เปิดนมสงกรานต์ มุมมองของหญิงรักหญิง

ตอนเช้าตื่นมาเช็คเมล์ก็พบบทความของอาจารย์ใจ (อึ๊งภากรณ์) เกี่ยวกับสาวเปิดนมเล่นสงกรานต์ เข้าไปเล่นเฟซฯ ยังได้เห็นรูปประกอบที่มีคนตัดต่อเทียบเข้ากับรูปนางฟ้าของไทยที่เปิดนมลอยล่องโปรยดอกไม้ของกระทรวงวัฒนธรรม นมของผู้หญิง มองได้หลายอย่างจริงๆ สำหรับเด็ก มองเห็นว่าเป็นของกินได้ มุมมองของผู้ชายรักต่างเพศ (hetero) ก็จะเห็นว่าเป็นสิ่งยั่วยวน มุมมองทั้งสองถูกเข้ารหัสไว้และแสดงออกในระเบียบค่านิยมของสังคมในประเด็นอื่นๆ เช่นกฎหมาย มองว่าการเปิดให้เห็นหัวนม เป็นเรื่องอนาจาร ที่ผู้กระทำเป็นคนผิด ทางสายอนุรักษ์เห็นว่าประเพณีอันดีงามของไทยนั้น ไม่นิยมให้ผู้หญิงเปิดนม ฝ่ายศาสนานั้นยิ่งมองเห็นว่า ร่างกายเนื้อตัวของผู้หญิงเป็นสิ่งยั่วยวน ไม่เพียงแค่หัวนม ทั้งสามตัวอย่างนี้แสดงถึงว่า เรามองเห็นว่าหัวนมเป็นสิ่งยั่วยวน ดังนั้นจึงไม่ควรแสดงออกในที่สาธารณะ หัวนมผู้ชายไม่ถูกมองว่ายั่วยวนเพราะเปิดเผยตลอดเวลา หัวนมกะเทยเมื่อเสริมเต้าแล้วก็อาจจะถูกมองว่ายั่วยวนได้เท่ากับร่างกายผู้หญิง เพราะจะถูกอ่านเข้ารหัสอย่างเดียวกัน มีข่าวว่ากะเทยถูกจับเพราะเปิดหัวนม และกะเทยจำนวนมากก็อาจจะไม่ได้รู้สึกสะดวกเปิดหัวนมตัวเองได้ตลอดเวลาเหมือนหัวนมผู้ชายอีกต่อไป นั่นไง ความยั่วยวนมันเกี่ยวกับการเปิดนิดปิดหน่อยด้วยใช่ไหม ถ้าอย่างนั้น กฎหมาย หรือประเพณีที่บอกว่าควรจะปิดหัวนม ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ตอกย้ำ ช่วยเสริมความยั่วยวน เลยยิ่งงงกันไปใหญ่ว่าปัญหามันอยู่ตรงไหนกันแน่ หัวนมผู้หญิงผิดตรงไหน เจ้าของหัวนมผิดตรงไหน??? ความยั่วยวนมันเป็นอำนาจใช่ไหม ถูกเข้ารหัสไว้ว่าให้เป็นสิ่งที่มีอำนาจ ผู้หญิงจึงไม่ควรแสดงออกถึงอำนาจนั้น กฎหมาย ประเพณี และศาสนา จึงรุมกันกำหนดกฎเกณฑ์ อย่างนี้เรียกว่า สถาบันเหล่านี้กำหนดกฎเกณฑ์เหนือร่างกายผู้หญิงไหม ?? ถ้าผู้หญิงจะแสดงหัวนมมันจะมีความหมายว่าอะไร สำหรับผู้ชาย hetero หลายคนอ่านตรงนี้ว่า เป็นการแสดงถึงการยั่วยวนที่แสดงให้เห็นว่าพร้อมที่จะมีเพศสัมพันธ์ จริงๆ แล้วใครกันแน่ที่พร้อมจะมีเพศสัมพันธ์เมื่อผู้หญิงเปิดหัวนม ??? ผู้ชายหรือผู้หญิงกันแน่ ?? การรู้สึกอยากมีเพศสัมพันธ์ของผู้ชายทำให้ตีความการเปิดหัวนมของผู้หญิงว่าอย่างนั้นหรือเป็นความต้องการของผู้หญิงที่บอกว่าอย่างนั้นจริงๆ ?? เมื่อผู้หญิงคนหนึ่งอยากมีเพศสัมพันธ์ เธออาจจะทำหลายๆ อย่าง ซึ่งอาจรวมถึงเปิดหัวนมด้วย แต่เมื่อผู้หญิงเปิดหัวนม ผู้ชายอาจจะตีความได้เป็นอย่างเดียว ดังนั้นการตีความเพียงอย่างเดียวของการเปิดหัวนมนั้นเป็นการยึดความหมายที่ผู้ชายให้เป็นหลักใช่ไหม ?? หัวนมเป็นสิ่งปกปิด หัวนมถูกตีความว่ายั่วยวน เจ้าของหัวนมที่มองเห็นความหมายทั้งสองอย่างนี้ วันหนึ่งจะรู้สึกอยากเปิดหัวนม เพื่อบอกว่าฉันอยากจะยั่วยวน ฉันอยากจะโชว์ โดยอาจจะไม่จำเป็นต้องอยากมีเพศสัมพันธ์ หรือแม้กระทั่งว่าผู้หญิงอยากมีเพศสัมพันธ์ แล้วมันผิดไหม ??? การให้ความหมายเรื่องเพศของผู้หญิงมักถูกยึดโยงอยู่กับความคิดของผู้ชายเป็นหลัก สะท้อนออกมาในรูปแบบกฎระเบียบของสังคม คำวิพากษ์วิจารณ์ในอินเตอร์เน็ตเป็นทำนองว่า “งามหน้ามั้ยล่ะ” ความจริงก็เป็นเพียงเสียงสะท้อนกลับไปกลับมาระหว่างร่างกาย ผู้หญิงคือสิ่งยั่วยวน เราต้องการเห็นร่างกายผู้หญิงที่ปกปิดวับๆแวมๆ เราต้องการเสพเนื้อตัวร่างกายของผู้หญิง แต่ทั้งหมดนี้ ต้องเป็นในรูปแบบ สถานที่ และเวลาที่เราต้องการนะ ถ้าผู้หญิงลุกขึ้นมาโชว์ แสดง ยั่วยวน โดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาต เช่น โชว์อยู่นอกร้าน แทนที่จะโชว์ในร้านหรือในบ้าน, โชว์เพื่อตอบสนองความสนุกสนานของตัวเอง ไม่ได้ตอบสนองความสุขของแฟน หรือของผัว, โชว์ในยุคปัจจุบันเมื่อดื่มเหล้าทำไม่ได้ แต่ควรจะโชว์เมื่ออยู่ในชุดไทย เป็นภาพวาดเท่านั้น, โชว์อยู่บนเวทีแคทวอล์คประกวดนางสาวอะไรต่างๆ ได้ แต่อย่าโชว์เวลาอื่นๆ...ถ้าโชว์ก็ควรจะต้องอายหน่อย เช่น เวลาไปใส่ชุดบิกินี่ชายหาดอะไรอย่างนี้ อย่าทำเป็นกร้านนัก ทั้งหมดนี้มันแปลว่าอะไร ก็แปลว่าโชว์ได้ เวลาที่สังคมบอกให้โชว์ … โดยเฉพาะ อย่าโชว์ เพราะอยากโชว์เอง แต่โชว์ เมื่อมีสถาบันต่างๆ เข้ามาร่วมจัดการด้วย ไม่ว่าจะเป็นเวทีนางแบบ นางสาวไทย ละคร หรือแม้กระทรวงวัฒนธรรม… ผู้หญิงอยากเป็นเจ้าของเนื้อตัวร่างกายของตัวเอง ผู้หญิงอยากมีความสุข และภาคภูมิใจ ให้ความหมายในร่างกายของตัวเองโดยไม่ต้องมีใครมาคอยให้ความหมาย และคอยบอกว่าร่างกายของเราเป็นสิ่งสกปรก ควรปกปิด ทุกวันนี้เราเห็นผู้หญิงจำนวนมากลุกขึ้นมาใส่เสื้อผ้าใซส์ ss ใส่กางเกงสั้นขึ้นถึงแก้มก้น มีลูกโดยไม่มีผัว ล่าแต้ม ทั้งหมดนี้ ไม่จำเป็นต้องมองว่าเป็นความเสื่อมเสียของวัฒนธรรม แต่เป็นการ explore อัตตลักษณ์ต่างๆ ของผู้หญิงที่ผู้หญิงควรทำได้อย่างปลอดภัย การใส่เสื้อผ้าแบบใดๆ ก็ตาม เป็นสิทธิที่คนคนนั้นจะทำได้ การต้องการมีเพศสัมพันธ์ ทดลอง มีจริง สนุกสนานกับการมีเพศสัมพันธ์ เป็นเรื่องที่ผู้หญิงควรจะทำได้อย่างปลอดภัย เช่นปราศจากการบังคับ ปราศจากการประณาม และได้รับข้อมูลและเครื่องมือในการคุมกำเนิดและป้องกันเอชไอวีอย่างเพียงพอ เหมือนกับที่เมื่อผู้หญิงต้องการมีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงและพบว่ามีความสุข ในเพศสัมพันธ์และความรัก ก็เป็นสิ่งที่เธอจะกระทำได้ ผู้หญิงถูกควบคุมอยู่ภายใต้การให้ความหมายของสังคมนิยมชาย ดังนั้นการมีชีวิตแบบเลสเบี้ยน หรือเมื่อผู้หญิงลุกขึ้นมาชอบผู้หญิงด้วยกันจะถูกมองว่าทำตามใจตัวเองมากเกินไป เป็นเจ้าของชีวิตของตัวเองมากเกินไป ไม่ยอมรับกฎเกณฑ์ของสังคมมากเกินไป และ… ก็เลย...ให้ความหมายว่าผิดปกติ โยนความคิดแบบอนุรักษ์นิยมทิ้งไปเสีย และยอมรับให้ผู้หญิงเป็นเจ้าของตัวเองเสียที

