ประชาไท

Syndicate content
Updated: 5 min 56 sec ago

สถานการณ์แรงงานประจำสัปดาห์ 16-22 เม.ย. 2557

Tue, 22/04/2014 - 21:53
p!--break--!--break--/p divstrongจับตาสัญญาณอันตราย! ตัดโอที-จ่ายเงินเดือนช้า นักธุรกิจชี้โรงงาน"กลาง-ย่อย"กระทบแล้ว/strong/div divnbsp;/div divนายสมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมค้าส่งค้าปลีกไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ร้านค้าย่อย (โชห่วย) ทั่วประเทศ เริ่มได้รับผลกระทบจากการที่โรงงานผลิตสินค้าระดับล่างและโรงงานขนาดกลางและย่อย (เอสเอ็มอี) ลดเวลาทำงานจากปกติ (โอที) ลดสวัสดิการของพนักงาน และจ่ายเงินเดือนล่าช้า เพื่อลดภาระผู้ประกอบการและลดความเสี่ยงทางธุรกิจ หลังเริ่มได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจไทยที่ซบเซา และการส่งออกยังไม่ฟื้นตัวอย่างที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งเป็นการซ้ำเติมยอดขายของร้านค้าโชห่วยให้ลดลงอีก จากที่กำลังได้รับผลกระทบอยู่แล้ว จากกรณีรัฐบาลจ่ายชำระเงินค่าจำนำข้าวให้ชาวนาล่าช้าและยอดเงินที่ได้รับยังค่อนข้างน้อย และความเดือดร้อนของเกษตรกรกับสินค้าราคาเกษตรตกลง โดยเฉพาะข้าวฤดูกาลใหม่นาปรัง 2557 ราคารับซื้อต่ำเหลือแค่ตันละ 5,000 บาท เทียบช่วงเดียวกันปีก่อนขายอย่างต่ำๆ ก็เกินตันละ 7,000-8,000 บาท และราคายางพารายังต่ำลงต่อเนื่อง รวมถึงปัญหาจากภัยแล้ง ที่ยังไม่ชัดเจนว่าจะกระทบต่อผลผลิตที่เสียหายไปเท่าไหร่nbsp;/div divnbsp;/div div"กังวลว่ากำลังซื้อจากกลุ่มผู้ใช้แรงงานระดับล่างลดลง หรือเกิดการตกงาน ร้านค้าริมถนนจะได้รับผลกระทบเป็นด่านแรก เหมือนร้านค้าเล็กๆ ในต่างจังหวัด เริ่มเจอปัญหายอดขายลดลง ทำให้ต้องลดการสั่งซื้อสินค้าจากค้าส่ง ซึ่งยี่ปั๊วซาปั๊วอย่างเรา ก็ต้องลดการสั่งซื้อสินค้าจากผู้ผลิตสินค้า ทำให้โรงงานก็ต้องลดเวลาทำงาน จ่ายเงินล่าช้า ยังไม่รวมปัญหาการเลิกจ้างและบัณฑิตใหม่ตกงาน เงินรายได้ที่จะหมุนเวียนในระบบ 3-4 รอบเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยก็หายไป เห็นได้จากการปรับลดตัวเลขคาดการณ์ทางเศรษฐกิจของหน่วยงานต่างๆ" นายสมชายกล่าว/div divnbsp;/div divนายสมชายกล่าวว่า สัญญาณเตือนภัยต่อระบบเศรษฐกิจที่ไม่ดีนัก คือ การแข่งขันจัดแคมเปญส่งเสริมการขาย จัดรายการลด แลก แจก หรือแถมกันรุนแรงในขณะนี้ เพื่อเป็นการรักษาลูกค้าและพยุงรายได้บริษัท จึงอยากให้ปัญหาการเมืองจบลง เพราะเป็นต้นเหตุของปัญหาอื่นๆ โดยเฉพาะการบริโภคลดลง การท่องเที่ยวน้อยกว่าปกติ เงินฝืดเพราะคนระมัดระวังการใช้จ่ายกลัวรายได้อนาคตลดลงและตกงาน ตอนนี้ที่ดูว่าการค้าปลีกค้าส่งยังเดินได้ แต่ไม่ได้ขายได้ขายดีในทุกพื้นที่nbsp;/div divnbsp;/div divน.ส.ผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบภาวะการประกอบการของผู้ประกอบการธุรกิจ พบว่าภาคบริการในต่างจังหวัดมีการหดตัวบ้างแล้ว ซึ่งปัจจุบันสัดส่วน 70-80% เป็นธุรกิจต่างจังหวัด และส่วนใหญ่ยังใช้แรงงานในการผลิตอยู่จำนวนมาก หากได้รับผลกระทบย่อมกระทบต่อเศรษฐกิจไทยทั้งระบบ ซึ่งกรมกำลังเฝ้าติดตามและเตรียมหาแนวทางช่วยเหลือธุรกิจที่มีปัญหา โดยธุรกิจที่น่าห่วงคือธุรกิจที่ใช้แรงงานมาก เช่น การผลิตสิ่งทอ เครื่องเรือน เป็นต้น/div divnbsp;/div div(มติชนออนไลน์, 16-4-2557)/div divnbsp;/div divstrongก.แรงงานจัดโครงการสถานประกอบการต้นแบบด้านแรงงานสัมพันธ์nbsp;/strong/div divnbsp;/div divnbsp;ม.ล.ปุณฑริก สมิติ รองปลัดกระทรวงแรงงาน (รง.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการแรงงานสัมพันธ์ได้มีมติเห็นชอบจัดทำโครงการสถานประกอบการดีเด่นด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงานต้นแบบขึ้นเพื่อเป็นแบบอย่างและเผยแพร่แนวทางการดำเนินการด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงานให้แก่สถานประกอบการต่างๆ ซึ่งขณะนี้คณะกรรมการได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการจัดทำหลักเกณฑ์การคัดเลือกโดยกำหนดหลักเกณฑ์เบื้องต้น เช่น ต้องเป็นสถานประกอบการที่ได้รับรางวัลสถานประกอบการดีเด่นด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงานจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเกินกว่า 10 ปีติดต่อกัน โดยคัดเลือกสถานประกอบการทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลางและเล็ก คาดว่าจะแล้วเสร็จในปลายปีนี้และคัดเลือกสถานประกอบการดีเด่นฯในต้นปี พ.