สัมภาษณ์ ภรรยาฐานุทัศน์ : การดิ้นรนอันโดดเดี่ยว

สัมภาษณ์ภรรยาของ “ฐานุทัศน์ อัศวสิริมั่นคง” หรือ ลุงคิม เหยี่อกระสุนรายล่าสุดซึ่งโดนยิงที่ย่านบ่อนไก่ในเหตุการณ์สลายการชุมนุม เมื่อสองปีที่แล้ว ก่อนจะมีการฌาปนกิจศพของเขาในเย็นวันนี้

ใต้รายชื่อผู้เสียชีวิต 15 คน * ย่านบ่อนไก่ ถนนพระราม 4 ในระหว่างวันที่ 13-16 พ.ค.53 มาถึงวันนี้ต้องเพิ่มรายที่ 16 คือ ฐานุทัศน์ อัศวสิริมั่นคง วัย 55 ปี หรือที่ใครๆ เรียก “ลุงคิม” เข้าไปอีกคน  หลังจากถูกยิง เป็นอัมพาตครึ่งตัวอยู่นาน เกือบสองปี 

ฐานุทัศน์ มีความรู้สึกเพียงช่วงอกขึ้นไปถึงศรีษะ เนื่องจากถูกยิงเมื่อวันที่  14 พ.ค.53 เวลาก่อนเที่ยง  เมื่อเขาออกจากบ้านไปอยู่ริมถนนเตรียมเดินทางไปจ่ายค่าน้ำค่าไฟ และพาครอบครัวไปทานอาหารในห้างสรรพสินค้า

ช่วงหลังเหตุการณ์ใหม่ๆ เขานอนอยู่บนเตียงตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีภรรยาดูแลอยู่ไม่ห่าง หลายคนพยายามถามถึงแนวคิดทางการเมืองเบื้องหลัง เขาได้แต่ตอบว่า เป็นคนทำมาหากิน ติดตามข่าวสารจากสื่อเท่านั้น และพื้นฐานในครอบครัวดั้งเดิมก็ชื่นชอบพรรคประชาธิปัตย์

ฐานุทัศน์เล่าว่าในวันเกิดเหตุ สถานการณ์ยังไม่รุนแรง ยังมีคนขายของกันอยู่ตามฟุตบาทเหมือนปกติ แม้คนจะบางตาลง แล้วจู่ๆ ก็มีเสียงปืน  ทุกคนวิ่งหลบ แต่เขาซึ่งเพิ่งผ่าตัดมะเร็ง วิ่งได้ไม่เร็วจึงถูกยิงเข้า 2 นัด นัดหนึ่งวิ่งไปที่ปอด ได้รับการผ่าตัดออก ส่วนอีกนัดหนึ่งตกค้างอยู่ที่สะบักขวา และไม่ได้รับการผ่าตัดออกเนื่องจากอยู่ในจุดที่อันตราย กระสุนนัดนี้ยังคงอยู่จนวาระสุดท้ายและมันกำลังจะถูกนำออกมาเป็นหลักฐาน สำคัญ ก่อนจะมีการฌาปนกิจศพของเขาในวันนี้ ( 29 ก.พ.) ที่วัดลำโพง เวลา 17.00 น.

ฐานุทัศน์และครอบครัวอันประกอบด้วยภรรยา บุตรชาย บุตรสาววัยเรียน อาศัยอยู่ในแฟลตเล็กๆ ในชุมนุมบ่อนไก่  ฐานุทัศน์เป็นผู้หารายได้หลักของครอบครัว โดยมีอาชีพขายส่งอาหาร ของขบเคี้ยวเล็กๆ น้อยๆ จำพวกถั่ว ปลากรอบ และอื่นๆ ขณะที่ภรรยาก็หารายได้เสริมด้วยการขายของจำพวกขนมจีบ 

