อมร จันทรสมบูรณ์: เผด็จการโดยพรรคการเมืองทุนนิยมผูกขาด

หมายเหตุ: วันนี้ (6 ก.พ.) ที่ห้องประชุมจี๊ด เศรษฐบุตร (LT1) คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มีการจัดเสวนา “วิกฤตประเทศไทย ใครคือตัวการ?” โดยกลุ่มสยามประชาภิวัฒน์ ในช่วงแรก ศ.ดร. อมร จันทรสมบูรณ์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และอาจารย์นิติศาสตร์ด้านกฎหมายมหาชน ได้กล่าวปาฐกถาเรื่อง “เผด็จการโดยพรรคการเมืองทุนนิยมผูกขาด” มีรายละเอียดตามที่เอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์ รายงานดังนี้ 000 เผด็จการโดยพรรคการเมืองทุนนิยมผูกขาด อมร จันทรสมบูรณ์ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณกลุ่มสยามประชาภิวัฒน์ที่ให้โอกาสผมมาชี้แจงว่าตามความเห็นของผม ขณะนี้ระบอบการปกครองของเราเป็นระบอบอะไร ในเอกสารที่ท่านมีอยู่ในมือจะเห็นว่ามีบทความอยู่ ซึ่งไม่ยาวนัก ของผมอยู่ 2 บทความ ความจริงถ้าท่านมีโอกาสไปอ่านบทความนี้ ท่านก็จะเข้าใจว่าเพราะเหตุใดประเทศไทยจึงได้กลายเป็นระบบเผด็จการโดยพรรคการเมืองนายทุน ผมเองกำลังนึกว่าจะทำยังไงให้ท่านมองเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน การแตกแยกก็ดี การผูกขาดอำนาจก็ดี มันเกิดขึ้นเพราะเหตุใด จะพยายามอธิบายในระยะเวลาที่สั้นที่สุด ผมจะพยายามอธิบายเหตุผลของการที่ประเทศไทย จากระบอบประชาธิปไตย ทำไมจึงกลายเป็นระบบเผด็จการโดยพรรคการเมืองนายทุนได้ โดยจะใช้เวลาที่สั้นที่สุดเท่าที่จะย่อได้ แล้วท่านก็กรุณาไปอ่านบทความเองนะ ที่อยู่ในมือของท่าน ความจริงแล้วก็จะมีอีกส่วนหนึ่งซึ่งเป็นเพาเวอร์พอยท์ ซึ่งจริงๆ เป็นสี แต่ผมเข้าใจว่าท่านผู้ไปจัดพิมพ์ จัดพิมพ์น้อยเกินไป เพราะฉะนั้นก็จะมีบางท่านที่มีเพาเวอร์พอยท์ที่เป็นสีอยู่ในมือ บางท่านก็จะไม่มี ในบทความอันหลังที่สุดที่ผมได้เขียนไว้ ถ้าหากท่านดูจากหัวข้อในเอกสารที่ท่านมีอยู่ในมือ ท่านจะเห็นว่าบทความบทแรกเราตั้งชื่อไว้ว่า จากระบอบประชาธิปไตย 2475 มาเป็นระบบเผด็จการโดยพรรคการเมืองนายทุนในระบบรัฐสภาในปัจจุบัน ระบบเผด็จการโดยพรรคการเมืองนายทุนในระบบรัฐสภา เราเกิดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2535 ขนาดยังไม่รู้ว่าทำไมในปี พ.ศ.2535 มันเกิดอะไรขึ้น แล้วทำไมจึงกลายเป็นระบบเผด็จการโดยพรรคการเมืองนายทุนไปได้ ดังนั้นเพื่อที่จะให้ท่านมองเห็นตรงนี้ เราก็จะเอาตัวบทของรัฐธรรมนูญต่างประเทศมาให้ท่านดูว่าหลักเกณฑ์ของความเป็นประชาธิปไตยนั้นเป็นยังไง แล้วทำไมในปี 2535 เราจึงกลายเป็นระบบเผด็จการไปได้ ในตอนแรกเราจะเห็นว่าขณะนี้เรามีประเด็นเรื่องความปรองดอง ข้างหน้านี่ก็อาจจะมีพระราชบัญญัติความปรองดองแห่งชาติ โผล่ขึ้นมา ผมถึงบอกว่าความปรองดองนั้นมันไม่ใช่เรื่องออกกฎหมาย บังคับให้คนต้องกอดกัน แต่ความปรองดองนั้นมันเกิดขึ้นด้วยการทำถูกให้เป็นถูก ทำผิดให้เป็นผิด แต่ตรงนี้เราไม่ได้พูดเรื่องความปรองดอง วันนี้เรามาพูดเรื่องว่าเราเป็นเผด็จการ หรือเป็นประชาธิปไตย ผมจะเริ่มต้นว่า ปัจจุบันนี้ประเทศไทยไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตย แต่เป็นระบอบเผด็จการโดยพรรคการเมืองนายทุนในระบบรัฐสภา ทำไมผมจึงว่าอย่างนั้น ดังนั้นเราจะเอาตัวบทรัฐธรรมนูญมาเรียงให้ท่านดู ว่าทำไมจากประชาธิปไตยดีๆ ปี 2535 เรากลายเป็นเผด็จการไปได้ ดังนั้นตรงนี้ผมก็จะเอาตัวบทรัฐธรรมนูญของเราตั้งแต่ต้น มาเรียงจนกระทั่ง ณ ปัจจุบัน แล้วดูซิว่าบทบัญญัติรัฐธรรมนูญของเราค่อยๆ เปลี่ยนไป จนกระทั่งกลายเป็นเผด็จการโดยพรรคการเมืองนายทุนเต็มรูปแบบได้ยังไง เพื่อที่จะให้ย่อเข้ามา ผมก็จะเอารัฐธรรมนูญต่างประเทศ ที่เราถือว่าเป็นประชาธิปไตย มีตัวบทอะไรบ้างที่สำคัญๆ เอามาให้ท่านดูก่อนว่าระบอบประชาธิปไตยของสากลเขาถือหลักอะไรบ้าง จริงๆ แล้วการเลือกตั้งนั้นจะเป็นประชาธิปไตยหรือไม่ ขึ้นอยู่กับ 1. สิทธิการเลือกตั้ง 2. สิทธิการรับสมัครเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นสิทธิการเลือกตั้งของเรา เป็น Universal Suffrage คือบุคคลทั่วไปมีสิทธิ์ที่จะเลือกตั้งได้ ยกเว้นแต่เด็กที่ยังไม่มีความรู้สึกผิดชอบ แต่สิ่งที่นักวิชาการ หรืออาจารย์ของเราลืมไปก็คือ สิทธิการสมัครรับเลือกตั้ง สิทธิในการสมัครรับเลือกตั้งนั้น ที่เป็นประชาธิปไตย บุคคลทุกคนต้องมีสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งโดยไม่สังกัดพรรค ประการที่ 2 พรรคการเมือง ใครจะตั้งก็ได้ ไม่ตั้งก็ได้ และประการที่ 3 ก็คือ เมื่อได้รับเลือกตั้งมาแล้ว ผู้ที่เป็นผู้แทนราษฎรนั้น มีสิทธิ์ที่จะใช้ดุลพินิจของตนเองในการบริหารประเทศตามมโนธรรมของตนเอง ไม่ใช่ว่าได้รับเงินมาแล้วต้องตามคำสั่งของเจ้าของพรรคการเมือง ผมอยากจะให้ท่านผู้ฟังนึกดูว่า มีประเทศไหนบ้างที่เวลาจะตั้งรัฐมนตรี คนต้องบินออกไปนอกประเทศ ออกไปปรึกษานายทุนพรรคการเมือง เห็นไหมครับนี่เป็นสิ่งผิดปกติแล้ว ประการที่ 2 มีที่ไหนบ้างที่ ส.ส.ในสังกัดพรรคการเมือง พอมีตำแหน่งว่าง ให้ภรรยาหัวหน้าพรรคเป็น โดยสมาชิกพรรค ส.ส.บอกว่าข้าพเจ้าไม่เป็น ถามว่าทำไมเขาถึงไม่อยากเป็น นึกดูให้ดีนะครับ เหตุการณ์เหล่านี้ที่มันเกิดขึ้น มันแสดงความผิดปกติของระบบสถาบันการเมืองของเรา ทำไมถึงไม่เกิดขึ้นในประเทศอื่น ทำไมถึงเกิดขึ้นในประเทศไทยประเทศเดียว ก็เพราะว่ารัฐธรรมนูญของไทยนั้น ระบบบังคับให้ ส.ส.สังกัดพรรค ระบบให้พรรคการเมืองมีอำนาจไล่ ส.ส.ได้ แล้วยังเขียนว่า หัวหน้าพรรคเท่านั้นที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ สามบทบัญญัตินี่ล่ะครับเป็นบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญของไทยประเทศเดียวในโลก แต่ท่านอย่าเพิ่งนึกไปไกล ถามว่าทำไมอาจารย์ในมหาวิทยาลัยของเราไม่สอน ถามตรงนี้สิครับ อาจารย์มหาวิทยาลัยทำไมไม่สอน เราเรียนรัฐธรรมนูญมา 80 ปี แต่ไม่มีใครสอน แล้วแถมยังมาบอกว่านี่คือระบอบประชาธิปไตย นี่ผมบอกให้ท่านคิดนะครับ ทำไมเหตุการณ์อย่างนี้มันเกิดขึ้น แล้วทำไมอาจารย์ของเราไม่สอน เพราะอะไร ก็เพราะว่าการสอนกฎหมายรัฐธรรมนูญในมหาวิทยาลัยของเรานั้นไม่ได้มาตรฐานสากล คราวนี้เราดูซิว่ามาตรฐานสากลมียังไง เมื่อกี้ผมบอกแล้วว่า การเลือกตั้งมีสิทธิอยู่ 2 ด้าน ด้านหนึ่งคือ สิทธิมาออกเสียงเลือกตั้ง อีกด้านหนึ่งก็คือสิทธิในการสมัครรับเลือกตั้ง ต้องมีอิสระในการไม่สังกัดพรรค พรรคการเมืองต้องตั้งได้โดยเสรี และเมื่อได้เป็นผู้แทนมาแล้ว ต้องสามารถใช้มโนธรรมของตนบริหาร ออกเสียงบริหารประเทศได้ นี่คือหลักประชาธิปไตย ก่อนที่เราจะมาดูวิวัฒนาการของรัฐธรรมนูญไทย ผมอยากจะให้ท่านดูรัฐธรรมนูญต่างประเทศ ว่าหลักนี้พอออกมาเป็นตัวบทแล้วมันเป็นยังไง ซึ่งความจริงอันนี้เราได้พิมพ์อยู่แล้วในเอกสารที่ท่านแจกไป แต่บังเอิญมันไม่เป็นสี ฉะนั้นถ้าท่านดู เราจะเรียงลำดับ จะเห็นสีชัดเจน เราจะเห็นว่าในเฟรมแรกที่อยู่บนจอ จะเป็นรัฐธรรมนูญของประเทศเยอรมนี ท่านเห็นไหมครับ 2 ตัวบทนี้ ในมาตราแรก เราจะเห็นว่า ส.ส.นั้นจะต้องปฏิบัติหน้าที่ได้ตามมโนธรรมของตน ในวรรค 2 ท่านเห็นไหมครับ ตัวแดง ทุกอย่างจะต้องมี Democratic Principal ถามว่า Democratic Principal อยู่ที่ไหน ก็อยู่ที่ผมบอกนี่ไงครับ เสรีภาพในการสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ต้องมีความเป็นอิสระในการที่จะใช้มโนธรรมของตนในการใช้สิทธิในการเป็น ส.ส.ในการโหวตรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่โหวตตามคำสั่งของนายทุนพรรคการเมือง ในช่วงแรกเราจะเห็นว่าจะมีบทบัญญัติ ท่านสังเกตกรอบนะครับ กรอบสีแดงจะเป็นกรอบของกฎหมายต่างประเทศ พอจบกรอบสีแดงแล้วก็จะเป็นรัฐธรรมนูญของไทย เพื่อที่จะดูว่ารัฐธรรมนูญไทยได้บิดเบือนหลักการของความเป็นประชาธิปไตยอย่างไร ต่อไปเฟรมที่ 2 จะเป็นรัฐธรรมนูญของฝรั่งเศส เห็นไหมครับ สีแดงในตอนท้าย เขาบอกว่า จะต้องเคารพ Principal of Democracy เราไม่มี ข้างบนนั้น มาตรา 27 ส.ส.ต้องไม่อยู่ภายใต้อาณัติใดๆ ใครสั่งมาก็ไม่ได้ แต่ของเรานี่ได้รับซองมา เราสั่งได้ เราจะเห็นว่าบทบัญญัติหลักของประเทศที่สำคัญที่สุดในยุโรปคือ ฝรั่งเศส กับเยอรมัน เขาเขียนอย่างนี้ แล้วลองดูว่าในประเทศอื่นๆ เขียนอย่างไรบ้าง จากรัฐธรรมนูญของเยอรมัน กับฝรั่งเศส ต่อไปก็เป็นรัฐธรรมนูญของเกาหลีใต้ ใกล้ๆ เรานี่เอง เราจะเห็นนะครับ ตัวสีน้ำเงิน ว่า ส.ส.