ร้องตัวแทนไทยใน “คณะมนตรีแม่น้ำโขง” คงความเห็นกรณี “เขื่อนไซยะบุรี”

เครือข่ายประชาชน 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง แจงข้อกังวลโครงการเขื่อนไซยะบุรี ร้องผู้แทนประเทศไทยยืนยันความเห็น “เปิดเผยข้อมูลไม่เพียงพอ- ควรพิจารณาข้อกังวลของสาธารณะ” ในที่ประชุมคณะมนตรีแม่น้ำโขง 7-9 ธ.ค.นี้ ที่กัมพูชา วันนี้ (29 พ.ย.54) เครือข่ายประชาชน 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง เข้ายื่นจดหมายถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะสมาชิกคณะมนตรีแม่น้ำโขง เรื่องข้อกังวลเกี่ยวกับเขื่อนไซยะบุรี และการประชุมคณะมนตรีแม่น้ำโขง ชี้โครงการสร้างเขื่อนไซยะบุรีกั้นแม่น้ำโขงสายหลักในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชนลาว (สปป.ลาว) ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลให้ได้รับทราบอย่างรอบด้าน ขณะที่โครงการกลับมีความคืบหน้าอย่างรวดเร็ว สร้างความกังวลใจ โดยเฉพาะในประเด็นผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จดหมายดังกล่าวระบุว่า เครือข่ายประชาชน 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง อันประกอบด้วยจังหวัดเชียงราย เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ได้ทำงานติดตามกรณีเขื่อนไซยะบุรี บนแม่น้ำโขง ในพื้นที่ มาโดยตลอด ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ประชาชนริมแม่น้ำโขงได้รับรู้ถึงผลกระทบของการสร้างเขื่อน 4 แห่งในประเทศจีน ที่แม้จะอยู่ห่างไกลแต่ได้สร้างผลกระทบต่อคนลุ่มน้ำโขงตอนล่างอย่างชัดเจน และหากมีการสร้างเขื่อนไซยะบุรีสำเร็จ เชื่อว่าจะเกิดผลกระทบประชาชนในประเทศลาว กัมพูชา เวียดนาม และไทย รวมถึงคนริมฝั่งแม่น้ำสาขาของแม่น้ำโขง อีกจำนวนมาก แม้เขื่อนจะตั้งอยู่ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว แต่โครงการเขื่อนไซยะบุรีก็เกี่ยวข้องกับประเทศไทยโดยตรง เนื่องจากมีบริษัท ช.การช่างของไทยเป็นผู้พัฒนาโครงการ โดยได้รับการสนับสนุนเงินทุนจาก 4 ธนาคารของไทย ขณะที่ผู้รับซื้อไฟฟ้าเกือบทั้งหมดคือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จดหมายยังได้ระบุข้อเรียกร้อง ให้ผู้แทนประเทศไทยในฐานะสมาชิกคณะมนตรีแม่น้ำโขง ยืนยันข้อคิดเห็นเดิมตามวันที่ 19 เม.ย.54 ที่ระบุว่า กระบวนการเปิดเผยข้อมูลยังไม่เพียงพอ และควรมีการพิจารณาข้อกังวลของสาธารณะอย่างถี่ถ้วน ในการประชุมคณะมนตรีแม่น้ำโขง ซึ่งจะมีการอภิปรายถึงกรณีเขื่อนไซยะบุรี ในวันที่ 7-9 ธ.ค.54 ที่ประเทศกัมพูชา อีกทั้ง ขอให้ชะลอการลงนามซื้อขายไฟฟ้าระหว่างประเทศไทย โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และผู้พัฒนาโครงการ คือ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) จนกว่ากระบวนการตามข้อตกลงแม่น้ำโขงจะลุล่วง และเป็นที่ยอมรับ พร้อมทั้งมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะประชาชนผู้พึ่งพาทรัพยากรแม่น้ำโขงในการดำรงชีวิต ทั้งนี้จดหมายดังกล่าวมีรายละเอียด ดังนี้ ศูนย์ประสานงานเครือข่ายประชาชน 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง อาคารที่ทำการอำเภอเมืองหนองคาย (หลังเก่า) ถ.ประจักษ์ อ.เมือง จ.หนองคาย 43000 29 พฤศจิกายน 2554 เรื่อง ข้อกังวลเกี่ยวกับเขื่อนไซยะบุรี และการประชุมคณะมนตรีแม่น้ำโขง เรียน ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะสมาชิกคณะมนตรีแม่น้ำโขง ในนามของเครือข่ายประชาชน 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง อันประกอบด้วยจังหวัดเชียงราย เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ได้ทำงานติดตามกรณีเขื่อนไซยะบุรี บนแม่น้ำโขง ในพื้นที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชนลาว (สปป.