัฐจะต้องทำนุบำรุงอุดหนุนพุทธศาสนา เพราะกำลังถูกศาสนาอื่นรุกราน โดยการยกตัวอย่างว่ามีความพยายามของสร้างศาสนสถานของศาสนาอื่นขึ้นทั่วประเทศ โดยได้รับเงินจากอุดหนุนจากต่างประเทศ ขณะที่พุทธศาสนาถูกหมางเมินจากรัฐ แต่ข้อมูลต่อไปนี้คงจะทำให้พระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนไทยรู้สึกอุ่นใจขึ้นไม่มากก็น้อย/p pงบประมาณปี 2559 ที่รัฐยกให้แก่พุทธศาสนาผ่านสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ไม่ว่าจะในรูปการบูรณะปฏิสังขรวัด การวัดสำรวจที่ดินเพื่อออกโฉนดให้แก่วัด เงินเดือนพระ เงินส่งเสริมศาสนาพิธี เป็นต้น จำนวน 5,406.0309 ล้านบาท ในจำนวนนี้ยังมีเงินอุดหนุนการจัดพิธีประทานสัญญาบัตร พัดยศ ผ้าไตร และพิธีการทรงตั้งเปรียญธรรม 3 ประโยค 1,494,500 บาท/p pงบประมาณรายจ่ายสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ปี 2559 คือ 5,406,030,900 บาท/p pแยกเป็น งบบุคลากร 399.8587 ล้านบาท/p pnbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; งบดำเนินงาน 179.0177 ล้านบาท/p pnbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; งบลงทุน 52.2337 ล้านบาท/p pnbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; งบเงินอุดหนุน 4,752.7947 ล้านบาท/p pnbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; งบรายจ่ายอื่น 22.1268 ล้านบาท/p pโดยเงินจำนวนนี้กระจายออกไปใน 3 แผนงาน ได้แก่/p pnbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; 1.แผนงาน: แก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; 279.9652 ล้านบาท/p pnbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; 2.แผนงาน: สนับสนุนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานnbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; 1,568.9714 ล้านบาท/p pnbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; 3.แผนงาน: อนุรักษ์ ส่งเสริม และพัฒนาศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม 3,557.0943 ล้านบาท/p pในแผนงานที่ 3 อนุรักษ์ ส่งเสริม และพัฒนาศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม ส่วนหนึ่งถูกแบ่งเป็นงบเงินอุดหนุนทั่วไป จำนวน 1,907,794,800 บาท เงินอุดหนุน 5 อันดับแรก ประกอบด้วย/p p1.เงินอุดหนุนอุปถัมภ์นิตยภัต (หรือเงินเดือนพระ) พระสังฆาธิการพระสมณศักดิและพระเปรียญ 1,225,572,400 บาท/p p2.เงินอุดหนุนการบูรณะปฏิสังขรณ์วัดและการพัฒนาวัด 500,015,900 บาท/p p3.เงินอุดหนุนการบูรณะและปฏิสังขรณ์พระอารามหลวง 38,510,000 บาท/p p4.