หลังฐานุทัศน์ถูกยิง ภรรยาต้องคอยดูแลเขาตลอดเวลา ไม่มีคนหารายได้เลี้ยงครอบครัว และที่แย่ยิ่งกว่านั้น พวกเขายังประสบความยากลำบากในการรับการรักษาเพราะไม่มีเงิน ที่ผ่านมาก็แทบไม่มีความช่วยเหลือใด ส่วนการเรียกร้องค่าชดเชยต่างๆ ที่รัฐจัดให้เบื้องต้นก็ต้องดำเนินการหลายครั้งหลายหนด้วยความอดทน อย่างไรก็ตาม เขายังคงมีกำลังใจที่ดี ยิ้มแย้มแจ่มใส และมีความหวังว่าสักวันหนึ่งจะต้องหาย แม้หมอที่รักษาจะบอกว่ามีโอกาสไม่ถึงสิบเปอร์เซ็นต์ แต่เป็นสิบเปอร์เซ็นต์ที่เขามั่นใจว่าต้องสำเร็จ อย่างน้อยก็ขอให้ลุกเดินได้ ... เขายิ้มและบอกกล่าวความมั่นใจนี้กับผู้ไปเยี่ยมเยียนเสมอมา

แต่สถานการณ์กลับเป็นไปตรงกันข้าม เดือนตุลาคมปีที่แล้ว หลังนอนบนเตียงอยู่ปีกว่า ฐานุทัศน์เริ่มมีอาการปวดคอและไหล่ แขนชาไร้เรี่ยวแรง จนภรรยาของเขาต้องนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่หมอก็เพียงให้ยาแล้วกลับบ้าน แต่อาการของเขาไม่ดีขึ้น 

วรานิษฐ์ อัศวสิริมั่นคง ภรรยาของฐานุทัศน์  บอกว่า เธอพยายามจะส่งตัวฐานุทัศน์ไปอยู่ในความดูแลของโรงพยาบาล แต่ยังไม่ทันไรก็มักจะถูกส่งกลับ และสามีของเธอก็บ่นน้อยใจทุกครั้ง เธอขอร้องอย่างไรโรงพยาบาลก็ไม่รับแอดมิด กระทั่งสุดท้ายต้องยอมคิดแผนการ โดยให้สามีดื่มน้ำน้อยๆ ไม่ห่มผ้าให้ เพื่อให้โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบกำเริบ และจับไข้ ซึ่งแผนของเธอประสบความสำเร็จ

“พี่ก็ไม่รู้ว่าเป็นภรรยาที่ไม่ดีรึเปล่า แต่พี่อยากให้เขาอยู่ในความดูแลของหมอ”

แต่ทุกอย่างดูล่าช้าเกินไปหรือไม่เช่นนั้นสังขารของเขาก็เสื่อมสภาพเกิน กว่าจะฟื้นตัวไหว อาการของเขาค่อยๆ แย่ลง จนกระทั่งต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ไม่สามารถพูดได้ และไม่รู้สึกตัวในที่สุด

“วันสุดท้ายที่เจอ น้องครีม (ลูกสาว) ไปเยี่ยมพ่อ กราฟตัวใจที่มันเต้นอยู่ต่ำๆ วิ่งขึ้นสูงเลย น้องครีมร้องไห้ แล้วน้ำตาแกก็ไหล ลูกยังตกใจว่าพ่อรับรู้ด้วยหรือ แต่พอลูกกลับการเต้นของหัวใจก็ต่ำลง”

เขาอยู่ในห้องไอซียูอยู่นานหลายเดือน โดยมีภรรยาที่คอยมาดูแล ทำกายภาพบำบัดให้อย่างอดทน จนในที่สุดเมื่อฐานุทัศน์อาการไม่ดีขึ้น สถานการณ์การเงิน และสถานการณ์ของแม่ผู้ต้องการสถาปนาความเข้มแข็งเพื่อเป็นหลักให้ลูกๆ ได้ทำให้เธอตัดสินใจหางานทำและทิ้งสามีไว้เบื้องหลัง เมื่อได้งานทำกับเพื่อนมิตรคนเสื้อแดงด้วยกัน เธอสามารถมาดูแลสามีได้ แต่เพียงสัปดาห์ละ 2 วัน

แล้ว “ลุงคิม” ของใครหลายๆ คนก็จากไปเงียบๆ ท่ามกลางสายระโยงระยางในห้องไอซียู ในกลางดึกของคืนวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2555

ต่อไปนี้เป็นคลิปสัมภาษณ์ภรรยาของฐานุทัศน์  ในวันแรกที่มีการตั้งศพที่วัดหัวลำโพง ซึ่งมีเพียงญาติไม่กี่คน และเพื่อนคนเสื้อแดงอีกเล็กน้อยที่คอยอยู่เป็นเพื่อน ช่วยเหลือสิ่งต่างๆ เราพูดคุยกันถึงช่วงที่ชีวิตในรอบเกือบสองปีที่ผ่านมาของผู้หญิงคนนี้

 

 

  * ข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สลายการชุมนุม เม.ย.-พ.ค.53 (ศปช.)