จะต้องปฏิบัติหน้าที่ตามมโนธรรมของตนเอง ต่อไปก็จะเป็นรัฐธรรมนูญของเดนมาร์ก เขาต้องปฏิบัติหน้าที่ตามมโนธรรม แล้วก็ใครจะมาให้ Direction ใดๆ ไม่ได้ รวมทั้งผู้ที่เลือกตั้งมาด้วย ต่อไปก็เป็นรัฐธรรมนูญของสเปน เราจะเห็นว่า หลักของ Democracy ปรากฏอยู่ในรัฐธรรมนูญสำคัญๆ ทั้งนั้น อันนี้เฟรมเปลี่ยนสีแล้ว แสดงว่าจบสำหรับต่างประเทศ ขณะนี้ท่านเข้าใจแล้วว่า Democratic Principal หรือ Principal of Democracy คืออะไร ดูซิว่า รัฐธรรมนูญของเราเคารพต่อหลักการของความเป็นประชาธิปไตยหรือไม่ ผมก็บอกว่าต่อไปนี้เราจะดูรัฐธรรมนูญของประเทศไทย เรียงตามลำดับนะครับ ตั้งแต่ปี 75 จนกระทั่งถึงปัจจุบัน ถ้าท่านดูเฟรมสีเขียว ท่านอาจจะสงสัยว่าทำไมรัฐธรรมนูญไทย ผมจึงเริ่มต้นด้วยฉบับที่ 2 ทำไมไม่เริ่มต้นด้วยฉบับที่ 1 แต่ท่านจะรู้ว่าทำไมผมไม่เริ่มต้นด้วยฉบับที่ 1 ก็พลิกไปอ่านสิครับ อยู่ในเอกสารของท่านนะครับ เพราะในฉบับที่ 1 นั้น เราจะเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับที่ 1 ของเรา ไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ร่าง รัฐธรรมนูญฉบับที่ 1 เมื่อปี 75 เขาเรียกคณะรัฐมนตรีว่า คณะกรรมการราษฎร เขาไม่ได้เรียกว่าคณะรัฐมนตรี รัฐธรรมนูญฉบับที่ 1 ใช้อยู่ได้ราว 6 เดือน ก็ถูกเปลี่ยนเป็นรัฐธรรมนูญที่เรารู้กัน คือที่รัชกาลที่ 7 ได้มาเขียนให้ พระราชทานให้มา ท่านรู้ไหมครับว่าในสมัยนั้น รัฐธรรมนูญที่เรียกฝ่ายบริหารว่าเป็นคณะกรรมการราษฎรนั้น คือรัฐธรรมนูญของประเทศไหน ท่านอาจจะไม่รู้ เพราะไม่มีการสอน รัฐธรรมนูญฉบับที่ 1 ที่เรียกคณะรัฐมนตรีว่าเป็นคณะกรรมการราษฎรนั้น มาจากรัฐธรรมนูญประเทศรัสเซีย รัสเซียนี่รัฐธรรมนูญปี 1918 เรียกคณะมนตรีว่าคณะกรรมการราษฎร คือ People's Commissar รัฐธรรมนูญฉบับที่ 1 ของเรามาเปลี่ยนนิดหน่อยก็คือว่า ในรัฐธรรมนูญฉบับที่ 1 ของเรานั้นยังมีพระมหากษัตริย์ ไม่ว่าท่านจะรู้หรือไม่รู้ ขณะนี้ ผมอยากจะพูดว่า สิ่งที่ผมเขียนลงไปในนี้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับที่ 1 ของเรานั้นเรียกคณะรัฐมนตรี ว่าคณะกรรมการราษฎรนั้นมาจากรัสเซีย ผมเชื่อว่านี่เป็นเอกสารฉบับแรกที่เขียนถึง เพราะฉะนั้นเราตัดออกไป เราจะดูตั้งแต่รัฐธรรมนูญของไทยฉบับที่ 2 ในรัฐธรรมนูญของไทยฉบับที่ 2 นี้ ถ้าท่านดู ถ้าท่านมีเอกสารที่เป็นสี ท่านจะเห็นว่าเฟรมของรัฐธรรมนูญจะเปลี่ยนสีไป ในเฟรมรัฐธรรมนูญช่วงแรกนั้นมี 6 ฉบับ ฉบับที่ 2 ท่านดูนะครับ เราจะเห็นว่าเราเดินตามหลัก Principal of Democracy คือ ส.ส.ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามความเห็นของตนโดยบริสุทธิ์ใจ ไม่อยู่ภายใต้ความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมายใดๆ คำปฏิญาณตนก็จะอยู่ในแนวทางเดียวกัน ลองดูสิครับว่าหลักเกณฑ์นี้ Principal of Democracy เปลี่ยนเมื่อไร ต่อไปครับ ฉบับที่ 2 ฉบับที่ 3 เราจะเห็นว่าคงเดิม ฉบับที่ 4 เราก็จะเห็นว่ายังคงอยู่ ไม่อยู่ภายใต้ความผูกพันแห่งอาณัติมอบหมายใดๆ ต่อไปเราก็จะเห็นว่าฉบับที่ 5 ก็ยังเหมือนเดิมอยู่ ฉบับที่ 6 เราก็จะเห็นว่ารัฐธรรมนูญปี 2495 ก็ยังเหมือนเดิม เพราะว่าเอามาจากปี 75 ต่อไปรัฐธรรมนูญฉบับที่ 8 ปี 11 เราก็จะเห็นว่าสถานภาพกับคำปฏิญาณยังคงเหมือนกัน ต่อไปท่านจะเห็นว่าเฟรมเปลี่ยนสีแล้ว เราจะเห็นว่าจนกระทั่งถึงฉบับที่ 8 เรายังคงยึดหลัก Principal of Democracy ถ้าคุณดูต่อมา ท่านก็จะเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ.2517 ฉบับที่ 10 ท่านรู้ไหมครับรัฐธรรมนูญฉบับ 17 เริ่มการบังคับสังกัดพรรค ความจริงผมยังเขียนบทความไม่จบ เพราะถ้าเขียนบทความจบ ท่านจะเห็นเลยว่า บทบัญญัติที่เกี่ยวกับการบังคับสังกัดพรรคเราเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร อย่าลืมนะครับ การบังคับสังกัดพรรคนั้นไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่เป็นตามหลักของความเป็นประชาธิปไตย เราจะเห็นว่า ในฉบับแรก การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความบริสุทธิ์ใจนั้นถูกตัดออกจากสถานภาพ ไม่มีแล้ว แต่มาเขียนไว้ในคำปฏิญาณ นี่คือ ฉบับแรกนะครับ ฉะนั้นในฉบับแรกกฎหมายของรัฐธรรมนูญของเราบังคับให้ ส.ส.สังกัดพรรค แต่บอกว่าถ้าจะเปลี่ยนพรรค หรือถูกพรรคไล่ออก สามารถไปหาพรรคการเมืองใหม่เป็นสมาชิกต่อไปได้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เป็นบทบัญญัติเริ่มต้นของการบังคับให้สถานะ แต่ยอมให้เปลี่ยนได้ เริ่มเป็นต้อหิน คือบอดไป 1 ใน 4 เป็นฉบับที่ 13 อันที่ 8 ท่านดู ไม่เหลือแล้ว การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเห็นของตนโดยบริสุทธิ์ใจ ไม่มีแล้ว เรื่องสถานภาพ และในคำปฏิญาณ เพียงแต่บอกให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตแก่คนที่จ่ายเงิน ตัวบทมันฟ้อง รวมทั้งฟ้องอาจารย์ของเราด้วยที่ไปช่วยเขียนรัฐธรรมนูญ ตรงนี้ถ้าท่านไปดูตัวบท รัฐธรรมนูญบอกว่า พรรคการเมืองมีอำนาจไล่ ส.ส.ออกได้ เพราะฉะนั้นตอนนี้เราเป็นต้อหินเต็มตาแล้ว แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 5 ตรงนี้เราจะเห็นว่า ปี 34 แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 5 สังเกตดูดีๆ ผมไม่ได้บอกว่า รัฐธรรมนูญอันนี้เป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่เท่าไหร่ของประเทศไทย เพราะว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ ทั้งๆ ที่เขียนใหม่ เรียงมาตราใหม่ แต่อาจารย์กฎหมายรัฐธรรมนูญของเรานับไม่เป็น คือไม่นับ เหตุที่ไม่นับคือ บังเอิญมีหนังสือ 1 เล่มเขาไม่นับ เราเลยไม่นับไปด้วย แสดงให้เห็นว่า อาจารย์ที่สอนวิชากฎหมายรัฐธรรมนูญของเราไม่เคยสังเกต ในเอกสารเขียนว่า ที่เราถือว่ารัฐธรรมนูญเราขณะนี้มี 18 ฉบับนั้นผิด มี 19 ฉบับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนใหม่ ชื่อว่า แก้ไขเพิ่มเติมแต่มาตราไม่ตรงกัน อาจารย์ที่สอนกฎหมายรัฐธรรมนูญไม่รู้ว่ามาตราไม่ตรงกันแล้วจะอ้างได้อย่างไร ดังนั้น ตรงนี้ ก่อนมาถึงเพิ่มเติมฉบับที่ 5 ผมมีข้อสังเกต เราจะเห็นว่าก่อนตรงนี้ เราจะมีรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2534 โดยมีรัฐประหารแล้วยกร่างเป็นรัฐธรรมนูญปี 34 ปี 34 ท่านจำได้ไหมว่าเราเคยมีคณะรัฐมนตรี 1 คณะอยู่เพียง 6 เดือน ได้เติมบทบัญญัติรัฐธรรมนูญปี 34 หลังพฤษภาทมิฬว่า นายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกตั้ง อะไรเกิดขึ้น ผมชี้ให้เห็นแล้วว่า เราไม่ใช่ประชาธิปไตย เพราะเรา ส.ส.สังกัดพรรค พรรคการเมืองมีอำนาจไล่ ส.ส.ได้ คนที่เติมอันสุดท้ายลงไปว่า นายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกตั้ง ทำให้เราตาบอด หมายความว่า คนที่ผูกขาด เป็นอำนาจผูกขาดเผด็จการโดยพรรคการเมือง นายทุนถ้าลงทุนแล้ว หัวหน้าพรรคการเมืองเป็นนายกรัฐมนตรีได้ เราจะเห็นว่า ตลอดเวลาจนถึงรัฐธรรมนูญปี 34 ที่มาเติมว่า นายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกตั้ง ยังไม่รู้เลยว่าประเทศไทยเป็นเผด็จการไปแล้ว เพราะฉะนั้นเราบอดสนิท หายจากการเป็นต้อหิน เราจะเห็นว่า พอเราเป็นต้อหินแล้ว ตาบอดสนิทแล้ว ก็จะมาถึงรัฐธรรมนูญปี 40 นอกจากบอดสนิท ถ้าท่านจำได้เราได้เติมบทบัญญัติลงไปว่า ส.ส.เมื่อเวลายุบสภาแล้ว เปลี่ยนพรรคไม่ได้ต้องเป็นสมาชิกพรรคอย่างน้อย 90 วันก่อนเปลี่ยน หมายความว่า นายทุนต้องมีอำนาจเด็ดขาด และบทบัญญัติเช่นนี้ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในโลก และคิดว่าขณะนี้ท่านเข้าใจแล้ว เพราะฉะนั้นปี 50 ก็เหมือนกัน สังเกตดูให้ดีว่า ไม่มีสีน้ำตาล แต่มีสีน้ำเงินเพิ่มมา ไม่อยู่ในความผูกมัด ทำไมถึงมี ทั้งที่ตัวบทไม่ได้แก้เลย หมายความว่า คนร่างรัฐธรรมนูญปี 50 ต้องการหลอกนักวิชาการต่างประเทศว่าเราเป็นประชาธิปไตย โดย ส.ส.ให้อิสระไม่อยู่ภายใต้ผูกมัดใดๆ ทั้งที่ในตัวบทพรรคการเมืองมีอำนาจปลด ส.ส.แสดงให้เห็นถึงถึงความไม่เป็นกลางของความเป็นนักวิชาการที่ไปเขียนรัฐธรรมนูญเหล่านี้ขึ้น ดังนั้น คิดว่า ขณะนี้ท่านมองเห็นวิวัฒนาการจากตัวบทจริงๆ ส่วนข้างหน้าท่านจะคิดว่าเราจะแก้ไขอย่างไร จะมีท่านที่ร่วมอภิปรายต่อถึงระบบเผด็จการในพรรคการเมืองนายทุนในระบบรัฐสภาก่อให้เกิดอะไรขึ้น ถ้าย้อนไปดูจากปี 35 พรรคการเมืองที่มาต่อสู้ในสภาเป็นพรรคการเมืองนายทุนทั้งสิ้น ระยะแรกจะเป็นพรรคการเมืองของนายทุนท้องถิ่น แย่งกันจับขั้วกันเอง และแย่งกันเป็นนายกฯ ลองย้อนไป ผมจะไม่เอ่ยชื่อใครทั้งนั้น ลองนึกว่า จากปี 34 - ปี 42 พรรคการเมืองนายทุนท้องถิ่นสลับขั้วกันอย่างไร หลังจากนั้นมา นายทุนระดับชาติมองเห็น ร่วมลงทุนมากหน่อย ใหญ่กว่านายทุนท้องถิ่น จึงซื้อทั้งผู้สมัคร ส.ส.ซื้อผู้ที่เป็น ส.ส.แล้ว และซื้อพรรคการเมือง ซึ่งจะเห็นว่า นายทุนท้องถิ่นระดับชาติกระโดดเข้ามาในระบบเผด็จการในพรรคการเมืองนายทุน เข้ามาผูกขาดอำนาจรัฐ เพราะระบบรัฐสภาของเราคือใครคุมเสียงข้างมากในสภา คนนั้นเป็นรัฐบาล เพราะฉะนั้นจึงซื้อเสียงเข้ามา และผูกขาดอำนาจพรรค และคอร์รัปชั่น และเอาเงินไปซื้อเสียงกลับเข้ามาอีก ท่านมองเห็นปัญหาได้ ทำไมขนาดนี้ไม่มีนักการเมืองใดที่บอกว่า เขาเป็นเผด็จการในพรรคการเมืองนายทุน เพราะเขาได้ประโยชน์ เขาแข่งขันเพื่อมาคอร์รัปชั่น แต่การที่จะสร้างระบอบประชาธิปไตยขึ้นใหม่ เราต้องสร้างจากพื้นฐานจริงๆ ของการปกครองระบอบประชาธิปไตย คือ 1.ข้าราชการประจำต้องเป็นกลาง 2.ระบบการกระจายอำนาจต้องดี 3.กระบานการยุติธรรมต้องดี ถ้าถามว่า 3 พื้นฐานของการปกครองประเทศ เราจะพัฒนาได้หรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพัฒนาจากคณาจารย์ที่สอนกฎหมายรัฐธรรมนูญแบบคนตาบอดคลำช้าง อาจารย์ประเภทคนตาบอดคลำช้าง เขาตาบอด เมื่อเขาไปคลำตรงไหนก็สอนตรงนั้น เขาไม่เคยรู้จักเลยว่าช้างตัวใหญ่ รูปร่างเป็นอย่างไร และมันเดินได้อย่างไร พระมหากษัตริย์อยู่ส่วนไหนของช้างยังไม่รู้เลย ผมอยากสรุปว่า ถ้าเราจะแก้ปัญหาประเทศไทย ต้องแก้ที่ระบบสถาบันการเมืองก่อน เพราะว่า ถ้านักการเมืองไม่แก้ ก็คงไม่มีใครแก้เนื่องจากเขาได้ประโยชน์ และไม่มีใครแก้ ดังนั้น ขอให้ช่วยกันคิดว่า ถ้านักการเมืองไม่แก้ระบบสถาบันการเมืองคนไทยจะทำอย่างไร ผมจึงขอขอบคุณ และจบการบรรยายเพียงเท่านี้ครับ