ศ. 2558/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div div“หลังจากได้สถานประกอบการดีเด่นฯ คณะกรรมการจะจัดทำคู่มือเผยแพร่องค์ความรู้และกิจกรรมด้านแรงงานสัมพันธ์ของสถานประกอบการทั้งหมด รวมทั้งขอให้สถานประกอบการเหล่านี้จัดวิทยากรมาช่วยอบรมให้ความรู้แก่สถานประกอบการต่างๆ ที่ต้องการส่งเสริมด้านแรงงานสัมพันธ์เพื่อให้เกิดความสัมพันธ์อันดีระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง และอาจจะมีมีการเชิญสถานประกอบการต้นแบบไปจัดโรดโชว์เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการส่งเสริมแรงงานสัมพันธ์ให้แก่ประเทศต่างๆ ในอาเซียนด้วย” รองปลัด รง. กล่าว/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divทั้งนี้ ในปี พ.ศ. 2556 มีสถานประกอบการที่ได้รับรางวัลสถานประกอบการดีเด่นด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงานจากกระทรวงแรงงาน 10 ปีติดต่อกัน (พ.ศ. 2547-2556) ทั้งหมด 16 แห่ง เช่น ประเภทที่มีสหภาพแรงงาน 7 แห่ง เช่น สถานประกอบการขนาดใหญ่ เช่น บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด (สำนักงานใหญ่) จ.สมุทรปราการ บริษัท ไทยแอโรว์ จำกัด (โรงงานฉะเชิงเทรา) จ.ฉะเชิงเทรา สถานประกอบการขนาดกลาง เช่น บริษัท เทยินโพลีเอสเตอร์ จำกัด จ.ปทุมธานี บริษัท ลัคกี้เท็คซ์ (ไทย) จำกัด (มหาชน) โรงงาน 2 สมุทรปราการ/div divnbsp;/div div(ASTV ผู้จัดการออนไลน์, 17-4-2557)/div divnbsp;/div divstrongจ่อตั้ง “กองอาเซียน” ดูแลแรงงานอาเซียน มิ.ย.ประเดิมยกร่างตราสาร/strong/div divnbsp;/div divนายสุเมธ มโหสถ รองปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงาน ได้จัดตั้ง “กองอาเซียน” ขึ้นภายใต้การกำกับดูแลของสำนักประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน โดยกองอาเซียนจะมีหน้าที่ในการจัดทำยุทธศาสตร์ นโยบายและข้อเสนอแนะ แนวทางการดำเนินงานด้านแรงงานในกรอบอาเซียน และความร่วมมือในกรอบพหุภาคีอื่นๆ รวมทั้งดำเนินการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์การเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ทั้งการกำกับดูแล ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงาน ขณะเดียวกันทำหน้าที่ประสาน สนับสนุนความร่วมมือด้านแรงงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกรอบอาเซียน และความร่วมมือในกรอบพหุภาคีอื่นๆ ทั้งการจัดการประชุม การเข้าร่วมประชุม จัดทำถ้อยแถลง กำกับท่าที และการเจรจาในระดับนานาชาติภายใต้กรอบดังกล่าว พร้อมทั้งทำหน้าที่ศึกษาวิเคราะห์จัดทำเอกสารทางวิชาการ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพื่อเป็นข้อมูลในการดำเนินงานความร่วมมือในกรอบอาเซียน กรอบความร่วมมือในพหุภาคีอื่นๆ รวมถึงทำหน้าที่เป็นตัวแทนกระทรวงแรงงานในคณะกรรมการด้านความร่วมมือในกรอบอาเซียน หรือกรอบความร่วมมือพหุภาคีอื่นๆ และปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ปลัดกระทรวงแรงงานมอบหมาย/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divรองปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวอีกว่า งานแรกในเดือนมิถุนายน นี้ กระทรวงแรงงานจะเป็นเจ้าภาพจัดการการประชุมยกร่างตราสารอาเซียน เพื่อร่วมกันร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงานแรงงานต่างด้าว ระดับล่าง ซึ่งจะช่วยให้ทั้งแรงงานต่างด้าวที่มาทำงานในไทยได้รับการคุ้มครอง ขณะเดียวกันแรงงานไทยที่ไปทำงานในต่างประเทศก็จะได้รับการคุ้มครองเช่นกัน/div divnbsp;/div div(ASTV ผู้จัดการออนไลน์, 17-4-2557)/div divnbsp;/div divstrongต่างชาติทำวุ่น! นับเด็กช่วยงานพ่อแม่เป็นการใช้แรงงาน จ่องัดประเพณีฉะกลับ/strong/div divnbsp;/div divม.ล.ปุณฑริก สมิติ รองปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ได้หารือกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ เรื่องแนวทางความร่วมมือ เพื่อดำเนินงานเกี่ยวกับประเด็นการใช้แรงงานเด็กในประเทศไทย โดยสำนักงานสถิติฯ ได้รับข้อเสนอของกระทรวงแรงงานที่นำข้อคิดเห็นขององค์กรเอกชน (เอ็นจีโอ) ในการเก็บข้อมูลการสำรวจการใช้แรงงานเด็กของไทยในการแยกประเภทเด็กทำงานและแรงงานเด็กให้ชัดเจน nbsp;โดยสำนักงานสถิติฯ จะดำเนินการปรับแบบสำรวจให้มีหัวข้อที่ชี้ชัดมากขึ้น รวมทั้งจะมีการนำแบบสำรวจการเก็บข้อมูลของต่างประเทศที่ใช้กันแพร่หลายและเป็นที่ยอมรับมาใช้ในประเทศไทยด้วย