พิธีกรรมรับน้องใหม่: Be Young and Shut Up?

เสวนา \พิธีกรรมรับน้องใหม่\" ตอบคำถามที่มาระบบโซตัสในประวัติศาสตร์ไทย “คำ ผกา” ตั้งคำถามถึงน้องใหม่ ทำไมต้องยอมจำนน \"อ.พิชญ์\" เผยระบบโซตัส “คำนวณแล้วว่าคุ้มค่า” คนจึงใช้ต่อ ชี้ในยุคทุนนิยม ประเพณีนี้จะยิ่งสืบสาน จากประเด็นถกเถียงเรื่องการรับน้องใหม่ของมหาวิทยาลัยต่างๆ ในขณะนี้ ที่วนเวียนสู่การตั้งคำถามถึงการมีอยู่ของพิธีกรรมซึ่งดำรงอยู่ในฐานะประเพณีอันดีงาม ผลดี ผลเสีย ที่เกิดขึ้น จากมุมมองของกลุ่มคนที่เห็นด้วย และเห็นแย้ง วันที่ 15 มิ.ย.54 ที่หอประชุมใหญ่ ห้อง 305 มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ จัดเสวนา “Be Young and Shut Up ? พิธีกรรมการรับน้องใหม่ในสถาบันอุดมศึกษาของไทย” โดยวิทยากร พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมด้วย คำ ผกา นักเขียน และคอลัมนิสต์ วิพากษ์สังคมไทยและวันรัก สุวรรณวัฒนา อาจารย์คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดำเนินรายการโดย ธนาวิ โชติประดิษฐ นักศึกษาปริญญาเอก Birkbeck

Comments

เสียใจที่บรรยากาศในวันงาน

เสียใจที่บรรยากาศในวันงาน ขาดเสียงของคนที่มีความคิดต่าง อยากเจอบรรยากาศของการถกเถียงกันมากกว่านี้ เพราะเห็นในเพจงานในเฟซบุก มีการถกเถียงกันมากมายเเต่พอวันจริงกลับ เงียบเหงา มันช่างน่าประหลาดใจยิ่งนัก
เเต่โดยรวมชอบมาก งานเเบบบนี้ควรจัดต่อไป เรื่อยๆ เพระาคิดว่า นักเรียน นักศึกษา อีกมากมาย ที่ทำไปเพระาความไม่รุ้ มีอยู่มาก และเชื่อว่าถ้าเค้ารุ้ถึงที่มาของประเพณีว่ามายังไง เเละมีเพื่อจุดประสงค์ใดนั้น เค้าคงจะคิดได้ และเข้าใจระบบของสังคมที่ถูกผู้มีอำนาจในสังคมปลูกฝังให้ประชาชนยอมรับ และก้มหัวให้โดยเเบบสิโรราบ โดยที่พวกเขาเหล่านั้นไม่ทันได้คิดมาก่อน

BBBB BBBB นู่น

BBBB
BBBB

นู่น !
ที่มหาสารคาม.....

"ว้ากเกอร์" รุ่นปู่
กะลังจัดงาน "งับน้องใหม่(เสื้อแดงปี ๑)" นอกรั้วมหา'ลัยอยู่นู่น !.....

คาก
คาก
คาก.....

--------------------------------------

สังเกตมะ ?
เวลาพูดกันถึง "ระบอบประชาธิปไตยเสรี"

"พวกทาสยุคเฟซบุ๊ค" มักจะจีบปากอวดภูมิบอกว่า
"เป็นวัฒนธรรมการปกครองของฝรั่งตะวันตก--ไม่เหมาะกับประเทศเทยเราที่มีรากเหง้าเก๋ากึ๊กส์มานานแสนนาน--เราควรมีวัฒนธรรมการปกครองเป็นแบบเฉพาะของเทยเรา--ฯลฯ"......

แต่พอพวก "ทาสยุคเฟซบุ๊ค"
รับเอา "วัฒนธรรมsotusของฝรั่ง" มากดหัวตัวเองแบบ "ลืมไปฮ่ะ"....
กลับจีบปากอวดภูมิว่า
"ทำให้รักสถาบัน--เสริมความสัมพันธ์--ฝึกใจให้แกร่ง--ฯลฯ"และอะไรที่ชวนฮาจนปวดไข่ดันอีกหลายประการ......

