ใต้เท้าขอรับ: ความเงียบอันอื้ออึง.....

ระดับน้ำที่ท่วมในหลายพื้นที่เริ่มลดลงแล้ว แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นจากนี้อาจไม่ใช่การฟื้นฟูประเทศด้วยความร่วมแรงร่วมใจของทุกภาคส่วน แต่จะเป็นเกมการเมืองในระดับที่จะสร้างความวิบัติฉิบหายกันไปข้างหนึ่งรออยู่ และที่ส่งสัญญาณมาแล้วอย่างหนึ่ง (ซึ่งทำมาอย่างต่อเนื่อง) ก็คือ พรรคฝ่ายค้านอย่างประชาธิปัตย์จะดึงสถาบันพระมหากษัตริย์ลงมาเป็นเครื่องมือทางการเมืองครั้งใหญ่อีกครั้ง เริ่มต้นด้วยการหย่อนประเด็นโดยรองโฆษกพรรค อดีตนักปั่นจักรยานทีมชาติ อย่างมัลลิกา บุญมีตระกูล ที่เสนอมาตรการสุดท้ายหากรัฐบาลไม่สามารถจัดการกับการแสดงความเห็นที่เข้าข่ายความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ได้ ก็ให้ปิดเฟซบุ๊กและยูทูปว์เสียตามแนวทางของประเทศจีน และหากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนโง่เขลาพอที่จะเชื่อว่าจะสามารถต่อสู้ทางการเมืองและพิสูจน์ตัวเองโดยการหันมาห้ำหั่น ปิดหูปิดตา และปิดปากประชาชนของพวกเขาแล้ว นี่ก็จะเป็นเรื่องน่าสมเพชที่สุดเท่าที่ระบอบประชาธิปไตยจะมอบให้กับประชาชนของประเทศใดสักประเทศหนึ่ง น่าเสียใจว่า สัญญาณจากรัฐบาลก็เป็นไปในทำนองดังว่า หากเราดูคำสัมภาษณ์ของ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่ออกมาเตือนว่า เพียงคลิกไลค์ คุณก็อาจเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายได้ เสรีภาพนั้นงดงามตราบที่มันยังอยู่กับเรา แต่ก็น่าแปลกที่มนุษย์ผู้มีเสรีภาพในประเทศนี้ กลับพยายามหันมาเรียกร้องให้ลิดรอนเสรีภาพของผู้อื่นลงเสีย ไม่ต่างอะไรกับกลุ่มคนผู้ได้ประโยชน์โภชน์ผลจากระบอบประชาธิปไตยและเสรีนิยมอย่างเต็มที่ กลับลุกขึ้นมาปฏิเสธสิ่งนั้นเสียเอง เวลาที่พวกเขาเรียกร้องเช่นนั้น เขาอยู่ในสถานะที่คิดว่าตนเองจะไม่สูญเสียมันไป แต่พวกเขาจะแน่ใจได้ละหรือ ว่าจะเป็นผู้กุมสถานะที่ได้รับการยกเว้นไว้ได้ตลอดไป ภายใต้เสรีภาพที่จะพูด คนจำนวนไม่น้อยใช้เสรีภาพนั้นเพื่อกดขี่ผู้อื่นไม่ให้พูด มิไยต้องกล่าวถึงโครงสร้างทางกฎหมายอันแน่นหนาที่รัดตรึงผู้คนไว้ไม่ให้พูด และวิพากษ์วิจารณ์ ไม่มีผู้มีอำนาจคนไหน ยินดีฟังสิ่งที่ตนเองไม่อยากจะฟัง อำนาจเป็นสิ่งท้าทาย แม้แต่การมีอำนาจจัดการเว็บไซต์เล็กๆ ก็ยังท้าทายคนทำงานที่เกี่ยวข้องกับมันอยู่มิใช่น้อย เมื่อเราพบข้อความที่เราไม่ถูกใจ ไม่เห็นด้วย เพียงขยับนิ้ว ข้อความเหล่านั้นก็สามารถหายไปในทันที แต่....สิ่งที่เราห้ามตัวเองจากการกระทำเหล่านั้นมีเพียงสิ่งเดียว คือ ความเชื่อมั่นว่ามนุษย์ต้องมีเสรีภาพที่จะพูดจะคิด และสื่อสาร และหน้าที่ของเราก็คือการอดทนต่อความแตกต่าง มนุษย์ไม่มีวันจะเป็นอย่างเดียวกันได้ในทุกเรื่องทุกอย่าง สิ่งที่จะทำให้คนอยู่ด้วยกันได้ คือการอดทนต่อกันและกัน ในทุกประเทศล้วนมีประเด็นที่แตะต้องลำบาก และกลุ่มคนที่ถูกคาดหวังให้พูดสิ่งนั้นก่อนผู้อื่นก็คือ สื่อมวลชน…หรือมิใช่ กว่า 5 ปีแห่งความวุ่นวายทางการเมืองของไทย สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ ไม่มีใครควบคุมความคิดคนในสังคมนี้ให้เป็นไปในทิศทางเดียวได้อีกแล้ว ทุกองคาพยพที่เกี่ยวข้องกับเกมอำนาจ ล้วนถูกวิพากษ์วิจารณ์ ซุบซิบนินทา ทั้งด้วยหลักวิชา และด้วยคำด่าสาดเสียเทเสีย มันคือพลวัตรของการเปลี่ยนแปลงที่มือมหึมาระดับไหนก็หยุดยั้งไว้ไม่ได้ ขณะที่เสียงแห่งความแตกต่างหลากหลายดังขึ้นทุกขณะจิต กลไกที่จะควบคุมความคิดก็ถูกสร้างและใช้มากขึ้นเรื่อยๆ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ถูกนำมาฟ้องร้องกันอย่างกว้างขวาง บวกเข้ากับเครื่องมืออันใหม่ล่าสุดก็คือ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 เท่าที่เป็นอยู่ตลอดมา บรรดาคนที่ถูกฟ้องร้องเหล่านี้ ถูกตีตรา และถูกตัดสินไปล่วงหน้าแล้ว โดยไม่ต้องมีคำถามต่อกระบวนการยุติธรรม ความได้สัดส่วนระหว่างโทษกับความผิด ปัญหาแนวคิดและนิติปรัชญาของกฎหมายที่ถูกนำมาใช้ มิไยต้องเอ่ยถึงพื้นที่ของพวกเขาในสื่อของไทย เงียบ...มันคือความเงียบที่กดขี่จองจำคนจำนวนหนึ่งเอาไว้ไม่ให้เปล่งเสียง แต่ภายใต้ความเงียบที่หนักอึ้งนั้น ยังมีอีกหลายเสียงที่ดิ้นรนให้ถูกได้ยิน เราอาจปิดปากคนได้ด้วยกฎหมาย แต่เราปิดกั้นความคิดของพวกเขาไม่ได้ ยิ่งในเวลานี้ ที่พรมแดนแห่งการรับรู้ข่าวสารไม่มีอยู่อีกต่อไป คดีอากง และผู้ถูกฟ้องร้องจากมาตรา 112 และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ จึงยังเป็นสิ่งที่สื่อเล็กๆ แห่งนี้ต้องนำเสนออย่างต่อเนื่อง ทำต่อไปไปจนกว่าสังคมนี้จะยอมรับว่าเสียงของมนุษย์นั้นมีความหมาย ฆ่าไม่ตายและส่งต่อได้ไม่จบสิ้น

