คุยกับศรีสุวรรณถึงนาทีคุมขังในค่ายทหาร อัดรัฐตีเนียนกลบเกลื่อนหมุดคณะราษฎรหายไม่ได้

สัมภาษณ์ 'ศรีสุวรรณ จรรยา' ถึงนาทีถูกคุมขัง ความสำคัญของ 'หมุดคณะราษฎร' ทางประวัติศาสตร์ ชี้เป็นทรัพย์สินราชการ รัฐจะนิ่ง-บ่ายเบี่ยงไม่ได้ ตีความนัยของ 'หมุดหน้าใส' คือการกลบเกลื่อนภาพการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475

 ศรีสุวรรณ จรรยา (แฟ้มภาพ)

19 เม.ย. 2560 สืบเนื่องจากการหายไปของหมุดคณะราษฎรและถูกแทนที่ด้วย “หมุดหน้าใส” สร้างแรงกระเพื่อมจนภาคประชาชนตามแจ้งความ ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจหาหมุดกลับคืนมา (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ที่นี่) โดยวันที่ 18 เม.ย. ที่ผ่านมา ศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เดินทางไปยื่นหนังสือต่อศูนย์รับเรื่องร้องเรียนทำเนียบรัฐบาล แต่ปรากฏว่าได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารจากกรมทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ประมาณ 6-7 นาย ควบคุมตัวจากศูนย์บริการประชาชน ไปยังกองบัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ที่นี่)

ล่าสุดวันนี้ (19 เม.ย.60) บีบีซีไทย รายงานว่า ศรีสุวรรณ ได้รับการปล่อยตัวออกมาแล้ว หลังถูกนำไปพูดคุยปรับความเข้าใจเป็นเวลากว่า 10 ชั่วโมง โดย ศรีสุวรรณ กล่าวกับบีบีซีว่า ทหารขอให้ยุติความเคลื่อนไหวเนื่องจากหวั่นเหตุการณ์จะลุกลามบานปลาย ก่อนปล่อยตัวโดยไม่มีข้อกล่าวหาหรือให้ทำข้อตกลงใดๆ

“เขาขอให้ผมเพลาเรื่องนี้ลงไป เพราะมันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แต่มี invisible hands (มือที่มองไม่เห็น) อยู่เยอะ นี่คือคำที่เขาพูด" ศรีสุวรรณ กล่าว พร้อมระบุด้วยว่า ตนจะยังคงทวงหมุดคณะราษฎรต่อไปและจะไม่ยุติการตรวจสอบรัฐบาล คสช.

ท่ามกลางความโกลาหลบนหมุดที่หายไป ประชาไทได้พูดคุยกับ ศรีสุวรรณ ในหลายประเด็นตั้งแต่นาทีที่ถูกคุมขังเอาไว้ในค่ายทหาร ไปจนถึงนัยสำคัญของหมุดคณะราษฎรและหมุดหน้าใสหรือหมุดใหม่ที่ถูกนำมาแทนที่

ตอนโดนควบคุมตัว เขาทำอะไรบ้าง

เขาขอเชิญไปพูดคุยธรรมดาเพื่อทำความเข้าใจกัน ก็ไม่ได้สร้างความวิตกกับผมเพราะเข้าใจได้ว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอยู่แล้ว เมื่อเขาเชิญไปเราก็ไปด้วยดี ก็พูดคุยทำความเข้าใจกันเนื่องจากว่าฝ่ายความมั่นคงเข้าใจว่า ผมเองทำงานเคลื่อนไหวเหล่านี้ด้วยเจตนาบริสุทธิ์ ไม่ได้มีฝ่ายการเมืองฝ่ายใดเข้ามาสนับสนุนใดใดทั้งสิ้น  เมื่อผมเปิดประเด็นไปแล้วเริ่มเป็นกระแสแรงขึ้นมันก็อาจทำให้ฝ่ายการเมืองหรือฝ่ายอื่นที่ต้องการฉกฉวยโอกาสหรือประเด็นนี้ เข้ามาขยายปมหรือขยายตัวที่จะนำไปสู่ความขัดแย้งมากขึ้น เขาจึงพยายามที่จะมาระงับเหตุที่ตัวผมก่อน เพื่อพูดคุยทำความเข้าใจตกลงกันตรงนี้

ปกติที่ผมเคลื่อนไหวอะไรที่เป็นประเด็นหลักๆ ก็จะถูกเคลื่อนตัวไปกองทัพภาคที่ 1 บ้าง ไปทหารราบบ้าง ก็แล้วแต่ตามประเด็น โดยหลังรัฐประหารได้ไปเข้าค่าย 2 ครั้ง แล้วก็นอกค่าย 1 ครั้ง ส่วนที่มาที่บ้านไม่ต่ำกว่า20-30ครั้ง โดยให้เหตุผลว่า เป็นการทำความเข้าใจเพราะว่าไม่อยากให้เป็นการจุดกระแสของกลุ่มที่ไม่หวังดี การที่ทำให้ผมระงับหรือเบาการกระทำในตอนนี้ ก็อาจจะทำให้ฝ่ายความมั่นคงทำอะไรได้ง่ายขึ้น

