รายงาน: เปิดชีวิตครอบครัวผู้ต้องหา ผลกระทบจากคดีหมิ่นสถาบัน

อำพล (ขอสงวนนามสกุล) ชายวัย 61 ปี หรือที่คนในครอบครัวและคนอื่นๆ เรียกว่า “อากง” เดินทางมาศาลพร้อม ‘ป้าอุ๊’ ภรรยาและ ‘ปุ้ย’ ลูกสาวคนท้ายๆ ในบรรดาลูก 7 คน รวมถึงทนายความอาสาที่เข้ามาช่วยคดีนี้ เพราะวันนี้เป็นวันที่อัยการส่งคดีฟ้องต่อศาล กรณีที่ลุงอำพลตกเป็นผู้ต้องหาหมิ่นสถาบันด้วยการส่ง SMS ที่มีข้อความดังกล่าวไปยังเลขานุการส่วนตัวนายกรัฐมนตรี

อำพล และภรรยา อาศัยอยู่ย่านสำโรงในห้องเช่าราคาเดือนละ  1,200 บาท โดยอาศัยเงินจากลูกๆ ที่ส่งให้คนละเล็กคนละน้อย เพราะสองลุงป้าไม่ต้องการเป็นภาระกับลูกซึ่งแยกย้ายกันไปมีครอบครัวแล้ว และที่สำคัญ ล้วนแต่หาเช้ากินค่ำกันทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม เขาทั้งคู่ยังมีภาระต้องเลี้ยงดูหลาน 3-4 คน  ซึ่งเป็นผลิตผลที่ลูกบางคนทอดทิ้งไว้อีกด้วย
ส่วน ‘ปุ้ย’ เป็นซิงเกิลมัม แต่สามียังช่วยส่งเสียลูก 2 คน  ปัจจุบันปุ้ยกลายเป็นหัวเรือหลักในการดูแลแม่และดำเนินการเรื่องคดีพ่อ เธอมีอาชีพเป็นคนงานในโรงงานผลิตโฟมแถวบ้าน ได้ค่าจ้างตามค่าแรงขั้นต่ำ ทำงานวันละ 12 ชั่วโมง วันนี้เธอสลับกะกับเพื่อนเพื่อส่งพ่อสูงวัยมารายงานตัวที่ศาลตั้งแต่เช้า และรอจนฟ้าเกือบมืดเพื่อฟังคำสั่งศาลซึ่งไม่ให้ประกันตัวพ่อของเธอ
อากงถูกดีเอสไอบุกจับกุมเมื่อวันที่ 4 ส.ค.53 และถูกควบคุมตัวในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ อยู่ราว 2 เดือน จนได้รับอนุญาตให้ประกันตัวได้ในที่สุด สำหรับชาวบ้านธรรมดาหาเช้ากินค่ำ เรื่องราวของการที่ตำรวจเกือบ 20 นายพร้อมกองทัพนักข่าวบุกเข้าบุกค้นบ้านพักและทำการจับกุมในวันนั้นถือเป็น สิ่งที่กระทบกระเทือนความรู้สึกของภรรยาและหลานๆ อย่างไม่รู้ลืม
“มันเหมือนเราเป็นอาชญกรร้ายแรง เหมือนเราแปลกแยกกับคนอื่น เขาเข้ามาค้นทุกอย่าง ถ่ายรูปทุกอย่าง แม้แต่รูปหลานๆ ตัวเล็กๆ ที่ร้องกันกระจองงอแง มันน่ากลัว อย่าให้เกิดอีกเลย มันจะไม่มีแบบนั้นแล้วใช่มั้ย” ป้าอุ๊เล่าเรื่องไป ถามหาคำตอบไป
พาดหัวข่าววันต่อมาปรากฏข่าวจับกุมลุงอำพล พร้อมระบุว่าเป็นฮาร์ดคอร์เสื้อแดง มันทำให้ครอบครัวตั้งนพกุลหวาดระแวงกับนักข่าวตั้งแต่นั้น เพราะพวกเขายืนยันว่าอากงเป็นเพียงคนแก่ๆ ที่มีอาชีพหลักคือ อยู่บ้านเลี้ยงหลาน และด้วยความที่มีเวลาว่างมากในช่วงกลางวัน แกจึงมักจะเดินทางไปสังเกตการณ์กิจกรรมทางการเมืองหรืองานต่างๆ ที่จัดขึ้นเสมอ
“สมัยเสื้อเหลืองแกก็ไป ตอนในหลวงท่านป่วยช่วงแรกๆ แกก็ไปถวายพระพรที่โรงพยาบาลศิริราช พอมาสมัยเสื้อแดงแกก็ไปดูอีก แต่ยังไงๆ แกก็ต้องกลับมาให้ทันรับหลานกลับจากโรงเรียน” ภรรยาอากงเล่า
