ประชาไท

Syndicate content
Updated: 3 min 20 sec ago

เสนอใช้ ม.44 แก้ปัญหาสลากเกินราคาตั้งแต่งวด 1 มิ.ย. เป็นต้นไป

Sat, 25/04/2015 - 16:42
divประธานบอร์ดสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล หารือนอกรอบกรณีใช้มาตรา 44 แก้ปัญหาการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา พร้อมเสนอการปรับส่วนต่างกำไรผู้ค้าใหม่ จาก 5.60 บาท เป็น 10 บาท ก่อนเสนอนายกพิจารณาต่อ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนเป็นต้นไป/div p!--break--!--break--/p divnbsp;/div div style="text-align: center;"img alt="" src="http://www.tcijthai.com/office-tcij/headpicture/L6I1xgEMon51845.jpg" style="width: 548px; height: 347px;" //div divnbsp;/div div25 เม.ย. 2558 a href="http://thainews.prd.go.th/centerweb/news/NewsDetail?NT01_NewsID=TNECO5804240010024"สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย/aรายงานว่านายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร ในฐานะประธานคณะกรรมการ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยเมื่อวันที่ 24 เม.ย. ที่ผ่านมาว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เตรียมประกาศใช้กฎหมายมาตรา 44 แก้ปัญหาการจำหน่ายสลากกินแบ่งเกินราคา 80 บาท ว่าเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีที่สามารถทำได้ โดยเตรียมหารือกันนอกรอบในการประชุมบอร์ด สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเมื่อวันที่ 24 เม.ย. ตนเองได้เสนอให้มีการปรับราคาส่วนต่างของกำไรผู้ค้า จาก 5 บาท 60 สตางค์ เป็น 10 บาท ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนเป็นต้นไป ตามการบังคับใช้กฎหมายกินแบ่งรัฐบาลฉบับใหม่ ก่อนเสนอนายกรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป พร้อมยอมรับการปรับส่วนต่างกำไรดังกล่าวแม้จะทำให้เงินเข้ารัฐบาลน้อยลง แต่จะช่วยลดปัญหาการจำหน่ายสลากเกินราคาได้/div divnbsp;/div divประธานบอร์ดสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวต่อถึงกรณีการจำหน่ายสลากออนไลน์ และการจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อ ว่าสามารถใช้ มาตรา 44 ได้ โดยทั้ง 2 ช่องทางการจำหน่ายนี้ ถือเป็นอีกกลไกหนึ่งที่สามารถจำหน่ายสลากในราคาที่กำหนดได้ ในส่วนของการจำหน่ายสลากออนไลน์ ขึ้นอยู่กับความพร้อม อย่างไรก็ตามจะยังไม่มีการหารือในที่ประชุมบอร์ดในวันที่ 24 เม.ย./div divnbsp;/div divนอกจากนี้การจำหน่ายสลากแบบรวมชุด เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ราคาสลากขายเกินราคา ในประเด็นนี้ไม่จำเป็นต้องใช้มาตรา 44 เข้าไปแก้ไข เพราะมีเงื่อนไขกำหนดอยู่ในสัญญาโควต้าจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลอยู่แล้ว ว่าให้จำหน่ายปลีกเท่านั้น และสามารถยกเลิกโควต้าจำหน่ายได้ทันทีหากพบมีการจำหน่ายสลากแบบรวมชุด แต่ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ไม่เข้มงวด จึงทำให้มีการจำหน่ายแบบรวมชุด อย่างไรก็ตามยังคงจัดสรรโควต้าการจำหน่ายสลากกินแบ่งให้กับผู้พิการตามเดิม แต่จะมีความเข้มงวดในการส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบมากขึ้น หากพบว่าไม่จำหน่ายในพื้นที่ที่ระบุไว้ในสัญญาหรือไม่ติดบัตรผู้พิการก็สามารถสั่งยกเลิกโควต้าการจำหน่ายในทันที/div divnbsp;/div divnbsp;/div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/pZrK58Gt_gs" height="1" width="1" alt=""/

บึ้มโดนเด็ก-ฆ่า 2 สาว คล้อยหลัง กอ.รมน.ชี้สถานการณ์ดีขึ้นรอบ 6 เดือน -สมาคมสตรีประณาม

Sat, 25/04/2015 - 15:46
divบึ้มข้างทางโดนเด็ก 3 คน วางบึ้มทหาร-กู้ได้ 2 ลูก สลด! ยิง 2 สาวเสียชีวิต ด้านสมาคมผู้หญิงฯ ออกแถลงการณ์ 2 ฉบับประณาม ขอให้ทุกฝ่ายปกป้องผู้หญิงและเด็ก ให้ผู้หญิงบทบาทในกระบวนการสันติภาพ กอ.รมน.ชี้เป็นพฤติกรรมสุดโต่ง แต่จะใช้สันติวิธีจัดการ แม่ทัพสั่งย้ายผู้การทหารพรานกรณีโต๊ะชูด รุนแรงคล้อยหลัง กอ.รมน.แถลงสถานการณ์ดีขึ้นในรอบ 6 เดือน/div p!--break--!--break--/p divnbsp;/div divstrongเพียงวันเดียวเกิด 4 เหตุ เจ็บ 8 ตาย 2/strong/div divnbsp;/div divวันที่ 24 เมษายน 2558 เกิดเหตุรนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ถึง 4 เหตุการณ์ ทั้งวางระเบิดและลอบยิง มีผู้บาดเจ็บ 8 ทั้งชาวบ้านและทหาร ตาย 2 คนเป็นผู้หญิงชาวอาข่า/div divnbsp;/div divโดยเริ่มจากเวลา 05.30 น. คนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามเอชเค 33 ยิงถล่มบ้านนายอำนวย แก้วยอด อายุ 45 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านควนหรัน เลขที่ 109 ม.10 บ้านควนหรัน ต.ท่าม่วง อ.เทพา จ.สงขลา แต่กระสุนปืนไปถูกรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโรที่จอดอยู่หน้าบ้าน 3 นัด จนกระจกแตก ส่วนผู้ที่อยู่ในบ้านปลอดภัย ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืน M16 ตกอยู่ 14 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ไม่สงบที่เกิดเหตุรุนแรงพร้อมกันหลายจุดในวันเดียวกัน/div divnbsp;/div divnbsp;/div divstrongบึ้มข้างทางโดนเด็ก 3 คน/strong/div divnbsp;/div divเวลา 08.15 น.คนร้ายลอบวางระเบิดริมถนนทางเข้าหาดเสด็จ ม.1 ต.เจ๊ะเห อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ทำให้ชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ 4 ราย ได้แก่ 1. นายมูอารีรัน ลายอเงาะ 2. ด.ญ.อูนาเดีย ลายอเงาะ 3. ด.ช.ไมฮาดี ลายอเงาะ และ 4. ด.ช.นาซาฮี ลายอเงาะทั้งหมดเป็นพ่อลูกกัน โดยถูกสะเก็ดระเบิดบาดเจ็บเล็กน้อย เหตุเกิดขณะทั้งหมดขับขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างจะไปออกกำลังกายที่หาดเสด็จ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบระเบิดอีกลูกหนัก 10 กิโลกรัม ห่างจากจุดแรกประมาณ 60 เมตร เจ้าหน้าที่ใช้เครื่องแรงดันน้ำพลังสูงยิงทำลาย/div divnbsp;/div divหลังเหตุการณ์นายณัฐพงศ์ ศิริชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เดินทางไปเยี่ยม 4 ราย โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ และได้มอบกระเช้าเยี่ยมและเงินช่วยเหลือเยียวยาแก่ทั้ง 4 ราย รวม 60,000 บาท/div divnbsp;/div divnbsp;/div divstrongวางบึ้มทหาร-กู้ได้ 2 ลูก/strong/div divnbsp;/div divเวลา 08.30 น.เกิดเหตุระเบิดบนถนนหมายเลข 4092 มายอ-ทุ่งยางแดง ม.1 ต.มายอ อ.มายอ จ.ปัตตานี ทำให้เจ้าหน้าที่ อส.มายอ บาดเจ็บเล็กน้อย 4 นาย ได้แก่ 1.จ.ส.อ.ทองจันทร์ เจิมทอง 2.สท.อุดร จินดาพงษ์ 3.อส.อาริ มีสา เเละ 4.อส.มะสะกรี ตาเห เกิดเหตุขณะ อส.ทั้ง 4 นาย กำลังลาดตระเวนเส้นทางโดยรถหุ้มเกราะ/div divnbsp;/div divต่อเวลาประมาณ 10.30 น. ขณะชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ตชด.ที่ 44 เข้าตรวจสอบเหตุระเบิดดังกล่าว พบระเบิดแสวงเครื่องอีก 2 ลูก ซุกไว้ใต้คอสะพานห่างจากจุดแรก ประมาณ 100 เมตร เจ้าหน้าที่จึงนำสายไฟที่เชื่อมต่อกับระเบิดลากยาวเข้าป่าประมาณ 150 เมตรพร้อมดึกสายไฟจนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงระเบิดทำให้เกิดหลุมกว้าง 3 เมตร ลึก 1 เมตร คอสะพานได้รับความเสียหาย และมีชิ้นส่วนถังแก๊สปิกนิกและชิ้นส่วนระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ/div divnbsp;/div divnbsp;/div divstrongสลด!ยิง 2 สาวชาวอาข่าเสียชีวิต/strong/div divnbsp;/div divเหตุต่อมาเกิดขึ้นเวลา 15.00 น. คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนพก ขนาด 9 มม. ยิงราษฎรเสียชีวิต 2 ราย ชื่อนางมูเซอะ มาเยาะ อายุ 48 ปี และนางสาวบูยือ มาเยาะ อายุ 17 ปี ชาวอาข่า อยู่บ้านเลขที่ 71 ม.5 ต.บ้านช้าง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์เดินทางกลับบ้าน มาตามถนนสาย 410 หน้ามัสยิดดารุลอามาน บ้านกาโสด ม.5 ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา/div divnbsp;/div divnbsp;/div divstrongสมาคมผู้หญิงฯออกแถลงการณ์ 2 ฉบับประณาม/strong/div divnbsp;/div divด้านสมาคมผู้หญิงเพื่อสันติภาพ ออกแถลงการณ์ประณามผู้ก่อเหตุระเบิด เด็ก ผู้หญิงและผู้บริสุทธิ์ทันทีเช่นกัน ต่อกรณีคนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณทางเข้าหาดเสด็จ ต.เจ๊ะเห อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย ซึ่ง เด็ก 3 ราย และเป็นผู้หญิง 1 รายว่าเป็นการกระทำที่โหดร้าย ไร้ซึ่งมนุษยธรรม ขัดต่อทั้งหลักการสากลและหลักศาสนา พร้อมกับมีเรียกร้อง 5 ข้อ/div divnbsp;/div divต่อมาหลังเกิดเหตุฆ่า 2 สาวชาวอาข่า ทางสมาคมผู้หญิงเพื่อสันติภาพได้ออกแถลงการณ์อีกฉบับ เรื่องประณามผู้ก่อเหตุยิงสตรีเสียชีวิต โดยระบุว่า เป็นการกระทำรุนแรงและไร้มนุษยธรรม ไม่อาจหาคำบรรยายใด ๆ กับการกระทำต่อเพศแม่เช่นนี้ ทำกับผู้หญิงไม่มีอาวุธและไม่มีทางสู้ ทั้งยังเป็นเพียงชาวบ้านธรรมหาเช้ากินค่ำ ถือว่าโหดร้าย ไร้ซึ่งมนุษยธรรม ขัดต่อทั้งหลักการสากลและหลักศาสนา โดยมีเรียกร้องเดียวกันกับแถลงการณ์ฉบับแรก/div divnbsp;/div divnbsp;/div divstrongให้ปกป้องผู้หญิงและเด็ก ให้มีบทบาทในกระบวนการสันติภาพ/strong/div divnbsp;/div divสำหรับข้อเรียกร้องทั้ง 5 ข้อ มีดังนี้/div divnbsp;/div div1.ให้ทุกฝ่ายที่ใช้อาวุธเคารพและปกป้องชีวิตผู้หญิงและเด็กตลอดจนเป้าหมายอ่อนแออื่นๆnbsp;/div div2.ขอให้มีการตั้งกรรมการพิเศษขึ้นมาค้นหาความจริงและหามาตรการคุ้มครองให้ความเป็นธรรมรวมทั้งเยียวยา/div div3.ให้มีการเสวนาระหว่างคนต่างศาสนาเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ/div div4.ขอให้มีกรรมการกาชาดระหว่างประเทศช่วยปกป้องคนเหล่านี้รวมถึงบุคคลากรทางแพทย์/div div5.เพิ่มสัดส่วนให้ผู้หญิงมีบทบาทในการแก้ปัญหาภาคใต้รวมทั้งในกระบวนการสันติภาพ/div divnbsp;/div div“สมาคมผู้หญิงเพื่อสันติภาพ (We Peace) ขอแสดงความเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นทั้งหมด และขอประณามการกระทำใดๆอันเป็นการทำร้ายและก่ออาชญากรรมต่อผู้หญิงและเด็ก อีกทั้งขอเรียกร้องให้รีบเร่งดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม เพื่อนำผู้กระทำผิดที่แท้จริงมาลงโทษอย่างเร่งด่วน เพื่อลดความเคลือบแคลงและสร้างความเชื่อมั่นในการดำเนินชีวิตอย่างปกติสุขของคนในพื้นที่ให้กลับคืนมา” แถลงการณ์ระบุ/div divnbsp;/div divnbsp;/div divstrongกอ.รมน.ชี้สุดโต่ง แต่จะใช้สันติวิธีจัดการ/strong/div divnbsp;/div div style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm8.staticflickr.com/7701/16641350843_a81f74e9d9_z_d.jpg" style="width: 500px; height: 333px;" //div divnbsp;/div divต่อมา เวลา 10.00 น.พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์/โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค4 สน.) เปิดแถลงข่าวทันทีกรณีมีเหตุการณ์รุนแรงหลายจุดในช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า พล.อ.อุดมเดช สีตะบุตร ผู้บัญชาการทหารบก/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้รับทราบสถานการณ์แล้ว และได้กำชับให้ กอ.รมน.ภาค 4 สน. เร่งคลี่คลายสถานการณ์และดูแลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บอย่างเร่งด่วน ส่วนแม่ทัพภาคที่ 4/ ผอ.รมน.ภาค 4 ก็ได้สั่งการให้ควบคุมสถานการณ์รวมทั้งรวบรวมวัตถุพยานต่างๆ เพื่อติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุโดยเร็วที่สุด/div divnbsp;/div divพ.อ.ปราโมทย์ แถลงว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นความพยายามก่อเหตุโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผลกระทบกับเด็กซึ่งถือเป็นพฤติกรรมแบบสุดโต่ง และไร้มนุษยธรรมที่สมควรต้องได้รับการประณามอย่างกว้างขวาง และไม่อยากให้มองว่าเป็นการกระทำในวันสำคัญเชิงสัญลักษณ์ เพราะกลุ่มคนดังกล่าวพร้อมก่อเหตุทุกครั้งที่มีโอกาส เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือในระบอบอำนาจรัฐ ทำลายระบบเศรษฐกิจ และสร้างความหวาดกลัว โดยไม่เคยคำนึงถึงผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน/div divnbsp;/div div“กอ.รมน.ภาค 4 สน.จะไม่ใช้ความรุนแรงในการตอบโต้อย่างเด็ดขาดและยังคงแก้ปัญหาโดยใช้สันติวิธี ตามแนวทางการเมืองนำการทหาร ด้วยการติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้มาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งจะเร่งรัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบต่อไป” พ.อ.ปราโมทย์ กล่าว/div divnbsp;/div divnbsp;/div divstrongย้ายผู้การทหารพรานกรณีโต๊ะชูด/strong/div divnbsp;/div divพ.อ.ปราโมทย์ เปิดเผยด้วยว่า พล.ท.ปราการ ชลยุทธ แม่ทัพภาคที่ 4 มีคำสั่งให้ พ.อ.พิเชษฐ์ ชุติเดโช ผู้บังคับการกรมทหารพราน 41 ไปช่วยราชการที่มณฑลทหารบก 42 เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2558 ที่ผ่านมา เป็นเวลา 1 ปี หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่บ้านโต๊ะชูด ต.พิเทน อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี มีผู้เสียชีวิต 4 ราย เมื่อวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา/div divnbsp;/div divในส่วนของคดีอาญา ทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นต่อตำรวจ 3 นาย และทหาร 3 นายแล้ว แต่ไม่ได้ควบคุมตัวแต่อย่างใด โดยแยกสำนวนออกเป็น 3 คดีได้แก่ 1.คดีชันสูตรพลิกศพ 2.คดีผู้ตายถูกกล่าวหา 3.คดีพยายามฆ่าnbsp;/div divnbsp;/div divnbsp;/div divstrongรุนแรงคล้อยหลังกอ.รมน.แถลงสถานการณ์ลด/strong/div divnbsp;/div divก่อนหน้านี้เพียงวันเดียว คือวันที่ 23 เมษายน 2558 พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ ร่วมแถลงข่าวว่า การขับเคลื่อนการแก้ปัญหาชายแดนใต้ที่ผ่านมาทำให้มีพัฒนาการดีขึ้นตามลำดับnbsp;/div divnbsp;/div divโดยพ.อ.ปราโมทย์ แถลงว่าสถานการณ์และการสูญเสียในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมาลดลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเปรียบเทียบกับห้วงเวลาเดียวกันของปี 2557 กล่าวคือ มีเหตุการณ์รวม 305 เหตุการณ์ ลดลงร้อยละ 61.63 และการสูญเสียทั้งบาดเจ็บและเสียชีวิตรวม 339 ราย ลดลงร้อยละ 47.44 ในขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐสามารถปฏิบัติงานและบังคับใช้กฎหมายได้ในทุกพื้นที่ ส่วนราชการปกติเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหามากยิ่งขึ้น/div divnbsp;/div divนายอับดุลฮาลิม มินซาร์ ผู้อำนวยการสำนักประสานนโยบายการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ร่วมแถลงด้วยว่า ศอ.บต. จัดติวเข้ม ภาค ก.ให้ครูนอกระบบ เพื่อสอบบรรจุเป็นข้าราชการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในตำแหน่งครูผู้ช่วย เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาในพื้นที่/div divnbsp;/div divnbsp;/div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/qS1aLg82M2E" height="1" width="1" alt=""/

