สัมภาษณ์ ภัควดี วีระภาสพงษ์: คุยกับนักแปลว่าด้วยคำว่าประชานิยม

ประชาไทคุยกับภัควดี วีระภาสพงษ์ นักเขียนนักแปลที่ติดตามแปลเรื่องราวการเมืองในละตินอเมริกาอย่างต่อเนื่อง และไม่ปฏิเสธเลยว่าเธอหนุนแนวคิดรัฐสวัสดิการอย่างเต็มที่ และเธอคนนี้ไม่เคยวิพากษ์วิจารณ์ประชานิยมไปในทางสร้างปีศาจ หากแต่กลับเชียร์ให้เดินหน้าไปสู่ประชานิยมที่ตอบสนองประชาชนอย่างแท้จริง เธอตั้งข้อสังเกตว่าประชานิยมแบบทักษิณเป็นการเดินไปไม่สุดทาง และด้วยวิธีการที่ไม่อาจจะไปสู่การจัดสวัสดิการสังคมที่ยั่งยืนได้ ท่ามกลางบรรยากาศวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่เดินตามรอยที่ชายมาติดๆ ภควดีมองว่านโยบายของยิ่งลักษณ์ไม่มีอะไรหวือหวาน่ากลัวเหมือนพี่ชายของเธอ แต่ที่น่ากลัวก็คือ กลัวว่ายิ่งลักษณ์จะไม่ได้อยู่ในตำแหน่งนานพอที่จะทำตามนโยบายต่างหาก 000 คำว่าประชานิยม ถูกใช้มากในการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลทักษิณแต่คุณไม่เคยวิจารณ์เรื่องนโยบายประชานิยม สืบเนื่องมาจนถึงรัฐบาลปัจจุบัน คุณไม่คิดว่าแนวทางแบบนี้เป็นปัญหาเลยหรือ ขอเท้าความคำว่าประชานิยมก่อน เพราะคำว่าประชานิยมในเมืองไทย ใช้กันแบบ... (ยิ้ม) คำว่าประชานิยมเดิมที เอามาจากภาษาอังกฤษคำว่า populism เป็นคำที่ไม่ค่อยชัดเจนในตัวมันเอง เดิมทีคำว่า populism นั้นหมายความว่า แนวทางทางการเมืองที่สะท้อนความต้องการของประชาชน หมายความว่า มันเป็นเรื่องที่เชื่อว่าประชาชนรู้ดีกว่า ประชาชนรู้ คิดถูก และรู้ดีกว่าพวกผู้นำ ฉะนั้นในความหมายดั้งเดิมนั้นมันกว้างมาก ฉะนั้น ประชาธิปไตย จะพูดว่ามันเป็นประชานิยมก็ได้ เช่น ขบวนการสิทธิพลเมืองของสหรัฐ ก็เคยถูกเรียกว่าประชานิยม สหรัฐอเมริกาเองก็เคยมีพรรคการเมืองที่เรียกว่า Populist Party ก่อนที่จะมีเดโมแครต รีพับลิกัน เขาก็มีปอปปูลิสต์ ปาร์ตี้ ที่เน้นเรื่องการยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวนาและกรรมกร การปฏิรูปของขบวนการเกษตรกรก็ถกเรียกว่าเป็น populism ขบวนการนาซีกับฟาสซิสต์ก็เคยถูกเรียกว่าเป็น populism มันเป็นซ้ายก็ได้ ขวาก็ได้ มันเป็นได้ทั้งสองอย่าง ฉะนั้น ประชานิยมมีลักษณะร่วมกันสองอย่าง คือผู้นำยืนยันว่าตัวเองสะท้อนความต้องการประชาชน หรือผู้นำอ้างว่าตนเองสะท้อนความต้องการประชาชน อันที่สองคือ ผู้นำและประชาชนมัลักษณะที่ผูกสัมพันธ์กันโดยตรงโดยไม่ผ่านสถาบันทางการเมือง หรือพรรคการเมือง เช่น ฮิวโก้ ชาเวซ ในอาร์เจนตินา เป็นตัวอย่างหลัก บางทีเรายังจำไม่ได้เลยว่าชาเวซมาจากพรรคการเมืองอะไร แต่สิ่งทีชาเวซทำก็คือว่า ออกทีวีเรียกร้องกับประชาชนโดยตรง แล้วก็ตัวผู้นำจะเป็นลักษณะผู้นำที่มีบารมี มีลักษณะเด็ดขาด ได้รับความนิยมจากประชาชนเยอะๆ อันนี้เวลาต่างประทเศเขาพูดถึงทักษิณว่าเป็นผู้นำแบบประชานิยม เขาหมายถึงว่า พี่เขาใจว่าเขาหมายความแบบนี้ ในแง่ที่ผู้นำผูกอยู่กับประชาชน? คือในแนวคิดนี้ คืออ้างว่าเขาสะท้อนความต้องการของประชาชน มีลักษณะเป็นผู้นำประชาชนไปในตัว พร้อมๆ กับการเป็นผู้นำทางการเมือง ส่วนระบบประชานิยมที่เราใช้กันในปัจจุบัน ในบางทีคือการแจก คือในความหมายนี้ ในละตินอเมริกาจะมีอีกคำหนึ่งคือ Client Politic คือระบบอุปถัมป์ เป็นลักษณะต่างตอบแทน อันนั้นเป็นระบบอุปถัมป์อีกแบบหนึ่ง จริงๆ ก็จะมีอีกคำนึงที่เป็นประชานิยมทางเศรษฐกิจ แต่จริงๆ แล้วก็ไม่เคยเห็นการนิยามความหมายนี้ที่ชัดเจน เท่าที่เคยอ่านมา ไม่เคยเห็นคำนิยามเรื่องประชานิยมทางเศรษฐกิจที่ชัดเจน ทีนี้ โดยความเข้าใจของเมืองไทยเรื่องประชานิยม เราคิดว่ามันคือการแจก พูดง่ายๆ ก็คือว่า ระบบต่างตอบแทน ที่จริงเราเรียกมันว่าระบบอุปถัมป์น่าจะมีความชัดเจนกว่า แต่เราไปเรียกมันว่าประชานิยม ซึ่งในเมืองไทยให้ความหมายว่าเป็นการแจก มันก็เลยไปมองว่าประชาชนนี่โลภมาก หรือขายเสียง เลือกโดยการมีความต้องการทางวัตถุตอบแทน ซึ่งก็ไม่รู้ว่า มันตรงกับความหมายของประชานิยมจริงๆ หรือเปล่า พี่มองว่ามันไม่ตรงนัก ในแง่หนึ่งมันเป็นคำหนึ่งที่ถูกใช้มากในช่วงขับไล่ทักษิณ กลายเป็นคำที่มีการให้คุณค่าดีเลวพร้อมกันมาด้วย คือช่วงที่ผ่านมาที่ทักษิณเคยใช้นโยบายประชานิยมเพื่อมากระตุ้นเศรษฐกิจนี้ ดิฉันไม่เคยออกมาวิจารณ์ เพราะคิดว่าสิ่งที่เขาทำในเรื่องของการให้ คือคิดว่า ถ้าประชาชนขาดบางอย่าง แล้วเอามาให้ แล้วมันผิดตรงไหน เช่นว่า ถ้าประชาชนไม่มีการศึกษา แล้วคุณจัดการศึกษาพื้นฐานฟรีลงไปให้ แล้วมันผิดตรงไหน หรือในเรื่องการดูแลสุขภาพ คุณให้ลงไป แล้วมันผิดตรงไหน คือการให้แบบนี้ มันต่างกันตรงไหนกับการที่นักการเมืองสัญญาว่าจะให้รถไฟฟ้ากับคนกรุงเทพฯ ก็ไม่ต่างกัน ดิฉันไม่ค่อยได้วิจารณ์ เพราะรู้สึกว่าสิ่งที่เขาทำมันก็เป็นสิ่งที่มีประโยชน์จริงๆ กับประชาชนคนทั่วไป และมันก็มีการกระตุ้นเศรษฐกิจเกิดขึ้นจริง เช่น กองทุนหมู่บ้าน มันก็มีการกระตุ้นเศรษฐกิจจริง อันนี้เรายังไม่พูดถึงว่า ในเชิงปฏิบัติ และมีประสิทธิภาพในการคืนเงินของชาวบ้านมากน้อยแค่ไหน แต่ในเรื่องของไอเดียนี่มันดี มีประโยชน์ อย่างโอทอป สามสิบบาทรักษาทุกโรค มันก็เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ เมื่อพูดไปแล้ว มันก็มีสิ่งที่มีประโยชน์ในเรื่องของการให้ ระบบประชานิยมที่ทักษิณให้ มันยังมีประโยชน์ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ มากกว่าแนวทางที่ประชานิยมยิ่งกว่าอีกของรัฐบาลประชาธิปัตย์ เช่นเรื่องของเช็คช่วยชาติ ที่ให้เงินกันตรงๆ สองพัน โดยที่ไม่ต้องแจกคืนด้วย แบบนี้เป็นประชานิยมยิ่งกว่า มันเป็นการซื้อเสียงโดยตรง หรืออย่างรถเมล์ฟรี ที่โอเคเราอาจจะมองว่ามันเป็นการช่วยเหลือคนรากหญ้า แต่เราก็ต้องมาว่ามันมีการกระตุ้นเศรษฐกิจกลับมาหรือเปล่า เป็นต้น แต่อย่างของรัฐบาลทักษิณ มันเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ และมันเป็นการให้โดยตรง คือให้ในสิ่งที่เขาต้องการ และมีประโยชนในการยกระดับคุณภาพชีวิต ส่วนข้อเสียในเรื่องวินัยทางการคลัง อะไรพวกนี้ มันก็เป็นเรื่องที่วิจารณ์ก็ได้ แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเฉพาะรัฐบาลประชานิยม เท่านั้นที่ไม่มีวินัยทางการคลัง ไม่ว่าจะรัฐบาลอะไร อาจไม่มีวินัยทางการคลังก็ได้ทั้งนั้น จากที่บอกว่า แก่นกลางของประชานิยม คือ มันต้านนโยบายบนจากล่าง คือสะท้อนความต้องการของประชาชนจากล่างขึ้นบน พอมาถึงเรื่องบนสู่ล่าง มันทำให้ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับทักษิณถกเถียงได้ว่า หนึ่ง ไม่เชื่อเรื่องวินัยทางการคลัง สองคือ ไม่เชื่อว่า มันเป็นการมาจากรากหญ้า เป็นการฉวยประโยชน์จากประชาชนที่ไม่รู้ว่าต้องการอะไร แล้วก็ใช้การสนับสนุนลงไป คือเป็นการหวังผลประโยชน์ทางการเมืองมากกว่า คือนักการเมือง มันมีใครที่ไม่หวังผลประโยชน์ทางการเมืองบ้าง มันก็คงไม่มี แต่ในแง่นี้ ถ้าเราบอกว่า การทำนโยบายเพื่อหวังผลการเมืองเป็นสิ่งที่เลว ดิฉันคิดว่ามันแป็นอะไรที่ตลกมาก คือมันเหมือนกับเปิดร้านขายของแต่ห้ามหวังผลกำไร มันเป็นไปได้ยังไง คือเคยได้ยินคนวิจารณ์อย่างนี้บ่อย อ้าวก็ใช่สิ คือเขาเป็นนักการเมือง เขาก็ต้องหวังผลทางการเมือง ถ้าคุณเป็นนักธุรกิจ คุณก็ต้องหวังผลทางธุรกิจ คือคุณก็ต้องหวังผลกำไรน่ะ คือมันการวิจารณ์ที่ไม่เข้าท่า