อำพลให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และยืนยันว่าตัวเองไม่ใช่ผู้กระทำการ เพราะเพียงจะส่ง sms ยังส่งไม่เป็น เขาเคยกล่าวกับภรรยาว่าอย่างไรก็จะยืนยันเช่นนี้ จะฆ่าจะแกงแกก็ยอม
ป้าอุ๊ยังเล่าถึงความยากลำบากภายหลังอากงถูกจับว่า ทั้งครอบครัวระส่ำระสาย เพราะไม่มีเงินว่าจ้างทนายความ ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป และเป็นห่วงอากงมาก กระทั่งได้เจอกลุ่มทนายอาสาที่เข้าให้ความช่วยเหลือ
แม้คดีความเพิ่งถึงชั้นศาล และยังศาลยังไม่ได้พิพากษา แต่สำหรับคดีเช่นนี้ สังคมไทยพิพากษาแล้วแต่แรก มันทำให้ป๊าอุ๊และหลานๆ ไม่สามารถอาศัยอยู่ห้องเช่าเดิมได้ ต้องหอบข้าวหอบของมานอนแออัดอยู่ที่ห้องเช่าของปุ้ย เพราะแม้แต่หลานตัวเล็กๆ ยังถูกกระแนะกระแหน ด่าว่า จากคนรอบข้าง ลูกชายคนเล็กต้องลาออกจากโรงงานเพราะถูกกดดันจากเรื่องคดีของพ่อ และลูกสาวถูกล้อเลียนในโรงงานว่าเป็นลูกฮาร์ดคอร์
“คนที่เข้าใจก็มี แต่กับคนที่ไม่เข้าใจเขาก็มาทำให้เราเจ็บปวดอยู่เสมอ คดีนี้ถึงที่สุดแล้วต่อให้ไม่ผิด ไม่ติดคุก สังคมก็ตัดสินเราไปแล้ว” ป๊าอุ๊ว่า
เธอกล่าวว่า เธอเชื่อว่าสามีของเธอไม่ได้กระทำการอย่างที่ยืนยัน แต่แม้ถ้าสามีกระทำการอย่างนั้นก็ไม่ควรลงทัณฑ์เลยมาถึงครอบครัว
“เป็นห่วงหลานๆ มากที่สุด ไม่อยากให้พวกเขาต้องลำบาก แค่ลำพังแค่พวกเราคนแก่ไม่เป็นไร เดี๋ยวเราก็ตายกันแล้ว ป้าอยากให้หลานๆ เปลี่ยนนามสกุลใหม่ เขาจะได้ไม่ต้องมีปัญหากับเรื่องแบบนี้ มีชีวิตใหม่” ป้าอุ๊น้ำตาเอ่อ
ในชั้นสอบสวนของตำรวจ หลังอากงติดคุกอยู่ราว 2 เดือน ในที่สุดศาลอุทธรณ์ก็อนุญาตให้ประกันตัวในวันที่ 4 ต.ค.53 โดยให้เหตุผลว่าหลักประกันน่าเชื่อถือ หลังจากก่อนหน้านี้ศาลชั้นต้นให้เหตุผลที่ไม่อนุญาตให้ประกันว่าเป็นคดีร้าย แรงกระทบกระเทือนจิตใจคนไทย เกรงจะหลบหนี อย่างไรก็ตาม การปล่อยก็ทำให้ลุงอำพลได้ออกมารักษาแผลผ่าตัดมะเร็งใต้โคนลิ้นที่กำเริบจน ลิ้นบวมคับปากได้ทันการณ์
จากนั้นวันที่ 18 ม.ค. อัยการจึงมีคำสั่งฟ้องและต้องประกันตัวอีกครั้งในชั้นพิจารณาคดี ทนายความยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ใช้โฉนดที่ดินเป็นหลักประกัน ระหว่างรอคำสั่ง ลุงอำพลถูกคุมตัวไว้ในคุกใต้ถุนศาลไม่ยอมกินข้าวกินปลา เช่นเดียวกับป้าอุ๊ที่แม้อยู่นอกกรงขังก็ไม่ยอมกินข้าวเช่นเดียวกัน รอกว่า 8 ชั่วโมง จึงได้รับทราบคำสั่ง ก่อนที่ลุงอำพลจะถูกนำตัวไปไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ที่เพิ่งจากมาอีกครั้ง
เย็นย่ำ แม่ลูกกระเตงกันขึ้นรถเมล์ไปซื้อของใช้จำเป็นรีบมาฝากให้อากง เสียงป้าอุ๊ที่ปลายสายสั่นเครือ ขณะที่เสียงปุ้ยก็อ่อนแรง แต่เธอต้องรีบจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยเพื่อไปเข้ากะทำงานตอนหนึ่งทุ่ม วันนี้ ออกกะเจ็ดโมงเช้าในวันพรุ่งนี้แล้วรีบพาแม่มายื่นอุทธรณ์ขอประกันตัวอีกครั้ง  