Comments

มันจริงอยู่

มันจริงอยู่ มนุษย์ควรจะเป็นเจ้าของชีวิต และกำหนดตัวเองได้ แต่การบอกว่าเมื่อเป็นเช่นนั้น ฉันจึงทำได้ทุกอย่าง ไม่น่าจะถูกต้อง การกำหนดตัวเองควรมีความหมายที่สร้างสรรคกว่าอยากจะทำอะไรก็ทำ ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นว่าหนีจากการกำหนดของคนอื่น ไปสู่การกำหนดตัวเองตามการกำกับของสัญชาตญาณที่ก็ไม่ได้ตอบโจทย์ความเป็นมนุษย์แต่อย่างใด อันนี้ไม่ได้เป็นปัญหาเฉพาะกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศหรอก เป็นปัญหาร่วมของมนุษย์ทั้งหมด การวิ่งหนีจากการถูกครอบงำ(ไม่ว่าเรื่องอะไร) ความสำเร็จไม่ได้แค่หลุดพ้นออกมาได้ แต่อยู่ที่ว่าหลุดพ้นออกมาแล้ว แล้วไปไหน...

พอเราลืมตามาดูโลก

พอเราลืมตามาดูโลก สิ่งแรกๆที่เจอก็หัวนมผู้หญิงนี่แหละ
อาจเป็นเพราะผู้หญิงบางคนเขาอาจมองเห็นคนอื่นๆเป็นลูกน้อย
ก็เลยเปิดให้ดู ให้เห็นกันจะจะ ให้เห็นกันได้อย่างทั่วถึง
น่าจะให้งับกันให้ทั่วด้วยเนาะ...จะมีอีกเมื่อไหร่บอกด้วยนะ...อยากดูมั่ง

หรือว่านางสงกรานต์ปีนี้...แรง...ได้ยินว่าถือปืนด้วย

ไม่เถียงเรื่องเป็นเจ้าของตัวเ

ไม่เถียงเรื่องเป็นเจ้าของตัวเองนะครับ...อยากจะแก้ผ้าเดินก็ไม่ว่ากัน...แต่ห่วงเรื่องความปลอดภัยหลังจากนั้นน่ะครับ...คือยังไงผู้หญิงก็ไม่สามารถป้องกันตัวเองเรื่องพละกำลังจากคนที่ต้องการกระทำได้หรอกครับ..เป็นห่วงตรงนี้มากกว่า..สิทธิเท่าเทียมกันน่ะผมยอมรับมานานแล้ว...แต่ต้องดูแลตัวเองให้ได้ด้วยครับ...ยอมรับได้มั้ยว่าถ้ามีอะไรแล้วจะแบกรับได้...ไม่ฟูมฟาย..ไม่เรียกร้อง..คลุมหน้าคลุมตาไปฟ้องปวีณา...ถารับได้ก็ทำไปเถอะ..คนชอบดูมันเยอะอยู่เหมือนกัน..

