จุฬาฯ ห่วงจีเอ็มโอลามข้าวไทย

นโยบายที่อนุญาตให้ปลูกร่วมกับพืชอื่นได้นั้นถือเป็นการชักศึกเข้าบ้าน เพราะพันธุ์พืชจีเอ็มโอมีระบบสิทธิบัตร ระบบคุ้มครองนักปรับปรุงพันธุ์ รวมทั้งระบบความลับทางการค้า คุ้มครองอยู่..

กรุงเทพฯ-23 ส.ค.47 นายเจริญ คัมภีรภาพ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า นโยบายที่อนุญาตให้ปลูกร่วมกับพืชอื่นได้นั้นถือเป็นการชักศึกเข้าบ้าน เพราะพันธุ์พืชจีเอ็มโอมีระบบสิทธิบัตร ระบบคุ้มครองนักปรับปรุงพันธุ์ รวมทั้งระบบความลับทางการค้า คุ้มครองอยู่ ซึ่งจะทำให้เกษตรกรต้องซื้อเมล็ดพันธุ์ในราคาสูงขึ้น และไม่มีหลักประกันว่าจะไม่ปนเปื้อนในธรรมชาติ ซึ่งจะนำไปสู่การฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายหากเกษตรกรนำพันธุ์พืชที่ปนเปื้อนนั้นไปปลูกไม่ว่าจะรู้หรือไม่ ดังที่เกิดขึ้นแล้วในประเทศแคนาดา เพราะทรัพย์สินทางปัญญาไม่ใช่ของสาธารณะ จะใช้เมล็ดพันธุ์ของเขาซึ่งเป็นผลมาจากความรู้ของเขาก็ต้องจ่ายเงิน

อาจารย์จากคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวด้วยว่า ผลประโยชน์ในเรื่องจีเอ็มโอนั้นใหญ่มาก เพราะไม่ได้ขายเมล็ดพันธุ์อย่างเดียว แต่มีทั้งปุ๋ยและสารเคมีสำหรับพืชจีเอ็มโอที่จะได้ขายควบคู่กันไปด้วย จึงมีความพยายามผลักดันให้ไทยค่อยๆ เปิดเสรีในเรื่องนี้

"เชื่อได้ว่าในการทำเอฟทีเอกับอเมริกา เราจะถูกบีบให้แก้กฎหมายลิขสิทธิ์ให้ตรงกับความต้องการของเขา เพราะผลประโยชน์นั้นมหาศาล อย่ามองว่าเราเป็นเพียงประเทศเล็กๆ ในเมื่อเราสามารถส่งออกข้าวได้เกือบครึ่งโลก ขอเพียงไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออกข้าวจีเอ็มโอได้เท่านั้น" นายเจริญกล่าว

รายงานโดย : ศูนย์ข่าวประชาไท