นศ.ธรรมศาสตร์ เดินหน้าขอมีส่วนร่วมในสภามหา'ลัย ล่าชื่อหนุน 28 เม.ย. นี้

Sat, 25/04/2015 - 15:15
divองค์การนักศึกษาและสภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ออกแถลงการณ์ เดินหน้ากดดัน กมธ. วิสามัญร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ของ สนช. ให้มีตัวแทนนักศึกษาเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยด้วย ขอแรงชาวธรรมศาสตร์ร่วมลงชื่อสนับสนุน 28 เม.ย. นี้/div p!--break--!--break--/p divnbsp;/div divเมื่อวันที่ 23 เม.ย. 2558 ที่ผ่านมาองค์การนักศึกษาและสภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ออกแถลงการณ์ร่วมเรื่อง "ผลการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. .... สภานิติบัญญัติแห่งชาติ" โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้/div divnbsp;/div divstrongแถลงการณ์ร่วมองค์การนักศึกษาและสภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์/strong/div divnbsp;/div divstrongเรื่อง ผลการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. .... สภานิติบัญญัติแห่งชาติ/strong/div divnbsp;/div divตามที่สภานักศึกษา และองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ยื่นแถลงการณ์ต่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. .... สภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อวันศุกร์ที่ 3 เมษายน 2558 อันมีเนื้อหาเสนอเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการฯ พิจารณาดังต่อไปนี้/div divnbsp;/div div1. ขอให้ตัวแทนประชาคมธรรมศาสตร์ได้เข้าไปมีส่วนร่วมรับฟังและเสนอแนะแนวความคิดเห็นต่อกรรมาธิการฯ/div divnbsp;/div div2. ขอให้แก้ไขเนื้อหาในมาตรา 20 ของร่างพระราชบัญญัติฯ ให้มีตัวแทนนักศึกษาเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัย จำนวน 2 คน คือนายกองค์การนักศึกษา และประธานสภานักศึกษา/div divnbsp;/div div3. ขอให้มีการแก้ไขเนื้อหาในมาตรา 21 ของร่างพระราชบัญญัติฯ ให้มีการกำหนดวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ โดยให้มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละไม่เกิน 3 ปี ติดต่อกันได้ไม่เกิน 2 วาระ/div divnbsp;/div divในวันที่ 10 เมษายน 2558 คณะกรรมาธิการได้มีหนังสือเชิญมาถึงให้อนุญาตเข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการฯ โดยคณะกรรมาธิการได้พิจารณาเล็งเห็นว่าการมีส่วนร่วมของนักศึกษาต่อการพิจารณานั้นมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งเพื่อประกอบการพิจารณา โดยให้ไปร่วมประชุมเพื่อชี้แจงแสดงความคิดเห็นตามที่ได้แถลงไว้ใน ข้อ 2 และ ข้อ 3 ในวันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน 2558 (วันนี้) เวลา 14.00 นาฬิกา ซึ่งสภานักศึกษาและองค์การนักศึกษา ก็ได้เข้าไปชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการโดยสรุปได้ดังต่อไปนี้/div divnbsp;/div div1. ในการที่ได้เสนอให้กรรมการสภามหาวิทยาลัยได้มีผู้แทนจากนักศึกษาจำนวน 2 คน ด้วยสภามหาวิทยาลัยเป็นองค์กรที่บทบาทสำคัญในการบริหารมหาวิทยาลัยอันมีผลกระทบโดยตรงต่อตัวนักศึกษา และในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฯเมื่อครั้งปี 2556 ที่นักศึกษาได้เข้าไปมีส่วนร่วมตั้งแต่ในการประชุมครั้งที่ 3 จนถึงครั้งสุดท้าย คณะกรรมาธิการก็ได้มีมติให้แก้ไข โดยเพิ่มนายกองค์การนักศึกษาและประธานสภานักศึกษาเข้าไปในกรรมการมหาวิทยาลัย อีกทั้งในสภามหาวิทยาลัยต่างประเทศหลากหลายประเทศไม่ว่าจะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วหรือในประเทศที่มีสภาพเศรษฐกิจการพัฒนาพอกับเรา อาทิ ฝรั่งเศส ฟินแลนด์ บราซิล โปรตุเกส เดนมาร์ก อุรุกวัย ปารากวัย เปรู เวเนซุเอลา ต่างก็มีตัวแทนนักศึกษานั่งเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยด้วยกันทั้งสิ้น เหนือไปกว่านั้นแล้วในสภามหาวิทยาลัยต่างประเทศบางประเทศมีนักศึกษาเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยถึงครึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด ในเมื่อประเทศของเราที่ความต้องการจะปฏิรูปการศึกษาในหลาย ๆ ด้าน สภานักศึกษาและองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เห็นว่าการที่มีตัวแทนนักศึกษาอันเป็นประชาคมส่วนใหญ่ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และได้รับผลกระทบโดยตรง เข้าเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยเพื่อให้ได้นักศึกษาได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ กำหนดบทบาทการบริหารและพัฒนามหาวิทยาลัยไปพร้อมกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง แต่ในร่างพระราชบัญญัติฯ ดังกล่าวนักศึกษากลับมิได้เข้ามามีบทบาทในการกำหนดทิศทางการบริหารและพัฒนามหาวิทยาลัยแต่อย่างใด/div divnbsp;/div div2. ในการที่ได้เสนอให้กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละไม่เกิน 3 ปี ติดต่อกันได้ไม่เกิน 2 วาระ ด้วยกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีอยู่ทั้งสิ้น 15 คน จากทั้งสิ้น 27 คนนั้น เป็นตำแหน่งที่มีส่วนสำคัญในการบริหารมหาวิทยาลัย ในการต่อไปที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ (ออกนอกระบบ) การบริหารมหาวิทยาลัยจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการบริหารให้ทันต่อสมัยสังคม โดยปัจจุบันสภาพสังคมของเรามีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วแม้เวลาจะผ่านไปเพียง 5-6 ปีก็ตาม การบริหารจึงต้องอาศัยองค์ความรู้ใหม่ๆเข้ามาในการบริหาร อีกด้วยระบบการบริหารมหาวิทยาลัยในอนาคตมิใช่การบริหารในลักษณะของราชการอีกต่อไป แต่จะมีลักษณะที่แปลกใหม่ไปจากเดิมเป็นอย่างยิ่ง วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการมหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิจึงควรมีการกำหนดวาระ เพื่อให้เกิดการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนการบริหารมหาวิทยาลัย หาใช่กรรมการฯ ผู้คุณวุฒิจะดำรงตำแหน่งได้ยาวนานจนถึง 10 ปี 20 ปี 30 ปี หรือ 40 ปี/div divnbsp;/div divและเมื่อได้มีการอภิปรายให้ความเห็นต่อคณะกรรมาธิการฯ ก็ปรากฏในภายหลังว่า การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวได้มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจนเสร็จสิ้นลงแล้ว โดยไม่ได้รั้งรอเพื่อรับฟังการเสนอความคิดเห็นจากนักศึกษา ตามที่ประธานคณะกรรมาธิการได้ให้คำมั่นว่า หากมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับนักศึกษา ก็จะเชิญนักศึกษาเข้าร่วมเสนอความคิดเห็น ดังนั้น เมื่อการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ได้มีการพิจารณาครบถ้วนทุกรายมาตราแล้ว การเสนอความคิดเห็นของนักศึกษาก็ย่อมเปล่าประโยชน์ และเป็นเพียงแบบพิธีของการมีส่วนร่วมเท่านั้น หาได้ปรากฏความจริงใจที่ซื่อตรงต่อคำมั่นดังกล่าวแต่ประการใดnbsp;/div divnbsp;/div divถึงอย่างไรก็ตาม สภานักศึกษาและองค์การนักศึกษาขอยืนยันที่จะต่อสู้เรียกร้องตามเจตนารมณ์ที่ได้แถลงไว้ตามเดิมทุกประการ ในการนี้ สภานักศึกษาและองค์การนักศึกษาจึงขอเรียนเชิญนักศึกษา คณาจารย์ พนักงาน และประชาคมธรรมศาสตร์ทุกภาคส่วนเข้าประชุมหารือต่อกรณีที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กำลังออกนอกระบบ และร่วมลงชื่อสนับสนุนในวันอังคาร ที่ 28 เมษายน 2558 เวลา 17.00 นาฬิกา (โดยสถานที่จะแจ้งให้ทราบภายหลัง) เพราะเราเล็งเห็นว่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แห่งนี้เป็นมหาวิทยาลัยของเราชาวประชาคมธรรมศาสตร์ทุกๆคน แล้วนำเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติต่อไป/div divnbsp;/div divองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์/div divสภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์/div div23 เมษายน 2558/div divnbsp;/div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/VhH7CQVAzVk" height="1" width="1" alt=""/

ดิอิโคโนมิสต์วิพากษ์ร่างรธน.ไทย 'เร่ขาย' เผด็จการ ทำตัวเหมือน 'พี่เลี้ยงเด็ก'

Sat, 25/04/2015 - 11:15
pดิอิโคโนมิสต์เขียนบทความวิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญฉบับล่าสุดว่า ขณะที่มีการอ้างไม่ให้เกิด "เผด็จการรัฐสภา" แต่ก็มีการให้อำนาจองค์กรอิสระและวุฒิสภาอย่างล้นเกินเสมือนการ "เร่ขาย" เผด็จการแบบอื่นเข้ามาแทน โดยให้องค์กรเหล่านี้ทำตัวเหมือน "พี่เลี้ยงเด็ก" สำหรับนักการเมือง/p p!--break--!--break--/p p25 เม.ย. 2558 นิตยสารดิอิโคโนมิสต์วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของไทยที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการอภิปราย โดยระบุว่ารัฐธรรมนูญที่อ้างว่าได้รับอิทธิพลจากระบบการเลือกตั้งของเยอรมนีจะไม่สามารถรักษา "บาดแผลทางการเมือง" ของประเทศไทยได้ แต่จะยิ่งทำให้แย่ลงกว่าเดิม/p pดิอิโคโนมิสต์มองว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีการพยายามกีดกันพรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นพรรคที่ฝ่ายผู้มีอำนาจสถาปนาไม่ชอบ โดยมีการส่งเสริมระบบ ส.ส. แบบสัดส่วน ทำให้พรรคการเมืองใดก็ตามเอาชนะเสียงข้างมากได้ยาก บีบให้ต้องมีการจัดรัฐบาลผสมและเปิดโอกาสให้แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ถ้า ส.ส. ไม่ได้รับเสียงสนับสนุนมากพอ อีกทั้งยังให้อำนาจวุฒิสภาครอบงำสภาล่างและมีการลดจำนวนส.ว. ที่มาจากการเลือกตั้งลง/p pดิอิโคโนมิสต์วิจารณ์อีกว่ายังมีองค์กรอิสระอีกจำนวน 10 องค์กรหรือมากกว่านั้นที่คอยทำตัวเป็น "พี่เลี้ยงเด็ก" ของนักการเมือง รวมถึง 'สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ' ที่อ้างว่าเพื่อใช้ลงโทษ "การทำผิดจริยธรรม" ดิอิโคโนมิสต์ชี้ว่าคำว่า "การทำผิดจริยธรรม" นี้เองมักจะเป็นคำกล่าวอ้างที่นำมาใช้อ้างกับทุกอย่างรวมถึงใช้อ้างตอบโต้คนวิจารณ์รัฐบาลด้วย นอกจากนี้ยังมีองค์กรอิสระที่มีพรรคพวกของเผด็จการทหารซ่องสุมกับอยู่เพื่อคอยใช้อำนาจชักจูงรัฐบาลในอนาคต/p p"ผู้ทำหน้าที่รัฐธรรมนูญใหม่อ้างว่าพวกเขาต้องการป้องกันไม่ให้เกิด 'เผด็จการรัฐสภา' แต่พวกเขาก็ 'เร่ขาย' เผด็จการในรูปแบบอื่นแทน" ดิอิโคโนมิสต์ระบุในบทความ/p pรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้จะเป็นฉบับที่ 20 ของไทย แต่ดิอิโคโนมิสต์ก็วิจารณ์ว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ล้าหลังอย่างมากเมื่อเทียบกับรัฐธรรมนูญสมัยปี 2540 เนื่องจากมีโอกาสให้อำนาจกับกองทัพยาวนานมาก มีวรรคหนึ่งซึ่งจำกัดอำนาจราชวงศ์ในการแทรกแซงความวุ่นวายทางการเมืองที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งดิอิโคโนมิสต์มองว่าอาจเป็นเพราะเกรงว่าจะเป็นการอ่อนข้อให้กับศัตรูของพวกกลุ่มผู้มีอำนาจสถาปนา/p pดิอิโคโนมิสต์ระบุว่าในช่วงที่ยังรอการประกาศใช้ร่างรัฐธรรมนูญนี้มีแม้ว่ากองทัพจะยอมลดข้อเสนอที่เลวร้ายบางอย่างลงเนื่องจากถูกวิจารณ์จากประชาชนแต่กองทัพก็มีท่าทางเผด็จการมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกันก็เผชิญปัญหามากขึ้นเรื่อยๆ ด้วย/p pbr /strongเรียบเรียงจาก/strong/p pa href="http://www.economist.com/news/asia/21649542-thailand-takes-big-constitutional-step-backwards-baby-sitters-charter"A baby-sitters’ charter/a, The Economist, 25-04-2015br /nbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/v9q51KbYC-U" height="1" width="1" alt=""/

กวีประชาไท: แผ่นดินสยามไร้ยิ้ม

Sat, 25/04/2015 - 11:11
!--break--!--break-- p style="margin-left: 40px;"br /br /คล้ายดั่งฝุ่นคลุ้งในสายลมnbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;br /ปลิวเคว้งทับถมbr /ถนนสายเก่ามอซอbr /br /ชีวิตบัดซบเกินพอnbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;br /ตรากตรำทุกข์ท้อbr /ประทังแค่ให้ผ่านวันbr /br /เขาเผลอละเมอวาดฝันnbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;br /ลูกน้อยยิงฟันbr /กับชุดนักเรียนจรัสตาbr /br /ครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้าnbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;br /หุงข้าวหุงปลาbr /อาหารเต็มโต๊ะบริบูรณ์br /br /หรุบตาทอดถอนอาดูรnbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;br /หนี้สินเพิ่มพูนbr /ความจริงดุจมีดทิ่มแทงbr /br /หยิบเชือกผูกโยงทะมัดทะแมงnbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;br /เงยหน้าอาบแสงbr /ปลิดชีพบนราวสะพาน...br /br /.......br /br /คล้ายดังฝุ่นคลุ้งในสายลมnbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;br /ปลิวเคว้งทับถมbr /ถนนชีวิตมอซอbr /br /ไม่นานเรื่องเศร้าเก่าก่อnbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;br /เวียนเศร้าใหม่ทอbr /ดาษดื่นธุลีชีวิตbr /br /กระนั้น!br /เพื่อนเอ๋ยฉุกคิดสักนิดnbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;br /อย่ายอมลิขิตbr /เปรียบค่าเป็นเพียงผงคลีbr /br /สังคมฟอนเฟะย่ำยีnbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;br /ล้มลุกอีกทีbr /สติฝ่าก้าวหยัดยืนbr /br /แม้ต่างเจ็บปวดเกินฝืนnbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;br /หลากทุกข์ข่มกลืนbr /บนแดนสยามเมืองยิ้ม!/p pnbsp;/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/0TiSjm8CCWU" height="1" width="1" alt=""/