Comments

ย้ำ

ย้ำ กฎหมายนี้ต้องมีการปรับปรุงใหม่ (มันเกินไป) กลายเป็นกฎหมายปิศาจที่ส่วนอื่นของโลกเขาไม่ใช้กัน นอกจากไทยแลนด์แดนสตอนี่และ

แม้แต่ผู้สูงอายุก็ยังไม่ละเว้

แม้แต่ผู้สูงอายุก็ยังไม่ละเว้น ช่างย่ามใจเสียเหลือเกินจริงๆ หวังว่าสักวันวันนั้นคงมาถึง
แต่ไม่รู้จะอยู่ทันได้เห็นหรือไม่นี่สิ

ลุงแกไปฆ่าใครมา ?

ลุงแกไปฆ่าใครมา ? โธ่เอ๋ยประเทศไทย คนดีฯจงจับติดคุกให้หมด ช่างไม่ละอายแก่ใจจริงฯ.

กฎหมายเกี่ยวกับคดีนี้

กฎหมายเกี่ยวกับคดีนี้ ข้าพระพุทธเจ้า เห็นว่าสมควรยกเลิก หลายคราก็เอามากลั่นแกล้งกันทางการเมือง ข้าพระพุทธเจ้าคิดว่าพระอง์ท่านเองก็คงจะทรงไม่สบายพระหฤทัยเหมือนกันที่เอามาใช้กลั่นแกล้งกัน แต่ไม่รู้จะทำฉันใด? เราก็รู้ว่าประชาชนคนไทยจงรักภักดีต่อพระองค์ท่านมากแค่ไหนภายใต้เบื้องธุลีพระบาทปกกล้าปกกระหม่อมให้คนไทยได้อยู่เย็นเป็นสุขฯลฯ ... ล้าหลังมากกฏหมายนี้ ต่างประเทศเขาไม่มีกันใช่ไหม?ยกเลิกเถิด ไหนว่าเป็นประเทศประชาธิปไตย พวกเผด็จการรัฐบาลทุกยุคนี่ มันดู "ทูเรชั่น" จิง จิง ( ทูเรชั่น คำว่า ... "ข้าพระพุทธเจ้า"นี้ ฉันหมายถึง ฉันเป็น" ข้า" ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ดังที่ ท่านพุทธทาสภิกขุ เรียกตัวเองว่า " พุทธทาส"... พวกนักธุรกิจกินเมืองโกงเมืองนี่ และพวกเผด็จการทั้งทางตรงทางอ้อม ฯลฯ อย่าดูถูกปประชาชน และคิดว่าประชาชนไม่รู้ทันพวกเอ็ง ... อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่แย้ว

