สมาคมวิทยุชุมชนโลก เรียกร้องรัฐบาลไทยหยุดคุกคามวิทยุชุมชน

สมาคมผู้กระจายเสียงวิทยุชุมชนโลก (AMARC) แสดงความเป็นห่วงสถานการณ์ การปราบปราม และปิดสื่อวิทยุชุมชนในไทย หลังบังคับใช้ พรก.ฉุกเฉิน เรียกร้องสิทธิ์ในการแสดงความเห็นทางการเมืองอย่างอิสระ

 

22 ก.ค. 2553 - สมาคมผู้กระจายเสียงวิทยุชุมชนโลก (The World Association of Community Radio Broadcasters, AMARC) แสดงความเป็นห่วงอย่างลึกซึ้งถึงสถานการณ์ในประเทศไทย ที่มีรายงานว่ามีการปิดกั้นการรายงานข่าวจากสถานีวิทยุชุมชน และมีวิทยุชุมชนหลายแห่งถูกปิดลง โดยในรายงานเมื่อไม่นานนี้ระบุว่า รัฐบาลได้บังคับใช้ พรก. ฉุกเฉิน เพื่อปิดสถานีวิทยุชุมชน 26 แห่ง ใน 9 จังหวัด และมีการกดดันให้สถานีวิทยุชุมชนอีก 6 แห่งยกเลิกการให้บริการ รวมถึงยังมีสถานีวิทยุอีกกว่า 84 แห่งที่ถูกขึ้นบัญชีดำและถูกสอดส่องอย่างใกล้ชิด

มีรายงานต่ออีกว่า นักกิจกรรมอย่างน้อย 35 รายที่เกี่ยวข้องกับสื่ออย่าง ผู้ดำเนินรายการวิทยุ, ผู้อำนวยการ และผู้บริหารสถานี ถูกดำเนินการทางกฏหมายในฐานะผู้ต้องสงสัยในการระดมผู้ฟังเข้าร่วมการประท้วงของคนเสื้อแดงที่กรุงเทพฯ  "อย่างไรก็ตาม ไม่มีรายละเอียดที่แน่ชัดที่จะสร้างความเป็นรูปธรรมให้กับข้อกล่าวหานี้" สุเทพ วิไลเลิศ เลขาธิการของคณะกรรมการเพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส.) กล่าว

มาตรา 19 ของปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ระบุชัดเจนว่า "บุคคลมีสิทธิในเสรีภาพแห่งความเห็นและการแสดงออก สิทธินี้รวมถึงเสรีภาพที่จะยึดมั่นในความเห็นโดยปราศจากการแทรกแซง และการเข้าถึง การรับสื่อ ตลอดจนการแจ้งข่าวรวมทั้งความคิดเห็นผ่านสื่อใดๆ และโดยมิต้องคำนึงถึงเขตแดน"

ในฐานะที่เป็นผู้สนับสนุนสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานรวมถึงสิทธิในการสื่อสาร สิทธิด้านข้อมูล และในฐานะเครือข่ายสื่อชุมชนระดับโลก สมาคมผู้กระจายเสียงวิทยุชุมชนโลกเรียกร้องให้รัฐบาลไทยให้การรับรองว่า ผู้กระจายเสียงชุมชนจะไม่ถูกคุกคามจากการที่พวกเขาแสดงความเห็นทางการเมือง

"สถานีวิทยุชุมชนเป็นตัวแทนของเสียงประชาชนในชุมชน และเป็นเรื่องผิดที่จะดำเนินการทางกฏหมายต่อผู้เผยแพร่ข่าวสาร ข้าพเจ้าของเรียกร้องให้รัฐบาลไทยและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง อย่าได้ใช้อำนาจข่มเหงผู้กระจายเสียงชุมชน ไม่ว่าจะโดยข้ออ้างใด ๆ ก็ตาม" อิหม่าม ประโคโซ รองประธานสมาคมฯ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าว