ยามนี้

ยามนี้ ประเทศเรามีคณะรัฐบาลที่ปัญญาอ่อนไปหน่อย คือรัฐบาลเด็กไงล่ะครับ มันจึงจัดการกับปัญหาเล็กๆจนกลายเป็นเรื่องใหญ่โต เจ้ากระทรวงวัฒนธรรมก็ไม่รู้ไม่เข้าใจว่า วัฒนธรรมคืออะไร? วัฒนธรรมไทยเป็นอย่างไร? และรัฐเรานั้น เคยให้อะไรแก่เด็ก-เยาวชนในทางวัฒนธรรมที่เด็กๆพอจะมีสิ่งที่เรียกว่า " ความภูมิใจในวัฒนธรรมไทย" บ้าง ลองถามเจ้ากระทรวงนั้นดูทีครับว่า อะไรคือวัฒนธรรมไทย แล้ววัฒนธรรมเหล่านั้นมีอะไรน่าภูมิใจบ้าง ได้สอนหรืออบรมบ่มเพาะเด็กๆให้ซาบซึ้ง-ภูมิใจในสิ่งเหล่านั้นบ้างไหม?อย่างไร?
ผมว่ามันตอบไม่ได้
แล้วอย่างนี้จะไปโทษเด็กมันได้อย่างไร? เมื่อผู้ใหญ่มันไม่เคยปลูกขวัญอะไรให้เด็กเลย
" เรื่องขี้หมา บ้ากันทั้งประเทศ" นี่แหละ ประเทศที่มีรัฐบาลปัญญาน้อย !

สหชาติ ศุขเสงี่ยม..

[quote=สหชาติ ศุขเสงี่ยม..]ไม่เถียงเรื่องเป็นเจ้าของตัวเองนะครับ...อยากจะแก้ผ้าเดินก็ไม่ว่ากัน...[/quote]

อันนี้ไม่เถียงครับ...แต่อยากรู้ว่า"รถโปรตอน" ใช้แล้วดีไหมครับ?

หากนมไม่สวยก็อย่าเปิด

หากนมไม่สวยก็อย่าเปิด เปิดผิดที่ดีไม่ดีจะเกิดอุบัติเหตุ เช่นคดีข่มขืน , รถชน ,และสำเร็จความใคร่โชว์ เป็นต้น

เขียนได้ดีนะคะ

เขียนได้ดีนะคะ ดูน่าคล้อยตามไปหมด แต่อย่าลืมว่ามนุษย์เราไม่ใช่ free floating entity แต่เป็น cultural being ที่การกระทำ หรือการแสดงออกบางอย่าง ถูกกำหนดด้วยเงื่อนไขและกลไกบางอย่างทางวัฒนธรรม ที่บางครั้ง ไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่ มันก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่เลวร้ายเกินไปที่จะยอมรับมิใช่หรือ? ถ้าเราิพิจารณากันดีๆสังคมสมัยใหม่ก็ไม่ได้ปิดกั้น หรือบังคับการแสดงออกลักษณะนี้อย่างเอาเป็นเอาตาย จริงๆก็มีพื้นที่ให้ เช่น online ซึ่งอาจจะโชว์มากกว่านมก็ยังได้

ที่เรื่องนี้กลายมาเป็นประเด็น ก็คงเป็นเพราะ 1. เป็นการกระทำในที่สาธารณะ 2. เป็นการกระทำที่ขัดกับ concept "ประเพณีอันดีงามของไทย" ไม่อยากให้ดึงเอาไปเป็นเรื่องของหญิง/สังคมปิตาธิปไตย เพราะจะว่าไปแล้วหญิงไทยก็มีอิสระ ความเท่าเทียมมากมายถ้าจะเปรียบเทียบกับหลายๆประเทศในเอเชียด้วยกัน เห็นด้วยกับ การexplore อัตลักษณ์ของหญิงไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัวแบบใตก็ตาม (ที่วัฒนธรรมของไทยในบริบทของโลกาภิวัตน์ ณ ปัจจุบันนี้ยอมรับได้) และในเรื่องของความสัมพันธ์ แต่ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะมาโชว์นม โชว์อวัยวะเพศในที่สาธารณะ.....อย่างไรก็ดีหากสักวันหนึ่ง ในอนาคตที่บริบททางวัฒนธรรมของไทยเปลี่ยนไปมากกว่านี้ มีการพัฒนาระหัสทางวัฒนธรรมตัวใหม่ขั้นมา ดิฉันอาจจะเห็นด้วยก็ได้

ขอเขียนcomment สั้นๆค่ะ

ขอเขียนcomment สั้นๆค่ะ ถ้าเราดูภาพถ่ายเมีองไทยสมัยเมี่อนานมาแล้ว เราจะเห็นว่าหัวนมของผู้หญิงไม่ใช่เป็นสิ่งทีต้องปกปิดเลย โดยเฉพาะสำหรับชาวบ้านทั่วไปที่มายืนอยู่ตามท้องถนนให้ฝรั่งถ่ายรูป บริบทต่างๆที่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมการแต่งตัวแบบสากล การใส่บราเซียแบบฝรั่ง Victorian (ในกรณีนี้จะต้องถือว่าฝรั่งอนุรักษ์นิยมกว่าคนไทยหรีิิอเปล่า) ทำให้การเปลีอยหน้าอกไม่เป็นเรี่องธรรมดาอีกต่อไป

เปิดนมเต้นเขาว่าไม่ดี เพราะไป

เปิดนมเต้นเขาว่าไม่ดี

เพราะไปเต้นที่สีลม

แต่ถ้าไปเต้นในบาร์

เขาว่าดี

ถอดกางเกงเต้นด้วย

ยิ่งดีใหญ่เลย

เสียเงินเพิ่ม

ได้ดูกินกล้วยต่างหาก

อย่างนี้

เอาไปเต้นในค่าย ภาค 2

ทหารชอบ

สู้ตายคาอก

แล้วใครจะได้รางวัล

กางเขนเหล็ก

คนเต้นหรือไอ้เนร

ผิดหวังหมด

คนที่ได้ก็

คนที่ตบเท้า

เห็นด้วยกับ wisa ไม่ทราบว่า

เห็นด้วยกับ wisa

ไม่ทราบว่า สุพีชา เบาทิพย์ เขียนขึ้นเพื่อต้องการอะไรครับ

จริงๆข้อความทั้งหมด มีหลายจุดที่แย้งได้เยอะ แต่ตัดมาแค่ 2 ท่อน

*************มุมมองทั้งสองถูกเข้ารหัสไว้และแสดงออกในระเบียบค่านิยมของสังคมในประเด็น อื่นๆ เช่นกฎหมาย มองว่าการเปิดให้เห็นหัวนม เป็นเรื่องอนาจาร ที่ผู้กระทำเป็นคนผิด ทางสายอนุรักษ์เห็นว่าประเพณีอันดีงามของไทยนั้น ไม่นิยมให้ผู้หญิงเปิดนม ฝ่ายศาสนานั้นยิ่งมองเห็นว่า ร่างกายเนื้อตัวของผู้หญิงเป็นสิ่งยั่วยวน ไม่เพียงแค่หัวนม**************

1.ถ้ากฏหมายไม่กำหนด อาจมีผู้หญิงถอดเสื้อเดินกันเต็มห้าง ลองนึกภาพดูว่ามันจะชุลมุนแค่ไหน ดีไม่ดีก็แล้วแต่วิจารณญาณนะครับ

2.ความคิดเห็นของคุณ สรุปเอาเองหรืออ้างอิงจากงานวิจัยฉบับไหน หรือคุณเป็นทั้งนักกฏหมาย เป็นทั้งนักอนุรักษ์ รวมทั้งเป็นฝ่ายศาสนา ถึงสรุปได้ขนาดนี้

ฯลฯ ไม่ไหวจะเคลียร์ อ่อนเพลียหัวใจ

**************ผู้หญิงถูกควบคุมอยู่ภายใต้การให้ความหมายของสังคมนิยมชาย ดังนั้นการมีชีวิตแบบเลสเบี้ยน หรือเมื่อผู้หญิงลุกขึ้นมาชอบผู้หญิงด้วยกันจะถูกมองว่าทำตามใจตัวเองมาก เกินไป เป็นเจ้าของชีวิตของตัวเองมากเกินไป ไม่ยอมรับกฎเกณฑ์ของสังคมมากเกินไป และ… ก็เลย...ให้ความหมายว่าผิดปกติ