โกลบอลโพสต์เผยสื่ออังกฤษซ้อมพิธีสวรรคต ควีนอลิซาเบธที่ 2 อย่างน้อย 1 ครั้งต่อปี

Sat, 25/04/2015 - 11:07
pรายงานจากโกลบอลโพสต์ ระบุ สื่อในอังกฤษมีการเตรียมความพร้อมอย่างละเอียดถี่ถ้วนเกี่ยวกับการถ่ายทำพิธีสวรรคตของพระราชินีอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร ที่ทรงมีพระชนมพรรษา 89 พรรษาแล้ว รวมถึงสมมุติสภาพการณ์ต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นหลายรูปแบบ โดยเตรียมการมาเป็นเวลา 30 ปีแล้ว/p !--break--!--break-- pbr /24 เม.ย. 2558 สำนักข่าวโกลบอลโพสต์รายงานว่าสื่อในประเทศอังกฤษมีการซ้อมพิธีการสวรรคตของพระราชินีอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร อย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อปี จากคำกล่าวอ้างของผู้เข้าร่วมซ้อมพิธีการดังกล่าวผู้ไม่ประสงค์ออกนาม/p pอดีตพนักงานของสื่อบีบีซีเปิดเผยว่าทุก 6 เดือนจะมีการประชุมเพื่อเตรียมพร้อมในเรื่องที่ยังไม่ได้เกิดขึ้น โดยมีการจัดสมมุติสภาพการณ์ต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นหลายรูปแบบ รวมถึงกรณีที่เกิดอุบัติเหตุเจ้าชายเอ็ดเวิร์ดพระโอรสยิงปืนโดนเจ้าชายฟิลิปพระสวามีตอนที่ทรงออกล่าสัตว์ โดยมีการตระเตรียมความพร้อมการดำเนินพิธีสวรรคตอย่างเข้มงวดว่าจะมีการตั้งกล้องตรงจุดใด มีต้นไม้และกิ่งไม้ตรงจุดใดหรือสายเคเบิลในจุดใดบ้าง ซึ่งมีการตระเตรียมความพร้อมเช่นนี้มาเป็นเวลาราว 30 ปีแล้ว/p pพระราชินีอลิซาเบธที่ 2 ทรงมีพระชนมพรรษา 89 พรรษา เมื่อวันที่ 21 เม.ย. ที่ผ่านมา เมื่อปีที่แล้วสำนักพระราชวังอังกฤษประกาศว่าพระราชินีอลิซาเบธที่ 2 จะทรงมอบหมายพระกรณียกิจให้เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ผู้เป็นพระราชโอรสมากขึ้น ซึ่งทางสำนักพระราชวังระบุว่าเป็น "การสืบทอดพระราชอำนาจอย่างราบรื่น"/p pสำนักพระราชวังอังกฤษให้สัมภาษณ์ต่อสื่อเดลี่มิลเรอร์ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของการส่งไม้ต่อให้กับอีกรุ่นหนึ่ง มันจะไม่เป็นการเปลี่ยนแปลงแบบกระทันหันแต่จะเป็นกระบวนการแบบค่อยเป้นค่อยไป/p pอย่างไรก็ตามสำนักข่าวโกลบอลโพสต์ระบุว่าเรื่องการซ้อมพิธีการเป็นเรื่องที่ไม่มีการพูดคุยเปิดเผยกันอย่างกว้างขวางนัก แต่ก็มีการเตรียมการมาหลายสิบปี/p pbr /strongเรียบเรียงจาก/strong/p pa href="http://www.globalpost.com/article/6524964/2015/04/22/uk-queen-death-rehearsal"The British media rehearses the queen's death at least once a year/a, Globalpost, 22-04-2015br /nbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/VcbvyxS2Mv0" height="1" width="1" alt=""/

ผบ.ตร.แถลงผลงาน 6 เดือน คดีหมิ่นแล้วเสร็จ 239 คดีจากค้างปีก่อน 443 คดี

Sat, 25/04/2015 - 02:18
!--break--!--break-- p24 เม.ย.2558 ที่ห้องศรียานนท์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) นำแถลงผลการดำเนินงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในรอบ 6 เดือน โดยมี พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์, พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ, พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.อำนาจ อันอาตม์งาม ที่ปรึกษา (สบ 10), พล.ต.ท.จิตต์เจริญ เวลาดีวงณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ร่วมแถลง โดยมี ผู้แทน กต.ตร.กทม. สมาคมผู้ประกอบการวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ อาสาสมัครเหยี่ยวเวหา อาสาสมัครมูลนิธิต่างๆ ร่วมรับฟังกว่า 100 คน/p pพล.ต.อ.อำนาจกล่าวถึงผลงานด้านการปกป้อง เทิดทูนและพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ การรักษาความมั่นคงของชาติ และแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร.รับผิดชอบ ดังนี้/p pstrongจัดการคดีหมิ่นฯ เสร็จกว่า 200 คดี/strong/p pเรื่องการปกป้องสถาบันฯ ถือเป็นภารกิจที่มีความสำคัญสูงสุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำหนดนโยบายในเรื่องนี้ไว้ 5 ด้าน คือ/p p1. การรณรงค์ เทิดทูน เสริมสร้างจิตสำนึกของประชาชนให้มีความจงรักภักดีต่อสถาบันฯ/p p2. ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางสื่อสมัยใหม่ เฝ้าระวังการสื่อสารข้อมูลที่ผิดกฎหมาย การสืบสวนหาข่าว การปิดช่องทางการกระทำผิด ทั้งเครือข่ายออนไลน์และเว็บไซต์ต่างๆ รวมถึงป้องกันไม่ให้ใช้ช่องทางเว็บไซต์ของหน่วยงานรัฐกระทำผิดbr /br /3. เมื่อตรวจพบการกระทำผิดก็มีการสืบสวนดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด ตอนนี้ปิดเว็บไซต์ที่ใช้กระทำผิดไปแล้วจำนวน 25,069 เว็บไซต์ เพื่อยุติการแพร่กระจายของข่าวสารbr /nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;br /4. เร่งรัดดำเนินคดีรายบุคคล ในปีที่ผ่านมามีคดีที่ค้างอยู่ทั้งสิ้น 443 คดี ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว 239 คดี ส่วนคดีที่อยู่นอกเหนือความรับผิดชอบได้ส่งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษและอัยการสูงสุดรวม 76 คดี มีคดีที่อยู่ระหว่างการสอบสวน 128 คดี/p pนอกจากนี้ยังมีการพัฒนากลไกการถวายความปลอดภัยให้มีประสิทธิภาพสูงสุด มีการทบทวนมาตรการการปฏิบัติของหน่วยปฏิบัติ พัฒนาเครื่องมือเครื่องใช้และบุคลากร บูรณาการการปฏิบัติระหว่างหน่วยงานทั้งภายในและภายนอก พร้อมปรับปรุงระเบียบที่เกี่ยวข้องรวมทั้งทบทวนซ้อมแผนปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง/p p5. การส่งเสริมโครงการพระราชดำริหลายโครงการโดยมีกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนเป็นหน่วยงานรับผิดชอบร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง nbsp; nbsp; nbsp;nbsp;/p pstrong1 พ.ค.นี้ พ.ร.บ.ชุมนุม เข้าวาระ 2 และ 3/strong/p pเรื่องนโยบายด้านความมั่นคงนั้น ขณะนี้ยังมีสถานการณ์ความขัดแย้งของกลุ่มต่างๆ ปรากฏอยู่ มีความเคลื่อนไหวทางด้านความคิด การจัดกิจกรรม การรวมกลุ่มสร้างพลังในการต่อรอง การก่อกวน การใช้ความรุนแรงซึ่งเป็นสถานการณ์ภายในประเทศเป็นหลัก สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีการวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์ตลอดเวลา โดยเฉพาะสถานการณ์ด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม เฉพาะอย่างยิ่งการเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองต่างๆ การแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ การเคลื่อนไหวของกลุ่มเกษตรกร พลังงาน สาธารณูปโภค และสิ่งแวดล้อม ด้วยการชุมนุมต่างๆ ตลอดจนการเคลื่อนไหวในสังคมออนไลน์ การก่อกวน รวมถึงการก่อการร้ายในประเทศที่อาจได้รับผลกระทบจากสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลางและกลุ่มหัวรุนแรงต่างๆ/p p“สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เสนอกฎหมาย พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์การใช้เสรีภาพในการชุมนุม กำหนดหน้าที่ของผู้รับผิดชอบผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งแนวทางการปฏิบัติการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการชุมนุมตามหลักสากลและภายใต้กรอบกฎหมาย ซึ่งเรื่องนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง โดยขณะนี้กฎหมายอยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐสภาซึ่งจะเข้าสู่วาระที่ 2 และ 3 ในวันที่ 1 พ.ค.นี้” พล.ต.อ.อำนาจกล่าวbr /nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;br /strongยอดคนเจ็บ-ตาย 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ลดลง/strong/p pเรื่องความรุนแรงในพื้นที่ภาคใต้นั้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติพยายามขจัดเงื่อนไขปัจจัยที่แทรกซ้อนที่กลุ่มผู้หลงผิดนำไปใช้สร้างสถานการณ์หรือการแสวงหาแนวร่วมในทุกระดับ ผลการปฏิบัติที่สำคัญในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา พบว่า จากเดิมในห้วงเวลาเดียวกันมีเหตุเกิดขึ้น 496 เหตุ เป็นเหตุเกี่ยวกับการก่อความไม่สงบ 325 เหตุ แต่ในรอบปีนี้เกิดเหตุ 286 เป็นเหตุเกี่ยวกับการก่อความไม่สงบ 132 เหตุ ในภาพรวมเหตุเกิดลดลง การก่อความไม่สงบก็ลดลงเช่นกัน/p pในส่วนประชาชนผู้บาดเจ็บเดิมบาดเจ็บ 201 คน ปัจจุบันในปีนี้มีผู้บาดเจ็บ 127 คน เสียชีวิตเดิม 182 ปัจจุบัน 129 คน ทหารเดิมได้รับบาดเจ็บ 120 คน ปัจจุบัน 36 คน เสียชีวิต 40 คน ปัจจุบัน 4 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจเดิมบาดเจ็บ 43 คน ปัจจุบัน 17 คน เสียชีวิตเดิม 22 คน ปัจจุบัน 4 คน/p pstrongรวบรวมคดีค้ามนุษย์ลงระบบฐานข้อมูล/strong/p pเรื่องการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ แยกคดีออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรก คดีที่เกิดเมื่อปี 2556 ประมาณ 1,400 คดี ปี 2557 ประมาณ 280 คดี ปี 2558 ประมาณ 60 คดี ในกลุ่มคดีทั้งหมดมีการรวบรวมจัดลงระบบฐานข้อมูลสารสนเทศ CMIS เพื่อเป็นแนวทางในการสืบสวนขยายผลหากเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติ สำหรับยุทธศาสตร์การจัดการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการค้าประเวณี ได้เน้นย้ำให้มีการปฏิบัติอย่างจริงจัง และมีผลเป็นที่น่าพอใจ เป้าหมายสำคัญคือจะไม่มีการบังคับค้าประเวณีในลักษณะการค้ามนุษย์ในสถานบริการทั่วประเทศโดยเด็ดขาด ส่วนในเรื่องแรงงานผิดกฎหมาย โดยเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องแรงงานประมงได้มีการบูรณาการร่วมกับกระทรวงแรงงาน โดยจะทำให้แรงงานเหล่านั้นเข้ามาอยู่ในระบบ การเร่งรัดการจดทะเบียน มีการบูรณาการกับหน่วยงาน ตร.ที่เกี่ยวข้อง ทั้ง สตม.และ ปคม.ด้วย ส่วนเรื่องการจัดระเบียบขอทานจะร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีการระดมกวาดล้างเพื่อเข้าไปช่วยเหลือดูแล มีการจัดการให้เป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชน โดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หากเป็นคนไทยจะมีการสนับสนุนสงเคราะห์ช่วยเหลือ หากเป็นต่างด้าวจะมีการดำเนินคดีและผลักดันกลับประเทศ ในส่วนการป้องกันและปราบปรามเรื่องชาวโรฮิงญาซึ่งมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง แม้ว่าข้อเท็จจริงการอพยพย้ายถิ่นของชาวโรฮิงญาจะเป็นในลักษณะที่ผ่านจากประเทศไทยทางด้านชายทะเลเพื่อไปยังประเทศอื่นๆ ต่อไป/p pที่ผ่านมามาตรการการสกัดกั้นได้ผลอย่างน่าพอใจ ในการทำงานเราจะพิจารณาจุดเสี่ยงต่างๆ อย่างเช่น การค้าประเวณี จุดเสี่ยงที่สำคัญคือชายแดนติดกับประเทศลาว ที่ จ.หนองคาย ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ให้ ปคม.ไปจัดการ มีการสืบสวนขยายผลพบว่ามีการนำผู้หญิงจากประเทศลาวเข้ามาทำงานตามสถานบริการและค้าประเวณี ส่วนที่ 2 แรงงานผิดกฎหมาย ส่วนใหญ่มาจากทางพม่าผ่านพรมแดนทางบก ด้าน จ.ตาก เรื่อยมาจนถึง จ.กาญจนบุรี ตร.ได้เจ้าหน้าที่ สตม.ไปดำเนินการ มีผลการจับกุมมีการขยายผลถึงเครือข่ายค้ามนุษย์ ส่วนเรื่องขอทานส่วนใหญ่มาจากประเทศกัมพูชาด้าน จ.สระแก้ว ได้มอบให้กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและเยาวชนดำเนินการ มีการดำเนินการจับกุม สุดท้ายในส่วนของผู้อพยพย้ายถิ่นฐานชาวโรฮิงญา ได้มีการสั่งการและแต่งตั้งคณะทำงาน ได้มีการสั่งการเป็นพิเศษมีการสืบสวนสอบสวนขบวนการค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญา มีการยึดทรัพย์ เรื่องสุดท้ายคือการบูรณาการร่วมกันทำงานกับหน่วยที่เกี่ยวข้อง และได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างดี/p pstrongครึ่งปีคดียาเสพติด 1.5 แสน ยึดยาบ้า 26 ล้านเม็ด/strong/p pพล.ต.อ.พงศพัศกล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีการจัดตั้งศูนย์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ทำหน้าที่กำกับดูแลด้านนโยบาย มาตรการในการดำเนินการ รวมถึงการติดตามประเมินผล และทำงานร่วมกันกับหน่วยงานอื่นอย่างบูรณาการ สำหรับการดำเนินการมีการกำหนดมาตรการสำคัญ 7 ด้าน ได้แก่ 1. การสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด 2. การปราบปรามจับกุมกลุ่มการค้า 3. การหยุดยั้งการแพร่ระบาด 4. การสืบสวนสอบสวนคดียาเสพติด 5. ระบบด้านการข่าว 6. การตรวจสอบยึดและอายัดทรัพย์สอนของขบวนการค้ายาเสพติด และ 7. การดำเนินการกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด/p pสำหรับในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมาสามารถจับกุมยาเสพติด 150,919 คดี ผู้ต้องหา 160,634 คน สามารถตรวจยึดของกลางยาบ้า 26,227,741 เม็ด ไอซ์ 597.26 กก. เฮโรอีน 24.33 กก. กัญชาแห้ง 8,725.74 กก. โคเคน 7.39 กก. กระท่อม 36,778.62 กก. ฝิ่น 236.74 กก. ยาแก้ไอ 606.27 กก. ดำเนินการยึดทรัพย์ผู้ค้ายาเสพติด 1,173 ราย มูลค่าทรัพย์สินที่ยึดได้ 504.07 ล้านบาท ขณะที่การสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันยาเสพติด มีโครงการครู D.A.R.E.เข้ามาเสริมสร้างทักษะชีวิตป้องกันยาเสพติดให้กับนักเรียนชั้น ป.6 จำนวน 11,220 ห้องเรียน มีนักเรียนเข้ารวมโครงการ 287,150 คน/p pstrongพัฒนาศูนย์แจ้งเหตุ 191/strong/p pพล.ต.อ.วรพงษ์กล่าวถึงผลงานการนำเทคโนโลยีมาเพื่อพิทักษ์รับใช้ประชาชนในทุกมิติว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีมาช่วยในการทำงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งระบบ POLIS ที่มีใช้มาอย่างยาวนาน ในรอบ 6 เดือน ได้มีการพัฒนาระบบที่สำคัญ คือ ระบบการพัฒนาศูนย์แจ้งเหตุ 191 ซึ่งมีความสำคัญเป็นบริการขั้นพื้นฐาน เป็นช่องทางที่ให้ประชาชนได้แจ้งเหตุอย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปในที่เกิดเหตุได้อย่างรวดเร็ว ลดทอนความสูญเสียชีวิตของประชาชน ใครอยู่จังหวัดไหนโทร.ติดจังหวัดนั้น และให้ผู้การเป็นผู้ดูแล อีกทั้งทางรัฐบาลได้สนับสนุนงบประมาณให้จ้างคนมาทำหน้าที่รับแจ้งเหตุ โดยขณะนี้มีอัตรากำลังพลที่ทำหน้าที่ตรงนี้เป็นตำรวจ 1,416 นาย บุคคลภายนอกอีก 518 คน แต่ติดปัญหาเรื่องของงบประมาณที่ไม่สามารถจัดจ้างบุคคลภายนอกได้ จึงแก้ปัญหาโดยการใช้ตำรวจทำหน้าที่ไปก่อน ทั้งนี้ เราพัฒนาระบบจนเทียบเท่ามาตรฐานสากล กล่าวคือ เมื่อมีสายเรียกเข้าสามารถรับสายได้ภายใน 4 วินาที ตำรวจสายตรวจสามารถไปถึงที่เกิดเหตุได้ภายใน 5 นาที ในกรณีที่เป็นเขตชุมชน และ 15 นาที นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาระบบสารสนเทศสถานีตำรวจ หรือระบบไครม์ (CRIMES) เข้ามาช่วยในการสืบสวนหาคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว และมีการเชื่อมโยงไปยังข้อมูลของหน่วยงานต่างๆ ทั้งส่วนของตำรวจ และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ส่วนสิ่งที่จะมีการพัฒนาต่อไป คือ ระบบยืนยันตัวบุคคลด้วยใบหน้า (Face Recognition) ของ สตม.ซึ่งจะใช้วิธีการเดียวกับการแท็กเพื่อนในเฟซบุ๊ก หากพบข้อมูลผู้ที่อยู่ในแบล็กลิสต์อยู่ในฐานข้อมูลของ สตม.หรือของทุกหน่วย เมื่อได้ภาพมาใหม่ระบบจะนำมาเปรียบเทียบให้ ซึ่งระบบนี้ได้มีการทดลองแล้ว นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีการเฝ้าระวังผู้บุกรุกซึ่งจะมีการนำมาใช้อย่างต่อเนื่องต่อไป/p pstrongคดีป่าไม้เกือบ 3,000 คดี/strong/p pพล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าวถึงผลงานด้านการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่า ที่ผ่านมาตำรวจได้มีการบูรณาการการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกันการประทำผิดเกี่ยวกับการตัดไม้ทำลายป่า การบุกรุกป่าและที่สาธารณะ การลักลอบค้าสัตว์ป่า และการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งมีผลการจับกุมผู้ต้องหาทำลายป่า 2,758 คดี ผู้ต้องหา 1,622 คน คดีการค้าสัตว์ป่า พันธุ์พืชหวงห้าม 265 คดี ผู้ต้องหา 235 คน คดีการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 108 คดี ผู้ต้องหา 110 คน และคดีบุกรุกป่าและที่สาธารณะ 1,920 คดี ผู้ต้องหา 602 คน/p pnbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;br /nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;/p pnbsp;/p pspan style="color:#ff8c00;"เรียบเรียงจาก /spana href="http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9580000047046"span style="color:#ff8c00;"เว็บไซต์ASTV-ผู้จัดการ/span/a/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/zTJ2HqugyFI" height="1" width="1" alt=""/