เงินอุดหนุนส่งเสริมการบริหารและการปกครองคณะสงฆ์ 24,046,000 บาท/p p5.เงินอุดหนุนถวายเพื่อการปฏิบัติศาสนกิจของสมเด็จพระสังฆราช 23,000,000 บาท/p pขณะที่เงินนิตยภัตหรือเงินเดือนพระที่รัฐจ่ายให้แก่พระสงฆ์ ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติให้ปรับเพิ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2554 ประจำปีงบประมาณ 2555 คิดเป็นเงินทั้งสิ้น 1,125,572,400 บาท โดยตำแหน่งพระสงฆ์ 5 อันดับแรกที่ได้เงินเดือนสูงสุด (ไม่นับตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชเจ้า) ได้แก่/p p1.สมเด็จพระสังฆราช เงินเดือน 34,200 บาท จำนวน 1 รูป คิดเป็น 410,400 บาทต่อปี/p p2.ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เงินเดือน 30,800 บาท จำนวน 1 รูป คิดเป็น 369,600 บาทต่อปี/p p3.สมเด็จพระราชาคณะ เงินเดือน 27,400 บาท จำนวน 8 รูป คิดเป็น 2,630,400 บาทต่อปี/p p4.กรรมการมหาเถรสมาคม เงินเดือน 23,900 บาท จำนวน 21 รูป คิดเป็น 6,022,800 บาทต่อปี/p p5.เจ้าคณะหนใหญ่ต่างๆ (ม/ธ) เงินเดือน 23,900 บาท จำนวน 5 รูป คิดเป็น 1,434,000 บาทต่อปี/p pส่วนงบประมาณเงินนิตยภัตตามงบประมาณปี 2555 ที่ต้องจ่ายให้แก่พระสงฆ์ในตำแหน่งต่างๆ มากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่/p p1.พระอธิการ (เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ที่ไม่เป็นพระครูสัญญาบัตร) ได้รับเงิบเดือน 1,800 บาท จำนวน 19,614 รูป คิดเป็น 423,662,400 บาทต่อปี/p p2.เลขานุการเจ้าคณะตำบล ได้รับเงินเดือน 1,200 บาท จำนวน 8,415 รูป คิดเป็น 121,176,000 บาท/p p3.พระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ ชั้นโท หรือฝ่ายวิปัสสนา ได้รับเงินเดือน 2,500 บาท จำนวน 3,600 รูป คิดเป็น 108,000,000 บาท/p p4.พระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ ชั้นตรี ได้รับเงิบเดือน 2,200 บาท จำนวน 1,800 รูป คิดเป็น 47,520,000 บาท/p p5.พระครูสัญญาบัตร เจ้าคณะตำบล ชั้นตรี ได้รับเงินเดือน 2,500 บาท จำนวน 1,400 รูป คิดเป็น 42,000,000 บาท/p pขณะที่งบประมาณ ปี 2559 ของกรมการศาสนา จำนวน 398,963,700 บาท ซึ่งส่วนหนึ่งจะถูกจัดมาทำนุบำรุงพุทธศาสนา สุดท้ายแล้วคงเหลือเงินสำหรับทำนุบำรุงศาสนาอื่นไม่มากนัก พระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนไทยน่าจะรู้สึกดีขึ้นมากเมื่อได้ทราบข้อเท็จจริงนี้/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/L3GUr05kr3Y" height="1" width="1" alt=""/

กลุ่มคลั่งชาติ-ศาสนา ในเมียนมาร์ยังเสียงดัง แม้แต่ในยุคสมัยของ 'อองซานซูจี'