ซึ่งสำนักงานสถิติฯมองแบบสำรวจของประเทศอินโดนีเซียไว้ ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการนำแบบสำรวจใหม่มาเริ่มใช้เก็บข้อมูลเด็กทำงานในปี 2558/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div div“การเก็บข้อมูลการใช้แรงงานเด็กในไทยยังเป็นปัญหา เนื่องจากองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) เอ็นจีโอ มีการนับจำนวนแรงงานเด็กต่างจากไทย โดยนับเด็กที่ช่วยพ่อแม่ทำงานที่บ้านเป็นการใช้แรงงานเด็กด้วย ขณะที่วัฒนธรรมไทยปลูกฝังให้เด็กให้ช่วยพ่อแม่ทำงานบ้าน เพื่อแบ่งเบาภาระผู้ปกครอง ซึ่งไทยเตรียมชี้แจงเรื่องศาสนา ประเพณี และวัฒนธรรมไทย ซึ่งมีเอกสารชัดเจนกับนานาประเทศ เชื่อว่าหากไทยสามารถชี้แจงในเรื่องนี้ได้ สหรัฐอเมริกาและประเทศต่างๆ จะมองสถานการณ์การใช้แรงงานเด็กของไทยในทางที่ดีขึ้น” รองปลัด รง. กล่าว/div divnbsp;/div div(ASTV ผู้จัดการออนไลน์, 21-4-2557)/div divnbsp;/div divstrongสปส.หาทางช่วยแรงงานสแตนเลย์ หวั่นขาดสิทธิประกันสังคม/strong/div divnbsp;/div divน.ส.วิไลวรรณ แซ่เตีย รองประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย(คสรท.) เปิดเผยว่า เร็วๆ นี้ได้เข้าหารือกับ นางอำมร เชาวลิต เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม(สปส.)และนายอารักษ์ พรหมณี รองเลขาธิการสปส.ในเรื่องปัญหาสิทธิประกันสังคมของลูกจ้าง บริษัทสแตนเลย์ เวิร์คส์ จำกัด เนื่องจากมีปัญหาข้อพิพาทระหว่างสหภาพแรงงานสแตนเลย์กับบริษัทnbsp;/div divnbsp;/div divทางบริษัทจึงใช้สิทธิตามกฎหมายสั่งปิดงานโดยไม่จ่ายค่าจ้างนับตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2556 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลากว่า 5 เดือน แต่ระยะเวลาการขยายสิทธิประกันสังคมจะสิ้นสุดในวันที่ 25 เมษายน 2557 ซึ่งพ้นระยะเวลา 6 เดือนตามที่กฎหมายประกันสังคมกำหนดการให้สิทธิไว้ ทำให้ลูกจ้างบริษัทสแตนเล่ย์ 44 คนที่มีข้อพิพาทกับนายจ้างไม่สามารถใช้สิทธิประกันสังคมต่างๆได้และส่งผลกระทบต่อชีวิตลูกจ้าง nbsp;/div divnbsp;/div divน.ส.วิไลวรรณ กล่าวต่อไปว่า ได้ขอให้สปส.พิจารณาในแง่กฎหมายว่าจะสามารถออกระเบียบหรือประกาศให้นายจ้างจ่ายเงินสมทบในส่วนของลูกจ้างได้หรือไม่ หากทำไม่ได้ก็ขอให้พิจารณาว่าให้ลูกจ้างสามารถส่งเงินสมทบเข้าประกันสังคมเองได้หรือไม่ เพื่อจะได้สามารถใช้สิทธิประกันสังคมต่อไปได้ nbsp;/div divnbsp;/div divหากสามารถออกระเบียบรองรับได้ก็ให้ลูกจ้างส่งเงินสมทบแบบเดือนต่อเดือนเริ่มจากเดือนพฤษภาคมนี้และส่งเงินสมทบต่อเนื่องไปจนกว่าการแก้ปัญหาข้อพิพาทจะได้ข้อยุติ และได้ขอให้สปส.แจ้งผลการพิจารณาในแง่กฎหมายก่อนวันที่ 22 เมษายนนี้เพราะศาลแรงงานนัดไกล่เกลี่ยระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างในวันดังกล่าว/div divnbsp;/div divด้าน นายอารักษ์ พรหมณี รองเลขาธิการสปส. กล่าวว่า เลขาธิการสปส.ให้ตนไปศึกษาในแง่กฎหมายว่าจะสามารถออกประกาศหรือระเบียบเพื่อช่วยเหลือลูกจ้างบริษัทสแตนเล่ย์ไม่ให้ขาดสิทธิประกันสังคมได้หรือไม่ รวมทั้งให้ไปหารือกับนายจ้างด้วยnbsp;/div divnbsp;/div divจากการหารือกับนายจ้างมีข้อกังวลในประเด็นกฎหมายคุ้มครองแรงงานในแง่ของการปิดงาน จึงขอให้สปส.พิจารณาในแง่กฎหมายว่าหากนายจ้างช่วยส่งเงินสมทบจะมีผลกระทบตามที่มีข้อกังวลหรือไม่ ซึ่งสปส.อยู่ระหว่างศึกษาในแง่กฎหมายของประกันสังคมและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง nbsp;จะให้ได้ข้อสรุปก่อนวันที่ nbsp;25 nbsp;เมษายนนี้/div divnbsp;/div div“ประเด็นปัญหาข้างต้นถือเป็นเรื่องใหม่ที่สปส.เพิ่งเคยจอเป็นครั้งแรกเพราะเป็นเรื่องที่มีความเกี่ยวเนื่องกันระหว่างกฎหมายคุ้มครองแรงงานกับกฎหมายประกันสังคม nbsp; nbsp; จะต้องหาทางออกเพื่อช่วยลูกจ้างบริษัทสแตนเล่ย์ไม่ให้ขาดสิทธิประกันสังคมโดยพิจารณาในแง่กฎหมายให้รอบคอบและรัดกุม nbsp;ต่อไปในอนาคตอาจจะต้องมีการแก้ไขกฎหมายประกันสังคมเพื่ออุดช่องโหว่ในเรื่องนี้”nbsp;/div divnbsp;/div div(มติชน, 21-4-2557)/div divnbsp;/div divstrongลูกจ้างโรงงานผลิตว่านกระป๋องส่งนอก ฮือประท้วงนายจ้างไม่จ่ายค่าแรง/strong/div divnbsp;/div div(21 เม.ย.) ที่บริเวณหน้าสำนักงานฝ่ายบุคคลของโรงงานปราณบุรีสับปะรดกระป๋อง จำกัด หมู่ที่ 4 ต.