Comments

สมเพช อ.อมร

สมเพช อ.อมร จริงๆ

ุถ้าให้เลือกระหว่าง เผด็จการพรรคการเมืองทุนนิยมผูดขาด ที่สามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ ตรวจสอบได้ด่าได้โดยไม่ติดคุก

กับเผด็จการ อภิชนาธิปไตย(อภิชน) ที่ตรวจสอบไม่ได้ ด่าไม่ได้ ต้องคิดคุก

ผมขอเลือก ข้อแรกอย่างแน่นอน

สรุปแล้ว ตรรกะของคนพวกนี้ยังเหมือนเดิม คือประชาชน นี่แม่งโง่ถูกซื้อด้วยเงิน ไม่มีสำนึกทางคุณธรรมจริยธรรม

อาจารณ์สนับสนุนรัฐประหารหรือค

อาจารณ์สนับสนุนรัฐประหารหรือครับ ท่านอาจารย์ผู้สอนกฎหมายกำลังสอนให้คนไม่เคารพกฎหมายหรือเปล่าครับ ผมเคยเป็นศิษย์ของท่านแต่พอได้อ่านบทความของท่านแล้วไม่แน่ใจว่าท่านยังเป็นอาจารย์ที่ผมเคยเคารพนับถือหรือไม่

-ว่าแล้วพวกเครื่อข่ายอำมาตย์ม

-ว่าแล้วพวกเครื่อข่ายอำมาตย์มันก็ด่าประชาชนด่านักการเมืองด่าทุนนิยมเสรีแล้วยกย่องทุนนิยมผูกขาดของตัวเองว่าดีเลิศมีธรรมภิบาล ตั้งชื่อกลุ่มตัวเองซะดิบดี แต่ใต้สมองก็เป็นทาสรับใช้ทุนนิยมผูกขาดในเมืองไทย กลุ่มทุนผูกขาดที่ใหญ่ที่สุดก็คือ สนงทรัพย์สินส่วนฯนั้นล่ะ คิดไว้แล้วว่ามันต้องไม่กล้าพูดความจริง
-ผมไม่เคยเห็นทุนนิยมพรรคการเมืองไหนผูกขาดปกครองประเทศ แต่เห็นแต่พวกเผด็จการอำมาตย์นิยมของพวกสยามประชาวิบัติของพวกคุณนั้นละที่ผูกขาดปกครองประเทศทั้งประภาส ถนอม เปรม ชวน และพยายามจะดันอภิสิทธิ์อีกคนแต่ประชาชนเขาไม่เหลือแค่นั้น
-เผด็จการรัฐสภาไม่มีหรอกท่าน ที่เห็นแน่ๆก็เผด็จการอำมาตย์ของพวกท่านนั้นล่ะ ประชาชนไม่ยอมยกอำนาจให้มันก็ปล้นเอา พอได้อำนาจไปก็ไปแบ่งงบประมาณแผ่นดินชึ้งเป็นเงินภาษีประชาชนให้พรรคพวกเครื่อข่ายของตัวเองที่ช่วยกันยึดอำนาจประชาชนมา พวกสมองกลวงว่าแต่คนอื่นไม่ดูว่าเครื่อข่ายอำมาตย์ของตัวเองทำอะไรไว้กับประชาชนบ้างชั่วไม่เลิกจริงๆ

เผด็จการพรรคการเมืองทุนนิยมผู

เผด็จการพรรคการเมืองทุนนิยมผูดขาด ......ก็เห็นแต่พูดเรื่อง ..สส..ต้องสังกัดพรรค..สสไม่ได้เป็นนายก...ถ้าสส...นายกไมดีก็เลือกใหม่...แล้วระบบที่เลือกใหม่ไม่ได้ต้องได้เท่าที่ให้..มันดีต่างตรงไหน.....ประชาชนตาดำ ๆ ...จะถูกสั่งสอนให้เป็นอย่างไร...ก็ชั่ง...บอกโง่ก็ต้องโง่บอกฉลาดก็ต้องฉลาด

