ประชาไท

Syndicate content
Updated: 1 min 11 sec ago

ชาวบ้านคลองไทรฯ ร้องกสม. หลัง ส.ป.ก. มีนโยบายผลักออกจากพื้นที่

Thu, 27/08/2015 - 15:45
pสมาชิกสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ ชาวชุมชนคลองไทรพัฒนา จ.สุราษฏร์ฯ nbsp;ร้อง กสม. หลัง สปก. ส่งหนังสือถึงผู้ว่าสุราษฎร์ฯ ให้ดำเนินผลักดันชาวบ้านออกจากพื้นที่ ด้าน ‘หมอนิรันดร์’ เตรียมเรียกทุกฝ่ายคุย 15 ก.ย./p !--break--!--break-- p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm1.staticflickr.com/689/20893195016_11766e5f14.jpg" style="width: 500px; height: 375px;" //p p27 ส.ค. 2558 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 09.00 น ตัวแทนจากสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้(สกต.) และตัวแทนชาวบ้านชุมชนคลองไทรพัฒนา ตำบลไทรทอง อำเภอชัยบุรี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้เดินทางมายื่นหนังสือต่อ นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ต่อกรณีที่สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(ส.ป.ก.) สั่งบังคับคดีคดีเด็ดขาดต่อสมาชิกของสหกรณ์การเกษตรสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ และชาวชุมชนคลองไทรพัฒนา ให้ออกจากพื้นที่ของ ส.ป.ก. โดยมีการร้องขอให้กรรมการสิทธิมนุษยชนฯ ดำเนินการตรวจสอบการดำเนินงาน และการใช้ดุลพินิจของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม/p pทั้งนี้ ตัวแทนชาวชุมชนคลองไทรฯ และสมาชิกสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ ได้ให้ข้อมูลภายให้จากยื่นหนังสือต่อ นพ.นิรันดร์ ว่า ทางด้านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ จะมีการเรียกผู้ที่เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ประกอบด้วย สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมทั้งส่วนกลาง และส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตัวแทนชาวบ้าน และสมาชิกสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ มาร่วมพูดคุยหารือ ถึงแนวทางในการแก้ไขปัญหาในวันที่ 15 ก.ย. 2558 นี้/p pขณะเดียวกัน ตัวแทนชาวชุมชนคลองไทรฯ และสมาชิก สกต. ได้ให้ข้อมูลว่า ภายหลังจากศาลฏีกาตัดสินคดี ส.ป.ก. ชนะคดีซึ่งเป็นโจทก์ ฟ้องขับไล่บริษัทจิวกังจุ้ยพัฒนา จำกัด ออกจากพื้นที่ เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2558 จนถึงวันนี้ยังไม่ได้มีการบังคับคดีให้บริษัทออกจากพื้นที่แต่อย่างใด จนกระทั้งเมื่อวันที่ 19 ส.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ผู้ตรวจการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกร (ส.ป.ก.) ได้เดินทางเข้าไปในชุมชน เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับการบังคับคดีให้บริษัทฯ และบริวารออกจากพื้นที่ของ ส.ป.ก. โดยมีการแจ้งว่า หากมีการบังคับคดีให้บริษัท ออกจากพื้นที่แล้ว ส.ป.ก. มีความจำเป็นต้องให้ชาวชุมชนคลองไทรฯ ออกจากพื้นที่ด้วยเช่นกัน เพื่อความเป็นธรรมในการจัดสรรที่ดินใหม่ให้กับเกษตรกรรายอื่นๆ a href="http://www.prachatai.com/journal/2015/08/60985"(อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง)/a/p pอย่างไรก็ตาม ตัวแทนชาวชุมชนคลองไทรฯ และสมาชิก สกต. เห็นว่าวิธีการแก้ไขปัญหาดังกล่าวของ ส.ป.ก. ไม่เป็นธรรมต่อชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่มาแล้วเกือบ 10 ปี เนื่องจากมีอาชีพ และวิถีชีวิตที่ผูกโยงอยู่กับพื้นที่ ทั้งยังได้มีการดำเนินการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทกับรัฐบาลก่อนหน้า โดยได้มีการดำเนินการในการผลักดันออกโฉนดชุมชน ทั้งยังเห็นว่าวิธีการจัดสรรที่ดินที่ของ ส.ป.ก อาจจะไม่ได้เป็นแก้ไขปัญหาเกษตรกรไร้ที่ดินที่ถูกจุด เนื่องจากเป็นการมอบที่ดินให้เกษตรกรในลักษณะการครอบครองแบบปัจเจก และไม่ได้คำนึงถึงความผูกโยงระหว่างตัวเกษตรกรกับที่ดิน ซึ่งอาจจะนำไปสู่การเปลี่ยนมือผู้ครอบครองที่ดิน และกลับไปสู่มือของนายทุนอีกครั้ง/p table style="width: 500px;" border="1" cellpadding="1" cellspacing="1" tbody tr td p style="text-align: center;"strongข้อมูลพื้นที่ชุมชนคลองไทรพัฒนา/strong/p pชุมชนตั้งอยู่ที่ หมู่ 2 ตำบลไทรทอง อำเภอชัยบุรี จังหวัด สุราษฎร์ธานี มีสมาชิกชุมชนทั้งหมด จำนวน 45 ครัวเรือนสถานะของพื้นที่ตามกฎหมายเป็นที่ ส.ป.ก. พื้นที่ทั้งหมด จำนวน 906 ไร่/p pเรื่อง คดี ส.ป.ก. ฟ้องบริษัทจิวกังจุ้ยพัฒนา จำกัดในปี 2550 ส.ป.ก. ชนะคดีศาลสั่งให้ บ.จิวกังจุ้ยพัฒนา และบริวารออกจากพื้นที่ แต่ บ.จิวกังจุ้ย ขอยื่นอุทธรณ์ทุเลาบังคับคดี ล่าสุดศาลฎีกาตัดสินให้ ส.ป.ก. ชนะคดีขับไล่บริษัทออกจากพื้นที่ เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2558nbsp; แต่ปัจจุบัน (27 ส.ค. 2558) ยังไม่มีการบังคับคดีให้บริษัท และบริวาร ออกจากพื้นที่/p pnbsp;/p pstrongความชอบธรรมการเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ของชาวบ้าน/strong/p p1. คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 71 / 52 แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการเพื่อแก้ไขปัญหาของ เครือข่าย ปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย สั่ง ณ วันที่ 9 มีนาคม 2552 ลงนามโดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้มีมติเห็นชอบให้ผ่อนผันให้ราษฎรได้อยู่อาศัยและทำกินในที่ดิน ตามวิถีชีวิตปกติไปพลางก่อนจนกว่าจะแก้ไขปัญหาแล้วเสร็จ/p p2. มติคณะกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหา ของ เครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย (คปท.) วันที่ 11 มีนาคม 2553 ส.ป.ก. ได้มีมติให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์สั่งการมายัง ส.ป.ก.ให้ผ่อนผันให้ชุมชนต่างๆ ที่เป็นสมาชิกของเครือข่ายปฏิรูปที่ดินฯ สามารถอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได้จนกว่า กระบวนการฟ้องขับไล่บริษัทและนายทุนจะแล้วเสร็จ/p p3. มติคณะกรรมการประสานงานเพื่อจัดให้มี โฉนดชุมชน (ปจช.) ให้ชุมชนคลองไทรพัฒนาเป็นพื้นที่ นำรองโฉนดชุมชน วันที่ 6 ตุลาคม 2553 (นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในสมัยนั้นเป็นประธาน ปจช.)/p p4. บันทึกขัอตกลง (MOU) ข้อ 1,3 ระหว่าง พีมูฟ กับ ตัวแทนรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ใน วันที่ 22 พฤษภาคม 2556/p p5. เจ้าหน้าที่ชุดรังวัดของ ส.ป.ก.ลงพื้นที่รังวัดแนวเขตให้ชัดเจน ในเดือน พฤษภาคม 2557 และได้เข้ามาปักป้าย ส.ป.ก. เพื่อยืนยันว่าเป็นพื้นที่ของ ส.ป.ก./p pnbsp;/p /td /tr /tbody /table pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/BWyhbBLErPQ" height="1" width="1" alt=""/

จำคุก 3 พิธีกรสายล่อฟ้า 1 ปีรอลงอาญา คดีหมิ่นยิ่งลักษณ์กรณี ว.5 โฟร์ซีซั่นส์

Thu, 27/08/2015 - 15:15
pสั่งจำคุกสามพิธีกร “สายล่อฟ้า” 1 ปี พร้อมปรับ 5 หมื่นบาท รอลงอาญา 2 ปีnbsp;คดีหมิ่นประมาทยิ่งลักษณ์ กรณี ว.5 โฟร์ซีซั่นส์nbsp;/p p!--break--!--break--/p p27 ส.ค. 2558a href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1440659179" มติชนออนไลน์ /aรายงานว่า ศาลอาญาพิพากษาจำคุก 1 ปี พร้อมปรับ 5 หมื่นบาท 3 พิธีกร “สายล่อฟ้า” ในคดีหมิ่นประมาท ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณี ว.5 โฟร์ซีซั่นส์ แต่โทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี/p pคดีนี้อัยการยื่นฟ้อง นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต นายเทพไท เสนพงศ์ และ นายศิริโชค โสภา อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา และดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติงานตามหน้าที่ กรณีร่วมกันจัดรายการ “สายล่อฟ้า” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมบลูสกาย เมื่อวันที่ 10 และ 15 กุมภาพันธ์ 2555 มีเนื้อหาทำนองใส่ความนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นว่าโดดภารกิจการประชุมของรัฐสภา ทำภารกิจ ว.5 ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์/p pศาลพิจารณาจากถ้อยคำของจำเลยทั้งสามคน เห็นว่ามีเจตนาให้ผู้ชมรายการเข้าใจว่านางสาวยิ่งลักษณ์ หนีการประชุมรัฐสภา ไปทำพฤติกรรมไม่เหมาะสม ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่น เป็นการใส่ความทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง มีความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ไม่ใช่การตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีหรือติชมด้วยความเป็นธรรม ตามที่จำเลยกล่าวอ้าง พิพากษาจำคุกจำเลยทั้งสามคน คนละ 1 ปี พร้อมปรับ 5 หมื่นบาท แต่จำเลยทั้งสามคนไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอลงอาญา 2 ปี และให้ยึดเทปรายการดังกล่าวมาทำลาย และลงโฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์ 5 ฉบับ ติดต่อกัน 7 วัน/p pส่วนความผิดฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติงานตามหน้าที่ พยานหลักฐานยังมีข้อสงสัย จึงยกประโยชน์ความสงสัยให้จำเลย/p pนอกจากคดีนี้ นางสาวยิ่งลักษณ์ เป็นโจทก์ร่วม ยื่นฟ้องนายชวนนท์ ฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา กรณี ว.5 โฟร์ซีซั่นอีก 1 คดี ซึ่งศาลได้พิพากษายกฟ้อง ไปเมื่อวันที่ 16 มีนาคม ที่ผ่านมา/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/9G1SVyiCLiw" height="1" width="1" alt=""/

1 ปี 'ประยุทธ์' โพลล์เผยนักเศรษฐศาสตร์ให้ '5.32 เต็ม 10' ผลงานเศรษฐกิจ

Thu, 27/08/2015 - 15:14
!--break--!--break-- div27 ส.ค. 2558 ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ หรือ กรุงเทพโพลล์ เผยแพร่ผลสำรวจความเห็นนักเศรษฐศาสตร์ เรื่อง “ประเมินผลงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ (ครบ 1 ปี)” โดยระบุว่า เนื่องด้วยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้ปฏิบัติงานครบ 1 ปี กรุงเทพโพลล์ ร่วมกับคณะเศรษฐศาสตร์ จึงได้ดำเนินการสำรวจความเห็นนักเศรษฐศาสตร์จากองค์กรชั้นนำ nbsp;27 nbsp;แห่ง จำนวน 59 คน เรื่อง nbsp;“ประเมินผลงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ (ครบ 1 ปี)” โดยเก็บข้อมูลระหว่างวันที่ nbsp;17 – 25 สิงหาคม 2558 ที่ผ่านมา พบว่า นักเศรษฐศาสตร์ประเมินผลงานการบริหารเศรษฐกิจในภาพรวมของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาโดยให้คะแนน 5.32 nbsp;คะแนน (จากเต็ม 10) nbsp;ลดลงจากการสำรวจครั้งก่อนที่ได้ 5.62 คะแนน แต่ยังอยู่ในระดับที่สูงกว่ารัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ (ได้ 4.08 คะแนน) nbsp;และสูงกว่ารัฐบาลนายอภิสิทธิ์ (ได้ 5.12 คะแนน) nbsp;โดยการประเมินครั้งนี้ nbsp;รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ได้คะแนนมากที่สุดในด้านการบริหารจัดการค่าเงินบาท/เสถียรภาพค่าเงินบาท (5.98 คะแนน) nbsp;และได้คะแนนน้อยที่สุดในด้านการเติบโตของเศรษฐกิจในภาพรวม (GDP) (4.57 คะแนน)nbsp;/div divnbsp;/div divสำหรับการประเมินผลงานนายกรัฐมนตรีโดยภาพรวม พบว่า nbsp;พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา nbsp;ได้คะแนน 6.42 คะแนน (จากเต็ม 10) ลดลงจากการสำรวจครั้งก่อนที่ได้ 6.62 คะแนน nbsp;/div divnbsp;/div divในส่วนของผลงานรัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจ พบว่า กอบกาญจน์ nbsp;วัฒนวรางกูร nbsp;รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เป็นรัฐมนตรีที่ได้คะแนนสูงสุด 6.12 คะแนน และเป็นรัฐมนตรีเพียงคนเดียวในทีมเศรษฐกิจที่คะแนนเพิ่มขึ้นจากการสำรวจครั้งก่อนที่ได้ 5.83 คะแนน ขณะที่มีรัฐมนตรีที่ได้คะแนนน้อยกว่าครึ่งจำนวน 4 คนได้แก่ พล.อ.อ.ประจิน nbsp;จั่นตอง nbsp;รมว.คมนาคม (ได้ 4.91 คะแนน) พล.อ. สุรศักดิ์ nbsp;กาญจนรัตน์ nbsp;รมว.แรงงาน (ได้ 4.80 คะแนน) ปีติพงศ์ nbsp;พี่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ (ได้ 4.64 คะแนน) ขณะที่ พล.อ. ฉัตรชัย nbsp;สาริกัลป์ยะ nbsp;รมว.พาณิชย์ (ได้ 4.52 คะแนน) ได้คะแนนต่ำสุด/div divnbsp;/div divสำหรับ ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย นักเศรษฐศาสตร์ประเมินให้คะแนนผลงานสูงสุดเท่ากับ 7.05 คะแนน ซึ่งปรับลดลงจากครั้งก่อนหน้าที่ได้ 7.54nbsp;/div divnbsp;/div divspan style="color:#0000cd;"strongรายละเอียดในการสำรวจ/strong/span/div divnbsp;/div div table border="1" cellpadding="1" cellspacing="1" style="width: 600px" tbody tr td pstrongวัตถุประสงค์ /strong/p p style="margin-left:54.0pt;"1.nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; เพื่อสะท้อนความเห็นของนักเศรษฐศาสตร์ที่มีต่อผลงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล/p p style="margin-left:54.0pt;"2.nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; เพื่อเป็นข้อมูลสะท้อนให้รัฐบาลได้รับทราบและนำไปใช้ประกอบการบริหารงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลnbsp;/p pstrongกลุ่มตัวอย่าง/strong/p pเป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่สำเร็จการศึกษาทั้งระดับปริญญาตรีและปริญญาโทในสาขาเศรษฐศาสตร์ (กรณีสำเร็จการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์เฉพาะปริญญาตรี หรือปริญญาโท หรือปริญญาเอกnbsp; อย่างใดอย่างหนึ่ง uจะต้องมีประสบการณ์ในการทำงานด้านวิเคราะห์/วิจัย/หรืองานที่เกี่ยวข้องที่ต้องใช้ความรู้ความสามารถด้านเศรษฐศาสตร์อย่างน้อย 5 ปีจนถึงปัจจุบัน/u) ที่ทำงานอยู่ในหน่วยงานด้านการวิเคราะห์nbsp; วิจัยเศรษฐกิจระดับชั้นนำของประเทศ จำนวน 27nbsp; แห่งnbsp; ได้แก่nbsp; ธนาคารแห่งประเทศไทยnbsp; สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานเศรษฐกิจการคลังnbsp; สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมnbsp; สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรnbsp; สำนักดัชนีเศรษฐกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์nbsp; สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(TDRI)nbsp; มูลนิธิสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลังnbsp; ศูนย์วิจัยกสิกรไทยnbsp; สำนักงานคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์nbsp; ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ธนาคารกรุงไทยnbsp; ธนาคารซีไอเอ็มบีไทยnbsp; ธนาคารธนชาต ธนาคารกรุงศรีอยุธยาnbsp; ธนาคารไทยพาณิชย์nbsp; บริษัทหลักทรัพย์ภัทร บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสินnbsp; บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกรุงไทยnbsp; บริษัททิพยประกันชีวิต คณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการและสารสนเทศศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร nbsp;สำนักวิชาเศรษฐศาสตร์และนโยบายสาธารณะมหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒnbsp; คณะวิทยาการจัดการมหาวิทยาลัยขอนแก่น คณะพัฒนาการเศรษฐกิจสถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์ และคณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยกรุงเทพ nbsp;nbsp;/p pstrongวิธีการรวบรวมข้อมูล/strong/p pการสำรวจนี้เป็นการวิจัยโดยการเลือกตัวอย่างประชากรโดยไม่อาศัยหลักความน่าจะเป็น (Non-probability sampling) แต่ละหน่วยตัวอย่างที่จะได้รับการเลือก จึงเป็นการเลือกตัวอย่างประชากรแบบเจาะจง (Purposive sampling) และดำเนินการรวบรวมข้อมูลโดยการส่งแบบสอบถามออนไลน์ไปยังนักเศรษฐศาสตร์ในหน่วยงานชั้นนำภายในระยะเวลาที่กำหนด/p pstrongระยะเวลาในการเก็บข้อมูล/strongnbsp; nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; : nbsp;17 – 25 สิงหาคม 2558/p pstrongวันที่เผยแพร่ผลสำรวจ /strongnbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; : nbsp;27 สิงหาคม 2558/p /td /tr /tbody /table pbr /nbsp;/p/div pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/gi-586YJb0w" height="1" width="1" alt=""/

