พวงทอง ภวัครพันธุ์: ปราสาทพระวิหาร เอ็มโอยู 2543 และแผนที่

สถานการณ์ร้อนแรงระหว่างไทย-กัมพูชาลดระดับลงไป เมื่อคณะกรรมการมรดกโลกตัดสินใจเลื่อนพิจารณาแผนบริหารจัดการพื้นที่มรดกโลกปราสาทพระวิหารของกัมพูชาออกไปเป็นปีหน้า แน่นอนว่านี่เป็นการผัดผ่อนปัญหาไปชั่วคราวเท่านั้น เรื่องนี้ยังไม่จบง่าย ๆ อย่างไรก็ตาม จากการประท้วงของกลุ่มชาตินิยมครั้งล่าสุดนี้ มีประเด็นสำคัญที่ผู้เขียนต้องการถกเถียงในที่นี้ คือ กรณี MOU ปี 2543 และคำอธิบายของกลุ่มชาตินิยมที่มีต่อแผนที่เจ้าปัญหา

ควรยกเลิก MOU 2543 จริงหรือ?
หนึ่งในข้อเรียกร้องของกลุ่มชาตินิยมคือ ให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ประกาศยกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชา ว่าด้วยการจัดทำหลักเขตแดนทางบก ปี 2543 (MOU 2543) ที่ลงนามโดย ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร รมช. กต.ในขณะนั้น และนายวาร์ คิม ฮง ที่ปรึกษาฝ่ายกิจการชายแดนของกัมพูชา เหตุผลที่ต้องยกเลิกก็เพราะ MOU 2543 ระบุว่า หนึ่งในเอกสารที่ต้องใช้ในการปักปันเขตแดนทางบก คือ แผนที่ที่จัดทำขึ้นตามผลงานการปักปันเขตแดนของคณะกรรมการปักปันเขตแดนระหว่างสยามกับฝรั่งเศสตามอนุสัญญาปี ค.ศ.1904 และสนธิสัญญาปี ค.ศ. 1907 ซึ่งมีความหมายรวมถึง แผนที่ที่ทำให้ไทยแพ้คดีปราสาทพระวิหารในปี 2505 หรือที่ฝ่ายไทยชอบเรียกว่า แผนที่ 1: 200000 แต่ในที่นี้จะเรียกว่า แผนที่ตอนเขาดงรัก

เรื่องนี้ดูจะสร้างความตระหนกให้แก่กลุ่มชาตินิยมไม่น้อย เพราะพวกเขายืนยันมาโดยตลอดว่า ไทยไม่เคยยอมรับแผนที่ฉบับนี้ (ฉะนั้น ไทยจึงไม่ต้องยอมรับคำตัดสินของศาลโลกที่ยกปราสาทพระวิหารให้กัมพูชา) แต่ปรากฏว่าพวกเขาได้ค้นพบว่า รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ที่พวกเขาช่วยกันอุ้มชู กลับเป็นผู้ไปทำ MOU ที่แสดงการยอมรับแผนที่เจ้าปัญหาเสียเอง ฉะนั้น รัฐบาลอภิสิทธิ์จะต้องเลิก MOU โดยด่วนที่สุด!

คำถามที่จะต้องถามคือ 1. ไทยจะอ้างเหตุผลอะไรเพื่อยกเลิก MOU 2543 2. การยกเลิกจะทำให้ประเทศไทยได้และเสียอะไรบ้าง

ตอบคำถามแรก: MOU 2543 ไม่มีส่วนใดที่ระบุว่าคู่สัญญาสามารถบอกเลิกหรือเพิกถอนได้แต่โดยลำพัง ทั้งนี้ อนุสัญญากรุงเวียนนา ค.ศ.1969 ได้กำหนดว่าในกรณีหนังสือสัญญาไม่ได้ระบุเรื่องการบอกเลิกหรือเพิกถอน ก็จะกระทำไม่ได้ ยกเว้นมีการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมขั้นพื้นฐานของสนธิสัญญาดังกล่าว ในกรณีนี้ ไทยจะใช้เหตุผลอะไรเพื่อขอยกเลิก MOU การมาค้นพบภายหลังว่าแผนที่ที่ใช้ปักปันเขตแดนมีปัญหา ย่อมไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมขั้นพื้นฐาน

ตอบคำถามที่สอง: หากรัฐบาลอภิสิทธิ์เต้นไปตามแรงกดดันชาตินิยม และตัดสินใจเลิก MOUนี้ สิ่งที่ประเทศไทยจะได้ก็คือ นายกฯ ที่มีคะแนนนิยมที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ก็คงชั่วครู่ชั่วคราวเท่านั้น โชคดีที่ครั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ไม่ใจร้อนเหมือนปีที่แล้ว ที่ด่วนบอกเลิก MOU การปักปันพื้นที่ไหล่ทวีป กับการให้ความช่วยเหลือสร้างถนนแก่กัมพูชา

การจะตอบคำถามว่าการยกเลิก MOU 2543 จะทำให้ไทยเสียอะไรบ้าง จะต้องกลับไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับแผนที่เจ้าปัญหาชุดนี้เสียก่อน กล่าวคือ

แผนที่ที่จัดทำขึ้นตามผลงานการปักปันเขตแดนของคณะกรรมการปักปันเขตแดนระหว่างสยามกับฝรั่งเศสชุดนี้มีทั้งหมด 11 ตอน (ระวาง) ครอบคลุมเขตแดนทางบกด้านตะวันออกของไทย ตั้งแต่ลาวลงมาถึงกัมพูชา (ตอนเขาดงรัก หรือบริเวณปราสาทพระวิหาร เป็น 1 ใน 11 ตอน) ฉะนั้น แผนที่ชุดนี้จึงไม่ได้ถูกใช้เป็นเอกสารในการปักปันเขตแดนระหว่างไทย-กัมพูชาเท่านั้น แต่ยังถูกใช้ในการปักปันเขตแดนระหว่างไทย-ลาวด้วย

หากฝ่ายไทยขอยกเลิก MOU 2543 กับกัมพูชา ด้วยเหตุผลว่าไทยไม่ยอมรับแผนที่ชุดนี้ ก็อาจกระทบต่อการปักปันเขตแดนที่กระทำร่วมกับลาวด้วย เพราะหากไทยไม่ยอมรับสถานะของแผนที่ชุดนี้ในความสัมพันธ์กับกัมพูชา แต่หันไปบอกกับลาวว่า ไม่เป็นไร ไทยยินดีใช้แผนที่ชุดนี้เพราะมันเป็นหลักฐานที่ทำให้ไทยได้เปรียบกรณีพิพาทบ้านร่มเกล้า... เหตุผลเช่นนี้ก็คงพิลึกดี

สิ่งที่สังคมไทยควรรับทราบไว้ก็คือ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา นับแต่ไทยสามารถทำข้อตกลงเพื่อปักปันเขตแดนกับลาวและกัมพูชาได้ กระบวนการปักปันเขตแดนด้านตะวันออกได้ก้าวหน้าไปอย่างมีนัยสำคัญ กล่าวคือ ข้อมูล กต. ระบุว่าเส้นเขตแดนไทย-กัมพูชาที่มีความยาวทั้งสิ้น 798 กม. ได้ปักหลักเขตแดนไปแล้ว 603 กม. คือตั้งแต่ช่องสะงำ จ.ศรีษะเกษ–บ้านหาดเล็ก จ.ตราด ส่วนที่ยังไม่ได้ปักหลักมีระยะทาง 195 กม. ซึ่งก็คือตอนเขาดงรัก ที่ตั้งของปราสาทพระวิหารและพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตร.กม. นั่นเอง

ในส่วนของพรมแดนไทย-ลาว การปักหมุดเขตแดนทางบกสามารถดำเนินไปได้ถึงร้อยละ 96 หรือเท่ากับ 676 กม.จากพื้นที่ทั้งหมด 702 กม. ส่วนที่ไม่ค่อยคืบหน้าก็คือ บริเวณแม่น้ำโขงและแม่น้ำเหือง (บริเวรบ้านร่มเกล้า) (ดูเว็บ กต. www.mfa.go.th/laos/laos.php)

หากมีการยกเลิก MOU ความพยายามที่เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายช่วยกันผลักดันเพื่อยุติ-ป้องกันความขัดแย้งเหนือดินแดนในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ย่อมหยุดชะงักลงทันที

อย่างไรก็ตาม คำอธิบายเพียงแค่นี้อาจยังไม่เป็นที่พอใจของกลุ่มชาตินิยม ที่มักเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ไทยที่เกี่ยวข้อง โง่ ไม่ทำการบ้าน แต่ในกรณี MOU 2543 เป็นเช่นนั้นจริงหรือ?

สิ่งที่กลุ่มชาตินิยมไม่ได้อ้างถึงก็คือ MOU 2543 ยังระบุถึงเอกสารอีกชุดหนึ่ง ที่ต้องใช้ประกอบการสำรวจและปักหลักเขตแดน นั่นก็คือ อนุสัญญาระหว่างสยามกับฝรั่งเศสลงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1904 และสนธิสัญญาระหว่างสยามกับฝรั่งเศส ลงวันที่ 23 มีนาคม ค.ศ.1907 เอกสารทั้งสองนี้ระบุว่า การปักปันเขตแดนบริเวณเขาดงรัก ให้ยึดเส้นสันปันน้ำ อันเป็นหลักการที่ไทยยืนยันมาโดยตลอด

ในแง่นี้ MOU 2543 จึงประกอบด้วยเอกสารที่ถ่วงดุลอำนาจในการต่อรองและผลประโยชน์ของคู่เจรจาทั้งสองฝ่าย ซึ่งนี่ไม่ใช่เรื่องผิดปกติในการเจรจาต่อรองระหว่างประเทศ เพราะหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยืนยันให้ใช้แต่เฉพาะเอกสารที่ให้ประโยชน์กับฝ่ายตนเท่านั้น การเจรจาก็ไม่มีทางคืบหน้าไปได้

นอกจากนี้ มันยังหมายความต่ออีกว่า เจ้าหน้าที่ไทยที่เกี่ยวข้องก็เห็นประโยชน์จากแผนที่ชุดนี้เช่นกัน เพราะในจำนวน 11 ตอน มีเฉพาะตอนเขาดงรักเท่านั้นที่ฝ่ายไทยไม่ยอมรับ แต่อีก 10 ตอนที่เหลือ จะช่วยให้ไทยแก้ปัญหาเรื่องดินแดนกับเพื่อนบ้านได้

ไทยไม่เคยยอมรับแผนที่จริงหรือ?
เหตุผลที่ฝ่ายชาตินิยมตอกย้ำ และนายกฯอภิสิทธิ์รับมาเป็นจุดยืนของตนด้วยก็คือ ไทยไม่มีภาระผูกพันต่อแผนที่ตอนเขาดงรัก และไม่เคยยอมรับ เพราะเส้นเขตแดนที่ปรากฏในแผนที่ไม่ได้ลากตามเส้นสันปันน้ำดังที่กำหนดไว้ในสนธิสัญญา, ฝรั่งเศสกระทำขึ้นแต่ฝ่ายเดียว คณะกรรมการปักปันเขตแดนของไทยไม่ได้เข้าร่วมด้วย, ไทยไม่เคยให้สัตยาบันรับรองแผนที่นี้, ไทยถูกฝรั่งเศส ซึ่งเป็นประเทศใหญ่กว่า กดดันรังแกให้ต้องยอมรับแผนที่ และในขณะนั้น ไทยไม่มีความรู้เรื่องการทำแผน จึงรับแผนที่มาโดยไม่รู้ว่าเส้นเขตแดนไม่ตรงกับเส้นสันปันน้ำ ที่ (แม้ว่าสยามได้ก่อตั้งกรมแผนที่ขึ้นมาแล้วในสมัยรัชกาลที่ 5 ในปี พ.ศ.2428 ก็ตาม)

อันที่จริงทีมงานกฎหมายที่นำโดย ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ก็ใช้เหตุผลเหล่านี้เพื่อต่อสู้คดีปราสาทพระวิหารในศาลโลก และทำให้ไทยแพ้มาแล้ว และศาลโลกก็ได้โต้แย้งเหตุผลไปแล้วด้วย โดยศาลโลกยืนยันว่าไทยมีภาระผูกพันต่อแผนที่ตอนเขาดงรัก เพราะมีหลักฐานว่าไทยได้เคยตีพิมพ์ เผยแพร่ และจัดส่งแผนที่ทั้ง 11 ตอนหลายครั้งหลายครา ซึ่ง “เพียงพอที่จะก่อให้เกิดผลทางกฎหมายได้” โดยสรุปได้ดังนี้ (ดูคำพิพากษาศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ คดีปราสาทพระวิหาร)

1. เมื่อสถานทูตไทย ณ กรุงปารีส ได้รับแผนที่ทั้ง 11 ตอน อัครราชทูตไทยได้มีหนังสือไปยังกระทรวงการต่างประเทศในกรุงเทพฯ มีข้อความตอนหนึ่งว่า “ในเรื่องที่คณะกรรมการปักปันเขตแดนผสม ตามคำร้องขอของกรรมการฝ่ายสยามให้กรรมการฝ่ายฝรั่งเศสช่วยจัดทำแผนที่เขตแดนต่าง ๆ ขึ้นนั้น บัดนี้ คณะกรรมการฝ่ายฝรั่งเศสได้ปฏิบัติงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว” อัครราชทูตไทยคนดังกล่าวยังระบุว่า ตนได้รับแผนที่จำนวน 50 ชุด และจะได้ส่งแผนที่อย่างละชุดไปยังสถานทูตไทยในยุโรปและอเมริกา นอกจากนี้ สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสนาบดี มหาดไทยยังได้ขอบคุณอัครราชทูตฝรั่งเศส ณ กรุงเทพฯ สำหรับแผนที่เหล่านั้น และได้ทรงขอแผนที่จากฝรั่งเศสอีกอย่างละ 15 ชุดเพื่อส่งไปให้ผู้ว่าราชการจังหวัดต่าง ๆ ของสยาม

ศาลโลกเห็นว่าข้อความในหนังสือดังกล่าวชี้ว่า เจ้าหน้าที่สยามรับรู้ว่าแผนที่ที่ตนได้รับนั้นคือ ผลงานปักปันเขตแดน ที่รัฐบาลสยามได้ “ร้องขอ” ให้ฝ่ายฝรั่งเศสจัดทำให้ตนนั่นเอง นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่สยามได้ยอมรับแผนที่ โดยมิได้มีการตรวจสอบโดยตนเอง “จึงไม่อาจที่จะอ้างในเวลานี้ได้ว่ามีข้อผิดพลาดอันเป็นการลบล้างความยินยอมที่แท้จริงได้”

2. เหตุการณ์ในยุคหลัง ร.5 ยังชี้ว่าสยามได้ยอมรับแผนที่ภาคผนวก 1 ในทางพฤตินัยและไม่ได้สนใจที่จะคัดค้านแผนที่นี้ แม้ว่าจะมีโอกาสหลายครั้งก็ตาม กล่าวคือ ในช่วงปี พ.ศ. 2477-2478 ไทยได้ทำการสำรวจบริเวณนี้ด้วยตนเอง แล้วพบว่าเส้นสันปันน้ำกับเส้นบนแผนที่ไม่ตรงกัน และฝ่ายไทยได้จัดทำแผนที่ขึ้นมาเอง โดยแสดงว่าปราสาทพระวิหารอยู่ในเขตไทย แต่ประเทศไทยก็ยังคงใช้แผนที่ที่จัดทำโดยฝรั่งเศสตลอดมา

และที่น่าประหลาดใจยิ่งขึ้นก็คือ ในปี พ.ศ. 2480 ในการลงนามในสนธิสัญญากับฝรั่งเศสเพื่อยืนยันเส้นเขตแดนร่วมที่มีอยู่แล้วอีกครั้งหนึ่ง “กรมแผนที่ของสยามก็ยังคงพิมพ์แผนที่แสดงว่าพระวิหารอยู่ในเขตของกัมพูชาอยู่อีก”

ประเทศไทยมีโอกาสขอแก้ไขเส้นเขตแดนที่ผิดพลาดอีกครั้งหนึ่งในปี พ.ศ. 2490 หรือหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ไทยต้องคืนดินแดนพระตะบอง เสียมราฐ และจำปาสักให้แก่ฝรั่งเศส ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการประนอมฝรั่งเศส-ไทยขึ้น โดยภาระหน้าที่ประการหนึ่งคือตรวจแก้ไขเส้นเขตแดนซึ่งไทยอาจยกขึ้นมา ซึ่งไทยได้ยื่นคำร้องเกี่ยวกับเส้นเขตแดนในหลายบริเวณด้วยกัน แต่กลับไม่เคยร้องเกี่ยวกับปราสาทพระวิหารเลย แต่กลับยื่นแผนที่ฉบับหนึ่งต่อคณะกรรมการซึ่งแสดงว่าพระวิหารอยู่ในกัมพูชา

ข้อมูลเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงการปฏิบัติหลายครั้งหลายหนของฝ่ายไทยที่แสดงการยอมรับแผนที่ตอนเขาดงรัก ศาลโลกจึงมีข้อวินิจฉัยว่า “ประเทศไทยได้ยอมรับเส้นเขตแดนตรงจุดนี้ดังที่ลากไว้บนแผนที่โดยไม่คำนึงว่าจะตรงกันกับเส้นสันปันน้ำหรือไม่”

ถึงแม้ว่าศาลโลกจะไม่ได้ตัดสินให้ตามคำขอของกัมพูชาที่ว่า แผนที่ตอนเขาดงรักมีสถานะเท่ากับสนธิสัญญา และเส้นเขตแดนที่ปรากฏในแผนที่เป็นเส้นเขตแดนไทย-กัมพูชา แต่ไทยก็ต้องตระหนักว่าศาลโลกมีความเห็นว่า

“ประเทศไทยใน ค.ศ. 1908-09 ได้ยอมรับแผนที่ในภาคผนวก 1 ว่าเป็นผลงานของการปักปันเขตแดน และด้วยเหตุนี้ จึงได้รับรองเส้นบนแผนที่ว่าเป็นเส้นเขตแดน อันเป็นผลให้พระวิหารตกอยู่ในดินแดนกัมพูชา ศาลมีความเห็นต่อไปว่า เมื่อพิจารณาโดยทั่ว ๆ ไป การกระทำต่อ ๆ มาของไทยมีแต่ยืนยัน และชี้ให้เห็นชัดถึงการยอมรับแต่แรกนั้น และว่าการกระทำของไทยในเขตท้องที่ก็ไม่พอเพียงที่จะลบล้างข้อนี้ได้ คู่กรณีทั้งสองฝ่าย โดยการประพฤติปฏิบัติของตนเองได้รับรองเส้นแผนที่นี้ และดังนั้นจึงถือได้ว่าเป็นการตกลงให้ถือว่าเส้นนี้เป็นเส้นเขตแดน

ไทยต้องตระหนักว่ารัฐบาลกัมพูชามีสิทธิ์ร้องขอโดยลำพังให้ศาลโลกตีความคำพิพากษาปี 2505 ได้ เพื่อชี้ขาดว่าเส้นเขตแดนในบริเวณพิพาทคือเส้นเขตแดนตามที่ปรากฏในแผนที่เจ้าปัญหาหรือไม่ ผู้เขียนเชื่อว่า หากความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชาเลวร้ายลงเรื่อย ๆ กัมพูชาจะเลือกใช้หนทางนี้เพื่อยุติปัญหาที่ยืดเยื้อมานานเสียที

ปัญหาคือ หากศาลชี้ขาดให้เป็นคุณกับฝ่ายกัมพูชา สังคมไทยจะมีปฏิกิริยาต่อเรื่องนี้อย่างไร ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อการสูญเสียพื้นที่ 4.6 ตร.กม. ใครบ้างจะต้องกลายเป็นแพะรับบาป ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศจะเลวร้ายลงไปอีกเพียงใด ไม่มีใครรับประกันได้

บางทีการกลับไปอ่านเอกสารหลักฐานเก่าบ้าง อาจช่วยทำให้ผู้นำไทยมีสติมากขึ้น ไม่ต้องวนเวียนกับคำอธิบายเก่า ๆ ที่เคยถูกตีตกไปแล้ว ประการสำคัญ อาจทำให้เราพยายามคิดหาหนทางใหม่ ๆ ในการแก้ไขข้อพิพาทกับประเทศเพื่อนบ้านโดยไม่ต้องอิงกับกระแสชาตินิยมมากจนเกินไป


แผนที่แสดงพื้นที่ที่มีการปักหลักเขตแดนไทย-กัมพูชา

 

หมายเหตุ: เผยแพร่ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์ มติชน ฉบับวันที่ 3 สิงหาคม 2553

 

พันธมิตรตัวกลั่นอย่างกษิต

พันธมิตรตัวกลั่นอย่างกษิต พอเห็นข้อมูลข้อเท็จจริง ยังยอมรับถึงความจำเป็นและประโยชน์ของการดำรงอยู่ของMOU 2543ที่เซ้นโดยประชาธิปัตย์

แล้วพันธมิตรอย่างวีระ สมความคิดทำไมยังทำตัวเหมือนคนสิ้นคิดอยู่? ยังดื้อรั้นเหมือนสมีจำลอง คนแบบนี้หรือครับ ที่คนกรุงเทพฯจะเลือกให้เป็นสก.,สข.ประจำเขตของตน? คนที่ดื้อรั้น คอยแต่จะชวนเพื่อนบ้านชกปากกัน

ผมไม่เชื่อว่าพันธมิตรจะงี่เง่าได้ไร้ขีดสุดแบบนี้ ผมเชื่อว่านี่เป็นวาระเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจประชาชนออกจากปัญหาการเมืองภายในประเทศ ไปสู่ประเด็นอมตะนิรันดร์กาลอย่าง"รักชาติ" ที่ดูยังไงก็เหมือน"คลั่งชาติ"มากกว่า วิญญาณหลวงวิตรวาทการอาจแปลกใจที่พวกนี้พากันไปไกลสุดกู่ยิ่งกว่าต้นฉบับอย่างหลวงวิจิตรฯเสียอีก

ขอเชิญเหล่าอัศวินพิทักษ์..........Preah Vihearออกมาร่ายรำ........(แฮ่ๆ)

ครับคุณ"พวงทอง

ครับคุณ"พวงทอง ภวัครพันธุ์"ประเด็นหลักๆของคุณคือ กรณี MOUจะยกเลิกได้ฝ่ายเดียวหรือไม่? ด้วยการยกเงื่อนไขบางกรณีมาชี้แค่นั้น(เช่น"ยกเว้นมีการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมขั้นพื้นฐานของสนธิสัญญาดังกล่าว") ส่วนตัวผมไม่เชื่อว่ามีแค่ข้อเดียว แต่เจตนาคุณหยิบมาแค่ข้อเดียวเพื่อสนับสนุนความคิดตัวเองด้านเดียวเท่านั้น?

เอาแค่ข้อเดียวเราก็เถอะ เราแก้เกมเล่นได้ครับ? คุณ"พวงทอง ภวัครพันธุ์" กรณีนั้นก็คือเขาได้ละเมิดข้อตกลงMOU.เขมรเข้ามาสร้างสิ่งปลูกสร้างในเขตพื้นที่ตามบันทึกข้อตกลง MOU เช่นวัด และเอาคนเข้ามาอยู่ถาวรตอนนี้?

คุณพวงทองครับ ชัดหรือยังครับ? แต่เงื่อนไขคือเป็นประโยชน์กับไทยจริงหรือไม่ในกรณียกเลิก? ผมฟันธงเลยครับ(เพราะเราใช้ประโยชน์ไปแล้วที่บราซิลฯจึงหมดประโยชน์แล้ว)

แต่ผมฟันธงว่า ยกเลิกแล้วเราจะได้ประโยชน์ บอกว่ามีครับ มีในกรณีการที่เรายืนยันไม่ยอมรับ เงื่อนไขแผนที่หมกเม็ดของฝรั่งเศส(แผนที่1.200000)อย่างแข็งขันชัดเจนในพศ.ปัจจุบัน? เพื่อยืนสันสนธิสัญญาสันปันน้ำ คือ เงื่อนไขที่แสดงเจตนาไว้ร่วมกัน?

แม้คุณพยายามจะหาข้อมูลสนับสนุน ตามความคิดคุณ(ผมเน้นครับแม้พฤติกรรมเราจะส่อหรือชี้ได้ว่าใช่แต่ใช่ในกดรรีไหนที่ผมกำลังจะแย้ง) แต่เจตนาคุณพยายามชงให้มันไปในทางนั้นมันส่อเจตนาอะไร?

จนละเลยหลายๆตัวแปรที่ยืนยันว่าเราคัดค้านไม่ได้ยอมรับแผนที่ฝรั่งเศษในเจตนา(นั้นว่าเจตนาตามสนธิสัญญา)ในหลายเหตุการณ์ที่ชัดเจนกว่าที่คุณแย้งมาหลายอัน เช่นที่ศาลฯ และการเขียนแผนที่เองตรวจสอบเองก็ยังไม่ตรงกับฝรั่งเศษเหตุที่ไม่แย้งตอนแรก(จะอธิบายเพิ่มที่หลัง)

แต่เพราะการที่เราไม่ได้ตรวจสอบให้ถูกต้อง ที่สำคัญมันมีหลายเหตุการณ์ที่เราค้านแผนที่นั้นมากกว่าการสับเพร่า ตามที่คุณแย้งมา ซึ่งด้วยพฤติกรรมนั้นมันส่อเจตนาว่าเราเองยังขาดความเข้าในในเจตนาของสนธิสัญญา จนถึงมีตัวแปรอื่นๆที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ที่มีการกระทำนอกสนธิสัญญา(ตรงน้จะใช่หรือไม่ใช่เหตุผลจริงๆเราอ้างได้เพื่อแก้เกม)

แม้เขาจะอ้างว่า เราให้ฝรั่งเศษ ทำแผนที่ที่แสดงว่าเราร่วมฯ(นั้นหมายถึงว่าแผนที่ฝ่ายเดียวชัดๆเพราะเป็นการว่าจ้างหรือให้งานไปทำตามแบบนยั้นคือสนธิสัญญา) แต่ฝรั่งเศษหมกเม็ดทำผิดแบบมาเราไม่แย้ง นั้นเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์(แต่งานการตรวจสอบแบบคือเขตฯหรือผุ้ตรวจสอบแบบในสนธิสัญญาแม้ผู้ว่าจ้างจะรับงานไปแล้ว ถ้ามันไม่ตรงแบบก็รื้อได้

และเพราะผลตรงนั้นขัดต่อข้อตกลงตามสนธิสัญญาเรื่องสันปันน้ำ ซึ่งเมื่อตรวจสอบภายหลัง ว่าไม่เป็นไปตามนั้น? เพราะข้อตกลงนั้นเป็นข้อตกลงร่วม แต่แผนที่ไม่ใช่ข้อตกลงร่วมฯ เป็นว่าจ้างให้ทำงานตามแผนฯตามแบบฯ แต่การ รับทราบแล้วไม่แย้ง(เหตุผลจริงๆคือเราเซ่อเองไม่ทันการณ์แต่เราก้อ้างได้เพื่อชงให้มีน้ำหนักโดยไม่ได้ละเมิดผิดกติกา)

แต่นั้นไม่ใช่เหตุผลของการที่จะยุติว่าเรายอมรับ เช่นอาจจะมีเงื่อนไขพิเศษบางอย่างเช่นอ้างว่า ตัวแปรฝรั่งเศษ เอาปืนจ่อหัว เอาเรือรบมาปิดอ่าว(เราก็อ้างไปทั้งที่จริงๆอาจจะเป็นเหตุผลรองจากที่เรารู้เท่าไม่ถึงการณ์) แต่เหตุผลหลักในสนธิสัญญาก็กำกับช่วยเราไว้แล้วว่า

ถ้าไม่ถูกต้องก็ต้องตามแบบใครสร้างไว้ก็รื้อได้???ทำให้มันถูกต้องตามนั้น ยกเว้นว่าเราลงนามยกเลิกสนธิสัญญาอันก่อนแล้วแก้แบบแล้ว จะจึง ให้เนื้อหาอื่นๆที่ตามมามีการเปลี่ยนแปลงไปจากนั้น นั้นเท่ากับว่าแผนที่ฝรั่งเศษ เป็นโมฆะได้?เพราะไม้ได้เป็นไปตามเจตนารมณ์ร่วม และข้อตกลงร่วมหรือทำผิดแบบ???

แต่ทั้งพฤติกรรม และการกระทำหลังจากนั้นเป็นการกระทำจนถึงกิจกรรมเรื่องชายแดนทั้งหมด(หมายถึงเราชี้ไปที่แผนที่1.200000) เป็นการกระทำที่ละเมิดสนธิสัญญาเป็นการต่อเติมผิดแบบที่สั่งรื้อได้ทุกเมื่อถ้าฟิสูจน์ได้ว่าผิดแบบจริงๆ

เพราะมันไม่ได้เป็นไปตามข้อตกลงสันปันน้ำ แม้เราจะจ้างฝรั่งเศษทำให้ แต่ ผู้จ้างและผู้ว่าจ้างจะต้องทำตามแบบที่อนุญาติเท่านั้น? แม้จะอ้างว่าเจ้าของทรัพย์นั้?น ได้รับงานไปอย่างถูกต้องและไม่ค้านแล้ว(ที่คุณพวงทอง ภวัครพันธุ์อ้างมาทั้งหมดว่าเราได้ยอมรับเขตแดนแล้ว)

นั้นเป็นความเข้าใจของคุณเองฝ่ายเดียวทีเป็นคนไทยใจเขมรมากกว่า? เพราะถ้าจะยอมรับได้ คุณจะต้องมีสัญญาอีกอันแนบท้ายแก้แบบแปลนที่สนธิสัญญานั้นอนุญาติ แก้แบบก่อน?เช่น แม้ผู้ว่าจ้างกับผู้รับเหมาจะสมยอมรับงานที่ผิดแบบที่เขตอนุญาติ(หมายถึงสนธิสัญญา)
แต่ยังไมใมหลักฐานชี้ชัดว่าเรายอมแก้ไขเนื้อหาสาระใหญ่ในแบบหรือโครงสร้างหลักในสนธิสัญญามีแค่การว่าจ้างให้เป็นไปตามสนธิสัญญา เท่านั้น เช่นแผนที่เป็นงานต่อเติมก่อสร้างตามแบบ?

แต่ผลที่ออกมาขณะนี้มันก็คือการต่อเติมบ้านผิดแบบ(พยานคือสันเขามออีแดงที่พร้อมทุกเมื่อในการเป็นพยานปากเอกในการมอบสันขวานจามหัวได้ทุกเมื่อถ้าคนมาตรวจสอบละเลยมองไม่เห็น) ที่เราสามารถรื้อได้ทุกเมื่อ(หมายถึงยกเลิกฯ) จนกว่าจะมีสนธิสัญญาร่วมกันอันใหม่ ในการแก้ไขแบบอันเดิมที่ไม่เอาสันปันน้ำแล้ว?จึงจะถือว่าการรับงานครั้งนั้น ถูกต้อง? แต่ไม่เคยมีปรากฏว่ายกเลิกสนธิสัญญาสันปันน้ำในพื้นที่ไหน?

การยกเรื่องเขตแดนลาวเพื่อนเจตนา มาจับแพะมาชนแกะ เพราะเนื้อหาเรื่องนี้เป็นปัญหาเรื่องเขตแดนของรัฐต่อรัฐ? เป็นข้อตกลงร่วมของแต่ล่ะรัฐเท่านั้นเอามาพ่วงเป็นกรณีเดียวกันไม่ได้? แม้เหตุผลเก่าจะคือต้นน้ำเดียวกันแต่ปัจุบันแยกสายน้ำแยกประเทศไปแล้วเว้นเสียแต่ว่าเกิดปัญหาเหมือนกัน?คือยังยอมรับไม่ได้ยังไม่ยุติ ลาวกับไทยก็ต้องมีหลักฐานMOUกันอยู่???

นั้นหมายความว่าลาว ถ้าเขามีปัญหาแบบเขมรเขายกมาอ้างจึงจะเอาไปเทียบเคียงเป็นกรณีเดียวกันได้ แต่ถ้าเขายอมรับ เป็นข้อตกลงใหม่ ยุติตามข้อตกลงนั้นไปแล้วทำแผนที่เขตแดนจนยอมรับว่าเป็นไปตามข้อตกลงที่ว่าไว้ตรงนั้นแล้ว(หรือสมมุติจะแย้งใหม่ก็ต้องมีเหตุผลละเมิดข้อตกลงอันเก่าก่อนแต่ของเรากับลาวไม่มีMOUจึงถือว่ายุติไปแล้ว)

แต่กรณีเขมรมีMOUที่ชี้ชัดว่ายังตกลงกันให้เป็นไปตามเงื่อนไขสนธิสัญญาไม่ได้ แม้จะมีบางเงื่อนไขทางพฤตินัยเหมือนไทยยอมรับไปแล้ว ?แต่MOU คือหลักฐานชี้ชัดว่ามันไม่ใช่ ?และคราวนี้MOU เราสามารถบอกเลิกได้?เพราะเขมรทำผิดข้อตกลงMOU

นั้นคือมีการบุกรุกเข้าไปสร้างสิ่งปลุกสร้างในนนั้นละเมิดข้อตกลงMOU ดังนั้นถ้าเขมรจะ ทำแผนที่นี้ให้ได้ในการขอขึ้นทะเบียนฯ จึงต้องมาทำสัญญาใหม่? กับไทยก่อน เพราะของเก่าคุณผิดสัญญาแล้ว

ถ้าคุณไม่ทำ เราก็ ไม่ให้คุณขึ้นทะเบียนหรือบริหารจัดการปราสาทเพราะเงื่อนไขของการขึ้นฯจะต้องมีพื้นที่ฯ และเป็นพื้นที่ที่ตกลงกันเสร็จแล้วยุติแล้ว แต่MOU อันเก่าเราได้ชี้ไว้แล้วเป็นหลักฐานไปแล้วกับยูเนสฯ และเขารับทราบไปแล้ว

ส่วนเงื่อนไขในสัญญา เป็นเรื่องของเรากับเขมรในข้อตกลงร่วมกันฯ ในกรณีเราจะขอยกเลิก เพื่อตกลงกันใหม่ เพื่อยืนยันไม่ยอมรับแผนที่1.200000ของฝรั่งเศษ เพราะเขมรละเมิดข้อตกลงร่วมทางชายแดนด้วยการบุกรุกฯที่ผิดข้อตกลงอันแรก?

โดยเอาเงื่อนไขข้อต่อรองตรงนี้ว่าถ้าเขมรไม่ยอมเซ็นต์ใหม่?ตามกรอบข้อตกลงที่ไทยยอมรับ คุณก็อดขึ้นทะเบียนฯเพราะตรงนี้ยังคาอยู่?

ชัดน่ะครับคุณพวงทอง??? ว่าผมชี้เป็นข้อๆแบบนี้มีอะไรจะแย้งอีกไหม? แต่ผมเศร้าใจในเจตนาคุณพวงทอง ภวัครพันธุ์(คนไทยใจเขมร) ในเจตนาเสิร์ฟ เฉพาะด้านที่ไทยเสียเปรียบ แต่ด้านหรือข้อมูลที่เราจะแก้ไขได้หรือแก้เกมได้ หรือเหตุผลแย้งรอบด้านอื่นๆคุณเจตนาตัดตอนมาเสิร์ฟแบบไม่รอบด้าน? ส่อเจตนาคนไทยใจเขมรของคุณครับผมคงไม่หวังไกลถึงขนาดให้คุณช่วยหรือบิดเบือนข้อมูลข้อเท็จจริงมาช่วยไทย เอาแค่ตรงไปตรงมาคุณยังเจตนาแบบนี้เลย ผมเศร้าใจและไว้อาลัยในความเป็นคนไทยใจเขมรของคุณครับ???

เทสๆแบนเราอีกแล้วเหรือเทสๆ

เทสๆแบนเราอีกแล้วเหรือเทสๆ

ครับคุณ"พวงทอง

ครับคุณ"พวงทอง ภวัครพันธุ์"ประเด็นหลักๆของคุณคือ กรณี MOUจะยกเลิกได้ฝ่ายเดียวหรือไม่? ด้วยการยกเงื่อนไขบางกรณีมาชี้แค่นั้น(เช่น"ยกเว้นมีการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมขั้นพื้นฐานของสนธิสัญญาดังกล่าว") ส่วนตัวผมไม่เชื่อว่ามีแค่ข้อเดียว แต่เจตนาคุณหยิบมาแค่ข้อเดียวเพื่อสนับสนุนความคิดตัวเองด้านเดียวเท่านั้น?

เอาแค่ข้อเดียวเราก็เถอะ เราแก้เกมเล่นได้ครับ? คุณ"พวงทอง ภวัครพันธุ์" กรณีนั้นก็คือเขาได้ละเมิดข้อตกลงMOU.เขมรเข้ามาสร้างสิ่งปลูกสร้างในเขตพื้นที่ตามบันทึกข้อตกลง MOU เช่นวัด และเอาคนเข้ามาอยู่ถาวรตอนนี้?

คุณพวงทองครับ ชัดหรือยังครับ? แต่เงื่อนไขคือเป็นประโยชน์กับไทยจริงหรือไม่ในกรณียกเลิก? ผมฟันธงเลยครับ(เพราะเราใช้ประโยชน์ไปแล้วที่บราซิลฯจึงหมดประโยชน์แล้ว)

แต่ผมฟันธงว่า ยกเลิกแล้วเราจะได้ประโยชน์ บอกว่ามีครับ มีในกรณีการที่เรายืนยันไม่ยอมรับ เงื่อนไขแผนที่หมกเม็ดของฝรั่งเศส(แผนที่1.200000)อย่างแข็งขันชัดเจนในพศ.ปัจจุบัน? เพื่อยืนสันสนธิสัญญาสันปันน้ำ คือ เงื่อนไขที่แสดงเจตนาไว้ร่วมกัน?

แม้คุณพยายามจะหาข้อมูลสนับสนุน ตามความคิดคุณ(ผมเน้นครับแม้พฤติกรรมเราจะส่อหรือชี้ได้ว่าใช่แต่ใช่ในกดรรีไหนที่ผมกำลังจะแย้ง) แต่เจตนาคุณพยายามชงให้มันไปในทางนั้นมันส่อเจตนาอะไร?

จนละเลยหลายๆตัวแปรที่ยืนยันว่าเราคัดค้านไม่ได้ยอมรับแผนที่ฝรั่งเศษในเจตนา(นั้นว่าเจตนาตามสนธิสัญญา)ในหลายเหตุการณ์ที่ชัดเจนกว่าที่คุณแย้งมาหลายอัน เช่นที่ศาลฯ และการเขียนแผนที่เองตรวจสอบเองก็ยังไม่ตรงกับฝรั่งเศษเหตุที่ไม่แย้งตอนแรก(จะอธิบายเพิ่มที่หลัง)

แต่เพราะการที่เราไม่ได้ตรวจสอบให้ถูกต้อง ที่สำคัญมันมีหลายเหตุการณ์ที่เราค้านแผนที่นั้นมากกว่าการสับเพร่า ตามที่คุณแย้งมา ซึ่งด้วยพฤติกรรมนั้นมันส่อเจตนาว่าเราเองยังขาดความเข้าในในเจตนาของสนธิสัญญา จนถึงมีตัวแปรอื่นๆที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ที่มีการกระทำนอกสนธิสัญญา(ตรงน้จะใช่หรือไม่ใช่เหตุผลจริงๆเราอ้างได้เพื่อแก้เกม)

แม้เขาจะอ้างว่า เราให้ฝรั่งเศษ ทำแผนที่ที่แสดงว่าเราร่วมฯ(นั้นหมายถึงว่าแผนที่ฝ่ายเดียวชัดๆเพราะเป็นการว่าจ้างหรือให้งานไปทำตามแบบนยั้นคือสนธิสัญญา) แต่ฝรั่งเศษหมกเม็ดทำผิดแบบมาเราไม่แย้ง นั้นเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์(แต่งานการตรวจสอบแบบคือเขตฯหรือผุ้ตรวจสอบแบบในสนธิสัญญาแม้ผู้ว่าจ้างจะรับงานไปแล้ว ถ้ามันไม่ตรงแบบก็รื้อได้

และเพราะผลตรงนั้นขัดต่อข้อตกลงตามสนธิสัญญาเรื่องสันปันน้ำ ซึ่งเมื่อตรวจสอบภายหลัง ว่าไม่เป็นไปตามนั้น? เพราะข้อตกลงนั้นเป็นข้อตกลงร่วม แต่แผนที่ไม่ใช่ข้อตกลงร่วมฯ เป็นว่าจ้างให้ทำงานตามแผนฯตามแบบฯ แต่การ รับทราบแล้วไม่แย้ง(เหตุผลจริงๆคือเราเซ่อเองไม่ทันการณ์แต่เราก้อ้างได้เพื่อชงให้มีน้ำหนักโดยไม่ได้ละเมิดผิดกติกา)

แต่นั้นไม่ใช่เหตุผลของการที่จะยุติว่าเรายอมรับ เช่นอาจจะมีเงื่อนไขพิเศษบางอย่างเช่นอ้างว่า ตัวแปรฝรั่งเศษ เอาปืนจ่อหัว เอาเรือรบมาปิดอ่าว(เราก็อ้างไปทั้งที่จริงๆอาจจะเป็นเหตุผลรองจากที่เรารู้เท่าไม่ถึงการณ์) แต่เหตุผลหลักในสนธิสัญญาก็กำกับช่วยเราไว้แล้วว่า

ถ้าไม่ถูกต้องก็ต้องตามแบบใครสร้างไว้ก็รื้อได้???ทำให้มันถูกต้องตามนั้น ยกเว้นว่าเราลงนามยกเลิกสนธิสัญญาอันก่อนแล้วแก้แบบแล้ว จะจึง ให้เนื้อหาอื่นๆที่ตามมามีการเปลี่ยนแปลงไปจากนั้น นั้นเท่ากับว่าแผนที่ฝรั่งเศษ เป็นโมฆะได้?เพราะไม้ได้เป็นไปตามเจตนารมณ์ร่วม และข้อตกลงร่วมหรือทำผิดแบบ???