ถ้าพรรคการเมืองไม่เข็มแข็งแล้

ถ้าพรรคการเมืองไม่เข็มแข็งแล้วมันจะบริหารบ้านเมืองไปได้ยังไงครับท่าน คิดไม่ออกจริงๆ ถ้าปัญหามันเป็นเรื่องของผลประโยชน์ (ซึ่งมันก็เป็นธรรมชาติของเรื่องการเมือง) จะทำอย่างไรที่จะปลูกจิตสำนึกที่ดีที่จะเสียสละเพื่อสังคมให้แก่นักการเมืองทั้งหลายได้ นั่นน่้าจะเป็นคำตอบที่ตรงประเด็นมากกว่า (ในความเห็นของผม) หรืออาจารย์จะว่ายังไง

อาจารย์เสนอประเด็นว่านักการเม

อาจารย์เสนอประเด็นว่านักการเมืองต้องไม่สังกัดพรรคประเทศชาติไทยจึงเป็นประชาธิปไตย หลุดพ้นจากทุนนิยมผูกขาด....555
ประเด็นตกขอบของอาจารย์...มันก็กลับไปสู่ปัญหาความไม่มั่นคงของรัฐบาล เพราะลูกพรรคกลายเป็นงูเห่าเหมือนสมัยก่อนๆ
ที่พรรคประชากรไทยเคยแตกมาแล้วโดยฝีมือเสธ ปชป. เมื่อ กกต.ยุบพรรคพลังประชาชนและกลุ่มนายเนวินกลายเป็นงูเห่าตั้งพรรคใหม่ภูมิใจไทย...แยกมาจูบปากกับ ปชป. ตั้งรัฐบาล
ปัญหาของประเทศนี้มันจึงไม่ใช้แค่เรื่องที่อาจารย์พยายามนำเสนอ ?
ตามความเห็นของผมที่น่าจะเป็นประเด็นมากที่สุดคืออำนาจอธิบไตยที่โดยหลักการประชาธิปไตยจะต้องเป็นของปวงชนชาวไทย...การก้าวเข้ามาสู่อำนาจของทุกตำแหน่งในการเมืองการปกครองจะต้องยึดโยงกับประชาชน ไม่ใช่แบบที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ที่ ตำแหน่งใหญ่โต....มีอำนาจมากมายก่ายกองมาจากการแต่งตั้ง ของคนไม่กี่คน ที่ผูกขาดความรักชาติเอาไว้่ ผบ.เหล่าทัพต่างๆ...มาจากการสรรหากันเอง ผุ้ว่าราชการจังหวัด ตุลาการ อัยการ...ล้วนแล้วแต่มาจากการแต่งตั้ง ไม่มีความโยงยึดกับประชาชน
อีกประการหนึ่งประเทศของเราไม่เคยปล่อยให้ประชาธิปไตยพัฒนาไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงการกระจายอำนาจไปสู่การปกครองส่วนท้องถิ่นเราก็ไม่มีความจริงใจ...ในการกระจายอำนาจ ยังรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลาง..
เรามีการฉีกรัฐธรรมนูญกันบ่อยมาก...วนเวียนเป็นอย่างนี้โดยตลอด ถามอาจารย์กลับบ้างว่าเหตุการณ์ที่พรรคการเมืองบอยคอตร่วมกันไม่ส่งผุ้สมัครรับเลือกตั้งมันปรกติหรือ.?
การที่ม๊อบปิดล้อมยึดทำเนียบรัฐบาลโดยตำรวจทหารไม่ทำอะไร มันปรกติหรือ?
การที่ม๊อบเสื้อเหลืองยึดสนามบินสุวรรณภูมิ มันปรกติหรือ ?
การที่ผบ.เหล่าทัพออกมาบอกให้รัฐบาลที่มาจากประชาชนลาออกเพราะควบคุมม๊อบไม่ได้มันถูกต้องหรือ?
ผมว่าอาจารย์ควรเลิกการทำตัวเป็นอาจารย์ได้แล้วครับ ยิ่งสอน..ยิ่งแสดงทัศนคติแบบอาจารย์เด็กไทยเราก็ยิ่งเข้ารกเข้าพงไปอีก

ศ.ดร. อมร จันทรสมบูรณ์ ถ้าอ.

ศ.ดร. อมร จันทรสมบูรณ์ ถ้าอ. เห็นว่าอะไรที่ดีที่สุด มีความเป็นประชาธิปไตยที่สุดที่เป็นประโยชน์กับประชาชนกับประเทศชาติที่สุด เอาเลยให้รีบสนับสนุนให้รัฐบาลหรือผู้ที่เกี่ยวข้องยกเลิกฉบับปัจจุบัน แล้วยกร่างขึ้นใหม่แบบยกเครื่องไปเลย

เห็น อ. เน้นแต่เรื่องเผด็จการพรรคนายทุนและการพัฒนาของรัฐธรรมนูญที่กลายเป็นรัฐสภาเผด็จการพรรคนายทุนปัจจุบัน อ.ลืมไปแล้วว่าตั้งแต่เราได้รัฐธรรมนูญ 40 ที่มาจากประชาชนจริงๆ ไม่ได้มาจากปลายกระบอกปืน แล้วฐานอำนาจเริ่มเปลี่ยน ที่ผ่านมาตั้งแต่คณะราษฏร์เปลี่ยนการปกครองมา เราเกือบมีประชาธิปไตยของแท้ แต่ก็โดนอำนาจเก่าฉกกลับไป หลังจากนั้นก็ลุ่มๆดอนๆ ทั้งๆที่ประเทศมีชื่อห้อยท้ายว่าเป็นประชาธิปไตย แต่ก็มีอำนาจปืนประกบอยู่ข้างๆ ที่ยังจำได้แม้ตอนนั้นยังไม่ประสีประสาเรื่องการเมือง แต่ก็ได้ฟังได้ยินตามหน้าสื่อบ่อยครั้ง โดยเฉพาะในสมัยเตมีย์ใบ้ครองอำนาจว่าเรามีประชาธิปไตยครึ่งใบ คำว่าประชาธิปไตยครึ่งใบค่อนข้างจะเฟื่องฟูตอนนั้น สื่อที่ให้ฉายาอย่างนั้นรู้สึกจะออกไปทางวิพากษ์วิจารณ์ แต่เตมีย์ใบ้ก็ยังอยู่ในอำนาจได้ตั้งสองเทอม ทั้งๆที่ได้อำนาจมาโดยเบียดเขามาเพราะขามันใหญ่

ในอดีต(หมายถึงก่อนใช้รัฐธรรมนูญ40)สังคมไทยไม่มีการแตกแยก(มากมายเหมือนปัจจุบัน)จากการช่วงชิงอำนาจเพราะมีหลายปัจจัย 1. เทคโนโลโย อันนี้น่าจะสำคัญที่สุดที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่เฉพาะในเมืองไทย แต่ระดับเกือบทุกภูมิภาคของโลก ประชาชนสามารถใช้การสื่อสารสมัยใหม่ทุกชนิดส่งข้อมูลข่าวสารต่อกันสุดที่ฝ่ายรัฐจะสามารถควบคุมได้ 2. การศึกษา ประชาชนมีการศึกษาที่มากขึ้นและสูงขึ้นในอัตราสัดส่วนที่มากกว่ามาก เมื่อเทียบกับอดีต และจากการศึกษาข้อ2นี้ก็ไปมีความสัมพันธ์กับข้อ 1. และจากข้อ 1. บวก ข้อ2. อำนาจท๊อปบูตเลยไม่ขลังซะแล้วในสมัยนี้ ประชาชนกล้าที่จะท้าท้ายไม่ว่าจะเป็นท๊อปบูตหรือมากกว่านั้นรองเท้าคัดชูขัดมัน การปกครองที่อยู่ใต้ท๊อปบูท และที่แย่กว่านั้นบางสมัยพลเรือนก็เลือกที่จะกอดท๊อปบูทเพื่อมีอำนาจที่ยืนยาว ต้องบอกว่าประชาชนโดนคุมเบ็ดเสร็จจากอำนาจที่มองเห็นและมองไม่เห็น ประเภทบางทีโดนตีก้นเสร็จแล้วมีมือมาลูบหลังปลอบใจ อ. อมรต้องกลับไปหาข้อมูลใหม่ที่เป็นข้อเท็จจริงมาถกเถียงแล้ว ไม่ใช่พูดเพื่อให้ถูกใจใครหรือเอาใจใคร

เกิดอะไรขึ้นกับประเทศนี้ ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ เพราะความบังเอิญของรัฐธรรมนูญฉบับ 40 แล้วบังเอิญฟ้าส่งทักษิณมาเกิดบนโลกการเมือง ประชาชนถึงบางอ้อในเวลาที่ประชาชนเริ่มมีอาวุธทางเทคโนโลยี่มาต่อกร อย่างนี้เขาเรียกว่าเทวดาท่าจะบ๊องแน่ๆ ใครที่ไปโทษว่าทักษิณเป็นตัวชนวนเหตุเกิดความแตกแยกทั้งหลาย ย่อมแสดงว่าไม่เข้าใจธรรมชาติของวิวัฒนาการของสรรพสิ่งในโลก เพื่อสู่จุดยั่งยืนหรือมีอายุที่ยาวนานขึ้น สรรพสิ่งที่สามารถปรับตัวได้ก็จะมีชีวิตต่อไป สรรพสิ่งที่ปรับตัวไม่ได้ก็สลายไป กลายเป็นซากหักพังและฝุ่นผง

เรื่องการปรองดองนั้น ต้องถามว่าถ้าแค่ปรองดองระดับชนชั้นบนนั้น ถามประชาชนแล้วยัง เพราะความขัดแย้งครั้งนี้นั้นไม่ใช่เรื่องของชนชั้นบนสองฝ่าย แต่คู่ปะหมัด คือ ประชาชน

เผด็จการนายทุน

เผด็จการนายทุน ไม่ดีตรงไหน
ตอบ:เพราะมันเป็นเผด็จการ
แต่อาจารย์กลับสนับสนุนรัฐประหาร 555 ผมก็พอเข้าใจนะ แต่ทหารไทยได้อำนาจก็ไม่เห็นแก้มาตราที่เป็นปัญหาอยู่ดี ไล่ทักษินออก เลือกตั้งกำมะลอ ฆ่าประชาชน จบ

พวกนี้ไม่ยอมฟังใครหรอก

พวกนี้ไม่ยอมฟังใครหรอก เพราะกลุ่มคนกลุ่มนี้คิดว่าตัวเองเป็นพระเจ้าเป็นความถูกต้อง ใครไม่เห็นด้วยผิดหมดไม่ฟังเหตุผลใครและพวกกูต้องใหญ่เสมอ สลิ่มมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

พวกล้าหลัง หากไม่เอาทุนนิยม ก

พวกล้าหลัง

หากไม่เอาทุนนิยม
ก็ต้องเอา สังคมนิยม หรือคอมมิวนิสต์ไปโน้น

ไม่ใช่ย้อนกลับไปสู่ระบอบ "ศักดินาผูกขาด" วิจารณ์ไม่ได้ ประชาชนไม่มีส่วนร่วม ไม่มีการเลือกตั้ง เลือกผู้ที่ต้องทำงาน บริการประชาชน มา "ปกครองประชาชนแทน"