Tue, 24/05/2016 - 16:38
pถึงแม้เมียนมาร์จะเป็นประชาธิปไตยมากขึ้นหลังจากการเลือกตั้งล่าสุดแต่กลุ่มชาตินิยมจัดและกลุ่มชาวพุทธหัวรุนแรงก็ยังคงแสดงออกเหยียดเชื้อชาติกีดกันศาสนาอื่นอย่างต่อเนื่องจนก่อให้เกิดความรู้สึกไม่ปลอดภัยในหมู่ชนกลุ่มน้อย บางกรณีก็กลายเป็นความรุนแรง แม้แต่คนที่เป็นชาวพุทธด้วยกันเองบางคนยังถูกกล่าวอ้างว่าเป็นคนศาสนาอื่นเพื่อหาเรื่องรังแกพวกเขา/p p!--break--!--break--/pp24 พ.ค. 2559 สำนักข่าวเดอะการ์เดียนรายงานสถานการณ์การเหยียดและกีดกันทางศาสนาที่ยังคงเลวร้ายแม้จะอยู่ภายใต้รัฐบาลของอองซานซูจี โดยระบุถึงกรณีที่หมู่บ้านเตาง์ตัน (Thaungtan) ที่ขึ้นป้ายสีเหลืองอร่ามเป็นข้อความว่า "ไม่อนุญาตให้ชาวมุสลิมเข้ามาค้างคืน ไม่อนุญาตให้ชาวมุสลิมเช่าที่อยู่อาศัย ไม่ให้มีการแต่งงานกับชาวมุสลิม" ป้ายนี้ตั้งขึ้นมาตั้งแต่เดือน มี.ค. โดยชาวพุทธฯ ผู้อาศัยอยู่ในหมู่บ้านแถบดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิระวดี พวกเขาลงนามร่วมกันในเอกสารให้แสดงออกว่าพวกเขาต้องการโดดเดี่ยวตัวเองซึ่งไม่แน่ใจว่าที่ผู้คนลงนามเพราะถูกบีบบังคับหรือไม่/p pแต่นับจากนั้นมาก็มีหลายหมู่บ้านทั่วเมียนมาร์ หรือประเทศพม่า เริ่มทำตาม รายงานเดอะการ์เดียนระบุว่าแนวคิดคับแคบแต่อันตรายอย่างการตั้งป้าย "เฉพาะชาวพุทธเท่านั้น" เป็นเหมือนตัวอย่างเล็กๆ ที่กำลังแพร่กระจายความตึงเครียดทางศาสนาที่อาจจะเป็นภัยต่อประชาธิปไตยของเมียนมาร์ที่กำลังอยู่ในช่วงตั้งต้นทดลองได้/p pเดอะการ์เดียนรายงานว่า หลังจากอยู่ภายใต้ระบอบเผด็จการทหารมาหลายสิบปี ประเทศแห่งนี้ก็เปลี่ยนผ่านสู่ระบอบที่ประชาธิปไตยแบบที่มีผู้แทนจากการเลือกตั้งแต่กองทัพก็ยังควบคุมสถาบันหลักๆ ในชาติอยู่ โดยเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมากลับมีการเคลื่อนไหวแบบชาตินิยมเพิ่มมากขึ้น เช่น เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมามีกลุ่มคนประท้วงที่หน้าสถานทูตสหรัฐฯ ในย่างกุ้งเรียกร้องให้ทูตเลิกใช้คำว่า "โรฮิงญา" เรียกชาวมุสลิมผู้อพยพหรือผู้พลัดถิ่นภายใน ขณะที่กลุ่มชาตินิยมแถบรัฐอาระกันยืนยันว่าคนกลุ่มนี้เป็นผู้อพยพอย่างผิดกฎหมายมาจากบังกลาเทศ/p pไม่เพียงเท่านั้นแม้แต่ความคิดเห็นของพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่ชนะการเลือกตั้งล่าสุดก็ไม่ได้มีแนวทางในเชิงช่วยทำให้ปัญหาความขัดแย้งทางศาสนาดีขึ้นเลย โดยอองซานซูจีเองยังเคยกล่าวต่อเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ไม่ให้ใช้คำว่าโรฮิงญาและเมื่อไม่นานมานี้รัฐมนตรีศาสนาคนใหม่เป็นอดีตนายพล ตุระ อ่องโก ก็เรียกชาวมุสลิมและชาวฮินดูว่าเป็น "พลเมืองอาศัยร่วม" (associate citizens)/p pเดอะการ์เดียนรายงานต่อไปว่าโวหารของฝ่ายชาตินิยมในเมียนมาร์นั้นไม่มีการตอบโต้และในบางกรณีก็ถูกนำไปขยายเพิ่มเติมโดยรัฐบาลใหม่ทำให้บางคนสงสัยว่าชนกลุ่มน้อยในเมียนมาร์จะยังมีที่ยืนอยู่อีกหรือไม่ แม้แต่ในหมู่บ้านเล็กๆ ห่างไกลความเจริญอย่างเตาง์ตันก็มีการจัดตั้งกลุ่มเครือข่ายยุวชนชาตินิยมต่อต้านต่างชาติเมื่อไม่นานมานี้/p pในวัดแห่งหนึ่งของหมู่บ้านเตาง์ตัน พระรูปหนึ่งชื่อ มะนิต๊ะ อธิบายเรื่องป้ายของหมู่บ้านว่าทางหมู่บ้านมีการพูดคุยกันถึงเรื่องนี้แล้วมองว่าพรรคเอ็นแอลดีไม่ยอมทำอะไรเกี่ยวกับประเด็นเรื่องศาสนาเลยทำให้ทางหมู่บ้านต้อง "ปกป้องศาสนา" ด้วยตนเอง/p pในรายงานของเดอะการ์เดียนมีการยกตัวอย่างกรณีชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่นับถือศาสนาฮินดูเข้าไปในหมู่บ้านเตาง์ตันในช่วงต้นปี 2558 ชาวบ้านในพื้นที่เล่าว่าเขาเป็นมิตรกับคนในชุมชนดี จากนั้นเขาก็เริ่มซื้อที่ดินแถบนั้นทำให้ชาวบ้านด่วนตัดสินเขาทันทีว่าเขาเป็นชาวมุสลิมแน่ๆ มีชาวบ้านรายหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยกับป้ายแบ่งแยกทางศาสนากล่าวว่าลักษณะการด่วนตัดสินของชาวบ้านเปรียบเสมือนความเชื่อเรื่องผี พวกเขาไม่เคยเห็นผีมาก่อนแต่พวกเขาก็กลัวผี/p pแต่กลุ่มเครือข่ายยุวชนชาตินิยมก็พบว่าผู้มาใหม่กับครอบครัวของเขาไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน ทำให้มีการกล่าวหาว่าเขาเป็นคนบังกลาเทศที่แอบหลบเข้ามาในประเทศ มะนิต๊ะบอกว่าพวกเขาสามารถอยู่ร่วมกันได้แต่จะมีปัญหาบางอย่างเกี่ยวกับการบริจาคและพิธีกรรมทางศาสนา/p pผู้มาเยือนที่ถูกชาวบ้านสงสัยชื่อว่าจ่อซานวิน เป็นชายวัย 28 ปีที่ครอบครัวนับถือทั้งพุทธและฮินดู เขาเป็นคนย่างกุ้งผู้เข้าไปซื้อที่ดินในเตาง์ตัน เพื่อบูรณะบ้านไม้หลังเก่าให้เป็นที่อยู่สำหรับพ่อของเขาหลังเกษียณอายุ แต่หลังจากที่เขาซื้อที่ดินและบูรณะบ้าน พระกับชาวบ้านในพื้นที่ก็ไม่เป็นมิตรกับเขาทันที หลังจากที่เขาซื้อที่ดินอีกแห่งหนึ่งเพื่อวางแผนเปิดร้านน้ำชาพ่อของเขาก็ร้องทุกข์ต่อเขากับภรรยาว่าชาวบ้านและพระในหมู่บ้านไม่อยากให้พวกเขาอาศัยอยู่ที่นั่น มีการกล่าวหาว่าพวกเขาเป็นชาวมุสลิมและมีสมาชิกเครือข่ายยุวชนชาตินิยมขู่ว่าจะเผาบ้านของพวกเขา มีกลุ่มวัยรุ่นคอยป้วนเปี้ยนอยู่รอบบ้านของพวกเขาตลอดเวลา จนกระทั่งผู้บริหารหมู่บ้านบอกกับจ่อซานวินว่าเขาไม่สามารถรับรองความปลอดภัยให้ได้ ครอบครัวของจ่อซานวินจึงตัดสินใจขายบ้านแล้วย้ายออกจากหมู่บ้านนี้/p pซานเทย์ ญาติของจ่อซานวินกล่าวว่า ทุกศาสนาควรจะสามารถอยู่ได้ในทุกที่ของประเทศ ทุกๆ คนควรอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน พวกกลุ่มชาตินิยมพยายามจะทำตัวเป็นใหญ่ในหมู่บ้าน/p pหลังจากผิดหวังในการเลือกตั้งเมื่อเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว กลุ่มชาตินิยมที่หนุนหลังพรรคการเมืองฝ่ายทหารก็ออกมาโวยวายอีกครั้งจนทำให้เมียนมาร์เสี่ยงต่อการเกิดความรุนแรงทางศาสนาอีก แมทธิว สมิทธ์ ผู้อำนวยการบริหารขององค์กรฟอติฟายไรท์กล่าวว่าถ้าหากไม่มีการเคลื่อนไหวแสดงออกต่อต้านกลุ่มหัวรุนแรงทางศาสนาในเมียนมาร์หนักขึ้น การกีดกันทางศาสนาก็จะเติบโตต่อไปเรื่อยๆ จนยากที่จะหลีกเลี่ยงสถานการณ์รุนแรง/p pนอกจากนี้ยังมีกรณีพระชื่อดังอย่างพระวีระตุ๊ ที่คอยโพสต์ข่าวลือใส่ความชาวมุสลิมลงในโซเชียลมีเดีย และหน่วยงานรัฐเองก็ไม่ทำอะไรกับกรณีที่มีหมู่บ้านกีดกันทางศาสนาอิสลามโดยพวกเขาอ้างว่าไม่ได้รับรายงานร้องเรียนจากภูมิภาคในเรื่องนี้ พรรคเอ็นแอลดีเองก็อยู่ในภาวะต้องระแวดระวังความคิดเห็นเพราะมีความเกลียดชังชาวโรฮิงญาในทุกภาคส่วนของสังคมพม่าเมื่อไม่นานมานี้แม้แต่สื่ออิระวดีในภาษาพม่ายังมีกรณีการ์ตูนเหยียดเชื้อชาติชาวโรฮิงญาจนนักกิจกรรมออกมาวิจารณ์ และเมื่อนักศึกษาจากวิทยาลัยรัฐศาสตร์ย่างกุ้งจัดเดินขบวนเพื่อสันติภาพโดยมีป้าย "ยอมรับความหลากหลาย ส่งเสริมความอดกลั้นต่อความต่าง" ก็มีตำรวจบอกว่าจะฟ้องร้องนักกิจกรรมเหล่านี้ในข้อหาประท้วงโดยไม่ได้รับอนุญาต/p pการเหยียดศาสนายังส่งต่อชีวิตประจำวันของผู้คน เช่น กรณีคนขับรถแท็กซี่ผู้หาเช้ากินค่ำในย่างกุ้ง ถูกกลุ่มวัยรุ่นตะโกนด่าเหยียดและทุบตีเขาหน้าเจดีย์ชเวดากองเพียงเพราะเขาเป็นชาวมุสลิม จ่อซานวินรู้สึกถึงความเจ็บปวดแบบเดียวกันโดยที่ญาติของจ่อซานวินตัดพ้อถึงคนในหมู่บ้านที่ขับไล่พวกเขาว่า "ผู้คนพวกนี้ พวกเขาใจแคบเหลือเกิน พวกเราไม่อยากอยู่ร่วมกับพวกเขา"/p pbr /strongเรียบเรียงจาก/strong/p p'No Muslims allowed': how nationalism is rising in Aung San Suu Kyi's Myanmar, The Guardian, 23-05-2016br /a href="http://www.theguardian.com/world/2016/may/23/no-muslims-allowed-how-nationalism-is-rising-in-aung-san-suu-kyis-myanmar"http://www.theguardian.com/world/2016/may/23/no-muslims-allowed-how-nationalism-is-rising-in-aung-san-suu-kyis-myanmar/a/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/NxAVwnAq0Vg" height="1" width="1" alt=""/

อ่านแล้วชอบใจ สุเทพรับประกันร่างรธน.มีชัย ตอบโจทย์ปฏิรูปของ กปปส.