แต่ทั้งพฤติกรรม และการกระทำหลังจากนั้นเป็นการกระทำจนถึงกิจกรรมเรื่องชายแดนทั้งหมด(หมายถึงเราชี้ไปที่แผนที่1.200000) เป็นการกระทำที่ละเมิดสนธิสัญญาเป็นการต่อเติมผิดแบบที่สั่งรื้อได้ทุกเมื่อถ้าฟิสูจน์ได้ว่าผิดแบบจริงๆ

เพราะมันไม่ได้เป็นไปตามข้อตกลงสันปันน้ำ แม้เราจะจ้างฝรั่งเศษทำให้ แต่ ผู้จ้างและผู้ว่าจ้างจะต้องทำตามแบบที่อนุญาติเท่านั้น? แม้จะอ้างว่าเจ้าของทรัพย์นั้?น ได้รับงานไปอย่างถูกต้องและไม่ค้านแล้ว(ที่คุณพวงทอง ภวัครพันธุ์อ้างมาทั้งหมดว่าเราได้ยอมรับเขตแดนแล้ว)

นั้นเป็นความเข้าใจของคุณเองฝ่ายเดียวทีเป็นคนไทยใจเขมรมากกว่า? เพราะถ้าจะยอมรับได้ คุณจะต้องมีสัญญาอีกอันแนบท้ายแก้แบบแปลนที่สนธิสัญญานั้นอนุญาติ แก้แบบก่อน?เช่น แม้ผู้ว่าจ้างกับผู้รับเหมาจะสมยอมรับงานที่ผิดแบบที่เขตอนุญาติ(หมายถึงสนธิสัญญา)
แต่ยังไมใมหลักฐานชี้ชัดว่าเรายอมแก้ไขเนื้อหาสาระใหญ่ในแบบหรือโครงสร้างหลักในสนธิสัญญามีแค่การว่าจ้างให้เป็นไปตามสนธิสัญญา เท่านั้น เช่นแผนที่เป็นงานต่อเติมก่อสร้างตามแบบ?

แต่ผลที่ออกมาขณะนี้มันก็คือการต่อเติมบ้านผิดแบบ(พยานคือสันเขามออีแดงที่พร้อมทุกเมื่อในการเป็นพยานปากเอกในการมอบสันขวานจามหัวได้ทุกเมื่อถ้าคนมาตรวจสอบละเลยมองไม่เห็น) ที่เราสามารถรื้อได้ทุกเมื่อ(หมายถึงยกเลิกฯ) จนกว่าจะมีสนธิสัญญาร่วมกันอันใหม่ ในการแก้ไขแบบอันเดิมที่ไม่เอาสันปันน้ำแล้ว?จึงจะถือว่าการรับงานครั้งนั้น ถูกต้อง? แต่ไม่เคยมีปรากฏว่ายกเลิกสนธิสัญญาสันปันน้ำในพื้นที่ไหน?

การยกเรื่องเขตแดนลาวเพื่อนเจตนา มาจับแพะมาชนแกะ เพราะเนื้อหาเรื่องนี้เป็นปัญหาเรื่องเขตแดนของรัฐต่อรัฐ? เป็นข้อตกลงร่วมของแต่ล่ะรัฐเท่านั้นเอามาพ่วงเป็นกรณีเดียวกันไม่ได้? แม้เหตุผลเก่าจะคือต้นน้ำเดียวกันแต่ปัจุบันแยกสายน้ำแยกประเทศไปแล้วเว้นเสียแต่ว่าเกิดปัญหาเหมือนกัน?คือยังยอมรับไม่ได้ยังไม่ยุติ ลาวกับไทยก็ต้องมีหลักฐานMOUกันอยู่???

นั้นหมายความว่าลาว ถ้าเขามีปัญหาแบบเขมรเขายกมาอ้างจึงจะเอาไปเทียบเคียงเป็นกรณีเดียวกันได้ แต่ถ้าเขายอมรับ เป็นข้อตกลงใหม่ ยุติตามข้อตกลงนั้นไปแล้วทำแผนที่เขตแดนจนยอมรับว่าเป็นไปตามข้อตกลงที่ว่าไว้ตรงนั้นแล้ว(หรือสมมุติจะแย้งใหม่ก็ต้องมีเหตุผลละเมิดข้อตกลงอันเก่าก่อนแต่ของเรากับลาวไม่มีMOUจึงถือว่ายุติไปแล้ว)

แต่กรณีเขมรมีMOUที่ชี้ชัดว่ายังตกลงกันให้เป็นไปตามเงื่อนไขสนธิสัญญาไม่ได้ แม้จะมีบางเงื่อนไขทางพฤตินัยเหมือนไทยยอมรับไปแล้ว ?แต่MOU คือหลักฐานชี้ชัดว่ามันไม่ใช่ ?และคราวนี้MOU เราสามารถบอกเลิกได้?เพราะเขมรทำผิดข้อตกลงMOU

นั้นคือมีการบุกรุกเข้าไปสร้างสิ่งปลุกสร้างในนนั้นละเมิดข้อตกลงMOU ดังนั้นถ้าเขมรจะ ทำแผนที่นี้ให้ได้ในการขอขึ้นทะเบียนฯ จึงต้องมาทำสัญญาใหม่? กับไทยก่อน เพราะของเก่าคุณผิดสัญญาแล้ว

ถ้าคุณไม่ทำ เราก็ ไม่ให้คุณขึ้นทะเบียนหรือบริหารจัดการปราสาทเพราะเงื่อนไขของการขึ้นฯจะต้องมีพื้นที่ฯ และเป็นพื้นที่ที่ตกลงกันเสร็จแล้วยุติแล้ว แต่MOU อันเก่าเราได้ชี้ไว้แล้วเป็นหลักฐานไปแล้วกับยูเนสฯ และเขารับทราบไปแล้ว

ส่วนเงื่อนไขในสัญญา เป็นเรื่องของเรากับเขมรในข้อตกลงร่วมกันฯ ในกรณีเราจะขอยกเลิก เพื่อตกลงกันใหม่ เพื่อยืนยันไม่ยอมรับแผนที่1.200000ของฝรั่งเศษ เพราะเขมรละเมิดข้อตกลงร่วมทางชายแดนด้วยการบุกรุกฯที่ผิดข้อตกลงอันแรก?

โดยเอาเงื่อนไขข้อต่อรองตรงนี้ว่าถ้าเขมรไม่ยอมเซ็นต์ใหม่?ตามกรอบข้อตกลงที่ไทยยอมรับ คุณก็อดขึ้นทะเบียนฯเพราะตรงนี้ยังคาอยู่?

ชัดน่ะครับคุณพวงทอง??? ว่าผมชี้เป็นข้อๆแบบนี้มีอะไรจะแย้งอีกไหม? แต่ผมเศร้าใจในเจตนาคุณพวงทอง ภวัครพันธุ์(คนไทยใจเขมร) ในเจตนาเสิร์ฟ เฉพาะด้านที่ไทยเสียเปรียบ แต่ด้านหรือข้อมูลที่เราจะแก้ไขได้หรือแก้เกมได้ หรือเหตุผลแย้งรอบด้านอื่นๆคุณเจตนาตัดตอนมาเสิร์ฟแบบไม่รอบด้าน? ส่อเจตนาคนไทยใจเขมรของคุณครับผมคงไม่หวังไกลถึงขนาดให้คุณช่วยหรือบิดเบือนข้อมูลข้อเท็จจริงมาช่วยไทย เอาแค่ตรงไปตรงมาคุณยังเจตนาแบบนี้เลย ผมเศร้าใจและไว้อาลัยในความเป็นคนไทยใจเขมรของคุณครับ???

555อยากเห็นท่ารำอย่ามัดมือมัด

555อยากเห็นท่ารำอย่ามัดมือมัดเท้ากันสิครับ?

ขอต่อน่ะครับ(พอดีใช้เน็ตสาธาร

ขอต่อน่ะครับ(พอดีใช้เน็ตสาธารณะเสียงดังมากพยายามย้ายร้านแล้วแต่ร้านอื่นเข้าประชาไทไม่ได้อีก เลยต้องกลับมาที่เดิม) แต่ก้ยังไม่วายโดนประชาไทแบนข้อความดีที่ก็อปไว้ ผมไม่กลัวใครจะหาว่าผมมาง้อใช้พื้นที่แคบๆตรงนี้ เพราะเงื่อนไขความเนรคุณของคนไทยมันทำกันแบบนี้ไงมันจึงไม่เจริญจนถึงเสื่อมกันแบบนี้???(โดนมาเยอะแล้วขอบ่นบ้างเพราะมันเอาถึงชีวิตคิดดูมันเนรคุณกันแค่ไหน???)

สิ่งที่ผมกำลังชี้ต่อไปคือ เราต้องชี้ให้โลกเห็นว่าศาลพระภูมิโลก(โรคระบาดทางชายแดน)มันทำเอาไว้ นั้นคือการอนุญาติหรือรับรองการก่อสร้างผิดแบบ ?คือให้ความสำคัญกรรมกรก่อสร้าง(ที่เจตนาหมกเม็ดคอรัปฯการก่อสร้างกินพื้นที่คนอื่นในเจตนาไมสุจริต) หรือต่อเติม บุกรุกบ้านคนอื่นที่ติดกัน จนมันมีการต่อเติมผิดแบบเอาไว้?

คุณเป็นคณะกรรมเขตฯที่ให้ใบรับรองอนุญาติ ในการมาตรวจสอบแบบ(สนธิสัญญา) แต่คุณไม่ยึดมั่นในตัวแบบแปลนที่เจตนาลงรับรองไว้เป้นหลักฐานร่วมกัน แต่ดันไปให้น้ำหนักพฤติกรรมคนงานก่อสร้าง และผู้รับงานก่อสร้างที่ยังไม่เข้าใจเรื่องแบบบ้านดี หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ว่า

ได้มีการตกลงแบบแปลน ขออนุญาติหรือเป็นที่ลงนามรับรองแบบร่วมกันเป็นหลักฐานร่วมที่ชัดเจนอันเดียว(หลังๆมาไม่มีชัดเจน เป็นแค่พฤติกรรมคล้ายๆว่ารับทราบหรือร่วมรับรู้) จนให้เงื่อนไขกฏหมายปิดปากกับเรา? ทั้งที่จริงๆ เรื่องแบบนี้มีหลายกรณีที่มีการกลับคำให้การ ในชั้นศาล เทียบเคียงกับเรื่องแบบนี้ เช่นในกรณี ข่มขู่ คู่ความ(สมัยนั้นเราอ้างได้ว่าฝรั่งเศษใช้กำลังบังคับเอาหรือข่มขู่คู่กรณีให้ยอมรับ)

ส่วนจะใช่ไม่ใช่เราก็อ้างได้เพื่อประกอบว่าเราต้องยอมเพื่อกรณีแบบนี้ หรือมีการล็อบบี้ทุจจริต จนเกิดผลจริงๆคืองานออกมาผิดแบบที่ตกลงร่วมกันไว้? ศาลต้องให้ความสำคัญแบบ(สนธิสัญญาที่เป็นข้อตกลงร่วม) ไม่ใช่ไปให้น้ำหนักพฤติกรรม ของการรับงานของคนในบ้าน เพราะคนในบ้านไม่รู้ว่าแบบเป็นอย่างไร หรือรู้แต่ไม่ได้มีอะไรเป็นข้อตกลงเปลี่ยนแปลงแบบใหม่แล้วการทำอะไรจึงต้องยึดแบบไว้เป็นหลัก?

แต่คุณไปจับผิดที่พฤติกรรม เช่นกันกรณีพินัยกรรม จะยกให้ใคร ? พฤติกรรมของคนรับจะผิดเงื่อนไขก็ต้องดูบนกติกาข้อไหน? ไม่ใช่ศาลไปกำหนดเองว่าผู้รับมรดกมีพฤติกรรมไม่น่าจะได้รับมรดกเอง(เขียนพินัยกรรมใหม่เอง) แทนที่คุณจะต้องดูข้อตกลงร่วมเป็นหลัก ไม่ใช่มาดูพฤติกรรมที่คิดเองว่าส่อแบบไหน?(ที่คุณพวงทองพยายามยกมามาอ้างว่าพฤติกรรมเราสมยอม) หรือรับรู้แบบไหน? เหมือนกับศาลพระภูมิโรคไปเขียนพินัยกรรมฉบับใหม่ให้เขาไหม?

ถ้าคุณไม่ยึดเอาเจตนารมณ์ และเนื้อหาแห่งสาระในข้อกำหนดที่คนยกพินัยกรรมนั้น หรือทำข้อตกลงร่วมเรื่องดินแดน(ผมหมายถึงองค์ร.5ของเราพระองค์ท่านมอบมรดกผ่านพินัยกรรมตรงนี้ในเจตนาแบบนี้)

แต่ศาลพระภูมิโรคไปเขียนพินัยกรรมใหม่ ด้วยการไปดูพฤติกรรมลูกหลานจัญไรของพระองค์ท่านมันเซ่อกันเอง ?ไม่รับผิดชอบกันเอง?ซกมกกันเอง? แต่ยังไง พื้นที่ที่พระองค์ท่านมอบไว้ให้? ลูกหลานมันจะจัญไรอย่างไร?สาระมันก็คือมรดกของลูกหลานพระองค์ท่านที่จะต้องรักษาไว้ตามข้อตกลงร่วมเท่านั้น?

และตรวจสอบให้มันถูกต้อง? ไม่ใช่ให้ใครใช้ศาลพระภูมิโรค มันมาเขียนพินัยกรรมใหม่ของพระองค์ท่านขึ้นมาแทน แบบนี้มันใช้ได้ที่ไหน? แถมมีลูกหลานจัญไรบางส่วนมันดันไปร่วมกับเขาด้วย คือถ้าเจตนาแค่เซ่อ ?ไม่รู้สมรู้สา มิจฉาฯ? ตรงนี้ไม่ว่ากันอภัยและเอ็นดูในความเดียงสาได้?แต่ถ้าคือรู้ดีแต่เจตนาแบบไหน?นี่สิสำคัญมาก ว่ามันยอมรับกันได้ที่ไหนกับพวกคนไทยใจเขมร???

ไม่ยอมรับทั้งสิ้น แผนที่

ไม่ยอมรับทั้งสิ้น

แผนที่ 1/200,000

กูไม่เอา

MOU ไม่ว่าปีไหนที่ข้าเสียเปรียบ

กูไม่เอา

ที่สุวิทย์ไปลงนามยอม

กูก็ไม่รับ

พูดมาก

กูจะออกจากองค์การมรดกโลก

ยูนิเซฟ ก็ไม่ให้อยู่ในเมืองไทย

เป็นอภิสิทถัตถะ

ทำอะไรก็ถูกหมด

สาธุ

อะตอมนี่ห่วยแฮะ

อะตอมนี่ห่วยแฮะ วิจารณ์คนเขียนว่า'คนไทยหัวใจเขมร'เนี่ยอะตอมเหมือนคนที่เขาเรียกกันว่า'คลั่งชาติ'

มองทะลุโตมาโดยรับทราบว่าปราสาทนี่เป็นของเขมรตามการตัดสินของศาลโลก แล้วที่โตมาก็ไม่มีใครหัวหมอบอกว่าเราโดนเขาโกงนะเพื่อปลูกฝังความแค้นเขมรแล้วตั้งเป็นภารกิจปณิธานจะเอาประสาทเขาพระวิหารคืนให้จงได้

เปล่าเลย โตมาโดยไม่มีกระแสสังคมหรือชาตินิยมแบบนั้น

เพิ่งจะมีก็พวกพันธมิตรผ้าอนามัยหยิบเป็นเงื่อนไขบ่อนทำลายรัฐบาลเลือกตั้ง ก็เหมือนกับตอนที่ทักกี้ขายชินคอร์ปก็ถูกยกเอาเป็นประเด็นใหญ่โตโอชะใช้เคลื่อนไหวโครมคราม

เคยคิดไหมว่าเรื่อง'ที่ดิน'(และอาจรวมถึงกรณีดินแดนระหว่างประเทศ)เนี่ย มันก็มีกฎกติกาเฉพาะของมันอย่างเช่น'การครอบครองปรปักษ์' ที่ดินของเราแท้ๆตกทอดมาตั้งแต่ทวดปู่ย่าตายายยังไงก็ของเรา แต่เผลอปล่อยทิ้งไว้ให้คนเข้ามาครอบครองใช้ประโยชน์ในที่สุดผู้เข้ามาครอบครองและหรือใช้ประโยชน์นานพอก็ได้กรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของไป

ถามว่าจู่ๆเขามาครอบครองที่ดินเราแต่แรกเนี่ยเขาผิดไหม เขาทำถูกไหม ก็ต้องตอบว่าเขาทำผิด เขาไม่ถามใครเลยว่าที่ดินของใครถือวิสาสะเข้ามาที่ดินเรา เขาทำผิด แต่กฎหมายที่ดินมันแปลก จากผิดมากๆกลายเป็นฝ่ายถูก กฎหมายรับรองว่าเขายึดที่ดินของเราได้

เหมือนปล้นที่ดินเอาไปจากมือเจ้าของเดิม สุดแสนเสียดายและเจ็บแสบ แต่'กติกา'มันกำหนดไว้อย่างนั้น มีอยู่ในกฎหมายไทยและคงจะมีในกฎหมายของต่างประเทศด้วยมั้ง(ก้อเราอาจจะลอกกฎหมายเขามา แหะๆ)

คืออยากจะบอกว่าคิดแบบตัวกรูของกรูประเทศกรูของๆประเทศกรู มันก็คิดกันได้แล้วก็ง่ายที่จะคิดอย่างนั้น แต่มันก็เหมือนไปชนกำแพงนะหัวแตกแน่ๆส่วนกำแพงจะพังสมใจหรือไม่ก็ยังไม่แน่ หรือถ้าพังกำแพงได้จริงหัวและลำตัวอาจบอบช้ำยับเยินจนไม่รู้ว่าคุ้มหรือไม่ที่ไปพังกำแพง อย่างที่ดินกรูถูกครอบครองปรปักษ์ ศาลสั่งแล้วมันเอาคืนไม่ได้ ยากมหาศาล ไอ้การดิ้นรนอยากได้คืน-เสียดาย-เจ็บแค้น-ยึดติด-ปล่อยวางไม่ได้-เนี่ยแหละที่มันจะเผาใจเราไปเรื่อยๆ

อย่างที่บอกว่ามองทะลุโตมาแบบนี้ หลายคนก็โตมาแบบนี้ โตมาโดยรับทราบว่าดินแดนของไทยมี60-70จังหวัด(ตอนเด็กๆจำได้ว่าประเทศไทยมี60กว่าจังหวัด) ดินแดนที่มากกว่านี้ก็คือตำนานยุคร.5ที่ฝรั่งมาเอาไป แล้วช่วงช่วงสงครามโลกครัง้ที่2มันก็มั่วๆไทยเราน่าจะได้คืนแถวเสียมราฐหรือพระตะบองอะไรเนี่ยกับแถวพม่าฝั่งขวาแม่น้ำสาละวิน มองทะลุก็อยากได้คืนเหมือนกันนะ อ้าวเฮ้ย!เป็นซะเอง ฮ่าๆๆ

อะตอมเอ๊ย ดินแดนพวกนี้ยังน่าจะเรียกคืนมากกว่าเพราะลงทุนรบพุ่งชิงกันไปชิงกันมาเสียเลือดเนื้อกันไปเยอะในยุคของบรรพบุรุษไทยจริงๆ หมายถึงนับตั้งแต่ตำนานสุโขทัยเมื่อ700กว่าปีก่อน ส่วนปราสาทเขาพระวิหารรู้กันว่าเป็นของอารยธรรมอื่นที่เรืองอำนาจก่อนการเกิดขึ้นของสยาม มันก็ไม่ใช่ของสยามแต่แรก มันต่างจากดินแดนที่บรรพบุรุษสยามรบพุ่งในช่วงเวลา700กว่าปีออกไปทุกทิศเช่น เชียงใหม่ พม่า ลาว เขมร แล้วลงไปถึงปัตตานี มันน่าเสียดายกว่าปราสาทเขาพระวิหาร อะตอมอาจจะเถียงว่าปราสาทเนี่ยแหละมีค่า แต่แหมมันเพิ่งจะมีค่าไม่นานเมื่อมีเรื่องสิ่งมหัศจรรย์ของโลกกับมรดกโลกนะ ปราสาทเขาพระวิหารก็เพิ่งจะมีคนสนใจเมื่อไม่นานมานี้เพราะเขมรจะจดเป็นมรดกโลกไว้หารายได้ท่องเที่ยว

ทีนี้ตัวบทความมองทะลุอ่านรอบเดียว พอดีตอนเช้าจิบกาแฟเพลินๆก็เลยพลิกอ่านบทความมติชนข้างใน อ่านรอบเดียว แต่พอจำได้ว่าผู้เขียนเขาไม่ได้พูดเองแต่อ้างถึงคำวินิจฉัยของศาลโลกว่ามีหลักฐานว่าไทยแสดงการยอมรับแผนที่ของฝรั่งเศสหลายวาระนะ

ย่อหน้าสุดท้ายนี้อยากบอกว่าจะเอา'ความเป็นเจ้าของ'เป็นใหญ่ เอาความเห็นแก่ตัวเป็นใหญ่ไม่เห็นแก่เพื่อนบ้านก็ย่อมได้ เพราะโลกและสัญชาตญาณแห่งการแก่งแย่งแข่งขันเป็นเช่นนี้เอง

มรดกโลกชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าโลกยกมรดกให้ ส่วนลูกหลานที่รับมาจะแย่งไว้คนเดียวแล้วพี่น้องเกลียดกันจนวันตาย หรือจะแบ่งปันกันทำมาหากินได้ประโยชน์ด้วยกันมีน้ำจิตน้ำใจต่อกัน จะเลือกแบบไหนก็แล้วแต่จะเลือกนะ ส่วนมองทะลุเห็นว่ารัฐบาลท่านสมัครแล้วก็ระบบราชการไทยทีทำเรื่องนี้มาเป็นสิบปีก็ทำตามแนวสมานฉันท์ปรองดองเพื่อนบ้าน เขาจดทะเบียนตัวปราสาทเราจดทะเบียนพื้นที่โดยรอบเป็นเจ้าของร่วมกันแต่คนละส่วนก็ร่วมกันทำมาหารับประทานได้ มองทะลุก็ไม่ขัดข้องอะไรนะ ส่วนความขัดแย้งปลีกย่อยเปลิองเวลานิดๆหน่อยๆประเภทพันธมิตรผ้าอนามัยมากวนน้ำขุ่นหรือมองแง่ดีว่าเล่นบทเขี้ยวพยายามเพิ่มหรือรักษาผลประโยชน์ฝ่ายไทย ก็ขี้เกียจพูดมากนะ แต่ถ้ามันทำให้เกิดต้นทุนมากไปเสียเวลามากไปเกลียดกันมากไปทั้งในชาติและประเทศเพื่อนบ้าน มันก็ต้องด่ากันบ้างล่ะ

doctor J

doctor J wrote:
พันธมิตรตัวกลั่นอย่างกษิต พอเห็นข้อมูลข้อเท็จจริง ยังยอมรับถึงความจำเป็นและประโยชน์ของการดำรงอยู่ของMOU 2543ที่เซ้นโดยประชาธิปัตย์

แล้วพันธมิตรอย่างวีระ สมความคิดทำไมยังทำตัวเหมือนคนสิ้นคิดอยู่? ยังดื้อรั้นเหมือนสมีจำลอง คนแบบนี้หรือครับ ที่คนกรุงเทพฯจะเลือกให้เป็นสก.,สข.ประจำเขตของตน? คนที่ดื้อรั้น คอยแต่จะชวนเพื่อนบ้านชกปากกัน

ผมไม่เชื่อว่าพันธมิตรจะงี่เง่าได้ไร้ขีดสุดแบบนี้ ผมเชื่อว่านี่เป็นวาระเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจประชาชนออกจากปัญหาการเมืองภายในประเทศ ไปสู่ประเด็นอมตะนิรันดร์กาลอย่าง"รักชาติ" ที่ดูยังไงก็เหมือน"คลั่งชาติ"มากกว่า วิญญาณหลวงวิตรวาทการอาจแปลกใจที่พวกนี้พากันไปไกลสุดกู่ยิ่งกว่าต้นฉบับอย่างหลวงวิจิตรฯเสียอีก

ขอเชิญเหล่าอัศวินพิทักษ์..........Preah Vihearออกมาร่ายรำ........(แฮ่ๆ)

ตั้งแต่เมื่อไรที่ขี้ข้าทักษิณอย่างนายดอก J เริ่มเห็นด้วยกับ ปชป. (ฮา) แล้วที่ด่า พธม. ว่าเป็นกองหนุน ปชป. มิกลายเป็นกลืนเสลดตัวเองก้อนใหญ่อีกก้อนหรือนายดอก?

ที่น่าละอายอย่างยิ่งคือ จำได้ว่านายดอก J ด่า พธม. ว่าโลเลกลับไปกลับมา แต่กิริยาที่ไม่งามของเธอผู้ใช้นามนังดอก J ที่เมื่อ ปชป. คืออุปสรรคขัดขวางการกลับมาเถลิงอำนาจของนายใหญ่ตนเอง ก็ยกให้ ปชป. และ พธม. คือเพื่อนกัน แต่มาวันนี้ที่ ปชป. ไปหนุนหลังเขมรที่อวย ปย. ตรงกับนายใหญ่ตนเองอยากจะได้ ก็กลับกลืนขี้เสลดที่ตัวเองเพิ่งถ่มขากลงพื้นดินไม่นานมานี้กลืนกลับไปได้แบบสมสง่าลีลาสูงส่งประชาไทสุดๆ แบบนี้จะตอบว่าอย่างไรนังดอก ฮึ! ฮิฮิ ฮ่าฮ่า

สุดเหลือเชื่อเลยว่าหลังจากกลางหลังเต็มด้วยกลากเกลื้อนเรื้อนกวางที่ด่า ปชป. และ พธม. ไว้มากมาย วันนี้เธอผู้สูงสังอย่างนังดอก J มีหน้ากลับมาบอกว่า MOU 2543 ของ ปชป. เป็นสิ่งจำเป็น ฮิฮิ ฮ่าฮ่า เคี๊ยกเคี๊ยก กร๊ากกกกกก กุขำโค่ด โอยน้ำตาเล็ดเลยกรู

เอ้า! จำไว้นะ เหล่าขี้ข้าทักษิณ MOU 2543 ที่เซ็นต์โดย ปชป. เป็นสิ่งดี อิอิอิ

อ้อ! เรื่องที่เอ็งโพสต์ด้วยสีแดงเนี่ย! กรูว่าไม่เวิร์คว่ะดอก แต่ของกรู I Pad นี่ดิ เวิร์ค

เรื่องเป็นแบบนี้ ต่อไปเมื่อกรูโพสต์ อ้างอิง โพสต์โต้จตอบ หรือโพสต์พาดพิง เอ็งเมื่อไรนะ นังดอก จะจบด้วยการตั้งคำถามที่เอ็.ไม่ยอมตอบดังนี้

ขอสั่งให้นังดอด J จงตอบคำถามนี้โดยสังเขป เมื่อเธอมีความกล้าพอ (อิอิ)

1. เมื่อก่อนทุกครั้งที่ พธม. กล่าวว่าสาวกประชาไทคือพวกล้มเจ้า แล้วเธอจะด่ากลับ พธม.ทุกครั้งเป็นพวกหากินกับเจ้า สาวกประชาไททุกคนก็รักเจ้าเหมือน พธม. แต่ทุกวันนี้เมื่อกล่าวถึงสถาบันฯ การกล่าวว่า ผู้อยู่เบื้องหลังจะไม่ยั่งยืนอย่างนี้ตลอดไป บ้าง หรือจาบจ้วงว่า มีมือที่อยู่เบื้องหลังการเมืองที่ผม (หมายถึงมึงน่ะแหละ) ไม่กล้ากล่าวถึงบ้าง นี่เท่ากับประกาศตัวแล้วว่าไม่ได้จงรักภักดีจริง หรือเท่ากับเธอกลืนเสลดที่ตนเองถ่มทิ้งเจ้าแห้งกรังไปแล้ว ใช่หรือไม่?

2. การที่เธอผู้สูงศักดิ์เถียงฉอดๆ ว่า I Pad และ พธม. โง่ ไม่รู้เรื่อง ตุลาการภิวัฒน์เลย ตุลาการภิวัฒน์คือการที่ศาลรักษาสิทธิมนุษยชนของคนกลุ่มน้อยและสิ่งแวดล้อมเท่านั้น ตุลาการภิวัฒน์ในประเทศพัฒนา ศาลเขาไม่ได้แทรกแซงการเมืองเหมือนในประเทศไทย แต่ล่าสุดจากวิกิพีเดีย ได้ให้คำนิยามว่า "ตุลาการภิวัฒน์ (Judicail Activism) คือการที่ศษลได้ทำการตรวจสอบอำนาจอธิปไตยอีก 2 ฝ่ายที่เหลือ คือ ฝ่ายบริหาร และ ฝ่ายนิติบัญญัติ โดยเข้มข้นเกินกว่าที่ยัญญัติไว้ตาม กม. เพื่อเป็นการตรวจสอบการใช้อำนาจอธิปไตย" เช่นนี้แล้ว นี่คือ เรื่องที่ 2 ใช่หรือไม่ ที่เธอผู้สูง ซะ - ง่า นังดอก J ตกท่อดังพลั่ก อิอิอิ

3. การที่ริอ่านระบุว่า Fact เขมรไม่ได้บรรยายฟ้องไทยกรณีปราสาทพระวิหารเรื่องอาณาเขต ศาลโลกจึงไม่ตัดสินเรื่องอาณาเขตยกให้แต่ตัวปราสาทอย่างเดียว แต่จากหลักฐานทั้ง ปฐมภูมิ (เอกสารการพิจารณาของศาลโลก) ทุติยภูมิ (จาก รศ. สมปอง สุจริตกุล) และ ตติยะภูมิ (I Pad ว่าเอง อิ๊อิ๊อิ๊) กลับกลายเป็นว่าในคำฟ้องเขมรมีแต่การอ้างเรื่องอาณาเขตและแผนที่ให้เปรอะไปหมด แถมยังมีคำขอให้พิจารณาทั้งสถานะและความถูกต้องของแผนที่ Annex 1 ด้วยซ้ำ ตกลงนี่คืออาการตกท่อดัง แอ้ก! (จุก เสียด อิ๊อิ๊อิ๊) ของ เธอผู้สูงเสี่ยว เอ๊ย! ส่ง อีกครั้งหรือไม่

โปรดสังเกตุ เมื่อใดทีร่ I Pad เจอ นังดอก J ของแท้ต้องมี 3 คำถามนี้ปิดท้ายเสมอ เหมอ เหมอ เหมอ เหมอ (Echo น่ะ!)

ปล. จำนวน คำถามอาจเพิ่มขึ้นได้ตามอาการ J ที่เธอปล่อยกระบือออกจากคอกเพิ่มขึ้นหรือไม่ โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า นิ!

คิวต่อมาคือนังพวงทองคนเขียนคอ

คิวต่อมาคือนังพวงทองคนเขียนคอลัมน์

เด๋วขอกลับไปอ่านตัวบทความติ๊ดนึง มันยาวน่ะจำไม่ได้

อ้อ! ได้ละ

1. ไทยจะอ้างอะไรเพื่อขอยกเลิก MOU 2543?

แหม! ไม่น่ามีชื่อเป็นอาจารย์เล๊ย! คุณพวงทอง ข้อ 5 ของ MOU 2543 ระบุว่า ในระหว่างที่การปักปันเขตแดนยังไม่เป็นที่สิ้นสุด ห้ามทั้งสองฝ่ายทำการเปลี่ยนแปลงสภาพทางภูมิศาสตร์หรือรุกล้ำเข้าไปในพื้นที่ที่อยู่ในขั้นตอนปักปันเขตแดนไง๊ย! อาจาน

ตอนนี้ ถ้าอาจานยังไม่เคยไปเห็นพื้นที่จริง I Pad ขอบอกให้ฟังคร่าวๆ ว่า รอบๆ พระวิหารหลังแนวสันปันน้ำ มีทั้ง วัด ตลาด บ้าน ที่ทำการทหาร ของเขมรเข้ามาอยู่เต็มพื้นที่ โดยคนไทยได้แต่ยืนมองตาปริบๆ แค่นี้ข้อเดียวก็เกินพอที่จะประกาศยกเลิก MOU 2543 ได้ 10 รอบแล้ว

2. ถ้ายกเลิก MOU 2543 จะทำให้การอ้างแผนที่ 1:200,000 ที่ไทยไปอ้างกับลาวล้มเหลวไป รวมถึงการปักปันต่างๆ ที่ทำมาชะงักงันทั้งหมด

อ้าว! แล้วกันอาจาน หรือ อาจาน ที่น่าจะมีจรรยาบรรณและมนุษยธรรม เพราะเห็นอ้างออกบ่อยเหลือเกินว่ารักมนุษยชนเหลือเกินนี่! แต่ทำไมอาจานจะยินยอมให้ทางการไทยใช้เล่ห์กระเท่เอาเปรียบเพื่อนบ้านด้วยกลโกงล่ะ

เมื่อยกเลิก MOU 2543 แล้ว ก็ให้มีการปักปันเขตแดนกันใหม่น่ะดีแล้วไม่ใช่หรือ? ความสัมพันธ์ ไทย - ลาว จะได้ดีขึ้น และคนไทยจะได้ชื่อเสียงที่ดีว่ารักความเป็นธรรมด้วย อย่างนี้ไม่ถูกหรือจานพวง? เป็นอาจานอาชามแต่ยุให้ประเทศของตัวใช้กลโกงมันถูกหรือ?

แต่ที่น่าแปลก กลับตำหนิให้ประเทศตัวเองยินยอมที่เขมรมาใช้กลโกงกับตัวเอง อย่างนี้ยอมได้ ตกลงตรรกะอาจานอาจมพวงทองมันลักลั่นมั๊ย? อย่างนี้เรียกดั๊บเบิ้ลแสตนดาร์ดมั๊ย? ผมอยากบอกอาจมพวงทงอว่า "หน้าไม่อ๊ายไม่อาย กิ๊วกื๊ว"

อีกประเด็นสำหรับข้อนี้ ถ้าการปักปันนั้นมันทำให้ไทยเสียผระโยชน์ ทั้งไม่เป็นไปตามหลักสันปันน้ำที่ยึดถือเป็นสากล ซึงในบทความอาจานเองก็อ้างถึง แล้วจะยังคงคิดรักษาการปักปันที่ เบี่ยงเบน บิดพริ้ว ส่งผลเสียหายแก่ประเทศชาติตนเอง ย้ำ! ประเทศของอาจานพวงเองนะ! อยู่ทำไม ตอบทีเด๊ะ (อาจานพวงถ้าบ้านอยู่พระตะบองผมจะไม่แปลกใจ จริงๆ นะ)

3. หลักการปักปันเขตแดนร่วม ต้องทำการสำรวจเอกสารและข้อตกลงที่มีการกระทำรวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจต้องลงนามรับรองเอกสารเหล่านั้น เอกสารเหล่านั้นจึงจะเป็นที่ยอมรับได้ นี่ตามหลักการสนธิสัญญาใช่หรือไม่? แล้วการที่อ้างว่าไทยได้รับแผนที่ Annex 1 ทั้ง 11 ระวาง โดยไม่มีขั้นตอนตามที่จั่วหัวมา เอกสารนั้นเป็นที่ยอมรับได้หรือ แล้วทำไมอาจมพวงทองไม่พูดถึงคำพิพากษาที่พูดว่า แผนที่ Annex 1 ไม่มีบันทึกใดๆ ที่กรรมการปักปันร่วมได้ลงนามรับรอง จึงเป็นเหตุให้ศาลไม่อาจพิจารณาความถูกต้องของแผนที่ตามคำขอของเขมร

นี่มิกลายเป็นมีใจออกให้เขมรหรอกหรือจาน?

พอดีงานเข้า ประเด็นอื่นๆ ขอเป็นรอบดึกนะ (แต่ไม่รับปากนะ ถ้าว่างจะมาว่าต่อ) ระหว่างนี้เรียนเชิญ Defendant ละเลงกันให้ดี ปกป้องตัวเองกันให้แจ่มหน่อยนะ อย่าเอาอย่างนังดอกมันมากนัก มันดูไม่งามสมศักดิ์ศรีสาวกประชาไท อิอิอิ

นั่นแน่ พันธมิตรหญ่าย

นั่นแน่ พันธมิตรหญ่าย เอ๊ยอัศวินหญ่ายI Pad ไม่ยอมออกความเห็นต่อMOU 2543 เลยสักนิด?

ขนาดพันธมิตรตัวกลั่นอย่างกษิต ยังยอมรับถึงความจำเป็นของมัน แต่ในฐานะที่อัศวินI Pad เป็นขี้ข้าเดินตามวีระ สมความคิดขึ้นพระวิหารมาแล้ว คงต้องอธิบายได้ว่าสิ่งที่กษิตทำผิดตรงไหน? หรือว่ากษิตเป็นพันธมิตรกลับใจ? เริ่มรู้ตัวว่าเคยทำประเทศชาติฉิบหายมามากแล้ว? สิ่งที่พวงทองdefendเกี่ยวกับMOUนั้นผิดตรงไหน?

จุดธูปดอกเดียวเชิญแล้วนะ กล้าๆหน่อย ถ้ารักจะเป็นอัศวิน แฮ่ๆ

กะจะไม่คุยต่อแล้วเพราะเสียอาร

กะจะไม่คุยต่อแล้วเพราะเสียอารมณ์ แต่พอดีมาเจอข้อความพาดพิงของคุณมองทะลุ(ผมว่าชื่อมองทะเลฯคือออกทะเลหลุดประเด็นไปไกลแล้ว)กับการโยงกรณีศรีโสภณ,พระตะบองต่อเรื่องพระวิหาร แบบจับแพะมาชนแกะ

เพราะกรณีศรีโสภณ,พระตะบองนั้นคือการแลกดินแดนที่ฝรั่งเศษมาบีบเอาอย่างที่ทำกับอาณาระยะประเทศแถบนี้ทั้งหมด? แต่มาที่ไทย ขย่อนหมดไม่ได้?เพราะพระปรีชาสามารถและพระบารมีของพระองค์ท่าน เราจึงเจรจาแลกบางส่วน และกำกับด้วยสนธิสัญญาเรื่องสันปันน้ำเรากัดฟันเสียให้ตรงนั้นแล้วมันก้ควรแค่ตรงนั้น?

ส่วนกรณีพระวิหารคือกรณีที่ไม่เป็นไปตามสนธิสัญญาคือมันไม่ใช่แค่นั้นตามตกลง(พูดง่ายๆก็คือพระวิหารคือเจตนาโกงเอาไปนอกสัญญา แต่ศรีโสภณ,พระตะบองมันเป็นข้อตกลงแลกดินแดนไปแล้วจบไปแล้ว) กับการที่คุณตั้งคำถามมั่วๆแบบจับแพะมาชนแกะว่าทำไมไม่เรียกร้องเอาศรีโภณฯด้วยล่ะตรงนี้ล่ะครับคือที่ผมว่าจะแย้งอะไรให้มีเหตุมีผลรับรองกว่านี้หน่อยได้ไหม?