เดินอาเซียน: เสียงจากประชาชนส่งท้ายการประชุม ACSC/APF 2015 ที่มาเลเซีย

Sat, 25/04/2015 - 01:49
p!--break--!--break--/p pกิจกรรม "เดินอาเซียน" ในการประชุมภาคประชาสังคมอาเซียนวันสุดท้ายที่มาเลเซียเป็นเจ้าภาพ นับเป็นกิจกรรมส่งท้ายที่ภาคประชาสังคมทั่วอาเซียนประกาศข้อเรียกร้องของพวกเขา รวมไปถึงหลายเรื่องที่พวกเขาแทบไม่สามารถนำเสนอได้ในบ้านเกิด-กระทั่งเป็นเรื่องต้องห้าม ตั้งแต่ สิทธิ LGBT - เรียกร้องปล่อยตัวนักศึกษาพม่า จนถึงผู้ต้องหา ม.112 - ตามหาสมบัด สมพอน จนถึงการตามหา "บิลลี่ พอละจี" - การเรียกร้องประชาธิปไตยในลาวและไทย จนถึงการหารือถึงอนาคตของปาตานี/p p24 เม.ย. 2558 - ในการประชุมภาคประชาสังคมอาเซียน (ACSC/APF 2015) ที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 22 - 24 เม.ย. นั้น เมื่อวันที่ 24 เม.ย. ซึ่งเป็นการจัดงานวันสุดท้ายนั้น ในพิธีปิดของการประชุม ภาคประชาสังคมในอาเซียน 11 ประเทศ ซึ่งรวมถึงผู้เข้าร่วมประชุมจากติมอร์ตะวันออกด้วย ได้ร่วมกัน "เดินอาเซียน" หรือ "ASEAN Walk" จากสถานที่จัดงานคืออาคารพรรคสมาคมชาวจีนแห่งมาเลเซีย (Wisma MCA) มุ่งไปทาง ถนนอังปังใกล้ตึกแฝด KLCC และมีการกล่าวปิดการประชุมที่ลานกว้างริมถนนอัมปัง ย่านใจกลางกรุงกัวลาลัมเปอร์/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm9.staticflickr.com/8768/17253239692_e17a10eaf3_z.jpg" style="width: 560px; height: 374px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm8.staticflickr.com/7608/16632540384_bfb1fe75e2_z.jpg" style="width: 560px; height: 374px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm8.staticflickr.com/7720/17255017995_651bc8bd63_z.jpg" style="width: 560px; height: 374px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm9.staticflickr.com/8729/17068786019_15f5ab9f1d_z.jpg" style="width: 560px; height: 374px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm8.staticflickr.com/7647/17254455731_54d2f29880_z.jpg" style="width: 560px; height: 374px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm8.staticflickr.com/7631/17255018805_8796883443_z.jpg" style="width: 560px; height: 374px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm8.staticflickr.com/7627/17068786309_ed794d3e21_z.jpg" style="width: 560px; height: 374px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm9.staticflickr.com/8687/17253241262_b62ceda594_z.jpg" style="width: 374px; height: 560px;" //p pspan style="color:#ff8c00;"strongขบวน "ASEAN Walk" หลังปิดการประชุมภาคประชาชนสังคมอาเซียน (ASCS/APF 2015) ที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2558/strong/span/p pอย่างไรก็ตาม เนื่องจากการประชุมภาคประชาสังคมอาเซียน ที่มาเลเซียปีนี้ ไม่มีกระบวนการร่างแถลงการณ์ร่วมกันในการประชุมใหญ่ แต่เปลี่ยนเป็นการติดตามข้อเรียกร้องของภาคประชาชนในรอบหลายปีที่ผ่านมาแทน รวมทั้งติดตามกรอบวิสัยทัศน์ 10 ปี ของอาเซียนที่จะเริ่มขึ้นหลังปี 2015 ดังนั้น ในช่วงที่มีกิจกรรม "เดินอาเซียน" หรือ ASEAN Walk กลุ่มประชาสังคม กลุ่มทางสังคมต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่างจึงชูป้ายผ้า และตะโกนคำขวัญที่กลุ่มของพวกเขาต้องการรณรงค์ และส่งเสียงไปยังสังคมอาเซียน เช่น มีผู้ร่วมกันเรียกร้องให้ติดตามคนที่หายสาบสูญอย่าง สมบัด สมพอน นักพัฒนาอาวุโสชาวลาว สมชาย นีละไพจิตร ทนายด้านสิทธิมนุษยชนจากประเทศไทย และเรียกร้องให้ปล่อยตัว สมยศ พฤกษาเกษมสุข นักสิทธิแรงงานชาวไทย ที่ถูกตัดสินจำคุกคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ/p pนอกจากนี้ชาวกะเหรี่ยงจากลุ่มน้ำแก่งกระจาน ที่มาร่วมกิจกรรมวันสุดท้ายดังกล่าว ยังเชิญชวนผู้ที่ร่วมเดินอาเซียนจากประเทศต่างๆ ติดป้ายชื่อ "บิลลี่" ที่หน้าอกเสื้อ เพื่อสื่อถึง "บิลลี่" พอละจี รักจงเจริญ นักต่อสู้เพื่อสิทธิชุมชนแห่งลุ่มน้ำแก่งกระจาน ที่หายตัวไปครบรอบ 1 ปีด้วย/p pนอกจากนี้มีชาวมาเลเซียถือป้ายต่อต้านการบังคับใช้ภาษีสินค้าและบริการ หรือ GST ที่ประกาศใช้อัตราใหม่ร้อยละ 6 ทำให้ราคาสินค้าในมาเลเซียเพิ่มสูงขึ้น ป้ายต่อต้านโทษประหารชีวิต ขณะที่ป้ายผ้าที่ผู้เข้าร่วมชาวไทยได้เตรียมไว้ให้ผู้เข้าร่วมจากประเทศต่างๆ เขียนข้อความลงในป้ายผ้าก็ปรากฏข้อความหลากหลายตั้งแต่การเรียกร้องประชาธิปไตยในไทย สนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศ เสรีภาพของกลุ่มความหลากหลายทางเพศ ต่อต้านการสร้างเขื่อน ฯลฯ/p div p style="text-align: center;"nbsp;/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm8.staticflickr.com/7616/17050300787_8d8a09d20f_z.jpg" style="width: 560px; height: 374px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm8.staticflickr.com/7711/16632541904_da9c02fe9c_z.jpg" style="width: 374px; height: 560px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm8.staticflickr.com/7651/16634793103_653debc4da_z.jpg" style="width: 560px; height: 374px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm8.staticflickr.com/7691/17068786419_99539c8bb6_z.jpg" style="width: 560px; height: 374px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm8.staticflickr.com/7594/17068787079_0a37f30b44_z.jpg" style="width: 374px; height: 560px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm8.staticflickr.com/7626/17229032336_2af0f6d8a9_z.jpg" style="width: 560px; height: 374px;" //p pstrong style="color: rgb(255, 140, 0);"ขบวน "ASEAN Walk" หลังปิดการประชุมภาคประชาชนสังคมอาเซียน (ASCS/APF 2015) ที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2558/strong/p /div pด้านนักศึกษาพม่าที่มาร่วมงานประชาสังคมอาเซียน ได้เชิญชวนให้ผู้เข้าร่วมการเดินจากประเทศต่างๆ ร่วมกันตะโกนคำขวัญ "ปล่อยนักศึกษาพม่า" เพื่อเรียกร้องให้ทางการพม่าปล่อยตัวนักศึกษาที่ถูกจับกุม หลังตำรวจพม่าสลายการชุมนุมของกลุ่มนักศึกษาที่เรียกร้องให้แก้ไขกฎหมายการศึกษาฉบับใหม่ที่มีผลลิดรอนสิทธิการรวมกลุ่มของนักศึกษา และเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการศึกษาในพม่า/p pเช่นเดียวกับนักศึกษาจากปาตานี ได้ตะโกนคำขวัญ "Free Patani" และป้ายผ้าสนับสนุนให้ชาวปาตานี มีสิทธิในการกำหนดใจตนเองหรือ "Self-determination"/p pขณะที่เครือข่ายแรงงานจากกัมพูชาได้ตะโกนคำขวัญปกป้องสิทธิแรงงานข้ามชาติ และตะโกนคำขวัญ "ไชโย กัมพูชา" "ไชโย ภาคประชาชนอาเซียน" "ไชโย ประชาธิปไตย" เพื่อให้กำลังใจภาคประชาสังคมกลุ่มต่างๆ ที่ร่วมกันเดินรณรงค์/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm9.staticflickr.com/8761/17254456341_6edc745967_z.jpg" style="width: 560px; height: 374px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm8.staticflickr.com/7699/17067241648_072e2a8fe9_z.jpg" style="width: 560px; height: 374px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm8.staticflickr.com/7672/17255019115_e1c24a58a9_z.jpg" style="width: 560px; height: 374px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm9.staticflickr.com/8760/17229032786_f2899e0777_z.jpg" style="width: 560px; height: 374px;" //p p style="text-align: center;"nbsp;/p p style="text-align: center;"nbsp;/p p style="text-align: center;"nbsp;/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm9.staticflickr.com/8703/17069905050_77fc01ae1b_c.jpg" style="height: 560px; width: 374px;" //p pstrong style="color: rgb(255, 140, 0);"ขบวน "ASEAN Walk" หลังปิดการประชุมภาคประชาชนสังคมอาเซียน (ASCS/APF 2015) ที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2558/strong/p pในส่วนของเจ้าภาพมาเลเซีย เป็นผู้ตั้งขบวนหน้าสุด นำขบวนโดย มาเรีย ชิน อับดุลลาห์ คณะกรรมการจัดงานอาเซียนภาคประชาชน (ACSC/APF 2015) และประธานแนวร่วมเพื่อการเลือกตั้งที่สะอาดและเป็นธรรม (Bersih 2.0) ซึ่งรณรงค์ให้มีการปฏิรูประบบการเลือกตั้งมาเลเซีย นอกจากนี้มีคณะกรรมการจัดการประชุมอาเซียนภาคประชาชนร่วมเดินด้วย นอกจากนี้มีเครือข่ายปกป้องแม่น้ำซาราวัก จากรัฐซาราวัก ประเทศมาเลเซีย ได้ประกาศต่อต้านโครงการสร้างเขื่อนในรัฐซาราวัก มีการถือป้ายกระดาษ เขียนข้อความ "หยุดตัดสินใจแทนพวกเรา" ทั้งนี้ประชากรในรัฐบนเกาะบอร์เนียว ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันออกของมาเลเซีย เกรงว่าชาวบ้านที่เป็นชนเผ่าพื้นเมืองซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่ก่อสร้างเขื่อนจะได้รับผลกระทบต่อการดำรงชีวิต/p pขณะเดียวกันนักศึกษามาเลเซีย นักกิจกรรมแรงงาน และผู้สนับสนุนพรรคสังคมนิยมมาเลเซีย (PSM) ได้ถือป้ายต่อต้านรัฐบาลทหารในไทย และตะโกนคำขวัญขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา/p pนอกจากนี้กิจกรรมเดินอาเซียน ยังเปิดโอกาสให้กลุ่มทางสังคมที่ไม่สามารถทำกิจกรรมได้ภายในประเทศได้ส่งเสียงของพวกเขา โดยนักกิจกรรมพลัดถิ่นชาวลาว ได้ชูธงชาติลาวสมัยรัฐบาลราชอาณาจักรลาว โดยพวกเขาได้ตะโกนคำขวัญเรียกร้องให้ลาวมีประชาธิปไตย ไม่เอาเขื่อนในแม่น้ำโขง และตามหาสมบัด สมพอน นักพัฒนาชาวลาวที่หายตัวไปกว่า 2 ปี/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm8.staticflickr.com/7601/17253241072_0f77c930f6_z.jpg" style="width: 560px; height: 374px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm8.staticflickr.com/7663/17067241018_6cebaf45ca_z.jpg" style="width: 560px; height: 374px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm9.staticflickr.com/8796/17255020075_a78be16d01_z.jpg" style="width: 374px; height: 560px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm8.staticflickr.com/7711/17068786519_b4c06fc760_z.jpg" style="width: 560px; height: 374px;" //p pstrong style="color: rgb(255, 140, 0);"ขบวน "ASEAN Walk" หลังปิดการประชุมภาคประชาชนสังคมอาเซียน (ASCS/APF 2015) ที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2558/strong/p pเช่นเดียวกับกลุ่มรณรงค์สิทธิ LGBT ในนาม ASEAN SOGIE Caucus หรือ คณะประชุมเพื่อสิทธิมนุษยชนในการส่งเสริมสิทธิความหลากหลายทางเพศ อัตลักษณ์ทางเพศ และการแสดงออกทางเพศ ได้เดินรณรงค์สิทธิทางเพศเช่นกัน นอกจากนี้ในระหว่างการเดินขบวน พวกเขายังได้เชิญชวนกลุ่มประชาสังคมจากประเทศต่างๆ มาประกาศข้อเรียกร้องของแต่ละกลุ่มในการเดินขบวนของพวกเขาด้วย/p pสำหรับพิธีปิดการประชุมภาคประชาสังคมอาเซียน (ASCS/APF 2015) ได้เชิญผู้แทนเยาวชนจากสภาเยาวชนติมอร์ตะวันออก มาเรีย ฟิโลเมนา ซัวเรส อลอรันเตส และ เอเคพี ม็อคตัน รองเลขาธิการสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน เป็นหนึ่งในผู้กล่าวปิดงาน/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/Ux_p-NAYKKE" height="1" width="1" alt=""/

