‘การเลือกปฏิบัติ’ ยังเป็นอุปสรรคของผู้หญิงในจีน

จากการสำรวจพบพนักงานหญิงในจีนได้เลื่อนตำแหน่งช้ากว่าผู้ชาย ผู้หญิงที่ไม่เคยได้เลื่อนตำแหน่งมีมากกว่าผู้ชาย และแม้จะมีการศึกษาที่สูงแต่ผู้หญิงยังถูกเลือกปฏิบัติมากกว่าผู้ชายในระดับการศึกษาเดียวกัน

ผู้หญิงจีนยังคงเผชิญกับการเลือกปฏิบัติทางเพศซึ่งเป็นอุปสรรคในการทำงานและความก้าวหน้าทางอาชีพ ที่มาภาพประกอบ: pexels.com (CC0)

18 มี.ค. 2560 ‘Zhaopin’ บริษัทด้านทรัพยากรมนุษย์ของจีนเปิดเผย รายงานการสำรวจเรื่องการเลือกปฏิบัติในที่ทำงานต่อพนักงานหญิง เมื่อช่วงวันสตรีสากลที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการสำรวจความเห็นผู้เกี่ยวข้อง 128,500 คน รายงานนี้ระบุว่าพนักงานหญิงในจีนยังคงเผชิญกับการเลือกปฏิบัติทางเพศซึ่งเป็นอุปสรรคในการทำงานและความก้าวหน้าทางอาชีพ โดยผู้หญิงที่ตอบแบบสำรวจนี้ร้อยละ 22 ระบุว่าตนเองมีประสบการเกี่ยวกับการถูกเลือกปฏิบัติ 'อย่างรุนแรง' ในที่ทำงาน ส่วนผู้ชายที่ตอบแบบสอบถามนี้มีเพียงร้อยละ 14 เท่านั้น และแม้จะมีการศึกษาที่สูงขึ้น ผู้หญิงที่มีการศึกษาสูงที่ตอบแบบสอบถามก็ระบุว่าพวกเธอก็ยังคงถูกเลือกปฏิบัติ 'อย่างรุนแรง' ถึงร้อยละ 43 ส่วนผู้ชายที่จบในระดับการศึกษาเดียวกันระบุว่าถูกเลือกปฏิบัติแค่ร้อยละ 18

ความก้าวหน้าในอาชีพการงานของผู้หญิงก็ดูจะด้อยกว่าผู้ชาย โดยร้อยละ 59 ของผู้ชายที่ตอบแบบสอบถามระบุว่าพวกเขาได้รับการเลื่อนตำแหน่งภายใน 2 ปี ส่วนผู้หญิงมีเพียงร้อยละ 49 เท่านั้น ขณะที่ร้อยละ 44 ของผู้หญิงที่ตอบแบบสอบถามระบุว่าไม่เคยได้รับการเลื่อนตำแหน่งเลย ส่วนผู้ชายมีเพียงร้อยละ 31 ที่หน้าตกใจคือตำแหน่งผู้บังคับบัญชาในสายงานสัดส่วนผู้ชายยังมีมากกว่าผู้หญิงอย่างเห็นได้ชัด โดยร้อยละ 72 ของตำแหน่งหัวหน้างานในจีนเป็นผู้ชาย ส่วนผู้หญิงมีเพียงร้อยละ 28

การเลือกปฏิบัติ (Discrimination): (ในทางการจ้างงาน)หมายถึงการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมต่อแรงงานในสิ่งที่เป็นการกระทบกระเทือนต่อการจ้าง การตั้งข้อรังเกียจกีดกันในเรื่องต่าง ๆ เช่น ในเรื่องการว่าจ้าง การสั่งพักงาน การเลื่อนขั้น การไม่ยอมรับคนบางคนหรือบางจำพวก เนื่องจากเพศ, เชื้อชาติ และศาสนา รวมทั้งการไม่ยอมรับการรวมตัวจัดตั้งสหภาพแรงงาน เป็นต้น

จากการสำรวจในปี 2558 โดย womenofchina.cn ซึ่งเป็นเว็บไซต์ของสหพันธ์สตรีจีน (All China Federation of Women) พบว่าร้อยละ 87 ของผู้หญิงที่จบการศึกษาในระดับอุดมศึกษาต้องประสบกับปัญหาการเลือกปฏิบัติเมื่อไปสมัครงานยังสถานประกอบการต่าง ๆ และเมื่อปีที่ (2559) แล้วสหพันธ์สตรีจีนระบุว่าผู้หญิงจีนที่ไปสมัครงานมักจะถูกสัมภาษณ์งานด้วยคำถามว่า “มีแผนจะมีลูกหรือไม่?” ซึ่งหากตอบว่า “มี” พวกเธอก็มีโอกาสสูงที่จะถูกปฏิเสธให้เข้าทำงาน นอกจากนี้โอกาสในการได้งานทำสำหรับหญิงที่แต่งงานแล้วมีน้อยมากเมื่อเทียบกับหญิงโสด และความกังวลใจของพนักงานหญิงส่วนใหญ่ก็คือเรื่องการตั้งครรภ์ที่จะกระทบต่องานที่ทำอยู่ และความก้าวหน้าในอาชีพ