อย่างมั่วๆมา แต่เพราะผมไม่ใช่คนที่จะพูดมั่วๆไม่รับผิดชอบแบบนั้น? จึงต้องเสียเวลามาชี้แจงเพิ่มกันใครเข้าใจคลาดเคลื่อนได้ และเนื้อหาการต่อสู้ก็ไม่ใช่เรื่องหรือเนื้อหามั่วๆแบบนั้นมันมีเหตุมีผลว่าเราโดนกระทำ? ส่วนที่คุณบอกว่าผมกล่าวหาใครใจเขมรนั้น ผมพูดด้วยเหตุด้วยผลตามพฤติกรรมใครทำแบบนั้น แล้วถ้าใครชัดเจนว่าตัวเองไม่ใช่?ก็ชี้แจงแย้งมา

ที่ผมต้องพูดต้องตำหนิเพราะมันเสียหายจริงๆ แล้วคนไทยด้วยกันยังมีส่วนในนนั้นอีก นี่คือสิ่งที่เกินรับได้ เราถูกกระทำจริงๆไม่ใช่กรณีคลั่งชาติแบบที่คุณเที่ยวไปกล่าวหามั่วๆมา ถ้าคลั่งชาติคือไม่มีเหตุมีผล จะเอาให้ได้จะเอาแต่ประเทศตนอย่างเดียว?จึงจะเข้ากรณีนั้น ผมเชื่อว่าคนมองทะลุ(อย่าใช้ดีกว่าคำนี้ไม่เหมาะกับคุณผมว่าน่าจะใช้ชื่อมองทะเลฯหรือมองทะเละหรือทะเลาะดีกว่าเน๊าะ555)

ผมเชื่อว่าคุณมองทะลุน่าจะแยกแยะกว่านี้ก่อนที่จะใช้คำนี้(คลั่งชาติไปกล่าวหาใคร) คือถ้ามันใช่จริงๆตรงตามนั้นจริงผมจะไม่เถียงหรือเสียเวลามาชี้แจงแย้งคุณหรอก???

มาที่กรณีครอบครองปรปักษ์ ของคุณนี่ยิ่งมั่วใหญ่ คือมันครอบครองอะไร?ยังไง? มันก็ต้องมีที่มาที่ไปตามกติกาตามเหตุตามผลในสนธิสัญญา ถ้าถูกต้อง มันก้เปลี่ยนมือไปตามความถูกต้องได้ไม่มีใครติดใจหรือติดยึกหรอก แต่ ไม่ใช่มั่วๆมาแบบนี้หรือเจตนาในการรวมหัวกันโกงเอาโดยมีคนไทยรวมอยู่ในคณะ,ก้วนนั้นแบบนี้?

ผมไม่ว่าอะไรน่ะครับคุณมองทะลุ ถ้าจะแย้งหรือพาดพิงผม กรณีประกอบเหตุผลที่ชัดเจนกว่านี้ดีไหม? เพราะผมจะไม่ได้มาเสียเวลา ทำความเข้าใจประเด็นพาดพิงคลาดเคลื่อนเสียหายแบบนี้ คือถ้าแย้งด้วยเหตุด้วยผลจริงๆผมถือว่าเป็นคู่สนทนาที่ผมต้องให้เกียรติครับ?

เรารักแผ่นดิน รักชาติ

เรารักแผ่นดิน รักชาติ ก้อว่าคลั่งชาติ ไม่เป็นไรครับ คนไทยผู้รักชาติทั้งหลาย เพราะเราเป็นคนไทย เลยคลั่งชาติไทย แม้จะเดิมบรรพบุรุษเชื้อชาติใด แต่เกิดมาบนแผ่นดินนี้ถือว่าเป็นคนไทย การรักชาติ หรือคลั่งชาติไทย ไม่มีอะไรเสียหาย

ส่วนคนอื่นที่ไม่รักชาติ เพราะไม่ใช่คนไทย อาจจะเป็นเพียงสุนัขไทยครับ ถ้ารักชาติ จะถูกกล่าวหาว่า เป็นสัตว์รักชาติหมา คร้าบ

เรื่องนี้

เรื่องนี้ ผมเห็นด้วยกับกษิตครับ เก็บMOU43ไว้ เจรจากันอีก๑๐๐ปีก้ยังได้ ยังไงเสีย ถึงพระวิหารจะเป็นของเขมร ตามศาลโลกว่า หรือไทยจะยอมรับแผนที่ปี๐๔ไปนานแล้ว

หากไม่เจรจาเขตแดนกันใหม่ตามMOU ไม่ชัดเจนเรื่องพื้นที่ทับซ้อนที่มีแต่MOUนี้ระบุไว้.... ผมไม่เชื่อว่า ถ้าไทยไม่ตกลง ยูเนสโก้จะกล้าให้เขมรจัดการมรดกโลกรวมทั้งพื้นที่ทับซ้อนแต่ฝ่ายเดียว ไม่ว่ามหาอำนาจไหนจะหนุนอย่างไร เพราะมหาอำนาจที่พร้อมจะไม่หนุนก็มี........

MOUนั้นเลิกได้ครับ ไม่ปฎิบัติตามได้ครับ อิสราเอลทำตัวอย่างไว้มากมาย..... แต่จะเลิกไปทำไมครับ....อยากจะรบกัน แบบเด็กๆแย่งของเล่นกันงั้นหรือ......

นักการเมืองนั้น แต่ละฝ่ายอยากจะเอาเรื่องนี้มาใช้ประโยชน์ในการเมืองภายใน แต่นักการทูตนั้นเขานิยมแก้ไขปัญหาอธิปไตยระหว่างชาติด้วยการเจรจา ครับ..เจรจกันอีกสักร้อยสองร้อยปี เวลาอยู่ข้างเดียวกับฝ่ายไทย ตราบใดที่ศักยภาพทางทหารยังเหนือกว่า......

เรื่องนี้ สนธิและพันธมิตรถ้าเอามาขายผม ในฐานะพ่อค้า ผมไม่ซื้อครับ...........ของกษิตชัวร์กว่า..

กับคำนี้ของdoctor

กับคำนี้ของdoctor J

"""ผมเชื่อว่านี่เป็นวาระเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจประชาชนออกจากปัญหาการเมืองภายในประเทศ """???

ผมก็เคยต้องข้อสงสัยแบบนั้น แต่พอดูรายละเอียดแล้วกรณีขอเข้าไปบริหารจัดการตัวปราสาทของเขมร ต่อยูเนสฯนั้น ตัวแปรนี้เราไปกำหนดให้มันมาครบวาระช่วงนี้(เพื่อประโยชน์ในการลดกระแสกดดันในประเทศ)ไม่ได้

แต่ถ้าจะได้ผลในแบบที่doctor J ตั้งข้อสังเกตุไว้ ผมถึงว่ามันเป็นออพชั่นเสริม?หรือตัวช่วยแบบมาเข้าทางพอดีมากว่าออกแบบเองได้ เพราะตัวแปรนี้ไม่ได้ออกแบบได้โดยรบ. เพราะเนื้อหาเร่งด่วนแบบนี้เรื่องใหญ่แบบนี้? ทำยังไงมันก็ใหญ่?ในความรู้สึกคนไทยครับคุณdoctor J?

ส่วนกรณีMOU ไอแพดได้ชี้แจงไว้บ้างแล้วว่าเราจะเสียหายอย่างไร? ถ้ายังมีอยู่?(แต่เราได้ประโยชน์ตรงที่บราซิลแน่นอน) ตามความเห็นแรกๆที่ผมเองชี้ไปที่หลักฐานMOU ในการบ้องหูนังเนสโก้จังรับหูกับเขมรเอาโบ๊ะหัวมันจะจะสิว่านี่อะไร? ไม่เกี่ยวกับดินแดนได้อย่างไร?ตรงไหน? คุณมีสิทธิอะไรทำได้แบบนั้น

ผมเสนอเองเรื่องMOU และเป็นตัวบล็อกการเตะลูกโทษลูกนั้นของเขมรได้สนิท เมื่อเขาขยายผลเรื่องที่ผมชี้ไว้ให้? แต่นั้นคือประโยชน์ที่เราใช้ไปแล้ว???

แต่ถ้าเงื่อนไขในสถานการณ์ที่เราจะเสียหายต่อไป ถ้ายังไม่ยกเลิก และยกเลิกได้ที่เราฝ่ายเดียวด้วยเพราะเขมรทำผิดข้อตกลง?(ตรงนี้ไงครับคำแย้งชัดของคุณพวงทอง เรื่องเราจะยกเลิกฝ่ายเดียวได้ไหม?ชัดๆครับ) นั้นคือเขมรทำผิดข้อตกลงMOU นั้นในการเข้าไปทำสิ่งปลูกสร้างผิดข้อตกลง ละเมิดไทย?(ผมเสริมไอแพดตรงนี้)

นั้นคือทางที่เราจะเอามาต่อรองเขมรให้ทำข้อตกลงใหม่ได้ เพราะถ้าไม่? การขึ้นทะเบียนก็ไม่? ตามไปด้วย เพราะเงื่อนไขตรงนี้จะคาไว้? และยูเนสโก้ได้รับทราบไปแล้วว่ามีเรื่องนี้จริงๆ ส่วนจะยกเลิกภายหลัง มันไม่เกี่ยวอะไรกับยูเนสโก้ เพราะเงื่อนไขแค่ชี้ชัดว่าเขตแดนตรงนั้นมันยังไม่ยุติ???

มันจึงเป็นเงื่อนไขไฟ้ตบังคับว่าคุณจะไปทำอะไร กับตรงนั้นไม่ได้?

ดังนั้นเขมรจะทำอะไรเดินหน้าต่อหรืออะไรกับตรงนั้นต้องให้ฝ่ายเรายินยอมจึงจะเดินหน้าได้ในแบบไหน? เช่น เราจะเปลี่ยนแปลงข้อตกลงในMOUใหม่เพื่อยกเงื่อนไข แผนที่1.200000นั้นออกไป ด้วยข้อต่อรองว่าเขมรทำผิดสัญญาหรือข้อตกลงเดิม?

แล้วถ้าจะเดินหน้าต่อเพื่อขึ้นทะเบียนก็ต้องผ่านการคุยกันใหม่เรื่องMOU ฉบับใหม่ที่ไม่มีแผนที่1ต่อ200000นั้น หรือเราต้องขอขึ้นร่วมฯหรือพัฒนาร่วมฯเท่านั้นด้วย เราจึงจะยอมลงนามด้วย?

และหรือขึ้นตอนต่อไปก่อนที่แผนที่กำกับการขึ้นทะเบียนตรงนี้จะยุติได้ต้องไม่มีแผนที่1ต่อ200000ในนั้นด้วย ถ้าไม่ยอมเรื่องนี้ก็คาไว้แบบนี้? และเป็นสิทธิอันชอบธรรมที่เราจะผลักดันเขมรออกจากพื้นที่เพราะทำผิดข้อตกลงในMOU???

แต่ผมว่าไม่ต้องขนาดนั้นตามข้อเสนอพธม.(คนบ้าถือไฟก็ได้สงครามทันที)เพราะตอนนี้เขมรต้องร้อนแล้ว ?มันคาอยู่แบนี้ทำอะไรไม่ได้? ถ้าไม่รีบมาเจรจากันใหม่ ตามกรอบที่เรากำหนดได้เท่านั้นเราจึงจะยอม นั้นคือการขอขึ้นร่วม(อย่างที่นพดลมั่วมาว่าของของเขาจะขึ้นร่วมได้อย่างไร? เหมือนเอาที่อยุธยามาให้เขมรขึ้นร่วมได้ไหม?)

เป็นการพูดที่ผมผิดหวังมากกับนพดลต่อเรื่องนี้??? นี่ไงครับคือทางที่เราจะขึ้นร่วมได้?เพราะข้อเท็จจริงคือ พระวิหารต้องมีครบทุกอวัยวะและมีเสื้อผ้าครบ?(นพดลเองก้เคยเสนอไม่ใช่เหรอแต่ต่อรองเขาไม่เป็นไม่มีน้ำหนักเองเขาจึวงไม่เล่นด้วย แต่ถ้ามาเจอเงื่อนไขใหม่แบบนี้ เหม็รก้เหม็รเถอะ)

นั้นคือข้อเท็จจริงขา ยังคาMOUอยู่? เสื้อผ้าการบริหารจัดการทางขึ้นฝั่งไทยที่เป็นเสื้อผ้าชุดที่สวยที่สุดต่อมิติการบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยวหรือฯลฯเพราะศักยภาพทางฝั่งไทยเหนือกว่า?

นี่คือผลประโยชน์วินวินในการพัฒนาร่วมฯ แต่ถ้าเขมรไม่ยอม อะไรเลย?จะรุกต่อไปถึงศาลโลก นั้นคือทางที่เราจะเอาคืนทั้งหมดเลยเปิดด้วยเช่นกัน(แบบไหน?อย่างไร?คงให้รายละเอียดไม่ได้ในนี้?แต่ให้แนวทางเป็นไกด์ไลน์แล้ว)???

คุณ"บางกอก"ครับกับข้อความนี้ค

คุณ"บางกอก"ครับกับข้อความนี้คุณในการสนับสนุนMOU ของกษิต

"ครับ..เจรจกันอีกสักร้อยสองร้อยปี เวลาอยู่ข้างเดียวกับฝ่ายไทย ตราบใดที่ศักยภาพทางทหารยังเหนือกว่า......"

ตอบแล้วมันได้อะไรครับคุณบางกอก กับการคงทุ่นระเบิดทางชายแดนแช่คาแบบนั้น ด้วยการที่ต่างฝ่ายต่างมีชนวนคนละข้าง แล้วให้นั่งลุ้นนั่งรอไปอีกร้อยปีว่าวันไหนฝ่ายไหนจะเหลืออดหมดความอดทนก่อนกัน สลับกับการยั่วยุเป็นพรรคๆ แบบให้ผุ้หญิงมาถอดเสื้อผ้าต่อหน้าหนุ่มกลัดมัน แต่นั้นมันคือระเบิด? ถ้ามันจะตูมมาคุณบางกอกและพธม.ลองไปเละ เองไหม?ข้อเสนอปัญญาอ่อนล่ะไม่ว่า?

ผมเห็นว่าต้องจบให้เร็วที่สุดคือ บีบให้เขมรยอมพัฒนาร่วมโดยที่ฝั่งเราเป็นคนกำหนด? หรือถ้าไม่ยอมอะไรเลย ยุเลย ?บลิ้ว หรือยุให้เขมรขึ้นศาลโลกวัดให้มันรู้ดำรู้แดงไปเลยจะได้จบๆ สมมุติเสียก็ไม่เท่าไหร่เราไปว่าเรื่องใหม่ในข้อตกลงที่ดีกว่าแชข่คาแบบนี้

แต่ผมมั่นใจว่าถ้าผมได้ชงเรื่องขึ้นศาลโลกใหม่กับมือจริงๆ ได้คืนหมดครับ?แบบถูกต้องด้วยไม่ใช่ไปโกงเขมรมาด้วย เพราะผมมีสันขวานสยามอยู่กับมือลับมันให้คมๆ จะไปศาลหัวศาลพระภูมิ(โลก(โรคระบาดทางชายแดน) ให้มันรู้จะจะว่าแผนที่ในโต๊ะเขียนแบบของฝรั่งเศษที่มีแค่มิติกว้างคูนยาว มันไม่เก็ตว่าพยานสันเขาคืออะไร สันขวานสยามนี่ล่ะจะจามหัวมันเพื่อพิสูจน์สิว่าด้านลึกมันคืออะไร?เวลาที่ขวานจามลงไปแนหัวมัน???

บางกอก wrote:เรื่องนี้

บางกอก wrote:
เรื่องนี้ ผมเห็นด้วยกับกษิตครับ เก็บMOU43ไว้ เจรจากันอีก๑๐๐ปีก้ยังได้ ยังไงเสีย ถึงพระวิหารจะเป็นของเขมร ตามศาลโลกว่า หรือไทยจะยอมรับแผนที่ปี๐๔ไปนานแล้ว

หากไม่เจรจาเขตแดนกันใหม่ตามMOU ไม่ชัดเจนเรื่องพื้นที่ทับซ้อนที่มีแต่MOUนี้ระบุไว้.... ผมไม่เชื่อว่า ถ้าไทยไม่ตกลง ยูเนสโก้จะกล้าให้เขมรจัดการมรดกโลกรวมทั้งพื้นที่ทับซ้อนแต่ฝ่ายเดียว ไม่ว่ามหาอำนาจไหนจะหนุนอย่างไร เพราะมหาอำนาจที่พร้อมจะไม่หนุนก็มี........

MOUนั้นเลิกได้ครับ ไม่ปฎิบัติตามได้ครับ อิสราเอลทำตัวอย่างไว้มากมาย..... แต่จะเลิกไปทำไมครับ....อยากจะรบกัน แบบเด็กๆแย่งของเล่นกันงั้นหรือ......

นักการเมืองนั้น แต่ละฝ่ายอยากจะเอาเรื่องนี้มาใช้ประโยชน์ในการเมืองภายใน แต่นักการทูตนั้นเขานิยมแก้ไขปัญหาอธิปไตยระหว่างชาติด้วยการเจรจา ครับ..เจรจกันอีกสักร้อยสองร้อยปี เวลาอยู่ข้างเดียวกับฝ่ายไทย ตราบใดที่ศักยภาพทางทหารยังเหนือกว่า......

เรื่องนี้ สนธิและพันธมิตรถ้าเอามาขายผม ในฐานะพ่อค้า ผมไม่ซื้อครับ...........ของกษิตชัวร์กว่า..

Couldn't agree more with this comment ของคุณบางกอก

ผมไม่เชื่อหรอกครับว่าพันธมิตรจะคิดอย่างที่คุณบางกอกคิดไม่เป็น

ผมจึงค่อนข้างมั่นใจว่านี่เป็นเพียงวาระทางการเมืองที่มีเป้าประสงค์อื่นๆที่ไม่ไช่การ"รักชาติ" เพียงแค่ยังไม่แน่ใจว่าวาระอันนั้นคืออะไรเท่านั้นเอง

อะตอม

อะตอม wrote:
กะจะไม่คุยต่อแล้วเพราะเสียอารมณ์ แต่พอดีมาเจอข้อความพาดพิงของคุณมองทะลุ(ผมว่าชื่อมองทะเลฯคือออกทะเลหลุดประเด็นไปไกลแล้ว)กับการโยงกรณีศรีโสภณ,พระตะบองต่อเรื่องพระวิหาร แบบจับแพะมาชนแกะ

เพราะกรณีศรีโสภณ,พระตะบองนั้นคือการแลกดินแดนที่ฝรั่งเศษมาบีบเอาอย่างที่ทำกับอาณาระยะประเทศแถบนี้ทั้งหมด? แต่มาที่ไทย ขย่อนหมดไม่ได้?เพราะพระปรีชาสามารถและพระบารมีของพระองค์ท่าน เราจึงเจรจาแลกบางส่วน และกำกับด้วยสนธิสัญญาเรื่องสันปันน้ำเรากัดฟันเสียให้ตรงนั้นแล้วมันก้ควรแค่ตรงนั้น?

ส่วนกรณีพระวิหารคือกรณีที่ไม่เป็นไปตามสนธิสัญญาคือมันไม่ใช่แค่นั้นตามตกลง(พูดง่ายๆก็คือพระวิหารคือเจตนาโกงเอาไปนอกสัญญา แต่ศรีโสภณ,พระตะบองมันเป็นข้อตกลงแลกดินแดนไปแล้วจบไปแล้ว) กับการที่คุณตั้งคำถามมั่วๆแบบจับแพะมาชนแกะว่าทำไมไม่เรียกร้องเอาศรีโภณฯด้วยล่ะตรงนี้ล่ะครับคือที่ผมว่าจะแย้งอะไรให้มีเหตุมีผลรับรองกว่านี้หน่อยได้ไหม?

อย่างมั่วๆมา แต่เพราะผมไม่ใช่คนที่จะพูดมั่วๆไม่รับผิดชอบแบบนั้น? จึงต้องเสียเวลามาชี้แจงเพิ่มกันใครเข้าใจคลาดเคลื่อนได้ และเนื้อหาการต่อสู้ก็ไม่ใช่เรื่องหรือเนื้อหามั่วๆแบบนั้นมันมีเหตุมีผลว่าเราโดนกระทำ? ส่วนที่คุณบอกว่าผมกล่าวหาใครใจเขมรนั้น ผมพูดด้วยเหตุด้วยผลตามพฤติกรรมใครทำแบบนั้น แล้วถ้าใครชัดเจนว่าตัวเองไม่ใช่?ก็ชี้แจงแย้งมา

ที่ผมต้องพูดต้องตำหนิเพราะมันเสียหายจริงๆ แล้วคนไทยด้วยกันยังมีส่วนในนนั้นอีก นี่คือสิ่งที่เกินรับได้ เราถูกกระทำจริงๆไม่ใช่กรณีคลั่งชาติแบบที่คุณเที่ยวไปกล่าวหามั่วๆมา ถ้าคลั่งชาติคือไม่มีเหตุมีผล จะเอาให้ได้จะเอาแต่ประเทศตนอย่างเดียว?จึงจะเข้ากรณีนั้น ผมเชื่อว่าคนมองทะลุ(อย่าใช้ดีกว่าคำนี้ไม่เหมาะกับคุณผมว่าน่าจะใช้ชื่อมองทะเลฯหรือมองทะเละหรือทะเลาะดีกว่าเน๊าะ555)

ผมเชื่อว่าคุณมองทะลุน่าจะแยกแยะกว่านี้ก่อนที่จะใช้คำนี้(คลั่งชาติไปกล่าวหาใคร) คือถ้ามันใช่จริงๆตรงตามนั้นจริงผมจะไม่เถียงหรือเสียเวลามาชี้แจงแย้งคุณหรอก???

มาที่กรณีครอบครองปรปักษ์ ของคุณนี่ยิ่งมั่วใหญ่ คือมันครอบครองอะไร?ยังไง? มันก็ต้องมีที่มาที่ไปตามกติกาตามเหตุตามผลในสนธิสัญญา ถ้าถูกต้อง มันก้เปลี่ยนมือไปตามความถูกต้องได้ไม่มีใครติดใจหรือติดยึกหรอก แต่ ไม่ใช่มั่วๆมาแบบนี้หรือเจตนาในการรวมหัวกันโกงเอาโดยมีคนไทยรวมอยู่ในคณะ,ก้วนนั้นแบบนี้?

ผมไม่ว่าอะไรน่ะครับคุณมองทะลุ ถ้าจะแย้งหรือพาดพิงผม กรณีประกอบเหตุผลที่ชัดเจนกว่านี้ดีไหม? เพราะผมจะไม่ได้มาเสียเวลา ทำความเข้าใจประเด็นพาดพิงคลาดเคลื่อนเสียหายแบบนี้ คือถ้าแย้งด้วยเหตุด้วยผลจริงๆผมถือว่าเป็นคู่สนทนาที่ผมต้องให้เกียรติครับ?

'มองทะลุออกทะเล'...ชอบนะฮี่ๆๆ

เรื่องพระตะบองศรีโสภณ มองทะลุเขียนว่า 'ตำนาน'ก้อแบบว่า'ตำนานเล่าสืบกันมา'อาจจะมีหลายเวอร์ชั่นตามแต่คนเล่าแล้วก็ตามแต่คนฟังที่เอาไปเล่าเพี้ยนไปอีก เวอร์ชั่นที่มองทะลุฟังมาก็อะไรประมาณนั้น มองทะลุเอามาเล่าต่อก็เพี้ยนไปอีกมันก็เป็นไปตามนิยามของ'ตำนาน' แล้วอะตอมจะเอาสาระอะไรกับ'ตำนาน'เล่า? ... เอิ๊กๆๆ

ที่ยก'ตำนาน'เรื่องนี้มาเพื่อสะท้อน'ชาตินิยม'ว่าเราส่วนใหญ่ก็ชาตินิยมทั้งนั้นแหละ ไม่ใช่อะตอมคนเดียว ไม่ใช่แก๊งพันธมิตรผ้าอนามัยผูกขาดชาตินิยมอยู่กลุ่มเดียว พวกเรียนมากรู้มากอย่างเรามันก็ตัวดีที่ชอบจุดประเด็นเรื่องชาตินิยมออกมา 'ตำนาน'ที่ว่านี้มองทะลุเขียนเพื่อแสดงชาตินิยมทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันพวกที่เจอความเห็นต่างแล้วหงุดหงิดแล้วยัดเยียดปักป้ายความเป็นเขมรให้เขาน่ะ แบบนี้เข้าข่ายล้าหลังคลั่งชาติแล้วใช่ใหม

ที่ดินครอบครองปรปักษ์กับดินแดนประเทศ มองทะลุเชื่อมโยงด้วยคำว่า'อาจ'จะคล้ายๆกัน ประเด็นที่ต้องการชี้คือ ที่ไปชี้ว่าเขาผิดๆๆ ใช่...ผิดแน่ แต่กฎหมายที่ดินมันแปลก ผิดมากๆกลายเป็นถูกได้ไปครองที่ดินเขานานๆกลายเป็นถูกต้องได้รางวัล แค่ให้เผื่อใจในการมองเท่านั้นแหละ

ประเด็นชาตินิยมที่ล่อแหลมจริง

ประเด็นชาตินิยมที่ล่อแหลมจริงๆก็คือว่าตราบใดที่ประเทศไทยยังปกครองในระบอบอำมาตย์ ตราบนั้นเอกภาพชาตินิยมของคนในชาติก็ไม่มี ชีวิตคนยังไงก็สำคัญกว่าวัตถุสิ่งของ รัฐบาลอำมาตย์ฆ่าประชาชนคุณจะให้ประชาชนมาหนุนอำมาตย์เรื่องชาตินิยมได้อย่างไร

เรื่องนี้มองทะลุขอถอยห่างไม่มีส่วนร่วม คนอื่นจะคิดอย่างไรคนไทยกี่กลุ่มกี่ฝ่ายจะคิดอย่างไร มันก็สุดแล้วแต่ละ เอาแบบยามศึกเรารบ ยามสงบเราฆ่ากันเหรอ เบื่อว่ะ

แล้วมันไม่ใช่แค่การเมืองในประเทศ การเมืองระหว่างประเทศด้วยที่คงจะมีคนต้องการให้บทเรียนรัฐบาลพลเรือน+ทหารฆ่าประชาชน ประชาชนในประเทศสูญเสียแทบจะเผาบัตรประชาชนทิ้ง แล้วใครจะสนใจชาตินิยมตอนนี้เพราะไม่ได้มีส่วนในอำนาจอธิปไตยพื้นฐาน แล้วไฉนต้องไปสนใจอธิปไตยเหนือดินแดนล่ะ นี่คือแผ่นดินของพวกเค้าไม่ใช่ของพวกเราเราแค่มาอาศัยเค้าอยู่ เลือกตั้งก็ไม่มีผลจริง เป็นแค่'ทาสสมัยใหม่'ขายแรงงานราคาถูกให้อีกชนชั้น

มองทะลุอ่านแม่ลูกจันทร์ไทยรัฐ ชั่งน้ำหนักMOU สรุปว่ายังไงจำไม่ได้ (อ้าว) แต่เค้าสรุปว่าคนไทยทุกคนต้องผนึกเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวชาตินิยมสู้เขมร

หวังว่าจะทำสำเร็จนะ หวังว่าคนมีสิทธิเลือกตั้งที่เลือกผิดพรรคแล้วถูกพรรคที่ต้องเลือกสั่งฆ่าที่ราชประสงค์คงยอมหรอกนะ! คนมีสิทธิเลือกตั้งคงยอมร่วมมือกับพรรคที่ต้องเลือกให้เป็นรัฐบาลหรอกนะ คนมีสิทธิเลือกตั้งที่เลือกผิดพรรคคงยอมให้พรรคที่ต้องเลือกตั้งข้อหาว่าผู้ก่อการร้ายหรอกนะ

ใครทีมันทำลายพื้นฐานความสมัครสมานสามัคคีของชนในชาติกันแน่?

ใครที่พอใจกับการที่ภาคประชาชนแบ่งฝ่ายต่อกรกันทำให้ไม่สามารถร่วมมือกันกดดันผู้มีอำนาจบารมีได้ล่ะ?

รัฐบาลแบบนี้ที่'ลงทุน'ให้ประชาชนเกลียดกันฆ่ากันเพื่อความมั่นคงในอำนาจของตัวเอง มันก็เป็นธรรมชาติที่จะต้องมี'รายจ่าย'ความไม่เป็นเอกภาพของชนในชาติที่จะต่อกรปัญหาระดับชาติกระมัง?

ครับเงื่อนไขจริงๆที่เร่งด่วนม

ครับเงื่อนไขจริงๆที่เร่งด่วนมากตอนนี้คือ กรณีที่คุณสุวิทย์ไปเซ็นต์อะไรไว้? แล้วที่บราซิลนั้น? แม้เขมรจะยังไม่เรียบร้อยนั้นมันไม่เสร็จเพราะกรณีใด เพราะถ้าแค่เขมรส่งมาช้า นั้นแสดงว่า เงื่อนไขMOU ยูเนสโก้หรือเปล่า?คุณได้อ้างอิงตามที่ผมเสนอไว้แล้วคุรเอาไปอ้างจริงหรือเปล่า?

แล้วสุวิทย์ทำอะไรมั่ง? หน้าที่โดยตรงกับตรงนี้?มันปล่อยปละละเลยแบบที่ผมด่าไว้ในนี้ไหม?

http://www.prachatai3.info/node/30477/talk

และนี่(ข้อความสุดท้าย)

http://www.prachatai3.info/node/30458/talk

ปัญหาที่ผมด่าไว้ตรงนี้คือเรื่องเร่งด่วน เพราะที่แล้วมาคุณสุวิทย์ดำเนินการอะไรบ้าง?ที่ไปอ้างว่าเคยดำเนินการล้อบบี้เงียบๆต่อเรื่องนี้รูปธรรมอยู่ไหน? เอาแค่ไหลตามน้ำต่อเรื่องนี้คุณยังพลาดเลย เราแก้ผ้าเอาหน้ารอดตลอด(แถมคนที่ไปด้วยเช่นวีระพุดคนละอย่างกับคุณไหม?แล้วจริงๆคืออะไร?)

ทั้งที่เรื่องนี้มันแรงมานานแล้ว จะมาอ้างโน้นอ้างนี่ว่าเขมรไม่ส่งเอกสารมาให้ ทั้งที่จริงๆแล้วเขมรลากเลื้อยมาตั้งแต่สมัยไหนแล้ว? เห็นท่าททีเขมรทุกอย่างแล้วยังมาอ้างโน้นอ้างนี่อีก ทั้งที่ระเบียบวาระตรงนั้นกรอบเวลามันชัดเจน ให้คุรดำเนินการอย่างเป้นระบบในการที่จะชี้แจง เตะสกัด

เพราะ ล่าสุดผ่านนพดล ไปพลาดเรื่องรับรองฯฝ่ายเดียว?จน ตอนนี้เขมรหลุดเดี่ยวไปตัวต่อตัวที่ปากประตูที่บราซิลแล้ว

ดีที่ยังไม่เป็นประตู เพราะMOU จริงๆ หรือเพราะนกหวีดหมดเวลา? แล้วข้อมูลMOU ถึงมือเนสโก้จริงๆไหม? เท่าที่ทราบเขาไม่ได้พูดถึงเลย? แต่ที่ทราบชัดคือเราไปขู่เขาว่าจะถอนฯ และบุกเขมร ถ้ายูเนสโก้ฯรับรองตอนนี้?

พูดง่ายๆว่าเราต้องฟาวส์น่าเกลียดขนาดนั้นในเวทีโลก? มันไปขยายภาพรัฐอันธพาลที่เขมรสร้างภาพให้ไหม? แล้วแบบนี้ท่าที่ต่อไทยในกรณีนี้มันจะเสียไหมเขาจะอคติเราไหมทั้งที่ข้อเท็จจริงเรื่องนี้เราถุกกระทำ แต่เขมรกลับไปขยายภาพแถมเราเองไปช่วยขยายภาพนั้นให้เขมรด้วยการขู่ถอนตัวและขู่จะบุกเขมร?

มันจำเป็นหรือไม่ที่ต้องใช้วิธีการแบบนั้น? ถ้าคุณชี้แจงอย่างเป็นระบบจริงๆตามที่ผมพูดถึงหรือชี้ไว้ให้นั้น?จนถึงว่าล๊อบบี้อย่างที่คุยเอาไว้?

คุณเอามาอ้างเฉพาะคนไทยด้วยกันหรือไม่? แต่กับ ยูเนสโก้ คุณได้ดำเนินการอย่างมีขั้นมีตอนตามที่ผมว่าไว้หรือที่เมาอ้างคนไทยไว้หรือไม่?จริงหรือไม่? ถ้าจริงทำไมคำชี้แจงของยูเนสฯไม่ได้เอ่ยถึง?(ทั้งที่ตรงนี้ชัดที่สุด)

เพราะนั้นคือคำแย้งอย่างสุภาพที่สุดตามมารยาททางการเมืองระหว่างประเทศทำกัน ไม่ใช่ให้ไปฟาวส์น่าเกลียดแบบนั้น???

ผมดูคำแถลงการณ์ล่าสุดเขมร ตอนนี้แล้วเศร้าแทนพระองค์ท่านร.5 ฝนตกหนักตอนนี้ นี่หรือไม่?เห็นน้ำตาพระองค์ท่านไหม?ไอ้พวกลูกหลานจัญไร?มันเซ่อกันนัก?จนป่านนี้แล้วยังไม่มีอะไรคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย? อย่ามาอ้างโน้นอ้างนี่? รูปธรรมอยู่ไหน?ที่คุยๆไว้นั้นน่ะ?

ปล่อยให้เขมรหลุดเดี่ยวไปได้อย่างไร?ทั้งที่ทุกอย่างเราตั้งรับได้? ไม่ต้องเชิงรุกด้วยซ้ำแต่เราไม่ได้ทำอะไรเลยต่างหากคือรอไว้ปล่อยไว้จนต้องไปฟาวส์น่าเกลียดที่ปากประตูแบบนั้นขยายภาพรัฐอันธพาลแบบนั้น เห็นน้ำตาพระองค์ท่านไหม?ไอ้พวกลูกหลานจัญไร???

ก่อนไปขอทิ้งท้ายแก้คำผิด(รีบส

ก่อนไปขอทิ้งท้ายแก้คำผิด(รีบส่งไปกลัวคอมแฮ้งค์อีกเลยต้องแก้ใหม่)ตรงนี้

"""แต่ผมมั่นใจว่าถ้าผมได้ชงเรื่องขึ้นศาลโลกใหม่กับมือจริงๆ ได้คืนหมดครับ?แบบถูกต้องด้วยไม่ใช่ไปโกงเขมรมาด้วย เพราะผมมีสันขวานด้ามทองสยามอยู่กับมือ?ลับมันให้คมๆ จะไปจามหัวศาลพระภูมิ(โลก(โรคระบาดทางชายแดน)

ให้มันรู้จะจะว่าแผนที่ในโต๊ะเขียนแบบของฝรั่งเศษ(1/200000)นั้นที่มีแค่มิติกว้างคูนยาว มันไม่เก็ตว่าพยานสันเขามออีแดงคืออะไร? สันขวานสยามนี่ล่ะจะจามหัวมันเพื่อพิสูจน์สิว่าด้านลึกมันคืออะไร?เวลาที่ขวานจามลงไปในหัวมัน ให้มันรู้จักซ่ะบ้าไผ๋เป็นไผ๋ทและ ให้มันรู้ซ่ะบ้างว่าสันปันน้ำคืออะไร?ถ้าหัวใครในศาลโลกถูกแบ่งเพราะสันขวานสยามจามหัวมัน???

doctor J wrote:นั่นแน่

doctor J wrote:
นั่นแน่ พันธมิตรหญ่าย เอ๊ยอัศวินหญ่ายI Pad ไม่ยอมออกความเห็นต่อMOU 2543 เลยสักนิด?

ขนาดพันธมิตรตัวกลั่นอย่างกษิต ยังยอมรับถึงความจำเป็นของมัน แต่ในฐานะที่อัศวินI Pad เป็นขี้ข้าเดินตามวีระ สมความคิดขึ้นพระวิหารมาแล้ว คงต้องอธิบายได้ว่าสิ่งที่กษิตทำผิดตรงไหน? หรือว่ากษิตเป็นพันธมิตรกลับใจ? เริ่มรู้ตัวว่าเคยทำประเทศชาติฉิบหายมามากแล้ว? สิ่งที่พวงทองdefendเกี่ยวกับMOUนั้นผิดตรงไหน?

จุดธูปดอกเดียวเชิญแล้วนะ กล้าๆหน่อย ถ้ารักจะเป็นอัศวิน แฮ่ๆ

นังดอก J เอ็งนี่ทำเนียนตอลดเลยนะ แต่ไม่เป็นไร ถามใหม่อีกที

ดอกทอง J สมัครเป็นแนวร่วม ปชป. และ อภิสิทธิ์ตั้งแต่เมื่อไรวะ ฮ่ะฮ่ะฮ่า ถึงออกมาเชียร์ MOU 43 แบบขายหน้าทั้งบางไพร่

แล้วกรูก็บอกมรึงมาตลอดว่ากรูไม่เคยเชียร์มาร์คขี้ สีซอ จนสายสึกแล้วทำไมมรึงมันปึกจั๋งซี่บักปอป (อิอิ) ตกลงที่เมิงโง่เรื่อง Judicial กับปล่อยควายเรื่องคำฟ้องเขมร เป็น ความโง่ของจริงของเอ็งซิเนาะนังดอก ดังนั้น บ๊อกซ์นี้ขอยกม็อตโต้ประจำของเอ็งมาเล่นกันก่อนเลยนะ ดอก นะ

ขอสั่งให้นังด๊อก J จงตอบคำถามนี้โดยสังเขป เมื่อเธอมีความกล้าพอ (อิอิ)

1. เมื่อก่อนทุกครั้งที่ พธม. กล่าวว่าสาวกประชาไทคือพวกล้มเจ้า แล้วเธอจะด่ากลับ พธม.ทุกครั้งเป็นพวกหากินกับเจ้า สาวกประชาไททุกคนก็รักเจ้าเหมือน พธม. แต่ทุกวันนี้เมื่อกล่าวถึงสถาบันฯ การกล่าวว่า ผู้อยู่เบื้องหลังจะไม่ยั่งยืนอย่างนี้ตลอดไป บ้าง หรือจาบจ้วงว่า มีมือที่อยู่เบื้องหลังการเมืองที่ผม (หมายถึงมึงน่ะแหละ) ไม่กล้ากล่าวถึงบ้าง นี่เท่ากับประกาศตัวแล้วว่าไม่ได้จงรักภักดีจริง หรือเท่ากับเธอกลืนเสลดที่ตนเองถ่มทิ้งจนแห้งกรังไปแล้ว ใช่หรือไม่?

2. การที่เธอผู้สูงศักดิ์เถียงฉอดๆ ว่า I Pad และ พธม. โง่ ไม่รู้เรื่อง ตุลาการภิวัฒน์เลย ตุลาการภิวัฒน์คือการที่ศาลรักษาสิทธิมนุษยชนของคนกลุ่มน้อยและสิ่งแวดล้อมเท่านั้น ตุลาการภิวัฒน์ในประเทศพัฒนา ศาลเขาไม่ได้แทรกแซงการเมืองเหมือนในประเทศไทย แต่ล่าสุดจากวิกิพีเดีย ได้ให้คำนิยามว่า "ตุลาการภิวัฒน์ (Judicail Activism) คือการที่ศษลได้ทำการตรวจสอบอำนาจอธิปไตยอีก 2 ฝ่ายที่เหลือ คือ ฝ่ายบริหาร และ ฝ่ายนิติบัญญัติ โดยเข้มข้นเกินกว่าที่ยัญญัติไว้ตาม กม. เพื่อเป็นการตรวจสอบการใช้อำนาจอธิปไตย" เช่นนี้แล้ว นี่คือ เรื่องที่ 2 ใช่หรือไม่ ที่เธอผู้สูง ซะ - ง่า นังดอก J ตกท่อดังพลั่ก อิอิอิ

3. การที่ริอ่านระบุว่า Fact เขมรไม่ได้บรรยายฟ้องไทยกรณีปราสาทพระวิหารเรื่องอาณาเขต ศาลโลกจึงไม่ตัดสินเรื่องอาณาเขตยกให้แต่ตัวปราสาทอย่างเดียว แต่จากหลักฐานทั้ง ปฐมภูมิ (เอกสารการพิจารณาของศาลโลก) ทุติยภูมิ (จาก รศ. สมปอง สุจริตกุล) และ ตติยะภูมิ (I Pad ว่าเอง อิ๊อิ๊อิ๊) กลับกลายเป็นว่าในคำฟ้องเขมรมีแต่การอ้างเรื่องอาณาเขตและแผนที่ให้เปรอะไปหมด แถมยังมีคำขอให้พิจารณาทั้งสถานะและความถูกต้องของแผนที่ Annex 1 ด้วยซ้ำ ตกลงนี่คืออาการตกท่อดัง แอ้ก! (จุก เสียด อิ๊อิ๊อิ๊) ของ เธอผู้สูงเสี่ยว เอ๊ย! ส่ง อีกครั้งหรือไม่

โปรดสังเกตุ เมื่อใดที่ I Pad เจอ นังดอก J ของแท้ต้องมี 3 คำถามนี้ปิดท้ายเสมอ เหมอ เหมอ เหมอ เหมอ (Echo น่ะ!)