หนองตาแต้ม อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้มีพนักงาน และลูกจ้างในส่วนของโรงงานผลิตว่านกระป๋องส่งนอกกว่า 300 คน ได้ร่วมตัวชุมนุมประท้วงนายจ้างหลังไม่ยอมจ่ายค่าแรงงานมานานเกือบ 2 เดือน จนทำให้ได้รับความเดือนร้อนอย่างหนัก และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีผู้บริหารรายใดออกมาชี้แจงเหตุผลถึงสาเหตุที่ไม่สามารถจ่ายเงินเดือน และค่าแรงงานให้แก่พนักงาน และลูกจ้างแต่อย่างใด/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divอีกทั้งทางโรงงานก็ได้มีการปิดการผลิตว่านกระป๋องโดยไม่มีกำหนดเปิดทำงานที่แน่ชัด ทำให้พนักงาน และลูกจ้างเกิดความสับสน ประกอบกับใกล้เปิดเทอม จึงส่งผลกระทบต่อครอบครัวของพนักงาน และลูกจ้างที่ต้องแบ่งรับภาระหนี้สิน และค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้น/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divโดยทางพนักงาน และลูกจ้างได้เรียกร้องขอให้ผู้บริหารยอมจ่ายเงินเดือนที่คงค้างไว้ภายในวันนี้ หากมีการชำระแล้วก็จะไม่ติดใจเอาความ หรือหากทางโรงงานจะมีการจ้างแรงงานออกก็ยินยอม แต่ขอให้จ่ายเงินค่าแรงก่อน/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divผู้สื่อข่าวรายงานว่า การชุมนุมของพนักงาน และลูกจ้างดังกล่าวจนถึงขณะนี้ (14.00 น.) นานหลายชั่วโมงแล้ว แต่ยังไม่มีผู้บริหารรายใด หรือหุ้นส่วนของโรงงานออกมาชี้แจง มีแต่เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลของโรงงานเท่านั้นที่ออกมาปฏิเสธไม่สามารถให้คำตอบอะไรได้ ต้องรอฝ่ายบริหารเท่านั้น/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divนายอำนวย รักอู่ อายุ 46 ปี 49/3 หมู่ 2 ต.ศิลาลอย อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ตนได้รับความเดือดร้อนมานานเกือบ 2 เดือน หลังจากที่โรงงานมีการผัดผ่อนการจ่ายค่าแรงมาโดยตลอด จนถึงขณะนี้ตนต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาใช้จ่ายภายในครอบครัวก่อน ทำให้ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากนายจ้าง ซึ่งเราก็ทำงานมาโดยตลอด ลูกจ้างทั้งหมดในโรงงานกว่า 300 คน ยังไม่มีใครได้รับเงินค่าจ้างเลยแม้แต่คนเดียว ทั้งนี้ เคยเรียกร้องไปทางสำนักงานแรงงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้มาตรวจสอบแต่เรื่องก็ยังเงียบหายไป ไม่มีคำตอบเช่นกัน/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divด้านนางอารยา พุ่มพวง พนักงานอีกหนึ่งรายกล่าวว่า นอกจากได้รับผลกระทบจากค่าแรงงานแล้วตนจำเป็นต้องรักษาตัว ต้องเข้าโรงพยาบาลทุกเดือนเพื่อรักษาตัว แต่พบว่าทางโรงงานขาดส่งค่าประกันสังคม แต่มีการหักเงินประกันสังคมจากพนักงานทุกเดือน จึงเกรงจะไม่ได้รับการคุ้มครอง สร้างความเดือดร้อนเพิ่มขึ้น และจะเพิ่มภาระมากขึ้นในอนาคต/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div div“อยากวิงวอนให้ผู้บริหารลงมาเจรจากับพนักงานโดยด่วน เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อน โดยการจราจาจะจ่ายเงินเท่าใดก่อนก็ขอให้มาพูดคุยตกลงกัน เพราะพวกเรายังไม่สามารถออกไปทำงานที่อื่นได้ นอกจากรับจ้างทั่วไปเพื่อนำเงินมาประทังชีวิตไปก่อน” นางอารยา กล่าว/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;/div divด้านนายสุกิจ ครุฑคง นักวิชาการแรงงานชำนาญการ สำนักงานแรงงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ในวันนี้ได้เดินทางมารับฟังปัญหาของพนักงานโรงงานดังกล่าว โดยทราบว่าลูกจ้างทั้งหมดยังไม่ได้รับค่าจ้างนานเกือบ 2 เดือน โดยล่าสุด ได้มีการประสานงานทางโทรศัพท์กับผู้บริหารโรงงานแล้วแต่ไม่สามารถติดต่อได้/div divnbsp; nbsp; nbsp; nbsp;nbsp;/div divโดยขั้นตอนต่อไปจะให้พนักงานทั้งหมดได้เขียนบันทึกคำร้องปากคำ กรณีไม่ได้รับเงินค่าแรงเพื่อรวบรวมประกอบการดำเนินการของสำนักงานแรงงานต่อไป โดยจะพยายามเร่งรัดให้โรงงานดำเนินการจ่ายค่าแรงงานที่ค้างชำระให้เร็วที่สุด แต่ถ้ายังเพิกเฉยก็จะต้องดำเนินการให้พนักงานลูกจ้างฟ้องศาลแรงงาน และแจ้งความดำเนินคดีต่อไป/div divnbsp;/div div(ASTV ผู้จัดการออนไลน์, 21-4-2557)/div divnbsp;/div divstrongคนงานมิชลินปักหลักก.แรงงานต่อ หลังเจรจาไม่ได้ข้อยุติ นัดไกล่เกลี่ยอีกครั้ง 29 เม.ย./strong/div divnbsp;/div divเมื่อวันที่ 22 เมษายน ที่กระทรวงแรงงาน นายสุวิทย์ สุมาลา รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน(กสร.) กล่าวว่า การเจรจาระหว่างตัวแทนสหภาพแรงงานบริษัทสยามมิชลิน จำกัด จ.