ไม่ยักอวดภูมิว่า
"เป็นวัฒนธรรมการงับน้องของฝรั่งตะวันตก--ไม่เหมาะกับประเทศเทยเราที่มีรากเหง้าเก๋ากึ๊กส์มานานแสนนาน--เราควรมีวัฒนธรรมการงับน้องเป็นแบบเฉพาะของเทยเรา--ฯลฯ" เลยฮิ !......

ฯลฯ
ฯลฯ

มันเป็นยังงี้ซะล่วย !
เฮียๆเจ๊ๆ.....

----------------------------------------

คากคาก
คากคาก
คากคาก.....
:(
BBBB
BBBB

หลังจบจากสถาบันการสอนปริญญา

หลังจบจากสถาบันการสอนปริญญา ก็ไม่ได้ผูกพันสถาบันเท่าไหร่นักหรอก แต่ก็คิดถึงบรรยากาสเก่าที่ให้ความรู้สึกว่าที่มีทุกวันนี้สถาบันการศึกษาและครูผู้สอนรวมทั้งรุ่นพี่ก็มีส่วน แต่รุ่นพี่บางคนการเรียนก็เอาตัวไม่รอด ยังจะมาว๊ากมาเป้นพี่เลี้ยง เอาเป้นว่า จัดกิจกรรมในทางสร้างสรรค์ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดี ที่นี่เรื่องใครจะรักสถาบันนั้นขึ้นอยู่แต่บุคคล แต่เหนือสิ่งอื่นใด คือต้องการผลิตบัณออกไปรับใช้สังคมและประชาชนมากว่า สถาบันเป็นเพียงส่วนหนึ่งในการบ่มเพาะประสบการณ์เท่านั้น การเชียร์การว๊ากก็เป็นเพียงต้องการทดสอบจิตใจ พูดง่ายๆก็คือสอบอารมณ์ของคน ถ้าผ่านไปได้ก็ถือว่าเป็นคนสมบูรณ์ในระดับหนึ่ง เป็นผู้ที่มีความนิ่ง ไตร่ตรอง พิจารณา และอาจจะเป้นผู้นำได้ในอนาคต ไม่ใช่ออกอาการเหมือนนางร้ายในหนังน้ำเน่า ...

หลังจบจากสถาบันการสอนปริญญา

หลังจบจากสถาบันการสอนปริญญา ก็ไม่ได้ผูกพันสถาบันเท่าไหร่นักหรอก แต่ก็คิดถึงบรรยากาสเก่าที่ให้ความรู้สึกว่าที่มีทุกวันนี้สถาบันการศึกษาและครูผู้สอนรวมทั้งรุ่นพี่ก็มีส่วน แต่รุ่นพี่บางคนการเรียนก็เอาตัวไม่รอด ยังจะมาว๊ากมาเป้นพี่เลี้ยง เอาเป้นว่า จัดกิจกรรมในทางสร้างสรรค์ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดี ที่นี่เรื่องใครจะรักสถาบันนั้นขึ้นอยู่แต่บุคคล แต่เหนือสิ่งอื่นใด คือต้องการผลิตบัณออกไปรับใช้สังคมและประชาชนมากว่า สถาบันเป็นเพียงส่วนหนึ่งในการบ่มเพาะประสบการณ์เท่านั้น การเชียร์การว๊ากก็เป็นเพียงต้องการทดสอบจิตใจ พูดง่ายๆก็คือสอบอารมณ์ของคน ถ้าผ่านไปได้ก็ถือว่าเป็นคนสมบูรณ์ในระดับหนึ่ง เป็นผู้ที่มีความนิ่ง ไตร่ตรอง พิจารณา และอาจจะเป้นผู้นำได้ในอนาคต ไม่ใช่ออกอาการเหมือนนางร้ายในหนังน้ำเน่า ...