กวีประชาไท: แสงดาว ก้าวย่าง

Thu, 27/08/2015 - 14:34
!--break--!--break-- p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm6.staticflickr.com/5632/20730727138_85859c642b_z_d.jpg" style="width: 500px; height: 437px;" //p p style="margin-left: 80px;"nbsp;/p h4 style="margin-left: 240px;"strongnbsp; ยัง o ยิ่ง o ย้อน o ย้ำ/strong/h4 pnbsp;/p p style="margin-left: 240px;"0 ในบ้านปิดขังnbsp; พนังสูงใหญ่br /nbsp;nbsp; แสงดาวในใจnbsp; ยังสุกสว่างbr /nbsp;nbsp; แม้นฟ้ามืดมนnbsp; สายลมแผ่วบางbr /nbsp;nbsp; เงียบงันอ้างว้างnbsp; เส้นทางอีกไกล/p p style="margin-left: 240px;"0 ยังสู้เด็ดเดี่ยวnbsp; ยังที่จำกัดbr /nbsp;nbsp; ยิ่งอัตคัดnbsp; ยิ่งพลวัตไหวbr /nbsp;nbsp; ย้อนมองหนหลังnbsp; ย้อนหันกลับได้br /nbsp;nbsp; ย้ำอย่างมั่นใจnbsp; ย้ำในทางเดิมbr /nbsp;br /nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;/p p style="margin-left: 280px;"รุ่งศิลาbr /กันยายน 2557/p p style="margin-left: 280px;"nbsp;/p table border="3" cellpadding="1" cellspacing="1" style="width:550px;line-height:21.5999984741211px;" tbody tr td p‘รุ่งศิลา’ เป็นนามแฝงของชายวัยราว 50 ปี ชื่อ สิรภพ มีอาชีพรับเหมาก่อสร้าง เขาโด่งดังในโลกอินเตอร์เน็ตเพราะงานเขียนด้านกาพย์กลอนการเมือง และบทความเกี่ยวกับการทหาร หลังรัฐประหารปรากฏชื่อเขาในคำสั่งเรียกรายงานตัว และต่อมาเขาถูกทหารจับกุมตัว จ.กาฬสินธุ์ในวันที่ 25 มิถุนายน 2557 และนำตัวไปคุมขังไว้ในค่ายทหาร 7 วัน จากนั้นจึงถูกแจ้งข้อกล่าวหาตามมาตรา 112 ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว ถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มาจนปัจจุบัน/p /td /tr /tbody /table pnbsp;/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="http://www.prachatai.com/journal/2015/02/57949" target="_blank"quot;สิรภพquot;: บทกวีที่ถูกตามล่า/a /div div class="field-item even" a href="http://www.blogazine.pub/blogs/rungsila/post/5083" target="_blank"เส้นทางสู่...กรงขัง ของ รุ่งศิลา /a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/II4Qz-JIRhE" height="1" width="1" alt=""/

ญาติ ‘หนุ่ม ผูกคอดับ’ คาดเครียดถูกแฮกเฟซบุ๊กโพสต์เป็นมือระเบิดราชประสงค์จนถูกรุมทำร้าย

Thu, 27/08/2015 - 14:07
!--break--!--break-- p27 ส.ค.2558 a href="http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1440638629"ข่าวสดออนไลน์/a และa href="http://www.thairath.co.th/content/521023"ไทยรัฐออนไลน์/a รายงานว่า เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 26 ส.ค. ร.ต.ท.ประธาน วักชัยภูมิ ร้อยเวรสอบสวน สภ.คูคต รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตสาเหตุผูกคอภายในบ้าน ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งเหตุจึงรุดไปตรวจสอบร่วมกับแพทย์จากโรงบาลภูมิพล และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู/p pที่เกิดเหตุพบ กิตติศักดิ์ มีมั่ง อายุ 36 ปี ผู้ตาย โดยใช้เก้าอี้ไม้ปีนขึ้นไปบนหลังตู้เสื้อผ้าและได้ใช้ผ้าขาวโยงกับฝ้าเพดานห้องนอนของตนเองผูกคอตาย และมีญาตินำผู้เสียชีวิตลงมานอนอยู่กับพื้นแล้วnbsp;/p pจากการสอบสวน อุษา มีมั่ง อายุ 58 ปี ซึ่งเป็นป้าของ กิติศักดิ์ ผู้ตาย เปิดเผยว่า ตนไม่เห็นหลานลงมาทานข้าว จึงขึ้นไปตาม ก็พบว่าหลานได้ผูกคอตายแล้ว ก่อนที่หลานจะผูกคอตายนั้น เมื่อวันที่ 23 ส.ค. ที่ผ่านมาหลานเล่าให้ฟังว่า ไปเล่นเฟซบุ๊กที่ร้านเกม เมื่อออกจากร้านเกม โดยลืมปิดหน้าเฟซบุ๊กของตนเอง หลังจากนั้นทราบว่าได้มีคนนำเฟซบุ๊กของตนเองไปเล่น โดยไม่รู้ว่าคนที่นำไปเล่นนั้นโพสต์อะไรไปบ้าง ตนจึงมาแจ้งความไว้ที่สภ.คูคตไว้เป็นหลักฐานnbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;/p pอุษา เล่าเพิ่มเติมด้วยว่า กิติศักดิ์ ผู้ตาย ได้มาบ่นกับตนเองว่า เฟซบุ๊กของเขาโดนแฮก และคนที่แฮกนั้นก็ได้ลงรูปลงข้อความในทำนองไม่ดีๆ เกี่ยวกับเรื่องเหตุการณ์ระเบิดที่สี่แยกราชประสงค์ โดยเมื่อมีคนแฮกและลงรูป ลงข้อความ ก็ทำให้ กิติศักดิ์ ไม่สบายใจเป็นอย่างมาก เพราะมีคนในโลกออนไลน์ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นในทำนองด่าทอ และข่มขู่ต่างๆ นาๆ จน กิติศักดิ์ รู้สึกหวั่นกลัว ซึ่งตนเองและพี่สาวของเขาก็ได้เข้าไปช่วยลบรูปลบข้อความต่างๆ ที่ปรากฏในเฟซฯของเขา รวมทั้งเมื่อวันที่ 24 ส.ค. ที่ผ่านมา หลานชายได้มาบอกกับตนว่า มีผู้ชาย 3 คนคอยติดตามอยู่ตลอด จึงได้เข้าแจ้งความไว้ที่สภ.คูคต ไว้เป็นหลักฐาน เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย จนเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ระหว่างที่หลานชายจะไปทำงาน มีคนร้าย 2 คนขับรถมาประกบและคนร้ายได้ลงมารุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ ตนจึงพาหลานชายเข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.อนุสรน์ เนียมแก้ว ร้อยเวรสอบสวน สภ.คูคต ในเวลานั้นไว้เป็นหลักฐาน/p pโดย ร.ต.ท.อนุสรน์ ให้พาหลานชายไปหาหมอก่อน เพราะได้รับบาดเจ็บและจะสอบปากคำพร้อมกับสเกตช์ภาพคนร้ายที่มารุมทำร้ายในวันถัดไป แต่หลานชายก็มาผูกคอตายเสียก่อน การที่หลานผูกคอตายในครั้งนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวกับที่มีการวางระเบิดที่ราชประสงค์แต่อย่างใด แต่อาจจะเครียดเรื่องที่มีคนมานำเฟซบุ๊กของตัวเองไปโพสต์ โดยผู้ตายทำงานที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านรังสิต/p pรวมทั้ง อัญชิษฐา พี่สาวของผู้ตาย กล่าวเสริมด้วยว่า ก่อนหน้านี้น้องชายของตนบ่นมากๆ เรื่องที่โดนแฮกเฟซบุ๊กส่วนตัว ในทำนองที่ว่า กูนี่แหละที่เป็นคนลงมือระเบิดที่แยกราชประสงค์ ซึ่งตนเองนั้นก็ได้พูดคุย และเข้าทำลบข้อความต่างๆ ในเฟซบุ๊กของน้องชาย และปิดเฟซบุ๊กไปด้วยเพื่อตัดปัญหา รวมทั้งพาน้องชายไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.คูคต ซึ่งสาเหตุน่า จะมาจากเรื่องนี้อย่างแน่นอน/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/pCr9HzS7IBY" height="1" width="1" alt=""/

ญาติ ‘หนุ่ม ผูกคอดับ’ คาดเครียดถูกแฮกเฟซบุ๊กโพสต์เป็นมือระเบิดราชประสงค์จนถูกรุมทำร้าย

Thu, 27/08/2015 - 14:07
!--break--!--break-- p27 ส.ค.2558 a href="http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1440638629"ข่าวสดออนไลน์/a และa href="http://www.thairath.co.th/content/521023"ไทยรัฐออนไลน์/a รายงานว่า เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 26 ส.ค. ร.ต.ท.ประธาน วักชัยภูมิ ร้อยเวรสอบสวน สภ.คูคต รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตสาเหตุผูกคอภายในบ้าน ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งเหตุจึงรุดไปตรวจสอบร่วมกับแพทย์จากโรงบาลภูมิพล และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู/p pที่เกิดเหตุพบ กิตติศักดิ์ มีมั่ง อายุ 36 ปี ผู้ตาย โดยใช้เก้าอี้ไม้ปีนขึ้นไปบนหลังตู้เสื้อผ้าและได้ใช้ผ้าขาวโยงกับฝ้าเพดานห้องนอนของตนเองผูกคอตาย และมีญาตินำผู้เสียชีวิตลงมานอนอยู่กับพื้นแล้วnbsp;/p pจากการสอบสวน อุษา มีมั่ง อายุ 58 ปี ซึ่งเป็นป้าของ กิติศักดิ์ ผู้ตาย เปิดเผยว่า ตนไม่เห็นหลานลงมาทานข้าว จึงขึ้นไปตาม ก็พบว่าหลานได้ผูกคอตายแล้ว ก่อนที่หลานจะผูกคอตายนั้น เมื่อวันที่ 23 ส.ค. ที่ผ่านมาหลานเล่าให้ฟังว่า ไปเล่นเฟซบุ๊กที่ร้านเกม เมื่อออกจากร้านเกม โดยลืมปิดหน้าเฟซบุ๊กของตนเอง หลังจากนั้นทราบว่าได้มีคนนำเฟซบุ๊กของตนเองไปเล่น โดยไม่รู้ว่าคนที่นำไปเล่นนั้นโพสต์อะไรไปบ้าง ตนจึงมาแจ้งความไว้ที่สภ.คูคตไว้เป็นหลักฐานnbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;/p pอุษา เล่าเพิ่มเติมด้วยว่า กิติศักดิ์ ผู้ตาย ได้มาบ่นกับตนเองว่า เฟซบุ๊กของเขาโดนแฮก และคนที่แฮกนั้นก็ได้ลงรูปลงข้อความในทำนองไม่ดีๆ เกี่ยวกับเรื่องเหตุการณ์ระเบิดที่สี่แยกราชประสงค์ โดยเมื่อมีคนแฮกและลงรูป ลงข้อความ ก็ทำให้ กิติศักดิ์ ไม่สบายใจเป็นอย่างมาก เพราะมีคนในโลกออนไลน์ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นในทำนองด่าทอ และข่มขู่ต่างๆ นาๆ จน กิติศักดิ์ รู้สึกหวั่นกลัว ซึ่งตนเองและพี่สาวของเขาก็ได้เข้าไปช่วยลบรูปลบข้อความต่างๆ ที่ปรากฏในเฟซฯของเขา รวมทั้งเมื่อวันที่ 24 ส.ค. ที่ผ่านมา หลานชายได้มาบอกกับตนว่า มีผู้ชาย 3 คนคอยติดตามอยู่ตลอด จึงได้เข้าแจ้งความไว้ที่สภ.คูคต ไว้เป็นหลักฐาน เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย จนเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ระหว่างที่หลานชายจะไปทำงาน มีคนร้าย 2 คนขับรถมาประกบและคนร้ายได้ลงมารุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ ตนจึงพาหลานชายเข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.อนุสรน์ เนียมแก้ว ร้อยเวรสอบสวน สภ.คูคต ในเวลานั้นไว้เป็นหลักฐาน/p pโดย ร.ต.ท.อนุสรน์ ให้พาหลานชายไปหาหมอก่อน เพราะได้รับบาดเจ็บและจะสอบปากคำพร้อมกับสเกตช์ภาพคนร้ายที่มารุมทำร้ายในวันถัดไป แต่หลานชายก็มาผูกคอตายเสียก่อน การที่หลานผูกคอตายในครั้งนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวกับที่มีการวางระเบิดที่ราชประสงค์แต่อย่างใด แต่อาจจะเครียดเรื่องที่มีคนมานำเฟซบุ๊กของตัวเองไปโพสต์ โดยผู้ตายทำงานที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านรังสิต/p pรวมทั้ง อัญชิษฐา พี่สาวของผู้ตาย กล่าวเสริมด้วยว่า ก่อนหน้านี้น้องชายของตนบ่นมากๆ เรื่องที่โดนแฮกเฟซบุ๊กส่วนตัว ในทำนองที่ว่า กูนี่แหละที่เป็นคนลงมือระเบิดที่แยกราชประสงค์ ซึ่งตนเองนั้นก็ได้พูดคุย และเข้าทำลบข้อความต่างๆ ในเฟซบุ๊กของน้องชาย และปิดเฟซบุ๊กไปด้วยเพื่อตัดปัญหา รวมทั้งพาน้องชายไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.คูคต ซึ่งสาเหตุน่า จะมาจากเรื่องนี้อย่างแน่นอน/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/pCr9HzS7IBY" height="1" width="1" alt=""/

ญาติ ‘หนุ่ม ผูกคอดับ’ คาดเครียดถูกแฮกเฟซบุ๊กโพสต์เป็นมือระเบิดราชประสงค์จนถูกรุมทำร้าย

Thu, 27/08/2015 - 14:07
!--break--!--break-- p27 ส.ค.2558 a href="http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1440638629"ข่าวสดออนไลน์/a และa href="http://www.thairath.co.th/content/521023"ไทยรัฐออนไลน์/a รายงานว่า เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 26 ส.ค. ร.ต.ท.ประธาน วักชัยภูมิ ร้อยเวรสอบสวน สภ.คูคต รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตสาเหตุผูกคอภายในบ้าน ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งเหตุจึงรุดไปตรวจสอบร่วมกับแพทย์จากโรงบาลภูมิพล และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู/p pที่เกิดเหตุพบ กิตติศักดิ์ มีมั่ง อายุ 36 ปี ผู้ตาย โดยใช้เก้าอี้ไม้ปีนขึ้นไปบนหลังตู้เสื้อผ้าและได้ใช้ผ้าขาวโยงกับฝ้าเพดานห้องนอนของตนเองผูกคอตาย และมีญาตินำผู้เสียชีวิตลงมานอนอยู่กับพื้นแล้วnbsp;/p pจากการสอบสวน อุษา มีมั่ง อายุ 58 ปี ซึ่งเป็นป้าของ กิติศักดิ์ ผู้ตาย เปิดเผยว่า ตนไม่เห็นหลานลงมาทานข้าว จึงขึ้นไปตาม ก็พบว่าหลานได้ผูกคอตายแล้ว ก่อนที่หลานจะผูกคอตายนั้น เมื่อวันที่ 23 ส.ค. ที่ผ่านมาหลานเล่าให้ฟังว่า ไปเล่นเฟซบุ๊กที่ร้านเกม เมื่อออกจากร้านเกม โดยลืมปิดหน้าเฟซบุ๊กของตนเอง หลังจากนั้นทราบว่าได้มีคนนำเฟซบุ๊กของตนเองไปเล่น โดยไม่รู้ว่าคนที่นำไปเล่นนั้นโพสต์อะไรไปบ้าง ตนจึงมาแจ้งความไว้ที่สภ.คูคตไว้เป็นหลักฐานnbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;/p pอุษา เล่าเพิ่มเติมด้วยว่า กิติศักดิ์ ผู้ตาย ได้มาบ่นกับตนเองว่า เฟซบุ๊กของเขาโดนแฮก และคนที่แฮกนั้นก็ได้ลงรูปลงข้อความในทำนองไม่ดีๆ เกี่ยวกับเรื่องเหตุการณ์ระเบิดที่สี่แยกราชประสงค์ โดยเมื่อมีคนแฮกและลงรูป ลงข้อความ ก็ทำให้ กิติศักดิ์ ไม่สบายใจเป็นอย่างมาก เพราะมีคนในโลกออนไลน์ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นในทำนองด่าทอ และข่มขู่ต่างๆ นาๆ จน กิติศักดิ์ รู้สึกหวั่นกลัว ซึ่งตนเองและพี่สาวของเขาก็ได้เข้าไปช่วยลบรูปลบข้อความต่างๆ ที่ปรากฏในเฟซฯของเขา รวมทั้งเมื่อวันที่ 24 ส.ค. ที่ผ่านมา หลานชายได้มาบอกกับตนว่า มีผู้ชาย 3 คนคอยติดตามอยู่ตลอด จึงได้เข้าแจ้งความไว้ที่สภ.คูคต ไว้เป็นหลักฐาน เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย จนเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ระหว่างที่หลานชายจะไปทำงาน มีคนร้าย 2 คนขับรถมาประกบและคนร้ายได้ลงมารุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ ตนจึงพาหลานชายเข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.อนุสรน์ เนียมแก้ว ร้อยเวรสอบสวน สภ.คูคต ในเวลานั้นไว้เป็นหลักฐาน/p pโดย ร.ต.ท.อนุสรน์ ให้พาหลานชายไปหาหมอก่อน เพราะได้รับบาดเจ็บและจะสอบปากคำพร้อมกับสเกตช์ภาพคนร้ายที่มารุมทำร้ายในวันถัดไป แต่หลานชายก็มาผูกคอตายเสียก่อน การที่หลานผูกคอตายในครั้งนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวกับที่มีการวางระเบิดที่ราชประสงค์แต่อย่างใด แต่อาจจะเครียดเรื่องที่มีคนมานำเฟซบุ๊กของตัวเองไปโพสต์ โดยผู้ตายทำงานที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านรังสิต/p pรวมทั้ง อัญชิษฐา พี่สาวของผู้ตาย กล่าวเสริมด้วยว่า ก่อนหน้านี้น้องชายของตนบ่นมากๆ เรื่องที่โดนแฮกเฟซบุ๊กส่วนตัว ในทำนองที่ว่า กูนี่แหละที่เป็นคนลงมือระเบิดที่แยกราชประสงค์ ซึ่งตนเองนั้นก็ได้พูดคุย และเข้าทำลบข้อความต่างๆ ในเฟซบุ๊กของน้องชาย และปิดเฟซบุ๊กไปด้วยเพื่อตัดปัญหา รวมทั้งพาน้องชายไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.คูคต ซึ่งสาเหตุน่า จะมาจากเรื่องนี้อย่างแน่นอน/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/pCr9HzS7IBY" height="1" width="1" alt=""/