คือทุกคนต้องหวังผลทางการเมือง ประชาธิปัตย์เขาก็หวังผลทางการเมืองเหมือนกันเมื่อเขาเสนอนโยบายอะไรให้กับคนกรุงเทพฯ อันนี้เป็นข้อหนึ่ง ส่วนอันต่อมา ที่วิจารณ์ว่าประชาชนต้องการจริงๆ หรือเปล่ากับสิ่งที่ให้ลงไป ดิฉันคิดว่าถ้าเรามองนโยบายทักษิณ จริงๆ ต้องยอมรับว่าเขาสามารถสะท้อนความต้องการของประชาชนได้ดี คือเขาทำวิจัยได้ดี คือเขาคิดมาก่อน เช่น การเข้าถึงระบบประกันสุขภาพ อันที่หนึ่ง ซึ่งเป็นปัญหาของคนรากหญ้า เรื่องเงินกู้นอกระบบที่เขาพยายามเข้าไปแก้โดยการเข้าไปตั้งกองทุนหมู่บ้าน พูดจริงๆ แล้ว ก่อนที่จะมีระบบทักษิโนมิกส์ที่เราเรียกกันนี่ จริงๆแล้วมีการวิจัยมาก่อน ก่อนที่เขาจะทำ ซึ่งเขาก็ทำได้ดีพอสมควรทีเดียว เพียงแต่เรื่องไอเดียนี่มันดี แต่เรื่องประสิทธิภาพนี่เป็นอีกประเด็นหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่วิจารณ์ได้ กลับมาเรื่องวินัยการคลัง ตอนนี้เริ่มมีกระแสการทบทวนประชานิยมอีกครั้งหนึ่ง โดยสิ่งนี้กำลังจะเกิดขึ้นอีก คือการใช้งบประมาณเป็นจำนวนมากหลายแสนล้าน ในขณะเดียวกัน ก็ยกตัวอย่างกรณีของอาร์เจนติน่าที่ยกตัวอย่างของความสำเร็จของนโยบายประชานิยม โดยมีวินัยการคลังที่สำเร็จไปพร้อมๆกัน มองว่าทิศทางว่าของประเทศในละตินอเมริกาเป็นตัวอย่างอะไรกับไทยได้บ้าง คือถ้าเราดูอาร์เจนตินา อาร์เจนตินาเริ่มระบบอุปถัมภ์มาตั้งแต่สมัยเปรอง ดิฉันชอบใช้คำว่าระบบอุปถัมภ์มากกว่าประชานิยม ในสมัยเปรองก็ถูกปฏิวัติและถูกปกครองด้วยระบบทหารมานาน อันที่จริงแล้วในความคิดเห็นดิฉัน ระบอบที่ทำให้วินัยการคลังแย่ที่สุดคือระบอบทหาร ระบอบกองทัพ เพราะทุกครั้งที่กองทัพมีอำนาจ ไม่ว่าทางตรงทางอ้อม สิ่งที่เพิ่มขึ้นสุงคืองบประมาณทหาร คือการซื้ออาวุธหรือะไรก็ตาม มันไม่เคยกระตุ้นเศรษฐกิจ คืออย่างสหรัฐฯ ที่ผลิตอาวุธนี่มันอาจจะช่วยกระตุ้นในบางภาคได้พอสมควร แต่ในขณะเดียวกัน แม้แต่ในขณะนี้ ก็มีปัญหาเรืองวินัยทางการคลัง เพราะมันไปลงที่สงครามอิรัก อัฟกานิสถานอะไรหมด ฉะนั้น ตอนนี้ที่สหรัฐมีปัญหาทางการคลังมันก็มาจากอันนี้ คือวินัยทางการคลังที่ไม่ดี ใช่ไหม เพราะเงินไปลงทีระบบทหารหมด อาร์เจนติน่าก็เช่นเดียวกัน ก่อนที่อาร์เจนตินาจะล่มสลายทางเศรษฐกิจ มันก็เป็นระบบทหารอยู่นาน นานจนกระทั่งการคอร์รัปชั่นอะไรก็มีมาก จนเปลี่ยนมาเป็นรัฐบาลพลเรือน ก็มีปัญหาทางเศรษฐกิจเพราะการเปิดเสรีทางการเงิน ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกับการที่เราเกิดต้มยำกุ้ง เป็นเพราะการเปิดเสรีทางการเงินมากกว่า ฉะนั้น เมื่อบอกว่า ประชานิยมมันมาควบคู่กันกับความไม่มีวินัยทางการคลัง มันไม่ได้หมายความว่า มันต้องเป็นประชานิยมถึงจะเป็นอย่างนี้เท่านั้น ดิฉันคิดว่าก็มีระบบอื่นๆ ที่เป็นแล้วเป็นได้มากกว่าด้วย คือจะบอกว่าปัญหาทางเศรษฐกิจ ประชานิยมไม่ได้เป็นจำเลย เพราะมันมีปัจจัยอื่นด้วย? อีกอย่างหนึ่งก็คือ เมื่อพูดว่าไม่มีวินัยทางการเงินนี่ มันมักจะเป็นข้อวิจารณ์จากฝ่ายเสรีนิยม ฝ่ายทุนนิยม ดิฉันไม่ได้เป็นนักเศรษฐศาสตร์ อาจจะอธิบายไม่ได้ชัดเจนนัก แต่เท่าที่เคยอ่านมา เมื่อพูดว่าไม่มีวินัยทางการเงิน มันจะมีการอธิบายว่า การที่รัฐบาลต้องมีเงินคงคลังสำรองสูงมากๆ นี่จริงๆ แล้วมันเป็นข้อดีสำหรับนายทุน เพราะมันทำให้ค่าเงินนิ่ง และดีต่อนายทุน แต่ถามว่าดีต่อประเทศไหม บางทีไม่ใช่ เพราะว่าเวลาคุณจะมีเงินสำรองระหว่างประเทศสูงๆ เนี่ย มันต้องตัดเงินสวัสดิการส่วนใหญ่ออกไปเพื่อทำให้รัฐบาลมีเงินสำรอง เพราะฉะนั้นมันไม่ได้เป็นผลดีต่อประชาชน มันเป็นผลดีต่อนายทุนมากกว่า อย่างกรณีเวเนซูเอลา มีครั้งหนึ่ง ชาเวซนี่ ทำให้คนวิจารณ์กันเยอะ คือชาเวซต้องการทำให้ธนาคารกลางของเขาตอบสนองนโยบายของรัฐบาลมากกว่าที่จะให้เป็นอิสระจากรัฐบาล แต่ฝ่ายทุนนิยมก็จะมองว่า ชาเวซกำลังแทรกแซงธนาคารกลาง ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ดี ในขณะเดียวกันอีกฝ่ายหนึ่งที่มองว่าการที่ธนาคารกลางไม่ตอบสนองนโยบายของรัฐบาล เป็นเรื่องที่ไม่ดี เป็นเครื่องมือของนายทุนมากกว่า ฉะนั้นเรื่องนี้ก็มองได้หลายมุมมอง แล้วแต่ว่ามองจากสำนักไหน ซึ่งฝ่ายซ้ายบางส่วนจึงมองว่า การที่ธนาคารกลางเป็นอิสระ ไม่ขึ้นตรงกับรัฐบาล เป็นเรื่องที่ตอบสนองเฉพาะแต่นายทุนอย่างเดียวด้วยซ้ำไป คือมันเป็นวิธีมอง แต่ดิฉันก็มองว่าถ้าเป็นนักเศรษฐศาสตร์มองแล้วก็อาจจะมองได้ดีกว่านี้ แต่เท่าที่เคยอ่านมา มันก็ไม่ตรงกับความรับรู้ที่เราเคยได้รับการปลูกฝังมา มีกรณีประชานิยม ระบบอุปถัมภ์ หรือสิ่งที่มาแปลมาจาก populism นี่ มันกรณีไหนที่คุณสนใจเป็นพิเศษ ก็อย่างเช่น เวเนซูเอลา ที่เอารายได้จากน้ำมันมาทำโครงการทางสังคม แล้วโครงการทางสังคมของเขา ก็จะเป็นลักษณะคล้ายกับ คือ ไม่ถึงกับคล้ายทักษิณ คือ อย่างเวเนซูเอลานี่เขามีช่องว่างระหว่างรายได้ของประชาชนสูง คือ คนรวยก็รวยไปเลย คนจนก็จนไปเลย ปัญหาของประชาชนก็เลยมีสูง อย่างเช่นเรื่อง การศึกษา ของเวเนซูเอลาก็ใช้โครงการต่างๆ ที่เข้าไปเสริมให้ประชาชน ก็มีเช่น ส่งเสริมให้ประชาชนอ่านออกเขียนได้ ให้การศึกษาฟรี แก่ประชาชนที่มีอายุมากแล้ว หรืออย่างเช่นประชาชนที่เป็นผู้ใหญ่ที่ไม่ได้เข้าเรียน ให้อ่านออกเขียนได้ หรือโครงการทางด้านสาธารณสุข เอาแพทย์คิวบาเข้ามา แล้วก็กระจายไปตามหมู่บ้านไปตามชุมชนต่างๆ แล้วก็มีโครงการที่รัฐบาลสนับสนุนให้ขายสินค้าราคาถูก และโครงการทางด้านสหกรณ์ คือสนับสนุนให้ประชาชนรวมตัวเป็นสหกรณ์ แล้วเขาก็ให้สินเชื่อรายย่อยให้ผู้หญิงทำธุรกิจเอสเอ็มอี และโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ไปยังหมู่บ้านที่เข้าไม่ถึง คือเรียกว่า สิ่งใดที่ประชาชนขาดแคลน เขาก็เอาสิ่งนี้เข้าไป และมันก็เป็นการนำเสนอจากประชาชนเข้ามา เช่น สินเชื่อรายย่อยให้ผู้หญิงนี่ จริงๆ ผู้หญิงที่เป็นประชาชน เข้าไปเสนอให้ชาเวซ แล้วชาเวซก็ทำโครงการนี้ออกมา ก็เป็นตัวอย่างที่มีคนพูดถึงค่อนข้างเยอะในต่างประเทศ กรณีทักษิณ เวลาเราพูดว่าผู้นำที่เป็นประชานิยม เขามักจะเป็นผู้นำในลักษณะที่เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองด้วย ในขณะที่เมื่อเราพูดถึงทักษิณ ก็จะมีคนเปรียบเทียบกับชาเวซ เขาก็จะบอกว่าไม่ใช่ เพราะทักษิณเป็นนายทุนชัดเจน ในขณะที่คนที่เชียร์พรรคเพื่อไทย ที่ชื่นชอบประชานยม มักจะถูกมองว่า ‘โง่’ หรือไม่ทันทักษิณ คือคุณได้แค่เศษของมัน ในขณะที่นายทุนได้เป็นเป็นกอบเป็นกำ ดิฉันมองว่ามันมีปัญหาตรงที่ว่า คำว่าประชานิยมมันคลุมเครือ อย่างที่บอกไปแต่ตอนต้นว่า ประชานิยม เป็นซ้ายก็ได้เป็นขวาก็ได้ บางทีขบวนการชาตินิยมก็เรียกประชานิยม อย่างขบวนการฟาสซิสต์นาซีก็เรียกว่าประชานิยม ในขณะเดียวกัน นโยบายที่ทำเพื่อประชาชนจริงๆ ก็เรียกว่าประชานิยม มันก็เลยเป็นคำที่คลุมเครือ และเมือเอาจับทุกคนมารวมกัน แล้วก็เลยบอกว่าชาเวซเปรียบเทียบไม่ได้ มันก็เลยเป็นเรื่องผิดฝาผิดตัวเพราะมันเริ่มมาจากการที่ใช้คำคลุมเครือก่อน จึงคิดว่ามันไม่จำเป็นต้องปรียบเทียบในแง่นี้ เพราะว่ามันเหมือนกับว่าถ้าเราจะเอาชาเวซไปเปรียบเทียบกับบุช อย่างนี้มันก็คนละประด็นกัน อันนี้ก็อันหนึ่ง ส่วนอีกหนึงที่ว่า ประชาชนที่เลือกทักษิณมานี่โง่ หรือไม่ทันนักการเมืองหรือไม่ ดิฉันคิดว่าถ้าเรามองจากใจเป็นกลาง ถ้ามองนโยบายทักษิณ จากสองด้าน