แทนที่จะบริการชาวบ้าน ก็เป็น ปกครอง เป็นนายเหนือชาวบ้าน

ระบอบล้าหลังเช่นนี้ ไม่น่าเชื่อว่า พวกนักวิชาการไทยล้าหลัง จะเอามาพูดได้

ทุนการเมืองผูกขาดที่ท่านว่า

ทุนการเมืองผูกขาดที่ท่านว่า ประชาชนสามารถตรวจสอบได้นะท่าน แต่ไอ้พวกที่มายึดการเมืองเล่น แล้วทำมาหารับประทานกับเกมยึดอำนาจการเมือง แต่ไม่ใช่นักการเมือง ไม่มีใครตรวจสอบได้ ท่านจะว่าอย่างไร เพราะความจริงคือ กลุ่มคนที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ ก็มีคนเลวๆแฝงตัวอยู่ จนประชาชนส่วนหนึ่งเขาคิดว่า คนพวกนั้นเลวทั้งหมด เพราะไม่มีขบวนการตรวจสอบกำจัดคนเลว เท่ากับพวกเขาจงใจปกป้องคนเลว ต้องสัญนิษฐานว่าพวกนั้นเลวหมด สุดท้ายต้องกล้ำกลืนเลือกนักการเมือง เพราะอย่างน้อยก็มีการตรวจสอบได้จากทุกฝ่าย จริงอยู่ถึงแม้ที่สุดจะไม่สามารถกำจัดคนเลวออกจากการเมืองได้ทั้งหมด แต่อย่างน้อยประชาชนก็ได้ใช้สิทธิ์ ......อยากให้มองกรณีเขายายเที่ยงเป็นตัวอย่าง เพราะระบบการตรวจสอบไม่มี เหตุการรุกป่ารุกเขาจากคนดีจึงเกิดขึ้น ถือว่าเสือมเสียคนดีไหม เสียแน่ๆ แต่คนดีก็ยังปกป้องคนดีประเภทนี้ .....เห็นจะๆ ยังด้านกันขนาดนี้ แล้วที่ปิดบังซ่อนเร้น ไม่มีการตรวจสอบจากสังคมละ สมควรที่สังคมจะหวาดระแวงใหม อย่าบอกนะว่าไม่มี คนเลวอย่างนี้หลงเหลืออยู่ ในกลุ่มคนดี

wut

[quote=wut]แล้วพวกบริษัทในตลาดหุ้นอย่าง SCC SCB TIC MINT APRINT SINGER UOBAPF SAMCO เป็นทุนนิยมผูกขาดหรือเปล่าครับ ??[/quote]
ไม่เป็นค่ะ

โธ่ ถึง ไอ้เกลอเอ๊ย

โธ่ ถึง ไอ้เกลอเอ๊ย เรามันก็ปูนนี้แล้ว ไอ้จำมนุษย์โบราณ นักกฏหมายโบราณ ยุคไหนกันนะ หมดยุคมนุษย์โบราณเเล้ว จำพวกนักกฏหมายเล่นแร่เเปรอักษร คิดอะไร ๆดี ๆก้าวหน้าให้เด็กรุ่นหลังมันบ้างได้ไหมคะ เอาที่คิดว่าสอนเขาแล้วอบรมเขาแล้วมีจิตใจก้าวหน้า เคารพความคิดเห็นของคนอื่นโต้แย้งกันด้วยเหตุให้เป็นไปตามครรลองของผู้มีปัญญา ภูมิใจตนเองไม่ใช่เอาแต่เคารพพึ่งพาผีสางนางไม้ สอนเด็กรุ่นหลังที่จะให้มันเติบโตไปในวันข้างหน้ามีความคิดที่เป็นวิทยาศาสตร์มีเหตุ อั้ยจำพวกพล่าม วาทมกรรมกิ๊บเก๋ประเภท ทุนนั้นทุนนี้ คุณนี่อายุปูนนี้แล้ว มอนสเตอร์เอ๋ย

คุณสอนเด็กๆ ในวันนี้ให้เป็นคนที่มีความคิด เข้าใจโลก เข้าใจสังคม เข้าใจวิถีทางอยู่ร่วมกันโดยเสมอภาค มีเสรีภาพ ไม่เอาเปรียบกัน ไม่ยกตนเหนือมนุษย์คนอื่นว่าวิเศษวิเสโสกว่ามนุษย์ผู้ใด สอนให้พวกเขาเหล่านั้นทราบว่า มนุษย์ทุกผู้ทุกนามล้วนเป็นเพื่อนเกิดแก่เจ็บตายทั้งสิ้น มนุษย์ในสังคมล้วนเป็นแค่เป็นสัตว์โลกธรรมดา ไม่ได้มีอำนาจวิเศษหายตัวเหาะเหินเดินอากาศได้ ขี้ก็ยังเหม็นเหมือนกันทุกคน หากท่านสอนเขาให้เข้าใจแก่นความจริงข้อนี้อย่างถ่องแท้ลึกซึ้งแยบคาย มันก็จะเป็นกุศลไม่น้อย ดีกว่าสอนให้ท่องจำมาตรากฏหมายปาว ๆ สอนทฤษฏีเรื่องความยุติธรรม จริยธรรม เป็นนกแก้วนกขุนทอง มานั่งแถลง หรืออภิปรายแบบไร้สติ ไร้กึ๋นให้เป็นที่ขบขัน ล้วนแต่สอนในส่ิงที่ตัวเองไม่เชื่อไม่ทำ ซึ่งเชื่อว่าคนรุ่นใหม่ ๆ เด็กรุ่นใหม่ ๆที่คิดได้นอกกะลามากกว่าคุณ ได้สลัดออกไปแล้ว พวกเขากำลังมองคุณรุ่นพ่อรุ่นแม่ รุ่นปู่รุ่นย่าด้วยความสมเพช

พวกเขาคิดไม่เหมือนคุณแล้วผิดด้วยหรืออย่างไร เขาไม่เชื่อเรื่องผีสางนางไม้อย่างคนรุ่นคุณแล้วผิดตรงไหนกัน เขาไม่เชื่ออภินิหารของผู้ใดผิดด้วยหรือ เขานับถือตัวเองแล้วผิดตรงไหน เคยเชื่อว่าโลกแบน เเล้วมากลมถูกหรือผิดอย่างไร โปรดปล่อยวาง ละอคติเสีย ปล่อยให้คนรุ่นต่อไปเขาสร้างสรรค์สังคมของเขา พวกเราจะอยู่กันอีกกี่ปีล่ะ 15-20 ก็ไม่ถึง ให้พวกเขาคิดถึงคุณแต่ในแง่ดี ๆเถิดพ่อเอ๊ย...

ทหารจ๋า รับเงินเดือนของใคร

ทหารจ๋า รับเงินเดือนของใคร ตอบให้ชื่นใจหน่อยซิ ใครเป็นคนจ่ายเงินเดือน เคยบอกว่าจะปกป้องเขาบ้างไหม..ท่านเป็นทหารของใคร....

เหอะ ๆ ทุนนิยิมผูกขาด

เหอะ ๆ ทุนนิยิมผูกขาด ผมเรียนจบผ่านมาตั้งหลายปีดีดัก แต่ อ. อมร ยังอยู่ที่เดิมเลย อยู่กับทุนนิยมผูกขาด ทุนนิยมสามาน ยังไม่ไปไหนเลย

อีกอย่าง อ.อมร เหมือนกับกล่าวว่า ช่วงก่อน 2535 นั้นเป็นประชาธิปไตยแท้จริงซะงั้น เพราะเท่าที่ผมเล่าเรียนมา การปกครองไทยตั้งแต่ 2475 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน มันยังไม่เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงซะที เห็นมีแต่ระบบอุปถัมภ์ แบ่งชนชั้น ระบบศักดินา ผสมปนเปกันกับประชาธิปไตยอยู่วันยังค่ำ
ยังไม่เคยได้รับรู้ซะทีว่าเป็นประชาธิปไตยเต็มรูปแบบ

แล้วเรื่องเผด็จการอย่างอื่นล่ะครับไปไหนทำไมไม่ วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์ เสวนา ให้ผมได้รับข่าวสารมั่ง ทำไมเจาะจงแค่ เผด็จการทุนนิยมละครับ ทั้ง ๆ ที่มันมีปัญหาใหญ่กว่าทุนนิยมตั้งเยอะแยะ อย่างเผด็จการอำนาจทหารในบ้านเรายังงี้ วิพากวิจารณ์บ้างสิครับ ผมกระหายในความรู้ จะรอติดตามผลงานนะครับ

ศ.ดร.อมร

ศ.ดร.อมร ไม่นึกเลยว่าคนที่เรียนถึง ดร.และเป็นถึง ศ.ดร. จะมีความคิดอ่านที่คับแคบประหนึ่งเท่ากับคนที่ไม่มีการศึกษาเลย

นายมอนสเตอร์

นายมอนสเตอร์ ยังคิดมกหมุ่นอยู่กับความคิดแคบ ๆ เดิมๆ เเบบสมองมีไขน้อยลง เขาบอกว่า ยิ่งแก่ประสิทธิภาพของการทำงานของสมองจะน้อยลงเรื่อย ๆ คือโรค สมองฝ่อ..แล้วก็จะกลับไปเป็นทารกอีกครั้ง...โปรดใช้วิจารณญารในการฟังคนพล่าม

มนุษย์โบราณ ล้าหลัง นศ

มนุษย์โบราณ ล้าหลัง นศ ลูกหลานทั้งหลายเอ๊ย อย่าเอาเยี่ยงอย่างบุคคลผู้นี้เป็นอันขาด

ท่านมองเห็นปัญหาได้

ท่านมองเห็นปัญหาได้ ทำไมขนาดนี้ไม่มีนักการเมืองใดที่บอกว่า เขาเป็นเผด็จการในพรรคการเมืองนายทุน เพราะเขาได้ประโยชน์ เขาแข่งขันเพื่อมาคอร์รัปชั่น แต่การที่จะสร้างระบอบประชาธิปไตยขึ้นใหม่ เราต้องสร้างจากพื้นฐานจริงๆ ของการปกครองระบอบประชาธิปไตย คือ 1.ข้าราชการประจำต้องเป็นกลาง 2.ระบบการกระจายอำนาจต้องดี 3.กระบานการยุติธรรมต้องดี ถ้าถามว่า 3 พื้นฐานของการปกครองประเทศ เราจะพัฒนาได้หรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพัฒนาจากคณาจารย์ที่สอนกฎหมายรัฐธรรมนูญแบบคนตาบอดคลำช้าง

อาจารย์ประเภทคนตาบอดคลำช้าง เขาตาบอด เมื่อเขาไปคลำตรงไหนก็สอนตรงนั้น เขาไม่เคยรู้จักเลยว่าช้างตัวใหญ่ รูปร่างเป็นอย่างไร และมันเดินได้อย่างไร พระมหากษัตริย์อยู่ส่วนไหนของช้างยังไม่รู้เลย

ผมอยากสรุปว่า ถ้าเราจะแก้ปัญหาประเทศไทย ต้องแก้ที่ระบบสถาบันการเมืองก่อน เพราะว่า ถ้านักการเมืองไม่แก้ ก็คงไม่มีใครแก้เนื่องจากเขาได้ประโยชน์ และไม่มีใครแก้ ดังนั้น ขอให้ช่วยกันคิดว่า ถ้านักการเมืองไม่แก้ระบบสถาบันการเมืองคนไทยจะทำอย่างไร ผมจึงขอขอบคุณ และจบการบรรยายเพียงเท่านี้ครับ
====================================================
อาจารย์อมรฯ บอกว่า ......"...พื้นฐานจริง ๆ ของการปกครองระบอบประชาธิปไตยคือ 1. ข้าราชการประจำต้องเป็นกลาง 2.ระบบการกระจายอำนาจต้องดี 3.กระบานการยุติธรรมต้องดี ถ้าถามว่า 3 พื้นฐานของการปกครองประเทศ......"