อ้อขอประทานโทษ

อ้อขอประทานโทษ ข้าพระพุทธเจ้าพิมพ์ ตกหล่นไป... คำว่า "ทูเรชั่นนี้" ข้าฯ บัญญัติศัพท์ขึ้นเอง ข้าฯ เอามาจากคำภาษาปะกิต มาผสมสมาส สนธิ( เหมือนสนธิกำลัง ทหารตำรวจฯลฯ กระชับพื้นที่เข่นฆ่าประชาชนมาทุกยุคนั่นแหละ)

"ทูเรชั่น" ก็หมายถึง "ทุเรศ" นั่นแหละ .... เอ วัง ก้อ มี ด้วย ปะ กา ระ ฉะ นี้ ... พระเจ้า คับ

วันก่อนบังเอิญหยิบ CD

วันก่อนบังเอิญหยิบ CD ตลกฝร่งมิวเตอร์บีน ของลูกสาวมานั่งดูมีอยู่ตอนหนึ่งที่ตัวตลกจะเจาะฝาบ้านเพื่อทำเป็นหน้าต่าง
และเจาะจากด้านนอกของฝาบ้านด้านในฝาบ้านมีรูปภาพห้อยเต็มรวมทั้งรูปเจ้าหญิงไดอาน่าและฟ้าชายชาร์ เลื่อยที่เจาะก็
เจาะไปเรื่อยๆมีดนตรีประกอบสักพักใบเลื่อยมันก็ตัดเอากรอบรูปที่มีเจ้าหญิงไดอาน่าและเจ้าฟ้าชายชาร์ตรงคอพอดีโดยที่
คนเจาะก็ไม่รู้ตัวก็มีเสียงฝร่งหัวเราะขำกัน..ดิฉันมานั่งคิดดูคนเราถ้าไม่ถือยศถือศักดิ์ทุกเรื่องเป็นเรื่องธรรมดาไม่มีสาระหรือ
เอามาเป็นเรื่องคิขาดบาดตายแบบบ้านเราเวลานี้ก็คงจะดีบ้านเมืองเขาถึงพัฒนาจิตใจไปไกลมากเอาหัวสมองไปพัฒนาคน
ให้ก้าวหน้าประเทศถึงเจริญคดีอากงหน้าสงสารมากไม่รู้จะติดต่อช่วยเหลือครอบครัวอากงได้ที่ไหนค่ะ.