รายการคืนความสุข 'ประยุทธ์' ขอคนไทยอย่ากังวล ม.44

Fri, 24/04/2015 - 22:09
divรายการคืนความสุข พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันว่ามาตรา 44 เป็นเพียงเครื่องมือที่อำนวยความสะดวกในการแก้ปัญหา พร้อมกับเรียกร้องให้ประชาชน "อย่ากังวล" กับการใช้มาตรา 44 ให้มากนัก/div p!--break--!--break--/p divnbsp;/div div style="text-align: center;"img alt="" src="http://news.thaipbs.or.th/sites/default/files/imagecache/top_picture/news24042015/290403-imagejpeg-453082.jpg" style="width: 538px; height: 305px;" //div divnbsp;/div div24 เม.ย. 2558 เว็บไซต์ Thai PBS รายงานว่าในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุว่าเรื่องการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวในการแก้ปัญหาเร่งด่วนต่างๆ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาเรื่องการทำประมงผิดกฎหมาย IUU ซึ่งส่งผลให้คณะกรรมาธิการยุโรปตัดสินใจให้ "ใบเหลือง" ประเทศไทยเพื่อส่งสัญญาณเตือนให้ไทยเร่งแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง ซึ่งนายกฯ ยืนยันว่ามาตรา 44 เป็นเพียงเครื่องมือที่อำนวยความสะดวกในการแก้ปัญหา พร้อมกับเรียกร้องให้ประชาชน "อย่ากังวล" กับการใช้มาตรา 44 ให้มากนัก/div divnbsp;/div divรัฐบาลยกเลิกการใช้กฎอัยการศึกเมื่อวันที่ 1 เม.ย.2558 โดยให้นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวแทน ซึ่งบางกลุ่มมองว่าเป็นการให้อำนาจทหารอย่างกว้างขวางมากกว่าเดิม แต่นายกฯ ได้ยืนยันมาโดยตลอดว่าจะให้อำนาจตามมาตรา 44 อย่างสร้างสรรค์ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ใช้มาตรา 44 ในการแก้ปัญหาเร่งด่วน เช่น การตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการบินของไทยไม่ผ่านมาตรฐานขององค์การการบินระหว่างประเทศ (ICAO) การโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในกระทรวงศึกษาธิการเพื่อแก้ปัญหาการบริหารงานในกระทรวงและคณะกรรมการที่สำคัญ และล่าสุดเตรียมการที่จะใช้มาตรา 44 เพื่อแก้ไขปัญหาการจัดการการทำประมงผิดกฎหมาย ภายหลังจากที่อียูให้ใบเหลืองไทยเนื่องจากเห็นว่าไทยยังมีมาตรการที่ไม่ดีพอในการแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (Illegal, unreported and unregulated fishing หรือ IUU)/div divnbsp;/div divทั้งนี้นายกฯ ได้แจกแจงเรื่องการใช้มาตรา 44 ว่าการแก้ปัญหา IUU ถือว่าเป็นวาระแห่งชาติ nbsp;โดยมีการใช้มาตรา 44 เพื่อบูรณาการการแก้ปัญหาเท่านั้น รัฐบาล คสช.เข้ามาโดยที่รู้ว่ามีปัญหานี้อยู่แล้ว พอยกเลิกกฎอัยการศึกไปก็มีมาตรา 44 มาใช้แทน ซึ่งก็คือกฎอัยการศึกเดิมที่เอามาใช้บางข้อเพื่อให้เกิดการบูรณาการ เพื่อรวบทุกอย่างให้ทำได้โดยเร็ว ไม่ติดขัดและนำไปสู่การปฏิบัติได้เลย แต่ในระยะยาวต้องใช้กฎหมายในการดำเนินการไม่ใช่เอามาตรา 44 ไปแก้ทุกเรื่อง เอามาตรา 44 ไปแก้ไขปัญหามะนาวแพง แก้ปัญหาเศรษฐกิจ หรือปัญหา ICAO ลดระดับมาตรฐานการบินไม่ได้ ปัญหาเหล่านี้ต้องแก้ทั้งระบบ มาตรา 44 เป็นการอำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่ทหารไปช่วย/div divnbsp;/div divส่วนเรื่องที่อียูให้ใบเหลืองไทยเรื่องการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายนั้น ประเทศไทยต้องยอมรับ โทษใครไม่ได้ และต้องแก้ไขให้ได้ซึ่งรัฐบาลนี้พยายามแก้เต็มที่ โดยใช้มาตรา 44 เพื่อให้ทำงานได้ แต่ไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะแก้ไขได้เสร็จภายใน 6 เดือน ขณะนี้ยังมีเรือประมงมาขึ้นทะเบียนไม่ครบ ผู้ประกอบการยังจ้างแรงงานโดยไม่ถูกกฎหมาย การแก้ปัญหาเรื่องนี้จึงต้องขึ้นอยู่กับการร่วมมือของทุกฝ่าย และยังขึ้นอยู่กับการประเมินของคนอื่น/div divnbsp;/div divการที่อียูให้ใบเหลืองเป็นเรื่องที่คาดการณ์ไว้อยู่แล้ว เพราะไทยมีปัญหามาก ลำพังแค่การจดทะเบียนเรือประมงอย่างเดียวก็ใช้เวลามากแล้ว การที่อียูให้เวลาเพียงไม่กี่เดือนจึงไม่น่าจะแก้ปัญหาได้หมด อย่างไรก็ตาม ต่อไปนี้จะให้มีการตั้งศูนย์ต่างๆ ตามท่าเรือต่างๆ ให้มีทหารตำรวจไปเฝ้าเรือเข้า-ออกท่า ถ้าออกไปแล้วไม่กลับ ไม่รายงาน ลูกเรืออยู่ไหนไม่รู้ ถือเป็นความผิด นอกจากนี้ยังต้องมีการแก้ไขกฎหมายประมง กำหนดให้มีการติดตั้ง GPS และ VMS เพื่อติดตามตำแหน่งของเรือ รวมถึงการจัดตั้งศูนย์ควบคุมประมงชายฝั่ง ซึ่่งถ้ารอกฎหมายปกติจะดำเนินการไม่ได้ เพราะฉะนั้นจึงต้องใช้มาตรา 44 ไปทำเมื่อตั้งศูนย์ฯ ได้แล้วก็ใช้กฎหมายปกติดำเนินการกับผู้กระทำความผิด/div divnbsp;/div divนายกฯ กล่าวว่ากรณีของการให้ใบเหลืองนั้น ไม่ควรมองว่าอียูมาจับผิดประเทศไทย เพราะเป็นมาตรการที่เขาใช้กับทุกประเทศ แต่ยอมรับว่าเป็นมาตรการที่หนักพอสมควร ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะปัญหาไม่ได้รับการแก้ไขมานาน ทั้งนี้ระหว่างการไปประชุมที่ประเทศอินโดนีเซียได้หารือกับประธานาธิบดีอินโดนีเซียในเรื่องนี้ซึ่งผู้นำอินโดนีเซียก็ยินดีสนับสนุนไทยในการแก้ปัญหาภาพรวมของการประมงอาเซียน รวมทั้งหารือถึงเรื่องเรือประมงไทยที่ไปทำความผิดอยู่ที่อินโดนีเซียว่าจะนำกลับมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้อย่างไร/div divnbsp;/div div"มาตรา 44 อย่าไปกังวลกันมากนักเลย สนใจอยู่นั้นแหละพอเลิกกฎอัยการศึกก็มา 44 อีกแล้ว จาก 44 จะไปอะไรอีกล่ะ รู้สึกมันไม่ไว้ใจกันเลยนะ" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว/div divnbsp;/div divการปรับย้ายข้าราชการส่วนใหญ่เป็นไปตามวาระคือเดือนเมษายนและตุลาคม แต่สำหรับข้าราชการที่มีคดีผิดกฎหมายหรือพบว่าทุจริตก็ต้องเอาออกจากหน้าที่ตรงนั้นก่อน ซึ่งการเอาออกจากหน้าที่นั้นค่อนข้างยากเพราะมีกฎหมายของ กพ.อยู่ จึงต้องใช้มาตรา 44 มาอำนวยความสะดวกให้การสอบสวนเป็นไปอย่างรวดเร็ว สะดวก เจ้าหน้าที่ไม่อึดอัด ดังนั้นจึงไม่ใช่การเอามาตรา 44 มาปราบโกง แต่เอามาใช้เพื่ออำนวยความสะดวก ส่วนการปราบโกงนั้นให้ใช้กฎหมายปกติ/div divnbsp;/div divส่วนการการสร้างความปรองดองนั้น นายกฯ กล่าวว่าใช้มาตรา 44 มาสร้างความปรองดองไม่ได้เพราะเป็นเรื่องของความยินยอมของแต่ละคน/div divnbsp;/div div"ฝ่ายที่ขัดแย้งกันจะยอมรับการปรองดอง คือพูดจากัน เลิกทะเลาะกัน ไม่ใช้กำลังต่อกันหรือไม่ แต่ถ้ามีความผิดอยู่แล้ว จะให้เอามาตรา 44 ไปแก้ให้ปรองดอง ให้เลิกกัน ให้ยกโทษความผิด ผมทำให้ไม่ได้ เข้าใจซะด้วยนะ เขาเรียกว่าถ้าใช้แบบนั้นเป็นการใช้มาตรา 44 ในทางที่ผิดนะ" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว/div divnbsp;/div divนายกฯ ได้กล่าวถึงการออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 6 และ 7/2558 เรื่องการปรับเปลี่่ยนผู้บริหารและคณะกรรมการชุดต่างๆ ในกระทรวงศึกษาธิการว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ปัญหาในกระทรวงจึงต้องปรับเปลี่ยนองค์กร ผู้ปฏิบัติงาน ผู้บริหารงาน และดูแลทุกอย่างให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยโดยตั้งคณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษา (Super Board) เพื่อมาช่วยขับเคลื่อนงานด้านการศึกษา ประกอบด้วยผู้มีความรู้ในเชิงบริหารและทางการศึกษามาพูดคุยและให้คำแนะนำ/div divnbsp;/div divพล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่าตนติดตามฟังสมาชิกสปช.ให้ความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญทุกวัน และย้ำให้ทุกฝ่ายช่วยทำให้รัฐธรรมนูญเป็นรัฐธรรมนูญเพื่อการปฏิรูป ถ้ารัฐธรรมนูญเป็นสากลอย่างเดียวหรือเป็นแบบเดิมจะปฏิรูปได้หรือไม่ อยากให้มีการฟังความเห็นจากหลายฝ่ายรวมทั้งจากต่างประเทศด้วย เพราะที่ผ่านมาเป็นการคิดกันเอง เถียงกันเอง ทะเลาะกันเองมาตลอด เลียนแบบเขาบ้าง ไม่ใช่คิดเองทำเอง แล้วทะเลาะกันเองอยู่แค่นี้/div divnbsp;/div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/l6ogfoXwUyc" height="1" width="1" alt=""/

'บวรศักดิ์' ยังกั๊กเลื่อนเลือกตั้ง-ทำประชามติ รธน.

Fri, 24/04/2015 - 21:59
div'บวรศักดิ์' ไม่ยอมรับหรือปฏิเสธชัดเจนถึงข้อเสนอการเลื่อนเลือกตั้งและการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญของพรรคประชาธิปัตย์และเพื่อไทย ด้าน 'วิษณุ' ชี้เนื้อหาร่าง รธน.ยาวเกินไป หากจะเลื่อนเลือกตั้งต้องแก้รัฐธรรมนูญ/div p!--break--!--break--/p divnbsp;/div div24 เม.ย. 2558 a href="http://news.thaipbs.or.th/content/%E0%B8%9A%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B9%8C-%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87-%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%B4-%E0%B8%A3%E0%B8%98%E0%B8%99"เว็บไซต์ Thai PBS/a รายงานว่านายบวรศักดิ์ nbsp;อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวยืนยันถึงการทำหน้าที่่ตามขั้นตอนที่รัฐธรรมนูญชั่วคราวกำหนดไว้และเป็นไปตามโรดแมปของ คสช. ซึ่งหากจะมีการปรับเปลี่ยนต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว และย้ำว่าหากเห็นว่าเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญมีข้อบกพร่อง ก็ขอให้สะท้อนความเห็นเข้ามาประกอบการพิจารณาและดำเนินการปรับแก้ต่อไป โดยไม่ตอบรับหรือปฏิเสธข้อเสนอต่อกรณีการเลื่อนการเลือกตั้งออกไป/div divnbsp;/div div"กมธ.ยกร่างฯ และ สปช.มีหน้าที่ต้องทำตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว ซึ่งเป็นโรดแมปที่เขียนอยุ่ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ว่าวันที่ 23 ก.ค.นี้ ต้องเสนอร่างสุดท้ายต่อ สปช. และ 6 ส.ค. สปช.ต้องลงมติ สปช.จะรับหรือไม่รับเป็นอำนาจของ สปช." นายบวรศักดิ์ ระบุ/div divnbsp;/div divขณะที่นายอลงกรณ์ พลบุตร เลขานุการ วิป สปช. ระบุชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยกับการเลื่อนการเลือกตั้งออกไป โดยเห็นว่าเป็นผลเสียมากกว่าผลดี จึงควรเดินตามโรดแมปเพื่อให้บ้านเมืองคืนสู่ครรลองประชาธิปไตย/div divnbsp;/div div"ข้อเสนอดังกล่าวอาจเป็นข้อเสนอเชิงประชดประชัน ผมเห็นว่าการทำให้ประเทศชาติสงบเป็นพื้นฐานสำคัญของการทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปหรือการเลือกตั้งที่จะมาถึง ผู้ที่เสนออันได้แก่ บรรดาพรรรคการเมืองใหญ่อย่างน้อย 2 พรรค nbsp;กลุ่มการเมืองใหญ่ 2 กลุ่ม มีบทบาทสำคัญในการทำให้เรื่องนี้เป็นจริง" นายอลงกรณ์กล่าว/div divnbsp;/div divทั้งนี้นายบวรศักดิ์จะลงนามในหนังสือพร้อมแนบร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกส่งถึง คสช. ครม. สนช. พรรคการเมือง และสื่อมวลชนในวันที่ 26 เมษายนนี้ เพื่อขอความเห็นจากทุกฝ่ายว่าข้อบัญญํติใดของร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นปัญหา หากคงไว้จะเกิดความวุ่นวายเพื่อสรุปรวมประกอบการทบทวนปรับปรุงแก้ไขในช่วง 60 วันสุดท้ายของการยกร่างรัฐธรรมนูญ และในระหว่างวันที่ วันที่ 1 - 6 มิถุนายนนี้ กรรมาธิการยกร่างฯ จะเชิญทุกกลุ่มที่เกี่ยวข้อง ทั้ง คสช. สนช. พรรคการเมือง เข้าให้ความเห็นอย่างเป็นทางการอีกด้วย/div divnbsp;/div divสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) อภิปรายเสนอแนะและขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกถึงภาคที่ 4 เรื่องการปฏิรูปและการสร้างความปรองดองแล้ว ยังคงเหลือบทเฉพาะกาล ซึ่งเป็นส่วนสุดท้ายของร่างรัฐธรรมนูญทั้งหมด และยังคงเหลือกรอบเวลาในการพิจารณาอภิปรายอีก 2 วัน ถึงวันที่ 26 เมษายนนี้ วิป สปช.ยืนยันว่าจะบริหารจัดการเวลาให้สามารถปิดการอภิปรายได้ในเวลา 21.00 น. ของวันที่ 26 เมษายนนี้/div divnbsp;/div divnbsp;/div divstrong'วิษณุ' ชี้เนื้อหาร่าง รธน.ยาวเกินไป/strong/div divnbsp;/div diva href="http://www.tnamcot.com/169732"ด้านสำนักข่าวไทย/aรายงานว่านายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้รายงานพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถึงความคืบหน้าที่จะเชิญผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศมาเล่าประสบการณ์การแก้ปัญหาวิกฤติการเมืองในประเทศ nbsp;โดยล่าสุดได้ข้อสรุปที่จะเชิญผู้แทนจากประเทศฝรั่งเศสและเยอรมันนี มาประมาณ 3-4 คน ระหว่างนี้รอการตอบรับบุคคลและนักวิชาการที่จะมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ภายในเดือนพฤษภาคม ซึ่งความจริงแล้วมีหลายประเทศที่อยู่ในความสนใจเชิญมาเล่าประสบการณ์แต่ติดเงื่อนไขห่วงเวลาที่จำกัด/div divnbsp;/div divรองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าสำหรับการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในส่วนของ ครม. ซึ่งตนมีส่วนรับผิดชอบ และในส่วนของ คสช. ได้มีการหารือในรายละเอียดเกี่ยวกับเนื้อหาในขั้นต้นแล้ว และได้ข้อสรุปว่าจะต้องหารือกันอีกครั้งเพื่อให้ได้ข้อสรุปร่วมกัน ผนึกความเห็นของ ครม.และ คสช. ร่วมกัน ยื่นต่อกรรมาธิการยกร่างฯ เพื่อให้ข้อเสนอแนะมีน้ำหนักมากขึ้น/div divnbsp;/div div“ร่างรัฐธรรมนูญ ที่ กรรมาธิการยกร่างฯ มา 315 มาตรา นั้น จำนวนมาตราไม่ใช่ประเด็นหลัก แต่ความสำคัญอยู่ที่เนื้อหา ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีจำนวนมาตรามากเกินไป สามารถที่จะตัดทอนเนื้อหาบางส่วนออกได้ 20-30 มาตราซึ่งจะเสนอต่อกรรมาธิการยกร่างฯ ต่อไป nbsp;โดยนำส่วนที่ตัดออกไปเขียนไว้ใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญแทนได้ เช่น รัฐธรรมนูญที่ประเทศอินเดีย มีมาตราน้อย แต่เนื้อหาในบางมาตรามีมากถึง 5 หน้า” นายวิษณุ กล่าว/div divnbsp;/div divต่อข้อถามว่าพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้มีการทำประชามติ และยอมให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไป nbsp;นายวิษณุ กล่าวว่า พร้อมรับฟังข้อเสนอ แต่ยังไม่ตัดสินใจ ในขณะนี้ เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน หากรัฐบาลตัดสินใจทำประชามติ ทำให้การเลือกตั้งเลื่อนออกไป nbsp;ก็จะมีกลุ่มการเมืองออกมาแสดงความคิดเห็นตำหนิรัฐบาล ว่าไม่เดินตามโรดแมปที่สัญญาไว้กับประชาชน/div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/eXGN8y2pfQM" height="1" width="1" alt=""/

แกนนำ น.ศ.ฮ่องกง เล็งจัดชุมนุมใหญ่อีก หลังมีการเปิดแผนปฏิรูปเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ

Fri, 24/04/2015 - 18:11
pหลังจากเมื่อปีที่แล้วประชาชนส่วนหนึ่งในฮ่องกงพากันประท้วงใหญ่เป็นเวลาหลายเดือนเพื่อต่อต้านแผนการเลือกตั้งจากทางการจีนที่ไม่ได้ให้เสรีกับการลงสมัคร ล่าสุดทางการฮ่องกงเผยแผนเลือกตั้งใหม่แต่ก็ยังผูกติดอยู่กับทางการกลางจีน ทำให้แกนนำ น.ศ. โจชัว หว่อง เผยว่าอาจจะมีการประท้วง "ยึดครองย่านใจกลาง" อีกครั้ง/p p!--break--!--break--/p p24 เม.ย. 2558 รัฐบาลเขตบริหารพิเศษฮ่องกงเปิดเผยแผนปฏิรูปการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 เม.ย. ที่ผ่านมาโดยจะมีการให้โหวตข้อเสนอปฏิรูปดังกล่าวผ่านสภาภายในช่วงกลางปีนี้ ซึ่งในปีที่แล้วแผนจัดการเลือกตั้งจากทางการจีนทำให้เกิดการประท้วงใหญ่ "ออคคิวพายเซ็นทรัล" หรือ "ยึดครองย่านใจกลาง" ในย่านต่างๆ ของฮ่องกงเป็นเวลาหลายเดือนเนื่องจากไม่พอใจที่ทางการจีนต้องการคัดเลือกผู้ลงสมัครให้/p pแชนนอน เทียซซี ผู้เขียนบทวิเคราะห์ในเดอะพิลโพลแมตระบุว่าข้อเสนอปฏิรูปใหม่นี้ระบุให้การเลือกตั้งผู้ว่าการฮ่องกงที่จะมีขึ้นในปี 2560 เป็นไปโดยผู้ลงสมัครชิงชัยในการเลือกตั้งทั้งหมด 3 คนจะต้องได้รับการรับรองจากคณะกรรมการประจําสภาประชาชนแห่งชาติ (NPCSC) อย่างน้อยครึ่งหนึ่งจากคณะกรรมการทั้งหมด 1,200 คน ซึ่งนักวิจารณ์มองว่าคณะกรรมการเหล่านี้จะคัดเลือกแต่เฉพาะผู้ลงสมัครที่เข้าข้างทางการกลางของจีนมากกว่าผู้ลงสมัครที่มีลักษณะสนับสนุนประชาธิปไตย/p pก่อนหน้านี้คณะกรรมการจากทางการจีนจะเป็นผู้ลงคะแนนโหวตเพื่อแต่งตั้งผู้นำเขตบริหารพิเศษฮ่องกงซึ่งเป็นพื้นที่ๆ กลับเป็นส่วนหนึ่งของจีนในปี 2540 โดยมีข้อตกลงร่วมกับอังกฤษซึ่งเป็นอดีตเจ้าอาณานิคมของเกาะนี้ให้ฮ่องกงมีอิสระในการบริหารและมีสิทธิเสรีภาพมากกว่าเมื่อเทียบกับส่วนอื่นๆ ของจีน/p pขณะที่เหลียงชุนอิง ผู้ว่าการเกาะฮ่องกงกล่าวว่าข้อเสนอนี้เป็น "ก้าวสำคัญในการส่งเสริมการพัฒนาประชาธิปไตยในฮ่องกง" แต่กลุ่ม ส.ส.ที่สนับสนุนประชาธิปไตยพากันประท้วงคัดค้านแผนการปฏิรูปด้วยการเดินออกจากห้องประชุมนำเสนอแผนการ/p pบทบรรณาธิการของสื่อเซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์ระบุว่า สิ่งที่จะทำให้ประชาธิปไตยฮ่องกงก้าวหน้าได้ต้องมีการเลือกตั้งแบบหนึ่งคนหนึ่งเสียงรวมถึงมีการสนับสนุนจากฝ่ายประชาธิปไตยด้วย แต่ข้อเสนอล่าสุดนี้กลับดูเหมือนเป็นแผนการแบบเดิมของทางการจีน/p pอย่างไรก็ตาม ร่างข้อเสนอปฏิรูปดังกล่าวยังต้องการคะแนนเสียงสนับสนุนจาก ส.ส.เพิ่มเติมอย่างน้อย 4 เสียงเพื่อให้มีคะแนนเสียง 2 ใน 3 ถึงจะมีการรับรองข้อเสนอ บทวิเคราะห์ในเดอะดิพโพลแมตระบุว่าถ้าหากกลุ่ม ส.ส.หนุนประชาธิปไตย 27 คนโหวตต้านข้อเสนอนี้ตามที่วางแผนเอาไว้ก็อาจจะทำให้การเลือกผู้นำคนต่อไปของฮ่องกงในปี 2560 กลับไปเป็นแบบแต่งตั้งโดยคณะกรรมการ/p pแต่ผู้คนจำนวนมากก็ไม่เชื่อว่าการยอมรับการปฏิรูประบบเลือกตั้งฮ่องกงโดยทางการจีนจะดีไปกว่าการไม่ได้เลือกอะไรเลย โดยผลโพลล์บนเว็บไซต์ของเซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์ซึ่งจัดทำตั้งแต่ปีที่แล้วระบุว่าร้อยละ 90 ของผู้ตอบแบบสอบถามไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอปฏิรูปที่ให้อำนาจการคัดเลือกผู้สมัครโดยทางการจีน/p pทั้งนี้ ยังมีผู้ประท้วงอีกหลายร้อยคนรวมตัวกันหน้าสภา พวกเขาพากันโบกธงชาติจีนเพื่อแสดงการสนับสนุนข้อเสนอปฏิรูปดังกล่าวโดยบอกว่าเป็นการทำให้ฮ่องกงก้าวต่อไปข้างหน้า ขณะที่ผู้ประท้วงอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งมีขนาดเล็กกว่าพากันถือร่มสีเหลืองซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของขบวนการประชาธิปไตยในฮ่องกง พวกเขาพากันเรียกร้องให้มี "การเลือกตั้งที่ทั่วถึงอย่างแท้จริง" ซึ่งหมายความว่าพวกเขาไม่ต้องการให้คณะกรรมการจากทางการกลางคัดเลือกผู้แทนให้แต่ต้องการให้มีสิทธิในการเสนอชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งและมีการลงคะแนนโดยเสรี อีกทั้งยังเรียกร้องให้เหลียงชุนอิงลาออกจากตำแหน่ง/p pกลุ่มผู้ประท้วงฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตยให้สัมภาษณ์ต่อสื่ออัลจาซีราว่าพวกเขาวางแผนจะจัดชุมนุมอีกในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ โดยโจชัว หว่อง ผู้นำกลุ่มนักเรียนนักศึกษาในฮ่องกงกล่าวว่าอาจจะมีการประท้วง "ยึดครองย่านใจกลาง" อีกครั้งแบบเดียวกับการประท้วงในปีที่แล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้กลุ่มสนับสนุนประชาธิปไตยบอกว่าการเลือกตั้งที่มีการจัดหาผู้ลงสมัครโดยทางการจีนเป็น "ประชาธิปไตยเทียม"/p pnbsp;/p pstrongเรียบเรียงจาก/strong/p pHong Kong election candidates to be screened, Aljazeera, 22-04-2015br /a href="http://www.aljazeera.com/news/2015/04/hong-kong-electoral-reform-150422042614835.html"http://www.aljazeera.com/news/2015/04/hong-kong-electoral-reform-150422042614835.html/a/p pHong Kong's Election Reform Plan Sparks Debate, Protests, The Diplomat, 23-04-2015br /a href="http://thediplomat.com/2015/04/hong-kongs-election-reform-plan-sparks-debate-protests/"http://thediplomat.com/2015/04/hong-kongs-election-reform-plan-sparks-debate-protests//a/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/1fZ9aO8rn3M" height="1" width="1" alt=""/

คอลิด มิดำ

Fri, 24/04/2015 - 17:09
div class="field field-type-filefield field-field-picture-small" div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/quote/2015/04/58963" class="imagecache imagecache-100x100pixel_news_icon imagecache-linked imagecache-100x100pixel_news_icon_linked"img src="http://prachatai.org/sites/default/files/imagecache/100x100pixel_news_icon/files/picturesmall/a1_106.jpg" alt="" title="" width="100" height="100" class="imagecache imagecache-100x100pixel_news_icon"//a /div /div /div p“มันแย่ตรงที่ว่าเราเป็นสถาบันการศึกษา สถาบันอุดมศึกษา แล้วเราไม่ให้เด็กคิด เรามาตัดสินแทนเด็กว่า อันนี้ดีอันนี้ไม่ดี เข้ามาใช้อำนาจแบบนี้ เข้ามาข่มขู่ให้กลัว ตอนนี้มันเกิดความกลัวจริงๆ ขนาดที่ว่าเด็กก็ไม่กล้าพูด เราก็ไม่กล้าที่จะกระโตกกระตากอะไร อาจารย์ที่โดนก็ไม่กล้าที่จะพูดอะไร ทุกคนต้องสงบปากสงบคำ ทั้งที่เหตุการณ์นี้มันผิดปกติ”/p div class="field field-type-text field-field-quote-detail" div class="field-items" div class="field-item odd" อาจารย์คณะดนตรีและการแสดง ม.บูรพา กล่าวกรณีทหารสั่งงดฉายหนังของนักศึกษา /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/cN2E-Uh_-jw" height="1" width="1" alt=""/