ปล. จำนวน คำถามอาจเพิ่มขึ้นได้ตามอาการ J ที่เธอปล่อยกระบือออกจากคอกเพิ่มขึ้นหรือไม่ โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า นิ!

ส่วนที่เอ็งถามเรื่อง MOU 43 ขอไม่ตอบในบ๊อกซ์นี้ เพราะตอบในบ๊อกซ์ของเอ็งมันไม่ฮิบว่ะ จะขอไปตอบบ๊อกซ์ตัวเอง มีไรมะ! หืมมม์

แต่อย่าลืม

1. เมื่อก่อนเถียงฉอดๆ ออกแต๋วแตกว่ารักเจ้า มาวันนี้ใช้ลีลาตาขาวแอบแฝงด่าเจ้า เป็นมือที่มองไม่เห็นบ้าง เป็นผู้อยู่เบื้องหลังความตายของควายแดงบ้าง ตกลงที่เคยเถียง พธม. มา ตอแหลงั้นดิ

2. ตุลาการภิวัฒน์ที่วิกิพีเดียให้นิยามว่า คือ การที่ศาลแทรกแซงการใช้อำนาจของฝ่ายอธิปไตยอีก 2 ฝ่าย นอกเหนือจากอำนาจตามตัวบทบัญญัติ แล้วอย่างนี้ที่คุณน้องดอกท้อง J ว่ามาก็แหลสดอีกอ้ะดิ้

3. คำบรรยายฟ้องของเขมรกรณีษศาลโลก มีควายแดงบางตัวบอกความจริงเขมรไม่ได้เรีนกร้องเรื่องแผนที่และอาณาเขตเลย แต่ความจริง จิ๊ง จิง มันไม่ใช่ ตกลงใครโกหก

และขอแถมอีกข้อ

4. เมื่อก่อนด่า พธม. เป็นพวกกับ ปชป. แต่กระทู้ก่อนหน้ากระทู้นี้ ตัวเองดันออกมาเชียร์ MOU 43 ของ ปชป.@ชวน ตกลงแล้วอีแบบนี้เค้าไม่เรียกตอแหลร๊อก! แต่เขาเรียกตีสองหน้า ดั๊บเบิ้นแสตนดาก (คู่กันกับ Double Standard) หรือไม่ละนี่? อิอิอิ

หมายเหตุ พวกตีสองหน้า คือพวกที่ไม่มีจุดยืนที่แท้จริง วันใดจุดยืนของฝ่ายตรงข้ามไม่ตรงกับความต้งอการของตัวก้จะด่ากราดฝ่ายตรงข้าม แต่ถ้าวันใดจุดยืนของฝ่ายตรงข้ามดันมาตรงกับความต้งอการของตัวเอง ก็จะทำการกลืนเสลดที่เคยถ่มถุยด่าเขาไว้ แล้วหันมาจูบปากฝ่ายนั้นได้อย่างน่าสะเอียนค่อด แบบนังด๊อกตัวนี้นี่แหละ

ถ้าสนใจ MOU 43 ก็ตามหาอ่านเอาเองเน่อ!+

อิ อิ อิ

ลืมมมม ปายยยยย แล้วพลาดท่าขนาดลืมเล่นมุกสีแดงกวนประสาท I Pad เรยร๋อออออ ฮิฮิฮิ ฮ่าฮ่าฮ่า ตกท่อบ่อยจนเสียศูนย์เรยยยยยน้าเมิง! กร๊ากกกกกกก ได้ขำอีกแว๊วกรู

MOU 43 หรือ บันทึกช่วยจำ ปี

MOU 43 หรือ บันทึกช่วยจำ ปี 2543 เป็นการทำข้อตกลงระหว่างประเทศ ไทย - เขมร ว่าด้วยเรื่องกรปักปันเขตแดน ไทย - เขมร

เนื้อหาว่าอย่างไร หัดไปหาเอา อิอิอิ อะไรก็จะรอแต่ป้อนให้ทุกอย่างแบบนี้ เด๋วโง่ตายห่า (อ้าว! ก็โง่อยู่แล้วนี่เนาะ อิอิอิ)

มาว่าที่ปัญหา

กรณีเขตแดน ไทย - เขมร โดยฝ่ายไทยซึ่งเป็นไปตามคำพิพากษาศาลโลก คศ. 1962 (อยากรู้ว่า พศ. อะไร เอา 543 บวกเข้าไป รู้ใช่มะ? อิอิอิ) ยึดเอาสนธิสัญญา ปี 1904 และ 1907 เป็นข้อกำหนดเขตแดน ซึ่งเป็นสนธิสัญญาที่ถุกต้องตามหลัก กม. รว.ปท. และ ตรงตาม กฎบัตรสหประชาชาติทุกประการ เพียงหนึ่งเดียวที่มีอยู่ ระหว่าง ไทย - เขมร

แม้แต่ในคำบรรยายฟ้องของฝ่ายเขมรก็กล่าวไว้เองว่าเขมรขออ้างสนธิสัญญา 1904 เป็นข้อกำหนดที่ฝ่ายเขมรยอมรับ (และฝ่ายไทยก็ยอมรับ)

แต่ที่เป็นปัญหาก็คือ เขมรอ้างว่าแผนที่ Annex 1 คือผลงานของคณะกรรมการปักปันร่วมจากสนธิสัญญา 1904 - 1907 ซึ่งในคำพิพากษาศาลโลกก็ระบุอยู่หลายตอน รวมทั้งในคำพิพากษาส่วนตัวของผู้พิพากษาเสียงข้างน้อยระบุตรงกันว่า ไม่มีหลักฐานที่ใด ระบุว่ามีการรับรองแผนที่ Annex 1 โดยคณะกรรมการปักปันเขตแดนร่วม จึงทำให้แผนที่ Annex 1 ไม่มีผลเป็นสนธิสัญญา ตามหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติ

ดังนั้น แผนที่ Annex 1 จึงไม่มีผลทาง กม. และไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานในการกำหนดเขตแดนแต่อย่างใด

ที่สำคัญ สนธิสัญญา 1904 - 1907 ที่เขมรก็ให้การยอมรับตามคำบรรยายฟ้องของเขมรเอง และเขมรก็อ้างว่าร่างแผนที่ Annex 1 ตามข้อกำหนดสนธิสัญญา 1904 - 1907 โดยใช้หลักสันปันน้ำ (ซึ่งหลักนี้เป็นที่ยอมรับของทั้งสองฝ่าย) แต่เมื่อตรวจสอบแผนที่ Annex 1 ก็พบว่าแผนที่ Annex 1 ไม่ได้เขียนตามแนวสันปันน้ำแต่อย่างใด

แผนที่ Annex 1 จึงผิด 2 ชั้น ทั้งที่มาและเนื้อหา

แต่การใช้ MOU 43 เป็นเครื่องมือในการเจรจาปักปันเขตแดนเป็นความผิดพลาดของไทย เนื่องจาก

1. MOU 43 เป็นเอกสารทางข้อตกลงชิ้นแรกที่ยกฐานะของแผนที่ Annex 1 เป็นที่ยอมรับ ทั้งๆ ที่แม้แต่ศาลโลกก็ยังไม่ยอมพิจารณาความถูกต้องของแผนที่นี้

2. MOU 43 ไม่มีความจำเป็นในการปักปันเขตแดน เพราะการปักปันเขตแดนที่ถูกต้องได้กำหนดไว้เรียบร้อยแล้วในสนธิสัญญา ฝรั่งเศส - สยาม ปี คศ. 1904 - 1907 นั่นคือ 2 ฝ่าย (ที่เขมรยอมรับให้ฝรั่งเศสในฐานะเจ้าอาณานิคมเดิมเป็นตัวแทนฝ่ายเขมร) ได้ทำการกำหนดการปักปันเขตแดน โดยอาศัยแนวเขตตามธรรมชาติที่มั่นคง ชัดเจน ยากต่อการเปลี่ยนแปลง นั่นคือการใช้แนวตามธรรมชาติของสันปันน้ำ ไว้เรียบร้อยแล้ว

เพียงแต่การกำหนดแนวเขตที่ถูกต้องในขั้นสุดท้ายจนได้เป็นแผนที่ที่ยอมรับของทั้งสองฝ่ายยังกระทำไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากปัญหาความมั่นคงทางการเมืองของเขมรเอง ดังนั้น ต่อมาเมื่อสถานะการณ์ทางการเมืองของเขมรเอื้อต่อการทำการกำหนดเขตแดนที่ถูกต้อง ไทยก็สมควรจะทำการกำหนดเขตแดนให้แล้วเสร็จ แต่ไม่ใช่ทำการกำนหดเขตแดน โดยกำหยดกรอบที่ให้ยอมรับเอาแผนที่ระวาง 1:200,000 หรือ Annex 1 ชุดนี้เอามาเป็นกรอบกำหนด

เพราะเพียงแต่เรายืนยันว่าถ้าจะกำหนดกรอบ ก็ให้ใช้สนธิสัญญา 1904 - 1907 เป็นกรอบเดียวที่จะใช้ในการกำหนดเขตแดน โดยเขมรไม่สามารถบิดพริ้วได้ เพราะเราสามารถเอาเอกสารคำบรรยายฟ้องของฝ่ายเขมรที่พาดพิงถึงการยอมรับ สนธิสัญญา 1904 - 1907 เพื่อยืนยันให้ใช้แต่สนธิสัญญาอย่างเดียวเป็นกรอบ เขมรก็ไม่สามารบิดพริ้วได้แล้ว

แต่การที่เจ้าหน้าที่ กท. ต่างประเทศไปหลอกให้นายชวนไปทำ MOU แบบนี้ ก็กลายเป็นการให้เรายอมรับข้อกำหนดที่ไม่ถูกต้องเอามาเป็นข้อกำหนดของการกำหนดเขตแดน

นี่คือ สาเหตุที่เราต้องไม่ยอมรับ MOU 43 หาใช่เป็นเรื่องของการคลั่งชาติไม่ยอมฟังความของ พธม. แต่อย่างใด

และขอเลยแถมไปถึงการยกเลิก MOU ที่นังพวงทองริอ่านบิดเบือนด้วยการอ้างชุ่ยๆ ว่าเรายกเลิกไม่ได้ว่า ให้ไปหา MOU 43 มาอ่าน โดยเน้นไปที่ข้อ 5 ของ MOU แล้วจะเข้าใจเอง ขี้เกียจบรรยาย อย่าให้สีซอบ่อยเมื่อย อิอิอิ

แถมอีกนิด เห็นอาการ J ของ สาวกประไทบางตัวหลงปลื้มไปกับมนต์ MOU 43 ก็เลยจะขอสีซอสอนสั่งสาวกประชาไททั้งหลายว่า MOU 43 รัฐบาลไทยไม่เคยหยิบยกเอามาเป็นเครื่องมือใดๆ เลย จนวันหนึ่ง พธม. จับได้ว่าปัญหาพระวิหาร มีจุดเริ่มจากเอกสารเจ้าปัญหานี้ นายชวนนท์ก็เลยออกมาแต่งนิทานเมื่อคืนนี้ยกยอ mOU นี้ซ้า!!!! นี่แสดงให้เห็นการโกหกคำโตของ ประชาธิปัตย์ จึงแนะนำขี้ขาสาขาประชาไทเก็บเอาไว้ใช้ด่าประชาธิปัตย์ต่อไป (I Pad ใจดีมะ อิอิอิ)

และเนื่องจาก บ๊อกซ์นี้ได้พาดพิงเล็กๆ ถึงน้องดอก J จึงขอปิดด้วยม๊อตโตประจำตัวนังดอกมัน

ดังนี้

ขอสั่งให้นังด๊อก J จงตอบคำถามนี้โดยสังเขป เมื่อเธอมีความกล้าพอ (อิอิ)

1. เมื่อก่อนทุกครั้งที่ พธม. กล่าวว่าสาวกประชาไทคือพวกล้มเจ้า แล้วเธอจะด่ากลับ พธม.ทุกครั้งเป็นพวกหากินกับเจ้า สาวกประชาไททุกคนก็รักเจ้าเหมือน พธม. แต่ทุกวันนี้เมื่อกล่าวถึงสถาบันฯ การกล่าวว่า ผู้อยู่เบื้องหลังจะไม่ยั่งยืนอย่างนี้ตลอดไป บ้าง หรือจาบจ้วงว่า มีมือที่อยู่เบื้องหลังการเมืองที่ผม (หมายถึงมึงน่ะแหละ) ไม่กล้ากล่าวถึงบ้าง นี่เท่ากับประกาศตัวแล้วว่าไม่ได้จงรักภักดีจริง หรือเท่ากับเธอกลืนเสลดที่ตนเองถ่มทิ้งจนแห้งกรังไปแล้ว ใช่หรือไม่?

2. การที่เธอผู้สูงศักดิ์เถียงฉอดๆ ว่า I Pad และ พธม. โง่ ไม่รู้เรื่อง ตุลาการภิวัฒน์เลย ตุลาการภิวัฒน์คือการที่ศาลรักษาสิทธิมนุษยชนของคนกลุ่มน้อยและสิ่งแวดล้อมเท่านั้น ตุลาการภิวัฒน์ในประเทศพัฒนา ศาลเขาไม่ได้แทรกแซงการเมืองเหมือนในประเทศไทย แต่ล่าสุดจากวิกิพีเดีย ได้ให้คำนิยามว่า "ตุลาการภิวัฒน์ (Judicail Activism) คือการที่ศษลได้ทำการตรวจสอบอำนาจอธิปไตยอีก 2 ฝ่ายที่เหลือ คือ ฝ่ายบริหาร และ ฝ่ายนิติบัญญัติ โดยเข้มข้นเกินกว่าที่ยัญญัติไว้ตาม กม. เพื่อเป็นการตรวจสอบการใช้อำนาจอธิปไตย" เช่นนี้แล้ว นี่คือ เรื่องที่ 2 ใช่หรือไม่ ที่เธอผู้สูง ซะ - ง่า นังดอก J ตกท่อดังพลั่ก อิอิอิ

3. การที่ริอ่านระบุว่า Fact เขมรไม่ได้บรรยายฟ้องไทยกรณีปราสาทพระวิหารเรื่องอาณาเขต ศาลโลกจึงไม่ตัดสินเรื่องอาณาเขตยกให้แต่ตัวปราสาทอย่างเดียว แต่จากหลักฐานทั้ง ปฐมภูมิ (เอกสารการพิจารณาของศาลโลก) ทุติยภูมิ (จาก รศ. สมปอง สุจริตกุล) และ ตติยะภูมิ (I Pad ว่าเอง อิ๊อิ๊อิ๊) กลับกลายเป็นว่าในคำฟ้องเขมรมีแต่การอ้างเรื่องอาณาเขตและแผนที่ให้เปรอะไปหมด แถมยังมีคำขอให้พิจารณาทั้งสถานะและความถูกต้องของแผนที่ Annex 1 ด้วยซ้ำ ตกลงนี่คืออาการตกท่อดัง แอ้ก! (จุก เสียด อิ๊อิ๊อิ๊) ของ เธอผู้สูงเสี่ยว เอ๊ย! ส่ง อีกครั้งหรือไม่

โปรดสังเกตุ เมื่อใดที่ I Pad เจอ นังดอก J ของแท้ต้องมี 3 คำถามนี้ปิดท้ายเสมอ เหมอ เหมอ เหมอ เหมอ (Echo น่ะ!)

ปล. จำนวน คำถามอาจเพิ่มขึ้นได้ตามอาการ J ที่เธอปล่อยกระบือออกจากคอกเพิ่มขึ้นหรือไม่ โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า นิ!

สงวนสิทธิ์ ห้าม คัดลอก ทำซ้ำ หรือ ทำให้ปรากฎต่อสาธารณะโดยไม่ได้รับการบินยอมจาก I Pad อิอิอิ

พายเรือลำเดียวกัน ไม่รู้จะไปท

พายเรือลำเดียวกัน

ไม่รู้จะไปทิศไหน

เขมรนั่งหัวเราะ

ดูพวกสยามมันตีฆ่ากันเอง

เรียกว่าเขมรสมัยฮุนเซ็น

เหนือกว่าสยามหลายขุม

ทุกอย่างเข้าล็อคของเขมรหมดแล้ว

สมาชิกมรดกโลกบอกเขมรทำได้ดี

ยูนิเซฟรับรองว่าได้รับเอกสารครบ

มันสุดยอดตบหัวอำมาตย์ไทยเมื่อ

นโรดมเจ้าเขมรส่งจดหมายถึงไทย

เรามาร่วมกันทำประสาทเปรียนเวียน

ให้เป็นอนุสรณ์แห่งมิตรภาพ

อย่าไปคิดเรื่องพิพาทที่ดินอันเป็นประวัติศาสตร์เลย

เขายื่นไมตรีมาเหมือนดาบอาบยาพิษ

เอาไปฆ่าตัวตายเสีย

เสียแผ่นดินไม่เสียใจเท่ากับเสียหน้า

หัดรู้จักใช้แผนที่ 1/200,000 ให้เป็น

แล้วค่อยไปคุยกับเขา

จะเป็นตั๋วเฮียได้อย่างไร ใจจืดใจดำ

แผนที่เสียเปรียบกูไม่ใช้

MOU เสียเปรียบกูไม่เอา

ตกลงกับลาวล่ะใช้แผนที่ 1/2000000

ถ้ามันยกเลิกทั้งลาวและเขมร

เห็นทีจะต้องย้ายกลับไปภูเขาอัลไต

คนอะไรพูดเอาแต่ได้

จนกลายเป็น

อภิสิทถัตถะ ไปแล้ว

สาธุ สาธุ สาธุ

บางกอก wrote:เรื่องนี้

บางกอก wrote:
เรื่องนี้ ผมเห็นด้วยกับกษิตครับ เก็บMOU43ไว้ เจรจากันอีก๑๐๐ปีก้ยังได้ ยังไงเสีย ถึงพระวิหารจะเป็นของเขมร ตามศาลโลกว่า หรือไทยจะยอมรับแผนที่ปี๐๔ไปนานแล้ว

หากไม่เจรจาเขตแดนกันใหม่ตามMOU ไม่ชัดเจนเรื่องพื้นที่ทับซ้อนที่มีแต่MOUนี้ระบุไว้.... ผมไม่เชื่อว่า ถ้าไทยไม่ตกลง ยูเนสโก้จะกล้าให้เขมรจัดการมรดกโลกรวมทั้งพื้นที่ทับซ้อนแต่ฝ่ายเดียว ไม่ว่ามหาอำนาจไหนจะหนุนอย่างไร เพราะมหาอำนาจที่พร้อมจะไม่หนุนก็มี........

MOUนั้นเลิกได้ครับ ไม่ปฎิบัติตามได้ครับ อิสราเอลทำตัวอย่างไว้มากมาย..... แต่จะเลิกไปทำไมครับ....อยากจะรบกัน แบบเด็กๆแย่งของเล่นกันงั้นหรือ......

นักการเมืองนั้น แต่ละฝ่ายอยากจะเอาเรื่องนี้มาใช้ประโยชน์ในการเมืองภายใน แต่นักการทูตนั้นเขานิยมแก้ไขปัญหาอธิปไตยระหว่างชาติด้วยการเจรจา ครับ..เจรจกันอีกสักร้อยสองร้อยปี เวลาอยู่ข้างเดียวกับฝ่ายไทย ตราบใดที่ศักยภาพทางทหารยังเหนือกว่า......

เรื่องนี้ สนธิและพันธมิตรถ้าเอามาขายผม ในฐานะพ่อค้า ผมไม่ซื้อครับ...........ของกษิตชัวร์กว่า..

นี่คงเป็นครั้งแรกที่เราเห็นไม่ตรงกันอย่งมีนัยยะสำคัญนะครับคุณ บางกอก

เรื่องปล่อย MOU ทิ้งไว้ แล้วให้เวลาทำลายฝ่ายชั่วร้าย (เขมร) ไป เป็นความคิดที่เข้าทีครับ และขอบอกพวกเราเคยคุยกันตามนี้ แต่แม้แต่ ศ. สมปอง สุตริตกุล ก็ไม่เห็นด้วยครับ เพราะ

ใน MOU ข้อไหนจำไม่ได้ ระบุว่า สองฝ่ายจะยึดหลักสันติวิธีในการเจรจา

นั่นคือ ถ้าเราใช้กำลังเมื่อใด เราผิดทันที

แต่ข้อเท็จจริงวันนี้ เราไม่ได้ห่วงว่าใครจะมาเอาพื้นแผ่นดินของเราไปในทาง กม. ก็จริง แต่ในทางปฏิบัติ ณ เวลานี้ เขมรได้เข้ารุกรานและครอบครองอาณาเขตประเทศไทยไปเป็นจำนวนับ 2 พัน กว่า ตร. กม. แล้ว ไม่ทราบคุณบางกอกทราบข้อมูลนี้หรือไม่?

นั่นคือในทาง กม. อย่างไรเสีย เขมร หรือ มหาอำนาจจะหนุนหลังอย่างไร? ก็คงเอาไปจากเราได้ยาก อันนี้เห็นด้วย

แต่ในทางพฤตินัย เราเสียดินแดน เราเสียเอกราช ของเราไปแล้ว ที่สำคัญถ้าเรายังใช้การเจรจา โดยไม่ใช้กำลัง เขมรมันจะยอมออกไปหรือไม่?

อย่าลืมนะ สู้กับอันธพาลโวยการเจรจาร้องขอไม่เคยได้รับความสำเร็จ แล้วไม่เคยเห็นด้วยว่ามีบ้างหรือไม่?

ฉะนั้น พธม. ไม่ยอมให้คง MOU 43 แล้วใช้แต่การเจรจา ประท้วง โดยปล่อยให้เขมรเข้ามานั่ง กิน ขี้ ปี้ นอน อยู่บนแผ่นดินไทยหยามหน้ากันแบบนี้หรอกครับ

หรือคุณยอม?

ปล. รัฐบาลอภิสิทธิ์ อ้างว่าตลอดเวลาที่เป็นรัฐบาลแล้วมีการรุกรานจากเขมร รัฐบาลอภิสิทธิ์ได้ประท้วงเขมรมาแล้ว 11 ครั้ง (โดยไม่เคยมีใครเห็นเอกสารการประท้วงนั้นเลย) ผลคือตลอด 11 ครั้ง ที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ประท้วงเขมร วันนี้ถนนทางขึ้นเขาพระวิหารที่รุกล้ำเขตแดนไทยตัดแล้วเสร็จในรัฐบาลอภิสิทธิ์นี่เอง ไม่นับรวมการขยายตัวของชุมชนชาวเขมรภายใน พท. 4.6 ตร.กม. ที่เป็นของไทยอย่างชัดเจน จากจำนวนไม่กี่ร้อยคน วันนี้เพิ่มเป็นหลายพันคนแล้ว

อย่างนี้แล้ว อนาคตเขตแดนไทยจะเป็นอย่างไร

ที่สำคัญโดยมรดกโลก ได้กำหนดให้ญี่ปุ่นเข้ามาสร้างพิพิธภัณฑ์ใน พท. 4.6 ตร.กม. แล้ว (รู้สึกสยองมั่งหรือยังครับ? คนไทยทั้งหลาย)

ใครออนไลน์อยู่ เข้า manager

ใครออนไลน์อยู่ เข้า manager online แล้วดูเอา

มีแต่ของดีๆ เรื่องนี้ทั้งนั้น

พลาดแล้วจะเสียดาย อิอิอิ

ของดโพสต์พักนึง

ตรรกะบ้องตื้นของพันธมิตรคือ

ตรรกะบ้องตื้นของพันธมิตรคือ จะยึดถือเอาข้อตกลงตามสนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส 1907เป็นบรรทัดฐานในการแบ่งพรมแดนกับเขมร discardแผนที่เจ้าปัญหา?

ข้อโต้แย้ง หากไทยต้องการ"เจรจา"หาข้อยุติเรื่องเส้นพรมแดนกับเขมรโดยสันติวิธี มีทางเลือกอื่นใดอีกนอกจากการแสดงให้คู่เจรจามองเห็น"โอกาส"ที่จะ"ได้เปรียบ"บ้าง? อย่างที่พวงทองกล่าว การเจรจาคือการ"ต่อรอง"บนพื้นฐานของความเสมอภาค ไม่ไช่การ"บีบบังคับ"ให้คนที่อ่อนแอกว่า"ยอม"เจรจาด้วย อย่าได้มองว่าเขมรอ่อนแอกว่า เพราะคนอ่อนแอคนนี้ พร้อมลุกขึ้นสู้เสมอ และถ้าเกิดสงครามเมื่อใด ทุกฝ่ายจะแพ้ด้วยกันหมด สงครามไม่ว่าจะแพ้ชนะ ล้วนมี"ค่าใช้จ่าย"เสมอ ทั้งในรูปของเงินทอง, ชีวิต, รวมถึงการสูญเสียโอกาสที่จะพัฒนาไปด้วยกัน ทำมาหากินไปด้วยกัน ฯลฯ

คุณสุขุมพันธ์, รัฐบาลชวน, รัฐบาลอภิสิทธิ์ ล้วนเข้าใจดีว่า MOU 2543 มีทั้งส่วนที่ไทยเสียเปรียบและได้เปรียบ คนที่มีเหตุผลต่างก็เข้าใจถึงธรรมชาติของการเจรจาว่าต้องมีข้อแลกเปลี่ยน ไม่มีใครได้ทุกอย่าง ไม่มีใครเสียทุกอย่าง ถ้าเป็นแบบนั้น ไม่เรียกว่าการเจรจา

พันธมิตรไม่ยอมพูดถึงความก้าวหน้าของการปักปันเขตแดนที่แล้วเสร็จไปแล้วหลายร้อยกิโลเมตร แต่ย้ำคิดย้ำทำเหมือนคนบ้าแค่พิ้นที่ปัญหา 4.6 ตร.กม. ซึงในที่สุด ไทยคงเสนอให้เป็นพื้นที่พัฒนาร่วมกัน เพื่อหาประโยชน์ร่วมกัน ดีกว่าการทะเลาะหรือรบพุ่งกัน แม้มีฝ่ายใดชนะ ก็ไม่อาจหาประโยชน์จากชัยชนะได้ ประชาชนสองฝั่งพื้นที่จะเดือดร้อนแสนสาหัส พันธมิตรกล้ารับผิดชอบหรือไม่? นี่คือเหตุผลที่ชาวบ้านภูมิซลอลเขาโกรธพันธมิตร

อันที่จริง ผมไม่ควรมาโต้แย้งแทนรัฐบาลอภิสิทธิ์ที่ผมไม่ชอบขี้หน้า แต่เป็นการแสดงจุดยืนส่วนตัวต่อการกระทำครั้งนี้ของเด็กดื้อเท่านั้น ที่จริงผมควรปล่อยให้ปชป.กับพันธมิตรทะเลาะกันต่อไป ตัดคะแนนเสียงกันต่อไป เพราะฐานคะแนนคู่นี้เป็นก้อนเดียวกัน เพื่อไทยคงนั่งหัวเราะจนฟันโยกฟันคลอนแล้ว

เอาเลยครับพันธมิตรผุ้แสนรักชาติ(คลั่งจนเหมือนหมาบ้า หางตก น้ำลายสอ มากกว่า) บุกไปรบกับเขมรเลย และอย่าลืมตัดคะแนนเสียงปชป.ให้มากที่สุดนะครับ เพื่อไทยเขากำลังให้กำลังใจพันธมิตรทุกคน (สังเกตได้ว่านอกจากนภดลแล้ว เพื่อไทยที่เหลือเงียบเป็นเป่าสากในกรณีนี้)

I Pad สู้ สู้ I Pad สู้ตาย..........ลุยเขมรเลยครับ ขอยุส่งด้วยคน แฮ่ๆ

I Pad wrote:ใครออนไลน์อยู่

I Pad wrote:
ใครออนไลน์อยู่ เข้า manager online แล้วดูเอา

มีแต่ของดีๆ เรื่องนี้ทั้งนั้น

พลาดแล้วจะเสียดาย อิอิอิ

ของดโพสต์พักนึง

I Pad รู้จัก'ทำการบ้าน'ยังถือว่าพอมีหวัง

พันธมวยสาวกเต๊กลิ้ม มีภาษีกว่า สาวกปชป.นิดหน่อยตรงที่ไม่ได้เทิดทูนชวนช่างทาสีและปชป.ถวายหัว
เวลามองทะลุไปคุยวงสนทนาสมาคม พ่อค้าที่เชียร์พันธมวยดู'บื้อ'ดีอุตส่าทำการค้าเก่งดันไปเชื่อลมปากเต๊กลิ้มกับไอ้ใส ก็เอ็งเป็นพ่อค้าขายลมปาก เอ็งตกม้าตายไปเสียท่าให้ลมปากพ่อค้าไอ้เต๊กลิ้ม

ส่วนพ่อค้าที่เชียร์ปชป.เวลาเถียง'No grade'การบ้านทำไม่เป็น เป็นอย่างเดียวกรูศรัทธาปชป.ถวายหัวยังไงปชป.ก็ถูกวันยังค่ำ

จะบอกให้นะ I Pad การบ้านที่เอ็งทำมาน่ะ ที่ห้องราชดำเนินยุคก่อนเขาทำเป็นร้อยๆกรอบความเห็น เอาข้อมูลมาแย้งกันแล้วมันสนุกตรงไหนรู้มั้ย สนุกตรงที่ว่าข้อมูลมันหักล้างกันได้จริง แบบว่าหักล้างกันแบบขบเหลี่ยมคมเฉือนคม

ตอนที่เต๊กลิ้มปั่นกระแสรันเวย์สุวรรณภูมิร้าวโชว์ภาพรันเวย์ร้าวเบ้อเริ่มเทิ่ม มีคนในห้องราชดำเนิน(เค้าทำงานวิศวะที่สุวรรณภูมิ) ไปเดินหารอยร้าวที่aaSTVถ่ายมาลงหนังสือพิมพ์ ก็ไปเจอแล้วถ่ายด้วยโฟกัสธรรมดาเป็นรอยแตกขนาดนิดเดียว ก็เลยจับได้ว่าภาพรอยแตกใหญ่เนี่ยใช้เลนซ์ไวด์แองเกิ้ลถ่ายทำให้รอยแตกที่อยู่ใกล้กล้องดูใหญ่ ส่วนฉากหลังอาคารที่พักผู้โดยสารไกลออกไปก็เป็นภาพเล็ก

คนที่จะหาผลประโยชน์มหาศาลโดยการตบตาคนอ่านหนังสือพิมพ์ทั่วประเทศ คงไม่เอาเล่ห๋กลกระจอกๆมาพรางตาหรอกนะ
แต่มันคงนึกไม่ถึงว่าจะมีนักเล่นบอร์ดห้องราชดำเนินไปหารอยแตกถึงบนรันเวย์!

แล้วไม่ได้มีแค่ภาพถ่ายรันเวย์ ยังมีภาพถ่ายคลองสำหรับระบายน้ำท่วมขังเวลาฝนตก เพื่อค้นหาว่าทำไมน้ำไปขังบนรันเวย์ทั้งๆมีระบบคลองระบายน้ำของสนามบิน

ปกติสื่อเอาข้อเท็จจริงมาลงฝ่ายเดียวคนอ่านกระดิกตรีนอ่านอยู่กับบ้านสบายๆ แต่มีคนไม่เชื่อสื่อออกไปเช็คข้อมูลทั้งหมดที่สื่อบอกแล้วมาโชว์ในเว็บบอร์ด เกิดมาเคยเห็นรึยัง หรือว่าอ่านแต่asstvไม่ลืมหูลืมตาแล้วยึดเป็นคัมภีร์ว่าถูกต้องแน่นอนแล้ว?

อย่ามาคุยเลยว่าasstvมีข้อมูลเพียบ เคยอ่านป่าวตอนasstvถล่มปชป.+ธารินทร์ปี2542 สิบยี่สิบตอนตอนละ1หน้าหนังสือพิมพ์เต็มๆ มองทะลอ่านไปไม่กี่ตอนก็ไม่อ่านละ ยาวจัด...กรูเชื่อแล้วกรูไม่อ่านต่อแล้วเยอะจินๆยาวจินๆยาวชิหาย กรูอ่านไม่ไหวแล้วกรูเชื่อแล้วว่าปชป.กับไอ้ธารินทร์เลวจินๆขายชาติจินๆ(ปรส.งัย) ไอ้คนเขียนชื่อ'พายัพ วนาสุวรรณ'ว่ากันว่าไอ้นี่คือเต๊กลิ้ม จริงไม่จริงไม่รู้ว่ะ

คือจะบอกว่าสื่อน่ะ ยังไงมันก็ต้องมีข้อมูล ก้อมันทำข่าวหากิน มันก็ต้องมีข้อมูลต้องไปค้นต้องไปถาม แล้วก็มีเยอะซะด้วย แต่ข้อมูลพวกนี้เสนอซื่อๆตรงๆก็ยังมีตกมีหล่นมีพิมพ์ผิดเขียนผิด แล้วถ้ามีอคติมันก็เสนอข้อมูลแต่ด้านที่อคติ แล้วระดับอุบาทว์คือพวกที่ถึงขั้นตกแต่งข้อมูลอย่างแต่งภาพเสื้อหลากสีชุมนุม2-3,000คนให้ดูเป็นหมื่นๆคนหรือไม่ก็เมคข้อมูลขึ้นมาหน้าตาเฉยอย่างปฎืญญาฟืนแลนด์

ข้อมูลเยอะอย่ามาคุย มีปัญญาเช็คความถูกต้องของทุกประโยคหรือเปล่า? เช็คเป็นรึเปล่า? หรือ'เชื่อ'อย่างเดียวเพราะเชื่อว่าasstvยังไงก็ถูก ถูกที่สุดในโลก CNN ยังถูกสู้asstvไม่ได้?

วงการหนังสือพิมพ์มันถึงมีการเช็คข่าวกับหนังสือพิมพ์ฉบับอื่นงัย ว่าลูกน้องของกรูมั่วป่าววะ
คนทำงานข่ายข่าวยังต้องเช็คความถูกต้องของข่าวตัวเอง นับประสาอะไรกับคนอ่านที่เชื่อกับการอ่านหนังสือพิมพ์ฉบับเดียวไปหมด?

ที่บอกว่าI padพอมีความหวังเพราะรู้จักทำการบ้านแล้วไม่ใช่สาวกปชป.แปลว่าระดับชั้นยังมีอยู่ วันนี้มองทะลุไม่มีเวลาแย้งข้อมูลอะไร ก็ยกให้ไปก่อน แค่ฝากคำถามนิดหน่อยๆว่าเวลาอ่านสื่อคนอ่านจะเช็คข้อมูลได้มั้ย?แล้วจะเช็คยังไง?

คือแบบว่าสื่อไม่ใช่'เจ้านาย'เราน่ะ สื่อเป็น'ลูกน้อง'เรางัย สือรับจ้างไปหาข่าวมาให้ฉันอ่าน แต่ฉันก็จะเช็คด้วยว่าแกทำงานเข้าท่าเข้าทางหรือเปล่า

ครับประเด็นเรื่องพัฒนาร่วมฯ

ครับประเด็นเรื่องพัฒนาร่วมฯ ผมก็เห็นด้วยกับคุณDR Jและให้ความเห็นไว้ในหลายครั้ง ว่าแค่ชื่อพระวิหาร นั้นคือให้หารกัน เพราะเงื่อนไขตรงนี้มันไม่เหมือนใครที่ไหนเพราะตั้งอยุ่ตรงรอยต่อสองประเทศมีเขตของมรดกโลกติดกันจึงจะเอาไปยกไปเทียบกับเรื่องมรดกที่อยุธยาที่นพดลแย้งมาไม่ได้?

แต่เงื่อนไขสำคัญกว่านั้นคือท่าทีเขมรไม่ยอม สิ่งยืนยั้นคือเราพยายมหลายครั้งแล้ว จนพัฒนาการเขาคือICC ที่หมายความว่า เอานานาชาติว่ากดดันกันไทยออกไป แล้วพยายามกล่อมเราเอี่ญวแค่หนึ่งใน7คนของกรรมการที่จะมาชี้โน้นชี้นั้นในพื้นที่ตรงนั้น(ที่เราก็อ้างอธิปไตยในเขต7.6ตรกม.)

ที่หมายถึงที่ตรงนั้นล่ะถ้าเขมรขึ้นไปได้ตามแผน เราจะไปเอี่ยวได้แค่1ใน7 ของคณะกรรมการ ICC ที่เราปฎิเสธไปแล้ว นั้นคือสิ่งยืนยันท่าที่ล่าสุดเขมรต่อประเด็นพัฒนาร่วม ทั้งที่ผมเห็นด้วยมาตลอดและเสนอมาทางนี้ตลอด แต่เงื่อนไขคือที่ว่าไว้ครับคุณDR.J

ดังนั้นเท่ากับว่าถ้าเราไม่ทำอะไรเลย(ปล่อยให้เขมรไปตามที่คุณว่า) มันก็จะไปตามนั้นคือล่าสุด ทีมงานของคุณสุวิทย์ ได้ไปรับรองแผนยกระดับความคืบหน้าของการเข้าไปพัฒนาพื้นที่ตามแผนนั้น(คือจริงๆไม่ได้มีรูปธรรมในกรค้านอะไรเลยอย่างที่ควรเป็นนอกจากคำขู่เรื่องถอนกับบุกเขมรที่ชัดเจนว่า เขาอาจจะยอมเลื่อนไปก่อนอ้างเขมรส่งช้าแต่ไม่ใช่ไม่มีพัฒนาการด้านความคืบหน้า)

นั้นเท่ากับว่าตอนนี้ ถ้าเราไม่ดำเนินการคัดค้านอย่างเป็นรูปธรรม(ไม่ใช่ไปใช้วิธีจวนตัวแล้วกร่างนำแบบคณะของสุวิทย์) เช่นข้อโต้แย้งหลายเรื่องต้องทำผ่านขั้นตอนอย่างเป็นระบบไป มันจึงจะมีผล

เพราะถ้าแบบนี้ กรณีพัฒนาร่วม เราเลิกคิดไปเลย เพราะพัฒนาการตอนนี้คือเขมร และICC จะเข้ามาชี้โน้นชี้นี่ในพื้นที่ทับซ้อนตรงนั้น โดยที่เราก้อ้างอธิปไตยไทย แต่ไม่มีคนไทยอยู่ในนั้นเพราะเราปฎิเสธไปแล้ว

นั้นเท่ากับว่าอธิปไตยไทยแต่เรามองแค่คนอื่นมาชี้โน้นชี้นั้น(ที่ผมบอกว่าให้เอากำปั้นยัดปากมันนั้นแหละ) แต่นี่ เราจะทำได้แค่มองตาปริบๆ ให้เขาทำแบบนั้นกับอธิปไตยไทย ถ้าปล่อยไปแบบนี้ คุณยอมรับได้เหรอ?

แล้วทีนี้อะไรล่ะที่จะเป้นตัวแปรให้เราคัดค้านได้สำเร็จ และเข้าไปพัฒนาร่วมอย่างที่ควรเป็นที่สุด อำนาจต่อรองมันจะเกิดได้จากตรงไหนบ้าง แต่ถ้าปล่ยอไปแบบที่คุณว่า ก็อย่างที่ชี้แจงไปไงครับ

ดังนั้นการบีบเขมรด้วยMOU

ดังนั้นการบีบเขมรด้วยMOU เพื่อชี้ไปยังยูเนสโก้ว่า เขมรกับเรายังติดปัญหาเรื่องนี้(พื้นที่ประกอบการขึ้นทะเบียนฯ) เราจะไม่ยอมให้ดำเนินการใดใดกับตรงนั้นเด็ดขาด แม้แต่ICC(หมายถึงว่าทั้งหมดนั้นล่ะเข้ามาได้รัปทานลูกปืนแทนข้าวแน่ไม่ได้ขู่เพราะใครทั่วโลกก็ทำกันถ้าไปทะเล่อทะล่าไม่ดุตาม้าตาเรือละเมิดอธิปไตยเขา) แต่เราชี้แจงไปอย่างสุภาพว่านั้นอธิปไตยไทยเหมือนกันกับที่เขมรก็อ้าง?

และยังไม่ยุติ(MOUคือหลักฐาน) แต่นั้นถ้าเราเอากรอบข้อตกลงMOU อันเก่าแบบเก่าตรงนี้หมายถึงปี43 เขมรก็จะตลบหลังว่าเรายอมรับแผนที่ ตรงนั้นว่าคือพื้นที่ของเขา?ในการพิสูจน์ผ่านแผนที่1/200000ในการรับรองแผนที่ตรงนั้น(มันจะย้อนหลังเหตุการณ์ปี2505ที่สรุปว่าไทยเสียเพิ่ม)

เป็นการสิ้นสุดว่าไม่มีไทยเข้าไปเอี่ยวได้อีกแล้วแบบสนิทใจด้านการย้ำแค้นให้พี่ไทยแผลสดๆดาบสอง แม้ทางนี้เขมรจะช้าหน่อยแต่สามารถกันเราได้ชัวร์ๆ

ดังนั้นMOUคือตัวปัญหาจริงๆอย่างที่พธม.ชี้? เพราะในที่สุดแล้วมันจะตลบหลังมาฆ่าเรา ผมจึงเสนอว่า ให้ใช้เหตุผลการละเมิดข้อตกลงMOUของเขมรตอนนี้ ในการ ยกเลิก ไปเลย แล้วถ้าเขมรอยากได้พื้นที่กำกับก็มาเจรจขาใหม่กับเรา?