หลังจบจากสถาบันการสอนปริญญา

หลังจบจากสถาบันการสอนปริญญา ก็ไม่ได้ผูกพันสถาบันเท่าไหร่นักหรอก แต่ก็คิดถึงบรรยากาสเก่าที่ให้ความรู้สึกว่าที่มีทุกวันนี้สถาบันการศึกษาและครูผู้สอนรวมทั้งรุ่นพี่ก็มีส่วน แต่รุ่นพี่บางคนการเรียนก็เอาตัวไม่รอด ยังจะมาว๊ากมาเป้นพี่เลี้ยง เอาเป้นว่า จัดกิจกรรมในทางสร้างสรรค์ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดี ที่นี่เรื่องใครจะรักสถาบันนั้นขึ้นอยู่แต่บุคคล แต่เหนือสิ่งอื่นใด คือต้องการผลิตบัณออกไปรับใช้สังคมและประชาชนมากว่า สถาบันเป็นเพียงส่วนหนึ่งในการบ่มเพาะประสบการณ์เท่านั้น การเชียร์การว๊ากก็เป็นเพียงต้องการทดสอบจิตใจ พูดง่ายๆก็คือสอบอารมณ์ของคน ถ้าผ่านไปได้ก็ถือว่าเป็นคนสมบูรณ์ในระดับหนึ่ง เป็นผู้ที่มีความนิ่ง ไตร่ตรอง พิจารณา และอาจจะเป้นผู้นำได้ในอนาคต ไม่ใช่ออกอาการเหมือนนางร้ายในหนังน้ำเน่า ...

ทำไมชอบเอาการรับน้องไปเปรียบก

ทำไมชอบเอาการรับน้องไปเปรียบการประชาธิปไตย..
มันเกี่ยวกันหรอ .การรับน้องไม่กี่วัน จะปลูกฝังระบบเผด็จการทหารได้หรอ แม่แต่พ่อแม่ปลูกฝังมาแรมปียังไม่ฟังกันเลย ..

... การรับน้องเปนการสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต เพิ่มความเข้มแข็ง สร้างความอดทนต่อสถานนการณ์ต่างๆ เป็นต้น

ระบบ sotus อาจจะไม่เป็นสิ่งที่ดีที่สุด เป็นระบบที่ฝึกผู้ตาม ผู้นำ การมีผู้นำก้อจำเป็น เช่น ทำไมต้องมี นายก มี อธิการ แล้วทำไมคนทุกคนไม่เป็นนายกของตัวเองไม่ต้องไปฟังใคร อยากทำไระก้อทำ ไม่ต้องไปสนใจใครนั่นหรือ ... ประชาธิปไตย คือยึดตัวเองเป็นใหญ่นั่นหรือ.. ไม่ฟังใครเลยหรอ... การรับน้องก็เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกการรับฟัง (แค่ปีเดียวจาทนไม่ได้เชียวหรือ)

พวกคุณที่ชอบวิจารย์การรับน้องดั่งเช่นคุณที่ว่าเรียนที่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คุณยังไม่เคยผ่านการรับน้องเลย คุณยังกล้ามาวิจารย์ คนที่ผ่านเท่านั้นที่จะรับรู้ถึงความรู้สึกที่แท้จริง (อาจยังไม่รู้นะตอนนั้น แต่จะรู้เมื่อเป็นพี่แล้ว) ว่่า ทำไปเพื่ออะไร ทำไมถึงทำแบบนั้น

แล้วทำไมพวกฝรั่งถึงทำกันละ ไหนพวกนั้นชอบอ้างตัวว่าเป็นประเทศที่เจริญละ น่าแปลกเน้อๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ประชาธิปไตย คือ อะไร.. คือ แค่กากรเลือกตั้งแค่นั้นหรอ... (แค่นี้หรอคือระบอบที่ดี)
ใครจะทำอะไรก้อไม่รู้
ไม่มีระบอบอะไรหรอกที่ดีที่สุด มันก้อมีข้อดีข้อเสียกันทั้งนั้นแหละๆ
คำว่าเลือกคนดี เห้อมีนักการเมืองคนไหนดีบ้าง (การเมืองคือการแสวงหาผลประโยชน์ไม่ใช่หรอ)

งั้นคนดีก้อคงไม่มี ถ้างั้น เปนนายกตัวเองดีกว่าไหม... บริหารชีวิตตัวเอง ไม่ต้องให้ใครชี้นำเหมือนปัจจุบัน