โดยเขายังได้แสดงความกังวลต่อการปิดสถานีวิทยุ และการดำเนินการทางกฏหมายต่อผู้ประกอบการกระจายเสียงสถานี เขาเรียกร้องให้ยึดในหลักการสากลของสิทธิด้านวิทยุชุมชน ในการเผยแพร่ความเห็นทางการเมือง สังคม และเศรษฐกิจ รวมถึงประเด้นอื่น ๆ ที่เกี่ยวพันกับชีวิตของคนในชุมชนนั้น ๆ อย่างอิสระเสรี

สมาคมผู้กระจายเสียงวิทยุชุมชนโลกในฐานะที่เป็นองค์กรเคลื่อนไหวด้านการกระจายเสียงที่ใหญ่ที่สุดของโลก โดยมีสมาชิกเป็นผู้กระจายเสียงชุมชนและผู้ให้การสนับสนุน 5,000 ราย เชื่อว่าประชาธิปไตยและความยุติธรรมในสังคมจะเกิดได้เมื่อมีสื่อเสรี

 


 


สมาคมผู้กระจายเสียงวิทยุชุมชนโลก (The World Association of Community Radio Broadcasters, AMARC) เป็นองค์กรภาคประชาชนนานาชาติที่ให้การช่วยเหลือด้านวิทยุชุมชนมากกว่า 110 ประเทศ และสนับสนุนสิทธิในการสื่อสารข้อมูลทั้งในระดับนานาชาติ ระดับชาติ ระดับท้องถิ่น และระดับชุมชน โดยมีสำนักงานเลขาธิการอยู่ที่ มอนทรีออล และมีสาขาในทวีปแอฟริกา, ละตินอเมริกา, เอเชียแปซิฟิก

 

เอ้าไอ้มาค งานเข้าอีกแล้ว

เอ้าไอ้มาค งานเข้าอีกแล้ว ไอ้กษิตกับไอ้เทือกดันดาราไม่ว่างซะด้วยเพราะใช้ให้ไปเผาข้อความของ โรเบิรท อัมสเตอร็พดัม อย่า่นั้นไอ้โกเตกลิ้มไปตามไอ้ I PADมาทีซิจะใช้ให้มันไปจัดการกับไอ้พวก สมาคมวิทยุชุมชนโลกสักหน่อย ได้ข่าวว่าไอ้ขี้เหลือง I PAD มันดิ้นเก่ง นะฮ้า

เรื่องคุกคามสื่อก็ว่ากันไป แต

เรื่องคุกคามสื่อก็ว่ากันไป

แต่ไอ้ที่เรียกกันว่าวิทยุชุมชนนั้น ส่วนใหญ่มันไม่ใช่ มันเป็นพวกฉวยโอกาสเข้ามาเซ็งลี้ ไอ้พวกนี้ควรรีบจัดการโดยเร็ว

ทีนี้แหละ

ทีนี้แหละ สมาคมวิทยุชุมชนโลกจะได้รู้ว่า การตักน้ำรดหัวตอ นั้นเป็นอย่างไร?

ประเทศที่มีประชาธิปไตยแบบไทยๆ

ประเทศที่มีประชาธิปไตยแบบไทยๆ ก็ต้องมีวิธีการแบบไทยๆไง เป็นอารยะธรรมแบบไทยๆ ฝรั่งไม่รู้เรื่อง

คำชี้แจง

เว็บไซต์ประชาไท ให้บริการพื้นที่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวและบทความแบบสาธารณะ ขอความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็นโดยเคารพกฎหมาย, ความเห็นที่แตกต่าง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น

  • ประชาไทแสดงหมายเลขไอพี* ของผู้โพสต์ประกอบความเห็นเสมอ
  • ประชาไทไม่มีนโยบายกรองข้อความก่อนการแสดงผล
  • อย่างไรก็ตามขอสงวนสิทธิ์ในการปิดการแสดงความเห็นที่ไม่เป็นไปตามกติกาหากตรวจสอบพบภายหลัง

ทั้งนี้ข้อความที่โพสต์จะยังไม่ปรากฎในทันที ซึ่งเป็นข้อจำกัดด้านเทคนิค

จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอบคุณในความร่วมมือ

* หมายเลขไอพีปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกลับไปที่ข้อมูลการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจระบุไปถึงแหล่งที่มาการโพสต์หรือบุคคลที่โพสต์ได้ นอกจากนี้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน