คนอังกฤษหนุนห้ามสูบบุหรี่ในบ้านที่มีเด็ก

บีบีซี นิวส์ - คนอังกฤษสามในสี่เห็นด้วยว่าการห้ามสูบบุหรี่ในบ้านที่มีเด็กๆเป็นเรื่องที่ควรทำ

จากการสำรวจของ เดเวล็อปเมนต์ เพเชียน พาร์ตเนอร์ชิป ( Development Patient Partnerships- DPP) ในประเทศอังกฤษพบว่าร้อยละ 72 ของผู้ตอบการสำรวจ ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้ที่สูบบุหรี่อยู่ด้วยร้อยละ 65 เห็นด้วยกับการห้ามสูบบุหรี่ในบ้านที่มีเด็ก

อย่างไรก็ตาม ในการสำรวจดังกล่าวนี้ก็พบด้วยว่า คนส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยระวังถึงผลกระทบในทางลบอย่างเต็มที่จากการสูบบุหรี่ใกล้ๆเด็กเวลาที่อยู่ในบ้าน

บรรดานายแพทย์ต่างก็ออกมาบอกว่า บุหรี่ทำลายสุขภาพเด็กโดยตรงและเป็นการเพิ่มวิถีชีวิตของเด็กให้กลายเป็นคนสูบบุหรี่ไปด้วย และพบว่ากว่าสี่ในสิบหรือ ร้อยละ 42 ของเด็กอยู่ในบ้านที่มีคนอย่างน้อย 1 คนสูบบุหรี่ในบ้านและ หนึ่งในสามของควันบุหรี่ก็อยู่รอบๆตัวเด็ก

การสำรวจก็พบด้วยว่า คนจำนวนมากก็ไม่ได้ใส่ใจว่า สุขภาพดีขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดหลังจากที่เลิกบุหรี่ได้ ทั้งนี้มีเพียงร้อยละ 9 เท่านั้นที่สามารถพูดได้อย่างถูกต้องว่า ประโยชน์ของร่างกายได้มาทันทีภายใน 20 นาทีหลังจากบุหรี่มวนสุดท้าย ร้อยละ 66 เห็นว่าการสนับสนุนและกำลังใจเป็นเรื่องสำคัญในการเลิกบุหรี่ โดยเจ้านายหรือนายจ้างควรมีข้อเสนอเพื่อเป็นกำลังใจในการเลิกบุหรี่ของลูกจ้าง

สิ่ง DPPได้ทำก็คือการนำเสนอวิธีเลิกบุหรี่ที่ปฏิบัติได้จริงว่า จะเลิกบุหรี่ได้อย่างไร ให้กับผู้สูบบุหรี่และคนรัก

นายแพทย์เทอรี จอห์น อายุรแพทย์ และ โฆษกของ DPP กล่าวว่า ผลของการสำรวจได้แสดงให้เห็นอย่างแน่ชัดว่า ผู้คนรู้สึกอย่างไรกับการสูบบุหรี่ในบ้านที่มีเด็กๆอยู่ด้วย

"ผู้ปกครองต้องการความช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรมที่แสดงให้เห็นด้านบวกของการเลิกบุหรี่และการส่งเสริมให้ทุกคนในครอบครัวมีสุขภาพดีถ้วนหน้าน่าจะดีกว่าการออกกฎหมายเพื่อบังคับไม่ให้เขาสูบบุหรี่เวลาที่อยู่ที่บ้าน"

เดบอราห์ อาร์นอตต์ ผู้อำนวยการของเอเอสเอชต่อต้านการสูบบุหรี่บอกว่า ยินดีที่จะเดินหน้าเพื่อสร้างสำนึกเกี่ยวกับอันตรายต่อสุขภาพของการสูบบุหรี่ในบ้าน

"แม้จะรู้ว่าอันตรายที่เกิดขึ้นกับผู้ที่รับควันโดยไม่ได้สูบบุหรี่เองกำลังเพิ่มมากขึ้น แต่คนจำนวนมากก็ยังประมาณค่าของอันตรายจากเหตุดังกล่าวยังต่ำอยู่โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อันตรายที่เกิดกับเด็กๆ"

"สิ่งเดียวที่จะทำให้ผู้ปกครองป้องกันเด็กๆจากควันยาสูบได้ก็คือการทำให้บ้านเป็นเขตปลอดบุหรี่ทั้งหมด"

ไซมอน คลาร์ก ผู้อำนวยการกลุ่ม ฟอเรสต์ ซึ่งรณรงค์เพื่อผู้สูบบุหรี่ กล่าวว่า "เราขอแย้งในข้อกล่าวหาที่มีผลกระทบต่อผู้ที่ได้รับควันโดยไม่สูบ แต่ว่า กรณีที่ประเด็นของเด็กมาเกี่ยวข้อง มันก็มีเหตุผลสมควรที่จะระมัดระวังไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดขึ้นได้"

"ดังนั้นเราจึงขอสนับสนุนการเคลื่อนไหวเพื่อการยับยั้งผู้คนจากการสูบบุหรี่ใกล้ๆเด็กในพื้นที่ปิด อย่างไร
ก็ตาม ความพยายามที่จะทำให้ภาพพ่อแม่ที่สูบบุหรี่เป็นปิศาจร้ายนั้นเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ เพราะการสูบบุหรี่เป็นพฤติกรรมที่ถูกกฎหมายและยาสูบก็เป็นสินค้าที่ถูกกฎหมายด้วย"

โฆษกหญิงแห่งกรมสุขภาพกล่าวว่า มีการโฆษณาเพื่อรณรงค์เมื่อเร็วๆนี้ได้เน้นให้เห็นถึงโทษของการสูบบุหรี่ใกล้ๆเด็ก

"จำนวนเกือบครึ่งของผู้ใหญ่ที่สูบบุหรี่ยังคงสูบบุหรี่ในรถในขณะที่มีเด็กๆอยู่ด้วย และเกือบหนึ่งในสามที่สูบบุหรี่ในขณะที่อยู่ห้องเดียวกันกับเด็ก

" เราตั้งใจเต็มที่ที่จะเพิ่มจิตสำนึกให้กับประชาชนในเรื่องของพิษภัยเหล่านี้และกระตุ้นให้พวกเขาได้เข้ามาสู่มาตรการที่จะทำให้มั่นใจได้ว่าจะมีเด็กที่ต้องทรมานจากโรคอันเกี่ยวเนื่องจากควันบุหรี่ลดลงให้เหลือน้อยที่สุด"

DPP เป็นองค์กรการกุศลด้านการศึกษาสุขภาพที่ทำงานร่วมกับองค์กรต่างๆที่ให้การดูแลเบื้องต้นเพื่อให้มีการบริการทางสาธารณสุขที่เป็นเลิศ ได้ทำการสำรวจทางโทรศัพท์กับคนที่เป็นผู้ใหญ่ 1,275 คน