ชลบุรี กับนายจ้างในเรื่องข้อพิพาทแรงงานเป็นครั้งที่ 8 โดยผู้แทนนายจ้างเสนออายุข้อตกลง 3 ปี เงินช่วยเหลือค่าเช่าบ้าน เบี้ยขยัน รวม 900/1,000/1,200 บาทต่อคนต่อเดือน แต่ตัวแทนสหภาพเสนออายุข้อตกลง 1 ปี โบนัส 4 เดือน บวกเงินอีก 20,000 ปรับค่าจ้างไม่น้อยกว่าร้อยละ 4 และค่าเช่าบ้าน 2,000 บาทต่อคนต่อเดือน จากเดิมเสนอขอโบนัส 3.3 เดือน บวกเงิน 15,000 บาท ค่าเช่าบ้าน 2,700 บาทและเบี้ยขยัน 1,500 บาท แต่ยังหาข้อยุติไม่ได้ จึงได้นัดเจรจาไกล่เกลี่ยครั้งต่อไปวันที่ 29 เมษายน เวลา 10.00 น. ที่สำนักแรงงานสัมพันธ์ กระทรวงแรงงาน/div divnbsp;/div divผู้สื่อข่าวรายงานว่า คนงานบริษัทสยามมิชลินหลายร้อยคนยังคงปักหลักชุมนุมเรียกร้องที่กระทรวงแรงงานต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา ในเรื่องสภาพการจ้างงาน การขอเงินตอบแทนพิเศษประจำปี(โบนัส) โดยมีการเจรจามาแล้ว 7 ครั้ง โดยมีผู้นำแรงงานปราศรัยโจมตีบริษัทฯ ในเรื่องการเจรจาข้อเรียกร้อง เป็นระยะ/div divnbsp;/div div(มติชนออนไลน์, 22-4-2557)/div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/V3AxeHuKsHk" height="1" width="1"/

จอม เพชรประดับ

Tue, 22/04/2014 - 20:28
div class="field field-type-filefield field-field-picture-small" div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/quote/2014/04/52829" class="imagecache imagecache-100x100pixel_news_icon imagecache-linked imagecache-100x100pixel_news_icon_linked"img src="http://prachatai.com/sites/default/files/imagecache/100x100pixel_news_icon/files/picturesmall/cats-crop.jpg" alt="" title="" width="100" height="100" class="imagecache imagecache-100x100pixel_news_icon"//a /div /div /div pการทำสื่ออย่าติดกรอบ “เราคือคนไทย” หรือต้องรักษาผลประโยชน์ของประเทศ วิชาชีพนี้เป็นวิชาชีพที่พูดถึงคน ต้องเคารพในสิทธิความเป็นคนอย่างเท่าเทียมกัน ให้ความเป็นธรรมกับทุกคนบนโลก/p div class="field field-type-text field-field-quote-detail" div class="field-items" div class="field-item odd" 22 เม.ย. 57 ในวงเสวนา ‘จริยธรรมสื่อ’ เรื่องล้าสมัย? ในโลกที่ภูมิทัศน์สื่อเปลี่ยนแปลง /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/FaY-9-5hcN0" height="1" width="1"/

กลุ่มผู้บริโภคลุยฟ้องคดีเชฟโรเลตเรียกค่าเสียหาย 7 ล้าน

Tue, 22/04/2014 - 17:47
pลูกค้ารถยนต์ 7 รายฟ้องแพ่ง เรียกค่าเสียหายจากความชำรุดบกพร่องของรถยนต์เชฟโรเลต ระบุต้องการให้เป็นคดีตัวอย่างเรื่องการใช้สิทธิของผู้บริโภคเพื่อพัฒนาและยกระดับมาตรฐานของการคุ้มครองผู้บริโภค และเสนอให้ปรับปรุงมาตรการเยียวยาจากการหักค่าเสื่อมราคากับ สคบ. ด้วย/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm3.staticflickr.com/2911/13968304364_5ebba239f0_z.jpg" style="width: 560px; height: 420px;" //p p22 เม.ย. 2557 - ตามที่คณะทำงานสืบค้นข้อเท็จจริงของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้สรุปผลการทดสอบรถยนต์รถยนต์ยี่ห้อเชฟโรเลต รุ่นครูซ ว่า พบปัญหาในรถยนต์ทั้ง 12 คัน แต่ปรากฏว่าข้อเสนอจากการไกล่เกลี่ยของ สคบ. จำนวน 3 รายที่ไปเจรจาเป็นกลุ่มแรกไม่ได้รับการเยียวยาที่เหมาะสม จึงเป็นเหตุให้กลุ่มผู้ได้รับความเสียหาย ไม่เจรจาและตัดสินใจขอยื่นฟ้องคดีกับบริษัท เชฟโรเลตฯ นั้น/p pล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น. วันนี้ (22 เม.ย.) มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค แจ้งว่า ผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายจากความชำรุดบกพร่องของรถยนต์ยี่ห้อเชฟโรเลต รุ่นครูซ ฟ้องบริษัท เชฟโรเลตฯ ที่ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก ทั้งหมด 7 ราย/p pโดยผู้เสียหายทั้ง 7 ราย ระบุสาเหตุที่ยื่นฟ้องว่าเพราะปัญหาที่เกิดขึ้นมีมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ซื้อรถจนถึงปัจจุบัน และมีการแก้ไขบ่อยครั้ง ซึ่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เลขาธิการ สคบ. ก็ได้แถลงผลการทดสอบว่า พบปัญหาในรถทุกคันที่ทดสอบ โดยพบปัญหาเกี่ยวกับระบบส่งกำลัง ได้แก่ เกียร์เปลี่ยนขึ้น-ลงกระตุก เกียร์ไม่ Kick-down เกียร์เปลี่ยนขึ้น ๆ ลง ๆ เกียร์กระตุกในสภาวะรถติดเคลื่อนตัวช้า เป็นต้น โดยรถคันที่มีการรายงานอาการซ้ำๆ มากที่สุดคือ 38 ครั้ง nbsp;พร้อมยืนยันว่าผลการทดสอบของคณะทำงานสืบค้น ถือเป็นที่สุด และขอให้บริษัทฯ เยียวยาความเสียหายให้แก่ผู้บริโภค/p pอย่างไรก็ตาม