ราชดำเนินเสวนา 'สมบัติ' ห่วงเดตล็อกประกาศรับรอง ส.ส.ไม่ครบ

Fri, 24/04/2015 - 16:01
divสมบัติ ธำรงธัญญวงศ์ ประธานกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง สภาปฏิรูปแห่งชาติ ระบุห่วงเดตล็อกประกาศรับรอง ส.ส.ไม่ได้ครบ คนนอกเป็นนายกประเทศถูกลดระดับความเป็นประชาธิปไตย "สมชัย" nbsp;ซัดถอยหลัง 30 ปี "สามารถ" ห่วงโอเพ่นลิสต์ประชาชนเขียนชื่อ สกุล สะกดยาก ๆ ลำบากแน่นอน ด้าน "จุรินทร์" อัดทำลายพรรคการเมืองย้อนหลังกลับไป 360 องศา ไปสู่จุดที่ประเทศเคยก้าวผ่านมา แถมจำกัดสิทธิประชาชน/div p!--break--!--break--/p divnbsp;/div div style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm8.staticflickr.com/7587/17251237522_5da85aa31e_z_d.jpg" style="width: 550px; height: 413px;" //div divnbsp;/div div24 เม.ย. 2558 นายสมบัติ ธำรงธัญญวงศ์ ประธานกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง สภาปฏิรูปแห่งชาติ กล่าวตอนหนึ่่งในราชดำเนินเสวนาหัวข้อ "ปฏิรูปเลือกตั้ง ถอยหลังหรือเดินหน้า" จัดโดยสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และสถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย ว่าหากไม่สามารถประกาศรับรอง ส.ส.เขตได้ ก็ไม่สามารถประกาศรับรอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ เมื่อไม่สามารถประกาศ ส.ส.เขตได้ก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าพรรคใดจะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อได้ ถ้ามีการฟ้องร้องกันจนไม่สามารถรับรองได้ครบ ก็ไม่อาจหาตัวเลข ส.ส.บัญชีรายชื่อได้ ทำให้ไม่สามารถได้ ส.ส.ครบ 90 เปอร์เซ็นต์เพื่อเปิดสภาและดำเนินการขั้นตอนได้ ทำให้ไม่สามารถเลือกนายกไม่ได้ภายใน 30 วันหรือแม้แต่ 60 วัน นี่คือความยุ่งยางแบบสัดส่วนผสม ในเยอรมนีไม่มีปัญหา ไม่มี กกต.แบบเดียวกับเรา/div divnbsp;/div divนายสมบัติกล่าวว่าตามปกติระบบรัฐสภาต้องเลือก ส.ส.มาเป็นนายกเป็นระบบควบอำนาจ นิติบัญญัติมาจากการเลือกตั้งของประชาชน ฝ่ายบริหารมาจากการเลือกของนิติบัญญัติ เพื่อทำให้เกิดความเชื่อมโยงกับประชาชน ไม่ใช่นึกสนุกแล้วใช้สูตรนี้ขึ้นมา เมื่อนำคนที่ไม่ได้มาจาก ส.ส.มาเป็นนายกระดับคุณค่าการเชื่อมโยงอำนาจของปวงชน ระดับความเป็นประชาธิปไตยของประเทศถูกลดระดับลง การจะบอกว่าให้คนนอกมาเป็นนายก เพราะสถานการณ์ไม่ดี ให้นายกคนนอกเป็นเพื่อแก้สถานการณ์วิกฤต ซึ่งไม่มีอะไรต้องห่วง เพราะวิกฤตยุบสภาแล้วไม่มีใครเป็นนายกได้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนไว้แล้วว่าให้ปลัดกระทรวงทำหน้าที่คณะรัฐมนตรีและเลือกกันเองให้ปลัดกระทรวงคนหนึ่งทำหน้าที่นายก/div divnbsp;/div divด้าน พล.ท.นาวิน ดำกาญจน์ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ส.ส.ที่ได้ระบบเขตหลายคนได้คะแนนราว 30-45 เปอร์เซ็นต์ มีคนไม่เลือกอีกราว 60-65 เปอร์เซ็นต์ ทำให้คะแนนเสียประชาธิปไตยเหล่านั้นตกหล่นไป จึงทำให้เกิดระบบผสมนี้ขึ้น เมื่อสามารถสร้างกลุ่มการเมืองต่าง ๆ ขึ้นมา เช่น กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มสิ่งแวดล้อม เป็นต้น ก็สามารถมีปากมีเสียง คะแนนเพียง 1 เปอร์เซ็นต์จะสามารถได้ที่นั่งราว 4 ที่นั่ง เพียงคนเดียวก็สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงสังคมได้ เราสร้างระบบสัดส่วนผสมเพื่อให้ทุกเสียงทุกคนมีโอกาส ไม่ได้ทำมาเพื่อขจัดการซื้อสิทธิ์ขายเสียง เพราะเป็นหน้าที่ของ กกต.ที่เราอยากให้ใช้อำนาจอย่างเต็มที่ มีความโปร่งใส่/div divnbsp;/div div"ที่ผ่านมารัฐบาลทุกรัฐบาลเป็นตัวแทนของคนส่วนน้อยด้วยซ้ำไป เสียงคนอีก 60 เปอร์เซ็นต์ได้แต่นั่งมองตาปริบๆ วันนี้เราทำให้เสียง 60 เปอร์เซ็นต์มีค่ากลับคืนมา" พล.ท.นาวินกล่าว/div divnbsp;/div divกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญกล่าวว่า รัฐธรรมนูญได้ตัดเงินแปรญัตติของ ส.ส.ไป จากนี้ไปจะไม่มีประชาชนวิ่งไปหา ส.ส.เพื่อให้ได้งบประมาณ เงินต่าง ๆ จะไปอยู่ในส่วนราชการต่าง ๆ เราจะมีเงินเชิงพื้นที่หรือกิจการเฉพาะ ไม่ต้องไปหานักการเมืองระดับต่าง ๆ เพื่อไปหาส่วนราชการ และเกิดการทอนเงินตลอดทางอีกต่อไป ขณะที่ระบบภาษีต่าง ๆ ชุมชนหรือท้องถิ่นจะมีเงินของตัวเอง ส.ส.จะเริ่มหมดเงินตัวเอง รัฐมนตรีห้ามเป็น ส.ส.ทำให้นักการเมืองไม่ต้องวิ่งไปลงปาร์ตี้ลิสต์เพื่อให้ได้เป็น ส.ส.หวังเป็นรัฐมนตรี ส่วนเรื่องระยะเวลาและองค์ประกอบ ส.ส.ที่จะเปิดประชุมได้นั้น ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมาก ใช้เวลาแค่วันเดียวก็เพียงพอ เพราะที่ผ่านมาสามารถประกาศ ส.ส.เขตได้มาตลอด เพราะไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิม เพียงแต่มีการนับคะแนนพรรคไปด้วย/div divnbsp;/div div"ส่วนนายกคนนอกนั้น ก็ใช้เฉพาะยามวิกฤต แต่เราเขียนไม่ได้ว่าอะไรคือวิกฤต ต้องให้ตัวแทนพลเมืองใช้วิจารณญาณสองในสาม ไม่ต้องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย" พล.ท.นาวินกล่าว และว่า เราไม่ได้ออกแบบมาเพื่อทำลายพรรคการเมือง แต่ทำให้ทุกเสียงมีความหมาย เราจะนำทุกประเด็นไปปรับปรุง/div divnbsp;/div divส่วนนายสมชัย ศรีสุทธิยากร คณะกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่กระทบการบริหารรจัดการเลือกตั้ง 10 ประเด็นคือnbsp;/div divnbsp;/div div1. เขตเลือกตั้งน้อยลงแต่ใหญ่ขึ้นถือเป็นความก้าวหน้า 5 ปีขึ้นไปnbsp;/div divnbsp;/div div2. การเลือกตั้งใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะมีต้นทุนสูง จะให้ประชาชนและนักการเมืองเชื่อถือได้อย่างไร แต่ถือว่าก้าวหน้าไป 10 ปีnbsp;/div divnbsp;/div div3.การเลือกตั้งระบบโอเพ่นลิสต์ระบุบุคคลอีกครั้งในระบบนี้ ถือประชาชนเป็นใหญ่แท้จริง มีอำนาจมากขึ้นในการเลือกตั้ง แต่การลงคะแนนจะมีความยุ่งยากและซับซ้อนมากขึ้นอาจใช้เวลาถึง 3 วัน แต่เป็นความก้าวหน้าระดับ 5 ปีnbsp;/div divnbsp;/div div4. การคิดคำนวณ ส.ส.ใช้บัญชีรายชื่อเป็นหลัก ทำให้เสียงประชาชนทุกเสียงมีความหมาย คะแนนผู้แพ้ไม่ได้ถูกทิ้งไป ถือเป็นความก้าวหน้า 10 ปี/div divnbsp;/div div5. การให้คนนอกราชอาณาจักรต้องลงทะเบียนก่อนใช้สิทธิ ทำให้มีระบบการจดทะเบียนเพื่อให้ผู้มีสิทธิได้เข้าถึงการใช้สิทธิให้ได้มากขึ้นและเพิ่มขึ้น เพราะที่ผ่านมามีการใช้สิทธิน้อย จนมีบางส่วนให้ยกเลิก แต่ส่วนตัวเห็นว่าการเลือกตั้งที่ดีต้องให้สิทธินั้นแก่พลเมือง ถือว่ามีความก้าวหน้า 5 ปีnbsp;/div divnbsp;/div div6. การให้มีกลุ่มการเมือง ยังไม่เห็นว่าเป็นแนวทางที่ดี และอาจมีกลุ่มการเมืองส่งผู้สมัครเป็นจำนวนมากและมีสิทธิเทียบพรรคการเมือง แต่หน้าที่ไม่ได้ทำกัน เพราะพรรคการเมืองต้องทำตามกฎหมายพรรคการเมืองทุกอย่าง ทำผิดถูกยุบพรรค แล้วคนที่ไหนจะมาสมัครพรรคการเมือง การออกแบบนี้กลุ่มเป็นใหญ่ จะเกิดกลุ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก จับสลากพร้อมๆ กัน อาจจะมีกลุ่ม 4-500 กลุ่ม บัตรเลือกตั้งเราจะใหญ่โตขนาดไหน ระบบนี้ทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ เกิดการต่อรองในสภา เป็นการถอยหลังที่ให้คะแนน 20 ปี/div divnbsp;/div div7. การสรรหาและการเลือกตั้ง ส.ว.เป็นการถอยหลังnbsp;/div divnbsp;/div div8. ระบบการเลือกตั้งก็เห็นว่าเป็นการถอยหลัง เพราะมีโอกาสถูกนักการเมืองแทรกแซงข้าราชการประจำ ถือเป็นการถอยหลัง 20 ปีnbsp;/div divnbsp;/div div9. การให้ กกต.ไม่มีอำนาจให้ใบแดงถือเป็นการถอยหลัง เพราะนักการเมืองไม่กลัวใบเหลือง ให้กี่ครั้งก็ไม่กลัว ถือว่าถอยหลังไป 10 ปี และnbsp;/div divnbsp;/div div10. การประเมินผลการปฏิบัติงานของ กตต. ก้าวหน้าไป 5 ปีnbsp;/div divnbsp;/div divสรุป 10 ประเด็นในรัฐธรรมนูญนี้ก้าวหน้าไป 40 ปี ถอยหลัง 70 ปี รวมแล้วรัฐธรรมนูญฉบับนี้ถอยหลัง 30 ปี โดยระหว่างนายสมชัยยกป้าย -30 ปี แต่ พล.ท.นาวิน ได้หยิบป้าย +5 ปีขึ้นมาประกบ/div divnbsp;/div divขณะที่นายสามารถ แก้วมีชัย อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันนี้เรารื้อรัฐธรรมนูญทั้งหมดเป็นนวัตกรรมใหม่ในการร่างรัฐธรรมนูญที่ทำลายความเข้มแข็งของพรรคการเมือง ไม่ได้เข้าข้างพรรคการเมือง แต่พรรคการเมืองเป็นที่รวมของคนที่มีอุดมการณ์และแนวนโยบายเหมือนกัน แต่หลังจากนี้จะเกิดกลุ่มการเมืองได้ง่ายขึ้นและไปสมัคร ส.ส.ได้ คนเหล่านี้จะเขียนนโยบายและหาเสียงกับประชาชนอย่างไร ใครจะเป็นนายกใครจะเป็นรัฐมนตรี ความฝันเรื่องลดการซื้อสิทธิขายเสียง เพราะไม่มีอะไรจะไปพูดกับประชาชน คงหนีไม่พ้นการแจกปลาทูอีกครั้ง/div divnbsp;/div divนายสามารถกล่าวว่า ระบบโอเพ่นลิสต์ก็จะทำให้เกิดการหาเสียงแข่งกันในพรรคในเขตต่าง ๆ อีก และการให้ประชาชนเขียนชื่อ คนที่ชื่อ สกุล สะกดยาก ๆ ลำบากแน่นอน รัฐธรรมนูญฉบับนี้ถือว่าย้อนไปก่อนรัฐธรรมนูญปี 2540 จะเกิดการตกปลาในอ่าง อย่าพูดว่าไม่มีคนไปทุ่มซื้อ ส.ส.เหล่านี้ อาจจะมีการทุ่มเทอุ้มเสียงไว้ได้เกิน 2 ใน 3 แล้ว เพราะมีวิกฤตก่อนการเลือกนายก/div divnbsp;/div divนายสามารถกล่าวว่า การให้ ส.ว.ตรวจสอบคุณสมบัตินายกก็ทำให้นายกขาดวุฒิภาวะความเป็นผู้นำ เพราะไม่กล้าเสนอชื่อที่คาดว่าจะถูกโจมตีจาก ส.ว.อย่างแน่นอน การเขียนรัฐธรรมนูญแบบนี้เพื่อให้นักการเมืองเป็นผู้ร้าย ขณะที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ทำได้ยาก ตามมาตรา 300 ต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก่อนแล้วก็ต้องไปทำประชามติ ที่สุดวงจรอุบาทว์ก็กลับมา ไม่โทษนักวิชาการที่ร่างรัฐธรรมนูญออกมาแบบนี้ เพราะพวกเขาฝัน การตรวจสอบต่างๆ ตามสมัชขาคุณธรรมแห่งชาติ และสมัชชาพลเมืองระดับท้องถิ่น/div divnbsp;/div divนายสามารถกล่าวว่า เราจะเอามนุษย์เหล่านี้มาจากไหน ที่ไม่เลือกฝักฝ่าย ความปรองดองจะไม่เกิด จะมีการทะเลาะกันละเอียดยิบทุกพื้นที่ เขียนได้แต่ในทางปฏิบัติลำบาก ก็ขอติติงไว้ อะไรที่แก้ไขได้ก็ช่วยกันแก้ไข เพราะยังมีโอกาสในการทบทวนใหม่ได้อยู่ อะไรรับได้เราก็รับ เช่น ระบบสัดส่วนผสมที่คะแนนคนส่วนใหญ่ไม่ได้หายไป/div divnbsp;/div divด้านนายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฎ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าอ่านรัฐธรรมนูญมาแล้วทั้ง 315 มาตรา ทีผ่านมาการพัฒนาประชาธิปไตยประเทศไทยได้พัฒนาไปสองจุดคือ การเดินไปสู่พรรคการเมืองแบบสองพรรคอย่างเช่นที่พัฒนาแล้ว และการเดินหน้าไปสู่การทำให้พรรคการเมืองมีความเข้มแข็ง พรรคการเมืองไม่เข้มแข็งประเทศไม่สามารถเดินหน้าไปได้ ประเทศยูเทิร์น 360 องศา ไม่ใช่ภาวะปกติ แต่เป็นภาวะพิเศษ เรากำลังออกแบบรัฐธรรมนูญพาเราย้อนยุคไปที่เราเคยมีปัญหาและก้าวผ่านมาแล้ว เป็นการร่างที่ต้องการให้เกิดการรัฐบาลผสม จึงถูกอออกแบบเพื่อให้ผลการเลือกตั้งเกิดสภาเป็นเบี้ยหัวแตก เกิดหลายพรรค เกิดรัฐบาลผสม เปิดทางให้คนนอกเป็นนายกได้/div divnbsp;/div divนายจุรินทร์กล่าวว่า กลุ่มการเมืองได้รับสิทธิพิเศษมากกว่าพรรคการเมืองที่จดทะเบียนกับ กกต.และสร้างสมความเป็นพรรคการเมืองมายาวนาน ไม่ต้องเป็นสมาชิกกลุ่ม 30 วันเหมือนคนที่สมัครในนามพรรคการเมือง เป็นเหมือนอภิสิทธิ์ชน สุดท้ายกลายเป็นการเมืองสองมาตรฐาน ระบบโอเพ่นลิสต์ให้สิทธิเลือกได้คนเดียวเท่านั้น ทำไมไม่ให้สิทธิไม่เกินจำนวนในโซนนั้น ๆ ตามที่พูดว่าเพิ่มอำนาจให้ประชาชน อย่างนี้เป็นการจำกัดสิทธิ เมื่อเลือกได้คนเดียวจะหาเสียงได้อย่างไร หัวหน้าพรรคไปหาเสียงก็ต้องบอกให้เลือกตัวเอง เพราะไม่เช่นนั้นจะทำให้หัวหน้าพรรคสอบตก ลูกพรรคก็บอกให้เลือกตัวเอง เป็นการทำลายพรรคการเมืองให้อ่อนแอ ในภาวะวิกฤตเราไม่เห็นขัดเป็นข้อยกเว้นไม่ใช่หลักการ ไม่ใช่เป็นอีแอบไปซ่อนอยู่ข้างหลัง ต้องมีวิกฤตจริงๆ และต้องมีเสียงสองในสามมีระยะเวลาจำกัด แต่ก็ไม่ได้จำกัดระยะเวลาไว้ ขอให้ได้เสียง 2 ใน 3 เท่านั้นก็เป็นได้ 4 ปี/div divnbsp;/div div"ระบบนี้จะเกิดการขายตัว ถอนตัว ต่อรองอำนาจต่อรองโควต้ารัฐมนตรีกับนายกสุดท้ายก็เป็นการเพิ่มอำนาจให้นายกเพื่อชดเชยให้กับการลดอำนาจพรรคการเมือง กลายเป็นลิงแก้แห" นายจุรินนทร์กล่าว และว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจ nbsp;ได้ให้อำนาจนายกยุบสภา หากแพ้อภิปราย เป็นเรื่องที่ไม่ควรมี เพราะคนยื่นอภิปรายกลายเป็นคนต้องถูกยุบสภาดีที่มีการถอดข้อความดังกล่าวไปแล้ว และเป็นการเพิ่มอำนาจให้องค์กรตามรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้มีความยึดโยงหรือให้อำนาจประชาชนด้วยซ้ำไป บอกจะเพิ่มอำนาจให้ประชาชนกลับไม่ให้ทำประชามติ แต่จะแก้ไขบอกต้องไปทำประชามติ/div divนายจุรินทร์กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังให้นายกมีอำนาจเสนอกฎหมายเพื่อพิสูจน์ความไว้วางใจนายกเป็นอภิมหาพระราชกำหนดให้อำนาจนายก หากนายกทุจริตและเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมอะไรจะเกิดขึ้น การที่ฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายก็ไม่ได้ เพราะเสียงน้อยกว่านายกอยู่แล้ว ขณะที่นายกทุจริตสามารถหนีการอภิปรายได้ตามมาตรา 181 ได้โดยขอความไว้วางใจจากสภาตลอดสมัยประชุมจะยื่นอภิปรายใด ๆ นายกไม่ได้เลย แค่นายกใช้มาตรานี้เท่านั้น ฝ่ายค้านตรวจสอบนายกไม่ได้เลย ขอให้นำออกไปเพราะอันตราย/div divnbsp;/div divรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า และยังมีการห้ามให้พรรคหรือกลุ่มบุคคลถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล ไม่ได้ห้ามไว้ตรง ๆ แต่เขียนอย่างมีนัยยะคือจะเป็นรัฐมนตรีต้องไม่เป็น ส.ส.ทำให้เมื่อถอนตัวก็ไม่สามารถไปทำหน้าที่ตรวจสอบได้ในสภา หากฝ่ายบริหารทุจริตคนไม่เห็นด้วยก็ต้องทนพายเรือให้โจรนั่งต่อไป ทำให้ประชาชนเห็นว่าระบบทำอะไรไม่ได้ที่สุดวงจรอุบาทว์ก็จะเกิดขึ้นมาอีก/div divnbsp;/div divนายนิกร จำนง ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าว่า รัฐธรรมนูญนี้ถือว่าเดินหน้าไปสู่ความล่มจม การใช้ภาคนิยมเป็นเรื่องอันตรายอย่างมาก ยิ่งเกิดการใช้นโยบายกับรากหญ้าทำให้การเมืองเสียดุลยภาพ การเลือก ส.ส.ของประชาชนเป็นการเลือกแบบหวังน้ำบ่อน้ำ ทำให้เห็นว่า มี ส.ส.ไปเป็นนักการเมืองท้องถิ่นมากขึ้น เพราะช่วยประชาชนได้โดยตรง ส.ส.หากไม่ทำงานด้านกฎหมายไม่สามารถช่วยประชาขนได้เลย การออกแบบรัฐธรรมนูญเพื่อให้พรรคการเมืองได้ ส.ส.ได้ถึงครึ่ง จึงลดจำนวน ส.ส.เขตลงครึ่งหนึ่ง การเลือกแบบโซนนิ่งและกลุ่มการเมืองลงสมัครได้ทำให้เกิดสมดุลใหม่ ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ สามารถกดดันพรรคการเมืองและเคลื่อนไหวได้อยู่ข้างนอก ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้งได้แต่ต้องลดอำนาจลง เพราะไม่ได้มาจากประชาชนโดยตรง แต่ขณะนี้เป็นการสรรหาและมีอำนาจมากในรัฐสภา/div divnbsp;/div div"ไม่ควรเลือกตั้งระบบโซน ควรให้ประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง ให้ถอดกลุ่มการเมืองออก เพราะกลุ่มการเมืองจะเป็นระเบิดเวลา" นายนิกรกล่าว/div divnbsp;/div divส่วนนางสุภัทรา นาคะผิว กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า เราต้องการมารับฟังเพื่อได้สิ่งใหม่เพื่อนำไปปรับปรุงในขั้นตอนที่ยังมีเวลา การวิพากษ์วิจารณ์มีเฉพาะบางส่วน จึงอยากให้ไปดูทุกภาคส่วน ที่มุ่งไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำ นำประเทศไปสู่การปรองดอง ลำพังเพียงระบบการเมืองและการเลือกตั้งแก้ปัญหาประเทศไม่ได้ nbsp;และเราต้องไว้ใจประชาชนและศรัทธาประชาชน เราต้องทำให้พลเมืองมีความเข้มแข็ง ในการเลือกตั้งครั้งหน้าเราจะเห็นคนหลากหลาย เราจะเปิดพื้นที่ให้คนกลุ่มน้อยกลุ่มเล็ก/div divnbsp;/div divนางสุภัทรากล่าวว่า เราไม่อยากเห็นการเมืองที่เป็นของกลุ่มหรือตระกูลทางการเมือง ไม่อยากให้มองไปที่กลุ่มการเมืองแบบสีเสื้อ เราไม่มีเจตนาทำลายความเข้มแข็งพรรคการเมือง กลุ่มการเมืองไม่ได้รับการสนับสนุนการเงินจาก กกต.และเชื่อว่าที่สุดกลุ่มการเมืองก็จะพัฒนาไปสู่พรรคการเมืองได้ ระบบการจัดการเลือกตั้ง กกต.ปัจจุบันก็ไม่ได้ใช้คนของตัวเอง แต่ใช้ข้าราชการในกระทรวงอื่น ๆ จึงไม่มีความแตกต่างกัน/div divnbsp;/div divเธอกล่าวว่า อำนาจที่ให้นายกไป เราต้องการมอบอำนาจให้นายกมีความเข้มแข็งเสริมการบริหาร และนายกคนนอกยังมีเวลา เราไม่ได้ปิดหูปิดตา เราต้องสร้างการยอมรับ ที่ผ่านมาไปจัดเวที ประชาชนชอบระบบโอเพ่นลิสต์เป็นอย่างมาก เพราะเขาอยากจัดลำดับเองด้วยซ้ำไป นอกจากนี้ คะแนนเสียงจะไม่มีการตกหล่น คนที่คะแนนน้อยกว่าโหวตโนจะไม่สามารถเป็น ส.ส.ได้อีกต่อไป/div divnbsp;/div divนางถวิลวดี บุรีกุล คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ประชาชนอยากเป็นประเทศโปร่งใสไร้การทุจริต ก่อนเข้าสู่อำนาจ ระหว่างอยู่ในอำนาจ ประชาชนมีอำนาจตรวจสอบ ถึงได้กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ เป็นความต้องการของประชาชน ไม่ใช่คณะกรรมาธิการ 36 คนเป็นคนกำหนด เราต้องการให้สังคมเกิดสันติสุขสถาพร ต้องทำให้ทุกคนมีส่วนร่วมไม่ใช่เชิงสถาบันทางการเมือง เมื่อถึงทางตันประชาชนก็ควรมีสิทธิแก้ปัญหา ไม่ใช่ฝากอนาคตไว้กับคนที่เราไปหย่อนบัตร 4 วินาทีเท่านั้น การใช้อำนาจที่ผ่านมาเป็นการเล่นการเมืองแบบข้าราชการ นักการเมือง และนักธุรกิจจนเกิดการทุจริต แต่วันนี้ประชาชนบอกว่าเขาเข้าไปมีส่วนด้วยเท่านั้น/div divnbsp;/div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/ix5apaERB9U" height="1" width="1" alt=""/