ใครว่าดี ว่าไม่ ก้อเชื่อหมด โดยไม่ได้ลอง หรือ ผ่าน สิ่งนั้นมา...... ถ้าไม่ดีก้อคงไม่ทำกันมาถึงปัจจุบันหรอก

ที่ว่า

mmc

[quote=mmc]ทำไมชอบเอาการรับน้องไปเปรียบการประชาธิปไตย..
มันเกี่ยวกันหรอ .การรับน้องไม่กี่วัน จะปลูกฝังระบบเผด็จการทหารได้หรอ แม่แต่พ่อแม่ปลูกฝังมาแรมปียังไม่ฟังกันเลย ..

... การรับน้องเปนการสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต เพิ่มความเข้มแข็ง สร้างความอดทนต่อสถานนการณ์ต่างๆ เป็นต้น

ระบบ sotus อาจจะไม่เป็นสิ่งที่ดีที่สุด เป็นระบบที่ฝึกผู้ตาม ผู้นำ การมีผู้นำก้อจำเป็น เช่น ทำไมต้องมี นายก มี อธิการ แล้วทำไมคนทุกคนไม่เป็นนายกของตัวเองไม่ต้องไปฟังใคร อยากทำไระก้อทำ ไม่ต้องไปสนใจใครนั่นหรือ ... ประชาธิปไตย คือยึดตัวเองเป็นใหญ่นั่นหรือ.. ไม่ฟังใครเลยหรอ... การรับน้องก็เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกการรับฟัง (แค่ปีเดียวจาทนไม่ได้เชียวหรือ)

พวกคุณที่ชอบวิจารย์การรับน้องดั่งเช่นคุณที่ว่าเรียนที่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คุณยังไม่เคยผ่านการรับน้องเลย คุณยังกล้ามาวิจารย์ คนที่ผ่านเท่านั้นที่จะรับรู้ถึงความรู้สึกที่แท้จริง (อาจยังไม่รู้นะตอนนั้น แต่จะรู้เมื่อเป็นพี่แล้ว) ว่่า ทำไปเพื่ออะไร ทำไมถึงทำแบบนั้น

แล้วทำไมพวกฝรั่งถึงทำกันละ ไหนพวกนั้นชอบอ้างตัวว่าเป็นประเทศที่เจริญละ น่าแปลกเน้อๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ประชาธิปไตย คือ อะไร.. คือ แค่กากรเลือกตั้งแค่นั้นหรอ... (แค่นี้หรอคือระบอบที่ดี)
ใครจะทำอะไรก้อไม่รู้
ไม่มีระบอบอะไรหรอกที่ดีที่สุด มันก้อมีข้อดีข้อเสียกันทั้งนั้นแหละๆ
คำว่าเลือกคนดี เห้อมีนักการเมืองคนไหนดีบ้าง (การเมืองคือการแสวงหาผลประโยชน์ไม่ใช่หรอ)

งั้นคนดีก้อคงไม่มี ถ้างั้น เปนนายกตัวเองดีกว่าไหม... บริหารชีวิตตัวเอง ไม่ต้องให้ใครชี้นำเหมือนปัจจุบัน

ใครว่าดี ว่าไม่ ก้อเชื่อหมด โดยไม่ได้ลอง หรือ ผ่าน สิ่งนั้นมา...... ถ้าไม่ดีก้อคงไม่ทำกันมาถึงปัจจุบันหรอก

ที่ว่า[/quote]