ญาติคาด ‘หนุ่มผูกคอดับ’ เครียดถูกแฮกเฟซบุ๊กโพสต์เป็นมือระเบิด จนถูกรุมทำร้าย

Thu, 27/08/2015 - 14:07
!--break--!--break-- p27 ส.ค.2558 a href="http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1440638629"ข่าวสดออนไลน์/a และa href="http://www.thairath.co.th/content/521023"ไทยรัฐออนไลน์/a รายงานว่า เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 26 ส.ค. ร.ต.ท.ประธาน วักชัยภูมิ ร้อยเวรสอบสวน สภ.คูคต รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตสาเหตุผูกคอภายในบ้าน ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งเหตุจึงรุดไปตรวจสอบร่วมกับแพทย์จากโรงบาลภูมิพล และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู/p pที่เกิดเหตุพบ กิตติศักดิ์ มีมั่ง อายุ 36 ปี ผู้ตาย โดยใช้เก้าอี้ไม้ปีนขึ้นไปบนหลังตู้เสื้อผ้าและได้ใช้ผ้าขาวโยงกับฝ้าเพดานห้องนอนของตนเองผูกคอตาย และมีญาตินำผู้เสียชีวิตลงมานอนอยู่กับพื้นแล้วnbsp;/p pจากการสอบสวน อุษา มีมั่ง อายุ 58 ปี ซึ่งเป็นป้าของ กิติศักดิ์ ผู้ตาย เปิดเผยว่า ตนไม่เห็นหลานลงมาทานข้าว จึงขึ้นไปตาม ก็พบว่าหลานได้ผูกคอตายแล้ว ก่อนที่หลานจะผูกคอตายนั้น เมื่อวันที่ 23 ส.ค. ที่ผ่านมาหลานเล่าให้ฟังว่า ไปเล่นเฟซบุ๊กที่ร้านเกม เมื่อออกจากร้านเกม โดยลืมปิดหน้าเฟซบุ๊กของตนเอง หลังจากนั้นทราบว่าได้มีคนนำเฟซบุ๊กของตนเองไปเล่น โดยไม่รู้ว่าคนที่นำไปเล่นนั้นโพสต์อะไรไปบ้าง ตนจึงมาแจ้งความไว้ที่สภ.คูคตไว้เป็นหลักฐานnbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;/p pอุษา เล่าเพิ่มเติมด้วยว่า กิติศักดิ์ ผู้ตาย ได้มาบ่นกับตนเองว่า เฟซบุ๊กของเขาโดนแฮก และคนที่แฮกนั้นก็ได้ลงรูปลงข้อความในทำนองไม่ดีๆ เกี่ยวกับเรื่องเหตุการณ์ระเบิดที่สี่แยกราชประสงค์ โดยเมื่อมีคนแฮกและลงรูป ลงข้อความ ก็ทำให้ กิติศักดิ์ ไม่สบายใจเป็นอย่างมาก เพราะมีคนในโลกออนไลน์ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นในทำนองด่าทอ และข่มขู่ต่างๆ นาๆ จน กิติศักดิ์ รู้สึกหวั่นกลัว ซึ่งตนเองและพี่สาวของเขาก็ได้เข้าไปช่วยลบรูปลบข้อความต่างๆ ที่ปรากฏในเฟซฯของเขา รวมทั้งเมื่อวันที่ 24 ส.ค. ที่ผ่านมา หลานชายได้มาบอกกับตนว่า มีผู้ชาย 3 คนคอยติดตามอยู่ตลอด จึงได้เข้าแจ้งความไว้ที่สภ.คูคต ไว้เป็นหลักฐาน เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย จนเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ระหว่างที่หลานชายจะไปทำงาน มีคนร้าย 2 คนขับรถมาประกบและคนร้ายได้ลงมารุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ ตนจึงพาหลานชายเข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.อนุสรน์ เนียมแก้ว ร้อยเวรสอบสวน สภ.คูคต ในเวลานั้นไว้เป็นหลักฐาน/p pโดย ร.ต.ท.อนุสรน์ ให้พาหลานชายไปหาหมอก่อน เพราะได้รับบาดเจ็บและจะสอบปากคำพร้อมกับสเกตช์ภาพคนร้ายที่มารุมทำร้ายในวันถัดไป แต่หลานชายก็มาผูกคอตายเสียก่อน การที่หลานผูกคอตายในครั้งนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวกับที่มีการวางระเบิดที่ราชประสงค์แต่อย่างใด แต่อาจจะเครียดเรื่องที่มีคนมานำเฟซบุ๊กของตัวเองไปโพสต์ โดยผู้ตายทำงานที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านรังสิต/p pรวมทั้ง อัญชิษฐา พี่สาวของผู้ตาย กล่าวเสริมด้วยว่า ก่อนหน้านี้น้องชายของตนบ่นมากๆ เรื่องที่โดนแฮกเฟซบุ๊กส่วนตัว ในทำนองที่ว่า กูนี่แหละที่เป็นคนลงมือระเบิดที่แยกราชประสงค์ ซึ่งตนเองนั้นก็ได้พูดคุย และเข้าทำลบข้อความต่างๆ ในเฟซบุ๊กของน้องชาย และปิดเฟซบุ๊กไปด้วยเพื่อตัดปัญหา รวมทั้งพาน้องชายไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.คูคต ซึ่งสาเหตุน่า จะมาจากเรื่องนี้อย่างแน่นอน/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/pCr9HzS7IBY" height="1" width="1" alt=""/

'มาร่า ปาตานี' องค์กรร่มของผู้เห็นต่าง 3 จังหวัดใต้ แถลงสื่อเป็นทางการครั้งแรก

Thu, 27/08/2015 - 14:04
!--break--!--break-- div27 ส.ค. 58nbsp;มาร่า ปาตานี องค์กรร่มของฝ่ายขบวนการปลดแอกเอกราชปาตานี พูดคุยอย่างเปิดใจกับสื่อไทยและมาเลเซียเป็นครั้งแรก ย้ำความสำคัญของการทำให้กระบวนการสันติภาพเป็นวาระแห่งชาติ วิจารณ์รัฐบาลทหารยังไม่จริงจังกับกระบวนการสันติภาพnbsp;/div divnbsp;/div divเจ้าหน้าที่รัฐบาลมาเลเซียกล่าวว่า การพบปะกับสื่อครั้งนี้เป็นความต้องการและร้องขอของมาร่า ปาตานี (Majlis Syura Patani: MARA Patani) โดยมีมาเลเซียเป็นผู้จัดการและสนับสนุน ให้เกิดการพบปะและการแถลงข่าวที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย การพบสื่อแบ่งเป็นสองช่วง คือ ช่วงเช้าเป็นการพบกับแกนนำมาร่าเจ็ดคน โดยห้ามการบันทึกเสียงและภาพ ส่วนช่วงบ่ายเป็นการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ อนึ่งการพบปะในช่วงเช้าใช้ภาษาไทย อังกฤษ และมาเลย์ ส่วนการแถลงข่าวช่วงบ่ายใช้ภาษามาเลย์และอังกฤษ/div divnbsp;/div div style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm1.staticflickr.com/617/20298083053_1cbb6ac775_b.jpg" style="width: 640px; height: 480px;" //div div style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"การแถลงข่าวเปิดตัว มาร่า ปาตานี อย่างเป็นทางการในช่วงบ่าย/span/div divnbsp;/div divในช่วงเช้านั้น ตัวแทนของ มาร่า ปาตานี ซึ่งมาร่วมพบปะสื่อได้แก่ อาวัง จาบัด, อาหมัด ชูโว และ ซุกรี ฮารีย์ จากบีอาร์เอ็น (Barisan Revolusi Nasional) อารี มุกตาร์ จากพูโล Patani Liberation Organization (PULO), อาบู อากิม ฮัสซัน จาก Pertubuhan Pembebasan Patani Bersatu (PULO-DSPP) อาบูฮาฟิซ อัลฮากิม จาก Barisan Islam Perbersasan Patani (BIPP) และ อาบู ยาซีน จาก Gerekan Mujahidin Islami Patani (GMIP)/div divnbsp;/div divการพบปะสื่อเริ่มด้วยการแนะนำตัวของตัวแทนมาร่าเจ็ดคน และสื่อทั้งไทยและมาเลย์แนะนำตัวเองพร้อมองค์กรที่สังกัด ตามด้วยการแนะนำองค์กรมาร่า ซึ่งมีอาวัง จาบัด เป็นประธาน และซุกรี ฮารีย์ เป็นหัวหน้าคณะเจรจาของมาร่าnbsp;/div divnbsp;/div divอาวัง จาบัด กล่าวกับสื่อว่า จุดมุ่งหมายของการพบปะกับสื่อในครั้งนี้คือ การให้สื่อมีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับมาร่า และอยากให้สื่อเชื่อมั่นว่า พวกเขามีเจตนาที่ดีที่อยากให้มีสันติภาพที่ปาตานี หากสื่อคนใดมองพวกเขาในแง่ลบ ก็ขอให้วางอคติตรงนั้นลงเสียก่อน และหวังว่านักข่าวทุกคนจะกลับไปนำเสนอข่าวอย่างมีความรับผิดชอบ และตรงไปตรงมาnbsp;/div divnbsp;/div divต่อมาจึงเป็นพรีเซนต์เทชั่น แนะนำองค์กรมาร่า โดยอาบูฮาฟิซ ในพรีเซนต์เทชั่นและเอกสารซึ่งกลุ่มมาร่าแจกให้สื่อมวลชน เขียนว่า วิสัยทัศน์ขององค์กรคือ (แปลจากภาษาอังกฤษอย่างไม่เป็นทางการ) "การบริหารจัดการปาตานี ดารุสซาราม (Administration of Patani Darussalam)" ซึ่งมีพันธกิจคือ "การหาทางออกทางการเมืองที่ยุติธรรม รอบด้าน และยั่งยืนร่วมกัน" โดยมีหน้าที่และบทบาทคือ "การเป็นแพลตฟอร์มให้คำปรึกษา สำหรับองค์กรปลดแอกปาตานีทั้งหมด รวมถึงภาคประชาสังคม นักการเมืองท้องถิ่น นักวิชาการ และอื่นๆ"nbsp;/div divnbsp;/div divจุดมุ่งหมายขององค์กรคือnbsp;/div div"1. การสร้างเสริมความเป็นเอกภาพ และการร่วมกันมีความรับผิดชอบต่อประชาชนชาวปาตานี เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิในการกำหนดชะตากรรมของตัวเอง (right to self-determination)nbsp;/div div2. การรักษาไว้ซึ่งการต่อสู้ทางการเมืองที่ต่อเนื่อง และมีความก้าวหน้าnbsp;/div div3. การเปิดพื้นที่และโอกาสของกลุ่มปกแอกเอกราชปาตานีทุกกลุ่ม ภาคประชาสังคม และอื่นๆ เพื่อให้พวกเขาได้แสดงความเห็นและคำแนะนำ พร้อมทั้งมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ในการตัดสินทิศทางอนาคตทางการเมืองบนโต๊ะเจรจาnbsp;/div div4. การเปิดพื้นที่สำหรับการมีส่วนร่วมของฝ่ายต่างๆ ในการให้คำปรึกษา ความเห็น การถกเถียงและข้อมูล เพื่อให้ทีมเจรจานำไปใช้ในการพูดคุยบนโต๊ะเจรจาnbsp;/div div5. เพื่อได้รับความเชื่อมั่นใจประชาคมนานาชาติ การช่วยเหลือและการสนับสนุนสำหรับการต่อสู้ของประชาชนชาวปาตานี"nbsp;/div divnbsp;/div divเมื่อถามว่า "การบริหารจัดการปาตานี ดารุสซาราม" มีความหมายว่าอย่างไร อาบูฮาฟิซ ตอบในฐานะตัวแทนของมาร่าว่า จริงๆ แล้วทางกลุ่มอยากให้คำว่า เอกราช (merdeka) มากกว่า แต่คำนี้เป็นคำที่รัฐไทยไม่ชอบ "เป้าหมายสูงสุดของเรายังคงเป็นเอกราช มันยังไม่เปลี่ยน แต่เราก็มองเห็นทางเลือกในการเข้าร่วมกระบวนการสันติภาพเพื่อจะบรรลุเป้าหมาย" การจะไปถึงเอกราชได้ไหม ขึ้นกับบนโต๊ะพูดคุย ซึ่งจะต้องร่วมตัดสินใจ/div divnbsp;/div divเมื่อถูกถามว่า มาร่าเป็นตัวแทนของคนปาตานีจริงๆ หรือ เพราะขณะที่การเจรจาดำเนินไป ยังคงมีป้ายผ้าและการพ่นสีแสดงควาไม่พอใจ และไม่เห็นด้วยกับการเจรจา อาหมัดชูโว กล่าวว่า มาร่าเป็นองค์กรที่เปิดกว้าง และไม่ได้ปิดกั้นแค่พวกเขาหกกลุ่มเท่านั้น แต่มีแผนที่จะรวมแนวร่วมจากประชาชนด้วย nbsp;โดยอาบูฮาฟิซขยายความถึงการหาแนวร่วมกับมาร่าว่า พวกเขาจะทำกิจกรรมส่งเสริมการมีส่วนร่วมกับประชาชนและสื่อ โดยวันนี้ซึ่งมาร่ามาพบกับสื่อ ก็เป็นการพยายามให้คนนอกมามีส่วนร่วมเป็นครั้งแรก "เราจะทั้งกลุ่มคนไทยพุทธ กลุ่มผู้หญิง กลุ่มผู้นำศาสนา และอื่นๆ มามีส่วนร่วม เราจะชวนพวกเขามาเข้าร่วมกลุ่มเรา" นี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งของการยื่นข้อเสนอให้รัฐบาลไทยคุ้มครองให้สมาชิกทีมเจรจาทั้งหมด 15 คนได้รอดพ้นจากพ้นจากภาระรับผิดชอบ (immunity) เพื่อที่พวกเขาจะได้เข้าไปในพื้นที่ปาตานีเพื่อพูดคุยกับคนในพื้นที่ในอนาคต เพื่อรับฟังเสียงจากคนในพื้นที่และได้รับการยอมรับมากขึ้น อาบูฮาฟิซกล่าวติดตลกกับนักข่าวด้วยว่า "เราจะส่งฟอร์มใบสมัคร (เข้ากลุ่มมาร่า) ให้ พวกคุณจะได้มาร่วมกับเรา" ส่วนบีอาร์เอ็นกล่าวกับนักข่าวในช่วงบ่ายว่า มีนักรบของบีอาร์เอ็นอยู่ในปาตานีประมาณ 9,000 คน/div divnbsp;/div divเมื่อถามถึงความก้าวหน้าของการเจรจาอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งผ่านไปแล้วสามครั้งด้วยกัน ในครั้งสุดคือเมื่อวันที่ 25 ส.