สมมุติว่ามันมีแค่ 3 ส่วนอย่างที่อาจารย์อมรฯว่าไว้จริง สงสัยจริง ๆ ว่าทำไมอาจารย์อมรฯมองเห็นแต่ปัญหา "นักการเมืองกับพรรคการเมือง และเผด็จการโดยพรรคการเมืองทุนนิยมผูกขาด"

แล้วเผด็จการทหาร โดยเฉพาะเผด็จการผสมพันธุ์ระหว่างอมาตย์กับทหาร(และกลุ่มติดอาวุธอื่น ๆ)ซึ่งใหญ่กว่าและจริงแท้กว่าเผด็จการพรรคการเมืองทุนนิยมผูดขาดที่อาจารย์ยกขึ้นมาอ้างอย่างเทียบกันไม่ได้นั้น มันหายไปไหน ทั้งที่มันคือต้นตอของปัญหาทั้งมวลของประเทศไทย

อาจารย์อมรฯ นั่นแหละคืออาจารย์ประเภทตาบอดคลำช้างตัวจริง ถ้าไม่ใช่ก็คงเป็นประเภทตาไม่บอดแต่โง่เพราะขนาดมองเห็นและรู้ว่าตรงไหนเป็นอะไรแต่ก็ยังเลือกพูดเฉพาะส่วนที่ตัวเองอยากพูดเท่านั้นแล้วมาบอกว่าตัวเองรู้จักช้างดี

รัฐธรรมนูญ บอกว่าต้องเป็นสากล

รัฐธรรมนูญ บอกว่าต้องเป็นสากล ยกของประเทศต่างๆมาแสดง

ม.112 บอกเป็นเอกลักษณ์ของไทย อย่าไปดูประเทศอื่น

เบื่อพวกแก่กะโหลกกะลาจริงๆ

แค่ประโยคสุดท้ายว่า

แค่ประโยคสุดท้ายว่า รายงานโดย astv เท่านั้นก็อ้าปากเห็นลิ้นไก่

เผด็จการทุนนิยมผูกขาด เราไม่เห็นผูกขาดตรงไหน แค่ว่าคนโง่เข้ามาบริหารแล้วเจ๊งก็โทษเขาว่าเขาผูกขาด

การไฟฟ้าฝ่ายผลิต การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าภูมิภาค การรถไฟแห่งประเทศไทย นี่แหละคือ
ทุนนิยมผูกขาดตัวจริง เอะอะไม่พอใจก็ ตัดน้ำตัดไฟ หยุดเดินรถ นั่น พวกสูกล้าเข้าไปแตะหรือเปล่า

แค่ประโยคสุดท้ายว่า

แค่ประโยคสุดท้ายว่า รายงานโดย astv เท่านั้นก็อ้าปากเห็นลิ้นไก่

เผด็จการทุนนิยมผูกขาด เราไม่เห็นผูกขาดตรงไหน แค่ว่าคนโง่เข้ามาบริหารแล้วเจ๊งก็โทษเขาว่าเขาผูกขาด

การไฟฟ้าฝ่ายผลิต การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าภูมิภาค การรถไฟแห่งประเทศไทย นี่แหละคือ
ทุนนิยมผูกขาดตัวจริง เอะอะไม่พอใจก็ ตัดน้ำตัดไฟ หยุดเดินรถ นั่น พวกสูกล้าเข้าไปแตะหรือเปล่า

นึกว่าสูญพันธ์หมดแล้ว ยังมีได

นึกว่าสูญพันธ์หมดแล้ว
ยังมีไดโนเสาร์พูดได้อยู่อีกกลุ่มใหญ่ๆ ในประเทศไทย
น่าจะตั้งสวนสัตว์พิเศษ เก็บตังค์คนเขามาดู เข้ามาฟัง

แค่ไม่ได้รับความสำคัญจากเขาก็โกรธ
เขาไม่ให้ราคากับแนวคิดที่ตัวเสนอก็โกรธ
เขาไม่ไห้รับตำแหน่งหน้าที่สำคัญที่อยากได ก็โกรธ
เขาไม่ให้อำนาจ ก็โกรธ
เขาไม่ให้เข้าถึงแหล่งทุน โดยวิธีที่ไม่ถูกต้องก็โกรธ

อาฆาตเขา
แท้ที่จริง ไอ้พวกนี้ก็ก็กลัวเขา
......กลัวว่า เขาจะได้ดี กลัวว่าเขาจะได้หน้า กลัวเขาจะได้กลับมาเป็นใหญ่เป็นโต
กลัวแม้กระทั่งเงาของเขา
ไอ้ชาติขี้ข้าเอ้ย.........

การให้ข้อคิดเห็นของอาจารย์อมร

การให้ข้อคิดเห็นของอาจารย์อมรต่อการปกครองไทยเป็นการยกเบี่ยงเบนประเด็นที่เกิดขึ้นจากการต่อสู้ตามวิถีประชาธิปไตยแล้วฝ่ายเสียงข้างมากคือพรรคเพื่อไทยชนะ การชนะเกิดขึ้นตามระบอบวิถีการปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยโดยแท้ กล่าวคือผ่านกระบวนการเลือกตั้งโดยประชาชน นั่นคือเคารพสิทธิของประชาชน และยอมรับในอำนาจของประชาชน วาทกรรมทุนผูกขาดเป็นเรื่องที่พยายามยกขึ้น เพื่อไม่ยอมรับ อำนาจของประชาชน โดยยกเหตุการณ์อะไรก็ตามที่เกี่ยวกับทักษิณว่าเป็นความเลวร้ายทั้งมวลของประเทศ หากประเทศนี้ไม่มีทักษิณแล้วก็จะเจริญขึ้น ทำไม..อาจารย์ ไม่วิเคราะห์ถึงสาเหตุที่ทักษิณชนะการเลือกตั้ง ทำไม่ประชาชนจำนวนมากจึงยังรัก..คิดถึงทักษิณอยู่แต่อาจารย์..และคนอีกกลุ่มหนึ่งในประเทศที่กำลังสูญเสียอำนาจ ที่มีอยู่แต่เดิม สูญเสียทุกๆสิ่งที่เคยผูกขาดอยู่กลุ่มเดียว ไปให้กลุ่มทุนใหม่คือทุนทักษิณซึ่งเป็นอัศวินคลื่นลูกที่สาม ความสำคัญอยู่ที่ว่าเมื่อได้อำนาจแล้วได้ใช้อำนาจนั้นแทนประชาชนอย่างมีสติหรือไม่ ประชาชนตรวจสอบได้หรือไม่ หรือหากประชาชนตรวจสอบแล้วต้องติดคุก ต้องผ่านพื้นที่ใช้กระสุนจริงต่างหาก อย่าสร้างวาทกรรมที่เสแสร้งเพื่อรักษาอำนาจโบราณต่อไปเลย เพราะขณะนี้ดุลยแห่งอำนาจในสยามประเทศได้แปรเปลี่ยนแล้ว หากไม่รู้จักปรับตัวตามดุลอำนาจใหม่ ซึ่งนับวันเป็นอำนาจของปวงชน ทุนผูกขาดเดิมก็ยากที่จะอยู่รอด

1 ไม่เคยรังเกียจ เกลียดทหาร

1 ไม่เคยรังเกียจ เกลียดทหาร บรรพบุรุษก็เป็นทหาร เพื่อนเป็นทหารระดับพลเอก พลโท ก็หลายคน เช่นเดียวกัน ไม่รังเกียจนายทุน นายทุนไทยดี ๆ มีเยอะ เมตตากรุณาต่อพนักงาน ลูกจ้าง ถมเถไป แถมยังอิจฉานายทุนนิด ๆ ที่เขาเก่ง เขารวยกว่าเรา
2 รังเกียจ และเกลียด นายทหารบางคนที่โหดเหี้ยม สั่งทำร้ายประชาชนได้ พลทหารบางคนก็ไม่ไว้ชีวิตคนร่วมชาติ ยิงหัวบ้าง ยิงหน้าอกบ้าง ทั้งที่ไม่จำเป็น แม้ว่าได้รับคำสั่งจากนักการเมืองใจหินมา เคยถามมโนธรรม จิตสำนึกบ้างไหมว่า เขาเป็นคนเหมือนเราหรือไม่ เราเป็นคนอย่างไร ทำไมถึงทำได้ขนาดนั้น
3 เรื่องผูกขาด สหรัฐมีประธานาธิบดี ทั้งพ่อ ทั้งลูกมาแล้ว มีประธานาธิบดี ที่เมียก็สมัครรับเลือกเป็นประธานาธิบดี แต่ไม่ได้รับเลือก ก็ยังรับเชิญจากคู่แข่งไปเป็นแค่รัฐมนตรีต่างประเทศ เพื่อช่วยงานประเทศชาติ ลาตินอเมริกา เอเชียใต้ก็มีถมเถไป อินเดีย ประเทศประชาธิปไตยแท้ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีนายกรัฐมนตรีสืบต่อจากทวด ย่า พ่อ จะมาถึงลูก สี่ชั่วคน ตั้งแต่เยาวหราล เนรูห์ อินทิรา คานธี ราจีฟ คานธี และ ราหุล คานธี อย่าไปอิจฉาเขาเลย สายเลือดดี ยีนส์ดี ก็งี้แหละ เก่งไปซะทุกอย่าง
4 ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญมาเกือบ ยี่สิบฉบับ ในรอบ แปดสิบปี เฉลี่ยทุกสี่ปีเปลี่ยนที มีปฏิวัติ รัฐประหารนับไม่ถ้วน ปฏิวัติเงียบ แบบข่มขู่รัฐบาลก็มี ไทยเสียโอกาสไปแค่ไหน ต่างชาติเขามองว่าประเทศไทยคนไทยดี ขยัน มีทุกอย่างพร้อม เขาว่าเมืองไทยน่าจะเจริญกว่านี้ได้อีกมาก ก็ต้องดูว่าใครลากประเทศเข้ารกเข้าพง การปฏิวัติรัฐประหารใช่หรือไม่ ใครคุมอำนาจตลอดแปดสิบปีที่เปลี่ยนแปลงการปกครอง ยังจะสนับสนุนให้ทำกันอีกหรือ ท่านนักปราชญ์ ราชบัณฑิตทั้งหลาย แค่เงื้อปืน เงื้อกระบอง นักการเมืองก็ขี้เยี่ยวแทบเล็ดแล้ว แต่ทำไปแล้ว เป็นไง ไทยเสียโอกาสไปเท่าไหร่ ล้าหลังไปอีกกี่ปี มีใครคบมั้ย แก้ปัญหาคอร์รับชั่นได้ป่าว แล้วก็บ้านเมืองพัฒนาขึ้น หรือถอยหลังลงคลอง ให้กุ้ง หอย ปู ปลา กัดกิน เป็นบัวใต้น้ำใต้โคลนตมในสังคมโลก
5 ถึงตอนนี้ก็ยังไม่สาย ที่จะเปลี่ยนแปลง สหรัฐมีประธานาธิบดีผิวสี ไทยมีเลดี้นายก อย่าอิจฉาริษยากันให้มากนัก พระท่านว่า เมตตาธรรมค้ำจุนโลก ริษยาอาฆาตทำลายล้างโลก นับถือศาสนาอะไร เป็นมนุษย์ด้วยกันมั้ย อะไร ๆ ก็จะเผา จะตัดหัวคั่วแห้ง บ้าหรือเปล่า