ที่ฝรั่ง(เศษ) หรือว่าฝรั่งอื่นที่ทำน่ะ เค้าไมไ่ด้ทำกันทุกคณะ ทุกสาขาวิชาชีพ หรือกับนักศึกษา ทุกคนนะ คุณลองฟัง เเละลองหาข้อมูลเรื่องนี้อีกหน่อยเเล้วอาจจะเข้าใจนะ
เเละส่วนตัวเข้าใจ ที่บอกว่า การรับน้องเพียงไม่กี่วัน จะสร้างให้เป็นเผด็จการไม่ได้ ในจิตใจส่วนลึก เเต่ก็เถียงไมไ่ด้นะว่าที่มันอยู่ดำรงมาถึงได้จนปัจจุบันก็เพราะ มีบุคคลที่มีอำนาจต้องการใช้ระบบพวกนี้ในการควบคุมคน เเละเกณฑ์พล โดยการกระจายอำนาจไปให้บุคคลที่เข้าถึงมวลชนได้มากกว่าตนเอง เช่นตัวอย่างอย่างที่วิทยากรชาย ในงานนี้ ยกตัวอย่างเช่น การมอบอำนาจการควบคุมให้รุ่นพี่ว้าก สต้าฟเชียร์ ทั้งหลาย เพือ่จะได้ให้รุ่นพี่พวกนี้ใช้อำนาจในการคอยเกณฑ์นักศึก
ษาไปเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆของมหาวิทยาลัย เช่นการไหว้ครูของทั้งคณะตนเอง เเละของมหาวิทยาลัย ต่างๆ เป็นต้น
นี่คือเหตุผลที่ประเพณีการรับน้องยังคงอยู่ เพระาว่ามันสนองต่อความต้องการของผู้มีอำนาจโดยที่บางทีเราอาจจะลืมคิดไป น่ะค่ะ

คนที่ไม่เอารุ่นพี่..รุ่นน้อง.

คนที่ไม่เอารุ่นพี่..รุ่นน้อง...ไม่เอาเพื่อน....คนอย่างนี้ก็อยู่ในสังคมนี้ได้เนอะ...แล้วคนที่ไม่ใส่ชุดนักศึกษาไปเีรียน ร้องเพลงสถาบันของตัวเองไม่ได้ซักเพลง....แล้วเอามาพูดเนี่ย มันน่าภูมิใจตรงไหน..ช่างพูดได้เต็มปากเต็มคำ.....ถ้าคุณไม่นับถือสถานบันของตัวเอง..คุณเข้าไปเรียนทำไม....ก็เรียนอยู่กับบ้าน ให้พ่อแม่ของคุณเป็นคนสั่งสอนดีกว่าไหม...

สวัสดีคะ !!!

สวัสดีคะ !!! ขอออกตัวก่อนนะคะว่าเปนเด็กศิลปกร และรักสถาบันมาก ไม่ได้จบเกียรตินิยม ภาษาอังกฤตไม่ดี ภาษาไทยไม่ได้ ไม่เคยได้โล่ระดับโลกคะ และที่สำคัญไม่เหนด้วยเลยคะกับเรื่องที่คุณแขกพูด ถ้ารู้ว่ามีรายการนี้ เราจะไปร่วมด้วยแน่นอน แต่ตอนนี้ไม่ได้อยู่ไทย ไม่งั้นเราจะไปค้านคุณแน่นอน

เจน ทำไมทำแบบนี้

เจน ทำไมทำแบบนี้ เจนได้รับการศึกษาจากที่นี่ แต่เจนเป็นเสียงสะท้อนที่พยายามจะกัดกินตัวเองในบริบทที่เจนต่อต้าน

แน่จริงไปจัดรายการแบบนี้ที่

แน่จริงไปจัดรายการแบบนี้ที่ แม่โจ้สิครับ คุณจะรู้ว่าที่ออกมาพูดแบบนี้จะทำให้คุณเสียใจไปตลอดชีวิต

คิดดีแล้วหรือยังที่ออกมาพูดอะ

คิดดีแล้วหรือยังที่ออกมาพูดอะไรแบบนี้ ผมว่าผลกระทบที่ตามมาจะส่งผลร้ายมากกว่าผลดีนะครับ เรียนตรงๆว่าขณะนี้อย่างน้อยคุณได้โด่งดังเรียบร้อยแล้ว ผู้คนจะจดจำคุณได้อย่างแม่นยำแน่นอน อย่างน้อย ลูกแม่โจ้ ครั้งต่อไปเรียนเชิญเสวนาที่แม่โจ้นะครับ รับรองถึงพริกถึงขิงแน่นอน โดยเฉพาะคุณแขก

พีรพล นะมิตรัมย์

[quote=พีรพล นะมิตรัมย์]แน่จริงไปจัดรายการแบบนี้ที่ แม่โจ้สิครับ คุณจะรู้ว่าที่ออกมาพูดแบบนี้จะทำให้คุณเสียใจไปตลอดชีวิต[/quote]