แต่ถ้าเขมรไม่มา ก็คาไว้แบบนั้นล่ะ? แต่ห้ามแตะของเราน่ะ?ใครเข้ามาทำอะไรในพื้นที่ตรงนั้น จะขึ้นก็ขึ้นไป?(เรายอมรับให้แค่ปราสาทด้วยยุติตามผลติดสินศาลโลก) แต่ต้องขึ้นได้แค่ตัวปราสาทแค่นั้นน่ะ? ถ้าเข้ามาใน4.6 ไม่ว่าหน้าไหน ได้รัปทานลูกปืน

เพราะที่ตรงนั้นเราก็จะไม่ทำอะไร?เพราะเงื่อนไขMOU เช่นกัน แต่ถ้าใครเข้ามาทำก็ไม่ได้เช่นกัน เพราะMOU อันเก่าคาอยู่?และยังเป็นแบบนั้นอยู่จนกว่าเขมรจะมาทำข้อตกลงใหม่ที่เรากำหนดได้?เท่านั้นว่าแบบไหนเราจึงจะยอม(เพราะอันเก่าเขมรละเมิดสัญญา)เท่ากับว่าเราบีบสองทางให้เขมรต้องพัฒนาร่วม?

นั้นคือเราต้องขอพัฒนาร่วม พื้นที่ตรงนั้นมันจึงจะใช้ในการพัฒนาได้ปกติ แต่ถ้าเขมรจะยืนยันไม่ให้เราพัฒนาร่วม เราก็ไม่ร่วมฯ? และไม่เกี่ยวกับปราสาทที่ศาลโลกตัดสินไปแล้ว?ของเขาก็ของเขาตอนนี้? (แต่ข้างหน้าไม่แน่ผมยังมั่นใจอย่างที่พูดไว้)

แต่เรื่องนี้จะยุติได้แบบปกติ ต้องพัฒนาร่วมเท่านั้น?ถ้าเขมรดึงดันจะขึ้นคนเดียวก็ขึ้นไปโดยที่ไม่มีพื้นที่หรือไม่มีขา(ทางขึ้นอีกข้าง) และเสื้อผ้าให้ตัวปราสาท(การบริหารจัดการในทางท่องเที่ยวเป็นเสื้อผ้าอีกชุดจากฝั่งไทยที่สวยกว่า) มันก็จะขึ้นไปได้แบบกั๊กๆ เขมรจะเลือกแบบนั้นใช่ไหม? ถ้าไม่ให้ไทยเอี่ยวด้วยแบบนั้น?

ส่วนICC ,หรือนังเนสโก้จังที่ว่าจะมาจุ้น? เอาหลักฐาน MOU บ้องหูมัน? ถ้ามันยังจะเถียงอีกเอาเขมรมาตบรับกัน(เบิ้ลสองที)ในฐานะพยานว่านี่ใครเช็นต์ฯ ลายมือเหม็รใช่ไหม?ไม่รู้ไม่เห็นไม่มีได้ไง?ไม่เรื่องได้ไง???

เอ้าแล้วถ้าเขมรใช้วิธีลากขึ้น

เอ้าแล้วถ้าเขมรใช้วิธีลากขึ้นศาลโลกเพื่อยืนยันแผนที่ฝรั้งเศษอันนั้น เท่ากับให้ศาลโลกยืนยัน 4.6อีกที่ล่ะ(ที่ใครๆบอกว่าเราเสียเปรียบ) แต่จริงๆแล้วผมมองว่าคือโอกาสที่อาจจะได้คืนหมดทั้งตัวปราสาท ผมมั่นใจในข้อมูลส่วนตัว(ยังไม่เปิดเผยในนี้เพราะเชื่อว่าเขมรก็แอบอ่าน)

เพราะเงื่อนไขคือเรากลัวแผนที่อันนั้นเพราะมันมีในMOUด้วยขณะนี้ ผมจึงบอกเป็นไกด์ไลน์ไว้ว่าจะไปกลัวทำไมเอกสารพยานเท็จ ในแบบโฉนดมรดกปลอมขึ้นมาที่เนื้อขัดกับตัวต้นฉบับจริงของพินัยกรรม(สนธิสัญญา)

หน้าที่เราคือหาหลักฐานเพื่อพิสูจน์เอกสารพยานเท็จชุดนี้ซ่ะ? ทั้งเนื้อหาพฤติกรรมและเจตนานั้นคือทางชี้ว่าเขมรได้รับมรดกปลอมที่ไปโกงไทยเขามาจากฝรั่งเศษ เพราะการไปรับงานแผนที่แล้วทำผิดแบบยักยอกปลอมแปลงเอกสารมาอ้างว่าของจริง?

เพราะถ้าอยากพิสูจน์ว่าจริงหรือเก้ให้เอาเนื้อหาในเอกสารพยานในพินัยกรรม(สนธิสัญญา)ระบุไว้ว่าอย่างไรต่อกรณีโฉนด(แผนที่)อันนี้ มันถูกเขียนขึ้นมาในที่มาอย่างไร? ถึงแม้ผู้รับมรดกจะเห็นแต่ไม่ค้าน? แต่เนื้อหาในตัวพินัยกรรมก็ชี้ชัดไว้แล้วว่าให้ใครแล้วให้อย่างไร?

แต่ถ้าโฉนดจะถูกผลิตขึ้นรับรู้ทั้งสองฝ่าย แต่ยังไม่มีข้อตกลงใหม่ในพินัยกรรมสลักหลังว่าโอนต่อให้ใคร?ในเงื่อนไขใหม่อย่างไร? (ถ้ามีเราจบ)มีแค่รับทราบว่ามีฉโนด และพยายามหาช่องทางพิสูจน์โฉนดอยู่ แต่โดนข้อหาปิดปากก่อน?

ซึ่งตอนนี้มีหลักฐานในการพิสูจน์โฉนดที่ชัดเจนใหม่แล้ว ว่าของเก่ามันเก้อย่างไร???

ขอขัดใจพันธมิตรอีกนิดหลังอ่าน

ขอขัดใจพันธมิตรอีกนิดหลังอ่านมติชนวันนี้

สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ครั้งยังดำรงตำแหน่งอภิมนตรีในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯ เคยเสด็จเยือนพระวิหารอย่างเป็นทางการเมื่อปีพศ. 2472 โดยทรงแจ้งต่อข้าราชการแห่งอาณานิคมฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการล่วงหน้าก่อนการเสด็จฯ ซึ่งทางฝรั่งเศสก็ได้จัดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดใกล้ที่สุดจัดขบวนรับเสด็จอย่างสมพระเกียรติ

อย่างนี้ถือว่าเป็นคนไทยใจเขมร, คนขายชาติด้วยหรือเปล่าพันธมิตรทั้งหลาย? บุคคลสำคัญอย่างกรมพระยาดำรงฯผู้เป็นปราชญ์รอบรู้ทางประวัติศาสตร์หาคนเทียบได้ยากจะทรงไม่รับรู้เรื่องราวความเป็นมาของพระวิหาร?

นี่เป็นหลักฐานอีกอันหนึ่งที่ทางเขมรใช้ต่อสู้ในICJจนได้รับชัยชนะ

พวกคลั่งชาติอย่างพันธมิตรและหลวงวิจิตรวาทการบรรจงสร้างเรื่องไทยเสียดินแดนลาว, เขมร มานานหลายสิบปี แต่ไม่เคยจะเอ่ยสักคำเรื่องที่สยามยึดครองดินแดนที่เคยเป็นของขอมมาก่อนไปเกือบหมด(บริเวณที่มีปราสาทขอมหลงเหลืออยู่เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์) ยึดครองดินแดนรัฐปัตตานีโดยการทำข้อตกลงกับเจ้าอาณานิคมอย่างอังกฤษ ฯลฯ

ประวัติศาสตร์คือสิ่งที่ผ่านไปแล้ว ยังจะงมงายอยู่กับเรื่องที่จินตนาการไปถึงไหน? หรือจะอยู่กับความจริงในปัจจุบัน และสร้างประโยชน์จากปัจจุบันเพื่อความสุขของทุกคน หรือจะสร้างสงครามน้ำลายจนกระเทือนความสัมพันธ์อันเปราะบางอยู่แล้วกับเพื่อนบ้าน เพียงเพื่อความได้เปรียบทางการเมืองระดับท้องถิ่น, ระดับประเทศ? ก็ขอเชิญกระทำต่อ เพราะโดยส่วนตัวก็ไม่ได้รักประชาธิปัตย์อยู่แล้ว อยากเห็นสองพรรคนี้แข่งกัน,ฆ่ากันเอง สนุกดีออก

นอกจากจะเส้นใหญ่แล้วยังตอแหลเก่งไม่แพ้เจ้านายเลยนะพันธมิตรที่รัก

http://www1.voanews.com/khmer

http://www1.voanews.com/khmer-english/news/a-40-2009-09-02-voa7-90173482.html

ลองอ่านกันหน่อยครับว่า คนรักชาติเขมรนั้น เขามอง MoU2000 อย่างไร

ครับคุณ"doctor J"

ครับคุณ"doctor J" กับข้อความนี้ของคุณ

" สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ครั้งยังดำรงตำแหน่งอภิมนตรีในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯ เคยเสด็จเยือนพระวิหารอย่างเป็นทางการเมื่อปีพศ. 2472 โดยทรงแจ้งต่อข้าราชการแห่งอาณานิคมฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการล่วงหน้าก่อนการเสด็จฯ ซึ่งทางฝรั่งเศสก็ได้จัดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดใกล้ที่สุดจัดขบวนรับเสด็จอย่างสมพระเกียรติ"?

ตอบ.ครับคุณdoctor J หลักฐานอย่างนี้คือหลักฐาน เชิงพฤตินัย(เหมือนเรายอมรับว่าพระวิหารตอนนั้นคือของเขมร) ที่ขัดแย้งทางนิตินัย(สนธิสัญญา) อธิบายเพิ่มเหมือนอยู่โดยยังไม่เปิดพินัยกรรม และดำเนินการแบ่งกันตามพินัยกรรมให้ถูกต้อง แบบพี่น้องครอบครัวใหญ่เดียวกันมีมรดกเยอะ

หรืออีกกรณีต่อเติมผิดแบบข้างบนที่ผมยกให้ฟัง (แม้คนในบ้านอยู่ได้ไปมาหาสู่ปกติครับถ้าไม่มีเงื่อนไขกรณีการตรวจสอบทางนิตินัย หรือตรวจสอบของเขตฯยืนยันว่าที่ไปมาหาสู่กันตอนนั้นมันผิดแบบ)

การที่จะรู้ได้ก็ต่อเมื่อ มีกรณีมีปัญหา? แล้วส่งตรวจสอบจริงๆจึงจะรู้?ด้วยเหตุผลที่ว่าหลักเขตแดนช่วงนั้นไม่เสถียร?(และมีตัวแปรมหาอำนาจ) ไม่มีการอ้างหลักเขตแดนให้ชัดเจนเหมือนสมัยนี้ ยังไม่มีJBC แบบทุกวันนี้? แม้จะมีสนธิสัญญาก้กำหนดกรอบกว้างๆไว้ แต่ไม่มีลักษณะลงรายละเอียดแบบสมัยนี้?(แผนที่ของฝรั่งเศาเขียนภายหลังหรือฝ่ายเดียวไม่มีลักษณะร่วมแบบJBC)

หรือแม้แต่สมัยนี้ยังเป็นได้แค่MOU การยอมรับว่าพระวิหารทางพฤตินัย จึงไม่ใช่สิ่งชี้ชัดทางนิตินัย เหมือนเราไปบ้านญาติพี่น้องที่ยังไม่ได้อ่านพินัยกรรม อยู่กันแบบพี่ๆน้องจนกว่าจะมีการเปิดพินัยกรรม(สนธิสัญญา)จึงจะสามารถชี้ชัดว่าบ้านหลังนี้ของใครของใคร?

และด้วยเงื่อนไขสมัยก่อนหลักเขตแดนกำหนดกันอย่างคร่าวๆ ด้วยเงื่อนไขรัฐชาติแบบเดิมไม่ชัดเจนเหมือนกรณีรัฐชาติสมัยนี้ เพราะเราปกครองในลักษณะหัวเมืองกำหนดคร่าวๆ ไม่ใช่กรณีรัฐเดียวรวมศูนย์แบบปัจจุบัน(ร.6ยังปกครองด้วยสมบูรณฯไม่ใช่แบบนี้) เส้นเขตแดนจึงกำหนดอย่างคร่าวๆ

เหมือนมรดกในพินัยกรรมยังไม่ได้เปิดชี้ชัดสิทธิในการปักปันให้ขัดเจน แม้แต่กรณีการศาลโลกก็ชี้แค่ตัวพระวิหาร?ไม่ได้ชี้เส้นเขตแดนเพราะหลักฐานการปักปันร่วมไม่มี(แบบJBC) มีแต่แค่เพียงแผนที่ฝ่ายเดียวที่ตัวตนเป็นแผนที่ ที่ทำขึ้นผิดแบบ ผิดเงื่อนไขในสนธิสัญญาที่อ้างได้แค่แบบกฎหมายปิดปากที่การพิสูจน์ทางเขตแดนแบบนี้มันไม่มีแล้ว

ดังนั้นการกระทำใดที่ผิดพินัยกรรมหรือสนธิสัญญา จนถึงแม้แต่เจ้าของรับงานผิดแบบ ในทางพฤตินัย จึงไม่ใช่สิ่งชี้ชัดเชิงนิตินัย คล้ายบ้านที่ยังไม่เปิดพินัยกรรมพิสูจน์สิทธิเฉพาะที่ว่าของใคร แม้กรอบสนธิสัญญาจะมีแล้วเราไปบ้านหลังนั้นในฐานะ แขกบ้าน แต่เป้นบ้านที่ยังไม่ได้เปิดพินัยกรรม ยังรอเวลาแค่ เปิดพินัยกรรม แล้วปักปันตามพินัยกรรม ให้ถูกต้องเท่านั้น(ถึงตรงนี้ชัดหรือยัง)???

ส่วนไหนที่อ้างว่าตัวเอง เข้าอยู่มานาน แต่การอยู่นั้นอยู่ในลักษณะไหน? ครอบครองปรปักษ์(พฤตินัย)ก็ไม่ใช่เพราะมีพินัยกรรมทางนิตินัยกำกับอยู่ ในสนธิสัญญา

ดังนั้นสิ่งไหนที่ทำผิดแบบไป หรือกาลอันใดที่ทำไปแล้วขัดต่อเนื้อหาสนธิสัญญา หรือพินัยกรรมกรอบใหญ่ มันจึงให้ผลเชิงกิจกรรมหรือพฤตินัย เท่านั้น?ไม่มีผลทางกฎหมาย เช่นกรณีนี้ที่คุณdoctor J อ้าง จนถึงแม้แต่กรณีกฎหมายปิดปากก็ขัดหลักนิติธรรมต่อกรณีแบบนี้?

เพราะเท่ากับศาล เขียนพินัยกรรมขึ้นมาใหม่? เพราะใช้หลักพฤตินัยมาบังคับคดี เป็นคำตัดสินให้ใหญ่กว่าเนื้อหาทางนิตินัยที่มีสิ่งกำกับเป็นลายลักษณ์อักษร และกระทำร่วมกัน

ที่เหมือนหรือคล้าย กรณีศาลโลกที่เปรียบเหมือนเขตฯดอนเมืองที่เราจะขออนุญาติต่อเติมตามแบบเท่านั้น? และเขตก้บังคับแบบต้องตามนั้นเป็นลายลักษณือักษรคือแบบเป็นตัวกำกับ(สันปันน้ำ)ตามสนธิสัญญา แต่ศาลโลกไปรับรองกิจกรรมที่มีการต่อเติม(กิจกรรมเชิงพฤตินัย)ผิดแบบ? ไปรับรองการทำแผนที่ผิดแบบสนธิสัญญา นั้นคือยึดเอาพฤติกรรม หรือพฤตินัยใหญ่กว่าลายลักษณ์อักษรทางกฎหมาย(นิตินัย)

ยกเว้นเสียแต่ว่า มีหลักฐานว่าเราได้เปลี่ยนเนื้อหาในกรอบสนธิสัญญานั้นเสียก่อน? ในกรณีที่นอกสนธิสัญญา(ไม่ต้องยึดหลักสันปันน้ำแล้วในกรณีนี้หมายถึงพระวิหาร) เพราะพฤตินัยมันคือตรงนั้นไม่ได้ใช้หลักสันปันน้ำมันจึงได้แผนที่นี้ออกมาแบบนี้

นั้นหมายความว่ามันผิดแบบออกมาได้อย่างไร? แต่ศาลดันไปจับเอาประเด็นงานขยายแบบ(แผนที่เพาะตรงนั้น)ที่ผิดกับแบบหลัก(สนธิสัญาว่าด้วยสันปันน้ำ)?คุณแก้ลงไปในแบบหลักหรือยัง?ในทางพฤตินัย คำตอบคือยัง?ในทางนิตินัย โดยไม่ได้มีการแก้แบบหลักก่อนหรือตกลงใหม่ก็ต้องแก้ไขในแบบเป็นที่รับรู้ร่วมกัน

กรณีแบบนี้จะมาใช้กฎหมายปิดปากไม่ได้? เพราะทางนิตินัยบังคับอยู่ครับคุณdoctor J ???

ส่วนเรื่องขอมนั้นถ้าแบบนั้น

ส่วนเรื่องขอมนั้นถ้าแบบนั้น ผมว่าคุณ"doctor J"ก็ต้องลงไปขุดบรรพบุรุษไดโนเสาร์มาพาลสิ? เอา ง่ายๆแค่กรณีพระตะบองทำไมเรายอม? ไม่เหมือนกรณีพระวิหารล่ะ ?เพราะมันมีเงื่อนไขข้อตกลงกำกับชี้ชัด(สนธิสัญญาเพื่อแลกดินแดนฝั่งขวาแม่น้ำโขง)ตรงนี้มีพินัยกรรมกำกับ?

ไม่เหมือนขอม หรือบรรพบุรุษไดโนเสาร์?กับเงื่อนไขคำว่ารัฐชาติเขตแดนแบบใหม่ สมัยขอมไปมาหาสู่ผ่านการปกครองแบบหัวเมืองหลวมๆ

ส่วนปัตตาณีเช่นกัน สมัยก่อนที่ไม่มีปัญหาเพราะเนื้อหาคำว่ารัฐชาติแบบใหม่ไม่ใช่แบบเก่าที่เขาแม้จะอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรใดอาณาจักร์หนึ่ง(สยามหรือปัตตานีมาลายู)ก็อยู่แบบบรรณาการปกครองหลวมๆรัฐชาติหลวมๆไม่ชัดแบบปัจจุบันเพราะลักษณะการปกครอง?

ส่วนการจะยกปัตตานีมาเทียบเคียงกรณีนี้ ?อ้างสนธิสัญญากับอังกฤษ เหมือนกันกับเขมร ? ยิ่งไม่ใช่เพราะแต่ปัตตานี ไม่มีคำว่ารัฐชาติแบบเขมรครับ? คุณจะยกมาอ้างต้องรับผิดชอบในเนื้อหาที่มันต่างอย่าจับแพะมาชนแกะแบบนี้???

เทสๆ

เทสๆ

http://khmerization.blogspot.

http://khmerization.blogspot.com/2009/11/cambodia-thailands-mou-on-maritime.html

เชิญชมแผนที่อาณาเขตทางทะเลที่เขมรเคลมปี๗๒ และไทยเคลมปี๗๓ แตกต่างกัน ซึ่งจะต้องนำมาเจรจากันใหม่ใน MoU2001ภาคต่อเนื่องของ Mou2000

ถ้ายกเลิกMou ไปเสีย จะเอาฐานไหนมายึดการเจรจา ทั้งมรดกโลก ทั้งพรมแดนบกทะเลต่อไปครับ ผมสนใจพรมแดนในทะเลซึ่งไม่มีสันปันน้ำ ถ้าว่าตามเขมรตามแผนที่ปี04 เกาะกูดเกาะช้างก็ไม่เหลือครับ

อ้อครับคุณdoctor J

อ้อครับคุณdoctor J ผมว่าเนื้อหากรณีที่คุณพวงทองยกมา มีน้ำหนักกว่าตัวอย่างนี้(การที่คนเขาเราไปในนามแขกบ้านที่พระวิหารผมก็ชี้หักล้างว่าเป็นการไปในบ้านที่ยังไม่ได้เปิดพินัยกรรมไปแล้ว)

ส่วนของคุณพวงทอง ชัดเจนเข้าข้อกฎหมายกว่านั้นคือการยืนยันว่าเรายอมรับแผนที่เขาเคยเห็นแผนที่ เท่ากับเรายอมรับ? แต่ผมก็ได้แย้งไปแล้วว่า การรับนั้นเป็นการรับแผนที่ขยายแบบในรายละเอียดเฉพาะที่(หรือทำรั้วชั่วคราวแบบคร่าวๆ)

ยังไม่ได้มีเวลามาขยายแบบประกอบสนธิสัญญาหรือประกอบแบบหลักในสนธิสัญญา ลักษณะ กันรั่วชั่วคราวแบบคร่าวๆ หรือเจตนาขออาศัยข้างๆบ้านกั้นลวกๆให้ ยังไม่ได้รังวัดชัดเจน ผมเข้าใจว่านั้นคือเจตนาที่เราไม่ตรวจสอบให้แน่ชัด? แต่ฝรั่งเศษหรือเขมรกลับเอามามัดด้วยหลักฐานแบบนั้นซึ่งมันใช้ไม่ได้หรือสมบูรณ์ทางกฎหมาย?

มันก็ยังไม่ใช่หลักฐานทางชายแดนที่ถูกต้อง?เพราะทำขึ้นฝ่ายเดียวหรือไม่มีแบบรับรองที่ถูกต้อง แค่เราแค่วานคนข้างบ้านกั้นรั่วชั่วคราว และแค่รับทราบว่ามีคนทำ? แต่ยังไม่ได้ตรวจสอบตามสนธิสัญญา หรือปักปันตาม ลักษณะ JBC ที่ถูกต้องตามหลักสากลจนเป็นที่ยอมรับหรือยุติจนถึงวันนี้(หลักฐานคือMOU)

นั้นแสดงว่าเส้นเขตแดนทั้งหมด(หมายถึงรวมที่พระวิหาร)ยังไม่ยุติตามMOU เพียงแต่รับรู้ ตามมติศาลโลกว่าพระวิหารของเขมร?(มันมั่วมาได้) จนกว่าพระวิหารจะผ่านMOUตามหลัก JBC(การปักปันเขตแดนร่วมกันแบบใหม่ที่กระทำร่วมระหว่างกัน)

ตรงนี้จึงจะเป็นการอ่านพินัยกรรม จนมีการรังวัดร่วมแบ่งเขตแดนแบ่งมรดกกันอย่างถูกต้องจนเป็นการยุติได้ แต่หลักฐานของคุณพวงทองที่เอามาอ้างเป็นเพียงหลักฐานรั้วชั่วคราวในเจตนาของคนที่ไปมาหาสู่กัน กันเป็นพิธียังไม่ได้ปักปันให้ถูกต้อง?(แต่เอามามัดเราว่าคือหลักเขตแดนร่วมที่ไม่มีลักษณะแบบJBC)

แต่ถ้ามาตรวจสอบแล้วว่ามันไม่ถูกต้องภายหลังชี้ชัดว่ามันขัด สนธิสัญญาหรือพินัยกรรม มันก็เป็นแค่เขตแดนชั่วคราว ดังนั้นการมาบอกว่าเราก็ข้ามไปข้ามมาแถมมีการเขียนแบบรั้วให้เราเห็นเรารับทราบแล้วเท่ากับยอมรับว่าคือเส้นเขตแดน

แต่นั้น มันคือการรับทราบเชิงพฤตินัย?มันไม่น่าจะไปมีผลเชิงนิตินัย จนกว่าเราจะไปสลักหลังร่วมกันแก้ไขพินัยกรรมใหม่ในสนธิสัญญาหรือมีการปักปันแบบJBC?

แต่ถ้าปรากฎหลักฐานว่าไม่มีการกระทำการแก้ไขใดใด โดยเฉพาะที่พระวิหารแบบบังคับเรื่องสันปันน้ำชัดมาก? ถ้าจะมีการปักปันใดใด จะต้องมีการแก้ไขกรณียกเว้นใหม่ร่วมกันมันจึงจะยุติแบบJBC

ซึ่งเรื่องนี้ เราไปได้แค่MOU? ยังอีกไกลมากกว่าจะสรุปว่าตรงไหน?ของใคร? นังเนสโก้จังกับ ไอ้ICC มันจะมา"จังซี่จังซั่น ชี้โน้นชี้นั้น ก็เอากำปั้นยัดปากมัน จะมาสาระแนนัก ไอ้น้องเหม็รด้วย? สามตัวนั้นน่ะ? บ้องหูรับกันเลย? สาระแนนัก?แล้วให้มันก้มดูให้ชัดๆสินี่ไงMOU ไอ้น้องเหม็รจัญไร ลายมือใครนี่? ลายมือใครในMOU?

ถ้าจำไม่ได้จะให้บ้องหูแบบบรรจงเต็มบรรทัดดอกไม้รับกันเลย แบบรบ.นี้ถนัด นั้นคือทัดดอกไม้ให้มันด้วยด้วยสไนน์เปอร์?มันทำมาเป็นโง่บ้าเซ่อบริโภคแบบนี้ได้ไง???

doctor J

doctor J wrote:
ตรรกะบ้องตื้นของพันธมิตรคือ จะยึดถือเอาข้อตกลงตามสนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส 1907เป็นบรรทัดฐานในการแบ่งพรมแดนกับเขมร discardแผนที่เจ้าปัญหา?

ข้อโต้แย้ง หากไทยต้องการ"เจรจา"หาข้อยุติเรื่องเส้นพรมแดนกับเขมรโดยสันติวิธี มีทางเลือกอื่นใดอีกนอกจากการแสดงให้คู่เจรจามองเห็น"โอกาส"ที่จะ"ได้เปรียบ"บ้าง? อย่างที่พวงทองกล่าว การเจรจาคือการ"ต่อรอง"บนพื้นฐานของความเสมอภาค ไม่ไช่การ"บีบบังคับ"ให้คนที่อ่อนแอกว่า"ยอม"เจรจาด้วย อย่าได้มองว่าเขมรอ่อนแอกว่า เพราะคนอ่อนแอคนนี้ พร้อมลุกขึ้นสู้เสมอ และถ้าเกิดสงครามเมื่อใด ทุกฝ่ายจะแพ้ด้วยกันหมด สงครามไม่ว่าจะแพ้ชนะ ล้วนมี"ค่าใช้จ่าย"เสมอ ทั้งในรูปของเงินทอง, ชีวิต, รวมถึงการสูญเสียโอกาสที่จะพัฒนาไปด้วยกัน ทำมาหากินไปด้วยกัน ฯลฯ

คุณสุขุมพันธ์, รัฐบาลชวน, รัฐบาลอภิสิทธิ์ ล้วนเข้าใจดีว่า MOU 2543 มีทั้งส่วนที่ไทยเสียเปรียบและได้เปรียบ คนที่มีเหตุผลต่างก็เข้าใจถึงธรรมชาติของการเจรจาว่าต้องมีข้อแลกเปลี่ยน ไม่มีใครได้ทุกอย่าง ไม่มีใครเสียทุกอย่าง ถ้าเป็นแบบนั้น ไม่เรียกว่าการเจรจา

พันธมิตรไม่ยอมพูดถึงความก้าวหน้าของการปักปันเขตแดนที่แล้วเสร็จไปแล้วหลายร้อยกิโลเมตร แต่ย้ำคิดย้ำทำเหมือนคนบ้าแค่พิ้นที่ปัญหา 4.6 ตร.กม. ซึงในที่สุด ไทยคงเสนอให้เป็นพื้นที่พัฒนาร่วมกัน เพื่อหาประโยชน์ร่วมกัน ดีกว่าการทะเลาะหรือรบพุ่งกัน แม้มีฝ่ายใดชนะ ก็ไม่อาจหาประโยชน์จากชัยชนะได้ ประชาชนสองฝั่งพื้นที่จะเดือดร้อนแสนสาหัส พันธมิตรกล้ารับผิดชอบหรือไม่? นี่คือเหตุผลที่ชาวบ้านภูมิซลอลเขาโกรธพันธมิตร

อันที่จริง ผมไม่ควรมาโต้แย้งแทนรัฐบาลอภิสิทธิ์ที่ผมไม่ชอบขี้หน้า แต่เป็นการแสดงจุดยืนส่วนตัวต่อการกระทำครั้งนี้ของเด็กดื้อเท่านั้น ที่จริงผมควรปล่อยให้ปชป.กับพันธมิตรทะเลาะกันต่อไป ตัดคะแนนเสียงกันต่อไป เพราะฐานคะแนนคู่นี้เป็นก้อนเดียวกัน เพื่อไทยคงนั่งหัวเราะจนฟันโยกฟันคลอนแล้ว

เอาเลยครับพันธมิตรผุ้แสนรักชาติ(คลั่งจนเหมือนหมาบ้า หางตก น้ำลายสอ มากกว่า) บุกไปรบกับเขมรเลย และอย่าลืมตัดคะแนนเสียงปชป.ให้มากที่สุดนะครับ เพื่อไทยเขากำลังให้กำลังใจพันธมิตรทุกคน (สังเกตได้ว่านอกจากนภดลแล้ว เพื่อไทยที่เหลือเงียบเป็นเป่าสากในกรณีนี้)

I Pad สู้ สู้ I Pad สู้ตาย..........ลุยเขมรเลยครับ ขอยุส่งด้วยคน แฮ่ๆ

กร๊ากกกกกก ฮา ตรึม

ฮ่าฮ่าฮ่า พลาดท่าจะออกมาแย้ง พธม. แต่เสือกลืมดูว่ากำลังเชียร์อภิสิทธิ์@ประชาธิปัตย์อยู่

เลยมาออกตัวหน้าตึงเปรี๊ยะตอนนี้ว่าไม่อยากเชลียร์อภิสิทธิ์ มันไม่ กาก & เกรียน ไปหน่อยหรือหนู ฮิฮิฮิ

ตกท่อเป็นหนที่เท่าไรแล้ววะไอ้ตัวที่เหล่าสาวกประชาไทยกยอยกหางกันว่า 'เก่ง' ชิไหเลยตัวนี้น่ะ

แล้วนี่ออกมาเปิดประเด็นใหม่ไปเรื่อยเปื่อย ซึ่งล้วนแต่เลื่อนเปื้อนหลักลอย (เอ๊ะ!พอเชลียร์พี่หน้าหล่อ ก้เกิดอาการหลัลอยตามเรยยยย รึ หึหึหึ! เห็นแล้ว กรุขำ ไตห่ะ อิอิอิ สาวกหน้าเหลี่ยมมาเชลียร์หน้าหล่อ ถ้าพ่อมันรู้มันจะว่าไงเนี่ย สงสัยสั่งปิดท่อทันที ฮิฮิฮิ ฮ่าฮ่าฮ่า แค่คิดก็ขำแว๊ว ประชาไท โดนปิดท่อเพราะเสือกไปเชลียร์หน้าหล่อ กร๊ากกกกกกก อูย! ขี้แตกขี้แตนเรยยยยยกรู) กรูเลยขอบายละกัน เพราะคราวก่อนก็เสือกทำเป็นอยากรู้ MOU 43 กรูก็ยอมสีซอให้แล้ว นี่สะแอ๋งมาเปิดประเด็นการปักปันห่าเหวอะไรอีก ถ้าอยากรู้จริงๆ ก็หัดหาเอาเองมั่งนะ เอาแต่ลอกการบ้านคนอื่น เด๋วไดโง่ตายห่า (เอ! หรือว่าตอนนี้มันก็โง่สุดอยู่แล้วนี่นา ใช่มะ ดอก)

ฉะนั้น กับ ควายคิดเห็น ค่อดฟายอันนี้ของเมิงกรูไม่สีซอละนะ แต่ขอจบด้วยโลกนิติคำโคลงประจำตัวเมิงเลยละกัน อิอิอิ

ขอสั่งให้นังดอก J จงตอบคำถามนี้โดยสังเขป เมื่อเธอมีความกล้าพอ (อิอิ)

1. เมื่อก่อนทุกครั้งที่ พธม. กล่าวว่าสาวกประชาไทคือพวกล้มเจ้า แล้วเธอจะด่ากลับ พธม.ทุกครั้งเป็นพวกหากินกับเจ้า สาวกประชาไททุกคนก็รักเจ้าเหมือน พธม. แต่ทุกวันนี้เมื่อกล่าวถึงสถาบันฯ การกล่าวว่า ผู้อยู่เบื้องหลังจะไม่ยั่งยืนอย่างนี้ตลอดไป บ้าง หรือจาบจ้วงว่า มีมือที่อยู่เบื้องหลังการเมืองที่ผม (หมายถึงมึงน่ะแหละ) ไม่กล้ากล่าวถึงบ้าง นี่เท่ากับประกาศตัวแล้วว่าไม่ได้จงรักภักดีจริง หรือเท่ากับเธอกลืนเสลดที่ตนเองถ่มทิ้งเจ้าแห้งกรังไปแล้ว ใช่หรือไม่?

2. การที่เธอผู้สูงศักดิ์เถียงฉอดๆ ว่า I Pad และ พธม. โง่ ไม่รู้เรื่อง ตุลาการภิวัฒน์เลย ตุลาการภิวัฒน์คือการที่ศาลรักษาสิทธิมนุษยชนของคนกลุ่มน้อยและสิ่งแวดล้อมเท่านั้น ตุลาการภิวัฒน์ในประเทศพัฒนา ศาลเขาไม่ได้แทรกแซงการเมืองเหมือนในประเทศไทย แต่ล่าสุดจากวิกิพีเดีย ได้ให้คำนิยามว่า "ตุลาการภิวัฒน์ (Judicail Activism) คือการที่ศษลได้ทำการตรวจสอบอำนาจอธิปไตยอีก 2 ฝ่ายที่เหลือ คือ ฝ่ายบริหาร และ ฝ่ายนิติบัญญัติ โดยเข้มข้นเกินกว่าที่บัญญัติไว้ตาม กม. เพื่อเป็นการตรวจสอบการใช้อำนาจอธิปไตย" เช่นนี้แล้ว นี่คือ เรื่องที่ 2 ใช่หรือไม่ ที่เธอผู้สูง ซะ - ง่า นังดอก J ตกท่อดังพลั่ก อิอิอิ

3. การที่ริอ่านระบุว่า Fact เขมรไม่ได้บรรยายฟ้องไทยกรณีปราสาทพระวิหารเรื่องอาณาเขต ศาลโลกจึงไม่ตัดสินเรื่องอาณาเขตยกให้แต่ตัวปราสาทอย่างเดียว แต่จากหลักฐานทั้ง ปฐมภูมิ (เอกสารการพิจารณาของศาลโลก) ทุติยภูมิ (จาก รศ. สมปอง สุจริตกุล) และ ตติยะภูมิ (I Pad ว่าเอง อิ๊อิ๊อิ๊) กลับกลายเป็นว่าในคำฟ้องเขมรมีแต่การอ้างเรื่องอาณาเขตและแผนที่ให้เปรอะไปหมด แถมยังมีคำขอให้พิจารณาทั้งสถานะและความถูกต้องของแผนที่ Annex 1 ด้วยซ้ำ ตกลงนี่คืออาการตกท่อดัง แอ้ก! (จุก เสียด อิ๊อิ๊อิ๊) ของ เธอผู้สูงเสี่ยว เอ๊ย! ส่ง อีกครั้งหรือไม่

โปรดสังเกตุ เมื่อใดที่ I Pad เจอ นังดอก J ของแท้ต้องมี 3 คำถามนี้ปิดท้ายเสมอ เหมอ เหมอ เหมอ เหมอ (Echo น่ะ!)

ปล. จำนวน คำถามอาจเพิ่มขึ้นได้ตามอาการ J ที่เธอปล่อยกระบือออกจากคอกเพิ่มขึ้นหรือไม่ โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า นิ!

ปล. อีกที แล้วก็อย่าร้อนรนเร่งรีบจนเกินงาม จนลืมโพสต์เป็นสีแดงซะงั้น เข้าใจมะ! โพสต์ด้วยตัวหนังสือสีแดงแบบนี้ไปเรื่อยๆ น่ะดีแล้วเพราะคนแก่สายตายาวอย่างกรูชอบ อ่านง่ายดี อย่าเลิกนะ

มองทะลุ wrote:I Pad

มองทะลุ wrote:
I Pad wrote:
ใครออนไลน์อยู่ เข้า manager online แล้วดูเอา

มีแต่ของดีๆ เรื่องนี้ทั้งนั้น

พลาดแล้วจะเสียดาย อิอิอิ

ของดโพสต์พักนึง

I Pad รู้จัก'ทำการบ้าน'ยังถือว่าพอมีหวัง

พันธมวยสาวกเต๊กลิ้ม มีภาษีกว่า สาวกปชป.นิดหน่อยตรงที่ไม่ได้เทิดทูนชวนช่างทาสีและปชป.ถวายหัว
เวลามองทะลุไปคุยวงสนทนาสมาคม พ่อค้าที่เชียร์พันธมวยดู'บื้อ'ดีอุตส่าทำการค้าเก่งดันไปเชื่อลมปากเต๊กลิ้มกับไอ้ใส ก็เอ็งเป็นพ่อค้าขายลมปาก เอ็งตกม้าตายไปเสียท่าให้ลมปากพ่อค้าไอ้เต๊กลิ้ม

ส่วนพ่อค้าที่เชียร์ปชป.เวลาเถียง'No grade'การบ้านทำไม่เป็น เป็นอย่างเดียวกรูศรัทธาปชป.ถวายหัวยังไงปชป.ก็ถูกวันยังค่ำ

จะบอกให้นะ I Pad การบ้านที่เอ็งทำมาน่ะ ที่ห้องราชดำเนินยุคก่อนเขาทำเป็นร้อยๆกรอบความเห็น เอาข้อมูลมาแย้งกันแล้วมันสนุกตรงไหนรู้มั้ย สนุกตรงที่ว่าข้อมูลมันหักล้างกันได้จริง แบบว่าหักล้างกันแบบขบเหลี่ยมคมเฉือนคม

ตอนที่เต๊กลิ้มปั่นกระแสรันเวย์สุวรรณภูมิร้าวโชว์ภาพรันเวย์ร้าวเบ้อเริ่มเทิ่ม มีคนในห้องราชดำเนิน(เค้าทำงานวิศวะที่สุวรรณภูมิ) ไปเดินหารอยร้าวที่aaSTVถ่ายมาลงหนังสือพิมพ์ ก็ไปเจอแล้วถ่ายด้วยโฟกัสธรรมดาเป็นรอยแตกขนาดนิดเดียว ก็เลยจับได้ว่าภาพรอยแตกใหญ่เนี่ยใช้เลนซ์ไวด์แองเกิ้ลถ่ายทำให้รอยแตกที่อยู่ใกล้กล้องดูใหญ่ ส่วนฉากหลังอาคารที่พักผู้โดยสารไกลออกไปก็เป็นภาพเล็ก

คนที่จะหาผลประโยชน์มหาศาลโดยการตบตาคนอ่านหนังสือพิมพ์ทั่วประเทศ คงไม่เอาเล่ห๋กลกระจอกๆมาพรางตาหรอกนะ
แต่มันคงนึกไม่ถึงว่าจะมีนักเล่นบอร์ดห้องราชดำเนินไปหารอยแตกถึงบนรันเวย์!

แล้วไม่ได้มีแค่ภาพถ่ายรันเวย์ ยังมีภาพถ่ายคลองสำหรับระบายน้ำท่วมขังเวลาฝนตก เพื่อค้นหาว่าทำไมน้ำไปขังบนรันเวย์ทั้งๆมีระบบคลองระบายน้ำของสนามบิน

ปกติสื่อเอาข้อเท็จจริงมาลงฝ่ายเดียวคนอ่านกระดิกตรีนอ่านอยู่กับบ้านสบายๆ แต่มีคนไม่เชื่อสื่อออกไปเช็คข้อมูลทั้งหมดที่สื่อบอกแล้วมาโชว์ในเว็บบอร์ด เกิดมาเคยเห็นรึยัง หรือว่าอ่านแต่asstvไม่ลืมหูลืมตาแล้วยึดเป็นคัมภีร์ว่าถูกต้องแน่นอนแล้ว?