แท็กซี่สุวรรณภูมิยืนยันวิ่งตามปกติ หลังท่าอากาศยานเข้ามาช่วยแก้ปัญหา

Fri, 24/04/2015 - 13:09
divกลุ่มแท็กซี่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิยืนยันไม่หยุดวิ่ง หลังหารือกับผู้บริหารท่าอากาศยานถึงมาตรการแก้ไขปัญหา ขณะที่วันนี้ (24 เม.ย.) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เริ่มทดลองจำกัดจำนวนผู้โดยสารไม่เกิน 4 คน ต่อรถแท็กซี่ 1 คัน 'ประจิน' ยันไม่ปรับขึ้นค่าโดยสารแท็กซี่รอบ 2 ขอเวลาศึกษาความเหมาะสมต่ออีก 1 เดือน/div p!--break--!--break--/p divnbsp;/div div24 เม.ย. 2558 a href="http://www.tnamcot.com/169522"สำนักข่าวไทย/aรายงานว่านายปฐวี มีราช ตัวแทนกลุ่มแท็กซี่สุวรรณภูมิ ยืนยันว่า รถแท็กซี่ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิยังให้บริการตามปกติ ไม่มีการหยุดวิ่งตามที่เป็นข่าว เนื่องจากจะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของประเทศ และวานนี้( 23 เม.ย.)กลุ่มแท็กซี่สุวรรณภูมิได้เข้าหารือกับผู้บริหารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาการเรียกเก็บค่าโดยสารแบบเหมาจ่าย โดยกลุ่มแท็กซี่เสนอให้มีการจำกัดจำนวนผู้โดยสารไม่เกิน 4 คน ต่อรถแท็กซี่ 1 คัน เนื่องจากที่ผ่านมารถแท็กซี่ขนาดใหญ่ต้องบรรทุกผู้โดยสารและสัมภาระจำนวนมาก ทำให้มีต้นทุนการให้บริการสูงกว่ารถเล็ก ขณะที่มีอัตราค่าโดยสารเท่ากัน ซึ่งไม่เป็นธรรมกับผู้ให้บริการรถแท็กซี่ขนาดใหญ่ และกรมธรรม์ประกันภัยกำหนดให้คุ้มครองผู้โดยสารไม่เกิน 4 คน ซึ่งผลการหารือเป็นที่น่าพอใจทั้งสองฝ่าย/div divnbsp;/div divทั้งนี้ วันนี้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้เริ่มทดลองให้มีการจำกัด จำนวนผู้โดยสารรถแท็กซี่ได้ไม่เกินคันละ 4 คน ตามที่กลุ่มแท็กซี่ยื่นข้อเสนอ พร้อมทั้งจะจัดทำป้ายประชาสัมพันธ์ให้นักท่องที่ยวทราบและหลังจากนี้กลุ่มแท็กซี่สุวรรณภูมิต้องการ ให้กระทรวงคมนาคมเร่งพิจารณาปรับขึ้นค่าธรรมเนียมรวมถึงค่าโดยสารรถแท็กซี่ขนาดใหญ่/div divnbsp;/div divstrong'ประจิน' ยันไม่ปรับขึ้นค่าโดยสารแท็กซี่รอบ 2 ขอเวลาศึกษาความเหมาะสมต่ออีก 1 เดือน/strong/div divnbsp;/div divก่อนหน้านี้พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวกับสื่อมวลชนว่า การปรับขึ้นค่าโดยสารรถแท็กซี่รอบ 2 ขณะนี้ยังไม่ได้มีการพิจารณา รวมถึงการพิจารณาจัดเก็บค่าขนสัมภาระของแท็กซี่ภายในท่าอากาศยานด้วย เนื่องจากการศึกษาความเหมาะสมทั้ง 3 กรณี แต่ยังไม่แล้วเสร็จ โดยขอขยายเวลาออกไปอีก 1 เดือน คาดว่าจะศึกษาแล้วเสร็จในเดือน มิ.ย.นี้ จากนั้นจึงจะมีการพิจารณาอีกครั้งว่าจะให้ปรับราคาหรือไม่/div divnbsp;/div divส่วนกรณีที่รถแท็กซี่แวนภายใน ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประกาศหยุดให้บริการ เพราะไม่พอใจการแก้ไขปัญหาของกระทรวงคมนาคมนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่หากรถแท็กซี่แวนจะหยุดวิ่งก็ไม่เป็นไร เนื่องจากได้เตรียมแผนให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจัดทำแผนรองรับไว้แล้วเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารไว้แล้ว โดยเบื้องต้นแบ่งออกเป็น 3 แผน คือ/div divnbsp;/div div1. เตรียมรถเพื่อให้บริการขนส่งผู้โดยสารไปส่งยังรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงค์/div div2. เตรียมรถให้บริการขนส่งผู้โดยสารไปยังจุดบริการรถสาธารณะ/div div3. หากเกิดปัญหาฉุกเฉิน จะมีรถบัสฟรีมารับและส่งผู้โดยสารไปยังจุดบริการขนส่งสาธารณะ/div divnbsp;/div divขณะที่ แท็กซี่แวน ประมาณ 1,700 คัน ที่ให้บริการในสนามบินสุวรรณภูมิ เตรียมหยุดให้บริการใน 24-26 เม.ย.นี้ โดยอ้างว่าเดือดร้อนอย่างมาก อีกทั้งเจ้าหน้าที่ประจำสุวรรณภูมิ บังคับให้รับผู้โดยสารมากกว่า 4 คน เพราะต้องการเร่งระบายคนออกจากสนามบิน หากไม่รับก็จะถูกลงโทษข้อหา ปฏิเสธผู้โดยสารและถูกแบล็คลิสต์ ซึ่งการบังคับให้บรรทุกเกินกำลังสร้างความไม่ปลอดภัยให้กับคนขับและผู้โดยสารอย่างมาก เพราะปัจจุบันกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุรถแท็กซี่ให้ความคุ้มครอง ผู้โดยสารเพียง 4 คนเท่านั้น หากรถเกิดอุบัติเหตุผู้โดยสารคนที่ 5 และ 6 จะไม่ได้รับความคุ้มครอง และไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายได้ หากเกิดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ซึ่งเป็นปัญหาที่กระทรวงคมนาคมต้องเข้ามาดูแลโดยด่วน/div divnbsp;/div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/omMm8giQE8s" height="1" width="1" alt=""/

ธนาพล: เมื่อ ‘กงจักรปีศาจ’ เป็นหนังสือต้องห้าม ‘หลัง’ จับคนขายหนังสือ

Fri, 24/04/2015 - 12:43
!--break--!--break-- pimg alt="lt;--break- /" src="/sites/default/modules/wysiwyg/plugins/break/images/spacer.gif" title="lt;--break--"/p pimg alt="lt;--break- /" src="/sites/default/modules/wysiwyg/plugins/break/images/spacer.gif" title="lt;--break--"/p pว่าด้วยการห้ามหนังสือ The Devil's Discus by Rayne Kruger และฉบับแปล กงจักรปีศาจ โดย ร.อ.ชลิต ชัยสิทธิเวช/p p style="text-align: center;"....................../p pbr /หนังสือ กงจักรปีศาจ กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง เมื่อมีข่าวจำคุกคนขายหนังเสือเล่มดังกล่าว 2 ปีnbsp;/p pศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ จำคุกลุงขายหนังสือกงจักรปีศาจ 2 ปีnbsp;br /a href="/journal/2015/04/58917" target="_blank"http://www.prachatai.com/journal/2015/04/58917/a/p pทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในวันที่ 2 พฤษภาคม 2549 เวลา 19.00 น. ที่บริเวณพื้นที่การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) นำโดยสนธิ ลิ้มทองกุล ในสมัยรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร/p pจากข้อเขียนของสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล หนังสือ The Devil's Discus เขียนโดย Rayne Kruger พิมพ์ครั้งแรกและครั้งเดียวโดยสำนักพิมพ์ Cassell ลอนดอนเมื่อปี 2507 (1964) แทบจะทันที่ที่หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์ออกมา ก็มีการสั่งห้ามโดยรัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร ทันที (ดูภาพประกอบ)/p pกว่าหนังสือเล่มดังกล่าวจะมาสู่โลกภาษาไทย ก็รอจนหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ตามที่สมศักดิ์ ได้บรรยายว่าnbsp;br /br /span style="color:#a9a9a9;""จู่ๆ ตลาดหนังสือกรุงเทพก็เต็มไปด้วยหนังสือเกี่ยวกับกรณีสวรรคตในหลวงอานันท์ฯ ที่ใจกลางของปรากฏการณ์นี้คือหนังสือ 2 เล่ม ที่ออกวางตลาดห่างกันเพียงหนึ่งสัปดาห์: กรณีสวรรคต 9 มิถุนายน 2489 ของ นายแพทย์สรรใจ แสงวิเชียร และ วิมลพรรณ ปีต-ธวัชชัย และข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีสวรรคต ของสุพจน์ ด่านตระกูล ซึ่งภายในไม่กี่สัปดาห์ต่างได้รับการพิมพ์ซ้ำและขายได้รวมกันหลายหมื่นเล่ม ผลสำเร็จของทั้งคู่ทำให้เกิดการตีพิมพ์หนังสือกรณีสวรรคตอีกอย่างน้อย 6 หรือ 7 เล่ม เช่นในหลวงอานันท์กับคดีลอบปลงพระชนม์ ของชาลี เอี่ยมกระสินธุ์ (ซึ่งภายหลังถูกปรีดี พนมยงค์ ฟ้องจนแพ้ความ) ความเห็นแย้งคำพิพากษากรณีสวรรคต ของ นเรศ นโรปกรณ์ และ คดีประทุษร้ายพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล (ซึ่งเป็นคำพิพากษาของศาลชั้นต้น, อุทธรณ์ และฎีกาในคดีนี้ พิมพ์เป็นเล่มขนาดใหญ่และหนาถึง 2 เล่ม โดยสำนักพิมพ์กรุงสยาม โดยไม่มีคำนำหรือคำอธิบายใดๆ)[หลังจากนั้น]"/spanbr /br /หนังสือกรณีสวรรคตที่ “ร้อน” เป็นที่ต้องการมากที่สุดในแวดวงนักกิจกรรมการเมืองกลับเป็นอีกเล่มหนึ่งที่น้อยคนนักจะเคยได้เห็นตัวจริง, อย่าว่าแต่อ่าน: กงจักรปีศาจbr /br /หนังสือมีสถานะเป็น “ตำนาน” ในหมู่ผู้สนใจการเมืองว่าเป็นงานที่เขียนโดยฝรั่ง ที่เปิดเผย “ความลับดำมืด” กรณีสวรรคตในหลวงอานันท์ฯชนิดที่หนังสือที่เขียนโดยคนไทยทำไม่ได้ จนกลายเป็นหนังสือ “ต้องห้าม” ผิดกฎหมาย ไม่สามารถมีไว้ในครอบครองได้ ซึ่งแน่นอนยิ่งทำให้เป็นที่ต้องการกันมากขึ้น! ในท่ามกลางภาวะที่กระแสสูงของหนังสือกรณีสวรรคตท่วมตลาดกรุงเทพกลางปี 2517 นั้นเอง ก็มีข่าวลือแพร่สะพัดว่าได้มีผู้ถือโอกาสพิมพ์ กงจักรปีศาจ ฉบับภาษาไทยออกเผยแพร่อย่างลับๆ/p pกงจักรปีศาจ ฉบับภาษาไทยที่ขายกัน “ใต้ดิน” ในปี 2517 ในราคาเล่มละ 25 บาทนี้ เป็นหนังสือขนาด 16 หน้ายก (5 นิ้วคูณ 7 นิ้วครึ่ง) หนา 622 หน้า ปกพิมพ์เป็นสีดำสนิททั้งหน้าหลัง กลางปกหน้ามีพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงอานันท์ฯวัยเยาว์ในกรอบรูปไข่ บนสุดของปกหน้ามีข้อความพิมพ์เป็นตัวอักษรสีขาว 3 บรรทัดว่า/p pspan style="color:#a9a9a9;"บทวิเคราะห์กรณีสวรรคตbr /ของในหลวงอานันท์ฯbr /9 มิถุนายน 2489/span/p pด้านล่างเป็นชื่อหนังสือ พิมพ์ด้วยอักษรสีแดง กงจักรปีศาจ ตามด้วยอีก 2 บรรทัดพิมพ์ด้วยตัวอักษรสีขาว/p pspan style="color:#a9a9a9;"Rayne Kruger เขียนbr /ร.อ.ชลิต ชัยสิทธิเวช ร.น. แปล/span/p pที่มุมล่างซ้ายของปกหลังมีข้อความพิมพ์เป็นตัวอักษรเล็กๆสีขาว 4 บันทัดว่า/p pspan style="color:#a9a9a9;"ชมรมนักศึกษาประวัติศาสตร์ จัดพิมพ์br /พิมพ์ถูกต้องตามกฎหมาย โดยคัดจากสำนวนศาลแพ่งbr /คดีดำที่ 7236/2513 ระหว่างนายปรีดี พนมยงค์ โจทก์br /บริษัทสยามรัฐจำกัด ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช กับพวก จำเลย/spanbr /br /ดู สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล “กงจักรปีศาจ และหนังสือเกี่ยวกับกรณีสวรรคต”nbsp;br /a href="http://somsakwork.blogspot.com/2008/06/blog-post.html" target="_blank"http://somsakwork.blogspot.com/2008/06/blog-post.html/a/p pหลังจากนั้น วิวาทะว่าด้วยกรณีสวรรคตก็เกิดขึ้นและจบลงด้วยเวลาไม่นานnbsp;br /ต่อมาก็เกิดเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ซึ่งนำมาสู่การ “ห้าม” หนังสือหลายร้อยเล่มnbsp;br /br /ดูbr /1 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดชื่อเอกสารและสิ่งพิมพ์ที่ห้ามมิให้ผู้ใดมีไว้ในครอบครอง ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 94 ตอนที่ 18 ง ฉบับพิเศษ วันที่ประกาศ 11 มีนาคม พ.ศ.2520/p p2 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดชื่อเอกสารและสิ่งพิมพ์ที่ห้ามมิให้ผู้ใดมีไว้ในครอบครอง ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 94 ตอนที่ 97 ง ฉบับพิเศษ วันที่ประกาศ 19 ตุลาคม พ.ศ.2520/p p3 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดชื่อเอกสารและสิ่งพิมพ์ที่ห้ามมิให้ผู้ใดมีไว้ในครอบครอง ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 97 ตอนที่ 95 ง วันที่ประกาศ 24 มิถุนายน พ.ศ.2523br /.br /4 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดชื่อเอกสารและสิ่งพิมพ์ที่ห้ามมิให้ผู้ใดมีไว้ในครอบครองbr /ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 97 ตอนที่ 180 ง วันที่ประกาศ 25 พฤศจิกายน พ.ศ.2523/p pa href="http://www.ratchakitcha.soc.go.th/RKJ/special/search_result.jsp?SID=77C7BBDAF9C928B00BCD7C1B35C5BD9B" target="_blank"http://www.ratchakitcha.soc.go.th/RKJ/special/search_result.jsp?SID=77C7BBDAF9C928B00BCD7C1B35C5BD9B/a/p pแต่ปรากฏว่าหนังสือ กงจักรปีศาจ กลับไม่อยู่ในรายชื่อของคำสั่งห้ามทั้ง 4 ฉบับ แต่อย่างใด/p pต่อมาประกาศหนังสือต้องห้ามทั้ง 4 ฉบับก็ได้รับการยกเลิก แต่หนังสือ กงจักรปีศาจ ฉบับภาษาไทยที่แปลโดย ชลิต ชัยสิทธิเวช กลับถูกห้ามในวันที่ 31 พฤษภาคม 2549 ในสมัยทักษิณ ชินวัตร หลังการจับกุมคนขายหนังสือเล่มดังกล่าว (น่าสนใจว่าการออกคำสั่งย้อนหลังนี่ถือว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่เพราะเหตุเกิดวันที่ 2 พฤษภาคม 2549)/p pnbsp;/p pspan style="color:#ff8c00;"อ่านเพิ่มเติมnbsp;/spanbr /a href="https://www.facebook.com/notes/somsak-jeamteerasakul/postscript-%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%88%E0%B8%89%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%82%E0%B8%B4%E0%B8%95-%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%88-%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99-%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%96%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%94%E0%B8%B5-/525118640864703"Postscript (ปัจฉิมลิขิต) "กงจักรปีศาจ" ที่ไม่เคยเผยแพร่มาก่อน: ครูเกอร์เขียนถึงปรีดี ซึ่งเขาเพิ่งพบเป็นครั้งแรกในปี 2514/a/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/MZy6KVrFlac" height="1" width="1" alt=""/