Comments

ดูอึดอัด รบ

ดูอึดอัด รบ ขาดความเชื่อมั่นทั้งที่ได้เสียงข้างมาก
รมต ICT ไม่โดน ไม่มีกึ๋น ไม่มีจุดยืน และวิสัยทัศน์ พอที่จะบริหารกระทรวงนี้ ไปขับเครื่องบินคงพอได้
เรียนท่านนายก ช่วยปรับด่วน ถ้าไม่ทำอะไร คราวหน้าจะไม่เลือกแล้วนะ รักดอกจึงบอกไห้

ตอนนี้คงสดุ้งกันเป็นแถว แต่สื

ตอนนี้คงสดุ้งกันเป็นแถว

แต่สื่อกระแสหลักยังคงพอใจที่จะเก็บปากไว้ให้ห่างจากใต้เท้า
คงกลัวเท้าโดนปาก

ไม่เป็นข่าวในสื่อกระแสหลัก เข้าใจว่ากระแสความรู้สึก ไม่ว่าจะในทางใดจะไม่สูง

แต่แท้จริงแล้ว น่ากลัวกว่ากันมาก
มันกำลังเกิดพลังเหมือนคลื่นใต้น้ำ ที่รอวันถาโถมเข้าใส่สรรพสิ่ง
โบราณสถาน วัตถุ ที่ว่าศักดิ์สิทธิ์ ยังโดนฤทธิ์ของน้ำโถมเข้าใส่

ใต้เท้าขอรับ โปรดไตร่ตรอง
พิจารณาให้ถ่องแท้ว่า ใต้เท้าประสงค์สิ่งใดกันแน่
ระวังจะเป็นหวังดี แต่ประสงค์ร้ายนะขอรับ

