กลุ่มญาติเหยื่อ 53 ค้าน กองทัพร่วมสร้างปรองดอง ด้านเพื่อไทยยันยังไม่ได้รับหนังสือเชิญจาก ป.ย.ป.

เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ระบุยังไม่ได้รับหนังสือเชิญให้ความเห็นปรองดอง แต่ทำไมโฆษกกลาโหมบอก พรรคได้ตอบรับไปแล้ว ด้านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เผยพร้อมเข้าให้ความเห็นพรุ่งนี้ ขณะที่กลุ่มญาติ 53 ค้านกองทัพเป็นเจ้าภาพปรองดอง

ภาพจากเพจ Banrasdr Photo

16 ก.พ. 2560 10.00 น. กลุ่มญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุสลายการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงปี 2553 นำโดยนายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ และนางพะเยาว์ อัคฮาด ได้ร่วมทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์สลายการณ์การชุมนุม เมื่อปี 2553 จากนั้นได้เดินเท้าไปยังกระทรวงกลาโหม เพื่อยื่นหนังสือคัดค้านการที่ กองทัพ ร่วมเป็นเจ้าภาพในกระบวนการสร้างความปรองดอง เหตุเพราะเห็นว่ากองทัพเคยมีส่วนร่วมในการสลายการชุมนุมประชาชนในหลายเหตุการณ์ และถือว่ามีส่วนได้เสียกับกระบวนการปรองดอง

อย่างไรก็ตามทางกลุ่มญาติได้แสดงจุดยืนเห็นด้วย หากจะมีการสร้างความสามัคคีปรองดองแก่คนในชาติเกิดขึ้น แต่ทั้งนี้ กระบวนการจะต้องมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนอย่างทั่วถึง และเท่าเทียมกัน ไม่ใช่ผูกขาดอยู่กับบุคคลในกองทัพอย่างที่กำลังเกิดขึ้นกับกระบวนการของ ปยป.ตอนนี้

แถลงการณ์ญาติผู้ได้รับความสูญเสียจากเหตุการณ์ทางการเมือง 2553


ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐบาลได้มีแนวนโยบายที่จะสร้างความสามัคคีปรองดองของคนในชาติ และผลักดันประเทศให้เดินหน้าอันสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่กำลังจะประกาศใช้ ปรากฏตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติฉบับที่ 3/2560 เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง และหลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้ประกาศทิศทางการปรองดองของคนในชาติแล้ว ปรากฎว่าได้รับทั้งเสียงสนับสนุนและคัดค้านอย่างแพร่หลาย รวมทั้งบางภาคส่วนยังมีการตั้งข้อสังเกตในการดำเนินงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เกี่ยวกับการส่งเสริมความสามัคคีของคนในชาติและการปรองดองเพื่อก้าวข้ามความขัดแย้งอันเป็นวิกฤติของสังคมในช่วงกว่าสิบปีที่ผ่านมา

พวกเราในฐานะพ่อแม่และญาติมิตรของผู้ที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ทางการเมืองในปี 2553 มีความเห็นและจุดยืนต่อการปรองดองดังนี้

1) พวกเราเห็นพ้องด้วยที่จะมีการสร้างความรัก ความสามัคคีของคนในชาติ เพื่อร่วมกันก้าวข้ามความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นในห้วงวิกฤติการณ์การเมืองที่ผ่านมา และพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่เพื่อให้เกิดความรัก ความสมัครสมานสามัคคีของคนในชาติ

2) พวกเราเห็นพ้องด้วยในการให้อภัยกันระหว่างประชาชนพลเมืองที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติการณ์ทางการเมือง รวมทั้งเห็นด้วยหากจะมีการนิรโทษกรรมสำหรับความผิดที่ประชาชนได้กระทำไปโดยมีเจตนา หรือจุดมุ่งหมายทางการเมืองตลอดห้วงวิกฤติการณ์ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน และหวังว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ จะได้ดำเนินการเป็นวาระเร่งด่วนหลังการจัดตั้งรัฐบาล ทั้งนี้เพื่อความสมัครสมานสามัคคีปรองดองและให้อภัยกันของคนทั้งชาติอย่างแท้จริง