ค. ที่ผ่านมา ซุกรี ฮารีย์ กล่าวว่า ข้อเสนอทั้งสามข้อของมาร่า อันได้แก่ 1 การทำให้การเจรจาสันติภาพเป็นวาระแห่งชาติ 2 การยกเว้นภาระการรับผิดให้ทีมเจรจา และ 3 การยอมรับมาร่าอย่างเป็นทางการ ได้รับการตอบรับหรือไม่ ซุกรีตอบว่า ยังไม่มีคำตอบจากฝ่ายไทย ซึ่งหากรัฐบาลไทยตอบรับข้อเสนอทั้งสามข้อแล้ว การเจรจาจึงจะถือว่าเป็นทางการและนำไปสู่การตกลงประเด็นสำคัญๆ ต่อไป/div divnbsp;/div divเมื่อถามว่า ตัวแทนของบีอาร์เอ็นที่มาร่วมทีมเจรจาในนามมาร่าเป็นตัวแทนจากบีอาร์เอ็นจริงๆ หรือไม่ ตัวแทนจากบีอาร์เอ็นทั้งสามคน ปฏิเสธที่จะตอบ โดยบอกว่า แนวทางการทำงานของบีอาร์เอ็นคือการทำแบบปิดลับ เป็นแบบใต้ดิน จึงตอบไม่ได้ แต่บอกได้ว่า การส่งตัวแทนมาพูดคุยบนโต๊ะเจรจานั้นเป็นส่วนหนึ่งของบีอาร์เอ็นแน่นอน/div divnbsp;/div divเมื่อถามว่า มีสมาชิกขบวนการที่ไม่อยากให้มีการพูดคุยกับรัฐบาลไทยบ้างหรือไม่ อาวัง จาบัด กล่าวว่า มันต้องมีอยู่แล้วที่จะมีคนที่ไม่เห็นด้วยหรือไม่สนับสนุน ทั้งจากฝ่ายรัฐไทย และฝ่ายขบวนการ แต่เราให้ความสำคัญกับประชาชนปาตานีมากกว่าว่า สนับสนุนการพูดคุยหรือไม่nbsp;/div divnbsp;/div divเมื่อถามว่า เพราะเหตุใด การเป็นวาระแห่งชาติจึงเป็นข้อเรียกร้องสำคัญของมาร่า อาบูฮาฟิซ กล่าวว่า สามข้อนี้ไม่ใช่เงื่อนไข แต่เป็นข้อที่จำเป็น เพราะเมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาล กระบวนการสันติภาพจะได้ดำเนินต่อไป โดยต้องให้สภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้รับรอง ในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ การบวนการสันติภาพเดินไปได้ระยะนึงแล้ว แต่พอมีรัฐประหาร การเจรจาก็ต้องมานับหนึ่งใหม่ เพราะรัฐบาลทหารไม่ยอมรับการพูดคุยที่ผ่านมา รัฐบาลทหารบอกว่า ให้นับเอาวันที่ 1 ธ.ค. 2557 ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาพบกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย นายนาจิบ ราซะก์ เป็นการเริ่มต้นของ การพูดคุยครั้งที่สอง (Dialogue 2) ฝ่ายไทยได้อ้างคำสั่งของนายกรัฐมนตรีฉบับที่ 230 ที่พูดถึงการให้ความสำคัญกับกระบวนการสันติภาพ แต่นี่ก็ยังไม่ใช่หลักประกันว่า ในรัฐบาลต่อไป กระบวนการนี้จะได้รับการสานต่อ "ขอให้สื่อเป็นตัวเร่งให้กระบวนการสันติภาพกลายเป็นวาระแห่งชาติ นี่ไม่ใช่สำหรับพวกเรา แต่เพื่อสันติภาพของปาตานี" อาบูฮาฟิซกล่าวต่อว่า "ขนาดน้ำท่วมยังเป็นวาระแห่งชาติได้เลย นายกประยุทธ์มีมาตรา 44 อยู่ในมือ ถ้าเขาอยากทำ เขาก็ทำได้"/div divnbsp;/div divเมื่อถามว่า การยอมรับมาร่านั้นสำคัญอย่างไร อาบูฮาฟิซกล่าวว่า จนถึงขณะนี้ รัฐบาลไทยยังคงเรียกมาร่าว่า ปาร์ตี้บี (Party B) อยู่ และมีคำขยายความว่า ผู้ที่เห็นต่างจากรัฐ มาร่าอยากให้รัฐบาลไทยเจาะจงไปว่า ปาร์ตี้บีคือมาร่าในเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการพูดคุย "อย่างตอนนี้ ประยุทธ์เองยังไม่ยอมเรียกเราว่ามาร่าเลย"nbsp;/div divnbsp;/div divเมื่อถามว่า ถ้าสามข้อเสนอนี้ไม่ได้รับการยอมรับจากรัฐบาลไทย จะเป็นอุปสรรคสำหรับการพูดคุยสันติภาพต่อไปหรือไม่ อาบูฮาฟิซกล่าวว่า พวกเราเชื่อว่า ถ้าสามข้อนี้ยังไม่บรรลุ การพูดคุยก็จะถูกถือว่า ไม่เป็นทางการต่อไปเรื่อยๆ คือจะคุยต่อไปก็ได้ แต่ก็จะไม่มีการพูดคุยกันในเรื่องสำคัญ ก็จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและสร้างความวางใจต่อไปเรื่อยๆ เท่านั้นnbsp;/div divnbsp;/div divเมื่อถามว่า มาร่าเห็นอย่างไรกับข้อเสนอของรัฐบาลไทยสามข้อซึ่งเพิ่งถูกเสนอเมื่อการพบกันวันที่ 25 ส.ค. ที่ผ่านมา อันได้แก่ การสร้างพื้นที่ปลอดภัย การพัฒนาคุณภาพชีวิต และการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของทุกฝ่าย อาบูฮาฟิซกล่าวว่า มาร่าก็รับไว้พิจารณา แต่ก็ยังตอบอะไรไม่ได้ เพราะต้องให้รัฐบาลไทยรับรองสามข้อของมาร่าก่อน ให้การพูดคุยกลายเป็นการเจรจาอย่างเป็นทางการก่อน จึงจะตกลงอะไรกันได้nbsp;/div divnbsp;/div divเมื่อถามว่า มาร่ามีกรอบเวลาสำหรับรัฐบาลไทยในการตอบรับข้อเสนอสามข้อหรือไม่ อาบูฮาฟิซกล่าวว่า "ยิ่งเร็วยิ่งดี" และในระหว่างที่ยังไม่มีการตอบรับนั้น มาร่าก็จะสื่อสารกับคนในพื้นที่ได้อย่างลำบาก และทำได้ช้ากว่า เพราะคงต้องขอให้คนจาปาตานีเดินทางมาพบพวกเขาแทนnbsp;/div divnbsp;/div divอาบูฮาฟิซกล่าวว่า เมื่อการพบกันครั้งล่าสุด ผู้ประสานงานซึ่งคือรัฐบาลมาเลเซียได้ให้ฉบับตัวอย่างของ Terms of Reference (TOR) จำนวนหลายหน้า ซึ่งทั้งสองฝ่ายต้องนำไปศึกษาเพื่อปรับให้เข้ากับที่ตัวเองต้องการnbsp;/div divnbsp;/div divเมื่อถามว่า มาร่าคิดว่า รัฐบาลทหารจริงใจในการพูดคุยสันติภาพครั้งนี้หรือไม่ อาบูฮาฟิซกล่าวว่า "ความจริงใจนั้นวัดยาก แต่ความจริงจังนั้นเห็นได้ อย่างเรื่องวาระแห่งชาตินี่ทำให้เห็นว่ายังไม่จริงจังเท่าไหร่ เมื่อถามว่า แล้วฝ่ายขบวนการได้แสดงความจริงใจอย่างเป็นรูปธรรมต่อขบวนการสันติภาพหรือไม่ ตัวแทนจากบีอาร์เอ็นกล่าวว่า การลดความรุนแรงช่วงเดือนรอมฎอนคือการแสดงความจริงใจอย่างหนึ่งnbsp;/div divnbsp;/div divเมื่อถามว่า กลุ่ม พูโล P4 นั้นออกจากมาร่าไปแล้วหรือไม่ อาบูฮาฟิซกล่าวว่า กลุ่มพูโล P4 นั้นได้มาร่วมก่อตั้งมาร่าด้วย แต่ต่อมาเกิดความเห็นต่างในบางประเด็น จึงส่งจดหมายขอถอนตัว ต่อมามาร่าได้แก้ไขประเด็นดังกบ่าวแล้ว และได้สื่อสารทำความเข้าใจกันแล้ว อย่างไรก็ตาม พูโล P4 ยังไม่ได้ตอบรับว่า จะกลับมาร่วมกับมาร่าหรือไม่nbsp;/div divnbsp;/div divเมื่อนักข่าวถามตัวแทนบีอาร์เอ็นว่า มีข่าวว่า ตัวแทนบีอาร์เอ็นได้ชี้แจงไปยังรัฐบาลไทยว่า ไม่มีความเกี่ยวข้องกับระเบิดที่ราชประสงค์ เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 58 เป็นความจริงหรือไม่ ตัวแทนบีอาร์เอ็นไม่ออกความเห็น ตัวแทนบีอาร์เอ็นไม่ขอออกความเห็นเมื่อถูกถามว่า มีความเกี่ยวข้องกับระเบิดที่เกาะสมุย เมื่อเดือนเม.ย. 58 หรือไม่nbsp;/div divnbsp;/div divเมื่อถามว่า จะมีการแถลงข่าวเช่นนี้ต่อไปในอนาคตหรือไม่ อาบูฮาฟิซกล่าวว่า ฝ่ายเจรจาของไทยชุดนี้ ซึ่งนำโดย พล.อ.อักษรา เกิดผล ไม่ค่อยชอบสื่อสารกับสื่อมวลชนเท่าไหร่ ต่างกับทีมเจรจาที่นำโดย พล.ท.ภารดร พัฒนถาบุตรซึ่ง พล.อ.อักษราได้แสดงความกังวลว่า ฝ่ายมาร่าจะพูดอะไรที่เกินเลยแล้วทำให้สื่อเข้าใจผิด และเสนอให้มาร่าทำแถลงการณ์ร่วมกับฝ่ายไทย ซึ่งอาบูฮาฟิซกล่าวว่า จะทำแถลงการณ์ร่วมได้ ต้องให้การเจรจาเป็นการเจรจาอย่างเป็นทางการเสียก่อนnbsp;/div divnbsp;/div divเมื่อถามบีอาร์เอ็นว่ามีนโยบายการใช้ความรุนแรงต่อพลเรือนอย่างไร ซุกรี ฮารีกล่าวว่า บีอาร์เอ็นไม่มีนโยบายใช้ความรุนแรงกับพลเรือน แต่จะใช้ความรุนแรงกับเจ้าหน้าที่ความมั่นคงเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ความสูญเสียที่เกิดกับฝ่ายพลเรือนนั้นเป็นความไม่ตั้งใจ หรือเหตุบังเอิญnbsp;/div divnbsp;/div divมาร่ายังย้ำถึงความสำคัญของสื่อมวลชนในการรายงานข่าวความขัดแย้งในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย โดย อาบู อากิม บิน ฮัสซัน กล่าวว่า "ถ้าสื่อรายงานดี กระบวนการสันติภาพก็จะดำเนินการไปได้ แต่ถ้ารายงานไม่ดี กระบวนการก็จะพัง"nbsp;/div divnbsp;/div div div"เราอยากขอให้ประชาชนชาวปาตานี มาร่วมกับเราเพื่อหาทางออกร่วมกันในกระบวนการสันติภาพ" อาบูฮาฟิซกล่าว ในการแถลงข่าวช่วงบ่าย/div divnbsp;/div divที่ผ่านมาการพูดคุยระหว่างรัฐบาลไทยและขบวนการก่อความไม่สงบมีมาเรื่อยๆ ในทางลับ นักวิเคราะห์กล่าวว่า รัฐไทยไม่เคยมีความจริงใจต่อการเจรจาและมองการเจรจาเป็นเพียงโอกาสในการชี้ตัวแกนนำของขบวนการเท่านั้น อย่างไรก็ตาม การเจรจาแบบเปิดเผยครั้งแรกก็เกิดขึ้นในสมัยของอดีตนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในปี 2556 ที่กัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย โดยมีมาเลเซียเป็นผู้อำนวยความสะดวก แต่การพูดคุยก็ดำเนินไปได้ไม่กี่ครั้ง และจบลงหลังจากที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์เจอการประท้วงขับไล่ ตามมาด้วยการรัฐประหารในเดือน พ.ค. 57 ภายใต้รัฐบาลทหาร นำโดย พลเอกประยุทธ์ การพูดคุยสันติภาพมีขึ้นอีกครั้ง โดยการพูดคุยกันครั้งแรกภายใต้รัฐบาลทหารเกิดขึ้นครั้งแรกช่วงต้นเดือน มิ.ย. 58nbsp;/div divnbsp;/div /div pnbsp;/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="http://prachatai.org/journal/2015/07/60600" target="_blank"สัมภาษณ์พิเศษ แกนนำขบวนการผู้เห็นต่างจากชายแดนใต้: กระบวนการสันติภาพ ควรเป็นวาระแห่งชาติ/a /div div class="field-item even" a href="http://prachatai.org/journal/2015/08/60959" target="_blank"ชีวิตที่ #039;พยายามปกติ#039; ของชาวมลายูมุสลิมใน 3 จว. ชายแดนใต้/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/NVjwI93wsFc" height="1" width="1" alt=""/