น้ำน่ะ ลอยเรือได้ฉันใด ก็ล่มเรือได้ฉันนั้น ขอรับ

กอร์ป wrote:ดูอึดอัด รบ

[quote=กอร์ป]ดูอึดอัด รบ ขาดความเชื่อมั่นทั้งที่ได้เสียงข้างมาก
รมต ICT ไม่โดน ไม่มีกึ๋น ไม่มีจุดยืน และวิสัยทัศน์ พอที่จะบริหารกระทรวงนี้ ไปขับเครื่องบินคงพอได้
เรียนท่านนายก ช่วยปรับด่วน ถ้าไม่ทำอะไร คราวหน้าจะไม่เลือกแล้วนะ รักดอกจึงบอกไห้[/quote]
-ผมว่าใจเย็นๆก่อนนะท่านอย่าเต้นไปตามเกมส์การเมืองมากเราจะเข้าทางเขาหรือเขาจะเข้าทางเราและอย่าลื่มว่าเสียงข้างมากในประเทศนี้ไม่เคยมีความสำคัญใดๆถ้าไปยุ่งกับอำนาจและผลประโยชน์ของเครือข่ายอำมาตย์นิยม เวลายังมีอีกมากค่อยๆเป็นค่อยๆไปดีกว่ากับเผือกร้อนชิ้นนี้ อำมาตย์นิยมเขาก็เลี้ยงคนของพวกเขาไว้เยอะ แถมมีอำนาจทางทหารในมือและพวกนี้พร้อมที่จะออกมาไล่รัฐบาลได้ทุกเมือพวกนี้รอแค่ไฟเขียวเงื้อนไขแค่นั้น ใจเย็นๆก็ดีนะท่านอ่านเกมส์การเมืองให้ขาด
-แต่ถ้าจะเรียกร้องจริงๆให้มวลชนออกมามากๆหรือทั้งประเทศไปเลยแล้วยืนเรื่องให้สำนักราชเลขานำเรื่องพวกนี้ขึ้นทูลเกล้าไปเลยตรงๆไม่ต้องผ่านหลายขั้นตอน ปัญหาคือใครจะกล้า

ไม่ต้องไปเต้นตามเกมการเมืองเข

ไม่ต้องไปเต้นตามเกมการเมืองเขาหรอก เขาวางหมากหลายชั้นหลายกระดานที่จะล้มรัฐบาลเพราะเขาเริ่มจะรู้แล้วว่าเขาเพลี่ยงพล้ำในการเลือกตั้ง จึงทำทุกวิถีทางเพื่อล้มรัฐบาลให้ได้

คนลุ่มน้ำเจ้าพระยา...เจ็บปวดก

คนลุ่มน้ำเจ้าพระยา...เจ็บปวดกระดองใจเป็นล้นพ้น
การพ่ายแพ้ต่อการเลือกตั้งอย่างต่อเนื่องยาวนานนับสิบปี
เหมือนเป็นการสูญเสียเอกราชให้แก่ผู้คนที่มาจากเมืองขึ้นของตน

ไอ้พวกขี้ข้า...ไอ้พวกเชลย...มันจะสะเออะมาปกครองพวกข้าได้อย่างไร?
ไอ้พวกสารเลว มันต้องใช้วิธีสกปรกเป็นแน่แท้ พวกมันต้องโกงเป็นแน่แท้
ถ้าพวกข้าโกงได้หมายความว่าพวกข้าฉลาด เอาตัวรอดเป็นยอดดี เก่งเหมือนศรีธนญชัยของพวกข้า
ไอ้พวกขี้ข้า...พวกเองมีอะไรที่เหนือกว่าข้า สะเออะมาชนะพวกข้าอย่างนั้นหรือ...พวกเองต้องโกงมาแน่ๆ
พวกข้าจะต้องกำจัดพวกเองให้ออกไปจากลุ่มน้ำเจ้าพระยาของข้าให้ได้ ไม่ว่าจะใช้วิธีใด...
ไม่ว่าวันนั้นจะฝนตก จะแดดออก จะเป็นกลางวัน จะเป็นกลางคืน พวกข้าก็จะต้องล้มพวกเองให้ได้

น้ำเน่า น้ำเสีย น้ำแห่งความสกปรกโสมม จากทุกสายน้ำแห่งความระยำ
ได้มารวมกันแล้วที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา กลายเป็นศูนย์รวมความระยำแห่งชาติ

ศูนย์รวมความระยำ ระยำมาเนิ่นนานเกินจะเยียวยา
ถึงจะส่งมวลน้ำมหาศาลมาชะล้าง ก็คงชะล้างไม่หมด
น้ำมหาศาลเจอความระยำมหาศาล กลายเป็นน้ำเน่าน้ำเหม็นมหาศาล