ลาว) มาโดยตลอด ประชาชนทั้ง 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขงส่วนใหญ่มองว่าโครงการสร้างเขื่อนไซยะบุรียังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลให้ได้รับทราบอย่างรอบด้าน ขณะที่โครงการกลับมีความคืบหน้าอย่างรวดเร็ว จึงรู้สึกกังวลใจ โดยเฉพาะในประเด็นผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ประชาชนริมแม่น้ำโขง ได้รับรู้ถึงผลกระทบของการสร้างเขื่อน 4 แห่งในประเทศจีนซึ่งกั้นแม่น้ำโขง ที่แม้จะอยู่ห่างไกลกว่าโครงการเขื่อนไซยะบุรี แต่ได้สร้างผลกระทบต่อคนลุ่มน้ำโขงตอนล่างอย่างชัดเจน และหากมีการสร้างเขื่อนไซยะบุรีสำเร็จ ประชาชนลุ่มน้ำโขงเชื่อว่าจะเกิดผลกระทบกับพี่น้องชาวลาว กัมพูชา เวียดนาม และไทย รวมถึงคนริมฝั่งแม่น้ำสาขาของแม่น้ำโขง อีกจำนวนมาก ผลกระทบสำคัญซึ่งคาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นหากมีการสร้างเขื่อนไซยะบุรีคือ การปิดกั้นเส้นทางอพยพของปลาโดยเฉพาะปลาบึก การทำลายระบบนิเวศทั้งระบบของแม่น้ำโขง การสูญเสียพื้นที่เกษตรกรรมริมฝั่งโขง ซึ่งจะกลายเป็นภาพใหญ่ในผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ฯลฯ อันเป็นการทำลายวิถีชีวิตของคนริมฝั่งโขงโดยตรง แม้เขื่อนจะตั้งอยู่ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว แต่โครงการเขื่อนไซยะบุรีก็เกี่ยวข้องกับประเทศไทยโดยตรง เนื่องจากมีบริษัท ช.การช่างของไทยเป็นผู้พัฒนาโครงการ โดยได้รับการสนับสนุนเงินทุนจาก 4 ธนาคารของไทย ขณะที่ผู้รับซื้อไฟฟ้าเกือบทั้งหมดคือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เราจึงใคร่ขอแสดงความกังวลเป็นอย่างยิ่ง ต่อขั้นตอนการแจ้งข้อมูล ปรึกษาหารือล่วงหน้า และข้อตกลง (Procedures for Notification, Prior Consultation, and Agreement - PNPCA) ของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission: MRC) ในกรณีโครงการเขื่อนไซยะบุรี ซึ่งยังไม่ได้รับฉันทามติจากประเทศสมาชิกทั้ง 4 นอกจากนี้ ตามความตกลงแม่น้ำโขง 2538 การตัดสินใจใด ๆ เกี่ยวกับทรัพยากรในแม่น้ำ ควรจะอยู่บนพื้นฐานการให้ความสำคัญร่วมกัน ประเทศไทย กัมพูชา และเวียดนาม ยังได้แสดงความกังวลในที่ประชุมสมัยพิเศษของคณะกรรมการร่วมของ MRC เมื่อวันที่ 19 เมษายน ปีนี้ เกี่ยวกับความจำเป็นที่ต้องมีการศึกษาและปรึกษาหารือเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เขื่อนไซยะบุรีก่อนจะตัดสินใจ และเนื่องจากบรรดาประเทศสมาชิกขาดซึ่ง “โอกาสอย่างพอเพียง...ที่จะอภิปรายและประเมินถึงประโยชน์ที่จะได้รับ” ด้วยเหตุดังกล่าว ย่อมถือว่า กระบวนการแจ้งข้อมูลยังไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ เราจึงใคร่ขอเรียกร้องมายังท่านในฐานะสมาชิกคณะมนตรีแม่น้ำโขง ให้ผลักดันเพื่อเรียกร้องให้ประเทศสมาชิก ปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ และปฏิบัติตามกระบวนการ PNPCA อย่างแท้จริง ตามความตกลงแม่น้ำโขงปี 2538 และต้องถือว่า ยังไม่มีข้อสรุปใด ๆ เกี่ยวกับสถานะของโครงการเขื่อนแห่งนี้ ก่อนหน้าที่จะถึงการประชุมคณะมนตรีแม่น้ำโขง ในวันที่ 7-9 ธันวาคม 2554 ณ ประเทศกัมพูชา ซึ่งจะมีการอภิปรายถึงกรณีเขื่อนไซยะบุรี เราขอเรียกร้องให้ท่านยืนยันข้อคิดเห็นเดิมตามวันที่ 19 เมษายน ที่ระบุว่า กระบวนการเปิดเผยข้อมูลยังไม่เพียงพอ และควรมีการพิจารณาข้อกังวลของสาธารณะอย่างถี่ถ้วน ในฐานะสมาชิกคณะมนตรีแม่น้ำโขงของประเทศไทย เราใคร่ขอให้ท่านชะลอการลงนามซื้อขายไฟฟ้าระหว่างประเทศไทย โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และผู้พัฒนาโครงการ คือ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) จนกว่ากระบวนการตามข้อตกลงแม่น้ำโขงจะลุล่วง และเป็นที่ยอมรับ พร้อมทั้งมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะประชาชนผู้พึ่งพาทรัพยากรแม่น้ำโขงในการดำรงชีวิต จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาและดำเนินการโดยเร่งด่วน ขอแสดงความนับถือ เครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง

Comments

น้ำก็ของลาว แผ่นดินก็ของลาว

น้ำก็ของลาว แผ่นดินก็ของลาว ฟ้าก็ของลาว อธิปไตยเหนือดินแดนก็ของลาว ไฟฟ้าที่เขื่อนผลิตได้ก็ของลาว รายได้จากไฟฟ้าที่ผลิตได้ก็ของลาว ผู้คนที่ได้รับประโยชน์จากการกักเก็บน้ำก็คนลาว..........หนี้ค่าสร้างเชื่อนก็ของคนลาว

เอ็นจีโอไทย กลุ่มไหนจะคัดค้าน....ลาวก็เชิญยกคณะไปคัดค้านกันที่เมืองลาว

เดี๋ยวลาวจัดเต็มให้....

ลาวเลือกได้นะเจ้า....จะแบ่งของๆลาวให้ไทยหรือเวียต......

เคยรินไหล เสรี

เคยรินไหล เสรี ใ้ห้ชีวิต
เคยใช้สิทธิ์ หลากมา ยามหน้าฝน
เคยหล่อเลี้ยง เคียงคู่ กับผู้คน
สองฝั่งล้น สร้างอุดม ความสมบูรณ์

แล้วอะไร ใครกัน ในวันนี้
กั้นที่นี่ ขวางที่นั่น จนเสียศูนย์
เพียงร่ำรวย อ้วนพี ทวีคูณ
ความเกื้อกูล ก่อนเก่า เริ่มไม่มี

ถึงหน้าแล้ง ก็แห้ง จนเหือดหาย
ถึงหน้าฝน ก็หลากหลาย ล้นทุกที่
ืืืืทั้งปูปลา กุ้งหอย น้อยเต็มที
รอพรุ่งนี้ คนเขลา กูเอาคืน

แล้วสร้าง 8 เขื่อนในจีน

แล้วสร้าง 8 เขื่อนในจีน ติดชายแดนลาว มันต่างกันตรงไหน ทำไมไม่ประท้วงจีนด้วย ?