ผมมีความเห็นต่าง นายอำพล

ผมมีความเห็นต่าง นายอำพล ตั้งนพกุล ชายวัย 61 ปี ผู้นี้ ไม่ทราบเลยหรือไร ว่ามีกฎหมายนี้อยู่ อายุปูนนี้แล้ว ไม่มีสำนึกรับผิดชอบชั่วดีเลยหรือไร ในการกระทำของตนเอง จะมาอ้างว่าไม่รู้กฎหมายคงไม่ได้ และจะมาโอดครวญทำหอกอะไรกันครับ ถ้าเห็นว่าไม่เป็นธรรมในประเด็นไหน ก็หาช่องทางเรียกร้องโดยวิธีอื่นก็ได้นี่ครับ ไม่เห็นจำเป็นที่จะต้องไปละเมิดกฎหมายเลยผมเห็นว่า มาโอดครวญตอนนี้มันฟังไม่ขึ้นหรอกครับ ก่อนจะทำอะไรควรคิดไตร่ตรองก่อนกระทำ เพราะอายุก็มิใช่น้อยแล้วควรเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเด็ก มิใช่ทำแล้วมาโวยวายอ้างโน่นอ้างนี่ แล้วมาโทษกฎหมายว่าไม่เป็นธรรม มันน่าบ้องหูจริงๆเลย

แทบน้ำตาไหลแน่ะ

แทบน้ำตาไหลแน่ะ ฉากชีวิตน่าเศร้าของเหล่าลิ่วล้อทรราช (แซ่เดียวกับฉันเสียอีกแนะ)

แต่ฉันยืนยันว่า กฎหมายหมิ่นต้องปรับปรุง แต่ไม่ยกเลิก นี่คือประเทศไทย อย่างมาอ้างแบบเอาหัวแม่ตีนคิดว่าถ้าต่างประเทศไม่มีเราต้องไม่มี

บางคนมีคดีหมิ่น ชัด ๆ

บางคนมีคดีหมิ่น ชัด ๆ ยังไม่เห็นทำอะไรได้ หรือคุกเอาใว้ขังคนจน การศึกษาน้อย

ขอทราบที่อยู่ชัดเจน

ขอทราบที่อยู่ชัดเจน ผมพอจะช่วยประทังได้บ้าง

แล้วโทรมานะครับ

089-066-2819/ลุงจุก

ขาประจำ

[quote=ขาประจำ]ผมมีความเห็นต่าง นายอำพล ตั้งนพกุล ชายวัย 61 ปี ผู้นี้ ไม่ทราบเลยหรือไร ว่ามีกฎหมายนี้อยู่ อายุปูนนี้แล้ว ไม่มีสำนึกรับผิดชอบชั่วดีเลยหรือไร ในการกระทำของตนเอง จะมาอ้างว่าไม่รู้กฎหมายคงไม่ได้ และจะมาโอดครวญทำหอกอะไรกันครับ ถ้าเห็นว่าไม่เป็นธรรมในประเด็นไหน ก็หาช่องทางเรียกร้องโดยวิธีอื่นก็ได้นี่ครับ ไม่เห็นจำเป็นที่จะต้องไปละเมิดกฎหมายเลยผมเห็นว่า มาโอดครวญตอนนี้มันฟังไม่ขึ้นหรอกครับ ก่อนจะทำอะไรควรคิดไตร่ตรองก่อนกระทำ เพราะอายุก็มิใช่น้อยแล้วควรเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเด็ก มิใช่ทำแล้วมาโวยวายอ้างโน่นอ้างนี่ แล้วมาโทษกฎหมายว่าไม่เป็นธรรม มันน่าบ้องหูจริงๆเลย[/quote]

มึงได้อ่านรึป่าววะ ว่าเรื่องมันเป็นยังไง มันน่าบ้องหูมึงมากกว่า

ผมมีความเห็นต่าง นายอำพล

ผมมีความเห็นต่าง นายอำพล ตั้งนพกุล ชายวัย 61 ปี ผู้นี้ ไม่ทราบเลยหรือไร ว่ามีกฎหมายนี้อยู่ อายุปูนนี้แล้ว ไม่มีสำนึกรับผิดชอบชั่วดีเลยหรือไร ในการกระทำของตนเอง จะมาอ้างว่าไม่รู้กฎหมายคงไม่ได้ และจะมาโอดครวญทำหอกอะไรกันครับ ถ้าเห็นว่าไม่เป็นธรรมในประเด็นไหน ก็หาช่องทางเรียกร้องโดยวิธีอื่นก็ได้นี่ครับ ไม่เห็นจำเป็นที่จะต้องไปละเมิดกฎหมายเลยผมเห็นว่า มาโอดครวญตอนนี้มันฟังไม่ขึ้นหรอกครับ ก่อนจะทำอะไรควรคิดไตร่ตรองก่อนกระทำ เพราะอายุก็มิใช่น้อยแล้วควรเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเด็ก มิใช่ทำแล้วมาโวยวายอ้างโน่นอ้างนี่ แล้วมาโทษกฎหมายว่าไม่เป็นธรรม มันน่าบ้องหูจริงๆเลย