'มาร่า ปาตานี' องค์กรร่มของผู้เห็นต่างใน 3 จว.ใต้ แถลงต่อสื่ออย่างเป็นทางการครั้งแรก

Thu, 27/08/2015 - 14:04
divมาร่า ปาตานี องค์กรร่มของฝ่ายขบวนการปลดแอกเอกราชปาตานี พูดคุยอย่างเปิดใจกับสื่อไทยและมาเลเซียเป็นครั้งแรก ย้ำความสำคัญของการทำให้กระบวนการสันติภาพเป็นวาระแห่งชาติ วิจารณ์รัฐบาลทหารยังไม่จริงจังกับกระบวนการสันติภาพnbsp;/div p!--break--!--break--/p divเจ้าหน้าที่รัฐบาลมาเลเซียกล่าวว่า การพบปะกับสื่อครั้งนี้เป็นความาต้องการและร้องขอของ มาร่า ปาตานี (Majlis Syura Patani) โดยมีมาเลเซียเป็นผู้จัดการและสนับสนุน การพบสื่อแบ่งเป็นสองช่วง คือ ช่วงเช้าเป็นการพบกับแกนนำมาร่า 7 คน โดยห้ามการบันทึกเสียงและภาพ ส่วนช่วงบ่ายเป็นการแถลงข่าวอย่างเป็นทาวการ/div divnbsp;/div divในช่วงเช้านั้น ตัวแทนของ มาร่า ปาตานี ซึ่งมาร่วมพบปะสื่อได้แก่ อาวัง จาบัด, อาหมัด ชูโว และ ซุกรี ฮารีย์ จากบีอาร์เอ็น (Barisan Revolusi Nasional) อารี มุกตาร์ จากพูโล Patani Liberation Organization (PULO), อาบู อากิม ฮัสซัน จาก Pertubuhan Pembebasan Patani Bersatu (PULO-DSPP) อาบูฮาฟิซ อัลฮากิม จาก Barisan Islam Perbersasan Patani (BIPP) และ อาบู ยาซีน จาก Gerekan Mujahideenm Islami Patani (GMIP)/div divnbsp;/div divการพบปะสื่อเริ่มด้วยการแนะนำตัวของตัวแทนมาร่าเจ็ดคน และสื่อทั้งไทยและมาเลย์แนะนำตัวเองพร้อมองค์กรที่สังกัด ตามด้วยการแนะนำองค์กรมาร่า ซึ่งมีอาวัง จาบัด เป็นประธาน และซุกรี ฮารีย์ เป็นหัวหน้าคณะเจรจาของมาร่าnbsp;/div divnbsp;/div divอาวัง จาบัด กล่าวกับสื่อว่า จุดมุ่งหมายของการพบปะกับสื่อในครั้งนี้คือ การให้สื่อมีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับมาร่า และอยากให้สื่อเชื่อมั่นว่า พวกเขามีเจตนาที่ดีที่อยากให้มีสันติภาพที่ปาตานี หากสื่อคนใดมองพวกเขาในแง่ลบ ก็ขอให้วางอคติตรงนั้นลงเสียก่อน และหวังว่านักข่าวทุกคนจะกลับไปนำเสนอข่าวอย่างมีความรับผิดชอบ และตรงไปตรงมาnbsp;/div divnbsp;/div divต่อมาจึงเป็นพรีเซนต์เทชั่น แนะนำองค์กรมาร่า โดยอาบูฮาฟิซ ในพรีเซนเตชั่นและเอกสารซึ่งกลุ่มมาร่าแจกให้สื่อมวลชน เขียนว่า วิสัยทัศน์ขององค์กรคือ (แปลจากภาษาอังกฤษอย่างไม่เป็นทางการ) "การบริหารจัดการปาตานี ดารุสซาลาม (Administration of Patani Darussalam)" ซึ่งมีพันธกิจคือ "การหาทางออกทางการเมืองที่ยุติธรรม รอบด้าน และยั่งยืนร่วมกัน" โดยมีหน้าที่และบทบาทคือ "การเป็นแพลตฟอร์มให้คำปรึกษา สำหรับองค์กรปลดแอกปาตานีทั้งหมด รวมถึงภาคประชาสังคม นักการเมืองท้องถิ่น นักวิชาการ และอื่นๆ"nbsp;/div divnbsp;/div divจุดมุ่งหมายขององค์กรคือnbsp;/div div"1 การสร้างเสริมความเป็นเอกภาพ และการร่วมกันมีความรับผิดชอบต่อประชาชนชาวปาตานี เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิในการกำหนดชะตากรรมของตัวเอง (right to self-determination)nbsp;/div div2 การรักษาไว้ซึ่งการต่อสู้ทางการเมืองที่ต่อเนื่อง และมีความก้าวหน้าnbsp;/div div3 การเปิดพื้นที่และโอกาสของกลุ่มปกแอกเอกราชปาตานีทุกกลุ่ม ภาคประชาสังคม และอื่นๆ เพื่อให้พวกเขาได้แสดงความเห็นและคำแนะนำ พร้อมทั้งมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ในการตัดสินทิศทางอนาคตทางการเมืองบนโต๊ะเจรจาnbsp;/div div4 การเปิดพื้นที่สำหรับการมีส่วนร่วมของฝ่ายต่างๆ ในการให้คำปรึกษา ความเห็น การถกเถียงและข้อมูล เพื่อให้ทีมเจรจานำไปใช้ในการพูดคุยบนโต๊ะเจรจาnbsp;/div div5 เพื่อได้รับความเชื่อมั่นใจประชาคมนานาชาติ การช่วยเหลือและการสนับสนุนสำหรับการต่อสู้ของประชาชนชาวปาตานี"nbsp;/div divnbsp;/div divเมื่อถามว่า "การบริหารจัดการปาตานี ดารุสราม" มีความหมายว่าอย่างไร อาบูฮาฟิซ ตอบในฐานะตัวแทนของมาร่าว่า จริงๆ แล้วทางกลุ่มอยากให้คำว่า เอกราช (merdeka) มากกว่า แต่คำนี้เป็นคำที่รัฐไทยไม่ชอบ "เป้าหมายสูงสุดของเรายังคงเป็นเอกราช มันยังไม่เปลี่ยน แต่เราก็มองเห็นทางเลือกในการเข้าร่วมกระบวนการสันติภาพเพื่อจะบรรลุเป้าหมาย" การจะไปถึงเอกราชได้ไหม ขึ้นกับบนโต๊ะพูดคุย ซึ่งจะต้องร่วมตัดสินใจ/div divnbsp;/div divเมื่อถูกถามว่า มาร่าเป็นตัวแทนของคนปาตานีจริงๆ หรือ เพราะขณะที่การเจรจาดำเนินไป ยังคงมีป้ายผ้าและการพ่นสีแสดงควาไม่พอใจ และไม่เห็นด้วยกับการเจรจา อาหมัดชูโว กล่าวว่า มาร่าเป็นองค์กรที่เปิดกว้าง และไม่ได้ปิดกั้นแค่พวกเขาหกกลุ่มเท่านั้น แต่มีแผนที่จะรวมแนวร่วมจากประชาชนด้วย nbsp;โดยอาบูฮาฟิซขยายความถึงการหาแนวร่วมกับมาร่าว่า พวกเขาจะทำกิจกรรมส่งเสริมการมีส่วนร่วมกับประชาชนและสื่อ โดยวันนี้ซึ่งมาร่ามาพบกับสื่อ ก็เป็นการพยายามให้คนนอกมามีส่วนร่วมเป็นครั้งแรก "เราจะทั้งกลุ่มคนไทยพุทธ กลุ่มผู้หญิง กลุ่มผู้นำศาสนา และอื่นๆ มามีส่วนร่วม เราจะชวนพวกเขามาเข้าร่วมกลุ่มเรา" นี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งของการยื่นข้อเสนอให้รัฐบาลไทยคุ้มครองให้สมาชิกทีมเจรจาทั้งหมด 15 คนได้รอดพ้นจากพ้นจากภาระรับผิดชอบ (immunity) เพื่อที่พวกเขาจะได้เข้าไปในพื้นที่ปาตานีเพื่อพูดคุยกับคนในพื้นที่ในอนาคต เพื่อรับฟังเสียงจากคนในพื้นที่และได้รับการยอมรับมากขึ้น อาบูฮาฟิซกล่าวติดตลกกับนักข่าวด้วยว่า "เราจะส่งฟอร์มใบสมัคร (เข้ากลุ่มมาร่า) ให้ พวกคุณจะได้มาร่วมกับเรา"nbsp;/div divnbsp;/div divเมื่อถามถึงความก้าวหน้าของการเจรจาอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งผ่านไปแล้วสามครั้งด้วยกัน ในครั้งสุดคือเมื่อวันที่ 25 ส.ค. ที่ผ่านมา ซุกรี ฮารีย์ กล่าวว่า ข้อเสนอทั้งสามข้อของมาร่า อันได้แก่ 1 การทำให้การเจรจาสันติภาพเป็นวาระแห่งชาติ 2 การยกเว้นภาระการรับผิดให้ทีมเจรจา และ 3 การยอมรับมาร่าอย่างเป็นทางการ ได้รับการตอบรับหรือไม่ ซุกรีตอบว่า ยังไม่มีคำตอบจากฝ่ายไทย ซึ่งหากรัฐบาลไทยตอบรับข้อเสนอทั้งสามข้อแล้ว การเจรจาจึงจะถือว่าเป็นทางการและนำไปสู่การตกลงประเด็นสำคัญๆ ต่อไป/div divnbsp;/div divเมื่อถามว่า ตัวแทนของบีอาร์เอ็นที่มาร่วมทีมเจรจาในนามมาร่าเป็นตัวแทนจากบีอาร์เอ็นจริงๆ หรือไม่ ตัวแทนจากบีอาร์เอ็นทั้งสามคน ปฏิเสธที่จะตอบ โดยบอกว่า แนวทางการทำงานของบีอาร์เอ็นคือการทำแบบปิดลับ เป็นแบบใต้ดิน จึงตอบไม่ได้ แต่บอกได้ว่า การส่งตัวแทนมาพูดคุยบนโต๊ะเจรจานั้นเป็นส่วนหนึ่งของบีอาร์เอ็นแน่นอน/div divnbsp;/div divเมื่อถามว่า มีสมาชิกขบวนการที่ไม่อยากให้มีการพูดคุยกับรัฐบาลไทยบ้างหรือไม่ อาวัง จาบัด กล่าวว่า มันต้องมีอยู่แล้วที่จะมีคนที่ไม่เห็นด้วยหรือไม่สนับสนุน ทั้งจากฝ่ายรัฐไทย และฝ่ายขบวนการ แต่เราให้ความสำคัญกับประชาชนปาตานีมากกว่าว่า สนับสนุนการพูดคุยหรือไม่nbsp;/div divnbsp;/div divเมื่อถามว่า เพราะเหตุใด การเป็นวาระแห่งชาติจึงเป็นข้อเรียกร้องสำคัญของมาร่า อาบูฮาฟิซ กล่าวว่า สามข้อนี้ไม่ใช่เงื่อนไข แต่เป็นข้อที่จำเป็น เพราะเมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาล กระบวนการสันติภาพจะได้ดำเนินต่อไป โดยต้องให้สภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้รับรอง ในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ การบวนการสันติภาพเดินไปได้ระยะนึงแล้ว แต่พอมีรัฐประหาร การเจรจาก็ต้องมานับหนึ่งใหม่ เพราะรัฐบาลทหารไม่ยอมรับการพูดคุยที่ผ่านมา รัฐบาลทหารบอกว่า ให้นับเอาวันที่ 1 ธ.ค. 2557 ที่ พล.อ.ประยุทธมาพบกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย นายนาจิบ ราซะก์ เป็นการเริ่มต้นของ การพูดคุยครั้งที่สอง (Dialogue 2) ฝ่ายไทยได้อ้างคำสั่งของนายกรัฐมนตรีฉบับที่ 230 ที่พูดถึงการให้ความสำคัญกับกระบวนการสันติภาพ แต่นี่ก็ยังไม่ใช่หลักประกันว่า ในรัฐบาลต่อไป กระบวนการนี้จะได้รับการสานต่อ "ขอให้สื่อเป็นตัวเร่งให้กระบวนการสันติภาพกลายเป็นวาระแห่งชาติ นี่ไม่ใช่สำหรับพวกเรา แต่เพื่อสันติภาพของปาตานี" อาบูฮาฟิซกล่าวต่อว่า "ขนาดน้ำท่วมยังเป็นวาระแห่งชาติได้เลย นายกประยุทธ์มีมาตรา 44 อยู่ในมือ ถ้าเขาอยากทำ เขาก็ทำได้"/div divnbsp;/div divเมื่อถามว่า การยอมรับมาร่านั้นสำคัญอย่างไร อาบูฮาฟิซกล่าวว่า จนถึงขณะนี้ รัฐบาลไทยยังคงเรียกมาร่าว่า ปาร์ตี้บี (Party B) อยู่ และมีคำขยายความว่า ผู้ที่เห็นต่างจากรัฐ มาร่าอยากให้รัฐบาลไทยเจาะจงไปว่า ปาร์ตี้บีคือมาร่าในเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการพูดคุย "อย่างตอนนี้ ประยุทธเองยังไม่นอมเรียกเราว่ามาร่าเลย"nbsp;/div divnbsp;/div divเมื่อถามว่า ถ้าสามข้อเสนอนี้ไม่ได้รับการยอมรับจากรัฐบาลไทย จะเป็นอุปสรรคสำหรับการพูดคุยสันติภาพต่อไปหรือไม่ อาบูฮาฟิซกล่าวว่า พวกเราเชื่อว่า ถ้าสามข้อนี้ยังไม่บรรลุ การพูดคุยก็จะถูกถือว่า ไม่เป็นทางการต่อไปเรื่อยๆ คือจะคุยต่อไปก็ได้ แต่ก็จะไม่มีการพูดคุยกันในเรื่องสำคัญ ก็จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและสร้างความวางใจต่อไปเรื่อยๆ เท่านั้นnbsp;/div divnbsp;/div divเมื่อถามว่า มาร่าเห็นอย่างไรกับข้อเสนอของรัฐบาลไทยสามข้อซึ่งเพิ่งถูกเสนอเมื่อการพบกันวันที่ 25 ส.ค. ที่ผ่านมา อันได้แก่ การสร้างพื้นที่ปลอดภัย การพัฒนาคุณภาพชีวิต และการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของทุกฝ่าย อาบูฮาฟิซกล่าวว่า มาร่าก็รับไว้พิจารณา แต่ก็ยังตอบอะไรไม่ได้ เพราะต้องให้รัฐบาลไทยรับรองสามข้อของมาร่าก่อน ให้การพูดคุยกลายเป็นการเจรจาอย่างเป็นทางการก่อน จึงจะตกลงอะไรกันได้nbsp;/div divnbsp;/div divเมื่อถามว่า มาร่ามีกรอบเวลาสำหรับรัฐบาลไทยในการตอบรับข้อเสนอสามข้อหรือไม่ อาบูฮาฟิซกล่าวว่า "ยิ่งเร็วยิ่งดี" และในระหว่างที่ยังไม่มีการตอบรับนั้น มาร่าก็จะสื่อสารกับคนในพื้นที่ได้อย่างลำบาก และทำได้ช้ากว่า เพราะคงต้องขอให้คนจาปาตานีเดินทางมาพบพวกเขาแทนnbsp;/div divnbsp;/div divอาบูฮาฟิซกล่าวว่า เมื่อการพบกันครั้งล่าสุด ผู้ประสานงานซึ่งคือรัฐบาลมาเลเซียได้ให้ฉบับตัวอย่างของ Terms of Reference (TOR) จำนวนหลายหน้า ซึ่งทั้งสองฝ่ายต้องนำไปศึกษาเพื่อปรับให้เข้ากับที่ตัวเองต้องการnbsp;/div divnbsp;/div divเมื่อถามว่า มาร่าคิดว่า รัฐบาลทหารจริงใจในการพูดคุยสันติภาพครั้งนี้หรือไม่ อาบูฮาฟิซกล่าวว่า "ความจริงใจนั้นวัดยาก แต่ความจริงจังนั้นเห็นได้ อย่างเรื่องวาระแห่งชาตินี่ทำให้เห็นว่ายังไม่จริงจังเท่าไหร่ เมื่อถามว่า แล้วฝ่ายขบวนการได้แสดงความจริงใจอย่างเป็นรูปธรรมต่อขบวนการสันติภาพหรือไม่ ตัวแทนจากบีอาร์เอ็นกล่าวว่า การลดความรุนแรงช่วงเดือนรอมฎอนคือการแสดงความจริงใจอย่างหนึ่งnbsp;/div divnbsp;/div divเมื่อถามว่า กลุ่ม พูโล P4 นั้นออกจากมาร่าไปแล้วหรือไม่ อาบูฮาฟิซกล่าวว่า กลุ่มพูโล P4 นั้นได้มาร่วมก่อตั้งมาร่าด้วย แต่ต่อมาเกิดความเห็นต่างในบางประเด็น จึงส่งจดหมายขอถอนตัว ต่อมามาร่าได้แก้ไขประเด็นดังกบ่าวแล้ว และได้สื่อสารทำความเข้าใจกันแล้ว อย่างไรก็ตาม พูโล P4 ยังไม่ได้ตอบรับว่า จะกลับมาร่วมกับมาร่าหรือไม่nbsp;/div divnbsp;/div divเมื่อนักข่าวถามตัวแทนบีอาร์เอ็นว่า มีข่าวว่า ตัวแทนบีอาร์เอ็นได้ชี้แจงไปยังรัฐบาลไทยว่า ไม่มีความเกี่ยวข้องกับระเบิดที่ราชประสงค์ เป็นความจริงหรือไม่ ตัวแทนบีอาร์เอ็นไม่ออกความเห็น/div divnbsp;/div divเมื่อถามว่า จะมีการแถลงข่าวเช่นนี้ต่อไปในอนาคตหรือไม่ อาบูฮาฟิซกล่าวว่า ฝ่ายเจรจาของไทยชุดนี้ ซึ่งนำโดย พล.อ.อักษรา เกิดผล ไม่ค่อยชอบสื่อสารกับสื่อมวลชนเท่าไหร่ ต่างกับทีมเจรจาที่นำโดย พล.ท.ภารดร พัฒนถาบุตรซึ่ง พล.อ.อักษราได้แสดงความกังวลว่า ฝ่ายมาร่าจะพูดอะไรที่เกินเลยแล้วทำให้สื่อเข้าใจผิด และเสนอให้มาร่าทำแถลงการณ์ร่วมกับฝ่ายไทย ซึ่งอาบูฮาฟิซกล่าวว่า จะทำแถลงการณ์ร่วมได้ ต้องให้การเจรจาเป็นการเจรจาอย่างเป็นทางการเสียก่อนnbsp;/div divnbsp;/div divเมื่อถามบีอาร์เอ็นว่ามีนโยบายการใช้ความรุนแรงต่อพลเรือนอย่างไร ซุกรี ฮารีกล่าวว่า บีอาร์เอ็นไม่มีนโยบายใช้ความรุนแรงกับพลเรือน แต่จะใช้ความรุนแรงกับเจ้าหน้าที่ความมั่นคงเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ความสูญเสียที่เกิดกับฝ่ายพลเรือนนั้นเป็นความไม่ตั้งใจ หรือเหตุบังเอิญnbsp;/div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/NVjwI93wsFc" height="1" width="1" alt=""/

'มาร่า ปาตานี' องค์กรร่มของผู้เห็นต่างใน 3 จว.ใต้ แถลงต่อสื่ออย่างเป็นทางการครั้งแรก