นโยบายเศรษฐกิจของเขานี่ ที่ตอบสนองคนรากหญ้านี่เขาทำได้ดี คือถ้ามันไม่ได้ตอบสนองความต้องการของประชาชนจริงๆ ดิฉันเชื่อว่าประชาชนก็คงไม่ได้นิยมทักษิณขนาดนี้ อีกประการหนึ่ง จริงอยู่ที่ประชาชนนิยมทักษิณ แต่ดิฉันรู้สึกว่า คนที่วิจารณ์คนเสื้อแดงว่า คิดแต่เรื่องทักษิณอย่างเดียว ตอนที่ทักษิณถูกทำรัฐประหาร ถ้าคนนิยมทักษิณจริงๆ ทำไมเขาไม่ลุกขึ้นมาประท้วงตั้งแต่ตอนนั้น คือไม่ประท้วงรุนแรงตั้งแต่ตอนนั้น แล้วก็ สิ่งที่เขาทำ คือการรอเลือกตั้ง แล้วเขาก็เลือกสมัคร (สุนทรเวช) แล้วก็สมชาย (วงศ์สวัสดิ์) ได้เป็นนายกต่อ การประท้วงที่รุนแรง เกิดขึ้นหลังจากนั้นใช่ไหม หลังจากที่ตุลาการสร้างความไม่มีมาตรฐานทางกฎหมายขึ้นมา ฉะนั้น จริงอยู่ที่ความนิยมในตัวทักษิณอาจจะมาก แต่สิ่งที่ประชาชนต้องการ คือระบอบประชาธิปไตยที่สะท้อนเสียงของเขา และจริงๆ สิ่งที่เขาต้องการคือนโยบาย ที่เขาเลือกพรรคเพื่อไทย เพราะถ้าเกิดเขาทำเพื่อตัวทักษิณจริงๆ เขาน่าจะประท้วงตั้งแต่รัฐประหารแรกๆ ดิฉันคิดว่าอย่างนั้น คือถ้าเรามองกระบวนการมานี่ ความรุนแรงของการประท้วงมันมาเกิดตอนตุลาการยุบพรรคมากกว่า มันเหมือนกับการปะทุ คือตรงนี้แย้งได้นะ คือคิดว่าการปะทุอารมรณ์มันเกิดขึ้นตอนนั้น มันเป็นการสะท้อนว่าระบบประชาธิปไตยมันไม่ทำงานแล้ว เรื่องที่ว่า คนที่เป็นฐานเสียงทักษิณ ตามทักษิณไม่ทันหรือเปล่า ทักษิณก็มีอีกด้านหนึ่ง คือ การทำเศรษฐกิจได้ดี และอีกด้านคือเขาอาจจะมีการคอร์รัปชั่นที่สูงมาก แต่ว่า เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนของทักษิณมันถูกขยายความเกินจริงไปมาก จนกระทั่งเราต้องใช้ระยะเวลาหนึ่งที่เราจะถอยกลับแล้วมาดูว่า มีอะไรว่าเป็นการคอร์รัปชั่นจริงๆ กับอะไรที่เป็นผลประโยชน์ทับซ้อนที่เป็นการเอื้อผลประโยชน์กัน คือพี่คิดว่าคนไทยนี่มีลักษณะอย่างหนึ่งหมือนกัน คือว่า มันมีการขยายความเกินจริงในบางเรื่อง เช่นการขายหุ้น AIS ให้เทมาเสก คือกฎหมายของตลาดหุ้นนี่มันเอื้อผลประโยชน์กับการขายหุ้นกับบุคคลธรรมดา เพื่อกระตุ้นตลาดโดยที่ไม่ต้องเสียภาษี นักธุรกิจจำนวนมากก็ใช้วิธีแบบทักษิณ ส่วนตระกูลเบญจรงคกุญที่ขายดีแทคก็ใช้วิธีเดียวกัน และพี่คิดว่ามีแบบนี้เยอะแยะ แต่ปัญหาคือว่า ถ้ามีมันมีช่องว่างตรงนี้แบบนี้ ทำไมคนไทยไม่คิดแก้ข้อกฎหมายเพื่อปิดช่องว่าง โดยใช้กรณีทักษิณเป็นตัวอย่าง ทำไมต้องไปโจมตีเรื่องจริยธรรมของทักษิณ ทั้งๆที่เขาก็ใช้วิธีเดียวกันกับนักธุรกิจทั่วๆไป แล้วก็กลายเป็นไปเน้นมูลค่าจำนวน 76,000 ล้านว่าเป็นมูลค่าฉ้อฉลหรือคอร์รัปชั่น ซึ่งจริงๆ พี่คิดว่ามันเป้นเรื่องช่องโหว่ทางกกฎหมายมากกืว่า เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่ว่า คนรากหญ้าเขาตามไม่ทัน เพียงแต่ว่า เขามองว่านักการเมืองทุกคนมันก็คอรรัปชั่นกันทุกคน เพียงแต่ใครทำนโยบายได้เข้าถึงเขามากกว่า เราจะพูดได้ไหมว่า คนที่วิจารณ์ เป็นเพราะเขาไม่ได้ประโยชน์จากนโยบายประชานิยมหรือเปล่า ก็เป็นไปได้ อย่างหนึ่งก็คือว่า เขาอาจจะได้ประโยชน์จากมันแต่เขาไม่รู้หรือเปล่า คืออย่างนโยบายทักษิโนมิกส์ที่ช่วยกระตุ้นนโยบายเศรษฐกิจตอนนั้น มันอาจจะดีเพราะหลายปัจจัยด้วยซ้ำ อาจจะไม่ใช่เพราะทักษิณ แต่อาจจะเป็นเพราะต่างประเทศดี ปัจจัยภายในประเทศกำลังฟื้นตัวจากต้มยำกุ้งหรืออะไรก็ตาม คือเขาอาจจะได้ประโยชน์ แต่เมืองไทยตอนนี้มันก็มีปัญหาของการใช้สื่ออย่างที่เราได้รู้กัน สื่อนี่ ทำงานกันอย่างที่เรียกว่า ทำอย่างไม่มีประสิทธิภาพและขยายความเกินจริง จนไม่รุ้ว่าอะไรจริงอะไรเท็จ คือบางครั้ง งานบางอย่างก็เขียนไปด้วยการใช้ความเกลียดนำ หรือความชอบนำ คือไม่อยากใช้คำว่าเป็นกลางเพราะพี่ไม่เชื่อเรื่องความเป็นกลาง แต่อาจจะบอกว่าเป็นเรื่องของมาตรฐาน พี่คิดว่ามันไม่มีมาตรฐาน เพราะในไทยไม่มีนักเศรษฐศาสตร์จากสำนักคิดที่เป็นทางเลือกที่จะมาให้ข้อมูลด้วยหรือเปล่า ก็ใช่ คือสำนักเศรษฐศาสตร์ในเมืองไทยก็มาจากสายเสรีนิยมใหม่เป็นส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นนักเศรษฐศาสตร์เหล่านี้ก็พูดเรื่องความมีวินัยทางการเงินและการคลังเป็นอย่างแรก กลัวเรื่องเงินเฟ้อเป็นอันดับแรก ซึ่งเป็นแนวคิดเสรีนิยมใหม่ แล้วเมื่อมีแนวคิดเช่นนี้เป็นส่วนใหญ่เนื่องจากจบมาจากสำนักเดียวกัน เมื่อมีการวิจารณ์ก็เป็นไปในทิศทางเดียว ประชาชนก็ได้รับข้อมูลแบบเดียวกันหมด ไม่ได้รับข้อมูลด้านอื่นมาขัดง้างหรือโต้แย้ง ต่อเรื่องข้อวิจารณ์ของนักวิชาการบางส่วนที่พูดวว่าประชานิยมไปไม่ถึงรัฐสวัสดิการ คิดว่าอย่างไร ข้อบกพร่องของทักษิณมากที่สุดก็คือตรงนี้ เพราะเขาไม่ได้พยายามจะปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ คือ เช่นว่า เขาไม่พยายามปรับเรืองโครงสร้างภาษี เพราะรัฐสวัสดิการก็ต้องปรับฐานภาษีใหม่ เรื่องอัตราก้าวหน้า เรื่องภาษีที่ดิน ภาษีมรดก ตรงนีเป็นข้ออ่อนของทักษิณมากที่สุดมากกว่า ซึ่งตรงนี้ คิดว่านักเศรษฐศาสตร์ในสมัยทักษิณก็ไม่ค่อยวิจารณ์มากเท่าไหร่ คือไปวิจารณ์ด้านวินัยทางการคลังมากกว่า คือไปมองว่าอีกสิบปียี่สิบปีจะเป็นอย่างไร ซึ่งแนวทางการมองแบนี้ เรื่องวินัยทางการคลังมันก็เป็นการมองแบบที่พี่บอกว่าเป็นแบบเสรีนิยมใหม่ แล้วก็เป็นแบบที่เรียกว่าสำนัก Monetarism ของมิลตัน ฟรีดแมน ซึ่ง เป็นสำนักที่ไปให้คำแนะนำด้านเศรษฐกิจในละตินอเมริกา คือให้คำแนะนำในการสร้างระบบตลาดเสรีในละตินอเมริกา ซึ่งทำให้ ชิลี เม็กซิโก อาร์เจนตินา บราซิล พวกนี้ล่มสลายทางเศรษฐกิจหมด เพราะสำนักที่เรียกว่า “ชิคาโก้ บอย” ส่งคนเข้าไปให้คำแนะนำ พวกนี้ต่างหากที่ทำให้ระบบเศรษฐกิจพัง ตั้งแต่สมัยปิโนเชต์มา พวกนี้ต่างหากที่ทำให้เศรษฐกิจ ในละตินอเมริกาพังทลายย่อยยับกันหมด ซึ่งเขาก็จะเน้นในเรื่องนี้ คือไม่ยอมให้เกิดเงินเฟ้อ ไม่ยอมให้เกิดปัญหาทางวินัยการเงินการคลัง และในขณะเดียวกันก็ทำให้เปิดเสรีทางการเงิน ความจริงแล้ว อย่างต้มยำกุ้งนี่ก็เกิดมาจากการเปิดเสรีทางการเงินโดยไม่มีการเตรียมตัวล่วงหน้ามากกว่า ทั้งๆที่เราจะชอบได้ยินคำว่าพื้นฐานทางเศรษฐกิจดี แต่เราก็จะได้ยินปัญหาทางการเงิน เช่นเรื่อง Financial crisis อะไรอย่างนี้ ไม่ใช่ Economic Crisis ตอนที่เขาวิเคราะห์เรื่องต้มยำกุ้งกัน ก็เป็นเรื่องอย่างนี้ เมื่อมาถึงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ปีศาจประชานิยมแบบที่เคยสร้างให้กับทักษิณอาจจะถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง คุณเห็นว่ามันมีอะไรที่น่ากลัว หรือจับตาเกี่ยวกับนโยบายประชานิยมในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ไหม มองว่านโยบายยิ่งลักษณ์ไม่มีอะไรน่ากลัว แต่สิ่งที่น่ากลัวมากกว่าคือเขาจะอยู่ได้นานแค่ไหน ปัญหาของเขาคือว่านโยบายของเขาอาจจะยังไม่ได้ใช้ แต่เขาอาจจะต้องไปเสียก่อน ซึ่งจริงๆ อย่างนโยบายแจกแท็บเล็ตนี่มันดีกว่านโยบายแจกเช็คช่วยชาติให้ชนชั้นกลางมาก แต่เช็คช่วยชาติกลับได้รับการวิจารณ์ที่น้อยมากๆ ทั้งๆที่พวกนี้ได้เงินแล้วก็ไม่เอาออกมาใช้ ก็เอาเข้าธนาคารหมด ไม่ได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจอะไรเลย คือเราไม่มีมาตรฐาน ไม่ว่านักวิชาการหรือสื่อ มันก็เลยเป็นปัญหาขึ้นมา เหมือนอย่างค่าแรงสามร้อย เขาก็ยังไม่ได้นำเสนอในเชิงปฏิบัติเลยใช่ไหมว่าจะทำอย่างไร