อยากไปบ้องหูไอ้วีระ ด้วย กรูอายเขมร จะแทรกแผ่นดินอยู่แล้ว

"การปล่อยก็ทำให้ลุงอำพลได้ออก

"การปล่อยก็ทำให้ลุงอำพลได้ออกมารักษาแผลผ่าตัดมะเร็งใต้โคนลิ้นที่กำเริบจนลิ้นบวมคับปากได้ทันการณ์"

เอาน่าได้ประกันตัวก็ดีแล้ว..กรรมได้สนองแล้ว..

อย่าลืมไปจับคนชรา 3 คน อายุ

อย่าลืมไปจับคนชรา 3 คน อายุ 70-90 ปี
ที่หมิ่นสถาบันต่อทูตอเมริกัน

จนโด่งดังไปทั่วโลก ด้วยนะ

อย่าคิดว่า จะใช้คนแสร้งโง่ 7 คน ไปล่อให้เขมรจับ
เพื่อปิดข่าวคนชรา 3 คน หมิ่นสถาบันได้นะ

คนไทยทั้งประเทศกำลังเฝ้ามองคนทำลายมาตรฐานประเทศอยู่

(ขอส่งกำลังใจไปให้ครอบครัวของคุณลุงอำพล ตั้งนพกุล...สู้ๆนะ มันเป็นธรรมดาของประเทศนี้เอง)

*กฎหมายหมิ่น

*กฎหมายหมิ่น แท้ที่จริงเป็นอย่างไรกันแน่ ?? แล้วที่ว่าจะแก้ จะแก้กันอย่างไร

*มาตรา 112 ผู้ใด ดูหมิ่น หมิ่นประมาท แสดงความอาฆาตมาดร้าย ต่อองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี และรัชทายาท ต้องระวางโทษ

*กฎหมายกำหนดองค์ประกอบความผิดไว้ 3 เรื่อง คือ (1)ดูหมิ่น (2)หมิ่นประมาท (3) แสดงความอาฆาตมาดร้าย

*กำหนดองค์ประกอบส่วนผู้ถูกกระทำไว้ คือ ในหลวง พระราชินี และองค์รัชทายาท

*จะแก้เอาสวนไหนดออกดีครับ

**บุคคล เราๆ ท่านๆ ดูหมิ่นกัน มีความผิดตามมาตรา 393 และ 136

**บุคคล เราๆ ท่านๆ หมิ่นประมาทกัน มีความผิดตามมาตรา 326,327,328

**บุคคล เราๆ ท่านๆ ทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัว หรือความตกใจด้วยการขู่เข็ญ มีความผิดตามมาตรา 392

*บุคคล เราๆ ท่านๆ แสดงความอาฆาตมาดร้ายกัน ไม่พบว่ามีบัญญัตไว้เป็นความผิดครับ

**อยากเห็นคนไทยจริงๆ คนไทยที่รักประเทศไทย รักคนไทย ช่วยกันคิดให้ดีครับว่า จะแก้อย่างไร

**ทุกวันนี้ ในสังคมบางส่วน ยอมรับให้มีกฎหมายคุ้มครองตนเอง คุ้มครองลูกๆ

**แต่จะไม่ให้มีกฎหมายที่คุ้มครองพ่อของแผ่นดิน