โยนความคิดแบบอนุรักษ์นิยมทิ้งไปเสีย และยอมรับให้ผู้หญิงเป็นเจ้าของตัวเองเสียที***************

----------------------

อ่านถึงท้ายๆของข้อความ ก็พอจะเดาๆได้ว่าคุณเป็นเพศไหน เริ่มข้อความหญิงโชว์หัวนม กลายเป็นเรื่องอิสระของหญิงรักหญิง

1.ไม่มีกฏหมายข้อไหนห้ามหญิงไม่ให้รักหญิง แตกต่างกันมากกับประเด็นโชว์หัวนมนะครับ พอเข้าใจนะ

ส่วน ย่อหน้า สังคมนิยมชาย...... ก็เลย ให้ความหมายว่าผิดปกติ
2. สำหรับเพศหญิงรักหญิง สังคมไม่ได้มีการอคติกันแล้วครับ ถ้าจะยังมีคนอคติและก่อให้เกิดปัญหารบกวนจิตใจ ก็คงจะเป็นญาติมิตรของพวกหญิงรักหญิงนั่นเอง ที่รับลูกหลานของตัวเองไม่ได้ ก็คงห้ามไม่ได้ ก็เขาอุ้มท้อง เขาคลอด เขาเลี้ยงดูมา ญาติมิตรใครไม่ยอมรับก็ถือว่าน่าเห็นใจ แต่ก็ควรจะไปเคลียร์กันเอาเองเป็นการส่วนตัว

ที่ต้องคอมเมนต์ตอบ เพราะเห็นว่าอินเตอร์เนตเป็นสื่อที่เด็กและเยาวชนก็สามารถเข้ามาอ่านได้โดยเสรี หากวิจารณญาณพวกเขามีไม่เพียงพอ ความเห็นเพียงมุมมองเดียวมันอาจทำให้พวกเขาเดินกรอบความคิดผิดพลาดได้ครับ

หากเรามองอะไรให้บวกซะบ้าง จะได้ยิ้มแย้มแจ่มใสให้กับคนรอบข้างอย่างมีความสุข

สุ wrote:ขอเขียนcomment

[quote=สุ]ขอเขียนcomment สั้นๆค่ะ ถ้าเราดูภาพถ่ายเมีองไทยสมัยเมี่อนานมาแล้ว เราจะเห็นว่าหัวนมของผู้หญิงไม่ใช่เป็นสิ่งทีต้องปกปิดเลย โดยเฉพาะสำหรับชาวบ้านทั่วไปที่มายืนอยู่ตามท้องถนนให้ฝรั่งถ่ายรูป บริบทต่างๆที่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมการแต่งตัวแบบสากล การใส่บราเซียแบบฝรั่ง Victorian (ในกรณีนี้จะต้องถือว่าฝรั่งอนุรักษ์นิยมกว่าคนไทยหรีิิอเปล่า) ทำให้การเปลีอยหน้าอกไม่เป็นเรี่องธรรมดาอีกต่อไป[/quote]

สังคมมันเป็นอนิจจัง ไม่มีอะไรไม่เปลี่ยน ถ้าคุณเอากับผัวในบ้าน จะเอากันยังไงท่าไหน แก้ผ้าไม่แก้ผ้า เปลือยอกไม่เปลือยอก ได้ทั้งนั้น เพราะไม่มีใครเห็น และนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เป็นส่วนสำคัญในเจตนาของการสร้างบ้าน

แต่ถ้าวันไหน คุณกะผัวอยากเปลี่ยนบรรยากาศไปเอากันนอกบ้าน เอาได้ครับทำไมจะเอาไม่ได้ถ้าคุณอยากจะเอากัน แต่คุณก็ต้องกล้ารับให้ได้ด้วยถ้ามียายแก้ข้างบ้านมายืนด่า ทั้งที่เมื่อ 3-4 พันปีที่เพิ่งผ่านมานี้เอง คนนึกอยากจะเอาที่ไหนก็เอากันได้ อันนี้คืออนิจจังของสังคม มันเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ คนเราอยู่ในสังคมต้องเรียนรู้ในกระแสแห่งความเปลี่ยนแปลงของสังคมด้วยครับ ถีงจะเรียกว่าเป็นคนปรกติ ทำอะไรสอดคล้องกับภาววิสัยแห่งโลก