Comments

ฝากประชาไทถามคุณภควดีและให้เธ

ฝากประชาไทถามคุณภควดีและให้เธอวิเคราะห์ว่า
เหตุใดจึงกลัวว่ายิ่งลักษณ์จะไม่ได้อยู่ในตำแหน่งนานพอที่จะทำตามนโยบาย

ภาพที่สื่อควรฉายให้เห็นในหลายมิติมากกว่านี้
เพราะเหตุที่เกิดมิได้มีแค่ตัวแปรที่นำเสนอ

หางเครื่องทรราชทำงานอีกแล้ว

หางเครื่องทรราชทำงานอีกแล้ว แถมยังโชว์วิสัยทัศนืไดโนเสาเรื่องรัฐสวัสดิการอีก ขยันทำงานโชว์เจ้านายจริงๆ วันนี้ไม่ไปล้อมช่อง 7 กับเขาด้วยหรือคะ คิกๆๆๆ

ประชานิยม...ก็ดีอยู่แล้วนี่คร

ประชานิยม...ก็ดีอยู่แล้วนี่ครับ
ประชานิยม ประชาก็เลือก
ประชาไม่นิยม ประชาก็ไม่เลือก

ไหนบอกว่า "ของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน"
ใครที่คิดว่าตนเองไม่ใช่ประชาชนก็ไม่ควรมาเสือกไม่เข้าเรื่อง

เอ่อ ไม่เป็นสังคมนิยมแล้วเหรอ

เอ่อ
ไม่เป็นสังคมนิยมแล้วเหรอครับ
ไม่น่ากลัวจะกลายเป็นแบบลาตินอเมริกา (อาร์เจนติน่า เอกว่าดอร์ ชิลี ไม่ใช่ เวเนซูเอล่า โบลิเวีย หรือบราซิล) แล้วเหรอครับ
ใช้ความรู้สึกมากกว่าเหตุผลหรือป่าวครับ

เต้

[quote=เต้]เอ่อ
ไม่เป็นสังคมนิยมแล้วเหรอครับ
ไม่น่ากลัวจะกลายเป็นแบบลาตินอเมริกา (อาร์เจนติน่า เอกว่าดอร์ ชิลี ไม่ใช่ เวเนซูเอล่า โบลิเวีย หรือบราซิล) แล้วเหรอครับ
ใช้ความรู้สึกมากกว่าเหตุผลหรือป่าวครับ[/quote]

คุณเต้คะ ประเด็นสำคัญในการให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ก็คือ การตั้งคำถามให้คิดกันใหม่ว่า ตกลงละตินอเมริกาพังทลายทางเศรษฐกิจเนี่ย เป็นเพราะประชานิยม หรือเพราะระบบอุปถัมภ์ หรือเพราะระบอบทหาร หรือเพราะลัทธิเสรีนิยมใหม่/สำนักการเงินนิยม/ชิคา่โก้บอย กันแน่? เราท่องตามนิติภูมิ นวรัตน์กันมากไปหรือเปล่าคะ? อันนี้เป็นคำถาม

ดิฉันไม่ได้บอกว่า ทักษิโนมิกส์ดีในตัวมันเอง แต่มันมีประสิทธิภาพอย่างที่มันอวดอ้าง (คือกระตุ้นเศรษฐกิจในระบอบทุนนิยมโดยอาศัยการขยายการบริโภคภายในประเทศเป็นหัวจักร ซึ่งแตกต่างจากระบอบเศรษฐกิจของไทยที่ผ่านมาที่เน้นการส่งออกเป็นหัวจักร) ส่วนที่ว่ามันจะพังทลายใน 10-20 ปีข้างหน้าอย่างที่ทำนายกันนั้น บังเอิญมันยังไม่เกิด สมัยเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ ตอนที่สหรัฐฯ เอาลัทธิเคนเชียนมาใช้ พวกชนชั้นสูงก็ด่ากันเปิดเปิงเหมือนกัน ลงท้ายตัวเองได้ประโยชน์ในภายหลัง

ดิฉันไม่เคยชอบระบอบทักษิณ จนเดี๋ยวนี้ก็ยังวิจารณ์ทักษิณหลายเรื่อง อุดมการณ์สังคมนิยมอนาธิปไตยเลอะ ๆ ที่ดิฉันมีก็ยังไม่หายไปไหน ประชาไทมาสัมภาษณ์ครั้งนี้เพราะเขาคิดว่า ในสมัยทักษิณ ดิฉันวิจารณ์อะไรต่ออะไรเยอะแยะ แต่แทบไม่เคยวิจารณ์สิ่งที่เรียกว่า "ประชานิยม" เลย มันเป็นเพราะอะไร? นี่คือที่มาของการสัมภาษณ์ครั้งนี้ เหตุผลตอนนั้นเป็นอย่างไร ตอนนี้ก็เป็นอย่างนั้น คิดว่าไม่ได้ใช้ความรู้สึกนำมากเกินไปหรอกค่ะ

อีกประเด็นสำคัญคือ ดิฉันคิดว่า คำ "ประชานิยม" ใช้กันผิด ๆ นะคะ นำไปสู่ความคิดว่าประชาชนโง่ โลภ ไม่ควรมีส่วนร่วมในการปกครองประเทศ ฯลฯ ประมาณนั้น

ภัควดี wrote:เต้

[quote=ภัควดี][quote=เต้]เอ่อ
ไม่เป็นสังคมนิยมแล้วเหรอครับ
ไม่น่ากลัวจะกลายเป็นแบบลาตินอเมริกา (อาร์เจนติน่า เอกว่าดอร์ ชิลี ไม่ใช่ เวเนซูเอล่า โบลิเวีย หรือบราซิล) แล้วเหรอครับ
ใช้ความรู้สึกมากกว่าเหตุผลหรือป่าวครับ[/quote]

คุณเต้คะ ประเด็นสำคัญในการให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ก็คือ การตั้งคำถามให้คิดกันใหม่ว่า ตกลงละตินอเมริกาพังทลายทางเศรษฐกิจเนี่ย เป็นเพราะประชานิยม หรือเพราะระบบอุปถัมภ์ หรือเพราะระบอบทหาร หรือเพราะลัทธิเสรีนิยมใหม่/สำนักการเงินนิยม/ชิคา่โก้บอย กันแน่? เราท่องตามนิติภูมิ นวรัตน์กันมากไปหรือเปล่าคะ? อันนี้เป็นคำถาม

ดิฉันไม่ได้บอกว่า ทักษิโนมิกส์ดีในตัวมันเอง แต่มันมีประสิทธิภาพอย่างที่มันอวดอ้าง (คือกระตุ้นเศรษฐกิจในระบอบทุนนิยมโดยอาศัยการขยายการบริโภคภายในประเทศเป็นหัวจักร ซึ่งแตกต่างจากระบอบเศรษฐกิจของไทยที่ผ่านมาที่เน้นการส่งออกเป็นหัวจักร) ส่วนที่ว่ามันจะพังทลายใน 10-20 ปีข้างหน้าอย่างที่ทำนายกันนั้น บังเอิญมันยังไม่เกิด สมัยเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ ตอนที่สหรัฐฯ เอาลัทธิเคนเชียนมาใช้ พวกชนชั้นสูงก็ด่ากันเปิดเปิงเหมือนกัน ลงท้ายตัวเองได้ประโยชน์ในภายหลัง