3) พวกเราเห็นพ้องด้วยที่จะมีการค้นหาความจริงที่เป็นเหตุอันก่อให้เกิดวิกฤติการณ์ทางการเมืองและความสูญเสีย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความสูญเสียชีวิตและร่างกายรวมทั้งสิทธิเสรีภาพ อันเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ รวมทั้งเห็นพ้องด้วยที่จะมีการสร้างบรรทัดฐานใหม่ในสังคม โดยการนำเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนในการก่อให้เกิดความสูญเสียขึ้นพิจารณาเป็นคดีอย่างเป็นธรรมในศาลสถิตยุติธรรม ทั้งนี้ เพื่อป้องกันมิให้เกิดวิกฤติการณ์ทางการเมืองและความสูญเสียขึ้นอีก

4) พวกเราเห็นพ้องด้วยในการเปิดให้ประชาชนทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในกระบวนการปรองดองของคนทั้งชาติ และเห็นด้วยให้มีการตั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ มีความเป็นกลาง และมีความเป็นธรรมขึ้นมาทำหน้าที่เพื่อสร้างความสมัครสมานสามัคคีปรองดองของคนในชาติ แต่พวกเราไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งสำหรับบุคคลที่มีบทบาทสำคัญและเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างวิกฤติการณ์ทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรและกลุ่มบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการยึดอำนาจไปจากประชาชน องค์กรและกลุ่มบุคคลที่ใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมทางการเมืองจนเป็นเหตุให้เกิดความสูญเสียในชีวิตและร่างกายของประชาชนเป็นจำนวนมาก ซึ่งในปัจจุบันกลุ่มบุคคลเหล่านั้นได้เป็นผู้ใช้อำนาจแต่งตั้งและได้รับการแต่งตั้งให้มาทำหน้าที่ที่สำคัญในการสร้างความสามัคคีปรองดองของคนทั้งชาติในครั้งนี้ หากปล่อยให้บุคคลเหล่านั้นเข้ามาทำหน้าที่ สังคมย่อมมีข้อกังขาและไม่อาจสร้างความสามัคคีปรองดองของคนในชาติได้อย่างแท้จริง กลับจะนำพาสังคมไปสู่ความขัดแย้งครั้งใหม่ ลบลืมต้นเหตุของความขัดแย้ง ซึ่งพวกเราไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น

พวกเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ความเห็นของพวกเราในฐานะผู้ได้รับความสูญเสียในเหตุการณ์ทางการเมือง จะเป็นประโยชน์ในการสร้างความสามัคคีปรองดองของคนในชาติต่อไป

ญาติผู้ได้รับความสูญเสีย

14 กุมภาพันธ์ 2560

พรรคเพื่อไทย ระบุยังไม่ได้รับหนังสือเชิญร่วมให้ความเห็นปรองดอง

ด้าน ภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ระบุตามที่มีการให้ข่าวว่าพรรคเพื่อไทยได้รับหนังสือเชิญจากทางฝ่ายรัฐบาลให้เข้าร่วมการหารือเรื่องการปรองดองที่กระทรวงกลาโหมนั้น สำนักเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ขอเรียนชี้แจงว่า จนถึงขณะนี้เวลา14.00น ของวันที่ 16ก.พ.60 พรรคเพื่อไทยยังไม่มีผู้ใดได้รับการติดต่อเชิญจากทางรัฐบาลแต่อย่างใดและได้ตรวจสอบไปทางฝ่ายธุรการของพรรคแล้ว ก็ยังยืนยันว่ายังไม่ได้รับหนังสือเชิญ ถือเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจอย่างยิ่งที่โฆษกหรือผู้แทนฝ่ายรัฐบาลหรือผู้จัดได้มีการแถลงว่า ได้จัดส่งหนังสือเชิญและได้รับการตอบรับจากพรรคเพื่อไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่ทราบว่าได้รับการตอบรับจากผู้ใด เพราะทางสำนักเลขาธิการพรรคเพื่อไทยได้ตรวจสอบจากท่านหัวหน้าพรรค รองหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคตลอดจนผู้ใหญ่ของพรรคทุกท่านแล้วได้รับการยืนยันว่ายังไม่มีท่านใดได้รับการติดต่อและไม่มีใครเคยได้รับหนังสือเชิญแต่อย่างใด

