ตร.นำตัว ชายชาวประจวบฯ ท้าดวลปืน 'ประยุทธ์-ผบ.ตร.-ผบ.ทบ.' ไปพบแพทย์

ตร.นำตัว ชายชาวประจวบฯ ในคลิปท้าดวลปืน 'ประยุทธ์-ผบ.ตร.-ผบ.ทบ.'  ไปพบแพทย์ เพื่อทำการตรวจรักษาอาการป่วย โดยยังไม่ได้ฟันธงว่าจะดำเนินคดีต่อหรือไม่ ญาติเผยประสบอุบัติเหตุปี 47 ต้องผ่าตัดสมองซีกขวา ทำให้มีอาการไม่ปกติตั้งแต่นั้นมา 

21 เม.ย. 2560 จากกรณีวานนี้ (20 เม.ย.60) มีการเผยแพร่วิดีโอคลิป ชายคนหนึ่งซึ่งอ้างว่าชื่อ ปืน หรือว่า “ทรงวิทย์ สุขประเสริฐ” ท้าทายทั้ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และพล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมตรี พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ให้มายิงกัน โดยคลิปดังกล่าวถ่ายโดยตำรวจสายตรวจคนหนึ่งซึ่งขี่รถจักรยานยนต์มาตามถนน

ล่าสุด ผู้จัดการออนไลน์ รายงานว่า เช้าวันนี้ (21 เม.ย.) พ.ต.อ.สิทธิชัย ศรีโสภาเจริญรัตน์ ผกก.สภ.หัวหิน พร้อมด้วย พ.ต.ท.เสมอ อยู่สำราญ รอง ผกก.ป.สภ.หัวหิน พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หัวหิน และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างหัวหินธรรมสถาน ได้เดินทางไปยังบ้านพักของชายคนดังกล่าว ซึ่งตรวจสอบพบว่า ปืน หรือ ทรงวิทย์ สุขประเสริฐ อายุ 52 ปี อาศัยอยู่กับญาติ โดยปลูกเพิงพักเล็กๆ อยู่ในรั้วบ้านเดียวกัน เขตเทศบาลเมืองหัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
       
รายงานข่าวระบุด้วยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามญาติทราบข้อมูลว่า ปืน เคยประสบอุบัติเหตุเมื่อวันที่ 13 เม.ย.2547 ขณะกำลังขี่รถจักรยานไปทำงานที่โรงแรมแห่งหนึ่งที่ปากน้ำปราณ แต่ถูกรถยนต์ชนระหว่างทาง ทำให้ต้องผ่าตัดสมองซีกขวา เพราะมีเลือดคั่งในสมอง ทำให้มีอาการไม่ปกติตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยมักจะพูดซ้ำๆ ตามที่ตัวเองคิด อารมณ์ร้อนขึ้น โดยทุกเช้าจะชอบเดินไปหาซื้อกาแฟร้อนกับปาท่องโก่ และหนังสือพิมพ์กลับมาอ่านที่บ้าน และชอบพูดตามเรื่องที่อ่านในหนังสือพิมพ์ ยิ่งช่วงระยะหลัง 2-3 เดือน ปืน อยู่คนเดียว เพราะหลานไปอาศัยอีกบ้าน คาดว่าอาจจะมีส่วนทำให้เขามีความเครียดมากขึ้นด้วย ทางญาติเตรียมจะพา ปืน ไปพบแพทย์ แต่ก็มาเกิดเรื่องเสียก่อน โดยทางญาติได้กล่าวคำขอโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนที่ต้องเดือดร้อนจากพฤติกรรมของ ปืน ด้วย

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำตัว ปืน ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลหัวหิน และเตรียมนำตัวส่งรักษาที่สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ จ.นครปฐม ตามลำดับ เพื่อให้แพทย์เฉพาะทางทำการตรวจรักษาอาการป่วยของ ทรงวิทย์ โดยยังไม่ได้ฟันธงว่าจะดำเนินคดีต่อ ทรงวิทย์ หลังจากนี้หรือไม่ ขณะที่ทางตำรวจก็ขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการเสพข้อมูล อย่าหลงเชื่อข้อมูลที่บิดเบือน