บ้านเมืองที่มีความระยำอยู่อย่างมหาศาลเท่านั้น
จึงจะสามารถเอาผิดคนแก่ให้จำคุก 20 ปีได้
โดยที่ยังไม่รู้เลยว่าคนแก่อย่างนั้นมองเห็นตัวอักษรเล็กๆไหม
ส่งเมจเสสเป็นจริงๆหรือเปล่า...เออ...ใครมันจะมาระยำมหาศาลได้เท่าพวกข้าเล่า

คุณไม่เคยรู้

คุณไม่เคยรู้ ใช่ไหม
พ่อขุนผาเมือง แห่งเมืองราด และเป็นลูกเขยของพระเจ้าชัยวรมัน ที่ 7 แห่งเมืองพระนคร
คือ ผู้รบชนะ ขอมโขลนสบาตลำโพง ที่เข้ามายึดครองสุโขทัย ในตอนนั้น
เป็นผู้มอบ เมืองสุโขทัย ให้พ่อขุนบางกลางท่าว ผู้เป็นทั้งเพื่อนและพระญาติ
เพราะพระองค์ คือ เขยของพระเจ้าชัยวรมัน ที่ 7
หากขึ้นครองสุโขทัย จะทำให้ไทย ต้องอยู่ภายใต้อำนาจของขอม
ดังนั้น ท่านจึงมอบสุโขทัยให้พ่อขุนบางกลางท่าวขึ้นครอง
และได้มอบพระยศ กัมรเตงศรีอินทราทิตย์ ที่ได้รับมอบจาก พระเจ้าชัยวรมัน ที่ 7
ให้แก่ พ่อขุนบางกลาวท่าว เพื่อว่าจะได้ไม่มีใครมารังแกได้
และ พ่อขุนผาเมือง ผู้นี้เป็นพระโอรสของพระเจ้าพรหม แห่งราชวงศ์เชียงแสน
จากนั้น ท่านได้หนีภัย ไปเชียงแสน และไม่ปรากฎพระองค์
ท่านยังมี เชษฐา อีกพระองค์ ชื่อ ศิริไชย
และมีเจ้าชายองค์หนึ่ง ชือ ศิริไชย เกี่ยวข้องกับ พระเจ้าอู่ทอง

ยังมีอะไรอีกมากที่คุณไม่รู้
ที่คุณกล่าวมา มาจากหนังสือไม่กี่เล่ม หรือ ฟังใครสักคนเล่่ามา
คงยังไม่พอเพียงที่จะใช้ประกอบข้ออ้างอิงใดใด
และ แน่นอน ยังมีเรื่องราวอีกมากที่ฉันก็ยังไม่รู้

ฉันเป็นคนไทย ที่แม้ประวัติศาสตร์จีนได้ระบุไว้ว่า
เป็นผู้สอนคนจีนให้ปลูกข้าว
และคนไทยเป็นชาติแรกที่รู้จักการปลูกมาแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์
ก่อนจะอพยพหนีคนจีนลงมาโดยใช้เวลาหลายร้อยหลายพันปี

ถ้าคุณอยากรู้จักตัวตน รากเหง้าของคุณ
คุณต้องอ่าน ประวัติศาสตร์ ไทย ลาว พม่า พุกาม เขมร เวียตนาม จีน
อย่างละหลายๆเล่ม คุณถึงจะ " รู้ "

ทำไมจะต้องเป็นสังคม

ทำไมจะต้องเป็นสังคม ใบ้

แม้ผมจะไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ท่านพูด
ผมก็จะสนับสนุนและปกป้องสิทธิในการพูด ให้ท่านได้พูดในสิ่งที่ท่านอยากพูด

การพูดของท่านไม่ใช่อาชญากรรม
และท่านก็ไม่อาจเป็นอาชญากรได้ ด้วยการพูด
เรามีวิจารณญานที่จะรับฟัง แม้จะเป็นความเห็นที่แตกต่าง

การกระทำด้วยความรุนแรงต่างหาก ที่เป็นอาชญากรรม
และผมก็จะต่อต้านความรุนแรงทุกอย่างที่ท่านจะทำ เพราะมันเป็นอาชญากรรม

ทั้งนี้ ก็เพื่อไม่ให้ท่านเป็นอาชญากร

เพราะอะไร ....ก็เราไม่ใช่แค่ฝุ่นเมือง... เราเป็นเจ้าของประเทศนี้ร่วมกัน ..มิใช่หรือ.....