Tue, 24/05/2016 - 15:51
pสุเทพ บอกเอาร่าง รธน.มีชัยมาดูแล้ว รู้สึกถูกใจ พอใจ ชอบใจ ยันส่วนใหญ่ตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของมวลมหาประชาชนnbsp;ส่วนใครจะเลือกอย่างไรลงคะแนนรับไม่รับ เป็นเรื่องของแต่ละคน/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img src="https://c2.staticflickr.com/8/7052/27213127435_d9e2eee28b.jpg" //p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"ที่มาภาพ เฟซบุ๊กnbsp;/spana href="https://www.facebook.com/suthep.fb/photos/pcb.1243301945682285/1243301465682333"span style="color:#ff8c00;"Suthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ)/span/a/p pเมื่อวันที่ 23 พ.ค. ที่ผ่านมาnbsp;ที่เกาะสมุย สุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย พร้อมคณะ ประกอบด้วย ถาวร เสนเนียม วิทยา แก้วภราดัย อิสระ สมชัย สาทิตย์ วงศ์หนองเตย และชุมพล จุลใส ลงพื้นที่อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์วิทยาลัยอาชีวศึกษาภาวนาโพธิคุณ และทอดผ้าป่าสามัคคี โดยมีหน่วยงานราชการ เอกชน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกว่า 500 คน/p divซึ่ง สุเทพ ได้กล่าวถึงร่างรัฐธรรมนูญฉบับของ มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ หรือ กรธ. ว่าได้ศึกษาในรายละเอียดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พบว่าในเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญนั้นส่วนใหญ่ตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของมวลมหาประชาชนทุกประเด็น พร้อมยืนยันว่าการออกมาพูดในครั้งนี้ไม่ใช่เป็นการรณรงค์ให้ประชาชนรับร่างรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด เนื่องจากจะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ร่างรัฐธรรมนูญนำข้อเรียกร้องของ กปปส.ไปพิจารณา ประกอบไปด้วย การปฏิรูปการเมืองให้เข้าสู่การปกครองตามหลักประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การปฏิรูปกฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตและคอร์รัปชั่น การปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินให้ถึงมือประชาชน การลดความเหลื่อมล้ำ ทางการเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา และสาธารณสุข/div divnbsp;/div div“ในภาพรวมของเราแล้วและในฐานะที่เป็นเลขาธิการ กปปส. เมื่อเอาเจตนารมณ์ของประชาชนเรื่อการปฏิรูปประเทศเป็นที่ตั้งแล้วเอาร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มาดูแล้วรู้สึกถูกใจ พอใจ ชอบใจ ส่วนใครจะเลือกอย่างไรลงคะแนนรับไม่รับ เป็นเรื่องของแต่ละคน ผมเขียนได้เป็นข้อๆ เอามาเปรียบเทียบได้ บางเรื่องไม่เคยมีในรัฐธรรมนูญฉบับเก่าไม่เคยมี และเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศมานาน อย่างเรื่องนายกฯ เฉพาะกิจในรัฐธรรมนูญเขาเขียนไว้เลยว่า หากเกิดกรณีเช่นนั้นบุคคลที่มวลมหาประชาชนเรียกร้องไว้ก็ต้องออกมาทำเลยไม่ต้องปฏิวัติแล้ว ถ้ามีรัฐธรรมนูญแบบนี้ พล.อ.ประยุทธ์ก็ไม่ต้องไปปฏิวัติ ผมถึงเห็นว่าตรงนี้เป็นการหาทางออกให้ประเทศ เป็นเรื่องที่น่าชื่นชม ในฐานะศิษย์สวนโมกข์ อาจารย์พุทธทาสบอกว่า คนที่มาเป็นผู้นำ มาอย่างไรไม่สำคัญเท่ากับคนมีธรรมะ มีศีลธรรม ให้ได้คนดีก็แล้วกัน ไม่ได้อยู่ที่วิธีการมา แต่อยู่ที่คน” สุเทพ กล่าว/div divnbsp;/div divที่มา a href="http://www.thairath.co.th/content/624541"ไทยรัฐออนไลน์/a และa href="http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9590000051662"ผู้จัดการออนไลน์/a/div divnbsp;/div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/QPm74lH1idA" height="1" width="1" alt=""/