 

13 พฤษภาคม 2553

1 (22.00) ชาติชาย ชาเหลา อายุ 25 ปี จ.สุรินทร์ ขับรถแท็กซี่ ในกรุงเทพฯ ถูกยิงเข้าศีรษะ

 

14 พฤษภาคม 2553

2 (14.00) นายบุญมี เริ่มสุข อายุ 71 ปี ชาวชุมชนบ่อนไก่ ถูกยิงเข้าช่องท้อง

3 (14.30) นายอินแปลง เทศวงศ์ อายุ 34 ปี จ.อุบลราชธานี ขับรถแท็กซี่ในกรุงเทพฯ ถูกยิงเข้าหน้าอก

4 (18.00) นายเสน่ห์ นิลเหลือง อายุ 48 ปี ขับรถแท็กซี่ อาศัยอยู่ในแฟลตตำรวจลุมพินี ถูกยิงเข้าหน้าอก

16(11.00) นายฐานุทัศน์ อัศวสิริมั่นคง อายุ 55 ปี ค้าขาย อาศัยอยู่ในแฟลตบ่อนไก่ ถูกยิงเข้าด้านหลัง 2 นัด เป็นอัมพาต 1 ปี 9 เดือน ก่อนเสียชีวิตในวันที่ 23 ก.พ.55

 

15 พฤษภาคม 2553

5 (17.00) นายมานะ แสนประเสริฐ อายุ 21 ปี ชาวชุมชนบ่อนไก่ อาสาสมัครปอเต็กตึ๊ง ถูกยิงที่ศีรษะ

6 (18.00) นายวารินทร์ วงศ์สนิท อายุ 28 ปี จ.สมุทรปราการ ถูกยิงเข้าด้านหลังทะลุหัวใจ

7 (19.45) นายพรสวรรค์ นาคะไชย อายุ 23 ปี จ. ร้อยเอ็ด พนักงานโรงแรมย่านสุขุมวิท ถูกยิงเข้าช่องท้อง

8 (24.00) นายวงศกร แปลงศรี อายุ 41 ปี จ.ศรีสะเกษ ถูกยิงเข้าหน้าอก (สถานที่ไม่ระบุ)

 

16 พฤษภาคม 2553

9 (9.30) นายสมชาย พระสุวรรณ อายุ 43 ปี จ.ยโสธร ถูกยิงเข้าศีรษะ  

10 (15.00) นายวุฒิชัย วราห์คำ อายุ 21 จ.อำนาจเจริญ ช่างซ่อมรถยนต์ในกรุงเทพฯ ถูกยิงเข้าด้านหลังทะลุเข้าช่องท้อง (สถานที่ไม่ระบุ)

11 (15.30) นายเกียรติคุณ ฉัตร์วีระสกุล อายุ 25 ปี จ.สมุทรปราการ ขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง ถูกยิงใต้ราวนม

12 (15.18) นายประจวบ ประจวบสุข อายุ 42 ปี จ.สุรินทร์ ทำงานรับจ้างอยู่ในกรุงเทพฯ ถูกยิงเข้าหน้าอก

13 (19.00 น) นายเฉลียว ดีรื่นรมย์ อายุ 28 ปี จ.บุรีรัมย์ พนักงานขับรถยนต์บริษัทเอกชน ในกรุงเทพฯ ถูกยิงใต้ราวนม

14 (19.00) นายสมัย ทัดแก้ว อายุ 35 ปี จ.ศรีสะเกษ ทำงานเป็น รปภ. อาศัยอยู่ในชุมชนบ่อนไก่ ถูกยิงเข้าด้านหลัง
15 (10.30) นายสุพรรณ ทุมทองอายุ 49 ปี จ.ศรีสะเกษ ถูกยิงเข้าที่ศีรษะ

 

 

Comments