clair de lune

[quote=clair de lune]คุณไม่เคยรู้ ใช่ไหม
พ่อขุนผาเมือง แห่งเมืองราด และเป็นลูกเขยของพระเจ้าชัยวรมัน ที่ 7 แห่งเมืองพระนคร
คือ ผู้รบชนะ ขอมโขลนสบาตลำโพง ที่เข้ามายึดครองสุโขทัย ในตอนนั้น
เป็นผู้มอบ เมืองสุโขทัย ให้พ่อขุนบางกลางท่าว ผู้เป็นทั้งเพื่อนและพระญาติ
เพราะพระองค์ คือ เขยของพระเจ้าชัยวรมัน ที่ 7
หากขึ้นครองสุโขทัย จะทำให้ไทย ต้องอยู่ภายใต้อำนาจของขอม
ดังนั้น ท่านจึงมอบสุโขทัยให้พ่อขุนบางกลางท่าวขึ้นครอง
และได้มอบพระยศ กัมรเตงศรีอินทราทิตย์ ที่ได้รับมอบจาก พระเจ้าชัยวรมัน ที่ 7
ให้แก่ พ่อขุนบางกลาวท่าว เพื่อว่าจะได้ไม่มีใครมารังแกได้
และ พ่อขุนผาเมือง ผู้นี้เป็นพระโอรสของพระเจ้าพรหม แห่งราชวงศ์เชียงแสน
จากนั้น ท่านได้หนีภัย ไปเชียงแสน และไม่ปรากฎพระองค์
ท่านยังมี เชษฐา อีกพระองค์ ชื่อ ศิริไชย
และมีเจ้าชายองค์หนึ่ง ชือ ศิริไชย เกี่ยวข้องกับ พระเจ้าอู่ทอง

ยังมีอะไรอีกมากที่คุณไม่รู้
ที่คุณกล่าวมา มาจากหนังสือไม่กี่เล่ม หรือ ฟังใครสักคนเล่่ามา
คงยังไม่พอเพียงที่จะใช้ประกอบข้ออ้างอิงใดใด
และ แน่นอน ยังมีเรื่องราวอีกมากที่ฉันก็ยังไม่รู้

ฉันเป็นคนไทย ที่แม้ประวัติศาสตร์จีนได้ระบุไว้ว่า
เป็นผู้สอนคนจีนให้ปลูกข้าว
และคนไทยเป็นชาติแรกที่รู้จักการปลูกมาแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์
ก่อนจะอพยพหนีคนจีนลงมาโดยใช้เวลาหลายร้อยหลายพันปี

ถ้าคุณอยากรู้จักตัวตน รากเหง้าของคุณ
คุณต้องอ่าน ประวัติศาสตร์ ไทย ลาว พม่า พุกาม เขมร เวียตนาม จีน
อย่างละหลายๆเล่ม คุณถึงจะ " รู้ "[/quote]

แล้วไงครับ! ผมไม่อยากรู้เรื่องในครอบครัวของใครบางคนหรอก...มีแต่เรื่องแย่งสมบัติ ไร้สาระ!
ขอถามว่า การที่เราจะหยุดวงจรแห่งความชั่วร้ายนี้ เราต้องอ่านอะไรครับ?
แล้วหมุดหมายทางประวัติศาตร์เนี่ย มีที่ยืนให้สามัญชนบ้างมั้ย?

Cocoon wrote:clair de lune

[quote=Cocoon][quote=clair de lune]คุณไม่เคยรู้ ใช่ไหม
พ่อขุนผาเมือง แห่งเมืองราด และเป็นลูกเขยของพระเจ้าชัยวรมัน ที่ 7 แห่งเมืองพระนคร
คือ ผู้รบชนะ ขอมโขลนสบาตลำโพง ที่เข้ามายึดครองสุโขทัย ในตอนนั้น
เป็นผู้มอบ เมืองสุโขทัย ให้พ่อขุนบางกลางท่าว ผู้เป็นทั้งเพื่อนและพระญาติ
เพราะพระองค์ คือ เขยของพระเจ้าชัยวรมัน ที่ 7
หากขึ้นครองสุโขทัย จะทำให้ไทย ต้องอยู่ภายใต้อำนาจของขอม
ดังนั้น ท่านจึงมอบสุโขทัยให้พ่อขุนบางกลางท่าวขึ้นครอง
และได้มอบพระยศ กัมรเตงศรีอินทราทิตย์ ที่ได้รับมอบจาก พระเจ้าชัยวรมัน ที่ 7
ให้แก่ พ่อขุนบางกลาวท่าว เพื่อว่าจะได้ไม่มีใครมารังแกได้
และ พ่อขุนผาเมือง ผู้นี้เป็นพระโอรสของพระเจ้าพรหม แห่งราชวงศ์เชียงแสน
จากนั้น ท่านได้หนีภัย ไปเชียงแสน และไม่ปรากฎพระองค์
ท่านยังมี เชษฐา อีกพระองค์ ชื่อ ศิริไชย
และมีเจ้าชายองค์หนึ่ง ชือ ศิริไชย เกี่ยวข้องกับ พระเจ้าอู่ทอง