Thu, 27/08/2015 - 14:04
divมาร่า ปาตานี องค์กรร่มของฝ่ายขบวนการปลดแอกเอกราชปาตานี พูดคุยอย่างเปิดใจกับสื่อไทยและมาเลเซียเป็นครั้งแรก ย้ำความสำคัญของการทำให้กระบวนการสันติภาพเป็นวาระแห่งชาติ วิจารณ์รัฐบาลทหารยังไม่จริงจังกับกระบวนการสันติภาพnbsp;/div p!--break--!--break--/p divเจ้าหน้าที่รัฐบาลมาเลเซียกล่าวว่า การพบปะกับสื่อครั้งนี้เป็นความาต้องการและร้องขอของ มาร่า ปาตานี (Majlis Syura Patani) โดยมีมาเลเซียเป็นผู้จัดการและสนับสนุน การพบสื่อแบ่งเป็นสองช่วง คือ ช่วงเช้าเป็นการพบกับแกนนำมาร่า 7 คน โดยห้ามการบันทึกเสียงและภาพ ส่วนช่วงบ่ายเป็นการแถลงข่าวอย่างเป็นทาวการ/div divnbsp;/div divในช่วงเช้านั้น ตัวแทนของ มาร่า ปาตานี ซึ่งมาร่วมพบปะสื่อได้แก่ อาวัง จาบัด, อาหมัด ชูโว และ ซุกรี ฮารีย์ จากบีอาร์เอ็น (Barisan Revolusi Nasional) อารี มุกตาร์ จากพูโล Patani Liberation Organization (PULO), อาบู อากิม ฮัสซัน จาก Pertubuhan Pembebasan Patani Bersatu (PULO-DSPP) อาบูฮาฟิซ อัลฮากิม จาก Barisan Islam Perbersasan Patani (BIPP) และ อาบู ยาซีน จาก Gerekan Mujahideenm Islami Patani (GMIP)/div divnbsp;/div divการพบปะสื่อเริ่มด้วยการแนะนำตัวของตัวแทนมาร่าเจ็ดคน และสื่อทั้งไทยและมาเลย์แนะนำตัวเองพร้อมองค์กรที่สังกัด ตามด้วยการแนะนำองค์กรมาร่า ซึ่งมีอาวัง จาบัด เป็นประธาน และซุกรี ฮารีย์ เป็นหัวหน้าคณะเจรจาของมาร่าnbsp;/div divnbsp;/div divอาวัง จาบัด กล่าวกับสื่อว่า จุดมุ่งหมายของการพบปะกับสื่อในครั้งนี้คือ การให้สื่อมีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับมาร่า และอยากให้สื่อเชื่อมั่นว่า พวกเขามีเจตนาที่ดีที่อยากให้มีสันติภาพที่ปาตานี หากสื่อคนใดมองพวกเขาในแง่ลบ ก็ขอให้วางอคติตรงนั้นลงเสียก่อน และหวังว่านักข่าวทุกคนจะกลับไปนำเสนอข่าวอย่างมีความรับผิดชอบ และตรงไปตรงมาnbsp;/div divnbsp;/div divต่อมาจึงเป็นพรีเซนต์เทชั่น แนะนำองค์กรมาร่า โดยอาบูฮาฟิซ ในพรีเซนเตชั่นและเอกสารซึ่งกลุ่มมาร่าแจกให้สื่อมวลชน เขียนว่า วิสัยทัศน์ขององค์กรคือ (แปลจากภาษาอังกฤษอย่างไม่เป็นทางการ) "การบริหารจัดการปาตานี ดารุสซาลาม (Administration of Patani Darussalam)" ซึ่งมีพันธกิจคือ "การหาทางออกทางการเมืองที่ยุติธรรม รอบด้าน และยั่งยืนร่วมกัน" โดยมีหน้าที่และบทบาทคือ "การเป็นแพลตฟอร์มให้คำปรึกษา สำหรับองค์กรปลดแอกปาตานีทั้งหมด รวมถึงภาคประชาสังคม นักการเมืองท้องถิ่น นักวิชาการ และอื่นๆ"nbsp;/div divnbsp;/div divจุดมุ่งหมายขององค์กรคือnbsp;/div div"1 การสร้างเสริมความเป็นเอกภาพ และการร่วมกันมีความรับผิดชอบต่อประชาชนชาวปาตานี เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิในการกำหนดชะตากรรมของตัวเอง (right to self-determination)nbsp;/div div2 การรักษาไว้ซึ่งการต่อสู้ทางการเมืองที่ต่อเนื่อง และมีความก้าวหน้าnbsp;/div div3 การเปิดพื้นที่และโอกาสของกลุ่มปกแอกเอกราชปาตานีทุกกลุ่ม ภาคประชาสังคม และอื่นๆ เพื่อให้พวกเขาได้แสดงความเห็นและคำแนะนำ พร้อมทั้งมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ในการตัดสินทิศทางอนาคตทางการเมืองบนโต๊ะเจรจาnbsp;/div div4 การเปิดพื้นที่สำหรับการมีส่วนร่วมของฝ่ายต่างๆ ในการให้คำปรึกษา ความเห็น การถกเถียงและข้อมูล เพื่อให้ทีมเจรจานำไปใช้ในการพูดคุยบนโต๊ะเจรจาnbsp;/div div5 เพื่อได้รับความเชื่อมั่นใจประชาคมนานาชาติ การช่วยเหลือและการสนับสนุนสำหรับการต่อสู้ของประชาชนชาวปาตานี"nbsp;/div divnbsp;/div divเมื่อถามว่า "การบริหารจัดการปาตานี ดารุสราม" มีความหมายว่าอย่างไร อาบูฮาฟิซ ตอบในฐานะตัวแทนของมาร่าว่า จริงๆ แล้วทางกลุ่มอยากให้คำว่า เอกราช (merdeka) มากกว่า แต่คำนี้เป็นคำที่รัฐไทยไม่ชอบ "เป้าหมายสูงสุดของเรายังคงเป็นเอกราช มันยังไม่เปลี่ยน แต่เราก็มองเห็นทางเลือกในการเข้าร่วมกระบวนการสันติภาพเพื่อจะบรรลุเป้าหมาย" การจะไปถึงเอกราชได้ไหม ขึ้นกับบนโต๊ะพูดคุย ซึ่งจะต้องร่วมตัดสินใจ/div divnbsp;/div divเมื่อถูกถามว่า มาร่าเป็นตัวแทนของคนปาตานีจริงๆ หรือ เพราะขณะที่การเจรจาดำเนินไป ยังคงมีป้ายผ้าและการพ่นสีแสดงควาไม่พอใจ และไม่เห็นด้วยกับการเจรจา อาหมัดชูโว กล่าวว่า มาร่าเป็นองค์กรที่เปิดกว้าง และไม่ได้ปิดกั้นแค่พวกเขาหกกลุ่มเท่านั้น แต่มีแผนที่จะรวมแนวร่วมจากประชาชนด้วย nbsp;โดยอาบูฮาฟิซขยายความถึงการหาแนวร่วมกับมาร่าว่า พวกเขาจะทำกิจกรรมส่งเสริมการมีส่วนร่วมกับประชาชนและสื่อ โดยวันนี้ซึ่งมาร่ามาพบกับสื่อ ก็เป็นการพยายามให้คนนอกมามีส่วนร่วมเป็นครั้งแรก "เราจะทั้งกลุ่มคนไทยพุทธ กลุ่มผู้หญิง กลุ่มผู้นำศาสนา และอื่นๆ มามีส่วนร่วม เราจะชวนพวกเขามาเข้าร่วมกลุ่มเรา" นี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งของการยื่นข้อเสนอให้รัฐบาลไทยคุ้มครองให้สมาชิกทีมเจรจาทั้งหมด 15 คนได้รอดพ้นจากพ้นจากภาระรับผิดชอบ (immunity) เพื่อที่พวกเขาจะได้เข้าไปในพื้นที่ปาตานีเพื่อพูดคุยกับคนในพื้นที่ในอนาคต เพื่อรับฟังเสียงจากคนในพื้นที่และได้รับการยอมรับมากขึ้น อาบูฮาฟิซกล่าวติดตลกกับนักข่าวด้วยว่า "เราจะส่งฟอร์มใบสมัคร (เข้ากลุ่มมาร่า) ให้ พวกคุณจะได้มาร่วมกับเรา"nbsp;/div divnbsp;/div divเมื่อถามถึงความก้าวหน้าของการเจรจาอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งผ่านไปแล้วสามครั้งด้วยกัน ในครั้งสุดคือเมื่อวันที่ 25 ส.ค. ที่ผ่านมา ซุกรี ฮารีย์ กล่าวว่า ข้อเสนอทั้งสามข้อของมาร่า อันได้แก่ 1 การทำให้การเจรจาสันติภาพเป็นวาระแห่งชาติ 2 การยกเว้นภาระการรับผิดให้ทีมเจรจา และ 3 การยอมรับมาร่าอย่างเป็นทางการ ได้รับการตอบรับหรือไม่ ซุกรีตอบว่า ยังไม่มีคำตอบจากฝ่ายไทย ซึ่งหากรัฐบาลไทยตอบรับข้อเสนอทั้งสามข้อแล้ว การเจรจาจึงจะถือว่าเป็นทางการและนำไปสู่การตกลงประเด็นสำคัญๆ ต่อไป/div divnbsp;/div divเมื่อถามว่า ตัวแทนของบีอาร์เอ็นที่มาร่วมทีมเจรจาในนามมาร่าเป็นตัวแทนจากบีอาร์เอ็นจริงๆ หรือไม่ ตัวแทนจากบีอาร์เอ็นทั้งสามคน ปฏิเสธที่จะตอบ โดยบอกว่า แนวทางการทำงานของบีอาร์เอ็นคือการทำแบบปิดลับ เป็นแบบใต้ดิน จึงตอบไม่ได้ แต่บอกได้ว่า การส่งตัวแทนมาพูดคุยบนโต๊ะเจรจานั้นเป็นส่วนหนึ่งของบีอาร์เอ็นแน่นอน/div divnbsp;/div divเมื่อถามว่า มีสมาชิกขบวนการที่ไม่อยากให้มีการพูดคุยกับรัฐบาลไทยบ้างหรือไม่ อาวัง จาบัด กล่าวว่า มันต้องมีอยู่แล้วที่จะมีคนที่ไม่เห็นด้วยหรือไม่สนับสนุน ทั้งจากฝ่ายรัฐไทย และฝ่ายขบวนการ แต่เราให้ความสำคัญกับประชาชนปาตานีมากกว่าว่า สนับสนุนการพูดคุยหรือไม่nbsp;/div divnbsp;/div divเมื่อถามว่า เพราะเหตุใด การเป็นวาระแห่งชาติจึงเป็นข้อเรียกร้องสำคัญของมาร่า อาบูฮาฟิซ กล่าวว่า สามข้อนี้ไม่ใช่เงื่อนไข แต่เป็นข้อที่จำเป็น เพราะเมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาล กระบวนการสันติภาพจะได้ดำเนินต่อไป โดยต้องให้สภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้รับรอง ในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ การบวนการสันติภาพเดินไปได้ระยะนึงแล้ว แต่พอมีรัฐประหาร การเจรจาก็ต้องมานับหนึ่งใหม่ เพราะรัฐบาลทหารไม่ยอมรับการพูดคุยที่ผ่านมา รัฐบาลทหารบอกว่า ให้นับเอาวันที่ 1 ธ.ค. 2557 ที่ พล.อ.ประยุทธมาพบกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย นายนาจิบ ราซะก์ เป็นการเริ่มต้นของ การพูดคุยครั้งที่สอง (Dialogue 2) ฝ่ายไทยได้อ้างคำสั่งของนายกรัฐมนตรีฉบับที่ 230 ที่พูดถึงการให้ความสำคัญกับกระบวนการสันติภาพ แต่นี่ก็ยังไม่ใช่หลักประกันว่า ในรัฐบาลต่อไป กระบวนการนี้จะได้รับการสานต่อ "ขอให้สื่อเป็นตัวเร่งให้กระบวนการสันติภาพกลายเป็นวาระแห่งชาติ นี่ไม่ใช่สำหรับพวกเรา แต่เพื่อสันติภาพของปาตานี" อาบูฮาฟิซกล่าวต่อว่า "ขนาดน้ำท่วมยังเป็นวาระแห่งชาติได้เลย นายกประยุทธ์มีมาตรา 44 อยู่ในมือ ถ้าเขาอยากทำ เขาก็ทำได้"/div divnbsp;/div divเมื่อถามว่า การยอมรับมาร่านั้นสำคัญอย่างไร อาบูฮาฟิซกล่าวว่า จนถึงขณะนี้ รัฐบาลไทยยังคงเรียกมาร่าว่า ปาร์ตี้บี (Party B) อยู่ และมีคำขยายความว่า ผู้ที่เห็นต่างจากรัฐ มาร่าอยากให้รัฐบาลไทยเจาะจงไปว่า ปาร์ตี้บีคือมาร่าในเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการพูดคุย "อย่างตอนนี้ ประยุทธเองยังไม่นอมเรียกเราว่ามาร่าเลย"nbsp;/div divnbsp;/div divเมื่อถามว่า ถ้าสามข้อเสนอนี้ไม่ได้รับการยอมรับจากรัฐบาลไทย จะเป็นอุปสรรคสำหรับการพูดคุยสันติภาพต่อไปหรือไม่ อาบูฮาฟิซกล่าวว่า พวกเราเชื่อว่า ถ้าสามข้อนี้ยังไม่บรรลุ การพูดคุยก็จะถูกถือว่า ไม่เป็นทางการต่อไปเรื่อยๆ คือจะคุยต่อไปก็ได้ แต่ก็จะไม่มีการพูดคุยกันในเรื่องสำคัญ ก็จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและสร้างความวางใจต่อไปเรื่อยๆ เท่านั้นnbsp;/div divnbsp;/div divเมื่อถามว่า มาร่าเห็นอย่างไรกับข้อเสนอของรัฐบาลไทยสามข้อซึ่งเพิ่งถูกเสนอเมื่อการพบกันวันที่ 25 ส.ค. ที่ผ่านมา อันได้แก่ การสร้างพื้นที่ปลอดภัย การพัฒนาคุณภาพชีวิต และการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของทุกฝ่าย อาบูฮาฟิซกล่าวว่า มาร่าก็รับไว้พิจารณา แต่ก็ยังตอบอะไรไม่ได้ เพราะต้องให้รัฐบาลไทยรับรองสามข้อของมาร่าก่อน ให้การพูดคุยกลายเป็นการเจรจาอย่างเป็นทางการก่อน จึงจะตกลงอะไรกันได้nbsp;/div divnbsp;/div divเมื่อถามว่า มาร่ามีกรอบเวลาสำหรับรัฐบาลไทยในการตอบรับข้อเสนอสามข้อหรือไม่ อาบูฮาฟิซกล่าวว่า "ยิ่งเร็วยิ่งดี" และในระหว่างที่ยังไม่มีการตอบรับนั้น มาร่าก็จะสื่อสารกับคนในพื้นที่ได้อย่างลำบาก และทำได้ช้ากว่า เพราะคงต้องขอให้คนจาปาตานีเดินทางมาพบพวกเขาแทนnbsp;/div divnbsp;/div divอาบูฮาฟิซกล่าวว่า เมื่อการพบกันครั้งล่าสุด ผู้ประสานงานซึ่งคือรัฐบาลมาเลเซียได้ให้ฉบับตัวอย่างของ Terms of Reference (TOR) จำนวนหลายหน้า ซึ่งทั้งสองฝ่ายต้องนำไปศึกษาเพื่อปรับให้เข้ากับที่ตัวเองต้องการnbsp;/div divnbsp;/div divเมื่อถามว่า มาร่าคิดว่า รัฐบาลทหารจริงใจในการพูดคุยสันติภาพครั้งนี้หรือไม่ อาบูฮาฟิซกล่าวว่า "ความจริงใจนั้นวัดยาก แต่ความจริงจังนั้นเห็นได้ อย่างเรื่องวาระแห่งชาตินี่ทำให้เห็นว่ายังไม่จริงจังเท่าไหร่ เมื่อถามว่า แล้วฝ่ายขบวนการได้แสดงความจริงใจอย่างเป็นรูปธรรมต่อขบวนการสันติภาพหรือไม่ ตัวแทนจากบีอาร์เอ็นกล่าวว่า การลดความรุนแรงช่วงเดือนรอมฎอนคือการแสดงความจริงใจอย่างหนึ่งnbsp;/div divnbsp;/div divเมื่อถามว่า กลุ่ม พูโล P4 นั้นออกจากมาร่าไปแล้วหรือไม่ อาบูฮาฟิซกล่าวว่า กลุ่มพูโล P4 นั้นได้มาร่วมก่อตั้งมาร่าด้วย แต่ต่อมาเกิดความเห็นต่างในบางประเด็น จึงส่งจดหมายขอถอนตัว ต่อมามาร่าได้แก้ไขประเด็นดังกบ่าวแล้ว และได้สื่อสารทำความเข้าใจกันแล้ว อย่างไรก็ตาม พูโล P4 ยังไม่ได้ตอบรับว่า จะกลับมาร่วมกับมาร่าหรือไม่nbsp;/div divnbsp;/div divเมื่อนักข่าวถามตัวแทนบีอาร์เอ็นว่า มีข่าวว่า ตัวแทนบีอาร์เอ็นได้ชี้แจงไปยังรัฐบาลไทยว่า ไม่มีความเกี่ยวข้องกับระเบิดที่ราชประสงค์ เป็นความจริงหรือไม่ ตัวแทนบีอาร์เอ็นไม่ออกความเห็น/div divnbsp;/div divเมื่อถามว่า จะมีการแถลงข่าวเช่นนี้ต่อไปในอนาคตหรือไม่ อาบูฮาฟิซกล่าวว่า ฝ่ายเจรจาของไทยชุดนี้ ซึ่งนำโดย พล.อ.อักษรา เกิดผล ไม่ค่อยชอบสื่อสารกับสื่อมวลชนเท่าไหร่ ต่างกับทีมเจรจาที่นำโดย พล.ท.ภารดร พัฒนถาบุตรซึ่ง พล.อ.อักษราได้แสดงความกังวลว่า ฝ่ายมาร่าจะพูดอะไรที่เกินเลยแล้วทำให้สื่อเข้าใจผิด และเสนอให้มาร่าทำแถลงการณ์ร่วมกับฝ่ายไทย ซึ่งอาบูฮาฟิซกล่าวว่า จะทำแถลงการณ์ร่วมได้ ต้องให้การเจรจาเป็นการเจรจาอย่างเป็นทางการเสียก่อนnbsp;/div divnbsp;/div divเมื่อถามบีอาร์เอ็นว่ามีนโยบายการใช้ความรุนแรงต่อพลเรือนอย่างไร ซุกรี ฮารีกล่าวว่า บีอาร์เอ็นไม่มีนโยบายใช้ความรุนแรงกับพลเรือน แต่จะใช้ความรุนแรงกับเจ้าหน้าที่ความมั่นคงเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ความสูญเสียที่เกิดกับฝ่ายพลเรือนนั้นเป็นความไม่ตั้งใจ หรือเหตุบังเอิญnbsp;/div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/NVjwI93wsFc" height="1" width="1" alt=""/

'มาร่า ปาตานี' องค์กรร่มของผู้เห็นต่างใน 3 จว.ใต้ แถลงต่อสื่ออย่างเป็นทางการครั้งแรก