คุณอมร คุณกำลังดูถูก.....ประช

คุณอมร

คุณกำลังดูถูก.....ประชาชน
อย่าไปคิดว่า...ประชาชนโง่
และอย่าคิดว่าคุณฉลาดกว่า
มันจะทุนอะไรก็ตาม..แต่วันนี้
หากประชาชนเลือก..มันก็จบ
ไม่ดี..ครั้งหน้าก็เลือกกันใหม่
ประชาธิปไตย...ก็แค่นี้แหล่ะ
อมรน่าจะเข้าใจ..อย่าดัดจริต

สรุปว่าแพ้แล้วพาล

สรุปว่าแพ้แล้วพาล ถ้าพรรคที่อำมาตย์สนับสนุนได้ชนะเลือกตั้งเกินครึ่งในสภา พวกนี้จะเงียบกันหมดแล้วมีความเห็นว่า ถูกต้องครับพี่ ดีครับผม แล้วมีประเทศไหนบ้างที่จัดตั้งคณะรัฐมนตรีในค่ายทหาร แถลงนโยบายที่กระทรวงต่างประเทศ หรือเป็นนายกฯรัฐมนตรีที่มีสองสัญชาติ ข้าพเจ้าไม่ได้เป็นด๊อก.... ช่วยอธิบายปาถกฐากันบ้าง รัฐบาลที่ตั้งในค่ายทหารพวกท่านเงียบฉี่ พอรัฐบาลที่ชนะเลือกตั้ง พวกท่านออกมาตอแหลนู่น นี่ นั่น หนึ่งเสียงของอมร จันทรสมบูรณ์ที่หย่อนให้ ปชป มันแพ้ ก็ควรรอไป4ปี เท่านี้ก็จบ อย่ามาหาเรื่องพาลล้มรัฐบาลตามสันดานที่เคยทำได้ เพราะมันจะไม่สำเร็จอีกต่อไป ยกเว้นรัฐประหารที่พวกท่านแอบคิดแอบเชียร์ในใจ

ผมมีเรื่องมาเล่าจากบนดอย

ผมมีเรื่องมาเล่าจากบนดอย หมู่บ้านหนึงจะมีการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านแต่กม.หลังรํฐประหารแก้ไขให้ผญบ.อยุ่ถึงหกสิบปี ให้ผญบ.ไม่มีการเลือกตั้งให้ประเมินการทำงานแทน ชาวบ้านไม่จบการศึกษา อาชีพรับจ้าง มาบอกผมว่าไม่เป็นปชต.เพราะเขาอยากได้อีกคนไม่อยากได้คนเก่า แล้วคิดได้อย่างไรอาจารย์,ดร.ท่านไ่เข้าใจปชต.หรือ จะให้ผมนับถือท่านหรือชาวบ้านดี เรื่องพื้นๆความเป็นมนุษย์ ท่านไม่เข้าใจ ทุกคนเท่ากัน หนึ่งสิทธิ์หนึ่งเสีย สังคมก้าวไปโดยการเรียนรู้ ชีวิตก้าวไปเรียนรู้โดยการใช้ชีวิตที่ผ่านมา อย่าใช้เหตุการณ์อื่นใ้สังคมเรียนรุ้คนเรียนรู้ คนคิดเองได้ ผมว่าพวกท่านอยู่แต่หอคอยไม่ได้อยู่กับชาวบ้านเหมือนผมไม่รุ้ว่าวันนี้ชาวบ้านคิดอย่างไร

กลุ่มนักการเมืองท้องถิ่น

อ่านบทความนี้ ๒ รอบ ไม่เข้าใจ

อ่านบทความนี้ ๒ รอบ ไม่เข้าใจ แสดงว่าเราโง่ ยอมรับจบแค่ชั้นสูงของโรงเรียน แต่ไม่อาจรับได้กับการที่บุคคลระดับ Ph.D จะพยายามให้เราเข้าใจว่ารัฐบาลเด็กหล่อมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ แถมยังมีบางคนร้องขอการทำรัฐประหาร เชื่อแล้วประเทศสารขันธ์มีนักวิชาการชั้นยอดเพียงนี้จริงๆ

entagon wrote:1

[quote=entagon]1 ไม่เคยรังเกียจ เกลียดทหาร บรรพบุรุษก็เป็นทหาร เพื่อนเป็นทหารระดับพลเอก พลโท ก็หลายคน เช่นเดียวกัน ไม่รังเกียจนายทุน นายทุนไทยดี ๆ มีเยอะ เมตตากรุณาต่อพนักงาน ลูกจ้าง ถมเถไป แถมยังอิจฉานายทุนนิด ๆ ที่เขาเก่ง เขารวยกว่าเรา
2 รังเกียจ และเกลียด นายทหารบางคนที่โหดเหี้ยม สั่งทำร้ายประชาชนได้ พลทหารบางคนก็ไม่ไว้ชีวิตคนร่วมชาติ ยิงหัวบ้าง ยิงหน้าอกบ้าง ทั้งที่ไม่จำเป็น แม้ว่าได้รับคำสั่งจากนักการเมืองใจหินมา เคยถามมโนธรรม จิตสำนึกบ้างไหมว่า เขาเป็นคนเหมือนเราหรือไม่ เราเป็นคนอย่างไร ทำไมถึงทำได้ขนาดนั้น
3 เรื่องผูกขาด สหรัฐมีประธานาธิบดี ทั้งพ่อ ทั้งลูกมาแล้ว มีประธานาธิบดี ที่เมียก็สมัครรับเลือกเป็นประธานาธิบดี แต่ไม่ได้รับเลือก ก็ยังรับเชิญจากคู่แข่งไปเป็นแค่รัฐมนตรีต่างประเทศ เพื่อช่วยงานประเทศชาติ ลาตินอเมริกา เอเชียใต้ก็มีถมเถไป อินเดีย ประเทศประชาธิปไตยแท้ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีนายกรัฐมนตรีสืบต่อจากทวด ย่า พ่อ จะมาถึงลูก สี่ชั่วคน ตั้งแต่เยาวหราล เนรูห์ อินทิรา คานธี ราจีฟ คานธี และ ราหุล คานธี อย่าไปอิจฉาเขาเลย สายเลือดดี ยีนส์ดี ก็งี้แหละ เก่งไปซะทุกอย่าง
4 ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญมาเกือบ ยี่สิบฉบับ ในรอบ แปดสิบปี เฉลี่ยทุกสี่ปีเปลี่ยนที มีปฏิวัติ รัฐประหารนับไม่ถ้วน ปฏิวัติเงียบ แบบข่มขู่รัฐบาลก็มี ไทยเสียโอกาสไปแค่ไหน ต่างชาติเขามองว่าประเทศไทยคนไทยดี ขยัน มีทุกอย่างพร้อม เขาว่าเมืองไทยน่าจะเจริญกว่านี้ได้อีกมาก ก็ต้องดูว่าใครลากประเทศเข้ารกเข้าพง การปฏิวัติรัฐประหารใช่หรือไม่ ใครคุมอำนาจตลอดแปดสิบปีที่เปลี่ยนแปลงการปกครอง ยังจะสนับสนุนให้ทำกันอีกหรือ ท่านนักปราชญ์ ราชบัณฑิตทั้งหลาย แค่เงื้อปืน เงื้อกระบอง นักการเมืองก็ขี้เยี่ยวแทบเล็ดแล้ว แต่ทำไปแล้ว เป็นไง ไทยเสียโอกาสไปเท่าไหร่ ล้าหลังไปอีกกี่ปี มีใครคบมั้ย แก้ปัญหาคอร์รับชั่นได้ป่าว แล้วก็บ้านเมืองพัฒนาขึ้น หรือถอยหลังลงคลอง ให้กุ้ง หอย ปู ปลา กัดกิน เป็นบัวใต้น้ำใต้โคลนตมในสังคมโลก
5 ถึงตอนนี้ก็ยังไม่สาย ที่จะเปลี่ยนแปลง สหรัฐมีประธานาธิบดีผิวสี ไทยมีเลดี้นายก อย่าอิจฉาริษยากันให้มากนัก พระท่านว่า เมตตาธรรมค้ำจุนโลก ริษยาอาฆาตทำลายล้างโลก นับถือศาสนาอะไร เป็นมนุษย์ด้วยกันมั้ย อะไร ๆ ก็จะเผา จะตัดหัวคั่วแห้ง บ้าหรือเปล่า[/quote]
ป้าว่า แค่เพียง อย่ากลัว อย่าหงอ ต้านทุกรูปเเบบบนดินใจ้ดินไอ้คนทีมันเนรคุณประชาชน มันยึดได้อย่างมากแค่ปีสองปี ป้าเห้นมานักต่อนัก อยู่ไม่ได้ เดี๋ยวก็มีเลือกตั้งใหม่บ้า ๆ บอ ๆ ไปตามเรื่อง มันขยันทำก็ช่างแม่บมันเถอะ นอกจากพวกมันแล้ว ไม่มีใครชื่นชม มันทำอีก บ้านเมืองก็ปั่นป่วนอีก ดูซิว่าใครจะอยู่ ใครใกล้จะไป เอาไม่อยู่น่ะป้าว่า เห็นแล้วเหนือยใจแทน ความเคารพนับถือลดลงไปเรื่อย ๆน่าใจหาย คนเขามองเห็นว่ามันเป็นเรื่องตลกโปกฮาแล้วที่จะยื้อยุดอำนาจโบราณไว้น่ะ เขาเห็นแค่คนกลุ่มหนึ่งพยายามดิ้นเฮือกสุดท้ายที่จะรักษาอำนาจกดหัวประชาชนต่อไปอีก หมดแล้วน่ะ.ยึดได้ใครจะศรัทธาได้อำนาจชั่วครู่ชั่วยาม ไม่ได้ใจประชาชน ไม่ได้ศรัทธาจากประชาชน ป้าว่าทำไปก็ป่วยการ คนเรารักกันมันต้องทำตัวให้เขาศรัทธาเชื่อมั่นเข้าใจไหม ของเเบบนี้มันบังคับกันได้ซะทีไหน ยังไม่เข้าใจอีกหรอพ่อเอ๊ย....