ทำไมเราต้องให้ความสำคัญกับหมุดคณะราษฎร

มันเป็นสัญลักษณ์ในเชิงประวัติศาสตร์ของการเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบประชาธิปไตย อย่างที่เราทราบระบอบประชาธิปไตยที่เรามีกฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายแม่บทของชาติ ซึ่งให้สิทธิเสรีภาพและความเสมอภาคของพี่น้องประชาชนอย่างชัดแจ้ง หมุดคณะราษฎร จึงเป็นตัวแทนและสัญลักษณ์ของการกำเนิดรัฐธรรมนูญ เมื่อมีใครมารื้อถอนเปลี่ยนแปลงมันไม่น่าจะถูกต้องหรือเหมาะสม ฉะนั้น หน่วยงานของรัฐที่เข้ามาดูแลประเด็นนี้ก็น่าจะเอาใจใส่และทำความจริงให้ปรากฏชัดเจนว่า ตกลงหน่วยงานใดหรือบุคคลใดที่เคลื่อนย้ายหมุดอันนี้แล้วเอาอันอื่นมาแทนที่ ก็เลยต้องไปยื่นคำร้องถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อให้สั่งการดำเนินการเรื่องนี้โดยด่วน

หมุดดังกล่าวเป็นทรัพย์สินของทางราชการ ถูกสร้างขึ้นโดยกระทรวงมหาดไทย แล้วก็มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2479 และคนที่มาเป็นประธานในพิธีคือ นายกรัฐมนตรี พระยาพหลพลพยุหเสนา หมุดดังกล่าวเป็นของราชการโดยชัดเจน ดังนั้นหมุดของทางราชการหมายไป มันก็เป็นหน้าที่ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเข้ามาดำเนินการสืบหาผู้กระทำความผิด ผมในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่งจึงเห็นว่า เรื่องเหล่านี้ไม่ควรจะเงียบหายไปกับสายลม จึงต้องไปยื่นหนังสือต่อนายกฯ 

แล้วในกรณีที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ บอกผู้สื่อข่าวว่าหมุดคณะราษฎร ไม่ได้เกี่ยวกับปากท้องของประชาชน 

ก็เป็นการเบี่ยงเบนประเด็นและความสนใจต่อสาธารณะชน แต่ผมคิดว่าทางนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกฝ่ายความมั่นคง คงประเมินว่าเรื่องนี้จะเป็นกระแสต่อความสนใจของประชาชนจึงไม่อยากที่ใส่ไฟให้ลุกโชนมากกกว่านี้เลยพยายามที่จะเบี่ยงประเด็นไม่ให้คนสนใจเท่านั้นเอง

มีเรื่องไหนบ้างที่เราเรียกร้องไปแล้ว แล้วคสช.ทีท่าทีตอบรับแล้วดำเนินการต่อ

ก็มีหลายเรื่อง แต่ว่าส่วนใหญ่เขาบอกว่าถ้ามีอะไรที่เป็นปัญหาปากท้องของประชาชนเรื่องของความทุกข์ ความไม่ได้รับความเป็นธรรมแล้วมาร้องขอ ความช่วยเหลือที่ผม เขาก็ยินดีสนับสนุนให้ความช่วยเหลือและพร้อมที่จะดำเนินการให้เต็มที่ 

แต่เรื่องบางเรื่องอย่างกรณีหมุดเขาก็เห็นว่ามันก็อาจจะไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ ซึ่งจะทำให้เกิดการลุกลามบานปลาย แล้วความปรองดองจะไม่เกิดขึ้น จึงมาขอร้องผมโดยเรื่องอื่นเขาก็สนับสนุนเต็มที่ ที่จะให้ผมเคลื่อนไหวต่อไป

การมาของหมุดหน้าใส บอกให้เห็นถึงอะไร

อาจจะพยายามสร้างประเด็นใหม่ๆในการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่เลยพยายามสร้างเรื่องกลบเกลื่อนหมุดคณะราษฎรหรือหมุด 2475 ดังกล่าวไป

ยังจะเคลื่อนไหวเรื่องหมุดต่อไปไหม

เรื่องนี้ผมทำจดหมายถึงหลายๆหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว ก็ต้องเปิดโอกาสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป จริงจดหมายทุกฉบับผมส่งให้หมดแล้ว แต่การไปยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรีเป็นเพียงแค่สัญลักษณ์เท่านั้นเอง

ผู้สื่อข่าวประชาไทรายงานสถานการณ์ประจำวันว่า วันนี้ เมื่อเวลาประมาณ 9.15 น. ที่ สน.ดุสิต อภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธ์ และ ณัฏฐา มหัทธนา ได้เข้าแจ้งความเหตุหมุดคณะราษฎร หรือ 'หมุดก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญ' ที่เดิมทีอยู่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้ามาตั้งแต่ 10 ธ.ค. 2479 หายไป ได้มีการเข้าพบ ยุทธพันธ์ มีชัย เลขานุการของผู้ว่าฯ กทม. เพื่อขอดูภาพจากกล้องวงจรปิด โดยยุทพันธ์ กล่าวว่า บริเวณรอบลานพระบรมรูปทรงม้าฯ มีกล้องวงจรปิด 11 ตัว แต่สำนักงานจราจรของกรุงเทพมหานครมีการปรับเปลี่ยนสัญญาณไฟจราจรในวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา กล้องจึงถูกถอดออกไปทั้งหมด และยังไม่มีการติดตั้งกลับจนปัจจุบัน ขณะที่อภิสิทธิ์และณัฏฐาตั้งข้อสังเกตว่าเป็นเรื่องน่าแปลกใจที่ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาไม่มีกล้องบริเวณดังกล่าวเลย (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ที่นี่