Thu, 27/08/2015 - 14:04
divมาร่า ปาตานี องค์กรร่มของฝ่ายขบวนการปลดแอกเอกราชปาตานี พูดคุยอย่างเปิดใจกับสื่อไทยและมาเลเซียเป็นครั้งแรก ย้ำความสำคัญของการทำให้กระบวนการสันติภาพเป็นวาระแห่งชาติ วิจารณ์รัฐบาลทหารยังไม่จริงจังกับกระบวนการสันติภาพnbsp;/div p!--break--!--break--/p divเจ้าหน้าที่รัฐบาลมาเลเซียกล่าวว่า การพบปะกับสื่อครั้งนี้เป็นความาต้องการและร้องขอของ มาร่า ปาตานี (Majlis Syura Patani) โดยมีมาเลเซียเป็นผู้จัดการและสนับสนุน การพบสื่อแบ่งเป็นสองช่วง คือ ช่วงเช้าเป็นการพบกับแกนนำมาร่า 7 คน โดยห้ามการบันทึกเสียงและภาพ ส่วนช่วงบ่ายเป็นการแถลงข่าวอย่างเป็นทาวการ/div divnbsp;/div divในช่วงเช้านั้น ตัวแทนของ มาร่า ปาตานี ซึ่งมาร่วมพบปะสื่อได้แก่ อาวัง จาบัด, อาหมัด ชูโว และ ซุกรี ฮารีย์ จากบีอาร์เอ็น (Barisan Revolusi Nasional) อารี มุกตาร์ จากพูโล Patani Liberation Organization (PULO), อาบู อากิม ฮัสซัน จาก Pertubuhan Pembebasan Patani Bersatu (PULO-DSPP) อาบูฮาฟิซ อัลฮากิม จาก Barisan Islam Perbersasan Patani (BIPP) และ อาบู ยาซีน จาก Gerekan Mujahideenm Islami Patani (GMIP)/div divnbsp;/div divการพบปะสื่อเริ่มด้วยการแนะนำตัวของตัวแทนมาร่าเจ็ดคน และสื่อทั้งไทยและมาเลย์แนะนำตัวเองพร้อมองค์กรที่สังกัด ตามด้วยการแนะนำองค์กรมาร่า ซึ่งมีอาวัง จาบัด เป็นประธาน และซุกรี ฮารีย์ เป็นหัวหน้าคณะเจรจาของมาร่าnbsp;/div divnbsp;/div divอาวัง จาบัด กล่าวกับสื่อว่า จุดมุ่งหมายของการพบปะกับสื่อในครั้งนี้คือ การให้สื่อมีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับมาร่า และอยากให้สื่อเชื่อมั่นว่า พวกเขามีเจตนาที่ดีที่อยากให้มีสันติภาพที่ปาตานี หากสื่อคนใดมองพวกเขาในแง่ลบ ก็ขอให้วางอคติตรงนั้นลงเสียก่อน และหวังว่านักข่าวทุกคนจะกลับไปนำเสนอข่าวอย่างมีความรับผิดชอบ และตรงไปตรงมาnbsp;/div divnbsp;/div divต่อมาจึงเป็นพรีเซนต์เทชั่น แนะนำองค์กรมาร่า โดยอาบูฮาฟิซ ในพรีเซนเตชั่นและเอกสารซึ่งกลุ่มมาร่าแจกให้สื่อมวลชน เขียนว่า วิสัยทัศน์ขององค์กรคือ (แปลจากภาษาอังกฤษอย่างไม่เป็นทางการ) "การบริหารจัดการปาตานี ดารุสซาลาม (Administration of Patani Darussalam)" ซึ่งมีพันธกิจคือ "การหาทางออกทางการเมืองที่ยุติธรรม รอบด้าน และยั่งยืนร่วมกัน" โดยมีหน้าที่และบทบาทคือ "การเป็นแพลตฟอร์มให้คำปรึกษา สำหรับองค์กรปลดแอกปาตานีทั้งหมด รวมถึงภาคประชาสังคม นักการเมืองท้องถิ่น นักวิชาการ และอื่นๆ"nbsp;/div divnbsp;/div divจุดมุ่งหมายขององค์กรคือnbsp;/div div"1 การสร้างเสริมความเป็นเอกภาพ และการร่วมกันมีความรับผิดชอบต่อประชาชนชาวปาตานี เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิในการกำหนดชะตากรรมของตัวเอง (right to self-determination)nbsp;/div div2 การรักษาไว้ซึ่งการต่อสู้ทางการเมืองที่ต่อเนื่อง และมีความก้าวหน้าnbsp;/div div3 การเปิดพื้นที่และโอกาสของกลุ่มปกแอกเอกราชปาตานีทุกกลุ่ม ภาคประชาสังคม และอื่นๆ เพื่อให้พวกเขาได้แสดงความเห็นและคำแนะนำ พร้อมทั้งมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ในการตัดสินทิศทางอนาคตทางการเมืองบนโต๊ะเจรจาnbsp;/div div4 การเปิดพื้นที่สำหรับการมีส่วนร่วมของฝ่ายต่างๆ ในการให้คำปรึกษา ความเห็น การถกเถียงและข้อมูล เพื่อให้ทีมเจรจานำไปใช้ในการพูดคุยบนโต๊ะเจรจาnbsp;/div div5 เพื่อได้รับความเชื่อมั่นใจประชาคมนานาชาติ การช่วยเหลือและการสนับสนุนสำหรับการต่อสู้ของประชาชนชาวปาตานี"nbsp;/div divnbsp;/div divเมื่อถามว่า "การบริหารจัดการปาตานี ดารุสราม" มีความหมายว่าอย่างไร อาบูฮาฟิซ ตอบในฐานะตัวแทนของมาร่าว่า จริงๆ แล้วทางกลุ่มอยากให้คำว่า เอกราช (merdeka) มากกว่า แต่คำนี้เป็นคำที่รัฐไทยไม่ชอบ "เป้าหมายสูงสุดของเรายังคงเป็นเอกราช มันยังไม่เปลี่ยน แต่เราก็มองเห็นทางเลือกในการเข้าร่วมกระบวนการสันติภาพเพื่อจะบรรลุเป้าหมาย" การจะไปถึงเอกราชได้ไหม ขึ้นกับบนโต๊ะพูดคุย ซึ่งจะต้องร่วมตัดสินใจ/div divnbsp;/div divเมื่อถูกถามว่า มาร่าเป็นตัวแทนของคนปาตานีจริงๆ หรือ เพราะขณะที่การเจรจาดำเนินไป ยังคงมีป้ายผ้าและการพ่นสีแสดงควาไม่พอใจ และไม่เห็นด้วยกับการเจรจา อาหมัดชูโว กล่าวว่า มาร่าเป็นองค์กรที่เปิดกว้าง และไม่ได้ปิดกั้นแค่พวกเขาหกกลุ่มเท่านั้น แต่มีแผนที่จะรวมแนวร่วมจากประชาชนด้วย nbsp;โดยอาบูฮาฟิซขยายความถึงการหาแนวร่วมกับมาร่าว่า พวกเขาจะทำกิจกรรมส่งเสริมการมีส่วนร่วมกับประชาชนและสื่อ โดยวันนี้ซึ่งมาร่ามาพบกับสื่อ ก็เป็นการพยายามให้คนนอกมามีส่วนร่วมเป็นครั้งแรก "เราจะทั้งกลุ่มคนไทยพุทธ กลุ่มผู้หญิง กลุ่มผู้นำศาสนา และอื่นๆ มามีส่วนร่วม เราจะชวนพวกเขามาเข้าร่วมกลุ่มเรา" นี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งของการยื่นข้อเสนอให้รัฐบาลไทยคุ้มครองให้สมาชิกทีมเจรจาทั้งหมด 15 คนได้รอดพ้นจากพ้นจากภาระรับผิดชอบ (immunity) เพื่อที่พวกเขาจะได้เข้าไปในพื้นที่ปาตานีเพื่อพูดคุยกับคนในพื้นที่ในอนาคต เพื่อรับฟังเสียงจากคนในพื้นที่และได้รับการยอมรับมากขึ้น อาบูฮาฟิซกล่าวติดตลกกับนักข่าวด้วยว่า "เราจะส่งฟอร์มใบสมัคร (เข้ากลุ่มมาร่า) ให้ พวกคุณจะได้มาร่วมกับเรา"nbsp;/div divnbsp;/div divเมื่อถามถึงความก้าวหน้าของการเจรจาอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งผ่านไปแล้วสามครั้งด้วยกัน ในครั้งสุดคือเมื่อวันที่ 25 ส.ค. ที่ผ่านมา ซุกรี ฮารีย์ กล่าวว่า ข้อเสนอทั้งสามข้อของมาร่า อันได้แก่ 1 การทำให้การเจรจาสันติภาพเป็นวาระแห่งชาติ 2 การยกเว้นภาระการรับผิดให้ทีมเจรจา และ 3 การยอมรับมาร่าอย่างเป็นทางการ ได้รับการตอบรับหรือไม่ ซุกรีตอบว่า ยังไม่มีคำตอบจากฝ่ายไทย ซึ่งหากรัฐบาลไทยตอบรับข้อเสนอทั้งสามข้อแล้ว การเจรจาจึงจะถือว่าเป็นทางการและนำไปสู่การตกลงประเด็นสำคัญๆ ต่อไป/div divnbsp;/div divเมื่อถามว่า ตัวแทนของบีอาร์เอ็นที่มาร่วมทีมเจรจาในนามมาร่าเป็นตัวแทนจากบีอาร์เอ็นจริงๆ หรือไม่ ตัวแทนจากบีอาร์เอ็นทั้งสามคน ปฏิเสธที่จะตอบ โดยบอกว่า แนวทางการทำงานของบีอาร์เอ็นคือการทำแบบปิดลับ เป็นแบบใต้ดิน จึงตอบไม่ได้ แต่บอกได้ว่า การส่งตัวแทนมาพูดคุยบนโต๊ะเจรจานั้นเป็นส่วนหนึ่งของบีอาร์เอ็นแน่นอน/div divnbsp;/div divเมื่อถามว่า มีสมาชิกขบวนการที่ไม่อยากให้มีการพูดคุยกับรัฐบาลไทยบ้างหรือไม่ อาวัง จาบัด กล่าวว่า มันต้องมีอยู่แล้วที่จะมีคนที่ไม่เห็นด้วยหรือไม่สนับสนุน ทั้งจากฝ่ายรัฐไทย และฝ่ายขบวนการ แต่เราให้ความสำคัญกับประชาชนปาตานีมากกว่าว่า สนับสนุนการพูดคุยหรือไม่nbsp;/div divnbsp;/div divเมื่อถามว่า เพราะเหตุใด การเป็นวาระแห่งชาติจึงเป็นข้อเรียกร้องสำคัญของมาร่า อาบูฮาฟิซ กล่าวว่า สามข้อนี้ไม่ใช่เงื่อนไข แต่เป็นข้อที่จำเป็น เพราะเมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาล กระบวนการสันติภาพจะได้ดำเนินต่อไป โดยต้องให้สภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้รับรอง ในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ การบวนการสันติภาพเดินไปได้ระยะนึงแล้ว แต่พอมีรัฐประหาร การเจรจาก็ต้องมานับหนึ่งใหม่ เพราะรัฐบาลทหารไม่ยอมรับการพูดคุยที่ผ่านมา รัฐบาลทหารบอกว่า ให้นับเอาวันที่ 1 ธ.ค. 2557 ที่ พล.อ.ประยุทธมาพบกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย นายนาจิบ ราซะก์ เป็นการเริ่มต้นของ การพูดคุยครั้งที่สอง (Dialogue 2) ฝ่ายไทยได้อ้างคำสั่งของนายกรัฐมนตรีฉบับที่ 230 ที่พูดถึงการให้ความสำคัญกับกระบวนการสันติภาพ แต่นี่ก็ยังไม่ใช่หลักประกันว่า ในรัฐบาลต่อไป กระบวนการนี้จะได้รับการสานต่อ "ขอให้สื่อเป็นตัวเร่งให้กระบวนการสันติภาพกลายเป็นวาระแห่งชาติ นี่ไม่ใช่สำหรับพวกเรา แต่เพื่อสันติภาพของปาตานี" อาบูฮาฟิซกล่าวต่อว่า "ขนาดน้ำท่วมยังเป็นวาระแห่งชาติได้เลย นายกประยุทธ์มีมาตรา 44 อยู่ในมือ ถ้าเขาอยากทำ เขาก็ทำได้"/div divnbsp;/div divเมื่อถามว่า การยอมรับมาร่านั้นสำคัญอย่างไร อาบูฮาฟิซกล่าวว่า จนถึงขณะนี้ รัฐบาลไทยยังคงเรียกมาร่าว่า ปาร์ตี้บี (Party B) อยู่ และมีคำขยายความว่า ผู้ที่เห็นต่างจากรัฐ มาร่าอยากให้รัฐบาลไทยเจาะจงไปว่า ปาร์ตี้บีคือมาร่าในเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการพูดคุย "อย่างตอนนี้ ประยุทธเองยังไม่นอมเรียกเราว่ามาร่าเลย"nbsp;/div divnbsp;/div divเมื่อถามว่า ถ้าสามข้อเสนอนี้ไม่ได้รับการยอมรับจากรัฐบาลไทย จะเป็นอุปสรรคสำหรับการพูดคุยสันติภาพต่อไปหรือไม่ อาบูฮาฟิซกล่าวว่า พวกเราเชื่อว่า ถ้าสามข้อนี้ยังไม่บรรลุ การพูดคุยก็จะถูกถือว่า ไม่เป็นทางการต่อไปเรื่อยๆ คือจะคุยต่อไปก็ได้ แต่ก็จะไม่มีการพูดคุยกันในเรื่องสำคัญ ก็จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและสร้างความวางใจต่อไปเรื่อยๆ เท่านั้นnbsp;/div divnbsp;/div divเมื่อถามว่า มาร่าเห็นอย่างไรกับข้อเสนอของรัฐบาลไทยสามข้อซึ่งเพิ่งถูกเสนอเมื่อการพบกันวันที่ 25 ส.ค. ที่ผ่านมา อันได้แก่ การสร้างพื้นที่ปลอดภัย การพัฒนาคุณภาพชีวิต และการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของทุกฝ่าย อาบูฮาฟิซกล่าวว่า มาร่าก็รับไว้พิจารณา แต่ก็ยังตอบอะไรไม่ได้ เพราะต้องให้รัฐบาลไทยรับรองสามข้อของมาร่าก่อน ให้การพูดคุยกลายเป็นการเจรจาอย่างเป็นทางการก่อน จึงจะตกลงอะไรกันได้nbsp;/div divnbsp;/div divเมื่อถามว่า มาร่ามีกรอบเวลาสำหรับรัฐบาลไทยในการตอบรับข้อเสนอสามข้อหรือไม่ อาบูฮาฟิซกล่าวว่า "ยิ่งเร็วยิ่งดี" และในระหว่างที่ยังไม่มีการตอบรับนั้น มาร่าก็จะสื่อสารกับคนในพื้นที่ได้อย่างลำบาก และทำได้ช้ากว่า เพราะคงต้องขอให้คนจาปาตานีเดินทางมาพบพวกเขาแทนnbsp;/div divnbsp;/div divอาบูฮาฟิซกล่าวว่า เมื่อการพบกันครั้งล่าสุด ผู้ประสานงานซึ่งคือรัฐบาลมาเลเซียได้ให้ฉบับตัวอย่างของ Terms of Reference (TOR) จำนวนหลายหน้า ซึ่งทั้งสองฝ่ายต้องนำไปศึกษาเพื่อปรับให้เข้ากับที่ตัวเองต้องการnbsp;/div divnbsp;/div divเมื่อถามว่า มาร่าคิดว่า รัฐบาลทหารจริงใจในการพูดคุยสันติภาพครั้งนี้หรือไม่ อาบูฮาฟิซกล่าวว่า "ความจริงใจนั้นวัดยาก แต่ความจริงจังนั้นเห็นได้ อย่างเรื่องวาระแห่งชาตินี่ทำให้เห็นว่ายังไม่จริงจังเท่าไหร่ เมื่อถามว่า แล้วฝ่ายขบวนการได้แสดงความจริงใจอย่างเป็นรูปธรรมต่อขบวนการสันติภาพหรือไม่ ตัวแทนจากบีอาร์เอ็นกล่าวว่า การลดความรุนแรงช่วงเดือนรอมฎอนคือการแสดงความจริงใจอย่างหนึ่งnbsp;/div divnbsp;/div divเมื่อถามว่า กลุ่ม พูโล P4 นั้นออกจากมาร่าไปแล้วหรือไม่ อาบูฮาฟิซกล่าวว่า กลุ่มพูโล P4 นั้นได้มาร่วมก่อตั้งมาร่าด้วย แต่ต่อมาเกิดความเห็นต่างในบางประเด็น จึงส่งจดหมายขอถอนตัว ต่อมามาร่าได้แก้ไขประเด็นดังกบ่าวแล้ว และได้สื่อสารทำความเข้าใจกันแล้ว อย่างไรก็ตาม พูโล P4 ยังไม่ได้ตอบรับว่า จะกลับมาร่วมกับมาร่าหรือไม่nbsp;/div divnbsp;/div divเมื่อนักข่าวถามตัวแทนบีอาร์เอ็นว่า มีข่าวว่า ตัวแทนบีอาร์เอ็นได้ชี้แจงไปยังรัฐบาลไทยว่า ไม่มีความเกี่ยวข้องกับระเบิดที่ราชประสงค์ เป็นความจริงหรือไม่ ตัวแทนบีอาร์เอ็นไม่ออกความเห็น/div divnbsp;/div divเมื่อถามว่า จะมีการแถลงข่าวเช่นนี้ต่อไปในอนาคตหรือไม่ อาบูฮาฟิซกล่าวว่า ฝ่ายเจรจาของไทยชุดนี้ ซึ่งนำโดย พล.อ.อักษรา เกิดผล ไม่ค่อยชอบสื่อสารกับสื่อมวลชนเท่าไหร่ ต่างกับทีมเจรจาที่นำโดย พล.ท.ภารดร พัฒนถาบุตรซึ่ง พล.อ.อักษราได้แสดงความกังวลว่า ฝ่ายมาร่าจะพูดอะไรที่เกินเลยแล้วทำให้สื่อเข้าใจผิด และเสนอให้มาร่าทำแถลงการณ์ร่วมกับฝ่ายไทย ซึ่งอาบูฮาฟิซกล่าวว่า จะทำแถลงการณ์ร่วมได้ ต้องให้การเจรจาเป็นการเจรจาอย่างเป็นทางการเสียก่อนnbsp;/div divnbsp;/div divเมื่อถามบีอาร์เอ็นว่ามีนโยบายการใช้ความรุนแรงต่อพลเรือนอย่างไร ซุกรี ฮารีกล่าวว่า บีอาร์เอ็นไม่มีนโยบายใช้ความรุนแรงกับพลเรือน แต่จะใช้ความรุนแรงกับเจ้าหน้าที่ความมั่นคงเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ความสูญเสียที่เกิดกับฝ่ายพลเรือนนั้นเป็นความไม่ตั้งใจ หรือเหตุบังเอิญnbsp;/div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/NVjwI93wsFc" height="1" width="1" alt=""/

คสช.เตือน ฟังสื่อวิเคราะห์เหตุระเบิดอาจคลาดเคลื่อน ควรฟังราชการเท่านั้น

Thu, 27/08/2015 - 13:50
pศูนย์ติตดามสถานการณ์ คสช. แถลงว่าได้ติดต่อครอบครัวผู้สูญเสียจากเหตุระเบิดแยกราชประสงค์รวม 20 ราย เพื่อขอรับความช่วยเหลือแล้ว พร้อมเตือนประชาชนรับฟังสื่อ-นักวิเคราะห์ไทยเทศ อาจมีการชี้นำและคาดเคลื่อน เพราะสืบค้นเอง แหล่งอ้างอิงไม่ครบ จึงต้องติดตามข้อมูลจากทางราชการเท่านั้น/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm6.staticflickr.com/5740/20297024483_05f499bc53_z.jpg" style="width: 560px; height: 315px;" //p p27 ส.ค. 2558 - เมื่อเวลา 12.00 น. วันนี้ ศูนย์ติดตามสถานการณ์คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำโดย พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. แถลงความคืบหน้าปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ภายหลังเหตุระเบิดบริเวณแยกราชประสงค์-สาทร โดยมี ร.ต.หญิง ปริยา เนตรวิเชียร แถลงเป็นภาษาอังกฤษ ส่วนพงศ์พิสุทธิ์ วงศ์วีรสิน แถลงเป็นภาษาจีน (รับชมคลิปทาง a href="https://www.youtube.com/watch?v=j2hRwJhlqQI"ThaiPBS/a)/p pพ.อ.วินธัย อ้างว่าเป็นที่น่ายินดีว่าองค์การท่องเที่ยวโลก ได้ออกมาแสดงความชื่นชมรัฐบาลและภาคเอกชนของไทยที่สามารถจัดการต่อปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งแสดงความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยยังคงเป็นสถานที่ที่เหมาะสมกับการท่องเที่ยวเช่นเดิม/p pด้านการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ สำหรับในด้านการสืบสวนทางคดี พ.อ.วินธัย กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ขอยืนยันว่าเป็นการกระทำของกลุ่มใด และด้วยสาเหตุใด เนื่องจากต้องการให้การสืบสวนครอบคลุมในทุกมิติ/p pส่วนการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและผู้ที่เสียชีวิต เมื่อวานนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้จัดให้มีการประชุมหารือกับหน่วยที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาปรับอัตราการจ่ายเงินช่วยเหลือให้กับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตกับเหตุการณ์ที่แยกราชประสงค์ให้มีความเหมาะสมกับสภาพปัจจุบันยิ่งขึ้น โดยในชั้นต้นที่ประชุมมีมติให้นำข้อมูลอัตราการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากหลายๆ ประเทศมาประกอบการพิจารณา/p pโดยยึดหลักการสำคัญคือ ต้องให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและญาติของผู้เสียชีวิตอย่างเหมาะสมและรวดเร็วภายใต้กรอบของกฎหมาย ทั้งนี้ ที่ประชุมกำหนดให้มีการหารือกันอีกครั้ง ในวันศุกร์นี้ (28 ส.ค.)/p pสำหรับผลความคืบหน้าในการให้ความช่วยเหลือผู้เสียชีวิตจำนวน 20 รายนั้น ปัจจุบันมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการให้ความช่วยเหลือจำนวน 7 หน่วยงาน ประกอบด้วย กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรุงเทพมหานคร มูลนิธิสิริวัฒนภักดี สมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว และเงินพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั้งนี้ครอบครัวของผู้เสียชีวิตทั้ง 20 ราย ได้รับการติดต่อเพื่อมาขอรับเงินตามสิทธิที่กำหนดเรียบร้อยแล้ว/p pปัจจุบันประชาชนยังคงให้ความสนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่สื่อมวลชนและนักวิเคราะห์ทั้งในและต่างประเทศได้ออกมาแสดงความคิดเห็นและวิพากษ์วิจารณ์ในหลายมุมมอง รวมถึงจัดทำสื่อเผยแพร่ในลักษณะของแผนผังหรือคลิปวีดีโอเหตุการณ์จำลอง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าว มักถูกจัดทำขึ้นบนพื้นฐานความคิดเห็นส่วนบุคคลและการสืบค้นข้อมูลด้วยตนเอง ซึ่งอาจมีแหล่งอ้างอิงไม่ครบถ้วน ก่อให้เกิดการชี้นำหรือความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนได้ ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลที่ถูกเผยแพร่โดยหน่วยงานของทางราชการเท่านั้น พ.อ.วินธัยกล่าว/p pผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ทั้งนี้เนื้อหาการแถลงของ คสช. วันนี้ เกิดขึ้นหลังจากสื่อมวลชนไทยและต่างประเทศ ต่างๆ นำเสนอข่าวเกี่ยวกับความเป็นไปได้ รวมทั้งหลักฐานที่พบจากเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ โดยเมื่อวันที่ 24 ส.ค. ที่ผ่านมา ที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (FCCT) ไดจัดเสวนาหัวข้อ "ระเบิดในกรุงเทพฯ: ที่จริงแล้วเรารู้อะไรบ้าง" (The Bangkok Bombing: What do we really know?) โดยเชิญแอนโทนี เดวิส นักวิเคราะห์ประจำประเทศไทยของนิตยสาร IHS Jane's Intelligence Review/p pโดยแอนโทนี่ ให้ความสนใจกับรูปแบบของระเบิดที่ใช้ ซึ่งมีลักษณะเป็นแบบอุตสาหกรรม (industrial type) คือใช้เทคโนโลยีสูง และเทคนิคที่ใช้ไม่ได้เป็นแบบภาคใต้ และเขาให้ความสนใจกับกลุ่ม "Grey Wolves" ซึ่งเป็นกลุ่มเชื้อชาติเติร์กนิยมสุดโต่ง และเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุรุนแรงในหลายประเทศ และมีบทบาทสนับสนุนการโจมตีสถานทูตไทยในตุรกีหลังเหตุการณ์ส่งกลับชาวอุยกูร์ไปประเทศจีน/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/ShFVdn9Yfw0" height="1" width="1" alt=""/