อย่ามาคุยเลยว่าasstvมีข้อมูลเพียบ เคยอ่านป่าวตอนasstvถล่มปชป.+ธารินทร์ปี2542 สิบยี่สิบตอนตอนละ1หน้าหนังสือพิมพ์เต็มๆ มองทะลอ่านไปไม่กี่ตอนก็ไม่อ่านละ ยาวจัด...กรูเชื่อแล้วกรูไม่อ่านต่อแล้วเยอะจินๆยาวจินๆยาวชิหาย กรูอ่านไม่ไหวแล้วกรูเชื่อแล้วว่าปชป.กับไอ้ธารินทร์เลวจินๆขายชาติจินๆ(ปรส.งัย) ไอ้คนเขียนชื่อ'พายัพ วนาสุวรรณ'ว่ากันว่าไอ้นี่คือเต๊กลิ้ม จริงไม่จริงไม่รู้ว่ะ

คือจะบอกว่าสื่อน่ะ ยังไงมันก็ต้องมีข้อมูล ก้อมันทำข่าวหากิน มันก็ต้องมีข้อมูลต้องไปค้นต้องไปถาม แล้วก็มีเยอะซะด้วย แต่ข้อมูลพวกนี้เสนอซื่อๆตรงๆก็ยังมีตกมีหล่นมีพิมพ์ผิดเขียนผิด แล้วถ้ามีอคติมันก็เสนอข้อมูลแต่ด้านที่อคติ แล้วระดับอุบาทว์คือพวกที่ถึงขั้นตกแต่งข้อมูลอย่างแต่งภาพเสื้อหลากสีชุมนุม2-3,000คนให้ดูเป็นหมื่นๆคนหรือไม่ก็เมคข้อมูลขึ้นมาหน้าตาเฉยอย่างปฎืญญาฟืนแลนด์

ข้อมูลเยอะอย่ามาคุย มีปัญญาเช็คความถูกต้องของทุกประโยคหรือเปล่า? เช็คเป็นรึเปล่า? หรือ'เชื่อ'อย่างเดียวเพราะเชื่อว่าasstvยังไงก็ถูก ถูกที่สุดในโลก CNN ยังถูกสู้asstvไม่ได้?

วงการหนังสือพิมพ์มันถึงมีการเช็คข่าวกับหนังสือพิมพ์ฉบับอื่นงัย ว่าลูกน้องของกรูมั่วป่าววะ
คนทำงานข่ายข่าวยังต้องเช็คความถูกต้องของข่าวตัวเอง นับประสาอะไรกับคนอ่านที่เชื่อกับการอ่านหนังสือพิมพ์ฉบับเดียวไปหมด?

ที่บอกว่าI padพอมีความหวังเพราะรู้จักทำการบ้านแล้วไม่ใช่สาวกปชป.แปลว่าระดับชั้นยังมีอยู่ วันนี้มองทะลุไม่มีเวลาแย้งข้อมูลอะไร ก็ยกให้ไปก่อน แค่ฝากคำถามนิดหน่อยๆว่าเวลาอ่านสื่อคนอ่านจะเช็คข้อมูลได้มั้ย?แล้วจะเช็คยังไง?

คือแบบว่าสื่อไม่ใช่'เจ้านาย'เราน่ะ สื่อเป็น'ลูกน้อง'เรางัย สือรับจ้างไปหาข่าวมาให้ฉันอ่าน แต่ฉันก็จะเช็คด้วยว่าแกทำงานเข้าท่าเข้าทางหรือเปล่า

หม้อทะลัก เอ๊ย! มองทะลุ

ก่อนอื่น ไอ้ลีลาลากยาวไปเรื่อยๆ เจื้อยแจ้วมีแต่น้ำไม่มีเนื้อแบบนี้ อีนังดอก J มันทำบ่อยแล้ว แถมไม่เวิร์คด้วย เพราะสุดท้ายโดนกรูถลกหนังได้ทุกที ดูตัวอย่างจาก 3 เรื่อง ที่กรูยกตัวอย่างมาก้อออได้นะนายหม้อทะลัก

ส่วนของเอ็งมันยาวมากแล้วก็วนเวียนซ้ำซากหาสาระได้ประมาณ 1 ไมครอน จึงขอไม่ตอบ

เพราะหลักฐานก็มีเห็นๆ ว่า Astv ครองแชมป์เว็บข่าวอันดับ 1 เจ็ดปีซ้อน ไฉนเลยเว็บรับจ้างสร้างภาพให้พ่อแม้วแบบประชาไทจะมาเทียบอะไรได้ แค่นี้ก็เลิกพูดเรื่องอื่นได้แล้ว (แค่วัดจำนวน คลิก ต่อวัน ก็กินกันขาด)

แต่ไหนๆ จะพูดกันแล้ว ก็ขออีกตี๊สนะ พธม. เคลื่อนไหวโดยไม่มีท่อน้ำครำแบบ นปช. แต่ทุกการเคลื่อนไหวสุดท้ายจบลงด้วยชัยชนะ ต่างกับ นปช. ไพร่เผาเมือง เป็นม็อบรับจ้างที่ราคาแพงแต่ผลงานไม่มี มีแต่เผาห้างฯ เผาโรงหนัง (เก่ง ชิไห เรยยยย) แถมตอนจบของ นปช. มีแต่!!! ไม่ไปติดคุก ก็หนีกันหัวซุกหัวซุน (3 รอบแล้วนะ) เทียบฟอร์มแล้ว พธม. เหมือนเสปน ยุค 2010 (wave yr flag! wave yr flag! อิอิอิ) นปช. เหมือนทีมโคกอีแร้ง อย่าริอ่านมาเทียบเลย เสียเวลา!

ฮิฮิ

ขอไปว่าเรื่องอื่นเรยนะ

บางกอก

บางกอก wrote:
http://khmerization.blogspot.com/2009/11/cambodia-thailands-mou-on-maritime.html

เชิญชมแผนที่อาณาเขตทางทะเลที่เขมรเคลมปี๗๒ และไทยเคลมปี๗๓ แตกต่างกัน ซึ่งจะต้องนำมาเจรจากันใหม่ใน MoU2001ภาคต่อเนื่องของ Mou2000

ถ้ายกเลิกMou ไปเสีย จะเอาฐานไหนมายึดการเจรจา ทั้งมรดกโลก ทั้งพรมแดนบกทะเลต่อไปครับ ผมสนใจพรมแดนในทะเลซึ่งไม่มีสันปันน้ำ ถ้าว่าตามเขมรตามแผนที่ปี04 เกาะกูดเกาะช้างก็ไม่เหลือครับ

ขอแย้งคุณบางกอกอีกที

ก่อนอื่น ลิงค์ ที่คุณอ้างถึงผมยังไม่ได้เข้าไปดู แต่ผมเดาว่าคงเป็นอันที่ลากจากหลักเขตที่ 73 ณ แหลมสารพัดพิษ จว. ตราด ตัดผ่านกึ่งกลางเกาะกูด เกือบขนาน Latitude ที่ 11 แน่นอน

ซึ่งถ้าใช่รูปนี้ ผมขอชี้จุดผิดพลาดของแผนที่ทางทะเลชุดนี้ของเขมรก่อนเลย

1. เกาะกูด เป็นของไทย เรื่องนี้ระบุตรงกันทั้งในสนธิสัญญา และ ใน แผนที่ Annex 1 ฉะนั้น การที่ลากแนวอาณาเขตทางทะเลของเขมรโดยตัดผ่านเกาะกูด ผิดหลักการแผนที่อย่างแน่นอน

2. การลากแนวอาณาเขตที่ถูกต้องจะต้องลากจากหลักเขตที่ 73 ลากเฉียงทำมุมมากกว่าที่เขมรอ้างอิงในปัจจุบัน เป็นมุมประมาณเกือบ 45 องศา เพื่อให้เกิดแนวเส้นมัธยฐานระหว่างเกาะกูดของไทยและเกาะกงของเขมร เพื่อให้เกิดการกันพื้นที่อาณาเขตทางทะเลของเกาะ จึงจะถูกต้องตามหลักแผนที่ทางทะเล

3. ที่สำคัญที่สุด นี่คือการอ้างฝ่ายเดียวจากเชมรว่าไทยยินยอมรับรองแผนที่ทางทะเลชุดนี้แล้วใน MOU 2544 ที่ไอ้แม้วยินยอมให้เซ็นต์ เพื่อต่อยอดจาก MOU 2543 ที่ชวนทำไว้

แต่สังเกตุให้ดี การ เซ้นต์ MOU ทั้ง 2543 และ 2544 ของ ชวน และ ทักษิณ ต่างผิดรัฐธรรมนูญ 2540 มาตรา 224 ที่ระบุเหมือนกับ มาตรา 190 (2) ของ รัฐธรรมนูญ 2550 ที่การทำสนธิสัญญาใดๆ ที่อาจเปลี่ยนแปลงอาณาเขตจะต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐสภาเสียก่อน

แต่ MOU ทั้งสอง ไม่ได้ผ่านขั้นตอนนี้ จึงไม่ถือเป็นสนธิสัญญาที่ถูกต้องได้ เพราะคนลงนาม (ทั้ง 43 และ 44) ต่างไม่มีอำนาจในการลงนามทั้งคู่

และที่ควรสังวรที่สุดความคลุมเครือของ MOU ทั้ง 2 นี้ มีผลต่อการสูญเสียอาณาเขตของชาติ จึงอยากถามว่ามีเหตุผลอะไรที่เราจะต้องรักษา MOU ทั้ง 2 ฉบับนี้ไว้

ทางที่ถูกคือยกเลิกพันธกรณีทั้หมดที่ทำกันมาหลัง ปี พศ. 2543 เพราะฝ่ายไทยทั้งโดย จนท. ประจำ และ นักการเมือง ต่างแอบไปทำข้อตกลงเหล่านี้โดยไม่ได้คำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติ แต่แอบมีวาระซ่อนเร้น (Hidden Agenda) เบียดบังเอาสมบัติชาติไปแอบยกให้เขมรทั้งสิ้น

ฉะนั้น

1. ข้อตกลงต่างๆ ต้องยกเลิกให้หมด

2. ผลักดันเขมรที่รุกรานอาณาเขตประเทศไทยทั้งหมดออกไป

3. แสดงและอ้างสิทธิ์เหนืออาณาเขตของไทย เพื่อล้มล้างการแอบอ้างทั้งหทดของเขมรว่าดินแดนเหล่านั้นเป็นของเขมร ซึ่แน่นอนอาจมีการปะทะกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แล้วค่อยกลับมาคุยกันใหม่ ด้วยกรอบข้อกำหนดใหม่

4. ถ้าขั้นตอนที่ 3. เกิดขึ้นได้แล้ว กรอบกำหนดใหม่ที่จะใช้มีกรอบเดียว คือ อนุสัญญา 1904 และ สนธิสัญญา 1907 เพราะจวบจนบัดนี้ เอกสารกรณีปักปันเขตแดนไทย - เขมร ที่ถูกต้อง มีชุดเดียว คือ สนธิสัญญาทั้ง 2 นี้ เอกสารใดๆ หลังจากนั้น ไม่ได้ทำโดยถุกต้องสมบูรณ์แม้แต่ฉบับเดียว จึงนำมาใช้อ้างเป็นกรอบในการเจรจาเรื่องเขตแดนไม่ได้

4.1 เพื่อให้เห็นภาพชัดๆ ว่า พันธกรณีอื่นๆ ภายหลัง สนธิสัญญา 1907 ไม่มีฉบับใดสมบูรณ์ มีรายละเอียด ดังนี้

- แผนที่ Annex 1 ทั้ง 11 ระวาง ฝรั่งเศสทำฝ่ายเดียว ไม่มีการรับรองในคณะกรรมการปักปันเขตแดนร่วม (แม้ในคำตัดสินศาลโลกก็ระบุไว้) แผนที่ Annex 1 จึงเป็นโมฆียะ

- MOU 2543 โดย สุขุมพันธุ์ และ MOU 2544 โดย สุรเกียรติ ต่างเป็นการทำพันธกรณีภายใต้รัฐธรรมนูญ 2540 ซึ่งตาม มาตรา 224 กำหนดให้ผูมีอำนาจลงนามในสนธิสัญญาใดๆ ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอาณาเขต ต้องได้รับการเห็นชอบจากรัฐสภาเสียก่อน ผู้ลงนามทั้งสอง (สุขุมพันธุ์ และ สุรเกียรติ) จึงไม่มีอำนาจในการลงนาม เอกสารดังกล่าวไม่สามารถใช้บังคับได้

- TOR 2546 โดยสุรเกียรติ ก็เข้าข่ายเช่นเดียวกับ MOU 2544 นั่นคือไม่ผ่านการรับรองจากรัฐสภา

- Joint Communique 2551 โดย นภดล เป็นการทำพันธกรณีที่ผูกพันภายใต้ระฐธรรมนูญ 2550 ตามมาตรา 190 (2) ซึ่งมีเนื่อหาล้อ มาตรา 224 รัฐธรรมนูญ 2540 เช่นกัน ดังนั้นสถานะของนภดลจึงเป็นเช่นกันกับ สุขุมพันธุ์ และ สุรเกียรติ

ดังนั้น ไม่ว่าฝ่ายเขมรจะอ้างเอกสารที่ทำขึ้นระหว่าง จนท. เขมร และ จนท. ไทย ในสมัยใด หลัง 1907 ต่างเป็นการทำข้อตกลงที่ไม่ถูกต้องสมบูรณ์ ดังนั้น จนถึงบัดนี้เอกสารสนธิสัญญาระหว่าง ไทย - เขมร กรณีเขตแดนจึงมีฉบับเดียว นั่นคือ สนธิสัญญา 1904 - 1907 เท่านั้น

การยกเลิก MOU เป็นการยกเลิกเอกสารที่อาจนำไปอ้างอย่างผิดๆ จึงควรยกเลิกไป แล้วกลับไปใช้ สนธิสัญญา 1907 จึงเป้นเรื่งอที่ถูกต้องที่สุด

ส่วนเขมรถ้าจะบิดพริ้ว เราก็เอาคำพิพากษาศาลโลก ปี 1962 นั่นแหละ เอามายืนยันกับเขมรว่าเขมรเองก็ยืนยันความถูกต้องของ สนธิสัญญา 1904 - 1907 ในคำฟ้อง ซึ่งนำไส่การอ้างว่า แผนที่ Annex 1 ทำตามข้อตกลงสนธิสัญญานั้น และตามคำตัดสินนั้นที่เขมรยอมรับ (เพราะด้วยคำตัดสินนั้นเขมรจึงสามารถยึดตัวปราสาทได้) ก็ระบุแล้วว่าแผนที่ Annex 1 ผิดพลาด ด้วยข้อโต้แย้งนี้ เราไม่ต้องอาศัย MOU TOR หรือ พันธกรณีใดๆ เลย ก็สามารถเจรจากันได้ แต่ถ้าเขมรไม่ยอมเจรจาก็ไม่เป็นไร ไม่เห็นเดือดร้อน แต่ต้องผลักดันเขมรออกไปก่อน แล้วค่อยคุยกัน

เพราะการที่เอาแต่ยอมเขมร ก็เหมือนคุณยอมให้ใครก็ไม่รู้เข้ามานอนมากินมาขี้ฟรีๆ ในบ้านของคุณ ถ้าเป็นคุณ คุณยอมได้ไหม?

เพิ่งสังเกตุเห็นว่า นังดอก J

เพิ่งสังเกตุเห็นว่า นังดอก J มันมักลงท้าย คห. มันด้วยการร้อง แฮ่แฮ่

เลยอยากสีซอ (อีกแว้ว) ว่าที่ร้อง แฮ่ๆ นั่นคือหมานะนังดอก

หรือจะยอมรับ ก็ไม่ว่า

คราวหน้าก็ แฮ่ๆ มาใหม่ แต่ถ้านึกเหนียมอายก็ร้องแบบอื่น

ไม่ว่ากัน

และขอย้ำ คำพูดก่อนพูดเราเป็นนายมัน แต่หลังพูดไปแล้วมันเป็นนายเรา และคอยประจานขี้เท่อ และขี้ครอก ที่เราปล่อยออกมาแบบมิลบเลือน อิอิอิ

ฉะนั้น ก่อนจะพูดจะเขียนอะไร 'คิด' ให้ดีๆ ตกท่อแล้วมีแต่ต้องทำแผลทีหลังแน่นอน (ฮา)

รักหรอกจึงสีซอให้

และตามธรรมเนียม

ขอสั่งให้นังดอด J จงตอบคำถามนี้โดยสังเขป เมื่อเธอมีความกล้าพอ (อิอิ)

1. เมื่อก่อนทุกครั้งที่ พธม. กล่าวว่าสาวกประชาไทคือพวกล้มเจ้า แล้วเธอจะด่ากลับ พธม.ทุกครั้งเป็นพวกหากินกับเจ้า สาวกประชาไททุกคนก็รักเจ้าเหมือน พธม. แต่ทุกวันนี้เมื่อกล่าวถึงสถาบันฯ การกล่าวว่า ผู้อยู่เบื้องหลังจะไม่ยั่งยืนอย่างนี้ตลอดไป บ้าง หรือจาบจ้วงว่า มีมือที่อยู่เบื้องหลังการเมืองที่ผม (หมายถึงมึงน่ะแหละ) ไม่กล้ากล่าวถึงบ้าง นี่เท่ากับประกาศตัวแล้วว่าไม่ได้จงรักภักดีจริง หรือเท่ากับเธอกลืนเสลดที่ตนเองถ่มทิ้งเจ้าแห้งกรังไปแล้ว ใช่หรือไม่?

2. การที่เธอผู้สูงศักดิ์เถียงฉอดๆ ว่า I Pad และ พธม. โง่ ไม่รู้เรื่อง ตุลาการภิวัฒน์เลย ตุลาการภิวัฒน์คือการที่ศาลรักษาสิทธิมนุษยชนของคนกลุ่มน้อยและสิ่งแวดล้อมเท่านั้น ตุลาการภิวัฒน์ในประเทศพัฒนา ศาลเขาไม่ได้แทรกแซงการเมืองเหมือนในประเทศไทย แต่ล่าสุดจากวิกิพีเดีย ได้ให้คำนิยามว่า "ตุลาการภิวัฒน์ (Judicail Activism) คือการที่ศษลได้ทำการตรวจสอบอำนาจอธิปไตยอีก 2 ฝ่ายที่เหลือ คือ ฝ่ายบริหาร และ ฝ่ายนิติบัญญัติ โดยเข้มข้นเกินกว่าที่ยัญญัติไว้ตาม กม. เพื่อเป็นการตรวจสอบการใช้อำนาจอธิปไตย" เช่นนี้แล้ว นี่คือ เรื่องที่ 2 ใช่หรือไม่ ที่เธอผู้สูง ซะ - ง่า นังดอก J ตกท่อดังพลั่ก อิอิอิ

3. การที่ริอ่านระบุว่า Fact เขมรไม่ได้บรรยายฟ้องไทยกรณีปราสาทพระวิหารเรื่องอาณาเขต ศาลโลกจึงไม่ตัดสินเรื่องอาณาเขตยกให้แต่ตัวปราสาทอย่างเดียว แต่จากหลักฐานทั้ง ปฐมภูมิ (เอกสารการพิจารณาของศาลโลก) ทุติยภูมิ (จาก รศ. สมปอง สุจริตกุล) และ ตติยะภูมิ (I Pad ว่าเอง อิ๊อิ๊อิ๊) กลับกลายเป็นว่าในคำฟ้องเขมรมีแต่การอ้างเรื่องอาณาเขตและแผนที่ให้เปรอะไปหมด แถมยังมีคำขอให้พิจารณาทั้งสถานะและความถูกต้องของแผนที่ Annex 1 ด้วยซ้ำ ตกลงนี่คืออาการตกท่อดัง แอ้ก! (จุก เสียด อิ๊อิ๊อิ๊) ของ เธอผู้สูงเสี่ยว เอ๊ย! ส่ง อีกครั้งหรือไม่

โปรดสังเกตุ เมื่อใดทีร่ I Pad เจอ นังดอก J ของแท้ต้องมี 3 คำถามนี้ปิดท้ายเสมอ เหมอ เหมอ เหมอ เหมอ (Echo น่ะ!)

ปล.1 จำนวน คำถามอาจเพิ่มขึ้นได้ตามอาการ J ที่เธอปล่อยกระบือออกจากคอกเพิ่มขึ้นหรือไม่ โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า นิ!

ปล.2 คห. นี้มี ปล.2 เพราะแน่นอน คุณดอกเธอปล่อยของเป็นทรพีตัวเบ้อเฮ่อจั๊งซี่ คำถามก็ต้องเพิ่มเป็นธรรมดา ว่า

4. ตกลงที่ร้อง แฮ่ๆ ก็เท่ากับยอมรับแล้วหรือว่าเป็น หมา, สุนัข, Dog, Kennel, อีด่าง, นังหนังกลับ หรืออะไรก็ตามที่หมายถึง ไอ้บ๊อกๆ ที่ชอบกินอุจจาระเป็นอาหารเสริม อย่างนั้นหรือ?

ฮิฮิฮิ

ปล.3 ยุคหลัง จก พิจิตร, กระบือไทยเซ็คคันด์แฮนด์, อะตอม, ปู่คิดอันนวย, นังคันนี่ค้า และ สารพัด กระบือประชาไท ไม่นึกว่า ดอก J ก็จะไปเข้าพวกกับเขาเหมือนกัน เกินคาดดีจริงๆ อิอิอิ

I Pad wrote: หม้อทะลัก เอ๊ย!

I Pad wrote:

หม้อทะลัก เอ๊ย! มองทะลุ

ก่อนอื่น ไอ้ลีลาลากยาวไปเรื่อยๆ เจื้อยแจ้วมีแต่น้ำไม่มีเนื้อแบบนี้ อีนังดอก J มันทำบ่อยแล้ว แถมไม่เวิร์คด้วย เพราะสุดท้ายโดนกรูถลกหนังได้ทุกที ดูตัวอย่างจาก 3 เรื่อง ที่กรูยกตัวอย่างมาก้อออได้นะนายหม้อทะลัก

ส่วนของเอ็งมันยาวมากแล้วก็วนเวียนซ้ำซากหาสาระได้ประมาณ 1 ไมครอน จึงขอไม่ตอบ

เพราะหลักฐานก็มีเห็นๆ ว่า Astv ครองแชมป์เว็บข่าวอันดับ 1 เจ็ดปีซ้อน ไฉนเลยเว็บรับจ้างสร้างภาพให้พ่อแม้วแบบประชาไทจะมาเทียบอะไรได้ แค่นี้ก็เลิกพูดเรื่องอื่นได้แล้ว (แค่วัดจำนวน คลิก ต่อวัน ก็กินกันขาด)

แต่ไหนๆ จะพูดกันแล้ว ก็ขออีกตี๊สนะ พธม. เคลื่อนไหวโดยไม่มีท่อน้ำครำแบบ นปช. แต่ทุกการเคลื่อนไหวสุดท้ายจบลงด้วยชัยชนะ ต่างกับ นปช. ไพร่เผาเมือง เป็นม็อบรับจ้างที่ราคาแพงแต่ผลงานไม่มี มีแต่เผาห้างฯ เผาโรงหนัง (เก่ง ชิไห เรยยยย) แถมตอนจบของ นปช. มีแต่!!! ไม่ไปติดคุก ก็หนีกันหัวซุกหัวซุน (3 รอบแล้วนะ) เทียบฟอร์มแล้ว พธม. เหมือนเสปน ยุค 2010 (wave yr flag! wave yr flag! อิอิอิ) นปช. เหมือนทีมโคกอีแร้ง อย่าริอ่านมาเทียบเลย เสียเวลา!

ฮิฮิ

ขอไปว่าเรื่องอื่นเรยนะ

เว็บดัง7ปีซ้อน?
ถามหน่อยเหอะ เมื่อก่อนเว็บเพจไหนของasstvถูกคลิ๊กมากที่สุด
ใช่ซ้อเจ็ดผู้นิยมเล่าอะไรแถวassหรือเปล่าหนอ?

ถูกเขาล่อด้วยกามาอย่างคาวเลยติดหนึบ?
ติดภาษาคาวจัดของซ้อเจ็ดมาด้วย?

http://www.scribd.com/doc/221

http://www.scribd.com/doc/22147005/Thailand-Cambodian-Border-Conflict-and-World-Court-Case-of-Preah-Vihear

บทความนี้ทั้งยาวทั้งละเอียด ใครสนใจบรรยากาศและสภาพแวดล้อมในการตัดสินคดีพระวิหารปี๖๒ น่าจะอ่านดูนะครับ.........มีอะไรที่คนไทยไม่ค่อยจะได้รับรู้รับเห็น และไม่เข้าใจวิธีคิดของคนต่างชาติแสดงอยู่มาก....อิ อิ อิ ผมเองยังอ่านไม่จบเลยครับ

ครับขอนอกเรื่องเพราะเห็นคำถาม

ครับขอนอกเรื่องเพราะเห็นคำถามไอแพดมานาน เรื่องนอกประเด็น(พยายามจะตอบหลายครั้งแล้วแต่เพราะเหมือนใครเห็นข้อความผมก่อนส่ง เลยแบนซ่ะงั้น) เข้าใจน่ะประเด็นนี้ล่อแหลมและอันตรายต่อเจ้าของสถานที่ผผมจึงไม่โวยปกติถ้าเจตนาแบนหรืออุ้มเรื่องอื่นผมจะโวยและรับไม่ได้???

แต่กรณีนี้ผมเข้าใจสถานที่ แต่เพราะเจตนาผมไม่มีอะไร?บริสุทธิใจ และพยายามจะชี้แจงหักล้างข้อกล่าวหาไอแพด ต่อเรื่องนี้อย่างเข้าใจคลาดเคลื่อนแล้วเอาไปโพยทนาอย่างเสียหายกับประเด็นข้อ1ที่เขานอกเรื่องมา(เดี๋ยวเขาจะหาว่าผมกินปูร้อนท้องอีก)

คือที่ต้องชี้แจงเพราะผมฐานะ พยาน และผู้ร่วมสนทนาในบางเนื้อหาตรงนั้นผมยืนยันว่าโดยส่วนใหญ่ ถ้าเป็นกรณีบุคคลหลักๆในนี้ จะนำเสนอเรื่องนี้เชิงวิชาการ ซึ่งการนำเสนอทางวิชาการอย่างตรงไปตรงมา เนื้อหามันจึงต้องเสิร์ฟความจริงทุกมุม หรือหลายๆมุมจนถึงอาจจะมีบางมุมบางกรณีที่เนื้อหามันชี้อย่างตรงไปตรงมากระทำใคร

หรือกรณีอย่างว่าคือขาป่วนเข้ามาโพสเนื้อหาไม่เหมาะสมจริงๆซึ่งมีไดทุกที่ในสัดส่วนไม่ต่างกัน ที่ แต่ก่อนค่อนข้างเห็นเยอะ?แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว เพราะเว็ปท์ฯดูแลดีมาก เพราะคือสถานที่เขา เรื่องแบบนี้มันจะมีปัญหากับเขา? และผมก็เห็นในทุกๆที่กรณีที่สาธารณะแบบส่วนตัว(เน็ตพีซีแต่ล่ะเครื่องเหมือนห้องน้ำส่วนตัวแบบสาธารณะ) มันจึงมีคำแบบที่เห็นในห้องน้ำที่ไม่เหมาะสม มาระบายให้เห็นในที่แบบนี้บ้างก็เป็นธรรมชาติเหมือนทุกๆที่

ปัญหามันควรจะเป็นแค่เด็กเล่นขี้ หรือถ่มน้ำลายรดฟ้า ถ้าผู้ใหญ่บางคนเช่นสนธิ,จำลอง (พธม.)ไม่เอาขี้ไปเล่นต่อ อ้างปกป้องฯ แต่ปกป้องยังไง?ทำไม่ทำไปทำมา มันเหลืองอ๋อยเต็มบ้านเต็มเมืองเต็มสนามบินแบบนั้น? ในภาระกิจ"หนุมาร เผากรุงรัตนโกสินทร์"

เผาเสร็จบอกว่าไง? บอกว่าคือภาระกิจปกป้องใคร? ซึ่งถ้าใครฟังไม่คิดให้ดีๆก็จะเท่ากับชี้ว่าใครสั่งเผา? นั้นมันเดือดร้อนใคร? มันป้องหรือมันทำลายล่ะไอแพดเนื้อหาความเสียหายในนี้กับกรณีแบบนี้ของพธมงอะไรเสียหายกว่ากันล่ะ ทั้งที่ ที่ตรงนี้ไม่ประจบสอพลอขนาดประกาศนอกน้าเอาหน้าแบบนั้นแต่ผลล่ะ?

นี่ไงครับมิจฉาวิธี กับวิธีแบบคนในนี้ ที่บางที่ฟังไม่เพราะกระทบกระเทียบบ้าง แต่ผลในทางค้นหาแนวทางบนข้อเท็จจริงร่วมในการปรับเปลี่ยนแนวทางปรับตัวเข้าหากัน???

แต่ก้มีบ้างอย่างที่ยกมากรณีเข้ามาป่วน ปล่อยอุจาระวาจาไว้ ก้เห้นทุกที่ในเวทีสาธารระแบบนี้ทั้งที่เรื่องมันควรจะจบลงแค่เด็กเล่นขี้ หรือถ่มน้ำลายรดฟ้า ก็ให้มันโดนแค่หน้าคนทำ

คนเห็นที่เป็นผุ้ใหญ่แล้วมีวุฒิภาวะพอ ไม่ควรเอาไปเล่นเลอะเทอะต่อจนเหลืองอ๋อยเต็มบ้านเต็มเมืองแบบพธม.ทำแบบนั้นขยายเรื่องตื่นตูมเป็นเด็กเลี้ยงแกะน้ำผึ้วงหยดเดียว

ทั้งที่เนื้อหาในนี้ในส่วนที่ตรงมาตรงไป ในเจตนาปกป้องเหมือนกันแบบเขาที่จริงใจแต่ไม่ประจบ ? เพื่อเจตนาที่ไกลกว่านั้น นั้นคือผลลัพท์ที่ทุกฝ่ายได้ทางออกร่วมกัน?ซึ่งถ้าความจริงๆตรงไหนมันมีเนื้อหาไปกระทบใคร? ในเจตนาแบบหาทางออกให้บ้านให้เมือง ต่อเรื่องสาธารณะนั้นๆ การหาทางออกร่วมกันในการนำเสนอปัญหาอย่างตรงไปตรงมาเพื่อประโยชน์ในการปรับตัวเข้าหากัน

ถ้าเนื้อหาส่วนนั้นไปกระทบใคร? และถ้าในข้อเท็จจริงเป็นอย่างนั้น? มันชี้ไปแบบนั้น ถ้าเราไม่ยอมรับ ก้จะสร้างเงื่อ่นไขแบบที่อแพดทำ คือจับแพะมาชนแกะกล่าวหาแบบรวมๆมั่วๆไปโพยทนา ข้างนอกเพื่อเพิ่มขนาดมวลรวมความเกลียดชังจนเกิดมวลมหาศาลแบบหลุมดำ มวลชังเริ่มต้นมันจึงจะขยายมวลชนได้

ทั้งที่เจตนาในส่วนใหญ่คือร่วมมือกันแก้ไขหรือคลายมันออกไปมันก็จะยังเป็นเงื่อนไข,ตัวแปร,อุปสรรคของการแก้ไขปัญหาร่วมกันดี ดังนั้นเนื้อหาในส่วนแบบนี้ การชี้ อย่างตรงไปตรงมาแบบนี้ คนล่ะอย่างกับการอาฆาตรมาดร้าย???

และบางทีเป็นการปกป้องที่บริสุทธิใจจริงใจกว่า ยั่งยืนกว่า กรณีถวายโอสถพิษ(แบบพธม.หรือปชป.ที่เอาใจประจบแบบรีดพลังช้างด้วยยาบ้ายาเสพติดทางอำนาจที่หวังผลยืมเม้าใหญ่แบบ???ออกมากระทืบคู่กรณีตน)

หรือการพยายามใช้สิ่งเหล่านั้นมาเป็นอาวุธทางการเมืองด้วยการประจบสอพลอ กระต่ายตื่นตูม สร้างเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่,สร้างหลุมดำความเกลียดชังมวลมหาศาล เพื่อดึงดูดมวลแบบนั้น เอาไปสร้างเป็นเครื่องมือทำลายกันทางการเมือง

ที่เป็นความสามารถในคุณสมบัติพิเศษของใครพธม.และปชป.ใช่ไหม? สิ่งชี้ชัดคือกรณีงัดกุลยุทธตุลา19โมเดลมาใช้ ไม้แรกตะโกนในโรงหนังฯผ่านเด็กเลี้ยงแกะพธม.และวิทยุยานเกราะของนู๋หริ่ง(สาแทะ ลงหนองเลย)

จนมีหลายคนรับไม้ต่อทั้งทหารออกมาปฎิวัติให้ รบ"หุ่นยนต์มาร์คV1เอาสไนน์เปอร์ออกมาเด็ดหัวขั่วการเมืองฝ่ายตรงข้ามตามเนื้อหาที่ชงเรื่อง"ฆ่าคอมมิวนิสต์ไม่บาป"ตามตำนาน"ปอบสยามกับต้นมะขามสนามหลวง"ปีนั้นฆ่าเผาแขวนคอที่สนามหลวงวันนั้น กับวันนี้ย้ายมาที่ราชประสงค์???

ในเนื้อหาเดิมๆมุกเดิมๆ ซึ่งการสร้างเนื้อหาหรือหลุมดำความเกลียดชังมวลมหาศาลแบบนี้ กลยุทธการกล่าวหา มันจึงหวังผลแบบเหมาแผงเหมาเข่ง,เหวี่ยงแห เช่นกรณีมายแม็ปล้มเจ้าฯ ความจริงอาจจะมีสัก5ถึง10% แต่ใช้กลยุทธวิทยธยานเกราะมาขยายผลให้เกิน500%(คือต้องห้าร้อยไงถ้าน้อยกว่าหรือมากกว่ามันก็จะใช่คำด่าว่าไอ้โจรห้าร้อยหรือโจรก่อการร้ายแดงไม่ได้)

รวมทั้งการกล่าวหาคนในประชาไท เนื้อหาจริงๆมันมีส่วนแค่พาดพิงแบบเพื่อก่อ, ไม่มีเจตนาในส่วนอาฆาตรมาดร้าย ยกเว้นตัวป่วน ก็หาได้ทุกที่ ในสัดส่วนข้อกล่าวหาในเจตนาแบบผู้กล่าวหา(ไอแพด)ที่ว่าไว้มันไม่น่าถึง10%ในเจตนาแบบนั้นแล้วตอนนี้เว็ปทืดุแลดีมากผมยังโดนเองเลยบางครั้งที่เขาเห็นว่าเสี่ยงเกินไปตรงเกินไป

และมันก็เป็นในสัดส่วนไม่ต่างจากหลายที่ จึงไม่ใช่เหตุผลที่จะมาจับผิดทำลายบรรยากาสการปรองดองที่ชู คนที่นี่ตามภาพเด็กเลี้ยงแกะของไอแพดนั้นเพราะกลยุทธแบบนั้น(การสร้างหลุมดำความเกลียดชังมวลมหาศาล) อะไรที่คล้ายก็ต้องใช่ไว้ก่อนดูดกลืนเหมาเข่งให้เยอะเข้าไว้ เพราะถ้าน้อยมันไม่มากพอที่จะจุดกระแสสร้างหลุมดำความเกลียดชังให้ได้มวลมหาศาล เกิดกระแสตามกลยุทธ"ตุลา19โมเดล"ไม่ได้

นั้นคือเหตุผลที่บางเรื่องมันสร้างมายาภาพให้สัมพัทธเกินจริงผ่านหลุมดำแบบนี้ ที่เป็นความสามารถพิเศษแบบพธม.ในการสร้างเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่น้ำผึ้งหยดเดี่ยวแบบเคี้ยวให้ข้น แล้วพ่นวาทะกรรมให้ไกลในรัสมีแรงดึงดุดมวลมหาศาลแบบหลุมดำ เช่นล้มเจ้าฯรัฐไทยใหม่นี่คือความสามารถพิเศษของใครดีเอ็นเอเดี่ยวกับที่สืบทอดมาจากคนที่ตะโกนในโรงหนังหรือไม่ ครับไอแพด???

เทสๆ

เทสๆ

ส่วนข้อ2ของไอแพด

ส่วนข้อ2ของไอแพด ผมเชื่อว่าการออกแบบโครงสร้างอำนาจแบบนี้ เป็นเจตนาดีของผู้ร่างเพื่อทำตามโจทย์การใช้งานตุลาการมาระงับเหตุวิกฤติที่สุดในโลกตามแนวทางพระราชดำรัชที่ศาลเข้าเฝ้าฯวันนั้น(ซึ่งผมเองก็ซาบซึ้งความลึกซึ้งเข้าใจปัญหาที่ผ่านการคิดหลายรอบในกระแสการกดดันต่างโดยเฉพาะม.7และรบ.พระราชทานของจอมสาระแน สนธิโดนด่าว่ามั่วมาแรงยังไม่สำนึกที่สุดลากทหารออมาปฎิวัติจนได้สนธิสั่ง?ซะอย่างใครกล้าหือ)ฉิบหายน้อยกว่านี้ได้อย่างไร?

เรื่องศาลนี่เหมือนกัน เป็นแนวทางที่ผมตอบรับในมิติการระงับเหตุเพราะบริหารเดี้ยง นิติบัญญัติก็ดุ้ง เหลือตุลาการฯที่ยังนิ่งอยู่ตอนนั้น( ในสามอำนาจหลักเชิงโครงสร้าง แนวทางการนำศาลมาดึงบ้านที่โย้ให้กลับมาจึงต้องใช้ แนวทางเชิงแอคทีพฯเชิงรุก หรือที่เราเรียกกันเป็นที่รู้จักว่า"ตุลาการภิวัฒน์"(แต่ตอนนี้กลายเป็นตุลาการอภิบาลนุมัติไปเรียบร้อยโรงเรียนมั่วแล้วครับท่าน)

นี่คือมันควรจะออกมาแบบนั้น ตามที่ไอแพดพยายามจะบอกในเจตนา แต่ผลลัพธ์ตอนนี้กลับไม่ใช่แบบนั้น นั้นคือเจตนาเอาไม้ค้ำยันศาลที่ใช้อำนาจศาลแบบเข้มข้นพิเศษนั้นเพื่อเจตนาในการระงับเหตุ แต่กลับคาไว้ในเจตนาแฝงอีกแบบ(ตรงนี้ผมไม่กล้าฟันธงว่าเจตนาใด)

แต่ถ้าจากการวิเคราะห์ผมคือเจตนาให้อำนาจนอกปชต.ใช้อำนาจผ่านตรงนี้(จะด้วยเจตนาอะไรมิทราบแต่ชัดๆคือความสาระแนของผู้ร่างโครงสร้างอำนาจหลักออกมาแบบนี้ผ่านพิมพ์เขียวร.50ออกมาเบี้ยวหนักขนาดนี้)

นั้นคือมันไม่ใช่ปชต. แต่เป็นปชต.แค่เชิงพิธีกรรมเพราะสัดส่วนอำนาจศาลคลุมครอบสามอำจนาจหลักลงมาผ่านอำนาจนอกปชต.ด้วยกลไกอำนาจศาล รูปธรรมคือ บริหารที่ยึดโยงการเลือกตั้งหรือเจ้าของอำนาจที่แท้จริง

การที่ใครจะได้เข้าไปเป็นรบ. ต้องมุดรูเข้าผ่านอำนาจศาลกรณ์ม.237 (ที่คือเครื่องมือของใครใช้คุมอำนาจดิบๆที่มาผ่านกระบวนการปชต.)ที่ถ้าสัดส่วนอำนาจนอกปชต.ชง เนื้อหาผ่านกลไกที่ครอบงำไว้(เพราะการแต่งตั้งหลายอย่างในกลไกอิสระการตรวจสอบก็คืออำนาจศาล) สรุปง่ายๆคืออำนาจศาลมั่วได้ทุกสนาม และเขาจะเป้นคนออกแบบปากประตูทางเข้าสู่อำนาจบริหารผ่านอำนาจศาลด้วยอำนาจนอกปชต.???

