ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ประหารชีวิต 2 จำเลยพม่า-คดีฆ่านักท่องเที่ยวเกาะเต่า

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืนประหารชีวิต 2 จำเลยชาวพม่า คดีฆ่านักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ 2 รายที่เกาะเต่า ให้คืนจอบแก่เจ้าของจอบ ชดใช้ค่าโทรศัพท์มือถือกับญาติผู้ตาย ส่วนที่จำเลยอุทธรณ์อ้างว่าไม่มีเอกสารขั้นตอนการจัดเก็บวัตถุพยาน และการส่งและรับนั้น ไม่เป็นสาระสำคัญที่ทำให้ผลแห่งคำพิพากษาเปลี่ยนแปลงไป

ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมเกาะเต่า 2 ราย (หันหลัง สวมหมวกกันน็อก) ถูกนำไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เมื่อ 3 ตุลาคม 2557 ล่าสุดศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืนให้ประหารชีวิตตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น (แฟ้มภาพ)

1 มี.ค. 2560 ศาลจังหวัดเกาะสมุย อ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 8 คดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษที่เกาะเต่า โดยศาลพิจารณาจากพยานหลักฐานทั้งปวงที่โจทก์นำสืบมาทั้งหมดว่ามีเหตุผลเชื่อมโยง มั่นคงหนักแน่น จนแน่ใจว่ามีการกระทำผิดจริง และจำเลยทั้งสองเป็นผู้กระทำความผิดนั้นโดยปราศจากความสงสัยใด ๆ ส่วนเหตุผลอื่นๆ ตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น

โดย TNN รายงานว่า ศาลอุทธรณ์ได้พิจารณายืนตามศาลชั้นต้นที่ตัดสินเมื่อ 24 ธันวาคม 2558 คือให้ประหารชีวิต นายซอลิน จำเลยที่ 1 และนายเวพิว จำเลยที่ 2 และให้จำเลยทั้งสองคืนจอบที่ใช้ก่อเหตุให้กับเจ้าของ และชดใช้ราคาโทรศัพท์เคลื่อนที่ 15,000 บาท แก่ญาติผู้ตาย

ขณะที่ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า ที่จำเลยยื่นอุทธรณ์อ้างว่าโจทก์ไม่มีเอกสารและภาพถ่ายในขั้นตอนการจัดเก็บวัตถุพยาน การบรรจุปิดผนึก การส่งและรับวัตถุพยาน และการตรวจสอบวัตถุพยานบางขั้นตอนนั้น ไม่เป็นสาระสำคัญที่ทำให้ผลแห่งคำพิพากษาเปลี่ยนแปลงไป จึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้นเห็นชอบแล้ว ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วยพิพากษายืนประหารชีวิต

สำหรับการอ่านคำพิพากษาวันนี้ เป็นการอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยทั้งสองคนที่ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำบางขวาง โดยไม่มีญาติหรือทนายความจำเลยมาร่วมฟังคำพิพากษาแต่อย่างใด

คดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2557 นักท่องเที่ยวชาย ถูกคนร้ายใช้ด้ามจอบตีจนเสียชีวิต ส่วนนักท่องเที่ยวหญิงถูกข่มชืนกระทำชำเรา และใช้จอบตีทำร้ายจนเสียชีวิต เหตุเกิดในพื้นที่เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ได้จับกุมจำเลยทั้งสองคนได้