"ถือเป็นเรื่องน่าแปลกใจอย่างยิ่งว่าเรื่องใหญ่มากขนาดนี้ ทำไมจึงพูดกันไปมาเหมือนเป็นเรื่องเล่นๆ "ไม่ทราบว่ามีปัญหาอะไรหรือเป็นเรื่องความคลาดเคลื่อนไนการทำงานของผู้จัดหรืออย่างไร แต่อย่างไรก็ดีก็อยากเห็นหนังสือเชิญให้ชัดเจนจะได้ดำเนินการหารือผู้ใหญ่ของพรรคที่เกี่ยวข้องโดยเร่งด่วนทันที" ภูธรรมกล่าว

ประชาธิปัตย์ แจงพรุ่งนี้พร้อมเข้าพูดคุย เสนอความคิดเห็น ย้ำปัญหาเกิดจากการเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง

ด้าน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยภายหลังการหารือกับแกนนำพรรคจำนวน 10 คน เพื่อเตรียมไปให้ข้อเสนอแนะกับคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ในวันพรุ่งนี้ (17 ก.พ.) ว่า พรรคได้เตรียมตอบทั้ง 10 ข้อตามที่ ป.ย.ป.ถาม แต่มองว่ายังขาดภาพรวมเรื่องการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น และสิ่งที่มองตรงกันคือข้อกังวลเรื่องความขัดแย้งอยู่ที่ฝ่ายการเมือง ดังนั้นต้องแก้ที่การเมือง ทั้งนี้เห็นว่าเรื่องความปรองดองไม่มีใครบังคับให้ใครเห็นตรงกันหรือเชื่อได้ แต่หากได้ข้อสรุปที่ทำให้ทุกฝ่ายเห็นว่าจะทำให้ความขัดแย้งลดน้อยลง เชื่อว่าทุกคนคงเห็นด้วยและพร้อมให้ความร่วมมือ

ส่วนข้อเสนอเรื่องปลดล็อคการทำกิจกรรมทางการเมืองนั้น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่อยากให้พูดว่าปลดล็อคหรือไม่ เพราะถึงอย่างไรพรรคการเมืองควรที่จะเตรียมตัวสำหรับหลายเรื่อง ไม่เช่นนั้นเมื่อ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองออกมา จะมีปัญหาในทางปฏิบัติได้ เพราะหากไม่ให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมอะไรเลย จะไม่สามารถทำตามกฎหมายใหม่ได้ทันเวลา

“อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า มีบางกิจกรรม บางประเภทที่ไม่เหมาะสม และอาจกระทบต่อบรรยากาศบ้านเมือง ซึ่งหากไม่เปิดให้ทำ ก็คิดว่าทุกคนรับได้ ดังนั้นเรื่องนี้จึงควรแยกแยะและมีการพูดคุยกันว่ากิจกรรมใดบ้างที่พรรคการเมืองควรมีส่วนในการเตรียมประเทศเข้าสู่ระยะที่สาม และอะไรบ้างที่พรรคการเมืองต้องรอไปก่อน เพื่อให้มีบรรยากาศที่ดี” อภิสิทธิ์ กล่าว

เรียบเรียงจาก: VoiceTV , มติชนออนไลน์ , สำนักข่าวไทย