จะต้องคลานผ่านอำนาจศาลที่มีคนกำหนดกลไกอำนาจศาลอีกที? ผ่านกระบวนการขององค์กรอิสระที่ออกแบบแต่งตั้ง ชงเนียนๆ ในสัดส่นโดยใคร? นั้นคือใครจะได้เป็นรบ.หรืออำนาจบริหารจะต้องผ่านการสกรีนจากหน้าประตูตรงนี้ไม่ได้ยึดโยงอำนาจปชช.ที่เลือกมา

เขาจะสอยจะเชือดออกแบบคัดที่ด่านนี้เรียกว่าตัดตอนอำนาจเลือกตั้งภาคปชช.ไปหลายส่วนมาก ที่สุดรอดเข้าไปก้จะได้อำนานนิติบัญญัติที่อ่อนแอ และถูกทั้งอำนาจศาลคุมอีกที เช่นกรณีม.190 และกรณีมาบตาพุด งานคอนเซ้าท์(บริหาร) งานโครงสร้าง(นิติบัญ) โดนศาลสั่งให้เอาเฟอร์นิเจอร์เข้าตั้งแต่หลังคาไม้ฝายังไม่ได้กั้นห้อง(กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญยังไม่ออกแต่ศาลสั่งบังคับใช้ทันที)และหลายกรณีมากมายกับพิษ"ตุลาการอภิบาลนุมัติโดยเพาะคดีที่เกี่ยวกับการเมืองขั่งทักษิณจะจะหลายเรื่องถ้าแยกมายกแต่ละกรณียาวมาก)

นี่คือปัญหาที่ว่าผลลัพธ์ในข้อเท็จจริงมันไม่ได้เป็นไปตามแนวทางหรือเจตนาที่หวังไว้ นั่นคือ(ระงับเหตุ) แต่ผลตอนนี้คือแช่คาจะด้วยเจตนาให้อำนาจนอกปชต.ใช้ผ่านตรงนี้ในการครอบงำปชตไว้ทั้งหมดหรือไม่? ผมไม่ฟันธง? หรือมองอย่างร้ายเกินไปแต่หลายผลลัทธที่ออกมามันชี้ไปทางนี้

แต่ที่แน่ๆโครงสร้างอำนาจแบบนี้ไม่ใช่ปชต.ครับคุณไอแพด มันเริ่มส่งสัญญานนี้ออกมาตั้งแต่ต้นแบบ70/30 ของพธม. คือเขาเอาอะไรมาให้ พธมงเล่นแหย่ไม้ไปที่ลิงพร้อมกับเพลงนี้ขึ้นเมื่อไหร่?

"ติลิงติง ลิงติลิงติงลิง ตกซ่างหางซันกี่ดี ขี้แตกซ่ะหมาน้อยกะไล่งับ"???

คุณก็ออกมารำป้อในบทบาทละครลิงกับบทบาททหหาราบในกรงลิงในท่าลิงดากด้าน(โง่ดากด้าน)หนักกว่าดักดาน "หนุมารเผากรุงรัตนโกสินทร์"ของพธม. โดยหารู้ไม่ว่า70/30 นั้นคือสัญญานว่าเขาอนุญาติอำนาจฝ่ายปชต.แค่30 ให้อำนาจนอกปชต70 แต่เพราะพธม.โง่ดักดานไงปากร้องหาปชต.จึงได้อำนาจนอกปชตเกือบทั้งหมดเหลือทอนให้ฝ่ายปชต.แค่เชิงพิธีกรรมตอนนี้

ทั้งที่ปากพธม.ประกาศภาระกิจเพื่อปชต.แต่สิ่งที่ตนเองทำกลับเป็นการฆ่าตัดตอ(ยุบพรรคจับตอนฝ่ายปชตทั้ง111และ109 ด้วยกกหมายที่ขัดหลักนิติธรรมในการย้อนหลังเอาผิดสังเวยเหยื่อเกมย้ายขั่วอำนาจ)และตัดทอนตัดตออำนาจฝ่ายปชต.ให้น้อยลงๆไปให้อำนาจนอกปชต.

อย่างที่พธม.ไม่รู้สมรู้สา?คือถ้ารู้คงไม่ชูว่านี่คือ"นวัตกรรมทางปชต.ใหม่"ที่คิดได้เป็นผลผลิตของพธม.เพื่อปชต.(70/30คือที่มาของสถานการณืปชตขณะนี้ที่ปชต.โดนหนักกว่านั้น)แต่หารู้ไม่ว่านั้นล่ะคือ"บ้องกัญชา" เครื่องมือเสพอำนาจร้อน ตอ่ก้อนยาฝิ่นทางอำนาจ แบบฉินซีหรือการถวายโอสถพิษ

ที่ไม่ได้ให้คุณกับใครในระยะยาว ทั้งเพื่อคนที่คุณอ้าง? และฝั่งปชต.เพราะอำนาจร้อนแบบก้อนยาฝิ่นนั้นชื่อมันก็บอกความหมายในทิศทางไว้แล้ว และผลมันก็แค่ตอบสนองกระตุ้นอะไรชั่วคราว แต่ระยะยาวโทษมันมหาศาลเพราะแนวทางคือล้างผลายกันเองระหว่างอำนาจนอกปชตกับอำนาจฝ่ายปชต. พัฒนาการมันจึงไหลย้อนกลับไปไกลใกล้ๆยุค2475 กับสถานการณ์ปชต.ไทยขณะนี้

นั้นคือมีอำนาจนอกปชต.ครอบงำอำนาจปชต.(แบบที่ยกมาข้างบน)เป้นบทพิสูจน์สองนาคราทางอำนาจ ในหนึ่งประเทศสองระบอบกับโครงสร้างอำนาจรุปร่างประหลาด(เรือยนต์ปชต.แต่กางใบสมบุรณ์ฯสำเภากางใบรุ่นเก่าเอาไว้ ) อีกคนติดเครื่องยนตืปชต แต่อีกคนติดเบรคกางใบหัวทิ่ม เช่นปฎิวัติงัดไม้ตายเพื่อฉุดปชต.กลับไปหาอะไร? พธม.ใช่ไหมทกับภาระกิจที่อ้างเพื่อปชต.

ตัวยช่วยหรือตัวซวยทำมันมันพัฒนาไกลไหลย้อนกลับไปใกล้ยุค2475ล่ะพธม.พัฒนายังไง แบบไหน?ที่สถานการณืตอนนี้ อำนาจนอกปชต กุมไว้เกือบหมดแล้ว เหลือทอนเศษอำนาจให้แค่เชิงพิธีกรรม เช่นเลือกตั้งมา ใครอนุญาติหรือไม่อนุญาติให้เข้าไป อยู่ที่อำนาจใด เลือกตั้งจริงๆหรือไม่? ตัวอย่างชัดๆคือทรท.สมัยนั้นหรือแกล้งปล่อยให้รับเหรียญตั้งรบ.ไปก่อน เพื่อลดความกดดันของกระแสปชต. แต่ที่สุดก็สอยที่ละคนๆจนออกแบบเก็บงานภายในผ่านคนที่วางไว้แล้วขณะนี้

นั้นคือำนาจที่ทอนเศษให้ปชต.เชิงพิธีกรรม ไอแพด รู้สมรู้สาอะไรไหม?กับสถานการณ์ปชต.เพราะหน้าที่นกแก้วนกขุนทองเห็นอะไรดีดีฝั่งนี้?ก็คาบไปบอกฝั่งนั้น?แบบเอาให้พวกไปลอกการบ้านหลายอันแล้ว แต่เอามาพูดเอาดีเข้าตัวว่าใครในนี้ไปลอกการบ้านพธม.หน้าตาเฉยเลยแบบนี้นกสองหัวหรือนกแก้วนกขุนทอง แต่ถ้าแค่นกแก้วฯผมเอ็นดูไม่ถือสาแต่ถ้านกสองหัวนี่สิ?รู้น่ะคิดอะไรอยู่???

จะเห็นได้ว่าพันธมิตร"ตั้งใจ"จ

จะเห็นได้ว่าพันธมิตร"ตั้งใจ"จะชูประเด็นเรื่องพระวิหารและประเด็นยกเลิกMOU 2543 ขึ้นมาเป็นวาระแห่งชาติของพันธมิตร จะเห็นได้ว่าพันธมิตรจะหัวชนฝาในกรณีนี้ไม่ว่าใครจะคิดอย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ควรคิดต่อคือว่าพันธมิตรหวังอะไรจากการเคลื่อนไหวแบบนี้?

พันธมิตรหวังว่ารัฐบาลหุ่นเชิดจะยอมทำตามเงื่อนไขสุดโต่งแบบนี้หรือ? รัฐบาลหุ่นเชิดคงไม่ยอมทำตามแน่นอน เพราะเรื่องนี้อยู่นอกเหนือความสนใจของคนเชิดหุ่น รัฐบาลจะตัดสินใจไปตามความเชื่อของตน ซึ่งคนที่มีสามัญสำนึกเหลืออยู่ก็ย่อมตัดสินใจไม่ต่างจากรัฐบาลนี้, รัฐบาลตัวแทนทักษิณ, รัฐบาลคนดี/ขิงแก่/ตัวแทนอำนาจเหนือรัฐธรรมนูญ และทุกรัฐบาลที่ผ่านมา

เมื่อไม่ทำตามสิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ ประชาชนจะเริ่มเห็นความขัดแย้งทางความคิดของประชาธิปัตย์กับพันธมิตร และนี่คือ เป้าหมายสูงสุดของการเคลื่อนไหวครั้งนี้ พันธมิตรต้องการสร้างภาพลักษณ์(Branding)ของตนว่าแตกต่างจากประชาธิปัตย์อย่างชัดเจน ที่ผ่านๆมา ภาพของพันธมิตรมักจะซ้อนๆเบลอๆกับปชป. คนที่ออกมาชุมนุมกับพันธมิตรในตอนกลางคืน ก็สามารถกากะบาทให้ประชาธิปัตย์ได้อย่างสนิทใจ แต่เมือพธม.จะลงมาเล่นการเมืองในสภา ก็ต้องแย่งคนกากะบาทจากประชาธิปัตย์ให้มากที่สุดที่จะมากได้ และเมื่อกลุ่มที่สนับสนุนสองพรรคนี้เป็นก้อนเดียวกัน ดังนั้นจึงไม่มีทางอื่นที่จะแย่งกับประชาธิปัตย์นอกจากการ"สร้างความแตกต่าง"ให้เห็นชัดเจน

สรุปว่าวันนี้ รัฐบาลปชป.จะตัดสินใจอย่างไรก็ล้วนส่งผลเสียให้ตัวเองในทางใดทางหนึ่งทั้งนั้น ส่วนพันธมิตรไม่ว่าจะได้รับการตอบสนองจากรัฐบาลหรือไม่ พันธมิตรก็บรรลุวัตถุประสงค์ตั้งแต่เริ่มเคลื่อนขบวนแล้ว เพียงแต่ว่าจะตัดเค้กมาจากปชป.ได้มากแค่ไหนเท่านั้น

คนที่ไม่ชอบทั้งปชป.และพันธมิตรอย่างผม จึงได้แต่"ปรบมือ"เชียร์ ขอให้ปรองดองแบบนี้แรงๆต่อไปนานๆเถอะครับ สนุกดี สะใจคนซาดิสม์อย่างผมจริงๆ

เมื่อคิดทบทวนประเด็นนี้

เมื่อคิดทบทวนประเด็นนี้ ทำให้คิดย้อนกลับไปถึงคำถามที่เก่ากว่านี้ ว่าพันธมิตรตั้งพรรคการเมืองทำไม? ต้องการทำการเมืองใหม่จริงๆหรือ? (เรื่องการเมืองใหม่นั้น เรื่องหลอกเด็กอมมือ)

พันธกิจสำคัญที่ทำให้พันธมิตรดำรงอยู่ทุกวันนี้ก็คือ การเป็นกองกำลังขับเคลื่อนทางการเมืองนอกสภาให้กับเจ้านายเขา ทำทุกอย่างที่แขนขาทางการเมืองในระบบทำไม่ได้

แต่ปัจจุบันในเมื่อเจ้านายเขาสามารถกุมอำนาจทางการเมืองในระบบได้อยู่หมัดแล้ว ในทางเทคนิค พันธมิตรจึงจำเป็นต้องตกงานเป็นการชั่วคราว ดังนั้น ถ้าไม่สร้างกิจกรรมใดๆขึ้นมา ก็ไม่รู้จะหาเหตุอะไรไปเบิกเงินจากเจ้านาย ต้องขายข้าวสาร, สบู่, ยาสีฟัน เก็บเล็กผสมน้อยทีละบาทสองบาทจะพอยาใส้ได้อย่างไร? การสร้างพรรคการเมืองจึงเป็นนวตกรรมใหม่เพื่อสร้างราคาให้กับพันธมิตรที่ตกงานแอบแฝง และสร้างกิจกรรมให้พ่อยกแม่ยกทำ จะได้ไม่ลืมหน้ากัน

คอยดูซิครับว่าพรุ่งนี้พ่อยกแม่ยกพันธมิตรจะออกมาได้กี่มาน้อย กี่ร้อยกี่พัน กันแน่? มากันให้เยอะๆนะครับ doctor Jจะคอยนั่งเชียร์ที่บ้าน ล้อมทำเนียบให้ได้นะ จะให้ดีก็ยึดทำเนียบรอบสองไปเลย.......มีเส้นอยู่แล้ว.....กลัวอะไร แฮ่ๆ

ส่วนเรื่องMOU

ส่วนเรื่องMOU ผมยอมรับว่าข้อมูลเชิงลึกไม่แน่นพอที่จะฟันธง ว่าต้องเลิกหรือไม่เลิก ผมจึงไม่ได้หัวชนฝาแบบพธม. แต่เนื้อหาต่อกรณีนี้ส่วนใหญ่ผมเห็นด้วยกับพธม. ยกเว้นตัวแปรแบบสนธิหรือจำลอง ขานั้นผีตับเดียวหัวชนฝา แต่จนเสียหายหลายเรื่อง

เช่นเรื่องนี้ ถ้าชงผ่านสนธิหรือจำลองหรือเชื่อตามเราได้รบกับเขมรตั้งแต่สมัยสมัครหรือ สมชายแล้วครับ เพราะสนธิประกาศไว้ ล่าสุดเวอร์ชั่นนี้จำลองนำ การตัดสินใจและฐานข้อมูลบางเรื่องที่สุดขั่วแบบนี้อันตราย(เพราะเสียหายมาแบบนี้หลายเรื่องแล้วจากคู่หูดุโอคนบ้าถือไฟ ลำลองศรีธัญญา กับสนสิจ๊ะ ศรีมหาโพธิ์) คู่หูดูโอ้ถ้าได้ลงมือจัดให้บันลัยน้อยกว่านี้ได้ไง

ดูผลงานเหลืองอ๋อยเต็มสนามบินสิ เรื่องนี้ต้องมีสตติครับ ส่วนเรื่องกับปชปงของพธม.ตามที่คุณdoctor Jต้องข้อสังเกตุวิเคราะห์มา ผมค่อนข้างไม่เห็นด้วยเพราะ ธพธม..ต่อเรื่องนี้จุดยืน เขาชัดเจนกว่ารบ.มาก(โดยเฉพาะมาร์คนี้พลิ้วจนหาตัวจับยาก)

พธม.เริ่มต้นกรณีนี้ที่ยูเนสโก้ฯในไทย ก็เป็นบวกกับรบ.และเป้นตัวช่วยที่ดีในการสร้างพลังต่อต้านไปยังยูเนสโก้อย่างมีน้ำหนัก แต่เนื้อหาเรื่องMOU และหลายเรื่องที่ต้องเร่งด่วนในการกดดันตรวจสอบของรบ. เช่นความเสียหายที่ปล่อยให้เขมรหลุดเดี่ยวมาถึงตรงตอนนี้

บทบาทพธม.ช่วยกดดันแทนคนไทยได้ครับตรงนี้ผมเห็นด้วย แต่ไม่ใช่ผมมองตัวช่วยแบบเกลียดปลาไหลวดน้ำแกง แต่เนื้อหาที่จะอันตรายกว่านั้นกับวิการนำแบบนั้นของพธม. ที่มันเคยเสียหายหลายเรื่องมาแล้ว ตรงนี้ต้องีระวังอย่างมาก กว่าหลายเรื่องครับ

ผมจึงเรื่องเตื่อนเรื่องที่จะอันตรายมากกว่าชมพธม.จนเหมือนไม่ชอบบางเรื่องแต่ก็ไม่ได้ปฎิเสธบทบาทบางเรื่องของพธม.นั้นเพราะผมดุที่เนื้อหาของเหตุของผลและความถูกต้องมากกว่าเรื่องของคนการเลือกข้างครับ???

doctor J

doctor J wrote:
เมื่อคิดทบทวนประเด็นนี้ ทำให้คิดย้อนกลับไปถึงคำถามที่เก่ากว่านี้ ว่าพันธมิตรตั้งพรรคการเมืองทำไม? ต้องการทำการเมืองใหม่จริงๆหรือ? (เรื่องการเมืองใหม่นั้น เรื่องหลอกเด็กอมมือ)

พันธกิจสำคัญที่ทำให้พันธมิตรดำรงอยู่ทุกวันนี้ก็คือ การเป็นกองกำลังขับเคลื่อนทางการเมืองนอกสภาให้กับเจ้านายเขา ทำทุกอย่างที่แขนขาทางการเมืองในระบบทำไม่ได้

แต่ปัจจุบันในเมื่อเจ้านายเขาสามารถกุมอำนาจทางการเมืองในระบบได้อยู่หมัดแล้ว ในทางเทคนิค พันธมิตรจึงจำเป็นต้องตกงานเป็นการชั่วคราว ดังนั้น ถ้าไม่สร้างกิจกรรมใดๆขึ้นมา ก็ไม่รู้จะหาเหตุอะไรไปเบิกเงินจากเจ้านาย ต้องขายข้าวสาร, สบู่, ยาสีฟัน เก็บเล็กผสมน้อยทีละบาทสองบาทจะพอยาใส้ได้อย่างไร? การสร้างพรรคการเมืองจึงเป็นนวตกรรมใหม่เพื่อสร้างราคาให้กับพันธมิตรที่ตกงานแอบแฝง และสร้างกิจกรรมให้พ่อยกแม่ยกทำ จะได้ไม่ลืมหน้ากัน

คอยดูซิครับว่าพรุ่งนี้พ่อยกแม่ยกพันธมิตรจะออกมาได้กี่มาน้อย กี่ร้อยกี่พัน กันแน่? มากันให้เยอะๆนะครับ doctor Jจะคอยนั่งเชียร์ที่บ้าน ล้อมทำเนียบให้ได้นะ จะให้ดีก็ยึดทำเนียบรอบสองไปเลย.......มีเส้นอยู่แล้ว.....กลัวอะไร แฮ่ๆ

อืมมม์ ยังร้อง แฮ่ๆ เหมือนเดิม

แสดงว่าแกเป็นอย่างนั้นจริงๆ เอ้าตกลงเปลี่ยนจากนังดอก J เป็นนังด๊อก J ก็แล้วกันต่อไปจากนี้

ว่าตามนั้น

และตามธรรมเนียมปฏิบัติ

ขอสั่งให้นังดอก J จงตอบคำถามนี้โดยสังเขป เมื่อเธอมีความกล้าพอ (อิอิ)

1. เมื่อก่อนทุกครั้งที่ พธม. กล่าวว่าสาวกประชาไทคือพวกล้มเจ้า แล้วเธอจะด่ากลับ พธม.ทุกครั้งเป็นพวกหากินกับเจ้า สาวกประชาไททุกคนก็รักเจ้าเหมือน พธม. แต่ทุกวันนี้เมื่อกล่าวถึงสถาบันฯ การกล่าวว่า ผู้อยู่เบื้องหลังจะไม่ยั่งยืนอย่างนี้ตลอดไป บ้าง หรือจาบจ้วงว่า มีมือที่อยู่เบื้องหลังการเมืองที่ผม (หมายถึงมึงน่ะแหละ) ไม่กล้ากล่าวถึงบ้าง นี่เท่ากับประกาศตัวแล้วว่าไม่ได้จงรักภักดีจริง หรือเท่ากับเธอกลืนเสลดที่ตนเองถ่มทิ้งเจ้าแห้งกรังไปแล้ว ใช่หรือไม่?

2. การที่เธอผู้สูงศักดิ์เถียงฉอดๆ ว่า I Pad และ พธม. โง่ ไม่รู้เรื่อง ตุลาการภิวัฒน์เลย ตุลาการภิวัฒน์คือการที่ศาลรักษาสิทธิมนุษยชนของคนกลุ่มน้อยและสิ่งแวดล้อมเท่านั้น ตุลาการภิวัฒน์ในประเทศพัฒนา ศาลเขาไม่ได้แทรกแซงการเมืองเหมือนในประเทศไทย แต่ล่าสุดจากวิกิพีเดีย ได้ให้คำนิยามว่า "ตุลาการภิวัฒน์ (Judicail Activism) คือการที่ศษลได้ทำการตรวจสอบอำนาจอธิปไตยอีก 2 ฝ่ายที่เหลือ คือ ฝ่ายบริหาร และ ฝ่ายนิติบัญญัติ โดยเข้มข้นเกินกว่าที่ยัญญัติไว้ตาม กม. เพื่อเป็นการตรวจสอบการใช้อำนาจอธิปไตย" เช่นนี้แล้ว นี่คือ เรื่องที่ 2 ใช่หรือไม่ ที่เธอผู้สูง ซะ - ง่า นังดอก J ตกท่อดังพลั่ก อิอิอิ

3. การที่ริอ่านระบุว่า Fact เขมรไม่ได้บรรยายฟ้องไทยกรณีปราสาทพระวิหารเรื่องอาณาเขต ศาลโลกจึงไม่ตัดสินเรื่องอาณาเขตยกให้แต่ตัวปราสาทอย่างเดียว แต่จากหลักฐานทั้ง ปฐมภูมิ (เอกสารการพิจารณาของศาลโลก) ทุติยภูมิ (จาก รศ. สมปอง สุจริตกุล) และ ตติยะภูมิ (I Pad ว่าเอง อิ๊อิ๊อิ๊) กลับกลายเป็นว่าในคำฟ้องเขมรมีแต่การอ้างเรื่องอาณาเขตและแผนที่ให้เปรอะไปหมด แถมยังมีคำขอให้พิจารณาทั้งสถานะและความถูกต้องของแผนที่ Annex 1 ด้วยซ้ำ ตกลงนี่คืออาการตกท่อดัง แอ้ก! (จุก เสียด อิ๊อิ๊อิ๊) ของ เธอผู้สูงเสี่ยว เอ๊ย! ส่ง อีกครั้งหรือไม่

โปรดสังเกตุ เมื่อใดที่ I Pad เจอ นังดอก J ของแท้ต้องมี 3 คำถามนี้ปิดท้ายเสมอ เหมอ เหมอ เหมอ เหมอ (Echo น่ะ!)

ปล.1 จำนวน คำถามอาจเพิ่มขึ้นได้ตามอาการ J ที่เธอปล่อยกระบือออกจากคอกเพิ่มขึ้นหรือไม่ โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า นิ!

ส่วน ปล.2 ในบ๊อกซ์อ้างอิงนี้คงไม่จำเป็น เพราะเธอยังใช่ แฮ่ๆ อยู่ดังเดิม คำถามที่ 4 ทาง กอง บก I Pad online จึงขอตัดไป

อิอิอิ

มองทะลุ wrote:I Pad

มองทะลุ wrote:
I Pad wrote:

หม้อทะลัก เอ๊ย! มองทะลุ

ก่อนอื่น ไอ้ลีลาลากยาวไปเรื่อยๆ เจื้อยแจ้วมีแต่น้ำไม่มีเนื้อแบบนี้ อีนังดอก J มันทำบ่อยแล้ว แถมไม่เวิร์คด้วย เพราะสุดท้ายโดนกรูถลกหนังได้ทุกที ดูตัวอย่างจาก 3 เรื่อง ที่กรูยกตัวอย่างมาก้อออได้นะนายหม้อทะลัก

ส่วนของเอ็งมันยาวมากแล้วก็วนเวียนซ้ำซากหาสาระได้ประมาณ 1 ไมครอน จึงขอไม่ตอบ

เพราะหลักฐานก็มีเห็นๆ ว่า Astv ครองแชมป์เว็บข่าวอันดับ 1 เจ็ดปีซ้อน ไฉนเลยเว็บรับจ้างสร้างภาพให้พ่อแม้วแบบประชาไทจะมาเทียบอะไรได้ แค่นี้ก็เลิกพูดเรื่องอื่นได้แล้ว (แค่วัดจำนวน คลิก ต่อวัน ก็กินกันขาด)

แต่ไหนๆ จะพูดกันแล้ว ก็ขออีกตี๊สนะ พธม. เคลื่อนไหวโดยไม่มีท่อน้ำครำแบบ นปช. แต่ทุกการเคลื่อนไหวสุดท้ายจบลงด้วยชัยชนะ ต่างกับ นปช. ไพร่เผาเมือง เป็นม็อบรับจ้างที่ราคาแพงแต่ผลงานไม่มี มีแต่เผาห้างฯ เผาโรงหนัง (เก่ง ชิไห เรยยยย) แถมตอนจบของ นปช. มีแต่!!! ไม่ไปติดคุก ก็หนีกันหัวซุกหัวซุน (3 รอบแล้วนะ) เทียบฟอร์มแล้ว พธม. เหมือนเสปน ยุค 2010 (wave yr flag! wave yr flag! อิอิอิ) นปช. เหมือนทีมโคกอีแร้ง อย่าริอ่านมาเทียบเลย เสียเวลา!

ฮิฮิ

ขอไปว่าเรื่องอื่นเรยนะ

เว็บดัง7ปีซ้อน?
ถามหน่อยเหอะ เมื่อก่อนเว็บเพจไหนของasstvถูกคลิ๊กมากที่สุด
ใช่ซ้อเจ็ดผู้นิยมเล่าอะไรแถวassหรือเปล่าหนอ?

ถูกเขาล่อด้วยกามาอย่างคาวเลยติดหนึบ?
ติดภาษาคาวจัดของซ้อเจ็ดมาด้วย?

เอ๋! ชี้นิ้วด่าคนอื่นว่าติดสันดานฉาวคาวจิตติด Ass แต่คนพูดก็ใช้คำว่า Ass ล้อเลียนคนอื่น

แล้วอย่างนี้ไม่แสดงสันดานแท้ของคนที่ด่าคนอื่นก็เป็นเองด้วยหรือ นายอิเหนา ฮิฮิฮิ (แถมดูท่าจะเป็นมากกว่าคนอื่นเสียอีก (ฮา))

doctor J

doctor J wrote:
จะเห็นได้ว่าพันธมิตร"ตั้งใจ"จะชูประเด็นเรื่องพระวิหารและประเด็นยกเลิก MOU 2543 ขึ้นมาเป็นวาระแห่งชาติของพันธมิตร จะเห็นได้ว่าพันธมิตรจะหัวชนฝาในกรณีนี้ไม่ว่าใครจะคิดอย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ควรคิดต่อคือว่าพันธมิตรหวังอะไรจากการเคลื่อนไหวแบบนี้?

พันธมิตรหวังว่ารัฐบาลหุ่นเชิดจะยอมทำตามเงื่อนไขสุดโต่งแบบนี้หรือ? รัฐบาลหุ่นเชิดคงไม่ยอมทำตามแน่นอน เพราะเรื่องนี้อยู่นอกเหนือความสนใจของคนเชิดหุ่น รัฐบาลจะตัดสินใจไปตามความเชื่อของตน ซึ่งคนที่มีสามัญสำนึกเหลืออยู่ก็ย่อมตัดสินใจไม่ต่างจากรัฐบาลนี้, รัฐบาลตัวแทนทักษิณ, รัฐบาลคนดี/ขิงแก่/ตัวแทนอำนาจเหนือรัฐธรรมนูญ และทุกรัฐบาลที่ผ่านมา

เมื่อไม่ทำตามสิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ ประชาชนจะเริ่มเห็นความขัดแย้งทางความคิดของประชาธิปัตย์กับพันธมิตร และนี่คือ เป้าหมายสูงสุดของการเคลื่อนไหวครั้งนี้ พันธมิตรต้องการสร้างภาพลักษณ์(Branding)ของตนว่าแตกต่างจากประชาธิปัตย์อย่างชัดเจน ที่ผ่านๆมา ภาพของพันธมิตรมักจะซ้อนๆเบลอๆกับปชป. คนที่ออกมาชุมนุมกับพันธมิตรในตอนกลางคืน ก็สามารถกากะบาทให้ประชาธิปัตย์ได้อย่างสนิทใจ แต่เมือพธม.จะลงมาเล่นการเมืองในสภา ก็ต้องแย่งคนกากะบาทจากประชาธิปัตย์ให้มากที่สุดที่จะมากได้ และเมื่อกลุ่มที่สนับสนุนสองพรรคนี้เป็นก้อนเดียวกัน ดังนั้นจึงไม่มีทางอื่นที่จะแย่งกับประชาธิปัตย์นอกจากการ"สร้างความแตกต่าง"ให้เห็นชัดเจน

สรุปว่าวันนี้ รัฐบาลปชป.จะตัดสินใจอย่างไรก็ล้วนส่งผลเสียให้ตัวเองในทางใดทางหนึ่งทั้งนั้น ส่วนพันธมิตรไม่ว่าจะได้รับการตอบสนองจากรัฐบาลหรือไม่ พันธมิตรก็บรรลุวัตถุประสงค์ตั้งแต่เริ่มเคลื่อนขบวนแล้ว เพียงแต่ว่าจะตัดเค้กมาจากปชป.ได้มากแค่ไหนเท่านั้น

คนที่ไม่ชอบทั้งปชป.และพันธมิตรอย่างผม จึงได้แต่"ปรบมือ"เชียร์ ขอให้ปรองดองแบบนี้แรงๆต่อไปนานๆเถอะครับ สนุกดี สะใจคนซาดิสม์อย่างผมจริงๆ

อ่านผ่านๆ ก็พอจะเพลินไปเหมือนกันนะ ดีอก J (อย่าลืมนะ ตกลงใช้ แฮ่ๆ ก็เลยเปลี่ยนชื่อให้เป็นด๊อก J นะ)

แต่ที่ยกมาทั้หมดนี้เป็น Opinion ทั้งนั้นเลย ยอมรับมะ ด๊อก?

หรือจะแถว่าเป็น Fact แบบคราวก่อนอีก!

สรุปเนื้อหาทั้งบ๊อกซ์เป็นเรื่องที่ไอ้ตัวชอบร้องแฮ่ๆ อย่างนาย (อาจจะ) คิดอยู่คนเดียวระหว่างกินของว่างชนิดก้อนอยู่เท่านั้นเอง

ความเห็นของนายอาจจะเข้ากันกับ พธม. บางคน และใช้ไม่ได้เลยกับ พธม. หลายๆ คน อย่างน้อยๆ ก็มี I Pad พี่สาว พี่เขย พ่อ แม่ น้องชายของพี่เขย ตลอดจนเพื่อนๆ ของ I Pad กลุ่ม พธม. รักคูณเท่าฟ้า อีก ร่วมๆ 2 ร้อยคน (และ 2 ร้อยคนนี่ ถ้านับญาติๆ ของพวกเขาไปด้วยก็เกินพันล่ะ นิ!)

ดังนั้น Opinion ที่คิดเอาเองระหว่างแทะก้อนอุจจาระของนักด๊อก จึงเป็นเพียงกระแสหนึ่งในสายลมที่ล่องลอยไปตามยถา หาสาระ และไม่ส่งผลใดๆ เหมือนๆ กับ คห. เลอะเลือนอีกมากมายที่ต่างพากันบรรยาย แล้วก็ช่วยกันยกหางว่าดีเลิศ ของสาวกประชาไท เป็นปกติ

จึงเป็นการดีแล้วที่ตัดสินใจรอดูการขับเคลื่อนของ พธม. ที่หน้าทำเนียบพรุ่งนี้ แล้วจะแสดงให้ดูว่าการชุมนุมที่ยึดหลักการสันติวิธี ปราศจากความรุนแรง และ ปราศจากอาวุธ เป็นอย่างไร? (ฮา) อ้อ! ตกไปคำหนึ่ง เป็นการประท้วงที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตามอุดมการณ์ อีกด้วย (เนี่ยะ! คำสุดท้ายเนี๊ย! พวก ไพร่เผาห้างฯ เผาโรงหนัง ไม่มีวันข้าวจึยยยย!!! (ทำสำเนียงทองแดง ทองแดง หน่อยนะ ฮิฮิ) เจงเจง อิอิอิ)

ครับล่าสุดในเวทีดีเบตอาทิตย์น

ครับล่าสุดในเวทีดีเบตอาทิตย์นี้

ผมค่อนข้างผิดหวังกับความไม่เป็นเอกภาพของคนไทยต่อเรื่องนี้ มันจึงออกแนวหลุดๆแบบแรงเกินไปหลายเรื่องครับ?

เพราะล่าสุดการดีเบต ของรบ.กับพธม.(จริงๆตัวแทนควรจะหลากหลายกว่านั้นเช่นฝั่งอีกขั่วอำนาจหมายถึงทรท.เดิมที่ถูกพาดพิงเยอะน่าจะมีตัวแทนมาข้อมูลมันจะได้หลากหลายกว่านี้) เพราะหลายเรื่องพาดพิงเขา? แล้วการแย้งกันคนละทีพูดกันผ่านสื่อแบบนี้มีแต่จะสร้างภาพความไม่เป็นเอกภาพในปัญหานี้

หรือว่าไม่กล้าเผชิญหน้า? เพราะพลาดหลายเรื่องเกินไปจากรบ.เดิม(กรณีนพดล) จริงๆผมว่าไม่น่าจะต้องกลัวอะไร? เพราะรบ.นี้ก็พลาดหลายเรื่องมันพอๆกัน? เช่นกรณีที่บราซิลที่ปล่อยให้เขมรหลุดเดี่ยวไปตัวต่อตัวเกือบจะเป็นประตู ดีที่นกหวีดหมดเวลาในท่าที่ที่เขมรเป็นต่อ?

เพราะปัญหาความต่อเนื่องฯ ความไม่ชัดเจนในท่าทีและเนื้อหาการคัดค้านที่ไม่ชัดเจนในประเด็นจนเกี่ยวกับน้ำหนักการค้านที่ไม่เป็นระบบ เนื่องจากปัญหาความไม่เป็นเอกภาพ คือตัวแปรหลัก?

แม้แต่ท่าทีมาร์คก็ยังหลักลอยไม่ชัดเจน? พลิ้วไปวันๆจนมาเจียนตัวเพราะมีคนจี้มาในวันนี้ จึงพึ่งจะมาชัดเจนในวันนี้ เช่น กรณีพื้นที่ทับซ้อน4.6 เราพูดในทำนองนี้ไม่ชัดทั้งต่อสื่อต่อข้าราชการประจำ จนถึงการวางท่าที่ต่อกรณีพื้นที่ตรงนั้น ยังสับสนในตัวเองอยู่(คือถ้าชัดเจนพธมงพวกเดียวกันคงไม่ด่าแบบเสียหมาขนาดนั้น)

นั้นคือ เราพึ่งจะมีการพูดตรงกันอย่างมีน้ำหนักก็พึ่งจะวันนี้? ของนายกมาร์คว่า4.6ตรกม.คือพื้นที่ของเรา???

เพราะถ้าชัดเจนอย่างนี้มาตลอด มันจะชัดเจนลงมาถึงระดับนโยบาย,ปฎิบัติ,ข้อราชการที่เกี่ยวข้องจะได้กำหนดกรอบที่ชัดเจน แต่เพราะเราไม่ชัดเจนยังกั๊กๆจึงยังไม่สามารถกำหนดท่าที่เรื่องนี้ได้ถูกต้อง?

แม้จะอ้างว่ามีแรงเฉื่อยมาจากรบ.เดิม ขั่วอำนาจเก่า แต่พอคุณขึ้น(รบ.มาร์ค) คุณก็ไม่ได้สร้างความชัดเจนต่อสังคมต่อระดับปฎิบัติ จนถึงนโยบายในกรอบตรงนี้ที่ชัดเจนคืออะไร? โดยเฉพาะกรณีพื้นที่ทับซ้อน? จนเกิดคำถามมากมาย เช่นพธม.ถามหาจุดยืนที่เคยพูดไว้อภิปรายไว้ ที่ค้านกับท่าทีปัจจุบัน?(จนเกิดเหตุที่ต้องมานั่งคุยกันวันนี้ผ่านสื่อคือทุกอย่างเจียนตัวต้องจี้ตลอดจึงจะได้แบบนี้)ทั้งที่คือหน้าที่?

จนเกิดการตำหนิกันอย่างรุนแรงระหว่างรบ.นี้กับพธม. จนถึงฝ่ายค้านตอนนี้ที่หมายถึงรบ.สมัยนั้น ก็ตั้งคำถามมานานต่อเรื่องท่าทีที่ชัดเจนต่อ4.6ตรกม.ก็ยังไม่ชัดเจนในคำตอบ? จนกรอบในยุทธศาสาตร์ต่อเรื่องนี้มันสับสนมาตลอด(พึ่งจะชัดเจนในวันนี้ว่ารบ.นิยามพื้นที่ตรงนั้นว่าเขาเรา ไม่ใช่ทับซ้อน)

นั้นหมายความว่าที่ผ่านมาเราไม่ได้ให้ความชัดเจนตรงนี้จนกรอบอะไรหลายอย่างทางยุทธศาสตร์ขาดน้ำหนักในการต่อรอง จนปล่อยเรื่องไหลตามน้ำมาเรื่อยๆ ที่สุดไปเจียนตัวที่บราซิลฯ จนต้องฟาวส์น่าเกลียดแบบนั้น(ประกาศถอนหรือใช้กำลังทางชายแดนที่ถือว่าดิบมากทางท่าที่ระหว่างประเทศขยยายภาพอันะพาลในเวทีโลก) โดยไม่จำเป็น?

มันมีสาเหตุมาจากความไม่ชัดเจนมาตั้งแต่หัว(รบ.นี้ด้วย) กับการอ้างของสุวิทย์ฯวันนี้(ที่เวทีดีเบต) ฟังไม่ขึ้น?และตอบไม่เคลียร์? โดยเฉพาะกรณีที่บอกว่าตัวเองไปคัดค้านตามนั้นตามนี้ แต่ท่าทีตอบรับในคำชี้แจงของเขาไม่มีเรื่องนั้นอยู่เลย เช่น การอ้างว่าเขาถอยเพราะ MOU หรือจากการคัดค้านของเรา

แต่เนื้อหาจริงๆที่เขาเลื่อน เพราะเขมรส่งมาช้าแค่นั้น? แถมตัวเองไปลงนามรับรองความคืบหน้าในขั้นต่อไป? เพราะถ้าอ้างว่าตัวเองไปค้าน รูปธรรมที่ชัดเจนที่สุดในการค้านคือ จะไม่ยอมลงนามใดใดเพื่อแสดงท่าทีในการค้านอย่างชัดเจน และเป็นการแสดงออกที่สุภาพที่สุดทางการเมืองระหว่างประเทศและเป็นผลที่สุดในการแสดงท่าทีคัดค้าน อย่างมีอารยะ

นั้นคือปฎิเสธการลงนามใดใดที่จะทำให้เรื่องนี้คืบหน้าต่อไป? ถ้ายังไม่รับฟังเนื้อหาการค้านของเรา? แต่สรุปรูปธรรมที่เห็นคือไม่มีท่าทีตอบรับตามเนื้อหาที่เอามาอ้างกับตนไทยเลยทุกเรื่อง?

นั้นสะท้อนความล้มเหลวของคณะฯหรือทีมงานคุณสุวิทย์ เป็นการเสียหาย อย่างมากในท่าทีฝ่ายไทย(ไม่มีรูปธรรมอะไรเลย) การอ้างวันนี้ว่ามีหนังสือค้านอย่างเป็นทางการในเวทีดีเบต(ลองเอาวันที่มาดูสิ ว่าวันที่เท่าไหร่?) เขียนวันที่ย้อนหลังหรือไม่?จริงมันควรจะตั้งแต่วันไหนเมื่อไหร่โดยหน้าที่?

ที่พูดตรงนี้ แม้ว่าข้อเท็จเรายังมีเวลาอีก1ปี แต่เงื่อนไขคือเราเสียโอกาศในจังหว่ะเวลาที่เหมาะสม(เพราะการประชุมที่เขามาพร้อมหน้าเป็นจังหว่ะเวลาที่เหมาะสมที่สุดจะชี้แจงคัดค้านอย่างมีน้ำหนักกว่า มาส่งหนังสือตามมาภายหลัง

เพราะขั้นตอนแบบนี้บางที เขาเก็บดองไว้ ทำไม่สนใจเพราะ ถือว่าขั้นตอนที่เขาจะทำไม่ใช่ชัดๆจะจะกลางที่ประชุม เรื่องนี้เราเสียโอกาสมากแม้จะอ้างว่าเวลา1ปียังทัน? แต่เงื่อนไขปัญหานี้เราปล่อยหลุดมานาน ละเลย จนมาเจียนตัวถึงจะมาแก้ผ้าเอาหน้ารอดด้วยการทำฟาวส์น่าเกลียดที่ปากประตูประจานตัวเอง

ดังนั้น บทบาทพธม. เป็นตัวช่วยในการกดดันให้รบ.นี้มีความชัดเจนแบบนี้ ถ้าจะบอกว่าเรียลลิตี้โชว์คู่เพื่อหาเรตติ้งสมประโยชน์ทั้งคู่? เจตนาเผานั่งยางทรท.เดิมไหม?แต่ผมกลับให้ความสำคัญที่เนื้อหาที่จะให้ประโยชน์ต่อประเทศมากกว่าเรื่องนี้?