ยังมีอะไรอีกมากที่คุณไม่รู้
ที่คุณกล่าวมา มาจากหนังสือไม่กี่เล่ม หรือ ฟังใครสักคนเล่่ามา
คงยังไม่พอเพียงที่จะใช้ประกอบข้ออ้างอิงใดใด
และ แน่นอน ยังมีเรื่องราวอีกมากที่ฉันก็ยังไม่รู้

ฉันเป็นคนไทย ที่แม้ประวัติศาสตร์จีนได้ระบุไว้ว่า
เป็นผู้สอนคนจีนให้ปลูกข้าว
และคนไทยเป็นชาติแรกที่รู้จักการปลูกมาแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์
ก่อนจะอพยพหนีคนจีนลงมาโดยใช้เวลาหลายร้อยหลายพันปี

ถ้าคุณอยากรู้จักตัวตน รากเหง้าของคุณ
คุณต้องอ่าน ประวัติศาสตร์ ไทย ลาว พม่า พุกาม เขมร เวียตนาม จีน
อย่างละหลายๆเล่ม คุณถึงจะ " รู้ "[/quote]

แล้วไงครับ! ผมไม่อยากรู้เรื่องในครอบครัวของใครบางคนหรอก...มีแต่เรื่องแย่งสมบัติ ไร้สาระ!
ขอถามว่า การที่เราจะหยุดวงจรแห่งความชั่วร้ายนี้ เราต้องอ่านอะไรครับ?
แล้วหมุดหมายทางประวัติศาตร์เนี่ย มีที่ยืนให้สามัญชนบ้างมั้ย?[/quote]

ฉันชอบ "ทางสายกลาง" ของพระพุทธเจ้า
ถ้าคุณ "ไม่รับรู้" อะไรเลย คุณจะไม่รู้ว่า ทางสายกลางควรอยู่ตรงจุดใหน
เหมือน "ตาชั่ง" เอียงข้างใด ข้างหนึ่ง ก็ไม่สมดุลย์
เช่นกัน คุณต้อง "เข้าใจ" ให้ถ่องแท้ ในสิ่งที่คุณเกลียดและสิ่งที่คุณรัก
ชีวิตเรา ใช่ว่าต้องมีแต่เรื่องนี้ เพียงเรื่องเดียวที่สำคัญ
การมีชีวิต ควรเป็นชีวิตที่มีความสุข
ทำอย่างเต็มที่ ดีที่สุด สุดหัวใจ ในหน้าที่ทุกอย่างของคุณ เป็นคนที่สมบูรณ์
ทำปัจจุบัน ให้ดีที่สุด และมีความสุขกับปัจจุบัน น่าเป็นเรื่องสำคัญยิ่งกว่า
ถ้าคุณทำได้จริง คุณจะเข้าใจในสิ่งที่ฉันพูด

clair de lune wrote:Cocoon

[quote=clair de lune][quote=Cocoon][quote=clair de lune]คุณไม่เคยรู้ ใช่ไหม
พ่อขุนผาเมือง แห่งเมืองราด และเป็นลูกเขยของพระเจ้าชัยวรมัน ที่ 7 แห่งเมืองพระนคร
คือ ผู้รบชนะ ขอมโขลนสบาตลำโพง ที่เข้ามายึดครองสุโขทัย ในตอนนั้น
เป็นผู้มอบ เมืองสุโขทัย ให้พ่อขุนบางกลางท่าว ผู้เป็นทั้งเพื่อนและพระญาติ
เพราะพระองค์ คือ เขยของพระเจ้าชัยวรมัน ที่ 7
หากขึ้นครองสุโขทัย จะทำให้ไทย ต้องอยู่ภายใต้อำนาจของขอม
ดังนั้น ท่านจึงมอบสุโขทัยให้พ่อขุนบางกลางท่าวขึ้นครอง
และได้มอบพระยศ กัมรเตงศรีอินทราทิตย์ ที่ได้รับมอบจาก พระเจ้าชัยวรมัน ที่ 7
ให้แก่ พ่อขุนบางกลาวท่าว เพื่อว่าจะได้ไม่มีใครมารังแกได้
และ พ่อขุนผาเมือง ผู้นี้เป็นพระโอรสของพระเจ้าพรหม แห่งราชวงศ์เชียงแสน
จากนั้น ท่านได้หนีภัย ไปเชียงแสน และไม่ปรากฎพระองค์
ท่านยังมี เชษฐา อีกพระองค์ ชื่อ ศิริไชย
และมีเจ้าชายองค์หนึ่ง ชือ ศิริไชย เกี่ยวข้องกับ พระเจ้าอู่ทอง