การเยียวยาความเสียหายตามหลักเกณฑ์ของ สคบ. กลับให้หักค่าเสื่อมราคารถยนต์สูงถึง 40% (20% ในปีที่หนึ่ง nbsp;12% ในปีที่สอง และ 8% ในปีที่สาม) ซึ่งไม่แตกต่างจากการขายรถมือสองที่เต๊นท์ เพราะการที่ตัดสินใจจ่ายเงินซื้อรถใหม่มาขับก็หวังจะได้รถยนต์ที่มีคุณภาพ มีสมรรถนะและมีความปลอดภัย ใช้งานได้หลายๆ ปีตามอายุการใช้รถยนต์ทั่วไปโดยไม่มีปัญหา แต่กลับกลายเป็นว่าซื้อรถมาเพื่อซ่อม และต้องกังวลว่าจะเกิดอาการขัดข้องในระหว่างขับขี่จนอาจนำไปสู่อุบัติเหตุ ผู้ฟ้องคดีทั้ง 7 รายจึงตัดสินใจนำคดีสู่ศาลยุติธรรมเพื่อปกป้องสิทธิของตนและเชื่อมั่นว่าจะได้รับความยุติธรรมจากคดีดังกล่าว nbsp;โดยขอให้ศาลมีคำสั่งดังนี้/p pหนึ่ง ขอให้รับผิดชอบคืนเงินดาวน์และค่างวดเช่าซื้อที่ชำระไปแล้วทั้งหมด/p pสอง ขอให้บริษัทฯ รับผิดชอบค่าใช้สอยรถยนต์ต่อผู้ให้เช่าซื้อเต็มจำนวนแทนผู้บริโภค เนื่องจากสาเหตุที่ต้องบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อและเรียกเงินคืนนั้นเพราะสินค้าชำรุดบกพร่องจากการผลิต ไม่ใช่จากการใช้งานปกติของผู้บริโภค/p pสาม ขอให้ศาลห้ามบริษัทฯ จำหน่ายรถยนต์รุ่นพิพาท และให้เรียกเก็บสินค้าดังกล่าวจนกว่าจะได้เปลี่ยนแปลงให้มีความปลอดภัย แต่หากแก้ไขไม่ได้ ให้ห้ามผลิตหรือนำเข้ามาจำหน่าย/p pสี่ ขอเรียกค่าเสียหายต่อจิตใจที่ต้องหวาดกลัว วิตกกังวล ตลอดเวลาในการใช้รถยนต์พิพาท/p pนอกจากนี้ กลุ่มผู้บริโภคต้องการให้คดีนี้เป็นคดีตัวอย่างในเรื่องการใช้สิทธิของผู้บริโภคเพื่อพัฒนาและยกระดับมาตรฐานของการคุ้มครองผู้บริโภคในประเทศไทยต่อไป จะมีการยื่นข้อเสนอในการปรับปรุงมาตรการเยียวยาจากความชำรุดบกพร่องในเรื่องการหักค่าเสื่อมราคา เพื่อการไกล่เกลี่ยที่เป็นธรรมกับผู้บริโภคเพิ่มขึ้น ต่อคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ภาคประชาชน และคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคอีกอีกทางหนึ่ง/p pผู้เสียหาย 7 รายนี้ เป็นกรณีที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวน 25 ราย เข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เมื่อเดือนสิงหาคม ปีที่ผ่านมา กรณีซื้อรถยนต์ยี่ห้อเชฟโรเลต รุ่นครูซ และรุ่นแคปติวา แล้วเดือดร้อนเสียหายจากความชำรุดบกพร่องของสินค้า ซึ่งบริษัทฯ เสนอขอแก้ไขปัญหาและเจรจากับผู้ร้อง แต่ไม่สามารถจัดการปัญหาได้ทั้งหมด ยังผลไปสู่การทดสอบรถยนต์ที่สนามแก่งกระจานเซอร์กิต จ.เพชรบุรี ในเดือนตุลาคม 56 โดยคณะทำงานสืบค้นข้อเท็จจริงซึ่งแต่งตั้งโดยสคบ. nbsp;มีผู้เสียหายที่สมัครใจนำรถยนต์เข้าทดสอบในครั้งนั้นทั้งหมด 12 คันและทุกคันเป็นรถยนต์รุ่น เชฟโรเลต ครูซ nbsp;ที่ผลิตในปี 2011-2012 จนกระทั่งได้มีผลการทดสอบดังกล่าว/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/eeQbmsFK0RI" height="1" width="1"/

กวีประชาไท: มหรสพกลางกรุง

Tue, 22/04/2014 - 15:42
!--break--!--break-- pnbsp;/p pมหรสพสนุกยุคbr /มรสุมบ่าบุกเข้าเมืองใหญ่br /ยังเร่งยังเร้ามิชั่งใจbr /บ้านใครเมืองใคร? ย่ำบาทา/p pลมหายใจของผู้บริสุทธิ์br /มิอาจหยุดความอยากมากตัณหาbr /ตีตนเป็นใหญ่ ไหว้บูชาbr /ลับหลังส่ง-ค้าอำนาจเมือง/p pท่ามดินแดนเรืองรุ่งท่านมุ่งหมายbr /พาขุนศึกตั้งค่ายอันคุ้มเขื่องbr /ชัยชนะท่านว่า ฟ้ารองเรืองbr /มิเปล่าเปลืองแม้แลกหนึ่งชีวี/p pมหรสพสนุกยุคbr /มรสุมบ่าบุก ,ยังรุกรี่br /เร่งเร้าระดมประชาชีbr /ความตาย-เมืองนี้ ฝีมือใคร/p pมรสุมโหมเมืองศิวิไลซ์br /นั่นใคร จัดมหรสพกลางกรุง/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/naaUxtlx72c" height="1" width="1"/

23 องค์กรออกแถลงการณ์ เรียกร้อง สตช.เร่งหาตัวแกนนำกะเหรี่ยงแก่งกระจาน

Tue, 22/04/2014 - 15:01
!--break--!--break-- p22 เม.ย.2557 เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม และองค์กรเครือข่าย รวม 23 องค์กร ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่งหาตัว ‘บิลลี่’ พอละจี รักจงเจริญ รวมทั้งเร่งหาตัวผู้กระทำผิด และเรียกร้องอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสั่งหัวหน้าอุทยานแก่งกระจานออกจากพื้นที่ เพื่อให้การสอบสวนเป็นไปอย่างเป็นธรรมและโปร่งใส/p pสืบเนื่องจากกรณีที่นายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย หายตัวไปอย่างลึกลับตั้งแต่วันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา หลังถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานควบคุมตัว โดยนายพอละจีมีบทบาทสำคัญในการปกป้องสิทธิของชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย จากกรณีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เข้าทำการอพยพชาวบ้านออกจากพื้นที่ป่า และทำการรื้อถอน เผาบ้านพัก และยุ้งข้าวของชาวบ้านเมื่อปี 2554/p pในขณะที่มีรายงานข่าวว่า เมื่อวันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมา นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนกรณีการหายตัวไปของนายบิลลี่ โดยนายชัยวัฒน์ ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการหายตัวไปของนายบิลลี่แต่อย่างใด/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm6.staticflickr.com/5263/13943660636_168a7b8aae_b_d.jpg" style="width: 560px; height: 420px;" //p p style="text-align: center;"nbsp;/p p style="text-align: center;"................................................./p p style="text-align: center;"strongแถลงการณ์br /กรณีผู้นำกะเหรี่ยงนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งพื้นที่แก่งกระจานหายตัวไป/strong/p pbr /ข่าวการหายตัวไปของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือ (บิลลี่) ซึ่งเป็นผู้นำชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย ตำบลห้วยแม่เพรียง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน 2557 จนถึงวันนี้ยังไม่พบตัวนายบิลลี่ ที่ผ่านมานายบิลลี่ มีบทบาทสำคัญในการร่วมปกป้องสิทธิชนเผ่าพื้นเมืองชาวกะเหรี่ยงที่หมู่บ้านของตนเองมาโดยตลอด โดยเฉพาะเมื่อครั้งที่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ได้อพยพชาวบ้านที่อยู่ในป่า ทำการรื้อถอนและเผาบ้าน ตลอดจนเผายุ้งข้าวของชาวบ้านดังเป็นข่าวในช่วงปี 2554จากกรณีดังกล่าวนายบิลลี่ได้ร่วมกับชาวบ้านร้องเรียนถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ศาลปกครอง และสภาทนายความอีกทั้งนายบิลลี่ก็เป็นพยานให้กับศาลปกครองในเรื่องนี้ด้วย และต้องไปให้ปากคำแก่ศาลปกครองในวันที่ 19 พฤษภาคม 2557 นี้พร้อมกับผู้ร้องเรียนในหมู่บ้านการต่อสู้เรียกร้องดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้แก่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเป็นอย่างมาก/p pจากการหายตัวไปของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือ (บิลลี่) ครั้งนี้ มีเหตุการณ์ที่ไม่ชอบมาพากลหลายประการ พวกเราเครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม (KNCE) เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย (คชท.) ร่วมกับองค์กรพัฒนาเอกชนและเครือข่ายภาคประชาชนที่เกี่ยวข้อง/p pจึงขอเรียกร้องดังนี้br /1. ขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เร่งดำเนินการสอบสวนหาผู้กระทำผิดและตามหาตัวนายพอละจี รักจงเจริญ ให้พบโดยเร็วที่สุดbr /2.ขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดูแลคุ้มครองครอบครัวนายพอละจี รักจงเจริญ และผู้นำชุมชนในพื้นที่ระหว่างที่ดำเนินการสอบสวนหาข้อเท็จจริงbr /3. ขอให้อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช มีคำสั่งให้นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วน เพื่อให้การสอบสวนเป็นไปอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และลดความหวาดกลัวของคนในพื้นที่ อีกทั้งเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจของนายชัยวัฒน์ด้วย/p pจากข้อเรียกร้องดังกล่าวพวกเราหวังว่าหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการให้อย่างเร่งด่วนและขอให้คนในสังคมร่วมกันติดตาม ตรวจสอบ เพื่อธำรงความเป็นธรรมในสังคมไทยต่อไป/p pพวกเราเครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย และภาคีองค์กรพัฒนาเอกชนและเครือข่ายภาคประชาชนที่เกี่ยวข้อง เห็นว่าหากปัญหานี้ไม่ได้รับการสอบสวนและคลี่คลายให้กระจ่างในเวลาอันสมควร จำเป็นต้องยกระดับการร้องเรียนขึ้นสู่กลไกระหว่างประเทศ เช่น คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ คณะกรรมการอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติทุกรูปแบบ(CERD) และเวทีถาวรว่าด้วยประเด็นชนเผ่าพื้นเมืองแห่งสหประชาชาติ (UNPFII)เป็นต้น พวกเราจะติดตามผลการร้องเรียนกับท่านอย่างใกล้ชิดbr /จนกว่าจะพบนายพอละจี รักจงเจริญ (บิลลี่) ต่อไป/p pnbsp;/p p style="text-align: center;"ด้วยจิตคาราวะbr /เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม และเครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทยbr /ร่วมกับ ภาคีองค์กรพัฒนาเอกชนและเครือข่ายภาคประชาชนที่เกี่ยวข้องbr /วันที่ 22 เมษายน 2557 ณ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่/p p style="text-align: center;"nbsp;/p pstrongรายชื่อภาคีองค์กรและเครือข่ายที่ร่วมแถลงการณ์/strongbr /1. มูลนิธิชนเผ่าพื้นเมืองเพื่อการศึกษาและสิ่งแวดล้อม (IPF)br /2. มูลนิธิเพื่อประสานความร่วมมือชนเผ่าพื้นเมืองแห่งเอเชีย (AIPP)br /3. มูลนิธิภูมิปัญญาชาติพันธุ์ (WISE)br /4. มูลนิธิภูมิปัญญาชนเผ่าพื้นเมืองบนพื้นที่สูง (IKAP)br /5. มูลนิธิช่วยเหลือเด็กชายแดนจังหวัดตากbr /6. มูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (ภาคเหนือ)br /7. มูลนิธิพุทธเกษตร เชียงใหม่br /8. มูลนิธิรักษ์ไทย (สำนักงานภาคเหนือ)br /9. มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือbr /10. ศูนย์สังคมพัฒนา สังฆมณฑลเชียงใหม่br /11. สมาคมศูนย์รวมการศึกษาและวัฒนธรรมของชาวไทยภูเขาในประเทศไทย (IMPECT)br /12. สมาคมเพื่อการศึกษาและวัฒนธรรมชาวอาข่า จังหวัดเชียงรายbr /13. สมาคมปกาเกอะญอเพื่อพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมbr /14. สมาคมปกาเกอะญอเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนbr /15. สมาคมม้งbr /16. สมาพันธ์ชาวกะเหรี่ยงแห่งสยามbr /17. คณะคริสตจักรกะเหรี่ยงแบ๊บติสท์ (KBC)br /18. เครือข่ายกองบุญข้าวbr /19. กลุ่มอนุรักษ์บนพื้นที่สูงอำเภอจอมทองbr /20. เครือข่ายกลุ่มเกษตรกรภาคเหนือ (คกน.)br /21. เครือข่ายพิทักษ์สิทธิมนุษยชนชาติพันธุ์ (คพสช.)br /22. เครือข่ายสตรีชนเผ่าแห่งประเทศไทย (IWNT)br /23. เครือข่ายสื่อชนเผ่าพื้นเมือง (IMN)/p pnbsp;/p pstrongลำดับเหตุการณ์การหายตัวไปของนายพอละจี รักจงเจริญ (บิลลี่)/strong/p pbr /strongวันที่ 17 เมษายน 2557/strongbr /เวลา 10.00 น. นายพอละจี รักจงเจริญ(บิลลี่) ออกเดินทางจากหมู่บ้านโป่งลึก-บางกลอย เข้าสู่ตัวเมือง (อ.แก่งกระจาน)br /เวลา 14.00 น. ชาวบ้านได้ทราบข่าวอย่างไม่เป็นทางการว่า เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จับกุมและนำตัวไปสอบสวน โดยยังไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน/p pstrongวันที่ 18 เมษายน 2557/strongbr /เวลา 06.00 น. นายพอละจี รักจงเจริญ(บิลลี่) ยังไม่กลับเข้าบ้านbr /เวลา 08.00 น. ชาวบ้านโป่งลึก-บางกลอย เริ่มออกตามหาbr /เวลา 21.00 น. นายกระทง โชควิบูลย์ ผู้ใหญ่บ้านบางกลอย หมู่ 1 ต. ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี แจ้งความไว้ที่สถานที่ตำรวจภูธรแก่งกระจาน/p pนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่กระจานยอมรับว่าได้จับตัวนายพอละจี รักจงเจริญ (บิลลี่)ไปจริง เพราะได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่าจับกุมผู้บุกรุกป่าและพบของกลางเป็นน้ำผึ้งเป็นจำนวนหนึ่ง จึงมารับตัวไปเพื่อสอบสวนและตักเตือน ต่อมาได้ปล่อยตัวไปที่แยกหนองมะข้า หลังจากนั้นก็ไม่ได้รับข่าวจากนายพอละจีอีกเลย/p pstrongวันที่ 19 เมษายน 2557/strongbr /เวลา 13.00 น. ภรรยาและเครือญาติของนายพอละจี รักจงเจริญ (บิลลี่) มาแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจภูธรแก่งกระจาน และออกค้นหาตามสถานที่ต่าง ๆ ที่นายพอละจีเคยไป จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่พบตัวนายพอละจี/p pstrongวันที่ 21 เมษายน 2557/strongbr /ภรรยาของนายพอละจี จงเจริญ ชาวบ้านและผู้แทนเครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม เขตตะนาวศรี ยื่นหนังสือต่อนายมณเฑียร ทองนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ที่ศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี และ พล.ต.ต. พีรชาติ รื่นเริง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี และที่กองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี เพื่อขอความเป็นธรรมและให้เจ้าหน้าที่ช่วยติดตามเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน/p pnbsp;/p pnbsp;/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="http://prachatai.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%99" target="_blank"กะเหรี่ยงแก่งกระจาน/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/7iCFtONA6uY" height="1" width="1"/