ดิฉันไม่เคยชอบระบอบทักษิณ จนเดี๋ยวนี้ก็ยังวิจารณ์ทักษิณหลายเรื่อง อุดมการณ์สังคมนิยมอนาธิปไตยเลอะ ๆ ที่ดิฉันมีก็ยังไม่หายไปไหน ประชาไทมาสัมภาษณ์ครั้งนี้เพราะเขาคิดว่า ในสมัยทักษิณ ดิฉันวิจารณ์อะไรต่ออะไรเยอะแยะ แต่แทบไม่เคยวิจารณ์สิ่งที่เรียกว่า "ประชานิยม" เลย มันเป็นเพราะอะไร? นี่คือที่มาของการสัมภาษณ์ครั้งนี้ เหตุผลตอนนั้นเป็นอย่างไร ตอนนี้ก็เป็นอย่างนั้น คิดว่าไม่ได้ใช้ความรู้สึกนำมากเกินไปหรอกค่ะ

อีกประเด็นสำคัญคือ ดิฉันคิดว่า คำ "ประชานิยม" ใช้กันผิด ๆ นะคะ นำไปสู่ความคิดว่าประชาชนโง่ โลภ ไม่ควรมีส่วนร่วมในการปกครองประเทศ ฯลฯ ประมาณนั้น[/quote]

อ่าาาา...เริ่มออกตัว เปิดทางถอยเล็กๆแล้วค่ะ คิกๆๆๆ

ปัจจุบันนโยบายประชานิยมของพรร

ปัจจุบันนโยบายประชานิยมของพรรคการเมืองแทบทุกพรรคเวลานี้เกิดจากชนชั้นนำปลายยอดแหลมปีรามิดเป็นกลุ่มที่มีผลประโยชน์มากที่สุดจากทรัพยากรกรชาติหยิบยื่นให้ชนชั้นล่างเป็นเพียงเศษเนื้อส่วนน้อยที่เขาแบ่งปันเท่านั้น เขาเหล่านี้ยังมีทรัพย์สินทรัพยากรชาติเป็นหมื่นล้านแสนล้านเสวยสุขอยู่ เป็นนโยบายTOP DOWN ที่ลดความกดดันของคนชั้นล่าง ถ้าเราอยู่ในลัทธิยอมแพ้ก็คงคิดว่าพอแล้วคุ้มแล้วและเชียร์ผู้นำประชานิยมต่อไป รัฐธรรมนูญปัจจุบันเป็นระบบตัวแทนเทียมเข้าสภา เราจึงเห็นว่าเขาปล่อยน้ำท่วมนาของรากหญ้าเพื่อป้องกันธุรกิจในเมืองของพวกเขา งบประมาณชาติมีจำกัดเขาเลือกที่จะสร้างรถไฟฟ้าอำนวยความสะดวกคนชั้นกลางในเมืองโดยปล่อยทิ้งคนจนในเมืองที่ต้องเบียดเสียดกับการจราจรที่ถูกรถไฟฟ้ายึดถนนไป1เลนและไม่มีนโยบายที่ดีสำหรับคนรากหญ้าชนบท ต้องถามว่าถึงเวลาที่เราจะทวงคืนความชอบธรรมหรือยังก้าวไปสู่รัฐสวัสดิการที่พวกเราสามารถกำหนดนโยบายรัฐของพวกเราเอง

"ภัควดี" ควรมองปัญหาต่างๆ

"ภัควดี" ควรมองปัญหาต่างๆ แบบหลายๆ มิติ

การมองสิ่งต่างๆ ด้วย "มิติ" เพียงมิติเดียว (ที่ตัวเองชอบ)

รังแต่จะสร้างปัญหา ไม่ใช่แก้ปัญหา....ครับ

มันไม่มีระบบไหนดีที่สุดหรอกคร

มันไม่มีระบบไหนดีที่สุดหรอกครับ เอาแค่ว่าดีที่นี้คือไร ประชานิยมมันแน่อยู่แล้วถว้าคุณไม่เสนอว่าจะใหัจะทำไรเพื่อประชาชนที่ประชาบนต้องการ เขาก็ไม่เลือกถ้าเขาเลือกก็หาคำมาเล่นอีก น่าเบื่อมาก

ดวง wrote:ภัควดี wrote:เต้

[quote=ดวง][quote=ภัควดี][quote=เต้]เอ่อ
ไม่เป็นสังคมนิยมแล้วเหรอครับ
ไม่น่ากลัวจะกลายเป็นแบบลาตินอเมริกา (อาร์เจนติน่า เอกว่าดอร์ ชิลี ไม่ใช่ เวเนซูเอล่า โบลิเวีย หรือบราซิล) แล้วเหรอครับ
ใช้ความรู้สึกมากกว่าเหตุผลหรือป่าวครับ[/quote]

คุณเต้คะ ประเด็นสำคัญในการให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ก็คือ การตั้งคำถามให้คิดกันใหม่ว่า ตกลงละตินอเมริกาพังทลายทางเศรษฐกิจเนี่ย เป็นเพราะประชานิยม หรือเพราะระบบอุปถัมภ์ หรือเพราะระบอบทหาร หรือเพราะลัทธิเสรีนิยมใหม่/สำนักการเงินนิยม/ชิคา่โก้บอย กันแน่? เราท่องตามนิติภูมิ นวรัตน์กันมากไปหรือเปล่าคะ? อันนี้เป็นคำถาม

ดิฉันไม่ได้บอกว่า ทักษิโนมิกส์ดีในตัวมันเอง แต่มันมีประสิทธิภาพอย่างที่มันอวดอ้าง (คือกระตุ้นเศรษฐกิจในระบอบทุนนิยมโดยอาศัยการขยายการบริโภคภายในประเทศเป็นหัวจักร ซึ่งแตกต่างจากระบอบเศรษฐกิจของไทยที่ผ่านมาที่เน้นการส่งออกเป็นหัวจักร) ส่วนที่ว่ามันจะพังทลายใน 10-20 ปีข้างหน้าอย่างที่ทำนายกันนั้น บังเอิญมันยังไม่เกิด สมัยเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ ตอนที่สหรัฐฯ เอาลัทธิเคนเชียนมาใช้ พวกชนชั้นสูงก็ด่ากันเปิดเปิงเหมือนกัน ลงท้ายตัวเองได้ประโยชน์ในภายหลัง

ดิฉันไม่เคยชอบระบอบทักษิณ จนเดี๋ยวนี้ก็ยังวิจารณ์ทักษิณหลายเรื่อง อุดมการณ์สังคมนิยมอนาธิปไตยเลอะ ๆ ที่ดิฉันมีก็ยังไม่หายไปไหน ประชาไทมาสัมภาษณ์ครั้งนี้เพราะเขาคิดว่า ในสมัยทักษิณ ดิฉันวิจารณ์อะไรต่ออะไรเยอะแยะ แต่แทบไม่เคยวิจารณ์สิ่งที่เรียกว่า "ประชานิยม" เลย มันเป็นเพราะอะไร? นี่คือที่มาของการสัมภาษณ์ครั้งนี้ เหตุผลตอนนั้นเป็นอย่างไร ตอนนี้ก็เป็นอย่างนั้น คิดว่าไม่ได้ใช้ความรู้สึกนำมากเกินไปหรอกค่ะ

อีกประเด็นสำคัญคือ ดิฉันคิดว่า คำ "ประชานิยม" ใช้กันผิด ๆ นะคะ นำไปสู่ความคิดว่าประชาชนโง่ โลภ ไม่ควรมีส่วนร่วมในการปกครองประเทศ ฯลฯ ประมาณนั้น[/quote]

อ่าาาา...เริ่มออกตัว เปิดทางถอยเล็กๆแล้วค่ะ คิกๆๆๆ[/quote]

คุณดวงนี่เดี๋ยวนี้ใช้แต่มุขเดิม ๆ หาสาระไม่ได้ เซลล์สมองเริ่มเสื่อมแล้วหรือคะ

แช่ม wrote:"ภัควดี"

[quote=แช่ม]"ภัควดี" ควรมองปัญหาต่างๆ แบบหลายๆ มิติ

การมองสิ่งต่างๆ ด้วย "มิติ" เพียงมิติเดียว (ที่ตัวเองชอบ)

รังแต่จะสร้างปัญหา ไม่ใช่แก้ปัญหา....ครับ[/quote]

ขอบคุณค่ะ แต่ดิฉันกลับคิดว่า ดิฉันพยายามเสนอให้มีการมองปัญหาแบบหลายมิตินะคะ ในขณะที่แนวคิดการโจมตีประชานิยมที่ใช้ ๆ กันอยู่นั้น เป็นการมองแบบมิติเดียว (คือมิติที่นิติภูมิบิวท์ขึ้นมา) ดิฉันไม่ได้บอกตรงไหนเลยนะคะว่า ระบบอุปถัมภ์หรือที่เราเรียกว่า "ประชานิยม" เป็นสิ่งที่ดี แล้วก็ไม่ได้บอกว่าระบอบทักษิณดีฃด้วย แต่อยากบอกว่า วิธีวิจารณ์ของคนไทยบางกลุ่มมันไร้สาระมาก ๆ เช่น การวิจารณ์ว่านักการเมืองให้เพื่อหวังผลการเมือง เป็นการวิจารณ์ที่ไร้สาระที่สุด ประมาณนี้มากกว่าค่ะ

สัมภาษณ์ ภัควดี วีระภาสพงษ์:

สัมภาษณ์ ภัควดี วีระภาสพงษ์: คุยกับนักแปลว่าด้วยคำว่าประชานิยม

Tue, 2011-08-30 08:01

ประชาไทคุยกับภัควดี วีระภาสพงษ์ นักเขียนนักแปลที่ติดตามแปลเรื่องราวการเมืองในละตินอเมริกาอย่างต่อเนื่อง และไม่ปฏิเสธเลยว่าเธอหนุนแนวคิดรัฐสวัสดิการอย่างเต็มที่ และเธอคนนี้ไม่เคยวิพากษ์วิจารณ์ประชานิยมไปในทางสร้างปีศาจ หากแต่กลับเชียร์ให้เดินหน้าไปสู่ประชานิยมที่ตอบสนองประชาชนอย่างแท้จริง

เธอตั้งข้อสังเกตว่าประชานิยมแบบทักษิณเป็นการเดินไปไม่สุดทาง และด้วยวิธีการที่ไม่อาจจะไปสู่การจัดสวัสดิการสังคมที่ยั่งยืนได้

ท่ามกลางบรรยากาศวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่เดินตามรอยที่ชายมาติดๆ ภควดีมองว่านโยบายของยิ่งลักษณ์ไม่มีอะไรหวือหวาน่ากลัวเหมือนพี่ชายของเธอ แต่ที่น่ากลัวก็คือ กลัวว่ายิ่งลักษณ์จะไม่ได้อยู่ในตำแหน่งนานพอที่จะทำตามนโยบายต่างหาก
<<<>>>

ประเด็นหลัก คือ ผู้ให้สัมภาษณ์เกรงว่า รัฐบาลยิ่งลักษณ์จะไม่ได้รับโอกาสให้ทำงานจนสำเร็จ
ก็ขึ้นอยู่ว่า
จะทำการใดที่เข้าข่ายตามความหมายของผู้จะ "ล้ม" รัฐบาลของ "ประชาชน"
หรือไม่อย่างไร ดูตัวอย่างจากทักษิณเป็นหลัก
ก็ระวังอย่าให้ซ้ำรอยด้วยก็แล้วกัน
จะพูด จะทำอะไร ต้องรอบคอบ ปรึกษาผู้รู้ให้รอบด้าน
ถ้าไม่แน่ใจ ออกข่าวก่อน ว่า"จะทำ" สิ่งนัน้นดีไหม ใครคัดค้านไหม

ถ้าเป็นพวกพ้องของเขา จะรุกล้ำป่าก็ได้ สร้างอาคารใดๆในป่าสงวนก็ได้ หรือรุกล้ำลำสาธารณะก็ได้
รับเงินเดือนหลายทางก็ได้ ชื่ออยู่ต่างหวัดแต่ตัวอยู่กรุง ก็ยังทำได้ ทั้งทวีคูณไตรคูณ
บ่อเป็นหยังเลย เพราะเป็นพวกคนดีทั้งนั้น

ตอนนี้ เขาก็ "จ้อง" ตาไม่กระพริบอยู่นะฮ้า ยังหาจังหวะเหมาะๆไม่ได้
สังเกตได้ว่า คนในพรรคเจ้าถ้อยหมอความ พูดโจมตีทุกวัน ทุกเรื่อง
เสมือนเป็นการรายงานไปยังเจ้านายของพวกเขา มากกว่าการพูดกับประชาชน

ได้ข่าวว่า ไอ้พวกนั้นตั้งโรงเรียนเหมือนกัน
ก็แปลกใจว่า คนไม่ทำงาน นอกจากเอาแต่พูด แล้วก็พูดๆๆๆๆ
มันจะสอนอะไร นอกจากการพูดๆๆๆๆๆ เหมือนคนสอน

ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ก็ไม่ต้องกังวล
ตั้งใจทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนต่อไป

เมื่อตั้งใจทำดีที่สุดแล้ว จะได้ทำมากหรือน้อย ก็ถือว่า ดีที่สุด
ถ้ามันล้มเลิกการเลือกตั้งอีก
เราก็อดทนต่อไป รอเวลา เวลาเท่านั้น จากนั้นเราคงมีโอกาสเลือกตั้งใหม่
เราก็เลือกพรรคที่มีนโยบาย ไม่เลือกพรรคลิ้นสองแฉก

เรามีความเพียรชอบ เลี้ยงชีพชอบ ดูซิว่า ใครจะทนอดมากกว่า

ดังนั้น เสียงผายลมทางปากของไอ้พวกลูกอีช่างพูดในวันนี้

ช่างแม่มมัน

สมองฉันยังไม่ฝ่อขนาดไปเป็นหาง

สมองฉันยังไม่ฝ่อขนาดไปเป็นหางเครื่องเผด็จการณ์ทรราชค่ะ จะเอาเนื้อหาสาระหรือคะ ประชานิยม(แบบระบอบทักษิณ)เอาเงินจากไหนมารันนโยบายคะ ถ้าไม่ทำให้นโยบายสาธารณะแห่งรัฐกลายเป็นแชร์ลูกโซ่และขายอนาคต อีกอย่างนะคะประชานิยมในโลกนี้(ในระดับความหมายแบบที่ระบอบทักษิณทำ-เดี๋ยวจะแถไปหยิบเอาตัวอย่างอื่นที่เข้ากันไม่ได้มาแย้งอีก)มันมีแต่เกิดขึ้นเป็นเครื่องมือของเผด็จการณ์เท่านั้นค่ะ ไม่มีในสังคมประชาธิปไตยที่เจริญดีแล้ว และโปรดอย่าแถว่าอาเจนตินาไม่ได้ล่มเพราะประชานิยม วันก่อนเห็นมีเอามาเผยแพร่ในประชาไทย(ไม่ใช่คุณภัควดีเขียนแต่ฉันรู้ว่าคิดเหมือนกัน) นั่นน่ะมันคิดแบบหางแดงแปลงสาร แสดงถึงความกระจอกทางวิชาการค่ะ คิกๆๆๆ

ประชานิยม ดี

ประชานิยม ดี ถ้าทำด้วยความจริงใจ เพื่อช่วยเหลือพลเมืองของประเทศ
ประชาชนมั่งคั่ง ประเทศชาติมั่นคง

แต่ถ้าทำเพื่อหวังเอาคะแนนเสียง
ก็แย่ และน่ากลัวเป็นที่สุด

อย่างไรก็ตาม ผมเห็นว่าคุณยิ่งลักษณ์มีความเป็นเอกเทศสูง คงไม่เดินตามรอยอันหวือหวาแบบไฟไหม้ฟางของทักษิณ
โดยส่วนตัว ผมเชื่อถือในความตั้งใจจริงของคุณยิ่งลักษณ์
ก็หวังเพียงว่า คนรอบข้าง รวมทั้งญาติๆของเธอ จะมองกว้างและไกล

I hope and pray :-(
>>>

[url]http://bit.ly/k1CmSG[/url]
ประชานิยม" เป็นคำที่แปลมาจากคำว่า populism ในภาษาอังกฤษ แรกเริ่มเดิมทีนั้นคำนี้เป็นศัพท์เฉพาะที่หมายถึงขบวนการเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองที่ 3 ของสหรัฐอเมริกาในทศวรรษที่ 1890 ในช่วงนั้นมีการรวมตัวกันของเกษตรกรรายย่อยซึ่งไม่พอใจแนวทางการพัฒนาประเทศที่เต็มไปด้วยอิทธิพลของบริษัทใหญ่ ๆ พวกเขารวมตัวกันก่อตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาในชื่อว่า "พรรคประชาชน" (People's Party) พรรคนี้ได้ส่งนายวิลเลียม เจนนิงส์ ไบรอัน (William Jennings Bryan) เข้าสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีในการเลือกตั้ง ค.ศ.1896 แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ จากนั้นพรรคนี้ก็สลายตัวไป ในยุคที่ใกล้เคียงกันนี้ที่รัสเซียได้เกิดขบวนการนารอดนิก (Narodichestvo) ของนักศึกษาปัญญาชนรัสเซียที่ลงไปเคลื่อนไหวเพื่อปลุกระดมชาวนาในชนบทด้วย คำว่า populism จึงเป็นคำที่ใช้เรียกขบวนการนารอดนิกด้วย[1]

ในประเทศไทยแต่เดิมนักวิชาการมักจะใช้ทับศัพท์ว่าป็อปปูลิสต์หรือ พ็อพพิวลิสม์ (populism) ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้คำศัพท์ “ประชานิยม” ซึ่งเกิดขึ้นครั้งแรกในเวทีวิชาการจากการนำเสนอของ พิชิต ลิขิตกิจสมบูณ์ และนิพนธ์ พัวพงศกร ที่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2544 และตั้งแต่นั้นมาคำว่าประชานิยมก็ใช้กันอย่างแพร่หลายในเชิงการวิพากษ์วิจารณ์นโยบายทางการเมืองของรัฐบาลทักษิณเป็นหลัก หลังการอภิปรายไม่ถึงสองอาทิตย์ได้ปรากฏคำว่า “ประชานิยม” เป็นภาษาเขียนครั้งแรกในบทความที่เขียนโดยเกษียร เตชะพีระ ที่ลงในหนังสือพิมพ์มติชนรายวันฉบับวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2544 ตั้งแต่นั้นมาคำนี้ก็ใช้กันอย่างกว้างขวาง
*****
ขอบคุณต่อผู้เขียนด้านล่างนี้ >>>
[url]http://piyapongpom.blogspot.com/2011/07/blog-post.html[/url]
Tuesday, 5 July 2011
นโยบายประชานิยม ข้อดี เเละข้อเสีย
ผลการเลือกตั้ง วันที่ 3 กรกฏาคม 2554 ที่ผ่านมา ทุกคนคงทราบกันดี ดังนั้น จึงไม่ข้อเขียน หรือ บรรยายเพิ่มเติม เเต่สิ่งที่น่าสังเกตคือ เเต่ละพรรค งัดนโยบายประชานิยมมาชูเป็นนโยบาย หลักอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นพรรคใหญ่ พรรคเล็ก

ประชานิยม ( Populism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองและแนวทางทางการเมืองที่เกิดขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ทั้งในสหรัฐอเมริกาและรัสเซีย โดยที่อุดมการณ์ทางการเมืองแบบประชานิยมจะอิงอยู่กับฐาน ชาวนาหรือคนยากจน ได้เป็นที่แพร่หลายและการเป็นแนวทางทางการเมืองที่ใช้ในกลุ่มประเทศโลกที่สาม และในช่วงศตวรรษที่ 20 ความคิดนี้ได้ปรากฏในประเทศจีน และประเทศในแถบลาตินอเมริกา ซึ่งผลลัพธ์ที่ปรากฏในกับประเทศเหล่านี้หลังจากมีการนำนโยบายประชานิยมไปประยุกต์ใช้ก็คือ ความล้มเหลวทั้งในการพัฒนาทางการเมืองและเศรษฐกิจ จาก นโยบาย เเละเงินทุน

นโยบายประชานิยม คือ นโยบายที่สนับสนุนประชาชนคนยากจนเป็นหลัก เพื่อมุ่งหวังความนิยมทางการเมืองโดยไม่จำเป็นต้องมีความสมเหตุสมผลหรือเป้าหมายทางเศรษฐศาสตร์มหภาคมารองรับและไม่จำเป็นเหตุผลที่ดีที่สุดของประเทศในขณะนั้น นโยบายประชานนิยมเป็นทั้งภาพหลอนทางการคลังของรัฐบาล
นโยบายประชานิยมจะมีหลากหลายรูปแบบที่ปรากฏแต่จะมีลักษณะร่วมกันตรงที่การเป็นนโยบายที่มุ่งเอาอกเอาใจและสนองความต้องการของประชาชนตลอดจนการไม่แสดงถึงจำนวนเงินที่ใช้ในการดำเนินนโยบายซึ่งเป็นที่มาของภาพหลอนทางการคลังและการปิดบังข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณชน

ข้อดีของนโยบายประชานิยม คือ ได้คะเเนนเสียงไว เป็นที่ชื่้่นชอบของประชาชน จดจำนโยบายง่าย นโยบายสามารถผังเข้าไปในจิตใจประชาชนได้ง่าย

ข้อเสียของนโยบายประชานิยม คือ ความเป็นไปได้ในการดำเนินนโยบายไปปฎิบัติเป็นไปได้อยาก ใช้งบประมาณที่สูง ต้องเป็นรัฐบาลที่จัดตั้งโดยความเข้มเเข็ง เเละเป็นปึกเเเผ่นจึงจะสามารถผลักดันนโยบายนำไปสู่การปฎิบัติได้

สรุป นโยบายประชานิยม ก็เหมือนดาบสองคมของพรรค ที่นำมาใช้เป็นนโยบาย กล่าวคือ ถ้าทำได้ดั่งนโยบายประชานิยม ก็จะทำให้ประชาชนชื่นชอบ เหมือนเด็กๆได้ขนม เเต่หถ้าหากทำไม่ได้ ก็เหมือนดั่งที่ดื่มยาพิษ ที่จะบันทอนชีวิตตนไปที่ละนิดที่ละหน่อย จะทำให้คนที่เลือกเข้าไปผิดหวัง เเละเกลียดชังในที่สุด
เขียนโดย Piyapongpom's blogger ที่ 15:30

ผมมีโอกาสได้สัมผัสชาวรากหญ้า

ผมมีโอกาสได้สัมผัสชาวรากหญ้า รวมทั้งเสื้อแดงผู้ทำงานหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินทั้งหลาย

พวกเขาหาได้ลงคะแนนเสียงเลือกเบอร์ หนึ่ง ด้วยว่ามีความนิยมในตัวทักษิณห็หาไม่
ผมเองก็เลือกเบอร์ หนึ่ง ด้วยเห็นว่าพรรคเพื่อไทยประกาศนโยบาย ไม่ด่าใครโจมตีใครแบบน้ำลายเน่าๆ

เราชาวบ้าน เลือกใครก็ได้ ที่มีนโยบายสำหรับความอยู่ดีกินดีของประชาชน
ไม่เห็นเราเป็นทาสแรงงาน หรือเป็นทาสน้ำเงิน แล้วชีวิตของเราอยู่อย่างอดอยากยากแค้น

ใครก็ได้ แม้แต่พวกพรรคประชาธิปัตย์เองก็เถอะ ถ้า "ทำงาน" ดี ไม่เอาแต่พูดโจมตีแม่มลูกเดียว
เราก็จะเลือก

รัฐบาลไหนวะ ทำให้น้ำมันพืชขาดตลาดและราคาโคตรแพง
น้ำมันเชื้อเพลิงราคาก็แพงแสนแพง แม่ม
ไข่ไก่ก็แทบจะต้องชั่งกิโล แม่ม

เมืองไทยนะนี่ เมืองเกษตรกรรมกสิกรรม
แต่แทบตำน้ำกิน
รัฐบาลไหนทำวะ แม่ม

มึงหุบปาก แล้วทำงานให้ประชาชน
แล้วพวกกูก็จะเลือกพวกมึงเอง

ใครก็ได้ ที่รู้จักการทำงาน

ไม่เกี่ยงที่จะให้คะแนน

ดวง

[quote=ดวง]สมองฉันยังไม่ฝ่อขนาดไปเป็นหางเครื่องเผด็จการณ์ทรราชค่ะ จะเอาเนื้อหาสาระหรือคะ ประชานิยม(แบบระบอบทักษิณ)เอาเงินจากไหนมารันนโยบายคะ ถ้าไม่ทำให้นโยบายสาธารณะแห่งรัฐกลายเป็นแชร์ลูกโซ่และขายอนาคต อีกอย่างนะคะประชานิยมในโลกนี้(ในระดับความหมายแบบที่ระบอบทักษิณทำ-เดี๋ยวจะแถไปหยิบเอาตัวอย่างอื่นที่เข้ากันไม่ได้มาแย้งอีก)มันมีแต่เกิดขึ้นเป็นเครื่องมือของเผด็จการณ์เท่านั้นค่ะ ไม่มีในสังคมประชาธิปไตยที่เจริญดีแล้ว และโปรดอย่าแถว่าอาเจนตินาไม่ได้ล่มเพราะประชานิยม วันก่อนเห็นมีเอามาเผยแพร่ในประชาไทย(ไม่ใช่คุณภัควดีเขียนแต่ฉันรู้ว่าคิดเหมือนกัน) นั่นน่ะมันคิดแบบหางแดงแปลงสาร แสดงถึงความกระจอกทางวิชาการค่ะ คิกๆๆๆ[/quote]

ยังงี้ไม่เรียกว่าสมองฝ่อหรอก แต่ไม่มีสมองต่างหาก น่าสงสารมาก
ชีวิตสับสนไม่รู้ใครมาจากอำนาจเผด็จการ ไม่รู้ใครมาจากกระบวนการประชาธิปไตย

สมองฝ่อหรือไม่มีสมอง?

[quote=สมองฝ่อหรือไม่มีสมอง?][quote=ดวง]สมองฉันยังไม่ฝ่อขนาดไปเป็นหางเครื่องเผด็จการณ์ทรราชค่ะ จะเอาเนื้อหาสาระหรือคะ ประชานิยม(แบบระบอบทักษิณ)เอาเงินจากไหนมารันนโยบายคะ ถ้าไม่ทำให้นโยบายสาธารณะแห่งรัฐกลายเป็นแชร์ลูกโซ่และขายอนาคต อีกอย่างนะคะประชานิยมในโลกนี้(ในระดับความหมายแบบที่ระบอบทักษิณทำ-เดี๋ยวจะแถไปหยิบเอาตัวอย่างอื่นที่เข้ากันไม่ได้มาแย้งอีก)มันมีแต่เกิดขึ้นเป็นเครื่องมือของเผด็จการณ์เท่านั้นค่ะ ไม่มีในสังคมประชาธิปไตยที่เจริญดีแล้ว และโปรดอย่าแถว่าอาเจนตินาไม่ได้ล่มเพราะประชานิยม วันก่อนเห็นมีเอามาเผยแพร่ในประชาไทย(ไม่ใช่คุณภัควดีเขียนแต่ฉันรู้ว่าคิดเหมือนกัน) นั่นน่ะมันคิดแบบหางแดงแปลงสาร แสดงถึงความกระจอกทางวิชาการค่ะ คิกๆๆๆ[/quote]

ยังงี้ไม่เรียกว่าสมองฝ่อหรอก แต่ไม่มีสมองต่างหาก น่าสงสารมาก
ชีวิตสับสนไม่รู้ใครมาจากอำนาจเผด็จการ ไม่รู้ใครมาจากกระบวนการประชาธิปไตย[/quote]
ริดสีดวงนอกจากไม่มีสมองแล้วยังตาบอดอีกต่างหาก ทีเวลาประชาธิปดนายกฯที่มาจากอำมาตย์ลากตั้งมาทำประชานิยมมันไม่เคยตั้งคำถาม ไม่รังเกียจประชานิยมระบอบอำมาตย์ เถียงกับพวกหน้าด้าน เอาดีใส่ตัวเอาชั่วให้คนอื่นอย่าท้อนะพี่น้องต้องเปิดโปงความชั่ว เอากระจกส่องให้มันรู้ตัว

เลิกคิดแบบสุดขั้ว

เลิกคิดแบบสุดขั้ว ขาวสุด-ดำสุดเสียทีเถิด

ประชานิยมไม่ใช่ของที่ดีเยี่ยมและไม่ใช่ของเสียที่น่ากลัว
ใช้ให้เป็นก็เกิดประโยชน์ได้ แต่แน่นอน อาจมีผลข้างเคียงมากบ้างน้อยบ้าง

ก็เหมือนกับของทุกอย่างในโลก แม้แต่น้ำ (ขาดน้ำ-น้ำเกิน) ลม (แล้ง-พายุ) อ๊อกซิเจน (เยอะตาบอด น้อยก็ตาย) มอร์ฟีน (ลดปวด-ยาเสพย์ติด) ฯลฯ

บริหารให้เป็นจึงเป็นประโยชน์

http://webboard.sanook.com/fo

[url]http://webboard.sanook.com/forum/?topic=3486708[/url]

มีชายชราคนหนึ่ง ไปเที่ยวที่ชายหาดชะอำ ขณะกำลังเดินเล่น เลาะไปตามชายหาด ก็มีหญิงสาวสวยในชุดบิกินนี่ นอนอาบแดดที่ชายหาด ชายชราก็เดินเข้าไปหาหญิงสาวด้วยความมั่นอกมั่นใจ แล้วก็เอ่ยปากกระซิบถามว่า
"อีหนู ลุงขอจับนมหน่อยได้ไหม" ตาแก่ถาม แล้วทำหน้าตากระลิ้มกระเหลี่ย
"ไปให้พ้นนะ ตาแก่บ้ากาม" หล่อนด่าอย่างไม่แยแส
"ขอจับนมหน่อย เดี๋ยวให้เงินร้อยนึง" ตาแก่ยังไม่ลดความพยายาม
" ร้อยนึง? จะบ้าหรือไง ไปให้พ้น!! " หล่อนไล่อีก พูดแล้วก็เมินหน้าหนี
"ขอจับนมหน่อยเหอะน่า ให้ห้าร้อยเลยเอ้า" ตาแก่ต่อรอง อย่างมีความหวัง
"ไม่ได้ไปให้พ้น" หล่อนตอบ ด้วยน้ำเสียงที่ไม่เป็นมิตรเลย
"งั้นพันนึง!"ตาแก่เพิ่มวงเงิน
หญิงสาวเริ่มรู้สึกลังเล แต่แล้วก็ได้สติ "บอกว่าไม่ได้ พูดไม่รู้เรื่องหรือไง"
"งั้นให้ห้าพันเลยเอ้า ขอจับนมแค่นิดเดี๋ยวเท่านั้น" ตาแก่ทำตาละห้อยขอร้อง
หญิงสาวนึกในใจว่า เขาแก่มากแล้ว ดูท่าทางก็ไม่น่ามีพิษมีภัยอะไร อีกอย่างเงินห้าพันนี่ ในสมัยโน้นก็ไม่ใช่น้อยๆ เลยบอกไปว่า "ก็ได้แต่ให้จับแค่แป๊บเดียวนะลุง" ว่าแล้วหล่อนปลดสายบิกินนี่ท่อนบนออก แล้วตาแก่ก็สอดมือเข้าไปถูนวด ลูบคลำเต้านมของหญิงสาว
ลูบพลางก็รำพึงว่า "โอ พระเจ้า ! โอ พระเจ้า! โอ พระเจ้า!" ไม่ขาดปาก
ด้วยความสงสัย หญิงสาวเลยถามว่า "ทำไมลุงต้องพูดว่า โอ พระเจ้า ! โอพระเจ้า! โอ พระเจ้า! ด้วยล่ะลุง"
ตาแก่พึมพำตอบ ขณะที่มือยังลูบคลำ บีบนวดเต้านมของหญิงสาว!โอ พระเจ้า โอพระเจ้า! โอ พระเจ้า ชาตินี้ลูกจะไปหาเงินห้าพันได้จากที่ไหน" ฮิๆๆๆๆ

ที่มา ฟอร์เวิร์ดเมล์

ภัควดี wrote:แช่ม

[quote=ภัควดี][quote=แช่ม]"ภัควดี" ควรมองปัญหาต่างๆ แบบหลายๆ มิติ

การมองสิ่งต่างๆ ด้วย "มิติ" เพียงมิติเดียว (ที่ตัวเองชอบ)

รังแต่จะสร้างปัญหา ไม่ใช่แก้ปัญหา....ครับ[/quote]

ขอบคุณค่ะ แต่ดิฉันกลับคิดว่า ดิฉันพยายามเสนอให้มีการมองปัญหาแบบหลายมิตินะคะ ในขณะที่แนวคิดการโจมตีประชานิยมที่ใช้ ๆ กันอยู่นั้น เป็นการมองแบบมิติเดียว (คือมิติที่นิติภูมิบิวท์ขึ้นมา) ดิฉันไม่ได้บอกตรงไหนเลยนะคะว่า ระบบอุปถัมภ์หรือที่เราเรียกว่า "ประชานิยม" เป็นสิ่งที่ดี แล้วก็ไม่ได้บอกว่าระบอบทักษิณดีฃด้วย แต่อยากบอกว่า วิธีวิจารณ์ของคนไทยบางกลุ่มมันไร้สาระมาก ๆ เช่น การวิจารณ์ว่านักการเมืองให้เพื่อหวังผลการเมือง เป็นการวิจารณ์ที่ไร้สาระที่สุด ประมาณนี้มากกว่าค่ะ[/quote]

การเสนอนโยบายอะไร ต้องมี "แผนรองรับ"

ว่า Step 1,2,3 ต้องทำอะไรต่อ ข้อดีข้อเสีย คืออะไร

ไม่ใช่เสนอ นโยบาย แบบ "ไปตามเอาดาบหน้า"

แก้กัน แบบรายวัน ตามกระแส ลดกระแส

หรือ นโยบายนี้ เป็นเพียง "เทคนิคการหาเสียง" เท่านั้น

คำว่า "มิติ" ต้องลึกกว่านั้น.. ครับ

ดวง

[quote=ดวง]สมองฉันยังไม่ฝ่อขนาดไปเป็นหางเครื่องเผด็จการณ์ทรราชค่ะ จะเอาเนื้อหาสาระหรือคะ ประชานิยม(แบบระบอบทักษิณ)เอาเงินจากไหนมารันนโยบายคะ ถ้าไม่ทำให้นโยบายสาธารณะแห่งรัฐกลายเป็นแชร์ลูกโซ่และขายอนาคต อีกอย่างนะคะประชานิยมในโลกนี้(ในระดับความหมายแบบที่ระบอบทักษิณทำ-เดี๋ยวจะแถไปหยิบเอาตัวอย่างอื่นที่เข้ากันไม่ได้มาแย้งอีก)มันมีแต่เกิดขึ้นเป็นเครื่องมือของเผด็จการณ์เท่านั้นค่ะ ไม่มีในสังคมประชาธิปไตยที่เจริญดีแล้ว และโปรดอย่าแถว่าอาเจนตินาไม่ได้ล่มเพราะประชานิยม วันก่อนเห็นมีเอามาเผยแพร่ในประชาไทย(ไม่ใช่คุณภัควดีเขียนแต่ฉันรู้ว่าคิดเหมือนกัน) นั่นน่ะมันคิดแบบหางแดงแปลงสาร แสดงถึงความกระจอกทางวิชาการค่ะ คิกๆๆๆ[/quote]

อะไรคือความกระจอกทางวิชาการครับ???
โปรดอ้างอิงผลงานที่คุณกล่าวถึงด้วย และถ้าเป็นไปได้ช่วยอธิบายประเด็นที่คุณยกมาและโต้ตอบแนวคิดนั้นๆที่คุณเอ่ยถึงด้วยมุมมองและทฤษฎีวิจัยทางวิชาการอย่างเป็นเหตุเป็นผลด้วย ว่าคุณไม่เห็นด้วยในประเด็นไหนและมีใคร/นักคิดคนไหน ใช้เป็นไกด์ไลน์ในการตอบโต้ทางวิชาการ........จะเป็นความกรุณาอย่างสูง

DoDo wrote:ดวง

[quote=DoDo][quote=ดวง]สมองฉันยังไม่ฝ่อขนาดไปเป็นหางเครื่องเผด็จการณ์ทรราชค่ะ จะเอาเนื้อหาสาระหรือคะ ประชานิยม(แบบระบอบทักษิณ)เอาเงินจากไหนมารันนโยบายคะ ถ้าไม่ทำให้นโยบายสาธารณะแห่งรัฐกลายเป็นแชร์ลูกโซ่และขายอนาคต อีกอย่างนะคะประชานิยมในโลกนี้(ในระดับความหมายแบบที่ระบอบทักษิณทำ-เดี๋ยวจะแถไปหยิบเอาตัวอย่างอื่นที่เข้ากันไม่ได้มาแย้งอีก)มันมีแต่เกิดขึ้นเป็นเครื่องมือของเผด็จการณ์เท่านั้นค่ะ ไม่มีในสังคมประชาธิปไตยที่เจริญดีแล้ว และโปรดอย่าแถว่าอาเจนตินาไม่ได้ล่มเพราะประชานิยม วันก่อนเห็นมีเอามาเผยแพร่ในประชาไทย(ไม่ใช่คุณภัควดีเขียนแต่ฉันรู้ว่าคิดเหมือนกัน) นั่นน่ะมันคิดแบบหางแดงแปลงสาร แสดงถึงความกระจอกทางวิชาการค่ะ คิกๆๆๆ[/quote]

อะไรคือความกระจอกทางวิชาการครับ???
โปรดอ้างอิงผลงานที่คุณกล่าวถึงด้วย และถ้าเป็นไปได้ช่วยอธิบายประเด็นที่คุณยกมาและโต้ตอบแนวคิดนั้นๆที่คุณเอ่ยถึงด้วยมุมมองและทฤษฎีวิจัยทางวิชาการอย่างเป็นเหตุเป็นผลด้วย ว่าคุณไม่เห็นด้วยในประเด็นไหนและมีใคร/นักคิดคนไหน ใช้เป็นไกด์ไลน์ในการตอบโต้ทางวิชาการ........จะเป็นความกรุณาอย่างสูง[/quote]

อย่าเอาพิมเสนไปแลกเกลือเลย
กับ
จำพวกริดสีดวงทวารแห่งเว็จมรรคนิยม

ว่ายวนเวียนอยู่ในทะเลน้ำลายขอ

ว่ายวนเวียนอยู่ในทะเลน้ำลายของพวกเอ็งต่อไปนั่นแหละ
๐l๐

ขอบคุณข่าวสด
:-D

http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNeE5EZ3hORGN5TXc9PQ==&sectionid=

วันที่ 01 กันยายน พ.ศ. 2554 เวลา 01:14 น. ข่าวสดออนไลน์

ปชป.กางผลวิจัยแพ้พท.เพราะ “เชื่องช้า-ทำงานไม่เป็น-ไม่ติดดิน” เหมือนเบนซ์ติดเครื่องอีแต๋น

ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า รายงานข่าวจากที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ชุดใหม่ที่ประชุมในช่วงเช้าของวันที่ 31 ส.ค.แจ้งว่า ที่ประชุมมีการรับทราบผลการวิจัยชุดที่คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ไปจ้างบริษัทเอกชนทำวิจัยถึงเหตุผลว่า "ทำไมปชป.ถึงแพ้การเลือกตั้งให้กับพรรคเพื่อไทย" โดยมีการเปรียบเทียบทั้งตัวพรรค และตัวผู้นำ ระหว่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กับทั้งพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ซึ่งผลปรากฏว่าประชาชนส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า สาเหตุที่ประชาธิปัตย์แพ้มี 3 เหตุผลสำคัญ ประกอบด้วย

1.เชื่องช้า ไม่กล้าตัดสินใจ

2.บริหารงานไม่เป็น

และ 3.ไม่ติดดินไม่ใกล้ชิดประชาชน

ส่วนนายอภิสิทธิ์แม้จะมีจุดดีเรื่องความซื่อสัตย์ แต่ไม่ต่างกับพ.ต.ท.ทักษิณและน.ส.ยิ่งลักษณ์อย่างมีนัยยะสำคัญ แต่เรื่องการบริหารงานนายอภิสิทธิ์กลับแพ้ฝ่ายตรงข้ามแทนจะทุกด้าน นอกจากนี้ ยังมีการเปรียบเทียบว่า ประชาธิปัตย์เหมือนรถเบนซ์หางปลา หรือเบนซ์รุ่นเก่า หรือรถฮอนด้าซีวิค ติดเครื่องอีแต๋น คือภาพลักษณ์ดีแต่ไม่มีประสิทธิภาพ ในขณะที่ เพื่อไทย กล้าคิดกล้าทำ ตอบสนองประชาชนได้ดี เหมือนรถเฟอร์รารีรุ่นใหม่ติดเครื่องคูโบต้าเอนกประสงค์

รายงานข่าวระบุด้วยว่า นอกจากงานวิจัยของคุณหญิงกัลยา ยังมีการรายงานการรวบรวมความคิดเห็นที่นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน รองหัวหน้าปชป. เป็นผู้รับผิดชอบและข้อเสนอของสาขาพรรคทั่วประเทศ โดยข้อมูลทั้งหมดจะนำไปใช้ในการหารือที่ประชุมสัมมนาปชป.ระหว่างวันที่ 2-3 ก.ย.นี้เพื่อสรุปบทเรียนว่าปชป. จะเดินหน้าต่อไปอย่างไร

อยากให้อ้ายแสงดาวและน้องๆ ngo

อยากให้อ้ายแสงดาวและน้องๆ ngo (ยกเว้นนายหนูเอียด..ฮา) พิเคราะห์บทสัมภาษณ์ ที่dynamic ของคุณภัควดี แล้วมาถกกั๋น ในวันอนาคต ดีก่ออ้าย!

ดีใจที่ในความเห็นของคุณภัควดี

ดีใจที่ในความเห็นของคุณภัควดีเอง เขียนคำว่า อุปถัมภ์ ว่า อุปถัมภ์

ประชาไท โปรดทราบ "อุปถัมป์" น่ะ สะกดผิด

อุปถัมภ์ อุปถัมภ์ อุปถัมภ์ เข้าใจไหม?