เมื่อก่อนสาวสยามเดินโทงๆมีทั้งนมยาน นมตึงกันเต็มท้องถนนไม่ผิดหรอกครับ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ตอนนั้น ใจคนก็เปลี่ยนไป เงือนไขทางสังคมในด้านวัฒนธรรม รสนิยม ไรก็เปลี่ยนไป ไม่เชื่อคุณก็ลองถอดแล้วเดินอยู่รอบบ้านตัวเองดูก็ได้ครับ ไม่ต้องไปไกลมาก

กูเองแหละ wrote:สุ

[quote=กูเองแหละ][quote=สุ]ขอเขียนcomment สั้นๆค่ะ ถ้าเราดูภาพถ่ายเมีองไทยสมัยเมี่อนานมาแล้ว เราจะเห็นว่าหัวนมของผู้หญิงไม่ใช่เป็นสิ่งทีต้องปกปิดเลย โดยเฉพาะสำหรับชาวบ้านทั่วไปที่มายืนอยู่ตามท้องถนนให้ฝรั่งถ่ายรูป บริบทต่างๆที่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมการแต่งตัวแบบสากล การใส่บราเซียแบบฝรั่ง Victorian (ในกรณีนี้จะต้องถือว่าฝรั่งอนุรักษ์นิยมกว่าคนไทยหรีิิอเปล่า) ทำให้การเปลีอยหน้าอกไม่เป็นเรี่องธรรมดาอีกต่อไป[/quote]

สังคมมันเป็นอนิจจัง ไม่มีอะไรไม่เปลี่ยน ถ้าคุณเอากับผัวในบ้าน จะเอากันยังไงท่าไหน แก้ผ้าไม่แก้ผ้า เปลือยอกไม่เปลือยอก ได้ทั้งนั้น เพราะไม่มีใครเห็น และนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เป็นส่วนสำคัญในเจตนาของการสร้างบ้าน

แต่ถ้าวันไหน คุณกะผัวอยากเปลี่ยนบรรยากาศไปเอากันนอกบ้าน เอาได้ครับทำไมจะเอาไม่ได้ถ้าคุณอยากจะเอากัน แต่คุณก็ต้องกล้ารับให้ได้ด้วยถ้ามียายแก้ข้างบ้านมายืนด่า ทั้งที่เมื่อ 3-4 พันปีที่เพิ่งผ่านมานี้เอง คนนึกอยากจะเอาที่ไหนก็เอากันได้ อันนี้คืออนิจจังของสังคม มันเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ คนเราอยู่ในสังคมต้องเรียนรู้ในกระแสแห่งความเปลี่ยนแปลงของสังคมด้วยครับ ถีงจะเรียกว่าเป็นคนปรกติ ทำอะไรสอดคล้องกับภาววิสัยแห่งโลก

เมื่อก่อนสาวสยามเดินโทงๆมีทั้งนมยาน นมตึงกันเต็มท้องถนนไม่ผิดหรอกครับ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ตอนนั้น ใจคนก็เปลี่ยนไป เงือนไขทางสังคมในด้านวัฒนธรรม รสนิยม ไรก็เปลี่ยนไป ไม่เชื่อคุณก็ลองถอดแล้วเดินอยู่รอบบ้านตัวเองดูก็ได้ครับ ไม่ต้องไปไกลมาก[/quote]

--- ตามที่ คุณ กูเองแหละ นำเสนอเลยครับ (สุพิชา หากเถียงย่อมเข้าตัว)

แค่นี้ก็ต้องจบแล้ว สุพิชา เบาทิพย์ ขอเป็นกำลังใจให้พัฒนาการคิดและการเขียนเพิ่มเติมขึ้น

ต่อไปอย่าเอาเล็กสรุปใหญ่
ตรรกกะผลต้องสมเหตุ
จุดประสงค์การเขียนต้องชัดเจน

และจุดประสงค์ต้องเป็นไปได้จริง

ขอเชิญเสวนากันต่อไป

ขอบคุณครับ