ยังมีอะไรอีกมากที่คุณไม่รู้
ที่คุณกล่าวมา มาจากหนังสือไม่กี่เล่ม หรือ ฟังใครสักคนเล่่ามา
คงยังไม่พอเพียงที่จะใช้ประกอบข้ออ้างอิงใดใด
และ แน่นอน ยังมีเรื่องราวอีกมากที่ฉันก็ยังไม่รู้

ฉันเป็นคนไทย ที่แม้ประวัติศาสตร์จีนได้ระบุไว้ว่า
เป็นผู้สอนคนจีนให้ปลูกข้าว
และคนไทยเป็นชาติแรกที่รู้จักการปลูกมาแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์
ก่อนจะอพยพหนีคนจีนลงมาโดยใช้เวลาหลายร้อยหลายพันปี

ถ้าคุณอยากรู้จักตัวตน รากเหง้าของคุณ
คุณต้องอ่าน ประวัติศาสตร์ ไทย ลาว พม่า พุกาม เขมร เวียตนาม จีน
อย่างละหลายๆเล่ม คุณถึงจะ " รู้ "[/quote]

แล้วไงครับ! ผมไม่อยากรู้เรื่องในครอบครัวของใครบางคนหรอก...มีแต่เรื่องแย่งสมบัติ ไร้สาระ!
ขอถามว่า การที่เราจะหยุดวงจรแห่งความชั่วร้ายนี้ เราต้องอ่านอะไรครับ?
แล้วหมุดหมายทางประวัติศาตร์เนี่ย มีที่ยืนให้สามัญชนบ้างมั้ย?[/quote]

ฉันชอบ "ทางสายกลาง" ของพระพุทธเจ้า
ถ้าคุณ "ไม่รับรู้" อะไรเลย คุณจะไม่รู้ว่า ทางสายกลางควรอยู่ตรงจุดใหน
เหมือน "ตาชั่ง" เอียงข้างใด ข้างหนึ่ง ก็ไม่สมดุลย์
เช่นกัน คุณต้อง "เข้าใจ" ให้ถ่องแท้ ในสิ่งที่คุณเกลียดและสิ่งที่คุณรัก
ชีวิตเรา ใช่ว่าต้องมีแต่เรื่องนี้ เพียงเรื่องเดียวที่สำคัญ
การมีชีวิต ควรเป็นชีวิตที่มีความสุข
ทำอย่างเต็มที่ ดีที่สุด สุดหัวใจ ในหน้าที่ทุกอย่างของคุณ เป็นคนที่สมบูรณ์
ทำปัจจุบัน ให้ดีที่สุด และมีความสุขกับปัจจุบัน น่าเป็นเรื่องสำคัญยิ่งกว่า
ถ้าคุณทำได้จริง คุณจะเข้าใจในสิ่งที่ฉันพูด[/quote]
ผมชอบประโยคท้ายของคุณจริงๆจากใจครับ การใช้ชีวิตควรเป็นชีวิตที่มีความสุข แต่ใครเล่าจะนอนฝันดีได้ในขณะที่พี่น้องทะเลาะกันเสียงดังลั่นบ้าน ผมคนนึงที่นอนไม่หลับ รอดูว่าจะมีใครสักคนมั๊ยที่จะมาปรามให้พี่น้องคู่นี้เคลียร์กันได้สักที ผมและพี่น้องอีกหลายคนที่ไม่เคยนอนหลับ จะได้นอนตาหลับกับเค้าบ้าง

ในสมัยพุทธกาล....พระพุทธองค์ท

ในสมัยพุทธกาล....พระพุทธองค์ทรงส่องญาณมวลสรรพสัตว์ทั้งสามโลก หลังเสวยวิมุติสุข แล้วท้อพระทัย
เราลองจินตนาการถึงสังคมอินเดียในสมัยนั้นสิ! กฎแหล็กของจารีตที่ซึมลึกอยู่ในชมพูทวีปนับพันปี
แล้วมนุษย์ตัวเล็กๆคนหนึ่งจะทำอะไรได้? ถ้าทรงดูดาย ถ้าทรงไม่ประกาศพระธรรมวินัยก็ไม่มีใครรู้ แต่ด้วยข่ายญาณของพระพุทธองค์ ทรงเห็นว่ามีความเป็นไปได้....
ในโลกนี้ ยังมีเวไนยสัตว์ บุรษชาติอาชาไนย เปรียบเสมือนม้าพันธ์ุดี ที่ฝึกกันได้...

แต่อย่างไรก็ตาม...ทุกสิ่งย่อมเป็นไปตามกฎอนิจจัง.... แม้แต่สังฆะในชมพูทวีป หรือในที่อื่นๆ ก็เช่นเดียวกัน

อย่าหาว่าผมเปรียบเทียบในสิ่งที่ไม่เหมาะสมเลย เพราะสิ่งที่พระพุทธองค์ทรงกระทำนั้น คือแนวทางมนุษยนิยม ก้าวหน้ากว่ายุค
สมัย ทรงปลดแอกการกดขี่ชนชั้น ทรงมอบอิสระภาพให้ปัจเจกชน ถามว่าการที่พระองค์ประกาศสัจจะ เป็นทางสายกลางหรือเปล่า? ทั้งๆที่พระองค์ต้องเสี่ยงกับอิทธิพลของจารีตเก่า.... การกล่าวหาต่างๆนาๆ การอาฆาตมาดร้าย ฯลฯ

ถ้าเราอยู่ในสังคมแห่งความงมงายเมื่อ2600ปีก่อน เราจะกล้าไปพูดกับเพื่อนมนุษย์ด้วยกันมั้ยว่า.... "มนุษย์โดยธรรมชาติแล้วทุกคนเท่าเทียมกัน ดี-ชั่ววัดที่การกระทำ หาใช่วรรณะ" ถ้าเรารู้ว่ามันไม่ถูกต้อง แต่เราไม่ต้องการเปลืองตัว เราดูดาย ปล่อยให้ผู้ชนะเขียนประวัติศาตร์ต่อไป นี่เป็นทางสายกลางหรือเปล่า?

โสคราตีสยอมดื่มยาพิษเพื่อรักษาสัจจะ เป็นทางสายกลางมั้ย?

กาลิเลโอประกาศความจริงว่าโลกกลม เป็นทางสายกลางมั้ย?

สาธุคุณมาร์ติน ลูเทอร์ ต่อต้านการขายใบฎีกาไถ่บาปของศาสนาจักร เป็นทางสายกลางมั้ย?

เราซื่อสัตย์ต่อความจริง มันไม่เป็นทางสายกลางอย่างไร? แล้วพวกที่ฉ้อฉลแม้กระทั่งความคิดล่ะ! นั่นคือทางสายกลางหรือ?

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าตาชั่งที่เราใช้อยู่มันเที่ยงตรง? เราใช้ญาณทัศนะอะไร?... หรือไม่ต้องใช้!
มีแค่สามัญสำนึกอย่างเดียวพอหรือ? เราสงสัยไม่ได้หรือ...ว่าอำนาจรัฐที่แท้อยู่กับใคร?

มหภาคเป็นเช่นไร จุลภาคก็เป็นเช่นนั้น สังคมรวมหมู่เป็นทุกข์ ปัจเจกจะสุขได้อย่างไร?

คนชนเผ่าได้มีโอกาสไป จอร์แดน

คนชนเผ่าได้มีโอกาสไป จอร์แดน อิสรเอล
แล้วตะลึง หายคิดถึงบ้าน

เพราะเพิ่งมาเห็นว่า วิถีวัฒนธรรม ดนตรี เครื่องดนตรี และการเต้นรำ
แบบเดียวกะ พี่น้องชนเผ่า คนดอยเลย
แต่วงล้อมเต้นรำ ตีกลอง ตีฆ้อง ตีฉิ่ง เพื่อต้อนรับอาคันตุกะ และ ในงานรื่นเริงของเขา
เป็นวงล้อมใหญ่ คนเยอะมาก....

นั่นบ่งชี้ สายสัมพันธ์อะไร อะไร ของพี่น้องชาติพันธุ์ในเอเชีย หรือไม่...

อยากให้พี่น้องคนเอเชีย เปิดใจ มองโลกทรรศน์ อย่างเป็นมิตร
ไม่แบ่งแยก แต่แบ่งปัน และถ้อยที ถ้อยอาศัย...

ร่วมสรรสร้างบ้าน สร้างเมือง สร้างประชาคม และโลกที่น่าอยู่ไว้ให้ลูกหลาน ....

ไปอยู่ต่างประเทศสักเดือน แล้ว คุณจะคิดถึงคนไทย คนเอเชียด้วยกัน.....

จาก.... เด็กดอย หัวใจโกอินเตอร์