‘ANTI SOTUS’ จี้อธิการฯ ม.สารคาม เอาผิดคนขู่ อาจารย์วิจารณ์ SOTUS

Thu, 27/08/2015 - 12:39
!--break--!--break-- p27 ส.ค.2558 เมื่อเวลา 9.50 น. เครือข่ายปฏิรูปรับน้องประชุมเชียร์เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (ANTI SOTUS) โพสต์จดหมายเปิดผนึกถึง อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม คณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา เรื่อง เรียกร้องให้ดำเนินการสอบสวนและเอาผิดการข่มขู่คุกคามอาจารย์ที่วิพากษ์วิจารณ์ระบบ SOTUS ในมหาวิทยาลัยมหาสารคาม และปกป้องเสรีภาพทางวิชาการในสถาบันอุดมศึกษา ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ a href="https://www.facebook.com/AntiSOTUSPage/photos/a.531782970208763.1073741828.528009737252753/872137936173263"ANTI SOTUS/a/p pโดยมีรายละเอียดของจดหมายเปิดผนึกดังนี้/p blockquotepspan style="color:#808080;"จากกรณีที่ อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคามท่านหนึ่ง ได้ทำการโพสต์วิพากษ์วิจารณ์ระบบรับน้อง SOTUS ของวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ จนนำมาสู่เหตุการข่มขู่ทั้งในทางสื่อโซเชียลมีเดีย และการรวมกลุ่มไปคุกคามถึงสถานที่ทำงาน/span/p pspan style="color:#808080;"มีการแสดงภาพอาวุธมีด, ปืน, โลงศพ ประกอบถ้อยคำข่มขู่ทำร้ายร่างกายรุนแรงถึงขั้นเอาชีวิตจำนวนมาก มีแม้กระทั่งการคุกคามทางเพศในลักษณะรุมข่มขืน/span/p pspan style="color:#808080;"ที่น่าวิตกที่สุดคือ ทั้งหมดไม่ใช่การข่มขู่คุกคามด้วยการลุแก่โทสะส่วนบุคคล แต่คือการกระทำอย่างเป็นระบบหมู่คณะ แม้แต่ระดับอาจารย์หัวหน้าสาขาดุริยางคศิลป์ตะวันตก ก็โพสต์แสดงข้อความต้องการทำร้ายร่างกายอย่างชัดเจน/span/p pspan style="color:#808080;"นำมาสู่การเป็นข่าวอื้อฉาวในสื่อต่างๆ ในพฤติกรรมอันป่าเถื่อนรวมหมู่อย่างไม่เกรงกลัวกฏหมายและใม่สนใจสายตาสังคม/span/p pspan style="color:#808080;"ทั้งหมดนี้ จึงเป็นความรับผิดชอบโดยตรงของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งอธิการบดีและคณบดีผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ในการดำเนินการสอบสวนเอาผิดผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมไปถึงตรวจสอบระบบรับน้อง SOTUS ที่ใช้ในวิทยาลัยดังกล่าว เพื่อตอบคำถามสังคมว่า เหตุใดจึงผลิตสร้างความรุนแรงอย่างเป็นระบบเช่นนี้ได้ โดยไม่สนใจต่อสายตาสังคมหรือกฎหมายบ้านเมืองแม้แต่น้อย/span/p pspan style="color:#808080;"สถาบันอุดมศึกษา คือสถานที่แห่งปัญญา กระบวนการสำคัญในการพัฒนาทางวิชาการคือการแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ ถกเถียงแลกเปลี่ยนอย่างมีอารยะ ภายใต้หลักการเสรีภาพทางวิชาการ/span/p pspan style="color:#808080;"เราจึงขอเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ปกป้องบรรยากาศเสรีภาพทางวิชาการของบุคลากรทุกคน ให้พ้นจากอำนาจเถื่อนทุกชนิด หาไม่แล้ว หากคนในสถาบันต้องเงียบเสียงให้ต่อความรุนแรงของระบบ SOTUS ความงอกงามทางวิชาการจะเกิดขึ้นได้อย่างไร?/span/p pspan style="color:#808080;"และขอเรียกร้องให้สังคมไทยและประชาคมวิชาการทั่วประเทศ ร่วมกันปกป้องสวัสดิภาพ และให้กำลังใจต่ออาจารย์ผู้ที่กล้าลุกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์ SOTUS นี้ เพื่อที่อนาคต เราจะไม่ต้องยอมเงียบเสียง พ่ายแพ้ต่อประเพณีอันผลิตซ้ำความรุนแรงทางอำนาจเช่นนี้ต่อไป/span/p /blockquote pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/vk0WSAwzjFs" height="1" width="1" alt=""/

เสวนา: สิทธิพิเศษ...เพศที่ถูกเลือกกับความไม่เท่าเทียมทางเพศที่ถูกมองข้าม

Thu, 27/08/2015 - 10:49
!--break--!--break--pเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2558 กลุ่มประชาคมจุฬาฯ เพื่อประชาชน (CCP) และ กลุ่มเสรีเกษตรศาสตร์ ได้ร่วมกันจัดงานเสวนา UNSEEN: สิทธิพิเศษ...เพศที่ถูกเลือก ณ ห้องโสตทัศนูปกรณ์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์br /nbsp;/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm1.staticflickr.com/668/20294158913_ef28070df6_z_d.jpg" style="width: 500px; height: 227px;" //p pเคท ครั้งพิบูลย์ นักวิชาการด้านเพศศึกษา กล่าวว่า ในปัจจุบันสถานะของผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBT) ในประเทศไทยนั้นยังอยู่ในรูปแบบของการได้รับพื้นที่ ไม่ได้รับการยอมรับ เช่น การทำงานกับภาครัฐนั้น รัฐต้องการให้เรามีตัวตนอย่างที่รัฐต้องการ ประเด็นสำคัญ คือ รัฐต้องการให้เรามีตัวตนแบบใด โดยมากรัฐยังคงต้องการให้เราอยู่ในกรอบสองเพศ คือ ชายกับหญิง กล่าวคือ วิธีคิดแบบสองเพศในประเทศไทยนั้นเข้มแข็งมากๆnbsp; และยังคงพบเห็นอาการเกลียดกลัวคนรักเพศเดียวกัน (Homophobia) และ เกลียดกลัวคนข้ามเพศ (Transphobia) ในระดับปฏิบัติอยู่ทั่วไปbr /br /อติวิชช์ ปัทมากรณ์ศิริกุล ตัวแทนจากกลุ่มเสรีเกษตร กล่าวว่า ไม่ควรมีคำมาจำกัดความเรื่องเพศ ในเมื่อเรามีความเท่าเทียมกัน การจัดจำแนกคนด้วยเพศนั้นอาจเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน เช่นเดียวกับการบังคับให้ต้องแต่งกายด้วยชุดที่ไม่ตรงเพศสภาพ เพราะนั่นก็ถือเป็นการกีดกันทางเพศbr /br /ในเรื่องการให้พื้นที่และการยอมรับนั้นnbsp; สังคมมองผู้มีความหลากหลายทางเพศโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงข้ามเพศว่าเป็นสิ่งที่ให้ความบันเทิง เป็นตัวตลก ซึ่งเห็นได้ชัดในรายการโทรทัศน์,และในสังคม ต่างจากการมองเหมือนอย่างคนที่มีเพศวิถีตรงกับเพศโดยกำเนิดทั่วไปbr /br /กฤตธีพัฒน์ โชติฐานิตสกุล ประธานเครือข่ายผู้ชายข้ามเพศแห่งประเทศไทย กล่าวว่าผู้ชายข้ามเพศนั้นถือเป็นชนกลุ่มน้อย แม้แต่ในกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศด้วยกันก็ยังไม่เข้าใจผู้ชายข้ามเพศ นอกจากนี้ผู้ชายข้ามเพศยังถูกกรอบของเพศชชายกดทับอีกว่าต้องชอบผู้หญิงเท่านั้น ซึ่งบางครั้งผู้ชายข้ามเพศอาจชอบผู้ชายก็ได้ ชอบผู้หญิงข้ามเพศก็ได้ หรือชอบเลสเบี้ยนก็ได้ เพราะการข้ามเพศนั้นไม่ได้เกี่ยวกับรสนิยมทางเพศnbsp; ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเช่นนี้แสดงให้เห็นถึงกรอบชายหญิงที่เข้มแข็งจนแม้กระทั่งในกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ รวมทั้งเกย์และเลสเบี้ยน ก็ยังต้องกำหนดบทบาทกันว่าเป็นใครเป็น “หญิง” ใครเป็น “ชาย”br /br /กฤตธีพัฒน์กล่าวต่อว่า ยังมีแง่ของของการยอมรับในสังคมยังมีประเด็นอีก เช่น คำที่กล่าวว่า “ลูกจะเป็นอะไรก็ได้ขอให้เป็นคนดี” นั้นหมายความว่า ผู้มีความหลากหลายทางเพศทุกคนจำเป็นต้องเป็นคนดีหรือเปล่า? แล้วคนดีวัดกันอย่างไร? ในขณะเดียวกัน แม้แต่สื่อซึ่งถูกมองว่าเป็นที่ทางของผู้มีความหลากหลายทางเพศนั้นก็กดทับคนกลุ่มนี้เช่นกัน เช่น เพศที่สามบางคนไปประกวดความงามเพื่อให้ได้มงกุฏ โดยหวังว่าเมื่อคนอื่นยอมรับตนแล้ว ครอบครัวก็จะยอมรับด้วยbr /br /ในขณะเดียวกันผู้มีความหลากหลายทางเพศที่ต้องการประกอบอาชีพในสายงานอื่นๆ เช่น สายวิชาการ สายกฎหมาย สายสาธารณสุข ก็ถูกกดทับด้วยความคาดหวังจากสังคมและข้อกำหนดต่างๆ ขององค์กร ชานันท์ ยอดหงษ์ ผู้แต่งหนังสือเรื่องนายใน กล่าวถึงศัพท์ต่างๆ ที่ใช้ในการเรียกขานผู้มีความหลากหลายทางเพศ เช่น เพศที่สาม สาวประเภทสอง เพศทางเลือก และเพศนอกขนบ ว่าศัพท์เหล่านี้แสดงให้เห็นทัศนคติของสังคม และการจัดลำดับชนชั้น ซึ่งน่าตั้งคำถามว่ากลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศเองก็ตกอยู่ในกรอบชนชั้นทางเพศด้วยเหรือเปล่าnbsp;br /br /ตัวอย่างเช่น “เพศที่สาม” เป็นการจัดลำดับชั้นของเพศ คล้ายคลึงกับ ”เพศทางเลือก” ซึ่งแสดงให้เห็นว่าไม่ใช่เพศหลักที่สำคัญแต่เป็นเพียงตัวเลือกนอกเหนือไปจากเพศหลักคือชายและหญิง และคำว่า “เพศนอกขนบ” ก็เป็นการยอมรับว่าขนบมีอยู่จริง และเรากำลังจะสร้างขนบใหม่หรือเปล่าbr /br /ชานันท์ยังกล่าวถึงสถานะของผู้หญิงในสังคมไทยด้วย โดยตั้งข้อสังเกตว่าในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ตอนต้นๆ สื่อมักเรียกยิ่งลักษณ์ว่า นายกรัฐมนตรีหญิง แต่ไม่เคยใช้คำว่านายกรัฐมนตรีชาย การใช้คำเช่นนี้แสดงให้เห็นว่า สื่อยังมีสำนึกเรื่องผู้ชายเป็นใหญ่/p pนอกจากนี้ชานันท์ยังตั้งคำถามด้วยว่า การที่ไม่ค่อยมีคนท้วงติงการสร้างวาทกรรมเหมารวมเพศชายและเพศหญิงแต่มีคนท้วงติงการสร้างวาทกรรมเหมารวมผู้มีความหลากหลายทางเพศนั้นแสดงให้เห็นว่ากลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศกำลังได้รับสิทธิพิเศษหรือเปล่า และกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศถูกมองว่าเปราะบางมากจนต้องได้รับความคุ้มครองมาเป็นพิเศษใช่หรือไม่ และในขณะเดียวกันเมื่อมีคนออกมาท้วงติงการโจมตีคนที่เหยียดเพศก็มักมีการโต้กลับในลักษนะที่เหมือนกับการล่าแม่มดเขา แทนที่จะให้ความรู้หรือสร้างความเข้าใจbr /br /ในครึ่งหลังของการเสวนาจะเป็นในเรื่องเกี่ยวกับสิทธิและกฎหมายเกี่ยวกับLGBTbr /br /เคท ครั้งพิบูลย์ กล่าวว่า การจ้างงานผู้มีความหลากหลายทางเพศไม่เป็นธรรม เช่น บางองค์กรตั้งกฎเกณฑ์ไว้ชัดเจนว่าไม่รับผู้หญิงข้ามเพศเข้าทำงานโดยเด็ดขาด ซึ่งนโยบายเช่นเป็นการริดรอนทางเพศอย่างร้ายแรงnbsp; ส่วนอาชีพบางอาชีพ เช่น ทนายความ ผู้พิพากษา แพทย์ หรือ ครู โดยเฉพาะอย่างยิ่งครูในระดับชั้นประถมและมัธยม ผู้มีความหลากหลายทางเพศก็ประสบปัญหาไม่สามารถแต่งกายให้ตรงกับเพศสภาพได้nbsp; โดยในกรณีแพทย์และครูอาจมีข้อยกเว้นบ้างในกรณีที่งมีอำนาจในระดับหนึ่งและหรือมีเส้นสายbr /br /อย่างไรก็ตามล่าสุดรัฐบาลได้มีออกพรบ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศขึ้นมาและจะมีผลบังคับใช้ในเร็วๆ นี้ ซึ่งต้องคอยดูต่อไปว่ากฎหมายจะบังคับใช้ได้จริงหรือไม่ สุดท้ายเคทสรุปไว้อย่างน่าสนใจเมื่อเราอยู่ห่างจากอำนาจ เราจะเห็นการกดขี่ในสังคมได้ชัดเจนขึ้นbr /br /กฤตธีพัฒน์ กล่าวย้ำในเรื่องการทำงานของผู้มีความหลากหลายทางเพศว่าประสบปัญหาหลายอย่าง ทั้งการเลือกปฏิบัติในการจ้างงาน ถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคล (HR) แฉเรื่องเพศกำเนิด ทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยในสวัสดิภาคของคนข้ามเพศ เช่น ผู้ชายข้ามเพศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ชายข้ามเพศที่ยังไม่ได้แปลงเพศจนเสร็จสมบูรณ์ยิ่งไปกว่านั้นทั้งองค์กร นายจ้าง และรัฐก็ยังไม่มีกฎหมายที่จะมาดูแลคนกลุ่มนี้อีกด้วยbr /br /เมื่อกล่าวถึงสถานการณ์ด้านการแพทย์ก็ยังมีปัญหาอีกหลายประการ เช่น การสอบถามเรื่องเพศกำเนิดทั้งๆ ที่ก็แสดงอยู่ในบัตรประชาชนแล้ว และการเรียกชื่อโดยใช้คำนำหน้านามตามบัตรประชาชน เป็นต้น ด้านองค์ความรู้ทางการแพทย์มีปัญหา คือ บุคคลากรด้านการแพทย์มักไม่ทราบว่าจะดูแลผู้ป่วยข้ามเพศอย่างไร แม้แต่กระบวนการให้การข้ามเพศก็มีปัญหาเพราะมีหมอเพียงไม่กี่คนที่ยินดีจะผ่าตัดให้ อีกทั้งการข้ามเพศจากหญิงเป็นชายยังใช้ระยะเวลายาวนานแต่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของแพทย์อย่างเคร่งครัดกว่าด้วยbr /br /กฤตธีพัฒน์ตัวแทนจากเครือข่ายผู้ชายข้ามเพศทิ้งท้ายว่า บางคนอยากมองว่าปัญหาเรื่องการกดทับอัตลักษณ์ของผู้มีความหลากหลายทางเพศ เช่น การแต่งกาย คำเรียกขาน เป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ในความเป็นจริงนั้นสิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อตัวตนของผู้มีความหลากหลายทางเพศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนข้ามเพศ อาจทำให้ผู้มีความหลากหลายทางเพศเป็นโรคซึมเศร้าได้เนื่องจากถูกปฏิเสธตัวตน ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือระบบการศึกษาไม่ได้ช่วยสร้างความเข้าใจ สร้างพื้นที่ หรือสร้างโอกาสให้กับผู้มีความหลากหลายทางเพศ แต่กลับส่งเสริมเป็นกดทับให้รุนแรงยื่งขึ้นอีกbr /br /ชานันท์ ชี้ให้เห็นปัญหาในประวัติศาสตร์การเคลื่อนไหวของผู้มีความหลากหลายทางเพศในไทยว่า ส่วนมากจะเน้นเรื่องอัตลักษณ์ เช่น Gay Parade ในไทย แต่ไม่ค่อยรณรงค์ด้านสิทธิ ต่างจากในโลกตะวันตกซึ่งให้ความสำคัญกับเรื่องของสิทธิมาก ดังนั้นผู้มีความหลากหลายทางเพศควรจะต้องเคลื่อนไหวทั้งในเรื่องอัตลักษณ์และสิทธิไปพร้อมๆ กัน เพื่อสร้างพื้นที่ให้กับตัวเองและเพื่อให้ได้รับการยอมรับที่แท้จริงจากสังคม/p pช่วงท้ายของงานเสวนาครั้งนี้ อติวิชช์จากกลุ่มเสรีเกษตร กล่าวถึงเรื่องอาชีพว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเมืองและเศรษฐกิจ เป็นเรื่องของทางเลือก และใครมีอำนาจต่อรองมากกว่า เช่น ถ้าสถานที่ทำงานมีอำนาจต่อรองมากกว่า คุณก็ต้องยอมเปลี่ยนตัวเอง/p pstrongสุดท้ายพิธีกรกล่าวสรุปว่า แนวคิดสองเพศ คือ เพศชายและเพศหญิงนั้นมีมาเนิ่นนานและเข้มแข็งมาก เราจำเป็นต้องร่วมกันสร้างความตระหนักรู้ให้คนในสังคม ให้พวกเขาหลุดจากกรอบแนวคิดสองเพศและเข้าใจความหลากหลายทางเพศมากขึ้น เพื่อให้ทุกคนมีพื้นที่ในสังคมและได้รับการยอมรับอย่างแท้จริงและเท่าเทียมกัน/strong/p pnbsp;/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/YclNTn7zWPA" height="1" width="1" alt=""/