คำว่าผูกขาดมีแต่รัฐบาลเผด็จกา

คำว่าผูกขาดมีแต่รัฐบาลเผด็จการเท่านั้น...เช่นสัมปทานโทรศัพมือถือ...หรือเหล้าเบียร์..ค่าสัมปทานเป็นหมื่นล้าน...คนที่รับสัมปทานค้าขายแต่เพียงผู้เดียว...ก็เอาเงินที่ตัวเองจ่ายหมื่นล้านเอาไปบวกเป็นค่าใช้จ่าย...บวกเงินเก็บจากประชาชน...คนกินคนใช้...อีกต่อหนึ่ง..นี่เรียกว่ารัฐปล้นประชาชนด้วยหรือเปล่า...ถ้าเปิดเสรี..ไห้ใครก็ได้มีเงินลงทุนแข่งขันกัน..ทำมาหากินได้...ราคามันก็จะถูกลง..ดีกว่าไห้รัฐประหารค้าขายแต่เพียงผู้เดียวอะไรมันก็แพงไปหมด...ทั้งน้ำมันปาล์ม..ทั้งค่าจ้างโฆษณาไข่...เรียกว่าปล้นกลางแดดปล้นเอาซึ่งๆหน้าเลย...

บวกสัมปทาน..บวกแว๊ต..บวกค่าอุปกรณ์..บวกค่าพนักงาน..บวกโฆษณา..บวกกำไล...รัฐไม่ต้องลงทุนแต่ได้กำไลทุกขั้นตอน...รัฐฟาดคนเดียวอย่างต่ำเกือบแปดสิบเปอร์เซนต์...

เราไม่รังเกลียดทุนและประชาชน...ดีกว่าไห้เขาเป็นโจร...เราทุกคนต้องไห้เกียรติคนทำงานทุกอาชีพ...ทุกอาชีพทำคุณประโยชน์ต่อกันและกัน...ไม่ทำร้ายกันและกันเหมือนพวกนักวิชาการที่พยายามทำร้ายคนทำมาหากิน...ไส่ร้ายป้ายสีสุจริตชน...เพื่อไห้ตัวเองมานั้งเก็บค่าต๋ง..ค่าองค์กรณ์อิสระ...องค์สรรหา..สาระพัดกิน...กินเสร็จโยนอึไห้คนอื่น...นักวิชาการมันเก่งอย่างนี้นี่เอง...

ประชาชนไม่ใช่ผู้ใต้บังคับบัญชาคุณ...ม112ไม่ใช่พ่อแม่ใคร...แต่เป็นกฏหมายสาธารณะชน...และเป็นสิทธิเสรีภาพ...อิสระภาพของประชาชนคุณไม่มีสิทธิมาสั่งประชาชน...คุณคือผู้ใต้บังคับบัญชาของประชาชน...คุณกำลังแสดงอำนาจที่หยาบคายต่อประชาชน..ควบคุมเสรีภาพของประชาชน...คุณไม่เหมาะสมต่อตำแหน่งหน้าที่...ขอเรียกร้องไห้คุณลาออก...คุณต้องสำนึกในตำแหน่งหน้าที่..คุณไม่มีสิทธิข่มขู่คุกคามเสรีภาพของประชาชน...

ขอไห้ประชาชนทุกท่านเรียกร้องไห้ท่านแสดงความเป็นลูกผู้ชายด้วย

ดอกไม้งาม wrote:wut

[quote=ดอกไม้งาม][quote=wut]แล้วพวกบริษัทในตลาดหุ้นอย่าง SCC SCB TIC MINT APRINT SINGER UOBAPF SAMCO เป็นทุนนิยมผูกขาดหรือเปล่าครับ ??[/quote]
ไม่เป็นค่ะ[/quote]
.........ไม่เป็นหรอกครับบริษัทพวกนี้คุมได้ทั้งนั้น เพื่อไม่ให้มีการผูกขาดทางการเมือง ให้เปลี่ยนกันเป็นรัฐบาลกันคนหนึ่งสมัย อาจารย์รอหน่อยนะครับท่านอาจได้เป็นรัฐมนตรี อย่ารีบไปไหนเสียก่อน.

issariyo

[quote=issariyo]แค่ประโยคสุดท้ายว่า รายงานโดย astv เท่านั้นก็อ้าปากเห็นลิ้นไก่
เผด็จการทุนนิยมผูกขาด เราไม่เห็นผูกขาดตรงไหน แค่ว่าคนโง่เข้ามาบริหารแล้วเจ๊งก็โทษเขาว่าเขาผูกขาด
การไฟฟ้าฝ่ายผลิต การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าภูมิภาค การรถไฟแห่งประเทศไทย นี่แหละคือ
ทุนนิยมผูกขาดตัวจริง เอะอะไม่พอใจก็ ตัดน้ำตัดไฟ หยุดเดินรถ นั่น พวกสูกล้าเข้าไปแตะหรือเปล่า[/quote]

๑.เผด็จการทุนนิยมผูกขาด เราไม่เห็นผูกขาดตรงไหน
ขออนุญาตตอบครับ ผูกขาดตรงที่การเลือกตั้งจากนี้ไปอีกยี่สิบปี เพื่อไทยชนะแบบผูกขาด

๒. การไฟฟ้าฝ่ายผลิต การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าภูมิภาค การรถไฟแห่งประเทศไทย นี่แหละคือ
ทุนนิยมผูกขาดตัวจริง
ขออนุญาตแย้งครับ หน่วยงานดังกล่าวข้างต้นคือขุมทรัพย์ที่เหล่าปีศาจร่วมกันเสพสุขมานมนาน จนยากจะเปลี่ยนแปลง รวมทั้งธนาคารต่างๆ ไม่ปล่อยให้แข่งขันเสรีเพราะกระทบยอดกำไรของกลุ่มทุนผูกขาดอนุรักษ์นิยม

เราคนไทยจงปลุกเพื่อนๆ ที่กำลังหลับไหล โปรดอย่าเต้นตามจังหวะกลองของปีศาจ

หากไม่เป็นอย่างนั้น

หากไม่เป็นอย่างนั้น จะเกิดการเปลี่ยนแปลงได้อย่างไรเล่า

ในเมื่อ อำนาจเดิมนั้น ฝังลึกนักหนา คนรุ่นหลังๆมาที่ไม่สนใจ

ใยรึจะรู้ทัน

ประเทศไทย ไม่ใช้ของใคร คนใด คนหนึ่ง หากการเปลี่ยนแปลงนั้น

สร้างประโยชน์กับกับคนหมู่มาก น่าจะดีไม่ใช่รึ

พูดไป ทำไม มี

ผมว่าทุนก็เป็นสิ่งที่ดี 1.ผมแ

ผมว่าทุนก็เป็นสิ่งที่ดี

1.ผมแจกทุนการศึกษาให้เด็กนักเรียนในพื้นที่ผมปีที่แล้ว 30 สิบคนเป็นเงิน 104.000 บาท(ทุุนใ่ไหม)
2.ผมจ้างชาวบ้านทำถนนโดยให้ค่าแรงเป็นเงิน 600.000 บาท ชาวบ้านมีเงินใช้ลูกได้กินขนน
ทุนใช่ไหม
3.บริษัท มหาลัย กลุ่มองค์กร นำเงินสิ่งของมามอบให้ในพื้นที่ ทำถนน ก่อสร้างศูนย์เด็กเล็ก ใช้ทุนใช่ไหม

อย่าปฏิวัติเลยประเทศไทยต้องพัฒนาอีกเยอะ ต้องใช้งบประมาณ ปล่อยให้รัฐ.ทำงานเพื่อชาวบ้าน

กลุ่มนักการเมืองท้องถิ่น

คนเราเมือ่อายุมากขึ้นมากขี้น

คนเราเมือ่อายุมากขึ้นมากขี้น จะไม่มีการพัฒนาทางด้านความคิด เพราะเซลล์สมองจะเสื่อม ไม่มีการ
ซินแนป เชื่ออย่างไรมีประสบการณ์มาอย่างไรก็เชื่อฝังในอย่างนั้น มักจะย้ำคิดย้ำทำในสิ่งที่ตนเคยปฏิบัติ แต่ละเลยทฤษฎีวิวัฒนาการ และทฤษฎีทางสังคม และการเปลี่ยนแปลงอื่นๆ จากบทความเราอนุมานได้ว่าเขาเป็นพวกอนุรักษ์นิยมรุ่นเก่าตกรุ่น ควรจะอยู่ในยุคกรุงเทพตอนต้นมากกว่า

ในภาพรวมๆแล้ว

ในภาพรวมๆแล้ว ตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอูงจากระบบสมบูรณายาสิทธิราชมาเป็นประชาธิปไตยแบบไทยๆเมื่อปี 2475 แล้ว ....ตลอดห้วงเวลาประมาณแปดสิบปี..เราก็มีการยึดอำนาจกันมาโดยตลอดเรียกว่าเราอยู่ในรูปแบบการปกครอง แบบว่าเป็น เผด็จการทหารผูกขาด.....หรือ อำมาตย์ผูกขาดอธิปไตย ?
เท่าที่จำได้มีรัฐบาลเดียวที่มาจากการเลือกตั้งและมีเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ของสมาชิกรัฐสภา ก็คือรัฐบาลของไทยรักไทย....ซึ่งก็ถูกกล่าวหาเป็นเผด็จการทุนนิยมผูกขาด...
ซึ่งถ้าไทยรักไทยเป็นทุนนิยมผูกขาดจริงๆแล้ว.....รัฐบาลไทยรักไทยจะถูกปฏิวัติได้อย่างง่ายๆอย่างไร?
.อย่างเก่งๆแบบทักษิณ อยุ่ได้ก็ประมาณ6-7 ปี
จึงสรุปว่าเมืองไทยของเราที่ผ่านมาเวลา...ส่วนใหญ่ ไม่ใช้ทุนนิยมผูกขาด...แต่เป็น ทหารหรืออำมาตย๋ผูกขาดประชาธิปไตย ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นคือเมืองไทยของเราถดถอยจากระดับหัวแถวในอาเชียน..ลงมาเรื่อยๆ
ตอนนี้มาเลเซีย ก็แซงหน้าไปแล้ว เราก็ถอยมาอยู่่ในระนาบเดียวกับเวียตนาม...อีกไม่นานก็ถอยมาอยู่ในระนายเดียวกับเขมร ลาว พม่า....
แล้วมากล่าวโทษว่าสิ่งแล้วร้ายทุกอย่างที่เกิดขึ้นเนื่องจากทุนนิยมผูกขาดได้อย่างไร ?
ที่ถูกต้องจะต้องกล่าวโทษ เผด็จการทหารและอำมาตย์ผูกขาดอธิบไตยน่าจะถูกกว่า....?