เพราะการที่ใครจะถูกตำหนิ? หรือใครจะได้คะแนนต่อเรื่องนี้ ดูพฤติหรรมและผลงานการกระทำเป็นหลักครับ? ถ้าฝั่งทรท.เดิมถูกพาดพิงไม่ตรงข้อเท็จจริงจนเกิดความเสียหาย ก็ชี้แจงมาให้ปชช.ทราบว่าจริงๆควรเป็นอย่างไร

เพราะเรื่องนี้ต้องชัดเจนแล้ว เราเสียหายมามากแล้ว โดยเฉพาะคณะของคุณสุวิทย์ ถ้าไม่ไหวจริงๆ จะหาตัวช่วยเสริมฯหรือพิจารณาตัวเองก็จะดีเพราะถ้าแค่นี้ไม่ผ่าน และเสียหายมาแล้ว???

ครับข้อเสนอส่วนตัวผมเห็นว่าหล

ครับข้อเสนอส่วนตัวผมเห็นว่าหลังจากเวทีดีเบตนี้แล้วผมยังเชื่อว่ามีหลายเรื่องที่เกี่ยวกับความมั่นคงของชาติและหลายๆเรื่องที่นำเสนอในเวทีแบบนี้(ดีเบต)ไม่ได้

ผมจึงเห็นว่าควรเอาที่ประชุมครม. หรือสภาฯเพราะข้อมูลอีกฝั่งตามระบบ ยังไม่ได้ถูกชี้แจงอย่างเป็นระบบตามกระบวนการที่มีเพราะเวทีดีเบตนี้แค่ชี้แจงต่อภาคปชช.เท่าที่จะชี้แจงได้ แต่เนื้อหาระดับนโยบายที่มีอะไรมากกว่านั้น เอามาคุยกันเล่นๆผ่านเวที่นี้ไม่ได้เอาเข้าสภานอีกทีครับกรอบมันเริ่มชัดแล้ว???

ส่วนกรณีพื้นที่ที่เขมรเข้าไปส

ส่วนกรณีพื้นที่ที่เขมรเข้าไปสร้างสิ่งปลูกสร้างและเอาคนเข้าไปอยู่ผิดข้อตกลง MOUที่พธม.เสนอให้ ใช้กำลังทหารผลักด้นออกมา(หมายถึงสงครามชายแดน) แล้วมีแนวโน้มว่ารบ.มาร์ครับมุกมาก(ซึงอันตรายมากในหลายเรื่องว่ามันจะเข้าทางเขมร)

ส่วนตัวผมไม่เห็นด้วยกับท่าที่ตรงนี้อย่างเด็ดขาด? จนได้แซวแรงๆว่าถ้าเชื่อคนบ้าถือไฟ(หมายถึงลำลอง ศรีธัญญา กับเจ้าลิทธิ(สนธิ) ศรีมหาโพธิ์คู่หูดูโอ้) ก็ได้มีหวังทำสงครามกับเขมรจนแต่งกลอนให้เป็นเกี่ยรติ

ผมเห็นว่า ท่าที่ที่มาร์คเสนอคือใช้การทูตนำแบบเดิมๆมันก็จะออกมาเดิมๆคือเขมรเฉย ดังนั้นการยืนยันอธิปไตยที่นอกจากการเอาทหารเข้าไปผลักดัน มันก็ยังมีการยืนยันอธิปไตยในแบบอื่นๆ เช่น

เข้าไปออกพาสปอร์ต ตรวจสอบ แบบต.ม.โดยมีกำลังทหารยืนคุม(แต่ขั้นตอนแบบนี้จะต้องทำหลังการเจรจา ในกรอบการเจรจาที่ชัดเจนกว่าเดิม ไม่ใช่แบบที่เคยทำมาแล้ว) เช่นตัวเราเองยังไม่แน่ใจในพื้นที่ตรงนั้นแบบไหน?

อย่างกรณีที่นพดลหรือรบ.ชุดก่อนๆ ไปเข้าใจจนสร้างความสับสนของคนพื้นที่,ข้าราชการ, ผู้ปฎิบัติตามแนวชายแดน ด้วยความกล้าๆกลัวๆว่ามันอะไรกันแน่?

แม้แต่ส.สพื้นที่ ที่นามสกุล เครือรัตน์(จังหวัดพ่อผมแท้ๆผมยังจำชื่อส.สคนนั้นไม่ได้ที่หน้าแหลมๆแต่จำคร่าวๆว่าเป้นนามสกุลสส.พื้นที่เก่าบังเอิญผมออกมาจากพื้นที่นั้นนานตั้งแต่เด็กจึงไม่ค่อยได้รู้จักสส.พื้นที่นั้น) กับการที่แสดงท่าทีในการออกทีวีสองวันก่อน นั้นคือสะท้อนความคิดความเชื่อจากคนไทย คนพื้นที่(แม้จะเป็นคนศรีสะเกษคนที่ต้องเข้าใจพื้นที่ดูแลพื้นที่ ยังเข้าใจผิดๆแบบนั้น)

จนถึงคนพื้นที่ระดับคนในหมู่บ้าน เช่นภูซารอล ยังไม่แน่ใจว่าตรงนั้นของใคร เพราะท่าที่ที่สับสนกับเขา ด้วย นั้นล่ะครับมันจะนำไปสู่วิธีการปฎิบัติไม่ไม่ถูกต้องหลายๆเรื่อง(โดยเฉพาะมาตรการที่เป็นระบบในการผลักดันคนเขขมร ด้วยชุดความเชื่อแบบใด)

จนเป็นที่มาของการบุกรุกเข้ามาอย่างที่เราไม่กล้าทำอะไรกดดันอย่างไร เพราะเขาก็เข้าใจว่าเรายังผ่านให้? คนพื้นที่เองที่เป็นเจ้าของพื้นที่จากฝั่งไทยยังเข้าไปไม่ได้? เพราะชุดความเชื่อของคนในพื้นที่ ระดับ ผู้แทนยังเข้าใจแบบนั้น?

ใครอยากรู้ว่าคิดแบบไหน ทั้งส.สพื้นที่ อ.นักวิชาการที่เชิญมาในรายการทีวีวันนั้น(ผมจำช่องไม่ได้ แต่ตอนดึกๆ)เป็นคนศรีษะเกษเองด้วยชื่ออะไรผมจำไม่ได้ ยังเข้าใจ ผิดๆแบบนั้น จนถึงแม้แต่รบ..ก่อนหน้านั้น ที่เกี่ยวข้องโดยตรง"นพดล" ยังเข้าใจเรื่องแผนที่ชั่วคราวของทหารในพระวิหารที่ทำขึ้นตอนนั้นว่าคือเส้นเขตแดนหรือของเขมรโดยอ้างว่ากรมแผนที่ทหารทำจากฝั่งเราไปสร้างความสับสนกับเราเอง?

ที่มันสะท้อนอะไรรู้ไหมครับ? เอกภาพของการที่จะรักษา ป้องกันสิทธิในดินแดนของตัวเองตรงไหนยังไม่รู้เลย แม้จะเป็นคนระดับรบ.ไทยหรือตัวแทนรบ.ไทย ล่าสุด แม้แต่มาร์คเองยังพึ่งจะพูดได้เต็มปากก็วันนี้เอง? ว่าตรงนั้นคือที่ของไทย?

นี่ไงครับคือที่มาที่เราปล่อยเขมรขึ้นมาได้เพราะทรรศนคติจากฝั่งไทยไปเข้าใจไม่ถูกต้อง? ดังนั้นการผลักดัน จึงต้องเริ่มต้นที่ ความเข้าใจที่ถูกต้องมันจะนำไปสู่เอกภาพในการคัดค้านไปหามาตรการการผลักดันเขมรอย่างเป็นระบบ เอง?(ยังไม่ต้องถึงขั้นใช้การทหารนำจนกว่าจะเป็นมาตรการสุดท้ายจริงๆที่มากว่าทางการทูตที่มาร์คชูแล้วหลุดจากนั้นก็คือสงคราม ผมว่ามันฟ้องอะไร???เยอะว่ามาตรฐานคนไทยเราแบบไหน?มันถึงได้ทื่อๆซื่อบรื่อแบบนั้น)

อย่าพึ่งไปคิดถึงกำลังทหาร นั้นคือกรอบการเจรจาที่เรากล้าพูดได้เต็มปากกับเขมรก่อน ตรงนี้สำคัญมาก? ถ้าเรากล้ายืนยัน เขมรต้องยอมปรับท่าทีแน่ๆเพราะเขาไม่น่าจะอยากทำสงครามกับไทย?ถ้าท่าที่เราชัดเจนแบบนั้น และบนความเข้าใจตรงกันที่ถูกต้องแล้ว(ผมเชื่อว่าเขาจะยอมถอยเพราะ มันจะมีมาตรการอื่นตามมาเป็นชุดๆที่ ไม่ใช่ชุดซื่อบรื่อแบบเดิมๆ)คือประท้วงลมแล้งๆ

แบบที่แล้วมา แม้เราจะร้องไปยังเขมรเรื่องที่เขมรละเมิดข้อตกลงไป แต่แย้งแบบกล้าๆกลัวๆไม่แน่ใจ(ดูจากพฤติกรรมการยอมถอนทั้งทหารทั้งผู้คนลงมาเปิดทางให้เขมรเข้าพื้นที่เต็มพื้นที่ เพราะเราก็ไม่แน่ใจมาจากข้างบนคือระดับนโยบาย)

แต่ตอนนี้เป็นความเข้าใจตรงกันแล้ว ที่จะนำไปสู่การผลักดันที่เป็นระบบ ตรงนี้ไงครับคือการเลี่ยงการรบกัน หรือถ้าจะกดดันกว่านั้น ก็คือ การดำเนินการต่อคนที่เข้าไปอยู่ในพื้นที่ด้วยมาตรการแบบตม.(หรือตรวจคนเข้ามเมืองต่อคนเขมรที่คนที่อยู่ในพื้นทีทัยบซ้อนนั้น ๆเพื่อยืนยันว่านี่คือที่ของเรา)

ตรงนี้ส่งสัญานแบบเข้ม ว่า ถ้าเขมรยังดื้ออีก กำลังทหารคือมาตรการสุดท้าย? นี่ไงครับสำคัญที่สุดคือการปรับความเข้าใจที่ถูกต้องให้คนไทยก่อนว่าคืออะไร มันจึงจะสร้างเอกภาพในทิศทางได้???

อ้าว! กระทู้ข่าวของนังพวง

อ้าว! กระทู้ข่าวของนังพวง Out แล้วรึ?

ไม่เป็นไร!

แค่จะมาบอกว่าเหล่าตะกวดเรนเจอร์ได้ศึกษาวิธีการประท้วงโดยชุมนุมโดยสันติ ปราศจากอาวุธ และปราศจากความรุนแรงแล้วใช่หรือไม่?

เป็นอย่างไร ต่างกันมากนะ ระหว่างการชุมนุมของไพร่และผู้ก่อการร้ายเผาห้างฯ เผาโรงหนัง และ เผาเมือง กับ การชุมนุมของมวลชนผู้รู้สำนึกหน้าที่แห่งประชาชนผู้รักชาติ ดูมุมไหน องศาใด ระยะเท่าไร ต่างกันราวไพร่กับผู้ดีจริงๆ อิอิอิ

มีเรื่องจะเลา! เช้าวันนั้น ชาว พธม. ก็มีแก่ใจไปสนับสนุนร้านอาหารรอบๆ สนามไทย - ญี่ปุ่น โดยรับรู้ด้วยว่าเป็นพวกหางแดง สำนึกบุญคุณกันไว้นะว่า พธม. เคยไปสนับสนุนพวกหางแดงแถบดินแดงมาแล้วครั้งหนึ่ง (ฮิฮิ)

http://www.manager.co.th/Dail

http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9530000109235

บทสัมภาษณ์ อัษฎา ชัยนาม ที่ยกมาให้ดูนี้ ถึงแม้จะพาดหัวได้คลั่งชาติมาก แต่เนื้อหาอธิบายบทบาทคณะทำงานของฝ่ายไทยที่บราซิลได้อย่างกระชับชัดเจน

สุวิทย์ คุณกิตินั้น แค่เป็นนัการเมืองที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าคณะ แกไม่ได้ปะสีปะสาอะไรกับขั้นตอนรายละเอียดและเทคนิคทางการทูตในการเจรจา และเทคนิคการล็อบบี้ก่อนเจรจาหรอกครับ อัษฐาอธิบายแทบทุกปัญหาที่สงสัยกันในบทสัมภาษณ์นี้แล้ว

ถ้าผมเองเป็นคนเลือกหัวหน้าคณะผู้เจรจาในขั้นตอนต่อไปเรื่องมรดกโลก ถ๊งจะชื่อขึ้นต้นด้วย อ.อ่าง เหมือนกัน ผมคงเลือก อัษฎา ไม่ใช่ อะตอม ครับ

แม้ว่าจะเชื่อได้ว่า รักชาติสนิทใจ ด้วยกันทั้งคู่.........

นักการทูตนักเจรจาชั้นเซียนนั้น ประเมินคู่ต่อสู้และฝ่ายตนเองไว้ตลอดเวลา และจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาจุดเด่นจุดพลาดทั้งฝ่ายตนและฝ่ายตรงข้ามที่เกิดขึ้นในการเจรจาครั้งก่อนเก่าในอดีต อย่างไรก็ตาม เขาจะต้องสำเหนียกว่า ปัญหาต่างๆที่กืดขึ้นรวมถึงข้อขัดแย้งและกรณีพิพาทนั้น สามารถไกล่เกลี่ยกันได้ ด้วย...การเจรจาที่จะเกิดขึ้นในปัจจุบันและในอนาคตข้างหน้า ไม่ใช่การถอยหลังไปพูดถึงแต่ความผิดพลาดในอดีตของแต่ละฝ่าย.......

อิ อิ อิ ถึงถ้าจะรบกับเชมรตอนนี้ ผมก็เลือก อ..อนุพงศ์อีกนั้นแหละ แกใจเย๊นดี มวยหมัดหนัก ไม่บุ่มบ่ามออกอาวุธบังอาวุธได้แนบเนียนสวยงาม.........

บางกอก

บางกอก wrote:
http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9530000109235

บทสัมภาษณ์ อัษฎา ชัยนาม ที่ยกมาให้ดูนี้ ถึงแม้จะพาดหัวได้คลั่งชาติมาก แต่เนื้อหาอธิบายบทบาทคณะทำงานของฝ่ายไทยที่บราซิลได้อย่างกระชับชัดเจน

สุวิทย์ คุณกิตินั้น แค่เป็นนัการเมืองที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าคณะ แกไม่ได้ปะสีปะสาอะไรกับขั้นตอนรายละเอียดและเทคนิคทางการทูตในการเจรจา และเทคนิคการล็อบบี้ก่อนเจรจาหรอกครับ อัษฐาอธิบายแทบทุกปัญหาที่สงสัยกันในบทสัมภาษณ์นี้แล้ว

ถ้าผมเองเป็นคนเลือกหัวหน้าคณะผู้เจรจาในขั้นตอนต่อไปเรื่องมรดกโลก ถ๊งจะชื่อขึ้นต้นด้วย อ.อ่าง เหมือนกัน ผมคงเลือก อัษฎา ไม่ใช่ อะตอม ครับ

แม้ว่าจะเชื่อได้ว่า รักชาติสนิทใจ ด้วยกันทั้งคู่.........

นักการทูตนักเจรจาชั้นเซียนนั้น ประเมินคู่ต่อสู้และฝ่ายตนเองไว้ตลอดเวลา และจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาจุดเด่นจุดพลาดทั้งฝ่ายตนและฝ่ายตรงข้ามที่เกิดขึ้นในการเจรจาครั้งก่อนเก่าในอดีต อย่างไรก็ตาม เขาจะต้องสำเหนียกว่า ปัญหาต่างๆที่กืดขึ้นรวมถึงข้อขัดแย้งและกรณีพิพาทนั้น สามารถไกล่เกลี่ยกันได้ ด้วย...การเจรจาที่จะเกิดขึ้นในปัจจุบันและในอนาคตข้างหน้า ไม่ใช่การถอยหลังไปพูดถึงแต่ความผิดพลาดในอดีตของแต่ละฝ่าย.......

อิ อิ อิ ถึงถ้าจะรบกับเชมรตอนนี้ ผมก็เลือก อ..อนุพงศ์อีกนั้นแหละ แกใจเย๊นดี มวยหมัดหนัก ไม่บุ่มบ่ามออกอาวุธบังอาวุธได้แนบเนียนสวยงาม.........

แต่น่าเสียดาย อ. อนุพงศ์ อยู่ได้แค่กันยายนนี้ น่ะสิคุณบางกอก

แล้วถ้าหลงเชื่อแต่ อ. อนุพงศ์ ก็ดูผลงานของ อ. อนุพงศ์ ตอน ปราบแดงภาค 53 เทียบกับ ซ. ทรงกิตติ ตอน ปราบแดงภาค 52 แล้ว ผมว่า อ. อนุพงศ์ ไม่มีราคาเลยนะครับ

ซ. ทรงกิตติ ปราบแดงได้ภายใน 2 วัน ไม่มีพวกหางแดงตายซักคน ยกเว้นชาวบ้านตลาดนางเลิ้ง (แต่ถ้าคุณบางกอกมาเถียงว่ามีคนเสื้อแดงตาย สงสัยต้องประเมินคุณบางกอกใหม่แล้วทีนี้ อิอิอิ) อ. อนุพงศ์ กว่าจะปราบหางแดงได้ลากยาวมาตั้ง ห้า หก สิบวัน แถมคนตายเพียบ (ทั้งๆ ที่นายกฯ ก็ พยาย๊าม พยายาม สร้างภาพอยู่นั่นแล้วว่าไม่อยากใช้ความรุนแรง สุดท้ายไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้นเลย เพราะมีแต่บ้านเมืองถูกเผา ยอดจริงๆ สมราคา Oxฝืด ฮิฮิฮิ)

ลิเกกู้ชาติก็ได้ลาโรงไปเรียบร

ลิเกกู้ชาติก็ได้ลาโรงไปเรียบร้อยโรงเรียนอภิสิทธิ์แล้ว เรื่องต่อปากต่อคำกับเด็กอ๊อกซ์ฟอร์ดนับเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดอย่างมหันต์ของพันธมิตร เห็นได้จากการซักค้านมติห้าข้อที่สุวิทย์ไปเซ็นนั้น ดูจะถูไปถูมา ไม่ได้ทำให้รัฐบาลบาดเจ็บเลยสักนิด จึงต้องแถไปเรื่อง ยกเลิกMOU 2543

ยกเลิกMOUแล้วจะเกิดอะไรขึ้น? ผลงานการเจรจาปักปันเขตแดนที่ทำมาสิบปี หลายร้อยกิโลเมตรก็จะมลายกลายเป็นอากาศธาตุ ข้อพิพาทก็จะเป็นข้อพิพาทเหมือนเดิม

ส่วนที่อ้างว่าจะเจรจากับเขมรบนพื้นฐานของสนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศสเท่านั้น เขมรเขาจะยอมเจรจาด้วยหรือครับ ถ้าเขาไม่ยอมเจรจา จะมีอะไรจูงใจให้เขายอมเจรจาด้วย ใช้กำลังบังคับเขาหรือครับท่านพันธมิตรใหญ่ผู้รักชาติสุดแสน? ถ้าไม่มีการเจรจาแล้วเกิดเหตุพิพาทที่ชายแดน มิต้องใช้กำลังทหารเข้าปะทะกันหรือ? สนามการค้าที่น้าชาติอุตส่าห์ทำก็กลับไปเป็นสนามรบอีก?

พฤติกรรมแบบนี้เรียกว่ารักชาติ? ที่โรงเรียนที่ผมเรียนหนังสือมาเขาเรียกพฤติกรรมแบบนี้ว่า Chauvinism ไม่ไช่Nationalism และห่างไกลจากคำว่า Patriotismมากหลายไมล์ทะเล

พฤติกรรมของพันธมิตรงวดนี้ ทำให้หลวงวิจิตรวาทการดูเป็นคนมีเหตุมีผลขึ้นมาทันตาเลยเชียว ถ้าต้องเลือกผมขออยู่กับคนอย่างหลวงวิจิตรฯยังจะดีเสียกว่า อย่างน้อยท่านก็ยังไม่radical ไม่ขาดสติ เหมือนพันธมิตรตอนนี้

คำว่า"คนบ้าถือคบไฟ"ของคุณอะตอมดูจะไม่อธิบายปรากฏการณ์นี้ แบบนี้เขาเรียกว่า"suicidal nuclear bomb" หรือคนบ้าอุ้มระเบิดนิวเคลียร์วิ่งไปทั่วเมือง ใครรักใครชอบก็อย่าลืมไปเลือกเป็น สก. , สข. ปลายเดือนนี้นะครับ จะได้สิ้นชาติเร็วๆหน่อย จะได้ฉิบหายเห็นทันตาชาตินี้

doctor J

doctor J wrote:
ลิเกกู้ชาติก็ได้ลาโรงไปเรียบร้อยโรงเรียนอภิสิทธิ์แล้ว เรื่องต่อปากต่อคำกับเด็กอ๊อกซ์ฟอร์ดนับเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดอย่างมหันต์ของพันธมิตร เห็นได้จากการซักค้านมติห้าข้อที่สุวิทย์ไปเซ็นนั้น ดูจะถูไปถูมา ไม่ได้ทำให้รัฐบาลบาดเจ็บเลยสักนิด จึงต้องแถไปเรื่อง ยกเลิกMOU 2543

ยกเลิกMOUแล้วจะเกิดอะไรขึ้น? ผลงานการเจรจาปักปันเขตแดนที่ทำมาสิบปี หลายร้อยกิโลเมตรก็จะมลายกลายเป็นอากาศธาตุ ข้อพิพาทก็จะเป็นข้อพิพาทเหมือนเดิม

ส่วนที่อ้างว่าจะเจรจากับเขมรบนพื้นฐานของสนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศสเท่านั้น เขมรเขาจะยอมเจรจาด้วยหรือครับ ถ้าเขาไม่ยอมเจรจา จะมีอะไรจูงใจให้เขายอมเจรจาด้วย ใช้กำลังบังคับเขาหรือครับท่านพันธมิตรใหญ่ผู้รักชาติสุดแสน? ถ้าไม่มีการเจรจาแล้วเกิดเหตุพิพาทที่ชายแดน มิต้องใช้กำลังทหารเข้าปะทะกันหรือ? สนามการค้าที่น้าชาติอุตส่าห์ทำก็กลับไปเป็นสนามรบอีก?

พฤติกรรมแบบนี้เรียกว่ารักชาติ? ที่โรงเรียนที่ผมเรียนหนังสือมาเขาเรียกพฤติกรรมแบบนี้ว่า Chauvinism ไม่ไช่Nationalism และห่างไกลจากคำว่า Patriotismมากหลายไมล์ทะเล

พฤติกรรมของพันธมิตรงวดนี้ ทำให้หลวงวิจิตรวาทการดูเป็นคนมีเหตุมีผลขึ้นมาทันตาเลยเชียว ถ้าต้องเลือกผมขออยู่กับคนอย่างหลวงวิจิตรฯยังจะดีเสียกว่า อย่างน้อยท่านก็ยังไม่radical ไม่ขาดสติ เหมือนพันธมิตรตอนนี้

คำว่า"คนบ้าถือคบไฟ"ของคุณอะตอมดูจะไม่อธิบายปรากฏการณ์นี้ แบบนี้เขาเรียกว่า"suicidal nuclear bomb" หรือคนบ้าอุ้มระเบิดนิวเคลียร์วิ่งไปทั่วเมือง ใครรักใครชอบก็อย่าลืมไปเลือกเป็น สก. , สข. ปลายเดือนนี้นะครับ จะได้สิ้นชาติเร็วๆหน่อย จะได้ฉิบหายเห็นทันตาชาตินี้

อ้าว! เห็นหดหัวไปเสียหลายวัน นึกว่าตายห่าไปแล้วนะนี่ แล้วอย่ามาแอบอ้างนะว่าที่หายไปเนี่ย! ไปทำธุระแถว ไทย - ญี่ปุ่น หรือ แถวๆ ทำเนียบ เพราะหนังหน้าอย่างอีด๊อก J คงไม่มีความกล้าขนาดนั้นดอก จริงมะ! อิอิอิ

เออ! แล้วอยากรู้ว่าอีด๊อก อย่างคุณเรียนจบจากที่ไหนหรือ? ถึงมีความคิดวิตถารว่าชาติตัวเองๆ ไม่ได้ดีที่สุด แหม! เป็นสถานศึกษาที่บ่มเพาะเยาวชนให้เติบโตมาเป็นคน ทรยศชาติ เนรคุณเผ่าพันธุ์ ได้สมค่าเจงๆ นะ

แล้วลองปุจฉาเล่นๆ นะ ถ้าเราไปถามคน เซียรา เลโอน ว่าชาติใดดีที่สุด ผมว่าคนเซียรา เลโอน ที่อยู่ในประเทศที่อยู่ในฐานะ Fail State อันดับต้นๆ ของโลก ก็คงมีความองอาจภาคภูมิในเชื้อชาติของตน ต้องตอบว่าประเทศของเขาน่ะซี่ ดีที่สุดในโลก!

แต่ผู้สูงส่งประชาไทกลับคิดว่าการคิดแบบนี้เป็นสิ่งพึงรังเกียจ

ไม่แปลกใจ! แล้วว่าทำไมลูกศิษย์โค่ดเหง้าสถานศึกษาเยี่ยงนี้ จึงมีคุณลักษณะอันเลวโค่ดแบบ เนรคุณชาติ ขายชาติ แถมดูหมิ่นชนชาติตนเองสุดๆ อีกตะหาก เห็นพื้นเพการศึกษาของเธอแล้วนะอีด๊อก ไม่แปลกใจจริงๆ กับตัวตนภายใต้หนังตะกวดของเธอ (ฮา)

ทุด! เป็นพวกสารเลวได้ทุกกาลอากาศจริงๆ นะนังด๊อก! (ฮา! อีกทีดิ๊ อิอิอิ)

และเพื่อรักษาธรรมเนียมการประจาน เอ๊ย! ประกาศความเลวเด่นของเธอ จึงปิดท้ายด้วย ม็อตโต้ อันแสนฮาของเธอ ว่า

ขอสั่งให้นังดอก J จงตอบคำถามนี้โดยสังเขป เมื่อเธอมีความกล้าพอ (อิอิ)

1. เมื่อก่อนทุกครั้งที่ พธม. กล่าวว่าสาวกประชาไทคือพวกล้มเจ้า แล้วเธอจะด่ากลับ พธม.ทุกครั้งเป็นพวกหากินกับเจ้า สาวกประชาไททุกคนก็รักเจ้าเหมือน พธม. แต่ทุกวันนี้เมื่อกล่าวถึงสถาบันฯ การกล่าวว่า ผู้อยู่เบื้องหลังจะไม่ยั่งยืนอย่างนี้ตลอดไป บ้าง หรือจาบจ้วงว่า มีมือที่อยู่เบื้องหลังการเมืองที่ผม (หมายถึงมึงน่ะแหละ) ไม่กล้ากล่าวถึงบ้าง นี่เท่ากับประกาศตัวแล้วว่าไม่ได้จงรักภักดีจริง หรือเท่ากับเธอกลืนเสลดที่ตนเองถ่มทิ้งเจ้าแห้งกรังไปแล้ว ใช่หรือไม่?

2. การที่เธอผู้สูงศักดิ์เถียงฉอดๆ ว่า I Pad และ พธม. โง่ ไม่รู้เรื่อง ตุลาการภิวัฒน์เลย ตุลาการภิวัฒน์คือการที่ศาลรักษาสิทธิมนุษยชนของคนกลุ่มน้อยและสิ่งแวดล้อมเท่านั้น ตุลาการภิวัฒน์ในประเทศพัฒนา ศาลเขาไม่ได้แทรกแซงการเมืองเหมือนในประเทศไทย แต่ล่าสุดจากวิกิพีเดีย ได้ให้คำนิยามว่า "ตุลาการภิวัฒน์ (Judicail Activism) คือการที่ศษลได้ทำการตรวจสอบอำนาจอธิปไตยอีก 2 ฝ่ายที่เหลือ คือ ฝ่ายบริหาร และ ฝ่ายนิติบัญญัติ โดยเข้มข้นเกินกว่าที่ยัญญัติไว้ตาม กม. เพื่อเป็นการตรวจสอบการใช้อำนาจอธิปไตย" เช่นนี้แล้ว นี่คือ เรื่องที่ 2 ใช่หรือไม่ ที่เธอผู้สูง ซะ - ง่า นังดอก J ตกท่อดังพลั่ก อิอิอิ

3. การที่ริอ่านระบุว่า Fact เขมรไม่ได้บรรยายฟ้องไทยกรณีปราสาทพระวิหารเรื่องอาณาเขต ศาลโลกจึงไม่ตัดสินเรื่องอาณาเขตยกให้แต่ตัวปราสาทอย่างเดียว แต่จากหลักฐานทั้ง ปฐมภูมิ (เอกสารการพิจารณาของศาลโลก) ทุติยภูมิ (จาก รศ. สมปอง สุจริตกุล) และ ตติยะภูมิ (I Pad ว่าเอง อิ๊อิ๊อิ๊) กลับกลายเป็นว่าในคำฟ้องเขมรมีแต่การอ้างเรื่องอาณาเขตและแผนที่ให้เปรอะไปหมด แถมยังมีคำขอให้พิจารณาทั้งสถานะและความถูกต้องของแผนที่ Annex 1 ด้วยซ้ำ ตกลงนี่คืออาการตกท่อดัง แอ้ก! (จุก เสียด อิ๊อิ๊อิ๊) ของ เธอผู้สูงเสี่ยว เอ๊ย! ส่ง อีกครั้งหรือไม่

โปรดสังเกตุ เมื่อใดที่ I Pad เจอ นังดอก J ของแท้ต้องมี 3 คำถามนี้ปิดท้ายเสมอ เหมอ เหมอ เหมอ เหมอ (Echo น่ะ!)

ปล.1 จำนวน คำถามอาจเพิ่มขึ้นได้ตามอาการ J ที่เธอปล่อยกระบือออกจากคอกเพิ่มขึ้นหรือไม่ โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า นิ!

ปล.2 ไม่ใช่การเพิ่มคำถามสำหรับบ๊อกซ์นี้ แต่ ปล.2 สำหรับบ๊อกซ์นี้เป็นการ เน้น (Emphasis) ย้ำย้ำ! (ม่ใช่ ยำยำ นะ อิอิอิ)

สำหรับอีนังด๊อก J หัวเหน่าประชาไทชั้นแนวหน้า (แต่หลุดควายประจำ (ฮา)) เมื่อเรามองเห็นการแสดงอาการหมิ่นแคลนเชื้อชาติตนเองของอีนังด๊อก ตัวนี้แล้ว เราก็ยิ่งมั่นใจได้ตามข้อ 1. ของม็อตโต้ว่า นังด๊อก J (หนังกลับ) ตัวนี้ที่ในอดีตชอบจีบปากจีบคอเถียง พธม. ที่กล่าวหาว่าพวกเธอเป็นพวกคิดล้มเจ้า แต่เนื้อในแท้ๆ (ที่โค่ดเน่า) ของเธอก็คือพวกทรยศคิดคดชาติ เพราะแม้แต่เชื้อชาติของตนเอง เธอยังดูหมิ่นว่าไม่ใช่ชนชาติที่ดีเลิศ

ก็ลงว่าแม้แต่เชื้อชาติเผ่าพันธุ์ของพ่อแม่มันเอง มันยังคิดว่าไม่ได้ดีเลิสแล้ว หรือใครที่หลงคิดว่าเชื้อชาติพ่อแม่ตัวเองดีที่สุดแล้ว คนแบบนี้ก็ไม่แปลกที่ต้องเป็นพวกคิดคดทรยศชาติ ทรยศสถาบันฯ ทุกสถาบันฯ ของชาติตนที่เป็นหลักยึดเหนี่ยวสำคัญให้ชาติของตนคงอยู่ได้

คนแบบนี้ต่อให้ไปเกิดอยู่ในอเมริกา ก็ต้องกล่าวหาและคิดล้มล้างรัฐธรรมนูญ เพราะพวกนี้คิดอยาก้มล้างสถาบันฯ ชาติ ของตนร่ำไป เท่านั้นเอง

ที่ I Pad ว่ามา นังด๊อก คิดจะเถียงหรือไม่? แต่คิดว่าคงไม่ เพราะเธอไม่มีมโนธรรมพอที่จะทำ นะ ผมว่า!

แล้วเปลี่ยนสีทำไมนี่ สีแดงดิ้ ดูเด่นกว่า อ่านง่ายกว่า ทำเป็นเปลี่ยนเฉดสีไปเรื่อยๆ ระวังจะไปโพสต์เป็นสีน้ำเงินเข้าละ คงบาดใจตายเลยนะ อิอิอิ

อ้อ! แล้วไม่ แฮ่ๆ แล้วหรือ เลิกเป็น Kennel แล้วเหรอ? น้อง K 9 (ฮา)

ก่อนไปนอน ลบ คห. ของ I Pad

ก่อนไปนอน

ลบ คห. ของ I Pad พอเข้าใจ และยอมรับได้ เพราะใครๆ ก้ออออ..... รู้สันดานนังนุช ไอ้เว็จ ดีอยู่แล้ว

แต่ลบ คห. ของ คุณบางกอก ด้วยนั้น มีเหตุผลอะไรหรือ?

ม่ายข้าวจึยยยยย

555ครับคุณบางกอกและdoctor J

555ครับคุณบางกอกและdoctor J ก้าบผมเข้าใจแล้วก้าบที่ไม่เลือกผมเพราะกลัวว่า อีนังเนสโก้จังกับไอ้ICC มันจะได้มาคลานป๊อกๆฉี่ที่สันเขามออีแดง เพื่อพิสูจน์ทฤษฎีสันปันน้ำ หรือสันเขามันต่างจากแผนที่มิติเดียวของฝรั่งเศษอย่างไร? แล้วตัวไหน?มันจะมีความสามารถพิเศษฉี่ข้ามเขาได้(ตอนทดลองคลานป๊อกฉี่อย่างที่ผมจะแนะนำมัน)

แล้วถ้าตัวไหนฉี่ข้ามเขาได้ นั้นล่ะมันจึงจะมาบริหารจัดการ จั่งซี่จังซั่น ชี้โน้นชี้นั่ง(โดยไม่ต้องเอากำปั้นยัดปากมัน) หรือเป็นห่วงไปถึงไอ้น้องเหม็ร,ICC,นังเนสโก้จังยังสาระแนไม่รู้จักMOU กลัวผมบ้องหูมันรับกัน แล้วเขกกะบาล ด้วยใบเซ็นต์สัญญาMOU แล้วกางให้มันดูสิว่านี่อะไร?ใช่ไหม? แล้วนี่ลายมือตัวไหน?มันเซ็นต์ไว้ อธิปไตยไทยใครมันจะมาจังซี่จังซันชี้โน้นชี้นั้นก็เอากำปั้นยักปากมัน

หรือจะเอาแบบชัดแบบบรรรจงเต็มบรรทัดดอกไม้(บ้องหู)ด้วยสไนน์เปอร์ แบบที่รบ.มาร์คถนัดยัดให้เสื้อแดง ผมก็มีให้? เงื่อนไขเพียงแค่ว่าถ้ามันมาละเมิดอธิปไตยไทยแบบไม่ขออนุญาติเราก่อน?

หรือไอ้น้องเหม็รมันจะลากขึ้นศาลพระภูมิโรคอีกที่ ยิ่งดีใหญ่ มันเจอสันขวานทองลับคมๆผมแน่? มันไม่เก็ตใช่ไหม? สันปันน้ำ หรือสันเขามออีแดงมันต่างจากแผนที่เก้ของฝรั่งเศษที่มีแค่มิติกว้างคูณยาวมันเป็นจังได๋?

เดี๋ยวผมจะเอาสันขวานทองของไทยนี่ล่ะลับคมๆจามหน้าหน้ามัน ให้มันรู้สะบ้างว่าสันเขากับสันขวานมันต่างกันอย่างไร?

ผมเตรียมไว้แล้วลับคมๆไว้ แล้วท่าไม้ตาย ของนักมวยที่ผมจะไปในนาม"ขวานทอง ม่องแน่เหม็ร"???

ทั้งท่า "หักงวงอัยการศาลโลก"ประยุกต์จากมวยไทยท่า"หักงวงอัยรา" (มันบอกว่าหมดอายุความใช่ไหม?จึงไม่ผ่านตั้งแต่ชั้นอัยการใช่ไหม? นี่ไงเรื่องไหม?ตอนนี้4.6และอีกหลายที่กำลังจะตามมาเพราะพวกมึงศาลพระภูมิโรคไม่ใช่เหรอ?ไปวางทุนระเบิดทางชายแดนไว้กับคำตัดสินสั่วๆแบบนั้น)

และท่าไม้ตาย"หนุมารถวายแผน"(จากของเดิมหนุมารถวายแหวน) แผนที่เก้หรือโฉนดเก้ที่ศาลพระภูมิโรคไปรับรองไว้หรือรับรองการต่อเติมผิดแบบไว้จนถึงเขียนพินัยกรรมใหม่ให้เหม็รอย่างไร?

และท่าไม้ตายสุดท้าย"ศาลพระโคนั่งแท่น" แท่นบัลลังก์มันกระจายแน่ๆ ถ้าเจอ สันขวานทองที่ลับคมๆจากพระยาแถนแดนสยาม ถ้าไม่แยกไม่ออกว่าสันเขากับสันขวานต่างกันอย่างไร? ผมก็จะจัดให้มันเห้นจะจะ ไปพิสูจน์ให้มันเห็นๆจะจะกะตาว่า เวลาสันขวานจามหน้าศาลนั้นน่ะ ? นั้นล่ะคือด้านลึกมันคือะไร? สันปันน้ำมันควรจะอยู่ไหน?เวลาจามลงไปในหัวมัน???

หรืออยู่ดีๆขวานสยามจามลงไปกลางแท่นบัลลังก์ของศาลพระโคนั่งแท่น ที่โง่ให้ฝรั่งเศษจูงเอาเอกสารพยานเท็จ (แผนที่เก้)มาขึ้นศาล ให้มันรู้ไผ่เป็นไผ๋? มันชอบมาสร้างเรื่องแบ่งแยกเขาตีกันมากใช่ไหม? กับคำตัดสินสั่วๆมั่วมาแบบนั้น เพราะมันไม่รู้จักสันเขา หรือสันปันน้ำใช่ไหม เดี่ญวผมจัดให้?

ก็สันขวานนี่ไง?จะพิสูจน์ให้มันดูจะจะ ว่า นอกจากแผนที่กว้างคุณยาวของฝรั่งเศษและเขมรมันเป่ากระหม่อนนิดเดียวก็หลงมนต์มันเสียแล้ว?มาเจอขวานทองนี่เป็นไงจามลงไปในกระหม่อมมัน?

มันจะจะเห็นๆพิสูจน์ได้ว่าสันปันน้ำเป้นอย่างไร?ชัดๆจะจะกว่าแผนที่ฝรั่งเศษไหม? นั้นละมันจะได้รู้เสียทีว่าวิธีการแบ่งหรือตัดสิน สั่วๆมั่วๆมา มันคืออะไร?มันสร้างเงื่อนไขบานปลายอย่างไร? คุณกลัวเขาเจออย่างนี้ใช่ไหมล้า จึงไม่กล้าส่งผมไปในนาม" ขวานทอง ม่องแน่เหม็ร"555

คำชี้แจง

เว็บไซต์ประชาไท ให้บริการพื้นที่แสดงความคิดเห็นต่อข่าวและบทความแบบสาธารณะ ขอความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็นโดยเคารพกฎหมาย, ความเห็นที่แตกต่าง และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น

  • ประชาไทแสดงหมายเลขไอพี* ของผู้โพสต์ประกอบความเห็นเสมอ
  • ประชาไทไม่มีนโยบายกรองข้อความก่อนการแสดงผล
  • อย่างไรก็ตามขอสงวนสิทธิ์ในการปิดการแสดงความเห็นที่ไม่เป็นไปตามกติกาหากตรวจสอบพบภายหลัง

ทั้งนี้ข้อความที่โพสต์จะยังไม่ปรากฎในทันที ซึ่งเป็นข้อจำกัดด้านเทคนิค

จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอบคุณในความร่วมมือ

* หมายเลขไอพีปัจจุบันใช้เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกลับไปที่ข้อมูลการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจระบุไปถึงแหล่งที่มาการโพสต์หรือบุคคลที่โพสต์ได้ นอกจากนี้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน